Unbox: うたの☆プリンスさまっ♪ Amazing Aria & Sweet Serenade LOVE

ได้แผ่นอุตะปุริ Amazing Aria & Sweet Serenade LOVE มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว ภาคนี้เป็นการเอาของเก่ามาพอร์ตลงวีต้าเช่นเดิม คราวนี้เราสั่ง  Premium Princess Box เหมือนเดิม แพคเกจก็ยังคงยิ่งใหญ่อลังการน่าประทับใจเช่นเดียวกับ Repeat Love

รอบนี้ต่างจากคราวก่อนตรงที่เราเปลี่ยนมาสั่งกับอนิเมทออนไลน์ช็อป เซ็ตที่เราสั่งเป็นเซ็ตลิมิเต็ดของอนิเมท ตอนซื้อรีพีทเลิฟกับบร็อคโคลี่สโตร์ก็ว่าแพงแล้ว แต่เซ็ตนี้แพงกว่าเซ็ตก่อนอีกเกือบพันเยน รวมค่าเกมและค่าส่งแล้วกลายเป็นเกมที่แพงที่สุดเท่าที่เคยซื้อมาไปละ ไม่รู้ภาคเดบิวท์พอร์ตลงวีต้าแล้วจะเพิ่มราคามาทำลายสถิติอีกรึเปล่า ราคาโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ T_T

เอากล่องมาเทียบกับรีพีทเลิฟแล้วขนาดเท่ากันเป๊ะ

ชอบปก AASSL มากกว่านิดนึงเพราะสีละมุนกว่า (≧ω≦)

ลองเอาซีดีกับบลูเรย์มาเทียบไซส์

เทียบแล้วกล่องบลูเรย์ดูเล็กไปเลย (- v -;)

ก่อนแกะกล่องใหญ่ มาดูของในเซ็ตอนิเมทกันก่อน เพราะมันคือสิ่งที่เราปลาบปลื้มที่สุดในรอบนี้ (≧д≦) เราสั่งกับอนิเมทเพราะของแถมเป็นโทคิยะกับโอโตยะ ดีมากที่ในที่สุดอุตะปุริก็คิดได้ว่าควรกลับมาขายคู่นี้ซะที! (แต่จริงๆ ขายโทคิยะคู่ใครเราก็ซื้อหมด เป็นทาส)

ของในเซ็ตอนิเมทประกอบด้วยผ้าขนาด B2 โบรไมด์ เข็มกลัด ซีดีสองแผ่น แผ่นนึงเป็นโทคิยะกับโอโตยะ อีกแผ่นเป็นสตาริชแบ่งทีมทดสอบความกล้า

แกะสิ่งเหล่านี้ออกมาดูทีละชิ้นแล้วมีความสุขเหลือเกินนนนน ฮรืออออ โทคิโอโตะะะะะะะะ

ลองเอาผ้ามาพาดกับเก้าอี้ อาาาา ดี! ดีจังเลยยยยย (/////ー/////)

ส่วนโคสเตอร์ที่เป็นตัวจิบิแถมให้เฉพาะคนที่จองแรกๆ เผอิญเราเห็นของแถมเป็นโทคิโอโตะก็หลับหูหลับตากดๆ ไป ไม่ได้รีบจองเพราะเห็นแค่โคสเตอร์แต่อย่างใด ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามันมีอันนี้แถมให้ด้วย 555555555

ทางด้านของในกล่องเกม เมื่อเปิดกล่องออกมาเราก็จะพบกับ…

แฟ้มที่ใช้รูปเดียวกับหน้าปกทุกประการ…….

และเมื่อหยิบแฟ้มออกมาก็จะพบกับ

กล่องเกมแบบลิมิเต็ดที่ใช้ปกเดิมอีกเช่นกัน จัดว่ายังคงคีพคอนเซปท์วาดทีเดียวใช้ให้คุ้มเช่นเคย

แฟ้มที่ว่านี้เป็นแฟ้มสำหรับใส่เข็มกลัด ซึ่งก็แน่นอนว่า

รูปเดิม…….

แต่ลายเส้นคุราฮานะเซนเซนี่เอามาทำเข็มกลัดแล้วเวิร์คมาก สวยมาก ฮืออออ ปลาบปลื้ม ไม่กล้าแกะออกมาติดกระเป๋าเลย มันเลอค่าเกินไป (;__;)

ซูมอิจิโนะเสะซังพอเป็นพิธี

ยังอีก ยังไม่หมด พอยกชั้นที่มีกล่องเกมออกมาจะเจอซีดีอีกสองแผ่น

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!!! ปกซีดีใช้อาร์ทใหม่!!! ชอบปกมากกกกกก น่ารักกกกกก (≧д≦) ชอบที่ชุดดูจะดัดแปลงมาจากชุดนักเรียนโรงเรียนซาโอโตเมะด้วย

ในกล่องมีหน้าปกเอคลาสกับเอสคลาสมาให้สำหรับเปลี่ยนตามอัธยาศัย

↑ โชจังหล่อมากกกกกก โอยยยยยยยยยยยย

Rainbow Stars CD แผ่นนี้เป็นซีดีเพลง มีเพลงอยู่สามเพลงได้แก่ 一緒にHang in there♪ ที่ร้องกันเจ็ดคน, ADVENT ACE ของเอคลาส และ Superb Spirits ของเอสคลาส ตอนรู้ว่าเอคลาสกับเอสคลาสจะมีเพลงใหม่ดีใจมากกกกกกกกก ไม่คิดว่าจนป่านนี้แล้วจะมีเพลงแยกคลาสออกมาให้ฟังอีก ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าตั้งตารอซีดีแผ่นนี้มากกว่าแผ่นเกมอีก 55555555

ส่วนซีดีอีกแผ่นคือ Cheer up Disc เป็นซีดีที่หนุ่มๆ จะพูดให้กำลังใจเราในยามเหนื่อยล้า มีทั้งหมด 10 แทรค คือมีครบทุกคนที่จีบได้ในเกมภาคนี้

ชั้นล่างสุดของ Premium Princess Box คืออัลบั้มใส่โบรไมด์กับโปสเตอร์ผ้าขนาด B2 แน่นอนว่ารูปเดิมอีกแล้ว

บนโบรไมด์มีข้อความเขียนด้วยลายมือของแต่ละคนอยู่ด้วย

ส่วนกล่องลิมิเต็ดแบบทั่วไปประกอบด้วยแผ่นเกม บุ๊กเล็ท และซีดีแผ่นนึง

Amazing Sweet LOVE Disc แผ่นนี้จะมีเพลง 情熱のデジャヴキス ของเซซิล กับเพลงของหนุ่มๆ แต่ละคนที่อะเรนจ์เป็นเปียโนแบบที่ใช้ในเกม ส่วนบุ๊คเล็ทเอาของเก่าที่เคยแถมกับเวอร์ชั่นลิมิเต็ดของ Amazing Aria และ Sweet Serenade เวอร์ชั่น PSP มารวมเป็นเล่มเดียว อันนี้ใช้มุกเดียวกับรีพีทเลิฟเลย

โดยส่วนตัวชอบของแถมอนิเมทรอบนี้มากกกกกกก ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคา ไม่เคยแกะกล่องเกมออกมาแล้วความสุขล้นปรี่ขนาดนี้มาก่อน (〃ω〃) ส่วนของในบ็อกซ์ ถึงแม้มันจะลายเดียวกันไปหมด แต่เราชอบลายเส้นนี้ ยอม ต่อให้รอบหน้าเล่นมุกนี้อีกก็ซื้ออยู่ดี ขายมาเล้ย!

นอกจากของแถมต่างๆ นานาในบ็อกซ์แล้ว รอบนี้เราประทับใจของแถมในเกมมาก คือถึงจะเป็นเกมที่พอร์ตภาคเก่ามาลงเครื่องใหม่ แต่ในเกมมีเนื้อเรื่องใหม่แถมมาให้ด้วย พวกสตอรี่ใหม่กับซีจีใหม่ยังไม่เท่าไหร่ แต่สตอรี่พิเศษที่แถมให้สำหรับคนที่มีเซฟภาครีพีทเลิฟอยู่นี่สิ พีค!

สตอรี่พิเศษนี้มีชื่อว่า「まじかるイチコ☆リターンズ」 หรือเมจิคัลอิจิโกะรีเทิร์นส์ เป็นการต่อยอดมาจากซีดีแถมของภาครีพีทอีกทีนึง คือภาครีพีทของเก่าเนี่ย ในเซ็ตอนิเมทเคยแถมดราม่าซีดีที่มีชื่อว่าเมจิคัลอิจิโกะมาก่อน ดราม่าซีดีนี้เป็นเรื่องราวของสาวน้อยมัธยมปลายนามอิจิโกะที่ต้องแปลงร่างสู้กับเหล่าร้าย และคราวนี้อิจิโกะก็กลับมาอีกครั้งในรูปแบบของสตอรี่ในเกม ไม่ต้องฟังแค่เสียงอีกต่อไป คราวนี้มาทั้งภาพและเสียงจ้าาา

วีต้าเรามีเซฟเกมรีพีทเลิฟอยู่ พอใส่แผ่นภาคนี้เข้าไปมันก็ขึ้นสตอรี่นี้มาให้เลือกกดเล่นได้เลย แต่ปัจจุบันยังไม่กล้าเล่น แค่ไปดูคลิปตัวอย่างมาก็ขำปางตายแล้ว ขอเวลาทำใจก่อน 5555555 อยากเก็บความพีคเอาไว้ท้ายสุดด้วย ไว้เคลียร์รูททุกคนครบแล้วค่อยเจอกันนะยัยอิจิโกะ!

ตอนนี้ภาคเดบิวท์ยังไม่มีประกาศทำลงวีต้า แต่ทำมาขนาดนี้แล้วคิดว่าเดี๋ยวก็คงมีมั้ง รอลุ้นหน้าปกฝีมือคุราฮานะเซนเซ เราชอบชุดบนปกภาคเดบิวท์มาก (≧ω≦) รอลุ้นของแถมร้านด้วย ลุ้นสตอรี่แถมด้วย ลุ้นราคาด้วย แค่พอร์ทของเก่ามาลงเครื่องใหม่ ทำไมมีอะไรให้ลุ้นเยอะแยะนักเนี่ย!

แต่ก่อนจะออกภาคเดบิวท์ ช่วยออกภาค Dolce Vita ที่ประกาศตั้งแต่ปีก่อนมาซะทีเถอะะะะ

Advertisements

Diabolik Lovers LOST EDEN: Ayato’s route

เพิ่งซื้อ Diabolik Lovers Lost Eden มาเล่น หลังจากเกมออกมาประมาณชาตินึงเห็นจะได้

เลือกรูทอายาโตะเป็นรูทแรกเหมือนเดิม เพิ่งเล่นจบไปรูทเดียวนี่แหละ ตอนแรกนึกว่าภาคนี้คงไม่มีอะไรให้กรี๊ดแล้ว เพราะอ่านรีวิวในอเมซอนแล้วคนบ่นกันเยอะมากกกกกกกกกกเลยคิดว่าเนื้อเรื่องคงไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ ตอนเล่น Lunatic Parade เราก็เล่นแบบไม่รู้สึกอยากกรี๊ดเป็นพิเศษ (แม้ยูมะจะน่ารักมากๆๆๆๆๆๆๆก็ตาม) แต่ปรากฏว่าเล่นรูทอายาโตะจบแล้วก็มีส่วนที่รู้สึก เฮ้ย!!! จนอยากเขียนถึงอยู่บ้างเหมือนกัน มาจดบันทึกไว้หน่อย เผื่อตอนเล่นภาคหน้าจะอยากกลับมาย้อนอ่าน (ว่าแต่มันยังจะมีภาคหน้าอีกมั้ย….)

 

**SPOILER ALERT**

 

● ภาคนี้เนื้อเรื่องต่อจากตอนจบของภาค Dark Fate คือคาร์ลไฮนซ์มอบพลังทั้งหมดของตัวเองให้คนใดคนนึงแล้วตายไป

● ในเมื่อเลือกรูทอายาโตะ คนที่ได้รับพลังจากคาร์ลไฮนซ์จึงเป็นอายาโตะ แต่อายาโตะยังคงอยู่บ้านซากามากิเหมือนเดิม ไม่ได้ย้ายไปอยู่ในปราสาทของคาร์ลแบบในแวมไพร์เอนด์ของ Dark Fate

● เราชอบรูทอายาโตะในภาค Dark Fate มากกกกกกกก เพราะเป็นรูทที่รู้สึกว่าอายาโตะเติบโตขึ้นเยอะ ไม่ค่อยงี่เง่าเหมือนภาคแรกๆ แต่ภาคนี้อายาโตะจะกลับมางี่เง่าน่าถีบ กลายเป็นเด็กนรกอายาโตะจอมเอาแต่ใจคนเดิมอีกครั้ง

● ความงี่เง่าของอายาโตะในภาคนี้คือ หลังจากได้รับพลังมหาศาลจากคาร์ลมาแล้วก็ชอบใช้พลังตามอำเภอใจทั้งๆ ที่ยังควบคุมพลังไม่ค่อยได้ กลายเป็นเด็กจูนิเบียวที่มั่นอกมั่นใจว่าตัวเองมีพลังมากมายเหนือกว่าคนอื่น ไม่มีความสำนึกเลยว่าตัวเองจะต้องเป็นราชาคนใหม่ ใครสั่งใครสอนอะไรก็ไม่ฟัง ขนาดท่านอาริคเตอร์ (ซึ่งรูทนี้เป็นคนดีมากจนน่าตกใจ) อาสามาช่วยสั่งสอนวิชาให้ก็ยังทำตัวขบถใส่ท่านอา จนพี่น้องบ้านซากามากิเอือมกันไปหมด แม้แต่นางเอกยังเอือมๆ

● ตอนเล่นช่วงแรกๆ เซ็งไปเลยที่อายาโตะกลับมาเป็นเด็กงี่เง่าแบบนี้ (แม้แต่ฉากป้อนทาโกยากิสุดน่ารักยังชดเชยความงี่เง่าไม่ค่อยได้ แถมทำเราหิวตอนดึกอีก โกรธ) เสียดายพัฒนาการดีๆ ใน Dark Fate มากกกกกก แต่สุดท้ายแล้วช่วงท้ายๆ เค้าก็เขียนสตอรี่มาให้เรารู้สึกยอมรับความงี่เง่าช่วงแรกได้พอสมควร ถือว่าโอเค ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ แค่ต้องทนหงุดหงิดนิดหน่อยช่วงแรกๆ คือถ้ารู้มาก่อนว่าจะจบยังไงอาจไม่ค่อยหงุดหงิดมาก

● ในที่สุดแล้วรูทอายาโตะในภาคนี้มันก็เป็นเรื่องราวการเติบโตของอายาโตะอีกเหมือนกัน ถ้าเริ่มจากจุดที่นิสัยดีๆ แบบใน Dark Fate แล้วอาจจะเขียนเนื้อเรื่องยากแหละมั้ง?? พอเริ่มด้วยความงี่เง่าแล้ว ตอนหลังๆ จะเห็นการเติบโตของอายาโตะได้ชัดเจนกว่า

● พอเล่นไปเรื่อยๆ สถานการณ์ต่างๆ มันจะยิ่งไล่ต้อนอายาโตะให้จนมุม ชอบตรงที่เนื้อเรื่องแบบนี้มันไม่เคยมีในรูทอายาโตะภาคก่อนๆ (หรือเราอาจจะแค่ลืมไป) ไม่เคยเห็นอายาโตะโดนบีบคั้นจากทุกทิศทางจนหาทางออกไม่เจอขนาดนี้ ปกติรูทอายาโตะไม่ค่อยหน่วงนะ คนอื่นหน่วงกว่าเยอะมาก แต่รูทนี้เครียดมาก หน่วงมาก เป็นรูทอายาโตะที่มีรสขมทั้งที่ปกติจะค่อนไปทางเผ็ดปนหวาน ทำเอาเราเริ่มกลัวรูทคนอื่นแล้วเนี่ย

● สรุปเนื้อเรื่องแบบสั้นๆ คือหลายๆ คนรับไม่ได้ที่อายาโตะซึ่งจะขึ้นเป็นราชาปีศาจคนใหม่เป็นแบบนี้เลยแอบไปปรึกษากันลับหลังว่าเราต้องย้ายพลังของคาร์ลในตัวอายาโตะไปให้คนอื่นแล้วแหละ หาตัวราชาปีศาจคนใหม่กันเถอะ ไปๆ มาๆ สุดท้ายเกือบทุกคนเลยกลายมาเป็นศัตรูของอายาโตะ ทั้งพี่น้องบ้านซากามากิ ทั้งรุกิคุง ทั้งคิโนะที่เป็นตัวละครใหม่เอี่ยม ไหนจะตัวละครประกอบอื่นๆ อีกมากมายที่พร้อมจะไฝว้กับอายาโตะทุกเมื่ออีก

● อย่างไรก็ตาม!! ยังมีสามคนที่คอยช่วยอายาโตะอย่างไม่น่าเชื่อ และสามคนนี้คือคนที่ทำให้รูทอายาโตะชวนหวีดมาก!!!! ซึ่งก็คือ

● เด็กๆ บ้านมุคามิของเราาาาาาา โฮรววววววววววว สามคนนี้ดีมาก น่ารักมาก ไม่อยากเชื่อว่าจะได้เห็นสามคนนี้คอยช่วยอายาโตะอย่างเอาเป็นเอาตาย ปลาบปลื้มมาก (;____;)

● สาเหตุที่สามคนนี้กลายมาเป็นพรรคพวกของอายาโตะคือ อายาโตะพานางเอกหนีคนอื่นๆ ไปอยู่อีเด็น ปราสาทของคาร์ล แต่ไปถึงแล้วดันเจอสามคนนี้อาศัยอยู่ที่นี่ (ภาคนี้บ้านมุคามิยึดปราสาทคาร์ลเป็นบ้านใหม่หน้าตาเฉย ในขณะที่ฝั่งซากามากิอยู่บ้านหลังเล็กน่ารักกันต่อไป) ทั้งสามคนก็ให้อายาโตะกับนางเอกอยู่ด้วยแต่โดยดีเพราะปราสาทนี้เป็นของอายาโตะอยู่แล้ว

● ส่วนรุกิคุงไปจับมือกับซากามากิเตรียมเชือดอายาโตะแล้วจ้า 555555555 หม่าม้าบ้านมุคามินี่แหละหัวเรี่ยวหัวแรงในการโค่นบัลลังก์อายาโตะ แต่รุกิคุงทำไปเพราะหวังดีกับแวมไพร์และโลกปีศาจนะ เราเข้าจัยยยยย ฮรืออออออ

