KING OF PRISM SUPER LIVE MUSIC READY SPARKING!

ไปดูไลฟ์คิงปุริมาตั้งแต่วันที่ 21 เดือนที่แล้วนู่นนนนน อยากเขียนถึงแบบละเอียดๆ เลยไม่ได้เขียนซะทีเพราะมัวแต่ปั่นงานและปั่นเกม พอเว้นช่วงมาสักพักดันพบว่านึกรายละเอียดไม่ค่อยออกแล้ว เอาเป็นว่าจะพยายามนึกเท่าที่นึกได้ ไม่รู้ไลฟ์นี้จะออกแผ่นรึเปล่าด้วย อยากเก็บช่วงเวลาดีๆ ในวันนั้นเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (TωT)

ไลฟ์นี้มีชื่อว่า「KING OF PRISM SUPER LIVE MUSIC READY SPARKING!」เป็นไลฟ์ของคิงปุริที่ไม่มีโอเวอร์เดอะเรนโบว์ แต่ตัวชูโรงจะเป็นแก๊งเด็กๆ เอเดลโรสทั้งเจ็ดคน แจมด้วยอเล็กซานเดอร์ …แต่ทำไมในรูปโปรโมทถึงมีรุยคุงอยู่ด้วยก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ไลฟ์นี้อาโอยคุงไม่มา เราหลงนึกว่าอาโอยคุงมาด้วยอยู่นานมากจนกระทั่งไม่กี่วันก่อนถึงไลฟ์มาเช็กชื่อดูอีกทีแล้วพบว่า อ้าว ไม่มีอาโอยคุง ตึงงงงงง OTL

ไลฟ์นี้เราได้ตั๋วมาจากการใช้ซีเรียลโค้ดที่แถมหน้าโรงหนังมาสมัครตั๋วแบบสุ่ม อาทิตย์นั้นดูไปห้ารอบ มีรอบนึงเพื่อนไปดูด้วย เลยได้ซีเรียลมาทั้งหมดหกใบ สมัครไปแบบไม่ค่อยหวังอะไรเท่าไหร่เพราะช่วงก่อนหน้านั้นไม่ค่อยมีดวงเลย

ไลฟ์นี้มีสองรอบคือรอบกลางวันกับรอบเย็น เราแบ่งสมัครกระจายทั้งสองรอบ ปรากฏว่าพอประกาศผลได้รอบกลางวันมารอบนึง ส่วนอันที่สมัครรอบเย็นวืดหมด แต่ไม่เป็นไรเพราะแค่ได้มารอบนึงก็เป็นบุญมากแล้ว ฮืออออออ ขอบคุณค่ะะะะะะะะะ

ไลฟ์คราวนี้จัดที่ Makuhari Messe ที่เราเพิ่งไปสตามิวเฟสมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนไลฟ์นี้ แต่ต่างกันตรงที่สตามิวเฟสจัดในฮอลล์ธรรมดา ส่วนไลฟ์ของคิงปุรินี่จัดในอีเวนท์ฮอลล์เลย อีเวนท์ฮอลล์จะมีที่นั่งเป็นสแตนด์อย่างจริงจัง ซึ่งที่นั่งที่เราได้มาก็คือที่นั่งสแตนด์นี่แหละ

แต่ก่อนจะไปพูดถึงตัวไลฟ์ ขอพูดถึงการขายของหน้าไลฟ์สักนิดนึง แม้เราจะไม่ได้ซื้อก็ตาม (อ้าว)

ตอนแรกตั้งใจว่าจะตื่นเช้าๆ ไปต่อแถวรอซื้อเพนไลท์ แต่เนื่องจากวันก่อนหน้านั้นไปตะลุยดิสนีย์แลนด์มาทั้งวันจนหมดแรง วันต่อมาจึงตื่นเช้าไม่ไหว กะว่าถ้าไปหน้างานแล้วคนซื้อไม่เยอะค่อยซื้อแพมเฟลตกับของที่เหลือๆ ละกัน ส่วนเพนไลท์ไปช้านี่ไม่น่าซื้อทันอยู่แล้ว ตัดใจได้เลย

ระหว่างเดินทางไปมาคุฮาริก็เช็กสถานการณ์ซื้อขายของทางทวิตเตอร์ ตอนนั้นเองจึงได้ค้นพบว่าไลฟ์นี้ไม่ได้ใช้ระบบต่อคิวซื้อของเหมือนอีเวนท์อื่นๆ!

ระบบที่ใช้คราวนี้เรียกกันว่า “ระบบจูโออิน” มาจากนามสกุลของจูโออิน คาเครุ ซึ่งตัวตั้งตัวตีเรียกแบบนี้ก็คือออฟฟิเชียลนั่นแหละ

จริงๆ แล้วระบบมันก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เป็นระบบแจกบัตรคิว ใครไปถึงก็ไปรับบัตรคิว แต่ตัวเลขในบัตรคิวจะสุ่มโดยไม่รันตามลำดับการรับบัตร พอได้บัตรคิวมาก็แยกย้ายกันไปรอที่ไหนก็ได้ ถ้าอยากรู้ว่าถึงคิวตัวเองรึยังก็ใช้มือถืออ่าน QR โค้ดบนบัตรคิว อ่านโค้ดแล้วจะขึ้นหน้าจอบอกว่าตอนนี้ถึงคิวไหนแล้ว และต้องรออีกกี่นาทีกว่าจะถึงคิวของตัวเอง โอ้โห สะดวกมากกกกกก ไม่ต้องต่อคิวกันขาแข็งท่ามกลางสายฝนที่ซัดกระหน่ำ ก็สบายกันไป

เท่าที่อ่านทวีตของคนที่ไปซื้อของ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าทีมงานรันคิวเร็วมากกกกกกก เผลอแป๊บๆ ผ่านไปเป็นร้อยคิวอย่างรวดเร็ว มีแต่คนชื่นชมความดีงามของระบบนี้ เพิ่งเคยเห็นบุปปังที่คนชื่นชมเยอะขนาดนี้นี่แหละ

อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนที่ไม่ได้ไปซื้อ เราว่าระบบนี้มีข้อเสียเหมือนกันนะ ข้อสำคัญเลยคือต่อให้อยากซื้อของมากแค่ไหนก็ต้องอาศัยดวงอยู่ดี การไปเร็วไม่ได้แปลว่าจะได้ซื้อก่อน ต้องลุ้นเอาว่าของจะหมดก่อนถึงคิวเรารึเปล่า เผลอๆ ถ้าดูไลฟ์รอบกลางวันก็ต้องลุ้นอีกว่าจะถึงคิวเราก่อนไลฟ์เริ่มรึเปล่าอีกต่างหาก ถ้าจะใช้ระบบนี้ควรจะสต๊อกของไว้เยอะๆ เห็นคนบ่นกันเยอะมากว่าเพนไลท์หมดเร็วเพราะไม่จำกัดจำนวนการซื้อ แล้วนี่ดันเป็นคิงปุริด้วยไง คิงปุริที่ทุกคนบ้าหอบเพนไลท์เข้าโรงหนังกันเต็มไม้เต็มมือไง… แต่โดยรวมแล้วเป็นระบบบุปปังที่คนชื่นชมเยอะมากเพราะยังไงก็มีข้อดีเยอะกว่าข้อเสียแหละ ขนาดเราไม่ได้ไปร่วมด้วยช่วยใช้ระบบนี้ยังประทับใจเลย (แต่ถ้าตื่นเช้าแล้วซื้อเพนไลท์ไม่ทันคงเซ็งมาก……)

ตัดภาพมาที่เรา ไลฟ์เริ่มบ่ายสอง บ่ายโมงแล้วยังอยู่บนรถไฟอยู่เลยจ้าาา 55555555 ปกติเป็นพวกชอบไปถึงก่อนเวลาเปิดให้เข้าเป็นชั่วโมง รอบนี้นอกจากตื่นสายแล้วยังมัวแต่อ้อยอิ่งเขียนจดหมายให้ทาสุคุ รู้ตัวอีกทีก็เที่ยงแล้ว ตื่นตระหนกเลยทีนี้ แต่สุดท้ายก็ไปถึงหน้าอีเวนท์ฮอลล์ตอนบ่ายนิดๆ ไปถึงก็ไปต่อคิวรอเข้าไลฟ์เลย ไม่ได้ไปชะโงกดูตรงที่ขายของด้วยซ้ำเพราะเพนไลท์หมดแล้ว ส่วนแพมเฟลตเอาไว้ตอนเย็นค่อยไปซื้อหน้าโรงหนังที่ไปดูไลฟ์วิวยังไม่สาย

จะว่าไปแล้วไลฟ์นี้เป็นอีเวนท์แรกเลยที่เราได้ดูทั้งสองรอบ ถึงจะพลาดตั๋วรอบเย็นแต่ก็ไปกดซื้อตั๋วไลฟ์วิวมาได้แบบงงๆ แล้วเพิ่งกดก่อนถึงวันจริงไม่กี่วันด้วยนะ ตอนแรกอยากกดของโรงหนังแถวมาคุฮาริแต่มันหมดเกลี้ยงแล้ว โรงใกล้ๆ โรงอื่นก็ไม่เหลือ พอเจอโรงชินากาวะยังเหลืออยู่นิดหน่อยเลยหน้ามืดกดๆ มา ตอนดูรอบกลางวันจบเลยต้องตาลีตาเหลือกพุ่งไปชินากาวะต่อทันที

ด้วยเหตุนี้ รีพอร์ตคราวนี้จึงจะเขียนถึงทั้งสองรอบปนๆ กันไปเพราะความทรงจำเลือนรางจนจำไม่ค่อยได้ว่ารอบไหนเป็นรอบไหน 555555555

กลับมาที่รอบกลางวันก่อน ตอนต่อคิวรอเข้าไลฟ์มองไปรอบๆ เห็นคนถืออิตะแบ็กเยอะแยะมากมายตามปกติของอีเวนท์ แต่แปลกใจที่มีคนถือกระเป๋าโอเวอร์เดอะเรนโบว์กันด้วย ตอนแรกก็อยากพกฮิโระมาเหมือนกัน แต่เห็นเป็นไลฟ์เด็กๆ เลยพาน้องยูมาดีกว่า พอเห็นคนถือกระเป๋าฮิโระ โคจิ คาซึกิกันเยอะแยะแล้วเริ่มเสียดายที่ไม่ได้พาฮิโระมาด้วย (´・ω・`)

ต่อคิวไม่นานก็ได้เข้าไปด้านใน พื้นที่ด้านหน้าฮอลล์มีไม่มากเท่าไหร่ เข้าไปถึงก็เจอทางแยกซ้ายขวา ตรงกลางมีโต๊ะวางกล่องของขวัญอยู่ เราเลยพุ่งไปโยนของให้ทาสุคุก่อนเป็นอันดับแรก ตอนแรกว่าจะเตรียมมาให้ยูมะคุงด้วยแต่ไม่รู้จะให้อะไร สุดท้ายเลยให้ทาสุคุแค่คนเดียว ขอโทษนะยูมะคุง (T∇T)

ข้างๆ โต๊ะวางกล่องของขวัญมีดอกไม้แสดงความยินดีวางเรียงราย ตรงนี้เป็นดอกไม้จากผู้เกี่ยวข้อง ถัดไปอีกนิดถึงจะเป็นโซนดอกไม้จากแฟนๆ

โซนดอกไม้จากแฟนๆ มีดอกไม้ให้ไทกะกับคาเครุเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เป็นสองคนที่ฮอตเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ

เสียดายเดินไปไม่ถึงโซนดอกไม้น้องยู เพราะน้องอยู่ท้ายๆ โน่นเลย แต่เรามาเดินดูดอกไม้ตรงนี้ตอนงานเลิก ซึ่งต้องเดินสวนกับผู้คนจำนวนมากที่ออกมาจากฮอลล์ กว่าจะฝ่าไปถึงโซนดอกไม้ยูคุงสำเร็จคงไปดูไลฟ์วิวสายกันพอดี

หลังจากนั้นพอเข้าไปในฮอลล์ก็หาที่นั่งตัวเองเจออย่างง่ายดาย ที่นั่งเราอยู่บล็อก J บนสแตนด์ ตอนแรกเห็นว่าเป็นที่นั่งชั้นสองก็นึกว่าจะไกล แต่มันใกล้กว่าที่คิดเพราะฮอลล์เล็กนิดเดียวเอง เล็กกว่าที่คิดไว้เยอะมากกกกกก แล้วเวทีมันเป็นแบบมีเวทีใหญ่ กับเวทีเล็กที่มีทางเชื่อมกับเวทีใหญ่อีกที ที่นั่งเรามองเห็นเวทีเล็กชัดเจนแจ่มแจ๋วมากกกกก

เวทีหน้าตาประมาณนี้

ที่นั่งเราอยู่บนแสตนด์ด้านขวาในรูปนี้ เป็นมุมที่มองเห็นเวทีเล็กจากด้านข้าง ซึ่งที่นั่งดีและเห็นชัดกว่าที่คิดฝันไว้มาก กราบคิงปุริเยอะมาก

ที่สำคัญ ที่นั่งเราอยู่ใกล้ๆ ที่นั่งผู้เกี่ยวข้องด้วย!! นิสัยเราอย่างนึงเวลาไปอีเวนท์หรือคอนเสิร์ตใดๆ ก็ตามคือชอบมองหาที่นั่งผู้เกี่ยวข้อง แล้วไลฟ์นี้ที่นั่งเราอยู่บล็อกติดกับที่นั่งผู้เกี่ยวข้องเลย แต่ที่นั่งเราจะสูงเยื้องๆ ขึ้นมาหน่อย ระหว่างรองานเริ่มก็เลยเหลือบมองไปทางนั้นบ่อยครั้ง คราวนี้เลยได้เจอทั้งฮิชิดะซังที่เป็นผู้กำกับ ทั้งนิชิซังที่เป็นโปรดิวเซอร์เลย อ๊ากกกกกก คุ้ม!!!!

ขำตอนที่ฮิชิดะซังเดินมานั่ง ตอนแรกเรานึกว่าไม่มีใครสนใจที่นั่งตรงนั้น แต่พอฮิชิดะซังเดินมา คนข้างๆ เราตื่นเต้นแล้วพูดกับเพื่อนซ้ำๆ ว่า “ผู้กำกับๆๆ” คนข้างหน้าลุกขึ้นชะโงกมอง ส่วนคนตรงที่นั่งอารีน่าก็หันกล้องส่องทางไกลดูกันหลายคน ตลกมาก ขำในความเซเลบของผู้กำกับ 5555555555555

ระหว่างเหลือบมองเราเห็นคนเดินงงๆ หาที่นั่งตัวเองไม่เจอหลงไปอยู่ในที่นั่งผู้เกี่ยวข้องกันหลายคนเลย อยากแกล้งเดินงงๆ หลงเข้าไปมั่งจัง พลาดแล้วสินะ ว้า (´・_・`)

ทางด้านบรรยากาศของผู้ชมก่อนงานเริ่ม เราประทับใจมากกกกกกกกกกกกกก คือคิงปุริเนี่ยขึ้นชื่อเรื่อง 応援上映 อยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) ไม่ต้องกลัวเลยว่าคนดูจะหงิมๆ หรือเรียบร้อยจนเกินไป งานนี้คึกคักกันมากตั้งแต่ไลฟ์ยังไม่ทันเริ่มเลยจ้า

ตอนเราเข้าฮอลล์ไปช่วงแรกๆ จอที่เวทีจะฉายโฆษณาอนิเมะเรื่องอื่นไปเรื่อยๆ จนสักพักถึงจะเปิดโฆษณาคิงปุริ&คิงปุระขึ้นมา ตอนแรกคนดูยังนั่งกันตามปกติดี จนกระทั่งโฆษณาคิงปุริขึ้นมาเท่านั้นแหละ อยู่ดีๆ คนดูค่อนฮอลล์ก็เปิดเพนไลท์กันพรึ่บ! ตามด้วยตะโกนคุยกับหน้าจอ หลังจากนั้นพอเปิดโฆษณาซีดีเพลง คนดูก็ช่วยกันตะโกนคอลตามจังหวะเพลงพร้อมกับเปลี่ยนสีเพนไลท์ให้ตรงกับตัวละครที่ร้องเพลงนั้นอีก จังหวะโบกเพนไลท์ก็สุดเป๊ะ (การโบกเพนไลท์เชียร์คิงปุรินี่เป็นศาสตร์อันล้ำลึกอย่างนึง ท่าเยอะ ลูกเล่นแยะ) ยิ่งใกล้เวลาไลฟ์เริ่มเท่าไหร่ก็ยิ่งคอลกันมันส์มากขึ้น แหม พริซึ่มเอลีทไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ นี่ขนาดไลฟ์ยังไม่เริ่มนะ 5555555555

ส่วนไลฟ์ ไล่ไปตามเซ็ตลิสท์ทีละเพลงเลยละกัน จำไม่ค่อยได้ว่าตอนก่อนเริ่มมีพูดอะไรบ้าง แต่คุ้นๆ ว่าจุนตะพูดว่า「心のボタン押してみよう」หรืออะไรทำนองนี้ด้วย น่าจะตอนก่อนเริ่มนี่แหละมั้ง หลังจากนั้นค่อยเข้าเพลงแรก

 

1 BOY MEETS GIRL

บอยมีทส์เกิร์ลลลลลลลล ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเปิดด้วยเพลงนี้ เป็นครั้งแรกที่ได้ฟังเวอร์ชั่นเด็กใหม่เอเดลโรส ปลาบปลื้มมาก ฮือออออ แค่อินโทรขึ้นมาก็น้ำตาจะไหลแล้ว เพลงนี้เป็นเพลงที่เด็กๆ เอเดลโรสเคยพูดไว้ในฉากแถมในแผ่นคิงปุริว่าเป็นเพลงหากินที่ร้องกันอยู่ประจำ แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับไม่เคยมีเวอร์ชั่นเด็กๆ ให้ฟังซะงั้น… ในที่สุดในไลฟ์นี้ก็ได้ฟังแล้ว ดีใจมากกกกกก อยากให้ทำเพลงนี้ลงแผ่นด้วยจัง อัลบั้มหน้าต้องมีเพลงนี้นะ!

ตอนอินโทรเพลงนี้ขึ้นมา ทั้งเจ็ดคนจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากตรงกลางเวทีด้านบน แล้วค่อยลงบันไดมายืนตรงเวทีด้านล่าง ภาพที่ทุกคนค่อยๆ โผล่ขึ้นมาท่ามกลางความมืดพร้อมอินโทรเพลงนี้มันดีเหลือเกินนนนนน แต่หลังจากนั้นพอลงมายืนกระจายๆ กันแล้วเห็นได้ชัดเลยว่ายูมะคุงไฮเปอร์กว่าเพื่อนๆ มาก ไฮเปอร์จนเราขำ 55555555555 คนอื่นเค้ายืนร้องเพลงพลางโยกไปตามจังหวะเบาๆ แต่ยูมะคุงทั้งโยกแรง ทั้งหมุนตัวไปมา ทั้งกระโดดดึ๋งๆ อย่างสนุกสนาน พลังงานเต็มเปี่ยม ยูมะคุงวันนี้เหมือนคนละคนกับสตามิวเฟสเลย ไฮเปอร์กว่าตอนสตามิวเฟสมากกกกกก เห็นแล้วเอ็นดู๊เอ็นดู (〃∇〃)

พอจบเพลงนี้ก็มีทอล์กนิดหน่อย ทุกคนแนะนำตัวกันทีละคน จำไม่ได้เลยว่าใครแนะนำตัวว่าอะไรกันบ้าง….OTL จำได้แต่ทาสุคุคีพลุคไทกะได้ไทกะมาก ไม่ยิ้มเลย เก๊กหน้าเข้ม พูดจาด้วยเสียงไทกะตลอด อินไปไหน๊

อีกอย่างที่จำได้คือจุนตะพูดทักทายคนดูไลฟ์วิวแล้วโบกมือให้กล้อง แต่ใครสักคน น่าจะโซมะมั้ง? บอกว่ารอบนี้ไม่มีไลฟ์วิวนะ มีรอบเย็นต่างหาก จุนตะเลยเงิบเบาๆ สงสาร 5555555555

ทอล์กเสร็จก็มีใครสักคนถามว่า ไหนใครจะร้องเป็นคนแรก? แล้วยูมะคุงก็ชูไม้ชูมือบอกว่าฉันนี่แหละ! คนอื่นเลยฝากเวทีไว้กับยูมะคุง พอคนอื่นหลบไปหลังเวทีหมดแล้ว ยูมะคุงก็บอกให้คนดูช่วยกันตะโกนชื่อ คนดูก็พร้อมใจกันตะโกนว่า “Zeussss” แล้วยูมะคุงก็พูดต่อว่า 俺は最強スター!!!!พร้อมทำท่ากำมือข้างนึงชูขึ้นฟ้า เป็นการเข้าสู่เพลงต่อมา

 

2 Zeus♂ ~俺は最強スター~ (Zeus ♂ ~ore wa saikyou star~)

เพลงโซโล่ยูคุง! ไม่นึกว่ายูคุงจะมาเป็นคนแรก ตั้งตัวไม่ค่อยทัน อยู่ดีๆ เพลงโอชิก็มาก่อนใครเพื่อน

ยูมะคุงร้องดีมากกกกกกกกกกกกกกก ไม่มีถ้อยคำอื่นใดจะชมนอกจากดีมากกกกกก และดีดมากด้วย 55555555555 วันนี้ยูมะคุงพลังล้นมากจริง สมเป็นยูคุง!! เพลงนี้ยูมะคุงเต้นเต็มที่มากแต่ร้องเสียงดีไม่มีตกเลย ช่วงกลางๆ เพลงมีการวิ่งมาที่เวทีเล็กด้วย โอ๊ยยยยยยยยยย ใกล้มากกกกกกกก เป็นลมมมมมมมม

ตอนท้ายเพลงนี้มีท่อนนึงยูมะคุงวิ่งขึ้นไปถีบบันไดหนึ่งทีแล้วกระโดดลงมา รู้สึกน้องทำออกมาน่ารักมากกว่าเท่ (≧ω≦) ทำท่านี้ทั้งสองรอบเลยด้วย รอบเย็นเลยลุ้นเบาๆ แต่ยูมะคุงก็กระโดดได้สวยงามเรียบร้อยดีไม่มีสะดุดอะไร

 

3 桃色MAXジャンプ!(Momoiro MAX Jump!)

โซโล่เลโอคุง เพลงนี้น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ปกติความน่ารักของเลโอคุงทำอะไรเราไม่ค่อยได้ อย่างมากก็แค่เอ็นดูว่า อุ๊ย น่ารักดี (*´∀`*) นากาเนี้ยงก็เป็นนักพากย์ที่เราเฉยๆ มาตลอด จนกระทั่งมาเจอนากาเนี้ยงร้องเพลงนี้นี่แหละ โอ้โหววววววววววววว คิววววววววท์ นากาเนี้ยงร้องและเต้นได้น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)(≧д≦) กรี๊ดสนั่นหวั่นไหวอย่างไม่ได้เตรียมใจมาก่อน ชอบท่าเต้นหลายท่าเลย

เพลงนี้รอบดูสดเสพความน่ารักได้เต็มอิ่มกว่าไลฟ์วิวมากกกกกกกก คือดูสดจะเห็นท่าเต้นชัดเจนเต็มตากว่า ไลฟ์วิวซูมหน้าเยอะไปหน่อยจนบางทีไม่เห็นความน่ารักของท่าอ้ะ!

 

4 Home sweet Home

เพลงของหม่าม้า เอ้ย! มินาโตะ เราไม่เคยเห็นมาซาชิซังร้องเพลงมาก่อนเลย ปกติจะติดภาพเวลาเค้าออกอีเวนท์คิงปุริแล้วทำตัวตลกๆ คือมาซาชิซังเนี่ยเป็นคนที่คาแรคเตอร์ชัดมาก เพื่อนๆ นักพากย์ในคิงปุริยังชื่นชอบกันมาก งานไหนมาซาชิซังไม่อยู่เป็นต้องโดนพูดถึงประจำ

อย่างไรก็ตาม พอมาดูเพลงนี้แล้วสีหน้าตอนร้องเพลงมาซาชิซังยิ้มแย้มอบอุ่นสมเป็นมินาโตะมากจนเราลืมตัวตนที่แท้จริงของเค้าไปแวบนึงเลย

 

5 Groovin’ Chara-Emo Night

คาซึโอะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ถึงจะบอกว่าโอชิน้องยู แค่คาเครุนี่เหมือนเป็นโอชิเราอีกคนนึงไปแล้ว กรี๊ดบ่อยกว่าน้องยูอีกเถอะ 5555555555 เพลงนี้ทาคุจังโผล่ขึ้นมาจากกลางเวทีใหญ่พร้อมกับโต๊ะดีเจหนึ่งตัว โผล่มาในท่าสแครชแผ่นด้วยนะ เฮลโหลลลล นี่คาเครุหรือดีเจคู 55555555555

วันนี้ทาคุจังใส่แว่นให้เหมือนคาเครุด้วย อิมแพคต์มาก กรี๊ดสนั่นตั้งแต่ตอนทาคุจังออกมาแนะนำตัวตอนแรกแล้ว พอโผล่มาร้องเพลงในฐานะคาเครุอีกนี่เราแทบสิ้นสติ ฮว๊ากกกกกกกกกกก

ถึงจะชอบคาเครุมาก แต่ปกติเราเฉยๆ กับเพลงนี้นะ รู้สึกว่าเป็นเพลงที่ฟังแล้วขำ มีอะไรตลกๆ เยอะดี แต่ไม่ได้ชอบแบบอุ๊ยกรี๊ดเท่จังเลย จนกระทั่งมาเจอทาคุจังร้องและแดนซ์เพลงนี้เนี่ย โอ๊ยยยยย จากเพลงตลกกลายเป็นเพลงเท่ระเบิดระเบ้อในพริบตา ใครดีไซน์ท่าเต้นให้คะะะะ หล่อมากกกกกกกกก ทาคุจังเวอร์ชั่นคาเครุเฉิดฉายเหลือเกิน อารมณ์เหมือนเสี่ยพาลูกน้องออกมาเต้น 5555555 ลีลาท่าทางมีความ like a boss สมเป็นคุณชายทายาทตระกูลจูโออิน ปลาบปลื้มสุดๆ (≧д≦)(≧д≦) แถมยังไม่ลืมความชะไร่แบบคาเครุด้วย ทาคุจังส่งจูบเยอะมาก หมั่นไส้!!

เพลงนี้เอฟเฟคต์เวทีเล่นเยอะเล่นใหญ่มากๆ แสงสีแพรวพราว แม้แต่บันไดยังเฟี้ยวฟ้าว รอบดูสดอลังการดาวล้านดวงมาก ส่วนไลฟ์วิวก็เห็นหน้าทาคุจังชัดเจนแจ่มแจ๋วดีมาก ดีกันไปคนละแบบ

 

6 レジェンド・ワールド (Legend World)

คาเครุแล้วต่อด้วยไทกะ แหม คนจัดเซ็ตลิสท์รู้งานเกินไปแล้ว!

เพลงนี้ตอนก่อนเริ่มมีเสียงไทกะบ่นว่าคาเครุชะไร่เกินไปด้วย ไม่รู้เขียนบทมาแบบนี้หรือทาสุคุแอดลิบเอง เพราะของคนอื่นไม่มีบทพูดถึงคนก่อนหน้า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ทาสุคุจะแอดลิบ

เพลงนี้ก็ไม่มีอะไรจะชมนอกจากดีจัง ดีจังเลยยยยยยย ฮืออออออออออออออออ ทาสุคุเท่มากกกกกกกก ปกติไม่ค่อยรู้สึกว่าทาสุคุเป็นคนเท่ จะเอ็นดูในความน่ารักมากกว่า แต่พอองค์ไทกะประทับร่างแล้วเท่มากจริงๆ นับถือที่คีพลุคไทกะได้เป๊ะสุดๆ เสียงร้องเพลงก็ดีเหลือเกิน เป็นไลฟ์ที่คิดหลายรอบมากว่า อาาา ทาสุคุร้องเพลงเก่งนะเนี่ย!!

 

7 アゲハ蝶、夢舞い恋しぐれ (Ageha chou, Yumemai Koishigure)

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย คนนี้ม้ามืดมากสำหรับเรา ยูกิซามะะะะะะะะะะะะะะะะะ

อันที่จริงเพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบมากสุดในอัลบั้ม Music Ready Sparking! เลยแหละ แต่วันนี้มาดูไลฟ์ไง ใจก็มัวแต่โฟกัสที่ยูมะคุง ทาเคะคุง ทาสุคุ ทาคุจัง แล้วเป็นไงล่ะะะ เจอโซมะใส่กิโมโนโผล่มารำพัดให้ดู โอ๊ย ตาย ตาย ตายยยยยยยย

เรื่องเสียงร้องเพลงคงไม่ต้องชื่นชมอะไรละ นี่ไซโต้ โซมะเชียวนะ งานดีอยู่แล้ว ร้องสดเพราะมากกกกก แต่ที่คาดไม่ถึงคือการเต้นของโซมะ เต้นออกมาได้สมเป็นยูกิโนะโจมากกกกกก ทั้งแข็งแรงและหวานอ่อนช้อยไปพร้อมๆ กัน การแสดงออกถึงความเป็นตัวละครผ่านท่าเต้นของโซมะช่างดีงามน้ำตาไหล ชอบท่าช่วงท่อน「ふわり ふわり」มากเลย ฮรือออออ ยูกิซามะะะะะะะะ

ชอบช่วงที่โซมะมารำพัดตรงเวทีกลางแล้วมีละอองแผ่นพลาสติกโปรยปรายลงมาจากด้านบนอย่างสวยสดงดงาม ช่วยขับเน้นให้โซมะดูเลอค่ายิ่งขึ้นไปอีก ユキ様麗しゅうございます!!!!

