KILLER KISS&ハルハナ

วันนี้มีปุริไลฟ์ แต่เราไม่ได้ไปเพราะไม่ได้ตั๋ว ก็เลยจะมาย้อมใจด้วยการเห่อเพลงใหม่เซมไป (ที่ร้องในไลฟ์วันนี้ อ้าว ทำไมย้อมใจด้วยการทำร้ายตัวเอง) 

ขอย้อนกลับไปช่วงที่มาจิเลิฟเลเจนด์สตาร์ฉายสักนิด ตอนนั้นเซ็งนิดนึงที่ควอเต็ทไนท์บทน้อยแถมไม่มีเพลงโซโล่เพลงใหม่ ถึงเราจะเป็นสตาริชโอชิแต่เราก็รักเซมไปมาก อยากให้เซมไปออกเพลงใหม่บ้าง นึกว่าต้องรอจนกว่าจะมีเกมภาคใหม่หรืออนิเมะภาคใหม่ถึงจะได้ฟังเพลงใหม่ซะแล้ว ยังดีที่ออฟฟิเชียลไม่ปล่อยให้รอนาน ส่งเพลงใหม่ออกมาให้ฟังกันช่วงก่อนไลฟ์ไม่กี่วันนี่เอง!

เพลงเซมไปคราวนี้มีสองแผ่น แผ่นแรกใช้ชื่อว่า Uta no☆Prince-sama♪ IDOL SONG REIJI & CAMUS และอีกแผ่นคือ IDOL SONG RANMARU & AI ซึ่งถึงแม้ว่าเราจะอยากให้เรย์จิกับไอไอมีเพลงคู่กันมานานแสนนาน ตอนประกาศออกมาเป็นคู่นี้เราก็กรี๊ดมากอยู่ดี สรุปว่าจะทำเพลงคู่ไหนก็กรี๊ดหมด #ทาสก็คือทาส

ชอบการจับคู่แบบนี้ตรงที่ชวนให้นึกถึงภาค All Star After Secret ทั้งสองคู่น่ารักมากกกกก (≧д≦)

สิ่งที่กรี๊ดประการถัดมาคือคุราฮานะเซนเซวาดปกให้ ปกคราวนี้สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เท่มากกกกกกกกกกกกกกกกก

อนึ่ง เนื่องจากอุตะปุริเป็นลัทธิหลอกตัวเอง เราจึงไม่ควรใช้คำว่า “วาด” แต่ควรเป็นคำว่า “ถ่ายภาพ” ซึ่งคุราฮานะเซนเซได้กล่าวไว้ทางทวิตเตอร์ว่า นี่เป็นการถ่ายภาพขาวดำครั้งแรก หวังว่าจะได้บรรยากาศที่แตกต่างไปจากปกตินะคะ

เนี่ย ก็หลอกตัวเองกันประมาณเนี้ย 55555555555555555

นอกจากชอบหน้าปกมากแล้ว เรายังชอบแพคเกจจิ้งของล็อตแรกคราวนี้มากด้วย! ถึงจะมาแนวเรียบง่ายไม่อลังการเท่าตอนเธียเตอร์ไชน์นิ่งหรือไชน์นิ่งดรีมเฟสต้า แต่แพคเกจและคอนเทนต์ก็ดีงามน่ากราบไหว้บูชาเหลือเกิน

เริ่มจากขนาดกล่อง ตอนแรกนึกว่าจะไซส์ประมาณกล่องดีวีดีทั่วไป ปรากฏว่าใหญ่กว่ากล่องดีวีดีพอสมควรเลย

อันนี้ลองเทียบกับกล่องเกคิดันไชน์นิ่งซึ่งขนาดเท่ากล่องดีวีดีทั่วไป ↓

ชอบกล่องคราวนี้ตรงที่เวลาสะท้อนกับแสงแล้วสีจะเปลี่ยนไปตามองศาต่างๆ หยิบมาพลิกๆ เปลี่ยนสีตาให้ทุกคนไปเรื่อยๆ ก็สนุกแบบไร้สาระดี 5555555555

ว่าแล้วก็ซูมทั้งสองกล่องสักนิด

กราบคุราฮานะเซนเซ ฮือออออออ ถ่ายภาพทุกคนออกมาได้หล่อมากค่ะะะะะะะ โดยเฉพาะคามิวนี่รู้สึกจะลูกรักเหลือเกิน ถึงมือคุราฮานะเซนเซทีไรหล่อกว่าเพื่อนตล๊อดดดดดด (90% เป็นความมืดบอดของเรานี่แหละ)

ส่วนด้านในกล่องประกอบด้วยกล่องซีดี เข็มกลัด และวิชวลการ์ดขนาด 19×14 ซม. ภาพเดียวกับหน้าปกแต่แยกเป็นรายคน ซึ่งคราวนี้เป็นภาพสี อ้าวววว ไหนคุราฮานะเซนเซบอกถ่ายภาพขาวดำไงคะ??? (ขอแซวหน่อยเถอะ 55555555)

ในกล่องซีดีหน้าตาแบบนี้ ประกอบด้วยตัวแผ่นกับบุ๊กเลท

ในบุ๊กเลทก็จะมีเนื้อเพลง มีคอมเมนต์สั้นๆ ของศิลปินแต่ละคน (ในที่นี้คือของเรย์จัง รันรัน ไอไอ และมิวจัง ไม่มีคอมเมนต์ของนักพากย์) แล้วก็มีสัมภาษณ์คู่แยกตามแผ่นด้วย

ส่วนของแถมร้าน ตอนแรกลังเลอยู่นานว่าจะสั่งร้านไหนดีเพราะอยากได้แคสท์คอมเมนต์ทุกแผ่นเลย ไปๆ มาๆ เลือกไม่ได้ซะทีเลยหลับหูหลับตากดสั่งกับบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์ ….ซึ่งไม่แถมแคสท์คอมเมนต์แต่แถมเข็มกลัด ไว้ถ้าเจอคนปล่อยแผ่นแคสท์คอมเมนต์ตามร้านมือสองแบบราคาไม่โหดร้ายมากค่อยไปสอยมาฟังละกัน TvT

ทีนี้มากรี๊ดเพลงบ้าง!

  • KILLER KISS

ตอนประกาศว่าจะมีเพลงคู่นี้ก็นึกภาพไม่ออกนะว่าจับสองคนนี้มาร้องเพลงด้วยกันแล้วจะเป็นยังไง พอได้ฟังก็ อืม คามิวโดนเรย์จังล้างสมองไปแล้วจ้า สไตล์เพลงไปทางเรย์จังมากกว่าคามิว แต่เพราะอย่างงั้นแหละเลยน่ารักมาก ฮือออออ ชอบมากๆๆๆๆ เนื้อเพลงก็แอบแฝงความลามกสมเป็นเพลงอุตะปุริดี

  • On Your Mark!

ชอบ! เป็นเพลงเรย์จังที่รู้สึกว่าเท่ ชอบดนตรีมากกกกกก ไม่ค่อยได้กลิ่นโชวะจ๋าเหมือนเพลงก่อนๆ เพราะความโชวะไปอยู่ในคิลเลอร์คิสหมดแล้ว 5555555555 (แต่ไอ้ความโชวะในเพลงก่อนๆ เราก็ชอบนะ ฟังแล้วรู้สึกว่า เออ นี่แหละเรย์จัง) เพลงนี้ชอบช่วงท่อน 「ぼくにすべて身を任せて 花になればいいんだ 君を守り尽くすよずっと」เป็นพิเศษ ฟังครั้งแรกรู้สึกว่าเพลงนี้ในไลฟ์ต้องเท่มากแน่นอน อยากดูจัง โฮฮฮฮฮ

  • Melting of snow

ตื่นเต้นตกใจตั้งแต่เห็นชื่อเพลง นึกว่าจะเป็นบัลลาดหวานๆ เพราะๆ แบบออโรร่า ปรากฏว่าพอฟังแซมเปิ้ลครั้งแรกแล้ว หืมมมมมมมมม????? ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม เกิดอะไรขึ้นกับท่านเคานต์เหรอคะ?????? พอมาฟังเพลงเต็มก็ หืมมมมมมมมมมมมม?????? อีกเช่นกัน เพลงน่ารักมากกกกกกกกก น่ารักจนไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเพลงคามิว ไม่รู้ไปกินอะไรผิดสำแดงมา ไม่ทราบว่าท่านเคานต์บริโภคน้ำตาลเกินขนาดรึเปล่า? ฟังแล้วใจพองฟูมาก ละลายตามหิมะไปเลย มิวจังคิวท์มากๆๆๆๆ เมลตี้! เมลตี้!

และที่สำคัญ เพลงนี้กลับมามีเชลโล่แล้วววววว โฮ ดีใจมาก ชอบให้เพลงมิวจังมีเสียงเชลโล่ TωT

  • Haruhana

กิงกิคิดส์……….. โคตรกิงกิคิดส์ แบบไม่สามารถจะกิงกิคิดส์ไปกว่านี้ได้แล้ว ไม่นึกว่าสองคนนี้ร้องเพลงด้วยกันแล้วจะมาแนวนี้

ชอบดนตรีเพลงนี้มากเลย ฟังแบบออฟโวคัลไปหลายรอบแล้ว ไม่ใช่ว่าแบบมีเสียงร้องไม่ดีนะ แต่เพลงนี้ดนตรีงานละเอียดดีมากกกก ฟังสลับไปมาทั้งสองเวอร์ชั่นแล้วยิ่งซาบซึ้งในความดีงาม ชอบเพลงคู่นี้มากกว่าคู่เรย์จังคามิวนิดหน่อย

  • BE PROUD

ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ ไม่คิดว่าจะมีวันที่ได้ฟังรันมารุร้องบัลลาด โฮวววววววววววว น้ำตาจะไหล เนื้อเพลงก็ดี๊ดี ซึ้งมาก ชอบเนื้อเพลงมาก สมแล้วที่อาเกมัตสึซังเขียนเนื้อเพลงเอง (;___;) ปกติแล้วโซโล่เซมไปนี่เรามักแพ้ทางเพลงคามิวมากสุด แต่เซ็ตนี้รันรันชนะเลิศ ยอม

  • Synchronism

ชอบซาวด์แปดบิต น่ารักกกกก ตัวเพลงก็น่ารักทั้งเพลงเลย เพลงสมเป็นไอไอมาก เพลงนี้ก็ดนตรีละเอี๊ยดละเอียด แต่ยังไม่ได้ลองฟังแบบออฟโวคัลเลย เพลงนี้มั่นใจว่าในไลฟ์ต้องน่ารักแบบดูแล้วเป็นลมตายไป คาดหวังไว้เยอะมาก อยากเห็นอาโอยคุงเต้นเพลงนี้แล้ววววววว ฮือออออออ แผ่นรีบออกเร้ววววววววววววววว

ขอกราบขอบพระคุณบรอคโคลี่ที่ออกเพลงใหม่เซมไปมาให้รวดเร็วทันใจไม่ต้องรอนาน เพลงดีคุ้มค่าคุ้มราคา คุ้มแก่การรอคอยมาก

เมื่อวานในไลฟ์มีประกาศว่าจะสร้างภาคหนังโรงด้วยนะ ตื่นเต้น! อยากดูแล้ว!

Unbox: うたの☆プリンスさまっ♪Repeat LOVE

แผ่นอุตะปุริรีพีทเลิฟมาส่งตั้งแต่เดือนที่แล้ว แกะกล่องดูหนึ่งทีแล้วก็เก็บเข้ากรุไป จนป่านนี้ยังไม่ได้เล่นซะที แต่คราวนี้ประทับใจแพคเกจสุดอลังการจนอยากเอามาอวดรีวิวซะหน่อย

ภาครีพีทเลิฟนี่ไม่ใช่ภาคใหม่อะไร เป็นการเอาภาค Repeat (ซึ่งเป็นภาคที่รีเมคจากภาคแรกสุดอีกที) มาพอร์ทลง PSV แต่บวกเอพิโสดใหม่นิดๆ ฟังค์ชั่นเพิ่มเติมอีกหน่อย จุดหนึ่งที่สำคัญมากคือ ภาคนี้ถือเป็นภาคแรกเลยที่อุตะปุริมีฟังค์ชั่นกะพริบตาและขยับปาก!! ว้าววว น่าตื่นเต้นมากๆ!!!!! (เกมอื่นเขาทำมาชาตินึงแล้วมั้ยแกรรรร)  

ที่จริงเรามีแผ่นภาครีพีทแล้ว ซื้อมือสองแบบธรรมดามาเก็บไว้ แต่พอเอามาพอร์ทลงวีต้าก็อยากซื้อเก็บอยู่ดี ความที่ของเก่าไม่ได้เก็บแบบลิมิเต็ด คราวนี้เลยอยากเก็บๆ แบบลิมิเต็ดซะเลย

ตอนแรกลังเลว่าจะสั่งแบบ Shining Love Box ที่เป็นแบบลิมิเต็ดธรรมดา หรือ Premium Princess Box แบบลิมิเต็ดสุดอลังการพรั่งพร้อมของแถมมากมายดี สุดท้ายก็เลือกสั่งแบบอลังการเนื่องจากพิจารณาแล้วว่าของแถมล้วนดีต่อใจ ว่าแล้วก็กดสั่งในบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์มาหนึ่งกล่อง

เลือกสั่งกับบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์เพราะอิจิโนะเสะซังอยู่ร้านนี้ แถมมีดราม่าซีดีเร็นโทคิด้วย เลือกร้านง่ายมาก ไม่มีการลังเลใดๆ ทั้งสิ้น