● เราชอบการชัฟเฟิล(?)บ้านกันแบบนี้นะ ที่ผ่านมาจะอยู่กันแบบบ้านไหนบ้านนั้น แต่รอบนี้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างบ้านเกิดขึ้น ทำให้ได้เห็นปฏิสัมพันธ์แบบใหม่ๆ ไปด้วย รูทนี้เรย์จิกับรุกิคุยกันดีมาก ดูเป็นพวกเดียวกันจริงๆ ไม่มีแซะกันเลย เราชอบสองคนนี้เวลาเจอกันในแฟนดิสก์เพราะตลกมากกกกก แต่นี่ภาคหลักอะนะ จะมาคอเมดี้เหมือนแฟนดิสก์ก็คงแปลกๆ…

● ระหว่างอายาโตะกับนางเอกอยู่ที่ปราสาท สามหนุ่มมุคามิที่เหลือก็คอยช่วยดูแล พอได้ข่าวว่าคนอื่นจะบุกมาก็บอกว่าจะร่วมต่อสู้ด้วยเพราะอยากปกป้องปราสาทอีเด็นที่พวกตัวเองเติบโตมา ถึงจะต้องเป็นศัตรูกับรุกิคุงก็ตาม (อันนี้ตกใจนิดนึง ไม่อยากเชื่อว่าสามคนนี้จะเลือกปกป้องสถานที่ถึงขั้นยอมสู้กับรุกิ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สู้กันนะ)

● ขำมากตอนที่สามหนุ่มมุคามิคุยกับว่าจะแก้ปัญหายังไงดีถึงจะไม่ต้องสู้กับรุกิคุง แล้วก็ปกป้องอีเด็นเอาไว้ได้ด้วย

● สุดท้ายทางแก้ที่ทั้งสามคนคิดได้คือ ไล่อายาโตะออกไปซะ 555555555555555 ประทับใจในความเด็ดขาดนี้มาก ไม่ปรานีแม้แต่เจ้าของบ้าน 555555555555555

● ทั้งสามคนก็ไม่ถึงขั้นขับไล่ไสส่งอายาโตะหรอก แค่คุยกันดีๆ บอกว่าวิธีนี้ดีที่สุดแล้วสำหรับทุกคน อายาโตะเลยยอมออกไปจากปราสาทแต่โดยดี แล้วก็กลายเป็นคนไม่มีที่ไป จะกลับไปหาพี่น้องก็ไม่ได้

● ถึงจะไล่อายาโตะออกไปแล้ว ตอนท้ายสามหนุ่มมุคามิก็ยังคอยช่วยอายาโตะกับนางเอกอยู่ดี ตอนใกล้ๆ จบนางเอกโดนคนอื่นจับไปขัง ทั้งสามคนก็ไปช่วยเอาไว้เพราะคิดว่านางเอกควรจะอยู่เคียงข้างอายาโตะ เพื่อให้สภาพจิตใจของอายาโตะมั่นคง ไม่งั้นปราสาทอีเด็นที่เป็นของอายาโตะจะพังทลายไปเรื่อยๆ ตามสภาพจิตใจของเจ้าของ ตอนที่จู่ๆ สามคนนี้โผล่มาช่วยนางเอกคือกรี๊ดเยอะมาก กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

● ฮรืออออออออ นี่เราเล่นรูทอายาโตะอยู่นะ อย่ามาทำคะแนนรัวๆ สิบ้านมุคามี้ยยยยยยยยย์

● ตอนสุดท้ายก็อย่างที่บอก อายาโตะโดนไล่ต้อนจากทุกทาง พี่น้องก็รังเกียจ พ่อนางเอกที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ก็จ้องจะฆ่า ซึ่งทางเลือกที่อายาโตะเลือกในฉากจบแบบ Vampire End กับ Brute End จะเหมือนกัน คือส่งมีดให้นางเอก แล้วขอให้นางเอกช่วยฆ่าตัวเองซะ เพราะอายาโตะเบื่อเต็มทนที่จะต้องแบกรับพลังของคาร์ลไฮนซ์ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ต้องการแล้ว พอแล้ว ไม่เอาแล้ว ตายดีกว่า

● นางเอกบรรยายว่าตอนที่อายาโตะขอร้องให้ฆ่า อายาโตะทำหน้าทุกข์ทรมานมาก เหมือนร้องไห้อยู่ทั้งที่ไม่มีน้ำตา ดูเหงา อ้างว้าง คือจุดนั้นนอกจากนางเอกแล้วอายาโตะไม่เหลือใครเลยจริงๆ อายาโตะเลยขอให้นางเอกซึ่งเป็นมิตรคนสุดท้ายที่เหลืออยู่เป็นคนลงมือจบทุกอย่างไปซะ นางเอกทนไม่ได้ที่อายาโตะทรมานแบบนี้ก็เลยช่วยสงเคราะห์ให้

● ดูๆ ไปแล้วเหมือนกับเป็นการหนีปัญหา แต่เราว่าอายาโตะคงคิดว่าการที่ตัวเองหายไปคือวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ในเมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าพลังนี้มันไม่ควรอยู่ในร่างอายาโตะ อายาโตะก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายไปเอง เราคิดอย่างงั้นนะ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะโดนบีบจนถึงที่สุดแล้วอายาโตะก็คงไม่เลือกทางนี้หรอก เด็กคนนี้รักตัวเองจะตาย ไม่ใช่คนที่จะแก้ปัญหาด้วยความตายหรอก ถ้าไม่โดนไล่ต้อนจนมุมแล้วจริงๆ คือมันเป็นทางเลือกที่คำนึงถึงตัวเองและคนอื่นด้วย ไม่ใช่เพื่อหนีปัญหาไปคนเดียว

● บอกตามตรงแล้วเราเกลียด Vampire End มาก…….. เล่นจบแล้วแทบโยนเครื่องทิ้ง ในฉากจบอันนี้หลังจากนางเอกใช้มีดแทงอายาโตะแล้ว แผ่นดินก็สั่นสะเทือนเลือนลั่นเพราะสูญเสียราชาแวมไพร์ไป ระหว่างที่ทุกคนกำลังงุนงง และคิโนะเตรียมจะยึดพลังของคาร์ลมาจากร่างอายาโตะอยู่นั้น!! จู่ๆ ก็เกิดแสงสว่าง แว้บบบบบบบบบบบ!!!!! แล้วอายาโตะก็ตื่นมาในห้องของตัวเอง พออายาโตะคุยกับนางเอกก็เลยรู้ว่าตัวเองย้อนเวลากลับมาช่วงต้นๆ เกมหลังจากได้พลังมาใหม่ๆ และกำลังเกรียนได้ที่นั่นเอง

● เท่ากับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมานั้นเป็นโมฆะจ้าาาาาา โอ้ยยยยยยย บ๊ายบายยยยยยยย สามสี่ชั่วโมงที่เล่นมานั้นเพื่ออะไรรรรรรรรรร ไม่นึกว่าจะเล่นมุกย้อนเวลา ไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้วหรือ เพื่อจะเขียนเนื้อเรื่องให้จบแฮปปี้นี่ต้องดิ้นรนกันขนาดนี้เลยหรือ

● ย้อนเวลาเสร็จแล้วอายาโตะก็ดีอกดีใจที่ตัวเองได้รับโอกาสอีกครั้ง หลังจากนั้นอายาโตะเลยกลับใจเป็นเด็กดี ตั้งอกตั้งใจร่ำเรียนวิชากับท่านอาให้สมเป็นราชาปีศาจจนแม้แต่พี่น้องบ้านซากามากิยังตกใจว่าทำไมจู่ๆ อายาโตะก็กลายเป็นคนขยันขันแข็งแบบนี้ แล้วก็จบแฮปปี้ไม่มีใครตาย ขนาดท่านอาที่ตายไปตอนต้นๆ เรื่องยังฟื้นกลับมาเลยเนี่ย ทุกอย่างโดนรีเซ็ตหมด

● ไม่ชอบฉากจบนี้เพราะรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง อารมณ์แบบ อ้าว อ้าวววววว เล่นงี้เลยเหรอ!!?? แต่คิดในแง่ดีแล้วมันก็ไม่ใช่ว่าเรื่องทั้งหมดที่เล่นมาไร้ความหมายหรอก เพราะอายาโตะยังจำเรื่องราวเหล่านั้นได้ อายาโตะได้เผชิญสิ่งเหล่านั้นมาแล้ว ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ทำให้อายาโตะได้เติบโต ……..แต่ก็นะ ถึงจะคิดแบบนี้อารมณ์โดนหักหลังมันก็ไม่หายไปอยู่ดี เซ็งพอๆ กับดูหนังอย่างลุ้นระทึกมาทั้งเรื่องแล้วจบตรงที่พระเอกตื่นจากฝัน อะไรประมาณนั้น

● เราไม่ได้เกลียดมุกย้อนเวลานะ ถ้าย้อนเวลาดีๆ มันก็ออกมาดีได้ แต่อันนี้บอกเลยว่ามันไม่ช่ายยยย

● อย่างไรก็ตาม ถึงเราจะไม่ปลื้ม Vampire End แต่เราชอบ Brute End นะ!

● Brute End เป็นอีกฉากจบที่อายาโตะโดนนางเอกแทงเหมือนกัน แต่อันนี้ตายจริงไม่ติงนัง ตายแล้วตายลับไม่กลับมา ไม่มีการใช้สูตรโกงย้อนเวลาใดๆ แต่ฉากจบนี้อายาโตะจะยกพลังของคาร์ลให้นางเอกก่อนตาย นางเอกที่สูญเสียอายาโตะไป (ทั้งๆ ที่ฆ่าเองกับมือ) ก็เกิดอาการเสียใจจนสติแตก ระเบิดพลังทำลายล้างทุกอย่างพินาศหมด ทุกคนตายเรียบ เหลือแค่นางเอกคนเดียว (ความเอวานเกเลี่ยนนี้คืออะไร….) นางเอกเลยใช้พลังสร้างอายาโตะตัวปลอมขึ้นมา แต่นางเอกก็รู้อยู่แก่ใจว่านี่เป็นแค่ตัวปลอม สุดท้ายนางเอกเลยสั่งให้อายาโตะตัวปลอมฆ่าตัวเองทิ้งซะ ลาก่อน

● นางเอกตายเป็นรอบที่สิบล้าน ตายบ่อยมาก ตายมาแล้วทุกภาค ภาคละหลายรอบ ตายจนคนเล่นชินไปแล้ว แต่อันนี้ตายได้น่าจดจำอยู่นะ เราชอบ หรืออาจเป็นเพราะผ่าน Vampire End มาก่อนก็ไม่รู้ พอมาเจอฉากจบนี้เลยชอบเป็นพิเศษ เทียบสองฉากแล้วอันนี้ดูดีกว่าเยอะมากกกกกกก

● ส่วน Manservant End จะจบแบบฝ่ายมนุษย์ที่นำโดยพ่อนางเอกกับฝ่ายแวมไพร์สู้กัน (นี่ก็แหวกจากฉากจบอีกสองอันเกิ๊นนนนน) ฝั่งแวมไพร์โดนฆ่ากันหมด เหลือแค่อายาโตะกับคิโนะ คิโนะเลยชวนอายาโตะมาร่วมมือกัน ฉากนี้จบที่คิโนะพูดคนเดียวว่า สุดท้ายแล้วคนที่จะชนะก็คือฉัน สรุปว่าจบแบบคิโนะรอเลื่อยขาเก้าอี้อายาโตะอยู่นั่นเอง ปกติฉากจบ Manservant End มันมักจะงงๆ หรือมาแนวครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้อยู่แล้วอันนี้เราเลยไม่มีปัญหา

● เป็นอันว่าชอบ Brute End ซึ่งเป็นแบ๊ดเอนด์มากที่สุด แต่จะว่าไปแล้วเกมนี้ชอบทำแบ๊ดเอนด์ออกมาน่าประทับใจกว่ากู๊ดเอนด์อยู่บ่อยครั้ง จริงๆ ก็ไม่แปลกนะ 5555555555

โดยรวมแล้วก็ประมาณนี้ มีรายละเอียดที่ข้ามไปเยอะมาก แต่ตอนแรกแค่อยากมาบ่นฉากจบเฉยๆ นะ 555555555555

ตอนนี้เล่นรูทคาร์ล่าอยู่ รูทนี้ก็ดราม่าเหลือเกิน ห่างหายจากภาคหลักมานานจนลืมไปแล้วว่าเกมนี้มันหน่วง มันนัวร์ขนาดนี้ แฟนดิสก์/ดราม่าซีดีแถมต่างๆ/ทวิตเตอร์ชอบหลอกให้เราเผลอคิดว่าทุกคนติ๊งต๊องอยู่เรื่อย (โดยเฉพาะทวีตแต่ละคนนี่เหมือนทำมาเพื่อแข่งกันตลก รั่วบ้าฮากลิ้งมากกกกกกกก) แต่พอกลับมาภาคหลักจริงๆ ทุกคนก็เครียดเหมือนเดิม ฮืออออ เผลอติดภาพทุกคนตอนติ๊งต๊องมากไปสินะ TωT

ก่อนหน้านี้ลังเลจนเกือบจะไม่เล่นภาคนี้แล้วเพราะรีวิวมันแย่มากจริงๆ บวกกับเราค่อนข้างผิดหวังกับภาค Lunatic Parade ด้วย แต่หลังจากเล่นไปหนึ่งรูทครึ่งก็รู้สึกว่าดีแล้วที่ซื้อมา คิดถึงหนุ่มๆ โดยเฉพาะบ้านมุคามิ♥ ดีใจที่ได้เจอกันอีก ทุกคนน่ารักไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ (〃ω〃)

Code:Realize ~祝福の未来~

เพิ่งขุดแฟนดิสก์เกม Code: Realize มาเล่นต่อจนจบแหละ!

**SPOILER ALERT**

 

ความจริงเล่นใกล้จบมานานแล้ว แต่ดองสองรูทสุดท้ายไว้เพราะยังไม่อยากเล่นจบ กลัวจบแล้วใจหาย TvT แต่เดี๋ยวเดือนธันวาปีนี้จะมีแฟนดิสก์ออกมาอีกแผ่น งั้นก็ขุดๆ มาเล่นให้จบก่อนดีกว่า

สองรูทที่ดองไว้คือรูทรวมของแก๊งลูแปง และรูทเดี่ยวของลูแปง ปกติเราชอบเล่นรูทที่อยากเล่นมากที่สุดก่อน แต่เกมนี้ภาคแรกบังคับให้เล่นรูทลูแปงเป็นคนสุดท้ายแล้วเรารู้สึกว่ามันเวิร์ค คราวนี้เราเลยลองเก็บลูแปงไว้เล่นทีหลังสุดแม้เกมจะไม่ได้บังคับก็ตาม

พูดถึงตัวเกมโดยรวมก่อนแล้วกัน ความที่ภาค 祝福の未来 (Shukufuku no Mirai) นี่เป็นแฟนดิสก์ เนื้อหาในรูทหนุ่มๆ แต่ละคนเลยไม่เข้มข้นเท่าภาคหลัก ออกแนวเรื่องราวสวีทหวานแหววต่อจากภาคหลักอีกที เป็นอาฟเตอร์สตอรี่มีไว้ให้ก๊าวใจเล่นๆ

แต่เพราะเหตุนี้แหละมั้ง ตัวเกมเลยใช้วิธีเพิ่มเนื้อเรื่องส่วนอื่นๆ ขึ้นมาเพื่อให้เกมมันดูมีอะไรมากกว่าแฟนดิสก์ธรรมดา คือนอกจากจะมีอาฟเตอร์สตอรี่ของนางเอกกับหนุ่มๆ ห้าคนที่จีบได้ในภาคแรกแล้ว เกมยังเพิ่มรูทคุณโฮล์มส์กับรูทฟินนิสมาให้ด้วย!!!! กรี๊ดดดดดดดดด!!!! เราชอบคุณโฮล์มส์เกมนี้มว๊ากกกกกกกกกกกกก ตอนรู้ว่าจีบได้นี่ดีใจมาก กราบออฟฟิเชียลเยอะมากที่ยังไม่ลืมคุณโฮล์มส์ของเรา ได้ขึ้นปกลิมิเต็ดด้วย ลงของแถมร้านคู่กะลูแปงด้วย ดีงาม ฮรืออออออออออออออ

เนื้อเรื่องในรูทคุณโฮล์มส์กับรูทฟินนิสจะค่อนข้างเป็นเรื่องเป็นราว มีสตอรี่จริงจัง มีตัวละครใหม่ และยาวกว่าของหนุ่มๆ ตัวละครหลักห้าคนอีก นอกจากนั้นยังมีรูทรวมของแก๊งลูแปงกับไซด์สตอรี่ของโดระจังมาให้ด้วย (อันหลังสุดนี่ก็ดีงาม แวมไพร์เดะน้อยโชตะ ซีจีเด็ดทุกรูป แผล่บๆๆ ^q^) ถึงจะเนื้อหาไม่เข้มข้นซับซ้อนซ่อนเงื่อนเท่าภาคหลัก แต่ก็เป็นแฟนดิสก์ที่มีอะไรมาให้เสพเยอะดี

โดยส่วนตัวถ้าไม่นับรูทลูแปงที่แค่ลูแปงออกมาพูดว่าโอโจ้ซามะเราก็จะเป็นลมแล้ว เราชอบรูทคุณโฮล์มส์สุดเลย ทั้งดราม่าทั้งเขิลลลลลล (〃ω〃) อีคุณโฮล์มส์เวลามีความรักโคตรรรรรรนั่ลลั๊กกกกกกกกก ตอนแรกเซ็งนิดนึงที่รูทนี้ลูแปงไม่ค่อยมีบท แต่เล่นไปเล่นมา เวลาคุณโฮล์มส์อยู่กะนางเอกก็โคตรดีอะะะะะ โฮววววววววว แม่คะหนูรักพี่เค้าาาาาาาาาาา (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

แอนี่เวย์ วันนี้ไม่ได้จะมากรี๊ดคุณโฮล์มส์ (เพราะเล่นจบนานแล้ว ลืมไปเยอะ 555555555) ตั้งใจจะมากรี๊ดลูแปง ว่าแล้วก็มากรี๊ดลูแปงดีกว่า

รูทลูแปงในแฟนดิสก์นี่จะเป็นเนื้อเรื่องต่อจากตอนจบภาคหลัก คือภาคหลักจบที่แต่งงานกัน พอมาภาคนี้จะเริ่มจาก….. บนเตียง……..

