うたの☆プリンスさまっ♪ マジLOVEレジェンドスター x animate cafe Tennoji

ทานาบาตะปีนี้ไปฉลองที่อนิเมทคาเฟ่มาแหละ☆

จริงๆ แล้วปีที่แล้วก็ฉลองที่อนิเมทคาเฟ่เหมือนกัน สาขาเดิมเลยด้วย แต่คอลลาโบะคนละเรื่อง ชีวิตนี้ไม่คิดจะฉลองทานาบาตะแบบมนุษย์ปกติเลยใช่มั้ย

ปีที่แล้วเป็นคาเฟ่คุโรบาส ส่วนปีนี้ไปฉลองกับเหล่าปรินซ์ ซึ่งอันที่จริงเมื่อเดือนพฤษภาเราก็ไปมาแล้วรอบนึง ขอพูดถึงรอบที่แล้วก่อนละกัน

รอบแรกเราไปคนเดียวเลยไม่ค่อยกล้าขนพร็อพไปเยอะเท่าไหร่ เวลาหยิบออกมาวางน่าจะเขินๆ เราเลยหยิบไปแค่เนนปุจิอิจจี้กับโอโตยัน กะว่ารอบแรกจะไปในคอนเซปท์สตาริชก่อนละกัน ทว่า…

ได้นั่งโต๊ะรันรัน ตึงงงงงงงงง ไม่ได้เตรียมพร็อพคารุไนมาเลย TvT

คาเฟ่รอบนี้แจกที่รองแก้วแบบไม่สุ่มลาย สั่งเครื่องดื่มคนไหนก็ได้คนนั้นมาครอบครอง ดังนั้นเราจึงสั่งเครื่องดื่มโทคิโอโตะมาก่อนเป็นอันดับแรก สองคนนี้ต้องมาก่อนเสมอ อยากเก็บคนอื่นเพิ่มค่อยว่ากันทีหลัง

เครื่องดื่มอิจจี้เป็นน้ำแครนเบอร์รี่+โซดา+บลูไซรัป โปะด้วยวิปครีมเล็กๆ และไวท์ช็อกโกแลตรูปปีกสีขาว ส่วนของโอโตยันเป็นน้ำแครนเบอร์รี่+โซดาอีกเหมือนกัน แต่ไซรัปจะเป็นบลัดออร์เรนจ์ไซรัป โปะวิปครีมจิ๋วและเมอแรงก์รูปดอกทานตะวัน รสชาติเป็นยังไงลืมไปแล้วทั้งสองแก้ว แต่ไม่น่าจะเลวร้ายอะไรเพราะถ้าไม่อร่อยน่าจะจำได้

ส่วนอาหารเราสั่งออมไรซ์มากิน เป็นออมไรซ์ที่ชื่อว่า 「未来、夢、ありがとう…そして!」 ST☆RISHのオムライス ว่าง่ายๆ ก็คือเอาเพลงมาตั้งชื่ออาหารนั่นแหละ

ออมไรซ์รสชาติไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ จำได้ว่ากินไม่หมดด้วย…. ดูๆ แล้วสตูว์ดูน่าจะอร่อยกว่า แต่เราชอบกินออมไรซ์เลยสั่งมา แล้วก็นึกได้ว่าออมไรซ์ตามคอลลาโบะคาเฟ่ต่างๆ นานาที่เคยกินมาเนี่ย ไม่มีเจ้าไหนน่าพอใจเลยสักเจ้า

ดีนะที่มีเด็กๆ คอยให้กำลังใจระหว่างกิน \(^o^)/

พอกินน้ำสองแก้วแรกหมดอย่างรวดเร็วก็เกิดหน้ามืดอะไรก็ไม่รู้ อยากสั่งน้ำมากินเพิ่มอีก (สงสัยโดนวางยาในสองแก้วเมื่อกี้) รู้ตัวอีกทีเครื่องดื่มเร็นกับโชจังก็มาวางอยู่บนโต๊ะแล้ว พอดีช่วงนั้นเล่นภาครีพีทเลิฟเลยกลับมาอินกับเอสคลาสอีกครั้งเหมือนวันเก่าๆ(〃▽〃)

ของเร็นเป็นชาแคสซิสใส่ส้ม รสชาติก็จะออกเปรี้ยวๆ เรากินจนหมดแล้วเพิ่งหันไปเห็นว่าเค้ามีไซรัปวางไว้ให้หยิบมาใส่ในเครื่องดื่มได้ด้วย….. ส่วนของโชจังเป็นนมสตรอว์เบอร์รี่ร้อนราดซอสซากุระ ถ้วยนี้เราประทับใจมากกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกกกกกกก อร่อย หวาน เป็นมิตร รสชาติน่ารักมากๆๆๆ คิวท์สมเป็นโชจัง♥

สรุปว่ารอบแรกไปคนเดียว สั่งอาหารหนึ่งอย่าง น้ำสี่อย่าง……

ส่วนรอบสองในวันทานาบาตะนี่มีเพื่อนไปด้วยหนึ่งรายคือม.ซัง (นามสมมติ) พอมีเพื่อนไปด้วยก็เริ่มได้ใจ ขนพร็อพไปหนึ่งกระเป๋า แต่ไปถึงที่ร้านจริงๆ ก็ควักพร็อพออกมาวางไม่หมดเพราะพร็อพชิ้นใหญ่แต่โต๊ะเล็กเกิน ไม่มีที่วาง 55555555555

รอบนี้ไปในคอนเซปท์คารุไน ซะเมื่อไหร่…. กะว่าจะไปกินอาหารกับน้ำคารุไน แต่ก็พกโทคิโอโตะไปด้วยอยู่ดี

อ้อ รอบนี้ได้โต๊ะเร็นแหละ กินไปก็เล่นกับเจ้าของโต๊ะไปด้วย สนุกดี (・∀・*)

ไม่รักไม่แกล้งนะคะจินกูจิเร็น 5555555555555555

แต่ไม่ได้รังแกเร็นเร็นอย่างเดียวนะ! ตอนท่าทางเหนื่อยๆ เราก็ช่วยซับเหงื่อให้

ส่วนม.ซังก็ช่วยเช็ดปากให้!

อืม อาการหนัก……………….

ส่วนเครื่องดื่มรอบนี้เราสั่งเรย์จังกับรันรัน ที่จริงอยากลองชิมคามิวมากกว่ารันรัน แต่ดันชิปเรย์รันไง ยอมสั่งรันรันทั้งๆ ที่อ่านส่วนผสมแล้วไม่มั่นใจเลยว่าจะอร่อย

น้ำเรย์จังเป็นสีเขียว แต่เป็นน้ำส้มนะ (แบบนี้ก็ได้เหรอ??) เบสเป็นน้ำส้ม ผสมด้วยโทนิกวอเตอร์+บลูไซรัป+วิปครีม โปะด้วยหมวกหนึ่งใบ หมวกนี่กินได้ด้วย แต่เราไม่ได้กิน จากประสบการณ์ลองกินอะไรพวกนี้ที่แปะตามอาหารเครื่องดื่มแล้วมันไม่เห็นอร่อยเลย ส่วนน้ำรสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ พอกินได้ ไม่ประทับใจเป็นพิเศษ

ทางด้านของรันรันนั้น……… อันตรายตั้งแต่หน้าตา จะว่าไปแล้วก็ร็อคสมเป็นรันรัน กลิ่นก็สุดจะร็อค ดมแล้วผงะไปนิดนึง น้ำรันรันทำจากน้ำองุ่น+บานาน่าไซรัป+มิกซ์เบอร์รี่+ผงซินาม่อน โอ้โห ส่วนผสมนี้ ใครคิดสูตรคะะะะะะะ

ความรู้สึกหลังลองชิมคำแรก

ตอนแรกๆ จะรสเหมือนยาอะไรสักอย่างที่ได้กลิ่นเบอร์รี่ผสมกล้วยจางๆ แต่กินไปเรื่อยๆ จะได้รสเบอร์รี่ล้วนๆ ไม่รู้ความเป็นน้ำองุ่นซุกซ่อนอยู่ตรงไหน รู้แต่จิบทีนึงต้องกรอกน้ำเปล่าตามหลายที รสชาติเจ้มจ้นเหลือเกิน

เครื่องดื่มที่ม.ซังสั่งมาได้แก่มาซาโตะและคามิว ตอนแรกพนักงานเสิร์ฟผิดเป็นไอไอด้วย พอทักว่าไม่ใช่ค่ะ สั่งคามิวไป เค้าก็ดูตื่นตกใจมากจนเรารู้สึกผิดที่ท้วง แล้วเค้าก็ไปหยิบคามิวมาให้อย่างรวดเร็ว

สองแก้วนี้รสชาติเป็นยังไงไม่รู้ ไม่ได้ลองชิม แต่เรียงกันแล้วสีสวยดีนะ (*´ω`*)

ส่วนอาหารที่สั่งรอบนี้คือพิซซ่าชื่อว่า「KIZUNA」QUARTET NIGHTのピザ เป็นพิซซ่าหน้าซีฟู้ดที่มีรถปลอมๆ แปะอยู่หนึ่งคัน เป็นรถที่คารุไนนั่งในฉากร้องเพลง KIZUNA นั่นเอง

ดูจากหน้าตาที่ราวกับพิซซ่าสำเร็จรูปอุ่นไมโครเวฟตามเซเว่นก็พอรู้ว่าไม่น่าสู้พิซซ่าตามร้านพิซซ่าจริงจังหรือร้านอาหารอิตาเลียนได้ ซึ่งก็สู้ไม่ได้จริงๆ ดีแล้วที่ไม่คาดหวังอะไร 55555555555 แต่ถือว่าดีกว่าออมไรซ์มากๆๆ

ของม.ซังเป็นเมนูคารุไนเหมือนกัน แต่เป็นพาสต้าชื่อ「God’s S.T.A.R.」QUARTET NIGHTのパスタ

โดยรวมแล้วเราว่าอาหารกับเครื่องดื่มรอบนี้สู้คาเฟ่คราวที่แล้วไม่ได้แฮะ แต่รอบนี้ยังไม่ได้กินของหวานเลย ว่าจะไปอีกรอบเพื่อไปกินเฮฟเว่นส์ จะได้กินเมนูครบสามวง เค้กของเฮฟเว่นส์ดูน่ากินดี เครื่องดื่มเอจิก็น่าลอง ไม่อยากพลาด ( ̄∇ ̄)

ทิ้งท้ายด้วยรูปบรรยากาศในร้านและดิสเพลย์สินค้าต่างๆ

เสียดายช่วงนี้จนเลยซื้อมาแค่สแตนดี้อิจิโนะเสะ (; v ;) สแตนดี้มันราคาเกินพันเยนด้วยแหละ พอเกินพันเยนแล้วควักกระเป๋ายากขึ้นนิดนึง ถ้าขายสักอันละเจ็ดแปดร้อยเยน ป่านนี้ซื้อรัวๆ ไปแล้ว อนิเมทตั้งราคาพลาดละ

นี่ถ้าทานาบาตะปีหน้าไปฉลองที่อนิเมทคาเฟ่อีกคงตลกมาก 555555555555

KILLER KISS&ハルハナ

วันนี้มีปุริไลฟ์ แต่เราไม่ได้ไปเพราะไม่ได้ตั๋ว ก็เลยจะมาย้อมใจด้วยการเห่อเพลงใหม่เซมไป (ที่ร้องในไลฟ์วันนี้ อ้าว ทำไมย้อมใจด้วยการทำร้ายตัวเอง) 

ขอย้อนกลับไปช่วงที่มาจิเลิฟเลเจนด์สตาร์ฉายสักนิด ตอนนั้นเซ็งนิดนึงที่ควอเต็ทไนท์บทน้อยแถมไม่มีเพลงโซโล่เพลงใหม่ ถึงเราจะเป็นสตาริชโอชิแต่เราก็รักเซมไปมาก อยากให้เซมไปออกเพลงใหม่บ้าง นึกว่าต้องรอจนกว่าจะมีเกมภาคใหม่หรืออนิเมะภาคใหม่ถึงจะได้ฟังเพลงใหม่ซะแล้ว ยังดีที่ออฟฟิเชียลไม่ปล่อยให้รอนาน ส่งเพลงใหม่ออกมาให้ฟังกันช่วงก่อนไลฟ์ไม่กี่วันนี่เอง!

เพลงเซมไปคราวนี้มีสองแผ่น แผ่นแรกใช้ชื่อว่า Uta no☆Prince-sama♪ IDOL SONG REIJI & CAMUS และอีกแผ่นคือ IDOL SONG RANMARU & AI ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะอยากให้เรย์จิกับไอไอมีเพลงคู่กันมานานแสนนาน ตอนประกาศออกมาเป็นคู่นี้เราก็กรี๊ดมากอยู่ดี สรุปว่าจะทำเพลงคู่ไหนก็กรี๊ดหมด #ทาสก็คือทาส

ชอบการจับคู่แบบนี้ตรงที่ชวนให้นึกถึงภาค All Star After Secret ทั้งสองคู่น่ารักมากกกกก (≧д≦)

สิ่งที่กรี๊ดประการถัดมาคือคุราฮานะเซนเซวาดปกให้ ปกคราวนี้สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เท่มากกกกกกกกกกกกกกกกก

อนึ่ง เนื่องจากอุตะปุริเป็นลัทธิหลอกตัวเอง เราจึงไม่ควรใช้คำว่า “วาด” แต่ควรเป็นคำว่า “ถ่ายภาพ” ซึ่งคุราฮานะเซนเซได้กล่าวไว้ทางทวิตเตอร์ว่า นี่เป็นการถ่ายภาพขาวดำครั้งแรก หวังว่าจะได้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากปกตินะคะ

เนี่ย ก็หลอกตัวเองกันประมาณเนี้ย 55555555555555555

นอกจากชอบหน้าปกมากแล้ว เรายังชอบแพคเกจจิ้งของล็อตแรกคราวนี้มากด้วย! ถึงจะมาแนวเรียบง่ายไม่อลังการเท่าตอนเธียเตอร์ไชน์นิ่งหรือไชน์นิ่งดรีมเฟสต้า แต่แพคเกจและคอนเทนต์ก็ดีงามน่ากราบไหว้บูชาเหลือเกิน

เริ่มจากขนาดกล่อง ตอนแรกนึกว่าจะไซส์ประมาณกล่องดีวีดีทั่วไป ปรากฏว่าใหญ่กว่ากล่องดีวีดีพอสมควรเลย

อันนี้ลองเทียบกับกล่องเกคิดันไชน์นิ่งซึ่งขนาดเท่ากล่องดีวีดีทั่วไป ↓

ชอบกล่องคราวนี้ตรงที่เวลาสะท้อนกับแสงแล้วสีจะเปลี่ยนไปตามองศาต่างๆ หยิบมาพลิกๆ เปลี่ยนสีตาให้ทุกคนไปเรื่อยๆ ก็สนุกแบบไร้สาระดี 5555555555

ว่าแล้วก็ซูมทั้งสองกล่องสักนิด

กราบคุราฮานะเซนเซ ฮือออออออ ถ่ายภาพทุกคนออกมาได้หล่อมากค่ะะะะะะะ โดยเฉพาะคามิวนี่รู้สึกจะลูกรักเหลือเกิน ถึงมือคุราฮานะเซนเซทีไรหล่อกว่าเพื่อนตล๊อดดดดดด (90% เป็นความมืดบอดของเรานี่แหละ)

ส่วนด้านในกล่องประกอบด้วยกล่องซีดี เข็มกลัด และวิชวลการ์ดขนาด 19×14 ซม. ภาพเดียวกับหน้าปกแต่แยกเป็นรายคน ซึ่งคราวนี้เป็นภาพสี อ้าวววว ไหนคุราฮานะเซนเซบอกถ่ายภาพขาวดำไงคะ??? (ขอแซวหน่อยเถอะ 55555555)

ในกล่องซีดีหน้าตาแบบนี้ ประกอบด้วยตัวแผ่นกับบุ๊กเลท

ในบุ๊กเลทก็จะมีเนื้อเพลง มีคอมเมนต์สั้นๆ ของศิลปินแต่ละคน (ในที่นี้คือของเรย์จัง รันรัน ไอไอ และมิวจัง ไม่มีคอมเมนต์ของนักพากย์) แล้วก็มีสัมภาษณ์คู่แยกตามแผ่นด้วย

ส่วนของแถมร้าน ตอนแรกลังเลอยู่นานว่าจะสั่งร้านไหนดีเพราะอยากได้แคสท์คอมเมนต์ทุกแผ่นเลย ไปๆ มาๆ เลือกไม่ได้ซะทีเลยหลับหูหลับตากดสั่งกับบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์ ….ซึ่งไม่แถมแคสท์คอมเมนต์แต่แถมเข็มกลัด ไว้ถ้าเจอคนปล่อยแผ่นแคสท์คอมเมนต์ตามร้านมือสองแบบราคาไม่โหดร้ายมากค่อยไปสอยมาฟังละกัน TvT

ทีนี้มากรี๊ดเพลงบ้าง!

  • KILLER KISS

ตอนประกาศว่าจะมีเพลงคู่นี้ก็นึกภาพไม่ออกนะว่าจับสองคนนี้มาร้องเพลงด้วยกันแล้วจะเป็นยังไง พอได้ฟังก็ อืม คามิวโดนเรย์จังล้างสมองไปแล้วจ้า สไตล์เพลงไปทางเรย์จังมากกว่าคามิว แต่เพราะอย่างงั้นแหละเลยน่ารักมาก ฮือออออ ชอบมากๆๆๆๆ เนื้อเพลงก็แอบแฝงความลามกสมเป็นเพลงอุตะปุริดี

  • On Your Mark!

ชอบ! เป็นเพลงเรย์จังที่รู้สึกว่าเท่ ชอบดนตรีมากกกกกก ไม่ค่อยได้กลิ่นโชวะจ๋าเหมือนเพลงก่อนๆ เพราะความโชวะไปอยู่ในคิลเลอร์คิสหมดแล้ว 5555555555 (แต่ไอ้ความโชวะในเพลงก่อนๆ เราก็ชอบนะ ฟังแล้วรู้สึกว่า เออ นี่แหละเรย์จัง) เพลงนี้ชอบช่วงท่อน 「ぼくにすべて身を任せて 花になればいいんだ 君を守り尽くすよずっと」เป็นพิเศษ ฟังครั้งแรกรู้สึกว่าเพลงนี้ในไลฟ์ต้องเท่มากแน่นอน อยากดูจัง โฮฮฮฮฮ

  • Melting of snow

ตื่นเต้นตกใจตั้งแต่เห็นชื่อเพลง นึกว่าจะเป็นบัลลาดหวานๆ เพราะๆ แบบออโรร่า ปรากฏว่าพอฟังแซมเปิ้ลครั้งแรกแล้ว หืมมมมมมมมม????? ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เกิดอะไรขึ้นกับท่านเคานต์เหรอคะ?????? พอมาฟังเพลงเต็มก็ หืมมมมมมมมมมมมม?????? อีกเช่นกัน เพลงน่ารักมากกกกกกกกก น่ารักจนไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเพลงคามิว ไม่รู้ไปกินอะไรผิดสำแดงมา ไม่ทราบว่าท่านเคานต์บริโภคน้ำตาลเกินขนาดรึเปล่า? ฟังแล้วใจพองฟูมาก ละลายตามหิมะไปเลย มิวจังคิวท์มากๆๆๆๆ เมลตี้! เมลตี้!

และที่สำคัญ เพลงนี้กลับมามีเชลโล่แล้วววววว โฮ ดีใจมาก ชอบให้เพลงมิวจังมีเสียงเชลโล่ TωT

  • Haruhana

กิงกิคิดส์……….. โคตรกิงกิคิดส์ แบบไม่สามารถจะกิงกิคิดส์ไปกว่านี้ได้แล้ว ไม่นึกว่าสองคนนี้ร้องเพลงด้วยกันแล้วจะมาแนวนี้

ชอบดนตรีเพลงนี้มากเลย ฟังแบบออฟโวคัลไปหลายรอบแล้ว ไม่ใช่ว่าแบบมีเสียงร้องไม่ดีนะ แต่เพลงนี้ดนตรีงานละเอียดดีมากกกก ฟังสลับไปมาทั้งสองเวอร์ชั่นแล้วยิ่งซาบซึ้งในความดีงาม ชอบเพลงคู่นี้มากกว่าคู่เรย์จังคามิวนิดหน่อย

  • BE PROUD

ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ ไม่คิดว่าจะมีวันที่ได้ฟังรันมารุร้องบัลลาด โฮวววววววววววว น้ำตาจะไหล เนื้อเพลงก็ดี๊ดี ซึ้งมาก ชอบเนื้อเพลงมาก สมแล้วที่อาเกมัตสึซังเขียนเนื้อเพลงเอง (;___;) ปกติแล้วโซโล่เซมไปนี่เรามักแพ้ทางเพลงคามิวมากสุด แต่เซ็ตนี้รันรันชนะเลิศ ยอม

  • Synchronism

ชอบซาวด์แปดบิต น่ารักกกกก ตัวเพลงก็น่ารักทั้งเพลงเลย เพลงสมเป็นไอไอมาก เพลงนี้ก็ดนตรีละเอี๊ยดละเอียด แต่ยังไม่ได้ลองฟังแบบออฟโวคัลเลย เพลงนี้มั่นใจว่าในไลฟ์ต้องน่ารักแบบดูแล้วเป็นลมตายไป คาดหวังไว้เยอะมาก อยากเห็นอาโอยคุงเต้นเพลงนี้แล้ววววววว ฮือออออออ แผ่นรีบออกเร้ววววววววววววววว

ขอกราบขอบพระคุณบรอคโคลี่ที่ออกเพลงใหม่เซมไปมาให้รวดเร็วทันใจไม่ต้องรอนาน เพลงดีคุ้มค่าคุ้มราคา คุ้มแก่การรอคอยมาก

เมื่อวานในไลฟ์มีประกาศว่าจะสร้างภาคหนังโรงด้วยนะ ตื่นเต้น! อยากดูแล้ว!

Unbox: うたの☆プリンスさまっ♪Repeat LOVE

แผ่นอุตะปุริรีพีทเลิฟมาส่งตั้งแต่เดือนที่แล้ว แกะกล่องดูหนึ่งทีแล้วก็เก็บเข้ากรุไป จนป่านนี้ยังไม่ได้เล่นซะที แต่คราวนี้ประทับใจแพคเกจสุดอลังการจนอยากเอามาอวดรีวิวซะหน่อย

ภาครีพีทเลิฟนี่ไม่ใช่ภาคใหม่อะไร เป็นการเอาภาค Repeat (ซึ่งเป็นภาคที่รีเมคจากภาคแรกสุดอีกที) มาพอร์ทลง PSV แต่บวกเอพิโสดใหม่นิดๆ ฟังค์ชั่นเพิ่มเติมอีกหน่อย จุดหนึ่งที่สำคัญมากคือ ภาคนี้ถือเป็นภาคแรกเลยที่อุตะปุริมีฟังค์ชั่นกะพริบตาและขยับปาก!! ว้าววว น่าตื่นเต้นมากๆ!!!!! (เกมอื่นเขาทำมาชาตินึงแล้วมั้ยแกรรรร)  

ที่จริงเรามีแผ่นภาครีพีทแล้ว ซื้อมือสองแบบธรรมดามาเก็บไว้ แต่พอเอามาพอร์ทลงวีต้าก็อยากซื้อเก็บอยู่ดี ความที่ของเก่าไม่ได้เก็บแบบลิมิเต็ด คราวนี้เลยอยากเก็บๆ แบบลิมิเต็ดซะเลย

ตอนแรกลังเลว่าจะสั่งแบบ Shining Love Box ที่เป็นแบบลิมิเต็ดธรรมดา หรือ Premium Princess Box แบบลิมิเต็ดสุดอลังการพรั่งพร้อมของแถมมากมายดี สุดท้ายก็เลือกสั่งแบบอลังการเนื่องจากพิจารณาแล้วว่าของแถมล้วนดีต่อใจ ว่าแล้วก็กดสั่งในบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์มาหนึ่งกล่อง

เลือกสั่งกับบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์เพราะอิจิโนะเสะซังอยู่ร้านนี้ แถมมีดราม่าซีดีเร็นโทคิด้วย เลือกร้านง่ายมาก ไม่มีการลังเลใดๆ ทั้งสิ้น

เซ็ตของบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์หน้าตาเป็นแบบนี้ ผ่างงงงงง

dsc050182

อิจิโนะเสะซังเต็มไปหมดเลยยยยยยยยยยย \(^o^)/ แค่เปิดกล่องมาเห็นของก็มีความสุขแล้ว

ส่วนที่เป็นของแถมเฉพาะของบรอคโคลี่สโตร์ประกอบไปด้วยอิจจี้ อิจจี้ อิจจี้ และอิจจี้!

dsc05019

สี่อย่างนี้คือทาเปสขนาด A3, โบรไมด์, พวงกุญแจพร้อมฐานเอาไว้ตั้งดูเล่นๆ และเข็มกลัดหนึ่งอัน

ส่วนแฟ้มขนาด A4 เป็น 早期予約特典 ต้องกดจองก่อนวันที่เท่าไหร่สักวันนึงนี่แหละถึงจะได้มา

dsc05021

แม้ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นลายเดียว แต่ได้เห็นอิจจี้เรียงรายกันเยอะๆ แบบนี้แล้วโซแฮปปี้ (〃∀〃)

และชิ้นที่เป็นไฮไลท์ก็คืออออออ ดราม่าซีดีเร็นโทคิกับมื้อกลางวันสุดหวานแหวว!

dsc05020

อันที่จริงคู่นี้ไม่ใช่คู่หลักที่เราชอบหรอกนะ (เสียงสั่น) เราชอบโทคิโอโตะต่างหาก! แต่เร็นโทคิก็ดี๊ดี ตอนออฟฟิเชียลประกาศว่าจะออกซีดีคู่นี้ถึงกับกรี๊ดไปสามวันเจ็ดวัน กราบขอบคุณออฟฟิเชียลแรงๆ มา ณ ที่นี้ ที่เฝ้านับวันรอเกมออกเพราะอยากฟังซีดีแผ่นนี้มากกว่าอยากเล่นเกมอีก …แต่จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่ได้แกะฟังหรอกนะ 555555555

ส่วนที่เป็นของแถมจากบรอคโคลี่สโตร์มีแค่นี้ นอกนั้นเป็นของแถมใน Premium Princess Box ละ (ไม่ควรเรียกว่าของแถมเลยอะ เพราะราคาสินค้าก็รวมมูลค่าสิ่งเหล่านี้ไว้แล้ว)

ใน Premium Princess Box ก็มี 早期予約特典 มาให้อย่างนึงคือสกอร์บุ๊กของภาครีพีท จริงๆ แล้วสกอร์บุ๊กเล่มนี้เคยเป็นของแถมของภาคแรกสุด แต่คราวนี้มีการอัพเกรดโดยการเพิ่มโน้ตเพลงของเซซิลลงไปด้วย

ปกสกอร์บุ๊กสีเจ็บมาก กระแทกตาสุดๆ

dsc05022

ด้านในจะเป็นโน้ตเพลงของแต่ละคน มีลายมือกำกับด้วย คือทำเหมือนเป็นโน้ตเพลงที่ทุกคนใช้ในเกมจริงๆ

dsc05023 dsc05024

สกอร์บุ๊กนี่ไม่ได้เย็บเล่มมา แต่เป็นกระดาษซ้อนๆกัน จะเอาไปกางเล่นจริง หรือแยกแผ่นไปใส่กรอบแล้วบูชาก็แล้วแต่จิตศรัทธา

ส่วนกล่องเกมพรีเมียมหน้าตาเป็นแบบนี้ ปกวาดใหม่โดยคุราฮานะเซนเซ!

dsc05025

ดูเผินๆ มันก็ดูเป็นกล่องเกมธรรมดาอยู่หรอก แต่ความจริงแล้วกล่องมันใหญ่มาก… ใหญ่จนตกใจ เพราะเท่าที่สั่งอุตะปุริแบบลิมิเต็ดมายังไม่เคยเจอกล่องใหญ่ขนาดนี้ แต่เคยเจอเกมอื่นที่ใหญ่พอๆ กันอยู่นะ เดี๋ยวนี้กล่องเกมเหมือนเน้นแข่งกันเล่นใหญ่ไว้ก่อนเลยแฮะ ( ̄∇ ̄;)

ลองเทียบความหนากับซูเปอร์เรย์จิคุง

dsc05027

หนาไปไหน Σ(゚Д゚;;)ノェェェェエエエエ!!!!

