FINAL FANTASY BRASS de BRAVO 2017 @ORIX THEATER

ไปดูคอนเสิร์ต BRA★BRA FINAL FANTASY BRASS de BRAVO 2017 มาแหละ!

เล่นไฟนอลแฟนตาซีมาตั้งแต่สมัยประถม เพิ่งจะมีโอกาสมาคอนเสิร์ตไฟนอลแฟนตาซีแบบออฟฟิเชียลเป็นครั้งแรกในชีวิตก็วันนี้ ตื่นเต้นมากกกกกกก ( * v * )

คอนเสิร์ตนี้เป็นคอนเสิร์ตที่เน้นเครื่องเป่าเป็นหลัก มีเพอร์คัสชั่น มีเปียโน ไม่มีคอรัส ซึ่งทำให้เพลงต่างๆ ที่เอามาเล่นนี่ต้องอะเรนจ์ใหม่กันยกใหญ่ ถือว่าแปลกใหม่สำหรับเราที่ไม่เคยฟังเพลงไฟนอลแบบอะเรนจ์ใหม่เหล่านี้เลย ทั้งๆ ที่เค้าจัดมาสามปีและออกอัลบั้มมาหลายรอบแล้ว ฮืออออออ นี่เราไปอยู่ไหนมาาาา

คอนเริ่มเล่นตอนบ่ายสอง ตอนก่อนเริ่มลุงโนบุโอะก็ออกมาทักทายคนดูกันก่อน ตอนลุงเดินออกมานี่เราแบบ โฮ้ววววววว ลุงงงงงงงง ปลาบปลื้มตื่นเต้นดีใจที่ได้เจอลุงโนบุโอะ (;___;) แต่พอลุงเริ่มพูด เราก็ออกจากโหมดปลาบปลื้มปีติอย่างรวดเร็วเพราะลุงตลกมาก 555555555555

ลุงมาถึงก็ถามว่าไหนใครเคยดูมาคอนเสิร์ตนี้แล้วยกมือซิ /ยกมือกันค่อนฮอลล์
ไหนใครยังไม่เคยมาดู ยกมือซิ /ยกกันอีกค่อนฮอลล์ บางคนที่ยกแล้วเมื่อกี้ก็ยกอีก……

แล้วลุงก็บอกว่า ใครเคยมาดูแล้วคงรู้สินะว่าคอนเสิร์ตนี้ไม่ปล่อยให้นั่งดูอย่างสงบเรียบร้อยหรอกนะ! เรามีกิจกรรมให้ทำด้วย! ลุงพูดเสร็จก็มีเสียงตะโกนบราโว่ๆๆๆๆดังมาจากที่นั่งชั่นล่าง (เราอยู่ชั้นสอง) แล้วลุงก็เดินไปแจกอะไรสักอย่างให้คนที่ตะโกนเสียงดังๆ …จนบัดนี้ยังไม่รู้เลยว่าลุงเดินแจกอะไร รู้แต่คอนเสิร์ตยังไม่เริ่มทุกคนก็คึกคักกันมาก 5555555555

ลุงมาทักทายเสร็จแล้วก็หลบเข้าไปหลังเวที แล้วนักดนตรีกับคอนดักเตอร์ถึงจะออกมา งานนี้ลุงไม่ได้คอนดักท์เองนะ ลุงมาเมาท์มอยอย่างเดียว 5555555555

เซ็ตลิสท์ในวันนี้เหมือนๆ กะรอบอื่น ต่างกันแค่เพลงอังกอร์เพลงเดียว

ครึ่งแรก
FINAL FANTASY V Main Theme【FINAL FANTASY V】
Tina’s Theme【FINAL FANTASY VI】
Ami【FINAL FANTASY VIII】
Moogles’ Theme【FINAL FANTASY V】
FINAL FANTASY Main Theme【FINAL FANTASY】
A Place to Call Home (The Place I’ll Return to Someday)【FINAL FANTASY IX】
Crazy Motorcycle【FINAL FANTASY VII】
The Rebel Army【FINAL FANTASY II】

ครึ่งหลัง
Force Your Way【FINAL FANTASY VIII】
Mount Gulug【FINAL FANTASY IX】
Dear Friends【FINAL FANTASY V】
Elia, the Maiden of Water【FINAL FANTASY III】
Vamo’alla Flamenco【FINAL FANTASY IX】
Aerith’s Theme【FINAL FANTASY VII】
One-Winged Angel【FINAL FANTASY VII】

อังกอร์
Seymour Battle【FINAL FANTASY X】
Mambo De Chocobo【FINAL FANTASY V】

ด้วยความที่เล่นไฟนอลตั้งแต่ภาค 7 เป็นต้นมา ในเซ็ตลิสท์เลยมีเพลงของภาคที่ไม่ได้เล่นอยู่หลายเพลง คือส่วนใหญ่ก็เคยฟังมาหมดแล้วแหละ แต่ค้นพบว่าพอเป็นเพลงของภาคที่เราเล่นอย่างจริงจังแล้วจะอินกว่าเยอะมากกกกกกกกกกกก

เพราะฉะนั้น จะพูดถึงแค่เพลงที่ประทับใจละกัน…….

เพลงที่ประทับใจที่สุดคือ One-Winged Angel อันนี้แน่นอนเลย ของตาย ที่สุดแห่งเพลงที่ชอบ อันดับหนึ่งในดวงใจ เพลงประจำตัวของตัวละครที่ชอบที่สุดในซีรีส์ไฟนอลแฟนตาซีทั้งหมด (แม้จะชอบอวยแซ็คและด่าเซฟิรอธก็ตาม จริงๆ เราทีมเซฟี่นะ) แต่เวอร์ชั่นนี้แปลกหูหน่อยเพราะไม่มีคอรัส พอขาดคอรัสแล้วรู้สึกความอลังการลดน้อยลงนิดหน่อย ดูน่ารักมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เป็นเซฟิรอธที่งุงิมากขึ้น แต่ฟังไปเรื่อยๆ ก็จะหลอนๆ เหมือนได้ยินเสียงคอรัสอยู่ในสมองเองโดยอัตโนมัติ….

เพลงนี้มาติดกับเพลง Aerith’s Theme ซึ่งเป็นเพลงที่เราชอบมากอีกเช่นกัน เวอร์ชั่นนี้ก็ดีงามมมม เสียงฟลุ๊ตคือดีมากกกก โฮววววววว เพลงโฮลี่มาก ชอบมาก TvT เสียดายพอจบเพลงนี้แล้วขึ้นเพลงเซฟิรอธต่อเลย ไม่มีจังหวะให้ตบมือแรงๆ แสดงความประทับใจ แต่ชอบการที่เอาสองเพลงนี้มาอยู่ติดกันเป็นเพลงปิดท้ายนะ

ตอนก่อนเล่นเพลง Aerith’s Theme พิธีกรสาวบอกก่อนว่าต่อไปจะเป็นสองเพลงนี้นะ พอพิธีกรพูดว่า 片翼の天使 ผู้ชมก็ส่งเสียงฮือฮากันดังมากราวกับทุกคนมาเพื่อฟังเพลงนี้ พิธีกรเลยชวนลุงโนบุโอะคุยว่าเพลงนี้เนี่ยฮิตจริงๆ นะคะ ลุงก็บอกว่าใช่ ฮิตมาก เวลาไปเล่นที่เมืองนอกเมืองนาผู้ชมก็ชอบกันมากเลย เพราะงั้นเพลงนี้เลยอยู่ในอัลบั้มรวมเพลงของ FF แทบจะทุกแผ่น แต่ไม่ได้ใส่เพลงนี้เอาไว้ในอัลบั้ม BRASS de BRAVO หรอกนะ พูดจบแล้วลุงก็หัวเราะแบบสะใจมาก……. พิธีกรสาวบอกว่า แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีนะคะที่มีเพลงที่จะได้ฟังในคอนเสิร์ตอย่างเดียวเท่านั้นด้วย ลุงเลยบอกว่า ถ้าวันนึงใส่เพลงนี้เอาไว้ในอัลบั้ม BRASS de BRAVO ก็คิดซะว่าลุงหมดมุกแล้วละกันนะ

อีกเพลงที่ของตายรองลงมาจาก One-Winged Angel คือ FINAL FANTASY Main Theme ซึ่งเพราะมากกกกกกกกกกก ฮือออออออออออออออออ เพลงนี้เป็นเพลงที่ปกติแค่ขึ้นโน้ตห้าตัวแรกมาก็แทบน้ำตาซึมแล้ว (เวอร์!) คือเมื่อก่อนมันเป็นเพลงที่จะได้ฟังเวลาเล่นเกมจบไง กว่าจะเล่นจบแต่ละภาคก็เลือดตาแทบกระเด็น (เป็นเด็กเล่นเกมกากๆ ไหนจะต้องแย่งเครื่องเพลย์กับพี่อีก) เพลงนี้เลยเป็นอีกเพลงที่สุดจะซึ้งตรึงใจมาตั้งแต่วัยประถม ว่าแล้วก็อยากฟังเวอร์ชั่น Distant Worlds บ้างจัง (´・ω・`)

FF Main Theme เวอร์ชั่นคอนเสิร์ตนี้ให้ผู้ชมพกรีคอร์เดอร์ไปนั่งเป่าอยู่กับที่นั่งตัวเองได้ด้วย ตอนก่อนเริ่มลุงโนบุโอะกับพิธีกรถือรีคอร์เดอร์ออกมาคนละอัน แล้วลุงก็หันมาถามคนดูว่าใครพกรีคอร์เดอร์มาด้วยยกมือขึ้น! มีคนยกมือกันอยู่นิดหน่อย แต่แค่นั้นลุงก็ปลื้มใจมากแล้ว ลุงบอกว่าครั้งแรกที่จัดกิจกรรมแบบนี้มีลุงเป่ารีคอร์เดอร์อยู่คนเดียว พอเห็นแบบนี้ค่อยดีใจหน่อย โธ่ลุงคะ 555555555555

และเพลงสุดซาบซึ้งอีกเพลงที่ประทับใจมากคือ いつか帰るところ หรือ A Place to Call Home (ทำไมเราเพิ่งรู้ว่าชื่อภาษาอังกฤษออฟฟิเชียลคือชื่อนี้ เข้าใจว่าชื่อออฟฟิเชียลคือ The Place I’ll Return to Someday มาตลอดชีวิต………) เพลงนี้ไม่ได้บรรเลงกันแบบเต็มวงแต่เหลือกันอยู่ไม่กี่คน ใช้เครื่องดนตรีแค่ไม่กี่ชิ้น ฟังแล้วรู้สึกว่า อาาาาา อาาาาาา เราชอบภาค 9 มากที่สุดจริงๆ นั่นแหละ TvT ฟังแล้วภาพไตเติลภาค 9 ลอยขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ คิดถึงมากกกกกกกกก ฮืออออออออ อยากเล่นจัง

ตอนแรกคิดว่าถ้ามีจอฉายภาพจากในเกมอยู่ด้านหลังนักดนตรีด้วยคงชวนให้อินมากขึ้น แต่พอเจอเพลงที่ชอบระดับท็อปๆ ของตัวเองก็พบว่าจอเจออะไรไม่จำเป็นเลย เดี๋ยวภาพมันลอยมาในหัวเอง

ตอนจบเพลง いつか帰るところ นี่ลุงโนบุโอะคอมเมนต์ว่า พอคนเก่งๆ เล่นรีคอร์เดอร์แล้วเสียงออกมาคนละเรื่องกับที่ลุงเป่าเลยแฮะ 555555555555

เพลง Vamo’alla Flamenco จากภาค 9 ก็เป็นอีกเพลงที่ชอบ เพลงนี้ก็ใช้เครื่องดนตรีไม่กี่ชิ้นเหมือนกัน เพอร์คัสชั่นเด่นมาก มีบอดี้เพอร์คัสชั่นด้วย! ตลกที่เพลงนี้นักดนตรีจะเหน็บกุหลาบเอาไว้ที่เสื้อ แล้วเล่นๆ ไปสักพักก็หยิบกุหลาบขึ้นมาคาบ คนดูขำก๊ากทั้งฮอลล์ 555555555555 จบเพลงนี้ลุงโนบุโอะกับพิธีกรก็คุยกันว่าบอดี้เพอร์คัสชั่นเนี่ยดูเหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่ายเลยเนอะ แบบดูๆ แล้วอาจจะเผลอคิดไปว่า เอ๊ะ ง่ายจัง เราก็น่าจะทำได้ แต่พอลองทำจริงๆ แล้วพบว่ายากเกินคาด

พูดถึงบอดี้เพอร์คัสชั่น ในเพลง Moogles’ Theme ก็มีการชวนคนดูมาตบไม้ตบมือให้เข้ากับจังหวะเพลงด้วย ตอนก่อนเริ่มเพลงจะมีผู้ชายคนนึงแต่งตัวสไตล์เม็กซิกัน+ใส่หน้ากากเดินออกมาสอนแพทเทิร์นตบมือสามแบบ แต่ละแบบจะแอดวานซ์ขึ้นเรื่อยๆ นี่สินะที่ลุงโนบุโอะบอกว่าจะไม่ปล่อยให้นั่งเฉยๆ…….. แต่มีกิจกรรมอะไรแบบนี้ก็น่ารักดี ชอบ สนุก ( ̄∇ ̄)

เพลงเพอร์คัสชั่นเด่นมีอีกเพลงคือ Crazy Motorcycle เพลงนี้เป็นเพลงมินิเกมเลยไม่ได้ซาบซึ้งตรึงใจมาตั้งแต่วัยเยาว์เหมือนเพลงอื่นๆ แต่ก็เป็นเพลงของภาคที่ชอบ ฟังแล้วเห็นภาพคลาวด์ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่เลือนราง เวอร์ชั่นนี้ชอบเพอร์คัสชั่นช่วงกลางๆ เพลงมากกกกกกก คือเราก็ไม่รู้ว่าเครื่องดนตรีอันไหนเรียกว่าอะไร……  OTL แต่มันมีอันนึงที่เสียงใสๆ กุ๊งกิ๊งมาก ช้อบชอบบบบบบ

เพลงที่ฟังแล้วอินมากอีกเพลงนึงคือ Ami จากภาค 8 ฮื่ออออออออออ สควอลลลลลลลลลลลลลลล์ จริงๆ แล้วภาคนี้เราค่อนข้างเฉยกะเนื้อเรื่องนะ (แต่ชอบปู้จาย ไซเฟอร์งี้ ป๊ะป๋าลากูน่างี้ แผล่บ) พอมาฟังเพลงนี้แล้วไม่ได้รู้สึก nostalgic เท่ากับ いつか帰るところ หรือ FF Main Theme แต่ก็คิดถึงบรรยากาศหลายๆ อย่างในเรื่อง คิดถึงฉากบาลัมบ์การ์เด้น คือโลกของภาคนี้เป็นโลกที่เราชอบเซตติ้งที่สุดแล้ว มีโรงเรียนสนุกๆ มีผู้ชายหล่อๆ เยอะแยะ ดูน่าเข้าไปอยู่อาศัยดี (สุดท้ายเหตุผลก็แค่นี้) 

ไปๆ มาๆ พูดถึงแต่เพลงของภาคที่เคยเล่น 55555555555 แต่ช่วยไม่ได้ พอรู้เนื้อเรื่องแล้วมันอินกว่าจริงๆ นี่นา (TωT)

ถ้าเป็นเพลงของภาคที่ไม่ได้เล่น ชอบ Dear Friends สุดแล้วมั้ง เพลงนี้อะเรนจ์ออกมาแจ๊สมากกกกกกกก ฟังแล้วอยากโยกหัวตาม เป็นเพลงที่สนุกมากๆๆๆ จบเพลงนี้แล้วลุงโนบุโอะบอกว่าถ้าเกิดตอนเด็กๆ ได้ฟังเพลงแจ๊สแบบนี้ ชีวิตอาจจะเปลี่ยนไปเลยก็ได้นะ คือสมัยเด็กลุงไม่เจอเพลงแจ๊สแบบนี้ เจอแต่เพลงร็อค………

ลุงพูดถึงเพลง Elia, the Maiden of Water ด้วยว่าลุงแต่งเพลงนี้ตอนอายุสามสิบพอดี พอมาฟังตอนอายุเท่านี้แล้วก็รู้สึกว่า โอ้ สมัยนั้นตัวเองไม่มีความโลภเลยแฮะ (ลุงใช้คำว่า 欲がない) คือเพราะแต่งเพลงนี้ตอนอายุสามสิบเพลงเลยออกมาเรียบๆ สวยๆ แบบนี้ ถ้าให้แต่งตอนนี้ลุงจะรู้สึกว่า ต้องทำให้คนฟังประทับใจยิ่งกว่านี้! เล่นใหญ่ยิ่งกว่านี้อีก! คงไม่สามารถแต่งเพลงเรียบๆ แบบนี้ได้อีกแล้ว

ช่วงอังกอร์มีสองเพลง เพลงแรกแต่ละรอบจะไม่เหมือนกันมั้งนะ รอบนี้เป็นเพลงซีมัวร์ ซึ่งซีมัวร์เป็นตัวละครที่เราเกลียดมาก (จะว่าไปแล้วก็สงสัยว่ามีใครชอบมั้ยนะ……) ตอนเพลงขึ้นมาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเพลงซีมัวร์ 55555555555 ต้องฟังไปสักพักถึงจะ อ้อ นี่มันเพลงซีมัวร์นี่นา ดีใจที่มีเพลงภาค 10 ด้วย ถึงจะยี้ซีมัวร์เราก็ไม่ได้เกลียดเพลงนี้นะ! เพลงนี้คนดูก็ร่วมตบมือไปด้วยอย่างสนุกสนานเฮฮาอีกแล้ว

แต่เพลงที่สนุกสุดคือเพลงสุดท้าย Mambo De Chocobo เพลงนี้ให้คนดูที่พกเครื่องดนตรีไปด้วยหิ้วเครื่องดนตรีขึ้นไปเล่นบนเวทีได้ งานนี้มีคนหิ้วเครื่องดนตรีมากันหลากหลายมาก กีตาร์ก็มี ไวโอลินก็มา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเครื่องเคาะง่ายๆ แบบมาราคัสอะไรทำนองนั้น

ช่วงนี้อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ด้วยนะ มีคนไปชูสองนิ้วหน้าเวทีให้ลุงโนบุโอะเป็นฉากหลังกันหลายคนเลย ระหว่างนั้นลุงกับพิธีกรก็คุยกันไปเรื่อยๆ แต่เหมือนจะไม่มีใครฟัง จนลุงต้องถามว่า นี่ฟังกันอยู่รึเปล่าเนี่ย…. โธ่ลุง อยากบอกว่าหนูไม่ได้ฟังเลยค่ะ มัวแต่สนใจคนดู 555555555

อันนี้รูปบีฟอร์ ก่อนให้คนดูขึ้นไป นักดนตรีบางคนแอบเปลี่ยนเสื้อมาเป็นเสื้อยืดของคอนเสิร์ต มีสายรุ้งพาดคอกันทุกคนเลยด้วย festive ไปอี๊กกกกกก

ส่วนนี่คืออาฟเตอร์ หลังจากเชิญคนดูขึ้นเวที

ล้นเวทีจนบางคนต้องมายืนข้างๆ…….. ประทับใจในความกระตือรือร้นอยากร่วมงานของทุกคน บางคนไม่มีเครื่องดนตรีแต่อยากมีส่วนร่วมก็ขึ้นไปยืนตบมือเฉยๆ เป็นที่สนุกสนานกันไป

ส่วนพี่ตากล้องที่ยืนอยู่ในรูปเป็นตากล้องออฟฟิเชียล พอบนเวทีจัดที่ยืนกันเรียบร้อยแล้วก็ถ่ายรูปหมู่กันหนึ่งรูปก่อนจะเล่นเพลงสุดท้าย พี่ตากล้องถ่ายรัวหลายรูปมาก ถ่ายนานมากจนลุงโนบุโอะดุว่า รีบๆ ถ่ายได้แล้ว! ด้วยสำเนียงคันไซ 555555555555 งานนี้ขำลุงเยอะมาก จากที่เคยมองอุเอมัตสึ โนบุโอะเป็นนักประพันธ์เพลงผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้ลุงได้กลายมาเป็นคุณลุงอารมณ์ดีขี้เล่นที่ชอบยิงมุกให้พิธีกรลำบากใจไปแล้ว

นอกจากเรื่องเพลงแล้วลุงยังเมาท์มอยอีกเยอะแยะมากมายมหาศาล คือมันมีคอร์เนอร์นึงที่ลุงกับพิธีกรจะอ่านแบบสอบถามที่ให้คนดูเขียนก่อนงานเริ่มว่า คิดว่าตัวเองตอนอายุสามสิบเป็นยังไง? เป็นคำถามที่ตั้งมาเพื่อให้เข้ากับการครบรอบสามสิบปีไฟนอลแฟนตาซี

จำไม่ได้แล้วว่าข้อความที่โดนหยิบมาอ่านมีอะไรบ้าง แต่จำได้แม่นมากว่านามปากกาของคนแรกที่โดนอ่านคือ ไดน์สเลฟ……… ไม่รู้เจ้าของนามปากกาเพิ่งดูกันดั้มมาหรือยังไง หรือเอาชื่อนี้มาจากเรื่องอื่น หรือเราฟังผิดไปเองเพราะกันดั้มขึ้นสมองกันแน่นะ

คุ้นๆ ว่ามีคนนึงเขียนไปบ่นๆ ประมาณว่าไม่มีความสุขกับการทำงาน (ทำไมคนเราถึงจะมาปรับทุกข์กันในคอนเสิร์ตเหรออออ???) ลุงโนบุโอะเลยบอกว่าลุงเข้าใจนะ เป็นเรื่องปกติแหละ ไม่มีใครที่พอใจกับงานของตัวเอง 100% หรอก แม้แต่ลุงยังเคยคิดเลยว่าตัวเองเหมาะกับงานนี้จริงๆ รึเปล่าน้า เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทุกคนพยายามทำงานกันต่อไป! อะไรประมาณนี้ คือทำไมกลายมาเป็นคอร์เนอร์ให้คำปรึกษาปัญหาชีวิตไปได้ไม่รู้ 555555555

แล้วไปๆ มาๆ โยงมาเรื่อง モテ期 ได้ไงจำไม่ได้ละ โยงมาจากเนื้อหาของข้อความสักอันนึงเนี่ยแหละ ลุงถามพิธีกรสาวว่าช่วงไหนของชีวิตที่รู้สึกว่าตัวเองป๊อปที่สุด พิธีกรตอบว่าสมัยม.ปลายได้ช็อกโกแลตจากรุ่นพี่ผู้หญิงเพียบเลยทั้งๆ ที่อยู่โรงเรียนสห ตอบเสร็จก็ถามลุงบ้าง ลุงเลยบอกว่า ช่วงป๊อปของลุงอยู่หลังจากนี้ไปต่างหาก! เนี่ย ดู๊ดู ตลกอีกละลุงคะะะะะ

นอกจากนั้นลุงก็เล่าว่าได้ไปเที่ยวศาลเจ้าซามุฮาระมา ในที่นี้มีใครรู้จักบ้างมั้ย ……ไม่มีใครยกมือเลย ลุงเลยบอกว่ามันเป็นศาลเจ้าที่แม้แต่คนโอซาก้ายังไม่รู้จักเลย แต่ลุงประทับใจมากเพราะชื่อเขียนด้วยคันจิที่ไม่มีในภาษาญี่ปุ่น เวลาพิมพ์ในคอมจะกดเปลี่ยนเป็นคันจิไม่ได้ พูดไปพูดมาลุงก็บอกว่า ถ้าจะเล่าเรื่องศาลเจ้าคงต้องใช้เวลาอีกยี่สิบนาที พิธีกรเลยพูดขึ้นมาว่า งั้นเราไปฟังเพลงต่อไปกันเถอะค่ะ!! คือพิธีกรนี่รับมือลุงได้เก่งมาก ประทับใจ

ที่ตลกคือลุงโนบุโอะดูชอบศาลเจ้านี่มากจริงๆ ตอนที่ถ่ายรูปหมู่ก่อนเริ่มเพลงสุดท้ายพิธีกรบอกว่าถ้าแอดลุงโนบุโอะเป็นเฟรนด์ในไลน์แล้วพิมพ์พาสเวิร์ดลงไปจะได้เมสเสจตอบกลับมาเป็นรูปนี้ ลุงเลยบอกว่า งั้นใช้คำว่า ศาลเจ้าซามุฮาระ เป็นพาสเวิร์ดก็แล้วกัน

และที่ตลกกว่าคือหลังจากคอนเสิร์ตจบแล้วมีคนไปศาลเจ้านี้กันเพียบเลย 5555555555555 (รู้เพราะเอาชื่อศาลเจ้าไปเสิร์ชในทวิตเตอร์มา ก๊าก)

ทอปิคเมาท์มอยของลุงโนบุโอะกับพิธีกรนี่หลากหลายเหลือเกิน จำได้ไม่หมด มีเรื่องโอลิมปิกด้วย จัดว่าไปไกลมาก……… ขำสุดตอนพิธีกรบอกว่าวันนี้จะมาแนะนำสินค้าที่ขายหน้างานนะคะ ว่าแล้วก็แนะนำโน่นนี่สองสามอย่าง ก่อนจะบอกว่า แต่ชิ้นที่แนะนำที่สุดคือนี่ค่ะ!! ว่าแล้วก็ผายมือไปทางลุง แล้วลุงก็เปิดเสื้อนอกให้เห็นเสื้อยืดด้านในที่เป็นเสื้อคอนเสิร์ตพร้อมกับโพสท่าอวดเสื้ออย่างภาคภูมิใจ ตลกมาก 5555555555555555

เอาเป็นว่าวันนี้ประทับใจทั้งเพลงและลุง แค่ One-Winged Angel ก็คุ้มจนไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้ว ฮืออออออออ อยากไปคอนเสิร์ตไฟนอลอีกเยอะๆ เลย หวังว่าปลายปีนี้จะได้ไป Distant Worlds นะ (TωT)

อ้อ อีกอย่างที่ประทับใจคือคนดู ทุกครั้งที่จบแต่ละเพลงจะมีหลายคนตะโกน บราโว่!!!!!!! เสียงดังมาก เวลาลุงกับคอนดักเตอร์ชวนเล่นอะไรก็เล่นตามอย่างกระตือรือร้น ช่วงบอดี้เพอร์คัสชั่นก็ตั้งอกตั้งใจตบไม้ตบมือกันอย่างพร้อมเพรียง หลายๆ คนมีพร็อพเป็นม็อก โจโคโบะ หรือซาโบเทนเดอร์ด้วย เป็นคอนเสิร์ตที่บรรยากาศอบอุ่นดีจัง (〃・ω・〃)

罪ナル螺旋ノ檻-Whispers of Iscariot-

ปกติเวลาเล่นเกม 18+ จะเล่นเงียบๆ ไม่ค่อยพูดถึงเท่าไหร่ แต่เกมล่าสุดที่เล่นนี่อยากกรี๊ดมาก ปู้จายเค้าดีเหลือเกิน ┌( ┌ ^ο^)┐

เกมนี้มีชื่อว่า「罪ナル螺旋ノ檻 (Tsumi naru Rasen no Ori) -Whispers of Iscariot-」เป็นเกมวายเรท 18+ จากค่าย Spray ค่ายเดียวกับที่ทำกักคุเอนเฮฟเว่น แต่คราวนี้จะไม่ใช่แนวรักสดใสในรั้วโรงเรียนชายล้วน แต่เป็นรักสามเส้าเราสามคนในคฤหาสน์ขุนนางปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งทางค่ายโปรโมทว่าคราวนี้จะเป็นแนวดาร์ค! เป็นโศกนาฎกรรม! ปวดตับแน่นอน!

อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เราอยากเล่นหรอก เหตุผลของเราง่ายมาก คือชอบ Cielซังที่เป็นคาแรคเตอร์ดีไซน์ ที่ผ่านมาตามเก็บนิยายที่เค้าวาดภาพประกอบมาหลายเล่ม (ส่วนใหญ่ยังคงดองไว้ไม่ได้อ่าน) พอเห็นเค้าเป็นคาแรคเตอร์ดีไซน์เกมเลยตื่นเต้นมาก คอยติดตามข่าวมาตั้งแต่ยังไม่ประกาศนักพากย์ ใจก็ลุ้นว่า ให้มาเอโนะพากย์เถอะ ให้มาเอโนะพากย์เถอะ ให้มาเอโนะพากย์เถอะ ปรากฏว่าประกาศออกมาแล้วไม่มีมาเอโนะ ก็จ๋อยไปนิดนึง (´・ω・`) แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็จะเล่นอยู่ดี

ฉากของเกมนี้คือราชอาณาจักรคลุสโตเนียซึ่งดัดแปลงมาจากอังกฤษในยุควิคตอเรียน ตอนแรกก็สงสัยว่าจะดัดแปลงทำไม ใช้อังกฤษเป็นฉากไปเลยง่ายกว่ามั้ย แต่เล่นไปสักพักก็เข้าใจว่าทำไมถึงต้องตั้งประเทศสมมติขึ้นมา

เรื่องย่อสั้นๆ ของเกมนี้คือ นายเอกเป็นชนชั้นล่างที่ทำงานรับใช้มาหลายแห่ง โดนกดขี่ข่มเหงใช้งานหนักมาตลอด มีชีวิตอยู่อย่างลำบากยากเข็ญ จนขุนนางหนุ่มสุดหล่อพ่อรวยจิตใจดีงามรับไปเป็นคนรับใช้ในบ้าน เรื่องราวรักสามเส้าระหว่างขุนนางหนุ่มหล่อ พ่อบ้านนิสัยเสีย และคนรับใช้หน้าใหม่จึงเปิดม่านขึ้น ผ่างผ่างงงงงงงงงงง

ในเมื่อเป็นรักสามเส้า ตัวละครหลักๆ ของเกมนี้จึงมีอยู่สามคน

คนแรก นายเอกของเรื่อง

หนุ่มน้อยหน้าใสคนนี้ชื่อ Nico ซึ่งถ้าจะเรียกให้ฝรั่งหน่อยก็ควรจะเป็น นิโค…? แต่ชินกับการเรียกว่านิโกะไปแล้ว ในที่นี้จึงขอเรียกว่านิโกะแล้วกัน

น้องนิโกะคนนี้เป็นตัวดำเนินเรื่อง มีอดีตอันเจ็บปวดรวดร้าวชนิดที่อีเย็นจากเรื่องนางทาสผ่านมาเห็นยังต้องร้องไห้ด้วยความเห็นอกเห็นใจ แต่ช่วงแรกๆ น้องความจำเสื่อมเลยจำอดีตที่ว่านั่นไม่ได้ จำได้แต่ตัวเองเป็นเด็กกำพร้าที่ปากกัดตีนถีบ ทำงานเป็นเบ๊คนโน้นคนนี้มาตลอดชีวิต จะว่าเคราะห์ดีหรือฟ้าลิขิตไม่รู้ น้องจึงได้มาอยู่ในคฤหาสน์ขุนนางหนุ่มผู้แสนใจดี (ความจริงคือคนเขียนบทลิขิต ไม่งั้นเรื่องไม่เดิน) ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนิโกะคอยกดเลือกตอบคำถามเพื่อเลือกว่า เอาล่ะ เราจะจับเจ้าของคฤหาสน์หรือพ่อบ้านมาดเข้มดีกันดีน้า

ด้วยความที่เราเป็นคนแพ้หนุ่มหล่อผมทอง เราเลยเลือกเจ้าของคฤหาสน์ดีกว่า ฮิๆๆๆๆ

เจ้าของคฤหาสน์คนนี้มีนามว่า เคลาส์ สเตราส์ เป็นขุนนาง ซึ่งปัจจุบันเล่นรูทนี้จบไปแล้วยังไม่รู้เลยว่ายศอะไร….. รู้แต่เป็นขุนนาง หล่อ รวย ก็พอแล้ว

ท่านเคลาส์เพิ่งขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลสเตราส์หมาดๆ เพราะพ่อเพิ่งเสียไปตอนเริ่มเรื่อง คือเรื่องเปิดฉากที่งานศพของพ่อท่านเคลาส์นี่แหละ แต่ถึงจะเรียกว่าหัวหน้าตระกูล ในบ้านก็มีแต่ท่านเคลาส์กับคนรับใช้อีกมากมาย ไม่มีญาติพี่น้องคนอื่นอีกเลย สรุปว่านอกจากจะเป็นหนุ่มหล่อที่เพิ่งได้รับมรดกมหาศาลมาจากพ่อแล้ว ยังไม่มีตัวแบ่งมรดกอีกต่างหาก!! โอ้โหวววว ผู้ชายในฝัน!!!

นอกจากโปรไฟล์จะหรูเลิศอลังการทรัพย์ศฤงคารกองพะเนินแล้ว จิตใจของท่านเคลาส์ก็ช่างงดงามเหลือเกิน ฮืออออออออ พูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นคนดีมากกกกกกกกก อ่อนโยนใจดีกับนิโกะมากกกกกกกกกกกก แทบทุกคำพูดที่คุยกับนิโกะล้วนแสดงความเป็นห่วงเป็นใย เสียงก็ล้อหล่อ พากย์โดยซาโต้ ทาคุยะ ปกติเราไม่ได้ชอบซาโต้ทาคุเป็นพิเศษนะ แต่ท่านเคลาส์พูดจาอ่อนหวานทีไร หัวใจเจ้ากรรมมันหลอมละลายไม่เหลือชิ้นดีทุกที โอยยยยย ใครเล่าจะไม่เผลอใจให้ท่านเคลาสสสสสสสส์ ฮือออออออออ รักกกกกกกก (;___;)

ถ้าเรื่องมันมีแค่นิโกะกับเคลาส์ก็คงเป็นแค่เกมบอยเลิฟกุ๊กกิ๊กในคฤหาสน์ธรรมดา อย่ากระนั้นเลย ต้องมีคนคอยชงให้เรื่องมันวุ่นวายหน่อย และตัวชงที่ว่าก็คือพ่อบ้านหน้ามึนคนนี้

เกลนน์ มานาการ์ม (ทำไมนามสกุลกามๆ แต่ก็สมเป็นเกมฉิบแปดบวกดี /ใช่เหรอ) เป็นอดีตคนรับใช้ประจำตัวของท่านเคลาส์ซึ่งภายหลังได้เลื่อนขั้นมาเป็นพ่อบ้านหัวหน้าคนรับใช้ทั้งหมดในคฤหาสน์ นิสัยเย็นชา ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา พูดทีไรเป็นต้องด่านิโกะด้วยน้ำเสียงราบเรียบตลอด แต่ก็เป็นคนตั้งใจทำงาน ช่วยสอนงานต่างๆ ให้นิโกะ บางทีก็เหมือนจะซึนเดเระอยู่บ้าง แต่เมื่อความลับทุกอย่างเปิดเผยแล้วก็พบว่าอีตานี่ไม่ใช่ซึนเดเระหรอก เป็นยันเดเระต่างหาก…….

เรื่องราวส่วนใหญ่จะดำเนินอยู่ในคฤหาสน์ของเคลาส์ ซึ่งระหว่างที่นิโกะทำงานอยู่ที่บ้านหลังนี้ ความลับต่างๆ ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ไฟไหม้คฤหาสน์เมื่อสิบปีก่อน ความลับของตระกูลสเตราส์ และเรื่องราวเกี่ยวกับชาติกำเนิดของนิโกะจะค่อยๆ เปิดเผยออกมา กลายเป็นเรื่องราวโศกนาฎกรรมความรักอันสุดแสนเจ็บปวด ……ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ปวดใจขนาดนั้นหรอก เราเตรียมใจว่ามันจะต้องมืดมนหดหู่ทำลายล้างตับ เล่นแล้วกินไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำตาหยดติ๋งๆ ไปสามคืน แต่สงสัยเตรียมใจไว้ดีเกิน พอถึงฉากที่ควรจะเศร้าเลยไม่ค่อยเศร้าเท่าไหร่

ส่วนความดาร์ค พอดีเคยเล่นเกม 18+ ที่ดาร์คกว่านี้มาหลายเกม พอมาเจอเกมนี้เลยรู้สึกว่า นี่ดาร์คแล้วเหรอ? ถ้าเทียบกับเกมเรททั่วไปอาจจะเรียกได้ว่าดาร์คอยู่ แต่เกม 18+ มันยังดาร์คได้กว่านี้อีกเยอะ แต่ถ้าเล่นแบบไม่คาดหวังความดาร์คเราว่าเป็นเกมที่สนุกเกมนึงเลยนะ

อนึ่ง ทั้งหมดนี้พยายามเล่าแบบไม่สปอยล์ แต่หลังจากนี้จะสปอยล์แล้ว!

 

 

※ ※ ※ ※ SPOILER ALERT ※ ※ ※ ※ 

 

 

อย่างที่บอกไว้ว่า พอเล่นไปสักพักจะเข้าใจว่าทำไมถึงไม่ใช้ฉากเป็นอังกฤษ แต่เป็นประเทศที่สมมติขึ้นมา นั่นเป็นเพราะว่าเนื้อเรื่องของเกมนี้มีเรื่องของชาติพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั่นเอง

เรื่องนี้ดำเนินอยู่ในอาณาจักรคลุสโตเนีย แน่นอนว่าต้องมีชนชาติคลุสโตเนียอยู่ ฝ่ายนี้เป็นฝ่ายเจ้าของประเทศ มีทั้งขุนนางแบบเคลาส์และประชาชนทั่วไปนั่นแหละ ส่วนอีกชนชาตินึงคือชาวยัฟ คนพวกนี้เป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ อพยพมาจากประเทศที่ล่มสลายไปแล้ว ก่อนหน้านั้นก็เป็นแค่ชนเผ่าเร่ร่อน ซึ่งเกลนน์เป็นคนฝ่ายนี้

ส่วนนิโกะมาแบบประนีประนอม เป็นลูกครึ่ง พ่อเป็นชาวคลุสโตเนีย แม่เป็นสาวชาวยัฟ

ในประเทศที่มีสองชนเผ่าอาศัยอยู่ด้วยกันในอดีตแบบนี้ เป็นเรื่องปกติที่จะเกิด racial discrimination ขึ้น ชาวยัฟอย่างเกลนน์และลูกครึ่งอย่างนิโกะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้โดยต้องเผชิญกับการดูถูกดูแคลนของชาวคลุสโตเนียตลอดเวลา ยังดีที่ท่านเคลาส์เป็นสุภาพบุรุษสุดหล่อแสนดี คฤหาสน์ของท่านเคลาส์จึงมีคนรับใช้สองเชื้อชาติอยู่ปะปนกันโดยไม่มีการแบ่งแยก เนี่ย เห็นมั้ย ท่านเคลาส์เป็นคนดีขนาดไหน ฮืออออออออออ

เกมนี้ดำเนินไปโดยพูดถึงเรื่องการแบ่งแยกชาติพันธุ์อยู่เนื่องๆ เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ชวนขบคิด และดูเหมือนจะมีสาระดี บางทีก็คิดว่า เอ๊ะ นี่มันวรรณกรรมชายขอบในรูปแบบของเกมบีแอลรึไงกัน!? แต่สุดท้ายเกมก็ไม่ได้เสนอทางออกอะไรเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันระหว่างสองชาติพันธุ์หรอกนะ (แป่ววว)

ที่ต้องเล่าเรื่องสองชาติพันธุ์นี้ก่อนเพราะมันเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องอย่างลึกซึ้งมาก

ตอนแรกๆ ประเด็นชาติพันธุ์นี่ก็ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่นอกจากมีไว้ให้นิโกะดูน่าสงสารที่โดนเจ้านายคนก่อนกลั่นแกล้งเพราะเป็นลูกครึ่ง แต่พอนิโกะเข้าไปทำงานในคฤหาสน์สักพัก ความทรงจำที่ขาดหายไปก็เริ่มจะแว้บๆ กลับมาทีละนิดละหน่อย จนกระทั่งเกลนน์มาช่วยกระตุ้นความทรงจำ (ด้วยวิธีที่ไม่ควรเล่าตรงนี้////) ในที่สุดนิโกะจึงจำได้ว่าแท้ที่จริงแล้วตัวเองไม่ใช่เด็กกำพร้าข้างถนนธรรมดา ทว่าเป็นถึงลูกชายตระกูลเพรสตันที่เคยครอบครองคฤหาสน์หลังนี้มาก่อน โชคร้ายที่เมื่อสิบปีก่อนเกิดเหตุการณ์โจรบุกปล้นจนไฟไหม้คฤหาสน์ ตระกูลเพรสตันเลยตายกันเกือบหมดบ้าน เหลือแค่นิโกะที่หนีรอดมาได้

ส่วนสาเหตุที่เกลนน์เป็นคนกระตุ้นความทรงจำให้นิโกะนั้นเป็นเพราะว่า เกลนน์เคยเป็นคนรับใช้ตระกูลเพรสตันมาก่อน วันที่เกิดเหตุไฟไหม้บังเอิญรอดมาได้เพราะออกไปธุระนอกบ้านพอดี และแม้แต่ตอนนี้จิตใจของเกลนน์ก็ยังคงจงรักภักดีต่อตระกูลเพรสตันเสมอ พอเฉลยความจริงแล้วเกลนน์จึงคุกเข่าจูบมือนิโกะ สาบานว่าเจ้านายของผมมีแต่ท่านนิโกะเท่านั้น

จุดเริ่มต้นของความดราม่าทั้งหมดทั้งปวงมันอยู่ตรงเนี้ยแหละ

ถ้าเรื่องมันมีแค่ว่านิโกะเป็นลูกอดีตเจ้าของคฤหาสน์คงไม่ดราม่าเท่าไหร่หรอก ปัญหาคือคนที่ส่งโจรมาปล้นคฤหาสน์และฆ่าตระกูลเพรสตันตายเรียบคือใคร!?

คำตอบเดาไม่ยากเลยเพราะตัวละครมีกันอยู่แค่นี้ ตัวการที่ก่อคดีเมื่อสิบปีก่อนและยึดคฤหาสน์มาเป็นของตัวเองก็คือพ่อของเคลาส์นั่นเองงงงงงงงงง (น่าตกใจมากๆ /เสียงโมโนโทน)

อย่างไรก็ตาม คนที่รู้เรื่องนี้มีแค่เกลนน์กับนิโกะเท่านั้น สมัยที่ยังมีชีวิตอยู่พ่อของเคลาส์เคยได้รับยกย่องเป็นวีรบุรุษ เป็นคนใจกว้างที่เคลื่อนไหวเพื่อชนกลุ่มน้อย เคลาส์จึงเชื่อมั่นมาตลอดว่าพ่อตัวเองเป็นคนดีโดยไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อที่ว่าเป็นคนชั่วช้าส่งโจรไปฆ่าล้างตระกูลคนอื่นแล้วแย่งคฤหาสน์เค้ามา และความจริงแล้วเหยียดชนกลุ่มน้อยมากถึงมากที่สุด

พอความทรงจำของนิโกะกลับมาแล้ว เกลนน์ก็จะคอยชักชวนว่ามาแก้แค้นตระกูลสเตราส์กันเถอะ ถึงตัวต้นเรื่องจะตายไปแล้ว แต่เคลาส์ที่ใช้ชีวิตสุขสบายมาตลอดโดยไม่เคยรับรู้บาปของพ่อก็ถือว่ามีความผิดเหมือนกัน ดังนั้นเราเอาความแค้นทั้งหมดของตระกูลเพรสตันไปลงที่เคลาส์กันดีกว่านะท่านนิโกะ!

การเสี้ยมให้นิโกะไปแก้แค้นเคลาส์นี่เป็นสิ่งที่เราหงุดหงิดที่สุดในเกม (#`皿´) ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาความแค้นไปลงกับคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย เคลาส์ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์โดยตรงด้วยซ้ำ เกลนน์พยายามโน้มน้าวให้เชื่อว่าเคลาส์เลวทรามชั่วช้ายังไงเราก็ไม่เคยคล้อยตามเลย ทุกครั้งที่เกลนน์พูดอะไรประมาณนี้จะโมโหจนอยากชกจอคอมรัวๆ แต่ชกไปก็เจ็บมือเปล่าๆ ดีไม่ดีคอมพังอีก เลยได้แต่สาปแช่งอย่างเดียว (อินมากบอกเลย)

และไม่ว่าจะเล่นรูทเกลนน์หรือเคลาส์ นิโกะก็จะร่วมมือกับเกลนน์เพื่อแก้แค้นเคลาส์อยู่ดี ไม่มีหนทางที่จะได้เลิฟๆ กับท่านเคลาส์อย่างสงบสุขตลอดเกมเลย ถ้าจะเศร้าก็เศร้าตรงนี้แหละ ท่านเคลาส์เป็นคนดีอะะะะะ ไม่อยากให้โดนแก้แค้นทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดดดดดด ฮืออออออออ (T___T)

แต่เดี๋ยวก่อน! นี่ไม่ใช่การแก้แค้นส่วนตัวของตระกูลต่อตระกูลเท่านั้น เพราะเกลนน์ยังได้เฉลยอีกในภายหลังว่าครอบครัวของนิโกะสืบสายเลือดมาจากราชวงศ์ของชาวยัฟอีกที (ตรงนี้ลืมๆ รายละเอียดไปละว่าสรุปพ่อนิโกะก็เป็นชาวยัฟเหรอ เพราะถ้าแค่แม่คนเดียวไม่น่าเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวเชื้อพระวงศ์) การฆ่าล้างตระกูลเพรสตันจึงเท่ากับการล้มล้างราชวงศ์ของชาวยัฟ (ซึ่งจริงๆ แล้วก็ล่มสลายไปแล้ว…..) ดังนั้นนี่จึงเป็นการแก้แค้นของชาวยัฟทั้งหมด โอววววว ยิ่งใหญ่มาก สรุปแล้วนี่มันเรื่องราวการลุกฮือต่อสู้ของคนชายขอบเหรอ….. แต่ชอบนะที่ใส่เรื่องชาติพันธุ์เข้ามาทำให้มันเป็นการแก้แค้นที่มีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่การแก้แค้นดาดๆ ถึงจะไม่เห็นด้วยกับการเอาความแค้นทั้งหมดไปลงที่ท่านเคลาส์ผู้แสนดีของเราก็เถอะ (;____;)

ฉากเฉลยอดีตของนิโกะกับสาบานว่าจะแก้แค้นเคลาส์นี่อยู่ในบทแรกสุดของเกม หลังจากนั้นอีกสามบทที่เหลือจะเป็นเรื่องราวการแก้แค้นของสองคนนี้กับเคลาส์ที่ต้องตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เล่นไปก็สงสารเคลาส์ตลอดเวลา ทำไมท่านเคลาส์ของเราต้องมาเจออะไรแบบเน้ โฮวววววววว

ในรูทเคลาส์ แผนชั่วของเกลนน์จะทำให้ธุรกิจที่เคลาส์วางแผนอย่างดีพังไม่เป็นท่าจนสูญเสียทรัพย์สินแทบหมดตัว สาวคู่หมั้นที่เคยรักกันดีก็เข้าใจผิดคิดว่าเคลาส์เป็นชายชั่วจนขอถอนหมั้น (จริงๆ แล้วอันนี้ดี อะไรดีเราก็ชมว่าดี ทำดีมากเกลนน์ ขอบคุณที่ช่วยกำจัดคู่หมั้นท่านเคลาส์) จนสุดท้ายเรื่องราวความชั่วของพ่อเคลาส์ก็โดนเปิดโปงลงหนังสือพิมพ์จนคนรู้กันทั่วประเทศ ส่งผลให้เคลาส์สติแตกคลุ้มคลั่ง โดนจับไปขังคุกอยู่หลายเดือนจนเป็นบ้าไปเลย สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่อินกับตัวละครคงไม่สะเทือนใจอะไรมาก แต่เราอินกับท่านเคลาส์มาก เค้าเป็นคนดี เค้าไม่ควรโดนกระทำแบบนี้อย่างไร้ทางสู้นะะะะะ (;_____;)

ส่วนรูทเกลนน์ยังเล่นไม่จบ ยังไม่รู้ว่าชะตากรรมท่านเคลาส์จะเป็นยังไงต่อไป……

ว่าแต่ย้ำว่าท่านเคลาส์เป็นคนดีมาหลายรอบแล้ว ยังไม่ได้อภิปรายโดยละเอียดเลยว่า “ดี” ที่ว่าเนี่ยดียังไง แต่จะเล่าละเอียดก็ยากอะะะ เพราะเค้าเป็นคนดี!!!!! คือเป็นตัวละครที่รู้สึกว่าดีจากเนื้อแท้จริงๆ ถึงพ่อเค้าจะเลวร้ายยังไง ลูกก็ไม่ได้ร้ายตามเลย กลับกันแล้วออกจะดีจนไม่รู้ว่าทำไมถึงดีขนาดนี้