โอ้โห เริ่มมาก็กัดผ้าเช็ดหน้าอิจฉานางเอกเยอะมาก กรี๊ดดดดด หร่อนเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมานอนเตียงเดียวกับลูแปงของชั้นยะะะะ (เป็นนางเอกไง เป็นเมียลูแปงด้วยไง)

ฉากกะหนุงกะหนิงบนเตียงยามเช้านี่เป็นช่วงไม่กี่วันต่อมาหลังจากแต่งงานกันแล้ว นางเอกบ่นๆ ว่าถ้าอยากนอนด้วยกันทำไมไม่ย้ายมานอนห้องเดียวกันแต่แรก คือแต่งงานกันแล้วก็ยังแยกห้องนอนกันอยู่ ลูแปงเลยบอกว่า จอมโจรอย่างฉันชอบย่องมาหาตอนดึกๆ ทีหลังมากกว่านะ (…อย่างงี้ก็มีด้วย เทคนิคเพิ่มความเร้าใจในชีวิตคู่เหรอ!!??)

หลังจากนั้นนางเอกก็มาครุ่นคิดตามลำพังว่า เอ๊ะ ทำไมลูแปงชอบทำให้เราใจเต้นโครมครามอยู่ฝ่ายเดียวนะ แต่ลูแปงดูไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เวลาสวีทกันก็ดูชิลๆ เฉยๆ ไม่เคยมีทีท่าเขินอาย อยากแก้แค้นให้ลูแปงเขินหน้าแดงมั่งจัง! ฉันจะต้องขโมยหัวใจของลูแปงมาให้ได้เล้ย!! โอ๊ยยยยยย ฟีลลิ่งเด็กประถม จิบิมารุโกะจังสุดดดดด แต่นางเอกเกมนี้มีความเด็กน้อยอยู่แล้ว จะว่ารับได้ก็รับได้ ตลกดี 555555555

ด้วยความที่นางเอกเป็นคนซื่อๆ ก็เลยเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนๆ ตามตรง พอไปปรึกษาคุณหมอฟราน ฟรานก็เอาไปปรึกษาเฮียแวนเฮลซิ่งกับโดระจังต่อ ไปๆ มาๆ ก็ได้ข้อสรุปว่า ต้องทำให้ลูแปงกับนางเอกตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเพื่อให้รักกันมากขึ้น!!

ว่าแล้วคืนนั้นเฮียแวนก็พาหมอฟรานใส่หน้ากากแต่งตัวเป็นคนร้ายบุกมาทำร้ายลูแปงที่คฤหาสน์โดยมีโดระจังตามมาแอบดูด้วย แต่สู้กันไปแป๊บเดียวลูแปงก็จับได้ทันทีว่าเป็นเฮียแวนกับหมอฟราน (แหงสิ เฮียพูดคำเดียวก็โคตรรรรสุวาเบะซังแล้ว ใครได้ยินก็จับได้หมดแหละ ……ยกเว้นนางเอกนะ)

ชอบตอนลูแปงแซวเฮียแวนก่อนถอดหน้ากากว่าวันนี้ช็อตกันคู่ใจไปไหนล่ะ เฮียเลยตกใจว่า อ้าว!! ความแตกแล้วเรอะ!! แต่พอแผนแตกแล้วเฮียก็ยังกระหยิ่มยิ้มย่อง ภูมิใจว่าแผนของตัวเองทำให้สามีภรรยาเค้ารักกันมากขึ้น สุดท้ายเลยโดนลูแปงเทศนาชุดใหญ่ ตล๊กกกกก รูทนี้เฮียแวนน่ารักมากกกกกกกกกกก (แต่เฮียในรูทตัวเองโคตรงี่เง่า เล่นแล้วโมโห 555555555555)

สรุปว่าแผนการของเฮียแวน หมอฟราน และโดระจังก็ไม่สำเร็จ นางเอกเลยไปบ่นๆ ให้อิมเปย์กับแซงต์ฟังต่อ สองคนนี้เลยคิดแผนชวนนางเอกไปเดทเพื่อให้ลูแปงหึงขึ้นมา พอได้แผนแล้วนางเอกก็กลับเข้าบ้านไปหยิบกระเป๋า ทำท่าจะออกไปข้างนอก ลูแปงเห็นแล้วก็ยิ้มร่าบอกว่าจะออกไปข้างนอกเหรอ ไปด้วย แต่โดนนางเอกปฏิเสธแล้วบอกว่าจะไปเดท! ลูแปงเลยช็อกมาก แต่ก็สะกดรอยตามมาตามแผนของนางเอก

นางเอกมาเดทกับอิมเปย์กับแซงต์ข้างนอกทั้งๆ ที่ยังไม่แน่ใจว่าแผนนี้มันจะได้ผลจริงๆ เหรอ จะทำให้ลูแปงหึงได้จริงๆ เหรอ …ตัดภาพมาทางลูแปงที่แอบดูอยู่ห่างๆ โอ้ยยย หึงหน้ามืด หัวร้อนไปหมด เห็นอิมเปย์แตะไหล่นางเอกก็บ่น เห็นแซงต์คุยกับนางเอกแล้วหน้าใกล้เกินก็บ่น น่ารักกกกกกกกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)

อิมเปย์กับแซงต์บอกว่าแผนเดทนี่ทำไปเพื่อช่วยนางเอก แต่เราว่าสองคนนี้คงสนุกกับการแกล้งลูแปงมากกว่า ไม่ได้อยากช่วยนางเอกอะไรขนาดนั้นหรอก 5555555555

ฉากเดทน่ารักตรงที่คอยตัดภาพให้เห็นปฏิกิริยาลูแปงตลอด ชอบตอนที่ลูแปงเห็นนางเอกไปนั่งหัวเราะคิกคักกับอีกสองหนุ่มในคาเฟ่ สองหนุ่มก็สุดจะรู้งาน ทำตัวอี๋อ๋อกับนางเอกเป็นพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น แซงต์เห็นครีมเลอะแก้มนางเอกก็ช่วยปาดออกให้ ร้ายกาจมาก 555555555 ลูแปงเลยได้แต่นั่งกอดหมาจ๋อยๆ หงอยๆ คอยพูดตัดพ้อต่อว่าให้หมาฟัง พอเห็นภาพทิ่มแทงตาก็เผลอโมโหจนหมาร้องเอ๋งขึ้นมา


สักพักนางเอกก็บอกว่าคราวหน้าอยากมาคาเฟ่นี้กับลูแปงจังเลย ถ้ามากับลูแปงต้องสนุกมาก ฉันรักลูแปงจังเลย ชมลูแปงสารพัดสารพัน อวดสามีให้สองหนุ่มฟังเป็นวรรคเป็นเวร คราวนี้ลูแปงที่แอบฟังอยู่เลยเขิลลลลลลลลจนต้องซุกหน้ากับหมา โอ๊ยยยยย พ่อคุ๊ณณณณณณณณ น่ารักไปไหน๊ ฮรือออออออออออออออ

สุดท้ายพอได้ยินนางเอกบอกว่าอยากแก้แค้นให้ลูแปงใจเต้นกับตัวเอง อยากขโมยหัวใจลูแปง! ลูแปงเลยทนฟังเฉยๆ ไม่ได้ อยากโผล่ไปหาเดี๋ยวนี้ ว่าแล้วก็โผล่ไปทักนางเอก อีกสองหนุ่มผู้สุดแสนรู้งานเลยปล่อยให้ลูแปงกับนางเอกไปเดินเล่นกันต่อสองต่อสอง (อยากให้เฮียแวนมาเรียนรู้จากสองคนนี้มั่ง ไม่ใช่จู่ๆ ก็ไปบุกทำร้ายเค้าแบบเด๋อๆ แถมความแตกทันทีทันใดอีก)

ลูแปงกับนางเอกเดินเล่นด้วยกันจนเย็น แล้วลูแปงก็ช่วยแก้ความเข้าใจผิดให้นางเอกว่าที่เธอเห็นฉันท่าทางเฉยๆ เวลาอยู่ด้วยกันเป็นเพราะฉันพยายามเก๊กนะ ที่จริงฉันใจเต้นตึกตักตลอดนั่นแหละ

หว่ายยยยย หมดกันมาดสุภาพบุรุษจอมโจร กลายเป็นหนุ่มน้อยคิวท์ๆ เขินผู้หญิงจนหน้าแดง งุ้ยยยยยยยยยย สุดคิวททททททททททท์ (////ー////)

และลูแปงก็ได้กล่าวว่า เธอจะขโมยหัวใจของฉันได้ยังไง ในเมื่อหัวใจของฉันเป็นของเธอไปตั้งนานแล้ว โอ้ย จย้าาาาาาาา

นอกเรื่อง ก่อนหน้านี้ไปโฆษณาใส่เพื่อนเยอะมากว่าเกมนี้บทดี เนื้อเรื่องดี เพลงเพราะ ภาพสวย ผู้ชายอร่อย แต่เพื่อนบอกว่าบทพูดลูแปงมันเชยๆ เลี่ยนๆ ยังไงไม่รู้ ตอนนั้นเราปกป้องลูแปงเยอะมาก แต่เจอประโยคขโมยหัวใจเข้าไปนี่ไม่รู้จะช่วยแก้ตัวให้ยังไงเหมือนกัน สงสัยคราวหน้าต้องใช้คุณโฮล์มส์เป็นจุดขายแทน…….

หลังจากปรับความเข้าใจได้แล้วก็ยังมีเนื้อเรื่องต่ออีกหน่อย คราวนี้คนละฟีลกับครึ่งแรก เปลี่ยนมาเป็นดราม่าเรื่องพ่อนางเอกแทน เนื้อเรื่องตรงนี้จะเชื่อมต่อมาจากภาคหลักอีกที คือนางเอกฝันเห็นพ่อแล้วไม่แน่ใจว่าสรุปพ่อที่ตายไปแล้วเนี่ยรักลูก รักครอบครัวจริงๆ รึเปล่า ลูแปงเลยอาสาช่วยไปติดต่อควีนวิคตอเรีย ขอเข้าห้องสมุดในวังที่เก็บบันทึกของพ่อนางเอกเอาไว้ นางเอกเลยได้เข้าไปอ่านบันทึกและเจอส่วนที่พ่อเขียนถึงครอบครัวเอาไว้เยอะแยะมากมาย จึงได้รู้ว่าพ่อรักครอบครัวและลูกจริงๆ นะ จบ

เนี่ย จบแล้ว รูทลูแปงในแฟนดิสก์มีแค่นี้แหละ สั้นมากกกกกกกก เล่นแป๊บๆ ประมาณสองชั่วโมงกว่าก็จบแล้ว รูทอีกสี่หนุ่มตัวละครหลักก็สั้นประมาณนี้ ส่วนรูทคุณโฮล์มส์กับฟินนิสจะยาวหน่อย แต่รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่เก็บลูแปงไว้หลังสุด เพราะตอนจบของรูทนี้จะพูดถึงแต่ละคนสั้นๆ ด้วย เราว่าเป็นรูทที่จบสวยสุดละ

ถึงรูทแต่ละคนจะสั้นนิดเดียว แต่เราชอบแฟนดิสก์แผ่นนี้มากเลย (≧д≦)(≧д≦) ทุกคนน่ารักมากกกกกกกกกกก จากที่ภาคหลักมัวแต่ดราม่าจนไม่มีเวลาหวาน ภาคนี้หวานหยดย้อยกันทุกคน ….ยกเว้นเฮียแวน 55555555555 คือเฮียแวนก็หวานฉ่ำน้ำตาลพุ่งปรี๊ดแหละ แต่เฮียแอบงี่เง่าอะะะะะ ไม่คิดว่าจะเป็นคนซื่อบื้อเรื่องความรักขนาดนี้ แต่ถามว่าชอบเฮียมั้ย ตอบเลยว่า ชอบ!!!

ก็เฮียแวนเค้าหล่อขนาดนี้ ไม่ชอบได้ไงอ้ะะะะะะะะะะะะ

อันนี้เป็นซีจีจากรูทรวมแก๊งลูแปง เป็นตอนที่ทุกคนใส่ชุดมาเฟียไปร่วมงานปาร์ตี้กับเหล่ามาเฟีย (มาเฟียสตีมพังค์เค้าใส่ชุดเท่กันดีจัง!!!) แม้เรื่องนี้เราจะชอบลูแปงเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่มีวันสั่นคลอน (โอเค ยอมรับว่าบางทีคุณโฮล์มส์ก็แอบมาเลื่อยขาเก้าอี้เบาๆ) แต่ชุดมาเฟียนี่เฮียแวนใส่ขึ้นสุดเลย กรีดร้องหนักมากกกกกกกก♥♥

ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอกรี๊ดอีกคน โดระจัง!! ชอบไซด์สตอรี่ของโดระจังมาก น่าร๊ากกกกกกก ตอนสุดท้ายมีโดระจังตอนโตให้ดูด้วย กลายเป็นหนุ่มผมทองสุดแซ่บไปอีกคน

อย่างไรก็ตาม…….

ป้าชอบตอนเด็กมากกว่านะลูก ไม่ต้องโตก็ได้นะ (^q^)

สุดท้าย ตอนนี้ลุ้นอยู่ว่าแฟนดิสก์อีกแผ่นที่จะออกช่วงคริสต์มาสมีอาฟเตอร์สตอรี่ของคุณโฮล์มส์มั้ย มีของฟินนิสก็ต้องมีของคุณโฮล์มส์ด้วยสิใช่มั้ย!! ใช่มั้ยยยยยย!!! ขอของแถมร้านแบบลูแปงคู่คุณโฮล์มส์อีกจะเป็นพระคุณ กราบบบบบบบ

FINAL FANTASY BRASS de BRAVO 2017 @ORIX THEATER

ไปดูคอนเสิร์ต BRA★BRA FINAL FANTASY BRASS de BRAVO 2017 มาแหละ!

เล่นไฟนอลแฟนตาซีมาตั้งแต่สมัยประถม เพิ่งจะมีโอกาสมาคอนเสิร์ตไฟนอลแฟนตาซีแบบออฟฟิเชียลเป็นครั้งแรกในชีวิตก็วันนี้ ตื่นเต้นมากกกกกกก ( * v * )

คอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตที่เน้นเครื่องเป่าเป็นหลัก มีเพอร์คัสชั่น มีเปียโน ไม่มีคอรัส ซึ่งทำให้เพลงต่างๆ ที่เอามาเล่นนี่ต้องอะเรนจ์ใหม่กันยกใหญ่ ถือว่าแปลกใหม่สำหรับเราที่ไม่เคยฟังเพลงไฟนอลแบบอะเรนจ์ใหม่เหล่านี้เลย ทั้งๆ ที่เค้าจัดมาสามปีและออกอัลบั้มมาหลายรอบแล้ว ฮืออออออ นี่เราไปอยู่ไหนมาาาา

คอนเริ่มเล่นตอนบ่ายสอง ตอนก่อนเริ่มลุงโนบุโอะก็ออกมาทักทายคนดูกันก่อน ตอนลุงเดินออกมานี่เราแบบ โฮ้ววววววว ลุงงงงงงงง ปลาบปลื้มตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอลุงโนบุโอะ (;___;) แต่พอลุงเริ่มพูด เราก็ออกจากโหมดปลาบปลื้มปีติอย่างรวดเร็วเพราะลุงตลกมาก 555555555555

ลุงมาถึงก็ถามว่าไหนใครเคยดูมาคอนเสิร์ตนี้แล้วยกมือซิ /ยกมือกันค่อนฮอลล์
ไหนใครยังไม่เคยมาดู ยกมือซิ /ยกกันอีกค่อนฮอลล์ บางคนที่ยกแล้วเมื่อกี้ก็ยกอีก……

แล้วลุงก็บอกว่า ใครเคยมาดูแล้วคงรู้สินะว่าคอนเสิร์ตนี้ไม่ปล่อยให้นั่งดูอย่างสงบเรียบร้อยหรอกนะ! เรามีกิจกรรมให้ทำด้วย! ลุงพูดเสร็จก็มีเสียงตะโกนบราโว่ๆๆๆๆดังมาจากที่นั่งชั่นล่าง (เราอยู่ชั้นสอง) แล้วลุงก็เดินไปแจกอะไรสักอย่างให้คนที่ตะโกนเสียงดังๆ …จนบัดนี้ยังไม่รู้เลยว่าลุงเดินแจกอะไร รู้แต่คอนเสิร์ตยังไม่เริ่มทุกคนก็คึกคักกันมาก 5555555555

ลุงมาทักทายเสร็จแล้วก็หลบเข้าไปหลังเวที แล้วนักดนตรีกับคอนดักเตอร์ถึงจะออกมา งานนี้ลุงไม่ได้คอนดักท์เองนะ ลุงมาเมาท์มอยอย่างเดียว 5555555555

เซ็ตลิสท์ในวันนี้เหมือนๆ กะรอบอื่น ต่างกันแค่เพลงอังกอร์เพลงเดียว

ครึ่งแรก
FINAL FANTASY V Main Theme【FINAL FANTASY V】
Tina’s Theme【FINAL FANTASY VI】
Ami【FINAL FANTASY VIII】
Moogles’ Theme【FINAL FANTASY V】
FINAL FANTASY Main Theme【FINAL FANTASY】
A Place to Call Home (The Place I’ll Return to Someday)【FINAL FANTASY IX】
Crazy Motorcycle【FINAL FANTASY VII】
The Rebel Army【FINAL FANTASY II】

ครึ่งหลัง
Force Your Way【FINAL FANTASY VIII】
Mount Gulug【FINAL FANTASY IX】
Dear Friends【FINAL FANTASY V】
Elia, the Maiden of Water【FINAL FANTASY III】
Vamo’alla Flamenco【FINAL FANTASY IX】
Aerith’s Theme【FINAL FANTASY VII】
One-Winged Angel【FINAL FANTASY VII】

อังกอร์
Seymour Battle【FINAL FANTASY X】
Mambo De Chocobo【FINAL FANTASY V】

ด้วยความที่เล่นไฟนอลตั้งแต่ภาค 7 เป็นต้นมา ในเซ็ตลิสท์เลยมีเพลงของภาคที่ไม่ได้เล่นอยู่หลายเพลง คือส่วนใหญ่ก็เคยฟังมาหมดแล้วแหละ แต่ค้นพบว่าพอเป็นเพลงของภาคที่เราเล่นอย่างจริงจังแล้วจะอินกว่าเยอะมากกกกกกกกกกกก

เพราะฉะนั้น จะพูดถึงแค่เพลงที่ประทับใจละกัน…….