โดยรวมแล้วประทับใจเพลงนี้มากมากมากมากมาก ประทับใจสุดในบรรดาเพลงโซโล่ไลฟ์นี้เลยแหละ

 

8 Sweet Sweet Sweet

โซโล่ชินคุง บอกตามตรงเราลืมเพลงนี้ไปแล้ว 555555555555 พอเหลือแค่ชินคุงดันนึกไปถึงเพลง Over the Sunshine! ก่อน พออินโทรขึ้นมาถึงนึกได้ว่ามีเพลงนี้อยู่ด้วย…… เพลงนี้รู้สึกว่า อืม ชินคุง จบ 5555555555

 

9 EZ DO DANCE -THUNDER STORM ver.-

กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซ เพลงนี้ที่รอคอยยยยยยยยยยยยยยย ผ่านมาตั้งครึ่งไลฟ์กว่าจะได้เห็นหน้าเห็นตาทาเคอุจิคุง ตอนคนอื่นเค้าทักทายคนดูตอนแรกก็ไม่ออกมาทักทายกะเค้า ฮรือออออออออออออออ

เพลงนี้ที่สุดแห่งความมันส์ สุดยอดมากกกกกกกกกกกกกกก เป็นเพลงที่กรี๊ดหนักสุดในทุกๆ เพลง และถ้าถามว่าประทับใจเพลงไหนมากที่สุดก็จะตอบว่าเพลงนี้นี่แหละ ดีงามเหลือเกิน ดีงามทุกสิ่ง ดีไปหมด อเล็กกกกกกกกกกกกกกกก

กรี๊ดคอระเบิดไปตั้งแต่ตอนทาเคอุจิคุงโผล่มาแล้วเต้นท่าเดียวกันกับอเล็กแบบเป๊ะๆ!!! โอ๊ยยยยยยยย สลบบบบบบบบบบ น้องเต้นเป๊ะมากกกกกกกก เป๊ะแบบไม่ได้คิดไปเอง เพราะบนจอด้านหลังฉายภาพฉากอเล็กเต้นในเรื่องให้ด้วย ส่วนทาเคอุจิคุงเต้นอยู่หน้าจออีกทีนึง เทียบกันให้เห็นจะๆ ไปเลยว่าเป๊ะแค่ไหน แต่ชุดน้องไม่อลังการเท่าชุดอเล็กนะ 5555555555 ชุดทาเคะคุงวันนี้เป็นเสื้อหนังสีดำ มีผ้าลายเสือดาวห้อยเอว หล่อมากกกกกกก หล่อขี้โกงเกินไปมั้ย!!! /เหลือบมองชุดคนอื่น

ส่วนคุณภาพเสียงร้องสดของทาเคะคุง โอ๊ยยยยยย ไม่มีอะไรจะพูด ถ้าบอกว่าดียิ่งกว่าในซีดีหลายเท่าจะอวยเวอร์เกินไปมั้ย? แต่น้องร้องดีมากจริงๆ นะ เคยฟังทาเคอุจิคุงร้องเพลงสดๆ มาหลายงาน แต่พูดได้เต็มปากเลยว่าครั้งนี้เป็นครั้งนี้ตราตรึงใจมากที่สุด ฮรืออออออออออออ ยามาโตะอเล็กซานเดออออออออออรรรรรรรร์ ทาเคอุจิชุนสุเกะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ ไอเลิฟยูวววววววววววววว♥♥♥

ตอนแรกลุ้นว่าจะเป็นเวอร์ชั่นอเล็กซานเดอร์โซโล่รึเปล่า ปรากฏว่าพอถึงช่วงกลางๆ เพลง ทาสุคุก็โผล่มาแจม โอ้ววววววว เวอร์ชั่นธันเดอร์สตอร์มนี่เอง!! ทาสุคุก็ร้องดีมากๆๆๆ อีกเช่นกัน ชอบตรงท่อน「朝焼けに口付けてる」ทาสุคุเปลี่ยนสไตล์การร้องใหม่เป็นขึ้นเสียงสูงตรง「口付け」ซึ่งมันดีงามมากกกกกกกกก โอ๊ยยยยยยย มาอ่านรีพอร์ตหลังรอบเย็นเลิกมีคนบอกว่าท่อนนี้ทาเคะคุงหันมองทาสุคุแล้วแสยะยิ้มด้วย แต่ช็อตนี้เราไม่เห็นอะะะ ทำไมเราพลาดดดดดดดด

ทั้งนี้ทั้งนั้น สองคนนี้ตอนออกมาร้องรับส่งกันโคตรดี โคตรเทพ โคตรพีค ร้องๆ อยู่มีการหันมาทำท่าฮึ่มฮั่มใส่กัน ตีบทแตกกระจุยทั้งคู่ เสียดายที่วันนี้คาซึกิซังไม่มา แต่เวอร์ชั่นอเล็ก vs ไทกะนี่ก็สุดยอดมากแล้ว ฮรืออออออออออ ขอบคุณค่ะะะะะะะะ (;___;)

พอจบเพลงแล้วทาเคอุจิคุงพูดด้วยเสียงอเล็กว่า ดูท่าทางแผนที่ชวาร์ซเตรียมไว้จะดีเลย์ หรืออะไรทำนองนี้ แล้วก็เดินอาดๆ เข้าไปหลังเวที ทาสุคุเลยพูดด้วยเสียงไทกะว่า หมายความว่ายังไง!! แล้ววิ่งตามไปอีกคน

หลังจากนั้นเซอร์ไพรส์เกสท์จากชวาร์ซก็โผล่มา!

 

10 LOVE♥MIX

โจจิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ก่อนไลฟ์เริ่มคิดเล่นๆ อยู่เหมือนกันว่าจอร์จคุงจะมาเซอร์ไพรส์มั้ยน้า แล้วก็มาจริงๆ ด้วย! (ส่วนโอบาเระเราเช็กตารางงานแล้วไม่ว่างกันหมด ไม่ต้องลุ้นเลย 55555555) เพราะเดาไว้แล้วว่าอาจจะมาเลยไม่ค่อยตื่นเต้นตกใจเท่าไหร่ แต่มาจริงๆ ก็ดีใจ เพราะชอบเพลงนี้มากกกกกกก

เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ไลฟ์น่าร๊ากน่ารักกกกก แต่น่ารักคนละแบบกับน้องเลโอนะ โจจิจะออกแนวน่ารักแบบขี้เล่นนิดๆ กวนประสาทหน่อยๆ ชอบท่าเต้นตอนเขม่นแดนเซอร์ตัวเองมาก สมเป็นโจจิที่ไม่ยอมให้ใครเด่นกว่าตัวเองจริงๆ 555555555

 

11 恋のロイヤルストレートフラッシュ (Koi no Royal Straight Flush)

อันนี้สิเซอร์ไพรส์จริง!!!!! ถึงจะเดาว่าจอร์จคุงอาจจะมา แต่เดอะชัฟเฟิลมาทั้งวงนี่คาดไม่ถึงอย่างแรง ตอนจบเพลงเลิฟมิกซ์แล้วต่อด้วยเพลงนี้กรี๊ดมาก โบกเพนไลท์รัวมาก โอ๊ยยยย ชอบความสดใสของเพลงนี้จัง พอเป็นไลฟ์แล้วยิ่งไอด๊อลลลลไอดอล เป็นเพลงที่คอลสนุกมากกกกกกก

อนึ่ง ขอสารภาพว่าปัจจุบันนี้ยังจำชื่อสมาชิกวงเดอะชัฟเฟิลได้ไม่ครบเลย 5555555555 ไม่สามารถแมทช์ชื่อตัวละครกับคนพากย์ได้ด้วย…… แต่วงนี้มีบทในเรื่องน้อยมากจริงๆ แอร์ไทม์รวมๆ แล้วน่าจะประมาณสิบวินาที การมาปรากฏตัวในไลฟ์และร้องเพลงนี้ทั้งเพลงจึงเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกสนิทกับวงนี้มากกว่าการไปดูคิงปุระยี่สิบกว่ารอบรวมกันอีก

หลังจบเพลงของเดอะชัฟเฟิลก็มีวิดีโอเมสเสจจากคนพากย์โอเวอร์เดอะเรนโบว์ทั้งสาม เมสเสจรอบกลางวันกับรอบเย็นจะไม่เหมือนกัน แต่ตลกมากทั้งสองรอบ ขำที่นั่งสะเทือนไปหมด 555555555

ก่อนวิดีโอเริ่มจะมีเสียงฮิโระ โคจิ คาซึกิคุยกับคนดูว่าวันนี้มาไม่ได้เพราะติดถ่ายโฆษณา จำได้แต่ว่ารอบกลางวันคาซึกิพูดถึงไทกะ แล้วรอบเย็นพูดถึงอเล็ก (หรือไม่ก็สลับกัน ไม่ค่อยแน่ใจ) ขอชื่นชมในการเซอร์วิสอย่างทั่วถึง ชอบที่คาซึกิพูดถึงไทกะแล้วคุณมาสุดะก็ฝากข้อความถึงทาสุคุด้วย น่ารักกกกก♥

วิดีโอทั้งสองรอบจะอารมณ์คล้ายๆ กันคือมาเอโนะรับหน้าที่พูดจาเป็นงานเป็นการ ส่วนคักกี้กับคุณมาสุดะรับหน้าที่เล่นตลก ตอนคักกี้พูดจาเลียนแบบโมริคุโบะซังนี่ขำหน้าสั่นแปดริกเตอร์ ฮือ 5555555555 ช็อตที่ชอบที่สุดคือตอนที่มาเอโนะพูดว่า พวกเราก็อยากไปร้องเพลงด้วยเหมือนกันนะ! แล้วคักกี้กับคุณมาสุดะทำหน้าจ๋อยๆ พูดพร้อมกันว่า อยากไปจัง~ อยากร้องเพลงจัง~ งุ้ยยยยยยย น่าร๊ากกกกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)(≧ω≦)

พอจบวิดีโอเมสเสจก็มีเสียงไทกะพูดประมาณว่าตัวเองได้รับความรู้สึกนั้นของคาซึกิซังมาแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้จะร้องเพลงแทนในส่วนของคาซึกิซังเอง! (อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจละว่าพูดแบบนี้จริงหรือมาจากจินตนาการของเรา 555555555 แต่ไทกะพูดถึงคาซึกิแน่ๆ แหละ น่าจะประมาณนี้นะ)

 

12 NEO STREET STREAM

จริงๆ เพลงนี้เป็นเพลงคู่คาซึกิกับไทกะ แต่วันนี้คาซึกิไม่อยู่ ไทกะเลยต้องออกมาโซโล่ เห็นทาสุคุออกมาร้องเพลงนี้ตอนแรกก็เป็นห่วงนิดๆ เพราะร้องเพลงนี้คนเดียวน่าจะเหนื่อยเอาเรื่อง ขนาดเวอร์ชั่นดูโอ้ยังฟังแล้วรู้สึกเหนื่อยแทนเลย 55555555 แต่ความเป็นห่วงของเรานั้นไม่จำเป็นใดๆ เพราะทาสุคุร้องเพลงนี้ได้ดีมากกกกกกกก มันส์มากกกกกกกกกกกกกก

 

13 Delicious Essence

ขำการปรากฏตัวพร้อมโต๊ะอาหารที่มีจานวางเรียงราย สมเป็นมินาโตะจริงๆ 55555555 เพลงนี้เป็นเพลงคู่โคจิกับมินาโตะ แต่โคจิไม่มา มินาโตะเลยต้องโซโล่ ตอนต้นเพลงเหมือนจะมีพูดถึงโคจินิดนึงด้วยมั้ง จำไม่ได้แล้ว ฮือ ขอโทษนะมินาโตะ T_T

พอร้องเพลงนี้ไปสักพักมาซาชิซังจะไปเล่นกับพร็อพจานชามต่างๆ ด้วย ทั้งทำท่าตักอาหารใส่จาน เสิร์ฟอาหารบนโต๊ะ ตอนเห็นแฟนๆ คนญี่ปุ่นบอกว่าเพลงนี้ในไลฟ์อย่างกับเจ้าหญิงดิสนีย์แน่ะ ก็รู้สึกว่า เออเนอะ มันใช่!

ตอนดูสดไม่ทันสังเกตรายละเอียดพร็อพ แต่ดูไลฟ์วิวเห็นชัดเลยว่าผ้ารองจานเป็นสีประจำตัวของเด็กๆ เอเดลโรสแต่ละคนด้วย ชื่นชอบความใส่ใจนี้

 

14 サマースカイ・モノローグ (Summer Sky Monologue)

โอ๊ยยยยยยยยยยยย เพลงนี้ฆ่าเราตั้งแต่ยังไม่เริ่มเพลงเลย แค่ยูมะคุงออกมาพูดด้วยเสียงน้องยูว่า คอยดูให้ดีเถอะ ฮายามิ ฮิโระ! เราก็แทบร้องไห้แล้ว ฮรือออออออออออออ ยูฮิโระช่างดีเหลือเกินนนนนนนนนนนนนนนน

ตอนก่อนไลฟ์เริ่มเราคิดว่าถ้ามีเพลงนี้แต่ไม่มีฮิโระเราคงเสียดายมากแน่ๆ เลย แต่ประโยคที่น้องยูพูดก่อนเพลงเริ่มทำให้ความเสียดายกลายเป็นความเลอค่าไปในทันที ถึงเวทีนี้จะไม่มีฮายามิ ฮิโระ แต่สึซึโนะ ยูก็ตั้งใจร้องเพลงนี้แทนในส่วนของฮิโระ ร้องด้วยความรู้สึกที่มีต่อฮิโระ อยากให้ฮิโระยอมรับ โอ๊ยยยยย ทำไมดีเงี้ยยยยยยยยยยยยยย ยูมะคุงคิดอย่างงี้รึเปล่าไม่รู้แหละ แต่บทพูดก่อนเริ่มทำให้เราตีความแบบนี้นะ

เดิมทีเราก็อินกับเพลงนี้มากอยู่แล้ว เพราะสตอรี่ตอนแต่งเพลงนี้มันดีงามมากๆ TvT สตอรี่ที่ว่านี้อยู่ในมินิดราม่าก่อนหนังเริ่ม พอได้รับรู้เรื่องราวว่ายูคุงแต่งเนื้อเพลงนี้ขึ้นมาเพราะอะไร ด้วยความรู้สึกแบบไหนแล้วทำให้อินกับเนื้อเพลงมากกว่าช่วงที่ฟังแรกๆ มากกกกกกก เพราะฉะนั้นพอได้มาฟังเวอร์ชั่นยูคุงร้องเดี่ยวเลยปลาบปลื้มสุดๆ

เพลงนี้ยูมะคุงออกมายืนร้องกับไมค์แบบมีขาตั้งตรงเวทีกลาง ใกล้อีกแล้ววววว อ๊ากกกกกกกกกก ชอบที่เพลงนี้ไม่มีการเต้นอะไรใดๆ ไม่มีแดนเซอร์ ไม่มีพร็อพใดๆ มียูมะคุงกับไมค์หนึ่งตัว แต่เพียงแค่นี้ยูมะคุงก็ร้องออกมาได้ทรงพลังบาดใจคนดูมากถึงมากที่สุด ด さすがゼウス様!!

 

15 異体同心RESPECT! (Itaidoushin RESPECT!)

เพลงคู่ยูกิซามะกับเลโอคุง คราวนี้เป็นเพลงคู่ที่อยู่กันพร้อมหน้าละ เพลงนี้ก็น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก นากาเนี้ยงสุดคิวท์ โซมะก็น่าเอ็นดูเหลือเกินนนนนนน ท่าเต้นก็สุดจะงุงิมุมิ ฮรืออออออออออ /ล้มตาย

ตอนรอบเย็นพอร้องเพลงนี้จบแล้วไฟกำลังจะดับลง โซมะกับนากาเนี้ยงกันมากอดกันด้วย โอ้โห๊ คนดูทั้งที่มาคุฮาริทั้งโรงไลฟ์วิวกรี๊ดดดดดดดดดดดดคอแตก!!!

 

16 VI VA VACANCES!

เพลงคู่คาเครุกับชินคุง เพลงนี้ก็ท่าเต้นเยอะแยะอีกเหมือนกัน เป็นอีกเพลงที่สนุกมากกกกกกกกกก ทาคุจังกับจุนตะถือผ้าออกมาโบกด้วย เสียดายเราไม่ได้ซื้อเลยไม่มีผ้าให้โบกตาม ได้แต่โบกเพนไลท์อย่างเดียว (;___;)

เพลงนี้จำอะไรไม่ค่อยได้นอกจากทาคุจังหล่ออีกแล้วววว ฮรื้ออออ ยาชิโระทาคุ!!!!! ข่นบ้า!!!!

 

17 Vivi℃ Heart Session!

เพลงนี้ที่รอคอย! ตั้งแต่อัลบั้มซาวด์แทรคของคิงปุระออกนี่เราฟังเพลงนี้ไปเยอะมาก ฟังทุกวี่ทุกวันไม่มีเบื่อ ก่อนถึงไลฟ์เลยตั้งตารอเพลงนี้แบบไลฟ์มากกกกกกกกก

เพลงนี้ทุกคนร้องกันอยู่ตรงเวทีใหญ่ ยูมะคุงก็ยังคงพลังงานล้นเหลือกว่าใครเพื่อนเหมือนเดิม 555555555 เพลงนี้ชอบตรง「君も」ของไทกะมาก เป็นท่อนโชว์พาวของทาสุคุ ซึ่งเวอร์ชั่นร้องสดก็สุดแสนดีงาม ฮรืออออออออออออ

เพลงนี้ยูมะคุงเปลี่ยนท่าเต้นเองตอนรอบเย็นด้วย คือรอบกลางวันก็ยืนเต้นตามปกติธรรมดา แต่รอบเย็นมีช็อตนึงที่ยูมะคุงลงไปนอนบนเวทีแล้วยกสองมือเท้าคาง คนอื่นๆ เห็นเลยทำตามกันหมด น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

ส่วนท่อนที่แต่ละคนพูดกันคนละประโยคแล้วตามด้วย Ready Sparking! พูดไม่เหมือนในซีดี รอบกลางวันกับรอบเย็นพูดไม่เหมือนกันด้วย แต่จำไม่ได้ว่ารอบไหนใครพูดอะไรมั่ง จำได้แต่มีสักรอบนึงที่ยูมะคุงพูดว่า ジュエルスピンゼウス Ready Sparking! กับทาสุคุตะโกนว่า เบิร์นนิ่ง!! ส่วนของคนอื่นนึกไม่ออกเลย แง้ (TωT)

จบเพลงนี้ก็มีทอล์กอีกรอบนึง แต่ละคนพูดถึงไลฟ์วันนี้กันสั้นๆ ตรงนี้ก็จำไม่ค่อยได้ เอาจริงๆ คือจำทอล์กแทบไม่ได้เลย OTL จำได้แบบขาดช่วงคนละนิดละหน่อย แต่ทอล์กตรงนี้ประทับใจยูมะคุงรอบกลางวันที่บอกว่า วันนี้ฝนตกสินะ! ฝนตกแบบนี้เรียกว่า「どしゃぶりHAPPY」ไงล่ะ!! ด้วยเสียงน้องยู โอ๊ย จะร้องไห้ (;___;) ทำไมเป็นคนเซอร์วิสเก่งขนาดนี้ ตั้งแต่สตามิวเฟสแล้ว รู้งานตลอด!

อ้อ อย่างนึงที่จำได้แม่นมากคือรอบกลางวันจุนตะพูดว่า「一条シン、行きました!」ส่วนรอบเย็นพูดว่า「みんな、生まれた!」เป็นคำพูดที่แปลงมาจากคำพูดของชินคุงในเรื่องทั้งสองรอบ ตลกมาก ฮาครืนทั้งฮอลล์ 5555555555555

 

18 ドラマチックLOVE (Dramatic LOVE)

อีกเพลงที่ตั้งตารอ!! เพลงนี้ก็น่ารักกกกกก ฟังแล้วอยากดูคิงปุริในโรงหนังอีกจัง T_T

เพลงนี้ทุกคนร้องที่เวทีใหญ่ก่อนแล้วค่อยเดินมาเวทีกลาง ช่วงที่เดินมาเวทีกลาง คนอื่นๆ ก็ร้องเพลงแล้วเรียงแถวกันมา แต่ทาสุคุกับทาคุจังยืนกอดคอร้องเพลงกันอยู่หลังสุดแล้วค่อยตามมาจ้าาาา ความเซอร์วิสคาเคไทนี้คือออออออออ

ตอนช่วงท้ายๆ เพลงมีโปรยกระดาษรูปหัวใจลงมาจากด้านบนด้วย แต่โปรยลงที่นั่งอารีน่าหมด แสตนด์ก็อดกันไปตามระเบียบ แต่ชอบมากเพราะมันเข้ากับเนื้อเพลงที่ว่า「ハートひらり落ちてくる」

เพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายก่อนอังกอร์ ตอนจุนตะบอกว่าเพลงสุดท้ายแล้วเราตกใจมากเพราะรู้สึกไลฟ์สั้นจัง แต่เอาจริงๆรวมเวลาทั้งหมดแล้วก็สองชั่วโมงกว่าก็ไม่สั้นขนาดนั้นนะ

 

Encore
19 Over the Sunshine!

ความที่เป็นเพลงอังกอร์ ทุกคนเลยออกมาร้องด้วยกันหมดเลย ตอนแรกจุนตะออกมาร้องเดี่ยวก่อน ช่วงต้นเพลงเต้นท่าเดียวกับชินคุงด้วย จุนตะร้องไปเรื่อยๆ จนถึงท่อน「ここだよ」แล้วอีกหกคนค่อยโผล่ขึ้นมาจากด้านหลัง ชอบมากตอนทุกคนโผล่ขึ้นมาในท่อนนี้ ดีอะะะะะะ ดีเหลือเกินนนนนนน (;____;)

แล้วพอท่อนหลังๆ จุนตะก็เดินนำขบวนมาที่เวทีกลาง แล้วทาเคอุจิคุงก็โผล่ขึ้นมาจากตรงกลางเวทีกลาง มาร้องเพลงนี้ด้วย สักพักก็เรียกเดอะชัฟเฟิลออกมาอีก อยู่กันเต็มเวทีไปหมด ประชากรหนาแน่นมาก 555555555 เพลงนี้รอบเย็นเล่นกล้องกันเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก ดูไลฟ์วิวเห็นทุกคนมาเล่นกล้องกันแบบเต็มๆ ตาแล้วตายคาที่ น่ารักกันทุกคนเลย♥♥

จริงๆ แอบอยากให้ดรามาติกเลิฟเป็นเพลงอังกอร์มากกว่า แต่เพลงนี้เป็นอังกอร์แล้วให้ทุกคนร้องด้วยกันแบบนี้ก็แปลกใหม่ดี ชอบไปอีกแบบ ( ̄∇ ̄)

ตอนจบเพลงนี้รอบกลางวันมีถ่ายรูปรวมบนเวทีด้วย แต่รอบเย็นไม่มีนะ

ยูมะคุงเป็นคนเรียกตากล้องกับพูดให้สัญญาณ จนถึงตอนนี้ยูมะคุงก็ยังคงอเลิร์ทไม่หยุด น่าร๊ากกกกก (≧ω≦)

ตอนอังกอร์ก็มีทอล์กอีกรอบนึง ทาสุคุเก๊กเป็นไทกะมาตลอดจนกระทั่งทอล์กตอนท้ายนี่แหละถึงจะบอกว่า จะกลับมาเป็นฮาตานากะ ทาสุคุแล้วครับ! พอองค์ไทกะออกจากร่างทาสุคุก็ดีดมาก อเลิร์ทไม่แพ้ยูมะคุง สงสัยเก็บกดจากการเก๊กขรึมมาตลอดทั้งไลฟ์ 55555555 แต่ตอนก่อนองค์ไทกะออกจากร่างทาสุคุพูดดีมากกกกกกกกกก ทาสุคุพูดด้วยเสียงไทกะว่าคาซึกิซังไลน์มา บอกว่าฝากไลฟ์นี้ไว้กับพวกนายแล้ว! แบบนั้นฉันก็ดีใจอยู่หรอก แต่อยากร้องเพลงด้วยกันกับพวกรุ่นพี่มากกว่า …อะไรประมาณนี้แหละ ชอบมาก ฮือๆๆๆ ฮาตานากะะะะะะะะะะะะะ

จำไม่ได้ว่าทอล์กรอบไหนที่ยูมะคุงกับโซมะกอดคอกันเดินออกมา ท่าทางดูคล้ายๆ ประคองกันออกมา ทาคุจังเลยถามด้วยเสียงคาเครุว่า ไม่ทราบว่ามีคนใดคนนึงเดินไม่ได้เหรอครับ? ยูมะคุงเลยตอบด้วยเสียงน้องยูว่า ไม่รู้เหรอว่าท่านผู้นี้เป็นใคร นี่คือท่านทาจิบานะ ยูกิโนะโจเชียวนะ! ช็อตนี้น่ารักมากกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦) ไลฟ์นี้มีโมเมนต์เล็กๆ น้อยๆ เยอะแยะเลยที่รู้สึกว่ายูมะกับโซมะดูสนิทกัน ทั้งตอนร้องเพลงและตอนทอล์กนี่แหละ

ทอล์กรอบเย็นโซมะทักทายว่า “วังบังโกะ” ด้วยเสียงยูกิโนะโจด้วย พูดแล้วทาคุจังที่ยืนข้างๆ ก็ทำท่าตื่นตกใจถามว่า เอ๊ะ ยูกิโนะโจ??? ตลกดี 5555555555 โซมะพูดเกี่ยวกับไลฟ์จบแล้วก็หันไปบอกให้ทาคุจังพูดต่อโดยเรียกว่า คาซึโอะ คนดูเลยพูด คาซึโอะะะะะะะะะะ กันใหญ่ ทาคุจังเลยบอกว่า ไม่ใช่คาซึโอะ! คาเครุต่างหาก!!!! แล้วก็ยิ้มแย้มแจ่มใสบอกว่า อา ในที่สุดก็ได้พูดประโยคนี้ซะที! ฮรือออออออ น่ารักกกกกกกกกก

ส่วนทาเคอุจิคุง จำได้ว่าน้องช่วยพูดโฆษณาบุไต เห็นบอกว่าตั้งตารออยู่เหมือนกัน มาซาชิซังเลยขอบคุณที่ทาเคอุจิคุงช่วยโฆษณาให้ เพราะมาซาชิซังเล่นเป็นมินาโตะในบุไตด้วย จำไม่ได้แล้วว่ามาซาชิซังพูดอะไรมั่ง แต่จำได้ว่าซึ้งที่สุดในทุกคนแล้ว มาซาชิซังเกือบร้องไห้แน่ะ สัมผัสได้ว่าเค้ารักคิงปุริมากจริงๆ

ทอล์กของเดอะชัฟเฟิลก็น่ารัก เอ็นดูเยอะมาก ทุกคนพูดถึงตัวละครของตัวเองกับคิงปุริจนเรารู้สึกผิดเลยที่จำชื่อตัวละครวงนี้ไม่ได้ซะที…..

เออใช่ จริงๆ มันมีช่วงขายของด้วยแต่จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน น่าจะก่อนอังกอร์นะ ประทับใจการขายของของยูมะคุงรอบเย็น มันมีกู๊ดส์อันนึงที่เป็นสติ๊กเกอร์ติดเล็บ ยูมะคุงก็ชูเล็บให้ดูว่าตัวเองติดอยู่ แล้วบอกคนดูว่า ไปซื้อมาติดนะ จะได้เหมือนกันไง! โอ๊ยยยยยยยยย ถ้าหน้าโรงไลฟ์วิวมีขายเราคงซื้อไปละ เล่นโฆษณาแบบนี้ ร้ายกาจ!!

ตอนจบไลฟ์บนจอฉายเครดิตให้ดู มีวิดีโอช่วงที่แต่ละคนซ้อมเพลงด้วย เห็นภาพทาเคอุจิคุงตอนยังไม่เซ็ตผมซ้อมเต้นแล้วตายไปเลย อั้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

สิ่งที่ประทับใจมากในช่วงเครดิตคือเพลงที่ใช้ประกอบเครดิตเป็นเพลงดรามาติกเลิฟแบบออฟโวคัล แล้วคนดูทั้งฮอลล์ก็ช่วยกันร้องเพลงนี้ไปด้วยกันทั้งๆ ที่บนจอไม่มีเนื้อเพลงให้ เป็นการปิดท้ายไลฟ์ที่อบอุ่นมากกกกกกกกก ถ้าเราเป็นผู้กำกับเราร้องไห้แล้วเนี่ย!!

ปิดท้าย รวมรูปจากทวิตเตอร์

ชอบทาคุจังลุคใส่แว่นมากจริง โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย ดี!!!!

ทาสุคุถ่ายรูปแล้วยิ้มแย้มแจ่มใสเชียว แต่ในไลฟ์จริงๆ เห็นทาสุคุยิ้มน้อยมากกกกกก เพราะเจ้าตัวเก๊กขรึมแบบไทกะตลอดเวลา ความโมเอะคือบางทีคนอื่นพูดอะไรตลกๆ ในทอล์กแล้วทาสุคุทำท่าเหมือนจะขำ แต่ก็ยังพยายามกลั้นไว้เพราะกลัวหลุดคาร์ โถ พ่อคุณ 55555555555

งานนี้ถ้าไม่นับชุดทาเคะคุงที่หล่อขี้โกงมาก ชอบชุดจุนตะสุดแล้วเพราะอแดปท์มาจากชุดชินคุงอีกที ตอนเต้นท่าชินคุงในเพลง Over the Sunshine! คือดีมากกกกกกก

ส่วนฝั่งเดอะชัฟเฟิลลงรูปกันเยอะมากกกกกกกกกกกกกก กราบขอบพระคุณรัวๆ ค่ะ ฮรืออออออออออ ขอหยิบยกมาแปะแค่บางส่วนละกัน

โดยสรุปแล้วเป็นไลฟ์ที่ดีมากๆๆๆๆๆ ประทับใจมาก ชอบทุกคนยิ่งกว่าเดิมมากกกกกกก (;______;)

เสียดายที่อาโอยคุงไม่มาเพราะติดโซโล่ไลฟ์ของตัวเอง แต่ตอนก่อนไลฟ์เริ่มอาโอยคุงทวีตถึงชินคุงกับจุนตะด้วยนะ!