หลักๆ แล้วความใจดีของเคลาส์เห็นได้ผ่านการปฏิบัติต่อนิโกะนี่แหละ เคลาส์ใจดีด้วยมาตั้งแต่แรกพบสบสายตา เห็นนิโกะโดนเจ้านายเก่าข่มเหงรังแกก็ช่วยรับตัวมาทำงานในคฤหาสน์ของตัวเองแทน ตรงนี้ถึงเกลนน์จะเป็นคนเสนอให้รับนิโกะมาอยู่บ้านเพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นลูกบ้านเพรสตันก็เถอะ แต่ถ้าเคลาส์เลือกปฏิบัติ เป็นคน racist เหมือนพ่อ ก็คงไม่ยอมรับทั้งเกลนน์และนิโกะที่เป็นชนกลุ่มน้อยมาทำงานด้วยหรอก

พอนิโกะเข้ามาทำงานใหม่ๆ ยังเด๋อๆ ด๋าๆ ทำโน่นนี่นั่นไม่ค่อยเป็น เกลนน์จะคอยสอนไปด่าไป ขณะที่ท่านเคลาส์ช่วยเป็นกำลังใจให้ คอยปลอบว่าไม่เป็นไรนะ ค่อยๆ เรียนรู้ไปก็ได้ ฉันอยากให้เธอมีความสุขกับการอยู่ที่นี่ มีเรื่องกลุ้มใจอะไรก็มาปรึกษาฉันได้เสมอนะ คือบทพูดเคลาส์จะเป็นแนวนี้ตลอด คอยให้กำลังใจ คอยเป็นห่วงเป็นใย คอยบอกว่าไม่ต้องฝืนนะ สู้ๆ นะ มีฉันอยู่ตรงนี้เสมอนะ โอยยยยยย เค้าดี เค้าดีมากกกกกกกกกกกกกก

ฉากนึงที่ชอบคือตอนที่นิโกะเข้าไปทำงานใหม่ๆ แล้วไปเจอเปียโนตั้งอยู่ในบ้าน นิโกะรู้สึกคุ้นๆ เลยไปนั่งดีดแล้วพบว่าตัวเองดีดเปียโนเป็น แล้วอยู่ดีๆ ท่านเคลาส์ก็โผล่มานั่งด้วย เล่นเปียโนด้วยโดยไม่ดุซ้ากกกกคำ แถมขอให้นิโกะช่วยสอนเพลงที่เล่นเมื่อกี้อีกต่างหาก เนี่ยยยยยย เป็นเจ้าของบ้านแท้ๆ แต่ไม่มีการแบ่งแยก ไม่ถือตัวว่าเหนือว่าทั้งๆ ที่เป็นขุนน้ำขุนนาง น่ารักจังเลย (≧ω≦)

สักพักพอเกลนน์ได้เลื่อนขั้นเป็นพ่อบ้าน นิโกะก็ต้องรับหน้าที่คนรับใช้ประจำตัวท่านเคลาส์แทน (โอกาสทองงงงงง ^q^) ชอบฉากต่างๆ นานาในช่วงที่นิโกะไปรับใช้ท่านเคลาส์เป็นการส่วนตัวมาก น่ารักและไม่เครียด ท่านเคลาส์ล้อหล่อ จะใส่สูทหรือใส่ชุดนอนหรือไม่ใส่อะไรเลยก็หล่อไปหมดดดดดดดด (////ー////)

แต่ชอบชุดนอนสุดละ เซะซี่เหลือเกิน อยากสิงร่างนิโกะไปช่วยปลุกทุกเช้า (-.,-)

ความน่ารักของท่านเคลาส์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้! วันดีคืนดียังมีการมาชวนนิโกะไปเดท(?)ในที่ดินรอบๆ คฤหาสน์ พาไปขี่ม้ากินลมชมวิวสองต่อสอง ช่างเป็นคนโรแม้นถีกกกกกกกกกกกก (ในขณะที่รูทอีตาเกลนน์ไปเดทกันในร้านเหล้าซอมซ่อ บู่วววววววว)

หลังจากนั้นพอนิโกะกับเกลนน์เริ่มลงมือแก้แค้นกันอย่างจริงจัง เกลนน์ก็บอกให้นิโกะแกล้งทำเป็นสนใจงานของเคลาส์แล้วเก็บข้อมูลมาซะ นิโกะเลยทำตามนั้น เคลาส์ก็ช่วยสอนงานให้ ช่วงแรกๆ นิโกะยังอ่านหนังสือไม่ออก เคลาส์ก็อาศัยเวลาว่างจากงานช่วยสอนนิโกะหัดอ่านหัดเขียน ดูสิดู!!! งานตัวเองก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ยังมาสอนเด็กรับใช้อ่านหนังสืออีก ใจดีใจกว้างขนาดไหนนนนน เปรียบเทียบว่าใจกว้างเท่ามหาสมุทรแปซิฟิคยังน้อยไป ใจท่านเคลาส์กว้างกว่านั้นเยอะมาก!! แล้วคิดดู เค้าเป็นคนดีขนาดเนี้ย ทำไมนิโกะถึงยังจะอยากแก้แค้นเค้า หืมมมมมมมมม???????

จุดที่ชวนปวดใจที่สุดก็คือการที่เคลาส์เป็นคนดีเกินไปนี่แหละ ดีจนไว้ใจทั้งเกลนน์และนิโกะ เชื่อใจทั้งสองคนอย่างสนิทใจ ชั่วขณะที่เคลาส์รู้ว่าทั้งสองคนลงมือแก้แค้นตัวเองมาตลอดจึงเป็นฉากไฮไลท์ของรูทเคลาส์ก็ว่าได้ เล่นไปก็ลุ้นไปว่าวินาทีที่ท่านเคลาส์รู้ตัวว่าโดนหักหลังจะเป็นยังไง และพอถึงฉากที่ว่าจริงๆ ก็รู้สึกว่า โอย ไม่อยากเล่นต่อแล้ว (อ้าว 55555555555) คือไม่ใช่ว่าปวดตับจนทนเล่นต่อไม่ได้ แต่ไม่อยากเห็นท่านเคลาส์ที่แสนดีมีความสุขกับชีวิตมาตลอดต้องมาแปดเปื้อนด้วยบาปที่สองคนนี้โยนให้ (;___;)

เราชอบฉากที่เคลาส์รู้ความจริงในรูทเกลนน์มากกว่ารูทเคลาส์นะ ในรูทเคลาส์รู้เพราะข่าวหนังสือพิมพ์ แต่ในรูทเกลนน์ เคลาส์จะบังเอิญมาได้ยินเกลนน์กับนิโกะคุยกันเรื่องนี้พอดี ชอบแบบหลังมากกว่าเพราะสาเหตุที่เคลาส์มาได้ยินเนี่ย เป็นเพราะนิโกะบอกว่าจะชงชาให้แล้วหายไปซะนาน เคลาส์เลยทิ้งงานออกมาตามหาเพราะกลัวว่านิโกะจะไปเป็นลมเป็นแล้งอยู่ที่ไหนรึเปล่า โอ๊ยยยยยย เนี่ยยยยยยยย เป็นคนดีอะไรขนาดนี้คะท่านนนนนน ดีจนต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ เพราะความเป็นคนดีของตัวเอง เศร้าจัง (T____T)

แต่ไอ้ความรู้สึกไม่อยากให้เคลาส์มารับรู้เรื่องพวกนี้เป็นมุมมองของคนที่เล่นแล้วกรี๊ดเคลาส์น่ะนะ ถ้ามองอย่างเป็นกลางแล้วเห็นด้วยกับเกลนน์ว่าเคลาส์ควรจะรับรู้ว่าพ่อตัวเองทำอะไรเอาไว้ แต่ไม่เห็นด้วยเรื่องแก้แค้นนะ! แค่อยากให้รู้ไว้เฉยๆ แล้วเคลาส์จะอยากชดใช้ด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่เจ้าตัว ไม่ใช่ไปบีบบังคับให้ชดใช้กรรม (ที่คนอื่นก่อไว้) ด้วยการแย่งชิงทุกอย่างมาโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันรู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร มันไม่ยุติธรรมเลยนะเกลนน์!!

อ้อ แต่ในรูทเกลนน์ เคลาส์รู้ความจริงในจุดที่ยังไม่น่าจะคิดอะไรกับนิโกะมากเท่าไหร่ ส่วนในรูทเคลาส์นี่เหมือนรักนิโกะจนหมดใจไปแล้วเพิ่งมารู้ว่าโดนหักหลังมาตลอด ในแง่นี้แล้วรูทเคลาส์ปวดใจกว่าเล็กน้อย

ในรูทเคลาส์ หลังจากเคลาส์รู้ความจริงจนสติแตก โดนจับไปขังคุกอยู่หลายเดือน (ซึ่งระหว่างนั้นนิโกะก็เสวยสุขอยู่ในคฤหาสน์กับเกลนน์ ฮึ่ยยยยย) ก็เกิดเหตุนักโทษแหกคุกเป็นหมู่คณะ หนึ่งในคนที่หนีออกไปได้มีเคลาส์รวมอยู่ด้วย และไม่นานเคลาส์ก็กลับมาแก้แค้นเกลนน์กับนิโกะ เอ้าาาา แก้แค้นกันไปมาไม่มีที่สิ้นสุดดดดด สนุกกันมากมั้ย!? (ประหนึ่งช่วงแรกเป็นภาค Revenge of นิโกะ&เกลนน์ แล้วตามด้วยภาคท่านเคลาส์ Strikes Back)

ท่านเคลาส์หลังออกจากคุกซูบผอมลงไปมาก โทรมเชียว (;___;) แต่ไม่เป็นไรนะคะ โทรมแค่ไหนก็ยังรักกกกก ฮืออออออ

ฉากนี้เคลาส์ทำร้ายเกลนน์จนบาดเจ็บ แต่นิโกะก็พยายามเรียกสติเคลาส์กลับคืนมาจนได้ ทั้งสองคนร้องไห้ปรับความเข้าใจกัน บรรยากาศเกือบจะแฮปปี้แล้ว แต่หันไปอีกที อีตาเกลนน์ที่บาดเจ็บเลือดโชกอยู่เมื่อกี้หายไปแล้วจ้า เอ้าาา ความวุ่นวายยังคงไม่จบสิ้นง่ายๆ

ถึงเคลาส์กับนิโกะจะเข้าใจกันแล้ว กลับมารักกันแล้ว แต่เคลาส์ในตอนนี้ก็มีสถานะเป็นแค่นักโทษแหกคุก จะกลับไปใช้ชีวิตรักชื่นมื่นด้วยกันในคฤหาสน์ก็ทำไม่ได้ ทั้งสองคนเลยตัดสินใจหนีตามกันไป ใช้ชีวิตเร่ร่อนไปเรื่อยๆ แต่ชีวิตแบบนี้มันก็ยากที่จะดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง ไม่ทันไรเคลาส์ซึ่งสุขภาพร่างกายทรุดโทรมมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ก็อาการหนักจนแทบเคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้ นิโกะพยายามช่วยอาหารมาให้ พยายามพาหนีพวกตำรวจ แต่ก็มาเจอมารผจญตัวฉกาจเจ้าเก่า อีตาเกลนน์กลับมาอีกแล้วเด้อ

คราวนี้เกลนน์กลับมาทวงนิโกะคืนพร้อมด้วยปืนหนึ่งกระบอก โอ้โห อย่างกับละครไทยที่นางอิจฉาจะต้องถือปืนโผล่มาในตอนจบ!

ตรงนี้เคลาส์กับนิโกะจะเป็นจะตายยังไงก็ขึ้นอยู่กับตัวเลือกที่เราเลือก ถ้าเลือกผิดเป็น Bad End เคลาส์กับนิโกะจะตายตกตามกันไปท่ามกลางหิมะโปรยปราย

ส่วน Good End จะจบแบบเคลาส์โดนเกลนน์ยิงแขน แล้วนิโกะก็เอามีดจ้วงแทงเกลนน์ตายคามือ (บทจะโหดน้องก็โหดไปไหน๊) สุดท้ายเคลาส์กับนิโกะก็รอดตายมาได้เพราะอดีตพ่อบ้านคนแรกที่ลาออกไปตอนต้นๆ เกมบังเอิญมาเจอและช่วยเอาไว้ (คำถามคือลุงบังเอิญมาทำอะไรกลางป่าในวันที่หิมะตกหนักคะ…..) พอสภาพร่างกายเคลาส์ฟื้นฟูเป็นปกติดีแล้ว เคลาส์กับนิโกะก็ขึ้นเรือหนีไปต่างประเทศด้วยกัน ใช้ชีวิตทำไร่ไถนาด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

เป็นตอนจบที่สงบสุขดี ละทิ้งทุกอย่างมาเริ่มต้นใหม่ แต่รู้สึกว่าอุตส่าห์วางปมเรื่องแก้แค้นกันไปมาตั้งเยอะแยะ สุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยการฆ่าคนคอยเสี้ยมทิ้งเนี่ยนะ…….. แต่เอาเถอะ เรื่องทั้งหมดมันจะไม่เกิดถ้าเกลนน์ไม่เสี้ยมแต่แรก จะว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอก็ได้อยู่หรอก 5555555555

ส่วนรูทเกลนน์จบยังไงไม่รู้ แต่มันมีแบดเอนด์อันนึงของรูทเคลาส์ที่เรารู้สึกว่า โอ้โห๊!!! เกลนน์!!!! เล่นงี้เลยเหรอ!!!??

อย่างที่บอกไว้ด้านบนว่าเล่นๆ ไปแล้วเราจะค้นพบว่าเกลนน์เป็นตัวละครยันเดเระ คือเกลนน์เนี่ยนอกจากจะมีบทบาทคอยเป่าหูนิโกะให้แก้แค้นตลอดเวลาแล้ว เกลนน์ยังมีความต้องการอยากครอบครองนิโกะเอาไว้สูงมากจนน่ากลัว หนึ่งในแบดเอนด์ของเคลาส์มีฉากนึงที่นิโกะหนีตามเคลาส์ไป แต่สุดท้ายก็แอบกลับมาขโมยอาหารในคฤหาสน์ตัวเอง โชคไม่ดีที่อีตาเกลนน์มาเจอเข้า นิโกะเลยโดนจับไปล่ามโซ่ขังไว้ในกรง กลายเป็นสัตว์เลี้ยงน่ารักของอีตาเกลนน์ตลอดไป

(จริงๆ ซีจีเต็มๆ มันอล่างฉ่างกว่านี้ อันนี้ผ่านการเซนเซอร์แล้วในระดับนึง 555555555)

ซึ่งฉากจับขังกรงนี่ไม่ได้มีฉากเดียว มีแบดเอนด์อีกฉากที่จับเคลาส์มาขังในกรง ส่วนนิโกะล่ามไว้นอกกรง วันดีคืนดีอีตาเกลนน์ก็มาทำมิดีมิร้ายนิโกะให้เคลาส์ดู โอ้ยยยยยยยยยย โรคจิ๊ตตตตตตตตตตตต แต่แบดเอนด์เกม 18+ มีอะไรประมาณนี้ก็ไม่น่าแปลกใจแหละนะ โรคจิตกว่านี้ก็เจอมาเยอะแล้ว 5555555555

และหลังจากสัมผัสกับความโรคจิตของเกลนน์ในรูทเคลาส์มามากมายทั้งในเนื้อเรื่องหลักและแบดเอนด์ พอมาเล่นรูทเกลนน์เลยสันหลังวาบเป็นระยะๆ เวลาเกลนน์ยิ้มมุมปากทีไรขนลุกขนพองทุกที ไม่มีอาการใจเต้นตึกตักใดๆ ไม่สามารถมองเป็นพ่อบ้านหนุ่มหล่อได้อีกแล้ว (.__.) แต่ถ้าเป็นคนที่ชอบตัวละครแนวยันเดเระอาจจะชอบเกลนน์มากก็ได้ …มั้ง

โดยสรุปแล้วเกมไม่ดาร์คเท่าที่คิดไว้แต่เนื้อหาก็หนักอยู่ เนื้อเรื่องซับซ้อนพอใช้ได้ รายละเอียดในเนื้อเรื่องเยอะดี มีประเด็นน่าคิด อย่าคาดหวังความฟินหรือความหวานกิ๊วก๊าวหัวใจเพราะไม่ค่อยมีหรอก มีแต่ดราม่าหาทางแก้แค้นกันไปวันๆ แทรกด้วยฉากเรทเป็นระยะๆ แต่ไม่ถึงกับเยอะจนน่ารำคาญ (เราเป็นคนที่เล่มเกม 18+ ที่มีฉากเยอะๆ ไม่ได้ รำคาญอะ 55555555) แต่ถ้าอินกับท่านเคลาส์ก็จะฟินทุกประโยคที่ท่านเคลาส์เอื้อนเอ่ยไปโดยอัตโนมัติเอง (〃ω〃)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านเคลาส์อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกก (●´﹃`●)

Unbox: うたの☆プリンスさまっ♪Repeat LOVE

แผ่นอุตะปุริรีพีทเลิฟมาส่งตั้งแต่เดือนที่แล้ว แกะกล่องดูหนึ่งทีแล้วก็เก็บเข้ากรุไป จนป่านนี้ยังไม่ได้เล่นซะที แต่คราวนี้ประทับใจแพคเกจสุดอลังการจนอยากเอามาอวดรีวิวซะหน่อย

ภาครีพีทเลิฟนี่ไม่ใช่ภาคใหม่อะไร เป็นการเอาภาค Repeat (ซึ่งเป็นภาคที่รีเมคจากภาคแรกสุดอีกที) มาพอร์ทลง PSV แต่บวกเอพิโสดใหม่นิดๆ ฟังค์ชั่นเพิ่มเติมอีกหน่อย จุดหนึ่งที่สำคัญมากคือ ภาคนี้ถือเป็นภาคแรกเลยที่อุตะปุริมีฟังค์ชั่นกะพริบตาและขยับปาก!! ว้าววว น่าตื่นเต้นมากๆ!!!!! (เกมอื่นเขาทำมาชาตินึงแล้วมั้ยแกรรรร)  

ที่จริงเรามีแผ่นภาครีพีทแล้ว ซื้อมือสองแบบธรรมดามาเก็บไว้ แต่พอเอามาพอร์ทลงวีต้าก็อยากซื้อเก็บอยู่ดี ความที่ของเก่าไม่ได้เก็บแบบลิมิเต็ด คราวนี้เลยอยากเก็บๆ แบบลิมิเต็ดซะเลย

ตอนแรกลังเลว่าจะสั่งแบบ Shining Love Box ที่เป็นแบบลิมิเต็ดธรรมดา หรือ Premium Princess Box แบบลิมิเต็ดสุดอลังการพรั่งพร้อมของแถมมากมายดี สุดท้ายก็เลือกสั่งแบบอลังการเนื่องจากพิจารณาแล้วว่าของแถมล้วนดีต่อใจ ว่าแล้วก็กดสั่งในบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์มาหนึ่งกล่อง

เลือกสั่งกับบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์เพราะอิจิโนะเสะซังอยู่ร้านนี้ แถมมีดราม่าซีดีเร็นโทคิด้วย เลือกร้านง่ายมาก ไม่มีการลังเลใดๆ ทั้งสิ้น

เซ็ตของบรอคโคลี่ออฟฟิเชียลสโตร์หน้าตาเป็นแบบนี้ ผ่างงงงงง

dsc050182

อิจิโนะเสะซังเต็มไปหมดเลยยยยยยยยยยย \(^o^)/ แค่เปิดกล่องมาเห็นของก็มีความสุขแล้ว

ส่วนที่เป็นของแถมเฉพาะของบรอคโคลี่สโตร์ประกอบไปด้วยอิจจี้ อิจจี้ อิจจี้ และอิจจี้!

dsc05019

สี่อย่างนี้คือทาเปสขนาด A3, โบรไมด์, พวงกุญแจพร้อมฐานเอาไว้ตั้งดูเล่นๆ และเข็มกลัดหนึ่งอัน

ส่วนแฟ้มขนาด A4 เป็น 早期予約特典 ต้องกดจองก่อนวันที่เท่าไหร่สักวันนึงนี่แหละถึงจะได้มา

dsc05021

แม้ทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นลายเดียว แต่ได้เห็นอิจจี้เรียงรายกันเยอะๆ แบบนี้แล้วโซแฮปปี้ (〃∀〃)

และชิ้นที่เป็นไฮไลท์ก็คืออออออ ดราม่าซีดีเร็นโทคิกับมื้อกลางวันสุดหวานแหวว!

dsc05020

อันที่จริงคู่นี้ไม่ใช่คู่หลักที่เราชอบหรอกนะ (เสียงสั่น) เราชอบโทคิโอโตะต่างหาก! แต่เร็นโทคิก็ดี๊ดี ตอนออฟฟิเชียลประกาศว่าจะออกซีดีคู่นี้ถึงกับกรี๊ดไปสามวันเจ็ดวัน กราบขอบคุณออฟฟิเชียลแรงๆ มา ณ ที่นี้ ที่เฝ้านับวันรอเกมออกเพราะอยากฟังซีดีแผ่นนี้มากกว่าอยากเล่นเกมอีก …แต่จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่ได้แกะฟังหรอกนะ 555555555

ส่วนที่เป็นของแถมจากบรอคโคลี่สโตร์มีแค่นี้ นอกนั้นเป็นของแถมใน Premium Princess Box ละ (ไม่ควรเรียกว่าของแถมเลยอะ เพราะราคาสินค้าก็รวมมูลค่าสิ่งเหล่านี้ไว้แล้ว)

ใน Premium Princess Box ก็มี 早期予約特典 มาให้อย่างนึงคือสกอร์บุ๊กของภาครีพีท จริงๆ แล้วสกอร์บุ๊กเล่มนี้เคยเป็นของแถมของภาคแรกสุด แต่คราวนี้มีการอัพเกรดโดยการเพิ่มโน้ตเพลงของเซซิลลงไปด้วย

ปกสกอร์บุ๊กสีเจ็บมาก กระแทกตาสุดๆ

dsc05022

ด้านในจะเป็นโน้ตเพลงของแต่ละคน มีลายมือกำกับด้วย คือทำเหมือนเป็นโน้ตเพลงที่ทุกคนใช้ในเกมจริงๆ

dsc05023 dsc05024

สกอร์บุ๊กนี่ไม่ได้เย็บเล่มมา แต่เป็นกระดาษซ้อนๆกัน จะเอาไปกางเล่นจริง หรือแยกแผ่นไปใส่กรอบแล้วบูชาก็แล้วแต่จิตศรัทธา

ส่วนกล่องเกมพรีเมียมหน้าตาเป็นแบบนี้ ปกวาดใหม่โดยคุราฮานะเซนเซ!

dsc05025

ดูเผินๆ มันก็ดูเป็นกล่องเกมธรรมดาอยู่หรอก แต่ความจริงแล้วกล่องมันใหญ่มาก… ใหญ่จนตกใจ เพราะเท่าที่สั่งอุตะปุริแบบลิมิเต็ดมายังไม่เคยเจอกล่องใหญ่ขนาดนี้ แต่เคยเจอเกมอื่นที่ใหญ่พอๆ กันอยู่นะ เดี๋ยวนี้กล่องเกมเหมือนเน้นแข่งกันเล่นใหญ่ไว้ก่อนเลยแฮะ ( ̄∇ ̄;)

ลองเทียบความหนากับซูเปอร์เรย์จิคุง

dsc05027

หนาไปไหน Σ(゚Д゚;;)ノェェェェエエエエ!!!!