เซ็ตของบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์หน้าตาเป็นแบบนี้ ผ่างงงงงง

dsc050182

อิจิโนะเสะซังเต็มไปหมดเลยยยยยยยยยยย \(^o^)/ แค่เปิดกล่องมาเห็นของก็มีความสุขแล้ว

ส่วนที่เป็นของแถมเฉพาะของบรอคโคลี่สโตร์ประกอบไปด้วยอิจจี้ อิจจี้ อิจจี้ และอิจจี้!

dsc05019

สี่อย่างนี้คือทาเปสขนาด A3, โบรไมด์, พวงกุญแจพร้อมฐานเอาไว้ตั้งดูเล่นๆ และเข็มกลัดหนึ่งอัน

ส่วนแฟ้มขนาด A4 เป็น 早期予約特典 ต้องกดจองก่อนวันที่เท่าไหร่สักวันนึงนี่แหละถึงจะได้มา

dsc05021

แม้ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นลายเดียว แต่ได้เห็นอิจจี้เรียงรายกันเยอะๆ แบบนี้แล้วโซแฮปปี้ (〃∀〃)

และชิ้นที่เป็นไฮไลท์ก็คืออออออ ดราม่าซีดีเร็นโทคิกับมื้อกลางวันสุดหวานแหวว!

dsc05020

อันที่จริงคู่นี้ไม่ใช่คู่หลักที่เราชอบหรอกนะ (เสียงสั่น) เราชอบโทคิโอโตะต่างหาก! แต่เร็นโทคิก็ดี๊ดี ตอนออฟฟิเชียลประกาศว่าจะออกซีดีคู่นี้ถึงกับกรี๊ดไปสามวันเจ็ดวัน กราบขอบคุณออฟฟิเชียลแรงๆ มา ณ ที่นี้ ที่เฝ้านับวันรอเกมออกเพราะอยากฟังซีดีแผ่นนี้มากกว่าอยากเล่นเกมอีก …แต่จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่ได้แกะฟังหรอกนะ 555555555

ส่วนที่เป็นของแถมจากบรอคโคลี่สโตร์มีแค่นี้ นอกนั้นเป็นของแถมใน Premium Princess Box ละ (ไม่ควรเรียกว่าของแถมเลยอะ เพราะราคาสินค้าก็รวมมูลค่าสิ่งเหล่านี้ไว้แล้ว)

ใน Premium Princess Box ก็มี 早期予約特典 มาให้อย่างนึงคือสกอร์บุ๊กของภาครีพีท จริงๆ แล้วสกอร์บุ๊กเล่มนี้เคยเป็นของแถมของภาคแรกสุด แต่คราวนี้มีการอัพเกรดโดยการเพิ่มโน้ตเพลงของเซซิลลงไปด้วย

ปกสกอร์บุ๊กสีเจ็บมาก กระแทกตาสุดๆ

dsc05022

ด้านในจะเป็นโน้ตเพลงของแต่ละคน มีลายมือกำกับด้วย คือทำเหมือนเป็นโน้ตเพลงที่ทุกคนใช้ในเกมจริงๆ

dsc05023 dsc05024

สกอร์บุ๊กนี่ไม่ได้เย็บเล่มมา แต่เป็นกระดาษซ้อนๆกัน จะเอาไปกางเล่นจริง หรือแยกแผ่นไปใส่กรอบแล้วบูชาก็แล้วแต่จิตศรัทธา

ส่วนกล่องเกมพรีเมียมหน้าตาเป็นแบบนี้ ปกวาดใหม่โดยคุราฮานะเซนเซ!

dsc05025

ดูเผินๆ มันก็ดูเป็นกล่องเกมธรรมดาอยู่หรอก แต่ความจริงแล้วกล่องมันใหญ่มาก… ใหญ่จนตกใจ เพราะเท่าที่สั่งอุตะปุริแบบลิมิเต็ดมายังไม่เคยเจอกล่องใหญ่ขนาดนี้ แต่เคยเจอเกมอื่นที่ใหญ่พอๆ กันอยู่นะ เดี๋ยวนี้กล่องเกมเหมือนเน้นแข่งกันเล่นใหญ่ไว้ก่อนเลยแฮะ ( ̄∇ ̄;)

ลองเทียบความหนากับซูเปอร์เรย์จิคุง

dsc05027

หนาไปไหน Σ(゚Д゚;;)ノェェェェエエエエ!!!!

พอแกะกล่องออกมาก็จะเจอกล่องเกมอีกกล่องอยู่ด้านใน ซึ่งอันนี้ก็คือ Shining Love Box นั่นเอง

dsc05029

ขำการที่เปิดมาเจอกล่องลายเดียวกันแต่เล็กกว่าเดิม อย่างกับตุ๊กตารัสเซีย 555555555 แต่ไม่เป็นไร เราชอบปกลายนี้ (คุราฮานะเซนเซวาดอะไรให้อุตะปุริก็ชอบหมด) การที่ทุกสิ่งทุกอย่างในกล่องใช้ลายนี้หมดถือว่าดีมาก (*^▽^*)

พอแกะกล่องเกมออกมาก็จะเจอครูใหญ่อยู่ตรงขอบด้านบน… สมชื่อ Shining Love Box จริงๆ ต้องมีไชน์นิ่งซาโอโตเมะอยู่บนกล่องด้วย……

dsc05042

ของในกล่องนี้ประกอบด้วยกล่องเกมแบบธรรมดา (ปกเดิมอีกนั่นแหละ), ดราม่าซีดีวันฤดูหนาวในโรงเรียนซาโอโตเมะ เป็นเรื่องราวที่ทั้งเจ็ดคนไปรวมตัวกันที่ห้องเร็นกับมาสะ, บุ๊กเลท The Shining Repeat ซึ่งเป็นการเอาของแถมจากภาคแรกสุดมาปรับปรุงใหม่อีกนั่นแหละ

dsc05044

dsc05045 dsc05043

จะว่าไปแล้วการพอร์ทลงวีต้าครั้งนี้ก็เล่นง่ายนะ รียูสกระทั่งของแถม 55555555555 แต่สำหรับเราที่ไม่ได้เก็บเซ็ตลิมิเต็ดของภาคแรกสุดหรือภาครีพีทแล้วถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากๆ

ส่วนของแถมที่เป็นของ Premium Princess Box มีอยู่หกอย่าง แต่ละอย่างจะวางซ้อนๆ กันอยู่ในกล่องใหญ่ ต้องค่อยๆ หยิบออกมาทีละชั้น (มีคนญี่ปุ่นในทวิตเตอร์ที่เราฟอลอยู่ทวีตว่าโดนแม่แซวว่า นี่มันกล่องเครื่องเขียนเด็กประถมเรอะ ตลกมาก 5555555555)

ของแถมอย่างแรกคือซีดีเพลง Welcome to UTA☆PRI RAINBOW world!! นี่ก็เป็นการเอาเพลงเก่ามารียูสเช่นกัน คือเอาเพลง Welcome to UTA☆PRI world!! ที่เคยร้องกันแค่หกคนมาเพิ่มเซซิลลงไป กลายเป็นเวอร์ชั่นเจ็ดคนพร้อมหน้าพร้อมตา!

อย่างที่สองคือดราม่าซีดี Questions!-ライバルを知れ!- มีสี่แทรคแยกเป็นคู่ๆ คือโอโตยะ&โทคิยะ มาซาโตะ&เร็น นัตจัง&โชจัง ส่วนเซซิลอยู่กับริวยะซังและริงโกะจัง

dsc05031

อย่างที่สามคือเข็มกลัดพร้อมแฟ้ม แฟ้มเป็นตราโรงเรียนซาโอโตเมะเรียบหรูดูดีพร้อมคำขวัญประจำเกม ส่วนเข็มกลัดก็ลายเดียวกับหน้าปกอีกนั่นแหละ แต่จะแยกมาเป็นคนๆ มีแปดลายรวมนางเอกด้วย

dsc05032 dsc05033

ไหนๆ ก็ไหนๆ ซูมอิจิโนะเสะซังกันสักนิด

dsc05034

โอ๊ยยยย เห็นสีหน้าแล้วหมั่นไส้บอกไม่ถูก! จริงๆ แล้วเราไม่ชอบนิสัยอิจจี้ช่วงแรกๆ ของเกมเลยนะ 55555555555 จำได้ว่าตอนเล่นเกมครั้งแรกเฉยเมยกับอิจจี้มาก กรี๊ดแต่ท่านฮายาโตะผู้น่ารัก แต่สุดท้ายไปๆ มาๆ มาตกหลุมอิจจี้ได้ไงไม่รู้ (*-Д-)ハァ=3

ของแถมอย่างที่สี่คือคอมเมนต์การ์ดที่มาพร้อมซองและสายคล้อง แน่นอนว่าลายเดียวกับหน้าปกอีกเช่นกัน สมชื่อ Repeat มากๆ แม้แต่ของแถมก็ยังรีพีทตัวเองรัวๆ

dsc05035dsc05036

คอมเมนต์การ์ดมีแปดแผ่นรวมนางเอกเช่นเดียวกับเข็มกลัด เราชอบคอมเมนต์การ์ดนี่มากกกกกกกก เห็นภาพทุกคนชัดถนัดตากว่าบนหน้าปกและเข็มกลัด แถมด้านหลังยังมีคอมเมนต์ของทุกคน (ยกเว้นนางเอก) ให้อ่านอีก คอมเมนต์ในที่นี้ไม่ใช่คอมเมนต์สมัยเรียนด้วย แต่เป็นมุมมองของแต่ละคนในปัจจุบันย้อนกลับไปพูดถึงสมัยเรียน เสียดายที่ไม่ใช่คอมเมนต์แบบเขียนด้วยลายมือ เราชอบเวลาได้อ่านลายมือของทุกคนมากกว่าเป็นตัวพิมพ์อ้ะ (; v ;)

และอย่างที่ห้าคือโปสเตอร์ผ้าขนาด B2 ลายเดิมอีกเช่นกัน

dsc05039

โปสเตอร์แผ่นใหญ่มากกกกกก คลี่ออกมาแล้วไม่มีที่วางเลยเก็บกลับไปอย่างรวดเร็ว ถ้าทำเป็นทาเปสทรีมาให้ก็คงเอาไปแขวนได้ง่ายๆ หน่อย แต่เป็นโปสเตอร์ผ้าแล้วไม่รู้จะเอามาใช้ตกแต่งห้องยังไงดี อยู่ในกล่องต่อไปละกันนะ

ส่วนของแถมอย่างสุดท้ายก็คือตัวกล่องพรีเมียมนั่นเอง

โดยสรุปแล้ว Premium Princess Box น่าจะเป็นกล่องเกมชุดลิมิเต็ดที่เล่นเยอะเล่นใหญ่ไซส์อลังการที่สุดเท่าที่ผ่านมาแล้วแหละมั้ง (อย่างน้อยก็เท่าที่เราเก็บมาน่ะนะ) ที่ผ่านมาเราประทับใจแพคเกจภาค MUSIC2 ของ HMV มากที่สุด แต่พอเจอกล่องนี้แล้วยกให้เป็นแพคเกจดีเด่นไปเลย ปลาบปลื้มมาก (〃v〃)

รอดูว่าแพคเกจภาค Amazing Aria กับ Sweet Serenade ที่จะพอร์ทลงวีต้าเป็นรายต่อไปจะอลังการเท่านี้อีกมั้ย อยากให้ทำมาไซส์เท่าๆ กันจะได้วางเรียงกันสวยงาม แล้วก็รอดูปกใหม่ฝีมือคุราฮานะเซนเซด้วย! 楽しみ!

Unbox: High School Star Musical OVA Vol.2

ได้แผ่น OVA Vol.2 ของสตามิวมาแล้วในที่สุดดดดดดดดด (*/////∇/////*)

คราวนี้ไม่ได้ไปดูในโรงมาก่อนเพราะไม่ได้ตั๋วทั้งรอบ 先行 และรอบ 一般 ตั๋วหมดไปต่อหน้าต่อตาอย่างน่าสะพรึงกลัว (ทั้งๆ ที่คราวก่อนตั๋วเปิดขายอยู่ตั้งหลายวัน) พอไม่ได้ดูในโรงแล้วทรมานกับการรอแผ่นมาก (; v ;)

แผ่นนี้ก็ไปซื้อที่อนิเมทแบบไม่มีการจองใดๆ อีกแล้ว ไปตั้งแต่วันแรกที่แผ่นออกเลยไม่คิดว่ามันจะหมดง่ายๆ ปรากฏว่าสาขาแรกที่ไปดูไม่เหลือบีดีแล้ว เหลือแต่ดีวีดี พอถามพนักงานก็ได้รับคำยืนยันว่าหมดเกลี้ยง คราวนี้เลยหน้าตาตื่นจับรถไฟไปสาขาถัดไปที่ใกล้ที่สุด สาขานี้ใหญ่หน่อยก็เลยยังเหลือแหละ เย้! \(^o^)/

แผ่นนี้ถึงตาทีมฮีรางิขึ้นปกบ้าง ฮูเร่ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์ย์!!!!!!

dsc04725

ฮืออออออออออออ ชอบหน้าปกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบคอสตูมนี้มากสุดในบรรดาคอสตูมของทีมฮีรางิเลย♥

อันที่จริงแพคเกจและของแถมคราวนี้ก็เหมือนๆ แผ่นแรกแหละ แค่เปลี่ยนจากทีมโอโทริเป็นทีมฮีรางิ ขนาดคอมโพสบนปกยังคล้ายๆ กัน องศาการหันหน้าแทบจะเท่ากัน แต่เราชอบปกแผ่นนี้มากกว่าเพราะมีทัตสึมินกับเอโงะ 555555555555 (ทำไมชอบพูดจาเหมือนคนอื่นในทีมอยู่นอกสายตา จริงๆ แล้วเราก็ชอบอีกสามคนนะ! ชอบทุกคนในเรื่องนี้เลย!)