เพลงที่ประทับใจที่สุดคือ One-Winged Angel อันนี้แน่นอนเลย ของตาย ที่สุดแห่งเพลงที่ชอบ อันดับหนึ่งในดวงใจ เพลงประจำตัวของตัวละครที่ชอบที่สุดในซีรีส์ไฟนอลแฟนตาซีทั้งหมด (แม้จะชอบอวยแซ็คและด่าเซฟิรอธก็ตาม จริงๆ เราทีมเซฟี่นะ) แต่เวอร์ชั่นนี้แปลกหูหน่อยเพราะไม่มีคอรัส พอขาดคอรัสแล้วรู้สึกความอลังการลดน้อยลงนิดหน่อย ดูน่ารักมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เป็นเซฟิรอธที่งุงิมากขึ้น แต่ฟังไปเรื่อยๆ ก็จะหลอนๆ เหมือนได้ยินเสียงคอรัสอยู่ในสมองเองโดยอัตโนมัติ….

เพลงนี้มาติดกับเพลง Aerith’s Theme ซึ่งเป็นเพลงที่เราชอบมากอีกเช่นกัน เวอร์ชั่นนี้ก็ดีงามมมม เสียงฟลุ๊ตคือดีมากกกก โฮววววววว เพลงโฮลี่มาก ชอบมาก TvT เสียดายพอจบเพลงนี้แล้วขึ้นเพลงเซฟิรอธต่อเลย ไม่มีจังหวะให้ตบมือแรงๆ แสดงความประทับใจ แต่ชอบการที่เอาสองเพลงนี้มาอยู่ติดกันเป็นเพลงปิดท้ายนะ

ตอนก่อนเล่นเพลง Aerith’s Theme พิธีกรสาวบอกก่อนว่าต่อไปจะเป็นสองเพลงนี้นะ พอพิธีกรพูดว่า 片翼の天使 ผู้ชมก็ส่งเสียงฮือฮากันดังมากราวกับทุกคนมาเพื่อฟังเพลงนี้ พิธีกรเลยชวนลุงโนบุโอะคุยว่าเพลงนี้เนี่ยฮิตจริงๆ นะคะ ลุงก็บอกว่าใช่ ฮิตมาก เวลาไปเล่นที่เมืองนอกเมืองนาผู้ชมก็ชอบกันมากเลย เพราะงั้นเพลงนี้เลยอยู่ในอัลบั้มรวมเพลงของ FF แทบจะทุกแผ่น แต่ไม่ได้ใส่เพลงนี้เอาไว้ในอัลบั้ม BRASS de BRAVO หรอกนะ พูดจบแล้วลุงก็หัวเราะแบบสะใจมาก……. พิธีกรสาวบอกว่า แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีนะคะที่มีเพลงที่จะได้ฟังในคอนเสิร์ตอย่างเดียวเท่านั้นด้วย ลุงเลยบอกว่า ถ้าวันนึงใส่เพลงนี้เอาไว้ในอัลบั้ม BRASS de BRAVO ก็คิดซะว่าลุงหมดมุกแล้วละกันนะ

อีกเพลงที่ของตายรองลงมาจาก One-Winged Angel คือ FINAL FANTASY Main Theme ซึ่งเพราะมากกกกกกกกกกก ฮือออออออออออออออออ เพลงนี้เป็นเพลงที่ปกติแค่ขึ้นโน้ตห้าตัวแรกมาก็แทบน้ำตาซึมแล้ว (เวอร์!) คือเมื่อก่อนมันเป็นเพลงที่จะได้ฟังเวลาเล่นเกมจบไง กว่าจะเล่นจบแต่ละภาคก็เลือดตาแทบกระเด็น (เป็นเด็กเล่นเกมกากๆ ไหนจะต้องแย่งเครื่องเพลย์กับพี่อีก) เพลงนี้เลยเป็นอีกเพลงที่สุดจะซึ้งตรึงใจมาตั้งแต่วัยประถม ว่าแล้วก็อยากฟังเวอร์ชั่น Distant Worlds บ้างจัง (´・ω・`)

FF Main Theme เวอร์ชั่นคอนเสิร์ตนี้ให้ผู้ชมพกรีคอร์เดอร์ไปนั่งเป่าอยู่กับที่นั่งตัวเองได้ด้วย ตอนก่อนเริ่มลุงโนบุโอะกับพิธีกรถือรีคอร์เดอร์ออกมาคนละอัน แล้วลุงก็หันมาถามคนดูว่าใครพกรีคอร์เดอร์มาด้วยยกมือขึ้น! มีคนยกมือกันอยู่นิดหน่อย แต่แค่นั้นลุงก็ปลื้มใจมากแล้ว ลุงบอกว่าครั้งแรกที่จัดกิจกรรมแบบนี้มีลุงเป่ารีคอร์เดอร์อยู่คนเดียว พอเห็นแบบนี้ค่อยดีใจหน่อย โธ่ลุงคะ 555555555555

และเพลงสุดซาบซึ้งอีกเพลงที่ประทับใจมากคือ いつか帰るところ หรือ A Place to Call Home (ทำไมเราเพิ่งรู้ว่าชื่อภาษาอังกฤษออฟฟิเชียลคือชื่อนี้ เข้าใจว่าชื่อออฟฟิเชียลคือ The Place I’ll Return to Someday มาตลอดชีวิต………) เพลงนี้ไม่ได้บรรเลงกันแบบเต็มวงแต่เหลือกันอยู่ไม่กี่คน ใช้เครื่องดนตรีแค่ไม่กี่ชิ้น ฟังแล้วรู้สึกว่า อาาาาา อาาาาาา เราชอบภาค 9 มากที่สุดจริงๆ นั่นแหละ TvT ฟังแล้วภาพไตเติลภาค 9 ลอยขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ คิดถึงมากกกกกกกกก ฮืออออออออ อยากเล่นจัง

ตอนแรกคิดว่าถ้ามีจอฉายภาพจากในเกมอยู่ด้านหลังนักดนตรีด้วยคงชวนให้อินมากขึ้น แต่พอเจอเพลงที่ชอบระดับท็อปๆ ของตัวเองก็พบว่าจอเจออะไรไม่จำเป็นเลย เดี๋ยวภาพมันลอยมาในหัวเอง

ตอนจบเพลง いつか帰るところ นี่ลุงโนบุโอะคอมเมนต์ว่า พอคนเก่งๆ เล่นรีคอร์เดอร์แล้วเสียงออกมาคนละเรื่องกับที่ลุงเป่าเลยแฮะ 555555555555

เพลง Vamo’alla Flamenco จากภาค 9 ก็เป็นอีกเพลงที่ชอบ เพลงนี้ก็ใช้เครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้นเหมือนกัน เพอร์คัสชั่นเด่นมาก มีบอดี้เพอร์คัสชั่นด้วย! ตลกที่เพลงนี้นักดนตรีจะเหน็บกุหลาบเอาไว้ที่เสื้อ แล้วเล่นๆ ไปสักพักก็หยิบกุหลาบขึ้นมาคาบ คนดูขำก๊ากทั้งฮอลล์ 555555555555 จบเพลงนี้ลุงโนบุโอะกับพิธีกรก็คุยกันว่าบอดี้เพอร์คัสชั่นเนี่ยดูเหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่ายเลยเนอะ แบบดูๆ แล้วอาจจะเผลอคิดไปว่า เอ๊ะ ง่ายจัง เราก็น่าจะทำได้ แต่พอลองทำจริงๆ แล้วพบว่ายากเกินคาด

พูดถึงบอดี้เพอร์คัสชั่น ในเพลง Moogles’ Theme ก็มีการชวนคนดูมาตบไม้ตบมือให้เข้ากับจังหวะเพลงด้วย ตอนก่อนเริ่มเพลงจะมีผู้ชายคนนึงแต่งตัวสไตล์เม็กซิกัน+ใส่หน้ากากเดินออกมาสอนแพทเทิร์นตบมือสามแบบ แต่ละแบบจะแอดวานซ์ขึ้นเรื่อยๆ นี่สินะที่ลุงโนบุโอะบอกว่าจะไม่ปล่อยให้นั่งเฉยๆ…….. แต่มีกิจกรรมอะไรแบบนี้ก็น่ารักดี ชอบ สนุก ( ̄∇ ̄)

เพลงเพอร์คัสชั่นเด่นมีอีกเพลงคือ Crazy Motorcycle เพลงนี้เป็นเพลงมินิเกมเลยไม่ได้ซาบซึ้งตรึงใจมาตั้งแต่วัยเยาว์เหมือนเพลงอื่นๆ แต่ก็เป็นเพลงของภาคที่ชอบ ฟังแล้วเห็นภาพคลาวด์ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่เลือนราง เวอร์ชั่นนี้ชอบเพอร์คัสชั่นช่วงกลางๆ เพลงมากกกกกกก คือเราก็ไม่รู้ว่าเครื่องดนตรีอันไหนเรียกว่าอะไร……  OTL แต่มันมีอันนึงที่เสียงใสๆ กุ๊งกิ๊งมาก ช้อบชอบบบบบบ

เพลงที่ฟังแล้วอินมากอีกเพลงนึงคือ Ami จากภาค 8 ฮื่ออออออออออ สควอลลลลลลลลลลลลลลล์ จริงๆ แล้วภาคนี้เราค่อนข้างเฉยกะเนื้อเรื่องนะ (แต่ชอบปู้จาย ไซเฟอร์งี้ ป๊ะป๋าลากูน่างี้ แผล่บ) พอมาฟังเพลงนี้แล้วไม่ได้รู้สึก nostalgic เท่ากับ いつか帰るところ หรือ FF Main Theme แต่ก็คิดถึงบรรยากาศหลายๆ อย่างในเรื่อง คิดถึงฉากบาลัมบ์การ์เด้น คือโลกของภาคนี้เป็นโลกที่เราชอบเซตติ้งที่สุดแล้ว มีโรงเรียนสนุกๆ มีผู้ชายหล่อๆ เยอะแยะ ดูน่าเข้าไปอยู่อาศัยดี (สุดท้ายเหตุผลก็แค่นี้) 

ไปๆ มาๆ พูดถึงแต่เพลงของภาคที่เคยเล่น 55555555555 แต่ช่วยไม่ได้ พอรู้เนื้อเรื่องแล้วมันอินกว่าจริงๆ นี่นา (TωT)

ถ้าเป็นเพลงของภาคที่ไม่ได้เล่น ชอบ Dear Friends สุดแล้วมั้ง เพลงนี้อะเรนจ์ออกมาแจ๊สมากกกกกกกก ฟังแล้วอยากโยกหัวตาม เป็นเพลงที่สนุกมากๆๆๆ จบเพลงนี้แล้วลุงโนบุโอะบอกว่าถ้าเกิดตอนเด็กๆ ได้ฟังเพลงแจ๊สแบบนี้ ชีวิตอาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้นะ คือสมัยเด็กลุงไม่เจอเพลงแจ๊สแบบนี้ เจอแต่เพลงร็อค………

ลุงพูดถึงเพลง Elia, the Maiden of Water ด้วยว่าลุงแต่งเพลงนี้ตอนอายุสามสิบพอดี พอมาฟังตอนอายุเท่านี้แล้วก็รู้สึกว่า โอ้ สมัยนั้นตัวเองไม่มีความโลภเลยแฮะ (ลุงใช้คำว่า 欲がない) คือเพราะแต่งเพลงนี้ตอนอายุสามสิบเพลงเลยออกมาเรียบๆ สวยๆ แบบนี้ ถ้าให้แต่งตอนนี้ลุงจะรู้สึกว่า ต้องทำให้คนฟังประทับใจยิ่งกว่านี้! เล่นใหญ่ยิ่งกว่านี้อีก! คงไม่สามารถแต่งเพลงเรียบๆ แบบนี้ได้อีกแล้ว

ช่วงอังกอร์มีสองเพลง เพลงแรกแต่ละรอบจะไม่เหมือนกันมั้งนะ รอบนี้เป็นเพลงซีมัวร์ ซึ่งซีมัวร์เป็นตัวละครที่เราเกลียดมาก (จะว่าไปแล้วก็สงสัยว่ามีใครชอบมั้ยนะ……) ตอนเพลงขึ้นมาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเพลงซีมัวร์ 55555555555 ต้องฟังไปสักพักถึงจะ อ้อ นี่มันเพลงซีมัวร์นี่นา ดีใจที่มีเพลงภาค 10 ด้วย ถึงจะยี้ซีมัวร์เราก็ไม่ได้เกลียดเพลงนี้นะ! เพลงนี้คนดูก็ร่วมตบมือไปด้วยอย่างสนุกสนานเฮฮาอีกแล้ว

แต่เพลงที่สนุกสุดคือเพลงสุดท้าย Mambo De Chocobo เพลงนี้ให้คนดูที่พกเครื่องดนตรีไปด้วยหิ้วเครื่องดนตรีขึ้นไปเล่นบนเวทีได้ งานนี้มีคนหิ้วเครื่องดนตรีมากันหลากหลายมาก กีตาร์ก็มี ไวโอลินก็มา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเครื่องเคาะง่ายๆ แบบมาราคัสอะไรทำนองนั้น

ช่วงนี้อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ด้วยนะ มีคนไปชูสองนิ้วหน้าเวทีให้ลุงโนบุโอะเป็นฉากหลังกันหลายคนเลย ระหว่างนั้นลุงกับพิธีกรก็คุยกันไปเรื่อยๆ แต่เหมือนจะไม่มีใครฟัง จนลุงต้องถามว่า นี่ฟังกันอยู่รึเปล่าเนี่ย…. โธ่ลุง อยากบอกว่าหนูไม่ได้ฟังเลยค่ะ มัวแต่สนใจคนดู 555555555

อันนี้รูปบีฟอร์ ก่อนให้คนดูขึ้นไป นักดนตรีบางคนแอบเปลี่ยนเสื้อมาเป็นเสื้อยืดของคอนเสิร์ต มีสายรุ้งพาดคอกันทุกคนเลยด้วย festive ไปอี๊กกกกกก

ส่วนนี่คืออาฟเตอร์ หลังจากเชิญคนดูขึ้นเวที

ล้นเวทีจนบางคนต้องมายืนข้างๆ…….. ประทับใจในความกระตือรือร้นอยากร่วมงานของทุกคน บางคนไม่มีเครื่องดนตรีแต่อยากมีส่วนร่วมก็ขึ้นไปยืนตบมือเฉยๆ เป็นที่สนุกสนานกันไป

ส่วนพี่ตากล้องที่ยืนอยู่ในรูปเป็นตากล้องออฟฟิเชียล พอบนเวทีจัดที่ยืนกันเรียบร้อยแล้วก็ถ่ายรูปหมู่กันหนึ่งรูปก่อนจะเล่นเพลงสุดท้าย พี่ตากล้องถ่ายรัวหลายรูปมาก ถ่ายนานมากจนลุงโนบุโอะดุว่า รีบๆ ถ่ายได้แล้ว! ด้วยสำเนียงคันไซ 555555555555 งานนี้ขำลุงเยอะมาก จากที่เคยมองอุเอมัตสึ โนบุโอะเป็นนักประพันธ์เพลงผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้ลุงได้กลายมาเป็นคุณลุงอารมณ์ดีขี้เล่นที่ชอบยิงมุกให้พิธีกรลำบากใจไปแล้ว

นอกจากเรื่องเพลงแล้วลุงยังเมาท์มอยอีกเยอะแยะมากมายมหาศาล คือมันมีคอร์เนอร์นึงที่ลุงกับพิธีกรจะอ่านแบบสอบถามที่ให้คนดูเขียนก่อนงานเริ่มว่า คิดว่าตัวเองตอนอายุสามสิบเป็นยังไง? เป็นคำถามที่ตั้งมาเพื่อให้เข้ากับการครบรอบสามสิบปีไฟนอลแฟนตาซี

จำไม่ได้แล้วว่าข้อความที่โดนหยิบมาอ่านมีอะไรบ้าง แต่จำได้แม่นมากว่านามปากกาของคนแรกที่โดนอ่านคือ ไดน์สเลฟ……… ไม่รู้เจ้าของนามปากกาเพิ่งดูกันดั้มมาหรือยังไง หรือเอาชื่อนี้มาจากเรื่องอื่น หรือเราฟังผิดไปเองเพราะกันดั้มขึ้นสมองกันแน่นะ

คุ้นๆ ว่ามีคนนึงเขียนไปบ่นๆ ประมาณว่าไม่มีความสุขกับการทำงาน (ทำไมคนเราถึงจะมาปรับทุกข์กันในคอนเสิร์ตเหรออออ???) ลุงโนบุโอะเลยบอกว่าลุงเข้าใจนะ เป็นเรื่องปกติแหละ ไม่มีใครที่พอใจกับงานของตัวเอง 100% หรอก แม้แต่ลุงยังเคยคิดเลยว่าตัวเองเหมาะกับงานนี้จริงๆ รึเปล่าน้า เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทุกคนพยายามทำงานกันต่อไป! อะไรประมาณนี้ คือทำไมกลายมาเป็นคอร์เนอร์ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตไปได้ไม่รู้ 555555555

แล้วไปๆ มาๆ โยงมาเรื่อง モテ期 ได้ไงจำไม่ได้ละ โยงมาจากเนื้อหาของข้อความสักอันนึงเนี่ยแหละ ลุงถามพิธีกรสาวว่าช่วงไหนของชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองป๊อปที่สุด พิธีกรตอบว่าสมัยม.ปลายได้ช็อกโกแลตจากรุ่นพี่ผู้หญิงเพียบเลยทั้งๆ ที่อยู่โรงเรียนสห ตอบเสร็จก็ถามลุงบ้าง ลุงเลยบอกว่า ช่วงป๊อปของลุงอยู่หลังจากนี้ไปต่างหาก! เนี่ย ดู๊ดู ตลกอีกละลุงคะะะะะ

นอกจากนั้นลุงก็เล่าว่าได้ไปเที่ยวศาลเจ้าซามุฮาระมา ในที่นี้มีใครรู้จักบ้างมั้ย ……ไม่มีใครยกมือเลย ลุงเลยบอกว่ามันเป็นศาลเจ้าที่แม้แต่คนโอซาก้ายังไม่รู้จักเลย แต่ลุงประทับใจมากเพราะชื่อเขียนด้วยคันจิที่ไม่มีในภาษาญี่ปุ่น เวลาพิมพ์ในคอมจะกดเปลี่ยนเป็นคันจิไม่ได้ พูดไปพูดมาลุงก็บอกว่า ถ้าจะเล่าเรื่องศาลเจ้าคงต้องใช้เวลาอีกยี่สิบนาที พิธีกรเลยพูดขึ้นมาว่า งั้นเราไปฟังเพลงต่อไปกันเถอะค่ะ!! คือพิธีกรนี่รับมือลุงได้เก่งมาก ประทับใจ