อยากฟังเครซี่กอนนาเครซี่กับลูนาติกเดสทินี่จังเลย ฮือออออออ ส่วนทาเคะคุงก็ไม่ได้โซโล่กับคนอื่นเค้ามั่งเลย เป็นอีกอย่างที่เสียดาย TvT รู้สึกทาเคะคุงร้องน้อยไปหน่อยทั้งๆ ที่ไม่ใช่เกสท์ ทำไมขนาดเกสท์ยังได้โซโล่ แต่ทาเคะคุงไม่ได้โซโล่…. ถ้าทาเคะคุงได้ร้องน้อยขนาดนี้ทำไมไม่ใส่เพลงเรดไนท์แวมไพร์มาด้วยยยยยยยยยยย (สรุปคือแค่อยากฟังเพลงนี้)

ตอนนี้ได้แต่เฝ้ารออย่างมีความหวังว่าไลฟ์นี้จะออกแผ่น ขนาดอีเวนท์โอเวอร์เดอะเรนโบว์ปีที่แล้วยังได้ลงแผ่นหลังจากผ่านมาเป็นปี เพราะฉะนั้นสักวันไลฟ์นี้ก็คงได้ลงแผ่นเหมือนกัน เราต้องไม่ละทิ้งความหวัง! Ready Sparking!

キンプリはいいぞ

Advertisements

KING OF PRISM -PRIDE the HERO- Song&Soundtrack

ตั้งแต่ได้อัลบั้มซาวด์แทรค KING OF PRISM -PRIDE the HERO- มาเมื่อวานจนถึงบัดนี้ยังหยุดฟังไม่ได้เลย ฟังรัวๆ ฟังทั้งอัลบั้มวนไปวนมาทั้งวัน ทำงานก็ฟัง อู้งานก็ฟัง กินข้าวก็ฟัง อาบน้ำยังฟัง ยิ่งฟังยิ่งอยากกรีดร้องจนรู้สึกว่าไม่ได้การแล้วแหละ ความรู้สึกที่สั่งสมในใจนี้มันต้องได้รับการระบาย เพราะฉะนั้นวันนี้จะมาเขียน 感想 ของแต่ละเพลงในอัลบั้มนี้ซะหน่อย!

 

 

※※ คำเตือน: สปอยล์ PRIDE the HERO หนักมาก ※※ 

 

 

ก่อนอื่นขอกรี๊ดปกอัลบั้มก่อนเลย ตอนเห็นปกครั้งแรกแทบยกมือปิดปากน้ำตาไหล ฮิโระซามะะะะะะะ โอเวอร์เดอะเรนโบวววววววววว์ ฮืออออออออ

ปลาบปลื้มมากที่เลือกฮิโระในชุดนี้มาวาดปก เป็นหน้าปกที่สมกับชื่อภาค PRIDE the HERO มากจริงๆ ชอบตรงกลีบกุหลาบสีเหลืองที่ปลิวว่อนด้วย เคยอ่านสัมภาษณ์ผู้กำกับ สต๊าฟ และนักพากย์เรื่องนี้มาเยอะแยะ หลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าภาคนี้เป็นภาคของฮิโระ เป็นเรื่องราวของฮิโระ เพื่อฮิโระ ซึ่งพอได้ดูแล้วก็พบว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นเลยดีใจมากที่ปกซาวด์แทรคทำออกมาเพื่อฮิโระเช่นเดียวกับตัวหนัง ชอบปกนี้มากที่สุดในบรรดาทุกแผ่นที่ผ่านมาของคิงปุริ&โอเวอร์เดอะเรนโบว์เลย

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของปกนี้คือมันแอบสปอยล์นิดนึง (-_-;)

และในส่วนของเพลงนั้น บอกเลยว่าชอบมากกกกกกกกทุกเพลง!! รอบนี้ไม่เน้นรีวิวแพคเกจ มาเพื่อกรี๊ดเพลงล้วนๆ

 

1. Vivi℃ Heart Session!

เพลงของเด็กๆ เอเดลโรสเจ็ดคน เป็นแทรคแรกในอัลบั้มแต่อันที่จริงแล้วเป็นเพลงจบของหนัง ตอนฟังตัวอย่างครั้งแรกในเว็บรู้สึกเฉยๆ ยิ่งเอาไปเทียบกับดรามาติกเลิฟที่เป็นเพลงจบภาคที่แล้วยิ่งรู้สึกว่า เพลงจบภาคนี้ไม่ค่อยโดนเลย ว้า (´・ω・`)

แต่! หลังจากไปดูหนังมาสิบกว่ารอบก็ชอบเพลงนี้ขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัว สามารถฟังเพลงนี้ติดกับดรามาติกเลิฟได้โดยไม่เกิดการเปรียบเทียบแล้วว่าเพลงไหนดีกว่า ในขณะที่ดรามาติกเลิฟเป็นเพลงสดใสกุ๊กกิ๊ก เพลงนี้จะออกแนวสนุกๆ เนื้อเพลงสนุก ซาวด์ก็สนุก เสียงเด็กๆ สดใสมากกกกกก ชอบการคอลต่างๆ ในเพลงนี้ด้วย เป็นเพลงที่มั่นใจว่าในไลฟ์ต้องสนุกมากแน่นอน!!

พอได้มาฟังเวอร์ชั่นซีดีแล้วคิดถึงบรรยากาศในโรงหนังมากกกกกก ช่วงเพลงจบเป็นช่วงที่สนุกมากๆ ไม่แพ้ระหว่างหนังฉายเลย เพราะนอกจากเพลงจะสนุกแล้วบนจอยังมีภาพเรื่องราวหลังจากหนังจบให้ดูด้วย คนดูจะช่วยกันโบกเพนไลท์ไปตามจังหวะเพลงพร้อมส่งเสียงกรี๊ดตัวละครที่ชอบไปด้วย

ท่อนที่ชอบเป็นพิเศษคือช่วงที่แต่ละคนออกมาบอกชื่อตัวเอง+พูดประโยคสั้นๆ+Ready Sparking! ช่วงนี้ในโรงจะสนุกมาก รีบกดเปลี่ยนสีเพนไลท์แล้วตะโกน Ready Sparking! Yeah! กันอย่างดุเดือด ชอบมาก

โดยส่วนตัว MVP เพลงนี้ยกให้ยูกิซามะ แม้จะมีท่อนโซโล่เพียงเล็กน้อยแต่เสียงดีเหลือเกิน♥

 

2. 恋のロイヤルストレートフラッシュ (Koi no Royal Straight Flush)

เพลงของวงเดอะชัฟเฟิล ซึ่งในเรื่องมีบทน้อยมาก 55555555555 แม้จะตั้งวงขึ้นมาอย่างจริงจังและมีเพลงเป็นของตัวเอง แต่ในเรื่องเพลงนี้ได้ออกมาประมาณห้าวินาที….. ประทับใจที่แม้จะเป็นเพลงที่ได้แอร์ไทม์น้อยแต่ก็มีเวอร์ชั่นเต็มออกมาให้ฟังด้วย

และด้วยเหตุที่แอร์ไทม์ในหนังน้อยมากนี่แหละ ตอนฟังเพลงนี้แบบเต็มๆ ในซีดีครั้งแรกจึงรู้สึกเหมือนเป็นเพลงแปลกหน้าที่ไม่เคยฟังมาก่อน แต่ด้วยความที่เพลงมันสดใสไอดอลคิระคิระมากๆ ก็เลยฟังเพลงนี้ได้อย่างสนุกสนาน ตอนนี้ฟังจนร้องท่อนฮุคได้แล้ว ถ้ามีภาคหน้าก็อยากเห็นวงนี้โชว์เพลงนี้แบบเต็มๆ บ้างนะ

 

3. CRAZY GONNA CRAZY

จุดเริ่มต้นของความพีคในหนัง ตั้งแต่จุดที่อินโทรเพลงนี้ขึ้นมา หนังเรื่องนี้ก็หาความสงบสุขไม่ได้อีกเลย 5555555555

เพลงนี้ฉบับดั้งเดิมเป็นของวง TRF ซึ่งซีรีส์พริตตี้ริทึ่มและคิงปุริชอบหยิบยืมมาใช้ และอันที่จริงในภาคเรนโบว์ไลฟ์ก็เคยใช้เพลงนี้เป็นเพลงเปิดด้วย เพราะฉะนั้นคนที่เคยดูเรนโบว์ไลฟ์มาก่อนจะเซอร์ไพรส์กับเพลงนี้มากกกกกกกกกกกก ฟีดแบคหลังหนังฉายใหม่ๆ เห็นคนกรี๊ดเพลงนี้กันเยอะมาก แต่เราไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรขนาดนั้นเพราะจนปัจจุบันก็ยังดูเรนโบว์ไลฟ์ไม่ครบทุกตอน ไปสคิปๆ ดูมาแค่บางตอน (-_-;)

first impression ของเพลงนี้ คือ น่ารัก!! เพลงนี้เวอร์ชั่นคิงปุระร้องโดยชินคุงกับรุยคุง สองคนนี้เวลาอยู่ด้วยกันจะน่ารักมากกกก ท่าเต้นก็น่ารัก ทั้งโยกหัวไปด้วยกัน เกี่ยวแขนกัน มุ้งมิ้งน่าเอ็นดู

แต่ แต่…… นั่นก็แค่ first impression ในท่อนแรกๆ 5555555555 คือเพลงนี้ฟังเฉยๆ ตามปกติธรรมดาแล้วน่ารักมากนะ เสียงทั้งสองคนคิวท์มากกกกกกก (≧д≦)(≧д≦) แต่ในหนังทำออกมาซะดุเดือด ดุเดือดมากจนรู้สึกว่า เออ เครซี่จริงๆ……….. เป็นฉากเพลงที่มีอะไรตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจเยอะมาก ขัดกับตัวเพลงสุดแสนร่าเริงบันเทิงใจ แถมตอนจบเพลงมีฉากที่คนดูทั้งโรงต้องร้อง เฮือกกกกกกกกกกกก!!! ในการดูรอบแรกอีกต่างหาก (แต่ก็ตกตะลึงกันแค่รอบแรกเท่านั้นแหละ พอดูบ่อยๆ ก็ชินชาไปเอง)

เพลงนี้ติดหูตั้งแต่ฟังในโรงรอบแรกเลย ดูหนังจบแล้วกลับมาฟังเพลงนี้เวอร์ชั่นสาวๆ Prizmmy วนไปวนมาอยู่หลายรอบ ระหว่างรออัลบั้มนี้ออกก็ได้แต่ฟังเวอร์ชั่นสาวๆ นี่แหละ ฟังจนชินกับเวอร์ชั่นสาวๆ มากกว่าไปแล้ว

 

4. Reboot -Hiro ver.-

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ก่อนพูดถึงเพลงนี้ขอร้องไห้ก่อนหนึ่งรอบ ฮืออออออออออออออ ;______;

เพลงนี้ฉบับดั้งเดิมเป็นของโคจิ แต่ภาคนี้ฮิโระเอามาร้องใหม่ ซึ่งด้วยความที่เป็นแม่ยกฮิโระทำให้เราชอบเวอร์ชั่นนี้มากกว่าเวอร์ชั่นดั้งเดิมอีก (โคจิเราขอโทษษษษษ)

เพลงนี้เป็นเพลงที่ทำเรานั่งน้ำตาไหลเกือบทุกครั้งที่ไปดูในโรง ทั้งตัวเพลงและสถานการณ์มันเจ็บปวดมากเกินไปสำหรับแม่ยกฮิโระ T____T ….แต่ถ้าไม่ใช่แม่ยกฮิโระอาจจะไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้นะ บางครั้งเราก็มานั่งทบทวนตัวเองว่าจะอินอะไรขนาดนั้น จริงๆ มันไม่ได้บีบหัวใจขนาดนั้นมั้ย? ไม่มีใครตายซะหน่อย ชีวิตนี้ดูอนิเมะที่มีอะไรเศร้ากว่านี้มาเยอะมาก จะมาร้องไห้ทำไมกับเรื่องแค่นี้ฮะ??? คือมันไม่มีอะไรเลยจริงๆ แค่ฮิโระเศร้า เราเลยเศร้าด้วย แค่นั้นเอง แต่พอเข้าไปดูรอบต่อมาก็ร้องไห้อีกอยู่ดี จะบ้าตาย ผกก.วางยาอะไรไว้ไม่รู้ 555555555555

เดิมทีเพลงนี้ก็เป็นเพลงเศร้าอยู่แล้ว เป็นเพลงที่เข้ากับชีวิตรันทดของโคจิในเรนโบว์ไลฟ์มากๆ คือมันเป็นเพลงของโคจิมาตลอดจนเราไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าจะมีคนอื่นมาร้องเพลงนี้ และแล้วหวยก็มาออกที่ฮิโระ!! ผ่างผ่างงงงงงง!!! ฟังครั้งแรกในโรงเซอร์ไพรส์มากกกกกกกกกก ดีใจมากกกกกกกกกก

เราว่าเวอร์ชั่นเดิมโคจิร้องไว้ดีมากๆ อยู่แล้ว มันรวดร้าว อาภัพ เต็มไปด้วยความรู้สึกเซ็งโลกเซ็งชีวิต แต่ไม่น่าเชื่อว่าพอฮิโระเอาเพลงนี้มาร้องแล้วมันดันเข้ากับฮิโระมาก!!! อันนี้พูดแบบเป็นกลางไม่มีแรงอวยใดๆ (แน่ใจเหรอ…?) เนื้อเพลงก็เข้ากับสถานการณ์มากด้วย (หรือจริงๆ แล้วควรบอกว่าเค้าเขียนบทมาให้เข้ากับเนื้อเพลง??) ถ้าพินิจพิจารณาเนื้อเพลงแล้วจะพบว่าเพลงนี้มันกลายเป็นเพลงที่สื่อความรู้สึกของฮิโระในคิงปุระได้อย่างสมบูรณ์แบบเลย ขอบคุณใครก็ตามที่เป็นคนจับฮิโระมาร้องเพลงนี้ กราบบบบบบ

จะว่าไปแล้วเพลงนี้น่าจะร้องยากพอสมควรนะ เพราะดนตรีไม่ได้มีดีเทลเยอะแยะเหมือนเพลงอื่นๆ เสียงร้องเลยเด่นชัดมาก แต่ทั้งโคจิและฮิโระต่างก็สื่ออารมณ์ปวดร้าวผ่านเสียงของตัวเองออกมาได้ดีมากจริงๆ โดยเฉพาะของฮิโระนี่บีบหัวใจแม่ยกตายคาโรงเป็นเบือ ขอปรบมือให้ทั้งคักกี้และมาเอโนะซังแรงๆ เลยค่าาา เปาะแปะๆๆๆ

 

5. LOVE♥MIX

เพลงของทาคาดะโนะบาบะ จอร์จคุง! ตัวละครนี้ให้เสียงโดยสุงิตะซัง แต่พอร้องเพลงกลับเป็นเสียงของโคบายาชิ ทัตสึยูกิซังซะงั้น

ตอนก่อนไปดูหนังเรานึกว่าใช้วิธีแบบมาครอส คือถึงคนพากย์กับคนร้องเพลงจะเป็นคนละคน แต่ตามเซ็ตติ้งเรื่องถือเป็นคนเดียวกัน ซึ่งเรามาค้นพบทีหลังว่าเราเข้าใจผิด 555555555 ผกก.ฮิชิดะเค้าจงใจแยกคนพากย์กับคนร้องเพลงเพราะตามเนื้อเรื่องแล้วจอร์จคุงร้องเพลงห่วยมาก ดังนั้นเวลาขึ้นโชว์จึงต้องมี ghost singer มาแอบร้องเพลงอยู่หลังเวที ส่วนจอร์จคุงก็รับหน้าที่ขึ้นไปเล่นสเก็ตกระโดดโลดเต้นบนเวที

อันที่จริงแล้วเพลงนี้ก็เป็นเพลงเก่าในซีรีส์พริตตี้ริทึ่มอีกเหมือนกัน เพลงนี้มาจากภาค Dear My Future ซึ่งเป็นภาคที่เราไม่เคยดู เราเพิ่งมารู้ว่ามันเป็นเพลงเก่าหลังจากไปดูหนังแล้วกลับมาเห็นแฟนซีรีส์นี้เค้ากรี๊ดกร๊าดกัน พอรู้แล้วก็หาไปเวอร์ชั่นออริจินอลฟัง ซึ่งเวอร์ชั่นออริจินอลขับร้องโดยคุไม โมโตโกะซัง และทาคายามะ มินามิซัง!!!!!! เหยยยย ทาคายามะ มินามิเลยนะะะะ ทูมิกซ์เลยนะะะะะะะ!!!! ธรรมดาซะที่ไหน!!!!!!!

ฟังเสร็จแล้วอ่านคอมเมนต์ใน youtube พบว่ามีแต่คนแซวว่าโคนันคุงร้องเพลง พอนึกภาพเป็นโคนันเท่านั้นแหละ ขำไม่หยุดทันที เพราะใน Dear My Future ฉากร้องเพลงนี้มันตลกมาก 55555555555

กลับมาที่จอร์จคุง สำหรับเราแล้วเพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ค่อนข้างติดหู มีรอบไหนสักรอบที่ไปดูแล้วไม่สามารถเอาเพลงนี้ออกไปจากหัวได้เป็นเวลาหลายวัน รู้ตัวทีไรก็เผลอร้องขึ้นมาว่า Baby 手と手を~瞳と瞳を~~ ร้องท่อนแรกของเพลงซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างงั้นแหละ เป็นเพลงที่น่ากลัวมาก แต่เพราะเหตุนี้จึงตั้งตารอเวอร์ชั่นเต็มของจอร์จคุงมานานมาก ในที่สุดก็ได้ฟังซะที โฮววววว

สิ่งที่ชอบในเพลงนี้คือความสดใสซาบซ่านเลิฟฟูลเวิร์ล เพลงร่าเริงดีมาก เสียดายในเรื่องตัดฉากโชว์ของจอร์จคุงออกไป ให้ดูแค่นิดเดียวเอง (; v ;)

 

6. EZ DO DANCE -THUNDER STORM ver.-

เพลงสุดดุเดือด เหมาะสำหรับฟังแก้ง่วง ฟังปุ๊บสมองเต้นตุบๆๆ ดวงตาเบิกโพลง ไฟในตัวลุกโชน ด้วยเหตุนี้จึงถูกใช้เป็นเพลงบู๊ประจำเรื่อง ภาคที่แล้วเป็นเวอร์ชั่นอเล็กซานเดอร์ vs คาซึกิซัง แต่ภาคนี้จะเปลี่ยนมาเป็นอเล็กซานเดอร์ vs ไทกะคุงแทน

ฝั่งอเล็กไม่มีอะไรจะกรี๊ด เพราะก่อนหน้านี้เคยฟังเวอร์ชั่นอเล็กโซโล่มาเป็นร้อยรอบแล้ว มาฟังเวอร์ชั่นนี้ก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าเดิมเท่าไหร่ ทาเคอุจิคุงร้องเพราะยังไงก็เพราะอย่างงั้น กรี๊ดไทกะคุงดีกว่า!

เราชอบสไตล์การร้องของไทกะในเพลงนี้มากกกกกกกกกก!! นี่แหละความสตรีท!!!! ไม่รู้ว่าจงใจร้องให้สไตล์คล้ายๆ คาซึกิซังรึเปล่า แต่เราฟังแล้วรู้สึกอย่างงั้น ยกเว้นตรงที่ไทกะร้องออกมาฟังดูน่ารักกว่าคาซึกิซัง (ตรงนี้น่าจะเป็นเพราะคาแรคเตอร์ด้วย) ว่าจะไปคุ้ยๆ หาบทสัมภาษณ์ทาสุคุมาย้อนอ่านเผื่อมีพูดถึงเพลงนี้แล้วก็ลืมทุกที จำได้แต่ช่วงก่อนหนังฉายทาสุคุย้ำแล้วย้ำอีกว่าภาคนี้เร่าร้อนมากๆ พอได้ดูก็ อืม เร่าร้อนจริงๆ เชื่อแล้ว อีกนิดก็จะ Mad Max Fury Road แล้ว

ฉากเพลงนี้ในโรงหนังมันส์กว่าภาคที่แล้วเยอะมากกกกกก ฉากนี้คือหนังบู๊ของจริง ไมเคิลเบย์มาดูยังต้องร้องว้อทเดอะฟัค อาหลองมาเห็นเป็นต้องหลั่งน้ำตาพนมมือไหว้ เป็นฉากที่ดุเดือดเลือดพล่านที่สุดในเรื่อง สมกับความมันส์ระเบิดเถิดเทิงของเพลง ชอบมาก

 

7. FREEDOM -THUNDER STORM ver.-

เพลงเก่าจากเรนโบว์ไลฟ์ ภาคที่แล้วก็มีให้ฟังนิดหน่อยในฉากย้อนความ สารภาพกันตรงนี้ว่าในบรรดาเพลงโซโล่ของโอบาเระ ก่อนหน้านี้เราชอบเพลงนี้น้อยที่สุด แต่หลังจากดูคิงปุระแล้วเราชอบมากกกกกกกกกกกกกก กลายเป็นว่าช่วงหลังๆ ฟังเพลงนี้บ่อยกว่ารีบูทของโคจิอีก ยิ่งฟังก็ยิ่งชอบเนื้อเพลง เนื้อเพลงโคตรรรรรคาซึกิซัง

ทว่า พอได้ฟังเวอร์ชั่นซีดีคราวนี้เราตกใจมาก เพราะอินโทรมันไม่เหมือนกับในหนัง!! เราชอบอินโทรแบบในหนังมาก อินโทรจะเป็นอะแคปเปลล่าแบบร้องช้าๆ ซึ่งมันเริ่ดมากกกกกกกกก ฮือออออออ ไม่ใช่ว่าเวอร์ชั่นซีดีอันนี้ไม่ดี แต่เราชอบสไตล์เพลงเพื่อชีวิต(?)แบบในหนังมากกว่า ฉากที่ร้องเพลงนี้ขึ้นมามันน่าประทับใจมากจริงๆ (;__;)

เห็นแฟนๆ ชาวญี่ปุ่นตีความว่าเวอร์ชั่นนี้อาจจะเป็นเวอร์ชั่นที่คาซึกิซังตั้งใจจะใช้ในพริซึ่มโชว์ตอนแรก แต่เนื่องจากในเรื่องเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น คาซึกิซังเลยต้องร้องอะแคปเปลล่าแทนเพื่อกอบกู้สถานการณ์ อ่านการตีความนี้แล้วรู้สึกยอมรับได้ เราจะคิดแบบนี้ด้วยละกัน

ชอบเวอร์ชั่นนี้ตรงที่คาซึกิซังท่าทางเอนจอยกับการร้องเหลือเกิน โดยเฉพาะท่อน Yeah! Yeah! Oh! Yeah! Ha! Ha! ทั้งหลายแหล่ และท่อนแร็พอีกมากมายที่เพิ่มเข้ามา เวอร์ชั่นก่อนไม่มันส์ขนาดนี้ ฟังแล้วเอ็นดู (〃ω〃) พอฟังเทียบสองเวอร์ชั่นแล้วรู้สึกว่าเวอร์ชั่นใหม่มีความเป็นผู้ใหญ่กว่าของเดิมอยู่หน่อยๆ คนข้างในเลิกแอ๊บร้องเพลงไม่เก่งแล้วด้วย (เท่าที่เคยอ่านบทสัมภาษณ์มา เจ้าตัวพูดเองว่าจงใจร้องให้ฟังดูร้องไม่ค่อยเก่งเพราะคาซึกิน่าจะร้องเพลงไม่เก่งเท่าไหร่) รอบนี้ปล่อยของเต็มที่เลย ดีมาก

ที่สำคัญ เพลงนี้ในหนังคาซึกิซังหล่อมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่ได้หมายถึงหน้าตา แต่หมายถึงทุกอย่างในความเป็นนิชินะ คาซึกิ มันหล่อไปหมดเลย ตอนดูรอบแรกมัวแต่ขำคอสตูมจนไม่ค่อยเห็นความหล่อ แต่ยิ่งดูยิ่งหล่อขึ้นเรื่อยๆ เข้าใจแล้วว่าทำไมคาซึกิซังถึงมีทั้งหนุ่มๆ สาวๆ มาติดพันเต็มไปหมด (///∇///)

 

8. Over the Sunshine!

เวอร์ชั่นชินคุงโซโล่ คราวก่อนมีโอบาเระแจมด้วย แต่คราวนี้ชินคุงร้องเดี่ยวเลย เดิมทีเพลงนี้เป็นเพลงของโอบาเระ แต่ตอนนี้เหมือนจะโดนชินคุงยึดไปแล้ว 555555555 แต่เราชอบการที่ให้ชินคุงร้องเพลงนี้มากกว่าจะแต่งเพลงอื่นมาใหม่นะ เพราะมันเป็นเพลงที่โคจิยกให้ชินคุงเพื่อทำให้ทุกคนกลับมาสดใสซาบซ่านได้อีกครั้ง เราว่าเพลงนี้สื่อความเป็น “Shine” ของชินคุงได้มากกว่าเพลงโซโล่ของเจ้าตัวเองซะอีก

เวอร์ชั่นนี้ดนตรีใช้ของเดิมเป๊ะๆ ไม่มีการอะเรนจ์ใหม่ใดๆ แต่คอรัสจะเปลี่ยนไปเพราะโอบาเระหายไปแล้ว คราวนี้เสียงคอรัสและเสียงคอลจะเป็นเสียงชินคุงหมด เพลงนี้รู้สึกไม่มีอะไรให้กรี๊ดเป็นพิเศษเพราะต่างจากของเดิมแค่คอรัส แต่ฉากโชว์ในเรื่องทำดีมากๆๆๆๆๆๆ อีกเช่นกัน ชอบ monologue ของชินคุงตอนขึ้นโชว์เพลงนี้มาก ซึ้ง ฮือ เป็นฉากโชว์ที่ดูแล้วนึกถึงโชว์ในเรนโบว์ไลฟ์มากที่สุดแล้ว

 

9. ルナティックDEStiNy (Lunatic DEStiNy)

เพลงใหม่เอี่ยมอ่องที่แต่งขึ้นมาเพื่อรุยคุงโดยเฉพาะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เพลงนี้เป็นเพลงพริซึ่มโชว์ของรุยคุงในภาคนี้ ตามเนื้อเรื่องแล้วรุยคุงควรจะร้องเพลง pride ที่ฉกมาจากฮิโระ แต่สุดท้ายรุยคุงก็เลือกที่จะร้องเพลงนี้ และเราชอบมากที่รุยคุงเลือกเพลงนี้แล้วบอกว่า อยากแสดงโชว์ที่ดีที่สุดที่ตัวเองทำได้

เพลงนี้ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับ pride เลย เป็นแนวบัลลาดสวยๆ เหมาะกับคนสวยอย่างรุยคุง แต่เนื้อเพลงกรีดหัวใจมากกกกกกกก

อันที่จริงตอนฟังรอบแรกยังไม่ซาบซึ้งกับเนื้อเพลงเท่าไหร่ ตอนดูรอบแรกเราไม่เข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของชินคุงกับรุยคุงเลย (คนที่จะเก็ทตั้งแต่รอบแรกต้องแตกฉานเนื้อเรื่องเรนโบว์ไลฟ์พอสมควร) แต่หลังจากกลับมาอ่านที่แฟนๆ ช่วยกันวิเคราะห์อย่างละเอียดยิบจนพอเข้าใจเรื่องสองคนนี้มากขึ้นแล้ว กลับไปฟังในโรงหนังอีกทีคือร้องไห้เลย นี่ขนาดไม่ได้ชอบคู่นี้เป็นพิเศษนะ

เพลงนี้เป็นเพลงที่เศร้ามาก แต่เศร้าคนละแบบกับ Reboot ในขณะที่ Reboot เป็นความเศร้าของคนหลงทาง หมดหวังกับชีวิต ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป เพลงนี้จะเป็นเพลงที่พูดถึงความเศร้าเพราะรัก (อันนี้ไม่ใช่ฟิลเตอร์ของเราด้วยเพราะชินรุยเป็นคู่ออฟฟิเชียลไปแล้ว) เนื้อเพลงมันดีมากกกกกกกกกกกกกกกกก จากที่งงๆ ไม่ค่อยเข้าใจว่ารุยรุยคิดอะไร เนื้อเพลงเพลงนี้จะสื่อทั้งความรักและความปวดร้าวทั้งหมดที่ซุกซ่อนไว้ออกมาตรงๆ เลย

ส่วนดนตรี เราชอบเปียโนเพลงนี้มากกกกกกกก ปกติเป็นคนนิยมชมชอบเครื่องสาย แต่เพลงนี้ยกให้เปียโนชนะเลิศ งดงามมาก

 

10. pride -KING OF PRISM ver.-

เพลงที่ชอบที่สุดในอัลบั้มนี้ แม้จะเป็นของเก่าเล่าใหม่ก็ตาม

เวอร์ชั่นนี้อะเรนจ์ดนตรีใหม่ อัดเสียงร้องใหม่ด้วย แต่เสียงไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเหมือนคาซึกิซัง ฟังในโรงหลายรอบยังไม่แน่ใจว่าอัดใหม่รึเปล่า แต่ถ้ามาฟังในซีดีจะฟังออกชัดเลยว่าอัดใหม่แน่นอน

เราชอบดนตรีเวอร์ชั่นนี้มากกกกกกกกกกกกกกก อีปิคมากกกกกกกกกกกก ประโคมเครื่องดนตรีซะยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง ตอนฟังในโรงขนลุกเกรียวทุกครั้งที่อินโทรดังขึ้นมา ยิ่งฟังกับลำโพงโรงหนังยิ่งกระหึ่มสะใจ เพลงนี้แหละคือหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เราไปโรงหนังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อดูหนังเรื่องเดิม ฉาก pride ของฮิโระรอบนี้ทรงพลังมากจริงๆ (และตลกด้วย!)