พอแกะกล่องออกมาก็จะเจอกล่องเกมอีกกล่องอยู่ด้านใน ซึ่งอันนี้ก็คือ Shining Love Box นั่นเอง

dsc05029

ขำการที่เปิดมาเจอกล่องลายเดียวกันแต่เล็กกว่าเดิม อย่างกับตุ๊กตารัสเซีย 555555555 แต่ไม่เป็นไร เราชอบปกลายนี้ (คุราฮานะเซนเซวาดอะไรให้อุตะปุริก็ชอบหมด) การที่ทุกสิ่งทุกอย่างในกล่องใช้ลายนี้หมดถือว่าดีมาก (*^▽^*)

พอแกะกล่องเกมออกมาก็จะเจอครูใหญ่อยู่ตรงขอบด้านบน… สมชื่อ Shining Love Box จริงๆ ต้องมีไชน์นิ่งซาโอโตเมะอยู่บนกล่องด้วย……

dsc05042

ของในกล่องนี้ประกอบด้วยกล่องเกมแบบธรรมดา (ปกเดิมอีกนั่นแหละ), ดราม่าซีดีวันฤดูหนาวในโรงเรียนซาโอโตเมะ เป็นเรื่องราวที่ทั้งเจ็ดคนไปรวมตัวกันที่ห้องเร็นกับมาสะ, บุ๊กเลท The Shining Repeat ซึ่งเป็นการเอาของแถมจากภาคแรกสุดมาปรับปรุงใหม่อีกนั่นแหละ

dsc05044

dsc05045 dsc05043

จะว่าไปแล้วการพอร์ทลงวีต้าครั้งนี้ก็เล่นง่ายนะ รียูสกระทั่งของแถม 55555555555 แต่สำหรับเราที่ไม่ได้เก็บเซ็ตลิมิเต็ดของภาคแรกสุดหรือภาครีพีทแล้วถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากๆ

ส่วนของแถมที่เป็นของ Premium Princess Box มีอยู่หกอย่าง แต่ละอย่างจะวางซ้อนๆ กันอยู่ในกล่องใหญ่ ต้องค่อยๆ หยิบออกมาทีละชั้น (มีคนญี่ปุ่นในทวิตเตอร์ที่เราฟอลอยู่ทวีตว่าโดนแม่แซวว่า นี่มันกล่องเครื่องเขียนเด็กประถมเรอะ ตลกมาก 5555555555)

ของแถมอย่างแรกคือซีดีเพลง Welcome to UTA☆PRI RAINBOW world!! นี่ก็เป็นการเอาเพลงเก่ามารียูสเช่นกัน คือเอาเพลง Welcome to UTA☆PRI world!! ที่เคยร้องกันแค่หกคนมาเพิ่มเซซิลลงไป กลายเป็นเวอร์ชั่นเจ็ดคนพร้อมหน้าพร้อมตา!

อย่างที่สองคือดราม่าซีดี Questions!-ライバルを知れ!- มีสี่แทรคแยกเป็นคู่ๆ คือโอโตยะ&โทคิยะ มาซาโตะ&เร็น นัตจัง&โชจัง ส่วนเซซิลอยู่กับริวยะซังและริงโกะจัง

dsc05031

อย่างที่สามคือเข็มกลัดพร้อมแฟ้ม แฟ้มเป็นตราโรงเรียนซาโอโตเมะเรียบหรูดูดีพร้อมคำขวัญประจำเกม ส่วนเข็มกลัดก็ลายเดียวกับหน้าปกอีกนั่นแหละ แต่จะแยกมาเป็นคนๆ มีแปดลายรวมนางเอกด้วย

dsc05032 dsc05033

ไหนๆ ก็ไหนๆ ซูมอิจิโนะเสะซังกันสักนิด

dsc05034

โอ๊ยยยย เห็นสีหน้าแล้วหมั่นไส้บอกไม่ถูก! จริงๆ แล้วเราไม่ชอบนิสัยอิจจี้ช่วงแรกๆ ของเกมเลยนะ 55555555555 จำได้ว่าตอนเล่นเกมครั้งแรกเฉยเมยกับอิจจี้มาก กรี๊ดแต่ท่านฮายาโตะผู้น่ารัก แต่สุดท้ายไปๆ มาๆ มาตกหลุมอิจจี้ได้ไงไม่รู้ (*-Д-)ハァ=3

ของแถมอย่างที่สี่คือคอมเมนต์การ์ดที่มาพร้อมซองและสายคล้อง แน่นอนว่าลายเดียวกับหน้าปกอีกเช่นกัน สมชื่อ Repeat มากๆ แม้แต่ของแถมก็ยังรีพีทตัวเองรัวๆ

dsc05035dsc05036

คอมเมนต์การ์ดมีแปดแผ่นรวมนางเอกเช่นเดียวกับเข็มกลัด เราชอบคอมเมนต์การ์ดนี่มากกกกกกกก เห็นภาพทุกคนชัดถนัดตากว่าบนหน้าปกและเข็มกลัด แถมด้านหลังยังมีคอมเมนต์ของทุกคน (ยกเว้นนางเอก) ให้อ่านอีก คอมเมนต์ในที่นี้ไม่ใช่คอมเมนต์สมัยเรียนด้วย แต่เป็นมุมมองของแต่ละคนในปัจจุบันย้อนกลับไปพูดถึงสมัยเรียน เสียดายที่ไม่ใช่คอมเมนต์แบบเขียนด้วยลายมือ เราชอบเวลาได้อ่านลายมือของทุกคนมากกว่าเป็นตัวพิมพ์อ้ะ (; v ;)

และอย่างที่ห้าคือโปสเตอร์ผ้าขนาด B2 ลายเดิมอีกเช่นกัน

dsc05039

โปสเตอร์แผ่นใหญ่มากกกกกก คลี่ออกมาแล้วไม่มีที่วางเลยเก็บกลับไปอย่างรวดเร็ว ถ้าทำเป็นทาเปสทรีมาให้ก็คงเอาไปแขวนได้ง่ายๆ หน่อย แต่เป็นโปสเตอร์ผ้าแล้วไม่รู้จะเอามาใช้ตกแต่งห้องยังไงดี อยู่ในกล่องต่อไปละกันนะ

ส่วนของแถมอย่างสุดท้ายก็คือตัวกล่องพรีเมียมนั่นเอง

โดยสรุปแล้ว Premium Princess Box น่าจะเป็นกล่องเกมชุดลิมิเต็ดที่เล่นเยอะเล่นใหญ่ไซส์อลังการที่สุดเท่าที่ผ่านมาแล้วแหละมั้ง (อย่างน้อยก็เท่าที่เราเก็บมาน่ะนะ) ที่ผ่านมาเราประทับใจแพคเกจภาค MUSIC2 ของ HMV มากที่สุด แต่พอเจอกล่องนี้แล้วยกให้เป็นแพคเกจดีเด่นไปเลย ปลาบปลื้มมาก (〃v〃)

รอดูว่าแพคเกจภาค Amazing Aria กับ Sweet Serenade ที่จะพอร์ทลงวีต้าเป็นรายต่อไปจะอลังการเท่านี้อีกมั้ย อยากให้ทำมาไซส์เท่าๆ กันจะได้วางเรียงกันสวยงาม แล้วก็รอดูปกใหม่ฝีมือคุราฮานะเซนเซด้วย! 楽しみ!

KINGSGLAIVE FINAL FANTASY XV

ไปดู Kingsglaive มาแล้ว!

kingsglaive

ชื่อเต็มๆ ของหนังเรื่องนี้คือ Kingsglaive Final Fantasy XV เป็นหนังซีจีว่าด้วยเรื่องราวของสงครามระหว่างอาณาจักรในไฟนอล 15

ความที่หนังออกมาก่อนเกมออก เราเลยคิดเองเออเองว่ามันเป็นหนังเรียกน้ำย่อยก่อนเล่นเกมจริงๆ คือไปดูด้วยความรู้สึกว่านี่มันเป็นหนังสำหรับโฆษณาเกม ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายเท่าไหร่ เท่าที่ดูอนิเมะ Brotherhood FFXV มาสามตอนก็ยังเฉยๆ กับเรื่องราวและเซตติ้งของภาคนี้

แต่ปรากฏว่าดูหนังภาคนี้แล้วกลับประทับใจกว่าที่คิด นี่มันเป็นหนังเรื่องนึงในตัวของมันเองเลย ต่อให้ไม่เกี่ยวอะไรกับเกมเลยก็เป็นหนังที่ดีและสนุกเรื่องนึงเลยนะ

 

★EXTREME SPOILER ALERT

 

  • ไม่รู้ว่าจะย่อเรื่องยังไงดี เรื่องราวมันซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศเหลือเกิน สรุปสั้นๆ คือสองอาณาจักรตีกัน จบ (นี่ก็สั้นไปปะแกร)
  • พระเอกของภาคนี้ไม่ใช่น็อกติสที่เป็นพระเอกในเกม แต่เป็นนิกซ์ อูลริค สมาชิกหน่วย 王の剣 (ที่ภาษาอังกฤษใช้ว่า Kingsglaive ว้าว ทำไมชื่ออังกฤษเท่กว่าเยอะมาก!!) หน่วยรบพิเศษที่สังกัดพระราชาโดยตรง
  • เหตุการณ์ในภาคนี้เป็นเหตุการณ์ก่อนเกมจะเริ่ม หรืออาจจะเป็นช่วงต้นเกม? ไม่แน่ใจเท่าไหร่ เราตามข่าวภาคนี้น้อยมาก เทรลเลอร์ออกใหม่ทีนึงก็ดูมั่งไม่ดูมั่ง กะว่าเกมออกเมื่อไหร่ค่อยเล่นทีเดียว (แล้วสุดท้ายก็จะงงมาก เหมือนสมัยเล่น FF13 โดยไม่รู้เรื่องอะไรมาก่อนเลย แล้วก็เจอศัพท์เฉพาะจนหัวแบะ)
  • ขนาดเรื่องย่อหนังยังไม่คิดจะอ่านก่อนไปดูเลย นี่คือการไปดูโดยไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง เห็นมีคำว่าไฟนอลก็โอเค ต้องดู เป็นหน้าที่
  • แต่ก่อนไปดูก็ทำการบ้านไปนิดหน่อย คือตรวจสอบว่าตัวละครเป็นใครมาจากไหน ชื่ออะไร ใครพากย์บ้าง แล้วสุดท้ายก็ลืม ตอนจบพอเครดิตขึ้นแล้วมีชื่อเซกิซังเลยตกใจไปสามวิว่าโผล่มาตอนไหน!! ทำไมจำเสียงไม่ได้!!
  • ความรู้พื้นฐานเท่าที่จำได้ก่อนหนังเริ่มคือพระเอกชื่อนิกซ์ กับพระราชาที่เป็นพ่อน็อกติสชื่อรีจีส
  • ดูไปดูมา อ้าว ทำไมพ่อน็อกติสชื่อเรกิส………….
  • พอกลับมาดูเทรลเลอร์ภาษาอังกฤษอีกรอบ พบว่าอังกฤษเรียกรีจิส แต่ญี่ปุ่นเรียก レギス
  • หม่อมฉันสับสนเหลือเกินเพคะฝ่าบาท จะให้หม่อมฉันเรียกตามภาษาไหนดี???? แต่ไหนๆ ก็ไปดูเวอร์ชั่นพากย์ญี่ปุ่นมา หม่อมฉันขอเรียกตามญี่ปุ่นก็แล้วกันนะเพคะ เรกิสก็เรกิส!
  • ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อ่านเรื่องย่งเรื่องย่อใดๆ ก่อนเข้าไปดูก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร เพราะช่วงแรกหนังทำตัวเป็นมิตรด้วยการบรีฟให้ฟังสั้นๆ ว่าในเรื่องนี้มีสองอาณาจักรหลักๆ สู้รบตบตีกันอยู่ อาณาจักรฝั่งพระเอกมีเวทมนตร์ มีคริสตัล ใช้บาเรียปกป้องเมืองไว้ ส่วนฝ่ายจักรวรรดิของตัวร้ายคอยใช้เครื่องจักรรุกรานอยู่เนืองๆ จบการบรีฟ จริงๆ แล้วรู้แค่นี้ก็ดูหนังรู้เรื่องละ สรุปว่าไม่ต้องรู้อะไรมาก่อนเลยก็ดูสนุกได้
  • ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้นก็ อืม ก็นั่นแหละ รบกันไปรบกันมา……….
  • แค่ฉากสงครามฉากแรกก็หวือหวาอลังการอื้อหือโอ้โหมากๆ แล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นคนญี่ปุ่นในไทม์ไลน์ทวิตเตอร์เรารีวิวว่า “นี่มันหนังคนแสดงชัดๆ!” เรายังแอบคิดอยู่เลยว่า เวอร์! แต่พอมาดูเองจริงๆ ก็ โหหหหหหห นี่มันหนังคนแสดงชัดๆ!!!!!!!!
  • ซีจีต่างๆ นานาเลิศหรูอลังการยิ่งนัก การแสดงสีหน้าทำดีมากๆ โดยเฉพาะนิกซ์กับเรกิสเฮกะ แต่ตัวประกอบบางทีก็ยังดูเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขยับได้ไปนิดนะ (เป็นความคิดเห็นเฉยๆ ไม่ได้อยากตำหนิตรงจุดนี้ เพราะโดยรวมแล้วซีจีทำดีมากจริงๆ)
  • ฉากเมืองสวยมากกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกกกกกกกกกกก ตอนดูอนิเมะเรารู้สึกว่าเมืองที่เบสออนญี่ปุ่นแบบนี้มันไม่ธรรมดาไปหน่อยเหรอ แต่พอมาดูในหนังแบบนี้แล้วมันสวยเริ่ดเป็นบ้า คือมันก็ไม่ได้ญี่ปุ่นขนาดนั้นนะ มีสถาปัตยกรรมที่ดูยุโรปๆ แทรกอยู่เยอะมาก แค่นึกภาพว่าตอนเล่นเกมจะได้วิ่งเล่นในเมืองนี้ก็กรี๊ดแล้ว (เดี๋ยวไม่ใช่เมืองนี้เข้าไม่ได้เพราะปิดซ่อมแซมไรงี้นะ……..)
  • แต่ขำมากที่มีป้ายโฆษณาแจแปนแอร์ไลน์กับยูนิโคลอยู่ในเมืองด้วย เข้าใจแหละว่าเป็นสปอนเซอร์ แต่ขำ 555555555555 อยากเห็นจริงๆ ว่ายูนิโคลในโลกไฟนอลแฟนตาซี 15 จะขายเสื้อผ้าแบบไหนกันฮึ???? (ก็อาจจะขายเสื้อผ้าธรรมดานั่นแหละ เพราะบรรดาชาวบ้านตัวประกอบก็แต่งตัวปกติกันหมด)
  • เสียดายที่ปากขยับตามเสียงภาษาอังกฤษ พอดูเสียงญี่ปุ่นมันเลยไม่ได้ตรงเป๊ะๆ แต่ก็ไม่ถึงขั้นดูแล้วขัดใจอะไรมากมาย
  • ทว่าด้วยความที่ตัวละครทุกคนหน้าตาฝรั๊งงงงงฝรั่ง พวกตัวอักษรในเรื่องก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เราว่าดูเวอร์ชั่นเสียงอังกฤษน่าจะลงตัวกว่า
  • คนพากย์นิกซ์กับลูน่าเฟรน่าเป็นดาราทั้งคู่ ไม่ใช่นักพากย์มือโปร ซึ่งเราว่าเสียงนิกซ์ทำได้ดี ไม่รู้สึกขัดเลย ฉากที่ต้องใส่อารมณ์ก็ดีมาก แต่เสียงลูน่านี่สิ เอ่อ……….
  • แต่เราจะไม่บ่นอะไรมากละกัน ไม่รู้เพราะชินกับสไตล์การพากย์ของเซย์ยูด้วยรึเปล่า พอดูหนังที่ใช้คนที่ไม่ใช่เซย์ยูพากย์ทีไรเป็นต้องขัดใจตลอด แต่เคยมีคนนึงที่เราขัดใจงานพากย์มากๆ แล้วได้รางวัลนักพากย์ยอดเยี่ยม แปลว่าเราอาจจะขัดใจเพราะความไม่ชินของตัวเองก็ได้ …มั้ง?
  • ในส่วนของเนื้อเรื่อง จริงๆ แล้วก็เดาทิศทางไม่ยากนะ เดาอะไรไว้เกิดขึ้นจริงหมด เดี๋ยวคนนี้ทรยศแน่ คนนี้ไม่รอดแน่ อีนี่ตายชัวร์ ก็เป็นไปตามที่คิดหมด เราไม่ใช่คนเดาแนวเรื่องเก่งหรอก แต่เรื่องนี้มันมี foreshadowing ค่อนข้างเยอะก็เลยไม่มีอะไรผิดคาด
  • ถึงกระนั้น! เนื้อเรื่องมันก็ชวนติดตามอยู่เหมือนกัน ถึงจะบอกว่าเรื่องมันซับซ้อน แต่เราว่ามันเป็นหนังที่เล่าเรื่องออกมาให้ดูง่าย สนุกตามได้ง่าย
  • เราว่าหนังประสบความสำเร็จในการดึงให้เราสนใจเนื้อเรื่องของไฟนอลแฟนตาซี 15 นะ ตอนดูอนิเมะยังคิดอยู่เลยว่า เอ๊ เราอยากเล่นภาคนี้จริงๆ เหรอ? แต่พอดูคิงส์เกลฟจบแล้วจะคิดอย่างเกรี้ยวกราดว่า เฮ้ย!!!! ส่งเกมมาให้เราเล่นเดี๋ยวนี้!!!!!!!!
  • ทำใจไว้ก่อนดูแล้วว่าน่าจะตายกันเยอะมาก แล้วก็ตายกันเป็นเบือจริงตามคาด มีคนเดียวที่เราไม่กังวลเลยว่าจะตายมั้ย คือลูน่าเฟรน่า เพราะรู้ว่ายังไงก็ไม่ตาย ความเป็นนางเอกเกมคอยคุ้มครองอยู่
  • แต่ถึงจะไม่ตาย ลูน่าก็บู๊มาก บู๊จนรู้สึกว่านี่ถ้าหล่อนไม่ใช่นางเอกคงตายไปนานแล้วมั้ย??? แต่นี่นางเอกไง ถึงจะกระโดดลงจากเครื่องบินกลางอากาศก็ยังมีผู้ชายมาช่วย ถึงจะนั่งอยู่ในรถที่ล้มกลิ้งแปดสิบตลบก็ยังลงมาเดินเฉิดฉายได้โดยไร้รอยขีดข่วน เป็นนางเอกนี่ดีจริงๆ!
  • แอบขำตอนจบที่ลูน่าพูดกับลิเบลท์ (ซึ่งภาษาอังกฤษเขียนว่าลิเบอร์ตัส สร้างความสับสนให้อิฉันอีกแล้ว) ว่าตัวเองจะเดินทางไปหาน็อกติสคนเดียว เพราะการเดินทางไปกับฮีโร่อย่างลิเบลท์มันสะดุดตาเกินไป
  • แล้วภาพที่ปรากฏต่อมาก็คือลูน่าในชุดสีขาวกรุยกรายเดินไปตามถนนท่ามกลางชาวบ้านชุดปอนๆ เฮลโหลลลลลลลลล ใครสะดุดตากันแน่ฮึ????
  • ทางด้านพระเอกของภาคนี้ เรกิสเฮกะ …เอ้ย ไม่ใช่!! นิกซ์ อูลริค ก็เป็นพระเอกที่พระเอ๊กพระเอก รักพวกพ้อง เป็นยอดนักสู้ สกิลบู๊อย่างเทพ มาพร้อมอดีตอันขมขื่น และมีบทพูดเท่ๆ เต็มไปหมด
  • บทพูดนึงที่เราชอบคือตอนที่นิกซ์พูดประมาณว่า ชีวิตในเมืองหลวงน่าเบื่อนั่นแหละดีแล้ว เพราะความน่าเบื่อมันหมายถึงสันติภาพ จะให้ฉันสู้เพื่อความน่าเบื่อนั้นสักเท่าไหร่ก็ได้ โหยยยยยย โคตรพระเอกกกกกกก (มั่นใจว่าจำมาได้ไม่เป๊ะ แต่ใจความมันประมาณนี้แหละ)
  •  แต่ขอโทษ ความเท่ทั้งหมดในเรื่องตกอยู่ที่เรกิสเฮกะ
  • ปกติเราไม่ใช่คนนิยมผู้สูงอายุเลยนะ แต่ฝ่าบาทเท่มากกกกกกกกกก

regisheika

  • ฉากนั่งเฉยๆ บนบัลลังก์หรือเดินไปเดินมายังไม่กระชากใจเท่าไหร่ แต่พอถึงคราวบู๊ ฝ่าบาทก็บู๊สะบั้นหั่นแหลกสุดๆ ช่างเป็นพระราชาที่ทรงเฟี้ยวฟ้าวเหลือเกิน เผลอๆ พระโอรสยังเท่ไม่ได้ครึ่งนึงของฝ่าบาทเลยมั้งเพคะ!!
  • แม้แต่ฉากตายยังเท่มาก! เท่เกินหน้าเกินตาพระเอกเยอะมาก นิกซ์เนิกซ์อะไรไม่รู้จัก ฝ่าบาทนี่แหละพระเอกตัวจริง!!
  • ประทับใจฉากลงนามในสัญญาสันติภาพมาก ฉากนี้กษัตริย์สองคนพูดจิกกันไปจิกกันมาจนเราคิดในใจว่าทำไมฝ่าบาททั้งสองไม่ลุกมาต่อยกันให้มันจบๆ ไปเลยคะ? แล้วสักพักฝ่าบาททั้งสองก็ควักอาวุธขึ้นมาไฝว้กันพร้อมกับถ่ายทอดสดให้คนทั้งอาณาจักรรับชม โอ้โห คนจริง
  • ไม่ได้ประทับใจเพราะเขาเลิกจิกกัดแล้วหันมาตีกันทางกายภาพจริงๆ แต่ประทับใจเพราะฉากนี้ภาพสวยมากกกกกกกกก หนังเรื่องนี้งานวิชวลอลังมากจริงๆ ชอบมาก
  • ว่าแต่อีหน่วยคิงส์เกลฟนี่อะไร ทำไมคนทรยศเยอะมาก นี่พวกเดียวกับองค์กรชายชุดดำในโคนันป้ะ???
  • ระหว่างดูแอบนึกถึงเดอะลอร์ดกับแฮร์รี่เล็กน้อย เดอะลอร์ดนึกถึงเพราะแหวนซึ่งเป็นไอเท็มสำคัญในเรื่องนี้ ส่วนแฮร์รี่นึกถึงตรงฉากบาเรียคุ้มกันเมืองกับฉากที่รูปปั้นยักษ์ในเมืองขยับตัวออกมาบู๊ แต่บรรยากาศของเรื่องนี้ไม่มีอะไรใกล้เคียงกับสองเรื่องนั้นเลยสักนิด 5555555555
  • ตอนที่นั่งดูเครดิตเราไม่รู้มาก่อนนะว่าท้ายเครดิตยังมีต่อ พอโลโก้ Square Enix ลอยขึ้นไปจนพ้นจอแล้วจอเป็นสีดำแป๊บนึงก็ยังลุ้นในใจว่าจะมีต่อมั้ยว้า จะมีพวกน็อกออกมามั้ยว้า
  • แล้วทันใดนั้นเอง!!!!!!!!!! ท่ามกลางความเงียบสงบและจอดำทะมึน เสียงมิยาโนะ มาโมรุก็ดังขึ้นมาว่า ไม่ได้พบท่านลูน่าเฟรน่ามานานแล้วนะ
  • กรี๊ซซซซซซซซซซ เสียงคุณมิยาโนะในโรงหนังงงงงงง ไม่ได้ฟังมาตั้งแต่ตอนดู バケモノの子 นู่นนนนน กรี๊ซซซซซซ พูดประโยคเดียวแทบพุ่งจากเบาะไปเกาะจอ กรี๊ซซซซซซซซซซซ
  • ฉากหลังเครดิตเป็นฉากสั้นๆ ของเจ้าชายและสหาย เหมือนใส่ไว้บอกว่าถ้าอยากรู้เรื่องราวต่อก็จงไปเล่นเกมซะนะ
  • เราว่าช่วงเนื้อเรื่องหลักสองชั่วโมงมันเครียดมากนะ มานึกดูแล้วไม่มีการแทรกมุกตลกอะไรเลยสักอย่าง มีแต่การเมือง สงคราม การเมือง สงคราม แต่พอเครดิตจบแล้วตัดภาพมาที่น็อกติสโอจิและพระสหาย ผู้ชมก็พบว่าเจ้าชายกำลังขับรถเฮฮากับเพื่อนฝูงอย่างสนุกสนาน โดยไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าพระบิดาเพิ่งเด๊ดสะมอเร่ไปเมื่อครู่ แหม เจ้าชายช่างทรงพระชิลๆ ดีจังเพคะ 5555555555555
  • แต่เอาเถอะ เดี๋ยวในเกมก็คงได้เห็นฝั่งน็อกติสดราม่าบ้างแหละ
  • ทางด้านเพลงประกอบ ไม่มีเพลงไหนที่ประทับใจหรือติดหูเป็นพิเศษ แต่ได้ยินเพลง main theme ของไฟนอลในฉากวันเซ็นสัญญาสันติภาพ แบบดังแว่วๆ มา เป็นเพลงประกอบฉากในเมือง พอได้ยินแล้วก็รู้สึกว่า อื้ม นี่มันไฟนอลจริงๆ ด้วย
  • โดยสรุปแล้วหนังเรื่องนี้สนุกเกินความคาดหวังไปไกลมาก เนื้อเรื่องดีงาม งานวิชวลอลังการระดับที่จริงๆ แล้วแค่นั่งสังเกตงานภาพก็สนุกมากแล้ว กษัตริย์เรกิสเท่มากกกกกกกก (แล้วตกลงหม่อมฉันควรเรียกฝ่าบาทว่าอะไรดีเพคะ…?) และกระตุ้นความรู้สึกอยากเล่นเกมมากถึงมากที่สุด
  • ขอพูดอีกรอบว่า ส่งเกมมาให้เราเล่นเดี๋ยวนี้!!!!!!!!