ที่ตลกคือลุงโนบุโอะดูชอบศาลเจ้านี่มากจริงๆ ตอนที่ถ่ายรูปหมู่ก่อนเริ่มเพลงสุดท้ายพิธีกรบอกว่าถ้าแอดลุงโนบุโอะเป็นเฟรนด์ในไลน์แล้วพิมพ์พาสเวิร์ดลงไปจะได้เมสเสจตอบกลับมาเป็นรูปนี้ ลุงเลยบอกว่า งั้นใช้คำว่า ศาลเจ้าซามุฮาระ เป็นพาสเวิร์ดก็แล้วกัน

และที่ตลกกว่าคือหลังจากคอนเสิร์ตจบแล้วมีคนไปศาลเจ้านี้กันเพียบเลย 5555555555555 (รู้เพราะเอาชื่อศาลเจ้าไปเสิร์ชในทวิตเตอร์มา ก๊าก)

ทอปิคเมาท์มอยของลุงโนบุโอะกับพิธีกรนี่หลากหลายเหลือเกิน จำได้ไม่หมด มีเรื่องโอลิมปิกด้วย จัดว่าไปไกลมาก……… ขำสุดตอนพิธีกรบอกว่าวันนี้จะมาแนะนำสินค้าที่ขายหน้างานนะคะ ว่าแล้วก็แนะนำโน่นนี่สองสามอย่าง ก่อนจะบอกว่า แต่ชิ้นที่แนะนำที่สุดคือนี่ค่ะ!! ว่าแล้วก็ผายมือไปทางลุง แล้วลุงก็เปิดเสื้อนอกให้เห็นเสื้อยืดด้านในที่เป็นเสื้อคอนเสิร์ตพร้อมกับโพสท่าอวดเสื้ออย่างภาคภูมิใจ ตลกมาก 5555555555555555

เอาเป็นว่าวันนี้ประทับใจทั้งเพลงและลุง แค่ One-Winged Angel ก็คุ้มจนไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้ว ฮืออออออออ อยากไปคอนเสิร์ตไฟนอลอีกเยอะๆ เลย หวังว่าปลายปีนี้จะได้ไป Distant Worlds นะ (TωT)

อ้อ อีกอย่างที่ประทับใจคือคนดู ทุกครั้งที่จบแต่ละเพลงจะมีหลายคนตะโกน บราโว่!!!!!!! เสียงดังมาก เวลาลุงกับคอนดักเตอร์ชวนเล่นอะไรก็เล่นตามอย่างกระตือรือร้น ช่วงบอดี้เพอร์คัสชั่นก็ตั้งอกตั้งใจตบไม้ตบมือกันอย่างพร้อมเพรียง หลายๆ คนมีพร็อพเป็นม็อก โจโคโบะ หรือซาโบเทนเดอร์ด้วย เป็นคอนเสิร์ตที่บรรยากาศอบอุ่นดีจัง (〃・ω・〃)

罪ナル螺旋ノ檻-Whispers of Iscariot-

ปกติเวลาเล่นเกม 18+ จะเล่นเงียบๆ ไม่ค่อยพูดถึงเท่าไหร่ แต่เกมล่าสุดที่เล่นนี่อยากกรี๊ดมาก ปู้จายเค้าดีเหลือเกิน ┌( ┌ ^ο^)┐

เกมนี้มีชื่อว่า「罪ナル螺旋ノ檻 (Tsumi naru Rasen no Ori) -Whispers of Iscariot-」เป็นเกมวายเรท 18+ จากค่าย Spray ค่ายเดียวกับที่ทำกักคุเอนเฮฟเว่น แต่คราวนี้จะไม่ใช่แนวรักสดใสในรั้วโรงเรียนชายล้วน แต่เป็นรักสามเส้าเราสามคนในคฤหาสน์ขุนนางปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งทางค่ายโปรโมทว่าคราวนี้จะเป็นแนวดาร์ค! เป็นโศกนาฎกรรม! ปวดตับแน่นอน!

อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เราอยากเล่นหรอก เหตุผลของเราง่ายมาก คือชอบ Cielซังที่เป็นคาแรคเตอร์ดีไซน์ ที่ผ่านมาตามเก็บนิยายที่เค้าวาดภาพประกอบมาหลายเล่ม (ส่วนใหญ่ยังคงดองไว้ไม่ได้อ่าน) พอเห็นเค้าเป็นคาแรคเตอร์ดีไซน์เกมเลยตื่นเต้นมาก คอยติดตามข่าวมาตั้งแต่ยังไม่ประกาศนักพากย์ ใจก็ลุ้นว่า ให้มาเอโนะพากย์เถอะ ให้มาเอโนะพากย์เถอะ ให้มาเอโนะพากย์เถอะ ปรากฏว่าประกาศออกมาแล้วไม่มีมาเอโนะ ก็จ๋อยไปนิดนึง (´・ω・`) แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็จะเล่นอยู่ดี

ฉากของเกมนี้คือราชอาณาจักรคลุสโตเนียซึ่งดัดแปลงมาจากอังกฤษในยุควิคตอเรียน ตอนแรกก็สงสัยว่าจะดัดแปลงทำไม ใช้อังกฤษเป็นฉากไปเลยง่ายกว่ามั้ย แต่เล่นไปสักพักก็เข้าใจว่าทำไมถึงต้องตั้งประเทศสมมติขึ้นมา

เรื่องย่อสั้นๆ ของเกมนี้คือ นายเอกเป็นชนชั้นล่างที่ทำงานรับใช้มาหลายแห่ง โดนกดขี่ข่มเหงใช้งานหนักมาตลอด มีชีวิตอยู่อย่างลำบากยากเข็ญ จนขุนนางหนุ่มสุดหล่อพ่อรวยจิตใจดีงามรับไปเป็นคนรับใช้ในบ้าน เรื่องราวรักสามเส้าระหว่างขุนนางหนุ่มหล่อ พ่อบ้านนิสัยเสีย และคนรับใช้หน้าใหม่จึงเปิดม่านขึ้น ผ่างผ่างงงงงงงงงงง

ในเมื่อเป็นรักสามเส้า ตัวละครหลักๆ ของเกมนี้จึงมีอยู่สามคน

คนแรก นายเอกของเรื่อง

หนุ่มน้อยหน้าใสคนนี้ชื่อ Nico ซึ่งถ้าจะเรียกให้ฝรั่งหน่อยก็ควรจะเป็น นิโค…? แต่ชินกับการเรียกว่านิโกะไปแล้ว ในที่นี้จึงขอเรียกว่านิโกะแล้วกัน

น้องนิโกะคนนี้เป็นตัวดำเนินเรื่อง มีอดีตอันเจ็บปวดรวดร้าวชนิดที่อีเย็นจากเรื่องนางทาสผ่านมาเห็นยังต้องร้องไห้ด้วยความเห็นอกเห็นใจ แต่ช่วงแรกๆ น้องความจำเสื่อมเลยจำอดีตที่ว่านั่นไม่ได้ จำได้แต่ตัวเองเป็นเด็กกำพร้าที่ปากกัดตีนถีบ ทำงานเป็นเบ๊คนโน้นคนนี้มาตลอดชีวิต จะว่าเคราะห์ดีหรือฟ้าลิขิตไม่รู้ น้องจึงได้มาอยู่ในคฤหาสน์ขุนนางหนุ่มผู้แสนใจดี (ความจริงคือคนเขียนบทลิขิต ไม่งั้นเรื่องไม่เดิน) ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนิโกะคอยกดเลือกตอบคำถามเพื่อเลือกว่า เอาล่ะ เราจะจับเจ้าของคฤหาสน์หรือพ่อบ้านมาดเข้มดีกันดีน้า

ด้วยความที่เราเป็นคนแพ้หนุ่มหล่อผมทอง เราเลยเลือกเจ้าของคฤหาสน์ดีกว่า ฮิๆๆๆๆ

เจ้าของคฤหาสน์คนนี้มีนามว่า เคลาส์ สเตราส์ เป็นขุนนาง ซึ่งปัจจุบันเล่นรูทนี้จบไปแล้วยังไม่รู้เลยว่ายศอะไร….. รู้แต่เป็นขุนนาง หล่อ รวย ก็พอแล้ว

ท่านเคลาส์เพิ่งขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลสเตราส์หมาดๆ เพราะพ่อเพิ่งเสียไปตอนเริ่มเรื่อง คือเรื่องเปิดฉากที่งานศพของพ่อท่านเคลาส์นี่แหละ แต่ถึงจะเรียกว่าหัวหน้าตระกูล ในบ้านก็มีแต่ท่านเคลาส์กับคนรับใช้อีกมากมาย ไม่มีญาติพี่น้องคนอื่นอีกเลย สรุปว่านอกจากจะเป็นหนุ่มหล่อที่เพิ่งได้รับมรดกมหาศาลมาจากพ่อแล้ว ยังไม่มีตัวแบ่งมรดกอีกต่างหาก!! โอ้โหวววว ผู้ชายในฝัน!!!

นอกจากโปรไฟล์จะหรูเลิศอลังการทรัพย์ศฤงคารกองพะเนินแล้ว จิตใจของท่านเคลาส์ก็ช่างงดงามเหลือเกิน ฮืออออออออ พูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นคนดีมากกกกกกกกก อ่อนโยนใจดีกับนิโกะมากกกกกกกกกกกก แทบทุกคำพูดที่คุยกับนิโกะล้วนแสดงความเป็นห่วงเป็นใย เสียงก็ล้อหล่อ พากย์โดยซาโต้ ทาคุยะ ปกติเราไม่ได้ชอบซาโต้ทาคุเป็นพิเศษนะ แต่ท่านเคลาส์พูดจาอ่อนหวานทีไร หัวใจเจ้ากรรมมันหลอมละลายไม่เหลือชิ้นดีทุกที โอยยยยย ใครเล่าจะไม่เผลอใจให้ท่านเคลาสสสสสสสส์ ฮือออออออออ รักกกกกกกก (;___;)

ถ้าเรื่องมันมีแค่นิโกะกับเคลาส์ก็คงเป็นแค่เกมบอยเลิฟกุ๊กกิ๊กในคฤหาสน์ธรรมดา อย่ากระนั้นเลย ต้องมีคนคอยชงให้เรื่องมันวุ่นวายหน่อย และตัวชงที่ว่าก็คือพ่อบ้านหน้ามึนคนนี้

เกลนน์ มานาการ์ม (ทำไมนามสกุลกามๆ แต่ก็สมเป็นเกมฉิบแปดบวกดี /ใช่เหรอ) เป็นอดีตคนรับใช้ประจำตัวของท่านเคลาส์ซึ่งภายหลังได้เลื่อนขั้นมาเป็นพ่อบ้านหัวหน้าคนรับใช้ทั้งหมดในคฤหาสน์ นิสัยเย็นชา ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา พูดทีไรเป็นต้องด่านิโกะด้วยน้ำเสียงราบเรียบตลอด แต่ก็เป็นคนตั้งใจทำงาน ช่วยสอนงานต่างๆ ให้นิโกะ บางทีก็เหมือนจะซึนเดเระอยู่บ้าง แต่เมื่อความลับทุกอย่างเปิดเผยแล้วก็พบว่าอีตานี่ไม่ใช่ซึนเดเระหรอก เป็นยันเดเระต่างหาก…….

เรื่องราวส่วนใหญ่จะดำเนินอยู่ในคฤหาสน์ของเคลาส์ ซึ่งระหว่างที่นิโกะทำงานอยู่ที่บ้านหลังนี้ ความลับต่างๆ ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้คฤหาสน์เมื่อสิบปีก่อน ความลับของตระกูลสเตราส์ และเรื่องราวเกี่ยวกับชาติกำเนิดของนิโกะจะค่อยๆ เปิดเผยออกมา กลายเป็นเรื่องราวโศกนาฎกรรมความรักอันสุดแสนเจ็บปวด ……ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ปวดใจขนาดนั้นหรอก เราเตรียมใจว่ามันจะต้องมืดมนหดหู่ทำลายล้างตับ เล่นแล้วกินไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำตาหยดติ๋งๆ ไปสามคืน แต่สงสัยเตรียมใจไว้ดีเกิน พอถึงฉากที่ควรจะเศร้าเลยไม่ค่อยเศร้าเท่าไหร่

ส่วนความดาร์ค พอดีเคยเล่นเกม 18+ ที่ดาร์คกว่านี้มาหลายเกม พอมาเจอเกมนี้เลยรู้สึกว่า นี่ดาร์คแล้วเหรอ? ถ้าเทียบกับเกมเรททั่วไปอาจจะเรียกได้ว่าดาร์คอยู่ แต่เกม 18+ มันยังดาร์คได้กว่านี้อีกเยอะ แต่ถ้าเล่นแบบไม่คาดหวังความดาร์คเราว่าเป็นเกมที่สนุกเกมนึงเลยนะ

อนึ่ง ทั้งหมดนี้พยายามเล่าแบบไม่สปอยล์ แต่หลังจากนี้จะสปอยล์แล้ว!

 

 

※ ※ ※ ※ SPOILER ALERT ※ ※ ※ ※ 

 

 

อย่างที่บอกไว้ว่า พอเล่นไปสักพักจะเข้าใจว่าทำไมถึงไม่ใช้ฉากเป็นอังกฤษ แต่เป็นประเทศที่สมมติขึ้นมา นั่นเป็นเพราะว่าเนื้อเรื่องของเกมนี้มีเรื่องของชาติพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั่นเอง

เรื่องนี้ดำเนินอยู่ในอาณาจักรคลุสโตเนีย แน่นอนว่าต้องมีชนชาติคลุสโตเนียอยู่ ฝ่ายนี้เป็นฝ่ายเจ้าของประเทศ มีทั้งขุนนางแบบเคลาส์และประชาชนทั่วไปนั่นแหละ ส่วนอีกชนชาตินึงคือชาวยัฟ คนพวกนี้เป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ อพยพมาจากประเทศที่ล่มสลายไปแล้ว ก่อนหน้านั้นก็เป็นแค่ชนเผ่าเร่ร่อน ซึ่งเกลนน์เป็นคนฝ่ายนี้

ส่วนนิโกะมาแบบประนีประนอม เป็นลูกครึ่ง พ่อเป็นชาวคลุสโตเนีย แม่เป็นสาวชาวยัฟ

ในประเทศที่มีสองชนเผ่าอาศัยอยู่ด้วยกันในอดีตแบบนี้ เป็นเรื่องปกติที่จะเกิด racial discrimination ขึ้น ชาวยัฟอย่างเกลนน์และลูกครึ่งอย่างนิโกะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้โดยต้องเผชิญกับการดูถูกดูแคลนของชาวคลุสโตเนียตลอดเวลา ยังดีที่ท่านเคลาส์เป็นสุภาพบุรุษสุดหล่อแสนดี คฤหาสน์ของท่านเคลาส์จึงมีคนรับใช้สองเชื้อชาติอยู่ปะปนกันโดยไม่มีการแบ่งแยก เนี่ย เห็นมั้ย ท่านเคลาส์เป็นคนดีขนาดไหน ฮืออออออออออ

เกมนี้ดำเนินไปโดยพูดถึงเรื่องการแบ่งแยกชาติพันธุ์อยู่เนื่องๆ เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ชวนขบคิด และดูเหมือนจะมีสาระดี บางทีก็คิดว่า เอ๊ะ นี่มันวรรณกรรมชายขอบในรูปแบบของเกมบีแอลรึไงกัน!? แต่สุดท้ายเกมก็ไม่ได้เสนอทางออกอะไรเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันระหว่างสองชาติพันธุ์หรอกนะ (แป่ววว)

ที่ต้องเล่าเรื่องสองชาติพันธุ์นี้ก่อนเพราะมันเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องอย่างลึกซึ้งมาก

ตอนแรกๆ ประเด็นชาติพันธุ์นี่ก็ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่นอกจากมีไว้ให้นิโกะดูน่าสงสารที่โดนเจ้านายคนก่อนกลั่นแกล้งเพราะเป็นลูกครึ่ง แต่พอนิโกะเข้าไปทำงานในคฤหาสน์สักพัก ความทรงจำที่ขาดหายไปก็เริ่มจะแว้บๆ กลับมาทีละนิดละหน่อย จนกระทั่งเกลนน์มาช่วยกระตุ้นความทรงจำ (ด้วยวิธีที่ไม่ควรเล่าตรงนี้////) ในที่สุดนิโกะจึงจำได้ว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเองไม่ใช่เด็กกำพร้าข้างถนนธรรมดา ทว่าเป็นถึงลูกชายตระกูลเพรสตันที่เคยครอบครองคฤหาสน์หลังนี้มาก่อน โชคร้ายที่เมื่อสิบปีก่อนเกิดเหตุการณ์โจรบุกปล้นจนไฟไหม้คฤหาสน์ ตระกูลเพรสตันเลยตายกันเกือบหมดบ้าน เหลือแค่นิโกะที่หนีรอดมาได้

ส่วนสาเหตุที่เกลนน์เป็นคนกระตุ้นความทรงจำให้นิโกะนั้นเป็นเพราะว่า เกลนน์เคยเป็นคนรับใช้ตระกูลเพรสตันมาก่อน วันที่เกิดเหตุไฟไหม้บังเอิญรอดมาได้เพราะออกไปธุระนอกบ้านพอดี และแม้แต่ตอนนี้จิตใจของเกลนน์ก็ยังคงจงรักภักดีต่อตระกูลเพรสตันเสมอ พอเฉลยความจริงแล้วเกลนน์จึงคุกเข่าจูบมือนิโกะ สาบานว่าเจ้านายของผมมีแต่ท่านนิโกะเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของความดราม่าทั้งหมดทั้งปวงมันอยู่ตรงเนี้ยแหละ

ถ้าเรื่องมันมีแค่ว่านิโกะเป็นลูกอดีตเจ้าของคฤหาสน์คงไม่ดราม่าเท่าไหร่หรอก ปัญหาคือคนที่ส่งโจรมาปล้นคฤหาสน์และฆ่าตระกูลเพรสตันตายเรียบคือใคร!?

