『KING OF PRISM -PRIDE the HERO-』 舞台挨拶@TOHO CINEMAS Namba

เมื่อวานไปดู KING OF PRISM -PRIDE the HERO- หรือเรียกย่อๆ ว่าคิงปุระ แบบมีบุไตไอซัทสึมาแหละ!

เราไปดูที่โรงโตโฮนัมบะ ความจริงแล้วเมื่อวานนี้มีบุไตไอซัทสึที่โอซาก้าทั้งหมดสี่รอบ แต่เรากดมารอบเดียว วิธีซื้อตั๋วก็ง่ายดายมาก เหมือนกดซื้อตั๋วหนังทั่วไปเลย ไม่ต้องใช้ดวงสุ่มตั๋วแต่อย่างใด เรากดได้รอบนี้ได้แถวหน้าๆ มาแบบชิลๆ

เสียดายที่หลังจากกดตั๋วรอบนี้ไว้แล้วเกิดนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากกดเพิ่มอีกรอบก็กดไม่ทันแล้ว ตั๋วหมดเกลี้ยงเลย ถึงจะดูเหมือนกดได้ง่ายๆ แต่ถ้าไม่รีบๆ กดตั้งแต่วันแรกก็หมดสิทธิ์อยู่ดี T-T

เราไปถึงหน้าโรงก่อนเวลาฉายนิดหน่อย มองไปรอบๆ ก็รู้แล้วว่าใครมาดูรอบเดียวกันบ้าง ทุกคนถือกระเป๋าถือพร็อพกันจัดเต็มมาก มีคนคอสเพลย์มาด้วย แต่เราว่าบรรยากาศยังไม่ฮาร์ดคอร์เท่าโรงที่อุเมดะ อาจเป็นเพราะโรงนั้นฉายอนิเมะเยอะอยู่แล้ว หลายๆ คนเลยกล้าจัดเต็มกันมากกว่า โรงโตโฮมันมีความเป็นโรงหนังมนุษย์ปกติมากเกินไปหน่อยเลยต้องเจียมตัวกันนิดนึง

และตามปกติของหนังญี่ปุ่น ช่วงแรกๆ จะชอบมีของแถมแจกให้ผู้ชมด้วย รอบนี้ได้ของแถมเป็นพัดหน้าโคจิ ประทับใจความสร้างสรรค์นี้มาก สมเป็นคิงปุริ 5555555555555

ตอนเข้าไปนั่งในโรงแล้วทุกคนถือพัดอันนี้เดินเข้ามารู้สึกคัลท์มาก เซอร์เรียลมาก…….

บุไตไอซัทสึรอบที่เราไปดูเป็นรอบที่จะมาพูดคุยกันก่อนหนังฉาย (เหตุผลที่อยากกดตั๋วเพิ่มอีกรอบเพราะอยากกดรอบหลังหนังฉายด้วย น่าจะคุยกันเจาะลึกกว่า แต่ก็กดไม่ทัน ได้แต่อ่านรีพอร์ทตาปริบๆ TvT) คนที่มารอบนี้ประกอบด้วยผู้กำกับ=ฮิชิดะซัง กับนักพากย์สองคนคือฮาตานากะ ทาสุคุ=ไทกะ กับยาชิโระ ทาคุ=คาเครุ แหมะะะะ มาเป็นคู่ซะด้วย ออฟฟิเชียลนี่เข้าใจขาย!

ก่อนหน้านี้เคยเจอทาสุคุกับทาคุจังมาแล้ว ใกล้ชิดระดับสัมผัสมือกันมาแล้วทีนึง รอบนี้เลยตื่นเต้นดีใจที่จะได้เจอผู้กำกับมากกว่า คือฮิชิดะซังเนี่ยเป็นผู้กำกับที่ตลกมากกกกกกกกก ดูจากผลงานก็น่าจะพอเดาได้ว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดา พอมาอ่านบทสัมภาษณ์ อ่านทวีต หรือดูอีเวนท์ที่เจ้าตัวไปออกก็ยิ่งค้นพบความตลกและความน่ารัก และหลังจากไปดูคิงปุระมาสองรอบก็ยิ่งประทับใจในตัวฮิชิดะซังเยอะมาก คราวนี้เลยตั้งใจไปเจอผู้กำกับนี่แหละ

รอบนี้เป็นรอบสุดท้ายของวัน เห็นว่ารอบเช้าที่อุเมดะมีคนเป็น MC ให้ด้วย แต่รอบที่เราไปนี่ MC หายไปไหนไม่รู้ ทาคุจังเลยต้องรับหน้าที่ MC และออกมาทักทายคนแรกสุด ตอนแรกทักทายว่า คนนิจิวะ ตามปกติธรรมดาก่อน พอมีแฟนๆ ตะโกนว่า わんばんこ แบบคาเครุ ทาคุจังถึงพูด わんばんこ ด้วยเสียงคาเครุให้ฟัง น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก /ล้มตาย

ทักทายเสร็จแล้วทาคุจังก็บอกว่าวันนี้มีเรื่องอยากขอร้องทุกคน ห้ามอัดเสียง ห้ามถ่ายรูป บลาๆๆ แฟนๆ ก็คอยตอบ ไฮ่!! ไฮ่!! กันอย่างขยันขันแข็ง คึกคักกันเต็มที่สมเป็นพริซึ่มเอลีท (ชื่อเรียกแฟนคิงปุริ)

หลังจากนั้นทาคุจังก็บอกว่า งั้นมาพบกับแขกรับเชิญในวันนี้กันดีกว่า แฟนๆ ก็ตะโกนถามอีกว่า ใครเหรอออ?? ทาคุจังเลยทำเสียงกรุ้มกริ่มว่า 誰かにゃ?誰だと思う? (ใครเหยอ? คิดว่าใครล่ะ?) ช็อตนี้ก็น่ารักแบบเราตายไป (///ω///) จุดนั้นลืมผู้กำกับไปแล้ว เพนไลท์ที่ตอนแรกเปิดสีเขียวของไทกะเอาไว้ก็กลายมาเป็นสีส้มของคาเครุอย่างรวดเร็ว เราเปลี่ยนใจกันง่ายๆ แบบนี้เลย

พอเชิญทาสุคุกับฮิชิดะซังออกมา ฮิชิดะซังก็มายืนฝั่งเรา!!! ส่วนทาสุคุยืนตรงกลาง ทาคุจังเป็น MC เลยอยู่ริมสุดอีกฝั่งนึง

ช่วงแรกเริ่มจากคุยสัพเพเหระว่ามาโอซาก้าเป็นยังไงบ้าง ทาสุคุเล่าว่าเมื่อตอนเที่ยงไปกินโอโคโนมิยากิกันมา อร่อยมาก ร้อนมากเพราะกินจากเตาสดๆ ร้อนๆ เลย ทาสุคุเล่าด้วยท่าทางตื่นเต้นเสมือนเพิ่งเคยมาโอซาก้าครั้งแรก แต่ถ้าติดตามทวิตเตอร์ทาสุคุจะพบว่าจริงๆ แล้วมาออกอีเวนท์แถวนี้บ่อยมาก… น้องจะตื่นเต้นไปทำไมคะ……

จากนั้นก็คุยกันว่ารอบนี้เป็นบุไตไอซัทสึรอบที่สี่ของวันนี้แล้ว รอบก่อนหน้านี้ทาสุคุเป็น MC รอบนี้ทาคุจังเลยสลับมาเป็น MC บ้าง แล้วก็คุยกันว่าเดี๋ยวคืนนี้จะมีอีเวนท์ エリートの二次会 แถวๆ นี้อีก เป็นอีเวนท์ที่ให้แฟนๆ ไปนั่งก๊งเหล้าเมาท์มอยกับผู้กำกับและนักพากย์ทั้งสอง น่าไปมากกกกกกก แต่เราไม่ได้สมัครไปเพราะอีเวนท์เลิกตีสอง ไม่รู้จะกลับยังไงเพราะรถไฟหมด เสียดายจัง T_T

พอพูดถึงอีเวนท์ก๊งเหล้า ฮิชิดะซังเลยบอกว่าคืนนี้จะไม่ดื่ม! เพราะอีเวนท์รอบที่แล้วดื่มเยอะจนจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่คุยไปคุยมาฮิชิดะซังก็บอกว่า ไม่ดื่มไม่ได้หรอก ยังไงก็จะดื่ม!

ส่วนทาคุจังกับทาสุคุคุยกันว่าถ้าสมาชิกเอเดลโรสเจ็ดคนก๊งเหล้าด้วยกันจนเมาคงน่าสนุกดี ฮิชิดะซังบอกว่า แต่ทุกคนยังไม่บรรลุนิติภาวะนะ! แล้วก็ อ๋ออออ หมายถึงคนพากย์เหรอ! งั้นก็น่าสนุกดี

ฮิชิดะซังบอกว่าอยากพาเอเดลโรสทั้งเจ็ดคนมาบุไตไอซัทสึที่โอซาก้าจังเลย ถ้ามีโอกาสจะพามาให้ได้ ฮือออออออ อย่ามาพูดให้ความหวังสิคะะะะะะะ พามาให้จริงเถอะะะะะะะะะ แปดคนเลยก็ได้ พาทาเคอุจิคุงมาด้วยยยยยยยยยยยย (;___;)

หลังจากนั้นพอจะเข้าเรื่องเนื้อหาคิงปุระ ทั้งสามคนคุยกันว่าสปอยล์ไม่ได้สินะ ฮิชิดะซังถามว่าในที่นี้ยังมีใครไม่เคยดูมาก่อนมั้ย ทั้งโรงมีคนยกมืออยู่ประปราย น่าจะไม่ถึงสิบคน ฮิชิดะซังเลยถามว่า วันนี้มาเพราะโดนคนข้างๆ บีบบังคับให้มาดูด้วยรึเปล่า?? โอ๊ย 55555555555555

แต่เอาเป็นว่าเพราะยังมีคนที่ไม่ได้ดูก็เลยต้องคุยกันแบบไม่สปอยล์นั่นแหละ ทั้งสามคนคุยกันเรื่องซีนที่ชอบ ประมาณว่าอยากให้ตั้งใจดูฉากนี้กัน

ทาสุคุบอกว่าชอบฉากพัดของไทกะ

ฉากนี้ ↓

พัดที่ว่านี่มีขายหน้าโรงหนังด้วย ทาสุคุถามว่าไหนใครถือพัดของไทกะอยู่บ้าง คนที่พกมาด้วยก็หยิบขึ้นมาโบกกันใหญ่ ทาสุคุเลยบอกว่า งั้นพอถึงฉากนี้ช่วยกันพัดใส่คนข้างหน้าให้เต็มที่ไปเลยนะ! (จะดีเหรอ……….)

ส่วนทาคุจังบอกว่าอยากให้ตั้งใจดูฉากที่คาเครุทำตัวเป็นลูกชายตระกูลจูโออิน โดยเฉพาะฉากที่คุยกับพ่อ ความตลกคือทาคุจังเรียกชื่อพ่อคาเครุผิด ตอนแรกเรียกว่าโมโมจิโร่ พอเรียกอยู่สองสามรอบ ฮิชิดะซังคงทนไม่ไหวเลยพูดแทรกขึ้นมาว่า เฮียคุจิโร่ต่างหาก ทาสุคุเลยช่วยตบมุกว่า นี่นายเรียกชื่อพ่อตัวเองผิดได้ยังไง!! ตรงนี้ทาคุจังก้มหน้าหัวเราะอยู่นานมาก โถ น่าเอ็นดู (*´∀`*)

ที่ตลกกว่านั้นคือตอนที่หนังฉายแล้วถึงฉากพ่อคาเครุ คนดูช่วยกันตะโกนว่าโมโมจิโร่ใหญ่เลย ขำก๊ากกันทั้งโรง 55555555555555 (รอบที่เราไปดูเป็นรอบโอเอนเลยตะโกนได้ กรี๊ดได้ ตบมือได้ มันส์มากๆๆๆๆๆ)

อีกฉากที่ทาคุจังชอบคือฉากฮิโระกับรุย รอบนี้ทาคุจังไม่ได้พูดถึงละเอียดเท่าไหร่ แต่ใน 二次会 อธิบายไว้ละเอียดมากว่าชอบเพราะอะไร (เราจะไม่เล่า ณ ทีนี้เพราะสปอยล์) ส่วนฉากที่ฮิชิดะซังชอบคือฉากเครดิตที่มีสาวๆ จากพริตตี้ริทึ่มเรนโบว์ไลฟ์ออกมา

นอกจากนั้นก็คุยกันเรื่องการดูรอบโอเอน ทาสุคุพูดถึงตอนที่ไปดูคิงปุริรอบโอเอนครั้งแรกให้ฟัง บอกว่าตอนนั้นไปกับลันส์เบอร์รี่ อาเธอร์ซัง (กรี๊ด ไม่นึกว่าจะได้ยินชื่อลันส์นี่ยันในบุไตไอซัทสึของคิงปุริ 555555555555) ทั้งสองคนนั่งแถวหลังสุดแล้วเชียร์กันมันส์มาก ลันส์ซังคอยยุให้ทาสุคุพูดบทพูดแบบในหนังบ้าง ร้องเพลงบ้าง ทาสุคุก็บ้าจี้ทำตามอย่างจริงจังจนนึกว่าต้องโดนคนที่นั่งใกล้ๆ จับได้แน่ๆ เลย แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นมีใครทักสักคน เสียใจมาก โอย ฟังแล้วสงสารแปลกๆ 5555555555555555

เมื่อปีที่แล้วตอนไปดูกับลันส์ซัง ทาสุคุลงรูปไว้ในทวิตเตอร์ด้วยนะ!

ส่วนคิงปุระนี่ทาสุคุยังไม่ว่างไปดูเลย เจ้าตัวบอกว่าไว้ว่างๆ จะหาโอกาสไปดูให้ได้ และคราวนี้อยากให้แฟนๆ สังเกตเห็นให้ได้เลย!

นอกเรื่องนิดนึง อ่านรีพอร์ทของบุไตไอซัทสึรอบเช้าเห็นทาสุคุพูดถึงเรื่องที่ไปโอเอโดะอนเซนซึ่งตอนนี้มีคอลลาโบะกับคิงปุริอยู่ ทาสุคุก็พูดแบบนี้ว่าตั้งใจไม่ใส่แมสก์และคุยกันโหวกเหวกเพื่อให้แฟนๆ จับได้ แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาทักสักคน …..จริงๆ แล้วทาสุคุเป็นพวกชอบให้แฟนๆ เข้าไปทักเหรอ!!?? เราว่าแฟนๆ ญี่ปุ่นถึงจะสังเกตเห็นก็คงไม่กล้าเข้าไปทักอยู่ดีแหละ เสียใจด้วยนะทาสุคุ 5555555555555

คุยเรื่องหนังเสร็จแล้วก็มีมุมแอดลิบนิดหน่อย คือให้ทั้งสามคนเล่นละครกันสดๆ โจทย์คือให้คาเครุกับไทกะสลับคาแรคเตอร์กัน เป็นคาเครุที่เอาจริงเอาจัง กับไทกะที่ชะไร่ ส่วนฮิชิดะซังเป็น ผู้กำกับเอโร่ย (ใครคิดโจทย์คะ……….)