พอแกะกล่องออกมาก็จะเจอกล่องเกมอีกกล่องอยู่ด้านใน ซึ่งอันนี้ก็คือ Shining Love Box นั่นเอง

dsc05029

ขำการที่เปิดมาเจอกล่องลายเดียวกันแต่เล็กกว่าเดิม อย่างกับตุ๊กตารัสเซีย 555555555 แต่ไม่เป็นไร เราชอบปกลายนี้ (คุราฮานะเซนเซวาดอะไรให้อุตะปุริก็ชอบหมด) การที่ทุกสิ่งทุกอย่างในกล่องใช้ลายนี้หมดถือว่าดีมาก (*^▽^*)

พอแกะกล่องเกมออกมาก็จะเจอครูใหญ่อยู่ตรงขอบด้านบน… สมชื่อ Shining Love Box จริงๆ ต้องมีไชน์นิ่งซาโอโตเมะอยู่บนกล่องด้วย……

dsc05042

ของในกล่องนี้ประกอบด้วยกล่องเกมแบบธรรมดา (ปกเดิมอีกนั่นแหละ), ดราม่าซีดีวันฤดูหนาวในโรงเรียนซาโอโตเมะ เป็นเรื่องราวที่ทั้งเจ็ดคนไปรวมตัวกันที่ห้องเร็นกับมาสะ, บุ๊กเลท The Shining Repeat ซึ่งเป็นการเอาของแถมจากภาคแรกสุดมาปรับปรุงใหม่อีกนั่นแหละ

dsc05044

dsc05045 dsc05043

จะว่าไปแล้วการพอร์ทลงวีต้าครั้งนี้ก็เล่นง่ายนะ รียูสกระทั่งของแถม 55555555555 แต่สำหรับเราที่ไม่ได้เก็บเซ็ตลิมิเต็ดของภาคแรกสุดหรือภาครีพีทแล้วถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากๆ

ส่วนของแถมที่เป็นของ Premium Princess Box มีอยู่หกอย่าง แต่ละอย่างจะวางซ้อนๆ กันอยู่ในกล่องใหญ่ ต้องค่อยๆ หยิบออกมาทีละชั้น (มีคนญี่ปุ่นในทวิตเตอร์ที่เราฟอลอยู่ทวีตว่าโดนแม่แซวว่า นี่มันกล่องเครื่องเขียนเด็กประถมเรอะ ตลกมาก 5555555555)

ของแถมอย่างแรกคือซีดีเพลง Welcome to UTA☆PRI RAINBOW world!! นี่ก็เป็นการเอาเพลงเก่ามารียูสเช่นกัน คือเอาเพลง Welcome to UTA☆PRI world!! ที่เคยร้องกันแค่หกคนมาเพิ่มเซซิลลงไป กลายเป็นเวอร์ชั่นเจ็ดคนพร้อมหน้าพร้อมตา!

อย่างที่สองคือดราม่าซีดี Questions!-ライバルを知れ!- มีสี่แทรคแยกเป็นคู่ๆ คือโอโตยะ&โทคิยะ มาซาโตะ&เร็น นัตจัง&โชจัง ส่วนเซซิลอยู่กับริวยะซังและริงโกะจัง

dsc05031

อย่างที่สามคือเข็มกลัดพร้อมแฟ้ม แฟ้มเป็นตราโรงเรียนซาโอโตเมะเรียบหรูดูดีพร้อมคำขวัญประจำเกม ส่วนเข็มกลัดก็ลายเดียวกับหน้าปกอีกนั่นแหละ แต่จะแยกมาเป็นคนๆ มีแปดลายรวมนางเอกด้วย

dsc05032 dsc05033

ไหนๆ ก็ไหนๆ ซูมอิจิโนะเสะซังกันสักนิด

dsc05034

โอ๊ยยยย เห็นสีหน้าแล้วหมั่นไส้บอกไม่ถูก! จริงๆ แล้วเราไม่ชอบนิสัยอิจจี้ช่วงแรกๆ ของเกมเลยนะ 55555555555 จำได้ว่าตอนเล่นเกมครั้งแรกเฉยเมยกับอิจจี้มาก กรี๊ดแต่ท่านฮายาโตะผู้น่ารัก แต่สุดท้ายไปๆ มาๆ มาตกหลุมอิจจี้ได้ไงไม่รู้ (*-Д-)ハァ=3

ของแถมอย่างที่สี่คือคอมเมนต์การ์ดที่มาพร้อมซองและสายคล้อง แน่นอนว่าลายเดียวกับหน้าปกอีกเช่นกัน สมชื่อ Repeat มากๆ แม้แต่ของแถมก็ยังรีพีทตัวเองรัวๆ

dsc05035dsc05036

คอมเมนต์การ์ดมีแปดแผ่นรวมนางเอกเช่นเดียวกับเข็มกลัด เราชอบคอมเมนต์การ์ดนี่มากกกกกกกก เห็นภาพทุกคนชัดถนัดตากว่าบนหน้าปกและเข็มกลัด แถมด้านหลังยังมีคอมเมนต์ของทุกคน (ยกเว้นนางเอก) ให้อ่านอีก คอมเมนต์ในที่นี้ไม่ใช่คอมเมนต์สมัยเรียนด้วย แต่เป็นมุมมองของแต่ละคนในปัจจุบันย้อนกลับไปพูดถึงสมัยเรียน เสียดายที่ไม่ใช่คอมเมนต์แบบเขียนด้วยลายมือ เราชอบเวลาได้อ่านลายมือของทุกคนมากกว่าเป็นตัวพิมพ์อ้ะ (; v ;)

และอย่างที่ห้าคือโปสเตอร์ผ้าขนาด B2 ลายเดิมอีกเช่นกัน

dsc05039

โปสเตอร์แผ่นใหญ่มากกกกกก คลี่ออกมาแล้วไม่มีที่วางเลยเก็บกลับไปอย่างรวดเร็ว ถ้าทำเป็นทาเปสทรีมาให้ก็คงเอาไปแขวนได้ง่ายๆ หน่อย แต่เป็นโปสเตอร์ผ้าแล้วไม่รู้จะเอามาใช้ตกแต่งห้องยังไงดี อยู่ในกล่องต่อไปละกันนะ

ส่วนของแถมอย่างสุดท้ายก็คือตัวกล่องพรีเมียมนั่นเอง

โดยสรุปแล้ว Premium Princess Box น่าจะเป็นกล่องเกมชุดลิมิเต็ดที่เล่นเยอะเล่นใหญ่ไซส์อลังการที่สุดเท่าที่ผ่านมาแล้วแหละมั้ง (อย่างน้อยก็เท่าที่เราเก็บมาน่ะนะ) ที่ผ่านมาเราประทับใจแพคเกจภาค MUSIC2 ของ HMV มากที่สุด แต่พอเจอกล่องนี้แล้วยกให้เป็นแพคเกจดีเด่นไปเลย ปลาบปลื้มมาก (〃v〃)

รอดูว่าแพคเกจภาค Amazing Aria กับ Sweet Serenade ที่จะพอร์ทลงวีต้าเป็นรายต่อไปจะอลังการเท่านี้อีกมั้ย อยากให้ทำมาไซส์เท่าๆ กันจะได้วางเรียงกันสวยงาม แล้วก็รอดูปกใหม่ฝีมือคุราฮานะเซนเซด้วย! 楽しみ!

THEATER SHINING「ポラリス」

โพลาริสเป็นซีดีแผ่นสุดท้ายในโปรเจคต์ Theater Shining ซึ่งจริงๆ แล้วออกมาตั้งแต่กลางเดือนมกรา แต่โดนเราดองไว้นานมากเพราะมัวแต่ไปติดเกม (ซึ่งก็ไม่ใช่เกมอื่นไกล ติดอุตะปุริเนี่ยแหละ ฮ่วยยย) พอเคลียร์เกมเสร็จแล้วถึงเพิ่งมานั่งละเลียดฟังแทรคดราม่า กราบขอโทษคุณอิจิโนะเสะงามๆ ที่ดองไว้นานทั้งๆ ที่เป็นเมนนะคะ ฮืออออ

คอนเซปท์ของโพลาริสซึ่งเป็นแผ่นสุดท้ายคือหนังไซไฟอวกาศ เป็นคอนเซปท์ที่เห็นครั้งแรกรู้สึกว่า อุตะปุริมาไกลมากจริงๆ….. อีกนิดก็กันดั้มแล้ว

DSC03610-2

แผ่นนี้นำแสดงโดยอิจิโนะเสะ โทคิยะ, ชิโนมิยะ นัตสึกิ และไอจิมะ เซซิล เป็นการจับกลุ่มที่อบอุ่นละมุนละไมมาก ราวกับโทคิยะเป็นคุณแม่ มีนัตจังเป็นลูกคนโต เซชชี่เป็นลูกคนเล็ก น่าร๊ากกกกกกกกก (*´ェ`*)(*´ェ`*)(*´ェ`*) แต่ในแทรคดราม่าเต็มไปด้วยฉากทะเลาะกัน ตึงงงงงง

แพคเกจจิ้งแผ่นนี้ก็ยังคงเหมือนแผ่นอื่นๆ ที่ผ่านมาคือประกอบไปด้วยซีดี ตั๋วหนัง โปสเตอร์ แพมเฟลต และบทหนังพร้อมเมโม่ของเหล่านักแสดงนำ

  • ซีดี

ดีไซน์ของตัวซีดีก็ดูจะไซไฟแล้ว ลายกล่องไซไฟยิ่งกว่า ได้ฟีลอวกาศสุดดดดดด

DSC03614-2

ในซีดีประกอบด้วยแทรคต่อไปนี้

ซีดีแผ่นนี้มีสี่แทรค ประกอบด้วย

1.ภาพยนตร์ “Polaris” chapter 01
2.ภาพยนตร์ “Polaris” chapter 02
3.เพลงประกอบ “Polaris”
4.เพลงประกอบ “Polaris” off vocal

แทรคดราม่าสองแทรครวมกันยาวประมาณห้าสิบนาที สั้นกว่า BLOODY SHADOWS แต่ยาวกว่าโจรสลัดและตำรวจนิดหน่อย

  • ตั๋วหนัง

แยกเป็นสามคนสามใบเช่นเคย

DSC03611-2

พอหยิบตั๋วหนังมาเรียงกันแยกเป็นรายคนแบบนี้ถึงเพิ่งรู้สึกว่า (หากมองอย่างเป็นกลางแล้ว) เซ็ตนี้ชอบอิลลัสนัตจังที่สุดแฮะ ดูมีความซัตสึกิแฝงนิดๆ ยิ่งถ้าปิดหน้าฝั่งขวาไปซีกนึงแล้วเหลือแต่ฝั่งซ้ายจะดู fierce แบบซัตสึกิมากกกก ปลื้ม

  • โปสเตอร์

ขนาด B2 ใหญ่เบิ้ม นี่ถ้าเอาสี่แผ่นมารวมกันคือแปะเป็นวอลเปเปอร์ได้เลย

DSC03619-2

ขอสารภาพว่าตอนเห็นอาร์ทเวิร์คแผ่นนี้รู้สึกเฉยมาก ไม่ได้กรี๊ดกร๊าดฮือฮาอะไรเท่าไหร่ แต่พอมานั่งพินิจพิจารณาโปสเตอร์แล้วชอบมาก ประทับใจที่สีสวยมากกกกกกกกกกก ถ่ายรูปออกมาแล้วแสงมืดไปหน่อยเลยเก็บความสีสวยมาได้ไม่เต็มที่ แต่ของจริงสวยสดงดงามมากนะ ฮืออออออออ ขอบคุณอาจารย์คุราฮานะสำหรับอาร์ทเวิร์คงามๆ ค่ะ (;___;) จะขอเก็บโปสเตอร์และซีดีเหล่านี้ไว้เป็นสมบัติประจำตระกูลสืบไป

แอบซูมด้วยความลำเอียง

DSC03621-2

รอยยิ้มของคุณอิจิโนะเสะะะะะะะะะะะะะ♥♥♥

  • แพมเฟลตและบทหนัง

DSC03622-2

แพมเฟลตเล่มนี้ก็มีการแนะนำตัวละคร, สัมภาษณ์นักแสดง และอธิบายคำศัพท์เช่นเคย

DSC03623 DSC03632 DSC03633

ประทับใจในความทุ่มเทกับโปรเจคต์ตรงที่ดีไซน์หุ่นยนต์จริงจังมากนี่แหละ งานนี้คนดีไซน์หุ่นก็ใช่ว่าจะธรรมดานะ โยชิโอกะ ฮิเดสึงุซังที่ดีไซน์หุ่นนี่เป็นหนึ่งในคนดีไซน์ทรานสฟอร์เมอร์เลย คือเรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเมคานิคส์มาดีไซน์หุ่นซึ่งมีบทบาทแค่อยู่ในแพมเฟลต ในเว็บออฟฟิเชียล และโผล่ในพีวีแว้บๆ คือลงทุนมากกกกกกกก

จริงๆ แล้วเคยไปอ่านความเห็นใน 2ch ที่เมาท์เรื่องนี้กัน บางคนแขวะว่าแผ่นนี้เป็นแผ่นที่เห็นได้ชัดว่าออฟฟิเชียลตั้งใจทำน้อยกว่าแผ่นอื่น (ก็ไม่รู้ว่าเค้าเอาอะไรมาตัดสินว่าแผ่นไหนตั้งใจ แผ่นไหนไม่ตั้งใจ…) แต่ดูจากการใส่ใจดีไซน์ของหุ่นยนต์สำหรับภาพยนตร์ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นดราม่าซีดี (ซับซ้อนจัง) แบบนี้ แถมยังมีรายละเอียดอีกเยอะแยะทั้งไทม์ไลน์เหตุการณ์ในเรื่อง ศัพท์เฉพาะ ฯลฯ เราว่าความตั้งใจของทีมงานที่อยากสร้างโลกของภาพยนตร์เรื่องโพลาริสขึ้นมาก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าแผ่นอื่นๆ เลยนะ

ส่วนบทหนัง รู้สึกว่าอิจจี้กับเซชชี่ขยันจดโน้ตมาก จดกันแต่ละทียืดยาว เอาการเอางานดีมาก

DSC03627

DSC03630

ในขณะที่นัตจัง….. วาดรูปปิโยะจังเล่นจ้าาาา รู้สึกไอดอลค่ายนี้จะชอบวาดรูปกันเหลือเกิ๊นนนน

ประทับใจรูปปิโยะจัง vs คุณเพนกวิ้นเป็นพิเศษ รู้สึกนัตจังวาดเพนกวิ้นออกมาน่ารักกว่าคนดีไซน์เพนกวิ้นตัวจริงซะอีก 5555555

DSC03629

จบมุม unbox ต่อไปเป็นมุมเมาท์มอยเนื้อเรื่อง

อย่างที่บอกว่าแผ่นนี้เป็นแนวไซไฟอวกาศ เนื้อเรื่องมันเลยออกแนวอนิเมะแนวอวกาศธรรมด๊าธรรมดา ให้ฟีลเหมือนอนิเมะมากกว่าหนัง เป็นเรื่องราวของเหล่าไพลอตแห่งองค์กรพิทักษ์โลกที่ต้องขับหุ่นรบเพื่อปกป้องโลกจากสิ่งมีชีวิตต่างดาว แต่มันเป็นความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาตรงที่ไม่นึกว่าจะได้พบเจออะไรแบบนี้ในโลกของอุตะปุรินี่แหละ

งานนี้อิจิโนะเสะ โทคิยะรับบทเป็นโทคิยะ อิจิโนะเสะ (ซึ่งไม่ได้เอาชื่อนามสกุลมาสลับที่กันนะ จริงๆ ก็ชื่อเดิมนั่นแหละ แต่ปกติพวกอนิเมะแนวนี้จะเรียกชื่อตัวละครด้วยชื่อ-นามสกุลแบบสากล) โทคิยะคนนี้เป็นเอสไพลอตยอดฝีมือผู้แสนเย็นชาที่พาสชั้นไปเข้าเรียนมหาลัยดังตั้งแต่อายุสิบขวบ พออายุสิบห้าก็จบด็อกเตอร์ กลายเป็นไพลอตระดับท็อปคลาส พ่อเป็นถึงผู้บัญชาการทหารในหน่วยพิทักษ์โลก เป็นตัวละครที่โปรไฟล์เวอร์วังอลังการม๊ากกกกกก ขี้โกงงงงงงง

นัตจังรับบทเป็นนัตสึกิ ชิโนมิยะ ไพลอตอัจฉริยะอีกคน ส่วนเซชชี่รับบทเป็นเซซิล ไอจิมะไพลอตฝีมือดีที่ชอบโดดฝึกซ้อมแต่เป็นคนเฮฮาร่าเริง เป็นมู้ดเมกเกอร์ประจำทีม ซึ่งนอกจากสามคนนี้แล้วยังมีตัวละครหลักอีกคนคือสาวน้อยอัจฉริยะ (เป็นภาพยนตร์ไซไฟที่มีอัจฉริยะเกร่อมาก…) ที่ได้รับเลือกให้เป็นไพลอตคนใหม่จึงต้องเข้ามาฝึกซ้อมรบในทีมเดียวกับหนุ่มๆ ทั้งสาม สาวน้อยคนนี้เป็นเสมือนนางเอกกลายๆ แต่ดันไม่มีแม้แต่ชื่อด้วยซ้ำ เธอคนนี้โดนเรียกว่า 候補生 (อารมณ์ประมาณเด็กฝึก?) ตลอดทั้งเรื่อง

 

 

*ต่อไปนี้มีสปอยล์*

 

 

※ เพื่อไม่ให้สับสน ในที่นี้โทคิยะ นัตสึกิ เซซิล= ชื่อตัวละครในเรื่องโพลาริส ส่วนอิจจี้ นัตจัง เซชชี่=นักแสดงนำ

 

 

โพลาริสแทรคแรกดำเนินเรื่องอย่างเรื่อยๆ เอื่อยๆ นางเอกโดนองค์กรพิทักษ์โลกที่ชื่อไชน์นิ่งยูนิเวิร์สจับมาฝึกเป็นนักบิน จับเข้าทีมเดียวกับโทคิยะ นัตสึกิ และเซซิล ซึ่งแทรคแรกนางเอกก็จะได้ไปทำความรู้จักกับแต่ละคนและสัมผัสบรรยากาศของทีมนี้

ช่วงแรกๆ ไพลอตโทคิยะ อิจิโนะเสะเย็นชามากกกกกก เจอหน้านางเอกครั้งแรกก็ด่านางเอกว่าทำหน้าโง้โง่กันเลย พอนางเอกรู้ว่าได้อยู่ทีมเดียวกันเลยจะขอเชคแฮนด์ อีตาโทคิยะ อิจิโนะเสะก็ปัดมือทิ้งแล้วบอกว่าไม่จำเป็นต้องมาทำตัวเป็นพวกเดียวกันหรอก มันไร้สาระ โอยยยย ทำตัวน่าถีบเหมือนอิจจี้ในเกมภาคแรกสมัยเริ่มเกมใหม่ๆ เป๊ะะะะ!!

แต่จริงๆ แล้วไพลอตคนนี้มีความน่ารักตรงที่เป็นเด็กติดพ่อ ชื่นชมพ่อที่เป็นผู้บัญชาการทหารมากถึงได้อยากมาเป็นไพลอตเพื่อให้พ่อยอมรับ ฮุ้ยยยย ที่ดูว่าผมหยิ่ง ที่จริงผมติดพ่อนะครับบบบบ

ในขณะที่โทคิยะ อิจิโนะเสะทำตัวน่าเตะตั้งแต่ฉากแรกที่พบ ฉากปรากฏตัวของนัตสึกิตรงข้ามเลย โอโตเมะมากกกกกก นางเอกกับนัตสึกิบังเอิญเดินชนกัน ทักทายทำความรู้จักกันอย่างเป็นมิตรท่ามกลางเพลงประกอบละมุนละไม ส่วนเซซิลปรากฏตัวสมกับเป็นเซซิล คือโผล่มาจากบนต้นไม้เพราะกำลังนอนกลางวันอยู่บนนั้นพอดี (…เอานิสัยนักแสดงมาใส่ในหนังอีกแล้วนะ!) ช่วงที่ฟังแทรคแรกเอ็นดูนัตสึกิกับเซซิลมาก ส่วนโทคิยะ อิจิโนะเสะโผล่มาทีไรหมั่นไส้ตลอดดดดด

ด้วยความที่โทคิยะ อิจิโนะเสะเป็นเอสไพลอตผู้แสนเย็นชา ไม่ต้องการเพื่อน หยิ่งในศักดิ์ศรี ทำให้บรรยากาศในทีมนี้ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ ทะเลาะกันตลอดเวลา สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่โทคิยะชอบพูดจาจิกกัดคนอื่น นิสัยเสีย ปากเสีย คือพูดออกมาแต่ละประโยคคนฟังอยากทะลุซีดีเข้าไปตบกะโหลกมากๆ (แต่ไอ้นิสัยชอบทำตัวโดดเดี่ยวไม่ยุ่งกับใครนี่มันจะไม่เซ็ตสึนะ F เซเอย์ไปหน่อยเหรอ… เสียงก็เป๊ะเลย)

ขนาดนักแสดงนำยังออกปากเองเลยนะว่าโทคิยะ อิจิโนะเสะเป็นเด็กมีปัญหา

ตัวอย่างเหตุการณ์น่าตบกะโหลกก็เช่น ตอนที่ทีมกินข้าวด้วยกัน หนุ่มๆ ทั้งสามไม่มีใครพูดอะไรสักคำ นางเอกเลยทักว่าไม่เงียบไปหน่อยเหรอคะ มาเมาท์กันมั้ยจะได้สนุกๆ โทคิยะเลยตอบว่าเงียบแล้วผิดตรงไหนไม่ทราบ? ที่มาเจอหน้าก็เพราะมันเป็นกฎหรอกนะ ไม่งั้นไม่มาอยู่ในที่พรรค์นี้หรอก เป็นต้น (ดูค่ะดู ความหยิ่งนี้คืออออ???? แค่ร่วมโต๊ะกินข้าวกับเพื่อนร่วมทีมยังอิดออด????)

แต่ถึงจะเย็นชาปั้นปึ่งแค่ไหน โทคิยะก็ยังมีความใส่ใจเพื่อนร่วมทีมอยู่บ้าง อย่างเวลาฝึกซ้อมกัน โทคิยะก็จะคิดเมนูการฝึกที่เข้ากับความสามารถมาให้ทุกคนทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ใช่หัวหน้าทีมแต่อย่างใด (ซึ่งอิจจี้เขียนโน้ตไว้ในบทว่าสงสัยจะทำเพราะอยากแสดงให้เห็นความเหนือกว่า โอย วิเคราะห์ซะโทคิยะ อิจิโนะเสะดูนิสัยเสียกว่าเดิมอีก 5555555555) จุดนี้เราว่าโทคิยะ อิจิโนะเสะอารมณ์เหมือนเป็นครูฝึกโหดๆ รวมร่างกับคุณแม่เฮี้ยบๆ ที่ถึงแม้จะชอบดุด่าแต่ก็ทำไปเพราะหวังดีลึกๆ (นี่เราพยายามคิดเข้าข้างมากกว่าที่นักแสดงนำคิดอีกนะเออ!) 