ความเอเลแกนซ์ที่พวยพุ่งออกมานี้คืออะไรรรรรร อั้กกกกกกก ทัตสึมินนนนน เอโงะะะะะะะะะ

dsc04730

ปกหลังจะเป็นช็อตน่ารักๆ ของทีมฮีรางิพร้อมลายเซ็นของทุกคน สีหน้าและแววตาของทัตสึมินและเอโงะนี่มันนนนน ฮึ้ยยยยยยยยยยยยย//////////

dsc04731

ส่วนด้านในก็มีแผ่น OVA, ซีดีแถม, โบรไมด์, อิลลัสท์การ์ด และบุ๊กเลทเช่นเคย แต่คราวนี้มีอิลลัสท์การ์ดให้สองใบ ใบนึงเป็นเด็กๆ ทั้งสองทีม อีกใบเป็นพวกรุ่นพี่สมัยยังเอ๊าะ

dsc04729

dsc04733

dsc04732

ชอบโบรไมด์ลายทีมฮีรางิมากเลย อั้กกกกกกกกกกกกก รอยยิ้มนั้นของเอโงะคืออะไรรรรรร ทำไมเอโงะหล่อจังงงงงงงง ส่วนกัปตันทัตสึมินก็แฟบิวลัสเหลือเกินนนนน

/ตัดภาพมาที่อิลลัสท์การ์ดด้านล่าง เอ่อออออ เอโงะ ใครหาชุดนั้นให้ใส่คะลูก??

ส่วนซีดีแถมยังไม่ได้ฟังเลย (มัวแต่ดูตัว OVA วนไปวนมา) คราวนี้มีแทรคดราม่าสองแทรคเช่นเคย ประกอบด้วย “สตามิว in บ้านซาซานามิ” และ “สตามิว in สนามบิน” นอกนั้นก็เป็นเพลงที่อยู่ใน OVA แผ่นนี้ เสียดายที่ไม่มีเพลง OP/ED เวอร์ชั่นเต็มมาให้ ฮือออ จะมีแบบเพลงเต็มมั้ย อยากฟัง (;__;)

ทางด้านบุ๊กเลทก็มีเรื่องย่อสั้นๆ บทสัมภาษณ์ตัวละคร เนื้อเพลง รายละเอียดเสื้อผ้าหน้าผม และการ์ตูนสี่ช่อง

dsc04734

คราวนี้บทสัมภาษณ์ในบุ๊กเลทยาวกว่าแผ่นแรกเยอะเลย เพราะสัมภาษณ์เซ็ตละสี่คน ประกอบด้วย ① สัมภาษณ์โฮชิทานิ+พี่น้องนายูกิทั้งสาม ② สัมภาษณ์พี่น้องสึคิกามิ+ทัตสึมิน+เอโงะ เซ็ตหลังพิมพ์ผิดนิดนึงคือพิมพ์ชื่อทัตสึมินลงไปตรงที่ควรเป็นคำพูดของเอโงะแทน ขำ อ่านแล้วเหมือนทัตสึมินกำลังพูดเลียนแบบเอโงะซะงั้น 55555555

ส่วนการ์ตูนสี่ช่องที่วาดใหม่ก็น่ารักกกกกกกกกกกก ฮืออออออออออออออออออออ

dsc04735

ทุกคนน่ารักจังงงงงงงงงงงงงงงงง แต่ทัตสึมินน่ารักสุด ฮิๆๆๆๆๆๆ (≧∀≦)(≧∀≦)(≧∀≦) แผ่นนี้มีทัตสึมินเยอะแยะมากมาย หยิบจับชิ้นไหนขึ้นมาก็มีหน้าทัตสึมิน แฮปปี้เหลือเกินนนนนน (〃∀〃)

อนึ่ง นอกจากจะได้ของแถมเป็นแฟ้มแล้ว คราวนี้เรายังได้บ็อกซ์คาโอไคมาด้วย! ถ้าซื้อกับที่อนิเมททั้งสองแผ่นก็จะได้มาครอบครอง ที่จริงก็เฉยๆ กับลายบ็อกซ์ แต่ได้มาก็ดีใจ เย้!

dsc04727

dsc04728

เสียดายที่บ็อกซ์คราวนี้มีแค่ลายคาโอไคกับลายทีมโอโทริ (ลายทีมโอโทริเป็นของแถมสำหรับคนที่ซื้อ Amazon ครบสองแผ่น) ถ้ามีทีมฮีรางิด้วยก็คงดั้นด้นไปซื้อกับร้านที่แถม แต่มันไม่มี โฮววววว

นอกจากนั้นช่วงนี้ที่อนิเมทยังมีแฟร์ Summer Party แจกโปสการ์ดฟรีทุกๆ หนึ่งพันเยนเมื่อซื้อสินค้าสตามิว เราเลยได้มาแปดใบ

dsc04726

ถึงจะได้มาไม่ครบแปดลาย แต่ได้ทุกลายที่มีทัตสึมินมาก็พอใจละ 55555555

จบการรีวิวแผ่นแบบลวกๆ ต่อไปจะเป็นสิ่งที่อยากเขียนจริงๆ ซึ่งก็คือการกรี๊ดเนื้อหา OVA แผ่นนี้!!! จะว่าสปอยล์ก็สปอยล์ จะว่าไม่สปอยล์ก็ไม่สปอยล์ เรารู้สึกว่ามันไม่มีอะไรให้สปอยล์เลย เนื้อเรื่องก็เหมือนในเรื่องย่อที่ออฟฟิเชียลบอกเป๊ะ

  • แม้แพคเกจจะเต็มไปด้วยทีมฮีรางิ แต่อันที่จริงจะว่าตอนนี้โฟกัสไปที่ทีมฮีรางิก็ไม่เชิง เป็นตอนที่ทีมฮีรางิกับคาโอไคมีบทเยอะกว่าปกติ แต่ทีมโอโทริก็ไม่ได้หายไปเลยหรอกนะ
  • คาโอไคตล๊กกกกกก รุ่นพี่พวกนี้ติ๊งต๊องจริงๆ นั่นแหละ สมเป็นรุ่นพี่ที่มาเต้นให้รุ่นน้องดูหน้าโรงเรียนทุกเช้า #มันใช่เหรอ
  • แต่คราวนี้จะได้เห็นมุมน่ารักๆ ของคาโอไคเยอะขึ้นนะ
  • ทัตสึมินน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฮืออออออออออออออออออออออ ตายทุกเฟรมที่ทัตสึมินออกมา ตายไปตั้งแต่เห็นสายตาที่มองเอโงะในฉากแรกก่อน OP ขึ้น
  • จริงๆแล้วทุกคนน่ารักกกกกกกกกกกกกกกก
  • ดูแล้วชอบทุกคนเลย ฮือ
  • เอาจริงก่อนหน้านี้ก็เคยมีช่วงหมั่นไส้อาคาสึกิเซมไปอยู่บ้าง 555555 แต่ดูตอนนี้แล้วรู้สึกว่าแม้แต่อาคาสึกิก็ยังเกลียดไม่ลง โลกของสตามิวนี่มันมีแต่เด็กดีจริงๆ
  • เราชอบเพลงยูเมะอิโระ (เพลงเปิด) เวอร์ชั่นทีมโอโทริมากกว่าแฮะ
  • ส่วนเพลงปิดชอบทั้งสองเวอร์ชั่นเท่าๆกัน ชอบที่เนื้อเพลงไม่เหมือนกันด้วย เนื้อเพลงของแต่ละทีมก็จะสื่อถึงรุ่นพี่ทีมตัวเอง น่ารักจัง ฮือ
  • พี่ฮารุโตะก็มีบทกะเค้าด้วย!! ยูกิสึมุงิก็มา!! เป็นตอนที่มากันพร้อมหน้ามั่กๆ
  • พี่ฮารุโตะก็ยังคงบราค่อนเหมือนเดิม
  • ได้เห็นพี่ฮารุโตะโหมดเซมไปนิดๆ ด้วย
  • พร้อมกับที่ได้เห็นโอโทริในโหมดรุ่นน้องของพี่ฮารุโตะ ว้าว แปลกใหม่ดี
  • โทราอิชิน่ารักจังเลยยยยยย ชอบฉากที่มาคุยกับคุงะ ฉากนี้คุงะก็แสนดีเหลือเกิน ทำไมเป็นคนดีขนาดนี้ บางทีเลวๆ ใส่โทราอิชิบ้างก็ได้นะ อย่าสปอยล์เพื่อนมากนักสิ!
  • นี่ถ้าไม่มีทัตสึมิน กับเอโงะ กับคุงะ เราคงเมนโทราอิชิไปแล้ว
  • (ทำไมเป็นรองหลายคนจัง 5555555555)
  • ฮีรางิเซมปัยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ;______;
  • ชอบที่ได้เห็นทีมฮีรางิในมุมที่ไม่เคยเห็น เอ็นดูทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องเลย ฮือออออ
  • ชอบฮีรางิเซมไปในตอนนี้มากๆ ทั้งเวลาอยู่กับรุ่นน้อง เวลาอยู่ในคาโอไค เวลาอยู่กับโอโทริเซมไป
  • ฉากเอย์เอนสเตจดีมากกกกกกกก แบบ ดีมากกกกกกกกกก ไม่รู้จะพูดยังไง
  • จริงๆ แล้วเราตั้งตารอแคริบเบียนกรูฟมากกว่าเยอะ แต่พอมาดูจริงๆประทับใจเอย์เอนสเตจมากๆ
  • ส่วนนึงคงเป็นเพราะชอบเพลงเอย์เอนสเตจตรงที่ฟังแล้วซึ้งอยู่แล้วด้วยมั้ง
  • ในขณะที่แคริบเบียนกรูฟจะเป็นแนวฟังแล้วกรี๊ดให้กับความเท่ 55555555
  • พอดูสองเพลงนี้ติดกันเลยพบว่าเกิดอารมณ์ร่วมกับเอย์เอนสเตจมากกว่า คือมันเป็นเพลงที่ฟังแล้วภาพต่างๆ ในเรื่องจะไหลเข้ามาในหัวโดยอัตโนมัติ (ก็มันเป็นเพลงจบซีซั่นแรกนี่นา)
  • แต่ไม่ใช่ว่าแคริบเบียนกรูฟจะไก่กานะ ตอนดูเพลงแคริบเบียนกรูฟก็อยากยกมือต่อยปากตัวเองเยอะมาก เป็นการป้องกันไม่ให้ส่งเสียงกรี๊ดออกมา
  • ทัตสึมินในแคริบเบียนกรูฟหล่อมากกกกกกกกกกกก 
  • ปกติไม่ใช้คำว่าหล่อกับทัตสึมิน ใช้แต่คำว่างดงาม น่ารัก โซคิวท์ เอเลแกนซ์ แฟบิวลัส แต่เพลงนี้หล่อจริง สีหน้าและแววตานั้นสังหารเราได้แม้เจ้าตัวไม่ออกมาจากจอ แอร่กกกกกกก
  • เราว่าแผ่นนี้คืนกำไรให้แม่ยกทัตสึมินมากๆ
  • เอโงะก็ดี๊ดี
  • ทำไมคู่นี้ดี๊ดี
  • ทัตสึมินน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
  • (อะไรนะ เมื่อกี้ก็พิมพ์ประโยคนี้ไปแล้วเหรอ)
  • (แต่ทัตสึมินน่ารักมากจริงๆ นะ!!!!)

นี่เราต้องรอถึงเมษาปีหน้าเลยเหรอกว่าจะได้ดูต่อ โอยยยยย อยากเห็นคาโอไครุ่นใหม่แล้ว ลุ้นด้วยว่าจะมีนักพากย์คนไหนมาร่วมทีมสตามิวเพิ่ม แล้วเนื้อเรื่องมันจะเป็นยังไงต่อไปในเมื่อไม่มีเซมไปแล้ว (ที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันดำเนินไปได้เพราะโอโทริเซมไปเลย)

แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราจะตั้งตารอซีซั่นสองอย่างใจจดใจจ่อนะ また来年!

Unbox: High School Star Musical OVA Vol.1

ไปถอย OVA แผ่นแรกของสตามิวมาแล้วววว (^∀^)

ด้วยความเห่อและประทับใจในแพคเกจจึงอยากมา unbox อย่างที่ไม่ได้ทำมานาน คราวนี้ซื้อบลูเรย์แบบลิมิเต็ดจากอนิเมท ไปซื้อแบบไม่มีการจองล่วงหน้าใดๆ เราเดินหาในร้านอยู่ตั้งนานแล้วก็หาไม่เจอ ตื่นตระหนกอยู่ห้านาทีก่อนจะพุ่งไปถามพนักงาน ให้พนักงานช่วยหา สุดท้ายจึงได้แผ่นติดมือกลับมาจนได้ เย้!