จำบทสนทนาไม่ได้เป๊ะๆ เพราะแอบยาวใช้ได้ แต่อารมณ์ประมาณนี้

ไทกะ: อยากไปนัดบอดอะ (เสียงนิ่งๆ ไม่ได้ชะไร่เล้ยยยยย)
คาเครุ: นัดบอด? ที่มีสาวๆ เยอะๆ น่ะนะ? ไม่เอาหรอก พวกเรายังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยนะ (เสียงจริงจังมาก)
ไทกะ: มีเบียร์แบบไม่มีแอลกอฮอล์อยู่ไม่ใช่รึไง ดื่มอันนั้นก็ได้
คาเครุ: ไม่ได้นะ
ผู้กำกับ: (ยืนขำ)
คาเครุ: ไทกะคุง ให้ความสำคัญกับตัวเองหน่อยสิ (เสียงยังคงจริงจังมาก)
ไทกะ: เออนี่… อยากนั่งเฮลิคอปเตอร์อะ
คาเครุ: เอ๊ะ
(คุยอะไรกันอีกนิดหน่อย จำไม่ได้)
ไทกะ: เอางี้ สักวันนึงถ้าฉันจะสารภาพรักกับผู้หญิง ฉันขอยืมเฮลิคอปเตอร์บ้านนายหน่อยสิ
ผู้ชม: ฮิ้ววววววววววววววววววววววววว
คาเครุ: เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้มีไว้ใช้แบบนั้นซะหน่อย! ทำตัวให้มันติดดินหน่อยสิ!
ไทกะ: ไม่อยากโดนนายว่าแบบนั้นหรอกนะ!
ผู้กำกับ: ไม่มีช่องว่างให้แทรกเลยแฮะ……… แล้วทำไมฉันต้องเป็นผู้กำกับเอโร่ยด้วยเนี่ย

ทั้งหมดนี้คือคิดกันสดๆ เล่นกันสดๆ ตลกมาก 55555555555555555 ทาคุจังกับทาสุคุเซอร์วิสคาเคไทเยอะมากกกกกกกกกกกกกกก แม่ยกคู่นี้ฟังแล้วสลบไปตามๆ กัน (เราก็ชอบคู่นี้แต่เป็นรองโคฮิโระอีกทีนึงเลยฟังแล้วยังรอดชีวิตอยู่) ได้ข่าวว่ารอบอื่นก็กะหนุงกะหนิงกันจนฮิชิดะซังบอกว่า สวีทกันอยู่ได้!!

ตอนสุดท้ายหลังจากพูดขอบคุณแฟนๆ กันทีละคนแล้ว ทาคุจังก็บอกว่า งั้นเรามาพูดว่า มิวสิค เรดี้ สปาร์กกิ้ง เย้! ด้วยกันทุกคนเถอะ ทีนี้ฮิชิดะซังก็พูดขึ้นมาว่า อ้าว! วันนี้โมริคุโบะซังมาด้วยเหรอครับเนี่ย! ….คุณผู้กำกับเนี่ยเห็นอยู่นิ่งๆ ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาแต่จริงๆ แล้วเป็นคนร้ายกาจคนนึง คือทาคุจังชอบเลียนเสียงโมริคุโบะซัง ฮิชิดะซังเลยแกล้งให้ทาคุจังพูดว่า มิวสิค เรดี้ สปาร์กกิ้ง ด้วยเสียงโมริคุโบะซัง

พอโดนทักแบบนั้นทาคุจังก็เปลี่ยนโหมดมาเป็นโมริคุโบะซังทันที ฮิชิดะซังกับทาสุคุก็หันไปโค้งให้แล้วพูดว่าขอบคุณโมริคุโบะซังที่ให้เกียรติมาด้วยกันในวันนี้ (จุดนั้นเราขำแบบหมดแรงถือเพนไลท์) 

ทาคุจังหันไปบอกทาสุคุว่าตัวเองจะพูดว่ามิวสิค แล้วให้ทาสุคุพูดว่าเรดี้ ทาสุคุเลยถามว่า รุ่นพี่ครับ ผมต้องพูดว่าเรดี้ด้วยเสียงแบบรุ่นพี่มั้ยครับ?? (กวนประสาท 555555555555) ทาคุจังในโหมดโมริคุโบะซังตอบว่า ไม่ต้องหรอก พูดเรดี้ในแบบที่ตายอยากพูดเถอะ ทาสุคุเลยบอกว่า รุ่นพี่ใจดีจังเลยครับ!

พอประกอบพิธีกรรมมิวสิค เรดี้ สปาร์กกิ้ง เย้! เสร็จเรียบร้อยแล้วทาสุคุกับฮิชิดะซังก็กลับเข้าไปก่อน ทาคุจังเป็น MC เลยพูดส่งท้ายกับคนดูอีกนิดนึง ขอบคุณที่มา ขอให้ทุกคนเอนจอย บลาๆๆ แล้วก็บ๊ายบาย

ทาคุจังกับทาสุคุลงรูปไว้ในทวิตเตอร์ด้วย

คนที่สองจากซ้ายในรูปทาสุคุคือ MC ที่หายไป……..

ขำชุดทาคุจังนิดนึง คือตอนเห็นครั้งแรกเราคิดว่าเหมือนชุดนอน ปรากฏว่าพอดูถ่ายทอดสดอีเวนท์ 二次会 ทาคุจังโดนโปรดิวเซอร์กับทาสุคุแซวว่าเป็นชุดนอนอยู่หลายรอบ จนทาคุจังต้องบอกว่า ไม่ใช่ชุดนอนซะหน่อย! ชุดนี้เพิ่งซื้อมาเมื่อวานเองนะ! …โอเค้ ไม่ใช่ชุดนอนก็ได้ค่ะ ขอโต้ดดดดด

ส่วนตัวหนังเราจะไม่พูดถึง เป็นหนังที่ไม่อยากสปอยล์ใครเลย เพราะการดูครั้งแรกมันอิมแพคต์มากๆๆๆ มีอะไรน่าฮือฮาเต็มไปหมด มีฉากชวนร้องไห้ด้วย และระดับความเสพติดสาหัสกว่าคิงปุริ  20,000 เท่า!! (ไปดูมาแล้วสามรอบ และคงมีอีกหลายรอบ)

หลังดูหนังจบแล้วเราก็ไปเดินเล่นรอเพื่อนมากินข้าวด้วยกัน ด้วยความที่ไม่รู้จะไปไหนเลยไปเดินเล่นแถวๆ โดตงโบริ และเนื่องจากรู้ว่าเดี๋ยวทาสุคุกับทาคุจังมีอีเวนท์แถวนั้นต่อ เราเลยคอยมองซ้ายมองขวาเผื่อโชคดีเดินสวนกันแถวๆ นั้น อีเวนท์ต่อไปเริ่มตั้งเที่ยงคืน ตอนนั้นเพิ่งสองทุ่มเอง เค้าอาจจะออกมาเดินเล่นหาของกินก็ได้น่า!! แต่หวังไว้น้อยนิดเพราะแถวนั้นเป็นย่านนักท่องเที่ยวซึ่งคนเป็นล้านนนนนนน แถมยังมีร้านรวงเยอะแยะมากมาย ตรอกซอกซอยก็เต็มไปหมด ถ้าเจอก็ปาฏิหาริย์แล้ว

หลังจากเดินเล่นอยู่แถวนั้นพักใหญ่ก็เลิกมองฝูงชนไปละ หันมามองหาร้านโอโคโนมิยากิแทนเพราะเพื่อนบอกว่าอยากกินโอโคโนมิยากิ เราอยู่ว่างๆ เลยเดินเล็งๆ ร้านเอาไว้ดีกว่า

ปรากฏว่า!!!

หลังจากเงยหน้ามองป้ายร้านอาหารติดๆ กันหลายร้าน พอเลื่อนสายตากลับมาที่ทางเดินอีกที…

 

ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดค่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ

 

หันมาอีกที ทาสุคุกับทาคุจังและทีมสต๊าฟคิงปุริอยู่ทางซ้ายของข้าพเจ้าแบบห่างกันประมาณหนึ่งเมตร!!!!!!!!!!!!!! โอ้โหหหหหหหหหหหหหหหหหหห พรหมลิขิตบันดาลชักพาาาาาาาาา จากที่เดินๆ อยู่เรานี่หยุดชะงัก ฟรีซไปเลย กะพริบตารัวๆ ว่านั่นทาสุคุกับทาคุจังจริงๆ เหรอ แล้วก็โอ้วววว นั่นนนนนน ฮิชิดะซังงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!

จะไม่ตกใจขนาดนี้ถ้าไม่ได้มาเจอในจุดที่เลิกมองหาไปแล้ว ฮื่อออออออออออ

จุดที่เจอทีมคิงปุริอยู่ใกล้ๆ กับสะพานกูลิโกะ พอเค้าเดินไปสะพานกัน เราก็แอบมองอยู่ห่างๆ …..จริงๆ ก็ไม่ห่างมาก แบบเค้าถ่ายรูปกับป้ายกัน เราก็ยืนกดมือถือกรี๊ดใส่เพื่อนอยู่ตรงราวสะพาน ซึ่งสะพานก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น

โชคดีได้เห็นทาสุคุกับทาคุจังทำท่าเลียนแบบป้ายกูลิโกะด้วย น่ารักกกก แอออออออออออออ แต่สุดท้ายก็ปล่อยทีมนี้ไปตามทางของเค้านะ ถ้าตามต่อไปเรื่อยๆ จะดูโรคจิตเกินไป ทำแบบนั้นเราคงกลัวตัวเองเหมือนกัน 555555555555

เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังก็มีแต่คนถามว่าทำไมไม่เข้าไปทัก โอ้ยยยยยย เค้ามากันทีมใหญ่เป็นสิบคน เราตัวคนเดียว จะให้เข้าไปทักยังไง เขินตายชัก TvT ถึงทาสุคุจะออกตัวว่าเป็นพวกอยากให้แฟนๆ เข้าไปทักขนาดนั้นก็เถอะ ไม่กล้าอะะะ ถ้าทาสุคุมากับทาคุจังแค่สองคนยังว่าไปอย่าง

เสียดายที่ยังไม่เห็นทาสุคุกับทาคุจังลงรูปหน้าป้ายกูลิโกะ ส่วนออฟฟิเชียลคิงปุริลงรูปฮิชิดะซังให้ดู

ฮิชิดะซังทวีตว่าป้ายกูลิโกะคือต้นแบบท่าเต้นของจอร์จ (ตัวละครใหม่ที่สุงิตะพากย์) ด้วย ไม่รู้เรื่องจริงหรือเล่นมุก บางทีฮิชิดะซังเหมือนจะพูดเล่นมุกแต่ดันกลายเป็นเรื่องจริง บางทีก็เหมือนจะพูดจริงแต่เฉลยทีหลังว่ามุก แยกไม่ออกแล้ว 55555555555

ตกดึกเรากลับมาดูถ่ายทอดสดอีเวนท์ 二次会 ต่อ อีเวนท์คุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องกันจริงจังมาก สปอยล์หนักมาก แต่สนุกดี ทาสุคุกับทาคุจังสวีทกันตลอดเวลาจนหมั่นไส้ 55555555555 ตอนหลังๆ ทาสุคุเมาแอ๋เลย น่าร้ากกกกกกกก♥♥♥ ทาคุจังก็น่ารักมากๆๆๆๆ ส่วนฮิชิดะซังยังคงตลกเหมือนเดิม

ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้ไปอีเวนท์รอบดึกและไม่มีความกล้ามากพอที่จะพุ่งเข้าชาร์จทุกคนตรงสะพานกูลิโกะ แต่ก็พอใจแล้วที่ได้ตะโกนอาริกาโต้วววว!!!! ในโรงหนัง ขอบคุณทุกคนนะคะ♥ โดยเฉพาะคุณผู้กำกับ ขอบคุณมากค่ะ!!

อยากดูคิงปุระอีกจัง

黒子のバスケ LAST GAME with greeting

ไปดูคุโรโกะลาสท์เกมแบบมี 舞台挨拶 มาแหละ!

เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ดูหนังโรงแบบมีบุไตไอซัทสึก่อนหน้านี้เคยสมัครของไฮสปีดครั้งนึงแล้วก็ไม่ได้ คราวนี้ม.ซังกดสมัครตั๋วแบบสุ่มสองใบและได้ตั๋วมาอย่างน่ามหัศจรรย์! (แต่ก็อาจไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะขนาดที่โตเกียวยังเหลือมาขายรอบทั่วไปเลย) อันที่จริงเราไปดูแบบปกติธรรมดามาแล้วรอบนึง รอบนี้จึงเป็นการดูลาสท์เกมครั้งที่สองของเรา

รอบที่เราไปมีนักพากย์มาสองคนคือโอโนะ เคนโช กับโอโนะ ยูกิ ถึงแม้ว่าเราจะสนใจรอบที่มีสึสึเคนกับทานิยามะซังมากกว่า แต่สองคนนั้นดันไปแค่แถวๆ อากิตะกับเซนไดอันสุดแสนไกลโพ้นจากที่นี่ ลาก่อน ขอเจอแค่สองโอโนะก็พอ

ความที่ไม่เคยดูหนังแบบมีบุไตไอซัทสึมาก่อนเลยทำตัวไม่ค่อยถูก ตอนแรกนึกว่าสองโอโนะจะโผล่มาเจอกันก่อนแล้วค่อยฉายหนังให้ดู ปรากฏว่ารอบที่เราไปเป็นแบบดูหนังจบก่อนแล้วค่อยเข้าช่วงทอล์ก (ซึ่งเค้าก็เขียนบอกไว้ในเว็บแต่แรกแล้วว่ารอบไหนจะทอล์กก่อนหรือหลังฉายหนัง) ดังนั้นช่วงทอล์กก็เลยพูดถึงเนื้อเรื่องกันได้เต็มที่โดยไม่ต้องเกรงใจว่าจะสปอยล์ผู้ชม

และด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องสปอยล์เหมือนกัน

 

***SPOILER ALERT***

 

ขอพูดถึงตัวหนังก่อนแล้วกัน

ภาค Last game นี่คือการเอามังงะภาค Extra game มาทำเป็นอนิเมะนั่นแหละ เนื้อเรื่องคร่าวๆ คือมีทีมสตรีทบาสจากอเมริกามาญี่ปุ่นจนจับพลัดจับผลู(?)มาแข่งบาสกับพวกคิเซกิ+คากามิ+คุโรโกะ จบ แต่นอกจากเนื้อหาในมังงะแล้วจะมีการเพิ่มฉากใหม่ที่ไม่มีมาก่อนตอนต้นกับตอนจบเรื่องด้วย ตอนที่ไปดูรอบแรกเราไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน พอมาอ่านฟีดแบคคนญี่ปุ่นตามเว็บถึงรู้ว่ามันเป็นฉากที่เพิ่มมา แล้วก็เลยไปอ่าน Extra game รวดเดียวจบ โดยส่วนตัวชอบเวอร์ชั่นอนิเมะมากกว่านะ ฉากที่เพิ่มมาให้ความรู้สึกว่า อาาา จบแล้วจริงๆ แฮะ มากกว่าด้วย

จริงๆ ก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะพูดถึงหนัง…. คือไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากมันดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (+ก.ไก่อีกแปดล้านตัว) ตอนไปดูครั้งแรกก็ประทับใจมากๆๆๆแล้ว พอมาดูรอบสอง ได้เก็บดีเทลแล้วยิ่งชอบ ฉากแข่งบาสทำดีมากกกกกก ทั้งภาพและเสียง งานดีงานละเอียด ชอบทั้งความเนี้ยบของภาพ มุมกล้อง จังหวะต่างๆ นานา และซาวด์เอฟเฟคต์เวลาเล่นบาสพอฟังในโรงก็สุดยอดมาก ชอบมาก ชอบมากมาก ชอบมากมากมากมาก คีจังหล่อมากกกกกก มุคคุงน่ารักมาก!! ทุกคนดีมาก ดีใจที่ได้ดูในโรง (≧∇≦)