ขำที่ในบทสัมภาษณ์อิจจี้บอกว่าโทคิยะ อิจิโนะเสะเป็นคนที่ยึดติดกับเรื่องของตัวเองมากเกินไปจนมองไม่เห็นรอบข้าง เล่นบทนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วงตัวละครนี้ …โถ พ่อคุณ 555555555 ถึงในเรื่องจะนิสัยเสีย แต่ตัวจริง (ซึ่งไม่มีอยู่จริง) เป็นคนอ่อนโยนใจดีนะเออ! ขนาดเซชชี่ยังบอกเลยว่าทุกครั้งที่ถ่ายแต่ละฉากจบ อิจจี้จะบอกว่า “ขอโทษที่เย็นชา” ด้วย แออออออออ คุณอิจิโนะเสะะะะะ

นอกจากอิจจี้ขอโทษแล้ว ในแคสท์คอมเมนต์ซีดีที่ให้มาโม คิโชซัง กับโทริซังมาพูดความรู้สึก มาโมก็พูดเหมือนกันว่า อาจจะเย็นชาไปหน่อย ขอโทษด้วยนะครับ แหม๊ น่ารักทั้งคนข้างนอกคนข้างในเลยนะ (*´∀`*)

หลังจากแผ่นแรกทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา พอเข้าแทรคที่สองจะเริ่มไซไฟมากขึ้นหน่อย พอถึงฉากฝึกซ้อมรบเป็นทีมแล้วบทสนทนาจะเต็มไปด้วยศัพท์แนวไซไฟ แต่เป็นไซไฟที่แฝงด้วยความติ๊งต๊องสไตล์อุตะปุริ อย่างเช่นขณะที่การฝึกซ้อมใช้ท่าไม้ตายร่วมกันสี่คนไปได้ไม่สวยนัก เซซิลก็บอกว่างั้นมาตะโกนชื่อท่าไม้ตายพร้อมกันเถอะ เพราะเห็นในอนิเมะใช้ท่าไม้ตายกันทีไรตะโกนชื่อทุกที ว่าแล้วทุกคนก็ตะโกนพร้อมกันว่า อาร์มซิมโฟนี่!!!! ……ติ๊งต๊องมั้ยล่ะ………..

แต่! ถึงจะทะเลาะกันมาตลอดเรื่อง ตอนหลังบทจะดีกันก็ดีกันง่ายมากกกกกกกกกกกก ง่ายเกินไปจนตกใจ คือตอนท้ายๆ ทีมนี้จะเกิดปัญหาว่าซิงโครท่าไม้ตายยังไงก็ได้แค่ 99% ไม่ได้ 100% ซะที โทคิยะเลยบอกว่าเขาลือกันให้แซ่ดว่าเซซิลมีสายเลือดของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่เป็นศัตรูอยู่ นั่นคงเป็นเหตุผลที่ขาดไป 1% ซึ่งเซซิลก็ยอมรับว่าเป็นความจริง (แต่เซซิลในเรื่องนี้เป็นเด็กดีกว่าไพลอตโทคิยะมากนะบอกเลย /เบ้ปากแรง) โทคิยะเลยหันไปถามนัตสึกิว่านัตสึกิเชื่อใจเซซิลได้เหรอ นัตสึกิตอบว่าไม่เชื่อเพราะไม่เคยเชื่อใจใครเลย คราวนี้โทคิยะเลยโกรธที่นัตสึกิไม่เชื่อใจตัวเอง ว่าแล้วก็ลุกมาทะเลาะกันจนนางเอกที่เข้ามาห้ามโดนผลักกระเด็น

สุดท้ายพอนางเอกลุกขึ้นมาบอกว่า ถ้าพวกเราไม่ปกป้องโลกแล้วใครจะปกป้องคะ! มีแต่พวกเราที่ทำได้นะคะ! ทุกคนก็คิดได้และเลิกทะเลาะกัน หันมาจับมือกันต่อสู้เพื่อปกป้องโลก จนอัตราการซิงโครกลายเป็น 100% ได้ในที่สุด คือทุกอย่างจบลงง่ายมาก ในฐานะคนที่ลุ้นมาตลอดว่าตอนหลังจะดีกันได้ยังไงพอเจอฉากนี้เข้าไปแทบตกเก้าอี้เพราะความเล่นง่าย

ถึงจะชื่นชมทีมงานในแง่การวางรายละเอียดเซตติ้งของเรื่อง (น่าจะเป็นแผ่นที่วางเซตติ้งละเอียดที่สุดในโปรเจคต์แล้ว) แต่การดำเนินเรื่องตกม้าตายไปหน่อยนะ หักคะแนนตรงนี้

นอกจากนั้นคนไม่ชินกับแนวนี้อาจจะมึนๆ ได้ เพราะศัพท์เฉพาะเยอะมากกกกกกก คือนอกจากพวกศัพท์เทคนิคแนวไซไฟแล้วยังมีพวกชื่อเฉพาะทั้งหลายแหล่ด้วย ก่อนฟังแผ่นนี้เรานั่งอ่านแพมเฟลตเพื่อทำความเข้าใจเซตติ้งเรื่องแล้วนะ แต่ระหว่างฟังยังต้องกดพอสไปเปิดแพมเฟลตเช็กศัพท์เฉพาะและไทม์ไลน์เรื่องเป็นระยะๆ อยู่ดี เราว่าแผ่นนี้น่าจะฟังยากที่สุดในสี่แผ่น และเป็นสตอรี่ที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ยากกว่าแผ่นอื่นหน่อย

อย่างไรก็ตาม แม้ในเรื่องโพลาริสจะเขียนบทมาว่าทีมเวิร์คห่วยแตก ชอบตบตีกันเอง แต่นักแสดงในความเป็นจริง (อนึ่ง ความเป็นจริงนี้อยู่ในโลกสองมิติ) ทีมเวิร์คดีงามมากกกกกกกกก ทีมนี้คุยกันในบล็อกและทวิตเตอร์มุ้งมิ้งน่ารักมาก แอออออออ อิจจี้ดูเป็นหม่าม้าผู้ใจดี สอนนัตจังใช้สมาร์ตโฟนบ้าง เตือนเซชชี่ให้นอนเร็วบ้าง ฮุ้ยยย คิวววววววททททท์ (≧ω≦)(≧ω≦)(≧ω≦) ถึงด้านบนจะเขียนแซะไพลอตโทคิยะไปเยอะมาก แต่ไอดอลโทคิยะยังเป็นโทคิยะคนเดิมในสายตาเราเสมอนะะะะะะ (โทคิยะคนเดิมในสายตาเราคือดูเหมือนใจดีแต่ที่จริงหื่นเงียบ…)

โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกเฉยๆ กับแทรคดราม่าของโพลาริส แต่ชอบสตอรี่เบื้องหลังที่อยู่ในทวิตเตอร์ บล็อก และบทสัมภาษณ์มากกกกกกกกกก จุดที่ชอบที่สุดในแผ่นนี้คงเป็นแก๊ประหว่างเรื่องราวในภาพยนตร์กับเรื่องราวเบื้องหลังนี่แหละ มันต่างกันเยอะมากกกกก ในเบื้องหลังทุกคนในทีมนี้น่ารักมากจริงๆ ฮือออออออออ เวลาอ่านเด็กๆ พวกนี้คุยกันแล้วรู้สึกจิตใจได้รับการเยียวยา อบอุ่นมาก (*´ェ`*)

สิ่งนึงที่ชอบในโปรเจคต์เธียเตอร์ไชน์นิ่ง (และเกคิดันไชน์นิ่งด้วย) ก็คือมันมีสตอรี่มากกว่าที่อยู่ในซีดี แถมสตอรี่เบื้องหลังที่อยู่ในทวิตเตอร์ บล็อก และบทสัมภาษณ์ก็โคตรเรียลจนน่ากลัว

ตัวอย่างความเรียลที่น่ากลัวมาก: ไอดีการ์ดของเซชชี่

เป็นต้น คือบางทีสต๊าฟอุตะปุริก็ทุ่มเทกับทวิตเตอร์และบล็อกมากจนน่าพรั่นพรึง อย่างตอนรันมารุเขียนบล็อกก็ถ่ายรูปอาหารที่รันมารุทำมาลงบล็อกรัวๆ อะไรแบบนั้น

ส่วนเพลงโพลาริส พูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกับเพลงเพราะฟังทีไรก็นึกถึงตอนฟังเพลงนี้ในปุริไลฟ์ตลอดเลย ฮืออออออออออ เมื่อไหร่แผ่นไลฟ์จะออกกกกกกกกกกกกกกก (;____;)

โดยสรุปแล้วหลังจากเธียเตอร์ไชน์นิ่งออกมาครบสี่แผ่น แผ่นที่เราชอบเนื้อเรื่องที่สุดคือ BLOODY SHADOWS นะ ประทับใจบทพูดเรื่องนี้มากจริงๆ และเป็นแผ่นที่เราคิดว่าทำได้ดีที่สุดด้วย แต่แผ่นที่ชอบภาพรวมมากที่สุดเป็นการส่วนตัว ทั้งแทรคดราม่า เพลง คอนเซปท์ อาร์ทเวิร์ค BGM ฯลฯ คือ Pirates of the Frontier สมมติว่าเลือกซื้อแผ่นใดแผ่นหนึ่งได้แค่แผ่นเดียวเราก็คงเลือกโจรสลัดโดยไม่ลังเล ( ̄∇ ̄)

ไม่รู้ว่าถัดจากโปรเจคต์ละครเวทีและภาพยนตร์แล้วจะยังมีโปรเจคต์ทำนองนี้ออกมาอีกรึเปล่า อยากให้ทำต่อไปเรื่อยๆ นะ ฮือออออออ เกคิดันไชน์นิ่งและเธียเตอร์ไชน์นิ่งเป็นโปรเจคต์ที่ดีงามทรงคุณค่ามากจริงๆ

รักอุตะปุริจัง♥♥♥

うたの☆プリンスさまっ♪ マジLOVEレボリューションズ x animate cafe

ในทริปดูปุริไลฟ์ล่าสุด นอกจากจะไปดูไลฟ์แล้วยังได้ไปทำกิจกรรมติ่งอุตะปุริมาอีกอย่าง นั่นก็คือ เข้าอนิเมทคาเฟ่!

อนิเมทคาเฟ่ x อุตะปุริรอบนี้จัดมาตั้งแต่เดือนธันวาโน่น พอเห็นว่าจัดยาวมาถึงปลายมกราก็เลยสมัครไปรัวๆ รวมแล้วสมัครไปทั้งหมดห้ารอบ แต่ได้มาแค่รอบเดียว… ซึ่งก็ยังดีกว่าไม่ได้เลยแหละเนอะ TvT

รอบที่ได้มาคือรอบ 11:00-12:30 ของวันที่ 14 เป็นรอบเช้าสุดของวันนั้น พอตื่นแล้วก็เลยพุ่งไปที่อิเคะบุคุโระก่อนเลย ถือซะว่าเป็นมื้อเช้า (แต่สำหรับคนอื่นคงถือเป็นมื้อเที่ยงกันสินะ…)

คราวนี้ต้องไปที่คาเฟ่ตรงอนิเมทที่อยู่ตรงข้ามซันไชน์ซิตี้ หัวมุมโอโตเมะโร้ด เพิ่งเคยไปกินที่สาขานี้ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เคยไปแต่ที่อิเคะบุคุโระสาขาสองกับที่อากิบะ พอไปสาขาที่ไม่เคยไปแล้วแอบตื่นเต้นนิดนึง แถมไปคนเดียวอีกต่างหาก ไม่รู้จะตื่นเต้นไปทำไม ที่จริงมันก็อารมณ์เหมือนเข้าร้านอาหารนั่นแหละ 55555555

สาขานี้หาง่าย ไม่มีหลงแน่นอน ข้ามถนนไปตรงโอโตเมะโร้ดก็เจอแล้ว

DSC03117

ตรงประตูที่เป็นทางเข้าลิฟต์สำหรับขึ้นไปชั้นคาเฟ่จะมีป้ายบอกด้วยว่าตอนนี้จัดคาเฟ่อะไรอยู่

DSC03119

เราไปถึงก่อนสิบเอ็ดโมงนิดหน่อย รอสักพักสต๊าฟจะมาเรียกคนที่จะเข้าคาเฟ่ให้ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน พอขึ้นไปถึงก็ต้องต่อคิวหน้าร้านกันอีกแป๊บนึง รอให้สต๊าฟมาเช็กชื่อทีละคน แล้วสักพักสต๊าฟถึงจะค่อยๆ ต้อนปริ๊นเซสเข้าร้าน

หน้าร้านก็มีป้ายต้อนรับนะ ฮริ้งงงงง น่ารักกกกก (*´ω`*)

DSC03120

พอเข้าไปแล้วก็ต้องลุ้นว่าพนักงานจะพาเราไปนั่งโต๊ะตัวละครตัวไหน ในใจก็ไม่ได้หวังว่าจะได้โต๊ะคุณอิจิโนะเสะหรอก แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้จริงๆ (T∇T)

ได้โต๊ะเซชชี่ซึ่งเป็นคนที่เราสุ่มของเจอบ่อยมาก สวัสดีเซชชี่ เจอกันอีกแล้ว

DSC03121

DSC03123

แต่ไม่เป็นไรเพราะตรงโต๊ะเรามีคุณอิจิโนะเสะอยู่ข้างหลัง

DSC03125

แต่เราดันนั่งหันหลังให้คุณอิจิโนะเสะซะงั้น ก๊ากกกก ที่จริงถ้านั่งอีกด้านก็จะได้กินข้าวไปดูหน้าคุณอิจิโนะเสะไป แต่พอนั่งด้านในแบบหันหลังให้คุณอิจิโนะเสะแล้วมันเห็นบรรยากาศร้านทั่วถึงกว่าอ้ะ

นั่งที่โต๊ะเรียบร้อยพนักงานก็จะถามว่าเคยเข้าอนิเมทคาเฟ่มั้ย พอตอบว่าเคย พนักงานก็จะไม่ยุ่งอะไรมาก บอกแค่ว่าจะสั่งอาหารก็เรียกนะคะ แล้วก็หายไป บ๊ายบาย

เมนูมีอาหารกับของหวานของไอดอลทั้ง 11 คน กับน้ำอีก 11 อย่าง

DSC03152

ในเมื่อคาเฟ่นี้มีเวลาให้นั่ง 90 นาที ตอนแรกเลยกะว่าจะสั่งของคาวอย่างนึง ของหวานอย่างนึง แล้วก็น้ำแก้วนึง ซึ่งตอนแรกสั่งคาเรอุด้งของโอโตยะ กับน้ำ SECRET LOVER ของโทคิยะมาคู่กันก่อน สั่งเป็นคู่ที่ชอบแบบนี้ก๊าวดีจัง แฮ่ (〃ω〃)

DSC03127

DSC03122

คาเรอุด้งของโอโตยันอร่อยมั่กกกกกกกกกกกกกก (≧∀≦) บอกตามตรงตอนดูในเมนูรู้สึกมันไม่น่ากินเลย แต่พอของจริงออกมาแล้วดูดีกว่าในเมนูมากกกกก แต่เราเป็นคนชอบกินคาเรอุด้งอยู่แล้ว เกิดมายังไม่เคยเจอใครทำคาเรอุด้งไม่อร่อยเลย ฮาาาา

ส่วนเครื่องดื่มโทคิยะเป็นน้ำอาเซโรล่า+บลูไซรัป+ไอติมเบอร์รี่ รสชาติก็หวานๆ ปนเปรี้ยวนิดๆ ไม่ประทับใจเป็นพิเศษ

พอกินแกงกะหรี่หมดแล้วก็ได้เวลาสั่งของหวาน สั่งพาร์เฟ่ต์ของคามิวไป

DSC03143

พาร์เฟ่ต์คามิวอร่อยยยยยยยยยยยยยยย (≧ω≦)(≧ω≦)

สั่งของคามิวมาเพราะหน้าตามันดูน่าอร่อยที่สุดในบรรดาเมนูของหวาน ไม่เกี่ยวกับความชอบตัวละครแต่อย่างใด แล้วก็พบว่ารสชาติไม่หักหลัง ไอติมที่อยู่ชั้นบนสุดอร่อยมวากกกกกกกกกกกก แต่พอตักลงไปเรื่อยๆ ถึงชั้นล่างสุดแล้วมันจะมีกับดัก คือชั้นล่างสุดจะเป็นคอนเฟล็กกับนมข้นหวานจำนวนมาก เผอิญไม่ได้เตรียมใจว่าชั้นล่างจะต้องเจอนมข้นหวานปริมาณมหาศาลขนาดนั้น (ที่จริงมันมีเขียนบอกส่วนประกอบในเมนูตั้งแต่แรกแล้วนะ แต่ตอนสั่งดันไม่อ่านเองไง…) ตอนตักไปถึงชั้นล่างสุดเลยเผลอสะดุ้งความหวานเล็กน้อย

แต่อันที่จริงใส่นมข้นหวานเยอะขนาดนั้นก็สมเป็นเมนูของคามิวดีนะ ประทับใจตรงจุดนี้ ฮาา

กินไปกินมา ทีนี้ดันเกิดความคิดขึ้นมาว่าไหนๆ ก็มาแล้ว แถมได้มาครั้งเดียวอีกต่างหาก อยากกินหลายๆ อย่างจัง แต่จะกินของคาวหวานอีกคงหนักไป ว่าแล้วก็สั่งเครื่องดื่มโชจังมาอีกแก้ว

DSC03139

เครื่องดื่มโชจังเป็นนมสตรอว์เบอร์รี่ รสชาติน้มนมมมมมม ส่วนเกล็ดๆ ด้านบนวิปครีมนั่นเป็นขนมเป๊าะแป๊ะ แบบที่กินเข้าไปแล้วมันจะดังเป๊าะแป๊ะๆๆ ในปาก เป็นเครื่องดื่มที่เด็กเอ๋ยเด็กน้อยมากๆ พอคิดว่าเป็นเครื่องดื่มโชจังแล้วน่าร้ากกกกกกกก (*´∀`*)

กินมาตั้งสี่อย่าง ควรจะอิ่มได้แล้ว แต่ตอนที่ต่อแถวจ่ายเงินซื้อของในร้าน พนักงานเดินมาถามถึงที่ว่าลาสท์ออเดอร์แล้วนะ จะสั่งอะไรอีกมั้ยคะ? เราดันเกิดความเสียดายอาลัยอาวรณ์ว่าจะไม่ได้มากินสิ่งเหล่านี้อีก ว่าแล้วก็หยิบเมนูตรงโต๊ะที่ใกล้ที่สุดขึ้นมา แล้วสั่งเครื่องดื่มคามิวมาอย่างงงๆ

DSC03148

ที่จริงวันนั้นเป็นหวัดและเจ็บคออยู่ เลยคิดว่าสั่งของร้อนๆ ปิดท้ายน่าจะดี (ทีตอนสั่งเครื่องดื่มเย็นก่อนหน้านั้นสองแก้วและพาร์เฟ่ต์อีกหนึ่งไม่เห็นจะสนใจสุขภาพ) เครื่องดื่มร้อนมีให้เลือกน้อยกว่าเครื่องดื่มเย็น สุดท้ายก็เลือกสั่งของคามิวเพราะสีน่ารักที่สุด (เหตุผล……)

แปลกใจนิดหน่อยที่เครื่องดื่มของคามิวเป็นเครื่องดื่มร้อน เพราะคามิวเป็นตัวละครจากประเทศหนาวเย็น และตัวคามิวเองก็มีอิมเมจของความเย็นรุนแรงมาก ขนาดชื่ออีกชื่อนึงของคามิวยังสื่อถึงความเย็นเลย แต่เครื่องดื่มกลับเป็นเครื่องดื่มร้อน ทำไมล่ะ…? (แต่จริงๆ แล้วอาจไม่มีเหตุผลอะไรเลย คือบางทีการคิดเมนูมันอาจจะไม่ต้องเกี่ยวโยงกับตัวละครลึกซึ้งขนาดนั้นก็ได้มั้ย?)

ฮอทมิลค์ไม่หวานน่าตกใจเหมือนพาร์เฟ่ต์ แต่ก็ยังหวานอยู่ดีเพราะมีไวท์ช็อกโกแลตด้วย ดีนะที่เป็นคนชอบกินหวานอยู่แล้ว เลยปลื้มเมนูคามิวทั้งสองเมนูที่สั่งมา อาหย่อยยยยย (*’-‘*)(*’-‘*)

เป็นอันว่าไปคนเดียวสั่งมากินห้าอย่าง…….. ตอนไปกับเพื่อนยังไม่เคยสั่งเยอะเท่านี้เลย ฮาาา

พอสั่งอาหารหรือของหวานแต่ละอย่างแล้วจะได้ของแถมเป็นบุ๊กมาร์กด้วย มีสี่ลาย แจกแบบสุ่ม เปิดมาอันแรกก็ได้ลาย ROT เลย กรี๊ดมากกกกกกกก ส่วนอีกลายเป็นอนโซชิ แออออออออ ดีใจอีกเช่นกัน เพราะเวลาจัดยูนิตแบบนี้ เราชอบสองทีมนี้ที่สุดแล้ว (≧ω≦)

DSC03144

ของแถมจากเครื่องดื่มเป็นที่รองแก้วรูปดาว แต่อันนี้ไม่แรนด้อมแล้ว สั่งเครื่องดื่มตัวละครไหนก็จะได้ตัวละครนั้นมาครอบครอง ชอบหลักการนี้มากกว่าแบบสุ่มเยอะเลย ฮืออออ

DSC03149

พอออกจากร้านมาแล้วเสียดายนิดๆ ที่ไม่ได้สั่งเครื่องดื่มเร็น ทั้งๆ ที่ของเร็นก็เป็นเครื่องดื่มร้อนเหมือนกัน ไม่งั้นจะได้ที่รองแก้วเอสคลาสครบสามคนแล้ว ว้า (´・_・`)

แต่ช่างเถอะ เพราะฮอทมิลค์ของคามิวน่าจะถูกปากเรามากกว่าน้ำที่มีทั้งรสแอปริคอตกับซินนาม่อนของเร็นแน่ๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ

ระหว่างรอให้อาหารแต่ละอย่างมาเสิร์ฟก็เดินถ่ายรูปเล่นรอบร้านไปพลางๆ

DSC03134

DSC03132

DSC03129

DSC03130

DSC03131

↑ ช็อตนี้ตั้งใจยืนรอให้ท่านฮายาโตะโผล่มาแล้วค่อยกดชัตเตอร์เชียวนะ!

เดินวนรอบร้านแล้วเห็นโต๊ะโทคิยะว่างเต็มเลย แงงงงงงงง สงวนไว้ทำไมมมมม สต๊าฟกลัวคุณอิจิโนะเสะงดงามเกินไปจนคนนั่งเห็นแล้วกินข้าวไม่ลงหรืออย่างไรรรรร (;___;)

DSC03128 DSC03135

เก็บภาพโต๊ะว่างอื่นๆ มานิดหน่อย ทำไมมีแต่โต๊ะเอสคลาสว่าง……..

DSC03153

DSC03154

เรย์จังก็ว่างงงงง แออออออออออ กรี๊ดโต๊ะนี้มากเพราะฉากที่ตัดมาแปะโต๊ะเป็นฉากที่ชอบ ฮึ่ยยยย ทำท่า Bang! ใส่แบบนั้นคิดว่าหล่อมากหราาาาาาาา /หล่อค่ะ ยอม

DSC03138

ส่วนมุมขายของที่สาขานี้เป็นมุมเล็กๆ ดูเหมือนจะมีของไม่เยอะ แต่ถ้าประมาทน่าจะเจ็บตัวเยอะอยู่ เพราะของที่ขายเฉพาะในคาเฟ่มันน่ารักเหลือเกิน ฮือออออออออออออออ

DSC03147

แต่เราฟาดอาหารไปเยอะแล้วเลยรู้สึกผิดต่อกระเป๋าสตางค์จนไม่ได้ซื้อของมากเท่าไหร่ บวกกับต้องเก็บเงินไว้ถลุงกับการซื้อของหน้าคอนอีก สิ่งที่ซื้อมามีแค่พวงกุญแจมาสามอัน เป็นแบบสุ่ม กะว่าตัวละครมีตั้ง 11 ตัวคงไม่ได้ซ้ำง่ายๆ มั้ง ซื้อแค่สามอันเอง

ปรากฏว่าได้รันรันมาหนึ่ง เรย์จังอีกสอง……….

DSC03151

แต่เอาเรย์จังไปแลกกับโอโตยันมาแล้วแหละ ฮิๆๆๆๆ

ตอนนี้เลยเสียดายว่าถ้ามีโทคิยะอีกคนจะมี ROT ครบทีม วันอื่นๆ ลองไปหาตามร้านขายของมือสองแต่ก็หาไม่เจอ ฮือ (;___;)

และด้วยความที่เป็นคนคล้อยตามง่าย พอเห็นคนอื่นกดกาชาปองกันรัวๆ แล้วก็อยากกดบ้าง สิ่งที่อยู่ในตู้กาชาปองคือเข็มกลัดแบบสุ่ม ว่าแล้วก็ลองกดเล่นๆ มาอันนึง

เจอเรย์จังอีกแล้วจ้าาาาาาา โยโรชิคุมัจโจะโจะ!!