金色のコルダ4

ช่วงนี้ติดคอร์ด้าสี่งอมแงม เพิ่งกลับมาเล่นจริงจังหลังจากเล่นรอบแรกจบตั้งแต่กลับจาก Stella Concert หมาดๆ ตอนเล่นรอบแรกได้ฉากจบแบบนอร์มอลมา กล่าวคือสอยผู้ชายไม่ได้สักคน บายยยย

ตอนจบรอบแรกรู้สึกเหนื่อยมากนะ ระบบมันเพิ่มความซับซ้อนจากภาคก่อนหน้านี้เยอะแยะมากมาย กว่าจะหยิบขึ้นมาเล่นอีกรอบก็ใช้เวลารวบรวมแรงใจพักใหญ่ แต่พอเริ่มเล่นรอบสองแล้วมันดันมีรอบสาม รอบสี่ รอบห้าตามมาอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเข้าสู่สภาวะเสพติดไปเรียบร้อย

แม้ว่าตอนเล่นรอบแรกจะรู้สึกปวดหัวมาก แต่พอมีรอบต่อๆ มามันก็เริ่มง่ายขึ้นมานิดนึงเพราะเริ่มเก็ทว่าต้องเล่นยังไง พอเก็ทแล้ววางไม่ลงเลย เวลาเล่นแต่ละรอบจะรู้สึกอยากเล่นรวดเดียวให้มันจบๆ ไป ไม่งั้นทิ้งไว้แค่วันสองวันก็ลืมไปแล้วว่าต้องทำอะไรต่อ ทีหลังต้องเล่นไปจดเมโม่ไปด้วยละ (ต้องจริงจังกันขนาดนั้นเลย)

รอบล่าสุดที่จบไปคือรูทเมียวงะบุโจ ที่จริงมีเรื่องอยากกรี๊ดบุโจเยอะมากกกกก แต่เดี๋ยวค่อยกรี๊ดแยกรายคนทีหลัง วันนี้อยากมาโฆษณาเกมโดยรวมก่อน

 

corda4

 

  • เนื้อเรื่อง

ภาคนี้เดินเรื่องต่อจากภาค 3 ใช้ตัวละครเซ็ตเดิม เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เป็นเรื่องราวหลังจากที่โรงเรียนเซย์โซชนะเลิศการประกวดดนตรีระดับประเทศในฤดูร้อน คราวนี้ดำเนินเรื่องตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงจนถึงสิ้นปี ภาคนี้จัดว่าเรียบง่าย ไม่โชเน็นเหมือนภาค 3 ที่ออกแนวการ์ตูนกีฬาสุดเร่าร้อน มุ่งหน้าสู่การพิชิตทั่วประเทศ คราวนี้เนื้อเรื่องหลักๆ คือนางเอกต้องไปลากผู้ชายจากทุกโรงเรียนมาตั้งวงจัดคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกกัน จบ (มันมีแค่นี้จริงๆ นะ…)

ส่วนเนื้อเรื่องแยกของแต่ละคนยังพูดอะไรไม่ได้มากเพราะเพิ่งเคลียร์ไปสามคนเอง แถมยังเก็บฉากจบเมียวงะบุโจไม่ครบด้วย T_T เท่าที่เล่นจบไปสามคนก็มีทั้งรูทที่เนื้อเรื่องโอ้โห๊วววว!!!! กับรูทที่เฉยๆ นะ แต่เวลาเล่นคอร์ด้าทีไรก็จะเป็นอย่างนี้ตลอด เนื้อเรื่องมันมีหลากหลายมากในเกมเดียว ตั้งแต่แนวปิ๊งรักเพื่อนสมัยเด็ก, พิชิตใจคุณชายปากหมา ไปจนถึงแนวรักต้องฆ่า (เอ๊ะ?) ซึ่งภาคนี้เล่นแล้วก็รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันก็ อืม… ก็คอร์ด้า 5555555

 

  • ระบบ

สิ่งที่ดึงดูดให้ติดงอมแงมที่สุดก็คือระบบนี่แหละ แม้ว่าตอนเล่นรอบแรกจะบ่นเรื่องระบบตลอดเวลาก็ตาม 5555555

ความที่คอร์ด้าเป็นเกมเล่นดนตรีจีบหนุ่ม ระบบมันจึงแบ่งได้เป็นฝั่งดนตรีกับฝั่งจีบหนุ่ม

ขอพูดถึงระบบดนตรีก่อนแล้วกัน ภาคนี้ระบบแอดวานซ์กว่าเดิมเยอะ จากเดิมที่เกมจะบอกเราว่าวันที่เท่านั้นเท่านี้จะมีคอนเสิร์ตนะ เหลือเวลาเท่านั้นเท่านี้นะ เอ้า ไปซ้อมเพลงมาซะ ก็กลายมาเป็นว่าภาคนี้เราต้องกำหนดวันจัดคอนเสิร์ตเอง เลือกสถานที่จัดงานเอง กำหนดสมาชิกในวงเอง เป็นระบบที่มีความอิสระสูงมาก! ถ้าขี้เกียจเอาดีทางดนตรี จะแอบอู้เว้นช่วงไม่จัดคอนเสิร์ตนานๆ แล้วไปวิ่งเต้นจีบผู้ชายอย่างเดียวก็ได้ (แต่ทำแบบนั้นก็อาจจะพลาดอีเวนท์หลังจบคอนเสิร์ตอยู่ดี ตึงงงง)

แต่สิ่งที่ทำให้กระตือรือร้นอยากขยันจัดคอนเสิร์ตก็คือระบบแรงค์ พอจัดคอนเสิร์ตแล้วได้คะแนนดีๆ แรงค์ของเราจะสูงขึ้น พอแรงค์สูงขึ้นก็จะย้ายไปจัดคอนเสิร์ตในสถานที่ใหญ่ขึ้นได้ ซึ่งสถานที่จัดคอนเสิร์ตแรงค์สูงสุดที่เรายังไม่เคยไปถึงซะทีก็คือโยโกฮาม่าอารีน่า ดังนั้นถึงแม้ว่าภาคนี้จะตั้งวงจัดคอนเสิร์ตกันไปวันๆ โดยไม่จำเป็นต้องเล่นดนตรีแข่งกับใคร  แต่เราก็จำต้องเล่นด้วยใจทะเยอทะยานว่าสักวันจะต้องพิชิตโยโกฮาม่าอารีน่าให้ได้!!! อยู่ดีนั่นแหละ (แม้จะไม่ค่อยเก็ทว่าเด็กมัธยมปลายจะอยากจัดคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกในโยโกฮาม่าอารีน่าไปทำไม สถานที่เวอร์ไปมั้ย? ก็ตาม…)

yokoariikitaidesu

พอระบบมันอิสระเสรีปล่อยให้เราเลือกจัดคอนเสิร์ตที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้แบบนี้กลายเป็นว่าภาคนี้ต้องคิดเยอะมากกกกกก ภาคที่แล้วยังออกแนวเล่นเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก แต่ภาคนี้เล่นแล้วพักไม่ได้เลย (เพราะพักปุ๊บลืมปั๊บ 55555555) เวลาเล่นต้องคอยคิดว่าจะจัดคอนเสิร์ตรอบต่อไปเมื่อไหร่ถึงจะเหมาะ ต้องเล่นเพลงแนวไหนอะไรยังไง ในวงควรจะมีใครอยู่กับใครคะแนนของเพลงถึงจะเพิ่ม ต้องซื้อไอเท็มอะไรสำรองไว้บ้าง ฯลฯ ไหนจะยังมีอุปสรรคว่าขาดเครื่องดนตรีชิ้นนั้นชิ้นนี้จนต้องไปเคลียร์เงื่อนไข ลากคอหนุ่มๆ มาเล่นดนตรีกับเราให้ได้อีก แถมระหว่างคิดเรื่องดนตรีก็ยังต้องคอยวิ่งไล่จับ เอ้ย ไล่จีบผู้ชายด้วย โอ๊ยยย เยอะ!

ส่วนเวลาเล่นคอนเสิร์ตก็จะมีมิวสิกเกมให้กดเหมือนเดิม แต่คราวนี้เวลากดใช้ท่าไม้ตาย (นี่มันเกมอะไรกันแน่เนี่ย ทำไมมีท่าไม้ตาย…..) มันจะไม่มีอนิเมชั่นสั้นๆ แบบภาคก่อนแล้ว มีแค่เอฟเฟคต์แสงพุ่งอย่างเดียว จุดนี้เสียดายนิดหน่อยแฮะ

นอกจากนั้นยังมีระบบที่เพิ่มมาใหม่คือระบบซ้อมดนตรีกับอาจารย์ในวันธรรมดา! ในวันธรรมดาแต่ละวันเกมจะให้เราเลือกว่าจะทำอะไรดี จะซ้อมดนตรี ช็อปปิ้ง หรือกลับบ้านนอน ซึ่งนี่มันคอร์ด้านะ จะกลับบ้านนอนทุกวันก็คงไม่ใช่ (แม้ว่าในชีวิตจริงสมัยมัธยมปลายข้าพเจ้าจะทำเช่นนั้นเป็นปกติก็ตาม) ต้องตั้งหน้าตั้งตาซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมดนตรีมันเข้าไป เวลาซ้อมก็จะเลือกได้ว่าอยากซ้อมกับอาจารย์คนไหน อาจารย์แต่ละคนจะช่วยเพิ่มแต้มโน่นนี่นั่นต่างกันไป ถ้าจริงจังกับการเพิ่มแต้มต่างๆ ก็ต้องคอยใส่ใจกับการเลือกอาจารย์ในแต่ละวันอีก (เห็นมั้ยว่าเกมนี้ต้องคิดเยอะ)

senseitachi

renshuu

เสียดายที่มีอาจารย์ตั้งห้าคน แต่คนที่จีบจริงจังได้มีคนเดียวเอง ว้า (´・_・`)

ส่วนระบบฝั่งจีบหนุ่มก็ปวดหัวไม่แพ้ระบบดนตรี คราวนี้แอดวานซ์ขึ้นตรงที่คะแนนความรักแบ่งออกเป็น แต้มเค้ารักเรา กับ แต้มเรารักเค้า เงื่อนไขในการเพิ่มแต้มแต่ละอย่างจะไม่เหมือนกัน เวลาเล่นก็ต้องคอยเช็กดีๆ ว่าแต้มฝั่งไหนมากน้อยแค่ไหนแล้ว และเราควรจะเพิ่มฝั่งไหน เพราะแต้มทั้งสองอย่างนี้จะมีผลต่อการเกิดอีเวนท์ต่างๆ

myogabucho

อีเวนท์คราวนี้แบ่งแยกย่อยเป็น อีเวนท์ความรัก อีเวนท์เค้ารักเรา และอีเวนท์เรารักเค้า พอมีอีเวนท์แยกย่อยเยอะขนาดนี้ ระหว่างเล่นแต่ละรูทรู้สึกเลยว่าอีเวนท์เกิดเยอะมากกกกกกกกกกกกก แต่พอเล่นจบแล้วมาเช็กดูจำนวนอีเวนท์กลับพบว่า อ้าว….. ทำไมยังไม่ครบ OTL

ปัจจุบันโหลดเซฟเมียวงะบุโจเป็นสิบๆ รอบแล้วยังเก็บอีเวนท์ไม่ครบเลย ฉากจบอีกฉากก็เก็บไม่ได้ซะที ว่าแล้วก็น้ำตาจะไหล (;__;)

โดยรวมแล้วรู้สึกว่าระบบภาคนี้ท้าทายขึ้น อิสระขึ้น มิวสิกเกมที่ให้เล่นระหว่างคอนเสิร์ตก็ยากขึ้นมาก (ภาคก่อนๆ มิวสิกเกมมันง่ายจนรู้สึกว่าไม่ต้องใส่มาก็ได้นะ) แต่ไอ้ความยากตรงนี้แหละที่ทำให้ติดงอมแงมจนหยุดไม่ได้ จากที่บ่นเยอะๆ ตอนแรกกลายเป็นว่าตอนนี้เราชอบระบบภาคนี้มาก สนุกกกกกก (≧▽≦)

 

  • ภาพ

ภาคนี้เปลี่ยนสไตล์ภาพไปเยอะ ทั้งซีจี ฉากแผนที่ และฉากในเมืองที่ปกติใช้มุมมอง bird’s eye view มาตลอดก็เปลี่ยนมาเป็นแนวราบ ตอนเห็นสกรีนช็อตก่อนเกมออกเราไม่ชอบสไตล์ซีจีที่เปลี่ยนไปเพราะคิดว่าสไตล์มันดูเก่าไปหน่อย แล้วก็ไม่ชอบมุมมองที่ไม่ใช่ bird’s eye view เพราะคิดว่ามันน่าจะมองลำบากและไม่ชิน

แต่พอเล่นเข้าจริงๆ แล้วกลับชอบขึ้นมาซะงั้น! ซีจีที่คิดว่าการลงสีดูเชยๆ พออยู่ในเกมแล้วมัน ว้าวววว! มากๆ (เป็นความชอบที่เลือกคำมาอธิบายไม่ถูก….) ยกตัวอย่างเช่นฉากนี้ของเซนเซ

sensei

เคยเห็นรูปนี้มาหลายรอบแล้วทั้งในเว็บออฟฟิเชียล ในนิตยสาร ในเว็บข่าว แต่พอมาเห็นในเกมแล้วก็ยัง เฮืออกกกก! อยู่

ส่วนฉากสถานที่ต่างๆ ที่คิดว่าจะมองลำบากก็ไม่ได้ลำบากอะไรเลยสักนิด แถมตัวจิบิคาแรคเตอร์แบบใหม่ยังน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฮือออออออออออออออออออออ

aratakunkawaii

ภาพในฉากคอนเสิร์ตก็เปลี่ยนเป็นตัวจิบิแบบนี้หมดเลย อ๊ากกกกกกกก น่าร๊ากกกกกกกกกกกก (≧д≦)

corda4_concert

จากที่ตอนแรกไม่โอเคกับภาพ (ตกลงนี่ตอนแรกไม่โอเคกับทุกอย่างเลยใช่มั้ย 5555555555) ตอนนี้กลายเป็นว่าชอบมาก รู้สึกว่าภาพสวยมาก สมแล้วที่เป็นคอร์ด้าภาคแรกที่ลง PS Vita

 

  • เพลง

พูดถึงคอร์ด้าแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเพลงคลาสสิก!

ภาคนี้เราได้แผ่นรวมเพลงคลาสสิกที่ใช้ในเกมมากับบ็อกซ์ตอนที่ซื้อมา ก่อนเล่นเลยฟังเพลงไปเยอะมาก ภาคนี้มีเพลงหลากหลายแนวดีนะ ทั้งเพลงสนุกๆ เพลงเศร้า เพลงหวานๆ ตอนฟังจากแผ่นเราชอบเพลง 星条旗よ永遠なれ (Stars and Stripes Forever) มากที่สุด คงเพราะเป็นเพลงที่คุ้นเคยกว่าเพลงอื่นด้วยมั้ง พอได้ฟังเวอร์ชั่นคอร์ด้า 4 แล้วรู้สึกว่าเวอร์ชั่นนี้น่าร๊ากน่ารัก (≧ω≦)

แต่หลังจากจัดคอนเสิร์ตมาแล้วหลายรอบ ตอนนี้ดันติดเพลง Troika เพราะใช้เพลงนี้ในคอนเสิร์ตบ่อยมาก แล้วก็เพิ่งมารู้หลังจากเล่นรอบล่าสุดจบว่าจริงๆ แล้วเวลาจัดคอนเสิร์ตไม่ควรใช้เพลงซ้ำเพราะมันมีผลต่อการอัพแรงค์ พลาดไปแล้วสินะะะะ

เสียดายที่ในบ็อกซ์ไม่มีแผ่นรวมเพลง BGM มาให้ ฮืออออ ที่จริงเพลง BGM ก็เพราะหลายเพลงอยู่นะ (แต่ส่วนใหญ่ก็เพลงเก่าจากภาคที่แล้วทั้งนั้น 5555555) เพลงที่ชอบมากคือ 金色のコルダ4 ที่เอาเพลงธีมซองก์ของคอร์ด้ามาอะเรนจ์ใหม่สำหรับภาคนี้ ฟังดูสมเป็นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวดี ( ̄∇ ̄)

อ้อ ภาคนี้ถ้าเบื่อๆ เพลงที่ใช้ในเกมแล้วจะกดเข้าเพลย์สเตชั่นสโตร์ไปซื้อเพลงเพิ่มก็ได้ แอบอยากซื้อเพลงไชคอฟสกี้มาให้หนุ่มๆ เล่นอยู่เหมือนกัน แต่เพลงละสามร้อยกว่าเยนแน่ะ นี่มันแพงกว่าซื้อเพลงใน iTunes อีกนะ  Σ( ̄Д ̄)!! เพราะฉะนั้นระบบขายเพลงจะไม่ได้เงินเราเด็ดขาด (…..หวังว่านะ)

 

  • ผู้ชาย

ภาคนี้มีตัวละครหลักให้เลือกจีบได้ทั้งหมด 13 คน! พระเจ้า นี่มันเยอะมาก!!

corda4characters

แถมแต่ละคนยังมีอีเวนท์อีกล้านแปด กว่าจะเล่นจบเก็บทุกสิ่งอย่างครบ ทั้งอีเวนท์ ซีจี เพลง ฯลฯ ต้องใช้เวลาอีกกี่สิบปี!!?? ….แต่อันที่จริงเราก็ไม่เคยเล่นคอร์ด้าฟูลคอมพลีทแบบเก็บทุกสิ่งทุกอย่างครบเลยแม้แต่ภาคเดียว แป่วววววว

อย่างที่บอกไปแล้วด้านบนว่าเนื้อเรื่องคอร์ด้ามีหลากหลายแนวในเกมเดียว ความหลากหลายนั้นมันมาจากคาแรคเตอร์ของแต่ละคนนี่แหละ ถึงจะมีตัวละครตั้ง 13 ตัว แต่ทุกคนก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีจุดขายของตัวเองชัดเจน อย่างเช่นริทสึคุงขายความทึ่ม พี่ไดจิขายความขี้หลี อามามิยะขายความเพ้อเจ้อ เมียวงะบุโจขายความปัญญาอ่อน เป็นต้น (ทำไมจุดขายทุกคนดูไม่ใช่จุดขาย….) 

ใน 13 คนนี้มีตัวละครใหม่แค่ตัวเดียวคือสุนางะ ทาคุมิเซนเซ

sunagasensei

senseiiiiiiiiii

ซึ่งเซนเซคนนี้พากย์โดยทาเคะอุจิ ชุนสุเกะคุง ว้าวววว เวลคั่มทูคอร์ด้าแฟมิลี่ค่ะะะะ มีเด็กน้อยวัยยังไม่บรรลุนิติภาวะโผล่มาท่ามกลางนักพากย์ลุงๆ แบบนี้มันชุ่มชื่นหัวใจดีเหมือนกันนะ (แม้ว่าเด็กน้อยคนนี้จะเสียงลุงมากก็ตาม………….)

ส่วนอีก 12 คนเป็นตัวละครที่จีบได้มาตั้งแต่ภาค 3 ก็เลยคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ทุกคนยังคงบ้าบอตามสไตล์ของตัวเองกันเหมือนเดิม เห็นแล้วก็อุ่นใจ #実家のような安心感

เสียดายที่ภาคนี้ไม่มีโทโนะกับโซระซึ่งเป็นตัวละครจากภาค AnotherSky ที่เราชอบมากๆ  โฮววววว ตอนที่รู้ว่าไม่มีแน่นอนก็ช็อกรุนแรงน้ำตาแทบไหลเป็นสายเลือด แต่คิดตามหลักเนื้อเรื่องแล้วมันก็สมเหตุสมผลนะ สองคนนั้นเหมาะที่จะอยู่ในยูนิเวิร์สนั้นมากกว่าจะมาอยู่ในยูนิเวิร์สหลักแหละ (ตกลงนี่เกมอะไรนะ ทำไมไซไฟ?) และภาคนี้ก็มีอีเวนท์ที่แตะๆ เรื่องของฮาโกดาเตะอามาเนะนิดหน่อยด้วย แค่นั้นก็ขอบคุณออฟฟิเชียลมากๆ แล้ว (TωT)

ที่จริงตอนภาค 3 ออกใหม่ๆ แล้วแยกเป็นสี่โรงเรียนนี่เราขัดใจเบาๆ แถมเปลี่ยนตัวละครยกเซ็ตแบบนี้ก็รู้สึกแอนตี้นิดหน่อยเพราะผูกพันกับตัวละครในสองภาคแรกจนไม่อยากให้โดนโละทิ้ง แต่ตอนนี้รู้สึกผูกพันกับตัวละครเซ็ตนี้พอๆ กับเซ็ตแรกไปเรียบร้อยแล้ว ทุกคนดี๊ดี ฮือออออ ส่วนนึงขอยกความดีความชอบให้เซย์ยูอีเวนท์ด้วย อีเวนท์คอร์ด้าสนุกตลอดเลย ชอบมาก (≧ω≦)

แอนี่เวย์ เรื่องผู้ชายเอาไว้ค่อยกรี๊ดแยกรายบุคคลทีหลัง (หรืออาจจะกรี๊ดแค่เมียวงะบุโจคนเดียวเพราะน่าจะพีคสุด 5555555) วันนี้แค่อยากมาชื่นชมตัวเกมโดยรวมเฉยๆ

สรุปว่า

คอร์ด้า 4 สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก 

ภาพสวย เพลงเพราะ ระบบมีความเป็นเกมสูง ท้าทาย เก็บอีเวนท์ยากบรรลัย มีผู้ชายมากมายให้เลือกสรร เนื้อเรื่องมีตั้งแต่รักกุ๊กกิ๊ก ตลกเฮฮายันดราม่าแย่งชิงอำนาจภายในโรงเรียน

มาร่วมมุ่งสู่โยโกฮาม่าอารีน่าพร้อมคว้าหนุ่มหล่อมาไว้ในมือด้วยกันสิคะ! (นี่โฆษณาราวกับรับตังค์มา ความจริงคือหมดเงินให้ซีรีส์นี้ไปเท่าไหร่แล้วไม่รู้ ไม่กล้าคำนวณกันเลยทีเดียว TvT)

Unbox: LA CORDA D’ORO 4 TREASURE BOX

ตั้งแต่คอร์ด้าภาค AnotherSky feat.Amane ออกมา เราบ่นมาหลายรอบมากกกกกกกกกกว่าอยากให้คอร์ด้าออกภาคฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวต่อซะที และหลังจากบ่นมานาน ในที่สุดภาค 4 ซึ่งเป็นภาคฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวอย่างที่อยากได้มานานก็ออกมาจนได้ เย้!