แผ่นแรกเป็นแผ่นของทีมโอโทริแหละ

DSC04448

หน้าปกเป็นทีมโอโทริ ลายแฟ้มที่แถมมาก็เป็นของทีมนี้ (มีแถมเฉพาะที่อนิเมท) ตอนกลับมาที่หอแล้วหยิบแฟ้มออกมา เราช็อกกับรอยบนแฟ้มมาก คือพนักงานหยิบแฟ้มใส่ถุงมาให้แบบไม่มีอะไรปกป้องแฟ้มจากริ้วรอย หลังจากแวะอนิเมทแล้วเรายังไปตะลอนๆ เดินที่อื่นอีก กว่าจะกลับมาถึงห้องก็เป็นรอยเสียดสีเต็มไปหมด ฮืออออออ ไม่ทันคาดคิดว่ามันจะเป็นรอยเยอะขนาดนี้ ไว้พอถึงแผ่นสองเราจะปกป้องแฟ้มทีมฮีรางิอย่างดีนะ (T__T)

กล่องแบบลิมิเต็ดจะเป็นแบบมีปกใสข้างนอกหนึ่งชั้น ปกหน้าและหลังเป็นทีมโอโทริทั้งหมด

DSC04449

DSC04450

ส่วนด้านในจะประกอบด้วยแผ่น OVA, ซีดีแถม, โบรไมด์ลายทีมโอโทริ, อิลลัสท์การ์ดลายเอนด์การ์ดของ OVA และบุ๊กเลท ซึ่งนอกจากแผ่น OVA แล้ว สิ่งอื่นๆ คือของแถมสำหรับล็อตลิมิเต็ดทั้งหมด

แผ่น OVA ใช้ลายเดียวกับหน้าปก ส่วนแผ่นซีดีเป็นรูปดาว

DSC04456 DSC04458

เรายังไม่ได้ลองเปิดแผ่น OVA เพราะที่หอไม่มีเครื่องเล่น (พูดแล้วน้ำตาจะไหล ที่จริงเครื่องเล่นบางรุ่นถูกกว่าค่าแผ่นอีก ทำไมไม่ได้ซื้อซะที…….) แต่ซีดีแถมนี่เราชอบมากกกกกกกกกกก

ซีดีแถมประกอบด้วยแทรคดราม่าสองแทรค แคสท์ทอล์ก และเพลงใหม่ทุกเพลงที่มีในเรื่อง แต่เพลง OP/ED และเพลงคู่ทัตสึมินกับโฮชิทานิเป็นเวอร์ชั่นสั้น เพลงที่เป็นฟูลไซส์มีแค่เพลงใหม่ของคาโอไคกับเพลงคู่คุงะโทระ (อยากฟัง OP/ED เวอร์ชั่นเต็มมมมมม เมื่อไหร่จะประกาศออกแผ่นนนนนนนนนนนน ฮว้ากกกกกกกกกกก)

แทรคดราม่าขำเยอะมากทั้งสองแทรค ชอบมาก!!

แทรคแรกคือ “สตามิว in บ้านโทราอิชิ” แทรคนี้โฮชิทานิ เท็นเก็นจิ คุงะ และเอโงะ ยกทีมบุกไปบ้านโทราอิชิด้วยกัน เนื่องจากโฮชิทานิชวนมาจัดนาเบะปาร์ตี้ด้วยกันทั้งสองทีม คุงะเลยเสนอให้ไปบ้านโทระ ว่าแล้วสี่คนนี้ก็ล่วงหน้าไปก่อน ปล่อยให้คนที่เหลือไปซื้อของมาทำนาเบะกินกัน ฟังดูเหมือนจะสงบสุขนะ แต่อันที่จริงวุ่นวายมากกกกกก ทุกคนตลกมาก

แทรคที่สองคือ “สตามิว in อุโมงค์ผีสิง” แทรคนี้เป็นเรื่องของฝ่ายที่ไปซื้อของได้แก่นายุ ทัตสึมิน ไคโตะ อุกาวะ และอินุมิเนะ ทั้งห้าคนกำลังมุ่งหน้าไปบ้านโทราอิชิ แต่พอไปทางลัดแล้วดันไปเจออุโมงค์มืดๆ ตอนแรกคนอื่นก็จะถอยแล้วแหละ แต่ทัตสึมินบอกว่าไปทางนี้กันเถอะ ทุกคนก็ตกลง ไปก็ได้ ซึ่งในห้าคนนี้มีคนกลัวผีระดับซีเวียร์อยู่สองคนคืออุกาวะกับนายุ ส่วนอีกสามคนที่เหลือชิลมาก แทรคนี้อุกาวะตลกและน่ารักมาก เอ็นดู๊เอ็นดู (≧ω≦)

อย่างไรก็ตาม ดราม่าซีดีสตามิวก็ตลกหมดทุกแผ่นอยู่แล้วนะ ตลกกว่าทีวีซีรีส์หลายเท่าเลย 5555555555 เท่าที่ฟังมาเราประทับใจของทีมฮีรางิที่เป็นของแถมแผ่น 4 สุดละ อันนั้นพีคมากจริง พีคแบบไม่เกี่ยวกับความชอบทัตสึมินด้วย ฟังแล้วอิมเมจที่มีต่อทีมฮีรางิพลิกผันไปโดยสิ้นเชิง (ในความหมายที่… จะว่าดีก็ดีแหละนะ)

และนอกจากแทรคดราม่าแล้ว แคสท์ทอล์กก็ตลกมาก!!! ชอบฟังแคสท์ทอล์กของสตามิวจัง (*´∀`*) ระหว่างที่คนใดคนนึงพูด คนอื่นๆ จะคอยโหวกเหวกอยู่ข้างหลัง อุรุไซ่กันมาก 55555555555 (แต่ของแผ่นนี้ยังไม่ตลกเท่าดราม่าซีดีแผ่นแรกสุด อันนั้นบ้ามากจริง #นี่ชมนะ) ของแผ่นนี้จะให้นักพากย์มาพูดคนละนิดคนละหน่อย ให้พูดความรู้สึกกับตอบคำถามว่า “เวลาไปบ้านเพื่อนมักจะทำอะไรกัน” ข้อนี้มาเอโนะซังพูดถึงเคนนุ แล้วเคนนุก็พูดถึงมาเอโนะซังด้วย! เลิฟๆ ชะมัดดดดด กิ๊วๆ (แซวทำไม)

ส่วนโบรไมด์แถม เด็กๆ ทีมโอโทริดูสนุกสนานกันดี แม้จะงงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในรูป ทุกคนพุ่งลงมาจากตึกหรืออย่างไร? นักเรียนแผนกมิวสิคัลจำเป็นต้องบู๊กันขนาดนี้มั้ย? ส่วนอิลลัสท์การ์ดคราวนี้อยู่ใน AYANAGI IF Series อีกแล้ว คอนเซปท์คือนักสืบกับจอมโจร สตามิวชอบเล่นสมมติอะไรแบบนี้อยู่เรื่อย ซึ่งดีมาก เราชอบ (〃∇〃)

DSC04451

จากอิลลัสท์การ์ดจะเห็นได้ว่าทีมโอโทริเป็นนักสืบ ทีมฮีรางิเป็นโจร คุงะล้อหล่อ เอโงะหล่อมาก และทัตสึมินเป็นจอมโจรที่คิวท์มากมากมาก♥♥

ไม่เพียงเท่านั้น! หากเปิดบุ๊กเลทดูก็จะพบว่าในบุ๊กเลทยังมีการ์ตูนสี่ช่องเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งเหล่านักสืบสตาร์ดัสท์ปะทะจอมโจรสตาร์ออฟสตาร์อีกด้วย! (แต่ละชื่อ 5555555555555555) 

DSC04455 DSC04459

การ์ตูนสี่ช่องเหล่านี้น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦) น่ารักกันทุกคนเลย!! ทัตสึมินโหมดจอมโจรช่างแฟบิวลัส♥ งานนี้มีบทบาทกันครบทั้งทีมโอโทริ ทีมฮีรางิ และคาโอไคซะด้วย!! คาโอไครับบทเป็นบริษัทที่โดนปล้น ทำไมน่าสงสารจัง 555555555555

นอกจากการ์ตูนสี่ช่องแล้วในบุ๊กเลทก็จะมีเรื่องย่อสั้นๆ ของตอนที่ 13, สัมภาษณ์ตัวละคร ประกอบด้วย ① สัมภาษณ์เท็นเก็นจิ&โทระ&อินุ ② สัมภาษณ์คุงะ&อุกาวะ ③ สัมภาษณ์คาโอไค, เนื้อเพลงที่อยู่ในซีดีแถม, รายละเอียดเสื้อผ้าชุดใหม่ของเซมไปกับคุงะ&โทระ

DSC04452 DSC04453

บทสัมภาษณ์ของเท็นเก็นจิ&โทระ&อินุจะเป็นแบบเท็นเก็นจิกับโทระข่มกันไปข่มกันมา เกทับกันว่าทีมตัวเองเจ๋งกว่า กับพูดถึงความรู้สึกที่มีต่ออีกทีม ส่วนอินุก็บ๊องๆ ตามสไตล์อินุ โดยส่วนตัวแล้วเราว่าบทสัมภาษณ์ที่มีเท็นเก็นจินี่แหละตลกที่สุด สำหรับเราแล้วเท็นเก็นจิตลกสุดเสมอ 55555555555

บทสัมภาษณ์คุงะกับอุกาวะนี่ก็เป็นการจับคู่ที่แปลกใหม่ดีนะ (≧∇≦) ในบทสัมภาษณ์นี้อุกาวะรวบรวมคำถามจากทีมฮีรางิมาถามคุงะ เพราะทีมฮีรางิมองว่าคุงะเป็นคนที่เต็มไปด้วยปริศนา ชอบตรงที่ภาษาที่ใช้ในการถามเนี่ยอ่านแล้วรู้เลยว่าข้อไหนเป็นคำถามของใคร ทุกคนมีสไตล์การพูดเป็นเอกลักษณ์ดีจัง

ส่วนของคาโอไคจะมานั่งคุยรำลึกความหลังสมัยอยู่ทีมสึคิกามิกัน มีการนินทาพี่ฮารุโตะด้วย 5555555555 แล้วก็คุยกันว่าแต่ละคนสอนรุ่นน้องกันยังไงบ้าง หลังเรียนจบแล้วใครจะไปทำอะไรบ้าง อ่านแล้วก็ใจหายเบาๆ ที่คาโอไคจะเรียนจบแล้ว (TωT) ต่อไปนี้ใครจะมาซาทิสฟายแดนซ์ให้รุ่นน้องดูทุกเช้าล่ะเนี่ย #ใช่ประเด็นมั้ย

อันที่จริงแพคเกจลิมิเต็ดก็ไม่ได้ถือว่าเวอร์วังอลังการอะไรมากมายนะ แต่เราชอบทั้งปก บุ๊กเลท อิลลัสท์การ์ด โบรไมด์ ซีดีแถม สรุปคือชอบทุกอย่าง สำหรับเราแล้วถือว่าคุ้มมากๆ (≧ω≦)

OVA แผ่นสองจะถึงคิวของทีมฮีรางิบ้างละ มั่นใจว่าตอนแกะแพคเกจที่เต็มไปด้วยทัตสึมินกับเอโงะเราต้องเป็นลมแน่นอน /เตรียมยาดมยาอมยาหม่องล่วงหน้า

Unbox: LA CORDA D’ORO 4 TREASURE BOX

ตั้งแต่คอร์ด้าภาค AnotherSky feat.Amane ออกมา เราบ่นมาหลายรอบมากกกกกกกกกกว่าอยากให้คอร์ด้าออกภาคฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวต่อซะที และหลังจากบ่นมานาน ในที่สุดภาค 4 ซึ่งเป็นภาคฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวอย่างที่อยากได้มานานก็ออกมาจนได้ เย้!

คราวนี้ซื้อแบบ Treasure Box ซึ่งมีทั้งแผ่นเกมและออพชั่นเสริม(?)มากมาย เป็นสิ่งที่เราหลงใหลใฝ่ฝันมานานมาก เพราะช่วงที่ภาค 3 และภาค AnotherSky ทั้งหลายออกมา โคเอทำ Treasure Box ของแต่ละภาคออกมาได้น่าซื้อมากกกกก แต่สมัยนั้นเรายังเป็นนิสิตผู้ยากไร้ที่ไม่มีปัญญาซื้อเลยได้แต่ซื้อแบบธรรมดาตลอด (พูดจาเหมือนทุกวันนี้มีทรัพย์สินเท่ามาร์คซักเกอเบิร์ก….) คราวนี้พอเห็นภาค 4 ทำ Treasure Box แล้วของในกล่องน่าสนใจก็เลยต้องจัดซะหน่อย! (ที่จริงเคยซื้อ Treasure Box ของภาค 2f เก็บไว้ด้วย แต่ตอนนั้นซื้อมือสองมาแบบถูกมากกกกกเลยไม่นับ 55555555)

ความจริงแล้วกว่าจะเลือกได้ว่าจะซื้อแบบไหนก็คิดหนักเหมือนกันนะ เพราะโคเอเล่นทำมาขายทั้งแบบธรรมดา แบบ Treasure Box  และแบบ Platinum Box แต่เนื่องจากอย่างหลังสุดราคาสามหมื่นเยน+ภาษี 8% เห็นราคาปุ๊บก็บ๊ายบายทันที เกมบ้าอะไรแพงกว่าเครื่องเกมอีก ดังนั้นจึงหันมาลงเอยที่ Treasure Box แทน

ทีนี้พอเลือกได้ว่าจะซื้อแบบไหนแล้วก็ยังต้องมาเลือกร้านค้าอีก เพราะแต่ละร้านจะมีของแถมต่างกันไปอีก อีขั้นตอนเลือกร้านนี่แหละปวดหัวอยู่นานเพราะของแถมน่ารักทุกร้าน (;__;) สุดท้ายก็เลือกของร้าน Stellaworth เพราะของแถมเป็นโรงเรียนที่เราชอบที่สุด (。・_・。)

ใน Stella Set ประกอบไปด้วย Treasure Box+ของแถมจากร้านสเตลล่า ซึ่งของแถมจากร้านสเตลล่าได้แก่ เข็มกลัด, โบรไมด์, บุ๊กเล็ตรวมเรื่องสั้นกับ Q&A ตัวละคร