SONY DSC

สรุปวันนี้สุ่มได้เรย์จังทุกสิ่งอย่าง ทั้งพวงกุญแจ เข็มกลัด และบุ๊กมาร์ก (ซึ่งอย่างหลังสุดนี่มีโทคิและโอโตะด้วย เริ่ดดดดด) นี่ถ้าได้โต๊ะเรย์จังด้วยคงเริ่มหลอน 555555555

อุตะปุริ x อนิเมทคาเฟ่เป็นคาเฟ่ที่อิ่มเอมมาก อิ่มใจและอิ่มท้องสุดๆ (สมควรอิ่มแมะ กินไปห้าอย่าง คนเดียว ฟาดเกลี้ยงทุกอย่าง……..) แต่รู้สึกว่าบรรยากาศในคาเฟ่เป็นไปอย่างเนือยๆ ไม่ค่อยมีกิจกรรมเดินแลกของระหว่างโต๊ะเท่าไหร่ ตอนที่สต๊าฟบอกว่าให้ถ่ายรูปได้ก็ไม่ค่อยมีคนเดินไปถ่ายรูปด้วยความกระตือรือร้นมากมายอะไร ทุกคนนั่งกินอย่างสงบอยู่ที่โต๊ะตัวเอง ในบรรดาอนิเมทคาเฟ่ที่เคยไป ไม่มีครั้งไหนที่บรรยากาศแอคทีฟเท่าคาเฟ่โทเค็นรัมบุแล้ว ขนาดไม่เคยเล่นยังพลอยคึกคักไปด้วย ฮาาา

แต่คาเฟ่นี้ก็อาหารอร่อยกว่าที่คิดนะ ตอนแรกไม่ค่อยคาดหวังกับอาหารเท่าไหร่ ปรากฏว่าพึงพอใจกับอาหารและน้ำทุกอย่างที่สั่งมาจนอยากไปอีกสักรอบจะได้ลองกินอย่างอื่นที่ยังไม่ได้ลองด้วย แต่วันอื่นๆ ในทริปดันไม่มีเวลาไปเฝ้าหน้าร้านรอรับบัตรคิว (กรณีที่ในวันนั้นๆ มีที่ว่าง) สุดท้ายเลยได้เข้าแค่รอบเดียวนี่แหละ T_T

เอาไว้ซีซั่นใหม่ฉายแล้วจัดคาเฟ่อุตะปุริให้เราอีกนะอนิเมทขาาา โอเนไงชิมัส m(_ _)m

UTAPRI♪ MAJI LOVELIVE 5th STAGE: ไลฟ์รีพอร์ท

คราวที่แล้วเล่าเรื่องก่อนคอนเสิร์ตยืดยาว มีแต่น้ำล้วนๆ…. คราวนี้มาเล่าเรื่องวันคอนเสิร์ตวันจริงบ้าง

ปุริไลฟ์คราวนี้มีสองรอบ สองวัน คือรอบวันที่ 16 กับวันที่ 17 มกรา ตั๋วที่เราได้มาเป็นรอบวันที่ 16 ที่นั่งเลเวล 400 อันแสนไกล

SONY DSC

บนตั๋วจะมีชื่อเราเขียนเอาไว้ด้วย เวลาตรวจตั๋วจะมีสต๊าฟคอยขอดูบัตรประจำตัว ในเว็บจะบอกไว้เลยว่าใช้บัตรอะไรได้บ้าง ซึ่งต่างชาติอย่างเราก็ใช้พาสปอร์ตนั่นแหละ ชัวร์สุด

ตอนออกจากห้องเช็กตั๋วกับพาสปอร์ตหลายรอบมากด้วยความหวาดระแวง พอแน่ใจว่าไม่ลืมอะไรแล้ว แต่งตัวคุมโทนสีม่วงพร้อม ห้อยสแต็ปคุณอิจิโนะเสะพร้อม แท่งไฟพร้อมเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลานั่งรถไฟไปสถานีไซตามะชินโตะชิน

คราวนี้ไม่ค่อยเจอปริ๊นเซสระหว่างทางเหมือนตอนไปซื้อของ เจออยู่ไม่กี่คน คงเพราะตอนเราออกจากห้องก็เกือบๆ บ่ายสองแล้ว และวันนั้นเปิดให้เข้าอารีน่าได้ตั้งแต่บ่ายสาม แต่กว่าจะเริ่มแสดงจริงก็ห้าโมงนู่น เราเลยไม่รีบร้อนเท่าไหร่

ไปถึงอารีน่าตอนบ่ายสามนิดๆ ออกจากสถานีแล้วตกใจปริมาณคน คนเยอะมากกกกกกกกกกกก ที่สถานีมีคนต่อแถวเข้าห้องน้ำหลายสิบ ไม่รู้ว่าต่อแถวเปลี่ยนชุดเป็นชุดดูคอนเสิร์ตหรือแค่ต่อแถวเข้าห้องน้ำกันเฉยๆ พอออกมาแล้วเดินไปทางอารีน่าก็เจอปริ๊นเซสหลากหลายรูปแบบ มีทั้งคนที่แต่งตัวปกติธรรมดาแบบเกือบดูไม่ออกแล้วว่ามาดูคอนเสิร์ต (แต่ก็ยังแผ่ออร่าบางอย่างให้ดูออก) และคนที่แต่งตัวหลุดโลกแบบเลดี้กาก้ามาเห็นยังต้องก้มกราบ กลุ่มนึงที่เราประทับใจมากคือใส่ชุดแนวโจรสลัดมาเลย! โอ๊ย แค่อยู่หน้างานก็รู้สึกโคตรสนุกแล้ว ( ̄▽ ̄)

ตอนแรกเรากะจะไปหาแลกริงไลท์กับเข็มกลัดหลังจากวันก่อนหน้านั้นล้มเหลวไปแล้ว ปรากฏว่าคราวนี้หาแลกยากกว่าเดิมอีกเพราะหน้าอารีน่ามันไม่ได้มีบรรยากาศตลาดนัดเท่าเดิมแล้ว แต่จะเต็มไปด้วยคน คน และคน พวกตั้งแผงแลกของเลยกระจายไปจนละทิศละทาง

มีอยู่ตอนนึงเรากำลังนั่งไถทวิตเตอร์ไปเรื่อยๆ อยู่ดีๆ ก็มีคนมาตั้งแผงแลกของข้างๆ เราพอดี พอเขาหยิบของออกมาเรียงๆ พร้อมวางป้ายปุ๊บก็มีปริ๊นเซสจำนวนมากพุ่งเข้ามามุงและมองป้ายอย่างสนอกสนใจ ทุกคนดูกระเหี้ยนกระหือรือในการแลกของมาก ชอบๆ 5555555

และตอนที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็ได้ยินกลุ่มคนข้างๆ อำลากันว่า さらばだサラダバー ด้วย!!!!! ประทับใจเหตุการณ์นี้มาก!!!!! คำพูดนี้เป็นคำที่เรย์จังใช้พูดอำลาทั้งในเกมและในอนิเมะ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นคนพูดกันในชีวิตจริง ตื่นเต้น!!! รู้สึกว่าจิตวิญญาณความเป็นปริ๊นเซสของทุกคน ณ ที่นั้นรุนแรงมาก!!!!!

กิจกรรมก่อนเข้าไปดูไลฟ์นอกจากเดินหาของแลก (ซึ่งล้มเหลว…..) และเดินดูเสื้อผ้าชาวบ้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการดูดอกไม้หน้างาน

พื้นที่วางดอกไม้สะดุดตาดีมาก ทุกคนที่ไปอารีน่าจะต้องเห็น เพราะมันวางอยู่ด้านหน้าเลย งานนี้ดอกไม้เยอะมากกกกกกก เจอดอกไม้พร้อมแฟนอาร์ทของนักวาดที่แอบติดตามผลงานอยู่ห่างๆ ด้วย ปลื้มปริ่มมมมม

รวมภาพดอกไม้สักนิด

IMG_0197 IMG_0199 IMG_0203IMG_0205

ถ้ามีของตัวเองตั้งอยู่ตรงนั้นสักช่อคงน่าปลื้มเนอะ แต่ค่าใช้จ่ายสำหรับความปลื้มใจมันเยอะเหลือทน ขอปลื้มดอกไม้คนอื่นแทนแล้วกัน ฮาาาา

แอเรียดอกไม้นี่ดีตรงที่เค้ากั้นรั้วไว้ค่อนข้างห่าง ถ้าไม่มีรั้วกั้นอาจมุงกันชุลมุนกว่านี้ พอมีรั้วกั้นแล้วทุกคนก็เดินดูดอกไม้โดยเลียบๆ ไปตามรั้ว เป็นระเบียบดี ที่จริงตอนคอนเสิร์ตจบแล้วตรงแอเรียดอกไม้จะเปิดไฟสีส้มด้วย สวยมากกกกกกกกก และไม่มีคนมุงแล้ว แต่ตอนนั้นไม่ได้เข้าไปถ่ายรูป มานึกตอนนี้แล้วเสียดายเบาๆ (;__;)

ส่วนแอเรียสำหรับวางกล่องฝากของขวัญให้นักพากย์ก็อยู่ใกล้ๆ กับดอกไม้นี่แหละ แต่เราไม่ได้เตรียมอะไรไปให้ใครเลยไม่ได้เดินเข้าไปดู ที่จริงแอบอยากรู้ว่ามีกล่องสำหรับฝากของให้อาเกมัตสึซังมั้ย อยากให้คนนี้มาก ซาบซึ้งบุญคุณมาก เอาไว้ไลฟ์หน้าต้องฝากของขวัญให้ได้! (ตั้งแต่ไปไลฟ์นี้พูดมาประมาณร้อยรอบแล้วว่าไลฟ์หน้าจะทำอย่างงั้นอย่างนี้ พูดเหมือนได้ตั๋วง่ายม๊ากกกกก)

พอประมาณสี่โมงกว่าเราก็ขึ้นบันไดไปที่ Nเกท ตามที่เขียนไว้ในตั๋ว คนทยอยเข้าไปกันเรื่อยๆ และมีสต๊าฟตรวจตั๋วเยอะมาก ถึงจะต้องตรวจบัตรประจำตัวของคนเข้างานทุกคนก็ไม่ได้กินเวลามากมายอะไร ต่อแถวแป๊ปเดียวก็ได้เข้าแล้ว

เข้าไปแล้วก็เดินหาประตู 409 ต่อ เข้าประตูนี้ไปก็จะเจอด้านในอารีน่าแล้ว เดินหาที่นั่งตัวเองเสร็จเรียบร้อยก็เริ่มตั้งรกราก ถอดเสื้อกันหนาว เอาผ้าขนหนูโทคิยะพาดคอเพิ่มเลเวลความติ่ง ปรับโฟกัสกล้องส่องทางไกล ทดลองเปลี่ยนสีเพนไลท์นิดหน่อย แล้วก็รอเวลา

ระหว่างรอก็สังเกตสังการอบตัว สิ่งแรกที่ควรสำรวจคือเวที คราวนี้เวทียาวเหยียดอลังการงานสร้างมาก มีเวทีใหญ่อยู่ด้านในสุด เวทีตรงกลางล้อมรอบด้วยเสาสี่มุม และเวทีเล็กด้านหน้า ซึ่งเวทีที่ใกล้เราที่สุดคือเวทีเล็ก มุมที่เรานั่งจะมองเห็นเวทีเล็กชัดเจนถนัดตาดีมาก เวทีกลางให้อารมณ์เหมือนนั่งเฮลิคอปเตอร์ดู ส่วนเวทีใหญ่จะโดนจอที่อยู่เหนือเวทีกลางบังจนมองไม่เห็นอะไรเลย……..

ภาพประกอบเวทีที่พอหาได้มาจากทวิตเตอร์ของนากามุระ ฮิโรยูกิซังที่มาเล่นเปียโนในงาน กับทวิตเตอร์ของอาเกมัตสึซัง

ที่นั่งเราอยู่สูงกว่าตรงที่อาเกมัตสึซังนั่งอีก ตอนก่อนเริ่มก็พยายามใช้กล้องส่องแถวๆ นั้นเพราะเดาว่าตรงนั้นแหละคือที่นั่ง 関係者 แต่สุดท้ายก็ดูไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร ฮาาา

เห็นเวทีแล้วทำใจเลยว่าเสากับจอตรงกลางมันต้องบังแน่นอน ซึ่งคิดไว้ไม่ผิด โดนบังไปเยอะมาก แต่เวลาโดนบังก็ดูในจอแทน กลายเป็นว่าพอดูจอแล้วจะเห็นชัดกว่าพยายามดูตัวเป็นๆ ซึ่งตัวเล็กกระจิ๋วหลิวมาก ก๊ากกก

สำรวจเวทีเรียบร้อยก็สังเกตปริ๊นเซสรอบข้างต่อ คนที่มานั่งทางซ้ายเราเป็นติ่งมาซาโตะ คนทางขวาเป็นติ่งโชจัง ถัดไปอีกคนเป็นติ่งเร็น กรี๊ดมากเพราะตัวเราเองเป็นติ่งโทคิยะ กรี๊ดตรงที่ติ่งเอสคลาสได้นั่งเรียงกัน แค่นี้ก็สามารถไฮเทนชั่นขึ้นมาได้แล้ว บ้าบอมาก 55555555555

ส่วนคนข้างหลังสองคนเป็นผู้ชาย การดูคอนเสิร์ตอุตะปุริโดยมีผู้ชายเฮ้ๆๆๆอยู่ข้างหลังนี่มันก็สนุกแบบประหลาดๆ ดี ก๊ากกกกกก

พอใกล้ถึงห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาเริ่มแสดงก็ยิ่งเริ่มตื่นเต้น ลุ้นมากว่าเพลงแรกจะเป็นเพลงอะไร ทุกคนจะปรากฏตัวออกมาแบบไหน จะมาจากใต้เวที? โรยตัวลงมาจากหลังคา? หรือยังไง? ระหว่างรอก็จะมีเสียงสต๊าฟผู้หญิงประกาศอย่างเนิบนาบว่าให้ปฏิบัติตามกฎ บลาๆๆ

แต่!!! อยู่ดีๆ ขณะที่ไฟยังไม่ทันดับ คนยังเข้ามากันไม่หมดดี ก็มีเสียงผู้ชายหัวเราะ “ฮะๆ” ดังลั่นออกไมค์เฉยเลย!!!????? จุดนั้นทุกคนงงมากว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนจะหัวเราะกันครืน ตอนแรกเรานึกว่าเป็นเสียงคิโชซัง แต่เห็นหลายคนบอกว่าเป็นเสียงทัตซึน สรุปแล้วเป็นเสียงใครยังไม่รู้เลย แต่เจอคนลงความเห็นว่าเสียงทัตซึนเยอะกว่า และเชื่อว่าเสียงหัวเราะนั้นคงเป็นปริศนาตลอดไป….

หลังจากนั้นสักพักก็มีเสียงสต๊าฟสาวคนเดิมประกาศอย่างเนิบนาบอีกเช่นเคยว่า ต่อไปนี้ขอเชิญผู้แสดงคอนเสิร์ตออกมาทักทาย

จุดนั้นก็งงอีกรอบว่า เอ๊ะ?? ทักทายอะไร?? ทักทายทำไม??? ไม่ใช่ว่าเริ่มมาจะเปิดด้วยเพลงก่อนแล้วค่อย MC เหรอ???

พอสต๊าฟประกาศจบแล้วก็มีเสียงกรี๊ดดดด ดังมาจากตรงเวทีใหญ่ …………….ซึ่งเรามองไม่เห็นเลยว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะจอตรงกลางบังอยู่ แต่ไม่ทันไรก็มีภาพขึ้นจอให้เห็นว่านักพากย์ที่ต้องแสดงในวันนี้ออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดานกันครบสิบเอ็ดคน เทราชี่ทักทายเป็นคนแรก แล้วโมริคุโบะซังก็บอกว่า ทุกท่านดูนี่สิครับ แล้วชี้ไปทางทัตซึน

ชั้บ กล้องแพนไปที่ทัตซึน…….. ซึ่งแขนหัก……… และมาพร้อมเฝือกของเขา………………

จำไม่ได้ว่าโมริคุโบะซังหรือทัตซึนที่เป็นคนเล่าว่าทัตซึนซ้อมเต้นจนแขนหักสดๆ ร้อนๆ วันนั้นเลย ตอนนั้นเสียงร้อง เอ๋!!!!!?????????????? ดังลั่นไซตามะซูเปอร์อารีน่า จุดนั้นเชื่อว่าทุกคนช็อกมาก เพราะเราก็ช็อก ช็อกจนร้องเอ๋ไม่ออกด้วยซ้ำ………. แต่ทัตซึนรีบบอกว่าวันนี้จะแสดงแน่นอน ไม่ต้องเป็นห่วง ขอโทษที่อาจแสดงได้ไม่เต็มที่ อยากยืนบนเวทีในฐานะคุโรซากิ รันมารุ ควอเต็ทไนท์ทุกคนบอกว่าจะช่วยเป็นแขนของผมให้เอง ฯลฯ

จำได้ไม่แม่นว่าทัตซึนพูดอะไรบ้าง แต่จำได้ว่าตอนนั้นแทบร้องไห้ สัมผัสได้ว่าทัตซึนตั้งใจกับคอนเสิร์ตครั้งนี้มากๆ และตัวทัตซึนเองคงเป็นคนที่เจ็บใจกับเรื่องนี้มากที่สุดแล้ว (;____;) สีหน้าของทัตซึนตอนพูดเรื่องนี้ดูจ๋อยมาก (ที่จริงคนอื่นๆ ก็หน้าจ๋อยพอกัน) เสียงก็เจ็บใจมาก ฟังแล้วปวดใจแรง ฮือออออออ

ตอนที่ทัตซึนพูดจบ มีคนตะโกน กัมบาเระๆๆๆ กับ รันมารุๆๆๆ กันเยอะมาก เพนไลท์ที่ตอนแรกมีสิบเอ็ดสีปนๆ กันก็ค่อยๆ กลายเป็นสีแดงของรันมารุจนเกือบหมด เป็นโมเมนต์ที่ดีมาก (;____;)

ไม่รู้ว่าช่วงที่ทั้งสิบเอ็ดคนออกมาตอนแรกนี่จะได้ลงแผ่นไลฟ์คราวนี้รึเปล่า แต่อยากให้แฟนๆ ทุกคนได้ฟังคำพูดของทัตซึนตอนนั้นจริงๆ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่สปิริต ความพยายาม ความทุ่มเท ความตั้งใจ ความรู้สึกหลายๆ อย่างของทัตซึนส่งมาถึงทุกๆ คน เราพูดได้เต็มปากเลยว่าคนที่เราประทับใจที่สุดในไลฟ์วันนั้นก็คือทัตซึนนี่แหละ ดีใจและขอบคุณที่คนพากย์คุโรซากิ รันมารุคือสึสึกิ ทัตสึฮิสะ :)

พอแจ้งข่าวช็อกและขอโทษเสร็จแล้วทั้งสิบเอ็ดคนก็กลับไปหลังเวที หลังจากนั้นก็รอเวลาให้คอนเสิร์ตเริ่มจริงๆ ซะที แต่จุดนั้นเชื่อว่าความรู้สึกผู้ชมคงต่างจากตอนเฝ้ารอเมื่อกี้มากๆ อย่างน้อยก็เราคนนึงแหละที่เริ่มกังวลว่าทัตซึนจะโอเคมั้ย น่าจะต้องร้องหลายเพลงซะด้วย

แต่พอบนจอฉายภาพลูกเต๋าปุ๊บ โอ้ย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด เริ่มกลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง พอฉายภาพบนจอแบบนี้ก็รู้แล้วว่าเพลงแรกต้องเป็นเพลง The dice are cast แน่ๆ แม้ในใจจะอยากให้เปิดด้วยสตาริชมากกว่า แต่พอเปิดด้วยเพลงนี้แล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับอนิเมะภาคเรโวลูชั่นส์เลย ดีงามไปอีกแบบ!!

เพลง The dice are cast นี่ท่อน Ready → Set → Go → With you ที่ร้องทีละคนเท่มากกกกกกกกกกกก เท่ทั้งท่าเต้นและสไตล์การร้อง เท่แบบโอ้มายก้อดดดดดดดดดดดดดด จริงๆ แล้วเพลงนี้เราไม่ค่อยปลื้มท่าเต้นในอนิเมะเท่าไหร่ แต่ท่าเต้นในไลฟ์ดีงามระดับก้มกราบแทบเท้าควอเต็ทไนท์รัวๆ มัวแต่กรี๊ดท่าเต้นจนลืมตั้งใจฟังท่อน ฮู้ฮูฮูเย้เย โฮโฮโฮโฮ้ อะอาอ๊าฮ้าฮา ตอนท้ายๆ ไปเลย รู้สึกพลาด ทำไมมานึกตอนนี้ถึงนึกไม่ออกว่าทุกคนหอนกันยังไง ฮืออออออออ T____T

ส่วนเพลงที่สองต่อจากรุ่นพี่คือ  マジLOVEレボリューションズ (Maji LOVE Revolutions) ยัตต้าาาาาาาาาา สตาริชที่เฝ้ารอคอยยยยยยยยยยย ฮืออออออออออออ ในที่สุดก็ได้ฟังเพลงนี้แบบไลฟ์ซะที วี้ดดดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ช่วงต้นเพลงมาจิเลิฟเรโวที่แต่ละคนพูดว่าเรโวลูชั่น คนดูก็จะตะโกน เรโวลูชั่น! ตามทุกครั้ง เพลงนี้คอลมันส์มวากกกกกกกกกก คือเพลงแรกไม่มีให้คอลเลย แต่เพลงนี้มีทั้ง เรโวลูชั่น! สตาริช! เซนป๊า! นิเซนป๊า! สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦) แล้วสตาริชทุกคนก็ดูสนุกไปกับเพลงนี้มากๆ ด้วย ชอบมากตอนท่อนที่เร็นโทคิร้องด้วยกันแล้วมาโมกับสุวาเบะซังดูมีการสบตาปิ๊งๆ อุฮิๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

พอเปิดด้วยสองเพลงนี้แล้วก็ MC คราวนี้ทุกคนเพิ่งทักทายอย่างเป็นทางการจริงๆ จังๆ ในที่สุดก็ได้ฟังคำทักทาย “สตาริชฉุเด๊สสส” แบบสดๆ ซะที อาาาาา มายไลฟ์อีสคอมพลีททททท (คอมพลีทเร็วไปมั้ย คอนเสิร์ตเหลืออีกสามชั่วโมงกว่า 5555555555) ช่วงนี้เหมือนจะคุยๆ เรื่องแขนทัตซึนกันเยอะ มั้ง รู้สึกจำทอล์กไม่ค่อยได้เลย จำไม่ค่อยได้ว่าใครพูดอะไรช่วงไหนเพราะมีทอล์กหลายรอบ OTL หวังว่าในแผ่นจะเก็บทอล์กทั้งสองวันมาให้เหมือนทุกทีนะ

เพลงหลัง MC คือเพลง 月明かりのDEAREST (Tsukiakari no DEAREST) ซึ่งตอนอินโทรเพลงนี้ขึ้นมากรี๊ดมากกกกกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก อยากฟังเพลงคู่เซมไปทั้งสองเพลงแบบไลฟ์มานานมากกกกกกกกกกกกกกกกก น้ำตาจะไหลได้ฟังสดๆ ด้วย มายไลฟ์อีสคอมพลีทรอบที่สอง

เพลงสึกิอาคาริฯ นี่คุณมาเอโนะกับอาโอยคุงขึ้นรถเลื่อนโผล่มาจากคนละทาง แล้วก็เลื่อนรถห่างออกจากเราไปเรื่อยๆ บ๊ายบายยยยยยยยยยย /โบกผ้าขนหนูโทคิยะอำลา

เพลงนี้เสียงร้องสดดีงามมากมากมากมากมาก เวลาอาโอยคุงขึ้นเสียงสูงคือขนลุกเกรียว ร้องดีมาก ท่าเต้นก็โคตรของโคตรของโคตรน่ารักคาวาอี้เวรี่คิวท์ โดยเฉพาะตอนท้ายเพลงที่ขึ้นไปเต้นบนเวทีใหญ่ด้านในสุด แน่นอนว่าเราโดนเสาบังเลยต้องดูผ่านจอ ตอนเห็นคุณมาเอโนะโค้งให้ด้วยอารมณ์แบบคามิวแอ๊บเป็นสุภาพบุรุษแล้วอยากเป็นลมตาย ดีงามเหลือเกิน คร่อกกกกก /วิญญาณออกจากร่าง

เพลงนี้เราเปิดเพนไลท์สีคามิวเพราะชอบคามิวมากกว่าไอจัง แต่ดูไลฟ์นี้จบแล้วประทับใจอาโอยโชตะแรงมาก คราวหน้าตอนดูแผ่นอยู่บ้านจะเปิดเพนไลท์สีไอจังบ้าง!

ถัดจากสึกิอาคาริฯ ก็เป็น RISE AGAIN เพลงคู่เรย์จิรันมารุ เพลงนี้เราก็ชอบมากอยู่แล้ว เคยคิดว่าถ้าเป็นแบบไลฟ์ต้องเท่มาก แล้วก็คิดไว้ไม่ผิดเลย โมริคุโบะซังกับทัตซึนเท่ระห่ำอารีน่า การแขนหักจนต้องใส่เฝือกข้างนึงไม่ได้บั่นทอนความเท่ฉิบหายวายป่วงของคุณสึสึกิ ทัตสึฮิสะแม้แต่เศษเสี้ยว ขนาดใส่เฝือกยังร็อคได้ สมแล้วที่ประกาศตอนก่อนเริ่มว่าแขนหักแต่หัวใจไม่หักนะ!

เพลงนี้ปลื้มมากตรงที่ทั้งสองคนเดินมาร้องตรงเวทีเล็กเราเลยได้เห็นชัดเจนเต็มๆ ตา ฮืออออออ เพลงนี้ดีงามอะะะะะะะะ ชอบมากตอนที่สองคนนี้ยืนพิงหลังร้องเพลงด้วยกัน ดูให้อารมณ์เพื่อนมาร้องเพลงร็อคด้วยกัน คือรู้สึกว่ามันร็อคมาก โอ้ย ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจาก ร็อคคคคค!!!!

พอเพลงคู่จบก็เริ่มเป็นเพลงโซโล่แล้ว คนแรกที่ออกมาโซโล่คืออาโอยคุง มาร้องเพลง Innocent wind ของไอไอ ปกติเฉยๆ กับเพลงนี้แต่แบบไลฟ์ดี๊ดีอ้ะะะะะ อาโอยคุงร้องสดดีมากจริงๆ เพอร์ฟอมานซ์ก็สนุกด้วย คืออาโอยคุงนี่ร้องไปเต้นไปตลอดเวลา ดูแล้วไม่เบื่อเลย เพลงนี้พอร้องจบแล้วอาโอยคุงจะพูดว่า 「ありがとう、そばにいてくれて」 แล้วก็ล้มตัวหงายหลังหายวับไปในความมืด มายก้อดดดดดด ฉากหงายหลังนี่เหมือนในอนิเมะเด๊ะๆ เป๊ะๆ เลย!!!!! ประทับใจ!!!!!!!! นี่มันมิคาเสะ ไอ มาเอง!!!!!!!!