คราวนี้ซื้อแบบ Treasure Box ซึ่งมีทั้งแผ่นเกมและออพชั่นเสริม(?)มากมาย เป็นสิ่งที่เราหลงใหลใฝ่ฝันมานานมาก เพราะช่วงที่ภาค 3 และภาค AnotherSky ทั้งหลายออกมา โคเอทำ Treasure Box ของแต่ละภาคออกมาได้น่าซื้อมากกกกก แต่สมัยนั้นเรายังเป็นนิสิตผู้ยากไร้ที่ไม่มีปัญญาซื้อเลยได้แต่ซื้อแบบธรรมดาตลอด (พูดจาเหมือนทุกวันนี้มีทรัพย์สินเท่ามาร์คซักเกอเบิร์ก….) คราวนี้พอเห็นภาค 4 ทำ Treasure Box แล้วของในกล่องน่าสนใจก็เลยต้องจัดซะหน่อย! (ที่จริงเคยซื้อ Treasure Box ของภาค 2f เก็บไว้ด้วย แต่ตอนนั้นซื้อมือสองมาแบบถูกมากกกกกเลยไม่นับ 55555555)

ความจริงแล้วกว่าจะเลือกได้ว่าจะซื้อแบบไหนก็คิดหนักเหมือนกันนะ เพราะโคเอเล่นทำมาขายทั้งแบบธรรมดา แบบ Treasure Box  และแบบ Platinum Box แต่เนื่องจากอย่างหลังสุดราคาสามหมื่นเยน+ภาษี 8% เห็นราคาปุ๊บก็บ๊ายบายทันที เกมบ้าอะไรแพงกว่าเครื่องเกมอีก ดังนั้นจึงหันมาลงเอยที่ Treasure Box แทน

ทีนี้พอเลือกได้ว่าจะซื้อแบบไหนแล้วก็ยังต้องมาเลือกร้านค้าอีก เพราะแต่ละร้านจะมีของแถมต่างกันไปอีก อีขั้นตอนเลือกร้านนี่แหละปวดหัวอยู่นานเพราะของแถมน่ารักทุกร้าน (;__;) สุดท้ายก็เลือกของร้าน Stellaworth เพราะของแถมเป็นโรงเรียนที่เราชอบที่สุด (。・_・。)

ใน Stella Set ประกอบไปด้วย Treasure Box+ของแถมจากร้านสเตลล่า ซึ่งของแถมจากร้านสเตลล่าได้แก่ เข็มกลัด, โบรไมด์, บุ๊กเล็ตรวมเรื่องสั้นกับ Q&A ตัวละคร

DSC03638 DSC03639

รู้สึกว่าเซ็ตนี้คุ้มกว่าซื้อกับอนิเมท เพราะของอนิเมทถ้าจ่ายราคา Treasure Box ปกติแบบไม่บวกค่าของแถมเพิ่ม จะได้ของแถมแค่สแตรปหนึ่งอัน ถ้าอยากได้มากกว่านั้นต้องจ่ายแพงขึ้นอีก คือการจะซื้อเกมเกมนึงทำไมต้องมานั่งพิจารณาของแถมอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนขนาดนี้ เหนื่อยเหลือเกิน (-_-;)

แอนี่เวย์ ชอบ Q&A ในบุ๊กเล็ตมาก ตล๊กกกกกกกกกก คำถามติ๊งต๊องมาก แบบไส้โอเด้งที่ชอบคืออะไร จริงๆ แล้วคุณเป็นมนุษย์ใช่มั้ย ฯลฯ บ้าดี 555555555

ส่วนโปสการ์ดไวท์เดย์นั่นจริงๆ แล้วมันไม่ได้รวมอยู่ในของแถม แต่คิดว่าโคเอคงแถมาให้แบบสุ่มๆ ซึ่งเราได้ของเกมเกะเต็นโนะฮานะมา เป็นเกมที่ซื้อมาดองสามปีแล้วยังไม่ได้เล่น อยากได้ของคอร์ด้ามากกว่าอ้ะะะ TvT

ส่วนของใน Treasure Box แต่ละร้านจะเหมือนกันหมด ยกเว้นคนที่จองก่อนวันที่ 14 ธันวาจะได้ของแถมมาอีกนิดหน่อย

ตัวกล่อง กล่องใหญ่มั่กกกกกกกกก

DSC03634

พอเอามาเทียบขนาดกับกล่องเกมอื่นๆ แล้วกล่องนี้ใหญ่สุดเลย

DSC03636

กล่องอลังการจนวางบนชั้นลำบาก ฮือออ ที่เต็มแล้ว ต้องมานั่งจัดชั้นวางเกมใหม่อีก TvT

ส่วนของในกล่องประกอบด้วย

① Photo Library

DSC03647

DSC03649

มันคือหนังสือรวมภาพซีจีจากเกมนั่นเอง เล่มใหญ่เบิ้ม ตัวการที่ทำให้กล่องใหญ่ก็หนังสือเล่มนี้นี่แหละ เพิ่งเปิดดูข้างในไปนิดนึง นิดเดียวจริงๆ เพราะยังไม่อยากเห็นซีจีก่อนเล่น แต่ก็เห็นไปแล้วนิดหน่อยจนได้ (´・_・`)

ซีจีภาคนี้เปลี่ยนสไตล์การลงสีจากภาคก่อนๆ ด้วย ตอนแรกเห็นแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ จนพอเห็นออฟฟิเชียลลงในเว็บหลายๆ รูปก็เริ่มชินตา แต่เท่าที่อ่านรีวิวแล้วมีคนหักคะแนนเพราะสไตล์การลงสีเชยไปกันหลายคนเลยแฮะ (- v -;)

 

② Fastener Accessory

DSC03651 DSC03652

พวงกุญแจมินิคาแรคเตอร์แยกตามโรงเรียน น่าร๊ากกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦) แต่เสียดายที่มีแค่ตัวละครหลัก 12 ตัว ขาดตัวเสริมอื่นๆ ฮืออออ อยากให้ในจินนันมีเซริซาวะกับในอามาเนะมีฮิโดะอยู่ด้วยจัง TωT

 

③ Message CD

DSC03657

แผ่นนี้มีเฉพาะสมาชิกโรงเรียนเซย์โซ ถ้าอยากฟังของโรงเรียนอื่นต้องไปซื้อบ็อกซ์สามหมื่นเยนนู่น ฮือออ อยากฟังของโรงเรียนอื่นมากนะ แต่สู้ราคาไม่ไหวจริงๆ ยอมฟังแค่เซย์โซก็ได้ กระซิกๆๆ

ไฮไลท์ของแผ่นนี้อยู่ที่แทรคของอาจารย์ทาคุมิ (CV: ทาเคอุจิ ชุนสุเกะ หรือทาเคะP ที่เพิ่งได้รางวัลนักพากย์หน้าใหม่ในเซย์ยูอวอร์ดปีนี้ไปหมาดๆ!) ทาเคอุจิคุงที่เพิ่งมาพากย์ภาคนี้เป็นภาคแรกให้สัมภาษณ์ว่าซีดีแผ่นนี้เป็นการอัดเสียงด้วยดัมมี่เฮดไมค์ครั้งแรกในชีวิต ครั้งแรกเชียวนะ! ประสบการณ์ครั้งแรกอันล้ำค่าของหนุ่มน้อยวัยมัธยมปลายอย่างทาเคอุจิคุงที่หาไม่ได้จากที่อื่นเชียวนะ! เลอค่ามั้ยล่ะ!

แต่เรายังไม่ได้เปิดฟัง เอาไว้เล่นก่อนแล้วค่อยมาฟังดีกว่า ( ̄∇ ̄)

 

④ Soundtrack CD

DSC03659

ซีดีรวมเพลงคลาสสิกในเกม อยากได้แผ่นนี้มากกว่าแผ่นข้างบนอีก เพราะบางทีชอบดนตรีแบบที่อะเรนจ์ในเกมมากแต่หาฟังไม่ได้เลย ได้แต่หาเวอร์ชั่นที่ใกล้เคียงมาฟังแทน คราวนี้ไม่ต้องลำบากไปหาเวอร์ชั่นใกล้เคียงแล้ว เย้!

 

⑤ แผ่นเกม

DSC03654

แผ่นเกมสีทองอร่ามมาเลย เสียดายนิดนึงที่ปกกล่องเกมกับปกกล่องข้างนอกใช้รูปเดียวกัน เห็นหลายๆ เกมจะชอบทำปกกล่องลิมิเต็ดแบบนึง ปกเกมอีกแบบนึง แต่คอร์ด้าใช้รูปนี้คุ้มมาก จะแพคเกจไหนก็ปกเดียวกันหมด 555555555

แต่ชอบแพคเกจคราวนี้ตรงที่ใช้สีทองเยอะมาก สมชื่อ 金色のコルダ ดีนะ

อนึ่ง สำหรับคนที่จองเร็วจะได้ของแถมเพิ่มมาอีกสามอย่างคือ ① โปสการ์ดตัวละคร 12 ตัว

DSC03644

② โค้ดสำหรับโหลด Custom theme มาใช้ใน PS Vita ③ โค้ดสำหรับโหลดโน้ตเพลง Salut d’amour มาใช้ในเกม

ซึ่งเราก็นำโค้ดไปโหลด Custom theme อย่างว่องไวด้วยความเห่อ
แล้วก็พบว่า มันคิวท์มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

corda_vitatheme1 corda_vitatheme2 corda_vitatheme3

ฮือออออออออออ ไอคอนตัวมินิคาแรคเตอร์เหล่านั้นนนนนนนน วอลเปเปอร์ตัวจิ๋วนั้นนนนนนนนนน น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)

โดยรวมแล้วรู้สึกว่าของในกล่องดีงามเลอค่ามากกกกกกกกกนะ แต่ราคาแพงไปหน่อย (TωT) เทียบกับกล่องลิมิเต็ดเกมอื่นๆ แล้วเกมอื่นดูตั้งราคาโอเคกว่า ลองมานึกๆ ดูแล้วเกมนี้น่าจะแพงที่สุดเท่าที่เราเคยซื้อมาเลย

แต่เพราะชอบเกมนี้มากอยู่แล้ว เราถือว่ากล่องนี้คุ้มมากมากมากมากมาก!! แถมเท่าที่ไปส่องโทรฟี่ลิสต์มา คาดว่ากว่าจะเก็บถ้วยแพลตได้อาจจะกินเวลาหลายสิบชั่วโมง หรือเผลอๆ อาจจะเป็นร้อยชั่วโมง…….. ดังนั้นเล่นได้คุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน ฮาาาา

Prince of Stride: Suwa Reiji

ในที่สุดก็เล่น Prince of Stride จบครบ 100% แล้ว ヽ(*゜∀゜*)ノ

คราวที่แล้วเขียนถึงรูทรุ่นพี่เคียวสุเกะไว้ว่ามีความโอโตเมะ หลังจากนั้นพอไปเล่นรูทสุวะ เรย์จิแล้วพบว่าไอ้ที่เจอในรูทเคียวสุเกะนั่นเบบี๋มาก เพราะระดับความโอโตเมะทั้งหมดทั้งมวลมันมาอัดแน่นอยู่ในรูทเรย์จินี่แหละ เป็นรูทที่กรี๊ดไปเยอะมาก กัดผ้าเช็ดหน้าเยอะมาก จิกหมอนเยอะมาก ใจสั่นหวั่นไหวหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลมเยอะมาก

กล่าวคือ สุวะ เรย์จิ (CV: มิยาโนะ มาโมรุ♥) ดีงามมากมากมากมากมากมากมากมากมาก

 

 

*SPOILER ALERT*

 

 

โอย ควรเริ่มจากตรงไหนดี………..

รู้สึกเริ่มต้นไม่ถูกเพราะพอคิดว่าจะเขียนถึงเรย์จิแล้วก็อยากเขียนบอกเล่าทุกสิ่งอย่าง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากแคปรูปทุกประโยคมาแปะแล้วกรี๊ดทีละประโยคไปเลย แต่ทำแบบนั้นนั่งเขียนอยู่ปีนึงก็คงไม่จบ

เอาเป็นว่าเล่าเรื่องไปกรี๊ดไปละกันเนอะ

จริงๆ แล้วพลอตหลักรูทนี้ก็เหมือนเดิม คือนางเอกเข้าชมรมสไตรด์ที่โฮนัน → แข่ง แข่ง แข่ง แข่ง → ได้ทั้งถ้วยชนะเลิศและผู้ชายในคราวเดียว จบ (ดูเป็นการย่อเรื่องที่ไม่ช่วยอะไร) แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือรูทนี้เป็นรูทเดียวที่เราจะได้ไล่ตามจีบหนุ่มโรงเรียนอื่น มิหนำซ้ำยังเป็นถึงไอดอลชื่อดัง และเป็นคุณชายแห่งตระกูลนักร่ายรำสไตล์ญี่ปุ่นอีก หูยยยยยยย โปรไฟล์จัดว่าเริ่ด!!!!

เรย์จิปรากฏตัวครั้งแรกในฉากที่พวกโฮนันไปถ่ายแบบให้สปอนเซอร์ของทีมเป็นครั้งแรก ฉากนี้นางเอกทำสแตรปเมล่อนโกะจังที่เป็นมาสคอตของฮอกไกโดหล่น (แต่แน่นอนว่าเป็นมาสคอตสมมติที่มีแค่ในเรื่องนี้) แล้วเรย์จิเก็บได้ พอนางเอกจะไปตามหาก็บังเอิญเจอเรย์จิกับชิซึมะพอดี

เรย์จิโผล่มาฉากแรกก็ใส่ชุดนักเรียนมาแบบหล่อมากกกกกกกก แอออออออออออ กรี๊ดหนักมากตั้งแต่ฉากแรกที่ออกมาเลย ฮือออออออออออออ

reiji_deai

พอเรย์จิรู้ว่าสแตรปเมล่อนโกะจังเป็นของนางเอก เรย์จิก็เรียกนางเอกว่า โดะซังโกะจัง ซึ่งโดะซังโกะหมายถึงคนที่เกิดในฮอกไกโด โดะซังโกะจังก็ประมาณว่าแม่สาวฮอกไกโดนั่นแหละ เรย์จิเรียกนางเอกว่าโดะซังโกะจังเกือบตลอดทั้งเกม ซึ่งเราชอบมากเวลาเรย์จิทักทายว่า ไง โดะซังโกะจัง ชอบแบบไร้เหตุผลมาก รู้สึกว่าเป็นการเรียกที่น่ารักมาก ฮือออออออออ

ฉากพบเรย์จิครั้งแรกจบลงอย่างรวดเร็วโดยที่เรย์จิบอกชิซึมะว่าอยากไปตามหาสแตรปเมล่อนโกะจังที่ฮอกไกโดเป็นของตัวเองบ้าง แล้วก็จากไป ไม่ถงไม่ถามชื่อนางเอกซ้ากกกคำ

หลังจากนั้นก็บังเอิ๊ญญญญบังเอิญเจอเรย์จิพร้อมด้วยไซเซทั้งทีมบนชินคังเซนขณะเดินทางไปร่วมงานแข่งวิ่ง พอเจอหน้ากันปุ๊บ เรย์จิก็ทักทายว่า อ้าว เธอคือโดะซังโกะจังเมื่อตอนนั้นนี่นา ดูนี่สิๆ ว่าแล้วเรย์จิก็ชูสแตรปเมล่อนโกะจังให้ดูแล้วบอกว่า เหมือนกันเลยเนอะ โอยยยยยยยยยย อะไรเนี่ย เพิ่งเจอกันสองครั้งก็มีสแตรปคู่แล้วเหรอออออ แต่ตื่นเต้นดีใจได้ไม่ทันไรชิซึมะก็บอกว่าชิซึมะก็มีเหมือนกัน ตึงงงงงง สรุปเรย์จิใช้คู่กับชิซึมะนี่เอง เสียใจด้วยนะโดะซังโกะจัง

พอลงจากรถไฟ ต่างทีมต่างก็แยกย้ายกันไป แล้วไซเซก็โผล่มาอีกทีในสภาพไอดอลวง GALAXY STANDARD บนเวที

ที่จริงเรย์จิโหมดไอดอลเนี่ยเหมือนจะเท่มากนะ แต่พอพูดประโยคแนะนำวงบนเวทีแล้วคนฟังอยากกุมขมับมากกว่ากรี๊ด เพราะแต่ละคำที่ออกมามันบ้ามาก คือก่อนกาแลคซี่สแตนดาร์ดร้องเพลงจะต้องพูดอะไรประมาณนี้ตลอด ทำนองว่า พวกเราคือสายลมที่พัดผ่านกาแลคซี่ ชีวิตที่ทอประกายจะทำลายความมืดมิดด้วยแสงแห่งความหวัง จะไปสุดขอบโลกกับเธอ ฯลฯ (จริงๆ มันยาวกว่านี้และน่าเอือมระอากว่านี้อีก)

reijisan_idol

แต่พอร้องเพลงเท่านั้นแหละ โอยยยยยยย ทุกคนเท่จังงงงงงงงงงง แอออออออออออออออ ขนาดโฮนันทุกคนยังตกตะลึงในความเท่เลยนะ! คนที่แสดงอาการติ่งเกินหน้าเกินตาที่สุดคือริคุ พอเรย์จิมองมาทางตัวเองแล้วริคุถึงกับกรี๊ดว่าเรย์จิซังมองฉันด้วย!!!!!

galasta

ตลกมากที่ริคุกลายเป็นอันโดรเมด้า (ชื่อเรียกแฟนๆ วงกาแลคซี่สแตนดาร์ด) ไปเลย แถมอาการหนักซะด้วย 555555555

ช่วงที่มางานแข่งวิ่งนี่โฮนันกับไซเซพักที่โรงแรมเดียวกันพอดี พอเจอหน้านางเอก เรย์จิก็บอกว่า ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอโดะซังโกะจังที่นี่ด้วย พวกเราอาจมีชะตาต้องกันก็ได้นะ โอยยยยยยยยยยยยย ทำไมอ่อยยยยยยยยย แล้วพอตกเย็นหลังอาบน้ำ พวกไซเซก็มาชวนโฮนันไปตีปิงปองกระชับมิตรกัน พอเห็นนางเอกใส่ยูกาตะ เรย์จิก็หยอดอีกว่า ใส่ชุดยูกาตะแล้วสวยดีนะ โอยยยยยยย คือบับบบบบบบบบบบ นี่คือโอโตเมะเกมจริงๆ ล่วยยยยยยยยย

reijisaaaaaaaaaaan

อันที่จริงทุกสิ่งที่เรย์จิพูดล้วนแล้วแต่ธรรมดามาก 55555555555 แต่เขินมากเพราะชอบเวลามาโมใช้เสียงโทนนี้ บวกกับหน้าตาถูกใจ นิสัยใช่เลย ทุกสิ่งที่ประกอบร่างสร้างขึ้นมาเป็นสุวะ เรย์จิล้วนดีงาม ดังนั้นจะพูดอะไรก็ดีงามไปหมด (////ー////)

หลังจากนั้นนางเอกก็จะได้เจอเรย์จิอยู่เนืองๆ เวลาไปถ่ายแบบ สวนกันไปสวนกันมาอยู่ในสตูดิโอราวกับทั้งญี่ปุ่นมีสตูดิโอถ่ายแบบแห่งเดียว ซึ่งถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แก่ใจว่านางเอกอยู่ทีมคู่แข่ง เรย์จิก็ยังทำตัวใจดีกับนางเอกมากกกกกกกกกกก คือเรย์จิเนี่ยท่าทางเอ็นดู๊เอ็นดูนางเอกมาตั้งแต่แรก ดูชอบนางเอกมากจนไม่อินเลยว่าทำไมถึงชอบขนาดนั้น คำพูดติดปากที่เรย์จิชอบพูดกับนางเอกบ่อยๆ คือ ถ้ามีเรื่องกลุ้มใจก็ปรึกษาฉันได้นะ (ซึ่งตลอดทั้งเกมน่าจะพูดเป็นสิบๆ รอบ) ฮืออออออออ ทำไมถึงใจดีขนาดนี้คะะะะะะะ ใจดีมากจนปวดใจที่ไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน แงงงงงงงงงงง (;_______;)

และในเมื่อเรย์จิทอดสะพานให้ขนาดนี้ มีหรือจะไม่ข้ามไป! พอชมรมสไตรด์ของโฮนันเกิดปัญหาสมาชิกชมรมไม่พอ นางเอกก็พุ่งไปปรึกษาเรย์จิถึงสนามฝึกของไซเซทันที ไปถึงนางเอกก็ปรึกษาว่ามีคนที่อยากให้เข้าชมรมอยู่ แต่เค้าไม่ยอมมาเข้าชมรมเลย ทำไงดีคะ?? เรย์จิเลยแนะนำว่า ทำอย่างที่ตัวเองเชื่อมั่นเถอะ (ทำไมฟังดูไม่ค่อยช่วยอะไร……)

แนะนำเสร็จเรย์จิก็บอกว่า อยากเจออีก แต่จะให้เธอถ่อมาถึงที่นี่ก็ลำบาก งั้นคราวหน้าติดต่อมาทางมือถือได้มั้ย ว่าแล้วก็แลกเมลแอดเดรสกันเสร็จสรรพ แหมะะะะะะะะะะ คุณสุวะ เรย์จิ!!! ทำไมอ่อยทุกวิถีทางขนาดนี้!!!

reijisan_meadokoukan

นอกจากนั้นนางเอกยังปรึกษาเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่นเรื่องถ่ายแบบ หรือบางทีไม่ได้ตั้งใจจะปรึกษาอะไร เรย์จิเห็นนางเอกหน้าตากลุ้มใจก็เป็นฝ่ายพูดออกมาก่อนเลยว่ามีเรื่องอยากเล่าให้ฉันฟังรึเปล่า

อีเวนท์นึงของเรย์จิที่ดาเมจแรงมากคือตอนหลังจากที่ทีมโฮนันแข่งแพ้คะเคียวอิน (เป็นแมทช์ที่บังคับแพ้เพื่อให้ได้ฟีลว่าอีโรงเรียนนี้คือลาสท์บอส จะได้ไปแก้มือในตอนท้าย) แล้วนางเอกเพิ่งรู้ว่าพ่อตัวเองเป็นโค้ชทีมคู่แข่ง โฮนันกับไซเซบังเอิญเจอกันในสตูดิโอถ่ายแบบแล้วก็คุยเรื่องนี้กัน เรย์จิเห็นหน้านางเอกซึมๆ เลยลากออกจากวงสนทนามาอยู่กันสองต่อสองแล้วบอกว่า ฉันทนดูเธอฝืนตัวเองไม่ได้ เธอคงมีเรื่องที่พูดต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ใช่มั้ย จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศร้า เจ็บใจ หรือโกรธ ฉันก็อยากฟังเรื่องของเธอ นางเอกเลยยอมระบายให้ฟังถึงความเจ็บช้ำน้ำใจที่แข่งแพ้

พอนางเอกเล่าจบ เรย์จิเลยบอกว่า เธออดทนมาตลอดเลยสินะ เธอพยายามมากเกินไปรึเปล่า แบกรับไว้คนเดียวมาตลอดเลยใช่มั้ย? พูดจบก็คว้านางเอกเข้าไปกอดหมับบบบบบบบบบ แล้วบอกว่า ฉันอยากปกป้องเธอ ปกป้องจากเรื่องที่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตา 

reiji_kokuhaku

โอยยยยยยยยยยย ดีสอีสโอโตเมะเกมมมมมมมมมมม

แต่พูดตามตรงแล้วรู้สึกว่าบทพูดเลี่ยนมาก 55555555555555555 และถึงจะบอกว่าชอบเวลาที่เรย์จิอยู่กับนางเอก แต่ก็ไม่ได้ชอบในแง่ที่ว่าคู่นี้ดีงามหรืออะไร เราแค่ชอบเรย์จิที่ชอบใครซักคนมากกว่า แต่ประเด็นของฉากนี้คือเสียงเรย์จิซังอ้อนมากกกกกกกกกก เป็นคนปลอบเขาแท้ๆ แต่เสียงละห้อยเหลือเกินนนนน ฟังแล้วใจสั่นระดับ 99.5 ตามมาตราริกเตอร์ ฮืออออออ เรย์จิซามะะะะะะะะ (≧д≦)(≧д≦)