ฉากที่ชอบเป็นพิเศษคือช่วงที่คิเสะเริ่มใช้เพอร์เฟคต์ก๊อปปี้กับเข้าโซน (ถึงจะคิดว่าเวลาเข้าโซนกันมันดูตลกๆ ก็เถอะ ดูยังไงก็ไม่ชินกับอภินิหารเหล่านี้…) อันนี้ชอบเพราะโอชิตัวเองหล่อ 555555555555 แต่เราว่าฉากแข่งเนี่ย ช่วงครึ่งหลังสุดยอดมากจริง ฮือออออ

อย่างไรก็ตาม คาแรคเตอร์ตัวร้ายแบนไปหน่อยนะ (ขำ) รู้สึกเหมือนไม่เจอคาแรคเตอร์ตัวร้ายที่ร้ายกาจ 100% ขนาดนี้มานานมากแล้ว พอมาเจอตัวร้ายแบบร๊ายร้ายแล้วหงุดหงิดบอกไม่ถูก ไม่ได้หงุดหงิดที่คาแรคเตอร์แบนเกินไป แต่หงุดหงิดเพราะดูแล้วอิน อยากทะลุจอเข้าไปต่อยหน้าคนละทีสองที (ว่าแต่ปกติการ์ตูนกีฬามันมีตัวร้ายด้วยเหรอ….. แต่เราว่าทีม Jabberwock นี่ร้ายกาจเข้าขั้น villain แล้ว ไม่ใช่แค่ antagonist)

ส่วนฉากจบที่เพิ่มมาตอนหลังคือคากามิบอกเพื่อนๆ ในทีมเซรินว่าจะย้ายไปเรียนโรงเรียนม.ปลายในอเมริกา พวกคิเซกิได้ยินดังนั้นเลยชวนเซรินมาแข่งกับคิเซกิเป็นแมทช์สุดท้าย แต่ไม่มีฉากแข่งให้เห็นหรอกนะ ไม่มีบอกผลแพ้ชนะด้วย แล้วแต่ผู้ชมจะจินตนาการเองเลย

หลังจากนั้นพวกเซรินก็ไปส่งคากามิที่สนามบิน ฉากนี้สุดแสนจะโชโจมังงะซะจนทำเอาตกใจว่า เอ๊ะ จะดีเหรอ (ฮา) ตอนดูจบหมาดๆ เจอบทสัมภาษณ์อ.ฟูจิมากิในเว็บไหนสักเว็บนึงบอกว่าเพิ่มฉากนี้เข้ามาเพราะอยากให้คากามิร้องไห้ ซึ่งเราว่าฉากที่เพิ่มมามันก็แอบซึ้งอยู่นะ ตอนดูรอบแรกเกือบร้องไห้ตาม ถ้าเป็นช่วงที่อินๆ กับเรื่องนี้มากกว่านี้หน่อยอาจจะร้องไห้ไปแล้ว ไม่ใช่ว่าอินกับคากามิร้องไห้หรอก แต่ฉากนั้นมันชวนให้นึกถึงเนื้อเรื่องที่ผ่านๆ มาด้วยแหละ คนที่ตามเรื่องนี้มาอย่างเหนียวแน่นยาวนานมาเห็นฉากนี้คงใจหายกันน่าดู

เราว่าลาสท์เกมปิดฉากเรื่องนี้ได้อย่างน่าประทับใจนะ ชอบ คีจังหล่อ!! (สำคัญมากเลยต้องพูดอีกรอบ)

มาพูดถึงช่วงทอล์กรอบที่ไปดูบ้าง

ตอนหนังฉายจบโรงหนังก็เปิดไฟ มีคนที่เพิ่งเข้ามาช่วงนี้หลายคนเลย ค่าตั๋วสองพันเยน+ค่านู่นนี่อีกรวมแล้วก็ราวๆ สองพันห้าร้อยเยน แต่ก็ยังมีคนยอมมาดูเฉพาะช่วงทอล์กโดยไม่ดูหนังเยอะเหมือนกัน เดาเอาเองว่าอาจเป็นคนที่ตามดูทอล์กทุกรอบในวันนี้ เป็นเราเราก็ขี้เกียจดูหนังเรื่องเดิมติดๆๆๆกันเหมือนกัน 5555555555

พอคนที่เข้ามาใหม่เริ่มนั่งกันเรียบร้อย สต๊าฟตั้งกล้องกันเสร็จสรรพแล้ว พิธีกรสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น พิธีกรมาทักทายว่าคนนิจิวะ แล้วพอเสียงคนดูตอบเบาไป เค้าก็ให้ทักทายใหม่ไปเรื่อยๆ ประหนึ่งพี่สันฯในงานรับน้อง พอเค้าได้ฟังคำว่าคนนิจิวะที่ดังจนพอใจแล้วก็เปลี่ยนมาบอกว่า ให้ทุกคนคอลว่า เซริน! เซริน! เซริน! เพื่อเรียกให้นักพากย์ทั้งสองออกมา คราวนี้คนดูส่งเสียงเรียกและตบมือกันอย่างตั้งอกตั้งใจมากกว่าตอนพูดคนนิจิวะเมื่อกี้มาก

คอล เซริน! เซริน! เซริน! กันไม่นาน เคนโชกับโอโนะยูก็โผล่มา พิธีกรสาวชวนคุยว่าเมื่อกี้ทั้งสองคนเพิ่งไปโรงหนังที่นัมบะมา แล้วมาที่นี่ต่อ เคนโชเลยเล่าว่ารู้สึกเหมือนวาร์ปมาเพราะขึ้นรถปุ๊บก็หลับทันที ตื่นมาอีกทีก็อยู่ที่นี่แล้ว

คุยไปคุยมาสักพักก็เพิ่งนึกได้กันว่ายังไม่ได้แนะนำตัวเลย พิธีกรสาวจึงให้ทั้งสองคนทักทายคนดู เคนโชทักทายว่าวันนี้เป็นวันเอพริลฟูลส์ เพราะฉะนั้นจะพูดโกหกด้วย! ส่วนโอโนะยูก็แนะนำตัวตามปกติว่าชื่อโอโนะ ยูกิ พากย์บทคากามิ ไทกะ แล้วทั้งสองคนก็บอกว่าถึงวันนี้จะได้มาพูดแค่สั้นๆ แต่ก็ฝากตัวด้วยนะ

พิธีกรสาวบอกว่ารอบนี้เป็นรอบสุดท้ายในวันนี้ที่ทอล์กหลังฉาย ดังนั้นจึงเป็นรอบสุดท้ายที่คุยได้อย่างเต็มที่! ทั้งสองคนเลยบอกว่าดีจัง เพราะเวลาทอล์กก่อนฉายจะต้องกั๊กๆ ไว้ พูดอะไรไม่ค่อยได้ หลังจากนั้นพิธีกรสาวก็ถามคำถามทั้งสองคน เริ่มจากถามบรรยากาศตอนอัดเสียง ทั้งสองคนก็เล่าว่าใช้เวลาอัดเสียงแค่วันเดียวเลยรู้สึกเหมือนมันเกิดขึ้นเร็วมาก แป๊บๆ ก็จบแล้ว เคนโชบอกว่ารู้สึกเหมือนบทมีเล่มเดียวเอง แต่โอโนะยูบอกว่าบทมีสามเล่มต่างหาก!

ข้อต่อมาคือถามฉากที่ชอบ ข้อนี้เคนโชบอกว่ามีอยู่ฉากนึงที่มั่นใจว่าเล่าไปแล้วจะต้องตลกแน่ๆ พิธีกรสาวเลยหันมาบอกคนดูว่า เอ้า ทุกคนเตรียมตัวขำด้วยนะคะ แล้วเคนโชก็ทำท่าจะเล่า แต่ดันหลุดหัวเราะออกมาเองก่อนที่จะเล่า ทั้งพิธีกร ทั้งโอโนะยู ทั้งคนดูเลยหัวเราะตามเคนโชกันหมดตั้งแต่ยังไม่ทันได้ฟังอะไรเลย

พอหยุดขำเคนโชก็เล่าว่ามีฉากนึงตอนที่คิเสะคุงใช้เพอร์เฟคต์ก็อปปี้เลียนแบบอาโอมิเนะ แล้วคากามิพูดขึ้นมา ว่าแล้วเคนโชก็หันไปหาโอโนะยู ขอให้ช่วยพูดบทพูดตอนนั้นหน่อย โอโนะยูก็ถามว่า ตอนนั้นพูดว่าอะไรนะ…? แล้วทั้งสองคนก็พูดขึ้นมาพร้อมๆ กันว่า「あいつら、息ぴったりじゃねえか」แล้วก็ทำท่าพร้อมกัน คือท่าวิ่งแบบสโลว์โมชั่นเลียนแบบคิเสะกับอาโอมิเนะในหนัง ตอนที่ดูหนังเราไม่ขำหรอกนะ แต่พอสองคนนี้เอามาเล่าพร้อมทำท่าเลียนแบบแล้วขำก๊ากเลย จะว่าตลกมันก็ตลกจริงๆ นั่นแหละ 555555555555555

ส่วนโอโนะยูบอกว่าฉากที่ชอบคือตอนที่คุโรโกะตามพ่อริโกะไปรปปงงิ แล้วคิเซกิกับคากามิวิ่งหน้าตาตื่นไปตามหา โอโนะยูบอกว่าชอบฉากนั้นเพราะในขณะที่คนอื่นๆ วิ่งเหมือนนักกีฬาตามปกติ มิโดริมะดันวิ่งแบมืออยู่คนเดียวเลยรู้สึกตลกดี เล่าไปก็ทำท่าวิ่งแบมือให้ดูไปด้วย คือสองคนนี้เป็นอะไรกับฉากวิ่งเหรออออออออออ (ขำ)

ถัดจากนั้นพิธีกรสาวก็ชวนคุยเรื่องเพลง Against The Wind ของเคนโชที่ประกอบในเรื่อง เคนโชเล่าว่าเพลงนี้อัดไว้ก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว นานจนลืมไปซะสนิท พอเคนโชไปดูลาสท์เกมในโรงครั้งแรกก็จดจ่ออยู่กับตัวหนัง จนกระทั่งเพลงขึ้นมาแล้วก็รู้สึกว่า เอ๊ เพลงนี้คุ้นๆ เหมือนเคยฟังเลยแฮะ เสียงก็คุ้นๆ… ก่อนจะนึกได้ว่า อ๊ะ นี่มันเพลงที่เราร้องนี่นา น่าอายจังเลย (ㅎ.ㅎ)

หมดคำถามแล้วพิธีกรสาวก็บอกว่าหมดเวลาแล้ว น่าเสียดายนะคะ (จริงๆ เค้าคุยโน่นนี่กันเยอะกว่านี้ แต่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ละ จำได้แต่ที่ตลกๆ 555555555) แล้วก็ถึงเวลาที่ทั้งสองคนต้องบอกลาคนดูจนได้ ฮืออออ บุไตไอซัทสึนี่มันสั้นจัง

ตอนบอกลาเคนโชเล่าว่าตอนนี้ตัวเองอายุ 27 เท่ากับตอนที่โอโนะยูได้รับบทคากามิพอดี พอคิดแบบนี้แล้วก็รู้สึกว่า อา นี่เราก็แก่ขึ้นนะเนี่ย เพราะตอนที่ตัวเองได้รับบทคุโรโกะนั่นเพิ่งอายุ 21 เอง …..ฟังเคนโชพูดแล้วก็ลูบตีนกาตัวเองตามไปด้วย เวลาผ่านมาเร็วจังเลย TvT

ส่วนโอโนะยูบอกว่าอยากให้ทำต่อจัง เป็นภาคคากามิไปอเมริกาก็ได้ เคนโชเลยบอกว่างั้นก็จะกลายเป็นคากามิโนะบาสเก็ตสินะ เพราะไม่มีคนอื่นอยู่เลยนอกจากคากามิ โอโนะยูเลยบอกว่าถ้าเป็นแบบนั้นคงเหงาๆ เนอะ แต่ก็อยากให้ทำจริงๆ นั่นแหละ (ตอนพูดประโยคสุดท้ายพูดแบบขมุบขมิบเหมือนรู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้แต่ก็อยากให้ทำจริงๆ น้าาา ไรงี้ น่ารักดี 55555555) แล้วโอโนะยูก็บอกว่าวันนี้เป็นบุไตไอซัทสึรอบสุดท้ายของเขาแล้ว เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้แนะนำตัวว่า โอโนะ ยูกิ รับบทคากามิ ไทกะ เคนโชเลยพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า 卒業おめでとうございます (ㅎ.ㅎ)

ตอนสุดท้ายพิธีกรสาวก็ถามคนดูว่ามีใครจะดูรอบต่อไปอีกมั้ย ปรากฏว่าเค้ายกมือกันเกือบทั้งโรง โหดมาก กลายเป็นว่าเราเป็นคนส่วนน้อยที่มาดูแค่รอบเดียวสินะ……

ถึงจะเป็นช่วงทอล์กแค่สั้นๆ แต่ก็รู้สึกคิดถูกที่มาดู ขอบคุณทั้งสองคนมากๆ นะคะ (^^)

お疲れ様でした!

Anime Japan 2017

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปงาน Anime Japan ที่โตเกียวบิ๊กไซท์มาแหละ!