โซโล่คนต่อไปคือทัตซึน ออกมาร้องเพลง ONLY ONE เพลงนี้ก็โคตรเท่ เพลงไหนมีทัตซึนคือรับประกันความเท่หมดทุกเพลง

ตอนแรกเรานึกว่าทัตซึนคงยืนร้องนิ่งๆ แบบไม่เคลื่อนไหวมากมั้ง เพราะยังไงก็แขนหักอยู่ ปรากฏ….. พี่แกเคลื่อนไหวจัดเต็มมาก ทั้งร้องทั้งเต้นเต็มที่สุดๆ เราไม่รู้หรอกว่าเต้นลืมตายเป็นยังไง แต่อย่างทัตซึนนี่น่าจะเรียกว่าเต้นจนลืมแขนหัก สปิริตแรงไปไหน๊ บางทีก็อยากบอกว่าเบาหน่อยก็ได้ค่ะพี่ เดี๋ยวหมอที่เข้าเฝือกให้มาเห็นภาพในคอนเสิร์ตแล้วจะลมจับก่อน

ต่อจากรันรันเป็นเพลง Never… ของเรย์จัง เพลงนี้ประทับใจมากตอนที่โมริคุโบะซังร้องอยู่ตรงเวทีกลางแล้วโยนหมวกทิ้งอย่างสวยงาม โงยยยยยยยยยยย นึกถึงฉากที่เรย์จังโยนหมวกให้นางเอกในภาค All Star After Secret เลย (อ่านรายละเอียดและชมภาพประกอบได้ใน → เอนทรีนี้ *สปอยล์เกมแรงมาก) อยากกราบโมริคุโบะซังแรงๆ แม้ไม่รู้ว่าที่โยนนี่จงใจลิงค์กับในเกมหรือไม่ อย่างไร ที่รู้แน่ๆ คือประทับใจช็อตนั้นสุดๆ T___T

ตอนท้ายเพลงนี้โมริคุโบะซังไปยืนร้องเพลงโดยมีจอตรงเวทีใหญ่เป็นฉากหลัง แล้วบนจอฉายรูปชิงช้าสวรรค์ด้วย ช็อตนี้ก็เหมือนในอนิเมะภาคเรโวลูชั่นส์เลย กราบแรงอีกเช่นกัน

คนที่ปิดท้ายโซโล่ของรุ่นพี่คือคุณมาเอโนะ ซึ่งปรากฏตัวจากที่สูง สูงมาก พร้อมด้วยผ้าคลุมสีฟ้า จากนั้นแท่นที่คุณมาเอโนะยืนอยู่ก็ค่อยๆ เลื่อนลงมาช้าๆ จนมาหยุดท่ามกลางดรายไอซ์บนเวทีกลาง ช่วงนี้ค่อนข้างยาวจนอินโทรเพลงต้องปรับให้ยาวขึ้นตามไปด้วย เข้าใจว่าพยายามทำให้เหมือนฉากที่คามิวกำลังจะร้องเพลง Saintly Territory ในอนิเมะ คือเพลงรุ่นพี่เนี่ยจะมีช็อตที่ทำให้เหมือนอนิเมะกันคนละนิดหน่อยทุกคน อย่างของทัตซึนก็ใช้ไมค์แบบมีขาตั้งเหมือนรันมารุ เป็นต้น

ตอนคุณมาเอโนะปรากฏตัวพร้อมผ้าคลุม โซนที่นั่งเราขำกันหนักมาก แย่ 555555555555555 คนข้างๆ ถึงกับร้องว่ายาไบ้ๆๆ พองานจบแล้วมาเห็นคนวาดรีพอร์ทเป็นรูปคามิวบินลงมาแล้วรู้สึกว่าโอ้โห จริงๆ แล้วนี่มันเป็นการปรากฏตัวที่ควรจะดูเท่มากสินะ??? ขอโทษค่ะที่ขำไปเยอะมาก TvT

จะว่าไปแล้วเราค่อนข้างตั้งตารอการปรากฏตัวของคุณมาเอโนะในเพลงโซโล่นะ เพราะเจ้าตัวชอบพูดเล่นบ่อยๆ ว่าไลฟ์ครั้งต่อไปจะปรากฏตัวออกมาแบบไหนดี จะขี่ม้าออกมาดีมั้ย อะไรทำนองนั้น แล้วสุดท้ายก็ทำเสมือนบินลงมา….. สงสัยขี่ม้ามันจะแอดวานซ์ไปหน่อย แต่เราว่าบินลงมาพร้อมผ้าคลุมนี่จัดว่าพีคมาก เด็ดมาก คะแนนเต็มสิบให้สิบล้านค่ะ เอาไปเลย

เพลง Saintly Territory นี่คุณมาเอโนะยังคงควงคทาตามเคย ท่าเต้นก็ดูน่าจะผ่านการซ้อมมาหนักอยู่ รู้สึกได้ถึงความพยายามของคุณมาเอโนะ ชอบๆ เป็นอีกเพลงที่เพอร์ฟอมานซ์สนุกมากมากมากมาก เสียดายที่เพลงนี้ไม่ค่อยได้ดูในจอเท่าไหร่ พยายามเพ่งแต่คุณมาเอโนะตัวเป็นๆ ก็เลยไม่ได้สังเกตสีหน้าแบบซูม เอาไว้แผ่นออกแล้วค่อยมาสังเกตสีหน้าตอนร้องเพลงอีกที (ถึงจะคิดว่ารอบที่ลงแผ่นน่าจะเป็นรอบอีกวันก็เถอะ T_T)

พอโซโล่ครบแล้วก็กลับมาร้องเพลงรวมอีก ตอนอินโทรเพลง ポワゾンKISS (Poison KISS) ขึ้นมานี่กรี๊ดหนักมากกกกกกกกกกกกกกกกกก เป็นเพลงที่คาดไม่ถึงที่สุดในไลฟ์นี้ว่าจะได้ฟัง เพราะนึกว่าจะร้องแต่เพลงใหม่ๆ หรือเพลงที่ยังไม่เคยร้องในไลฟ์มากกว่า พออินโทรเพลงนี้ขึ้นมาคือเข้าถึงนิพพานตรงนั้นเลย โอ๊ยยยยยยย ปลาบปลื้มมมมมมมมมมม

เพลงนี้จำรายละเอียดท่าไม่ค่อยได้ว่าต่างจากตอนไลฟ์ 3 มากน้อยแค่ไหน แต่ที่จำได้แม่นคือตอนช่วงกลางๆ เพลงทุกคนเดินมาร้องเพลงตรงเวทีเล็กให้เห็นชัดเจนเต็มๆ ตาด้วย และเพลงนี้ทัตซึนก็เต็มที่กับชีวิตโดยไม่เกรงใจเฝือกอีกเช่นกัน แต่ดูเหมือนไมค์ทัตซึนจะมีปัญหานิดหน่อย เพราะช่วงท้ายๆ เสียงทัตซึนเบากว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

พอจบเพลงพอยซั่นคิสแล้วทั้งสี่คนก็ยืนแสตนด์บายตรงเวทีเล็กนิ่งๆ นิ่งกันนานมากกกกกกกกกกก นานจนผิดปกติ จนผู้ชมเริ่มอยู่ไม่สุข ไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไร แต่ควอเต็ทไนท์ทั้งสี่ก็ยังคงเก๊กท่านิ่งๆ อยู่ท่ามกลางดรายไอซ์ กลายเป็นควอเต็ทไนท์รมควัน และหลังจากโดนรมอยู่พักใหญ่ สต๊าฟก็วิ่งมาคุยอะไรกับทัตซึนไม่รู้ เดาเอาเองว่าไมค์คงมีปัญหาจริงๆ พอปัญหาคลี่คลายเรียบร้อยก็เข้าสู่เพลงต่อไป

เพลงสุดท้ายของช่วงควอเต็ทไนท์คือเพลง エボリューション・イヴ (Evolution Eve) เพลงนี้ตอนขึ้นอินโทรเป็นอะแคปเปล่าขนลุกเกรียววววววววววววว ท่อนเปิดเพลงมันดีมากกกกกกกกกกกกกก เพลงนี้ก็จำท่าเต้นไม่ค่อยได้อีกนั่นแหละ นึกออกแต่ว่าทุกคนเดินวนไปวนมาอยู่บนเวทีเล็ก แต่คุ้นๆ ว่าน่าจะเป็นเพลงนี้ที่มีการอะเรนจ์ดนตรีให้ยาวขึ้น แล้วจัดให้แต่ละคนเต้นโซโล่สั้นๆ ซึ่งทุกคนเท่มาก แงงงงงงงงงงงงง (นี่ข้าพเจ้าพิมพ์คำว่าเท่มากี่รอบแล้ว รู้สึกหาคำอื่นมาอธิบายไม่ได้ OTL)

จบเพลงนี้ก็ MC กันอีกรอบเฉพาะควอเต็ทไนท์ ทัตซึนเล่าให้ฟังว่าควอเต็ทไนท์ทุกคนใจดีมากๆ ช่วงที่ทัตซึนไปโรงพยาบาลก็ช่วยกันร้องแทนทัตซึนตอนซ้อมตลอดเลย แล้วก็คุยกันเรื่องกรุ๊ปไลน์ของควอเต็ทไนท์ โมริคุโบะซังบอกว่าทัตซึนกับอาโอยคุงชอบพิมพ์ข้อความสไตล์รันมารุกับไอไอ ส่วนคุณมาเอโนะก็กระตือรือร้นเรื่องไลฟ์ตลอด เป็นทอล์กที่ฟังแล้วรู้สึกว่านักพากย์เรื่องนี้น่ารักกันจริงๆ แออออออออออออออ

อ้อ โมริคุโบะซังพูดเรื่องที่หลายๆ คนน่าจะอยากรู้ด้วย คือบอกว่าคราวนี้ทัตซึนไม่ได้ไปค้างที่ห้องโมริคุโบะซังนะ! (หลังจากสองไลฟ์ที่ผ่านมาไปค้างแล้วโมริคุโบะซังมีเรื่องตลกๆ มาเผาทัตซึนตลอด 55555555555)

หลัง MC มีช่วงแนะนำแดนเซอร์เล็กน้อย พวกแดนเซอร์ก็จะออกมาเต้นๆ กัน มีแนะนำชื่อด้วย แต่ขอสารภาพว่าจำชื่อไม่ได้สักคน OTL

หลังจากนั้นจำไม่ได้ว่าเพลงเธียเตอร์ขึ้นมาก่อน หรือเพลง シャイン มาก่อนกันแน่ ไปดูเซ็ทลิสท์ของคนอื่นแล้วมีทั้งคนบอกว่ามาก่อนเธียเตอร์กับมาหลังเธียเตอร์ ตกลงมาตอนไหนก็ไม่ค่อยแน่ใจแล้ว…… สมมติว่าเธียเตอร์มาก่อนก็แล้วกัน (เอาไว้แผ่นออกค่อยมาเช็กอีกทีว่าสรุปเพลงไหนมาก่อน) 

ตอนก่อนเพลงเธียเตอร์จะขึ้นมา บนจอจะฉายโลโก้เธียเตอร์ไชน์นิ่งให้ดู ตอนโลโก้ขึ้นมาบนจอคือกรี๊ดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก เพราะเพลงเธียเตอร์นี่เดาไม่ถูกเลยว่าจะร้องหรือไม่ร้อง ไม่แน่ใจเท่าพวกเพลงจากอนิเมะที่คิดว่าต้องร้องแน่ๆ

พอโลโก้ขึ้นมาแล้วก็ตามด้วยพีวีของแต่ละเรื่อง เป็นพีวีเดียวกันกับที่ปล่อยใน youtube เลยนะถ้าจำไม่ผิด แบบมีบอกวันวางแผงแต่ละแผ่นเสร็จสรรพ ฉายทีละเรื่องจนครบทุกเรื่อง ระหว่างที่พีวีฉายไปเรื่อยๆ ความกรี๊ดก็เริ่มกลายเป็นความสงสัยว่า เอ๊ะ?? ตกลงจะร้องเพลงเธียเตอร์มั้ย?? หรือแค่เปิดโฆษณาให้ดูเฉยๆ?? แบบเป็นช่วงคั่นรายการให้นักพากย์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไรงี้??

ปรากฏว่าพอพีวีจบแล้ว คิโชซังก็เดินมาที่เวทีเล็ก แล้วเพลง ポラリス (Polaris) ก็ขึ้นมาจ้าาาาาาาาา กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

จุดที่เรานั่งมองเห็นแค่คิโชซังคนเดียว กับเห็นโทริซังอยู่ไกลๆ ส่วนมาโมคือไม่เห็นเลย บ๊ายบาย แต่ไม่เป็นไร เราจ้องคิโชซังอย่างเดียวก็ได้

ช่วงก่อนไลฟ์เราได้ฟังเพลงนี้แบบเต็มเพลงไปรอบเดียวเอง แทรคดราม่าก็ยังไม่ได้ฟังเลยไม่ค่อยอินกับเพลงเท่าเธียเตอร์เพลงอื่น แต่เพลงนี้ก็สนุกมากๆๆๆๆๆ ทุกคนใส่ชุดแนวอวกาศๆ ออกมา แบบนี้

polaris

จกรูปมาจากบล็อกมาโม กราบขอบพระคุณมาโมและนักพากย์ทุกท่านที่ลงรูปให้พิจารณารายละเอียดชัดๆ เป็นขวัญตา เพราะในไลฟ์เห็นแบบห่างไกลเหลือเกิน

ขำนิดหน่อยที่โทริซังโพกหัว เพราะมันไม่เข้ากับชุด…….. แต่ไม่เป็นไร เอาที่โทริซังสบายใจเลยค่ะ

ย้อนกลับไปนึกถึงเพลงนี้แล้วนึกออกแต่คิโชซัง เพราะจ้องแต่คนนี้จริงๆ คิโชซังมายืนร้องเพลงตรงเวทีเล็กตลอดทั้งเพลง ช่วงกลางๆ เพลงจะมีแท่นที่ช่วยยกให้คิโชซังลอยสูงขึ้นมา ทำให้เห็นชัดขึ้นไปอีก แล้วคิโชซังก็ร้องเพลงพลางเต้นดุ๊กดิ๊กอยู่บนแท่นเล็กๆ นั่นไปด้วย เป็นคุณลุงที่น่ารักดี (*´∀`*)

หลังเพลงโพลาริสเป็นเพลง Pirates of the Frontier

โอเค ห้าสี่สามสองหนึ่ง ขอสูดอากาศแป๊บ ซู้ดดดดดดดด

กรี๊ดเพลงนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (+กอไก่อีกห้าล้านสามแสนแปดหมื่นตัว)

เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบที่สุดในเธียเตอร์อยู่แล้ว พอมาเป็นแบบไลฟ์แล้วระดับความกรี๊ดยิ่งพุ่งกระฉูดรูดม่าน ทุกคนเท่มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

คราวนี้ทุกคนแต่งตัวเป็นโจรสลัดแหละ

pirates

ภาพประกอบจากบล็อกเทราชี่ กราบขอบคุณอีกเช่นกัน ชอบคอสตูมทุกคนเพลงนี้มาก โฮฮฮฮฮฮฮ โดยเฉพาะคุณมาเอโนะยิ่งชอบเป็นพิเศษ เหมือนคามิวหลุดมาจากในหนังจริงๆ (แต่จะว่าไปแล้วมันเป็นหนังที่ไม่มีอยู่จริงนี่นา โอ้ย ซับซ้อนชะมัด)

โอ๊ย ไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกยังไง คือสามคนนี้เท่มากมากมากมากมากมากมากมาก เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงที่เราจำได้เยอะที่สุดในไลฟ์นี้แล้ว (แบบนี้ใช่มั้ยที่เค้าเรียกว่าตรึงตาตรึงใจ?) ตอนแรกเทราชี่กับคุณมาเอโนะโผล่มาโดยอยู่บนรถเลื่อนคนละคันกัน เทราชี่โบกธงดำ คุณมาเอโนะโบกธงขาว บนรถแต่ละคันจะมีแดนเซอร์ทำตัวเป็นเหมือนลูกกะจ๊อกโจรสลัดด้วย รถเทราชี่อยู่ฝั่งซ้าย รถคุณมาเอโนะอยู่ฝั่งขวาเมื่อมองจากด้านหน้าเวที แล้วก็ค่อยๆ เลื่อนไปที่เวทีหน้าสุด ส่วนทัตซึนโผล่มาตรงเวทีกลาง โปรดักชั่นอลังการงานสร้างไม่แพ้ความอลังของตัวเพลงเลย

ชอบตรงที่พอเพลงนี้ใช้รถเลื่อนแล้วมันให้อารมณ์เหมือนล่องเรือคนละลำมาเจอกัน เจ๋งดี แล้วตอนหลังพอทุกคนไปรวมตัวกันที่เวทีใหญ่ก็จะมีฉากแอคชั่นฟันดาบกันเล็กน้อย คุ้นๆ ว่าท้ายเพลงอะเรนจ์ดนตรีให้ยาวขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้เทราชี่กับคุณมาเอโนะฟันดาบกันด้วยมั้ง ส่วนทัตซึนดูเป็นลิ่วล้อเทราชี่อีกที มีหน้าที่คอยช่วยรุมคุณมาเอโนะ สรุปว่าเป็นการต่อสู้แบบสองรุมหนึ่ง โกงนี่นา……… แต่ก็ตรงตามเนื้อเรื่องในเธียเตอร์แล้วแหละ 55555555

ความเจ๋งอีกอย่างของเพลงนี้คือมีปืนเป็นพร็อพ ตอนทัตซึนทำท่ายิงปืนคือรู้สึกเหมือนกระสุนทะลุถึงหัวใจล้มตายคาที่นั่ง เอื้อออออออออออ คุณมาเอโนะกับเทราชี่ที่ฟันดาบกันก็เท่มาก สองคนนี้ดูสนุกสนานกับเพลง ส่วนทัตซึนก็เท่ไม่บันยะบันยัง เราชอบสีหน้าและสายตาของทัตซึนในเพลงนี้มากๆ เท่มาก รู้สึกว่า เออ ทัตซึน=รันมารุจริงๆ นะ

เพลงโจรสลัดนี่สนุกมากจริงๆ ฮือออออ ชอบมากที่สุดในไลฟ์นี้เลย

หลังโจรสลัดเป็นเพลง BLOODY SHADOWS เพลงนี้ทั้งสามคนแต่งตัวในอิมเมจแวมไพร์ออกมา มีผ้าคลุมคนละผืน กราบขอบคุณอาโอย โชตะที่ลงรูปไว้ในทวิตเตอร์

เพลงนี้ตอนแรกทั้งสามคนก็ยืนร้องอยู่บนเวทีดีๆ หรอก แต่สักพักก็แยกย้ายไปคนละทิศ แล้วแต่ละคนก็ลอยขึ้นไปตรงเวทีกลาง แต่ลอยแบบอยู่คนละด้านกัน คือแต่ละคนจะลอยโดยมีหน้าจออยู่ข้างหลัง ซึ่งฝั่งเรามองเห็นแค่อาโอยคุงคนเดียว ดูสึสึเคนกับสุวาเบะซังผ่านจอล้วนๆ

เพลงนี้ดูผ่านจอไปเยอะมากเพราะถึงจะเห็นอาโอยคุงก็เห็นแต่ด้านข้าง ดูในจอพีคกว่าเยอะเลย ชอบมากตอนที่ทุกคนลอยโดยมีจอเป็นฉากหลัง แล้วในจอฉายภาพฉากจาก BLOODY SHADOWS ด้วย ภาพที่ออกมามันเลยดูเหมือนได้เห็นวอร์เรน ไอเลส กับมาซาเฟอร์รี่กำลังบินแล้วร้องเพลงอยู่ มันดีงามมากกกกกกกกกกกกกก

เพลงนี้ยกคุณงามความดีให้อาโอยคุงเต็มที่เลย ประทับใจคนนี้แรงมาก อาโอยคุงใส่คอนแทคเลนส์สีแดงด้วย แล้วเวลาร้องเพลงจะะทำหน้าอินมาก ทำหน้าร้ายๆ ยิ้มมุมปากนิดๆ ตาจิกๆ เรียกได้ว่าตีบทแวมไพร์แตกกระจุยกระจาย กลายเป็นไอเลสโดยสมบูรณ์ ส่วนคุณภาพเสียงก็เลิศเลอเหลือเกิน ท่อนที่ขึ้นเสียงสูงชวนขนลุกทุกท่อน ยอมใจ อยากกรีดเลือดให้ไอเลสรัวๆ ฝังเขี้ยวลงมาเลยค่ะเบเบ๋ /เงื้อคอรอเขี้ยว

เพลงสุดท้ายของเซ็ตเธียเตอร์คือเพลง エヴリィBuddy! (Every Buddy!) ตอนเขียนรีวิวแผ่นนี้เคยบอกไว้ว่าถ้าเพลงนี้เป็นไลฟ์คงสนุกมาก แล้วก็พบว่าสนุกจริงๆ สนุกตั้งแต่ตอนสองคนนี้ปรากฏตัวออกมา ถึงเพลงนี้จะเป็นเพลงแนวสนุกสนานเฮฮาดูเหมือนไม่มีอะไรอีปิค แต่การปรากฏตัวของสองคนนี้ก็อีปิคไม่แพ้ทีมอื่นนะ คือ ขับรถเปิดประทุนออกมาเลย!!!

ตอนแรกที่เห็นโมริคุโบะซังนั่งตรงที่คนขับแล้วชิโมโนะซังนั่งข้างๆ เรานึกว่ารถคงเคลื่อนด้วยระบบควบคุมจากที่ไกลๆ โดยสต๊าฟไรงี้มั้ง ปรากฏว่าตอนหลังชิโมโนะซังเล่าในช่วงทอล์กว่าจริงๆ แล้วโมริคุโบะซังขับเองเลย ขับไปร้องไป แถมจอดตรงตำแหน่งได้เป๊ะมาก ชิโมโนะซังยังเกือบหลงรักเลย ตอนที่ชิโมโนะซังชมโมริคุโบะซังยืดยาวนี่นึกถึงนายตำรวจคุรุสุ โชเลยอ้ะะะะะ คนนี้ก็ตรงตามคาแรคเตอร์เป๊ะเหมือนกัน (≧∀≦)

คอสตูมเพลงนี้ก็ตรงตามคอนเซปท์ตำรวจ โมริคุโบะซังใส่สูทดำ ชิโมโนะซังใส่เชิ้ตขาวคาดสายสะพายซองปืนเหมือนโชจังเป๊ะๆ ทรงผมก็คล้ายๆ โชจังด้วย

หาเจอแต่รูปโมริคุโบะซัง แอออออออออออออ

ช่วงแรกๆ ที่ร้องเพลงกันอยู่บนรถก็สนุกแล้วนะ ชิโมโนะซังโยกไปโยกมา เหวี่ยงแขนไปมาแบบเมามันส์กับเพลงมากๆ 5555555555 แล้วตอนหลังพอลงจากรถแล้วทั้งสองคนกับแดนเซอร์จะมาเต้นๆ อยู่ตรงเวทีกลางด้วย ท่าเต้นน่าร้ากกกกกกกก ช่วงนี้ยิ่งสนุกไปกันใหญ่ ชอบตอนที่เต้นแบบทำท่าวิ่งไปทางซ้ายที ทางขวาที อารมณ์เหมือนแอ๊บเป็นตำรวจกำลังไล่ตามคนร้าย น่ารักมากมากมากมาก (≧ω≦) ตอนท้ายๆ โมริคุโบะซังมีการหยิบนกหวีดขึ้นมาเป่าด้วย จะสนุกไปถึงไหนนนนนน ฮาาาาา

หลังจากนั้นก็(สมมติว่า)เป็นเพลง シャイン (Shine) ของมาโม (สรุปเพลงนี้มันมาตอนไหนนะ…………) จริงๆ แล้วเพลงนี้เป็นเพลงที่มาโมร้องในนามมาโมเลยไม่นับเป็นเพลงของโทคิยะ แต่ทุกคนก็เปิดเพนไลท์สีม่วงอยู่ดี ปกติไลฟ์ที่ผ่านๆ มาก็เป็นอย่างนี้ แต่เราก็ไม่รู้สึกว่าเพลงที่มาโมร้องเดี่ยวให้เรื่องนี้เป็นเพลงโทคิยะเลยสักเพลง ก็อัศจรรย์ใจในการแยกแยะนี้อยู่เหมือนกัน

บอกตามตรง เพลงนี้ตอนฟังครั้งแรกเราไม่ชอบเลย………… คือเพลงเปิดอนิเมะสองภาคที่ผ่านมามันเท่มาก แต่เพลงนี้มาแนวสนุกสนานเฮฮามิยาโนะมาโมรุใส่เสื้อฮาวายแดนซ์กระจายริมทะเลอะไรแบบนั้น แต่สุดท้ายก็เหมือนเพลงอุตะปุริเพลงอื่นๆ ที่เคยเฉยๆ คือฟังไปเรื่อยๆ ก็จะเริ่มชอบขึ้นมาเอง

และพอได้ฟังแบบไลฟ์ ขอบอกเลยว่าตอนนี้ชอบเพลงนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เพลงนี้มาโมโผล่มาบนรถเลื่อน รู้สึกว่าไลฟ์นี้ใช้รถเลื่อนกันเยอะมาก มันมีข้อดีตรงที่ดูเข้าถึงทุกๆ คน แต่มีข้อเสียคือตอนโผล่มาจะหาไม่ค่อยเจอ ต้องคอยสังเกตจากเสียงกรี๊ดและการเคลื่อนไหวของเพนไลท์ มุมไหนที่เพนไลท์ดูขยับรุนแรงกว่าที่อื่นก็คอยมองตรงนั้นแหละ

จริงๆ แล้วเพลงนี้แอบอยากให้ไปยืนเต้นบนเวทีกว้างๆ มากกว่าเพราะน่าจะเต้นมันส์ดี แต่ตอนมาโมเลื่อนรถผ่านมาแถวๆ หน้าเรา มาโมถลกเสื้อเปิดพุงให้ดูพอดิบพอดี โอ้ยยยยยยยย โอเคคคคคคยยยย์ รถเลื่อนคือความดีงามมมมมมมมม ไม่ต้องต้งเต้นอะไรก็ได้ เวียนมาถลกเสื้อหลายๆ รอบจะเป็นพระคุณณณณณณณ /หาได้เกรงใจลูกเมียเค้าไม่

เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่คอลสนุกดี ยังไม่มันส์เท่ามาจิเลิฟเรโวลูชั่นส์แต่ก็มีการคอลเป็นระยะๆ ส่วนท่อนที่ฟังแล้วตายคาที่ไปเลยคือพวกท่อนที่กระซิบๆ Feel me/Touch me/Kiss me เหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม ท่อนท้ายๆ ที่ร้องว่า Chase the chance, Chase my dream, Chase your love ก็ยังคงฟังไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม เคยได้ยินว่า ชีสเดอะชีสชีสมายชีสชีสยัวร์เลิฟยังไง ก็ยังคงได้ยินอย่างงั้น ท่อนนี้คนอื่นเค้าร้องตามกันด้วย แต่เราไม่รู้เนื้อที่ถูกต้อง จะร้องว่า ชีสๆๆ มันก็จะเลวไปและดูหิวโหยเกินไป (ปัจจุบันที่รู้เนื้อเพลงที่ถูกต้องนี่คือไปเสิร์ชมา….)