ที่สำคัญ ฉากนี้เรย์จิยังบอกนางเอกด้วยว่า มาคบกันเถอะ คบกันแล้วฉันจะไม่ทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด ก่อนจะจากไปโดยบอกว่าไว้คราวหน้าค่อยฟังคำตอบ ซึ่งเราเก็บอีเวนท์นี้ได้ตั้งแต่รอบแรกก่อนแยกรูท เท่ากับว่าทุกครั้งที่ไปเล่นรูทอื่นจะกลายเป็นการหักอกเรย์จิโดยไม่ได้ให้คำตอบไปโดยปริยาย คิดแล้วรู้สึกผิดบาปเหลือเกิน ฮืออออ เรย์จิซัง เค้าขอโต้ดดดดด (;___;)

อย่างไรก็ตาม! ใช่ว่าเรย์จิทอดสะพานให้ขนาดนี้แล้วอะไรๆ จะราบรื่นเสมอไป เส้นทางความรักย่อมมาพร้อมอุปสรรคเสมอ อุปสรรคในคราวนี้มาในรูปแบบแฟนเก่าเพื่อนสมัยเด็กของเรย์จิอย่างชิซึมะนั่นเอง

ชิซึมะ รีเลชันเนอร์ของทีมไซเซเป็นเพื่อนสนิทกับเรย์จิที่ดูเผินๆ ออกจะเหมือนเจ้านายกับพ่อบ้านมากกว่า พ่อชิซึมะเป็นคนทำสวนให้บ้านเรย์จิ สองคนนี้เลยสนิทสนมกลมเกลียวกันมาตั้งแต่เด็ก เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น ชิซึมะจะเรียกเรย์จิว่าเรย์จิซามะและใช้ภาษาสุภาพสุดๆ แต่บางทีเวลาสองคนนี้อยู่ตามลำพัง ชิซึมะก็จะเรียกว่าเรย์จิเฉยๆ และใช้ภาษาปกติธรรมดาตามประสาเพื่อนกัน

ปัจจุบันเราเล่นจนจบแล้วยังไม่เข้าใจเลยว่าชิซึมะจะเรียกเรย์จิว่าเรย์จิซามะต่อหน้าคนอื่นเพื่ออะไรเหรอ…..? แต่ที่แน่ๆ เราชอบเวลาชิซึมะเปลี่ยนมาใช้ภาษาธรรมดากับเรย์จินะ สังเกตได้ว่าชิซึมะจะพูดแบบธรรมดากับเรย์จิเฉพาะเวลาที่ตักเตือน ซึ่งนานๆ ทีพอเปลี่ยนมาใช้ภาษาแบบนี้แล้วมันทำให้รู้สึกว่าสองคนนี้สนิทกันจริงๆ ด้วยแฮะ (ปกติเวลาพูดสุภาพจะให้ความรู้สึกห่างเหินหน่อยๆ ดูเป็นความสัมพันธ์แบบมีลำดับขั้นสูงต่ำ…)

สิ่งที่ชิซึมะตักเตือนเรย์จิก็คือ อย่าสนิทสนมกับนางเอกซึ่งเป็นรีเลชันเนอร์ของทีมอื่นให้มากนัก (วั้ย ที่จริงหึงใช่มั้ยล่าาาาา โถ่ววววววววววววววว) พอถึงฉากที่เรย์จิขอนางเอกคบ ชิซึมะที่แอบฟังอยู่ก็มาเตือนเรย์จิทีหลังว่ารีบๆ ไปบอกนางเอกว่าเป็นเรื่องล้อเล่นดีกว่านะ แหมมมมม ชิซึมะะะะ อยู่ต่อหน้านางเอกทำเป็นยิ้มระรื่น แต่ลับหลังเล่นขัดขวางเส้นทางรักกันเต็มที่เลยนะ ร้ายกาจ! (แต่ถ้าเรย์จิจะจบแบบลงเอยกับชิซึมะเราก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะที่จริง… #เอ๊ะ)

แต่ชิซึมะเตือนไปก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเรย์จิเลย เสียใจด้วยนะ ก๊ากกกก

พอถึงอีเวนท์เข้าค่ายกับไซเซ เรย์จิก็แอบมากระซิบกับนางเอกว่าหลังกินข้าวเย็นมาเจอกันสองต่อสองหน่อยนะโดะซังโกะจัง มีเรื่องจะคุยด้วย (แอร่ยยยยยยย ดูพูดจาาาาาาาาาา) กินข้าวเย็นเสร็จแล้วนางเอกเลยไปหาเรย์จิริมทะเล นางเอกเดาได้ว่าเรื่องที่เรย์จิอยากคุยด้วยคือเรื่องที่ขอคบก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงถึงเวลาที่เราจะให้คำตอบแล้ว!

ตรงนี้เกมจะให้เราเลือกระหว่าง ฝากตัวด้วยนะคะ! กับ ขอโทษนะคะ!

reiji_onegaishimasuuu

ตรงนี้ถ้าเลือก ฝากตัวด้วยนะคะ! ทีมโฮนันจะแข่งแพ้ในแมทช์ต่อไป แล้วไซเซจะได้เข้าไปแข่งรอบชิงกับคะเคียวอินแทน แต่สุดท้ายเรย์จิก็วิ่งแพ้โทโมเอะอยู่ดี ตึงงงงงง (อุตส่าห์ลุ้นว่าจะได้เห็นไซเซชนะบ้างมั้ย สุดท้ายก็แพ้ ฮือ) ดังนั้นตัวเลือกนี้จึงถือเป็นตัวเลือกที่ผิดเพราะเลือกแล้วแบดเอนด์ทันที เป็นอุทาหรณ์สอนใจว่าบ้าผู้ชายมากไปอาจนำมาซึ่งความอดแดรกนะคะ

ตัวเลือกที่จะนำเราไปสู่ตอนจบที่แท้จริงคือตอบปฏิเสธ แบบว่าต้องเล่นตัวนิดนึง ขอโทษนะคะเรย์จิซัง แต่ฉันไม่สามารถคบกับคุณได้จริงๆ เพราะฉันต้องทุ่มเทให้กับการแข่งค่ะ ความร้งความรักอะไรฉันไม่มีเวลาสนใจ (หยั่มมาาาาา ยัยซากุไรนานะ ฉันรู้นะว่าหล่อนอยากอ่อยใจจะขาด แต่ต้องพูดจารักษามาดนางเอก!)

ปฏิเสธแล้วเรย์จิก็จะยิ้มแย้มบอกว่านั่นสินะ ฉันก็ว่าเธอคงตอบแบบนั้นแหละ แต่หลังจากนี้ไปฉันก็อยากเป็นกำลังใจให้เธอนะ (ฮื้อออออออออออ ไม่อยากจิบอกว่าแค่เรย์จิออกมาหัวเราะคิกๆ ให้ฟัง กำลังใจก็มาเต็มมากค่าาาาาา) แล้วหลังจากนั้นก็คุยกันเรื่อยเปื่อยเรื่องเข้าค่าย เรื่องชมรม ซึ่งเรย์จิก็ยังคงพูดเหมือนเดิมว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็อย่าร้องไห้คนเดียวนะ มาปรึกษาฉันนะ (ฮืออออออออ น่ารักกกกกกก ฮือออออออออ คนดีศรีกาแลคซี่ ฮืออออออออ บุโจวววววววววว ฮืออออออออออ) ฝ่ายนางเอกพอเห็นเรย์จิเปิดโอกาสงามๆ ให้ดังนั้นก็รีบตอบว่า ไว้ถ้าฉันอยากร้องไห้อีกก็ฝากด้วยนะคะ!

ยัง ยังไม่พอ คุยกันเสร็จ เรย์จิก็ชวนกลับไปหาทุกคนแล้วบอกนางเอกว่ามันมืดแล้ว เดินระวังๆ นะ นางเอกก็ค่ะๆ แล้วก็ พรืดดด ล้มต่อหน้าเรย์จิ!! จนเรย์จิเข้ามาประคอง!! แถมยังยื่นมือให้จับเพื่อไม่ให้ล้มอีก!!!!

reijisamaaaaaaaaaaa

ว้ายตาย ทุกท่านคะะะ ยัยซากุไรนานะชักจะไม่ธรรมดานะคะะะะ!! แกล้งสะดุดล้มก็สารภาพมาเถอะ!! เพิ่งหักอกเขาหมาดๆ ยังจะอ่อยเขาอีกเหรอยะหล่อน!?

ฝ่ายเรย์จิที่โดนตอบปฏิเสธไปก็หาได้เข็ดหลาบไม่ ยังคงโทรมาหานางเอกอยู่บ่อยๆ วันดีคืนดีระหว่างอัดรายการทีวีแล้วอยู่ว่างๆ ในห้องแต่งตัวก็โทรมาหาหน้าตาเฉย คือเรย์จิเนี่ยดูว๊างว่าง ทั้งๆ ที่เป็นทั้งไอดอล เป็นทั้งนักวิ่ง ทั้งผู้สืบทอดตระกูลนักรำ ทำไมยังมีเวลาว่างมาโทรจีบสาว….?

แต่เพราะทำหลายอย่างเกินไปนี่แหละ ไม่ทันไรสุขภาพเรย์จิก็เกิดทรุดเล็กน้อย (เล็กน้อยจริงๆ คือทรุดแค่ฉากเดียวเท่านั้น ยังไม่ทันใจหายใจคว่ำเลยด้วยซ้ำ)

เรื่องมันมีอยู่ว่า วันหนึ่งขณะไปถ่ายแบบ นางเอกก็บังเอิญเจอเรย์จิกับชิซึมะที่สตูดิโอเป็นรอบที่สิบล้าน คราวนี้เจอชิซึมะกำลังประคองเรย์จิไปส่งที่รถ แถมเรย์จิยังทักทายเสียงเหนื่อยผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่นางเอกก็ยังคงเจ๊าะแจ๊ะกับเรย์จิเหมือนเคย ชิซึมะเลยถือโอกาสนี้บอกว่าท่านเรย์จิยุ่งแค่ไหนเธอเคยรู้บ้างมั้ย ท่านเรย์จิเป็นกัปตันชมรม เป็นนักร้องนำวงกาแล็คซี่สแตนดาร์ด แถมยังเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลสุวะอีก ท่านเรย์จิมีภาระหน้าที่ตั้งมากมายแค่ไหนเธอนึกภาพออกมั้ย มิหนำซ้ำตอนนี้ยังสุขภาพทรุดเพราะงานยุ่งเกิน ท่านเรย์จิไม่มีเวลามาข้องแวะกับเธอหรอก เพราะฉะนั้นเลิกรบกวนท่านเรย์จิได้แล้ว

shizumasannnnn

โอ้โห ชิซึมะ ทำไมต้องหวงและห่วงเรย์จิขนาดเน้ยยยยยยยยย์ ความสัมพันธ์ของลูกคนสวนกับคุณชายนักรำมันมีซัมติงอ๊ะป๊าววววววววว

แต่ชิซึมะดูรักเรย์จิข้างเดียวยังไงไม่รู้ (เอ๊ะ) เพราะกีดกันเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเคยได้ผล สุดท้ายเรย์จิยังเป็นฝ่ายพูดโต้ตอบจนชิซึมะต้องขอโทษนางเอกที่พูดแรงเกินไปด้วยซ้ำ แล้วเรย์จิกับนางเอกก็ยังโทรคุยอิ๊อ๊ะกันเหมือนเดิมต่อไป เสียใจด้วยนะชิซึมะ

โทรศัพท์สายนึงจากเรย์จิที่กรี๊ดมากคือช่วงหลังจากแข่งกับโรงเรียนอิจิโจคัง แล้วนางเอกโดนรีเลชันเนอร์ของทีมนั้นอาละวาดใส่ พอเรย์จิรู้เรื่องก็โทรมาหา บอกว่า ขอโทษนะที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น ขอโทษนะที่ปกป้องเธอไม่ได้ ดีใจจังที่ได้ยินเสียงเธอ

ฉากนี้คำพูดเวอร์มาก ดูเป็นเรื่องใหญ่ราวกับนางเอกโดนใครขับสิบล้อชน ซึ่งที่จริงคือโดนโวยวายใส่เฉยๆ แต่ประเด็นคือฉากนี้มาโมพากย์ดีมากกกกกกกกกกกกกกก ไม่รู้จะพูดยังไงนอกจากดีมาก ฮือออออออ ทั้งๆ ที่ฉากนี้ไม่มีภาพเรย์จิให้เห็น เป็นฉากห้องนางเอกเปล่าๆ เพราะคุยกันทางโทรศัพท์ แต่อารมณ์ของเรย์จิส่งมาถึงเต็มที่มาก ฮือ กราบกราบกราบ

และโทรศัพท์อีกสายที่กรี๊ดมากคือสายที่เรย์จิชวนไปเที่ยวบ้าน (กรี๊ด โดนหักอกไปแล้วทำไมใจยังสู้ขนาดนี้คะ) ซึ่งนางเอกก็ตอบตกลงไปแต่โดยดี งานนี้มีหรือจะพลาดดดดด (ชอบนางเอกรูทนี้อย่างนึง ทำทุกสิ่งที่ควรทำ เขาทอดสะพานให้ก็ข้ามไปรัวๆ)

พอไปเที่ยวบ้าน นางเอกก็เจอเรย์จิใส่กิโมโนออกมาต้อนรับ

reiji_kimono

แอร่กกกกกกกก ทำไมใส่ชุดอะไรก็หล่อววววววววววววว

แถมเรย์จิยังเรียกนางเอกไปชมการซ้อมรำด้วยนะ

reijisama_keiko

โหล่ววววววววววววววว โอ้ยยยยยยยยยย ทำไมหล่อขี้โกงได้ขนาดนี้ฮึ!!????

เรย์จิซ้อมรำเสร็จแล้วก็มานั่งเมาท์มอยกับนางเอก นางเอกบอกว่าฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเรย์จิซังเลยค่ะ อยากฟังเยอะๆ จังเลย (นี่คือคำพูดของคนที่หักอกเขามาแล้วรอบนึง…..) เรย์จิเลยกระแอมกระไอแล้วแนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่าชื่ออะไร เกิดวันที่เท่าไหร่ กรุ๊ปเลือดอะไร (คือผ่านมาประมาณเศษสามส่วนสี่ของเกมแล้วเพิ่งจะมาแนะนำตัวกัน………)

ฉากนี้น่ารักตรงที่เรย์จิเล่าว่างานอดิเรกคือชอบสะสมของ อย่างเวลาสะสมพวกของแถมจากน้ำผลไม้ คนอื่นๆ ในไซเซก็จะช่วยกันซื้อน้ำเพื่อเอาของแถมมาให้เรย์จิสะสมด้วย ขนาดทาสุกุที่ไม่ชอบกินน้ำหวานๆ ยังซื้อน้ำมายกให้คนอื่นแล้วยกของแถมให้เรย์จิเลย โอ้ยยยยยย ทุกคนในไซเซดูร๊ากกกกกกรักบุโจว น่ารักอ้ะะะะ (แต่อาจจะยกเว้นคาเอเดะที่เป็นติ่งเคียวสุเกะ พร่ำเพ้อถึง ‘คุงะซัง’ อยู่ทุกลมหายใจ) 

นอกจากนั้นเรย์จิยังเล่าเรื่องกาแลคซี่สแตนดาร์ดให้ฟังอีกเล็กน้อย (จริงๆ เรย์จิเล่ายาวมาก จากกลางวันเป็นเย็นเลย แต่เกมตัดฉากข้ามไป ม่ายยยยยยย ตัดทำมายยยย อยากรู้เรื่องวงนี้เยอะๆ อ้ะะะะะ) เรย์จิเล่าว่าบันจังกับทาสุกุอาศัยอยู่ที่บ้านผู้จัดการวงด้วยกัน ฉากนี้ตอนเรย์จิทำท่าครุ่นคิดว่า ปกติสองคนนั้นคุยอะไรกันที่บ้านนะ? น่ารักมากกกกกกกกกกกก ชอบเสียงขี้เล่นนิดๆ ของเรย์จิซามะจังงงงงงงงงงง (≧д≦)(≧д≦)

คุยไปคุยมาเรย์จิก็ชวนนางเอกไปดูไลฟ์คราวหน้า แล้วพาไปส่งถึงที่บ้าน โอ้ยยยยย ดีสอีสโอโตเมะเกมมมมมมม รูทนี้รูทเดียวลบล้างทุกคำวิจารณ์ที่บอกว่ามีความโอโตเมะไม่พอจนหมดสิ้นเลย (สำหรับเรานะ แต่สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ เพราะเราเห็นคนวิจารณ์แบบนั้นเยอะมาก 555555555555) 

และแล้วนางเอกก็ไปดูไลฟ์ของกาแลคซี่สแตนดาร์ดอย่างรวดเร็ว

galasta_live

ซึ่งถึงแม้ว่าที่นั่งนางเอกจะโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรไกล ตอนที่นางเอกตะโกนเรียก เรย์จิซางงงง! เรย์จิก็ยังได้ยินอยู่ดี (เอ่อ นี่คือหนึ่งในพลังจิตอภินิหารที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้บ่อยๆ รึเปล่า?)

ไลฟ์จบแล้วนางเอกได้ไปร่วมกินเลี้ยงกับกาแลคซี่สแตนดาร์ดครบวง กินเสร็จก็นั่งรถผู้จัดการวงกลับบ้านโดยมีเรย์จินั่งข้างๆ ซึ่งพอขึ้นรถแล้วนางเอกก็ทำท่าทางง่วงเหงาหาวนอนจนเรย์จิทักว่าง่วงเหรอ

จุดนั้นไม่ต้องเดาเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในลำดับต่อมา

อีเวนท์นอนหลับซบปู้จายต้องมาค่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ

reijisamaistoocute

ซากุไรนานะ!!! หล่อนนนนน!!!!! ลุกออกมาเดี๋ยวนี้!!!!!!!! /กระโจนเข้าจอไปอิงแอบแทนที่

ฉากนี้ชอบมากที่เรย์จิบอกว่า ถ้าไม่ตื่นจะจั๊กจี้นะ  โอ๊ยยยยยยยยย เสียงน่ารักมากกกกกกกกกก กดฟังซ้ำเป็นสิบรอบ เสียงขี้เล่นอีกแล้ว ฮืออออออ พ่ายแพ้ พ่ายแพ้มากๆ พ่ายแพ้ที่สุด ทำไมสุวะ เรย์จิน่ารักขนาดนี้ ชอบทั้งเสียง ทั้งหน้า ทั้งคาแรคเตอร์เลยอ้ะ ชอบทุกสิ่งอย่าง แอร่กกกกกกก

อีเวนท์ต่อมาเป็นอีเวนท์หลังแข่งกับทีมสึบากิมาจิ อีเวนท์นี้นางเอกจะโดนซัตตะเซมไปจากทีมสึบากิมาจิจีบ (ซึ่งซัตตะเซมไปเนี่ยเป็นกัปตันทีมสมัยม.ต้นของทาเครุ เวลาสองคนนี้เจอกันจะตลกมาก) แล้วเวลาเล่นรูทคนไหน หนุ่มคนนั้นก็จะเป็นคนปกป้องนางเอกจากซัตตะ ซึ่งรูทนี้เรย์จิก็ยังอุตส่าห์โผล่มาช่วยปกป้องและบอกว่ามาเพราะสังหรณ์ใจไม่ดี

reijivssatta

รู้สึกฉากที่เรย์จิออกมาปกป้องนี่ดูประหลาดมาก คือมาได้ไง……. โฮนันคนอื่นๆ ช่วยปกป้องยังเข้าใจนะว่าเพราะอยู่ตรงนั้นด้วยกันอยู่แล้ว แต่เรย์จิออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้วยังบอกว่าไม่ว่ายังไงก็มอบนางเอกให้ซัตตะไม่ได้อีกต่างหาก เดี๋ยวๆๆ กรรมสิทธิ์ในตัวนางเอกไม่ได้อยู่ที่เรย์จิมั้ยยยย?? อย่างพวกโฮนันบอกว่าไม่ยกนางเอกให้ มันยังไม่แปลกเพราะเป็นคนในทีมเดียวกัน แต่เรย์จินี่คือไม่ได้เป็นอะไรกันเลย พอออกมาพูดแบบนี้แล้วดูติดขัดไปนิด เหมือนทำเพราะแพทเทิร์นอีเวนท์บังคับ

แต่ถ้าถามว่ากรี๊ดมั้ย บอกเลยว่ากรี๊ดมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ฮือออออออออออออออออออ ดีสอีสโอโตเมะเกมมมมมมมมมม จุดนี้เรย์จิพูดอะไรก็กรี๊ดหมด ต่อให้เรย์จิพูดว่าเมื่อกี้เพิ่งตดไปก็คงเอ็นดูอยู่ดี เป็นความชื่นชอบที่มืดบอดระดับนั้นเลย

จากนั้นพอไล่ซัตตะไปได้แล้ว (จริงๆ คือซัตตะโดนบุโจวทีมตัวเองลากคอไปเพราะแอบไปกินพุดดิ้งของบุโจวเข้า ทีมนี้ปัญญาอ่อนสุดละบอกเลย) เรย์จิก็ขอพี่ฮีทว่าขอคุยกับโดะซังโกะจังสองต่อสองนะ (มารยาทงามเอ้าะะะะ มีการขออนุญาตจากคุณพ่อบุโจวก่อนด้วย) แล้วเรย์จิก็แสดงความยินดีกับนางเอกที่แข่งชนะจนได้เข้าไปแข่งกับไซเซในรอบรองชนะเลิศ

แต่! อยู่ดีๆ เรย์จิก็บอกว่า เรางดติดต่อกันจนกว่าจะแข่งรอบรองชนะเลิศดีกว่านะ จะได้โฟกัสกับการแข่งขันไง

iyadaaaareijisaaaann

อะไรนะะะะะะะะะะะะ ม่ายยยยยยยยยยยยยยย เรย์จิซ้างงงงงงงงงงงงงงง อย่าปัยยยยยยยยยยยย พลีสสสส โอวเบ๊บี้ โด๊นท์โกวววววววววววววววว (;_______;)

แค่เรย์จิบอกว่าจะงดติดต่อก็ร้าวรานใจแทบสลาย ปกติอีเวนท์แบบเจอหน้ากันก็แทบไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว อีเวนท์เกิดทีไรมาแต่เสียงตามสายทุกที (TωT) แต่ใจร้าวได้ไม่ทันไร วันต่อมาเรย์จิก็ส่งเมลมาหานางเอกซะงั้น…….. เอ่อมมมม………. เอาการคร่ำครวญเมื่อกี้ของฉันคืนมานะ

เรย์จิส่งเมลมาเพราะรู้ข่าวว่าหลังแข่งกับสึบากิมาจินางเอกก็เป็นลมล้มพับไปด้วยพิษไข้ (สิ่งสุดท้ายที่นางเอกคิดก่อนเป็นลมไปคือ เรย์….จิ….. โอยยย นี่หล่อนใช้เทเลพาธส่งไปบอกให้เรย์จิซังเมลมาใช่มั้ยยะ!) เนื้อหาเมลบอกว่า พอรู้ว่าโดะซังโกะจังล้มพับไปก็ทนอยู่เฉยไม่ได้จึงรีบเมลมาทันที ไม่ต้องตอบเมลก็ได้ ตอนนี้คิดเรื่องพักรักษาตัวเถอะ หายไวๆ นะ 

ไม่เพียงเท่านั้น! พอตกเย็นเรย์จิยังโทรมาหานางเอกอีก (สรุปไอ้ที่บอกว่างดติดต่อนั่นคืออัลไล แกล้งเล่นตัวเรอะ?) โทรศัพท์สายนี้น้ำเสียงเป็นห่วงมากกกกกกกกกก ฮืออออออออออออออ เป็นเสียงแบบที่ใครได้ฟังก็ต้องรู้สึกว่าไม่อยากทำให้คนคนนี้ต้องเป็นห่วงขนาดนี้อีกแล้ว คือพากย์ดีมาก ขอพูดอีกรอบ TvT

เรย์จิถามไถ่นางเอกว่า อาการเป็นยังไงบ้าง ทีหลังอย่าฝืนนะ ขอโทษนะที่บอกว่าจะงดติดต่อแต่ก็ยังโทรมา แต่ไม่ว่ายังไงก็อยากได้ยินเสียงเธอ แค่นี้แหละ ราตรีสวัสดิ์ (อั้กกกกกกกก ทำไมบทพูดโคตรธรรมดาแต่ดาเมจแรงอีกแล้ววววววววว /เสียงพากย์ไง /ถามเองตอบเอง)

ฝ่ายนางเอกก็ยังคงคีพคอนเซปท์เขาอ่อยมาเราต้องสนอง ซากุไรนานะรีบตอบกลับไปว่า ฉันก็ดีใจที่ได้ยินเสียงเรย์จิซังค่ะ! แหม่ ตอบดีค่ะน้อง ตรงใจพี่เป๊ะ คือรูทนี้เขียนบทพูดนางเอกมาดีมาก แทนเสียงในใจเราได้หมดทุกสิ่งอย่าง จัดว่ารู้ใจผู้เล่นอย่างแท้จริง

จากนั้นไม่นานก็ถึงแมทช์โฮนัน VS ไซเซ! (ยังไม่ทันรู้สึกว่าขาดการติดต่อกับเรย์จิเลย ถึงเวลาแข่งละ สรุปที่บอกจะงดติดต่อนั่นไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง…)

แมทช์แข่งกับไซเซเป็นแมทช์ที่บังคับว่าในแต่ละรูทต้องเล่นทุกครั้งโดยไม่สามารถสคิปได้ ดังนั้นที่ผ่านมาเราเลยแข่งกับไซเซมาหลายรอบมากจนแทบจะจำบทพูดก่อนเริ่มแข่งได้อยู่ละ (-__-;) แต่ในแต่ละแมทช์จะมีการเปลี่ยนตำแหน่งคนวิ่งนิดหน่อย บางแมทช์เรย์จิก็เจอกับทาเครุ บางแมทช์ก็เจอเคียวสุเกะ เวลาแข่งกับใครเรย์จิก็จะคุยกับคนนั้น

คราวนี้เรย์จิลงเป็นไม้สุดท้ายแข่งกับเคียวสุเกะ แต่เราชอบเวลาเจอทาเครุมากกว่า เพราะระหว่างแข่งทาเครุจะชมเรย์จิว่า นี่หรือคือสุวะ เรย์จิ! เร็วมาก! เร็วกว่าอิดะ อามัตสึ (พี่หัวม่วงทีมคะเคียวอิน CV:คักกี้) ซะอีก! ชอบเพราะเวลาฟังทาเครุพูดประโยคนี้จะรู้สึกว่าเรย์จิเก่งมาก ปลื้ม (*´∀`*)

แมทช์ไซเซคราวนี้ช่วงแรกๆ ของไม้สุดท้ายโฮนันจะเสียเปรียบนิดหน่อยเพราะเรย์จิวิ่งเร็วเวอร์มาก

reijisamaaaaganbareeee

แต่สุดท้ายพอนางเอกได้ยินเสียงในใจของเรย์จิด้วยพลังเทเลพาธ ได้ยินเรย์จิบอกว่าอยากชนะ จะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางทั้งนั้น นางเอกก็ฮึดสู้ขึ้นมาและคิดว่าอยากชนะเรย์จิให้ได้! ทันใดนั้นเอง! สายลมพลันพัดวูบบบบผ่านเรย์จิกับเคียวสุเกะอย่างแรง จนเรย์จิพึมพำว่า สายลมนี้มัน… โดะซังโกะจัง!?