DSC03638 DSC03639

รู้สึกว่าเซ็ตนี้คุ้มกว่าซื้อกับอนิเมท เพราะของอนิเมทถ้าจ่ายราคา Treasure Box ปกติแบบไม่บวกค่าของแถมเพิ่ม จะได้ของแถมแค่สแตรปหนึ่งอัน ถ้าอยากได้มากกว่านั้นต้องจ่ายแพงขึ้นอีก คือการจะซื้อเกมเกมนึงทำไมต้องมานั่งพิจารณาของแถมอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนี้ เหนื่อยเหลือเกิน (-_-;)

แอนี่เวย์ ชอบ Q&A ในบุ๊กเล็ตมาก ตล๊กกกกกกกกกก คำถามติ๊งต๊องมาก แบบไส้โอเด้งที่ชอบคืออะไร จริงๆ แล้วคุณเป็นมนุษย์ใช่มั้ย ฯลฯ บ้าดี 555555555

ส่วนโปสการ์ดไวท์เดย์นั่นจริงๆ แล้วมันไม่ได้รวมอยู่ในของแถม แต่คิดว่าโคเอคงแถมาให้แบบสุ่มๆ ซึ่งเราได้ของเกมเกะเต็นโนะฮานะมา เป็นเกมที่ซื้อมาดองสามปีแล้วยังไม่ได้เล่น อยากได้ของคอร์ด้ามากกว่าอ้ะะะ TvT

ส่วนของใน Treasure Box แต่ละร้านจะเหมือนกันหมด ยกเว้นคนที่จองก่อนวันที่ 14 ธันวาจะได้ของแถมมาอีกนิดหน่อย

ตัวกล่อง กล่องใหญ่มั่กกกกกกกกก

DSC03634

พอเอามาเทียบขนาดกับกล่องเกมอื่นๆ แล้วกล่องนี้ใหญ่สุดเลย

DSC03636

กล่องอลังการจนวางบนชั้นลำบาก ฮือออ ที่เต็มแล้ว ต้องมานั่งจัดชั้นวางเกมใหม่อีก TvT

ส่วนของในกล่องประกอบด้วย

① Photo Library

DSC03647

DSC03649

มันคือหนังสือรวมภาพซีจีจากเกมนั่นเอง เล่มใหญ่เบิ้ม ตัวการที่ทำให้กล่องใหญ่ก็หนังสือเล่มนี้นี่แหละ เพิ่งเปิดดูข้างในไปนิดนึง นิดเดียวจริงๆ เพราะยังไม่อยากเห็นซีจีก่อนเล่น แต่ก็เห็นไปแล้วนิดหน่อยจนได้ (´・_・`)

ซีจีภาคนี้เปลี่ยนสไตล์การลงสีจากภาคก่อนๆ ด้วย ตอนแรกเห็นแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ จนพอเห็นออฟฟิเชียลลงในเว็บหลายๆ รูปก็เริ่มชินตา แต่เท่าที่อ่านรีวิวแล้วมีคนหักคะแนนเพราะสไตล์การลงสีเชยไปกันหลายคนเลยแฮะ (- v -;)

 

② Fastener Accessory

DSC03651 DSC03652

พวงกุญแจมินิคาแรคเตอร์แยกตามโรงเรียน น่าร๊ากกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦) แต่เสียดายที่มีแค่ตัวละครหลัก 12 ตัว ขาดตัวเสริมอื่นๆ ฮืออออ อยากให้ในจินนันมีเซริซาวะกับในอามาเนะมีฮิโดะอยู่ด้วยจัง TωT

 

③ Message CD

DSC03657

แผ่นนี้มีเฉพาะสมาชิกโรงเรียนเซย์โซ ถ้าอยากฟังของโรงเรียนอื่นต้องไปซื้อบ็อกซ์สามหมื่นเยนนู่น ฮือออ อยากฟังของโรงเรียนอื่นมากนะ แต่สู้ราคาไม่ไหวจริงๆ ยอมฟังแค่เซย์โซก็ได้ กระซิกๆๆ

ไฮไลท์ของแผ่นนี้อยู่ที่แทรคของอาจารย์ทาคุมิ (CV: ทาเคอุจิ ชุนสุเกะ หรือทาเคะP ที่เพิ่งได้รางวัลนักพากย์หน้าใหม่ในเซย์ยูอวอร์ดปีนี้ไปหมาดๆ!) ทาเคอุจิคุงที่เพิ่งมาพากย์ภาคนี้เป็นภาคแรกให้สัมภาษณ์ว่าซีดีแผ่นนี้เป็นการอัดเสียงด้วยดัมมี่เฮดไมค์ครั้งแรกในชีวิต ครั้งแรกเชียวนะ! ประสบการณ์ครั้งแรกอันล้ำค่าของหนุ่มน้อยวัยมัธยมปลายอย่างทาเคอุจิคุงที่หาไม่ได้จากที่อื่นเชียวนะ! เลอค่ามั้ยล่ะ!

แต่เรายังไม่ได้เปิดฟัง เอาไว้เล่นก่อนแล้วค่อยมาฟังดีกว่า ( ̄∇ ̄)

 

④ Soundtrack CD

DSC03659

ซีดีรวมเพลงคลาสสิกในเกม อยากได้แผ่นนี้มากกว่าแผ่นข้างบนอีก เพราะบางทีชอบดนตรีแบบที่อะเรนจ์ในเกมมากแต่หาฟังไม่ได้เลย ได้แต่หาเวอร์ชั่นที่ใกล้เคียงมาฟังแทน คราวนี้ไม่ต้องลำบากไปหาเวอร์ชั่นใกล้เคียงแล้ว เย้!

 

⑤ แผ่นเกม

DSC03654

แผ่นเกมสีทองอร่ามมาเลย เสียดายนิดนึงที่ปกกล่องเกมกับปกกล่องข้างนอกใช้รูปเดียวกัน เห็นหลายๆ เกมจะชอบทำปกกล่องลิมิเต็ดแบบนึง ปกเกมอีกแบบนึง แต่คอร์ด้าใช้รูปนี้คุ้มมาก จะแพคเกจไหนก็ปกเดียวกันหมด 555555555

แต่ชอบแพคเกจคราวนี้ตรงที่ใช้สีทองเยอะมาก สมชื่อ 金色のコルダ ดีนะ

อนึ่ง สำหรับคนที่จองเร็วจะได้ของแถมเพิ่มมาอีกสามอย่างคือ ① โปสการ์ดตัวละคร 12 ตัว

DSC03644

② โค้ดสำหรับโหลด Custom theme มาใช้ใน PS Vita ③ โค้ดสำหรับโหลดโน้ตเพลง Salut d’amour มาใช้ในเกม

ซึ่งเราก็นำโค้ดไปโหลด Custom theme อย่างว่องไวด้วยความเห่อ
แล้วก็พบว่า มันคิวท์มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

corda_vitatheme1 corda_vitatheme2 corda_vitatheme3

ฮือออออออออออ ไอคอนตัวมินิคาแรคเตอร์เหล่านั้นนนนนนนน วอลเปเปอร์ตัวจิ๋วนั้นนนนนนนนนน น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)

โดยรวมแล้วรู้สึกว่าของในกล่องดีงามเลอค่ามากกกกกกกกกนะ แต่ราคาแพงไปหน่อย (TωT) เทียบกับกล่องลิมิเต็ดเกมอื่นๆ แล้วเกมอื่นดูตั้งราคาโอเคกว่า ลองมานึกๆ ดูแล้วเกมนี้น่าจะแพงที่สุดเท่าที่เราเคยซื้อมาเลย

แต่เพราะชอบเกมนี้มากอยู่แล้ว เราถือว่ากล่องนี้คุ้มมากมากมากมากมาก!! แถมเท่าที่ไปส่องโทรฟี่ลิสต์มา คาดว่ากว่าจะเก็บถ้วยแพลตได้อาจจะกินเวลาหลายสิบชั่วโมง หรือเผลอๆ อาจจะเป็นร้อยชั่วโมง…….. ดังนั้นเล่นได้คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน ฮาาาา

THEATER SHINING「ポラリス」

โพลาริสเป็นซีดีแผ่นสุดท้ายในโปรเจคต์ Theater Shining ซึ่งจริงๆ แล้วออกมาตั้งแต่กลางเดือนมกรา แต่โดนเราดองไว้นานมากเพราะมัวแต่ไปติดเกม (ซึ่งก็ไม่ใช่เกมอื่นไกล ติดอุตะปุริเนี่ยแหละ ฮ่วยยย) พอเคลียร์เกมเสร็จแล้วถึงเพิ่งมานั่งละเลียดฟังแทรคดราม่า กราบขอโทษคุณอิจิโนะเสะงามๆ ที่ดองไว้นานทั้งๆ ที่เป็นเมนนะคะ ฮืออออ

คอนเซปท์ของโพลาริสซึ่งเป็นแผ่นสุดท้ายคือหนังไซไฟอวกาศ เป็นคอนเซปท์ที่เห็นครั้งแรกรู้สึกว่า อุตะปุริมาไกลมากจริงๆ….. อีกนิดก็กันดั้มแล้ว

DSC03610-2

แผ่นนี้นำแสดงโดยอิจิโนะเสะ โทคิยะ, ชิโนมิยะ นัตสึกิ และไอจิมะ เซซิล เป็นการจับกลุ่มที่อบอุ่นละมุนละไมมาก ราวกับโทคิยะเป็นคุณแม่ มีนัตจังเป็นลูกคนโต เซชชี่เป็นลูกคนเล็ก น่าร๊ากกกกกกกกก (*´ェ`*)(*´ェ`*)(*´ェ`*) แต่ในแทรคดราม่าเต็มไปด้วยฉากทะเลาะกัน ตึงงงงงง

แพคเกจจิ้งแผ่นนี้ก็ยังคงเหมือนแผ่นอื่นๆ ที่ผ่านมาคือประกอบไปด้วยซีดี ตั๋วหนัง โปสเตอร์ แพมเฟลต และบทหนังพร้อมเมโม่ของเหล่านักแสดงนำ

  • ซีดี

ดีไซน์ของตัวซีดีก็ดูจะไซไฟแล้ว ลายกล่องไซไฟยิ่งกว่า ได้ฟีลอวกาศสุดดดดดด

DSC03614-2

ในซีดีประกอบด้วยแทรคต่อไปนี้

ซีดีแผ่นนี้มีสี่แทรค ประกอบด้วย

1.ภาพยนตร์ “Polaris” chapter 01
2.ภาพยนตร์ “Polaris” chapter 02
3.เพลงประกอบ “Polaris”
4.เพลงประกอบ “Polaris” off vocal

แทรคดราม่าสองแทรครวมกันยาวประมาณห้าสิบนาที สั้นกว่า BLOODY SHADOWS แต่ยาวกว่าโจรสลัดและตำรวจนิดหน่อย

  • ตั๋วหนัง

แยกเป็นสามคนสามใบเช่นเคย

DSC03611-2

พอหยิบตั๋วหนังมาเรียงกันแยกเป็นรายคนแบบนี้ถึงเพิ่งรู้สึกว่า (หากมองอย่างเป็นกลางแล้ว) เซ็ตนี้ชอบอิลลัสนัตจังที่สุดแฮะ ดูมีความซัตสึกิแฝงนิดๆ ยิ่งถ้าปิดหน้าฝั่งขวาไปซีกนึงแล้วเหลือแต่ฝั่งซ้ายจะดู fierce แบบซัตสึกิมากกกก ปลื้ม

  • โปสเตอร์

ขนาด B2 ใหญ่เบิ้ม นี่ถ้าเอาสี่แผ่นมารวมกันคือแปะเป็นวอลเปเปอร์ได้เลย

DSC03619-2

ขอสารภาพว่าตอนเห็นอาร์ทเวิร์คแผ่นนี้รู้สึกเฉยมาก ไม่ได้กรี๊ดกร๊าดฮือฮาอะไรเท่าไหร่ แต่พอมานั่งพินิจพิจารณาโปสเตอร์แล้วชอบมาก ประทับใจที่สีสวยมากกกกกกกกกกก ถ่ายรูปออกมาแล้วแสงมืดไปหน่อยเลยเก็บความสีสวยมาได้ไม่เต็มที่ แต่ของจริงสวยสดงดงามมากนะ ฮืออออออออ ขอบคุณอาจารย์คุราฮานะสำหรับอาร์ทเวิร์คงามๆ ค่ะ (;___;) จะขอเก็บโปสเตอร์และซีดีเหล่านี้ไว้เป็นสมบัติประจำตระกูลสืบไป

แอบซูมด้วยความลำเอียง

DSC03621-2

รอยยิ้มของคุณอิจิโนะเสะะะะะะะะะะะะะ♥♥♥

  • แพมเฟลตและบทหนัง

DSC03622-2

แพมเฟลตเล่มนี้ก็มีการแนะนำตัวละคร, สัมภาษณ์นักแสดง และอธิบายคำศัพท์เช่นเคย

DSC03623 DSC03632 DSC03633

ประทับใจในความทุ่มเทกับโปรเจคต์ตรงที่ดีไซน์หุ่นยนต์จริงจังมากนี่แหละ งานนี้คนดีไซน์หุ่นก็ใช่ว่าจะธรรมดานะ โยชิโอกะ ฮิเดสึงุซังที่ดีไซน์หุ่นนี่เป็นหนึ่งในคนดีไซน์ทรานสฟอร์เมอร์เลย คือเรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเมคานิคส์มาดีไซน์หุ่นซึ่งมีบทบาทแค่อยู่ในแพมเฟลต ในเว็บออฟฟิเชียล และโผล่ในพีวีแว้บๆ คือลงทุนมากกกกกกกก