ถัดจากนั้นเป็นเพลง The New World ของนัตจัง เราชอบวิโอล่าในเพลงนี้อยู่แล้ว พอในไลฟ์มีวิโอล่าเล่นสดแล้วปลื้มมากกกกกกกกกก โอ้กกกกกกกกกกก เลอค่าาาาาาาาาาาา

เพลงนี้รู้สึกจะร้องตรงเวทีกลางตลอดเลยมั้ง ช่วงกลางๆ เพลงเวทีกลมๆ ตรงกลางจะยกขึ้น แล้วคิโชซังกับมือวิโอล่าจะลอยสูงขึ้นด้วยกันอยู่สองคน ตอนหลังพอมาเห็นแฟนอาร์ทรีพอร์ทแล้วพบว่ามีคนจินตนาการว่าเป็นซัตสึกิเล่นวิโอล่าแล้วนัตสึกิร้องเพลงกันเยอะมาก โอ้โหหหหหห ทำไมตอนดูสดข้าพเจ้าถึงคิดแบบนั้นไม่ได้บ้าง นับถือจินตนาการทุกคน พอคิดตามแบบนั้นแล้วยิ่งรู้สึกเจ๋งมาก

เพลงนี้คิโชซังร้องมันส์มาก แล้วคุณวิโอล่าก็สีได้สุดเหวี่ยงมาก สีเต็มที่จนกลัวพี่แกจะตกเวทีซะก่อน เล่นยืนสีอยู่ซะขอบเวทีเลย แถมสะบัดหัวแรงแบบนึกว่าอยู่ในคอนเสิร์ตวงเมทัล อะไรจะมันส์ได้ขนาดนั้น

ต่อจากคิโชซังเป็นเพลง 木漏れ日ダイヤモンド (Komorebi Diamond) ของโอโตยะ

เพลงนี้เป็นเพลงของโอโตยะที่เรารู้สึกว่าเพราะดีแต่เอื่อยไปหน่อย ไม่ได้คาดหวังกับแบบไลฟ์เท่าไหร่ มีหลายเพลงของโอโตยะที่ชอบมากกว่าเพลงนี้ แต่ปรากฏว่าพอเป็นแบบไลฟ์ก็ล้มตายอยู่ดี

เพลงนี้เทราชี่หล่อมากกกกกกกกกกกก (≧ω≦) สะพายกีต้าร์ออกมาดีดไปร้องเพลงไป ปกติไม่เคยคิดว่าเทราชี่หล่อเลย เราจัดเทราชี่ไว้ใน category น่ารักมาตลอด แต่คราวนี้หล่อจริงจัง หล่อไม่เกรงใจใครเลย งงมากว่าแค่ผู้ชายคนนึงยืดดีดกีต้าร์ร้องเพลงสามารถหล่อได้ขนาดนี้เลยหรืออออออ โอ้ยยยยย /จับเทราชี่โยนลง category ผู้ชายเล่นดนตรีแล้วหล่อมากรัวๆ

ช่วงทอล์กมาโมชมเทราชี่ว่าเท่มากด้วยนะ แอออออออออ รูเลตต์น่าร้ากกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦) คุ้นๆ ว่ามาโมหรือใครสักคนเล่าว่าเทราชี่ตั้งใจซ้อมเล่นกีต้าร์เพื่องานนี้เต็มที่มาก ฮือออออ เทราชี่ขา ขอโทษนะที่ตอนแรกจ้องอยู่ตั้งนานว่าเล่นจริงหรือแค่ถือมาเป็นพร็อพเฉยๆ (; v ;)

พอจบเพลงโซโล่ของนัตจังกับโอโตยะก็เข้าเพลง EMOTIONAL LIFE ซึ่งเป็นเพลงคู่ของสองคนนี้ เพลงนี้สนุกกกก เป็นเพลงที่ผู้ชมมีส่วนร่วมกับคนร้องอีกแล้ว เทราชี่กับคิโชซังคอยชูมือแล้วเรียกให้ผู้ชมร้อง เฮ้! เฮ้! เฮ้! อยู่เรื่อยเลย คุ้นๆ ว่าคิโชซังเต้นนิดหน่อยด้วย แต่จำท่าเต้นไม่ได้แล้วว่าเป็นไง…….

จากนั้นก็กลับมาเป็นโซโล่อีกรอบ เพลงต่อมาคือ Mellow×2 Chu ของจินกูจิเร็น

เพลงนี้ก็โคตรมันนนนนนส์ สุวาเบะซังยืนร้องตรงเวทีกลางมั้งนะ แล้วมีเอฟเฟคต์เป็นแสงไฟวนๆ ดูล้ำๆ ไฮเทคๆ คุ้นๆ ว่าบางท่อนพอร้องจบท่อนแล้วสุวาเบะซังจะกระซิบๆ อะไรสักอย่าง แต่จำไม่ได้แล้วว่ากระซิบอะไรบ้าง รู้สึกไม่ค่อยมีสติเลย OTL แต่สุวาเบะซังดูมีความพยายามที่จะเผื่อแผ่ออร่าความจินกูจิเร็นให้ทั่วอารีน่าจริงๆ เล่นกล้องตลอด ชอบๆ

ตอนดูในจอเพลงนี้มีเอฟเฟคต์เป็นกลีบกุหลาบโปรยปรายใส่สุวาเบะซังด้วย ขำมาก จินกูจิเร็นมาก 5555555555

ต่อจากเร็นเป็นเพลง すべてを歌にっ! (Subete wo uta ni!) ของโชจัง

เพลงนี้ชิโมโนะซังเต็มที่มากกกกกกกกกกกกกกกก โคตรสนุกกกกกกกกกกกกกกก ปกติเพลงโชจังเป็นเพลงที่เราไม่ค่อยเลือกฟังเท่าไหร่ แต่เรามักชอบเพลงโชจังในไลฟ์มากๆ เสมอ และเพลงนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ชิโมโนะซังเป็นโชจังที่แอคทีฟมาก พลังล้นหลามมาก คราวนี้ชิโมโนะซังมาร้องตรงเวทีเล็กเยอะด้วย (> <)

ตอนท้ายๆ เพลงชิโมโนะซังก็… บินอีกแล้ว 55555555 คราวนี้โหนสลิงขึ้นไปแล้วเล่นกายกรรมแบบหมุนอยู่กับที่ หมุนหลายรอบมาก หมุนแบบตกลงนี่นักพากย์หรือพัดลม??? แค่นั่งดูห่างๆ ยังตาลายแทน แต่ชิโมโนะซังหมุนเสร็จแล้วลงมาบนพื้นก็เดินไม่เซไม่เป๋เลย นับถือในความพยายาม ทุ่มเทไปมั้ย คือบางทีก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องทำขนาดนี้ แต่ทำแล้วออกมาสนุกมากจริงๆ

ความสนุกอีกอย่างของเพลงนี้คือมีช่วงให้คอลเยอะ เพลงนี้คอลสนุกพอๆ กับมาจิเลิฟเรโวเลย!

อ้อ ตอนท้ายสุดก่อนลงจากสลิง ชิโมโนะซังทำท่ากางแขนกางขากลางอากาศด้วย แล้วพอช่วงทอล์กหลังจากนั้นอาโอยคุงก็บอกว่าชิโมโนะซังน่ารักเหมือนเท็ดดี้แบร์ แงงงงงงงงงงง ความคิวท์นี้คืออัลไลลลลลลลลลล (≧д≦)(≧д≦) (≧д≦)(≧д≦)

หลังโชจังเป็นเพลง GREEN AMBITION ของเซชชี่ เพลงนี้โทริซังยืนร้องตรงเวทีกลาง แต่เทียบกับชิโมโนะซังเมื่อกี้แล้วโทริซังดูสงบเยือกเย็นมาก คือมายืนร้องเพลงเฉยๆ 5555555555 แต่เราชอบเวลาโทริซังร้องเพลงแล้วยิ้มกริ่มนิดๆ น่ารักดี <3

เพลงโซโล่เซชชี่รู้สึกไม่ค่อยมีอะไรประทับใจเท่าไหร่ TvT ดูเป็นช่วงผ่อนคลายหลังหมดแรงไปกับเพลงโชจัง แล้วค่อยมามันส์กับเพลงต่อมาคือเพลง Code:T.V.U ของเร็น โชจัง และเซชชี่

เพลงนี้ทั้งสามคนร้องอยู่ตรงเวทีกลาง เวทีมันจะซ้อนกันเป็นวงกลมสามวง แต่ละคนยืนกันคนละวง แล้วเวทีก็จะยกสูงต่ำสลับกันไปเรื่อยๆ พร้อมกับหมุนไปรอบๆ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นหน้านักพากย์ทั่วกัน (หมุนเหมือนเวลาอุ่นอาหารในไมโครเวฟเลย) ปกติเฉยๆ กับเพลงนี้ แต่พอฟังสดแล้วรู้สึกว่า อาาา ชอบเสียงสุวาเบะซังในเพลงนี้จังเลยยยยย

หลังจากนั้นก็เป็นโซโล่อีกรอบ คราวนี้มีอินโทรเป็นเสียงเปียโนขึ้นมาก่อน แต่มันดันเป็นเพลงเปียโนที่ไม่คุ้นหูเลย พวกที่นั่งโซนอารีน่าก็เริ่มเปลี่ยนเพนไลท์เป็นสีน้ำเงินของมาซาโตะกัน แต่ปรากฏว่าบนจอดันฉายภาพโทคิยะในอนิเมะขึ้นมา ทุกคนก็เปลี่ยนเพนไลท์เป็นสีม่วงกันอย่างรวดเร็ว แอบขำความสับสนนี้ 555555555555

ตอนจอฉายภาพโทคิยะนี่เทนชั่นพุ่งกระฉูดมาก เพราะไลฟ์นี้เราตั้งตารอดูโซโล่โทคิยะเป็นอันดับต้นๆ เลย แล้วเพลง SECRET LOVER ก็ออกมาดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฮือออออออออออออออออออ รักกกกกกกกกกกกกกกก

เพลงนี้ตอนได้ฟังครั้งแรกหลังออกใหม่ๆ เราอ้าปากค้างเลยนะ ไม่คิดว่าเพลงโทคิยะจะออกมาแนวนี้ได้ด้วย เพลงมันแรดมากกกกกกกกกกกกก เนื้อเพลงก็โอะโห๊ จริงๆ แล้วคุณอิจิโนะเสะเป็นคนแบบนี้เองใช่มั้ยคะ???? (แต่ที่จริงก็รู้มานานแล้วว่าผู้ชายคนนี้นิสัยไม่ดีและทะลึ่งเงียบ หึฟ์) หลังจากนั้นเวลาฟังก็ชอบจินตนาการว่าถ้าเป็นแบบไลฟ์จะออกมาเป็นยังไงน้า ท่าเต้นจะแรดเท่าที่คาดหวังมั้ยน้า

วันนี้ดิชั้นค้นพบแล้วค่ะว่าไลฟ์เพลงนี้นั้น……

 

แรดยิ่งกว่าที่คิดสิบล้านเท่า

 

มาโมเต้นแรดมากกกกกกกกกกกกกกกกกก เพลงนี้มีอุปกรณ์ประกอบเป็นเก้าอี้กับไม้เท้า ตอนแรกๆ จะเต้นแบบเล่นกับเก้าอี้เยอะมาก เห็นแล้วอยากกระโดดลงมาจากแสตนด์เลเวล 400 แล้วไปเกิดใหม่เป็นเก้าอี้เดี๋ยวนั้นเลย เล่นกับเก้าอี้ได้แรดและเซ็กซี่มาก เผ็ดสุดอะไรสุด แค่นึกถึงก็รู้สึกเลือดกำเดาจะไหล (ยิ่งมาเห็นแฟนอาร์ทที่วาดเป็นโทคิยะ+เก้าอี้คือตายไปเลย)

พอตอนหลังไปเล่นกับไม้เท้าจะเลยจุดที่เรามองเห็นตัวเป็นๆ ไปละ อาศัยมองในจออย่างเดียว ช่วงเล่นกับไม้เท้านี่ก็ยังคงระดับความเผ็ดถึงพริกถึงขิงไม่แพ้ตอนเล่นกับเก้าอี้ เราว่าตอนเพลง Independence ในไลฟ์ก่อนก็เซ็กซี่มากแล้วนะ แต่เพลงนั้นจะเป็นความเซ็กซี่แบบเท่ๆ คูลๆ ส่วนเพลง SECRET LOVER เป็นความเซ็กซี่ที่แรด ขี้เล่น และร้อนแรง มาโมจัดเต็มทั้งส่ายเอว ส่ายตูด เด้งเป้า โงยยยยยยยย เป็นการแดนซ์ที่บาปมาก คุณมิยาโนะมาโมรุคะะะะะะ มีลูกมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วอย่าทำตัวแบบนี้ได้ม้ายยยยยยยยยยย /ใช้ผ้าขนหนูโทคิยะเช็ดน้ำตาแรงๆ

ต่อจากเพลงโทคิยะก็เป็นโซโล่เพลงสุดท้ายของสตาริชละ ปิดท้ายด้วย 静炎ブレイブハート (Seien Braveheart) ของมาซาโตะ เพลงนี้ท่อนฮุคมันส์มากกกกกกกกกก ตอนที่ร้อง Blaze! Blaze! ด้วยกันทั้งอารีน่าโคตรสนุก!!! สึสึเคนร้องสดเพราะมากกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่ความที่เมื่อกี้กรี๊ดโซโล่คุณอิจิโนะเสะไปเยอะมาก พอมาเพลงนี้เลยรู้สึกเทนชั่นดาวน์ลงนิดนึง สามารถรับชมด้วยจิตใจที่สงบนิ่งมากกว่าเพลงที่แล้ว โดยส่วนตัวถ้าปิดด้วยซีเครทเลิฟเวอร์จะพีคมาก แต่อันนี้คงแล้วแต่คน ถ้าใครกรี๊ดมาซาโตะคงพีคกับการปิดด้วยเพลงนี้

และหลังจากนั้นก็เป็นเพลงที่ตั้งตารอมานานอีกเพลง เพลงคู่ของคุณอิจิโนะเสะกับท่านฮิจิริคาวะ เพลง ORIGINAL RESONANCE นั่นเองงงงงงงงงงงง

มั่นใจมากว่ายังไงไลฟ์นี้ก็ต้องได้ฟังเพลงนี้ ก่อนหน้านี้เลยคิดมาหลายรอบมากว่าตอนฟังเพลงนี้สดๆ คงพีคมาก ฟินมาก ปรากฏว่าสองคนนี้ดันไปร้องตรงเวทีใหญ่ เราเลยโดนจอบังจนมองไม่เห็นตัวเป็นๆ ต้องมองจออีกเช่นเคย OTL เซ็งนิดนึงที่โดนจอบังไปทั้งเพลง แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าเอาวะ ตั้งใจฟังเสียงสิ ฟังเสียง ส่วนหน้าเหน้อก็ดูในจอไป๊

เพลงนี้มีการเล่นเปียโนสดๆ ด้วย กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดแรงมาก ส่วนเสียงที่ตั้งใจฟังก็ปลื้มปริ่มมาก ฮืออออออออ สึสึเคนกับมาโมร้องดีไปไหนนนนนน เพลงนี้เราว่าน่าจะร้องสดโคตรยากเลยนะ แค่ร้องคาราโอเกะไก่กายังรู้สึกว่าร้องยากมาก แต่ทั้งสองคนร้องได้ดีมาก เป๊ะมาก แล้วพอถึงท่อนที่กระซิบว่า “ออริจินัลเรโซแนนซ์” กล้องก็จะจับภาพให้เห็นหน้าทั้งสองคนตอนกระซิบพร้อมๆ กัน คือทำแบบนี้ทุกครั้งที่กระซิบ ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าแต่รู้สึกว่าสึสึเคนแอบยิ้มแบบขำๆ ด้วย ดูเหมือนพยายามจะเก๊กหล่อแต่ก็อดขำเองไม่ได้ เลยดู awkward นิดนึง แต่รู้สึกได้ว่าสึสึเคนสนุกกับเพลงนี้จริงๆ ส่วนมาโมนี่ดูสนุกกับทุกเพลงเป็นปกติอยู่แล้ว 555555555

ช่วงทอล์กตอนหลังสึสึเคนบอกว่าวันนี้ตอนร้องเพลงออริจินัลเรโซแนนซ์สนุกที่สุดแล้ว ดีใจมากที่ได้ร้องเพลงกับมาโม คือไลฟ์นี้มีโมเมนต์คู่นี้หลายช็อตมาก ตอนท้ายสุดก็กอดกันกลมบนเวทีด้วย น่ารักกกกกกกกกก (≧ω≦)

…..แต่คิดไปคิดมา มาโมก็กอดชาวบ้านเค้าไปทั่วแหละ จำได้ว่าตอนท้ายเข้าไปฟัดอาโอยคุงหนึ่งทีต่อหน้าสายตาคนทั้งอารีน่าด้วย ตอนอยู่ใกล้เทราชี่ก็ชอบกอดคอ โวะะะ กอดเรี่ยราดจริงคนนี้นี่!

อ้อ แล้วช่วงทอล์กตอนที่สึสึเคนพูดถึงตอนเก๊กหน้าพูดคำว่า “ออริจินัลเรโซแนนซ์” นักพากย์คนอื่นๆ ก็พูดตามด้วย ตอนสุวาเบะซังกระซิบคำว่าออริจินัลเรโซแนนซ์ออกไมค์ ข้าพเจ้าก็หมดลมหายใจเป็นรอบที่สิบล้านของวัน

ช่วงนี้จำไม่ได้ว่ามี MC ตอนไหนบ้าง คราวนี้ดูมี MC เยอะจัง เหมือนจบออริเรโซแล้วจะมี MC รอบนึง แล้วระหว่าง MC ก็ร้องเพลง サンキュ (Thank you) มั้ง จำได้ว่าเพลงนี้คือกำลังคุยกันอยู่ดีๆ คิโชซังก็บอกว่ามาร้องอีกเพลงนึงกัน แล้วทุกคนก็ร้องเพลงนี้ ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเป็นช่วงที่พูดความรู้สึกกับพูดขอบคุณทีละคน แล้วมาโมยังไม่ทันได้พูดอะไร อยู่ดีๆ ก็ร้องเพลงกันเฉยเลย……… แต่พอเพลงจบแล้วก็คุยกันต่อแหละ เป็นเพลงที่มาคั่นช่วง MC แบบงงๆ

เพลงซังคิวนี่เราคิดมาตลอดว่าถ้าได้ฟังสดต้องร้องไห้แน่นอน มั่นใจ แต่สุดท้ายน้ำตาไม่ไหลสักหยด สงสัยเพราะนั่งไกลเกิน 55555555555 ทุกคนร้องอยู่ตรงเวทีกลางอันแสนไกล แต่ถึงจะไม่ร้องไห้ก็ปลื้มมากนะที่ได้ฟังสด ชอบมากกกกกกกกกกกกก เพลงนี้เป็นเพลงบัลลาดของสตาริชที่เราชอบที่สุดแล้ว ชอบทั้งดนตรี ทั้งเนื้อเพลง ชอบทั้งสไตล์การร้องที่ฟังดูเศร้าๆ (ตอนเพลงนี้ออกใหม่ๆ คำว่า スタリ解散=สตาริชวงแตก ติดเทรนด์ทวิตเตอร์เลย เพราะเนื้อเพลงสื่อไปในทางวงแตก /ตัดภาพไปที่ตอนจบมาจิเลิฟเรโว………) พอฟังสดก็ซึ้งมาก ฮือออออออออ เป็นเพลงที่ฟังทีไรก็รู้สึกว่า อาาาา รักอุตะปุริจังงงงงงง ดีไม่ดีตอนได้ดูในแผ่นชัดๆ อาจได้ร้องไห้จริงๆ (;____;)

หลังทอล์กก็เป็นเพลง マジLOVE2000% (Maji LOVE2000%) ………มั้ง (เป็นไลฟ์รีพอร์ทที่เต็มไปด้วยคำว่า มั้ง  ไม่แน่ใจว่า และ คุ้นๆ ว่า TvT) สับสนนิดหน่อยเพราะเห็นคนบอกว่านิเซนปามาก่อนซังคิวด้วย แต่จากความทรงจำตัวเองแล้วเราว่าซังคิวมาก่อนนิเซนปานะ (แม้จะเชื่อความทรงจำตัวเองไม่ค่อยได้เท่าไหร่ก็ตาม OTL) เอ หรือเพลงนี้มาหลังออริเรโซแล้วค่อยขึ้น MC…….. สับสนจัง รู้สึกว่ามันเป็นไปได้ทั้งสองแบบ OTL

เอาเป็นว่าไม่ว่าเพลงนี้จะมาตอนไหนก็ตามแต่ ตอนขึ้นมาจิเลิฟนิเซนปาดีใจมากกกกกกกกกกก เป็นเพลงที่ไม่ค่อยแน่ใจว่าไลฟ์นี้จะได้ฟังมั้ย พอได้ฟังเลยกรี๊ดมาก อยากอยู่ในบรรยากาศคอนเสิร์ตที่มีเพลงนี้มานานแล้ว ฮืออออออออออ เพลงนี้ก็คอลมันส์มว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกอีกเช่นกัน มันส์ตั้งแต่ท่อนแรกยันท่อนสุดท้าย น่าจะมันส์ที่สุดแล้ว เพลงนี้เราคอลได้เป๊ะมากเพราะฟังบ่อยและไปร้องคาราโอเกะทีไรต้องมีเพลงนี้ทุกที ฮาาาา

ท่อนที่ชอบมากคือตรง I need you S! I feel you T! ทั้งหลายแหล่ตอนต้นเพลง พอแต่ละคนพูดตัวอักษรแล้ว ผู้ชมก็จะตะโกนตัวอักษรตาม สนุก!

ในบรรดาเพลงรวมของสตาริชไลฟ์นี้ เราชอบนิเซนปาที่สุดแล้ว ปกติเลือกไม่ค่อยได้ว่าชอบมาจิเลิฟเพลงไหนมากที่สุด แต่พออยู่ในไลฟ์แล้วรู้ใจตัวเองทันที นิเซนปานี่แหละคือที่สุด!