……….เล่นมาถึงตรงนี้ชักสงสัยว่าตกลงอภินิหารของนางเอกมีอะไรบ้าง ช่วยสาธยายมาที นอกจากใช้พลังจิตได้แล้วยังเรียกลมได้ด้วย แถมพอเรียกลมมาปุ๊บ เคียวสุเกะก็วิ่งปรู๊ดดดดดดดแซงเข้าเส้นชัยไปเลย ตกลงไซเซแพ้เพราะอภินิหารเหรอ (=___=)

อนึ่ง ฉากแข่งกับไซเซรอบนี้มีการย้อนความสมัยเรย์จิกับชิซึมะเด็กๆ นิดหน่อยด้วย

reiji_shizuma

เรื่องมีอยู่ว่าสมัยเด็กๆ ชิซึมะเคยขาบาดเจ็บจนวิ่งไม่ได้ เรย์จิเลยสัญญาว่าจะวิ่งในส่วนของชิซึมะให้แทน …..แต่สุดท้ายเรย์จิก็ลากชิซึมะมาเป็นไอดอลจนโดนชิซึมะบ่นอุบว่าถ้าจะเต้นก็ต้องรักษาขาให้หายอยู่ดีนั่นแหละ โถ เกือบซึ้งแล้วแต่อดขำไม่ได้ 555555555555

แข่งเสร็จแล้วเรย์จิก็แสดงความยินดีกับโฮนันที่ได้เข้าชิงชนะเลิศ ฮืออออออ มีน้ำใจนักกีฬามั่กๆ /อวยทุกสิ่งอย่าง

reijisamaaaa

จากนั้นก็แยกย้ายกันไป จนกระทั่งตกค่ำ นางเอกนอนไม่หลับเลยออกมาเดินเล่นในสวนสนุกและเจอเรย์จิรออยู่ ตอนที่เรย์จิบอกว่าการแข่งปีนี้ของไซเซจบลงแล้ว มันช่างกรีดแทงหัวใจคนเล่นมาก ฮืออออออออออออ เรย์จิซังงงงงงงงงงง (;____;) ฟังแล้วสะเทือนใจ อยากเห็นไซเซชนะะะะะะะ (ตั้งแต่เล่นเกมนี้มา กรีดร้องว่าอยากให้ไซเซชนะมาประมาณล้านรอบละ) แล้วพอเศร้าๆ อยู่เรย์จิก็บอกว่า อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ มันไม่ใช่เรื่องเศร้าหรอกนะ (โอย บทสนทนารูทนี้โคตรน่ากลัว เหมือนอ่านใจคนเล่นได้ตลอดเวลา)

ฉากนี้ความพีคอยู่ตอนที่นางเอกกลับไปนอนแล้ว ชิซึมะก็โผล่มาต่อว่าเรย์จิที่หายไปจากห้องโดยไม่บอกไม่กล่าว (แอะะะะะะ พักห้องเดียวกันด้วยหราาาาาาาาาาา) พอเห็นเรย์จิทำหน้าเครียดไม่พูดไม่จา ชิซึมะก็พูดดักก่อนเลยว่า รู้นะว่าจะพูดอะไรออกมา แต่ถ้าพูดจะต่อยนะ

แต่ชิซึมะห้ามอะไรเรย์จิก็ไม่เคยได้ผลอยู่แล้ว สุดท้ายเรย์จิก็พูดสิ่งที่คิดออกมาอยู่ดี เรย์จิบอกว่า ขอโทษนะที่ลากนายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแต่กลับพาไปไม่ถึงที่สุด ขอโทษที่ชนะไม่ได้ทั้งๆ ที่เป็นการแข่งครั้งสุดท้ายแล้ว ถ้าทุ่มเทให้กับสไตรด์อย่างเดียว วันนี้อาจจะชนะก็ได้

เรย์จิพูดจบชิซึมะก็ตบเลย ไม่ปรานีกันเลย (น่าจะเป็นการตบมากกว่าต่อยเพราะเสียงดังเพียะ)

reiji-shizuma

ชอบสิ่งที่ชิซึมะพูดกับเรย์จิฉากนี้มากกกกก TvT ชิซึมะบอกด้วยภาษาปกติที่ไม่ได้เรียกเรย์จิว่าท่าน ประมาณว่าทั้งสไตรด์ ทั้งกาแลคซี่สแตนดาร์ด ทั้งการร่ายรำ ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เรย์จิตั้งใจทำอย่างจริงจังมาตลอด แล้วระหว่างนั้นก็มีคนตามติดเรย์จิมาตั้งมากมาย ถ้าเรย์จิโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองคนเดียวเมื่อไหร่ ความรู้สึกของทุกคนที่ผ่านมาก็จะไร้ค่าทันที

ฟังแล้วรู้สึกว่านอกจากชิซึมะจะคอยเฝ้าดูเรย์จิมาตลอดแล้ว ชิซึมะยังเป็นคนใส่ใจคนอื่นมากๆ ด้วย ดูเหมาะกับการเป็นรีเลชันเนอร์ที่คอยเชื่อมโยงคนอื่นๆ เข้าหากันดีนะ

ที่สำคัญ สิ่งที่ชอบที่สุดในฉากนี้คือการที่เรย์จิแสดงความอ่อนแอให้ชิซึมะเห็น ส่วนชิซึมะก็รู้ดีว่าจะจัดการเรย์จิที่อยู่ในสภาพนั้นได้ยังไง เป็นฉากที่แสดงความสัมพันธ์ของสองคนนี้ชัดเจนดี (*´ェ`*)

ช่วงแข่งกับไซเซจนถึงฉากชิซึมะตบสั่งสอนเรย์จิเนี่ยบรรยากาศจะหน่วงๆ หน่อย แต่พอถึงอีเวนท์เที่ยวสวนสนุกในวันต่อมาจะบันเทิงมากกกกกกกกก ขำเยอะมาก เรย์จิที่เพิ่งเคยเที่ยวสวนสนุกครั้งแรกโคตรรรรรรรรรรรน่ารัก (≧ω≦)(≧ω≦) เรย์จิไปนั่งเครื่องเล่นก็ทำท่าทางตื่นเต้น เล่นเสร็จก็กระตือรือร้นอยากไปเล่นเครื่องเล่นต่อไป พอไปซื้อน้ำก็ทำท่าสนอกสนใจมาสคอตที่ติดมากับหลอดเพราะอยากสะสม ฮืออออออออ ทำไมทำอะไรก็น่ารักกกกกกกกกก(≧ω≦)(≧ω≦)

แต่ที่ดาเมจแรงสุดในอีเวนท์สวนสนุกคือตอนดูพาเหรดกลางคืนสองต่อสองกับเรย์จิ แล้วเรย์จิจับมือดูพาเหรดโดยไม่สนใจพี่น้องประชาชนรอบข้างเลยข่าาาาาาาาาา แหมะะะะะะ เป็นถึงไอดอลชื่อดัง หัดระวังตัวหน่อยมั้ยเพ่

reiji_smileland

ฉากนี้พอดูพาเหรดจบ เรย์จิจะปล่อยมือ นางเอกมีการกำมือแน่นเพราะไม่อยากให้ปล่อยด้วย อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด ซากุไรนานะ! เลเวลอัพขึ้นเรื่อยๆ นะยะหล่อนนนนนนน

หลายวันต่อมา คืนก่อนแข่งรอบชิงชนะเลิศ เรย์จิโทรมาหานางเอกที่บ้านเพื่อให้กำลังใจสำหรับการแข่งในวันพรุ่งนี้ ฮือออออออออออ เป็นคนดีอีกแล้วววววววววววว (≧д≦) คุยไปคุยมาสักพักเรย์จิก็บอกว่าคงได้เวลาส่งเธอเข้านอนแล้วสินะ นางเอกเลยตอบเสียงจ๋อยๆ ว่า ค่ะ ซึ่งนั่นทำให้เรย์จิตอบกลับมาว่า

“อย่าทำเสียงอย่างนั้นสิ เพราะฉันอยากไปหาแล้วกอดเธอเดี๋ยวนี้เลย”

มาอีกละะะะ อีคำพูดน้ำเน่าแต่ฟังแล้วก๊าวใจ ฮือออออออออออออออออออ ประโยคนี้เสียงเรย์จิสั่นนิดๆ แบบฟังแล้วเป็นลมไปสิบๆ รอบเพราะกดฟังซ้ำเยอะมาก งากกกกกกกกกกก ชอบเสียงนี้มากกกกกกก ฮว้ากกกกกกกกกกก (≧д≦)

ฉากนี้จะมีตัวเลือกให้ผู้เล่นเลือกด้วย ถ้าเลือกว่า อยากเจอค่ะ เรย์จิจะตกใจไปนิดนึงแล้วบอกว่า ฉันก็อยากเจอเหมือนกัน มองออกมาข้างนอกสิ และพอโผล่หน้าออกไปก็พบว่าคุณสุวะ เรย์จิถือโทรศัพท์อยู่นอกบ้านค่ะะะะะะะ โอ้ยยยยยยย ดีสอีสโอโตเมะเกมมมมมมมมม

reijisan

นางเอกเห็นแล้วก็รีบวิ่งลงไปหา เรย์จิเลยบอกว่าที่จริงแอบหวั่นๆ อยู่ว่าถ้าไม่บอกว่าอยากเจอจะทำยังไงดี โธ่ เรย์จิซังผู้น่าโสงสานนนนนน ถ่อมาถึงหน้าบ้านดึกดื่นป่านนี้ทำไมไม่รีบบอกกกกกกก รับรองกระโดดพุ่งหลาวลงจากหน้าต่างไปหาด้วยความเร็วแสงเลยค่ะ!

ฉากนี้เรย์จิก็พูดให้กำลังใจนางเอกอีกแล้ว เรย์จิเป็นคนที่มีบทพูดให้กำลังใจนางเอกเยอะมากกกกกกกกกกกก เยอะกว่าคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด คงเพราะเรย์จิเป็นคนเดียวที่อยู่ทีมอื่น และการเป็นคนทีมอื่นก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากให้กำลังใจ จะสู้ไปถึงเส้นชัยด้วยกันยังทำไม่ได้เลย โฮววววว เสียจัยยยยยย ต้องการภาคไซเซที่ได้อยู่ทีมเดียวกับเรย์จิและทำให้ผู้ชายคนนี้คว้าชัยชนะได้อ้ะะะะ ฮือออออออออ (;_____;)

ตอนไล่นางเอกกลับเข้าบ้าน เรย์จิพูดว่า เข้าบ้านเถอะ ฉันจะมองอยู่ตรงนี้จนกว่าเธอจะปิดประตู ด้วยนะะะ โอ้กกกกกกกกก ดีสอีสโอโตเมะเกมมมมมมมมม

reijisamanoegaooooo

แต่หลังจากนั้นเรย์จิก็โดนชิซึมะ (ซึ่งโดนเรย์จิบังคับให้ขับรถมาส่ง แล้วยังต้องหลบฉากไปตอนที่เรย์จิอยู่กับนางเอกอีก ช่างน่าเศร้า) บ่นว่าบุกมาบ้านผู้หญิงดึกๆ แบบนี้ไร้สามัญสำนึกเกินไปแล้ว ซึ่งถึงจะโดนด่าเรย์จิก็ยังหัวเราะระรื่นใส่อยู่ดี โอ้ย สงสารชิซึมะอย่างบอกไม่ถูก เป็นคนดูแลเรย์จิคงน่าหนักใจไม่ใช่เล่น โอะสึคาเระนะคะชิซึมะ ขอบคุณที่ดูแลเรย์จิมาตลอด ต่อไปนี้เดี๋ยวเราดูแลให้เอง

ส่วนการแข่งแมทช์สุดท้ายกับคะเคียวอินในวันต่อมานั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับไซเซแต่อย่างใด แต่เกมจะบังคับให้เราเล่นแมทช์นี้อยู่ดี รู้สึกทะแม่งๆ นิดนึงเพราะรูทนี้เล่นโดยสคิปอีเวนท์หลักไปหมดจนแทบลืมไปแล้วว่านางเอกอยู่โฮนัน (- v -;) แต่ระหว่างแข่งแมทช์นี้เรย์จิจะส่งเทเลพาธมาให้กำลังใจด้วยนะ! (หลักการทำงานของพลังนี้คืออะไรกันแน่นะ……..)

พอแข่งชนะแล้ว ปกติถ้าเป็นฉากจบของคนใดคนหนึ่งในทีมไซเซ คนที่เราจีบจะจูบนางเอกตรงเส้นชัย แต่ฉากจบเรย์จิต่างออกไปเพราะเรย์จิไม่ได้แข่งด้วย อยู่ดีๆ จะมาจูบกันตรงเส้นชัยคงไม่สมเหตุสมผลเกินไปหน่อย คราวนี้เลยจบโดยที่นางเอกเป็นฝ่ายวิ่งไปตามหาเรย์จิที่ห้องพักสำหรับรอขึ้นแสดงคอนเสิร์ตปิดงานแทน

ชอบฉากจบเรย์จิมากกกกกกกกกกก ฮืออออออออออออออออออออ

จริงๆ แล้วรูทที่ผ่านๆ มาเราเซ็งนิดหน่อยที่ฉากจบทุกคนเป็นแบบรีรัน คือตัดแปะนางเอกแล้ววาดผู้ชายลงไปใหม่ ถึงจะวาดสวยมาก ทุกคนหล่อมาก แต่อยากได้ฉากจบของใครของมันไปเลยมากกว่า ซึ่งอันที่จริงของเรย์จิก็เป็นแบบตัดแปะนางเอกเหมือนกัน แต่เรย์จิจะต่างจากคนอื่นเล็กน้อยเพราะเป็นคนละสถานที่กับคนอื่นๆ

ที่สำคัญ รอยยิ้มของเรย์จิในฉากนี้ช่างดีงามเลอค่ามาก (;___________;)

reiji_ed1 reiji_ed2 reiji_ed3 reiji_ed4 reiji_ed5

( ↑ แปะฉากจบเป็นซีเควนซ์ ไม่ค่อยจะลำเอียง นี่ขนาดพยายามยับยั้งชั่งใจไม่แปะทุกรูปที่แคปมาละนะ 555555555555)

ฉากนี้มีไฮไลท์ตรงที่พอนางเอกสารภาพรัก เรย์จิก็บอกว่า ขี้โกง ทั้งที่ฉันอยากบอกก่อนแท้ๆ บอกว่ารักเธอ แออออออออออ ตอนพูดว่า ずるい น่ารักแม่กกกกกกกกกกกกกกกก เอื้อออออออออออออออ /ล้มตาย

อ้อ อีกอย่างที่ต่างจากฉากจบอื่นคือฉากอื่นจะขึ้นต้นเครดิตด้วยฉากเวทีเปล่าๆ แต่ฉากนี้จะมีกาแลคซี่สแตนดาร์ดอยู่บนเวทีด้วย!

gala_sta_ed

ส่วนฉากเลิฟๆ หลังฉากจบไม่มีอะไรเท่าไหร่ เรย์จิมาบ้านนางเอก ขึ้นห้อง จุ๊บกัน จบ แต่ตลกที่นางเอกบอกว่าทำไมเรย์จิซังดูคล่องเรื่องแบบนี้จังคะ ผ่านมาเยอะรึเปล่า โอ้ย ฟังแล้วขำนานมาก 555555555555555555555 แต่ความจริงแล้วนางเอกเป็นรักแรกของเรย์จินะ ถ้าไม่นับชิซึมะ

โดยสรุปแล้ว คงไม่ต้องบอกใช่มั้ยว่าชอบรูทนี้มากแค่ไหน ฮืออออออออออ รู้สึกคิดถูกมากที่เก็บไว้เป็นรูทสุดท้าย ถึงตอนแรกจะชอบเพราะเสียง แต่เล่นไปเล่นมาก็ชอบคาแรคเตอร์เรย์จิมากขึ้นเรื่อยๆ แถมรูทนี้ได้เห็นหนุ่มๆ โรงเรียนไซเซมีบทเยอะมากด้วย ปลาบปลื้ม (≧ω≦)

แต่ถึงยังไง สิ่งที่ชอบที่สุดก็คือเสียงอยู่ดีนั่นแหละ ขอย้ำอีกรอบว่าเสียงน่ารักมากกกกกกกก ชอบเวลาเรย์จิหัวเราะคิกๆ ชอบเวลาพูดลงท้ายว่า だよ ชอบเวลาพูดว่า 冗談 หรือ なんてね ชอบเวลาโดนชิซึมะจับได้ว่าคิดอะไรอยู่แล้วพูดว่า バレた?

เอาจริงๆ แล้วก็ชอบทุกคำพูดเลย งากกกกกกกกก หลายประโยคฟังแล้วยกมือปิดหน้าด้วยความเขินเยอะมาก ชอบเสียงมาโมโทนนี้มากกกกกกกกกกกกกก แล้วสไตล์การพูดจะออกแนวขี้เล่นนิดๆ แต่ไม่ถึงกับติ๊งต๊องเกินไปเหมือนตัวละครที่ CV: มิยาโนะ มาโมรุหลายๆ ตัว (แต่ส่วนใหญ่ไอ้ที่ติ๊งต๊องเกินไปนั่นก็ตัวละครโปรดเราทั้งนั้น……..) เป็นความน่ารักที่พอดีๆ ซึ่งรู้สึกว่าอธิบายเป็นตัวอักษรออกมาให้เต็มที่ไม่ได้จริงๆ ของแบบนี้ต้องสัมผัสเอง ฟังเอง (※※※และต้องฟังด้วยเฮดโฟนด้วยนะ สำคัญมาก!) แต่อยากบอกว่าชอบมากมากมากมากมากมากมากมากมากมากมาก เป็น a must ของคนที่ชอบมิยาโนะ มาโมรุเลย!

เล่นรูทนี้แล้วอยากให้มาโมพากย์โอโตเมะเกมเยอะกว่านี้จัง โฮววว (ไปตามเล่นของเก่าให้หมดก่อนแล้วค่อยมาบ่นมั้ย?)

ที่จริงซื้อเกมนี้มาเพราะโดนเรียวเฮกับโนบุสะกดจิตในรายการวิทยุบ่อยๆ และโดนของแถมล่อลวง แต่พอเล่นรูทเรย์จิจบแล้วกล้าพูดเต็มปากเลยว่าคุ้มมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่จะคุ้มกว่านี้อีกถ้ายอมให้จีบไซเซคนอื่นๆ และพี่โทโมเอะได้ (TωT)

ตอนเคลียร์รูทสุดท้ายเสร็จ เราเอาแต้มที่ได้จากในเกมไปซื้อพวก Reward ในเกมรวดเดียวครบเลย ของแถมส่วนนี้มีทั้งเสียงพูดของตัวละคร ภาพร่าง ฉากแถมสั้นๆ ของแต่ละทีม ซึ่งอย่างหลังสุดเนี่ยบอกเลยว่าน่ารักทุกทีม (*´∀`*)

ชอบฉากแถมของคะเคียวอินเป็นพิเศษ เป็นเรื่องราวหลังจากแข่งแมทช์ชิงชนะเลิศแล้ว อยู่มาวันหนึ่งสมาชิกทีมคะเคียวอินก็ไปปิกนิกกินบาร์บีคิวกันกลางสวน คือปกตินึกภาพไม่ออกว่าทีมนี้เวลาอยู่ด้วยกันนอกสนามแล้วใช้ชีวิตกันยังไง คุยอะไร เป็นยังไง พอดูฉากนี้แล้วพบว่า อ้อ ที่แท้ก็เป็นบ้า

ขำมากที่อิดะบอกว่า เนื้อวัวทั้งหมดบนดาวดวงนี้เกิดและตายไปเพื่อกระเพาะของข้า

kakyoin1

เห็นมั้ยล่ะ บอกแล้วว่าเป็นบ้า 555555555555

ส่วนพี่โทโมเอะเอาแต่กินผักจนโดนกัปตันทีมดุว่าให้กินเนื้อด้วย พี่โทโมเอะเลยบอกว่า แต่เมนูเนื้อย่างที่ฉันชอบที่สุดคือฟักทองย่างนะ (เอ่อมมมม พี่โทโมเอะคะ นั่นไม่นับเป็นเนื้อย่างงงงงงงงงงง)

kakyoin2

แถมพี่โทโมเอะยังย่างช้ามากกกกกกจนโดนอิดะโวยวายใส่ว่านั่นย่างบาร์บีคิวหรือเข้าพิธีชงชาอยู่กันแน่ โอ๊ยยยย ทีมนี้ก็น่ารักดีนะ 5555555555555 ดีใจที่เห็นพี่โทโมเอะดูแฮปปี้มีความสุขกับการกินฟักทองย่างอยู่ในทีมนี้ พอใจละ (; v ;)

หลังจากเล่นเกมจบแล้วและดูอนิเมะมาหลายตอน เราชอบเกมมากกว่าเยอะเลย แต่อนิเมะก็ทำฉากวิ่งมาน่าตื่นตาตื่นใจดี เห็นภาพชัดขึ้นเยอะว่าการแข่งกีฬาสไตรด์เป็นยังไง ตอนนี้แอบหวังว่าอนิเมะจะช่วยให้ยอดขายเกมกระเตื้องขึ้นเยอะๆ เผื่อทีมงานจะเห็นใจทำภาคไซเซออกมาให้เชยชมสมดังความปรารถนาบ้าง หรือจะทำภาคออลสตาร์ให้จีบตัวเด่นๆ จากโรงเรียนอื่นๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน /ฝันลมๆ แล้งๆ ต่อไป