เวอร์ชั่นนี้เราปลาบปลื้มเสียงไวโอลินมาก♥ ชอบที่ผกก.ฮิชิดะให้เบลซามะเวอร์ชั่นภูตจิ๋วมาสีไวโอลินให้ฮิโระ ชอบคู่นี้! แม้จะชอบน้อยกว่าโคฮิโระก็ตาม ( ̄∇ ̄)

ตอนแรกรู้สึกว่าเพลงนี้มีอะไรอยากกรี๊ดเยอะแยะ แต่เขียนมาถึงเพลงนี้จริงๆ ดันไม่รู้จะกรี๊ดอะไร 55555555 ทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้จะได้แต่ตะโกนว่า ฮิโระซามะะะะะะะ!!!! อยู่ในหัวซ้ำไปมา หมดสิ้นคำพูดใดๆ จะหยิบยกมาบรรยายความรู้สึก เป็นเพลงที่ยิ่งฟังยิ่งคิดถึงฮิโระ อยากไปหาที่โรงหนัง อยากดูโชว์ของฮิโระบนจอใหญ่ๆ อีก ฮืออออออออ ฮิโระะะะะะะะะะะ

เออใช่ ชอบการที่นี่เป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่ได้สิทธิ์ใช้ชื่อว่า -KING OF PRISM ver.- ด้วย ถูกต้องเหมาะสมแล้ว

 

11. 虹色CROWN (Nijiiro CROWN)

เพลงใหม่ของโอบาเระ ดีใจที่โอบาเระมีเพลงใหม่ด้วย (≧▽≦)

สำหรับเราแล้วเพลงนี้ตอนแรกๆ ไม่ค่อยติดหูเท่าไหร่ ต้องฟังหลายรอบกว่าจะจดจำทำนองได้ พอจำเนื้อร้องและทำนองได้แล้วจะเผลอร้องออกมาบ่อยๆ เอง

เพลงนี้ทั้งดนตรีและเนื้อเพลงไอดอลมากกกกกก สดใสมากกกกกกกกกกก แต่ฉากที่ร้องเพลงนี้ในเรื่องมันชวนใจหายอยู่หน่อยๆ เวลาฟังเพลงนี้เลยรู้สึกโหวงเหวงอย่างประหลาดทั้งๆ ที่ตัวเพลงมันสุดจะสดใสกุ๊งกิ๊ง เพลงนี้จะว่าเป็นเพลงอังกอร์ก็ได้ เพราะเป็นเพลงที่อยู่หลังเครดิตอีกทีนึง พอจบเพลงนี้ก็จบเรื่อง ได้เวลาลุกออกจากโรง แล้วฉากจบเรื่องทำซะน่าใจหายเลย (ไม่รู้เราคิดมากไปเองรึเปล่า คนอื่นอาจจะไม่ใจหายเหมือนเราก็ได้ 55555555)

ชอบการใช้เพลงนี้เป็นเพลงอังกอร์ เพราะหลังจากดูมาตลอดทั้งเรื่องเนี่ย สิ่งที่เราอยากเห็นที่สุดคือการได้เห็นโอบาเระสามคนกลับมาร้องเพลงด้วยกันอีก เพราะเวทีที่ฮิโระมีความสุขมากที่สุดคือเวทีที่มีโคจิกับคาซึกิอยู่ด้วย และเราก็ได้เห็นภาพนั้นแล้วในที่สุดโดยไม่ต้องรอภาคหน้าจนเหงือกแห้ง ดีงามเหลือเกิน รอยยิ้มที่สดใสที่สุดของฮิโระคือรอยยิ้มตอนที่อยู่ในโอบาเระนี่แหละ ยิ่งมาตั้งใจอ่านเนื้อเพลงแล้วยิ่งรักเพลงนี้มากๆๆๆ เป็นเพลงของโอเวอร์เดอะเรนโบว์จริงๆ ชอบเนื้อเพลงเพลงนี้มากที่สุดในบรรดาเพลงของวงนี้ทั้งหมดไปแล้ว เพราะฉะนั้นโคจิอย่าหายไปไหนอีกนะ!

 

โดยรวมแล้วอัลบั้มนี้มีหลากหลายอารมณ์ให้เลือกสรร ทั้งสดใสสไตล์ไอดอล บู๊ล้างผลาญ สตรีทกอบกู้โลก และเศร้าบาดอารมณ์ ฟังวนไปวนมายิ่งรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า ปรับอารมณ์ตามเพลงไม่ค่อยทัน อินไปหมดทุกเพลง

เอาเป็นว่า キンプリはいいぞ!

 

กลยุทธ์ดึงดูดผู้ชมของหนังญี่ปุ่น

เหมือนจะมีสาระอีกแล้ว! แต่เอาจริงๆ คือแค่อยากเขียนถึงคิงปุริ&คิงปุระแต่ไม่อยากพูดถึงเนื้อเรื่อง 5555555555

เรื่องของเรื่องคือตั้งแต่ KING OF PRISM -PRIDE the HERO- หรือคิงปุระเข้าฉายเมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมาจนมาถึงบัดนี้ เราไปดูหนังเรื่องนี้มาสิบรอบแล้ว สิบรอบ!!! ชีวิตนี้ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าจะพาตัวเองเข้าโรงหนังเพื่อดูหนัง (จริงๆ คืออนิเมะ) เรื่องเดิมซ้ำๆ เป็นสิบรอบ!!!!!! แม้แต่ตัวเองยังรู้สึกว่านี่มันบ้าไปแล้ว ดูจนจำได้เกือบหมดแล้วว่าฉากต่อไปเป็นฉากไหน ตรงนี้ตัวละครพูดว่าอะไร ถึงอย่างนั้นก็ยังไปดูซ้ำๆ และหลังจากนี้ก็คิดว่าคงได้ไปดูอีกนิดหน่อยก่อนที่เรื่องนี้จะลาโรงไป

พอดูถึงสิบรอบก็เริ่มมาตั้งสติ (ได้สติช้ามาก) ว่าเอ๊ะ?? อะไรทำให้เราไปดูหลายรอบขนาดนี้เนี่ย?? แน่นอนเลยว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือตัวเรื่องมันสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่นอกจากนั้นมันยังมีปัจจัยเสริมอื่นๆ อีกหลายอย่างที่ทำให้เราและคนอื่นๆ ไปดูหนังเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งปัจจัยต่างๆ ที่ว่ามีดังนี้

  • 前売り券 (มาเอะอุริเคง)

มาเอะอุริเคงคือตั๋วหนังที่ขายล่วงหน้าก่อนหนังเข้าโรง อันนี้เป็นสิ่งปกติธรรมดามากในวงการหนังญี่ปุ่น ไม่ว่าจะหนังฮอลลีวูดหรือหนังญี่ปุ่นเอง ส่วนใหญ่แล้วมีตั๋วแบบนี้ขายแทบทุกเรื่อง

ข้อดีของมาเอะอุริเคงคือราคา ปกติแล้วราคาตั๋วหนังที่ญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 1800 เยน แต่มาเอะอุริเคงจะราคาราวๆ 1400-1500 เยน ช่วยประหยัดไปได้นิดหน่อย (แต่เอาเข้าจริงมันมีวิธีที่จะดูหนังได้ในราคาถูกกว่านี้มากมายหลายทาง มาเอะอุริเคงจึงไม่ใช่หนทางที่ประหยัดที่สุดเสมอไป)

ดูเผินๆ แล้วเหมือนจะใจดีนะ ขายตั๋วล่วงหน้าแถมช่วยให้ประหยัดอีกต่างหาก ในกรณีของหนังทั่วไปมันอาจจะเป็นแบบนั้น แต่กรณีของอนิเมะต่างๆ นานาที่ฉายโรงเนี่ยมันจะไม่ใช่ละ เพราะมาเอะอุริเคงเหล่านี้จะออกมาหลายลายมากกกกกกกกกกกกกก บางเรื่องทำออกมาขายหลายสิบลาย ลำบากแฟนๆ ต้องตามเก็บลายที่ชอบ ใครชอบหลายลายก็ขนหน้าแข้งร่วงเยอะหน่อย ใครเป็นนักสะสมอยากเก็บครบทุกลายก็ขอให้โชคดี ว่าแล้วก็ซื้อตั๋วหนังเรื่องเดิมวนไป

มิหนำซ้ำบางเรื่องยังทำให้การซื้อมาเอะอุริเคงกลายเป็นมิชชั่นสุดแสนลำบาก ยกตัวอย่างชัดๆ จากคิงปุระ นอกจากจะมีมาเอะอุริเคงหลายแบบแล้วยังเพิ่มความโหดร้ายด้วยการขายแต่ละลายเฉพาะท้องถิ่น! อย่างแถวคันไซจะมีขายเฉพาะลาย Over The Rainbow กับลายคาซึกิ&ไทกะเท่านั้น ถ้าอยากได้ลายอื่นก็ต้องกระเสือกกระสนไปหาตามออคชั่นหรือดั้นด้นข้ามภูมิภาคไปซื้อเองเลย (คือทำไมคนเราต้องพยายามกันขนาดนั้นเพื่อตั๋วหนัง…?)

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ลายที่เราอยากได้ที่สุดจะมีขายเฉพาะที่คิวชู เราก็ไม่คิดจะดั้นด้นไปถึงคิวชูหรอกนะ ขี้เกียจออคด้วย สุดท้ายเลยซื้อมาแค่ลายที่มีขายในคันไซนี่แหละ

นอกจากมาเอะอุริเคงจำกัดเฉพาะท้องถิ่นแล้ว บางเรื่องมีมาเอะอุริเคงที่จำกัดเฉพาะอีเวนท์ด้วย เช่นขายเฉพาะในงานคอมิเกะ หรือบางเรื่องก็ขายมาเอะอุริเคงแถมสินค้าจำนวนจำกัด แฟนๆ ก็ทำสงครามกันไป

ปัญหานึงของคนที่ซื้อมาเอะอุริเคงลายที่อยากได้เก็บไว้เยอะๆ แต่ไม่มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ให้แบ่งตั๋ว (หรือต่อให้มี เพื่อนคนนั้นก็อาจะสะสมตั๋วไว้เยอะเช่นกัน) คือสุดท้ายก็ต้องไปดูเองหมดทุกรอบ เราซื้อมาแค่สองใบเลยไม่มีปัญหานี้ ดูเองสองรอบชิลๆ อยู่แล้ว เนี่ยเห็นมะ แค่นี้ก็ทำให้คนไปดูหนังเรื่องเดิมซ้ำได้ละ

  • 舞台挨拶 (บุไตไอซัทสึ)

บุไตไอซัทสึคือการที่ผู้กำกับ นักแสดง หรือในกรณีของอนิเมะคือนักพากย์ มาทักทายคนดูถึงในโรงหนัง ข้อนี้ก็เป็นเรื่องปกติในวงการหนังอีกเช่นกัน หนังญี่ปุ่นเนี่ยธรรมดามาก ไม่ว่าจะหนังรักกุ๊กกิ๊กวัยมัธยม หนังผี หนังดราม่า เรื่อยไปจนถึงคาเมนไรเดอร์ แทบทุกเรื่องล้วนมีบุไตไอซัทสึในวันแรกที่หนังเข้าโรง ส่วนหนังฝรั่งนานๆ ทีก็มีบ้าง อย่างก่อนหน้านี้ลุง Mads Mikkelsen ก็บินมาร่วมบุไตไอซัทสึของ Doctor Strange ถึงโตเกียว (แต่จุดประสงค์หลักอาจจะเป็นการมาเดทกับคุณโคจิม่าก็ได้นะ ว้ายกรี๊ด!)

อย่างไรก็ตาม ยิ่งเป็นหนังที่ฮิตมากเท่าไหร่ การได้ตั๋วบุไตไอซัทสึก็ยิ่งเลือดตากระเด็นเท่านั้น กรณีหนังฮอลลีวูดฮิตๆ นี่เราไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าไปสู้รบชิงตั๋วกันมาได้ยังไง (ไม่ใช่ไม่สนใจนะ แต่เพราะเค้ามาทีไรก็อยู่แต่แถวโตเกียว เอะอะก็เดินพรมแดงกันที่รปปงงิ เรามันอยู่โอซาก้าอันสุดแสนไกลไง /น้ำตา) แต่กรณีอนิเมะฉายโรงหลายเรื่องใช้วิธีหลักๆ คือ ① สุ่มผู้โชคดี ② ใครเร็วใครได้

อาจจะฟังดูงงๆ ว่าอ้าว ถ้าได้ตั๋วยากแล้วมันจะทำให้คนไปดูหลายรอบได้ยังไง?? กรณีของหนังที่มีบุไตไอซัทสึแค่รอบแรกอาจไม่มีผลเท่าไหร่ ทว่า!! บางเรื่องมันไม่ได้มีบุไตไอซัทสึแค่รอบเดียวนี่สิ หลายๆ เรื่องมีมากกว่าหนึ่งรอบ และบางเรื่องมีหลายสิบรอบ!

จากประสบการณ์ตรง มีกรณีที่ไปดูหนังเรื่องเดิมซ้ำโดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะดูซ้ำแต่แรกคือคุโรโกะ Last Game เราไปดูแบบธรรมดามาแล้วรอบนึง แต่พอรู้ว่าโอโนะ เคนโชกับโอโนะ ยูกิ จะมาบุไตไอซัทสึที่โอซาก้า เราก็สมัครไปอีกรอบนึง พอสุ่มได้ตั๋วมาเลยไปดูซ้ำอีกรอบ เนี่ย ดูสิ ตกเป็นเหยื่อกลยุทธ์ดึงดูดผู้ชมอย่างง่ายดาย 555555555

ส่วนกรณีของคิงปุระ ล่าสุดผู้กำกับบอกทางทวิตเตอร์ว่าเดินสายบุไตไอซัทสึแล้วทั้งหมด 51 รอบ……. ไม่รู้ทำลายสถิติโลกไปแล้วรึยัง เคยมีผู้กำกับคนไหนเดินสายบุไตไอซัทสึเยอะขนาดนี้มั้ย?? แต่เท่าที่อ่านรีพอร์ตจากผู้ชมที่ไปฟัง เนื้อหาแต่ละครั้งที่ผู้กำกับพูดแทบไม่เหมือนเดิมเลย ปล่อยข้อมูลโน่นนี่นั่นเยอะมาก อธิบายหนังให้ฟังละเอียดมาก แฟนๆ หลายคนจะยอมไปหาผู้กำกับซ้ำๆ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ (ที่สำคัญคือผู้กำกับเป็นคนตลกมากกกกกกกกกกกกกก ถ้าเค้ามาแถวนี้บ่อยๆ เราก็อยากไปฟังบ่อยๆ เหมือนกัน)

  • 特典 (ของแถมหน้าโรง)

นี่ก็ยังปกติอยู่ อันนี้อาจจะไม่ได้มีแทบทุกเรื่องเหมือนมาเอะอุริเคง แต่ก็ยังเรียกได้ว่าหลายเรื่องอยู่ดี ส่วนใหญ่ก็เป็นของเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไป จำพวกแฟ้ม เข็มกลัด ฟิล์มรูปฉากในหนัง กรณีของอนิเมะอาจจะมีบุ๊กเล็ทแถม อย่างตอน 聲の形 หรือรักไร้เสียงก็มีมังงะตอนพิเศษแถมให้

ทีนี้ความร้ายกาจมันอยู่ตรงที่ ของแถมมันจะมาใหม่เรื่อยๆ! หนังทั่วไปอาจจะไม่ค่อยใช้มุกนี้ แต่อนิเมะนี่เจอประจำ อาทิตย์แรกแถมอย่างนึง อาทิตย์ที่สองแถมอีกอย่าง พออาทิตย์ที่สาม เอ้า เปลี่ยนของแถมอีกละ! ใครอยากได้ของแถมก็ต้องถ่อไปโรงหนังทุกอาทิตย์

ยกตัวอย่างจากกรณีของคิงปุระ ของแถมอาทิตย์แรกคือแผ่นฟิล์ม อาทิตย์ที่สองคือ พัดในตำนาน

เริ่มจากแถมพัดหน้าโคจิ อาทิตย์ต่อมาหน้าฮิโระ อาทิตย์ถัดมาอีกเป็นหน้าคาซึกิ เนี่ย แค่อยากได้พัดตลกๆ มาเล่นบ้าๆ บอๆ ให้ครบทั้งสามลายก็ต้องดูซ้ำสามรอบละ

อาทิตย์ที่เราไปดูคิงปุระเพื่อของแถมหลายรอบที่สุดคืออาทิตย์ที่แจกซีเรียลโค้ดสำหรับสมัครตั๋วคอนเสิร์ต ในช่วงเวลาอาทิตย์กว่าๆ นั้นเราไปดูมาทั้งหมด… ห้ารอบ………

ความร้ายกาจอีกอย่างคือบางครั้งของแถมจะเป็นแบบสุ่ม! โดยเฉพาะพวกเข็มกลัดหรือโคสเตอร์ เห็นตัวอย่างได้จากกรณีของคุโรโกะ Last Game

อันนี้ถ้าใครพอมีสติอาจจะยั้งตัวเองให้ดูแค่รอบเดียวแล้วไปหาแลกกับคนอื่นทีหลัง แต่ถ้าไร้สติหน่อยก็อาจจะเผลอดูซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะสุ่มเจอใบที่อยากได้

  • ฉายตอนพิเศษก่อนหนังเริ่ม

อันนี้เริ่มไมเนอร์ละ ไม่ค่อยเห็นหนังปกติทำกันเท่าไหร่ คงเป็นวิถีทางของอนิเมะมากกว่า เอาจริงๆ คือเคยเห็นแค่กรณีของคิงปุริ คิงปุระ และ Free! เท่านั้นเอง

กรณีของคิงปุริ (หมายถึง KING OF PRISM by PrettyRhythm ที่เป็นภาคก่อนของคิงปุระ) จะมีฉายคำทักทายของตัวละครแบบแรนด้อม คือมีภาพตัวละครขึ้นมาบนจอพร้อมเสียงทักทาย ขอบคุณที่มาดูหนังในวันนี้ พอถึงช่วงวันเกิดตัวละครก็จะมีคำทักทายพิเศษด้วย

พอมาถึงกรณีของคิงปุระจะเลเวลอัพไปอีกขึ้นนึง คือเปลี่ยนมาเป็นเรื่องสั้นของตัวละครแต่ละคู่ สี่อาทิตย์แรกจะตรงตามคู่ในมาเอะอุริเคงนั่นแหละ อย่างที่โอซาก้าเนี่ย สี่อาทิตย์แรกจะเป็นเรื่องสั้นของคาซึกิ&ไทกะริมหาดทราย ซึ่ง!! ไม่ใช่ว่าฉายเรื่องสั้นตอนเดิมสี่อาทิตย์นะ แต่มันคือเรื่องสั้นสี่ตอน ฉายก่อนหนังเริ่มอาทิตย์ละตอนจ้าาา ใครอยากดูเรื่องสั้นเหล่านี้ให้ครบๆ ก็ต้องถ่อไปโรงหนังทุกอาทิตย์ …ซึ่งเราว่าเดี๋ยวก็คงมีรวมลงแผ่นดีวีดี/บลูเรย์แหละ แต่ถ้าทนรอไม่ได้ก็ต้องถ่อไปดูอยู่ดี

ตอนนี้ที่คันไซฉายตอนคาซึกิ&ไทกะจบไปแล้ว เปลี่ยนมาฉายตอนฮิโระ&น้องยูต่อ เผอิญสองคนนี้โอชิเราไง เราก็ต้องไปดูทุกอาทิตย์อีกแล้วไง ฮ่วยยยยย

ส่วนกรณีของ Free! เราไม่ได้ไปดูเองแต่เห็นตามทวิตเตอร์อยู่บ้าง ของ Free! จะเรียกว่าคาแรคเตอร์บุไตไอซัทสึ แล้วก็มีโฟโต้เซชชั่นให้แฟนๆ ถ่ายรูปหน้าจอเก็บไว้ได้ รูปพวกนี้จะเป็นรูปวาดใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าเล่นมุกเปลี่ยนทุกอาทิตย์อีกแล้วจ้าาา เอ้า ใครอยากไปโฟโต้เซชชั่นทุกอาทิตย์ก็ดูผู้ชายว่ายน้ำวนปัยยยยย

  • 4DX

กรณีนี้เคยเห็นไม่กี่เรื่อง (แน่นอนว่าคิงปุริและคิงปุระเป็นหนึ่งในนั้น) หลังจากฉายไปพักใหญ่ๆ แล้วเพิ่งมาฉายแบบ 4DX ทีหลัง ใครอยากนั่งดูหนังเรื่องเดิมในเวอร์ชั่นเบาะสั่นสะเทือนเลือนลั่น สายน้ำพร่างพรมจากเพดาน ได้กลิ่นตลบอบอวล ก็ต้องไปดูซ้ำอีกรอบ

  • 応援上映 (รอบตะโกนเชียร์)

รอบโอเอน หรือรอบเชียร์ อันนี้เรียกว่าไมเนอร์คงไม่พอ ต้องเรียกว่าคัลท์ มีความเป็นลัทธิ มนุษย์ปกติธรรมดาหลายคนอาจไม่มีวันทำความเข้าใจได้ สารภาพเลยว่าตอนดูคลิปโฆษณารอบโอเอนของคิงปุริครั้งแรกเราสะพรึงมาก หวาดผวาในความคัลท์

เกิดมาไม่เคยพบเจอภาพโรงหนังที่ผู้ชมโบกเพนไลท์ ตะโกนโต้ตอบกับตัวละคร ส่งเสียงกรี๊ด และอื่นๆ อีกมากมาย สภาพเหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตมากกว่าโรงหนัง แต่ในความหวาดกลัวก็มีความอยากรู้อยากลองด้วย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ไปนั่งโบกเพนไลท์อยู่ในโรงหนังกับเค้าแล้ว 55555555555555

รอบโอเอนจะอนุญาตให้ตะโกนเชียร์ได้ ตบมุกตัวละครได้ โบกเพนไลท์ได้ ปรบมือได้ แต่งคอสเพลย์ได้ พกไอเท็มชิ้นเล็กๆ ไปสร้างสีสันได้ เราว่ารอบโอเอนเนี่ยมีส่วนสำคัญที่ทำให้การดูหนังเรื่องเดิมซ้ำๆ ไม่น่าเบื่อ ก่อนคิงปุระจะฉาย เราไปดูคิงปุริมาหลายรอบเหมือนกัน น่าจะประมาณเจ็ดแปดรอบได้มั้ง แต่ละครั้งที่ดูจะมีอะไรแปลกใหม่จากผู้ชมเสมอ มีมุกตลกใหม่ๆ มาตะโกนในโรง มีลูกเล่นในการโบกเพนไลท์ใหม่ๆ (เราชอบไอเดียเอาเพนไลท์สี่อันมาประกอบเป็นตัวอักษร 仁 กับ 王 มาก)

กรณีของคิงปุระก็เหมือนกัน เราไปดูรอบโอเอนตั้งแต่วันแรกที่ฉาย หลังจากนั้นก็ไปดูทุกอาทิตย์ คราวนี้เห็นได้ชัดเลยว่ารูปแบบการเชียร์พัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้ง ไอเท็มที่แฟนๆ พกไปโบกในโรงหนังก็ล้ำขึ้นเรื่อยๆ มีตั้งแต่น้ำยาล้างจานยันแก้วไวน์ (ว้อทเดอะเฮล……) ซึ่งถึงแม้ว่าคนดูในโรงหลายๆ คนจะไม่รู้จักกัน แต่การที่ทุกคนช่วยกันเชียร์มันทำให้เกิด 一体感 เกิดความรู้สึกร่วมอย่างที่การดูหนังปกติมอบให้ไม่ได้ ทำให้การดูหนังในโรงอบอุ่นขึ้นมาก มีรอบนึงเราไปดูแล้วเจอคนดูคนนึงยืนแจกลูกอมแอปเปิ้ลกับน้ำผึ้งอยู่ตรงทางเข้าโรงด้วย ประทับใจมาก

ถึงคิงปุริจะไม่ใช่เรื่องแรกที่ทำอะไรแบบนี้ แต่ปีที่แล้วคิงปุริกลายเป็นกระแสขึ้นมาเพราะรอบโอเอนนี่แหละ รายการทีวีหลายๆ รายการถึงกับต้องมาเก็บข้อมูลกันในโรง หลังจากนั้นหนังหลายๆ เรื่องก็เริ่มฉายรอบโอเอนบ้าง แม้แต่ La La Land ที่เป็นหนังฝรั่งยังมีรอบโอเอน! แต่เรื่องที่เราตกใจมากที่สุดคือชินก๊อดซิลล่า นึกไม่ค่อยออกว่าจะเชียร์อะไรกัน แล้วพอลองดูคลิปบรรยากาศแล้วก็พบว่าคัลท์ไม่ต่างกันเท่าไหร่ พีคสุดคือมีคนคอสเพลย์เป็นรถไฟ 555555555555

อย่างไรก็ตาม เราว่าการที่คิงปุริและคิงปุระรอบโอเอนสนุกได้ขนาดนี้เป็นเพราะผู้กำกับเค้าตั้งใจทำมาเพื่อฉายแบบนี้ มันเลยมีจังหวะให้เล่นเยอะหน่อย บวกกับผู้ชมคุ้นเคยแล้วว่าเล่นอะไรได้บ้าง เล่นอะไรไม่ได้บ้าง ตรงไหนควรยิงมุกตบมุกยังไงบ้าง รอบโอเอนของคิงปุริช่วงหลังๆ และคิงปุระจึงสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกก

โดยสรุปแล้วคิงปุระสิบรอบของเรามาจากปัจจัยต่างๆ นานาด้านบนประกอบกันก็จริง แต่เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือความสนุกของเรื่อง คิงปุริสนุกเท่าไหร่ให้เอาคูณสิบล้านจะได้ออกมาเป็นคิงปุระ ณ ขณะนี้ดูมาสิบรอบแล้วยังไม่รู้สึกพอ ยังคงกระหายอยากไปดูอีก ต่อให้ไม่มีของแถม ไม่ใช่รอบโอเอน ไม่มีเรื่องสั้นใดๆ ให้ดูก่อนหนังเริ่มก็ยังอยากไปดูซ้ำ อยากรับชมหนังเรื่องนี้ในโรงไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะออกจากโรงไปแล้วไม่มีโอกาสได้ดูกับจอใหญ่ๆ เสียงกระหึ่มๆ อีก สำหรับเราแล้วคิงปุระเป็นอนิเมะฉายโรงที่สนุกและคุ้มค่าขนาดนั้นแหละ

キンプリ&キンプラはいいぞ

『KING OF PRISM -PRIDE the HERO-』 舞台挨拶@TOHO CINEMAS Namba

เมื่อวานไปดู KING OF PRISM -PRIDE the HERO- หรือเรียกย่อๆ ว่าคิงปุระ แบบมีบุไตไอซัทสึมาแหละ!

เราไปดูที่โรงโตโฮนัมบะ ความจริงแล้วเมื่อวานนี้มีบุไตไอซัทสึที่โอซาก้าทั้งหมดสี่รอบ แต่เรากดมารอบเดียว วิธีซื้อตั๋วก็ง่ายดายมาก เหมือนกดซื้อตั๋วหนังทั่วไปเลย ไม่ต้องใช้ดวงสุ่มตั๋วแต่อย่างใด เรากดได้รอบนี้ได้แถวหน้าๆ มาแบบชิลๆ

เสียดายที่หลังจากกดตั๋วรอบนี้ไว้แล้วเกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากกดเพิ่มอีกรอบก็กดไม่ทันแล้ว ตั๋วหมดเกลี้ยงเลย ถึงจะดูเหมือนกดได้ง่ายๆ แต่ถ้าไม่รีบๆ กดตั้งแต่วันแรกก็หมดสิทธิ์อยู่ดี T-T

เราไปถึงหน้าโรงก่อนเวลาฉายนิดหน่อย มองไปรอบๆ ก็รู้แล้วว่าใครมาดูรอบเดียวกันบ้าง ทุกคนถือกระเป๋าถือพร็อพกันจัดเต็มมาก มีคนคอสเพลย์มาด้วย แต่เราว่าบรรยากาศยังไม่ฮาร์ดคอร์เท่าโรงที่อุเมดะ อาจเป็นเพราะโรงนั้นฉายอนิเมะเยอะอยู่แล้ว หลายๆ คนเลยกล้าจัดเต็มกันมากกว่า โรงโตโฮมันมีความเป็นโรงหนังมนุษย์ปกติมากเกินไปหน่อยเลยต้องเจียมตัวกันนิดนึง

และตามปกติของหนังญี่ปุ่น ช่วงแรกๆ จะชอบมีของแถมแจกให้ผู้ชมด้วย รอบนี้ได้ของแถมเป็นพัดหน้าโคจิ ประทับใจความสร้างสรรค์นี้มาก สมเป็นคิงปุริ 5555555555555

ตอนเข้าไปนั่งในโรงแล้วทุกคนถือพัดอันนี้เดินเข้ามารู้สึกคัลท์มาก เซอร์เรียลมาก…….