ทริปนี้เป็นการไปที่ค่อนข้างกะทันหันพอสมควร เรื่องมันเริ่มมาจากเมื่อตอนต้นเดือนเราไปเห็นทวีตออฟฟิเชียลของสตามิวบอกว่าในงานนี้จะมีบูธอีเวนท์ที่มีทอล์กของนักพากย์ด้วย

พออ่านเงื่อนไขแล้วพบว่าการเข้าร่วมง่ายมาก แค่ไปรับบัตรคิว(แบบสุ่ม) แต่ถึงจะไม่ได้บัตรคิวก็น่าจะได้ดู แถมรายชื่อคนที่มาวันแรกโคตรเข้าทางเรา ว่าแล้วก็เล็งๆ ไว้ก่อน แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะไป เพราะต้องรอผลปุริไลฟ์กับอีเวนท์โค้ดเรียลไลซ์ประกาศก่อน เกิดได้สองอีเวนท์ติดๆ กันขึ้นมาคงไม่มีตังค์ไปงานนี้แล้ว

ซึ่ง… หลังจากนั้นก็พบว่าไม่ได้ทั้งตั๋วปุริไลฟ์และอีเวนท์โค้ดเรียลไลซ์ (ว่าแล้วก็น้ำตาจะไหล) พอวืดอีเวนท์ต่างๆ นานาติดกันรัวๆ (ก่อนหน้านี้ก็วืดไลฟ์คารุไนไปทีนึงแล้ว ถึงจะได้ดูไลฟ์วิวก็เถอะ) ก็เลยรู้สึกว่าเราคงต้องไปหาเคนนุในงานนี้แล้วแหละ ไปให้เคนนุช่วยปลอบใจหน่อย (´・ω・`)

ว่าแล้ววันที่ 22 ก็กดจองตั๋วบัสไปโตเกียว แล้วออกเดินทางคืนวันที่ 23 เป็นการจองบัสที่กะทันหันมาก แต่ก็ยังได้มาในราคา 4500 เยน ถือว่าถูกแล้วแหละสำหรับการจองแบบเร่งด่วนขนาดนี้

อีเวนท์มีวันเสาร์อาทิตย์แต่เราตัดสินใจไปแค่วันเสาร์วันเดียวเพราะวันอาทิตย์จะกลับมาดูกันดั้มแบบเรียลไทม์ (เหตุผลแบบว่า…..) คืนวันศุกร์ก็ไปอาศัยนอนห้องบ.ซัง เพื่อนที่จะไปงานนี้ด้วยกัน ตอนเช้าจะได้ออกไปด้วยกันเลย

ตอนแรกกะว่างานเริ่มสิบโมง ไปแบบชิลๆ สักแปดเก้าโมงก็ได้มั้ง แต่คุยกันไปคุยกันมา อยู่ดีๆ ก็ตกลงกันว่าไปขึ้นรถไฟเที่ยวแรกเลยละกัน เพราะไม่รู้ว่าบัตรคิวมันจะหมดช้าเร็วแค่ไหนยังไง

แต่กระนั้น ด้วยความที่ตอนกลางคืนมัวแต่โอ้เอ้ดูโอโตเมทปาร์ตี้ที่บ.ซังเพิ่งไปซื้อแผ่นมาสดๆ ร้อนๆ วันนั้น สุดท้ายเลยนอนดึกกันจนตอนเช้าเรามัวแต่งัวเงียไม่ยอมลุกอยู่ประมาณสิบนาที ส่งผลให้ไปขึ้นรถไฟเที่ยวแรกไม่ทัน ได้ขึ้นเที่ยวตีห้ายี่สิบสองนาทีซึ่งเป็นเที่ยวที่สามแทน OTL

ระหว่างอยู่บนรถไฟก็เจอคนถืออิตะแบ็กประปรายทำให้มั่นใจได้ว่ายังไงก็ไม่หลงทางแน่นอน ตามๆ พวกเดียวกันไปเรื่อยๆ นี่แหละง่ายดี กว่าจะไปถึงสถานีหน้าโตเกียวบิ๊กไซท์ก็ประมาณหกโมงกว่าๆ  และกว่าจะเดินจากสถานีไปถึงจุดต่อคิวได้มันช่างไกลแสนไกลเหลือเกิน เดินไปสักพักถึงพบว่าคนส่วนใหญ่ล้วนลงผิดสถานี ถ้านั่งรถไฟสายยูริคาโมเมะมาที่นี่ สถานีอาริอาเกะจะใกล้จุดต่อคิวมากกว่า แต่คนส่วนใหญ่จะไปลงที่สถานีคกไซเทนจิโจเซมง ซึ่งเราและบ.ซังก็เช่นกัน… จะจำไว้ว่าคราวหน้าต้องลงอาริอาเกะ!

ตอนเราไปถึงมีคนมาต่อคิวก่อนหน้าพอสมควร น่าจะราวๆ หลายร้อยคน แต่ยังไม่เยอะถึงขั้นน่าตกตะลึง และคิดว่ายังไม่โหดเท่าคอมิเกะด้วย (แต่ตอนไปคอมิเกะเราก็ไม่ได้ออกเช้าขนาดนี้ด้วย ออกสายๆ แบบกว่าจะไปถึงก็คนเป็นล้านแล้ว)

ตั๋วเข้างานที่เราซื้อมาเป็นตั๋วธรรมดา ซื้อที่แฟมิลี่มาร์ท เข้างานได้ตอนสิบโมง แต่ที่จริงมันมีตั๋ว Fast ticket ที่ให้เข้าได้ตั้งแต่เก้าโมงครึ่งด้วย ตั๋ว Fast ticket นี่ปิดขายไปตั้งแต่วันที่ 16 มีนา และแน่นอนว่าเราซื้อไม่ทันเพราะมัวแต่พิรี้พิไรรอดูผลปุริไลฟ์ก่อน ดังนั้นจึงต้องต่อคิวรอเข้างานตอนสิบโมงอย่างน่าเศร้า

ตอนต่อคิวสต๊าฟจะบอกให้นั่งเรียงแถว แถวละหกคน แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยนั่งกันตามนั้นเท่าไหร่ แถวเรามีกันสี่คนเอง คนส่วนใหญ่เตรียมอุปกรณ์สำหรับนั่งรอมากันอย่างดี ทั้งผ้าปู เก้าอี้ ผ้าห่ม ฯลฯ ส่วนเราและบ.ซังแทบจะมากันตัวเปล่า มีเพียงไคโระชิ้นเล็กๆ คนละอันที่คาดหวังว่าจะช่วยให้มืออุ่นได้บ้าง แต่ตรงนั้นมันอยู่ริมทะเลเลยค่อนข้างหนาวจนไคโระไม่ก่อประโยชน์อันใดกับชีวิต

ตอนนั่งรอเวลาก็สังเกตการณ์คนรอบตัวไปเรื่อยๆ มีผู้คนมาจากหลากหลายแฟนด้อม แต่เราเจอแม่ยกอุตะปุริเยอะเป็นพิเศษ ไม่รู้เพราะเป็นคนแฟนด้อมเดียวกันรึเปล่า 55555555 แต่แม่ยกอุตะปุริสังเกตง่ายนะ ถ้าไม่ถืออิตะแบ็กมาก็ต้องมีพร็อพอะไรสักอย่างของอุตะปุริมา ไม่ตุ๊กตาก็แมว ผ้าห่ม เสื้อ เห็นแล้วก็เสียดายที่ไม่ได้หอบหิ้วอิตะแบ็กไปบ้าง หิ้วไปแต่ถุงผ้าของไชน์นิ่งดรีมเฟสต้า

พอแอบดูคนอื่นจนเบื่อ บ.ซังก็ยื่นคินเดิลมาให้ยืม เลยนั่งอ่านอาคาสึกิโนะโยนะไปสองเล่ม ระหว่างอ่านก็พูดคำว่าซูวอนเป็นคนดีจังเลยไปประมาณสองร้อยรอบ (เผลอเรียกว่าเพฮาจนเพื่อนงงว่าซูวอนเปลี่ยนชื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ คือติดเรียกซูวอนว่าเพฮาตั้งแต่ไปดูซีรีส์เกาหลีแนวย้อนยุค 555555555) พอมีกิจกรรมให้ทำแล้วค่อยรู้สึกเวลาผ่านไปเร็วหน่อยๆ เผลอแป๊บๆ สต๊าฟก็เรียกให้ลุกขึ้นเตรียมเลื่อนแถวละ

เราได้เข้าไปในงานประมาณสิบโมงกว่าๆ เข้าไปถึงก็รีบวิ่งไปบูธ NBC ที่แจกบัตรคิวสตามิวก่อน ตอนนั้นวิ่งง่ายเพราะงานกว้างมากแล้วคนยังเข้ามากันไม่เยอะ แต่ไปถึงก็พบว่าบัตรคิวหมดแล้ว……. เฮลโหล เพิ่งเปิดงานไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำนะะะะะะ Σ(゚д゚;)!!

แต่รับบัตรคิวไม่ทันก็ไม่ค่อยเฟลเท่าไหร่เพราะดูจากลักษณะบูธแล้วยืนดูข้างนอกได้ไม่ยาก คือหลายๆ บูธที่มีเวทีจะจัดในลักษณะคล้ายๆ กันคือมี 優先エリア สำหรับคนได้บัตรคิว ใครไม่ได้บัตรก็ต้องยืนดูไกลกว่า ว่าแล้วเรากับบ.ซังก็วิ่งไปดูบูธอื่นๆ ที่เล็งทอล์กไว้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้บัตรคิวเลยสักบูธ น่าเศร้ามาก 5555555555  ถ้าปีหน้าไปอีกจะซื้อ Fast ticket ให้ได้ ฮึ่มมมมม

ระหว่างวิ่งดูบูธอื่นๆ ก็คอยเล็งตารางทอล์กแต่ละบูธไว้ด้วย เพิ่งรู้ว่างานนี้มีทอล์กของนักพากย์ตามบูธเยอะมาก เยอะแบบตามดูทอล์กอย่างเดียวก็หมดเวลาไปแล้ววันนึงโดยที่แทบไม่ได้เข้าไปดูแต่ละบูธให้ละเอียดๆ เลย แค่เดินๆ แบบสุ่มสี่สุ่มห้าในงานก็อาจจะเจอนักพากย์กำลังพูดอยู่ (บูธแรกที่เราเจอนักพากย์พูดอยู่คือบูธอะไรไม่รู้ รู้แต่เจออิชิอิ มาร์ค! คุโรโนะคุง!!) หรือเจอนักพากย์เดินสวนไป ตอนที่เรารู้สึกว้าวมากคือตอนเดินหาเวทีที่จะดูทอล์กของไดกิกับอุเมะฮาระแล้วทีมนักแสดงบุไต Ensemble Stars เดินสวนเราแบบใกล้มาก แทบจะเดินชนกัน คือเราไม่ได้ติ่งเรื่องนี้และไม่รู้จักนักแสดงหรอก แต่ก่อนหน้านั้นเห็นเค้าอยู่บนเวที แล้วนี่เค้าก็มาเดินสวนไปเฉยๆ เลยรู้สึกว่าว้าววววววววว อนิเมแจแปนโคตรรรรเจ๋ง!!!! ถ้าติ่งนักแสดงบุไตคงเป็นลมตายไปตรงนั้นเลย

ที่จริงงานนี้จะมีสเตจแบบที่ต้องสมัครล่วงหน้าด้วย แต่เราสมัครไม่ทันเลยสักสเตจ เค้าสมัครกันไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาแล้ว เสียดายนิดนึงเพราะหลายๆ สเตจน่าดูมาก แต่ไอ้การสมัครเนี่ยใช้ระบบสุ่ม ต่อให้สมัครทันก็ไม่ใช่ว่าจะได้ดูแน่นอนอยู่ดี และถึงจะไม่ได้ดูสเตจพวกนั้น พวกสเตจในงานก็มีให้ดูเยอะแยะมากมายไม่หวาดไม่ไหวละ

เวทีแรกที่เราไปดูคือทอล์กโชว์ของเกม 戦刻ナイトブラッド ที่เวที Marvelous คนที่มาขึ้นเวทีคือยามาชิตะ ไดกิ กับอุเมะฮาระ ยูอิจิโร่ งานนี้เราไม่ได้ตั้งใจจะมาเจอไดกิเลย ไม่รู้มาก่อนว่าไดกิมาด้วย ไม่รู้อะไรเลยนอกจากตั้งใจจะมาหาเคนนุ 555555555555 มีการหาข้อมูลล่วงหน้าน้อยมาก แต่ข้อมูลสเตจตามบูธมันหายากด้วยแหละ มาวิ่งเช็กเอาในงานเลยชัวร์กว่า

ทอล์กโชว์ไดกิกับอุเมะเริ่มตอน 11:40 ซึ่งเรากับบ.ซังตกลงกันว่าจะดูแค่แป๊บเดียว แล้วพอใกล้ๆ เที่ยงจะหลบออกไปกดตั๋วปุริไลฟ์รอบอิปปังกัน ตอนเดินออกรู้สึกผิดเบาๆ ฮืออออออ ขอโทษนะไดกิ ขอโทษนะอุเมะ แต่การกดตั๋วปุริไลฟ์ก็สำคัญมากจริงๆ

พอถอยออกไปกดตั๋วก็…….. เว็บล่ม……… เข้าเว็บได้อีกทีตั๋วก็หมดไปแล้ว บาย นี่เราทิ้งไดกิกับอุเมะออกมาเพื่ออะไรรรรรรร

โชคดีที่ตอนเห็นว่าตั๋วหมด ทั้งสองคนยังอยู่บนเวทีก็เลยเดินกลับไปดู แต่ช่วงที่เราเดินออกมากดตั๋วพลางเฝ้ามองเวทีอยู่ห่างๆ นั่นเค้าดูสนุกกันมากเลย มีเล่นเกมอะไรสักอย่างกันด้วย ฮือออออออ พลาดไปหมด

ช่วงแรกก่อนเดินออกมานี่เราได้ที่ยืนไม่ถึงขั้นใกล้เวทีแต่ก็ไม่ไกลเลย เพราะคนดูยังไม่เยอะเท่าไหร่ เห็นไดกิกับอุเมะชัดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชัดแบบออร่าอุเมะทิ่มแทงตาแทบบอด หล่ออะไรขนาดนั้นคะะะะะะะะะะ มัวแต่จ้องหน้าอุเมะสลับกับไดกิจนแทบไม่ได้ฟังเนื้อหาเลย 555555555555

เนื้อหาที่คุยกันตอนแรกๆ ก็แนะนำเกม 戦刻ナイトブラッド พอเป็นพิธี ตอนแนะนำตัวละครมาถึงกองทัพทาเคดะ ไดกิก็บอกว่าทีมนี้ดูแข็งแกร่งเวลาออกอีเวนท์ คือมีแต่คนที่ออกอีเวนท์แล้วมันส์ 55555555 แล้วไดกิ อุเมะ กับพิธีกรก็เมาท์โคนิชิซังกันนิดหน่อย ประมาณว่าโคนิชิซังเวลาออกอีเวนท์จะตลกมาก จำรายละเอียดเรื่องที่เมาท์กันไม่ค่อยได้ จำได้แต่ไดกิหัวเราะน่ารักเหลือเกิลลลลลลลลลล ฮรือออออออออออออ ไดกี่ยยยยยยยยยยยย์♥♥

ส่วนอุเมะฮาระก็ยังมาแนวนิ่งๆ เนิบๆ เหมือนเดิม 5555555555 แต่คราวนี้เราตื่นเต้นกะเค้ามากกว่าตอนเจอรอบที่แล้ว เพราะช่วงนี้ติ่งกันดั้ม และเราชอบยูจีน! เผอิญตอนเจอรอบที่แล้วยังไม่มีตัวละครของเค้าที่เราชอบเป็นพิเศษ

ตอนท้ายๆ มีเปิดพีวีเกมกับประกาศทำอนิเมะด้วย พอเห็นประกาศทำอนิเมะ คนที่ยืนดูอยู่ก็พากันร้อง เอ๋? เบาๆ แบบงงๆ ไม่ได้ร้อง เอ๋อ๋อ๋อ๋??? แบบตื่นเต้น เพราะประกาศทำอนิเมะมันมาแบบเนิบมาก ไดกิเห็นปฏิกิริยาคนดูแล้วก็หัวเราะบอกว่ารีแอคชั่นทุกคนตลกมาก คงจะงงกันมากสินะ! งงสิคะ อยู่ดีๆ เล่นประกาศทำอนิเมะซะเรียบง่าย…….