คำตอบเดาไม่ยากเลยเพราะตัวละครมีกันอยู่แค่นี้ ตัวการที่ก่อคดีเมื่อสิบปีก่อนและยึดคฤหาสน์มาเป็นของตัวเองก็คือพ่อของเคลาส์นั่นเองงงงงงงงงง (น่าตกใจมากๆ /เสียงโมโนโทน)

อย่างไรก็ตาม คนที่รู้เรื่องนี้มีแค่เกลนน์กับนิโกะเท่านั้น สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่พ่อของเคลาส์เคยได้รับยกย่องเป็นวีรบุรุษ เป็นคนใจกว้างที่เคลื่อนไหวเพื่อชนกลุ่มน้อย เคลาส์จึงเชื่อมั่นมาตลอดว่าพ่อตัวเองเป็นคนดีโดยไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อที่ว่าเป็นคนชั่วช้าส่งโจรไปฆ่าล้างตระกูลคนอื่นแล้วแย่งคฤหาสน์เค้ามา และความจริงแล้วเหยียดชนกลุ่มน้อยมากถึงมากที่สุด

พอความทรงจำของนิโกะกลับมาแล้ว เกลนน์ก็จะคอยชักชวนว่ามาแก้แค้นตระกูลสเตราส์กันเถอะ ถึงตัวต้นเรื่องจะตายไปแล้ว แต่เคลาส์ที่ใช้ชีวิตสุขสบายมาตลอดโดยไม่เคยรับรู้บาปของพ่อก็ถือว่ามีความผิดเหมือนกัน ดังนั้นเราเอาความแค้นทั้งหมดของตระกูลเพรสตันไปลงที่เคลาส์กันดีกว่านะท่านนิโกะ!

การเสี้ยมให้นิโกะไปแก้แค้นเคลาส์นี่เป็นสิ่งที่เราหงุดหงิดที่สุดในเกม (#`皿´) ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาความแค้นไปลงกับคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เคลาส์ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์โดยตรงด้วยซ้ำ เกลนน์พยายามโน้มน้าวให้เชื่อว่าเคลาส์เลวทรามชั่วช้ายังไงเราก็ไม่เคยคล้อยตามเลย ทุกครั้งที่เกลนน์พูดอะไรประมาณนี้จะโมโหจนอยากชกจอคอมรัวๆ แต่ชกไปก็เจ็บมือเปล่าๆ ดีไม่ดีคอมพังอีก เลยได้แต่สาปแช่งอย่างเดียว (อินมากบอกเลย)

และไม่ว่าจะเล่นรูทเกลนน์หรือเคลาส์ นิโกะก็จะร่วมมือกับเกลนน์เพื่อแก้แค้นเคลาส์อยู่ดี ไม่มีหนทางที่จะได้เลิฟๆ กับท่านเคลาส์อย่างสงบสุขตลอดเกมเลย ถ้าจะเศร้าก็เศร้าตรงนี้แหละ ท่านเคลาส์เป็นคนดีอะะะะะ ไม่อยากให้โดนแก้แค้นทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดดดดดด ฮืออออออออ (T___T)

แต่เดี๋ยวก่อน! นี่ไม่ใช่การแก้แค้นส่วนตัวของตระกูลต่อตระกูลเท่านั้น เพราะเกลนน์ยังได้เฉลยอีกในภายหลังว่าครอบครัวของนิโกะสืบสายเลือดมาจากราชวงศ์ของชาวยัฟอีกที (ตรงนี้ลืมๆ รายละเอียดไปละว่าสรุปพ่อนิโกะก็เป็นชาวยัฟเหรอ เพราะถ้าแค่แม่คนเดียวไม่น่าเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเชื้อพระวงศ์) การฆ่าล้างตระกูลเพรสตันจึงเท่ากับการล้มล้างราชวงศ์ของชาวยัฟ (ซึ่งจริงๆ แล้วก็ล่มสลายไปแล้ว…..) ดังนั้นนี่จึงเป็นการแก้แค้นของชาวยัฟทั้งหมด โอววววว ยิ่งใหญ่มาก สรุปแล้วนี่มันเรื่องราวการลุกฮือต่อสู้ของคนชายขอบเหรอ….. แต่ชอบนะที่ใส่เรื่องชาติพันธุ์เข้ามาทำให้มันเป็นการแก้แค้นที่มีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่การแก้แค้นดาดๆ ถึงจะไม่เห็นด้วยกับการเอาความแค้นทั้งหมดไปลงที่ท่านเคลาส์ผู้แสนดีของเราก็เถอะ (;____;)

ฉากเฉลยอดีตของนิโกะกับสาบานว่าจะแก้แค้นเคลาส์นี่อยู่ในบทแรกสุดของเกม หลังจากนั้นอีกสามบทที่เหลือจะเป็นเรื่องราวการแก้แค้นของสองคนนี้กับเคลาส์ที่ต้องตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เล่นไปก็สงสารเคลาส์ตลอดเวลา ทำไมท่านเคลาส์ของเราต้องมาเจออะไรแบบเน้ โฮวววววววว

ในรูทเคลาส์ แผนชั่วของเกลนน์จะทำให้ธุรกิจที่เคลาส์วางแผนอย่างดีพังไม่เป็นท่าจนสูญเสียทรัพย์สินแทบหมดตัว สาวคู่หมั้นที่เคยรักกันดีก็เข้าใจผิดคิดว่าเคลาส์เป็นชายชั่วจนขอถอนหมั้น (จริงๆ แล้วอันนี้ดี อะไรดีเราก็ชมว่าดี ทำดีมากเกลนน์ ขอบคุณที่ช่วยกำจัดคู่หมั้นท่านเคลาส์) จนสุดท้ายเรื่องราวความชั่วของพ่อเคลาส์ก็โดนเปิดโปงลงหนังสือพิมพ์จนคนรู้กันทั่วประเทศ ส่งผลให้เคลาส์สติแตกคลุ้มคลั่ง โดนจับไปขังคุกอยู่หลายเดือนจนเป็นบ้าไปเลย สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่อินกับตัวละครคงไม่สะเทือนใจอะไรมาก แต่เราอินกับท่านเคลาส์มาก เค้าเป็นคนดี เค้าไม่ควรโดนกระทำแบบนี้อย่างไร้ทางสู้นะะะะะ (;_____;)

ส่วนรูทเกลนน์ยังเล่นไม่จบ ยังไม่รู้ว่าชะตากรรมท่านเคลาส์จะเป็นยังไงต่อไป……

ว่าแต่ย้ำว่าท่านเคลาส์เป็นคนดีมาหลายรอบแล้ว ยังไม่ได้อภิปรายโดยละเอียดเลยว่า “ดี” ที่ว่าเนี่ยดียังไง แต่จะเล่าละเอียดก็ยากอะะะ เพราะเค้าเป็นคนดี!!!!! คือเป็นตัวละครที่รู้สึกว่าดีจากเนื้อแท้จริงๆ ถึงพ่อเค้าจะเลวร้ายยังไง ลูกก็ไม่ได้ร้ายตามเลย กลับกันแล้วออกจะดีจนไม่รู้ว่าทำไมถึงดีขนาดนี้

หลักๆ แล้วความใจดีของเคลาส์เห็นได้ผ่านการปฏิบัติต่อนิโกะนี่แหละ เคลาส์ใจดีด้วยมาตั้งแต่แรกพบสบสายตา เห็นนิโกะโดนเจ้านายเก่าข่มเหงรังแกก็ช่วยรับตัวมาทำงานในคฤหาสน์ของตัวเองแทน ตรงนี้ถึงเกลนน์จะเป็นคนเสนอให้รับนิโกะมาอยู่บ้านเพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นลูกบ้านเพรสตันก็เถอะ แต่ถ้าเคลาส์เลือกปฏิบัติ เป็นคน racist เหมือนพ่อ ก็คงไม่ยอมรับทั้งเกลนน์และนิโกะที่เป็นชนกลุ่มน้อยมาทำงานด้วยหรอก

พอนิโกะเข้ามาทำงานใหม่ๆ ยังเด๋อๆ ด๋าๆ ทำโน่นนี่นั่นไม่ค่อยเป็น เกลนน์จะคอยสอนไปด่าไป ขณะที่ท่านเคลาส์ช่วยเป็นกำลังใจให้ คอยปลอบว่าไม่เป็นไรนะ ค่อยๆ เรียนรู้ไปก็ได้ ฉันอยากให้เธอมีความสุขกับการอยู่ที่นี่ มีเรื่องกลุ้มใจอะไรก็มาปรึกษาฉันได้เสมอนะ คือบทพูดเคลาส์จะเป็นแนวนี้ตลอด คอยให้กำลังใจ คอยเป็นห่วงเป็นใย คอยบอกว่าไม่ต้องฝืนนะ สู้ๆ นะ มีฉันอยู่ตรงนี้เสมอนะ โอยยยยยย เค้าดี เค้าดีมากกกกกกกกกกกกกก

ฉากนึงที่ชอบคือตอนที่นิโกะเข้าไปทำงานใหม่ๆ แล้วไปเจอเปียโนตั้งอยู่ในบ้าน นิโกะรู้สึกคุ้นๆ เลยไปนั่งดีดแล้วพบว่าตัวเองดีดเปียโนเป็น แล้วอยู่ดีๆ ท่านเคลาส์ก็โผล่มานั่งด้วย เล่นเปียโนด้วยโดยไม่ดุซ้ากกกกคำ แถมขอให้นิโกะช่วยสอนเพลงที่เล่นเมื่อกี้อีกต่างหาก เนี่ยยยยยย เป็นเจ้าของบ้านแท้ๆ แต่ไม่มีการแบ่งแยก ไม่ถือตัวว่าเหนือว่าทั้งๆ ที่เป็นขุนน้ำขุนนาง น่ารักจังเลย (≧ω≦)

สักพักพอเกลนน์ได้เลื่อนขั้นเป็นพ่อบ้าน นิโกะก็ต้องรับหน้าที่คนรับใช้ประจำตัวท่านเคลาส์แทน (โอกาสทองงงงงง ^q^) ชอบฉากต่างๆ นานาในช่วงที่นิโกะไปรับใช้ท่านเคลาส์เป็นการส่วนตัวมาก น่ารักและไม่เครียด ท่านเคลาส์ล้อหล่อ จะใส่สูทหรือใส่ชุดนอนหรือไม่ใส่อะไรเลยก็หล่อไปหมดดดดดดดด (////ー////)

แต่ชอบชุดนอนสุดละ เซะซี่เหลือเกิน อยากสิงร่างนิโกะไปช่วยปลุกทุกเช้า (-.,-)

ความน่ารักของท่านเคลาส์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! วันดีคืนดียังมีการมาชวนนิโกะไปเดท(?)ในที่ดินรอบๆ คฤหาสน์ พาไปขี่ม้ากินลมชมวิวสองต่อสอง ช่างเป็นคนโรแม้นถีกกกกกกกกกกกก (ในขณะที่รูทอีตาเกลนน์ไปเดทกันในร้านเหล้าซอมซ่อ บู่วววววววว)

หลังจากนั้นพอนิโกะกับเกลนน์เริ่มลงมือแก้แค้นกันอย่างจริงจัง เกลนน์ก็บอกให้นิโกะแกล้งทำเป็นสนใจงานของเคลาส์แล้วเก็บข้อมูลมาซะ นิโกะเลยทำตามนั้น เคลาส์ก็ช่วยสอนงานให้ ช่วงแรกๆ นิโกะยังอ่านหนังสือไม่ออก เคลาส์ก็อาศัยเวลาว่างจากงานช่วยสอนนิโกะหัดอ่านหัดเขียน ดูสิดู!!! งานตัวเองก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ยังมาสอนเด็กรับใช้อ่านหนังสืออีก ใจดีใจกว้างขนาดไหนนนนน เปรียบเทียบว่าใจกว้างเท่ามหาสมุทรแปซิฟิคยังน้อยไป ใจท่านเคลาส์กว้างกว่านั้นเยอะมาก!! แล้วคิดดู เค้าเป็นคนดีขนาดเนี้ย ทำไมนิโกะถึงยังจะอยากแก้แค้นเค้า หืมมมมมมมมม???????

จุดที่ชวนปวดใจที่สุดก็คือการที่เคลาส์เป็นคนดีเกินไปนี่แหละ ดีจนไว้ใจทั้งเกลนน์และนิโกะ เชื่อใจทั้งสองคนอย่างสนิทใจ ชั่วขณะที่เคลาส์รู้ว่าทั้งสองคนลงมือแก้แค้นตัวเองมาตลอดจึงเป็นฉากไฮไลท์ของรูทเคลาส์ก็ว่าได้ เล่นไปก็ลุ้นไปว่าวินาทีที่ท่านเคลาส์รู้ตัวว่าโดนหักหลังจะเป็นยังไง และพอถึงฉากที่ว่าจริงๆ ก็รู้สึกว่า โอย ไม่อยากเล่นต่อแล้ว (อ้าว 55555555555) คือไม่ใช่ว่าปวดตับจนทนเล่นต่อไม่ได้ แต่ไม่อยากเห็นท่านเคลาส์ที่แสนดีมีความสุขกับชีวิตมาตลอดต้องมาแปดเปื้อนด้วยบาปที่สองคนนี้โยนให้ (;___;)

เราชอบฉากที่เคลาส์รู้ความจริงในรูทเกลนน์มากกว่ารูทเคลาส์นะ ในรูทเคลาส์รู้เพราะข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ในรูทเกลนน์ เคลาส์จะบังเอิญมาได้ยินเกลนน์กับนิโกะคุยกันเรื่องนี้พอดี ชอบแบบหลังมากกว่าเพราะสาเหตุที่เคลาส์มาได้ยินเนี่ย เป็นเพราะนิโกะบอกว่าจะชงชาให้แล้วหายไปซะนาน เคลาส์เลยทิ้งงานออกมาตามหาเพราะกลัวว่านิโกะจะไปเป็นลมเป็นแล้งอยู่ที่ไหนรึเปล่า โอ๊ยยยยยย เนี่ยยยยยยยย เป็นคนดีอะไรขนาดนี้คะท่านนนนนน ดีจนต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ เพราะความเป็นคนดีของตัวเอง เศร้าจัง (T____T)

แต่ไอ้ความรู้สึกไม่อยากให้เคลาส์มารับรู้เรื่องพวกนี้เป็นมุมมองของคนที่เล่นแล้วกรี๊ดเคลาส์น่ะนะ ถ้ามองอย่างเป็นกลางแล้วเห็นด้วยกับเกลนน์ว่าเคลาส์ควรจะรับรู้ว่าพ่อตัวเองทำอะไรเอาไว้ แต่ไม่เห็นด้วยเรื่องแก้แค้นนะ! แค่อยากให้รู้ไว้เฉยๆ แล้วเคลาส์จะอยากชดใช้ด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่เจ้าตัว ไม่ใช่ไปบีบบังคับให้ชดใช้กรรม (ที่คนอื่นก่อไว้) ด้วยการแย่งชิงทุกอย่างมาโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันรู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร มันไม่ยุติธรรมเลยนะเกลนน์!!

อ้อ แต่ในรูทเกลนน์ เคลาส์รู้ความจริงในจุดที่ยังไม่น่าจะคิดอะไรกับนิโกะมากเท่าไหร่ ส่วนในรูทเคลาส์นี่เหมือนรักนิโกะจนหมดใจไปแล้วเพิ่งมารู้ว่าโดนหักหลังมาตลอด ในแง่นี้แล้วรูทเคลาส์ปวดใจกว่าเล็กน้อย

ในรูทเคลาส์ หลังจากเคลาส์รู้ความจริงจนสติแตก โดนจับไปขังคุกอยู่หลายเดือน (ซึ่งระหว่างนั้นนิโกะก็เสวยสุขอยู่ในคฤหาสน์กับเกลนน์ ฮึ่ยยยยย) ก็เกิดเหตุนักโทษแหกคุกเป็นหมู่คณะ หนึ่งในคนที่หนีออกไปได้มีเคลาส์รวมอยู่ด้วย และไม่นานเคลาส์ก็กลับมาแก้แค้นเกลนน์กับนิโกะ เอ้าาาา แก้แค้นกันไปมาไม่มีที่สิ้นสุดดดดด สนุกกันมากมั้ย!? (ประหนึ่งช่วงแรกเป็นภาค Revenge of นิโกะ&เกลนน์ แล้วตามด้วยภาคท่านเคลาส์ Strikes Back)

ท่านเคลาส์หลังออกจากคุกซูบผอมลงไปมาก โทรมเชียว (;___;) แต่ไม่เป็นไรนะคะ โทรมแค่ไหนก็ยังรักกกกก ฮืออออออ

ฉากนี้เคลาส์ทำร้ายเกลนน์จนบาดเจ็บ แต่นิโกะก็พยายามเรียกสติเคลาส์กลับคืนมาจนได้ ทั้งสองคนร้องไห้ปรับความเข้าใจกัน บรรยากาศเกือบจะแฮปปี้แล้ว แต่หันไปอีกที อีตาเกลนน์ที่บาดเจ็บเลือดโชกอยู่เมื่อกี้หายไปแล้วจ้า เอ้าาา ความวุ่นวายยังคงไม่จบสิ้นง่ายๆ

ถึงเคลาส์กับนิโกะจะเข้าใจกันแล้ว กลับมารักกันแล้ว แต่เคลาส์ในตอนนี้ก็มีสถานะเป็นแค่นักโทษแหกคุก จะกลับไปใช้ชีวิตรักชื่นมื่นด้วยกันในคฤหาสน์ก็ทำไม่ได้ ทั้งสองคนเลยตัดสินใจหนีตามกันไป ใช้ชีวิตเร่ร่อนไปเรื่อยๆ แต่ชีวิตแบบนี้มันก็ยากที่จะดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ทันไรเคลาส์ซึ่งสุขภาพร่างกายทรุดโทรมมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ก็อาการหนักจนแทบเคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้ นิโกะพยายามช่วยอาหารมาให้ พยายามพาหนีพวกตำรวจ แต่ก็มาเจอมารผจญตัวฉกาจเจ้าเก่า อีตาเกลนน์กลับมาอีกแล้วเด้อ

คราวนี้เกลนน์กลับมาทวงนิโกะคืนพร้อมด้วยปืนหนึ่งกระบอก โอ้โห อย่างกับละครไทยที่นางอิจฉาจะต้องถือปืนโผล่มาในตอนจบ!

ตรงนี้เคลาส์กับนิโกะจะเป็นจะตายยังไงก็ขึ้นอยู่กับตัวเลือกที่เราเลือก ถ้าเลือกผิดเป็น Bad End เคลาส์กับนิโกะจะตายตกตามกันไปท่ามกลางหิมะโปรยปราย

ส่วน Good End จะจบแบบเคลาส์โดนเกลนน์ยิงแขน แล้วนิโกะก็เอามีดจ้วงแทงเกลนน์ตายคามือ (บทจะโหดน้องก็โหดไปไหน๊) สุดท้ายเคลาส์กับนิโกะก็รอดตายมาได้เพราะอดีตพ่อบ้านคนแรกที่ลาออกไปตอนต้นๆ เกมบังเอิญมาเจอและช่วยเอาไว้ (คำถามคือลุงบังเอิญมาทำอะไรกลางป่าในวันที่หิมะตกหนักคะ…..) พอสภาพร่างกายเคลาส์ฟื้นฟูเป็นปกติดีแล้ว เคลาส์กับนิโกะก็ขึ้นเรือหนีไปต่างประเทศด้วยกัน ใช้ชีวิตทำไร่ไถนาด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

เป็นตอนจบที่สงบสุขดี ละทิ้งทุกอย่างมาเริ่มต้นใหม่ แต่รู้สึกว่าอุตส่าห์วางปมเรื่องแก้แค้นกันไปมาตั้งเยอะแยะ สุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยการฆ่าคนคอยเสี้ยมทิ้งเนี่ยนะ…….. แต่เอาเถอะ เรื่องทั้งหมดมันจะไม่เกิดถ้าเกลนน์ไม่เสี้ยมแต่แรก จะว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอก็ได้อยู่หรอก 5555555555

ส่วนรูทเกลนน์จบยังไงไม่รู้ แต่มันมีแบดเอนด์อันนึงของรูทเคลาส์ที่เรารู้สึกว่า โอ้โห๊!!! เกลนน์!!!! เล่นงี้เลยเหรอ!!!??