จริงๆ แล้วเคยไปอ่านความเห็นใน 2ch ที่เมาท์เรื่องนี้กัน บางคนแขวะว่าแผ่นนี้เป็นแผ่นที่เห็นได้ชัดว่าออฟฟิเชียลตั้งใจทำน้อยกว่าแผ่นอื่น (ก็ไม่รู้ว่าเค้าเอาอะไรมาตัดสินว่าแผ่นไหนตั้งใจ แผ่นไหนไม่ตั้งใจ…) แต่ดูจากการใส่ใจดีไซน์ของหุ่นยนต์สำหรับภาพยนตร์ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นดราม่าซีดี (ซับซ้อนจัง) แบบนี้ แถมยังมีรายละเอียดอีกเยอะแยะทั้งไทม์ไลน์เหตุการณ์ในเรื่อง ศัพท์เฉพาะ ฯลฯ เราว่าความตั้งใจของทีมงานที่อยากสร้างโลกของภาพยนตร์เรื่องโพลาริสขึ้นมาก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าแผ่นอื่นๆ เลยนะ

ส่วนบทหนัง รู้สึกว่าอิจจี้กับเซชชี่ขยันจดโน้ตมาก จดกันแต่ละทียืดยาว เอาการเอางานดีมาก

DSC03627

DSC03630

ในขณะที่นัตจัง….. วาดรูปปิโยะจังเล่นจ้าาาา รู้สึกไอดอลค่ายนี้จะชอบวาดรูปกันเหลือเกิ๊นนนน

ประทับใจรูปปิโยะจัง vs คุณเพนกวิ้นเป็นพิเศษ รู้สึกนัตจังวาดเพนกวิ้นออกมาน่ารักกว่าคนดีไซน์เพนกวิ้นตัวจริงซะอีก 5555555

DSC03629

จบมุม unbox ต่อไปเป็นมุมเมาท์มอยเนื้อเรื่อง

อย่างที่บอกว่าแผ่นนี้เป็นแนวไซไฟอวกาศ เนื้อเรื่องมันเลยออกแนวอนิเมะแนวอวกาศธรรมด๊าธรรมดา ให้ฟีลเหมือนอนิเมะมากกว่าหนัง เป็นเรื่องราวของเหล่าไพลอตแห่งองค์กรพิทักษ์โลกที่ต้องขับหุ่นรบเพื่อปกป้องโลกจากสิ่งมีชีวิตต่างดาว แต่มันเป็นความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาตรงที่ไม่นึกว่าจะได้พบเจออะไรแบบนี้ในโลกของอุตะปุรินี่แหละ

งานนี้อิจิโนะเสะ โทคิยะรับบทเป็นโทคิยะ อิจิโนะเสะ (ซึ่งไม่ได้เอาชื่อนามสกุลมาสลับที่กันนะ จริงๆ ก็ชื่อเดิมนั่นแหละ แต่ปกติพวกอนิเมะแนวนี้จะเรียกชื่อตัวละครด้วยชื่อ-นามสกุลแบบสากล) โทคิยะคนนี้เป็นเอสไพลอตยอดฝีมือผู้แสนเย็นชาที่พาสชั้นไปเข้าเรียนมหาลัยดังตั้งแต่อายุสิบขวบ พออายุสิบห้าก็จบด็อกเตอร์ กลายเป็นไพลอตระดับท็อปคลาส พ่อเป็นถึงผู้บัญชาการทหารในหน่วยพิทักษ์โลก เป็นตัวละครที่โปรไฟล์เวอร์วังอลังการม๊ากกกกกก ขี้โกงงงงงงง

นัตจังรับบทเป็นนัตสึกิ ชิโนมิยะ ไพลอตอัจฉริยะอีกคน ส่วนเซชชี่รับบทเป็นเซซิล ไอจิมะไพลอตฝีมือดีที่ชอบโดดฝึกซ้อมแต่เป็นคนเฮฮาร่าเริง เป็นมู้ดเมกเกอร์ประจำทีม ซึ่งนอกจากสามคนนี้แล้วยังมีตัวละครหลักอีกคนคือสาวน้อยอัจฉริยะ (เป็นภาพยนตร์ไซไฟที่มีอัจฉริยะเกร่อมาก…) ที่ได้รับเลือกให้เป็นไพลอตคนใหม่จึงต้องเข้ามาฝึกซ้อมรบในทีมเดียวกับหนุ่มๆ ทั้งสาม สาวน้อยคนนี้เป็นเสมือนนางเอกกลายๆ แต่ดันไม่มีแม้แต่ชื่อด้วยซ้ำ เธอคนนี้โดนเรียกว่า 候補生 (อารมณ์ประมาณเด็กฝึก?) ตลอดทั้งเรื่อง

 

 

*ต่อไปนี้มีสปอยล์*

 

 

※ เพื่อไม่ให้สับสน ในที่นี้โทคิยะ นัตสึกิ เซซิล= ชื่อตัวละครในเรื่องโพลาริส ส่วนอิจจี้ นัตจัง เซชชี่=นักแสดงนำ

 

 

โพลาริสแทรคแรกดำเนินเรื่องอย่างเรื่อยๆ เอื่อยๆ นางเอกโดนองค์กรพิทักษ์โลกที่ชื่อไชน์นิ่งยูนิเวิร์สจับมาฝึกเป็นนักบิน จับเข้าทีมเดียวกับโทคิยะ นัตสึกิ และเซซิล ซึ่งแทรคแรกนางเอกก็จะได้ไปทำความรู้จักกับแต่ละคนและสัมผัสบรรยากาศของทีมนี้

ช่วงแรกๆ ไพลอตโทคิยะ อิจิโนะเสะเย็นชามากกกกกก เจอหน้านางเอกครั้งแรกก็ด่านางเอกว่าทำหน้าโง้โง่กันเลย พอนางเอกรู้ว่าได้อยู่ทีมเดียวกันเลยจะขอเชคแฮนด์ อีตาโทคิยะ อิจิโนะเสะก็ปัดมือทิ้งแล้วบอกว่าไม่จำเป็นต้องมาทำตัวเป็นพวกเดียวกันหรอก มันไร้สาระ โอยยยย ทำตัวน่าถีบเหมือนอิจจี้ในเกมภาคแรกสมัยเริ่มเกมใหม่ๆ เป๊ะะะะ!!

แต่จริงๆ แล้วไพลอตคนนี้มีความน่ารักตรงที่เป็นเด็กติดพ่อ ชื่นชมพ่อที่เป็นผู้บัญชาการทหารมากถึงได้อยากมาเป็นไพลอตเพื่อให้พ่อยอมรับ ฮุ้ยยยย ที่ดูว่าผมหยิ่ง ที่จริงผมติดพ่อนะครับบบบบ

ในขณะที่โทคิยะ อิจิโนะเสะทำตัวน่าเตะตั้งแต่ฉากแรกที่พบ ฉากปรากฏตัวของนัตสึกิตรงข้ามเลย โอโตเมะมากกกกกก นางเอกกับนัตสึกิบังเอิญเดินชนกัน ทักทายทำความรู้จักกันอย่างเป็นมิตรท่ามกลางเพลงประกอบละมุนละไม ส่วนเซซิลปรากฏตัวสมกับเป็นเซซิล คือโผล่มาจากบนต้นไม้เพราะกำลังนอนกลางวันอยู่บนนั้นพอดี (…เอานิสัยนักแสดงมาใส่ในหนังอีกแล้วนะ!) ช่วงที่ฟังแทรคแรกเอ็นดูนัตสึกิกับเซซิลมาก ส่วนโทคิยะ อิจิโนะเสะโผล่มาทีไรหมั่นไส้ตลอดดดดด

ด้วยความที่โทคิยะ อิจิโนะเสะเป็นเอสไพลอตผู้แสนเย็นชา ไม่ต้องการเพื่อน หยิ่งในศักดิ์ศรี ทำให้บรรยากาศในทีมนี้ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ ทะเลาะกันตลอดเวลา สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่โทคิยะชอบพูดจาจิกกัดคนอื่น นิสัยเสีย ปากเสีย คือพูดออกมาแต่ละประโยคคนฟังอยากทะลุซีดีเข้าไปตบกะโหลกมากๆ (แต่ไอ้นิสัยชอบทำตัวโดดเดี่ยวไม่ยุ่งกับใครนี่มันจะไม่เซ็ตสึนะ F เซเอย์ไปหน่อยเหรอ… เสียงก็เป๊ะเลย)

ขนาดนักแสดงนำยังออกปากเองเลยนะว่าโทคิยะ อิจิโนะเสะเป็นเด็กมีปัญหา

ตัวอย่างเหตุการณ์น่าตบกะโหลกก็เช่น ตอนที่ทีมกินข้าวด้วยกัน หนุ่มๆ ทั้งสามไม่มีใครพูดอะไรสักคำ นางเอกเลยทักว่าไม่เงียบไปหน่อยเหรอคะ มาเมาท์กันมั้ยจะได้สนุกๆ โทคิยะเลยตอบว่าเงียบแล้วผิดตรงไหนไม่ทราบ? ที่มาเจอหน้าก็เพราะมันเป็นกฎหรอกนะ ไม่งั้นไม่มาอยู่ในที่พรรค์นี้หรอก เป็นต้น (ดูค่ะดู ความหยิ่งนี้คืออออ???? แค่ร่วมโต๊ะกินข้าวกับเพื่อนร่วมทีมยังอิดออด????)

แต่ถึงจะเย็นชาปั้นปึ่งแค่ไหน โทคิยะก็ยังมีความใส่ใจเพื่อนร่วมทีมอยู่บ้าง อย่างเวลาฝึกซ้อมกัน โทคิยะก็จะคิดเมนูการฝึกที่เข้ากับความสามารถมาให้ทุกคนทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ใช่หัวหน้าทีมแต่อย่างใด (ซึ่งอิจจี้เขียนโน้ตไว้ในบทว่าสงสัยจะทำเพราะอยากแสดงให้เห็นความเหนือกว่า โอย วิเคราะห์ซะโทคิยะ อิจิโนะเสะดูนิสัยเสียกว่าเดิมอีก 5555555555) จุดนี้เราว่าโทคิยะ อิจิโนะเสะอารมณ์เหมือนเป็นครูฝึกโหดๆ รวมร่างกับคุณแม่เฮี้ยบๆ ที่ถึงแม้จะชอบดุด่าแต่ก็ทำไปเพราะหวังดีลึกๆ (นี่เราพยายามคิดเข้าข้างมากกว่าที่นักแสดงนำคิดอีกนะเออ!) 

ขำที่ในบทสัมภาษณ์อิจจี้บอกว่าโทคิยะ อิจิโนะเสะเป็นคนที่ยึดติดกับเรื่องของตัวเองมากเกินไปจนมองไม่เห็นรอบข้าง เล่นบทนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วงตัวละครนี้ …โถ พ่อคุณ 555555555 ถึงในเรื่องจะนิสัยเสีย แต่ตัวจริง (ซึ่งไม่มีอยู่จริง) เป็นคนอ่อนโยนใจดีนะเออ! ขนาดเซชชี่ยังบอกเลยว่าทุกครั้งที่ถ่ายแต่ละฉากจบ อิจจี้จะบอกว่า “ขอโทษที่เย็นชา” ด้วย แออออออออ คุณอิจิโนะเสะะะะะ

นอกจากอิจจี้ขอโทษแล้ว ในแคสท์คอมเมนต์ซีดีที่ให้มาโม คิโชซัง กับโทริซังมาพูดความรู้สึก มาโมก็พูดเหมือนกันว่า อาจจะเย็นชาไปหน่อย ขอโทษด้วยนะครับ แหม๊ น่ารักทั้งคนข้างนอกคนข้างในเลยนะ (*´∀`*)

หลังจากแผ่นแรกทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา พอเข้าแทรคที่สองจะเริ่มไซไฟมากขึ้นหน่อย พอถึงฉากฝึกซ้อมรบเป็นทีมแล้วบทสนทนาจะเต็มไปด้วยศัพท์แนวไซไฟ แต่เป็นไซไฟที่แฝงด้วยความติ๊งต๊องสไตล์อุตะปุริ อย่างเช่นขณะที่การฝึกซ้อมใช้ท่าไม้ตายร่วมกันสี่คนไปได้ไม่สวยนัก เซซิลก็บอกว่างั้นมาตะโกนชื่อท่าไม้ตายพร้อมกันเถอะ เพราะเห็นในอนิเมะใช้ท่าไม้ตายกันทีไรตะโกนชื่อทุกที ว่าแล้วทุกคนก็ตะโกนพร้อมกันว่า อาร์มซิมโฟนี่!!!! ……ติ๊งต๊องมั้ยล่ะ………..