ทวีตออฟฟิเชียลของเกม 戦刻ナイトブラッド ลงรูปเอาไว้ด้วย

จบสเตจนี้ก็รีบจ้ำไปบูธคาโดคาวะกันต่อ ไปรอดูไซโต้ โซมะที่มาโปรโมทเรื่อง ロクでなし魔術講師と禁忌教典 ตอนเดินผ่านบูธที่อยู่ข้างๆ บูธคาโดคาวะก็เจอนักพากย์สาวสามคนพูดอะไรสักอย่างกันอยู่ งานนี้เราไม่ค่อยสนนักพากย์หญิงเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยรู้จัก แต่ตอนเดินผ่านบูธนี้กรี๊ดดังมากเพราะคนนึงในนั้นคืออุจิดะ มาอายะ!!!!! ตอนเดินผ่านเลยกรี๊ดใส่เพื่อนว่า แกรรรรรรรรรร เราชอบน้องชายเค้าาาาาาาาาาาาาา /พูดพลางเดินผ่านไปบูธคาโดคาวะโดยไม่มีการหยุดดูคุณพี่สาวแต่อย่างใด ถึงอย่างไรไซโต้ โซมะก็ต้องมาก่อนพี่สาวของอุจิดะ ยูมะอยู่ดี (แต่ถ้ายูมะมาเองเราคงไม่ไปหาโซมะ 55555555555) แต่คุณพี่สาวตัวจริงน่ารักมากเลยนะ (≧д≦)

ตอนเราไปถึงบูธคาโดคาวะมีคนมารอดูกันเยอะแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย มีผู้หญิงอยู่ไม่กี่คนเอง

ชอบที่บูธคาโดคาวะหาง่ายเพราะด้านบนมีลูกโป่งใบใหญ่ๆ อยู่ สะดุดตาดีมาก!

สเตจนี้นอกจากโซมะแล้วมีนักพากย์หญิงอีกสองคนคือฟุจิตะ อาคาเนะ กับมิยาโมโตะ ยูเมะซึ่งเราไม่รู้จักทั้งคู่เลยไม่ตื่นเต้น ตลอดเวลาที่ดูก็จ้องแต่โซมะคนเดียว แต่เพราะยืนอยู่ด้านนอก เสียงไมโครโฟนเลยส่งมาไม่ค่อยถึง แทบไม่ได้ยินเสียงโซมะพูดเลย สเตจนี้เน้นจ้องหน้าอย่างเดียว 555555555

ดูสเตจนี้จบแล้วบ.ซังกล่าวว่า โซมะกับไดกิเนี่ยดูคล้ายๆ กันนะ แต่เราว่าไดกิดีดกว่าเยอะ 55555555555 ตอนไดกิขึ้นเวทีมากับอุเมะนี่ไดกิเหมือนดูดพลังงานจากอุเมะไปหมดแล้ว ร่าเริงสดใสเคลื่อนไหวไม่หยุดอยู่คนเดียว คนละแนวกับโซมะเลย โซมะจะดูนิ่งๆ ยืนยิ้มๆ ท่าทางเรียบร้อยและดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเยอะ (ได้ข่าวว่าไดกิแก่กว่า ก๊าก) แต่ไม่รู้ว่าเพราะโซมะมาพร้อมสาวๆ เลยดูเรียบร้อยผิดปกติรึเปล่านะ ปกติเราก็ไม่ได้ติดตามโซมะเยอะแยะขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าในงานนี้เค้าดูเรียบร๊อยยยยเรียบร้อย

ถัดจากสเตจนี้เราก็พุ่งไปดูสเตจคิงปุริที่บูธ Avex ส่วนบ.ซังขอตัวไปสแตนด์บายที่บูธ NBC เพราะอยากดูมาเอโนะแบบใกล้ๆ ที่จริงเราก็อยากเจอมาเอโนะ เคนนุ และทาเคอุจิคุงแบบใกล้ๆ นะะะะ (อุเมะเจอใกล้ๆ ไปแล้วตอนเที่ยง) แต่จะให้ทิ้งทาสุคุไปเฉยๆ เราก็ทำไม่ด้ายยยย ฮือออออออออ

และแล้วเราก็มายืนดูสเตจคิงปุริตามลำพัง ถึงจะไม่ได้ยืนในโซนคนมีบัตรคิว แต่ก็อยู่แถวเกือบหน้าสุดของด้านนอก ถือว่าใกล้มากอยู่ดี (คำพูดติดปากในวันนั้นคือ ใกล้กว่าเวลาไปดูเซย์ยูอีเวนท์ตั้งเยอะ!)

คนที่มาสเตจคิงปุริวันนี้ได้แก่เทราชิมะ จุนตะ (ชินคุง) ฮาตานากะ ทาสุคุ (ไทกะ) อิการาชิ มาซาชิ (มินาโตะ) นางาสึกะ ทาคุมะ (น้องเลโอ) เราได้ยืนฝั่งที่เห็นทาสุคุชัดสุด ชัดจนบางทีเค้ามองมาแล้วเผลอหลบ หลบทำไมไม่รู้ 55555555555555

รู้สึกดีที่ไม่ได้ทิ้งคิงปุริไปรอดูสตามิว เพราะสเตจนี้ตลกมากกกกกกกกกก สนุกมากกกกกกกกกกก ส่วนใหญ่อิการาชิซังจะเป็นคนชงมุกแล้วทาสุคุคอยตบมุก

เนื้อหาที่คุยกันช่วงแรกจะเริ่มจากการทักทายทีละคน แล้วก็คุยกันเรื่อง PRIDE the HERO ที่เป็นภาคต่อของคิงปุริ ทั้งสี่คนเล่าว่าเพิ่งอัดเสียงเสร็จหมาดๆ ภาคนี้จะเร่าร้อนยิ่งกว่าภาคที่แล้วซะอีก เป็นภาคที่เนื้อหามันส์ระเบิดระเบ้อจนทุกคนดูแล้วจะอยากเอาใจช่วยยิ่งกว่าเก่า คือทุกคนพูดโฆษณาอย่างขยันขันแข็งจนเราอยากดูเดี๋ยวนั้นเลยอะ ฮืออออ กว่าจะฉายก็เดือนมิถุนาแน่ะ

โฆษณาภาคต่อแล้วก็โฆษณาคอลลาโบะอีเวนท์ของคิงปุริกับโอเอโดะอนเซ็น และโฆษณาเพลงยูนิตกันด้วย แล้วพิธีกรก็ให้แต่ละคนบอกว่าเพลงยูนิตที่ตัวเองร้องมีจุดเด่นตรงไหนบ้าง อันนี้เราจำได้แค่ทาสุคุบอกว่าการร้องรับส่งของไทกะกับคาซึกิสุดยอดมาก อิการาชิซังบอกว่าของโคจิกับมินาโตะเนี่ย ให้ตั้งใจฟังชื่ออาหารที่จะออกมาในเพลงให้ดีๆ แล้วพิธีกรก็บอกว่าวันนี้จะให้ฟังแซมเปิ้ลเพลงนึง คือเพลงคู่ของโคจิกับมินาโตะ! แต่เท่าที่เราฟังยังไม่เจอชื่ออาหารนะ ฮาา

นอกจากฮาร์ดเซลล์กันอย่างดุเดือดแล้วยังมีมุมตอบคำถามจากทางบ้านกันเล็กน้อย คือพิธีกรเอาคำถามที่เปิดรับในทวิตเตอร์มาถามบนเวที คำถามแรกคือถ้าไปอยู่หอ คิดว่าตัวละครของตัวเองจะพกอะไรไปด้วย จุนตะตอบว่าลูกฟุตบอล เพราะชินคุงชอบเล่นฟุตบอล ทาสุคุตอบว่าตุ้มถ่วงน้ำหนักขาสำหรับซ้อมเต้นเบรคแดนซ์ นางาสึกะคุงตอบว่าอุปกรณ์ทำผม เพราะความสามารถพิเศษของเลโอคือทำผม ส่วนอิการาชิซังโดนพิธีกรแกล้งโดยการข้ามไป แล้วให้ไปตอบข้อต่อไปเป็นคนแรกแทน ขำที่พิธีกรดูชอบแกล้งอิการาชิซังเป็นพิเศษ มีรอบนึงเค้าลุกขึ้นมายืนพูด พิธีกรก็ไล่ให้นั่งๆ ลงไปซะ 55555555555555

คำถามอีกข้อถามว่าถ้าให้ไปกินข้าวกับตัวละครในคิงปุริอยากกินกับใคร ข้อนี้จำได้แต่ของทาสุคุ (ไม่ค่อยจะลำเอียง ทุกอย่างจำของทาสุคุได้มากสุด 5555555555) แต่ช่วยไม่ได้ ในเมื่อของทาสุคุก๊าวมากเพราะมีความชงคาเคไท! ทาสุคุตอบว่า คาซึโอะ (ตลกการเรียกคาเครุว่าคาซึโอะอย่างเป็นธรรมชาติ) และให้คำอธิบายว่าสำหรับไทกะแล้ว การกินข้าวคือการต่อสู้ เป็นการต่อสู้ระหว่างตัวเองกับอาหาร เพราะฉะนั้นไทกะจะตั้งใจกินเงียบๆ และชอบกินข้าวคนเดียวมากกว่า แต่ถ้าคาซึโอะกินข้าวกับไทกะก็คงจะช่วยให้ไทกะสนุกขึ้นมาได้ด้วย ….คือทำไมไปๆ มาๆ ทาสุคุตอบคำถามในฐานะไทกะเฉยเลย 5555555555

ตอนสุดท้ายมีจับฉลากแจกโปสเตอร์พร้อมลายเซ็นด้วย จับเฉพาะคนที่ได้บัตรคิว ซึ่งเราไม่ได้…… ตอนจับฉากจะให้จับทีละคน พิธีกรบอกให้ทำเสียงแบบตัวละครที่ตัวเองพากย์ด้วย ตลกดี ทุกคนมันส์กันมาก สมเป็นคิงปุริ

ตอนกล่าวลาทุกคนพูดฝากให้ไปดูภาคต่อ แล้วพิธีกรก็ให้ผู้ชมช่วยกันตะโกนคำว่า “คิงออฟพริซึ่ม” ก่อนจะแยกย้ายกันไป เป็นสเตจที่ตลกสุดในวันนั้นเลย

อย่างไรก็ตาม เรื่องน่าเศร้าคือพอจบสเตจนี้แล้วเดินไปบูธ NBC ที่อยู่ติดกันก็พบว่า คนเยอะเกินจนสต๊าฟมาคอยยืนกั้นไว้ไม่ให้เข้าไปยืนดูแล้ว ตึงงงงงงงงงง เงิบหนักมาก เพราะที่ลงทุนลงแรงนั่งบัสกลางคืนเก้าชั่วโมงมาถึงโตเกียวก็เพื่อเวทีสตามิวนะ เธอจะไม่ให้ฉันเข้าไม่ได้นะะะะะะะะ

แต่ก็นั่นแหละ เข้าไม่ได้ก็คือเข้าไม่ได้…… ตอนแรกเราเลยใช้วิธีไปยืนดูอยู่ห่างๆ ที่อีกบูธนึงเพราะเห็นมีคนยืนๆ รอดูอยู่ แต่สักพักสต๊าฟก็มาไล่ไม่ให้ยืน ปวดใจเหลือเกิน แต่ถ่อมาขนาดนี้แล้วมีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ เราเลยดูสเตจนี้โดยใช้วิธี… เดินวนรอบเวทีไปเรื่อยๆ……..

ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายกว่าๆ แล้ว คนเข้างานกันมาเยอะมากแล้ว การเดินวนรอบเวทีจึงไม่ได้ง่ายดายสบายบรื๋อเหมือนตอนเช้า ต้องค่อยๆ เดินไหลไปตามฝูงชนเรื่อยๆ จนถึงขอบเวทีด้านนึงแล้วค่อยเดินกลับ สบตากับสต๊าฟหน้าเดิมๆ อยู่หลายรอบ แต่ตราบใดที่เราไม่ได้หยุดยืนอยู่ตรงที่เค้าห้ามยืน เค้าก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามเรา เพราะเราไม่ได้ทำผิดกฎอะไรเลย กรั่กๆๆๆๆ

สเตจสตามิววันนี้ประกอบด้วยมาเอโนะ โทโมอากิ (คุงะ) เคนนุ (โทราอิชิ) ทาเคอุจิ ชุนสุเกะ (นันโจ) และอุเมฮาระอีกแล้ว (คิตาฮาระ) ซึ่งจริงๆ แล้วนี่เป็นสเตจที่เราอยากดูมากที่สุด แต่ดันได้ดูอยู่ไกลที่สุด ด้วยวิธีที่ลำบากที่สุด และแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรจากบูธเลยจ้าาา ตึงงงงงง 5555555555 โชคดีที่บ.ซังเข้าไปในบูธได้ ก็เลยให้บ.ซังช่วยสรุปให้ฟังทีหลัง แต่บ.ซังไม่เคยดูสตามิวมาก่อนเลยจำชื่อตัวละครไม่ค่อยได้ แป่ว

ถึงจะต้องดูแบบไกลๆ แต่ก็ไม่ไกลเกินไปจนน่าเศร้านะ แค่ไม่ค่อยได้ยินเสียง แต่ยังเห็นหน้าทุกคนชัดแจ๋วอยู่

สเตจนี้ไม่มีพิธีกรโดยเฉพาะ มาเอโนะเลยรับบทพิธีกรและเดินออกมาเป็นคนแรกสุด หลังจากนั้นค่อยเชิญคนอื่นๆ ออกมา ตอนเคนนุเดินออกมานี่เราแทบล้มทั้งยืน ฮือออออออ เคนนุขาาาาาาาา ในที่สุดก็ได้เจอกันซะที คลาดกันมาหลายงานเหลือเกิน (;____;)

เคนนุทักทายด้วยเสียงโทราอิชิด้วยนะ แต่จำไม่ได้ว่าพูดว่า 子猫ちゃん หรือ お姉さん รู้แต่ฟังแล้วหมั่นไส้มาก ฮึ้ยยยยยย /กัดผ้าเช็ดหน้าพลางทำตาเป็นรูปหัวใจ

และหลังจากนั้นเราก็เดินไปเดินมา จ้องหน้าเคนนุสลับกับทาเคอุจิคุง ทาเคอุจิคุงออร่าแรงมาก ฮือ นั่งข้างอุเมะแต่ทำเอาเราไม่สนใจอุเมะเลย จ้องทาเคะคุงเยอะสุด ทั้งๆ ที่ในสี่คนนี้เราชอบเคนนุมากที่สุด และเคนนุเป็นคนเดียวที่ไม่เคยเจอ ทำไมสายตาเอาแต่มองน้องก็ไม่รู้ ขอโทษนะคะเคนนุ #รักแท้แพ้ความสดใสของวัยรุ่น

เนื้อหาเท่าที่พอได้ยินจากที่ไกลๆ คือพูดคุยกันถึงซีซั่นสองและตัวละครใหม่ แต่เก็บรายละเอียดไม่ได้เลยเพราะได้ยินเป็นคำๆ ยังดีที่บนเวทีมีจอใหญ่ๆ ฉายภาพให้ดู เลยเห็นว่าเค้าเปิดภาพแผนผังความสัมพันธ์ตัวละครที่ลงในเว็บแล้วคุยกันเรื่องนั้น

คุยเรื่องสตามิวแล้วก็มีคุยสัพเพเหระนิดหน่อย ได้ยินชัดๆ แค่ตอนมาเอโนะถามเรื่องงานอดิเรกแล้วทาเคอุจิคุงตอบว่าใช้คอมพิวเตอร์ทำเพลง มาเอโนะเลยบอกว่าสักวันอยากร้องเพลงที่ทาเคอุจิคุงแต่งบ้างจังเลย

บ.ซังเล่าว่าช่วงคุยสัพเพเหระแอบมีโมเมนต์เคนนุกับมาเอโนะสวีทกันเล็กน้อย คือเคนนุพูดว่าห้องตัวเองไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ มาเอโนะเลยบอกว่า ไม่จริงหรอก ห้องเคนนุน่ะเรียบร้อยมาก เคนนุก็แก้เขินว่าเป็นเพราะนายจะมา ฉันถึงต้องจัดห้องให้เรียบร้อยไงเล่า! คนดูฟังแล้วก็ฮิ้วววววกันไป

บ.ซังมาถามทีหลังว่าคนที่ในชื่อมีคันจิตัวดอกไม้เป็นใคร ทำไมทุกคนพูดถึงบ่อยมาก โอ๊ย ขำ 55555555555555 เท็นเก็นจิเป็นที่รักของทุกคนจริงๆ 5555555555555 ไม่รู้ว่าเท็นเก็นจิโดนแซวอะไรไปมั่ง แต่เราฮาร์ดเซลล์ใส่บ.ซังไปเยอะมากว่าถ้าอยากรู้ว่าทำไมทุกคนถึงรักเท็นเก็นจิต้องไปดูสตามิวซะ!