อย่างที่บอกไว้ด้านบนว่าเล่นๆ ไปแล้วเราจะค้นพบว่าเกลนน์เป็นตัวละครยันเดเระ คือเกลนน์เนี่ยนอกจากจะมีบทบาทคอยเป่าหูนิโกะให้แก้แค้นตลอดเวลาแล้ว เกลนน์ยังมีความต้องการอยากครอบครองนิโกะเอาไว้สูงมากจนน่ากลัว หนึ่งในแบดเอนด์ของเคลาส์มีฉากนึงที่นิโกะหนีตามเคลาส์ไป แต่สุดท้ายก็แอบกลับมาขโมยอาหารในคฤหาสน์ตัวเอง โชคไม่ดีที่อีตาเกลนน์มาเจอเข้า นิโกะเลยโดนจับไปล่ามโซ่ขังไว้ในกรง กลายเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักของอีตาเกลนน์ตลอดไป

(จริงๆ ซีจีเต็มๆ มันอล่างฉ่างกว่านี้ อันนี้ผ่านการเซนเซอร์แล้วในระดับนึง 555555555)

ซึ่งฉากจับขังกรงนี่ไม่ได้มีฉากเดียว มีแบดเอนด์อีกฉากที่จับเคลาส์มาขังในกรง ส่วนนิโกะล่ามไว้นอกกรง วันดีคืนดีอีตาเกลนน์ก็มาทำมิดีมิร้ายนิโกะให้เคลาส์ดู โอ้ยยยยยยยยยย โรคจิ๊ตตตตตตตตตตตต แต่แบดเอนด์เกม 18+ มีอะไรประมาณนี้ก็ไม่น่าแปลกใจแหละนะ โรคจิตกว่านี้ก็เจอมาเยอะแล้ว 5555555555

และหลังจากสัมผัสกับความโรคจิตของเกลนน์ในรูทเคลาส์มามากมายทั้งในเนื้อเรื่องหลักและแบดเอนด์ พอมาเล่นรูทเกลนน์เลยสันหลังวาบเป็นระยะๆ เวลาเกลนน์ยิ้มมุมปากทีไรขนลุกขนพองทุกที ไม่มีอาการใจเต้นตึกตักใดๆ ไม่สามารถมองเป็นพ่อบ้านหนุ่มหล่อได้อีกแล้ว (.__.) แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบตัวละครแนวยันเดเระอาจจะชอบเกลนน์มากก็ได้ …มั้ง

โดยสรุปแล้วเกมไม่ดาร์คเท่าที่คิดไว้แต่เนื้อหาก็หนักอยู่ เนื้อเรื่องซับซ้อนพอใช้ได้ รายละเอียดในเนื้อเรื่องเยอะดี มีประเด็นน่าคิด อย่าคาดหวังความฟินหรือความหวานกิ๊วก๊าวหัวใจเพราะไม่ค่อยมีหรอก มีแต่ดราม่าหาทางแก้แค้นกันไปวันๆ แทรกด้วยฉากเรทเป็นระยะๆ แต่ไม่ถึงกับเยอะจนน่ารำคาญ (เราเป็นคนที่เล่มเกม 18+ ที่มีฉากเยอะๆ ไม่ได้ รำคาญอะ 55555555) แต่ถ้าอินกับท่านเคลาส์ก็จะฟินทุกประโยคที่ท่านเคลาส์เอื้อนเอ่ยไปโดยอัตโนมัติเอง (〃ω〃)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านเคลาส์อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก (●´﹃`●)

Unbox: うたの☆プリンスさまっ♪Repeat LOVE

แผ่นอุตะปุริรีพีทเลิฟมาส่งตั้งแต่เดือนที่แล้ว แกะกล่องดูหนึ่งทีแล้วก็เก็บเข้ากรุไป จนป่านนี้ยังไม่ได้เล่นซะที แต่คราวนี้ประทับใจแพคเกจสุดอลังการจนอยากเอามาอวดรีวิวซะหน่อย

ภาครีพีทเลิฟนี่ไม่ใช่ภาคใหม่อะไร เป็นการเอาภาค Repeat (ซึ่งเป็นภาคที่รีเมคจากภาคแรกสุดอีกที) มาพอร์ทลง PSV แต่บวกเอพิโสดใหม่นิดๆ ฟังค์ชั่นเพิ่มเติมอีกหน่อย จุดหนึ่งที่สำคัญมากคือ ภาคนี้ถือเป็นภาคแรกเลยที่อุตะปุริมีฟังค์ชั่นกะพริบตาและขยับปาก!! ว้าววว น่าตื่นเต้นมากๆ!!!!! (เกมอื่นเขาทำมาชาตินึงแล้วมั้ยแกรรรร)  

ที่จริงเรามีแผ่นภาครีพีทแล้ว ซื้อมือสองแบบธรรมดามาเก็บไว้ แต่พอเอามาพอร์ทลงวีต้าก็อยากซื้อเก็บอยู่ดี ความที่ของเก่าไม่ได้เก็บแบบลิมิเต็ด คราวนี้เลยอยากเก็บๆ แบบลิมิเต็ดซะเลย

ตอนแรกลังเลว่าจะสั่งแบบ Shining Love Box ที่เป็นแบบลิมิเต็ดธรรมดา หรือ Premium Princess Box แบบลิมิเต็ดสุดอลังการพรั่งพร้อมของแถมมากมายดี สุดท้ายก็เลือกสั่งแบบอลังการเนื่องจากพิจารณาแล้วว่าของแถมล้วนดีต่อใจ ว่าแล้วก็กดสั่งในบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์มาหนึ่งกล่อง

เลือกสั่งกับบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์เพราะอิจิโนะเสะซังอยู่ร้านนี้ แถมมีดราม่าซีดีเร็นโทคิด้วย เลือกร้านง่ายมาก ไม่มีการลังเลใดๆ ทั้งสิ้น

เซ็ตของบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์หน้าตาเป็นแบบนี้ ผ่างงงงงง

dsc050182

อิจิโนะเสะซังเต็มไปหมดเลยยยยยยยยยยย \(^o^)/ แค่เปิดกล่องมาเห็นของก็มีความสุขแล้ว

ส่วนที่เป็นของแถมเฉพาะของบรอคโคลี่สโตร์ประกอบไปด้วยอิจจี้ อิจจี้ อิจจี้ และอิจจี้!

dsc05019

สี่อย่างนี้คือทาเปสขนาด A3, โบรไมด์, พวงกุญแจพร้อมฐานเอาไว้ตั้งดูเล่นๆ และเข็มกลัดหนึ่งอัน

ส่วนแฟ้มขนาด A4 เป็น 早期予約特典 ต้องกดจองก่อนวันที่เท่าไหร่สักวันนึงนี่แหละถึงจะได้มา

dsc05021

แม้ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นลายเดียว แต่ได้เห็นอิจจี้เรียงรายกันเยอะๆ แบบนี้แล้วโซแฮปปี้ (〃∀〃)

และชิ้นที่เป็นไฮไลท์ก็คืออออออ ดราม่าซีดีเร็นโทคิกับมื้อกลางวันสุดหวานแหวว!

dsc05020

อันที่จริงคู่นี้ไม่ใช่คู่หลักที่เราชอบหรอกนะ (เสียงสั่น) เราชอบโทคิโอโตะต่างหาก! แต่เร็นโทคิก็ดี๊ดี ตอนออฟฟิเชียลประกาศว่าจะออกซีดีคู่นี้ถึงกับกรี๊ดไปสามวันเจ็ดวัน กราบขอบคุณออฟฟิเชียลแรงๆ มา ณ ที่นี้ ที่เฝ้านับวันรอเกมออกเพราะอยากฟังซีดีแผ่นนี้มากกว่าอยากเล่นเกมอีก …แต่จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่ได้แกะฟังหรอกนะ 555555555

ส่วนที่เป็นของแถมจากบรอคโคลี่สโตร์มีแค่นี้ นอกนั้นเป็นของแถมใน Premium Princess Box ละ (ไม่ควรเรียกว่าของแถมเลยอะ เพราะราคาสินค้าก็รวมมูลค่าสิ่งเหล่านี้ไว้แล้ว)

ใน Premium Princess Box ก็มี 早期予約特典 มาให้อย่างนึงคือสกอร์บุ๊กของภาครีพีท จริงๆ แล้วสกอร์บุ๊กเล่มนี้เคยเป็นของแถมของภาคแรกสุด แต่คราวนี้มีการอัพเกรดโดยการเพิ่มโน้ตเพลงของเซซิลลงไปด้วย

ปกสกอร์บุ๊กสีเจ็บมาก กระแทกตาสุดๆ

dsc05022

ด้านในจะเป็นโน้ตเพลงของแต่ละคน มีลายมือกำกับด้วย คือทำเหมือนเป็นโน้ตเพลงที่ทุกคนใช้ในเกมจริงๆ

dsc05023 dsc05024

สกอร์บุ๊กนี่ไม่ได้เย็บเล่มมา แต่เป็นกระดาษซ้อนๆกัน จะเอาไปกางเล่นจริง หรือแยกแผ่นไปใส่กรอบแล้วบูชาก็แล้วแต่จิตศรัทธา

ส่วนกล่องเกมพรีเมียมหน้าตาเป็นแบบนี้ ปกวาดใหม่โดยคุราฮานะเซนเซ!

dsc05025

ดูเผินๆ มันก็ดูเป็นกล่องเกมธรรมดาอยู่หรอก แต่ความจริงแล้วกล่องมันใหญ่มาก… ใหญ่จนตกใจ เพราะเท่าที่สั่งอุตะปุริแบบลิมิเต็ดมายังไม่เคยเจอกล่องใหญ่ขนาดนี้ แต่เคยเจอเกมอื่นที่ใหญ่พอๆ กันอยู่นะ เดี๋ยวนี้กล่องเกมเหมือนเน้นแข่งกันเล่นใหญ่ไว้ก่อนเลยแฮะ ( ̄∇ ̄;)

ลองเทียบความหนากับซูเปอร์เรย์จิคุง

dsc05027

หนาไปไหน Σ(゚Д゚;;)ノェェェェエエエエ!!!!

พอแกะกล่องออกมาก็จะเจอกล่องเกมอีกกล่องอยู่ด้านใน ซึ่งอันนี้ก็คือ Shining Love Box นั่นเอง

dsc05029

ขำการที่เปิดมาเจอกล่องลายเดียวกันแต่เล็กกว่าเดิม อย่างกับตุ๊กตารัสเซีย 555555555 แต่ไม่เป็นไร เราชอบปกลายนี้ (คุราฮานะเซนเซวาดอะไรให้อุตะปุริก็ชอบหมด) การที่ทุกสิ่งทุกอย่างในกล่องใช้ลายนี้หมดถือว่าดีมาก (*^▽^*)

พอแกะกล่องเกมออกมาก็จะเจอครูใหญ่อยู่ตรงขอบด้านบน… สมชื่อ Shining Love Box จริงๆ ต้องมีไชน์นิ่งซาโอโตเมะอยู่บนกล่องด้วย……

dsc05042

ของในกล่องนี้ประกอบด้วยกล่องเกมแบบธรรมดา (ปกเดิมอีกนั่นแหละ), ดราม่าซีดีวันฤดูหนาวในโรงเรียนซาโอโตเมะ เป็นเรื่องราวที่ทั้งเจ็ดคนไปรวมตัวกันที่ห้องเร็นกับมาสะ, บุ๊กเลท The Shining Repeat ซึ่งเป็นการเอาของแถมจากภาคแรกสุดมาปรับปรุงใหม่อีกนั่นแหละ

dsc05044

dsc05045 dsc05043

จะว่าไปแล้วการพอร์ทลงวีต้าครั้งนี้ก็เล่นง่ายนะ รียูสกระทั่งของแถม 55555555555 แต่สำหรับเราที่ไม่ได้เก็บเซ็ตลิมิเต็ดของภาคแรกสุดหรือภาครีพีทแล้วถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากๆ

ส่วนของแถมที่เป็นของ Premium Princess Box มีอยู่หกอย่าง แต่ละอย่างจะวางซ้อนๆ กันอยู่ในกล่องใหญ่ ต้องค่อยๆ หยิบออกมาทีละชั้น (มีคนญี่ปุ่นในทวิตเตอร์ที่เราฟอลอยู่ทวีตว่าโดนแม่แซวว่า นี่มันกล่องเครื่องเขียนเด็กประถมเรอะ ตลกมาก 5555555555)

ของแถมอย่างแรกคือซีดีเพลง Welcome to UTA☆PRI RAINBOW world!! นี่ก็เป็นการเอาเพลงเก่ามารียูสเช่นกัน คือเอาเพลง Welcome to UTA☆PRI world!! ที่เคยร้องกันแค่หกคนมาเพิ่มเซซิลลงไป กลายเป็นเวอร์ชั่นเจ็ดคนพร้อมหน้าพร้อมตา!

อย่างที่สองคือดราม่าซีดี Questions!-ライバルを知れ!- มีสี่แทรคแยกเป็นคู่ๆ คือโอโตยะ&โทคิยะ มาซาโตะ&เร็น นัตจัง&โชจัง ส่วนเซซิลอยู่กับริวยะซังและริงโกะจัง

dsc05031

อย่างที่สามคือเข็มกลัดพร้อมแฟ้ม แฟ้มเป็นตราโรงเรียนซาโอโตเมะเรียบหรูดูดีพร้อมคำขวัญประจำเกม ส่วนเข็มกลัดก็ลายเดียวกับหน้าปกอีกนั่นแหละ แต่จะแยกมาเป็นคนๆ มีแปดลายรวมนางเอกด้วย

dsc05032 dsc05033

ไหนๆ ก็ไหนๆ ซูมอิจิโนะเสะซังกันสักนิด

dsc05034

โอ๊ยยยย เห็นสีหน้าแล้วหมั่นไส้บอกไม่ถูก! จริงๆ แล้วเราไม่ชอบนิสัยอิจจี้ช่วงแรกๆ ของเกมเลยนะ 55555555555 จำได้ว่าตอนเล่นเกมครั้งแรกเฉยเมยกับอิจจี้มาก กรี๊ดแต่ท่านฮายาโตะผู้น่ารัก แต่สุดท้ายไปๆ มาๆ มาตกหลุมอิจจี้ได้ไงไม่รู้ (*-Д-)ハァ=3

ของแถมอย่างที่สี่คือคอมเมนต์การ์ดที่มาพร้อมซองและสายคล้อง แน่นอนว่าลายเดียวกับหน้าปกอีกเช่นกัน สมชื่อ Repeat มากๆ แม้แต่ของแถมก็ยังรีพีทตัวเองรัวๆ

dsc05035dsc05036

คอมเมนต์การ์ดมีแปดแผ่นรวมนางเอกเช่นเดียวกับเข็มกลัด เราชอบคอมเมนต์การ์ดนี่มากกกกกกกก เห็นภาพทุกคนชัดถนัดตากว่าบนหน้าปกและเข็มกลัด แถมด้านหลังยังมีคอมเมนต์ของทุกคน (ยกเว้นนางเอก) ให้อ่านอีก คอมเมนต์ในที่นี้ไม่ใช่คอมเมนต์สมัยเรียนด้วย แต่เป็นมุมมองของแต่ละคนในปัจจุบันย้อนกลับไปพูดถึงสมัยเรียน เสียดายที่ไม่ใช่คอมเมนต์แบบเขียนด้วยลายมือ เราชอบเวลาได้อ่านลายมือของทุกคนมากกว่าเป็นตัวพิมพ์อ้ะ (; v ;)

และอย่างที่ห้าคือโปสเตอร์ผ้าขนาด B2 ลายเดิมอีกเช่นกัน

dsc05039

โปสเตอร์แผ่นใหญ่มากกกกกก คลี่ออกมาแล้วไม่มีที่วางเลยเก็บกลับไปอย่างรวดเร็ว ถ้าทำเป็นทาเปสทรีมาให้ก็คงเอาไปแขวนได้ง่ายๆ หน่อย แต่เป็นโปสเตอร์ผ้าแล้วไม่รู้จะเอามาใช้ตกแต่งห้องยังไงดี อยู่ในกล่องต่อไปละกันนะ

ส่วนของแถมอย่างสุดท้ายก็คือตัวกล่องพรีเมียมนั่นเอง

โดยสรุปแล้ว Premium Princess Box น่าจะเป็นกล่องเกมชุดลิมิเต็ดที่เล่นเยอะเล่นใหญ่ไซส์อลังการที่สุดเท่าที่ผ่านมาแล้วแหละมั้ง (อย่างน้อยก็เท่าที่เราเก็บมาน่ะนะ) ที่ผ่านมาเราประทับใจแพคเกจภาค MUSIC2 ของ HMV มากที่สุด แต่พอเจอกล่องนี้แล้วยกให้เป็นแพคเกจดีเด่นไปเลย ปลาบปลื้มมาก (〃v〃)

รอดูว่าแพคเกจภาค Amazing Aria กับ Sweet Serenade ที่จะพอร์ทลงวีต้าเป็นรายต่อไปจะอลังการเท่านี้อีกมั้ย อยากให้ทำมาไซส์เท่าๆ กันจะได้วางเรียงกันสวยงาม แล้วก็รอดูปกใหม่ฝีมือคุราฮานะเซนเซด้วย! 楽しみ!