แต่! ถึงจะทะเลาะกันมาตลอดเรื่อง ตอนหลังบทจะดีกันก็ดีกันง่ายมากกกกกกกกกกกก ง่ายเกินไปจนตกใจ คือตอนท้ายๆ ทีมนี้จะเกิดปัญหาว่าซิงโครท่าไม้ตายยังไงก็ได้แค่ 99% ไม่ได้ 100% ซะที โทคิยะเลยบอกว่าเขาลือกันให้แซ่ดว่าเซซิลมีสายเลือดของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่เป็นศัตรูอยู่ นั่นคงเป็นเหตุผลที่ขาดไป 1% ซึ่งเซซิลก็ยอมรับว่าเป็นความจริง (แต่เซซิลในเรื่องนี้เป็นเด็กดีกว่าไพลอตโทคิยะมากนะบอกเลย /เบ้ปากแรง) โทคิยะเลยหันไปถามนัตสึกิว่านัตสึกิเชื่อใจเซซิลได้เหรอ นัตสึกิตอบว่าไม่เชื่อเพราะไม่เคยเชื่อใจใครเลย คราวนี้โทคิยะเลยโกรธที่นัตสึกิไม่เชื่อใจตัวเอง ว่าแล้วก็ลุกมาทะเลาะกันจนนางเอกที่เข้ามาห้ามโดนผลักกระเด็น

สุดท้ายพอนางเอกลุกขึ้นมาบอกว่า ถ้าพวกเราไม่ปกป้องโลกแล้วใครจะปกป้องคะ! มีแต่พวกเราที่ทำได้นะคะ! ทุกคนก็คิดได้และเลิกทะเลาะกัน หันมาจับมือกันต่อสู้เพื่อปกป้องโลก จนอัตราการซิงโครกลายเป็น 100% ได้ในที่สุด คือทุกอย่างจบลงง่ายมาก ในฐานะคนที่ลุ้นมาตลอดว่าตอนหลังจะดีกันได้ยังไงพอเจอฉากนี้เข้าไปแทบตกเก้าอี้เพราะความเล่นง่าย

ถึงจะชื่นชมทีมงานในแง่การวางรายละเอียดเซตติ้งของเรื่อง (น่าจะเป็นแผ่นที่วางเซตติ้งละเอียดที่สุดในโปรเจคต์แล้ว) แต่การดำเนินเรื่องตกม้าตายไปหน่อยนะ หักคะแนนตรงนี้

นอกจากนั้นคนไม่ชินกับแนวนี้อาจจะมึนๆ ได้ เพราะศัพท์เฉพาะเยอะมากกกกกกก คือนอกจากพวกศัพท์เทคนิคแนวไซไฟแล้วยังมีพวกชื่อเฉพาะทั้งหลายแหล่ด้วย ก่อนฟังแผ่นนี้เรานั่งอ่านแพมเฟลตเพื่อทำความเข้าใจเซตติ้งเรื่องแล้วนะ แต่ระหว่างฟังยังต้องกดพอสไปเปิดแพมเฟลตเช็กศัพท์เฉพาะและไทม์ไลน์เรื่องเป็นระยะๆ อยู่ดี เราว่าแผ่นนี้น่าจะฟังยากที่สุดในสี่แผ่น และเป็นสตอรี่ที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ยากกว่าแผ่นอื่นหน่อย

อย่างไรก็ตาม แม้ในเรื่องโพลาริสจะเขียนบทมาว่าทีมเวิร์คห่วยแตก ชอบตบตีกันเอง แต่นักแสดงในความเป็นจริง (อนึ่ง ความเป็นจริงนี้อยู่ในโลกสองมิติ) ทีมเวิร์คดีงามมากกกกกกกกก ทีมนี้คุยกันในบล็อกและทวิตเตอร์มุ้งมิ้งน่ารักมาก แอออออออ อิจจี้ดูเป็นหม่าม้าผู้ใจดี สอนนัตจังใช้สมาร์ตโฟนบ้าง เตือนเซชชี่ให้นอนเร็วบ้าง ฮุ้ยยย คิวววววววททททท์ (≧ω≦)(≧ω≦)(≧ω≦) ถึงด้านบนจะเขียนแซะไพลอตโทคิยะไปเยอะมาก แต่ไอดอลโทคิยะยังเป็นโทคิยะคนเดิมในสายตาเราเสมอนะะะะะะ (โทคิยะคนเดิมในสายตาเราคือดูเหมือนใจดีแต่ที่จริงหื่นเงียบ…)

โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกเฉยๆ กับแทรคดราม่าของโพลาริส แต่ชอบสตอรี่เบื้องหลังที่อยู่ในทวิตเตอร์ บล็อก และบทสัมภาษณ์มากกกกกกกกกก จุดที่ชอบที่สุดในแผ่นนี้คงเป็นแก๊ประหว่างเรื่องราวในภาพยนตร์กับเรื่องราวเบื้องหลังนี่แหละ มันต่างกันเยอะมากกกกก ในเบื้องหลังทุกคนในทีมนี้น่ารักมากจริงๆ ฮือออออออออ เวลาอ่านเด็กๆ พวกนี้คุยกันแล้วรู้สึกจิตใจได้รับการเยียวยา อบอุ่นมาก (*´ェ`*)

สิ่งนึงที่ชอบในโปรเจคต์เธียเตอร์ไชน์นิ่ง (และเกคิดันไชน์นิ่งด้วย) ก็คือมันมีสตอรี่มากกว่าที่อยู่ในซีดี แถมสตอรี่เบื้องหลังที่อยู่ในทวิตเตอร์ บล็อก และบทสัมภาษณ์ก็โคตรเรียลจนน่ากลัว

ตัวอย่างความเรียลที่น่ากลัวมาก: ไอดีการ์ดของเซชชี่

เป็นต้น คือบางทีสต๊าฟอุตะปุริก็ทุ่มเทกับทวิตเตอร์และบล็อกมากจนน่าพรั่นพรึง อย่างตอนรันมารุเขียนบล็อกก็ถ่ายรูปอาหารที่รันมารุทำมาลงบล็อกรัวๆ อะไรแบบนั้น

ส่วนเพลงโพลาริส พูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกับเพลงเพราะฟังทีไรก็นึกถึงตอนฟังเพลงนี้ในปุริไลฟ์ตลอดเลย ฮืออออออออออ เมื่อไหร่แผ่นไลฟ์จะออกกกกกกกกกกกกกกก (;____;)

โดยสรุปแล้วหลังจากเธียเตอร์ไชน์นิ่งออกมาครบสี่แผ่น แผ่นที่เราชอบเนื้อเรื่องที่สุดคือ BLOODY SHADOWS นะ ประทับใจบทพูดเรื่องนี้มากจริงๆ และเป็นแผ่นที่เราคิดว่าทำได้ดีที่สุดด้วย แต่แผ่นที่ชอบภาพรวมมากที่สุดเป็นการส่วนตัว ทั้งแทรคดราม่า เพลง คอนเซปท์ อาร์ทเวิร์ค BGM ฯลฯ คือ Pirates of the Frontier สมมติว่าเลือกซื้อแผ่นใดแผ่นหนึ่งได้แค่แผ่นเดียวเราก็คงเลือกโจรสลัดโดยไม่ลังเล ( ̄∇ ̄)

ไม่รู้ว่าถัดจากโปรเจคต์ละครเวทีและภาพยนตร์แล้วจะยังมีโปรเจคต์ทำนองนี้ออกมาอีกรึเปล่า อยากให้ทำต่อไปเรื่อยๆ นะ ฮือออออออ เกคิดันไชน์นิ่งและเธียเตอร์ไชน์นิ่งเป็นโปรเจคต์ที่ดีงามทรงคุณค่ามากจริงๆ

รักอุตะปุริจัง♥♥♥

THEATER SHINING「エヴリィBuddy!」

หลังจากสองแผ่นแรกในโปรเจคต์ Theater Shining เป็นแนวพีเรียดปนแฟนตาซีนิดๆ ไปแล้ว พอมาถึง Every Buddy! ซึ่งเป็นแผ่นที่สามก็ได้เวลาพลิกแนวมาเป็นคอนเซปท์ภาพยนตร์คู่หูตำรวจในโลกยุคปัจจุบันบ้าง คนละแนวกับสองแผ่นแรกโดยสิ้นเชิง (ส่วนแผ่นสุดท้ายหลังจากนี้ไปแนวไซไฟอวกาศนู่นเลย เป็นโปรเจคต์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสุด)

แผ่นนี้ต่างจากแผ่นอื่นตรงที่มีนักแสดงนำสองคนคือโคโตบุกิ เรย์จิ แสดงเป็นโคโตบุกิ เรย์จิ และคุรุสุ โช แสดงเป็นคุรุสุ โช เอ่ออออ เห่นโลวววว ไหนๆ ก็ทำโปรเจคต์เหมือนจะเป็นภาพยนตร์ทั้งที ทีมงานโปรดคิดชื่อตัวละครสักนิดดดด จะเล่นมุกดัดแปลงจากชื่อเดิมก็ไม่มีใครว่านะคะะะะะะ

DSC03091

ตอนเห็นอาร์ทเวิร์คแผ่นนี้ครั้งแรกนั่งหัวเราะแว่นกันแดดเรย์จังไปครึ่งวัน ไม่รู้จงใจวาดมาให้ขำมั้ย แต่ขำไปเยอะมาก ส่วนโชจังเสยผมแบบนี้แล้วแปลกใหม่มากกกกกก น่ารักกกกกกก (≧ω≦) ที่จริงแล้วผมทรงนี้เป็นทรงเดียวกับริวยะซัง แต่ขอสารภาพว่าที่จริงไม่เคยสังเกตเลยว่าทรงผมเดียวกันจนกระทั่งเรย์จังบอกไว้ในบล็อก

buddy-blog

เรย์จังเล่าว่าโชจังเอารูปริวยะซังให้ช่างทำผมดูแล้วบอกว่าขอเท่ๆ แบบนี้ โอ้ยยยยย น่ารักกกกกกก (≧ω≦) ชอบเวลาที่ตัวละครในอุตะปุริติ่งกันเอง อย่างเร็นกับมาซาโตะติ่งคุโรซากิซังหรือโชจังติ่งริวยะซังเนี่ยน่ารักมากกกกกกกกกก

อีกสิ่งนึงที่แปลกใหม่ในแผ่นนี้คือการจับคู่ระหว่างเรย์จังกับโชจัง ปกติแทบไม่เคยเห็นคู่นี้คุยกันด้วยซ้ำ ได้มาเจอกันบ้างก็น่าสนุกดี อยากให้อุตะปุริจับตัวละครที่ปกติไม่ค่อยได้เจอกันมาเจอกันอีกเยอะๆ

อันที่จริงแผ่นที่เป็นแผ่นที่เราตั้งตารอน้อยที่สุดในโปรเจคต์ เพราะคอนเซปท์ไม่ค่อยโดน ตอนฟังแซมเปิ้ลเพลงก็เฉยๆ แถมตอนสั่งแผ่นมายังให้ส่งของมาพร้อม Pirates of the Frontier อีก ตอนแกะกล่องเลยมัวแต่เห่อโจรสลัดมากกว่าเพราะตั้งตารอแผ่นนั้นมากกว่าเยอะ (ขอโทษนะเรย์จัง โชจัง แต่แผ่นนั้นคอนเซปท์ถูกใจเหลือเกิน อดลำเอียงไม่ได้จริงๆ TvT)

แต่ถึงจะเห่อแผ่นนี้น้อยกว่า พอแกะกล่องมาก็ประทับใจแพคเกจอยู่ดี โปรเจคต์นี้ทำแพคเกจดีงามทุกแผ่นควรค่าแก่การสะสมมากๆ (*´∀`*) ซึ่งแน่นอนว่าภายในกล่อง Every Buddy! ประกอบด้วยซีดี ตั๋วหนัง โปสเตอร์ แพมเฟลตและบทหนังเช่นเดียวกับซีดีในโปรเจคต์เธียเตอร์ไชน์นิ่งแผ่นอื่นๆ

  • ซีดี

ซีดีแต่ละแผ่นในโปรเจคต์นี้จะมีลวดลายเข้ากับคอนเซปท์หนัง ความที่หนังเรื่องนี้เป็นหนังตำรวจ ซีดีจึงออกมาเป็นรูปเป้าสำหรับยิงสีเหลืองอร่ามกระแทกตา

DSC03114

แทรคในซีดีประกอบด้วย

1.ภาพยนตร์ “Every Buddy!” chapter 01
2.ภาพยนตร์ “Every Buddy!” chapter 02
3.เพลงประกอบ “Every Buddy!”
4.เพลงประกอบ “Every Buddy!” off vocal

แทรคดราม่าแผ่นนี้ยาวประมาณสี่สิบนาทีพอๆ กับแผ่นโจรสลัด ความยาวประมาณนี้มันสั้นไปง่ะะะะะะ ไม่สะใจเลย อยากให้ยาวกว่านี้อีกนิด ฮือออออออ

อ้อ พอหยิบซีดีออกมาจากช่องวางแล้วจะเจอประกาศรับสมัครตำรวจใหม่ด้วยนะ!

DSC03096

วันที่ปิดรับสมัครคือวันที่ 13 กรกฎา ตรงกับวันเกิดเรย์จังพอดิบพอดี แอบสงสัยว่าทำไมถึงใช้วันเกิดเรย์จัง ทำไมไม่ใช้วันอื่นๆ อย่างวันเปิดตัวโปรเจคต์ วันวางขายแผ่น อะไรแบบนั้น?

  • ตั๋วหนัง

ปกติแผ่นอื่นจะมีตั๋วหนังให้สามใบ แต่ละใบเป็นหน้าตัวละครแต่ละตัว แต่แผ่นนี้ดันมีนักแสดงนำแค่สองคน โควต้าตั๋วหนังที่เหลือเลยตกเป็นของพีซคุง มาสค็อตประจำสถานีตำรวจในเรื่อง

SONY DSC

ซึ่งพีซคุงกลายเป็นมาสค็อตใหม่ที่แฟนๆ อุตะปุริให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นโดยการวาดแฟนอาร์ทเสื่อมๆ ออกมาเป็นจำนวนมากตั้งแต่ซีดียังไม่ออกวางขาย อาาาา ยินดีด้วยนะพีซคุง

วันที่พีซคุงโดนล้อเลียนมากที่สุดคงเป็นวันที่โชจังโดนบังคับให้วาดรูปลงทวิตเตอร์

หลังจากนั้นก็มีคนวาดพีซคุงเวอร์ชั่นผอมเพรียวออกมาเป็นจำนวนมาก และมีรูปตัดต่อพีซคุงในสถานการณ์ต่างๆ จำนวนมาก อาาา สมเป็นมาสค็อตของประชาชนชาวอุตะปุริจริงๆ สู้ต่อไปนะพีซคุง

  • โปสเตอร์

โปสเตอร์แผ่นนี้พีคมากเพราะตอนเปิดกล่องมาดันเจอโปสเตอร์เป็นอย่างแรก ในสภาพนี้

DSC03094

ผงะแรงมากกกกกกกกก นี่เป็นความตั้งใจของสต๊าฟใช่ไหม? อย่างไร?