นอกจากนั้นก็มีช่วงเล่นเกมด้วย เป็นเกมให้ตอบคำถาม คำถามเหล่านี้จะให้ตอบเป็นชื่อตัวละคร ซึ่งคำตอบเนี่ยเค้าให้แฟนๆ โหวตกันมาก่อนแล้ว (ไปโหวตกันตอนไหน ทำไมเราพลาด พอไปติดกันดั้มอยู่ดาวอังคารแล้วพลาดหมดทุกสิ่งอย่าง) เช่น ถามว่าคนที่สาวๆ อยากคบด้วยมากที่สุดคือใคร โดยการให้คะแนนจะซับซ้อนนิดหน่อย คือถ้าตอบตัวละครที่ได้อันดับ 1 จะได้ 1 คะแนน ไล่ไปถึงอันดับ 5 จะได้ 5 คะแนน เพราะอันดับแรกสุดเดาง่ายเลยได้คะแนนน้อย

เกมนี้สุดท้ายอุเมะฮาระคุงชนะก็เลยได้ซีดีไปเป็นรางวัลแผ่นนึง บ.ซังบอกว่าเป็นซีดีที่ยังไม่วางขาย แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าซีดีอะไร ส่วนเรามองอยู่ไกลๆ และได้ยินเสียงแว่วๆ จึงไม่รู้เช่นกัน OTL

สรุปแล้วเก็บเนื้อหาสเตจมาได้ประมาณ 10% ของทั้งหมด อนาถมาก (T_T) แต่ไม่เป็นไรเพราะเราแค่อยากมาเจอสี่คนนี้ ถึงจะได้ดูอยู่ห่างๆ แต่ก็ได้เจอแล้ว (〃ω〃)

เรื่องตลกคือตอนเดินวนไปวนมา คนที่เดินผ่านบูธนี้โดยบังเอิญก็จะตื่นเต้นตกใจแล้วกรี๊ดๆ กันว่า หล่อมาก! หล่อจัง! เท่จัง! บางทีก็อยากรู้เหมือนกันว่าเค้ากรี๊ดคนไหน แต่จะหันไปถามก็ไม่ใช่เรื่อง…… จุดพีคคือมีผู้ชายคนนึงพูดด้วยเสียงตื่นเต้นว่า อุเมะฮาระ ยูอิจิโร่โคตรหล่อ ฮือ เราเข้าใจคุณนะคะ 555555555555

ช่วงท้ายๆ สเตจพอเค้าเริ่มกล่าวอำลากันทีละคน เราก็เลิกดูแล้วไปยืนตรงทางออกด้านหลังเวทีแทน ไม่ได้ดูสเตจใกล้ๆ ก็ขอดักตรงทางออกเผื่อได้เจอแบบใกล้ๆ หน่อยเถอะ (เล่าให้เพื่อนฟังแล้วโดนถามว่า ทำไมมาเหนือ) ความที่บูธ NBC อยู่กลางฮอลล์ ด้านหลังเวทีเลยมีคนเดินไปเดินมากันเรื่อยๆ ตอนแรกที่เราไปยืนรอมีแต่คนเดินผ่านไปผ่านมา แต่สักพักก็เริ่มมีคนมาดักรอเหมือนกัน

ระหว่างดักรอหลังเวทีก็ยืนดูทัตสึมินไปพลางๆ เป็นหลังเวทีที่อลังการมาก กรี๊ดเยอะมาก

และแล้ว! ยืนกรี๊ดทัตสึมินได้ไม่นาน มาเอโนะก็เดินนำออกมาคนแรก ตามด้วยอุเมะฮาระที่ใส่แมสก์บังไปครึ่งหน้า และตามด้วยเคนนุ!!!! โอ๊ยยยยย การพุ่งมาดักรอนี่มันคุ้มค่ามากกกกกกกก ได้เจอสามคนนี้แบบใกล้มากกกกกกกกก ถึงจะไม่ได้อยู่แถวหน้าสุดของคนที่มารอ แต่ก็ห่างไม่เกินสองเมตรอะะะ ฮือออออออออออ

มาเอโนะกับอุเมะฮาระเดินออกมาด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่หือไม่อือแล้วเดินผ่านไปเลย ในขณะที่เคนนุยิ้มแย้มทักทาย โบกไม้โบกมือให้แฟนๆ รอบทิศ จุดนั้นคือเราแทบเป็นลม ทรุดลงล้มตาย ตายไปเลย ตายแล้วตายอีก ตายไม่ฟื้น โอ๊ยยยยย เคนนุระยะประชิด ฮืออออออออ คิดไปเองว่าได้สบตากันแว้บนึงด้วย อ๊าก เค้ายิ้มให้เรา!! เค้า ยิ้ม ให้ เรา!!!!! แอ๊กกกกกกกกก ทำไมน่ารักเงี้ยยยยยยยยยย♥♥♥

ส่วนทาเคอุจิคุง ไม่รู้น้องหายไปไหน กลัวป้าๆ ที่มุงอยู่ข้างนอกจนไม่กล้าเดินออกมาหรือยังไงคะ 555555555555555 เสียดายนิดนึงที่อดเจอทาเคอุจิคุงระยะประชิด แต่แค่เคนนุหันมายิ้มให้ทีเดียวก็คุ้มแสนคุ้มแล้ว ดีจังที่อุตส่าห์ถ่อมา ฮืออออออออ ได้เจอเคนนุตัวจริงเสียงจริงซะที เค้ามีตัวตนอยู่จริงๆ ด้วย T___T

จริงๆ แล้วการเจอเคนนุเป็น new year’s resolution ของเราในปีนี้เลยนะ (เป็นเป้าหมายที่ไร้สาระมาก…….) ไม่นึกว่าจะได้เจอเร็วขนาดนี้ ขอบคุณสตามิวที่จัดสเตจนี้ขึ้นมาให้ดูได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องซื้อซีดีมาเสี่ยงดวง /กราบแรง

ดีใจที่ได้เจอทั้งสี่คนนะคะ ถึงจะแบบห่างๆ ก็เถอะ (〃▽〃)

หมดสเตจสตามิวเราก็หมดธุระแล้ว ที่เหลือก็ปล่อบให้บ.ซังลากเราไปมาตามใจชอบ บ.ซังเลยพาเราพุ่งไปหาอิชิคาวะ ไคโตะที่สเตจยูเมะ100 ต่อ

ตอนเดินหาสเตจยูเมะ100 แอบงงๆ หลงทางหาเวทีไม่เจอกันเล็กน้อย หันไปหันมา อ้าว เวทีก็อยู่ข้างๆ ตรงที่ยืนงงกันอยู่นั่นแหละ 555555555 คือเวทีของบูธนี้มันเตี้ยมาก มองเห็นแต่คนมุงๆ กันอยู่ หาเวทีไม่เจอเลย ต้องเข้าไปยืนมุงด้วยถึงจะเห็นไคโตะนั่งอยู่กับฟุคุคุงโอซากะ เรียวตะ

ตอนเราไปฟังเป็นช่วงที่เค้าพูดกันใกล้ๆ จบแล้ว ได้ยืนแบบใกล้มาก น่าจะใกล้ที่สุดเท่าที่ดูในวันนั้นเลยมั้ง แต่มุมที่เราไปยืนดูเป็นมุมที่โอซากะคุงหันข้างเกือบๆ จะหันหลังให้ เราเลยเห็นแต่หน้าไคโตะคนเดียว ส่วนเนื้อหาที่คุยกันก็มีเรื่องเกมกับเรื่องอนิเมะ และแนะนำวิธีดูอนิเมะผ่านแอพ ซึ่ง… เราไม่ได้เล่นเกมนี้เลยจำไม่ได้ว่าเค้าคุยรายละเอียดอะไรยังไงกันบ้าง ได้แต่ไปยืนตื่นเต้นที่ได้เจอโอซากะคุงเพราะดูรายการที่เค้าจัดอยู่ทุกเดือนแต่เพิ่งเคยเจอตัวจริงครั้งแรก *0*

สเตจนี้ไคโตะดูค่อนข้างเรียบร้อย ไม่รู้เพราะนั่งคุยรึเปล่า (เกี่ยวเหรอ…) หรืออาจจะเพราะเราไปตอนท้ายๆ แล้ว ไคโตะแผลงฤทธิ์ไปก่อนหน้านั้นแล้วรึเปล่าก็ไม่อาจทราบได้

จบสเตจนี้ก็พุ่งไปสแตนด์บายที่บูธคาโดคาวะกันอีกรอบนึง คราวนี้ก็มารอดูไคโตะอีกนั่นแหละ แต่คราวนี้ไคโตะมาโปรโมทอนิเมะเรื่อง Sagrada Reset กับยูกิ อาโออิ

รอบนี้เราไปยืนรอก่อนเริ่มพักใหญ่เลยได้ที่หน้าๆ ด้านนอกบูธ เห็นเวทีชัดเจนแจ่มแจ้งดีมาก เห็นชัดกว่าเวทียูเมะ100 อีก เพราะเวทีนี้ให้ยืนพูด ตอนแรกไคโตะกับอาโอจังก็พูดแบบเรียบร้อยๆ ดี แต่คุยกันไปสักพักจะเริ่มเล่นตลกบ้าบอกันมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนหลังอาโอจังบอกว่า เชิญคนจากโปรฟิต (ต้นสังกัดของทั้งสองคน) มาด้วยกัน ผลก็ออกมาเป็นแบบนี้แหละ โอ๊ย ทำไมชาวโปรฟิตตลกกันมาก 55555555555555

เนื้อหาที่คุยกันก็แพทเทิร์นคล้ายๆ สเตจอื่นนะ มีแนะนำเรื่องที่มาโปรโมท พูดถึงตัวละครของตัวเอง เล่าบรรยากาศตอนอัดเสียง แต่พอพิธีกรชวนคุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องแล้วไคโตะกับอาโอจังไม่ค่อยอยากพูดเท่าไหร่เพราะกลัวสปอยล์ แล้วทั้งสองคนก็บอกว่าถ้าดูไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะเข้าใจเองว่าทำไมทั้งสองคนถึงมาโปรโมทด้วยกัน ตัวละครของอาโอจังมีความสำคัญยังไง ต้องติดตามกันต่อไป (เค้าก็โฆษณากันเก่งนะ พูดซะเราอยากดูเลย)

ขำมากตอนที่เค้าคุยกันว่าตัวละครที่อาโอจังพากย์ตายตั้งแต่แรก ซึ่งแม้แต่อาโอจังที่ผ่านการพากย์ตัวละครที่ต้องตายมาเยอะแยะก็ยังไม่เคยพากย์ตัวละครที่ตายแบบนี้มาก่อน คือตอนอาโอจังเล่าว่าตัวละครของตัวเองตายบ่อยดูน่าสงสารมาก 555555555555

หมดสเตจไคโตะที่บูธคาโดคาวะเราก็ไม่ได้ไปวิ่งตามดูใครต่อละ ที่จริงมีสเตจทาสุคุตอนห้าโมงเย็น แต่เป็นเรื่องที่ไม่สนใจ และได้เจอทาสุคุในสเตจคิงปุริไปแล้ว เรากับบ.ซังเลยไปนั่งแหมะหมดแรง รอเพื่อนอีกคนมาสมทบ ซึ่งตอนนั้นก็เย็นแล้วแหละ มาสมทบก็ไม่ได้ไปดูอะไรด้วยกันเท่าไหร่ละ 555555555 แค่ไปหาข้าวกินด้วยกันหนึ่งมื้อ ซึ่งโซนฟู้ดปาร์คที่มีอาหารคอลลาโบะขายคนเยอะมากกกกกกก พวกเราเลยไปจบลงที่แมคโดนัลด์หน้าสถานีแทน

สุดท้ายยยย แปะรูปที่ถ่ายมาบางส่วน

จริงๆ ในงานมีโน่นนี่นั่นเยอะแยะมาก แต่เรามัวแต่วิ่งดูสเตจจนไม่ทันเก็บรายละเอียดเท่าไหร่ มีตั้งหลายบูธที่เล็งไว้ กะว่าดูสเตจครบหมดแล้วค่อยกลับมาไล่ดู แต่สุดท้ายก็เหนื่อยจนหมดแรงจะเดินวนรอบงานอีกรอบ เพราะงานจัดในฮอลล์ใหญ่ๆ ตั้งสองฮอลล์ วิ่งข้ามฮอลล์ไปมาทั้งวันก็ขาจะหลุดแล้ว T_T

สิ่งที่เสียดายที่สุดคือไม่ได้ไปต่อคิวทดลองเล่นเกมไชน์นิ่งไลฟ์ที่บูธอุตะปุริ (;__;) แต่บูธนั้นคนเยอะมากกกกกกกกกกก ถ้าไปต่อก็จะอดเจอนักพากย์หลายคนเลย เรายอมรอเล่นทีหลังก็ได้ ยังไงสักวันก็ได้เล่น แต่นักพากย์ใช่ว่าจะได้เจอกันบ่อยๆ

คิดว่าถ้าไปสองวันน่าจะได้ดูงานละเอียดๆ กว่านี้ แต่อีกวันก็มีสเตจน่าดูเยอะอยู่ดีนั่นแหละ ถ้าอยากดูบูธให้ทั่วถึงคงต้องตัดใจจากสเตจไปบ้าง แต่สำหรับเรายังไงๆ นักพากย์ตัวเป็นๆ ก็สำคัญกว่าบูธเปล่าๆ นะ 5555555555

ข้อสรุปและสิ่งที่เรียนรู้จากครั้งนี้

  • ลงที่สถานีอาริอาเกะเดินไปต่อคิวได้ใกล้กว่า
  • ควรวางแผนไปงานแต่เนิ่นๆ จะได้สมัครสเตจแบบสุ่มทัน
  • ซื้อตั๋วที่แฟมิลี่มาร์ทถูกกว่าซื้อผ่านเว็บเพราะไม่ต้องเสียค่าออกตั๋วเพิ่ม
  • ควรไปแต่เช้าเพราะช่วงแรกๆ คนยังโล่ง เดินเช็กตารางแต่ละบูธง่ายกว่ามากๆ
  • และของแจกฟรีบางบูธหมดเร็วมาก
  • เตรียมอุปกรณ์กันหนาวระหว่างนั่งรอไปให้ดีๆ
  • เตรียมเสบียงไปด้วยก็ดี
  • ถ้าเป็นไปได้ควรซื้อ Fast ticket
  • บูธไหนมีถุงใหญ่ๆ แจกฟรีให้รับๆ มาก่อน เพราะมันเอามาใส่ของแจกได้ทุกสิ่งอย่าง
  • งานนี้ของแจกฟรีเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นใบปลิวโฆษณา แต่บางบูธจะให้มาเป็นเล่มๆ เลย
  • การดักตรงทางออกบูธหลังจบทอล์กนั้นได้ผลคุ้มค่า
  • เคนนุมีตัวตนอยู่จริง

ขอบคุณถุงใบใหญ่จากบูธ Marvelous ที่ช่วยให้เรารับของแจกฟรีจากบูธต่างๆ ได้อย่างสบายใจ

ได้อะไรมาก็ยัดลงถุงใบนี้หมด ใบมันใหญ่จนเรายัดถุงผ้าของตัวเองลงใบทั้งใบแล้วยังใส่ของได้อีกเยอะมาก แต่ตอนนี้เราทิ้งถุงไปแล้วเพราะมันเยินสุดๆ หลังจากฟาดฟันกับฝูงชนในงานมาทั้งวัน และเราขี้เกียจขนข้ามจังหวัดกลับมาด้วย (แค่ถือขึ้นรถไฟไปเจอเพื่อนไม่ติ่งเราก็เขินจะแย่ละ 5555555555)

ขอบคุณสตามิวที่มาจัดสเตจในงานนี้ เพราะเรื่องอื่นคงไม่ดึงดูดให้เราถ่อไปได้ง่ายๆ ดีใจจังที่ได้เจอเคนนุซะที♥ และอีเวนท์สนุกเกินคาดมากกกกกกกกกกกกกกก ค่าตั๋ว 1800 เยนคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เหมือนได้เจอนักพากย์แบบบุฟเฟ่ต์ วันนั้นวันเดียวพูดกับเพื่อนว่า “เป็นโอตาคุเนี่ยสนุกจัง” ไปประมาณล้านรอบ 555555555555

ปีหน้าก็อยากไปอีกนะ! ถ้าว่างจะไปให้ได้เลย

MBS Anime OP&ED 応援シアター

เคยคิดอยู่หลายครั้งเวลาเห็นนักพากย์ที่ชื่ออุเมะฮาระ ยูอิจิโร่ผ่านหน้าจอว่า อยากไปพิสูจน์ออร่าความหล่อของตัวจริงดูสักครั้ง

ในที่สุดวันนี้ความคิดนั้นก็สำเร็จผลแล้ว!