KINGSGLAIVE FINAL FANTASY XV

ไปดู Kingsglaive มาแล้ว!

kingsglaive

ชื่อเต็มๆ ของหนังเรื่องนี้คือ Kingsglaive Final Fantasy XV เป็นหนังซีจีว่าด้วยเรื่องราวของสงครามระหว่างอาณาจักรในไฟนอล 15

ความที่หนังออกมาก่อนเกมออก เราเลยคิดเองเออเองว่ามันเป็นหนังเรียกน้ำย่อยก่อนเล่นเกมจริงๆ คือไปดูด้วยความรู้สึกว่านี่มันเป็นหนังสำหรับโฆษณาเกม ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายเท่าไหร่ เท่าที่ดูอนิเมะ Brotherhood FFXV มาสามตอนก็ยังเฉยๆ กับเรื่องราวและเซตติ้งของภาคนี้

แต่ปรากฏว่าดูหนังภาคนี้แล้วกลับประทับใจกว่าที่คิด นี่มันเป็นหนังเรื่องนึงในตัวของมันเองเลย ต่อให้ไม่เกี่ยวอะไรกับเกมเลยก็เป็นหนังที่ดีและสนุกเรื่องนึงเลยนะ

 

★EXTREME SPOILER ALERT

 

  • ไม่รู้ว่าจะย่อเรื่องยังไงดี เรื่องราวมันซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศเหลือเกิน สรุปสั้นๆ คือสองอาณาจักรตีกัน จบ (นี่ก็สั้นไปปะแกร)
  • พระเอกของภาคนี้ไม่ใช่น็อกติสที่เป็นพระเอกในเกม แต่เป็นนิกซ์ อูลริค สมาชิกหน่วย 王の剣 (ที่ภาษาอังกฤษใช้ว่า Kingsglaive ว้าว ทำไมชื่ออังกฤษเท่กว่าเยอะมาก!!) หน่วยรบพิเศษที่สังกัดพระราชาโดยตรง
  • เหตุการณ์ในภาคนี้เป็นเหตุการณ์ก่อนเกมจะเริ่ม หรืออาจจะเป็นช่วงต้นเกม? ไม่แน่ใจเท่าไหร่ เราตามข่าวภาคนี้น้อยมาก เทรลเลอร์ออกใหม่ทีนึงก็ดูมั่งไม่ดูมั่ง กะว่าเกมออกเมื่อไหร่ค่อยเล่นทีเดียว (แล้วสุดท้ายก็จะงงมาก เหมือนสมัยเล่น FF13 โดยไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อนเลย แล้วก็เจอศัพท์เฉพาะจนหัวแบะ)
  • ขนาดเรื่องย่อหนังยังไม่คิดจะอ่านก่อนไปดูเลย นี่คือการไปดูโดยไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง เห็นมีคำว่าไฟนอลก็โอเค ต้องดู เป็นหน้าที่
  • แต่ก่อนไปดูก็ทำการบ้านไปนิดหน่อย คือตรวจสอบว่าตัวละครเป็นใครมาจากไหน ชื่ออะไร ใครพากย์บ้าง แล้วสุดท้ายก็ลืม ตอนจบพอเครดิตขึ้นแล้วมีชื่อเซกิซังเลยตกใจไปสามวิว่าโผล่มาตอนไหน!! ทำไมจำเสียงไม่ได้!!
  • ความรู้พื้นฐานเท่าที่จำได้ก่อนหนังเริ่มคือพระเอกชื่อนิกซ์ กับพระราชาที่เป็นพ่อน็อกติสชื่อรีจีส
  • ดูไปดูมา อ้าว ทำไมพ่อน็อกติสชื่อเรกิส………….
  • พอกลับมาดูเทรลเลอร์ภาษาอังกฤษอีกรอบ พบว่าอังกฤษเรียกรีจิส แต่ญี่ปุ่นเรียก レギス
  • หม่อมฉันสับสนเหลือเกินเพคะฝ่าบาท จะให้หม่อมฉันเรียกตามภาษาไหนดี???? แต่ไหนๆ ก็ไปดูเวอร์ชั่นพากย์ญี่ปุ่นมา หม่อมฉันขอเรียกตามญี่ปุ่นก็แล้วกันนะเพคะ เรกิสก็เรกิส!
  • ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อ่านเรื่องย่งเรื่องย่อใดๆ ก่อนเข้าไปดูก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร เพราะช่วงแรกหนังทำตัวเป็นมิตรด้วยการบรีฟให้ฟังสั้นๆ ว่าในเรื่องนี้มีสองอาณาจักรหลักๆ สู้รบตบตีกันอยู่ อาณาจักรฝั่งพระเอกมีเวทมนตร์ มีคริสตัล ใช้บาเรียปกป้องเมืองไว้ ส่วนฝ่ายจักรวรรดิของตัวร้ายคอยใช้เครื่องจักรรุกรานอยู่เนืองๆ จบการบรีฟ จริงๆ แล้วรู้แค่นี้ก็ดูหนังรู้เรื่องละ สรุปว่าไม่ต้องรู้อะไรมาก่อนเลยก็ดูสนุกได้
  • ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้นก็ อืม ก็นั่นแหละ รบกันไปรบกันมา……….
  • แค่ฉากสงครามฉากแรกก็หวือหวาอลังการอื้อหือโอ้โหมากๆ แล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นคนญี่ปุ่นในไทม์ไลน์ทวิตเตอร์เรารีวิวว่า “นี่มันหนังคนแสดงชัดๆ!” เรายังแอบคิดอยู่เลยว่า เวอร์! แต่พอมาดูเองจริงๆ ก็ โหหหหหหห นี่มันหนังคนแสดงชัดๆ!!!!!!!!
  • ซีจีต่างๆ นานาเลิศหรูอลังการยิ่งนัก การแสดงสีหน้าทำดีมากๆ โดยเฉพาะนิกซ์กับเรกิสเฮกะ แต่ตัวประกอบบางทีก็ยังดูเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขยับได้ไปนิดนะ (เป็นความคิดเห็นเฉยๆ ไม่ได้อยากตำหนิตรงจุดนี้ เพราะโดยรวมแล้วซีจีทำดีมากจริงๆ)
  • ฉากเมืองสวยมากกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกกกกก ตอนดูอนิเมะเรารู้สึกว่าเมืองที่เบสออนญี่ปุ่นแบบนี้มันไม่ธรรมดาไปหน่อยเหรอ แต่พอมาดูในหนังแบบนี้แล้วมันสวยเริ่ดเป็นบ้า คือมันก็ไม่ได้ญี่ปุ่นขนาดนั้นนะ มีสถาปัตยกรรมที่ดูยุโรปๆ แทรกอยู่เยอะมาก แค่นึกภาพว่าตอนเล่นเกมจะได้วิ่งเล่นในเมืองนี้ก็กรี๊ดแล้ว (เดี๋ยวไม่ใช่เมืองนี้เข้าไม่ได้เพราะปิดซ่อมแซมไรงี้นะ……..)
  • แต่ขำมากที่มีป้ายโฆษณาแจแปนแอร์ไลน์กับยูนิโคลอยู่ในเมืองด้วย เข้าใจแหละว่าเป็นสปอนเซอร์ แต่ขำ 555555555555 อยากเห็นจริงๆ ว่ายูนิโคลในโลกไฟนอลแฟนตาซี 15 จะขายเสื้อผ้าแบบไหนกันฮึ???? (ก็อาจจะขายเสื้อผ้าธรรมดานั่นแหละ เพราะบรรดาชาวบ้านตัวประกอบก็แต่งตัวปกติกันหมด)
  • เสียดายที่ปากขยับตามเสียงภาษาอังกฤษ พอดูเสียงญี่ปุ่นมันเลยไม่ได้ตรงเป๊ะๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นดูแล้วขัดใจอะไรมากมาย
  • ทว่าด้วยความที่ตัวละครทุกคนหน้าตาฝรั๊งงงงงฝรั่ง พวกตัวอักษรในเรื่องก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เราว่าดูเวอร์ชั่นเสียงอังกฤษน่าจะลงตัวกว่า
  • คนพากย์นิกซ์กับลูน่าเฟรน่าเป็นดาราทั้งคู่ ไม่ใช่นักพากย์มือโปร ซึ่งเราว่าเสียงนิกซ์ทำได้ดี ไม่รู้สึกขัดเลย ฉากที่ต้องใส่อารมณ์ก็ดีมาก แต่เสียงลูน่านี่สิ เอ่อ……….
  • แต่เราจะไม่บ่นอะไรมากละกัน ไม่รู้เพราะชินกับสไตล์การพากย์ของเซย์ยูด้วยรึเปล่า พอดูหนังที่ใช้คนที่ไม่ใช่เซย์ยูพากย์ทีไรเป็นต้องขัดใจตลอด แต่เคยมีคนนึงที่เราขัดใจงานพากย์มากๆ แล้วได้รางวัลนักพากย์ยอดเยี่ยม แปลว่าเราอาจจะขัดใจเพราะความไม่ชินของตัวเองก็ได้ …มั้ง?
  • ในส่วนของเนื้อเรื่อง จริงๆ แล้วก็เดาทิศทางไม่ยากนะ เดาอะไรไว้เกิดขึ้นจริงหมด เดี๋ยวคนนี้ทรยศแน่ คนนี้ไม่รอดแน่ อีนี่ตายชัวร์ ก็เป็นไปตามที่คิดหมด เราไม่ใช่คนเดาแนวเรื่องเก่งหรอก แต่เรื่องนี้มันมี foreshadowing ค่อนข้างเยอะก็เลยไม่มีอะไรผิดคาด
  • ถึงกระนั้น! เนื้อเรื่องมันก็ชวนติดตามอยู่เหมือนกัน ถึงจะบอกว่าเรื่องมันซับซ้อน แต่เราว่ามันเป็นหนังที่เล่าเรื่องออกมาให้ดูง่าย สนุกตามได้ง่าย
  • เราว่าหนังประสบความสำเร็จในการดึงให้เราสนใจเนื้อเรื่องของไฟนอลแฟนตาซี 15 นะ ตอนดูอนิเมะยังคิดอยู่เลยว่า เอ๊ เราอยากเล่นภาคนี้จริงๆ เหรอ? แต่พอดูคิงส์เกลฟจบแล้วจะคิดอย่างเกรี้ยวกราดว่า เฮ้ย!!!! ส่งเกมมาให้เราเล่นเดี๋ยวนี้!!!!!!!!
  • ทำใจไว้ก่อนดูแล้วว่าน่าจะตายกันเยอะมาก แล้วก็ตายกันเป็นเบือจริงตามคาด มีคนเดียวที่เราไม่กังวลเลยว่าจะตายมั้ย คือลูน่าเฟรน่า เพราะรู้ว่ายังไงก็ไม่ตาย ความเป็นนางเอกเกมคอยคุ้มครองอยู่
  • แต่ถึงจะไม่ตาย ลูน่าก็บู๊มาก บู๊จนรู้สึกว่านี่ถ้าหล่อนไม่ใช่นางเอกคงตายไปนานแล้วมั้ย??? แต่นี่นางเอกไง ถึงจะกระโดดลงจากเครื่องบินกลางอากาศก็ยังมีผู้ชายมาช่วย ถึงจะนั่งอยู่ในรถที่ล้มกลิ้งแปดสิบตลบก็ยังลงมาเดินเฉิดฉายได้โดยไร้รอยขีดข่วน เป็นนางเอกนี่ดีจริงๆ!
  • แอบขำตอนจบที่ลูน่าพูดกับลิเบลท์ (ซึ่งภาษาอังกฤษเขียนว่าลิเบอร์ตัส สร้างความสับสนให้อิฉันอีกแล้ว) ว่าตัวเองจะเดินทางไปหาน็อกติสคนเดียว เพราะการเดินทางไปกับฮีโร่อย่างลิเบลท์มันสะดุดตาเกินไป
  • แล้วภาพที่ปรากฏต่อมาก็คือลูน่าในชุดสีขาวกรุยกรายเดินไปตามถนนท่ามกลางชาวบ้านชุดปอนๆ เฮลโหลลลลลลลลล ใครสะดุดตากันแน่ฮึ????
  • ทางด้านพระเอกของภาคนี้ เรกิสเฮกะ …เอ้ย ไม่ใช่!! นิกซ์ อูลริค ก็เป็นพระเอกที่พระเอ๊กพระเอก รักพวกพ้อง เป็นยอดนักสู้ สกิลบู๊อย่างเทพ มาพร้อมอดีตอันขมขื่น และมีบทพูดเท่ๆ เต็มไปหมด
  • บทพูดนึงที่เราชอบคือตอนที่นิกซ์พูดประมาณว่า ชีวิตในเมืองหลวงน่าเบื่อนั่นแหละดีแล้ว เพราะความน่าเบื่อมันหมายถึงสันติภาพ จะให้ฉันสู้เพื่อความน่าเบื่อนั้นสักเท่าไหร่ก็ได้ โหยยยยยย โคตรพระเอกกกกกกก (มั่นใจว่าจำมาได้ไม่เป๊ะ แต่ใจความมันประมาณนี้แหละ)
  •  แต่ขอโทษ ความเท่ทั้งหมดในเรื่องตกอยู่ที่เรกิสเฮกะ
  • ปกติเราไม่ใช่คนนิยมผู้สูงอายุเลยนะ แต่ฝ่าบาทเท่มากกกกกกกกกก

regisheika

  • ฉากนั่งเฉยๆ บนบัลลังก์หรือเดินไปเดินมายังไม่กระชากใจเท่าไหร่ แต่พอถึงคราวบู๊ ฝ่าบาทก็บู๊สะบั้นหั่นแหลกสุดๆ ช่างเป็นพระราชาที่ทรงเฟี้ยวฟ้าวเหลือเกิน เผลอๆ พระโอรสยังเท่ไม่ได้ครึ่งนึงของฝ่าบาทเลยมั้งเพคะ!!
  • แม้แต่ฉากตายยังเท่มาก! เท่เกินหน้าเกินตาพระเอกเยอะมาก นิกซ์เนิกซ์อะไรไม่รู้จัก ฝ่าบาทนี่แหละพระเอกตัวจริง!!
  • ประทับใจฉากลงนามในสัญญาสันติภาพมาก ฉากนี้กษัตริย์สองคนพูดจิกกันไปจิกกันมาจนเราคิดในใจว่าทำไมฝ่าบาททั้งสองไม่ลุกมาต่อยกันให้มันจบๆ ไปเลยคะ? แล้วสักพักฝ่าบาททั้งสองก็ควักอาวุธขึ้นมาไฝว้กันพร้อมกับถ่ายทอดสดให้คนทั้งอาณาจักรรับชม โอ้โห คนจริง
  • ไม่ได้ประทับใจเพราะเขาเลิกจิกกัดแล้วหันมาตีกันทางกายภาพจริงๆ แต่ประทับใจเพราะฉากนี้ภาพสวยมากกกกกกกกก หนังเรื่องนี้งานวิชวลอลังมากจริงๆ ชอบมาก
  • ว่าแต่อีหน่วยคิงส์เกลฟนี่อะไร ทำไมคนทรยศเยอะมาก นี่พวกเดียวกับองค์กรชายชุดดำในโคนันป้ะ???
  • ระหว่างดูแอบนึกถึงเดอะลอร์ดกับแฮร์รี่เล็กน้อย เดอะลอร์ดนึกถึงเพราะแหวนซึ่งเป็นไอเท็มสำคัญในเรื่องนี้ ส่วนแฮร์รี่นึกถึงตรงฉากบาเรียคุ้มกันเมืองกับฉากที่รูปปั้นยักษ์ในเมืองขยับตัวออกมาบู๊ แต่บรรยากาศของเรื่องนี้ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับสองเรื่องนั้นเลยสักนิด 5555555555
  • ตอนที่นั่งดูเครดิตเราไม่รู้มาก่อนนะว่าท้ายเครดิตยังมีต่อ พอโลโก้ Square Enix ลอยขึ้นไปจนพ้นจอแล้วจอเป็นสีดำแป๊บนึงก็ยังลุ้นในใจว่าจะมีต่อมั้ยว้า จะมีพวกน็อกออกมามั้ยว้า
  • แล้วทันใดนั้นเอง!!!!!!!!!! ท่ามกลางความเงียบสงบและจอดำทะมึน เสียงมิยาโนะ มาโมรุก็ดังขึ้นมาว่า ไม่ได้พบท่านลูน่าเฟรน่ามานานแล้วนะ
  • กรี๊ซซซซซซซซซซ เสียงคุณมิยาโนะในโรงหนังงงงงงง ไม่ได้ฟังมาตั้งแต่ตอนดู バケモノの子 นู่นนนนน กรี๊ซซซซซซ พูดประโยคเดียวแทบพุ่งจากเบาะไปเกาะจอ กรี๊ซซซซซซซซซซซ
  • ฉากหลังเครดิตเป็นฉากสั้นๆ ของเจ้าชายและสหาย เหมือนใส่ไว้บอกว่าถ้าอยากรู้เรื่องราวต่อก็จงไปเล่นเกมซะนะ
  • เราว่าช่วงเนื้อเรื่องหลักสองชั่วโมงมันเครียดมากนะ มานึกดูแล้วไม่มีการแทรกมุกตลกอะไรเลยสักอย่าง มีแต่การเมือง สงคราม การเมือง สงคราม แต่พอเครดิตจบแล้วตัดภาพมาที่น็อกติสโอจิและพระสหาย ผู้ชมก็พบว่าเจ้าชายกำลังขับรถเฮฮากับเพื่อนฝูงอย่างสนุกสนาน โดยไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าพระบิดาเพิ่งเด๊ดสะมอเร่ไปเมื่อครู่ แหม เจ้าชายช่างทรงพระชิลๆ ดีจังเพคะ 5555555555555
  • แต่เอาเถอะ เดี๋ยวในเกมก็คงได้เห็นฝั่งน็อกติสดราม่าบ้างแหละ
  • ทางด้านเพลงประกอบ ไม่มีเพลงไหนที่ประทับใจหรือติดหูเป็นพิเศษ แต่ได้ยินเพลง main theme ของไฟนอลในฉากวันเซ็นสัญญาสันติภาพ แบบดังแว่วๆ มา เป็นเพลงประกอบฉากในเมือง พอได้ยินแล้วก็รู้สึกว่า อื้ม นี่มันไฟนอลจริงๆ ด้วย
  • โดยสรุปแล้วหนังเรื่องนี้สนุกเกินความคาดหวังไปไกลมาก เนื้อเรื่องดีงาม งานวิชวลอลังการระดับที่จริงๆ แล้วแค่นั่งสังเกตงานภาพก็สนุกมากแล้ว กษัตริย์เรกิสเท่มากกกกกกกก (แล้วตกลงหม่อมฉันควรเรียกฝ่าบาทว่าอะไรดีเพคะ…?) และกระตุ้นความรู้สึกอยากเล่นเกมมากถึงมากที่สุด
  • ขอพูดอีกรอบว่า ส่งเกมมาให้เราเล่นเดี๋ยวนี้!!!!!!!!