บุไตไอซัทสึรอบที่เราไปดูเป็นรอบที่จะมาพูดคุยกันก่อนหนังฉาย (เหตุผลที่อยากกดตั๋วเพิ่มอีกรอบเพราะอยากกดรอบหลังหนังฉายด้วย น่าจะคุยกันเจาะลึกกว่า แต่ก็กดไม่ทัน ได้แต่อ่านรีพอร์ทตาปริบๆ TvT) คนที่มารอบนี้ประกอบด้วยผู้กำกับ=ฮิชิดะซัง กับนักพากย์สองคนคือฮาตานากะ ทาสุคุ=ไทกะ กับยาชิโระ ทาคุ=คาเครุ แหมะะะะ มาเป็นคู่ซะด้วย ออฟฟิเชียลนี่เข้าใจขาย!

ก่อนหน้านี้เคยเจอทาสุคุกับทาคุจังมาแล้ว ใกล้ชิดระดับสัมผัสมือกันมาแล้วทีนึง รอบนี้เลยตื่นเต้นดีใจที่จะได้เจอผู้กำกับมากกว่า คือฮิชิดะซังเนี่ยเป็นผู้กำกับที่ตลกมากกกกกกกกก ดูจากผลงานก็น่าจะพอเดาได้ว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดา พอมาอ่านบทสัมภาษณ์ อ่านทวีต หรือดูอีเวนท์ที่เจ้าตัวไปออกก็ยิ่งค้นพบความตลกและความน่ารัก และหลังจากไปดูคิงปุระมาสองรอบก็ยิ่งประทับใจในตัวฮิชิดะซังเยอะมาก คราวนี้เลยตั้งใจไปเจอผู้กำกับนี่แหละ

รอบนี้เป็นรอบสุดท้ายของวัน เห็นว่ารอบเช้าที่อุเมดะมีคนเป็น MC ให้ด้วย แต่รอบที่เราไปนี่ MC หายไปไหนไม่รู้ ทาคุจังเลยต้องรับหน้าที่ MC และออกมาทักทายคนแรกสุด ตอนแรกทักทายว่า คนนิจิวะ ตามปกติธรรมดาก่อน พอมีแฟนๆ ตะโกนว่า わんばんこ แบบคาเครุ ทาคุจังถึงพูด わんばんこ ด้วยเสียงคาเครุให้ฟัง น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก /ล้มตาย

ทักทายเสร็จแล้วทาคุจังก็บอกว่าวันนี้มีเรื่องอยากขอร้องทุกคน ห้ามอัดเสียง ห้ามถ่ายรูป บลาๆๆ แฟนๆ ก็คอยตอบ ไฮ่!! ไฮ่!! กันอย่างขยันขันแข็ง คึกคักกันเต็มที่สมเป็นพริซึ่มเอลีท (ชื่อเรียกแฟนคิงปุริ)

หลังจากนั้นทาคุจังก็บอกว่า งั้นมาพบกับแขกรับเชิญในวันนี้กันดีกว่า แฟนๆ ก็ตะโกนถามอีกว่า ใครเหรอออ?? ทาคุจังเลยทำเสียงกรุ้มกริ่มว่า 誰かにゃ?誰だと思う? (ใครเหยอ? คิดว่าใครล่ะ?) ช็อตนี้ก็น่ารักแบบเราตายไป (///ω///) จุดนั้นลืมผู้กำกับไปแล้ว เพนไลท์ที่ตอนแรกเปิดสีเขียวของไทกะเอาไว้ก็กลายมาเป็นสีส้มของคาเครุอย่างรวดเร็ว เราเปลี่ยนใจกันง่ายๆ แบบนี้เลย

พอเชิญทาสุคุกับฮิชิดะซังออกมา ฮิชิดะซังก็มายืนฝั่งเรา!!! ส่วนทาสุคุยืนตรงกลาง ทาคุจังเป็น MC เลยอยู่ริมสุดอีกฝั่งนึง

ช่วงแรกเริ่มจากคุยสัพเพเหระว่ามาโอซาก้าเป็นยังไงบ้าง ทาสุคุเล่าว่าเมื่อตอนเที่ยงไปกินโอโคโนมิยากิกันมา อร่อยมาก ร้อนมากเพราะกินจากเตาสดๆ ร้อนๆ เลย ทาสุคุเล่าด้วยท่าทางตื่นเต้นเสมือนเพิ่งเคยมาโอซาก้าครั้งแรก แต่ถ้าติดตามทวิตเตอร์ทาสุคุจะพบว่าจริงๆ แล้วมาออกอีเวนท์แถวนี้บ่อยมาก… น้องจะตื่นเต้นไปทำไมคะ……

จากนั้นก็คุยกันว่ารอบนี้เป็นบุไตไอซัทสึรอบที่สี่ของวันนี้แล้ว รอบก่อนหน้านี้ทาสุคุเป็น MC รอบนี้ทาคุจังเลยสลับมาเป็น MC บ้าง แล้วก็คุยกันว่าเดี๋ยวคืนนี้จะมีอีเวนท์ エリートの二次会 แถวๆ นี้อีก เป็นอีเวนท์ที่ให้แฟนๆ ไปนั่งก๊งเหล้าเมาท์มอยกับผู้กำกับและนักพากย์ทั้งสอง น่าไปมากกกกกกก แต่เราไม่ได้สมัครไปเพราะอีเวนท์เลิกตีสอง ไม่รู้จะกลับยังไงเพราะรถไฟหมด เสียดายจัง T_T

พอพูดถึงอีเวนท์ก๊งเหล้า ฮิชิดะซังเลยบอกว่าคืนนี้จะไม่ดื่ม! เพราะอีเวนท์รอบที่แล้วดื่มเยอะจนจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่คุยไปคุยมาฮิชิดะซังก็บอกว่า ไม่ดื่มไม่ได้หรอก ยังไงก็จะดื่ม!

ส่วนทาคุจังกับทาสุคุคุยกันว่าถ้าสมาชิกเอเดลโรสเจ็ดคนก๊งเหล้าด้วยกันจนเมาคงน่าสนุกดี ฮิชิดะซังบอกว่า แต่ทุกคนยังไม่บรรลุนิติภาวะนะ! แล้วก็ อ๋ออออ หมายถึงคนพากย์เหรอ! งั้นก็น่าสนุกดี

ฮิชิดะซังบอกว่าอยากพาเอเดลโรสทั้งเจ็ดคนมาบุไตไอซัทสึที่โอซาก้าจังเลย ถ้ามีโอกาสจะพามาให้ได้ ฮือออออออ อย่ามาพูดให้ความหวังสิคะะะะะะะ พามาให้จริงเถอะะะะะะะะะ แปดคนเลยก็ได้ พาทาเคอุจิคุงมาด้วยยยยยยยยยยยย (;___;)

หลังจากนั้นพอจะเข้าเรื่องเนื้อหาคิงปุระ ทั้งสามคนคุยกันว่าสปอยล์ไม่ได้สินะ ฮิชิดะซังถามว่าในที่นี้ยังมีใครไม่เคยดูมาก่อนมั้ย ทั้งโรงมีคนยกมืออยู่ประปราย น่าจะไม่ถึงสิบคน ฮิชิดะซังเลยถามว่า วันนี้มาเพราะโดนคนข้างๆ บีบบังคับให้มาดูด้วยรึเปล่า?? โอ๊ย 55555555555555

แต่เอาเป็นว่าเพราะยังมีคนที่ไม่ได้ดูก็เลยต้องคุยกันแบบไม่สปอยล์นั่นแหละ ทั้งสามคนคุยกันเรื่องซีนที่ชอบ ประมาณว่าอยากให้ตั้งใจดูฉากนี้กัน

ทาสุคุบอกว่าชอบฉากพัดของไทกะ

ฉากนี้ ↓

พัดที่ว่านี่มีขายหน้าโรงหนังด้วย ทาสุคุถามว่าไหนใครถือพัดของไทกะอยู่บ้าง คนที่พกมาด้วยก็หยิบขึ้นมาโบกกันใหญ่ ทาสุคุเลยบอกว่า งั้นพอถึงฉากนี้ช่วยกันพัดใส่คนข้างหน้าให้เต็มที่ไปเลยนะ! (จะดีเหรอ……….)

ส่วนทาคุจังบอกว่าอยากให้ตั้งใจดูฉากที่คาเครุทำตัวเป็นลูกชายตระกูลจูโออิน โดยเฉพาะฉากที่คุยกับพ่อ ความตลกคือทาคุจังเรียกชื่อพ่อคาเครุผิด ตอนแรกเรียกว่าโมโมจิโร่ พอเรียกอยู่สองสามรอบ ฮิชิดะซังคงทนไม่ไหวเลยพูดแทรกขึ้นมาว่า เฮียคุจิโร่ต่างหาก ทาสุคุเลยช่วยตบมุกว่า นี่นายเรียกชื่อพ่อตัวเองผิดได้ยังไง!! ตรงนี้ทาคุจังก้มหน้าหัวเราะอยู่นานมาก โถ น่าเอ็นดู (*´∀`*)

ที่ตลกกว่านั้นคือตอนที่หนังฉายแล้วถึงฉากพ่อคาเครุ คนดูช่วยกันตะโกนว่าโมโมจิโร่ใหญ่เลย ขำก๊ากกันทั้งโรง 55555555555555 (รอบที่เราไปดูเป็นรอบโอเอนเลยตะโกนได้ กรี๊ดได้ ตบมือได้ มันส์มากๆๆๆๆๆ)

อีกฉากที่ทาคุจังชอบคือฉากฮิโระกับรุย รอบนี้ทาคุจังไม่ได้พูดถึงละเอียดเท่าไหร่ แต่ใน 二次会 อธิบายไว้ละเอียดมากว่าชอบเพราะอะไร (เราจะไม่เล่า ณ ทีนี้เพราะสปอยล์) ส่วนฉากที่ฮิชิดะซังชอบคือฉากเครดิตที่มีสาวๆ จากพริตตี้ริทึ่มเรนโบว์ไลฟ์ออกมา

นอกจากนั้นก็คุยกันเรื่องการดูรอบโอเอน ทาสุคุพูดถึงตอนที่ไปดูคิงปุริรอบโอเอนครั้งแรกให้ฟัง บอกว่าตอนนั้นไปกับลันส์เบอร์รี่ อาเธอร์ซัง (กรี๊ด ไม่นึกว่าจะได้ยินชื่อลันส์นี่ยันในบุไตไอซัทสึของคิงปุริ 555555555555) ทั้งสองคนนั่งแถวหลังสุดแล้วเชียร์กันมันส์มาก ลันส์ซังคอยยุให้ทาสุคุพูดบทพูดแบบในหนังบ้าง ร้องเพลงบ้าง ทาสุคุก็บ้าจี้ทำตามอย่างจริงจังจนนึกว่าต้องโดนคนที่นั่งใกล้ๆ จับได้แน่ๆ เลย แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นมีใครทักสักคน เสียใจมาก โอย ฟังแล้วสงสารแปลกๆ 5555555555555555

เมื่อปีที่แล้วตอนไปดูกับลันส์ซัง ทาสุคุลงรูปไว้ในทวิตเตอร์ด้วยนะ!

ส่วนคิงปุระนี่ทาสุคุยังไม่ว่างไปดูเลย เจ้าตัวบอกว่าไว้ว่างๆ จะหาโอกาสไปดูให้ได้ และคราวนี้อยากให้แฟนๆ สังเกตเห็นให้ได้เลย!

นอกเรื่องนิดนึง อ่านรีพอร์ทของบุไตไอซัทสึรอบเช้าเห็นทาสุคุพูดถึงเรื่องที่ไปโอเอโดะอนเซนซึ่งตอนนี้มีคอลลาโบะกับคิงปุริอยู่ ทาสุคุก็พูดแบบนี้ว่าตั้งใจไม่ใส่แมสก์และคุยกันโหวกเหวกเพื่อให้แฟนๆ จับได้ แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาทักสักคน …..จริงๆ แล้วทาสุคุเป็นพวกชอบให้แฟนๆ เข้าไปทักเหรอ!!?? เราว่าแฟนๆ ญี่ปุ่นถึงจะสังเกตเห็นก็คงไม่กล้าเข้าไปทักอยู่ดีแหละ เสียใจด้วยนะทาสุคุ 5555555555555

คุยเรื่องหนังเสร็จแล้วก็มีมุมแอดลิบนิดหน่อย คือให้ทั้งสามคนเล่นละครกันสดๆ โจทย์คือให้คาเครุกับไทกะสลับคาแรคเตอร์กัน เป็นคาเครุที่เอาจริงเอาจัง กับไทกะที่ชะไร่ ส่วนฮิชิดะซังเป็น ผู้กำกับเอโร่ย (ใครคิดโจทย์คะ……….)

จำบทสนทนาไม่ได้เป๊ะๆ เพราะแอบยาวใช้ได้ แต่อารมณ์ประมาณนี้

ไทกะ: อยากไปนัดบอดอะ (เสียงนิ่งๆ ไม่ได้ชะไร่เล้ยยยยย)
คาเครุ: นัดบอด? ที่มีสาวๆ เยอะๆ น่ะนะ? ไม่เอาหรอก พวกเรายังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยนะ (เสียงจริงจังมาก)
ไทกะ: มีเบียร์แบบไม่มีแอลกอฮอล์อยู่ไม่ใช่รึไง ดื่มอันนั้นก็ได้
คาเครุ: ไม่ได้นะ
ผู้กำกับ: (ยืนขำ)
คาเครุ: ไทกะคุง ให้ความสำคัญกับตัวเองหน่อยสิ (เสียงยังคงจริงจังมาก)
ไทกะ: เออนี่… อยากนั่งเฮลิคอปเตอร์อะ
คาเครุ: เอ๊ะ
(คุยอะไรกันอีกนิดหน่อย จำไม่ได้)
ไทกะ: เอางี้ สักวันนึงถ้าฉันจะสารภาพรักกับผู้หญิง ฉันขอยืมเฮลิคอปเตอร์บ้านนายหน่อยสิ
ผู้ชม: ฮิ้ววววววววววววววววววววววววว
คาเครุ: เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้มีไว้ใช้แบบนั้นซะหน่อย! ทำตัวให้มันติดดินหน่อยสิ!
ไทกะ: ไม่อยากโดนนายว่าแบบนั้นหรอกนะ!
ผู้กำกับ: ไม่มีช่องว่างให้แทรกเลยแฮะ……… แล้วทำไมฉันต้องเป็นผู้กำกับเอโร่ยด้วยเนี่ย

ทั้งหมดนี้คือคิดกันสดๆ เล่นกันสดๆ ตลกมาก 55555555555555555 ทาคุจังกับทาสุคุเซอร์วิสคาเคไทเยอะมากกกกกกกกกกกกกกก แม่ยกคู่นี้ฟังแล้วสลบไปตามๆ กัน (เราก็ชอบคู่นี้แต่เป็นรองโคฮิโระอีกทีนึงเลยฟังแล้วยังรอดชีวิตอยู่) ได้ข่าวว่ารอบอื่นก็กะหนุงกะหนิงกันจนฮิชิดะซังบอกว่า สวีทกันอยู่ได้!!

ตอนสุดท้ายหลังจากพูดขอบคุณแฟนๆ กันทีละคนแล้ว ทาคุจังก็บอกว่า งั้นเรามาพูดว่า มิวสิค เรดี้ สปาร์กกิ้ง เย้! ด้วยกันทุกคนเถอะ ทีนี้ฮิชิดะซังก็พูดขึ้นมาว่า อ้าว! วันนี้โมริคุโบะซังมาด้วยเหรอครับเนี่ย! ….คุณผู้กำกับเนี่ยเห็นอยู่นิ่งๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาแต่จริงๆ แล้วเป็นคนร้ายกาจคนนึง คือทาคุจังชอบเลียนเสียงโมริคุโบะซัง ฮิชิดะซังเลยแกล้งให้ทาคุจังพูดว่า มิวสิค เรดี้ สปาร์กกิ้ง ด้วยเสียงโมริคุโบะซัง

พอโดนทักแบบนั้นทาคุจังก็เปลี่ยนโหมดมาเป็นโมริคุโบะซังทันที ฮิชิดะซังกับทาสุคุก็หันไปโค้งให้แล้วพูดว่าขอบคุณโมริคุโบะซังที่ให้เกียรติมาด้วยกันในวันนี้ (จุดนั้นเราขำแบบหมดแรงถือเพนไลท์) 

ทาคุจังหันไปบอกทาสุคุว่าตัวเองจะพูดว่ามิวสิค แล้วให้ทาสุคุพูดว่าเรดี้ ทาสุคุเลยถามว่า รุ่นพี่ครับ ผมต้องพูดว่าเรดี้ด้วยเสียงแบบรุ่นพี่มั้ยครับ?? (กวนประสาท 555555555555) ทาคุจังในโหมดโมริคุโบะซังตอบว่า ไม่ต้องหรอก พูดเรดี้ในแบบที่ตายอยากพูดเถอะ ทาสุคุเลยบอกว่า รุ่นพี่ใจดีจังเลยครับ!

พอประกอบพิธีกรรมมิวสิค เรดี้ สปาร์กกิ้ง เย้! เสร็จเรียบร้อยแล้วทาสุคุกับฮิชิดะซังก็กลับเข้าไปก่อน ทาคุจังเป็น MC เลยพูดส่งท้ายกับคนดูอีกนิดนึง ขอบคุณที่มา ขอให้ทุกคนเอนจอย บลาๆๆ แล้วก็บ๊ายบาย

ทาคุจังกับทาสุคุลงรูปไว้ในทวิตเตอร์ด้วย

คนที่สองจากซ้ายในรูปทาสุคุคือ MC ที่หายไป……..

ขำชุดทาคุจังนิดนึง คือตอนเห็นครั้งแรกเราคิดว่าเหมือนชุดนอน ปรากฏว่าพอดูถ่ายทอดสดอีเวนท์ 二次会 ทาคุจังโดนโปรดิวเซอร์กับทาสุคุแซวว่าเป็นชุดนอนอยู่หลายรอบ จนทาคุจังต้องบอกว่า ไม่ใช่ชุดนอนซะหน่อย! ชุดนี้เพิ่งซื้อมาเมื่อวานเองนะ! …โอเค้ ไม่ใช่ชุดนอนก็ได้ค่ะ ขอโต้ดดดดด

ส่วนตัวหนังเราจะไม่พูดถึง เป็นหนังที่ไม่อยากสปอยล์ใครเลย เพราะการดูครั้งแรกมันอิมแพคต์มากๆๆๆ มีอะไรน่าฮือฮาเต็มไปหมด มีฉากชวนร้องไห้ด้วย และระดับความเสพติดสาหัสกว่าคิงปุริ  20,000 เท่า!! (ไปดูมาแล้วสามรอบ และคงมีอีกหลายรอบ)

หลังดูหนังจบแล้วเราก็ไปเดินเล่นรอเพื่อนมากินข้าวด้วยกัน ด้วยความที่ไม่รู้จะไปไหนเลยไปเดินเล่นแถวๆ โดตงโบริ และเนื่องจากรู้ว่าเดี๋ยวทาสุคุกับทาคุจังมีอีเวนท์แถวนั้นต่อ เราเลยคอยมองซ้ายมองขวาเผื่อโชคดีเดินสวนกันแถวๆ นั้น อีเวนท์ต่อไปเริ่มตั้งเที่ยงคืน ตอนนั้นเพิ่งสองทุ่มเอง เค้าอาจจะออกมาเดินเล่นหาของกินก็ได้น่า!! แต่หวังไว้น้อยนิดเพราะแถวนั้นเป็นย่านนักท่องเที่ยวซึ่งคนเป็นล้านนนนนนน แถมยังมีร้านรวงเยอะแยะมากมาย ตรอกซอกซอยก็เต็มไปหมด ถ้าเจอก็ปาฏิหาริย์แล้ว

หลังจากเดินเล่นอยู่แถวนั้นพักใหญ่ก็เลิกมองฝูงชนไปละ หันมามองหาร้านโอโคโนมิยากิแทนเพราะเพื่อนบอกว่าอยากกินโอโคโนมิยากิ เราอยู่ว่างๆ เลยเดินเล็งๆ ร้านเอาไว้ดีกว่า

ปรากฏว่า!!!

หลังจากเงยหน้ามองป้ายร้านอาหารติดๆ กันหลายร้าน พอเลื่อนสายตากลับมาที่ทางเดินอีกที…

 

ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดค่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ

 

หันมาอีกที ทาสุคุกับทาคุจังและทีมสต๊าฟคิงปุริอยู่ทางซ้ายของข้าพเจ้าแบบห่างกันประมาณหนึ่งเมตร!!!!!!!!!!!!!! โอ้โหหหหหหหหหหหหหหหหหหห พรหมลิขิตบันดาลชักพาาาาาาาาา จากที่เดินๆ อยู่เรานี่หยุดชะงัก ฟรีซไปเลย กะพริบตารัวๆ ว่านั่นทาสุคุกับทาคุจังจริงๆ เหรอ แล้วก็โอ้วววว นั่นนนนนน ฮิชิดะซังงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!

จะไม่ตกใจขนาดนี้ถ้าไม่ได้มาเจอในจุดที่เลิกมองหาไปแล้ว ฮื่อออออออออออ

จุดที่เจอทีมคิงปุริอยู่ใกล้ๆ กับสะพานกูลิโกะ พอเค้าเดินไปสะพานกัน เราก็แอบมองอยู่ห่างๆ …..จริงๆ ก็ไม่ห่างมาก แบบเค้าถ่ายรูปกับป้ายกัน เราก็ยืนกดมือถือกรี๊ดใส่เพื่อนอยู่ตรงราวสะพาน ซึ่งสะพานก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น

โชคดีได้เห็นทาสุคุกับทาคุจังทำท่าเลียนแบบป้ายกูลิโกะด้วย น่ารักกกก แอออออออออออออ แต่สุดท้ายก็ปล่อยทีมนี้ไปตามทางของเค้านะ ถ้าตามต่อไปเรื่อยๆ จะดูโรคจิตเกินไป ทำแบบนั้นเราคงกลัวตัวเองเหมือนกัน 555555555555

เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังก็มีแต่คนถามว่าทำไมไม่เข้าไปทัก โอ้ยยยยยย เค้ามากันทีมใหญ่เป็นสิบคน เราตัวคนเดียว จะให้เข้าไปทักยังไง เขินตายชัก TvT ถึงทาสุคุจะออกตัวว่าเป็นพวกอยากให้แฟนๆ เข้าไปทักขนาดนั้นก็เถอะ ไม่กล้าอะะะ ถ้าทาสุคุมากับทาคุจังแค่สองคนยังว่าไปอย่าง

เสียดายที่ยังไม่เห็นทาสุคุกับทาคุจังลงรูปหน้าป้ายกูลิโกะ ส่วนออฟฟิเชียลคิงปุริลงรูปฮิชิดะซังให้ดู

ฮิชิดะซังทวีตว่าป้ายกูลิโกะคือต้นแบบท่าเต้นของจอร์จ (ตัวละครใหม่ที่สุงิตะพากย์) ด้วย ไม่รู้เรื่องจริงหรือเล่นมุก บางทีฮิชิดะซังเหมือนจะพูดเล่นมุกแต่ดันกลายเป็นเรื่องจริง บางทีก็เหมือนจะพูดจริงแต่เฉลยทีหลังว่ามุก แยกไม่ออกแล้ว 55555555555

ตกดึกเรากลับมาดูถ่ายทอดสดอีเวนท์ 二次会 ต่อ อีเวนท์คุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องกันจริงจังมาก สปอยล์หนักมาก แต่สนุกดี ทาสุคุกับทาคุจังสวีทกันตลอดเวลาจนหมั่นไส้ 55555555555 ตอนหลังๆ ทาสุคุเมาแอ๋เลย น่าร้ากกกกกกกก♥♥♥ ทาคุจังก็น่ารักมากๆๆๆๆ ส่วนฮิชิดะซังยังคงตลกเหมือนเดิม

ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้ไปอีเวนท์รอบดึกและไม่มีความกล้ามากพอที่จะพุ่งเข้าชาร์จทุกคนตรงสะพานกูลิโกะ แต่ก็พอใจแล้วที่ได้ตะโกนอาริกาโต้วววว!!!! ในโรงหนัง ขอบคุณทุกคนนะคะ♥ โดยเฉพาะคุณผู้กำกับ ขอบคุณมากค่ะ!!

อยากดูคิงปุระอีกจัง

見たかコウジ

 

「お前のそばに一番上手く立てるのは・・・俺だァ!!!!」

 

อยากเก็บคาซึกิด้วยจัง แต่จนแล้ว (T_T)

แน่จริงออกไทกะกับคาเครุมาด้วยสิ! ยูจังด้วย! อเล็กซานเดอร์ด้วย!

Anime Japan 2017

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปงาน Anime Japan ที่โตเกียวบิ๊กไซท์มาแหละ!

ทริปนี้เป็นการไปที่ค่อนข้างกะทันหันพอสมควร เรื่องมันเริ่มมาจากเมื่อตอนต้นเดือนเราไปเห็นทวีตออฟฟิเชียลของสตามิวบอกว่าในงานนี้จะมีบูธอีเวนท์ที่มีทอล์กของนักพากย์ด้วย

พออ่านเงื่อนไขแล้วพบว่าการเข้าร่วมง่ายมาก แค่ไปรับบัตรคิว(แบบสุ่ม) แต่ถึงจะไม่ได้บัตรคิวก็น่าจะได้ดู แถมรายชื่อคนที่มาวันแรกโคตรเข้าทางเรา ว่าแล้วก็เล็งๆ ไว้ก่อน แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะไป เพราะต้องรอผลปุริไลฟ์กับอีเวนท์โค้ดเรียลไลซ์ประกาศก่อน เกิดได้สองอีเวนท์ติดๆ กันขึ้นมาคงไม่มีตังค์ไปงานนี้แล้ว

ซึ่ง… หลังจากนั้นก็พบว่าไม่ได้ทั้งตั๋วปุริไลฟ์และอีเวนท์โค้ดเรียลไลซ์ (ว่าแล้วก็น้ำตาจะไหล) พอวืดอีเวนท์ต่างๆ นานาติดกันรัวๆ (ก่อนหน้านี้ก็วืดไลฟ์คารุไนไปทีนึงแล้ว ถึงจะได้ดูไลฟ์วิวก็เถอะ) ก็เลยรู้สึกว่าเราคงต้องไปหาเคนนุในงานนี้แล้วแหละ ไปให้เคนนุช่วยปลอบใจหน่อย (´・ω・`)

ว่าแล้ววันที่ 22 ก็กดจองตั๋วบัสไปโตเกียว แล้วออกเดินทางคืนวันที่ 23 เป็นการจองบัสที่กะทันหันมาก แต่ก็ยังได้มาในราคา 4500 เยน ถือว่าถูกแล้วแหละสำหรับการจองแบบเร่งด่วนขนาดนี้

อีเวนท์มีวันเสาร์อาทิตย์แต่เราตัดสินใจไปแค่วันเสาร์วันเดียวเพราะวันอาทิตย์จะกลับมาดูกันดั้มแบบเรียลไทม์ (เหตุผลแบบว่า…..) คืนวันศุกร์ก็ไปอาศัยนอนห้องบ.ซัง เพื่อนที่จะไปงานนี้ด้วยกัน ตอนเช้าจะได้ออกไปด้วยกันเลย

ตอนแรกกะว่างานเริ่มสิบโมง ไปแบบชิลๆ สักแปดเก้าโมงก็ได้มั้ง แต่คุยกันไปคุยกันมา อยู่ดีๆ ก็ตกลงกันว่าไปขึ้นรถไฟเที่ยวแรกเลยละกัน เพราะไม่รู้ว่าบัตรคิวมันจะหมดช้าเร็วแค่ไหนยังไง

แต่กระนั้น ด้วยความที่ตอนกลางคืนมัวแต่โอ้เอ้ดูโอโตเมทปาร์ตี้ที่บ.ซังเพิ่งไปซื้อแผ่นมาสดๆ ร้อนๆ วันนั้น สุดท้ายเลยนอนดึกกันจนตอนเช้าเรามัวแต่งัวเงียไม่ยอมลุกอยู่ประมาณสิบนาที ส่งผลให้ไปขึ้นรถไฟเที่ยวแรกไม่ทัน ได้ขึ้นเที่ยวตีห้ายี่สิบสองนาทีซึ่งเป็นเที่ยวที่สามแทน OTL

ระหว่างอยู่บนรถไฟก็เจอคนถืออิตะแบ็กประปรายทำให้มั่นใจได้ว่ายังไงก็ไม่หลงทางแน่นอน ตามๆ พวกเดียวกันไปเรื่อยๆ นี่แหละง่ายดี กว่าจะไปถึงสถานีหน้าโตเกียวบิ๊กไซท์ก็ประมาณหกโมงกว่าๆ  และกว่าจะเดินจากสถานีไปถึงจุดต่อคิวได้มันช่างไกลแสนไกลเหลือเกิน เดินไปสักพักถึงพบว่าคนส่วนใหญ่ล้วนลงผิดสถานี ถ้านั่งรถไฟสายยูริคาโมเมะมาที่นี่ สถานีอาริอาเกะจะใกล้จุดต่อคิวมากกว่า แต่คนส่วนใหญ่จะไปลงที่สถานีคกไซเทนจิโจเซมง ซึ่งเราและบ.ซังก็เช่นกัน… จะจำไว้ว่าคราวหน้าต้องลงอาริอาเกะ!