อีเวนท์ที่ไปวันนี้เป็นอีเวนท์ที่จัดโดยช่อง MBS เนื้อหาหลักของอีเวนท์คือการเปิด OP&ED ของอนิเมะเรื่องต่างๆ ในโรงหนังแล้วให้ผู้ชมช่วยกันโบกเพนไลท์เชียร์ ร้องเพลง ตบมือ กรีดร้องกันตามแต่จิตศรัทธา

img_2945

งานนี้มีนักพากย์มาร่วมสามคนได้แก่ คาวานิชิ เคนโงะซัง มุราตะ ไทชิซัง และอุเมะฮาระซังนี่แหละ (เห็นว่าเจ้าตัวไม่ชอบให้คนไม่สนิทเรียกว่าอุเมะจังต่อหน้า ถึงตอนนี้เราจะอยู่ลับหลัง แต่เราก็ไม่ได้ตามผลงานเค้าเยอะแยะเท่าไหร่ ยังไม่ค่อยสนิทขนาดนั้น เรียกซังแล้วกัน) 

สารภาพกันตรงๆ ว่าไม่ได้สนใจอีกสองคนเลย 555555555 งานนี้ไปเพื่ออุเมะฮาระซังจริงๆ ขอบพระคุณจ.ซังที่มาชักชวนและเป็นผู้กดตั๋วรอบอิปปังได้ ไม่งั้นเราคงอดไปยลโฉมอุเมะฮาระซัง เป็นมนุษย์ที่กดตั๋วอิปปังอะไรไม่เคยจะได้เลย (T∇T)

งานวันนี้เริ่มทุ่มครึ่ง ไปถึงโรงหนังตอนเกือบๆ ทุ่มนึง เจอคนที่ดูท่าทางน่าจะมางานเดียวกันอยู่หลายคน มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายปนๆ กัน แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้หญิงอยู่ดี (แหงสิ ถ้าส่วนใหญ่เป็นผู้ชายเราจะตกใจมาก มีแต่นักพากย์ชายนะงานนี้ 5555555) ตอนแรกว่าจะหาซื้ออะไรที่โรงหนังกินก่อนเข้าไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้ออะไร ส่วนจ.ซังซื้อน้ำแก้วใหญ่เข้าไปแก้วนึง แต่ตอนงานเลิกเหลือเกินครึ่งแก้วเพราะมัวแต่โบกเพนไลท์กันจนไม่ได้กินน้ำ เป็นงานที่ไม่มีช่วงเวลาให้ได้พักได้ผ่อนเลย ไม่เหมือนตอนไปดูไลฟ์วิวคุณมิยาโนะที่นั่งจกป๊อปคอร์นรัวๆ

ตอนใกล้ๆ ได้เวลาเริ่ม พนักงานโรงหนังก็จะเรียกให้เข้าโรง ที่นั่งเราอยู่แถว K ซึ่งเป็นแถวเกือบหลังสุด พอนั่งแล้วก็บ่นกันสองคนว่าไกลจัง แต่เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้ไกลเลยเมื่อเทียบกับที่นั่งชั้นบนสุดของไซตามะซูเปอร์อารีน่า (เวลาดูอีเวนท์ใดๆ จะชอบเอาที่นี่มาเทียบตลอด เพราะไกลสุดเท่าที่เคยไปอีเวนท์มา…) ตั้งรกรากที่แถว K เสร็จแล้วก็นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ คนก็ทยอยเข้ามากันเรื่อยๆ

แล้วอยู่ดีๆ คุยไปคุยมา นักพากย์ทั้งสามคนก็เดินเข้ามาในโรงหนังแบบไม่มีการเกริ่นอะไรก่อนเลย 555555555555 ตอนนั้นไฟในโรงหนังก็ไม่มีการเปิดให้สว่างขึ้นหรือหรี่ลงหรืออะไรที่ดูเหมือนจะเริ่มงาน คนดูบางคนก็ยังนั่งกันไม่เสร็จเรียบร้อยดี ไม่มีซึ่งพิธีกรมากล่าวเปิดงานใดๆ มีแต่นักพากย์สามคนนี้แหละ ถือไมค์คนละตัวเดินเข้ามาแบบไม่เปิดโอกาสให้คนดูตั้งตัว

เพราะงั้น วินาทีแรกที่ได้เห็นอุเมะฮาระซังเลยรู้สึกว่า เอ๊ะ? อ๊ะ? หือ? นี่จะไม่มีการเกริ่นนำอะไรกันก่อนเลยเหรอ…?

งานนี้ทั้งสามคนใส่เสื้อคลุมกันดั้ม Iron-Blooded Orphans มาร่วมงาน

↑ สามคนที่มาวันนี้คือสามคนซ้าย เราเพิ่งมารู้หลังเลิกงานว่าเค้าไปอีเวนท์ที่อนิเมทแถวนั้นกันก่อนแล้วค่อยมางานนี้ ตอนแรกนึกว่าถ่อมาถึงคันไซเพื่องานนี้อย่างเดียวซะอีก

อีเวนท์วันนี้เหมือนกันดั้มภาคนี้จะเป็นตัวชูโรง ช่วงทอล์กก่อนเริ่มอันสุดแสนสั้นก็เลยคุยกันเรื่องกันดั้มเยอะมาก มีพูดบทพูดจากในเรื่องด้วย แล้วเราก็ไม่เข้าใจเพราะไม่ได้ดูภาคนี้……. เล็งๆ จะดูมาหลายทีแล้วตั้งแต่ตอนเห็นในทวิตเตอร์กรี๊ดๆ คู่ชิโนะยามะกัน แต่ป่านนี้ยังไม่ได้ดูจนมันจะฉายจบอยู่แล้วเนี่ย (´・ω・`)

อยากเขียนรีพอร์ทช่วงทอล์กโดยละเอียดนะ แต่มานึกๆ ดูแล้วทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก และเค้าคุยสิ่งที่เราไม่เข้าใจกันเยอะมากเลยไม่รู้จะเขียนอะไร 5555555555 รู้แต่ว่าได้เจออุเมะฮาระซังแล้วแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ คืองานนี้ทอล์กไม่น่าจะถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำมั้ง ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ คืออุเมะฮาระซังหล่อจริง! (จริงๆ แล้วที่มาเขียนนี่แค่อยากบันทึกไว้เป็นอนุสรณ์ว่าได้ไปเจออุเมะฮาระซังตัวจริงมาแล้ว 55555555555)

ช่วงทอล์กส่วนที่เราพอเข้าใจเพราะมันไม่เกี่ยวกับกันดั้ม คือตอนที่ทั้งสามคนช่วยกันพูดเกี่ยวกับงานวันนี้ มีการอธิบายมารยาทในการร่วมงาน บอกให้ทุกคนช่วยกันทำให้งานวันนี้สนุกสนาน แล้วก็แนะนำว่าวันนี้จะมีเพลงจากอนิเมะเรื่องอะไรบ้าง ตอนที่บนจอฉายลิสท์เพลงให้ดู ทั้งสามคนก็คุยกันว่าชอบเพลงไหน ชอบศิลปินคนไหน อันนี้เราจำได้แต่ว่าเคนโงะซังชอบลาร์ค ส่วนอุเมะฮาระซังชอบใครสักคนที่เราจำชื่อไม่ได้ แป่ววว

ทั้งสามคนมาพูดนิดพูดหน่อยแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันดื่มด่ำกับอุเมะฮาระซังตัวเป็นๆ จนสาแก่ใจเลย ฮือออออ แต่เจอตัวจริงแล้วก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่มีต่อเค้าเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่นะ คือหล่อยังไงก็หล่ออย่างงั้น เท่าที่เราดูรายการของเค้าไม่กี่รายการจะรู้สึกว่าเค้าเป็นคนนิ่งๆ เนิบๆ ไม่ค่อยมีช่วงไฮเทนชั่นขึ้นมาเท่าไหร่ และอุเมะฮาระซังที่เจอในวันนี้ก็เป็นแบบที่เจอตามรายการต่างๆ นั่นแหละ คือนิ่งๆ เนิบๆ 5555555555 สมฉายา 梅爺 จริงๆ!

ถึงจะได้เจอกันแค่แว้บๆ แต่ก็ดีใจที่ได้พบนะคะอุเมะฮาระซัง (〃ω〃) เอาไว้สตามิวซีซั่นสองฉายเมื่อไหร่เราคงสนิทกันมากขึ้นจนถึงขั้นเรียกอุเมะจังลับหลังได้ (เหรอ….)

พอจบช่วงทอล์กแล้วก็เข้าช่วงเปิด OP&ED ให้ดู รวมทั้งหมด 42 เพลง ภาพที่ฉายจะเป็นแบบไม่มีเครดิตและมีเนื้อเพลงให้ด้านล่าง นี่มันงานคาราโอเกะเป็นหมู่คณะชัดๆ

เรื่องที่เปิดในงานนี้มีหลายเรื่องมาก ความจริงแล้วเราก็เคยดูไม่กี่เรื่องนะ แต่เรื่องที่ไม่เคยดูก็สามารถมันส์ไปกับคนอื่นได้ ขอเพียงบรรยากาศในโรงมันส์ อะไรๆ ก็มันส์หมด 5555555555 ยิ่งพอถึงเรื่องที่เราเคยดูหรือติ่งอยู่แล้วนะ โอ้โห สนุก!