เสียดายที่มัวแต่มันส์จนไม่ทันสังเกตว่าท่อน 君が歌に 生まれ変わる 恋はバクハツ Dance&Dance ที่โทคิยะร้องกับมาซาโตะเนี่ยมาโมกับสึสึเคนเขาร้องรับส่งกันยังไง เอาไว้แผ่นออกค่อยดูเก็บรายละเอียดอีกทีก็ด้ะ (´・3・`)

ส่วนเพลงสุดท้ายก่อนอังกอร์คือเพลง GOLDEN☆STAR เป็นอีกเพลงที่ไม่แน่ใจว่าจะได้ฟังมั้ยเพราะเพิ่งร้องไปเมื่อไลฟ์ที่แล้วเอง พอได้ฟังก็กรี๊ดมากกกกกกกกกกกก เราชอบเพลงนี้ในไลฟ์ที่แล้วมาก เป็นเพลงร้อง 11 คนที่ชอบที่สุด (พูดเหมือนมีหลายเพลง ที่จริงก็มีแค่สองเพลงป้ะ 555555555555) 

เพลงนี้สตาริชอยู่ตรงทางเดินระหว่างเวทีเล็กกับเวทีกลาง เราเลยได้เห็นครบทุกคน ส่วนควอเต็ทไนท์ไปอยู่ตรงทางเดินระหว่างเวทีกลางกับเวทีหน้า เราเลยเห็นแต่ขา…… รู้สึกเหมือนได้ดูสตาริชร้องเพลงโดยมีเสียงควอเต็ทไนท์ลอยมาแจม 555555555

ชอบมากที่ปิดด้วยเพลงนี้แม้ว่าจริงๆ แล้วมันจะไม่ใช่เพลงสุดท้าย ฮืออออออ ชอบความเป็นไอดอลคิระๆ ในเพลงนี้ ชอบที่ได้เห็นทุกคนร้องเพลงด้วยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา ทุกคนโบกไม้โบกมือกันสนุกมากๆ สีหน้ามีความสุขกันมาก เห็นแล้วมีความสุขตามไปด้วย แออออออออออออ รักกกกกกกกก♥♥♥

ช่วงก่อนหรือหลังเพลงนี้ไม่รู้จำไม่ได้ จะมี MC ของทั้ง 11 คนด้วย ตำแหน่งการยืนจะยืนแยกตามยูนิตมาสเตอร์คอร์สเลย ชอบเวลาจัดกรุ๊ปแบบนี้ พาเลสอยู่ทางขวาสุด เราเลยมองไม่เห็นคุณมาเอโนะกับโทริซังเพราะเสาบัง แป่ววววว ถัดมาเป็นไทรแองเกิ้ล แล้วค่อย ROT ส่วนอนโซชิอยู่ทางซ้ายสุด จำได้ว่าทัตซึนพูดเป็นคนสุดท้ายเลย ช่วงทอล์ก 11 คนก็พูดขอบคุณนู่นนี่นั่นกันไป มีการชมกันเองเป็นระยะๆ ชอบตอนที่สึสึเคนพูดว่า โยโรชิคุมัจโจะโจะ ด้วยเสียงของฮิจิริคาวะ มาซาโตะ เพราะพูดต่อจากโมริคุโบะซังแล้วติดมา แถมยังพูดตั้งสองรอบแน่ะ ตล๊กกกกกก 55555555555

ชอบคำพูดสึสึเคนอีกอย่างคือตอนที่สึสึเคนบอกว่านึกถึงวันที่อัดเสียงเกมอุตะปุริครั้งแรกสุด ตอนนั้นอัดเสียงในห้องเล็กๆ เล็กมากกกกก พอคิดว่าผลงานที่อัดเสียงในวันนั้นมาถึงตรงนี้ได้ก็รู้สึกตื้นตัน อะไรทำนองนี้ ฟังแล้วตื้นตันไปด้วย อุตะปุริมาไกลมากจริงๆ เนอะ TvT

คนอื่นก็พูดดีทุกคนแต่จำไม่ค่อยได้ 5555555555555 ส่วนใหญ่พูดขอบคุณ พูดความรู้สึกที่มีต่อไลฟ์ ความรู้สึกต่ออุตะปุริ ฟังแล้วรู้สึกว่าทุกคนรักผลงานชิ้นนี้มากเนอะ (^^)

อนึ่ง สิ่งที่ข้าพเจ้าหวีดที่สุดในช่วงทอล์กคือตอนที่มาโมพูดว่า โอฮายะโฮ~~ ฮือออออออออออออ ท่านฮายาโตะะะะะะะะะะะะะะ ดีใจที่ได้เจอกันนะคะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ (;________;)

คราวนี้รู้สึกทุกคนทอล์กเป็นงานเป็นการจัง ที่จริงก็มีช่วงเล่นตลกกันเป็นระยะๆ แหละ ขำทอล์กไปเยอะมาก แต่พอนึกถึงทอล์กในไลฟ์แรกๆ ที่เมาท์กันเรื่องชิโมโนะซังซื้อเหล้าไม่ได้เพราะหน้าเด็กเกินและไม่ได้พกบัตรประจำตัวไปแล้วรู้สึกทอล์กคราวนี้จริงจังไปเลย ฮาาาาาาาาาา

เสียดายนิดนึงที่คราวนี้ไม่มีเพลงด้นสดของชิโมโนะซัง ปกติปุริไลฟ์ต้องมีช่วงที่ทุกคนแกล้งชิโมโนะซังโดยการบอกชื่อเพลงขึ้นมาแล้วสั่งให้ชิโมโนะซังแต่งสดร้องสดเดี๋ยวนั้นเลย แต่คราวนี้ไม่มี แงงงงงง T___T

ช่วงทอล์กมีประกาศข่าวเล็กน้อย ประกาศออกแผ่นไลฟ์ ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าต้องออกแน่นอน ไม่น่าตื่นเต้นอะไร ตามด้วยประกาศว่าอนิเมะซีซั่นใหม่จะฉายในฤดูใบไม้ร่วง จบ มีประกาศแค่นั้น ยังไม่มีประกาศโปรเจคต์เกมหรือซีดีใหม่แต่อย่างใด

ส่วนเพลงสุดท้ายที่เป็นเพลงปิดจริงๆ ในช่วงอังกอร์ก็ไม่พ้น マジLOVE1000% (Maji LOVE1000%)

ทุกคนใส่เสื้อยืดในไลฟ์ออกมาร้องเพลงนี้ ปลื้มปริ่ม ทุกคนใส่เสื้อเหมือนเราเลย แอออออออออออ (นี่แหละข้อดีของการใส่เสื้อยืดออฟฟิเชียล!) เพลงนี้ก็มีรถเลื่อนอีกแล้ว เทราชี่กับมาโมอยู่รถคันเดียวกัน กอดคอร้องเพลงหนิดหนมกลมเกลียวมั่กๆ น่าร้ากกกกกกกกก แงงงงงงง รูเลตตตตตตต์ (≧ω≦)(≧ω≦)

เพลงนี้สนุกแบบของตาย ไม่มีทางที่จะไม่สนุก ชอบตรงที่คราวนี้ให้รุ่นพี่ร้องโซโล่ท่อนของรุ่นน้องในสังกัดตัวเองนิดหน่อยด้วย อย่างเช่นคุณมาเอโนะร้องท่อน だって君をマジで守りたいから แทนโทริซัง เป็นต้น ช่วยออกซีดีเวอร์ชั่นนี้มาจะเป็นพระคุณ

แต่เพลงนี้สนุกแบบใจหายนิดๆ เพราะรู้ว่ายังไงก็เป็นเพลงสุดท้ายแน่นอน พอร้องจบแล้วทุกคนก็มารวมกันตรงเวทีเล็กแล้วโบกมือบ๊ายบาย พอยืนกันครบสิบเอ็ดคนบนเวทีเล็กแล้วดูแออัดมาก 555555555 ช่วงนี้นอกจากทุกคนจะพยายามบ๊ายบายคนดูให้ครบทุกทิศทางและส่งบ๊ายบายขึ้นมาถึงแสตนด์ชั้นบนสุดแล้ว ทุกคนยังมีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเอง ไฮทัชกันเอง บางคนก็วิ่งไปเล่นกล้องกันสนุกสนาน (ตอนชิโมโนะซังวิงค์ใส่กล้องแล้วอาโอยคุงทำตามคือฆ่าคนดูตายเรียบ) เป็นโมเมนต์ที่น่ารักมากกกกกกกก หลังจากนั้นทุกคนก็วิ่งไปตรงเวทีกลาง บ๊ายบายรัวๆ กันอีกรอบ แล้วค่อยวิ่งไปบ๊ายบายตรงเวทีใหญ่ ก่อนจะลงจากเวทีไป

โอ๊ยยยยยยย ฮือออออออออออออ ไม่เอาาาาาาาาาาาาาาาา อย่าเพิ่งจบบบบบบบบบบบบ จริงๆ แล้วไลฟ์คราวนี้เริ่มห้าโมงนิดๆ จบตอนสามทุ่มกว่า ยาวตั้งสี่ชั่วโมงแน่ะ มันยาวมากนะ แต่ตอนที่ดูจบรู้สึกเหมือนสั้นนิดเดียวเอง พอเห็นเวลาแล้วตกใจเลยว่ามันยาวขนาดนั้นเลยเรอะ!!!??? ทุกอย่างดูเกิดขึ้นเร็วมาก

จบไลฟ์แล้วชอบนักพากย์ทุกคนมากขึ้นมากๆ หลายคนที่เคยเฉยๆ ก็ประทับใจเยอะมาก ส่วนคนที่รักอยู่แล้วก็ยิ่งรักไปกันใหญ่♥♥ ชอบทุกเพลงที่ได้ฟังในไลฟ์นี้มากขึ้นด้วย

สิ่งนึงที่เสียดายพอสมควรคือไลฟ์นี้ไม่มีเพลงจาก Shining All Star 2 ฮือออออออออออ อยากฟังเพลง Starlight Memory ของควอเต็ทไนท์มากกกกก เราชอบเพลงนี้และคิดว่าแบบไลฟ์ต้องเท่ระดับทำลายล้าง เท่สังหารหมู่ผู้ชม แต่สุดท้ายก็ไม่มีเพลงนี้อ้ะะะะ เสียใจ (;____;)

อันที่จริงเราว่าชุดสึสึเคนแอบคล้ายชุดของควอเต็ทไนท์ใน Shining All Star 2 นิดๆ ด้วย ชอบตรงที่สตาริชใส่ชุดดำแล้วควอเต็ทไนท์ใส่ชุดขาว ชอบโดยไม่มีเหตุผล

แต่ถึงจะเสียดายยังไง แค่นี้เซ็ทลิสต์ก็ถูกใจมากมากมากแล้ว ขาดเพลงที่อยากฟังมากๆ ไปแค่เพลงเดียวเอง ส่วนเพลง ROT นั่นทำใจไว้เยอะแล้วว่ายังไงก็คงไม่ได้ฟังอีกตามเคย ไม่มีก็ไม่ค่อยเสียดายเท่าไหร่ ฮาาา แค่ได้ฟังเพลงคู่เซมไปกับเพลงเธียเตอร์ก็ชดเชยได้ทุกความเสียดายแล้ว ฮืออออออ

เขียนมาตั้งเยอะแยะเหมือนจะยาว แต่อันที่จริงรายละเอียดตกหล่นไปเยอะมากกกกก (T___T) เขียนด้วยความทรงจำเบลอๆ สติไม่ค่อยมี แถมยังจำลำดับเพลงสับสนอีก มั่นใจเลยว่าที่พิมพ์ๆ มานี่ต้องมีจุดที่เรียงลำดับเพลงผิดพลาดชัวร์ OTL

อยากให้แผ่นออกไวๆ อยากดูอีก แงงงงงงงงงงงง แผ่นออกเมื่อไหร่จะดูให้พรุนไปเลย เป็นไลฟ์ที่ดีมาก เซ็ทลิสต์ดีงาม โปรดักชั่นจัดเต็ม สัมผัสได้ถึงความทุ่มเทของนักพากย์ทุกๆ คน ผู้ชมเองก็เต็มที่มาก (แม้จะเสียสติน้อยกว่าที่คิดไว้) ไลฟ์นี้กลายเป็นไลฟ์ที่ชอบที่สุดแซงหน้าไลฟ์ 3rd ไปแล้ว

รักอุตะปุริจัง ฮือ ดีใจจังที่ได้เกิดมาในยุคสมัยที่มีอุตะปุริอยู่บนโลกใบนี้ ความรู้สึกตอนดูจบคือเนื้อเพลงซังคิวลอยมาเยอะมาก อาริกาโต้ว แต๊งกิ้ว ขอบคุณนะ รักมากจนแทบร้องไห้ (;___;)

ขอให้ปุริไลฟ์จัดอีกหลายๆ ครั้ง จะไปดูอีกให้ได้!!

UTAPRI♪ MAJI LOVELIVE 5th STAGE: ช่วงเวลาก่อนคอนเสิร์ต

เพิ่งกลับจากทริปไปติ่งที่ญี่ปุ่นสดๆ ร้อนๆ เป็นทริปที่สองที่บินไปโดยมีจุดประสงค์หลักคือดูคอนเสิร์ต ทริปที่แล้วบินไปดู Kalafina มา ส่วนทริปนี้บินไปดูปุริไลฟ์ 5th มาล่ะ (≧ω≦)

ขอเท้าความกลับไปไกลมาก ตั้งแต่ขั้นตอนชิงตั๋วเลย (เตือนก่อน เอนทรีนี้มีแต่น้ำ บอกเล่าประสบการณ์ก่อนคอนเสิร์ตล้วนๆ หาได้มีประโยชน์หรือสาระอันใดไม่ 5555555) ไลฟ์นี้เป็นไลฟ์แรกเลยที่เพิ่งมีโอกาสสมัคร ที่จริงตอนไลฟ์ 3rd เจ็บใจมากที่จัดช่วงไม่กี่เดือนหลังเรากลับจากไปแลกเปลี่ยนพอดี ตอนนั้นซื้อแผ่นบลูเรย์มาด้วยแต่ไม่ได้เอาโค้ดไปสมัคร เสียใจมาก (;__;)

ส่วนคราวนี้ตั้งใจว่าจะซื้อบลูเรย์สองแผ่นแรกเพื่อเอาโค้ดมาสมัครโดยเฉพาะ พอแผ่นแรกออกมาก็สมัครไปแบบไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่เพราะรู้ว่าไลฟ์นี้อัตราการแข่งขันโหดมากกกกกกกกก แต่พอสมัครไปแล้วก็อดลุ้นไม่ได้อยู่ดี นับถอยหลังวันประกาศผลอยู่ทุกวัน ช่วงนั้นเป็นเดือนกรกฎาพอดี ตอนวันทานาบาตะก็เลยทำป้ายขอพรในทวิตเตอร์รัวๆ ว่าขอให้ได้ตั๋วเถอะ พอสิ้นหวังแล้วรู้สึกงมงายมาก 5555555555 ปกติยิ่งเป็นคนไม่ค่อยมีดวงซะด้วย แต่ก็ไม่ถึงขั้นไปไหว้พระบนบานที่ไหนนะ ยังงงมงายแบบไม่ลงทุนอยู่ ฮาาา

รอบแรกสุดที่สมัครไปนั่นสมัครตั้งแต่ต้นเดือน แต่ประกาศผลปลายเดือน ระหว่างรอรู้สึกทรมานหัวใจมาก รอจนปลงแล้วปลงอีก และสุดท้ายผลรอบแรกก็ประกาศว่า………… ไม่ได้……………… OTL

เป็นผลที่ไม่ผิดคาดแต่อย่างใด แต่ก็เสียใจอยู่ดี T___T พอสมัครรอบสองเลยรู้สึกปลงยิ่งกว่าเดิม แต่คราวนี้เพิ่มระดับความงมงายยิ่งขึ้นด้วยการดูดวงไพ่ยิปซีออนไลน์ก่อนสมัครทุกวัน วันไหนดวงไม่ดีก็ไม่สมัคร (บอกเลยว่าบ้าไปแล้ว 555555555555)

และสุดท้ายก็ประกาศผล เมลจาก eplus ส่งมาช้าเลยเข้าไปเช็คในเว็บเอง และพบว่า

เจอประกาศแจ้งให้ไปจ่ายค่าตั๋วค่าาาาาาาาาา กรี๊ดดดดดดดดด วี้ดดดดดดดดดดดดดด

จำได้ว่าวันนั้นเพิ่งตื่นมาง่วงๆ แล้วมาเปิดดูผล เปิดปุ๊บตาสว่างทันที รึแอคชั่นเวอร์มาก แบบยกมือปิดปาก มือสั่น น้ำตาแทบไหล ดีใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่เคยดีใจกับการได้ตั๋วอะไรมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต (;_______;)

พอประกาศผลแล้วก็ฝากเพื่อนที่อยู่ที่ญี่ปุ่นช่วยเป็นธุระจ่ายตังค์ที่แฟมิลี่มาร์ทให้ เป็นอันว่าได้ตั๋วมาเรียบร้อย ที่เหลือก็แค่รอลุ้นตอนออกตั๋วว่าจะได้ที่นั่งตรงไหน ตอนนั้นทำใจไว้แล้วว่าต่อให้ได้ที่นั่งไกลสุดก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้เข้าไปอยู่ในไซตามะซูเปอร์อารีน่าในวันนั้นก็พอ ซึ่งสุดท้ายพอไปออกตั๋ววันใกล้ๆ ไลฟ์ก็ได้ที่นั่งบนเลเวล 400 มา ซึ่งไกลมาก… อยู่ชั้นบนสุดเลย…… แต่ก็นั่นแหละ ไม่เป็นไร ได้ตั๋วมาก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์มากๆ แล้ว TvT

หลังจากนั้นไลฟ์นี้ก็เปิดให้สมัครอีกหลายรอบ แต่เป็นรอบทั่วไปที่ใครๆ ก็สมัครได้ ไม่จำเป็นต้องมีโค้ดที่แถมมากับแผ่นแล้ว ช่วงนี้เราก็สมัครไปทุกครั้งเผื่อฟลุกได้ตั๋วรอบวันอาทิตย์มาอีกใบ เพราะรอบที่ได้มานี่เป็นรอบวันเสาร์ แล้วก็สมัครเผื่อเพื่อนด้วย ถ้ามีเพื่อนไปด้วยน่าจะมันส์มาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ตั๋วอีกเลย เพื่อนที่สมัครรัวๆ ก็ไม่ได้เช่นกัน ซึ่งไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด… เป็นบทเรียนว่าถ้าจะสมัครไลฟ์นี้ควรลงทุนซื้อแผ่นเอาโค้ดมาสมัครจะมีโอกาสได้มากกว่า เพราะช่วงท้ายๆ จะเปิดขาย 見切れ席 (ที่นั่งที่เห็นเวทีไม่ถนัด) สำหรับคนมีโค้ดโดยเฉพาะด้วย

ช่วงเวลาหลังจากได้ตั๋วจนถึงวันจริงห่างกันเกือบห้าเดือน ตื่นเต้นจนหายตื่นเต้นไปเลย ระหว่างนั้นก็เดาเซ็ทลิสต์ไปเรื่อยเปื่อย เดาออกมาหลายแบบมากจนรู้สึกว่าควรเลิกเดาเถอะ ถ้าจะเดาทุกความเป็นไปได้ขนาดนั้น 55555555555 แต่ส่วนใหญ่เดาว่าคงไม่ค่อยมีเพลงซ้ำ พอเจอเซ็ทลิสต์ของจริงก็ยังผิดคาดอยู่บ้างนะ

ตอนแรกๆ กระตือรือร้นที่จะเตรียมของขวัญไปแจกนักพากย์ด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เตรียมให้ใครเลย ไม่ได้เขียนแม้แต่จดหมาย เพราะรู้สึกว่าถ้าจะให้ก็อยากให้หลายคน อยากให้ครบทั้ง 11 คนเลยด้วยซ้ำ ไปๆ มาๆ เลยไม่ได้ให้สักคนซะงั้น OTL ถ้ามีโอกาสไปอีกจะเตรียมไปให้ได้ จริงจัง!

ที่ยิ่งกว่าความคิดเรื่องแจกของขวัญนักพากย์คือเกิดความคิดชั่วแล่นว่าอยากส่งดอกไม้หน้าคอนเสิร์ตด้วย แต่ความคิดนี้ล้มเลิกไปอย่างรวดเร็วเพราะมันแพง 5555555555 จะเรี่ยไรเงินมาลงขันส่งในนามปริ๊นเซสชาวไทยก็รู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีพาวเวอร์อะไรที่จะไปเรี่ยไรจากคนอื่น เฟซบุ๊กก็ไม่ได้เล่น หมดช่องทางเรี่ยไรโดยสิ้นเชิง ลาก่อนดอกไม้หน้างาน

และแล้ว พอขึ้นปีใหม่ก็เริ่มบิ๊วตัวเองให้อินกับการไปดูไลฟ์มากขึ้น ด้วยการดูไลฟ์ 4th ข้ามปี เป็นการเริ่มต้นปีที่ดีมาก (*´ω`*) หลังจากนั้นก็ทยอยดูมาจิเลิฟเรโวลูชั่นส์ทุกตอนตั้งแต่แรกอีกรอบ (น่าจะเป็นการดูรอบที่สิบกว่าๆ เพราะสมัยออนแอร์ก็ดูไปหลายรอบมาก……) ตามด้วยดูไลฟ์ 3rd อีกรอบ ตอนแรกว่าจะขุดสองไลฟ์แรกมาดูด้วย แต่เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งดูไป บวกกับจริงๆ แล้วมีงานต้องปั่นเยอะมากก่อนไปเที่ยวก็เลยไม่ได้ขุดมาดู

ตั้งแต่ขึ้นปีใหม่จนถึงวันไปไลฟ์นี่แทบไม่ได้ฟังเพลงอย่างอื่นนอกจากเพลงอุตะปุริเลย พยายามฟังแต่เพลงที่ยังไม่เคยเล่นในไลฟ์เพราะคิดว่าน่าจะได้ฟัง พอฟังกรอกหูตัวเองมากๆ เข้าก็เริ่มชอบหลายๆ เพลงที่ก่อนหน้านี้เฉยๆ มากขึ้น โดยเฉพาะ The New World ของนัตจัง กับ 静炎ブレイブハート ของมาซาโตะ ถือว่าบิ๊วตัวเองประสบความสำเร็จในระดับนึง เพราะยิ่งฟังก็ยิ่งอยากดูหลายๆ เพลงแบบไลฟ์มากขึ้นเยอะเลย ฮาาาา

ขั้นตอนการดูไลฟ์เก่าๆ และดูอนิเมะนั่นถือเป็นการเตรียมตัวทางจิตใจ แต่นอกจากนั้นยังต้องมีการเตรียมตัวด้านวัตถุอีก คือจะใส่ชุดอะไรไปดูคอนเสิร์ตดี และจะพกไอเท็มติ่งอะไรไปประกาศศักดาบ้าง!?

ตอนแรกอยากทำอิตะแบ็ก ROT ไปนะ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ (รู้สึกจะคิดทำนู่นทำนี่หลายอย่างมากแล้วไม่ได้ทำสักอย่าง อนาถมาก 5555555555555) เหตุผลเป็นเพราะไม่อยากทำกระเป๋าติดนู่นนี่นั่นเยอะเพราะถ้ามีชิ้นไหนหล่นหายไปคงเซ็งมาก ตอนเตรียมเสื้อผ้าและไอเท็มติ่งเลยโยนๆ เสื้อผ้าสีม่วงกับพวงกุญแจและเข็มกลัดโทคิยะลงกระเป๋าไว้เยอะๆ เป็นการเตรียมตัวที่เหมือนจะคิดเยอะแต่ที่จริงออกแนวขอไปทีมากๆ แบบม่วงๆ โทคิยะๆ จบ 5555555555

ที่จริงเรื่องการเตรียมเสื้อผ้านี่เห็นหลายคนเตรียมกันจริงจังมากนะ พอลองเสิร์ชในทวิตเตอร์ว่า プリライ 参戦服 ก็เจอชุดประเภทอื้อหือออออ ทำไมทุ่มทุนสร้างงงงง!!???? เยอะมาก ส่วนใหญ่ถ้าจะประกาศศักดาแบบไม่ต้องคิดอะไรมากก็เอาชุดของออฟฟิเชียลมามิกซ์ๆ กัน เพราะออฟฟิเชียลเคยทำมาแล้วทั้งเสื้อยืด ปาร์ก้า หมวก ถุงน่อง กระเป๋า (อยากให้ทำรองเท้ามากเลย ทำไมไม่ยอมทำซะที!!?) แต่เห็นหลายๆ คนดีไซน์เสื้อผ้าเองโดยอแดปท์มาจากชุดของหนุ่มๆ อีกทีด้วย กลุ่มหลังนี่เจ๋งมาก ชอบ!

ส่วนเราเป็นกลุ่มแรก ใส่เสื้อยืดคอนเสิร์ตกับถุงน่องออฟฟิเชียล แล้วทับด้วยเสื้อกันหนาวม่วง ง่ายดี ( ̄∇ ̄) ส่วนกระเป๋าไม่ได้ติดไอเท็มอะไรมาก แค่ห้อยสแตร็ปโทคิยะนิดหน่อยพอเป็นพิธี พอละ

ichinosesan

ดูแบบนี้แล้วเหมือนคุณอิจิโนะเสะติดโบ ที่จริงมันเป็นคนละชิ้นกันนะ 55555555555

ส่วนถุงน่องออฟฟิเชียลที่ใส่ไปหน้าตาแบบนี้

ไม่ได้ใส่มานานมากกกกกกกกกก ดีใจจังที่มีโอกาสใส่อีก (^ω^)

แม้จะไม่ได้ประกาศศักดาอะไรมาก (เพราะไม่ค่อยมีให้ประกาศ เป็นแค่ปริ๊นเซสระดับปลายแถวเมื่อเทียบกับทุกๆ คน) แต่ก็เป็นลุคที่ได้แสดงตัวว่าเป็นติ่งใคร พอใจแล้ว 555555555

หลังจากเตรียมตัวเตรียมใจมายาวนาน ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนเตรียมการขั้นสุดท้าย คือ การไปซื้อของหน้าคอนเสิร์ต!

ก่อนไปซื้อของก็ปรินท์ใบสั่งของไปเองดิบดี ที่จริงไม่ต้องปรินท์ไปก็ได้เพราะพอไปต่อแถวซื้อจริงๆ ก็จะมีสต๊าฟมาแจกใบออเดอร์ให้ แต่พอปรินท์ไปเองแล้วมันดูมีการเตรียมพร้อมที่ดี ดูตั้งใจ คิดดังนั้นแล้วจึงปรินท์ไปเองสามใบเผื่อเกิดเปลี่ยนใจในแถวกะทันหัน (ซึ่งสุดท้ายก็มีการเปลี่ยนใจเกิดขึ้นจริงๆ ฮาาาาาาาาา)

ที่จริงปุริไลฟ์รอบที่ผ่านๆ มาไม่เคยสั่งของหน้าคอนเสิร์ตเลย เพราะรู้สึกว่าไม่ได้ไปจะสั่งทำไม (#愛が足りない) แต่คราวนี้พอไปเองแล้วกิเลสพุ่งกระฉูด อยากได้หลายสิ่งอย่างมาก โดยเฉพาะแท่งไฟ ซึ่งงานนี้เป็นรูปคบเพลิงเลยไม่เรียกว่าเพนไลท์ แต่เรียกว่า ทอร์ชไลท์ แต่เราก็เรียกติดปากว่าเพนไลท์อยู่ดี…….. พออยากได้เพนไลท์มากๆ ก็เสิร์ชหาข้อมูลของปีก่อนๆ ว่าเพนไลท์ขายหมดเร็วมั้ย และพบว่าขายหมดตั้งแต่ประมาณเที่ยงๆ (=A=)!!!!!!!!

ด้วยความหวาดระแวงกลัวเพนไลท์หมด พอถึงวันที่ 15 ซึ่งเป็นวันก่อนคอนเสิร์ตหนึ่งวัน และเป็นวันแรกที่เปิดขายของหน้าคอน เราจึงตื่นตั้งแต่ก่อนตีสี่ เพื่อไปขึ้นรถไฟเที่ยวแรกตอนตีสี่ครึ่ง ทั้งๆ ที่ปกติเวลาอยู่บ้านตีสี่นี่คือเวลาเข้านอน โอ้มายก้อดดดดด นึกย้อนกลับไปแล้วรู้สึกตัวเองไฟท์มากจนน่าตกใจ ไม่เคยไฟท์กับการซื้อของหน้าอีเวนท์ไหนมากเท่านี้มาก่อน

ตอนไปขึ้นรถไฟที่สถานีแถวอพาร์ทเมนต์เพื่อนซึ่งเป็นที่ซุกหัวนอนของเรา เราก็เริ่มเห็นปริ๊นเซสสองสามคนรอรถไฟอยู่ที่สถานีเดียวกัน ตายยยย นี่ขนาดเป็นสถานีรถไฟเล็กๆ แถบชานเมืองนะ แล้วพอไปเปลี่ยนรถที่อิเคะบุคุโระก็เริ่มเห็นปริ๊นเซสมากขึ้นเรื่อยๆ (นอกเรื่อง เพื่อนที่เป็นเจ้าของห้องถามว่าแฟนๆ อุตะปุรินี่เค้าเรียกกันว่าปริ๊นเซสเหรอ คือมันตลกมาก ซึ่งเราก็เคยคิดอย่างนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ชินแล้ว 55555555555)

ปริ๊นเซสเหล่านี้สังเกตง่ายมาก เพราะเกือบทุกคนจะมีอิตะแบ็กเป็นของตัวเองคนละใบ เห็นแวบเดียวก็รู้ว่าใครเมนใคร แต่ที่ประทับใจคือเราเจอผู้ชายถืออิตะแบ็กอุตะปุริด้วย! เห็นหลายคนถืออิตะแบ็กรันมารุ รู้สึกประทับใจมากเพราะตามเซตติ้งในเกมเนี่ย รันมารุเป็นคนที่มีแฟนคลับผู้ชายเยอะมาก นี่มันคือการซิงโครระหว่างเกมกับโลกแห่งความเป็นจริงชัดๆ!