พอคลี่ออกมาก็จะได้โปสเตอร์ขนาด B2 หนึ่งแผ่นเช่นเคย

DSC03112

ได้ครบสี่แผ่นเมื่อไหร่อยากเอาไปอัดกรอบแล้วติดเรียงกันในบ้านจัง แต่สุดท้ายคงขี้เกียจตั้งแต่ขั้นอัดกรอบละ คงได้พับเก็บไว้ในกล่องต่อไป อยากชื่นชมเมื่อไหร่ค่อยแกะออกมากราบไหว้บูชา (*´ェ`*)

  • แพมเฟลท

แพมเฟลทของแผ่นนี้น่ารักกกกกกกกกกกกก เป็นแพมเฟลทที่ออกแนวสนุกสนานเฮฮา เห็นปกก็รู้สึกสนุกละ ปกหน้า-หลังทำเป็นเหมือนสมุดรายงานของตำรวจ ชอบพีซคุงตรงด้านหลังมาก เรย์จังต้องเป็นคนเอามาแปะไว้ชัวร์ป้าบ (มีการแปะบัตรลดราคาข้าวกล่องร้านโคโตบุกิเบนโตด้วยนะ โฆษณาแฝงหราาา)

DSC03107

SONY DSC

เห็นแล้วนึกถึงตอนที่เร็นทวีตว่าเรย์จังยกสติ๊กเกอร์พีซคุงให้ แล้วเร็นก็เอาไปแปะแฟ้มไชน์นิ่งอาร์ทที่เป็นสีของตัวเอง ส่วนตั๋วหนังนั่นรันรันให้มาอีกที โอยยยย น่ารักกกกกกกกก (≧ω≦)

อีกไม่นานฉันจะเชื่อว่าไอดอลพวกนี้มีตัวตนอยู่จริงแล้วนะ ทุกสิ่งช่างเรียลเหลือเกิน

ส่วนด้านในแพมเฟลทก็มีภาพบรรยากาศในสถานีตำรวจ KPS (Kagayaki Police Station ซึ่งคำว่า Kagayaki ก็หมายถึง Shining นั่นเอง) มีแผนผังห้องต่างๆ ในแผนกสืบสวน ข้อมูลพื้นฐานของตัวละครในหนัง ตารางเวลาของตัวละครตลอดทั้งวัน แล้วก็บทสัมภาษณ์นักแสดงนำ

DSC03109

DSC03111

บทสัมภาษณ์คู่นี้สนิทสนมกลมเกลียวดี ไม่มีการกัดกันแต่อย่างใด มีแต่ชมกันไปชมกันมา ส่วนที่ชอบที่สุดคือตรงคำถามว่า มีอาชีพที่หลงใหลใฝ่ฝันมั้ย แล้วโชจังตอบอย่างรวดเร็วว่า เป็นไอดอลเหมือนฮิวงะเซนเซ! ฮู้ยยยยยย อะไรจะติ่งเซนเซหน้ามืดตามัวขนาดดดดด

  • บทหนัง

DSC03102

บรรจุสคริปท์พร้อมด้วยลายมือสวยๆ (กัดฟันแรงมาก) ของนักแสดงนำ ทั้งเรย์จังโชจังแอบอู้วาดรูปเล่นเหมือนกัน แต่ยังไม่อาการหนักเท่ากับที่โอโตยะวาดในแผ่นที่แล้ว รายนั้นวาดเล่นเป็นเด็กประถมของจริง ฮาาา

DSC03103 DSC03106

DSC03104

ต่อไปเป็นมุมเมาท์เนื้อเรื่อง

 

 

 

*ต่อไปนี้มีสปอยล์*

 

 

 

Every Buddy! เป็นเรื่องราวระหว่าง คุรุสุ โช ตำรวจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรง กระตือรือร้น รักความยุติธรรม เปี่ยมไปด้วยความฝัน โชคุงต้องมาเป็นคู่หูกับโคโตบุกิ เรย์จิ ตำรวจรุ่นพี่ที่ดูภายนอกเหมือนจะเป็นตำรวจไม่เอาไหน ขี้เกียจ ชอบแอบหลับในเวลางาน แต่ความจริงแล้วเป็นถึงนัมเบอร์วันของแผนกสืบสวน

ด้วยความที่นิสัยของทั้งสองคนเป็นขั้วตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง คู่หูคู่นี้จึงกัดกันตั้งแต่แรกพบ นายตำรวจน้องใหม่ไม่ชอบใจที่รุ่นพี่ทำตัวเนือยนาย ส่วนรุ่นพี่ก็รำคาญที่น้องใหม่บ้าความยุติธรรมชนิดที่ไม่ลืมตามองโลกแห่งความจริงบ้างเลย ต่างฝ่ายเลยต่างไม่อยากเป็นคู่หูของกันและกัน

แต่สุดท้ายก็จบอย่างที่คิด คือต่างฝ่ายต่างยอมรับกันและกัน กลายเป็นคู่หูกันในที่สุด ไม่มีอะไรหักมุมแต่อย่างใด จุดเดียวที่พอจะเรียกได้ว่าตื่นเต้นคือฉากที่ตำรวจสู้กับคนร้าย แล้วเรย์จิซังกำลังจะโดนยิง แต่โชคุงกระโดดไปช่วย ทันใดนั้นเอง! ปั๊งงงงงงงงงงง เสียงปืนดังลั่น เรย์จิซังเลือดอาบ โชคุงอ้าปากค้างเพราะตัวเองตั้งใจจะไปช่วยเขาแต่ดันเป็นฝ่ายโดนช่วยซะเอง สุดท้ายเรย์จิซังโดนหามส่งโรงพยาบาล ปลอดภัยหายห่วง ทั้งสองตกลงเป็นคู่หูกัน ดิเอนด์

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถ้าดูแค่เนื้อเรื่องจะเฉยมากกกกกกกกกกก ส่วนใหญ่ออกแนวเถียงกันไปเถียงกันมาเรื่องความยุติธรรม (จริงๆ แล้วก็ดูมีสาระในระดับนึง มั้ง?) แต่ถ้าใครเคยเล่นรูทเรย์จังในภาค All Star มาแล้ว รับรองว่ามาฟังพร้อมกางบทไปด้วยจะปวดใจมาก เพราะนายตำรวจเรย์จิในเรื่องนี้มันคือเรย์จังใน All Star ชัดๆ

นายตำรวจเรย์จิเป็นคนที่ทำตัวเหมือนจะติ๊งต๊อง แต่บางทีก็หลุดพูดอะไรเย็นชาบ้าง ทำท่าเศร้าๆ บ้าง เหมือนคนเคยเผชิญอะไรหนักหนาสาหัสมาก่อน ซึ่งตอนหลังเรย์จิซัง (เรียกไปเรียกมาชักจะงงเอง… ในที่นี้เรย์จัง=โคโตบุกิ เรย์จิที่เป็นไอดอล, เรย์จิซัง=นายตำรวจเรย์จิ ส่วนโชจัง=คุรุสุ โชที่เป็นไอดอล, โชคุง=นายตำรวจโช) เฉลยว่าตัวเองเคยมีคู่หูมาก่อน แต่คู่หูคนนั้นก็ตายไปแล้วเพราะเรย์จิซังปกป้องไว้ไม่ได้

ถ้าฟังแบบกางบทไปด้วย หน้าที่เรย์จิซังเฉลยความจริงจะบีบหัวใจมากกกกกกกกก ภาพใน All Star แทบลอยมาเป็นฉากๆ บวกด้วยภาพจาก All Star After Secret เป็นบางฉาก

ปกติเรย์จังจะเขียนโน้ตในบทแบบเฮฮาๆ มีการวาดรูปดาวบ้าง ใส่เครื่องหมายตกใจบ้าง แต่หน้านี้เรย์จังไม่ได้เขียนโน้ตอะไรเลย สิ่งที่เรย์จังทำคือเขียนล้อมกรอบคำพูดของเรย์จิซังไว้เป็นบางคำ เช่น “เพื่อนคนสำคัญที่เคยบอกเล่าความฝันให้กันและกันฟัง” “อยากปกป้อง” “ไม่อยากสูญเสียสิ่งสำคัญไปอีกแล้ว” ซึ่ง ทั้งหมดนี้มันคือความรู้สึกที่เรย์จังมีต่อไอเนะใช่มั้ยยยยยย (;____;) เรย์จังต้องรับบทเป็นเรย์จิซังด้วยความรู้สึกแบบไหนกันนนนนนนน คนเขียนบทช่างโหดร้ายยยย ผู้กำกับหนังโหดร้ายยยยยย โฮววววววววว (;________;)

ไม่คิดว่าแผ่นที่ดูเหมือนจะเฮฮาก็ยังอุตส่าห์แทรกกับดักเอาไว้ในเรื่อง ฟังไปเรื่อยๆ แบบไม่คิดอะไร ตั้งใจจะเสพความน่ารักของเรย์จังโชจังให้เต็มที่ พอมาเจอหน้าเฉลยอดีตของเรย์จิซังปุ๊บ โอ้ยยยยยยยยยย น้ามตาาาาาาาาาาาาาาาา ทำไมบรอคโคลี่ใจร้ายกับเรย์จังตลอด ขุดอดีตมาหลอกหลอนซ้ำไปซ้ำมา ทั้งตัวเรย์จังและแฟนๆ เรย์จังต้องจิตใจเข้มแข็งมากกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ขนาดเราไม่ได้เมนเรย์จังยังปวดใจทุกครั้งที่เห็นเรย์จังโดนสะกิดแผลใจเรื่องไอเนะเลย (TωT)

ส่วนโชจังก็น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก จบ ไม่มีอะไรสะเทือนใจเหมือนเรย์จัง แต่เราก็ชอบคาแรคเตอร์โชคุง ตำรวจหน้าใหม่ไฟแรงคนนี้นะ เป็นตัวละครที่น่ารักน่าเอ็นดูอยากเอาใจช่วยให้โน้มน้าวใจรุ่นพี่เรย์จิให้ยอมตกลงปลงใจเป็นคู่หูให้ได้เร็วๆ (*´ω`*)

ในบรรดาสามแผ่นที่ออกมาตอนนี้ เราว่าแผ่นนี้คือแผ่นที่จำเป็นต้องฟังพร้อมกับอ่านบทไปด้วยมากที่สุด เพราะนอกจากหน้าที่เรย์จังล้อมกรอบคำพูดจะอิมแพคต์มากแล้ว ในเรื่องนี้ยังมีตัวละครหญิงที่มีบทบาทมากอีกคนนึง ตัวละครหญิงคนนี้โดนเรย์จิซังเรียกว่า ยูคิคุง เป็นฉายาที่แปลว่าความกล้าหาญ เพราะเป็นคนมีความกล้าหาญ (ส่วนโชคุงโดนเรย์จิซังตั้งฉายาว่า เซงิคุง=ความยุติธรรม อีตาเรย์จิซังนี่จะตั้งฉายาให้ตำรวจทั้งโรงพักเลยแมะ?)

ตำรวจสาวยูคิคนนี้มีบทพูดค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับตัวละครหญิงในอีกสองแผ่นที่ผ่านมา และบทบาทก็ค่อนข้างสำคัญซะด้วย แต่ที่เหมือนเดิมคือตัวละครนี้ไม่มีเสียงพากย์ เพราะฉะนั้นถ้าฟังแทรคดราม่าเฉยๆ โดยไม่อ่านบทแล้วจะไม่รู้เลยว่ายูคิพูดอะไรบ้าง ถึงจะพอเดาๆ ได้จากบทพูดของเรย์จิซังกับโชคุง แต่ยูคิบทเยอะมากจริงๆ

ส่วนเพลงประกอบหนัง ตอนฟังแซมเปิ้ลครั้งแรกรู้สึกเฉยมากกกกก ก็เลยไม่เคยฟังแซมเปิ้ลอีกเลยจนกระทั่งพีวีออก ฟังในพีวีก็ยังเฉยๆ อยู่ดี แต่พอมาฟังเพลงเต็มหลังจากได้ฟังแทรคดราม่าแล้วชอบนะ เป็นเพลงสนุกๆ สมเป็นเรย์จังกับโชจัง และเนื้อเพลงก็สมเป็นเรย์จิซังกับโชคุงด้วย ฟังเพลินกว่าที่คิด เพลงนี้ถ้าเป็นเวอร์ชั่นไลฟ์คงสนุกมาก (*・ω・*)

โดยสรุปแล้วชอบแผ่นนี้มากกว่าที่คิดไว้ตอนแรก โดยเฉพาะแทรคดราม่า ถึงจะบอกว่าเนื้อเรื่องมันไม่ค่อยมีอะไร แต่เราก็ชอบบทสนทนาระหว่างเรย์จิซังกับโชคุงทุกฉากเลย ส่วนนึงคงเป็นเพราะคาแรคเตอร์ของเรย์จิซังซ้อนทับกับเรย์จังใน All Star นี่แหละ (ตอนที่พยายามไล่ๆ โชคุงว่าอย่ามาเป็นคู่หูกับคนอย่างฉันนี่อย่างกับตอนที่ขอยกเลิกเป็นพาร์ทเนอร์กับนางเอกในเกมเป๊ะ) 

ขนาดเป็นแผ่นที่ตั้งตารอน้อยกว่าแผ่นอื่นยังชอบมาก ฮืออออออ หลุมอุตะปุริช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน

รักอุตะปุริจัง♥♥♥