ตอนเราไปถึงมีคนมาต่อคิวก่อนหน้าพอสมควร น่าจะราวๆ หลายร้อยคน แต่ยังไม่เยอะถึงขั้นน่าตกตะลึง และคิดว่ายังไม่โหดเท่าคอมิเกะด้วย (แต่ตอนไปคอมิเกะเราก็ไม่ได้ออกเช้าขนาดนี้ด้วย ออกสายๆ แบบกว่าจะไปถึงก็คนเป็นล้านแล้ว)

ตั๋วเข้างานที่เราซื้อมาเป็นตั๋วธรรมดา ซื้อที่แฟมิลี่มาร์ท เข้างานได้ตอนสิบโมง แต่ที่จริงมันมีตั๋ว Fast ticket ที่ให้เข้าได้ตั้งแต่เก้าโมงครึ่งด้วย ตั๋ว Fast ticket นี่ปิดขายไปตั้งแต่วันที่ 16 มีนา และแน่นอนว่าเราซื้อไม่ทันเพราะมัวแต่พิรี้พิไรรอดูผลปุริไลฟ์ก่อน ดังนั้นจึงต้องต่อคิวรอเข้างานตอนสิบโมงอย่างน่าเศร้า

ตอนต่อคิวสต๊าฟจะบอกให้นั่งเรียงแถว แถวละหกคน แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยนั่งกันตามนั้นเท่าไหร่ แถวเรามีกันสี่คนเอง คนส่วนใหญ่เตรียมอุปกรณ์สำหรับนั่งรอมากันอย่างดี ทั้งผ้าปู เก้าอี้ ผ้าห่ม ฯลฯ ส่วนเราและบ.ซังแทบจะมากันตัวเปล่า มีเพียงไคโระชิ้นเล็กๆ คนละอันที่คาดหวังว่าจะช่วยให้มืออุ่นได้บ้าง แต่ตรงนั้นมันอยู่ริมทะเลเลยค่อนข้างหนาวจนไคโระไม่ก่อประโยชน์อันใดกับชีวิต

ตอนนั่งรอเวลาก็สังเกตการณ์คนรอบตัวไปเรื่อยๆ มีผู้คนมาจากหลากหลายแฟนด้อม แต่เราเจอแม่ยกอุตะปุริเยอะเป็นพิเศษ ไม่รู้เพราะเป็นคนแฟนด้อมเดียวกันรึเปล่า 55555555 แต่แม่ยกอุตะปุริสังเกตง่ายนะ ถ้าไม่ถืออิตะแบ็กมาก็ต้องมีพร็อพอะไรสักอย่างของอุตะปุริมา ไม่ตุ๊กตาก็แมว ผ้าห่ม เสื้อ เห็นแล้วก็เสียดายที่ไม่ได้หอบหิ้วอิตะแบ็กไปบ้าง หิ้วไปแต่ถุงผ้าของไชน์นิ่งดรีมเฟสต้า

พอแอบดูคนอื่นจนเบื่อ บ.ซังก็ยื่นคินเดิลมาให้ยืม เลยนั่งอ่านอาคาสึกิโนะโยนะไปสองเล่ม ระหว่างอ่านก็พูดคำว่าซูวอนเป็นคนดีจังเลยไปประมาณสองร้อยรอบ (เผลอเรียกว่าเพฮาจนเพื่อนงงว่าซูวอนเปลี่ยนชื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ คือติดเรียกซูวอนว่าเพฮาตั้งแต่ไปดูซีรีส์เกาหลีแนวย้อนยุค 555555555) พอมีกิจกรรมให้ทำแล้วค่อยรู้สึกเวลาผ่านไปเร็วหน่อยๆ เผลอแป๊บๆ สต๊าฟก็เรียกให้ลุกขึ้นเตรียมเลื่อนแถวละ

เราได้เข้าไปในงานประมาณสิบโมงกว่าๆ เข้าไปถึงก็รีบวิ่งไปบูธ NBC ที่แจกบัตรคิวสตามิวก่อน ตอนนั้นวิ่งง่ายเพราะงานกว้างมากแล้วคนยังเข้ามากันไม่เยอะ แต่ไปถึงก็พบว่าบัตรคิวหมดแล้ว……. เฮลโหล เพิ่งเปิดงานไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำนะะะะะะ Σ(゚д゚;)!!

แต่รับบัตรคิวไม่ทันก็ไม่ค่อยเฟลเท่าไหร่เพราะดูจากลักษณะบูธแล้วยืนดูข้างนอกได้ไม่ยาก คือหลายๆ บูธที่มีเวทีจะจัดในลักษณะคล้ายๆ กันคือมี 優先エリア สำหรับคนได้บัตรคิว ใครไม่ได้บัตรก็ต้องยืนดูไกลกว่า ว่าแล้วเรากับบ.ซังก็วิ่งไปดูบูธอื่นๆ ที่เล็งทอล์กไว้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้บัตรคิวเลยสักบูธ น่าเศร้ามาก 5555555555  ถ้าปีหน้าไปอีกจะซื้อ Fast ticket ให้ได้ ฮึ่มมมมม

ระหว่างวิ่งดูบูธอื่นๆ ก็คอยเล็งตารางทอล์กแต่ละบูธไว้ด้วย เพิ่งรู้ว่างานนี้มีทอล์กของนักพากย์ตามบูธเยอะมาก เยอะแบบตามดูทอล์กอย่างเดียวก็หมดเวลาไปแล้ววันนึงโดยที่แทบไม่ได้เข้าไปดูแต่ละบูธให้ละเอียดๆ เลย แค่เดินๆ แบบสุ่มสี่สุ่มห้าในงานก็อาจจะเจอนักพากย์กำลังพูดอยู่ (บูธแรกที่เราเจอนักพากย์พูดอยู่คือบูธอะไรไม่รู้ รู้แต่เจออิชิอิ มาร์ค! คุโรโนะคุง!!) หรือเจอนักพากย์เดินสวนไป ตอนที่เรารู้สึกว้าวมากคือตอนเดินหาเวทีที่จะดูทอล์กของไดกิกับอุเมะฮาระแล้วทีมนักแสดงบุไต Ensemble Stars เดินสวนเราแบบใกล้มาก แทบจะเดินชนกัน คือเราไม่ได้ติ่งเรื่องนี้และไม่รู้จักนักแสดงหรอก แต่ก่อนหน้านั้นเห็นเค้าอยู่บนเวที แล้วนี่เค้าก็มาเดินสวนไปเฉยๆ เลยรู้สึกว่าว้าววววววววว อนิเมแจแปนโคตรรรรเจ๋ง!!!! ถ้าติ่งนักแสดงบุไตคงเป็นลมตายไปตรงนั้นเลย

ที่จริงงานนี้จะมีสเตจแบบที่ต้องสมัครล่วงหน้าด้วย แต่เราสมัครไม่ทันเลยสักสเตจ เค้าสมัครกันไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาแล้ว เสียดายนิดนึงเพราะหลายๆ สเตจน่าดูมาก แต่ไอ้การสมัครเนี่ยใช้ระบบสุ่ม ต่อให้สมัครทันก็ไม่ใช่ว่าจะได้ดูแน่นอนอยู่ดี และถึงจะไม่ได้ดูสเตจพวกนั้น พวกสเตจในงานก็มีให้ดูเยอะแยะมากมายไม่หวาดไม่ไหวละ

เวทีแรกที่เราไปดูคือทอล์กโชว์ของเกม 戦刻ナイトブラッド ที่เวที Marvelous คนที่มาขึ้นเวทีคือยามาชิตะ ไดกิ กับอุเมะฮาระ ยูอิจิโร่ งานนี้เราไม่ได้ตั้งใจจะมาเจอไดกิเลย ไม่รู้มาก่อนว่าไดกิมาด้วย ไม่รู้อะไรเลยนอกจากตั้งใจจะมาหาเคนนุ 555555555555 มีการหาข้อมูลล่วงหน้าน้อยมาก แต่ข้อมูลสเตจตามบูธมันหายากด้วยแหละ มาวิ่งเช็กเอาในงานเลยชัวร์กว่า

ทอล์กโชว์ไดกิกับอุเมะเริ่มตอน 11:40 ซึ่งเรากับบ.ซังตกลงกันว่าจะดูแค่แป๊บเดียว แล้วพอใกล้ๆ เที่ยงจะหลบออกไปกดตั๋วปุริไลฟ์รอบอิปปังกัน ตอนเดินออกรู้สึกผิดเบาๆ ฮืออออออ ขอโทษนะไดกิ ขอโทษนะอุเมะ แต่การกดตั๋วปุริไลฟ์ก็สำคัญมากจริงๆ

พอถอยออกไปกดตั๋วก็…….. เว็บล่ม……… เข้าเว็บได้อีกทีตั๋วก็หมดไปแล้ว บาย นี่เราทิ้งไดกิกับอุเมะออกมาเพื่ออะไรรรรรรร

โชคดีที่ตอนเห็นว่าตั๋วหมด ทั้งสองคนยังอยู่บนเวทีก็เลยเดินกลับไปดู แต่ช่วงที่เราเดินออกมากดตั๋วพลางเฝ้ามองเวทีอยู่ห่างๆ นั่นเค้าดูสนุกกันมากเลย มีเล่นเกมอะไรสักอย่างกันด้วย ฮือออออออ พลาดไปหมด

ช่วงแรกก่อนเดินออกมานี่เราได้ที่ยืนไม่ถึงขั้นใกล้เวทีแต่ก็ไม่ไกลเลย เพราะคนดูยังไม่เยอะเท่าไหร่ เห็นไดกิกับอุเมะชัดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชัดแบบออร่าอุเมะทิ่มแทงตาแทบบอด หล่ออะไรขนาดนั้นคะะะะะะะะะะ มัวแต่จ้องหน้าอุเมะสลับกับไดกิจนแทบไม่ได้ฟังเนื้อหาเลย 555555555555

เนื้อหาที่คุยกันตอนแรกๆ ก็แนะนำเกม 戦刻ナイトブラッド พอเป็นพิธี ตอนแนะนำตัวละครมาถึงกองทัพทาเคดะ ไดกิก็บอกว่าทีมนี้ดูแข็งแกร่งเวลาออกอีเวนท์ คือมีแต่คนที่ออกอีเวนท์แล้วมันส์ 55555555 แล้วไดกิ อุเมะ กับพิธีกรก็เมาท์โคนิชิซังกันนิดหน่อย ประมาณว่าโคนิชิซังเวลาออกอีเวนท์จะตลกมาก จำรายละเอียดเรื่องที่เมาท์กันไม่ค่อยได้ จำได้แต่ไดกิหัวเราะน่ารักเหลือเกิลลลลลลลลลล ฮรือออออออออออออ ไดกี่ยยยยยยยยยยยย์♥♥

ส่วนอุเมะฮาระก็ยังมาแนวนิ่งๆ เนิบๆ เหมือนเดิม 5555555555 แต่คราวนี้เราตื่นเต้นกะเค้ามากกว่าตอนเจอรอบที่แล้ว เพราะช่วงนี้ติ่งกันดั้ม และเราชอบยูจีน! เผอิญตอนเจอรอบที่แล้วยังไม่มีตัวละครของเค้าที่เราชอบเป็นพิเศษ

ตอนท้ายๆ มีเปิดพีวีเกมกับประกาศทำอนิเมะด้วย พอเห็นประกาศทำอนิเมะ คนที่ยืนดูอยู่ก็พากันร้อง เอ๋? เบาๆ แบบงงๆ ไม่ได้ร้อง เอ๋อ๋อ๋อ๋??? แบบตื่นเต้น เพราะประกาศทำอนิเมะมันมาแบบเนิบมาก ไดกิเห็นปฏิกิริยาคนดูแล้วก็หัวเราะบอกว่ารีแอคชั่นทุกคนตลกมาก คงจะงงกันมากสินะ! งงสิคะ อยู่ดีๆ เล่นประกาศทำอนิเมะซะเรียบง่าย…….

ทวีตออฟฟิเชียลของเกม 戦刻ナイトブラッド ลงรูปเอาไว้ด้วย

จบสเตจนี้ก็รีบจ้ำไปบูธคาโดคาวะกันต่อ ไปรอดูไซโต้ โซมะที่มาโปรโมทเรื่อง ロクでなし魔術講師と禁忌教典 ตอนเดินผ่านบูธที่อยู่ข้างๆ บูธคาโดคาวะก็เจอนักพากย์สาวสามคนพูดอะไรสักอย่างกันอยู่ งานนี้เราไม่ค่อยสนนักพากย์หญิงเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยรู้จัก แต่ตอนเดินผ่านบูธนี้กรี๊ดดังมากเพราะคนนึงในนั้นคืออุจิดะ มาอายะ!!!!! ตอนเดินผ่านเลยกรี๊ดใส่เพื่อนว่า แกรรรรรรรรรร เราชอบน้องชายเค้าาาาาาาาาาาาาา /พูดพลางเดินผ่านไปบูธคาโดคาวะโดยไม่มีการหยุดดูคุณพี่สาวแต่อย่างใด ถึงอย่างไรไซโต้ โซมะก็ต้องมาก่อนพี่สาวของอุจิดะ ยูมะอยู่ดี (แต่ถ้ายูมะมาเองเราคงไม่ไปหาโซมะ 55555555555) แต่คุณพี่สาวตัวจริงน่ารักมากเลยนะ (≧д≦)

ตอนเราไปถึงบูธคาโดคาวะมีคนมารอดูกันเยอะแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มีผู้หญิงอยู่ไม่กี่คนเอง

ชอบที่บูธคาโดคาวะหาง่ายเพราะด้านบนมีลูกโป่งใบใหญ่ๆ อยู่ สะดุดตาดีมาก!

สเตจนี้นอกจากโซมะแล้วมีนักพากย์หญิงอีกสองคนคือฟุจิตะ อาคาเนะ กับมิยาโมโตะ ยูเมะซึ่งเราไม่รู้จักทั้งคู่เลยไม่ตื่นเต้น ตลอดเวลาที่ดูก็จ้องแต่โซมะคนเดียว แต่เพราะยืนอยู่ด้านนอก เสียงไมโครโฟนเลยส่งมาไม่ค่อยถึง แทบไม่ได้ยินเสียงโซมะพูดเลย สเตจนี้เน้นจ้องหน้าอย่างเดียว 555555555

ดูสเตจนี้จบแล้วบ.ซังกล่าวว่า โซมะกับไดกิเนี่ยดูคล้ายๆ กันนะ แต่เราว่าไดกิดีดกว่าเยอะ 55555555555 ตอนไดกิขึ้นเวทีมากับอุเมะนี่ไดกิเหมือนดูดพลังงานจากอุเมะไปหมดแล้ว ร่าเริงสดใสเคลื่อนไหวไม่หยุดอยู่คนเดียว คนละแนวกับโซมะเลย โซมะจะดูนิ่งๆ ยืนยิ้มๆ ท่าทางเรียบร้อยและดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเยอะ (ได้ข่าวว่าไดกิแก่กว่า ก๊าก) แต่ไม่รู้ว่าเพราะโซมะมาพร้อมสาวๆ เลยดูเรียบร้อยผิดปกติรึเปล่านะ ปกติเราก็ไม่ได้ติดตามโซมะเยอะแยะขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าในงานนี้เค้าดูเรียบร๊อยยยยเรียบร้อย

ถัดจากสเตจนี้เราก็พุ่งไปดูสเตจคิงปุริที่บูธ Avex ส่วนบ.ซังขอตัวไปสแตนด์บายที่บูธ NBC เพราะอยากดูมาเอโนะแบบใกล้ๆ ที่จริงเราก็อยากเจอมาเอโนะ เคนนุ และทาเคอุจิคุงแบบใกล้ๆ นะะะะ (อุเมะเจอใกล้ๆ ไปแล้วตอนเที่ยง) แต่จะให้ทิ้งทาสุคุไปเฉยๆ เราก็ทำไม่ด้ายยยย ฮือออออออออ

และแล้วเราก็มายืนดูสเตจคิงปุริตามลำพัง ถึงจะไม่ได้ยืนในโซนคนมีบัตรคิว แต่ก็อยู่แถวเกือบหน้าสุดของด้านนอก ถือว่าใกล้มากอยู่ดี (คำพูดติดปากในวันนั้นคือ ใกล้กว่าเวลาไปดูเซย์ยูอีเวนท์ตั้งเยอะ!)

คนที่มาสเตจคิงปุริวันนี้ได้แก่เทราชิมะ จุนตะ (ชินคุง) ฮาตานากะ ทาสุคุ (ไทกะ) อิการาชิ มาซาชิ (มินาโตะ) นางาสึกะ ทาคุมะ (น้องเลโอ) เราได้ยืนฝั่งที่เห็นทาสุคุชัดสุด ชัดจนบางทีเค้ามองมาแล้วเผลอหลบ หลบทำไมไม่รู้ 55555555555555

รู้สึกดีที่ไม่ได้ทิ้งคิงปุริไปรอดูสตามิว เพราะสเตจนี้ตลกมากกกกกกกกกก สนุกมากกกกกกกกกกก ส่วนใหญ่อิการาชิซังจะเป็นคนชงมุกแล้วทาสุคุคอยตบมุก

เนื้อหาที่คุยกันช่วงแรกจะเริ่มจากการทักทายทีละคน แล้วก็คุยกันเรื่อง PRIDE the HERO ที่เป็นภาคต่อของคิงปุริ ทั้งสี่คนเล่าว่าเพิ่งอัดเสียงเสร็จหมาดๆ ภาคนี้จะเร่าร้อนยิ่งกว่าภาคที่แล้วซะอีก เป็นภาคที่เนื้อหามันส์ระเบิดระเบ้อจนทุกคนดูแล้วจะอยากเอาใจช่วยยิ่งกว่าเก่า คือทุกคนพูดโฆษณาอย่างขยันขันแข็งจนเราอยากดูเดี๋ยวนั้นเลยอะ ฮืออออ กว่าจะฉายก็เดือนมิถุนาแน่ะ

โฆษณาภาคต่อแล้วก็โฆษณาคอลลาโบะอีเวนท์ของคิงปุริกับโอเอโดะอนเซ็น และโฆษณาเพลงยูนิตกันด้วย แล้วพิธีกรก็ให้แต่ละคนบอกว่าเพลงยูนิตที่ตัวเองร้องมีจุดเด่นตรงไหนบ้าง อันนี้เราจำได้แค่ทาสุคุบอกว่าการร้องรับส่งของไทกะกับคาซึกิสุดยอดมาก อิการาชิซังบอกว่าของโคจิกับมินาโตะเนี่ย ให้ตั้งใจฟังชื่ออาหารที่จะออกมาในเพลงให้ดีๆ แล้วพิธีกรก็บอกว่าวันนี้จะให้ฟังแซมเปิ้ลเพลงนึง คือเพลงคู่ของโคจิกับมินาโตะ! แต่เท่าที่เราฟังยังไม่เจอชื่ออาหารนะ ฮาา

นอกจากฮาร์ดเซลล์กันอย่างดุเดือดแล้วยังมีมุมตอบคำถามจากทางบ้านกันเล็กน้อย คือพิธีกรเอาคำถามที่เปิดรับในทวิตเตอร์มาถามบนเวที คำถามแรกคือถ้าไปอยู่หอ คิดว่าตัวละครของตัวเองจะพกอะไรไปด้วย จุนตะตอบว่าลูกฟุตบอล เพราะชินคุงชอบเล่นฟุตบอล ทาสุคุตอบว่าตุ้มถ่วงน้ำหนักขาสำหรับซ้อมเต้นเบรคแดนซ์ นางาสึกะคุงตอบว่าอุปกรณ์ทำผม เพราะความสามารถพิเศษของเลโอคือทำผม ส่วนอิการาชิซังโดนพิธีกรแกล้งโดยการข้ามไป แล้วให้ไปตอบข้อต่อไปเป็นคนแรกแทน ขำที่พิธีกรดูชอบแกล้งอิการาชิซังเป็นพิเศษ มีรอบนึงเค้าลุกขึ้นมายืนพูด พิธีกรก็ไล่ให้นั่งๆ ลงไปซะ 55555555555555

คำถามอีกข้อถามว่าถ้าให้ไปกินข้าวกับตัวละครในคิงปุริอยากกินกับใคร ข้อนี้จำได้แต่ของทาสุคุ (ไม่ค่อยจะลำเอียง ทุกอย่างจำของทาสุคุได้มากสุด 5555555555) แต่ช่วยไม่ได้ ในเมื่อของทาสุคุก๊าวมากเพราะมีความชงคาเคไท! ทาสุคุตอบว่า คาซึโอะ (ตลกการเรียกคาเครุว่าคาซึโอะอย่างเป็นธรรมชาติ) และให้คำอธิบายว่าสำหรับไทกะแล้ว การกินข้าวคือการต่อสู้ เป็นการต่อสู้ระหว่างตัวเองกับอาหาร เพราะฉะนั้นไทกะจะตั้งใจกินเงียบๆ และชอบกินข้าวคนเดียวมากกว่า แต่ถ้าคาซึโอะกินข้าวกับไทกะก็คงจะช่วยให้ไทกะสนุกขึ้นมาได้ด้วย ….คือทำไมไปๆ มาๆ ทาสุคุตอบคำถามในฐานะไทกะเฉยเลย 5555555555

ตอนสุดท้ายมีจับฉลากแจกโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นด้วย จับเฉพาะคนที่ได้บัตรคิว ซึ่งเราไม่ได้…… ตอนจับฉากจะให้จับทีละคน พิธีกรบอกให้ทำเสียงแบบตัวละครที่ตัวเองพากย์ด้วย ตลกดี ทุกคนมันส์กันมาก สมเป็นคิงปุริ

ตอนกล่าวลาทุกคนพูดฝากให้ไปดูภาคต่อ แล้วพิธีกรก็ให้ผู้ชมช่วยกันตะโกนคำว่า “คิงออฟพริซึ่ม” ก่อนจะแยกย้ายกันไป เป็นสเตจที่ตลกสุดในวันนั้นเลย

อย่างไรก็ตาม เรื่องน่าเศร้าคือพอจบสเตจนี้แล้วเดินไปบูธ NBC ที่อยู่ติดกันก็พบว่า คนเยอะเกินจนสต๊าฟมาคอยยืนกั้นไว้ไม่ให้เข้าไปยืนดูแล้ว ตึงงงงงงงงงง เงิบหนักมาก เพราะที่ลงทุนลงแรงนั่งบัสกลางคืนเก้าชั่วโมงมาถึงโตเกียวก็เพื่อเวทีสตามิวนะ เธอจะไม่ให้ฉันเข้าไม่ได้นะะะะะะะะ

แต่ก็นั่นแหละ เข้าไม่ได้ก็คือเข้าไม่ได้…… ตอนแรกเราเลยใช้วิธีไปยืนดูอยู่ห่างๆ ที่อีกบูธนึงเพราะเห็นมีคนยืนๆ รอดูอยู่ แต่สักพักสต๊าฟก็มาไล่ไม่ให้ยืน ปวดใจเหลือเกิน แต่ถ่อมาขนาดนี้แล้วมีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ เราเลยดูสเตจนี้โดยใช้วิธี… เดินวนรอบเวทีไปเรื่อยๆ……..

ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายกว่าๆ แล้ว คนเข้างานกันมาเยอะมากแล้ว การเดินวนรอบเวทีจึงไม่ได้ง่ายดายสบายบรื๋อเหมือนตอนเช้า ต้องค่อยๆ เดินไหลไปตามฝูงชนเรื่อยๆ จนถึงขอบเวทีด้านนึงแล้วค่อยเดินกลับ สบตากับสต๊าฟหน้าเดิมๆ อยู่หลายรอบ แต่ตราบใดที่เราไม่ได้หยุดยืนอยู่ตรงที่เค้าห้ามยืน เค้าก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามเรา เพราะเราไม่ได้ทำผิดกฎอะไรเลย กรั่กๆๆๆๆ

สเตจสตามิววันนี้ประกอบด้วยมาเอโนะ โทโมอากิ (คุงะ) เคนนุ (โทราอิชิ) ทาเคอุจิ ชุนสุเกะ (นันโจ) และอุเมฮาระอีกแล้ว (คิตาฮาระ) ซึ่งจริงๆ แล้วนี่เป็นสเตจที่เราอยากดูมากที่สุด แต่ดันได้ดูอยู่ไกลที่สุด ด้วยวิธีที่ลำบากที่สุด และแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรจากบูธเลยจ้าาา ตึงงงงงง 5555555555 โชคดีที่บ.ซังเข้าไปในบูธได้ ก็เลยให้บ.ซังช่วยสรุปให้ฟังทีหลัง แต่บ.ซังไม่เคยดูสตามิวมาก่อนเลยจำชื่อตัวละครไม่ค่อยได้ แป่ว

ถึงจะต้องดูแบบไกลๆ แต่ก็ไม่ไกลเกินไปจนน่าเศร้านะ แค่ไม่ค่อยได้ยินเสียง แต่ยังเห็นหน้าทุกคนชัดแจ๋วอยู่

สเตจนี้ไม่มีพิธีกรโดยเฉพาะ มาเอโนะเลยรับบทพิธีกรและเดินออกมาเป็นคนแรกสุด หลังจากนั้นค่อยเชิญคนอื่นๆ ออกมา ตอนเคนนุเดินออกมานี่เราแทบล้มทั้งยืน ฮือออออออ เคนนุขาาาาาาาา ในที่สุดก็ได้เจอกันซะที คลาดกันมาหลายงานเหลือเกิน (;____;)

เคนนุทักทายด้วยเสียงโทราอิชิด้วยนะ แต่จำไม่ได้ว่าพูดว่า 子猫ちゃん หรือ お姉さん รู้แต่ฟังแล้วหมั่นไส้มาก ฮึ้ยยยยยย /กัดผ้าเช็ดหน้าพลางทำตาเป็นรูปหัวใจ

และหลังจากนั้นเราก็เดินไปเดินมา จ้องหน้าเคนนุสลับกับทาเคอุจิคุง ทาเคอุจิคุงออร่าแรงมาก ฮือ นั่งข้างอุเมะแต่ทำเอาเราไม่สนใจอุเมะเลย จ้องทาเคะคุงเยอะสุด ทั้งๆ ที่ในสี่คนนี้เราชอบเคนนุมากที่สุด และเคนนุเป็นคนเดียวที่ไม่เคยเจอ ทำไมสายตาเอาแต่มองน้องก็ไม่รู้ ขอโทษนะคะเคนนุ #รักแท้แพ้ความสดใสของวัยรุ่น

เนื้อหาเท่าที่พอได้ยินจากที่ไกลๆ คือพูดคุยกันถึงซีซั่นสองและตัวละครใหม่ แต่เก็บรายละเอียดไม่ได้เลยเพราะได้ยินเป็นคำๆ ยังดีที่บนเวทีมีจอใหญ่ๆ ฉายภาพให้ดู เลยเห็นว่าเค้าเปิดภาพแผนผังความสัมพันธ์ตัวละครที่ลงในเว็บแล้วคุยกันเรื่องนั้น

คุยเรื่องสตามิวแล้วก็มีคุยสัพเพเหระนิดหน่อย ได้ยินชัดๆ แค่ตอนมาเอโนะถามเรื่องงานอดิเรกแล้วทาเคอุจิคุงตอบว่าใช้คอมพิวเตอร์ทำเพลง มาเอโนะเลยบอกว่าสักวันอยากร้องเพลงที่ทาเคอุจิคุงแต่งบ้างจังเลย

บ.ซังเล่าว่าช่วงคุยสัพเพเหระแอบมีโมเมนต์เคนนุกับมาเอโนะสวีทกันเล็กน้อย คือเคนนุพูดว่าห้องตัวเองไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ มาเอโนะเลยบอกว่า ไม่จริงหรอก ห้องเคนนุน่ะเรียบร้อยมาก เคนนุก็แก้เขินว่าเป็นเพราะนายจะมา ฉันถึงต้องจัดห้องให้เรียบร้อยไงเล่า! คนดูฟังแล้วก็ฮิ้วววววกันไป

บ.ซังมาถามทีหลังว่าคนที่ในชื่อมีคันจิตัวดอกไม้เป็นใคร ทำไมทุกคนพูดถึงบ่อยมาก โอ๊ย ขำ 55555555555555 เท็นเก็นจิเป็นที่รักของทุกคนจริงๆ 5555555555555 ไม่รู้ว่าเท็นเก็นจิโดนแซวอะไรไปมั่ง แต่เราฮาร์ดเซลล์ใส่บ.ซังไปเยอะมากว่าถ้าอยากรู้ว่าทำไมทุกคนถึงรักเท็นเก็นจิต้องไปดูสตามิวซะ!