พอเจอปริ๊นเซสเยอะๆ แล้วคราวนี้การเดินทางก็ง่ายดาย เวลาเปลี่ยนรถไฟไม่ต้องดูป้ายเลยว่าต้องเดินไปขึ้นชานชาลาไหน ไม่ต้องกลัวเปลี่ยนรถไฟผิดขบวน เดินตามคนถืออิตะแบ็กไปก็พอ ฮาาาาา

ไปถึงสถานีไซตามะชินโตะชินที่อยู่หน้าไซตามะซูเปอร์อารีน่าตอนประมาณตีห้าครึ่ง ลงจากรถไฟแล้วตกใจมากที่เจอปริ๊นเซสเป็นร้อย ทำไมทุกคนไฟท์ขนาดนี้!? ก่อนหน้านั้นเสิร์ชในทวิตเตอร์ก็เจอคนบอกว่ามีคนไปต่อแถวแล้วหลายร้อย เริ่มรู้สึกท้อแท้ แต่มาถึงจุดนี้ก็ point of no return แล้ว ไปซะ ไปต่อแถว คิดแล้วก็รีบเดินจ้ำไปตามฝูงชน จนกระทั่งได้ต่อแถวอยู่ตรงชั้นล่างแถวๆ หน้าฮอลล์ที่เป็นจุดขายของ

พอได้จุดต่อคิวแล้วทุกคนก็นั่งรอ รอเวลาไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความหนาวเหน็บ หลายคนมีการเตรียมพร้อมที่ดีมาก เตรียมเสื่อ เก้าอี้ ผ้าห่ม ของกินมาพร้อมสรรพราวกับมาปิกนิก ส่วนเราไปตัวเปล่ากับกระเป๋าหนึ่งใบ พอเห็นทุกคนนั่งก็นั่งๆ ลงไปบนพื้นถนนนั่นแหละ โด๊นท์แคร์

การไปต่อแถวแต่เช้าตั้งแต่ยังไม่เปิดขายมีข้อดีตรงที่จะได้นั่งเพราะแถวยังไม่มีการเคลื่อนไหว ถ้าไปต่อหลังจากเริ่มขายไปแล้วต้องยืนรออย่างเดียวเลย นั่งไม่ได้เพราะแถวจะเลื่อนไปเรื่อยๆ ดังนั้นการแหกขี้ตาตื่นไปขึ้นรถไฟเที่ยวแรกนี่ถึงจะดูเหมือนไฟท์มากและน่าจะเหนื่อย แต่อันที่จริงมันน่าจะสบายกว่าไปทีหลังแล้วต้องยืนรอหลายชั่วโมงพอๆ กัน แถมไปเช้าขนาดนี้ของยังไม่หมดด้วย เริ่ดดดดดด

เราไปต่อแถวตีห้าครึ่ง ได้ซื้อของตอนสิบเอ็ดโมงครึ่ง พอนับออกมาเป็นตัวเลขหกชั่วโมงแล้วดูเยอะมาก แต่ระหว่างรอรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิดนะ นั่งฟังเพลงไปเรื่อยๆ บ้าง (แน่นอนว่ามีแต่เพลงอุตะปุริ) พยายามสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายบ้าง (นี่ถ้าไม่เตรียมไคโระไปคงหนาวตายไปแล้ว) แอบสังเกตพร็อพปริ๊นเซสรอบตัวบ้าง เวลามันก็ไหลของมันไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว พอแปดโมงครึ่ง สต๊าฟก็เริ่มมาเรียกให้ทุกคนลุกขึ้นเตรียมพร้อมและเตือนว่าในฮอลล์ขายของไม่มีห้องน้ำ ไม่มีที่สูบบุหรี่ ใครจะทำธุระปะปังอะไรก็รีบๆ ไปทำซะ

พอเก้าโมงแถวก็เริ่มเลื่อน ที่จริงแล้วเวลาเปิดขายของที่ประกาศไว้ในเว็บคือสิบโมง แต่เปิดขายจริงเก้าโมงนี่แหละ ได้ยินมาว่าปีที่แล้วก็เปิดขายก่อนเวลาแบบนี้เหมือนกัน ดีงามมมมมม

ช่วงที่แถวเริ่มเลื่อนจะได้เดินไปข้างหน้าทีละนิดหน่อย ช่วงนี้หนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ หนาวกว่าตอนนั่งรอเยอะเลย ลมก็พัดแรงเหลือเกินเพราะแถวๆ นั้นมันเป็นช่องระหว่างตึก ลมพัดวิ้วววววทีก็ขาสั่นงันงกที หนาวจนเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตว่านี่ฉันมาทำอะไรที่นี่? คนเราเกิดมาเพื่ออะไร? การที่ฉันติ่งขนาดแหกขี้ตาตื่นมาตากลมหนาวนี่เป็นลิขิตฟ้าหรือเจตจำนงเสรี? แต่พอซื้อของเสร็จแล้วก็พบว่าการทนหนาวหลายชั่วโมงมันคุ้มค่ามากจริงๆ TvT

ช่วงเลื่อนแถวนี่ส่องอิตะแบ็กคนรอบข้างเพลินมาก พอเห็นใครมีเข็มกลัดแรร์ๆ จะรู้สึกว้าวววว หรือเห็นบางคนทำอิตะแบ็กออกมาเก๋มากๆ ก็จะยิ่งว้าวววววววววววววว เห็นคนนึงเป็นติ่งเรย์จัง ใช้กระเป๋า Every Buddy! มาทำอิตะแบ็ก ติดเข็มกลัดแค่ไม่กี่อัน แล้วประดับด้วยกุญแจมือ เก๋มากกกกกกกก ชอบมากกกกกกก

คนที่อยู่ใกล้ๆ เราตั้งข้อสังเกตกับเพื่อนเค้าว่ารอบนี้มีคนถืออิตะแบ็กรันมารุเยอะขึ้น แต่เรารู้สึกว่าเห็นติ่งเรย์จังเยอะมากกกกกกกกก เยอะแบบอะไรจะเยอะขนาดนี้ เห็นบ่อยกว่าติ่งคุณอิจิโนะเสะอีก

พอแถวเลื่อนไปเรื่อยๆ จนได้เข้าไปในฮอลล์ขายของแล้วชีวิตดีขึ้นมากกกกกก โอ้ อากาศอบอุ่นที่โหยหาาาาาาาา

เข้าไปในฮอลล์แล้วแถวจะขดอีกหลายรอบกว่าจะไปถึงเส้นชัย แต่ในนั้นอากาศอุ่นและมีเพลงให้ฟังเพลินๆ ตอนที่เราเข้าไปในนั้นเจอแต่เพลงภาคเรโวลูชั่นส์กับ All Star After Secret ชอบเวลาที่เพลงนึงจบแล้วขึ้นเพลงใหม่ ทุกคนจะมีรึแอคชั่นกับเพลง เช่นเพลงคามิวขึ้นมาก็จะได้ยินคนฮือฮาว่า คามิวซามะ! หรือพอออริจินัลเรโซแนนซ์ขึ้นมาทุกคนก็จะเริ่มโยกหัว (เพลงนี้พอเข้าท่อนฮุคแล้วประมาณครึ่งฮอลล์โยกหัวกันมันส์มาก นี่ขนาดแค่ต่อแถวซื้อของ 55555555555) หลายๆ คนร้องเพลงคลอตามไปด้วย เราว่างานนี้คงมีหลายคนที่ซื้อของเสร็จแล้วพุ่งเข้าคาราโอเกะแหงๆ……

ในที่สุดพอถึงคิวซื้อของ สต๊าฟก็จะให้แต่ละคนไปตามช่องขายของ มีประมาณสี่สิบกว่าช่องมั้ง พอไปที่ช่องแล้วก็รอยื่นใบออเดอร์ให้สต๊าฟ เค้าก็จะหยิบๆ ของมาให้ตามใบสั่ง

ณ จุดนั้นใบออเดอร์มีรายการของที่จะซื้องอกเพิ่มมาจากความตั้งใจเดิมเยอะมาก ตอนแรกว่าจะซื้อแค่เพนไลท์ ริงไลท์ แพมเฟลท ผ้าขนหนูคุณอิจิโนะเสะ ไปๆ มาๆ มีอะไรก็ไม่รู้งอกเพิ่มมาเต็มไปหมด งานนี้ใช้บัตรเครดิตจ่ายได้ด้วย ว่าแล้วก็รูดปรื๊ดดดด สบายแฮ (เพื่อนที่เป็นติ่งอาราชิประหลาดใจมากที่รูดบัตรซื้อของหน้าคอนได้ด้วย เพราะกรณีจอห์นนี่ส์ต้องจ่ายสดล้วนๆ)

ตอนที่ใกล้ถึงคิวแล้วเห็นคนอื่นซื้อเสร็จรู้สึกแปลกใจมากที่เห็นคนซื้อผ้าขนหนูผืนใหญ่กันเยอะมาก เยอะจนเกือบคล้อยตามแล้ว (เป็นคนคล้อยตามง่าย……) แต่ราคาสี่พันเยนทำให้คราวนี้ไม่คล้อยตาม แพงไปนะ เชอะ ด้วยเหตุนี้จึงรอดจากผ้าขนหนูมาได้อย่างง่ายดาย

แต่ก็อย่างที่บอกแหละว่ามันมีอย่างอื่นงอกออกมาเยอะอยู่ดี……..

พอซื้อของเสร็จเรียบร้อยก็ต้องมายืนจัดของก่อนออกจากฮอลล์เล็กน้อย ก่อนออกจากฮอลล์จะมีแอเรียเล็กๆ วางโต๊ะเอาไว้สำหรับให้ปริ๊นเซสจัดการกับสัมภาระ เราก็จับทุกอย่างยัดๆ ลงถุงช็อปปิ้ง (หนึ่งในของที่งอกออกมาโดยไม่ตั้งใจ) งานนี้ถ้าใครไม่ได้เตรียมถุงมาก่อนแล้วไม่ซื้อถุงใหม่อาจจะลำบากนิดนึง เพราะสต๊าฟไม่ได้ยัดทุกอย่างใส่ถุงมาให้เรา ใส่มาให้แค่บางอย่าง งงกับหลักการใส่ถุงนิดหน่อยว่าต้องซื้อชิ้นไหนถึงจะได้ถุงและชิ้นไหนไม่ได้ ตอนซื้อเสร็จแล้วถือออกมาด้านหน้าเลยทุลักทุเลนิดหน่อย แต่พอโยนทุกอย่างรวมกันในถุงเดียวแล้วชีวิตจะง่ายขึ้นมาก

ตรงก่อนทางออกจากมีโต๊ะขายแผ่นสารพัดของอุตะปุริด้วย มีแผ่นเพลงเกือบครบเลยมั้ง แต่ขาดแผ่นเกคิดันแบบลิมิเต็ด ถ้ามีคงซื้อไปแล้วเพราะกำลังอยากได้ แล้วก็มีแผ่นดีวีดี&บีดีของทั้งอนิเมะ-ไลฟ์เก่าๆ ด้วย ถ้าใครซื้อซีดีตรงนี้จะได้โปสเตอร์เป็นของแถมด้วยนะ

แต่เราไม่ได้ซื้อสักแผ่น ตึงงงงงง แอบอยากได้โปสเตอร์นิดนึงนะ แต่คิดว่าคงไม่สามารถขนกลับไทยได้โดยไม่มีริ้วรอย ลาก่อน

ออกจากฮอลล์เรียบร้อยก็เดินกลับขึ้นไปชั้นบนตรงด้านหน้าอารีน่า ขึ้นมาถึงก็เจอทุกคนที่ซื้อของเสร็จเรียบร้อยเริ่มตั้งรกรากเตรียมตัวแลกของกัน ทุกคนเตรียมตัวมาดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกก หลายๆ คนจัดแจงปูเสื่อ ตั้งเก้าอี้ จับของออกมาเรียงๆ ด้านหน้า พร้อมด้วยเขียนป้ายเสร็จสรรพว่ามีสินค้าอะไรและต้องการแลกกับชิ้นไหนบ้าง สภาพตอนนั้นเหมือนเดินตลาดนัด เพราะทุกคนตั้งแผงลอย(?)กันเป็นแถวๆ ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก คนที่อยากแลกแต่ขี้เกียจตั้งแผงเองก็เดินดูแผงคนอื่นไปเรื่อยๆ

ด้วยความที่สุ่มริงไลท์และเข็มกลัดมาไม่ได้โทคิยะสักอัน เราเลยลองเดินหาคนแลกด้วย แต่หายากมากกกกกกกกกก ไม่เจอคนผลประโยชน์ตรงกันเลย จนกระทั่งกลับห้องมาแล้วถึงคิดได้ว่าที่จริงเราควรเอาอันที่มีอยู่ไปแลกกับอันอื่นก่อน แล้วค่อยหาแลกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้โทคิยะก็ได้นี่นา ฮืออออ คิดได้ช้าไป (;___;)

แต่ถึงจะไม่ได้แลกชิ้นที่ต้องการมา เราก็สนุกกับการเดินหาของในตลาดนัดหน้าอารีน่ามากกกกกก ชอบบรรยากาศนั้น ชอบที่แฟนๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนดูมีกิจกรรมร่วมกัน นี่คงเป็นข้อดีของสินค้าประเภทเทรดดิ้งสินะ! (แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ขายแบบไม่แรนด้อมมากกว่าอยู่ดี………….)

พอซื้อของเสร็จและเดินตลาดนัดเรียบร้อยแล้วก็เดินสำรวจรอบๆ อารีน่าอีกนิดหน่อย แถวนั้นมีห้างให้เดินเล่นด้วย เลยเดินเข้าไปหลบหนาวแป๊ปนึงก่อนกลับ

ชักภาพถุงช็อปปิ้งกับอารีน่ามาเล็กน้อย

SONY DSC

มองเห็นอารีน่าอยู่ลิบๆ เพราะโดนตึกบัง 555555555555

ตอนแรกตั้งใจว่าซื้อของเสร็จจะไปเที่ยวคาวาโกเอะแบบมนุษย์ปกติธรรมดาบ้าง (เปล่าหรอก ที่จริงอยากไปโอนลี่ช็อป Prince of Stride ที่นั่น….) แต่เหนื่อยและหนาวเกินกว่าจะเดินเที่ยวต่อ เลยกลับห้องไปสังคายนาของติ่งที่ลำบากลำบนโต้ลมหนาวไปหอบหิ้วมาดีกว่า ลาก่อนคาวาโกเอะ

สรุปข้าวของที่ได้มา

SONY DSC

เริ่มจากอย่างแรกที่ตั้งใจไปซื้อมากที่สุด

แท่งไฟรูปทรงคบเพลิงนั่นเอง!

SONY DSC

แท่งไฟออฟฟิเชียลเปิดไฟได้ 12 สี ประกอบด้วยสีประจำตัวละคร 11 สี+สีขาว

เวลากดเปลี่ยนสีจะไล่ลำดับตัวละครตามหลักการเรียงมาตรฐานของอุตะปุริ คือไล่ตั้งแต่สีโอโตยะไปจนถึงคามิวเป็นคนสุดท้าย แล้วตบท้ายด้วยสีขาว พอเรียงแบบนี้แล้วจำง่ายดี มีปุ่มสำหรับกดเปลี่ยนสีสองปุ่มคือไล่จากโอโตยะไปคามิว กับไล่ย้อนกลับจากคามิวมาโอโตยะ

ตอนก่อนไลฟ์ไม่กล้าลองกดเล่นมากเพราะไม่รู้ว่าแบตมันอยู่ได้นานมั้ย เลยต้องไปฝึกใช้จริงๆ ตอนไลฟ์เลย ช่วงแรกๆ ยังเปลี่ยนไม่คล่องเท่าไหร่ แต่ผ่านไปไม่กี่เพลงก็เปลี่ยนสีได้โปรมาก รู้สึกภูมิใจในตัวเอง ( ̄∇ ̄)

นี่รูปตอนทดลองเปิดสีคุณอิจิโนะเสะ

SONY DSC

สีนี้เป็นสีที่เราใช้บ่อยที่สุดแล้ว เพราะเพลงไหนโทคิยะร้องก็จะเปิดสีม่วงตลอด ทั้งเพลงสตาริช เพลงโซโล่ เพลงคู่ เพลงเธียเตอร์ ส่วนของฝั่งคารุไนจะเปิดสีเขียวเรย์จังสลับกับสีแดงของรันมารุรัวๆ

ชิ้นที่สองที่ตั้งใจจะซื้อคือผ้าขนหนูคุณอิจิโนะเสะ ซื้อเพราะคิดว่าเอามาโบกตอนเพลงโชจังน่าจะมันส์ดี แม้ตอนแรกไม่ค่อยแน่ใจว่าเพลงโชจังนี่เราสามารถโบกผ้าขนหนูของตัวละครอื่นได้หรือไม่ ยังไงก็ซื้อๆ มาก่อนแล้วกัน

SONY DSC

SONY DSC

สุดท้ายเราก็ไม่ได้ใช้โบกหรอก โบกเพนไลท์อย่างเดียวก็มันส์มากแล้ว 555555555 แต่ใช้ผ้านี่พาดคอไว้ตลอดทั้งคอนเสิร์ตเลย ความที่ตรงปลายทั้งสองด้านมันมีช่องเหมือนเป็นกระเป๋าเล็กๆ ทำให้มีประโยชน์มากเวลาใส่ของจุกจิก สะดวกดี มีประโยชน์กว่าที่คิด

ต่อไปเป็นริงไลท์ ชิ้นนี้เป็นแบบสุ่ม มีการกำหนดจำนวนว่าให้ซื้อได้มากสุดคนละ 12 อัน เราซื้อมาแค่สามอันด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าจะมีโทคิยะหลุดมาบ้าง พอมาคิดดูทีหลังรู้สึกว่าน่าจะไฟท์ซื้อเยอะกว่านั้นอีกนิด เพราะพยายามหาแลกยังไงก็ไม่เจอเลย TvT

SONY DSC

ปกติแล้วเวลาสุ่มของอุตะปุริทีไรเราได้เซชชี่บ่อยมากกกกกกกกกกกกก เพิ่งมีทริปนี้ที่ได้เรย์จิกับรันมารุรัวๆ ส่วนเซชชี่ก็ยังเป็นขาประจำเหมือนเดิม (ฮาาา) ปัจจุบันปล่อยริงไลท์เรย์รันไปแล้ว เหลือของเซชชี่เก็บไว้ดูเล่นเป็นที่ระลึก

ของเซชชี่พอเปิดไฟแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้

SONY DSC

แต่ตอนอยู่ในไลฟ์ไม่ได้ใส่หรอก เพราะพร็อพอย่างอื่นทั้งตัวเป็นโทคิยะหมด จะใส่ริงไลท์เซชชี่คงประหลาดไปหน่อย ก๊าก

ต่อไปก็แพมเฟลท

SONY DSC

ข้างในมีสัมภาษณ์นักพากย์กับรูปทุกคนถือธงที่เป็นสีประจำตัวละคร ยังไม่ได้อ่านบทสัมภาษณ์เลย แต่พลิกๆ ดูแล้วสัมภาษณ์แต่ละคนยาวดีเหมือนกัน รูปก็เยอะ ถือว่าคุ้ม

ทั้งหมดด้านบนคือของที่ตั้งใจไปซื้อ ส่วนชิ้นอื่นๆ ต่อจากนี้เป็นของที่งอกมาโดยไม่ตั้งใจ ผลจากการต่อคิวยาวหกชั่วโมงทำให้สติและความยับยั้งชั่งใจมลายสิ้น

อย่างแรกคือเข็มกลัด ไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้อแต่พอถึงคิวดันเขียนลงไปสี่อัน!!!! คืออะไร!!!!! ทำไมจำนวนมากกว่าริงไลท์ที่ตั้งใจไปซื้ออีก!!!!????? ตอนนี้ก็ยังงงๆ อยู่ แต่ระหว่างต่อคิวมันมีแซมเปิ้ลติดอยู่ตรงรั้วให้ดูแล้วรู้สึกว่ามันอันใหญ่กว่าที่คิดแฮะ พอรู้สึกตัวอีกทีก็เขียนเลขสี่ลงไปในใบออเดอร์แล้ว

สี่คนที่สุ่มได้มามีดังนี้

SONY DSC

ก็ยังคงไม่มีคุณอิจิโนะเสะตามเคย………….. แต่ตอนวันคอนเสิร์ตขวัญซังกับเจินซังให้เข็มกลัดคุณอิจิโนะเสะมาอันนึง ฮือออออ ขอกราบขอบคุณมา ณ ที่นี้นะคะ ดีใจมากมากมากมากมาก (;_____;)

แปลกใจนิดๆ ที่ได้เร็นมาอันนึง เพราะปกติเวลาสุ่มของอุตะปุริไม่เจอเร็นเลย แต่หลังจากนั้นก็ลืมไปแล้วว่าได้เร็นมา เพิ่งมานึกได้อีกทีตอนเปิดรูปดู อารมณ์แบบ อ้าว ได้เร็นมาด้วยเหรอ จำไม่เห็นได้เลย 55555555555555

อย่างที่สองที่งอกมาแบบงงๆ คือสแตร็ปซึ่งไม่ได้มีความรู้สึกอยากได้มาก่อนเลย ระหว่างต่อคิวก็ไม่ได้มีแซมเปิ้ลให้ดูนะ แต่มันเป็นของไม่กี่อย่างที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาของตัวละครไหน ดังนั้นพอใกล้ถึงคิวเลยอารมณ์แบบ… เอาวะ เราควรกอบโกยทุกสิ่งอย่างที่เป็นอิจิโนะเสะ โทคิยะ!!!!! ว่าแล้วก็ได้สแตร็ปโทคิยะมาหนึ่งอัน

SONY DSC

แม้จะซื้อมาแบบงงๆ แต่ซื้อมาแล้วชอบมากกกก สวยยยยยยยย ยิ่งเอาไปห้อยกับสแตร็ปยางจนดูเหมือนคุณอิจิโนะเสะผูกโบ (กรุณาเลื่อนกลับไปชมภาพประกอบด้านบน) แล้วยิ่งชอบเลย โซคิวท์เวรี่คิวท์ (≧ω≦)(≧ω≦)

อีกอย่างที่งอกมาด้วยเหตุผลว่าเลือกตัวละครได้เช่นเดียวกันคืออีเวนท์เซ็ต ประกอบด้วยพัด ยางรัดผม และแฟ้ม

SONY DSC

ระดับความพึงพอใจในเซ็ตนี้ยังไม่เท่าสแตร็ป แต่พอเอาของคุณอิจิโนะเสะทั้งหมดที่ซื้อมาวันนั้นมากองๆ รวมกันแล้วรู้สึกแฮปปี้มีความสุขมาก (*´ェ`*)

และสิ่งที่ซื้อมาแบบงุนงงที่สุดคือเสื้อยืด เป็นสิ่งที่ตัดออกอย่างแรกสุดตอนลิสท์ว่าจะซื้ออะไรบ้าง ตอนนั้นคิดอะไรถึงซื้อมาก็จำไม่ได้แล้ว แต่สุดท้ายก็ใส่เสื้อยืดนี่แหละไปดูคอนเสิร์ต

SONY DSC

ข้อดีของการใส่เสื้อยืดไปดูคอนเสิร์ตคือ ตอนอังกอร์นักพากย์จะใส่ชุดนี้ออกมาร้องเพลง ทำให้เรา(คิดไปเองว่า)ได้ใส่เสื้อคู่กับทุกคน เย้ \(^o^)/

นอกจากนี้ก็มีถุงช็อปปิ้งที่ซื้อมาโดยไม่ได้ตั้งใจไว้แต่แรกเช่นกัน แต่เห็นทุกคนถือหลังจากซื้อเสร็จแล้วอยากมีบ้าง ก๊ากกกกก

งานนี้พอซื้อของครบตามจำนวนเงินที่กำหนดแล้วจะได้ของแถมเป็นพวงกุญแจแยกตามสีคาแรคเตอร์ซึ่งแจกแบบสุ่มตามเคย ซื้อเสร็จแล้วได้มาสี่อัน เป็นเรย์จังไปแล้วสามอัน………..

SONY DSC

ก่อนหน้านี้ตอนไปคาเฟ่ก็ได้พวงกุญแจเรย์จังซ้ำ ตอนก่อนกลับแวะซื้อพวงกุญแจที่โคโตบุกิยะก็ได้เรย์จังมาอีก (ยังดีที่ไม่ซ้ำ) ชักจะดวงสมพงศ์กับเรย์จังเกินไปแล้วววววว (ที่จริงเรายินดีกับการได้เรย์จังรัวๆ นะถ้ามันไม่ซ้ำ……….)

เป็นอันว่าการเตรียมตัวก่อนไลฟ์ที่กินเวลายาวนานจบลงในที่สุด วันต่อมาหลังจากซื้อของเรียบร้อยก็ได้เวลาดูไลฟ์จริงซะที เย้ \(^o^)/

แต่รีพอร์ทไลฟ์เก็บไว้เล่าคราวหน้านะ ฮิๆๆๆๆ