นอกจากนั้นก็มีช่วงเล่นเกมด้วย เป็นเกมให้ตอบคำถาม คำถามเหล่านี้จะให้ตอบเป็นชื่อตัวละคร ซึ่งคำตอบเนี่ยเค้าให้แฟนๆ โหวตกันมาก่อนแล้ว (ไปโหวตกันตอนไหน ทำไมเราพลาด พอไปติดกันดั้มอยู่ดาวอังคารแล้วพลาดหมดทุกสิ่งอย่าง) เช่น ถามว่าคนที่สาวๆ อยากคบด้วยมากที่สุดคือใคร โดยการให้คะแนนจะซับซ้อนนิดหน่อย คือถ้าตอบตัวละครที่ได้อันดับ 1 จะได้ 1 คะแนน ไล่ไปถึงอันดับ 5 จะได้ 5 คะแนน เพราะอันดับแรกสุดเดาง่ายเลยได้คะแนนน้อย

เกมนี้สุดท้ายอุเมะฮาระคุงชนะก็เลยได้ซีดีไปเป็นรางวัลแผ่นนึง บ.ซังบอกว่าเป็นซีดีที่ยังไม่วางขาย แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าซีดีอะไร ส่วนเรามองอยู่ไกลๆ และได้ยินเสียงแว่วๆ จึงไม่รู้เช่นกัน OTL

สรุปแล้วเก็บเนื้อหาสเตจมาได้ประมาณ 10% ของทั้งหมด อนาถมาก (T_T) แต่ไม่เป็นไรเพราะเราแค่อยากมาเจอสี่คนนี้ ถึงจะได้ดูอยู่ห่างๆ แต่ก็ได้เจอแล้ว (〃ω〃)

เรื่องตลกคือตอนเดินวนไปวนมา คนที่เดินผ่านบูธนี้โดยบังเอิญก็จะตื่นเต้นตกใจแล้วกรี๊ดๆ กันว่า หล่อมาก! หล่อจัง! เท่จัง! บางทีก็อยากรู้เหมือนกันว่าเค้ากรี๊ดคนไหน แต่จะหันไปถามก็ไม่ใช่เรื่อง…… จุดพีคคือมีผู้ชายคนนึงพูดด้วยเสียงตื่นเต้นว่า อุเมะฮาระ ยูอิจิโร่โคตรหล่อ ฮือ เราเข้าใจคุณนะคะ 555555555555

ช่วงท้ายๆ สเตจพอเค้าเริ่มกล่าวอำลากันทีละคน เราก็เลิกดูแล้วไปยืนตรงทางออกด้านหลังเวทีแทน ไม่ได้ดูสเตจใกล้ๆ ก็ขอดักตรงทางออกเผื่อได้เจอแบบใกล้ๆ หน่อยเถอะ (เล่าให้เพื่อนฟังแล้วโดนถามว่า ทำไมมาเหนือ) ความที่บูธ NBC อยู่กลางฮอลล์ ด้านหลังเวทีเลยมีคนเดินไปเดินมากันเรื่อยๆ ตอนแรกที่เราไปยืนรอมีแต่คนเดินผ่านไปผ่านมา แต่สักพักก็เริ่มมีคนมาดักรอเหมือนกัน

ระหว่างดักรอหลังเวทีก็ยืนดูทัตสึมินไปพลางๆ เป็นหลังเวทีที่อลังการมาก กรี๊ดเยอะมาก

และแล้ว! ยืนกรี๊ดทัตสึมินได้ไม่นาน มาเอโนะก็เดินนำออกมาคนแรก ตามด้วยอุเมะฮาระที่ใส่แมสก์บังไปครึ่งหน้า และตามด้วยเคนนุ!!!! โอ๊ยยยยย การพุ่งมาดักรอนี่มันคุ้มค่ามากกกกกกกก ได้เจอสามคนนี้แบบใกล้มากกกกกกกกก ถึงจะไม่ได้อยู่แถวหน้าสุดของคนที่มารอ แต่ก็ห่างไม่เกินสองเมตรอะะะ ฮือออออออออออ

มาเอโนะกับอุเมะฮาระเดินออกมาด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่หือไม่อือแล้วเดินผ่านไปเลย ในขณะที่เคนนุยิ้มแย้มทักทาย โบกไม้โบกมือให้แฟนๆ รอบทิศ จุดนั้นคือเราแทบเป็นลม ทรุดลงล้มตาย ตายไปเลย ตายแล้วตายอีก ตายไม่ฟื้น โอ๊ยยยยย เคนนุระยะประชิด ฮืออออออออ คิดไปเองว่าได้สบตากันแว้บนึงด้วย อ๊าก เค้ายิ้มให้เรา!! เค้า ยิ้ม ให้ เรา!!!!! แอ๊กกกกกกกกก ทำไมน่ารักเงี้ยยยยยยยยยย♥♥♥

ส่วนทาเคอุจิคุง ไม่รู้น้องหายไปไหน กลัวป้าๆ ที่มุงอยู่ข้างนอกจนไม่กล้าเดินออกมาหรือยังไงคะ 555555555555555 เสียดายนิดนึงที่อดเจอทาเคอุจิคุงระยะประชิด แต่แค่เคนนุหันมายิ้มให้ทีเดียวก็คุ้มแสนคุ้มแล้ว ดีจังที่อุตส่าห์ถ่อมา ฮืออออออออ ได้เจอเคนนุตัวจริงเสียงจริงซะที เค้ามีตัวตนอยู่จริงๆ ด้วย T___T

จริงๆ แล้วการเจอเคนนุเป็น new year’s resolution ของเราในปีนี้เลยนะ (เป็นเป้าหมายที่ไร้สาระมาก…….) ไม่นึกว่าจะได้เจอเร็วขนาดนี้ ขอบคุณสตามิวที่จัดสเตจนี้ขึ้นมาให้ดูได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องซื้อซีดีมาเสี่ยงดวง /กราบแรง

ดีใจที่ได้เจอทั้งสี่คนนะคะ ถึงจะแบบห่างๆ ก็เถอะ (〃▽〃)

หมดสเตจสตามิวเราก็หมดธุระแล้ว ที่เหลือก็ปล่อบให้บ.ซังลากเราไปมาตามใจชอบ บ.ซังเลยพาเราพุ่งไปหาอิชิคาวะ ไคโตะที่สเตจยูเมะ100 ต่อ

ตอนเดินหาสเตจยูเมะ100 แอบงงๆ หลงทางหาเวทีไม่เจอกันเล็กน้อย หันไปหันมา อ้าว เวทีก็อยู่ข้างๆ ตรงที่ยืนงงกันอยู่นั่นแหละ 555555555 คือเวทีของบูธนี้มันเตี้ยมาก มองเห็นแต่คนมุงๆ กันอยู่ หาเวทีไม่เจอเลย ต้องเข้าไปยืนมุงด้วยถึงจะเห็นไคโตะนั่งอยู่กับฟุคุคุงโอซากะ เรียวตะ

ตอนเราไปฟังเป็นช่วงที่เค้าพูดกันใกล้ๆ จบแล้ว ได้ยืนแบบใกล้มาก น่าจะใกล้ที่สุดเท่าที่ดูในวันนั้นเลยมั้ง แต่มุมที่เราไปยืนดูเป็นมุมที่โอซากะคุงหันข้างเกือบๆ จะหันหลังให้ เราเลยเห็นแต่หน้าไคโตะคนเดียว ส่วนเนื้อหาที่คุยกันก็มีเรื่องเกมกับเรื่องอนิเมะ และแนะนำวิธีดูอนิเมะผ่านแอพ ซึ่ง… เราไม่ได้เล่นเกมนี้เลยจำไม่ได้ว่าเค้าคุยรายละเอียดอะไรยังไงกันบ้าง ได้แต่ไปยืนตื่นเต้นที่ได้เจอโอซากะคุงเพราะดูรายการที่เค้าจัดอยู่ทุกเดือนแต่เพิ่งเคยเจอตัวจริงครั้งแรก *0*

สเตจนี้ไคโตะดูค่อนข้างเรียบร้อย ไม่รู้เพราะนั่งคุยรึเปล่า (เกี่ยวเหรอ…) หรืออาจจะเพราะเราไปตอนท้ายๆ แล้ว ไคโตะแผลงฤทธิ์ไปก่อนหน้านั้นแล้วรึเปล่าก็ไม่อาจทราบได้

จบสเตจนี้ก็พุ่งไปสแตนด์บายที่บูธคาโดคาวะกันอีกรอบนึง คราวนี้ก็มารอดูไคโตะอีกนั่นแหละ แต่คราวนี้ไคโตะมาโปรโมทอนิเมะเรื่อง Sagrada Reset กับยูกิ อาโออิ

รอบนี้เราไปยืนรอก่อนเริ่มพักใหญ่เลยได้ที่หน้าๆ ด้านนอกบูธ เห็นเวทีชัดเจนแจ่มแจ้งดีมาก เห็นชัดกว่าเวทียูเมะ100 อีก เพราะเวทีนี้ให้ยืนพูด ตอนแรกไคโตะกับอาโอจังก็พูดแบบเรียบร้อยๆ ดี แต่คุยกันไปสักพักจะเริ่มเล่นตลกบ้าบอกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนหลังอาโอจังบอกว่า เชิญคนจากโปรฟิต (ต้นสังกัดของทั้งสองคน) มาด้วยกัน ผลก็ออกมาเป็นแบบนี้แหละ โอ๊ย ทำไมชาวโปรฟิตตลกกันมาก 55555555555555

เนื้อหาที่คุยกันก็แพทเทิร์นคล้ายๆ สเตจอื่นนะ มีแนะนำเรื่องที่มาโปรโมท พูดถึงตัวละครของตัวเอง เล่าบรรยากาศตอนอัดเสียง แต่พอพิธีกรชวนคุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องแล้วไคโตะกับอาโอจังไม่ค่อยอยากพูดเท่าไหร่เพราะกลัวสปอยล์ แล้วทั้งสองคนก็บอกว่าถ้าดูไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะเข้าใจเองว่าทำไมทั้งสองคนถึงมาโปรโมทด้วยกัน ตัวละครของอาโอจังมีความสำคัญยังไง ต้องติดตามกันต่อไป (เค้าก็โฆษณากันเก่งนะ พูดซะเราอยากดูเลย)

ขำมากตอนที่เค้าคุยกันว่าตัวละครที่อาโอจังพากย์ตายตั้งแต่แรก ซึ่งแม้แต่อาโอจังที่ผ่านการพากย์ตัวละครที่ต้องตายมาเยอะแยะก็ยังไม่เคยพากย์ตัวละครที่ตายแบบนี้มาก่อน คือตอนอาโอจังเล่าว่าตัวละครของตัวเองตายบ่อยดูน่าสงสารมาก 555555555555

หมดสเตจไคโตะที่บูธคาโดคาวะเราก็ไม่ได้ไปวิ่งตามดูใครต่อละ ที่จริงมีสเตจทาสุคุตอนห้าโมงเย็น แต่เป็นเรื่องที่ไม่สนใจ และได้เจอทาสุคุในสเตจคิงปุริไปแล้ว เรากับบ.ซังเลยไปนั่งแหมะหมดแรง รอเพื่อนอีกคนมาสมทบ ซึ่งตอนนั้นก็เย็นแล้วแหละ มาสมทบก็ไม่ได้ไปดูอะไรด้วยกันเท่าไหร่ละ 555555555 แค่ไปหาข้าวกินด้วยกันหนึ่งมื้อ ซึ่งโซนฟู้ดปาร์คที่มีอาหารคอลลาโบะขายคนเยอะมากกกกกกก พวกเราเลยไปจบลงที่แมคโดนัลด์หน้าสถานีแทน

สุดท้ายยยย แปะรูปที่ถ่ายมาบางส่วน

จริงๆ ในงานมีโน่นนี่นั่นเยอะแยะมาก แต่เรามัวแต่วิ่งดูสเตจจนไม่ทันเก็บรายละเอียดเท่าไหร่ มีตั้งหลายบูธที่เล็งไว้ กะว่าดูสเตจครบหมดแล้วค่อยกลับมาไล่ดู แต่สุดท้ายก็เหนื่อยจนหมดแรงจะเดินวนรอบงานอีกรอบ เพราะงานจัดในฮอลล์ใหญ่ๆ ตั้งสองฮอลล์ วิ่งข้ามฮอลล์ไปมาทั้งวันก็ขาจะหลุดแล้ว T_T

สิ่งที่เสียดายที่สุดคือไม่ได้ไปต่อคิวทดลองเล่นเกมไชน์นิ่งไลฟ์ที่บูธอุตะปุริ (;__;) แต่บูธนั้นคนเยอะมากกกกกกกกกกก ถ้าไปต่อก็จะอดเจอนักพากย์หลายคนเลย เรายอมรอเล่นทีหลังก็ได้ ยังไงสักวันก็ได้เล่น แต่นักพากย์ใช่ว่าจะได้เจอกันบ่อยๆ

คิดว่าถ้าไปสองวันน่าจะได้ดูงานละเอียดๆ กว่านี้ แต่อีกวันก็มีสเตจน่าดูเยอะอยู่ดีนั่นแหละ ถ้าอยากดูบูธให้ทั่วถึงคงต้องตัดใจจากสเตจไปบ้าง แต่สำหรับเรายังไงๆ นักพากย์ตัวเป็นๆ ก็สำคัญกว่าบูธเปล่าๆ นะ 5555555555

ข้อสรุปและสิ่งที่เรียนรู้จากครั้งนี้

  • ลงที่สถานีอาริอาเกะเดินไปต่อคิวได้ใกล้กว่า
  • ควรวางแผนไปงานแต่เนิ่นๆ จะได้สมัครสเตจแบบสุ่มทัน
  • ซื้อตั๋วที่แฟมิลี่มาร์ทถูกกว่าซื้อผ่านเว็บเพราะไม่ต้องเสียค่าออกตั๋วเพิ่ม
  • ควรไปแต่เช้าเพราะช่วงแรกๆ คนยังโล่ง เดินเช็กตารางแต่ละบูธง่ายกว่ามากๆ
  • และของแจกฟรีบางบูธหมดเร็วมาก
  • เตรียมอุปกรณ์กันหนาวระหว่างนั่งรอไปให้ดีๆ
  • เตรียมเสบียงไปด้วยก็ดี
  • ถ้าเป็นไปได้ควรซื้อ Fast ticket
  • บูธไหนมีถุงใหญ่ๆ แจกฟรีให้รับๆ มาก่อน เพราะมันเอามาใส่ของแจกได้ทุกสิ่งอย่าง
  • งานนี้ของแจกฟรีเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นใบปลิวโฆษณา แต่บางบูธจะให้มาเป็นเล่มๆ เลย
  • การดักตรงทางออกบูธหลังจบทอล์กนั้นได้ผลคุ้มค่า
  • เคนนุมีตัวตนอยู่จริง

ขอบคุณถุงใบใหญ่จากบูธ Marvelous ที่ช่วยให้เรารับของแจกฟรีจากบูธต่างๆ ได้อย่างสบายใจ

ได้อะไรมาก็ยัดลงถุงใบนี้หมด ใบมันใหญ่จนเรายัดถุงผ้าของตัวเองลงใบทั้งใบแล้วยังใส่ของได้อีกเยอะมาก แต่ตอนนี้เราทิ้งถุงไปแล้วเพราะมันเยินสุดๆ หลังจากฟาดฟันกับฝูงชนในงานมาทั้งวัน และเราขี้เกียจขนข้ามจังหวัดกลับมาด้วย (แค่ถือขึ้นรถไฟไปเจอเพื่อนไม่ติ่งเราก็เขินจะแย่ละ 5555555555)

ขอบคุณสตามิวที่มาจัดสเตจในงานนี้ เพราะเรื่องอื่นคงไม่ดึงดูดให้เราถ่อไปได้ง่ายๆ ดีใจจังที่ได้เจอเคนนุซะที♥ และอีเวนท์สนุกเกินคาดมากกกกกกกกกกกกกกก ค่าตั๋ว 1800 เยนคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เหมือนได้เจอนักพากย์แบบบุฟเฟ่ต์ วันนั้นวันเดียวพูดกับเพื่อนว่า “เป็นโอตาคุเนี่ยสนุกจัง” ไปประมาณล้านรอบ 555555555555

ปีหน้าก็อยากไปอีกนะ! ถ้าว่างจะไปให้ได้เลย

KING OF PRISM Music Ready Sparking! トーク&ハイタッチ会

ไปงานทอล์ก&ไฮทัชของคิงปุริมาแหละ!

เรื่องงานไฮทัชนี่ต้องเท้าความย้อนไปยาวมาก ตั้งแต่ตอนอัลบั้ม Music Ready Sparking! ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมคาแรคเตอร์ซองก์ของเด็กๆ เอเดลโรสเพิ่งเปิดจองหมาดๆ

งานไฮทัชครั้งนี้เป็นงานฉลองวางจำหน่ายอัลบั้มที่ว่านี่แหละ งานจัดสองรอบ ที่โตเกียวรอบนึง ที่โอซาก้ารอบนึง วิธีเข้าร่วมคือต้องซื้ออัลบั้มกับอนิเมทแล้วจะได้ซีเรียลนัมเบอร์มาสมัคร พอเช็กดูว่ารอบโอซาก้ามีใครบ้างก็พบว่าไม่มีอุจิดะยูมะซึ่งเป็นคนที่เราชอบเสียงพากย์มากที่สุดในบรรดาเด็กๆ เอเดลโรส (ถ้าไม่นับโอเวอร์เดอะเรนโบว์) เห็นแบบนั้นแล้วความกระตือรือร้นอยากไปจึงลดลงฮวบฮาบทันที กะว่าถ้าซื้อกับอนิเมทคงลองสมัครขำๆ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ช่าง

แต่แล้ว! เมื่อเดือนสิงหาที่ผ่านมา ฮาตานากะ ทาสุคุที่พากย์เป็นไทกะก็ไปงาน AFA ที่ไทย ซึ่งเราประทับใจทาสุคุจากงานนี้มากมากมากมากมาก และโดนทาสุคุถีบตกหลุมคิงปุริเต็มๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นยั้งตัวเองมาตลอด 5555555 (เล่ารายละเอียดคงไม่ดี แต่สรุปสั้นๆ คือได้เจอตอนที่เค้าออกมาเดินเล่นในงาน ถ้าดูสเตจอย่างเดียวคงไม่ทำให้เราติ่งคิงปุริมากขึ้น) จากที่เคยเฉยๆ กับงานไฮทัชที่ไม่มีอุจิดะยูมะก็กลายเป็นหมายมั่นปั้นมือว่า ฉันจะต้องไปหาฮาตานากะ ทาสุคุในงานไฮทัชให้ได้!!!!

หลังจากนั้นพอกลับมาที่ญี่ปุ่นก็เลยรีบพุ่งไปซื้ออัลบั้มมา… สองแผ่น….. น้อยจัง 55555555555 เอาเข้าจริงเราว่าซื้อสองแผ่นก็ยังไม่ถือว่าไฟท์มากอะไร สถานที่จัดงานเล็กนิดเดียวเอง แต่ช่วงนั้นจะไปเที่ยวโตเกียวเลยใช้ตังค์เยอะ ซื้อมากกว่านี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

kingpri-charasong

ซื้อกับอนิเมทแล้วได้แฟ้มกับเข็มกลัดเป็นของแถมด้วย ตอนพนักงานหยิบของแถมมาให้เยอะแยะแอบตกใจเพราะสิ่งที่เราเล็งไว้มีแค่ซีเรียล ไม่รู้เรื่องเลยว่าแถมอย่างอื่นด้วย (จริงๆ แล้วจะเรียกว่าซื้อซีเรียลแถมซีดีก็ยังได้…)

ได้ซีเรียลมาแล้วเราก็ไปสมัครผ่านทางเว็บของ club animate เสร็จแล้วก็ได้แต่เฝ้ารอผล ระหว่างรอก็ไปเที่ยวสนุกสนานเฮฮาจนลืมๆ เรื่องอีเวนท์นี้ไปเพราะสมองโดนทาเคะคุงครอบงำไปพักใหญ่ๆ 555555555 จนกระทั่งถึงวันที่หมดเขตรับสมัครไปหนึ่งวันแล้วถึงเพิ่งเอะใจว่า เอ๊ะ อีเวนท์จะแจ้งผลทางไปรษณียบัตรนี่หว่า…. แล้วเราเพิ่งย้ายบ้านไม่นาน นี่เรา…. เราเปลี่ยนที่อยู่ในเว็บรึยังนะ!!!!????

วินาทีนั้นสันหลังวาบบบบบ พุ่งเข้าเว็บคลับอนิเมทไปเช็กอย่างว่องไวและพบว่า ที่อยู่ในเว็บยังเป็นที่จิบะอยู่เลยจ้าาา (ที่อยู่ที่จิบะนี่คือสมัยมาแลกเปลี่ยนเมื่อสามปีที่แล้ว…) เห็นแล้วหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม รีบเปลี่ยนที่อยู่ด้วยความเร็วแสง แต่ก็ยังรู้สึกกระวนกระวายไม่สบายใจ ก็เลยส่งเมลไปถามทางอนิเมทว่ากรณีที่เพิ่งมาเปลี่ยนที่อยู่ช้าไปวันนึงแบบนี้จะมีปัญหามั้ยคะ??

พออ่านเมลที่อนิเมทตอบกลับมายิ่งรู้สึกเหมือนมีคนเอาอะไรมาทุบให้โลกแตก อนิเมทตอบเราแบบที่สรุปได้สั้นๆว่า คุณหมดสิทธิ์แล้ว บายนะ เป็นเมลที่อ่านแล้วรู้สึกเจ็บใจกับความโง่ของตัวเองมาก ทำไมเพิ่งมานึกได้ช้าไปวันนึง ทำมัยยยยยยยย!!!! (;___;)

แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่ยอมแพ้ ส่งเมลไปตื๊ออนิเมทอีกว่าไม่ได้เลยเหรอ?? ไม่ได้จริงๆ เหรอ?? ลงทุนซื้อสองแผ่นเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยนะ จะไม่แก้ข้อมูลให้หน่อยเหรอ อนิเมทก็ยังคงตอบกลับมาว่าไม่ได้จริงๆ แก้ไม่ทันแล้ว จะส่งไปรษณียบัตรแจ้งผลในเร็วๆ นี้แล้ว เสียใจด้วยนะ

พออนิเมทตอบกลับมาแบบนั้นเราก็สิ้นหวังมาก อ่านเมลซ้ำไปมาแล้วก็เจ็บใจ ส่วนนึงเป็นเพราะเสียดายที่จะไม่ได้เจอทาสุคุอย่างที่ตั้งใจ แต่ที่เสียดายมากกว่าคือค่าซีดีที่อุตส่าห์ซื้อซ้ำแต่ดันสูญเปล่าเพราะความโง่ของตัวเอง (.__.) หลังจากนั้นก็เฮิร์ทจนทนเห็นซีดีแผ่นนี้ไม่ได้ไปพักใหญ่ ต้องเอาไปซ่อนไว้ในหลืบตู้เสื้อผ้า (แต่ยังฟังเพลงในซีดีแผ่นนี้ตามปกตินะ ซื้อมาแล้วต้องฟังให้คุ้มๆ!!) ทนเห็นหน้าทาสุคุก็ไม่ค่อยจะได้ เห็นหน้าแล้วปวดใจ

ทว่า!!! ประมาณสองสัปดาห์ต่อมา เมื่อเรากลับมาที่ห้องและสำรวจตู้ไปรษณีย์ตามปกติ เราก็พบกับ……

ไปรษณียบัตรแจ้งถูกรางวัลจ้าาาาาาาาา เอ๊าาาาาาาาาาาาาาา มาได้ไง๊!!!!!!??????????

วินาทีที่เห็นกระดาษแผ่นนี้วางอยู่ในตู้ไปรษณีย์ รู้สึกเหมือนโลกที่หมองหม่นพลันกลับมาอาบไล้ด้วยประกายแสงแห่งพริซึ่ม สายรุ้งพุ่งออกจากปาก ขวดน้ำผึ้งพุ่งออกจากตรูด ยืนช็อกอยู่หน้าตู้ไปรษณีย์ประมาณห้าวินาทีกว่าจะตั้งสติได้ พอเก็บมาวางบนโต๊ะในห้องก็นั่งจ้องกระดาษแผ่นนี้อยู่หลายรอบด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา แต่ไม่ว่าจ้องยังไงก็เขียนว่า 当選 ตำตา และอีกด้านก็เป็นชื่อเราจริงๆ แล้วไอ้ที่อนิเมทบอกว่าหมดสิทธิ์แล้วคืออะไร……. เอาช่วงเวลาที่เราทนเห็นหน้าทาสุคุไม่ได้คืนมานะ………

แต่เราเดาเอาเองว่าอนิเมทไม่ได้แก้ข้อมูลให้เราหรอก แค่รอบโอซาก้าจัดทีหลังก็เลยใช้ข้อมูลอันที่เราแก้แล้วเท่านั้นแหละมั้ง ถ้าสมัครรอบโตเกียวที่แจ้งผลเร็วกว่าก็อาจจะหมดสิทธิ์ไปแล้วจริงๆ (แต่ถ้าอุตส่าห์แก้ให้เพราะเราตื๊อก็จะกราบเยอะมาก)

จริงๆ แล้วถ้าไม่ได้ไปอีเวนท์ก็คงไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเพราะเรารู้ตัวว่าตัวเองโง่มากจริง 5555555555 แต่ไหนๆ เรื่องก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว มาเล่าไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจติ่งหน่อยก็ดีเหมือนกัน เวลาใครจะสมัครอะไรก็อย่าลืมเช็กข้อมูลกันดีๆ นะ!

หลังจากรู้ผลก็เตรียมเขียนจดหมายกับซื้อขนมไปฝากทาสุคุ ตอนแรกตั้งใจว่าถ้าไม่ได้ไปอีเวนท์นี้จะเขียนแฟนเลทเทอร์ส่งไปหาที่โตเกียว แต่พอได้ไปก็เขียนไปหย่อนที่งานเองเลย

จดหมายที่เขียนให้ทาสุคุคงเป็นแฟนเลทเทอร์ฉบับเดียวที่เราได้ใช้คำขึ้นต้นว่า お世話になりました (ขึ้นต้นได้เป็นงานเป็นการมาก 5555555555555) เนื้อหาในจดหมายไม่ได้อลังการงานสร้างอะไร แค่ขอบคุณสำหรับตอน AFA ชมว่าเพลงในอัลบั้มดีมากๆ และบอกว่าจะคอยเชียร์คิงปุริต่อไปนะ ประมาณนี้

ตอนเขียนจดหมายถามเพื่อนว่า แกๆ ชั้นจะเขียนว่า 「タイガくんの出番を全裸待機です!」ดีมั้ยนะ เพื่อนก็ตอบว่า ดี เพราะคนที่ดูคิงปุริก็น่าจะคิดอะไรแบบนี้แหละ ทาสุคุไม่ตกใจหรอก ….แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้เขียนอะไรแบบนี้ลงไปหรอกนะ เขียนจริงก็แย่แล้ว 55555555555 (แถมโอชิเราก็ไม่ใช่ไทกะด้วย เขียนไปก็ดูขี้จุ๊เบเบ๋ไปนิดนึง)

ส่วนขนมที่ให้ไปมีโลลิป๊อปหน้ายิ้มกับอีกอันนึงเป็นโลลิป๊อปธีมฮัลโลวีน แล้วก็แอพพีลความเป็นแฟนผู้มาจากไทยด้วยการใส่มัสมั่นกระป๋องลงไปด้วย……. แถมเป็นของที่ซื้อที่ญี่ปุ่นด้วยนะ………. ตอนคิดว่าจะซื้ออะไรไปฝากทาสุคุนี่เราคิดหนักมาก เพราะเท่าที่ไปเสิร์ชมาเจ้าตัวบอกว่าชอบแกงกะหรี่ ซูชิ แซลม่อน เนื้อย่าง มีแต่ของที่ซื้อไปฝากไม่ได้ทั้งนั้นเลย แต่เห็นบอกว่าชอบคาเร งั้นก็โอเค เอามัสมั่นคาเรไปละกัน! เรามั่นใจว่าต้องเป็นของขวัญที่แหวกแนวไม่มีแฟนๆ คนไหนเหมือนแน่นอน!

พอถึงวันจริง ตั้งใจว่าจะตื่นไปหาอะไรกินแถวๆ สถานที่จัด ปรากฏว่าตื่นสายกว่าที่ตั้งใจไว้ไปชั่วโมงนึง ก็เลยไม่ทันได้หาอะไรกิน ไปถึงก็ต้องไปต่อแถวรอเข้างานเลย

งานจัดที่ クレオ大阪南 เป็นอาคารที่มีฮอลล์เล็กๆ ซึ่งมีที่นั่งแค่ 404 ที่นั่ง มายก้อด นี่มันเล็กมาก!! เล็กกว่าหอประชุมโรงเรียนเก่าเราตั้งหลายเท่า!! ตอนจะลงรถไฟที่สถานี 喜連瓜破 ก็กลัวหลงทางนิดนึงเพราะไม่เคยไปแถวนั้นมาก่อน ปรากฏว่าพอลงจากรถปุ๊บก็เจอคนสะพายอิตะแบ็กไทกะคุงเดินนำหน้า เราเลยเดินตามไปทันทีเพราะรู้เลยว่ามีที่หมายเดียวกันแน่นอน (เวลาไปอีเวนท์เราใช้วิธีนี้บ่อยมาก รีบมองหาพวกเดียวกันแล้วเดินตามๆ ไป ได้ผลดีนักแล) 

ไปถึงหน้าสถานที่จัดงานก็เจอคนต่อแถวตามหมายเลขบัตรคิวบนไปรษณียบัตรกันอยู่ ตอนแรกเป็นการเรียงแบบคร่าวๆ เช่น 0-100 ให้ต่อแถวตรงนี้นะ 100-200 ไปต่อตรงนู้นนะ ยังไม่ต้องต่อแถวแบบเรียงเลขโดยละเอียด สต๊าฟจะมาเรียกตามลำดับเลขอีกทีตอนที่ให้เข้าไปด้านใน ของเราอยู่ลำดับที่ 277 ก็ไปต่อแถวอยู่ตรงมุมตึก ระหว่างรอก็สังเกตคนรอบข้างเรื่อยเปื่อย ทุกคนมีกู๊ดส์ติดตัวมายกเว้นเรา (เรามีแต่กู๊ดส์โอเวอร์เดอะเรนโบว์กับยูคุงเลยไม่อยากติดมาเพราะไม่มีใครมาเลย…)

รออยู่พักใหญ่กว่าจะถึงคิวตัวเองเข้าไปด้านใน โชว์แค่ไปรษณียบัตรก็เข้าไปได้เลย ไม่ต้องโชว์บัตรประจำตัวอื่นๆ พอเข้าไปแล้วด้านหน้าฮอลล์จะมีกล่องแปะชื่อนักพากย์ที่มาวันนี้ เอาไว้ใส่ของขวัญ กล่องของทาคุจัง (ยาชิโระ ทาคุ คนพากย์คาเครุ) ของเยอะมากกกกกก เต็มกล่องจนล้นออกมาข้างนอก ป๊อปเกินหน้าเกินตาคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด!! ส่วนของทาสุคุมีเยอะรองลงมา แต่ก็แค่ประมาณ 1/3 ของทาคุจัง เห็นคนให้จดหมายเปล่าๆ ก็เยอะอยู่ ปกติถ้าเราไม่มีของจะให้เราจะไม่เขียนจดหมายเลย แต่อันที่จริงให้แต่จดหมายอย่างเดียวก็ไม่แปลกสินะ

หลังจากเลยด่านกล่องของขวัญมาแล้ว ก่อนเข้าฮอลล์จะมีสต๊าฟคนนึงคอยตรวจกระเป๋า เข้าไปด้านในแล้วก็จะมีสต๊าฟอีกคนคอยต้อนให้เข้าไปนั่งทีละแถว ที่นั่งเราอยู่ริมทางเดินแถวกลางๆ

s_hall2

แม้จะไม่ได้อยู่แถวหน้าๆ แต่นี่มันเป็นที่นั่งที่เทพมาก!!!!!!! เพราะที่นั่งเราอยู่ตรงกับระดับสายตาทาสุคุพอดีเป๊ะ แบบเป๊ะมากจริง แล้วทาสุคุยืนอยู่ฝั่งเราด้วย รู้สึกได้สบตากันบ่อยมาก (คิดไปเอง) 

พอคนเข้ามานั่งที่กันเรียบร้อย ถึงบ่ายสองปุ๊บก็มีเสียงผู้หญิงประกาศต้อนรับทุกคนที่มางานในวันนี้ พอได้ยินเสียงประกาศ เราก็ เฮ้ยยยยยย!!! ในใจรุนแรงมาก เพราะจำได้ว่าเสียงประกาศเป็นเสียงของนิชิซัง โปรดิวเซอร์ของคิงปุริ!!!!!!! (ไหนใครบอกจะไม่ลงหลุมนะ ทำไมรู้ตัวอีกทีจำเสียงโปรดิวเซอร์ได้แล้ว………) 

นิชิซังประกาศจบ ม่านบนเวทีที่ปิดอยู่ก็เปิดออก เผยให้เห็นเทราชิมะ จุนตะซัง (คนพากย์ชินคุง) ยืนอยู่ตรงโพเดียม ทาสุคุใช้แขนขาเกาะโพเดียมอยู่ ทาคุจังยืนพิงโต๊ะหันหลังให้เวที และอิการาชิ มาซาชิซัง (คนพากย์มินาโตะ) เล่นกายกรรมทำท่าหกกบ คือใช้มือยันพื้นแล้วยกตัวให้ลอยขึ้นมา นี่ทุกคนเล่นอะไรกันอยู่เหรอ………..

ทั้งสี่คนอยู่นิ่งๆ แบบนั้นแป๊บนึง แล้วทาสุคุที่เกาะโพเดียมอยู่ก็หงายหลังลงมาทำหน้าตลกๆ หลังจากนั้นทาสุคุกับทาคุจังก็มายืนกลางเวที ปล่อยให้อิการาชิซังหกกบอยู่ตามลำพังพักใหญ่ จนกระทั่งอิการาชิซังเลิกเล่นแล้วทุกคนถึงได้มาคุยกันว่าเมื่อกี้ทำอะไรกัน ทาสุคุอธิบายว่าเมื่อกี้ตัวเองทำท่าที่สื่อถึง 蝉の一生=ชีวิตของจักจั่น ทาสุคุอธิบายว่าช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวๆ แล้ว จักจั่นในหน้าร้อนก็ตายกันไปหมดแล้วก็เลยคิดถึงขึ้นมา อะไรประมาณนี้ ส่วนทาคุจังกับอิการาชิซังก็อธิบายเหมือนกันว่าตัวเองทำอะไร แต่เราจำไม่ได้ พื้นที่ในสมองที่กักเก็บความทรงจำวันนั้นได้โดนทาสุคุครอบงำไปหมดแล้ว 5555555555

ช่วงทักทายและแนะนำตัวนี่จำไม่ได้ว่าคุยกันอีท่าไหนอยู่ดีๆ ทาสุคุกับอิการาชิซังก็ไปแย่งกันจับชายเสื้อทาคุจัง ทาสุคุทำท่าจะถลกเสื้อทาคุจังด้วย ทาคุจังเลยวิ่งหนีจ้าละหวั่น สนุกสนานกันใหญ่!

อ้อ ทาคุจังทักทายว่า「わんばんこ〜!」ด้วยเสียงคาเครุด้วยนะ ชอบ!!! น่ารัก!!!!!!!

ทักทายกันเสร็จแล้วก็เข้าช่วงทอล์ก ช่วงแรกของทอล์กให้ตอบคำถามทีละคนว่าคนไหนมีความใส่ใจในการร้องคาแรคเตอร์ซองก์คราวนี้ยังไงบ้าง เริ่มจากจุนตะก่อน จุนตะบอกว่าใส่ใจกับการออกเสียงภาษาอังกฤษมากเป็นพิเศษเพราะตัวเองไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย เพราะงั้นต้องระวังไม่ให้ออกเสียงแล้วฟังดูเหมือนพยายามจะเท่มากเกินไป แต่ก็ต้องไม่ห่วยเกินไปจนฟังไม่รู้เรื่อง

ตอนคุยเรื่องภาษาอังกฤษกันตลกมาก 55555555 จุนตะบอกว่าตัวเองออกเสียงตัว L กับ R ผิดๆ ถูกๆ ทาสุคุกับทาคุจังก็ยุให้จุนตะกับอิการาชิซังคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ แล้วอิการาชิก็หันไปพูดกับจุนตะว่า “L” “R” จนทาสุคุกับทาคุจังต้องบอกว่า แบบนี้มันไม่ใช่บทสนทนาแล้ว!! อารมณ์ตอนนั้นเหมือนดูตลกคาเฟ่……… 555555555555

พอถึงตาทาสุคุ ทาสุคุก็บอกว่าตอนร้องเพลงไทกะเนี่ย คีย์ท่อนฮุคมันสูงๆ เฮฮาๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็ลงต่ำ ตรงเนี้ยต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ระหว่างอธิบายทาสุคุก็ร้องท่อนฮุคให้ฟังสดๆ (เพราะมาก!!! ไม่อยากจะอวย แต่เพราะมากมาก!!!!!) แล้วก็ใช้มือทำท่าคีย์สูงๆ ต่ำๆ ประกอบด้วย น่ารัก!!

ของคาเครุ ทาคุจังบอกว่าตรงที่ใส่ใจมากที่สุดคือตรงที่ต้องพูดว่า “chara emo night” ซึ่งทาคุจังพูดด้วยเสียงแบบเดียวกับในเพลงเป๊ะๆ จุนตะเลยบอกว่า ว้าว!! ของจริงแหละ!!!

พูดถึงคำว่า chara emo night แล้ว ท่อนนี้เป็นท่อนที่หลายๆ คนขำมาก เราฟังตอนแรกก็ขำ แต่ไม่คิดว่าคนอื่นจะขำด้วย ตอนไปนอนโรงแรมคิงปุริ พอพีวีโฆษณาเปิดเพลงนี้ คนที่นั่งในเลานจ์ขำท่อนนี้กันเต็มที่มาก พอมาอีเวนท์นี้ตอนก่อนเริ่มงานจะมีเปิดคาแรคเตอร์ซองก์วนไปเรื่อยๆ หลายๆ คนก็ขำท่อนนี้อีกเหมือนกัน แปลว่าตลกแบบเป็นสากลอย่างแท้จริง 555555555

ส่วนของมินาโตะ อิการาชิซังบอกว่า เพลงโฮมสวีทโฮมนั่นแหละคือมินาโตะ กรุณาไปฟังกันด้วยนะครับ ……ตอบไม่ตรงคำถามอย่างแรง 555555555 งานนี้ตลกอิการาชิซังเยอะมาก เป็นคนที่สร้างสีสันที่สุดในงานนี้ละ คือเป็นคนคอยพูดยิงมุกแล้วปล่อยให้อีกสามคนคอยตบมุกตลอด เหนื่อยแทนอีกสามคนมาก 555555555

คำถามต่อมาคือให้พูดถึงความรู้สึกที่มีต่อเพลงของสมาชิกที่ไม่ได้มาในวันนี้

ทาสุคุโดนให้พูดถึงเพลงของยูกิโนะโจ ทาสุคุบอกว่าเป็นเพลงที่เนื้อเพลงดูตั้งอกตั้งใจสื่อความหมายดี ในขณะที่ย้อนกลับมามองเพลงของไทกะแล้วพบว่าเป็นเพลงที่ไม่ได้สื่อเรื่องของตัวเองเลย มีแต่เรื่องของคาซึกิซังเต็มไปหมด (โอ้ยยยยย ชอบประโยคนี้มาก ไม่ได้ชอบไทคาซึหรือคาซึไท แต่ชอบการที่ไทกะเป็นติ่งคาซึกิเซมไป เราว่าเป็นโมเอ้แฟคเตอร์ประการสำคัญของไทกะเลยนะ) ทาสุคุมีการฮัมเพลงท่อนฮุคพร้อมกับดีไซน์ท่ารำคาบุกิให้ดูด้วยนะ!!

ส่วนทาคุจัง พอโดนถามถึงเพลงเลโอคุง ทาคุจังก็พูดเสียงเบาๆ ว่า คาวาอี้ (นั่นสินะ!! ยังต้องถามอีกเหรอ!!) ทาคุจังบอกว่ามันมหัศจรรย์มากเลยนะที่คนร้องเพลงนั้นเป็นผู้ชาย จุนตะเลยเสริมด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังมากว่า เป็นปาฏิหาริย์เลยแหละ แล้วหลังจากนั้นทาคุจังกับจุนตะก็ผลัดกันพูดชมเลโอคุง แต่จุนตะดูจะชมอย่างจริงจังกว่ามาก สมเป็นแฟนบอยน้องเลโออย่างแท้จริง แล้วจุนตะก็บอกว่าเอาไว้เราไปฟังเพลงเลโอคุงแล้วมาผลัดกันบอกความรู้สึกกันเถอะ ….รู้สึกกลัวความพยายามชักจูงเพื่อนๆ เข้าลัทธิเลโอคุงของจุนตะมาก 5555555555

อิการาชิซังโดนถามถึงเพลงของยูคุง (จุนตะที่เป็นพิธีกรไม่ได้พูดว่ายู แต่พูดว่า Zeus รู้สึกประทับใจ 55555555) อิการาชิซังบอกว่าตัวเองเข้าใจการที่ยูคุงเรียกตัวเองว่าซูสนะ เพราะตัวเองก็มีพี่สาวเหมือนกัน ความเป็นน้องชายเนี่ยทำให้รู้สึกด้อยๆ ยังไงไม่รู้ แล้วยูคุงเนี่ยมีทั้งพี่สาวสุดเก่ง แฟนพี่สาวก็โคตรเทพอีก เพราะงั้นยูคุงเลยต้องเรียกตัวเองว่าซูสและพยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อชดเชยปมด้อยเหล่านี้

ระหว่างที่อิการาชิซังพูด อีกสามคนตั้งอกตั้งใจฟังมาก แล้วพอพูดจบ ทาสุคุก็บอกว่า นี่พูดมาตั้งห้านาที ไม่ได้พูดถึงเรื่องเพลงเลยนี่นา ตึงงงงงงงง 5555555555 จุนตะที่เป็นพิธีกรเลยบอกว่าให้พูดถึงเพลงนะ! เพลง! ไม่ใช่คาแรคเตอร์ อิการาชิซังเลยทำหน้างงๆ บอกว่าอ้าว เมื่อกี้ก็พูดไปแล้วไง นั่นแหละความรู้สึกที่มีต่อเพลง แล้วประเด็นนี้ก็จบไปแบบงงๆ

คำถามต่อมาถามว่า ในบรรดาตัวละครคิงปุริเนี่ย คิดว่าจับใครมาร้องเพลงดูเอทกับใครแล้วจะน่าสนใจที่สุด?

จุนตะตอบว่า นั่นสินะ ก็ต้องเป็น ชินกับ…..(เว้นช่วงนานมาก) เลโอคุง!!!! เป็นคำตอบที่เรามั่นใจว่าทุกคนในที่นั้นเดาได้ 55555555555 เอาจริงๆ ขนาดเราไม่ได้ติดตามจุนตะเป็นการส่วนตัวยังรับรู้ได้ถึงความเป็นติ่งน้องเลโอของเค้า (เคยเห็นมาอวดกู๊ดส์น้องเลโอในทวิตเตอร์อยู่หลายที นี่ขนาดเราไม่ได้ฟอลโล่เค้านะ…) จุนตะอธิบายว่าคู่นี้น่าสนใจตรงที่ตอนแรกชินเข้าใจผิดคิดว่าเลโอคุงเป็นผู้หญิง ดังนั้นถ้าจับสองคนนี้มาร้องเพลงคู่กันมันก็อาจจะออกมาเหมือนเพลงคู่ชายหญิงก็ได้นะ จะมีสักกี่คนที่ทำแบบนี้ได้ มีแค่เลโอเท่านั้นแหละ! (อยากบอกว่าอาโอยโชตะก็ทำได้ค่ะ 5555555555555)

ส่วนทาสุคุ เป็นคนที่เราชอบคำตอบมาก!! จริงๆ แล้วก็ชอบของทุกคนเลย แต่ชอบของทาสุคุเป็นพิเศษ (ไม่ได้ลำเอียงจริงๆ นะ!) ทาสุคุบอกว่า ทาคุจังเคยตอบคำถามสัมภาษณ์เกี่ยวกับคาเครุเอาไว้ว่า จริงๆ แล้วคาเครุเป็นเด็กขี้เหงา ซึ่งทาสุคุรู้สึกประทับใจมาก

พอฟังแล้วทาคุจังที่ยืนข้างๆ ทาสุคุเลยช่วยอธิบายว่า ตอนนั้นโดนถามว่าคาเครุอยากได้ของขวัญเป็นอะไร ทาคุจังเลยคิดว่าคาเครุน่าจะเป็นเด็กขี้เหงาคนนึงเพราะเป็นทายาทไซบัตสึ คงไม่ค่อยมีเพื่อน ดังนั้นสิ่งที่คาเครุต้องการเป็นของขวัญคงเป็นแค่ขอให้เพื่อนๆ อยู่ด้วยเท่านั้นแหละ (ชอบตอนทาคุจังอธิบายตรงนี้มาก เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เค้าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง นอกนั้นทุกคนจะเล่นตลกแข่งกันตลอดเวลา…)

ทาคุจังอธิบายจบแล้ว ทาสุคุก็เลยบอกว่า เพราะงั้นก็เลยอยากให้คาเครุร้องเพลงคู่กับตัวเอง พร้อมกับทำสีหน้าเศร้าสร้อยก้มมองพื้น คือเล่นใหญ่มาก 55555555555 พอทาคุจังถามว่า เอ๊ะ หมายความว่าคาเครุกับไทกะเหรอ??? ทาสุคุก็ตอบว่าไม่ใช่ กับฉันนี่แหละ คาเครุกับฮาตานากะ ทาสุคุ ทุกคนฟังแล้วก็เลยร้อง เอ๊ะ???? ขึ้นมาพร้อมกันแบบงงๆ ตลกมาก 5555555555

ทาสุคุบอกว่าในเมื่อคาเครุเป็นคนขี้เหงาแบบนั้น ฉันก็จะไม่ปล่อยให้คาเครุอยู่คนเดียวเด็ดขาด!! (俺がカケルを一人にしない!!!) ประโยคนี้จะว่าเซอร์วิสคาเคไทก็ไม่เชิง เพราะทาสุคุบอกเองว่าไม่ใช่ไทกะแต่เป็นฮาตานากะ แม่ยกคาเคไทต้องมีการสับสนกันบ้าง 555555555555 จุนตะฟังแล้วก็ช่วยชงว่าแบบนั้นมันจะงงๆ นะ ชวนไทกะไปด้วยมั้ย ทาสุคุก็บอกว่าได้ๆ งั้นก็เป็นฉัน ไทกะ คาเครุ!! ทาคุจังเลยโวยวายๆ ว่า เอ๊า ถ้าเป็นอย่างนั้นคราวนี้ฉันก็เหงาสิ รวมฉันเข้าไปด้วยสิ!! (ตอนทาคุจังพูดประโยคนี้เอ็นดูเยอะมาก น่ารัก!!!!!) สรุปแล้วคำตอบข้อนี้ของทาสุคุก็เลยกลายเป็น ทาสุคุ คาเครุ ไทกะ ทาคุจัง เมมเบอร์เยอะไปอี๊กกกกก

พอถึงตาทาคุจังก็ตลกมากกกกกกก ทาคุจังตอบว่าอยากเห็นเลโอคุงดูเอทกับอเล็กซานเดอร์ พอตอบปุ๊บ จุนตะทำหน้าซีเรียสทันที แบบไม่พอใจที่จะให้เลโอคุงไปดูเอทกับคนอื่นที่ไม่ใช่ชินคุง 555555555555 แล้วทาคุจังก็อธิบายว่าเวลาเลโอคุงกับอเล็กอยู่ด้วยกันน่าจะแปลกใหม่ดี แล้วทาคุจังก็ทำท่าเป็นเลโอคุงวิ่งไล่อเล็กพร้อมร้องเรียกว่า อเล็กจัง! อเล็กจัง! (นึกภาพตามแล้วก็เริ่มอยากเห็นคู่นี้ดูเอทกันขึ้นมาจริงๆ…) แต่จุนตะทำหน้าบูดมากแล้วก็บ่นๆ ใส่ทาคุจัง (ทำไมต้องหึงเลโอคุงออกหน้าออกตาขนาดนี้คะ) ทาสุคุที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองคนเลยทำท่าหันรีหันขวาง ลนลานๆ (แบบโคตรน่ารัก) แล้วตบมุกปิดท้ายว่า ขากลับให้สองคนนี้นั่งชินคังเซนคนละตู้ดีมั้ย? (ตลกคาเฟ่กันอีกแล้ว!)

ส่วนของอิการาชิซังก็ตอบแบบงงๆ ไม่ตรงคำถามอีกเช่นเคย เค้าให้เลือกตัวละครมาดูเอทกัน อิการาชิซังดันตอบว่าอยากให้ยูคุงร้องเพลงที่อิโตะจังกับโคจิแต่ง ใครสักคนเลยบอกว่าแบบนั้นมันก็ไม่ใช่ดูเอทสิ อิการาชิซังก็แก้ว่าไม่ใช่ๆ อยากให้ยูคุง โคจิ อิโตะจังร้องเพลงด้วยกัน ทุกคนเลยงงๆ ว่าแบบนี้มันดูเอทตรงไหนหา?? แล้วอิการาชิซังก็พยายามอธิบายแบบงงๆ อยู่นานโดยมีอีกสามคนคอยทักท้วง จนสุดท้ายจุนตะที่เป็นพิธีกรต้องบอกว่าที่เหลือเอาไว้ไปอธิบายในทวิตเตอร์แล้วกันนะ ซึ่งสุดท้ายเค้าก็มาอธิบายในทวิตเตอร์จริงๆ

พอถามครบหมดก็เข้าสู่ช่วงโฆษณานิดหน่อย จุนตะบอกว่าจะเรียกชินคุงมาโฆษณา แล้วก็ตะโกนเรียกชิน ส่วนทาคุจังก็ตะโกนว่า “ชินจวังงงงง” ด้วยเสียงคาเครุ ฮืออออออออ น่ารักอ้ะ ไม่ได้ชอบทาคุจังเป็นพิเศษแต่รู้สึกว่าเค้าก็ขยันเซอร์วิสดีนะ

หลังจากนั้นจุนตะก็พูดว่า 「みんなに言いたいことがありまーす!」 เสร็จแล้วทั้งสี่คนก็ยื่นไมค์ใส่คนดูพร้อมๆ กัน คนดูก็พร้อมใจกันตอบว่า 「なーにー?」 โดยไม่จำเป็นต้องนัดแนะอะไร ทุกคนล้วนผ่านการเข้าไปตะโกนในโรงมาอย่างโชกโชนสินะ….

หมดช่วงโฆษณาซึ่งไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ๆ ก็เข้าสู่ช่วงอำลาอาลัย ช่วงอำลาไม่ค่อยมีอะไรมาก ให้พูดลาทีละคน ทุกคนก็พูดประมาณว่าขอบคุณสำหรับการสนับสนุน ต่อจากนี้ไปก็ขอให้ช่วยเป็นกำลังใจให้คิงปุริต่อไปนะ บลาๆๆ ประมาณนี้

ช่วงทอล์กใช้เวลาประมาณห้าสิบนาทีเอง สั้นมากกกกกกก จริงๆ แล้วยังมีรายละเอียดเยอะกว่านี้มาก แต่จำไม่ค่อยได้เพราะทุกคนขยันชงมุกตบมุกเหลือเกิน แถมบางช่วงเราก็สติหลุดๆ ไปเพราะมัวแต่จ้องหน้าทาสุคุ (ใช้คำว่าจ้อง… ซึ่งก็จ้องจริงๆ) ยิ่งเวลาทาสุคุมองมาแถวๆ เรานะ โอ้ยยยยย บนเวทีคุยอะไรกันเหรอ เนื้อหาไม่ผ่านสมองแล้วจ้าาาาาาา

เก็บตกช่วงทอล์ก

  • มีช่วงนึงที่จุนตะ ทาคุจัง กับอิการาชิซังแย่งกันพูดอะไรสักอย่าง แล้วทาสุคุยืนเฉยๆ ไม่ได้เข้าร่วมถกเถียงด้วย ทาสุคุก็มองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที มองหน้าทุกคนสลับไปมา จนได้จังหวะพูดแทรก ทาสุคุเลยบอกว่า ขอกลับก่อนแล้วกันนะ แล้วก็ทำท่าจะเดินไปหลังเวที ทาคุจังกับจุนตะเลยรีบเข้าไปคว้าตัวไว้ ตล๊กกกกก 555555555555
  • อันนี้พีคมาก ทาคุจังจะพูดถึงเพลงดรามาติกเลิฟ ซึ่งเรียกย่อๆ ได้ว่า โดราบุ แต่ทาคุจังดันพูดผิด ไปพูดว่า โดอาระ ซึ่งเป็นชื่อย่อของเพลง DRIVE A LIVE ของไอดอลมาสเตอร์ที่ทาคุจังก็พากย์เหมือนกัน พอเผลอพูดผิดไปพูดเพลงของเรื่องอื่น อีกสามคนเลยต้องรีบบอกว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรนะ! ไม่เป็นไรนะ! มันช่วยไม่ได้จริงๆ! ส่วนทาคุจังก็ยืมกุมหน้าหัวเราะเจื่อนๆ ช็อตนี้ทั้งฮาทั้งน่ารัก (*´ェ`*)
  • ทาสุคุไฮเปอร์มากกกกกกกก ยืนนิ่งไม่ได้เลย หลุกหลิกตลอดเวลา เราว่าทาสุคุดูทำตัวสบายๆ และเป็นธรรมชาติกว่าตอนขึ้นเวที AFA เยอะเลย คงเพราะคราวนี้อยู่ในประเทศตัวเองแถมออกงานกับเมมเบอร์ที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ก็เลยรับส่งมุกกันได้ลื่นไหลและไร้อาการเกร็งใดๆ (มีอาการงงบ้างเวลาฟังคำตอบอิการาชิซัง แต่จุดนั้นทุกคนล้วนงงกันหมด ไม่เป็นไร)
  • บางทีก็เหนื่อยแทนทาสุคุที่ต้องคอยตบมุก ส่วนใหญ่ทาคุจังจะช่วยตบมุกแหละ แต่บางทีพอทาคุจังหันไปชงมุกแข่งกับอีกสองคน ทาสุคุก็ต้องคอยตบมุกให้ทุกคน มีรอบนึงทาสุคุถึงกับบอกว่าทำไมนี่ทุกคนชงมุกกันหมดเลย ไม่มีใครคอยตบมุกเลย (จุดนั้นทาสุคุคงขี้เกียจตบมุกแล้ว 555555555)

พอจบช่วงทอล์กทั้งสี่คนก็จะกลับไปหลังเวทีแป๊บนึง ให้สต๊าฟมาจัดที่บนเวทีเพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงไฮทัช สต๊าฟจะเอาโต๊ะมาตั้งไว้บนเวที เอาไว้คั่นระหว่างสี่คนนั้นกับแฟนๆ แล้วให้แฟนๆ เรียงแถวขึ้นไปทีละแถว

แถวแรกๆ ไฮทัชแบบคึกกันมาก ฝั่งนักพากย์ก็คึก ฝั่งแฟนๆ ก็คึก แค่นั่งดูอยู่ห่างๆ ยังขำ ช่วงแรกๆ สี่คนนั้นจะไฮทัชแล้วส่งเสียงเฮฮากันดังมาก ทั้ง เย้! คัมม่อน! แล้วสักพักก็แปะมือไปหลายๆ คนก็จะเริ่มเปลี่ยนมาตะโกนว่า เบิร์นนิ่ง!! แทน

พอถึงคิวเราทุกคนจะเริ่มเนือยๆ ลง สงสัยหมดแรง 555555555555 ตอนเดินขึ้นเวทีตื่นเต้นมากกกกกก ฮืออออออ ลำดับการยืนของสี่คนนั้นคือ จุนตะ ทาสุคุ ทาคุจัง อิการาชิซัง เพราะงั้นเราจะได้แปะมือกับทาสุคุเป็นคนที่สอง

ตอนแรกคิดว่าแค่แปะมือคงไม่แดเมจมาก มันน่าจะแค่เสี้ยววินาทีเดียว ไม่ถึงขั้นสติหลุดหรอกมั้ง ปรากฏว่าพอแปะมือกับทาสุคุ ทาสุคุก็มองหน้าเรา ยิ้มกว้าง แล้วก็พูดว่า “อาริกาโต้” เท่านั้นแหละจ้าาาาาาาาาาา โอ้โห๊ววววววววววว วิญญาณหลุดไปเลย สมองขาวโพลนไปหมด ตอนแปะมือกับทาคุจังและอิการาชิซังที่อยู่ถัดมานี่กระทำไปด้วยกายหยาบอันว่างเปล่าเท่านั้น จิตของข้าพเจ้าได้หลุดลอยไปสู่พาราไดซ์แล้ว บ๊ายบายยยยยยยย

นี่เราพยายามนึกหน้าทาคุจังตอนแปะมือกับเรามาหลายรอบแล้ว นึกยังไงก็นึกไม่ออก ความทรงจำส่วนนั้นหลุดไปเลยจริงๆ ราวกับยาชิโระ ทาคุกับอิการาชิ มาซาชิไม่มีอยู่จริง……….

แต่เราดันจำช็อตถัดจากแปะมือกับอิการาชิซังเสร็จแล้วได้แม่นมาก 555555555 พอเดินเลยโต๊ะออกมาจะเจอผู้หญิงเสื้อแดงใส่แมสก์ยืนโค้งให้ทุกคนที่ไฮทัชเสร็จแล้ว เราเล็งมาตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวทีแล้วว่านั่นมัน!!! นิชิซัง!!!!! คุณโปรดิวเซอร์!!!!!!! กรี๊ดในใจเยอะมากเพราะไม่นึกว่าเค้าจะออกมาให้เห็น ตอนเดินผ่านนิชิซังเราเลยหันไปผงกหัวเบาๆ หนึ่งที นิชิซังก็ผงกตอบ จบ (จริงๆ แล้วอยากพุ่งเข้าไปจับมือแล้วบอกว่าตั้งตารอภาคต่ออยู่นะคะ ขอเพลงใหม่ฮิโระด้วยจะดีมาก! แต่ใครจะไปกล้าทำแบบนั้น จะบ้าเหรอ) 

ไฮทัชเสร็จแล้วก็กลับเลย แม้จะมีความคิดว่า เอ๊ ไปดักรอแถวๆ สถานีชินโอซาก้าดีมั้ยน้า ยังไงก็คงกลับชินคังเซนกันสิน้า แต่เราก็ไม่ได้ไปดักรอจริงหรอกนะ หิว ไปหาข้าวกินดีกว่า แค่รอยยิ้มและคำว่าอาริกาโต้ของทาสุคุก็ทำให้โลกเต็มไปด้วยประกายแสงแห่งพริซึ่มแล้ว ไม่ขออะไรมากกว่านี้อีกแล้ว นี่เดินออกมาจากฮอลล์มองไปทางไหนก็รู้สึกโลกมันระยิบระยับไปหมด

ก่อนกลับไปถ่ายรูปโปสเตอร์หน้างานเป็นที่ระลึกหนึ่งแชะ อาาาา ประกายแสงแห่งพริซึ่มมีอยู่จริง!!!!

img_1739-1

กลับห้องมาแล้วก็จ้องมือตัวเองอยู่นานมากกว่าจะทำใจล้างได้ อาาาาาาา มือนี้ที่ได้รับประกายแสงแห่งพริซึ่มมาจากทาสุคุ เป็นครั้งแรกที่เห็นประกายแสงวิบวับแผ่ซ่านออกมาจากมือของตัวเอง (เราอาการหนักมาก เรารู้ตัว)

img_1740

จริงๆ แล้วเพื่อนแนะนำว่าให้ทาแฮนด์ครีมเพื่อให้มือนุ่มเป็นที่จดจำ เราก็มีความคิดนั้นตั้งแต่วันที่ได้ไปรษณียบัตรแล้ว (ตกใจมากที่เพื่อนก็คิด แต่เพื่อนบอกว่ามันน่าจะเป็นความคิดพื้นฐานเลยนะ ….อ้าวเหรอ 555555555) แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทาเพราะคิดว่าแค่ตบมือแปะๆ คนละทีมันจะสัมผัสถึงความนุ่มได้มากมายแค่ไหนกัน ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ นั่นแหละ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก 555555555

พอกลับมาแล้วก็ตามเช็กทวีตทั้งสี่คนแล้วก็พบว่าทุกคนลงรูป! ทำดีมากค่ะ!

เป็นอีเวนท์สั้นๆ ที่สนุกมากจริง ขำเยอะมาก เขินด้วย อัลบั้มสองแผ่นคุ้มแล้ว!!! ขอบคุณทั้งสี่คนมากค่ะ รอดูภาคต่ออยู่นะ (≧ω≦)