ขอเขียนถึงบางเพลงและเรื่องที่นึกออกเป็นข้อๆ

  • เพลงที่มันส์สุดสำหรับเราคือมาจิเลิฟ 1000% และ 2000% สองเพลงนี้คอลสนุกมาก! ทุกคนในโรงดูร้องเพลงนี้ได้ เสียงกรี๊ดเร็นกับมาซาโตะเยอะมาก
  • พวกเพลงแนวสงคราม หุ่นยนต์โน่นนี่นั่นก็สนุก!! เราชอบตอนเพลง invoke ของกันดั้มซี้ดมากๆๆ คือตอนคิระออกมาคนดูก็แค่โบกเพนไลท์ร้องเพลงกัน แต่ฝั่งซาฟท์ออกมาปุ๊บ โอ้โหหหหห สาวๆ ในโรงแข่งกันกรี๊ด อัสสุรานนนนนนนน อิซ้ากกกกกกกกก ดีอักก้าาาาาาาาา นิโคลลลลลลลลล กรี๊ดกันจนเราสงสารฝั่งพระเอก 555555555555 (แน่นอนว่าเราก็กรี๊ดอัสรันไปเยอะมาก)
  • ตอนก่อนเริ่มงานมีโฆษณามาครอสเดลต้า แต่งานนี้ไม่มีเพลงภาคเดลต้า มีแต่ภาคฟรอนเทียร์ ซึ่งดีมากเพราะเราชอบเชริล แล้วช่วงก่อนเริ่มเพลงมันจะมีภาพให้ดูก่อนว่าต่อไปจะเป็นเพลงอนิเมะเรื่องอะไร พอขึ้นมาเป็นมาครอสฟรอนเทียร์ปุ๊บ ได้ยินเสียงคนกรี๊ดว่า อารุโตะซาม้าาาาาาาาาาา ก่อนเลย สมแล้วที่ประชากรส่วนใหญ่ในโรงวันนี้เป็นผู้หญิง มาเพื่อกรี๊ดผู้ชายกันจริงๆ 555555555555
  • อีกเรื่องที่กรี๊ดกันเป็นบ้าเป็นบอทั้งโรงคือคุโรบาส เรื่องนี้ฉายสองเพลงคือ Can Do กับ The Other self กรี๊ดคิเซกิกันสนุกสนาน เราว่าเรื่องที่กรี๊ดกันสติหลุดสุดคืออุตะปุริกับคุโรบาสนี่แหละ (มั้ง หรือเป็นแค่เราคนเดียวไม่รู้นะ……)
  • มีหลายเรื่องมากที่พอเพลงขึ้นมาแล้วทุกคนดูงงๆ ไม่รู้จะเปิดเพนไลท์สีอะไรดี บางทีคนข้างๆ ก็หันมามองเรา แต่เราก็งงๆ อยูเหมือนกัน 55555555555 เรื่องไหนเราไม่ได้ดูก็เปิดๆ ตามคนส่วนใหญ่ไปนั่นแหละ
  • เสียดายตอนเพลงนานะสึโนะไทไซขึ้นมา เพนไลท์เราดันถ่านหมดพอดี!!!! อุตส่าห์อยากเปิดสีชมพูของกิลธันเดอร์อปป้า ฮืออออออออ
  • แล้วระหว่างเปลี่ยนถ่านเพนไลท์ เพลงชินเกคิโนะเคียวจินก็ดังขึ้นมา อ๊ากกกกกก
  • เพลงกุเรนโนะยูมิยะตลกมาก เพลงนี้ไม่มีเนื้อร้องมาให้ (ไม่รู้ว่าเพลงนี้มีปัญหาอะไรกับเนื้อร้อง ในคาราโอเกะก็ไม่มีเนื้อร้องให้เหมือนกัน) แต่พอใกล้ๆ ถึงท่อน “เย้กาาาาา” มันจะมีตัวอักษรขึ้นมาตรงมุมจอว่า อีกสามวินาทีจะถึงท่อน เยเกอร์ แล้วก็นับถอยหลังให้ทุกคน เย้กาาาาาา!!!! พร้อมกัน ขำก๊ากกันทั้งโรง เยเกอร์กันเสียงดังมากแบบน่าจะได้ยินไปถึงสามโรงถัดไป
  • เพลงที่มันส์อย่างไม่น่าเชื่อคือเพลงของเซนโกคุบาซาร่า ซึ่งเราไม่เคยดูและไม่เคยฟังเพลงเรื่องนี้เลย แต่ความที่เพลงมันส์ คนดูมันส์ เราเลยมันส์ไปด้วยแบบงงๆ
  • เพลงโฮสึกิโนะเรเทตสึสนุกมากกกกกกกกก เพลงนี้น่ารักมากๆๆอยู่แล้ว พอทุกคนมาช่วยกันร้องในโรงหนังแล้วยิ่งได้บรรยากาศสนุกสนานร่าเริง ชอบมาก
  • เพลงอัสลานเซนคิก็กรี๊ดผู้ชายกันสนุกอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนภาพขึ้นมาว่าต่อไปจะเป็นเพลงนี้ เรานี่ตะโกนเด็งกะะะะะะ!!!คนแรกเลย แล้วพอบนจอฉายภาพดารูน คนข้างหลังเราก็ตะโกนว่า โฮโซยะ!!!!! เค้าตะโกนโฮโซยะกันหลายรอบมาก พอถึงฉากที่กีฟออกเราเลยตะโกนว่า เคนนุ!!!!! รู้สึกเหมือนเป็นการแข่งขันอะไรสักอย่าง 55555555555
  • ช่วงคั่นรายการมีวิดีโอเมสเสจจากซากุไรซังด้วย! ซากุไรซังก็พูดถึงกันดั้ม Iron-Blooded Orphans อีกเหมือนกัน (โอย เราควรไปดูกันดั้มภาคนี้ซะที ตัวที่ซากุไรซังพากย์หล่อด้วยไงประเด็น ไหนจะน้องยามางิสุดน่ารักอีก) ซากุไรซังบอกว่าเค้าชอบเพลงคิมิโนะชิราไนโมโนกาตาริ กับเพลงของซิโดเนีย แล้วก็บอกว่าเพลงที่จะได้ฟังกันเป็นเพลงต่อไปเนี่ย มาจากเรื่องที่เค้าผูกพันมาก เราเลยเดาว่าอาจเป็นโค้ดเกียส แล้วก็ใช่จริงๆ!
  • แต่เพลงเกียสเนี่ยเราไม่ได้กรี๊ดสุซาคุหรอกนะ 555555555 ตอนนั้นเริ่มๆ จะหมดแรงเพราะก่อนหน้านั้นมีเพลงพีคๆ ติดกันรัวๆ พอถึงเพลงเกียสเลยนั่งโบกเพนไลท์อย่างเดียว เปิดสีม่วงของลูลูชไปเพราะไม่รู้ว่าสีของสุซาคุควรจะเป็นสีอะไร………
  • ตอนเพลงกันดั้ม 00 เราเปิดสีเขียวของล็อคออนแบบไม่ต้องลังเลใดๆ แล้วพอถึงเพลงของซีซั่นสอง จ.ซังก็หันมาบอกว่า เค้าไม่ใช่ล็อคออนคนเดิมแล้วนะ….. เออจริงด้วย เศร้าเลยทีนี้ (TωT) แต่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินก็สงสารล็อคออนเบอร์สอง สุดท้ายเลยเปิดๆ สีเขียวไปจนจบเพลงแม้เราจะไม่ได้ชอบล็อคออนเบอร์สอง
  • เพลง Preserved Roses อาดรายหล่อมากเลยฮือออออออออ เลิฟฟฟฟฟฟฟ♥♥♥ น้องแอลเอลฟ์ก็น่ารักจัง (≧ω≦) เราไม่ชอบอนิเมะเรื่องนี้เท่าไหร่ ดูไม่จบด้วย แต่ปู้จายเค้าดีจริง อยากกรี๊ดอาดรายให้คนทั้งโรงรู้อยู่เหมือนกัน แต่ชื่อออกเสียงยากจัง กรี๊ดเงียบๆ ในใจพอ
  • เพลงสุดท้ายคือเพลงของกันดั้ม Iron-Blooded Orphans ตอนช่วงทอล์กทั้งสามคนบอกไว้แล้วว่าเพลงนี้จะเป็นเพลงสุดท้าย ขอให้ทุกคนช่วยกันร้องด้วย อุเมะฮาระซังบอกว่าอาจจะร้องยากไปหน่อย ถ้าร้องไม่ได้อย่างน้อยก็ร้องตรง “โอ—” ช่วงขึ้นท่อนฮุคพอ แล้วเค้าก็ร้องว่า “โอ—-” แบบลากเสียงยาวๆ ให้ฟัง ตลกดี 55555555
  • สิ่งที่ตลกสุดในเพลงสุดท้ายคือหลังจากคนข้างหลังกรี๊ดว่า โฮโซยะ!! มาหลายเพลง พอมาถึงเพลงนี้เค้าก็ซุบซิบๆ กันว่า โฮโซยะ? โฮโซยะ? เสียงเบาๆ แบบไม่ค่อยแน่ใจ พอมั่นใจว่าใช่โฮโซยะแน่ๆ แล้วถึงตะโกนขึ้นมาว่าโฮโซย้าาาาาาา!!!!! เราขำแบบที่นั่งสั่นหนักมาก 5555555555555

พอจบเพลงสุดท้ายก็จบแล้วจบเลย นักพากย์ทั้งสามคนไม่ได้กลับมาหาอีก ลาก่อน คนดูก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่เป็นงานที่สนุกเกินคาดมากกกกกกกก สนุกแม้แต่ช่วงเพลงที่ไม่รู้จัก กรี๊ดเยอะมาก ร้องเพลงสนุกมาก เยเกอร์มันส์มาก โบกเพนไลท์หนักมากจนถ่านหมดคามือ เรื่องที่เอามาฉายวันนี้มีหลายเรื่องมากที่เคยดูแล้วอยากกลับไปดูอีก เรื่องที่ยังไม่ได้ดูแล้วคิดไว้ว่าจะดูก็เยอะแยะ แต่อันดับแรกเลยควรไปดูกันดั้มก่อน แมกกี้รอเราก่อนนะ!

(Live Viewing) MAMORU MIYANO LIVE in TAIWAN ~REMIXING!~

เมื่อวันก่อนไปดูไลฟ์วิวคุณมิยาโนะ มาโมรุมาแหละ!

img_2771img_2770

ไลฟ์วิวรอบนี้คือไลฟ์วิวคอน Remixing! ที่ไต้หวัน ซึ่งจริงๆ แล้วก็เซ็ตลิสท์เกือบจะเหมือนๆ ทัวร์ Mixing! นั่นแหละ มีเปลี่ยนนิดหน่อย มีกู๊ดส์ใหม่เล็กน้อย (แต่แค่นี้ก็น่าอิจฉาชาวไต้หวันมากแล้ว ทำไมสเปเชียล ฮือออออออ) ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะไปดูเลย แต่วันก่อนโน้นนนน ไปดูการ์ดแคปเตอร์ซากุระในโรงหนังกัน แล้วดันบังเอิญหันไปเจอใบปลิวโฆษณาไลฟ์วิวคราวนี้เข้า หลังจากนั้นภายในสิบนาทีต่อมาก็จ่ายตังค์และออกตั๋วที่แฟมิลี่มาร์ทกันเสร็จเรียบร้อย สติอยู่ไหนเห่นโลวววววว

อันที่จริงเมื่อเดือนตุลาปีที่แล้วเราไปดูไลฟ์ Mixing! รอบโกเบมาด้วย แต่ตอนนั้นไม่ได้เขียนรีพอร์ทเพราะคุณมิยาโนะบอกว่าไม่อยากให้สปอยล์ ยังเหลืออีกหลายรอบ ไม่อยากให้คนที่ยังไม่ได้ดูหมดสนุก เราก็โอเคๆ ไว้จบรอบสุดท้ายแล้วค่อยเขียนก็ได้ แต่กว่าจะจบรอบสุดท้ายที่โยโกฮาม่าอารีน่าก็หลังจากนั้นเกือบสองเดือน จากที่ตอนแรกอยากเขียนรีพอร์ทเก็บไว้ละเอียดๆ ก็หมดอารมณ์จะเขียนไปละ ฮาาา

แต่ไหนๆ เมื่อวานก็ไปดูรอบไต้หวันมา คราวนี้ก็พูดถึงคราวก่อนรวมๆ กันไปด้วยเลยแล้วกัน

แปะเซ็ตลิสท์ก่อน อันนี้ของรอบไต้หวัน วันแรก

SHOUT!
Burning Point -TRAP REMIX-
Sugar, Sugar
Tempest
BLACK OR WHITE
Kiss×Kiss
HOW CLOSE YOU ARE
passage
FRONTIER
J☆S
UPSIDE DOWN
STY Non Stop Remix (DISCOTIQUE09/EGOISTIC/BODY ROCK/MOONLIGHT /UNSTOPPABLE/BREAK IT!/NEW ORDER)
Identity
Crazy Wonder Night
Shine
The Birth

(Encore)
Kanon
Gravity

ของรอบโกเบก็ไม่ได้ต่างจากนี้เท่าไหร่ แค่ไม่มีเพลง Kanon แต่มีเพลง Don’t Stop แทน กับช่วงบัลลาดเป็นเพลงรินเนะกับ Rain ไม่ใช่ passage กับ FRONTIER ถึงจะต่างกันนิดเดียวแต่ชอบเซ็ตลิสท์ไต้หวันมากกว่าอะะะ ฮืออออ

ไลฟ์วิวนี่เราไปดูที่โรง Toho ซึ่งได้โรงใหญ่พอสมควร ที่นั่งเหลือเยอะอยู่ เราได้นั่งแถว D อันสุดแสนใกล้จอ ใกล้ระดับนอนเงยหน้ามองจอ สามแถวหน้าเรามีคนนั่งคนเดียวเอง แต่ด้านหลังเราคนเยอะนะ น่าจะมีคนประมาณ 4/5 ของในโรง ใช่ว่าที่จะเหลือเยอะถึงขั้นโหรงเหรง

คราวนี้ไปกับจ.ซังและม.ซัง ซึ่งตอนแรกก็ลุ้นกันว่าแถวที่เรานั่งหรือด้านหน้าเราจะมีคนมานั่งมั้ย และสุดท้ายแถวเราก็มีคนมานั่ง! ด้านข้างจ.ซังเป็นผู้ชายสองคน ผู้หญิงหนึ่งคน มาถึงเค้าก็หยิบหุ่นอุลตร้าแมนออกมาวางตรงที่วางแก้วและควักเพนไลท์ออฟฟิเชียลออกมา ฟิตเวอร์! ในขณะที่พวกเราไม่มีใครมีเพนไลท์ออฟฟิเชียลเลย มีคิงเบลดธรรมดาคนละอัน คือมากันแบบงงๆ และไม่คิดจะลงทุนซื้อกู๊ดส์ 55555555555

ระหว่างรอเวลาเริ่มตอนทุ่มนึงก็มีโฆษณาไลฟ์วิวต่างๆ นานา มีโฆษณาเทนิมิวด้วย แต่เด็กๆ รุ่นนี้เราไม่รู้จักใครแล้ว ไม่ได้ติดตามเลย รอริคไคมาแล้วค่อยไปติดตามละกันนะ TvT

สักพักโฆษณาก็ตัดภาพไปที่เวทีที่ไต้หวัน บรรยากาศเป็นไลฟ์เฮาส์เล็กๆ ดูใกล้ชิดมากกกกกกก ฮือออออออ อิจฉาาาาาาา ตอนเราไปดูที่โกเบนี่อยู่โคตรห่างไกล อยู่โซนหลังสุดของอารีน่าเลย TωT แต่เอาเถอะ วันนี้เราได้ดูผ่านจอ เห็นชัดเห็นใกล้ยิ่งกว่าแถวหน้าสุดในนั้นอีกนะเออ!! (เป็นการคิดปลอบใจตัวเองที่น่าเศร้ามาก)

ขอพูดถึงไลฟ์เป็นข้อๆ ละกัน อาจจะพูดถึงไม่ครบทุกเพลง เอาเท่าที่จำได้และประทับใจ

  • ตอนเริ่มมาจะมีวิดีโอเปิดไลฟ์ก่อน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเป็นราวนิดนึง แบบเป็นคุณมิยาโนะโดนจับโยนเข้าไปในกรง ซึ่งมันจะโยงมาต่อกับการเปิดตัวจากในกรงบนเวทีด้วยเพลง Shout! (ฟังแล้วก็นึกได้ว่าดองอนิเมะแวนการ์ดไว้ ฮือ อิบุกิเราขอโทษ)
  • ตอนไปดูสดที่โกเบเรากรี๊ดฉากเปิดตัวมากกกกกกกกกก เป็นการเปิดตัวที่เท่มากเลยนะ มายืนร้องเพลงในกรง ชุดก็เท่ ท่าเต้นก็เท่ แต่พอมาดูผ่านจอแล้ว………. นั่งขำ 55555555555555 เป็นไลฟ์ที่เราขำเยอะมาก ตอนดูสดกรี๊ดแบบลืมขำเลยนะ แต่ดูผ่านจอแล้วเหมือนมีสติมากขึ้น จิตใจสงบนิ่งขึ้น พอใจนิ่งเราก็เลิกกรี๊ดลืมหูลืมตา เปลี่ยนมาขำแทน
  • บางทีก็คิดว่าเอ๊ะ เราเส้นตื้นเกินไปรึเปล่า ทำไมเห็นคุณมิยาโนะทำอะไรก็ขำ แต่พอมาดูในโรงกลับพบว่าทุกคนขำ มีเสียงหัวเราะดังมาจากในโรงตลอดเวลา อย่างตอนคุณมิยาโนะถลกเสื้อ คนที่ไต้หวันกรี๊ด แต่คนในโรงหนังขำ ขำกันอย่างจริงจัง บรรยากาศเหมือนมาดูตลก
  • เพลง Sugar, Sugar น่ารักมากกกกกกกกก (สีเพนไลท์เพลงนี้คือสีชมพูแหละ น่ารัก!) เพลงน่ารัก ท่าน่ารัก คุณมิยาโนะยิ้มน่ารัก เล่นหูเล่นตาเยอะมาก มีการขยิบตาใส่กล้องด้วย ฮึ้ยยย แต่เกลียดการเดินไปเด้งเป้าริมขอบเวที 55555555555555 เด้งเป้าทีคนก็กรี๊ดที แต่ขอโทษ เราขำอีกแล้ว
  • และ Tempest ฮืออออออออออออ รักเพลงนี้มาก ชอบที่สุดในทั้งสองรอบที่ดู เราชอบเพลงนี้มากๆ อยู่แล้ว ตอนไปดูรอบโกเบก็ประทับใจมากๆ แต่พอมารอบนี้เราดูโดยที่ตีความเพลงไม่เหมือนเดิมแล้ว (เพราะได้ดูตอนโอโตยะแล้ว เข้าใจแล้วว่าเพลงสื่อถึงโอโตยะยังไง) คราวนี้เลยฟังเพลงนี้ด้วยใจที่ร้าวกว่าเดิม (;__;) เป็นเพลงที่ไม่ได้ขำอะไรเลย แม้จะมีเอฟเฟคต์ลมเป่าๆ จนผมและชุดคุณมิยาโนะปลิวสลวยสวยเก๋ตลอดเวลาก็ตาม
  • แต่เราชอบ Tempest รอบโกเบมากกว่านิดหน่อย สาเหตุแรกคือเพราะฟังสด อีกสาเหตุคือเวทีที่โกเบอลังการกว่า เป็นเวทีใหญ่ๆ ที่มีบันไดให้เดิน มีภาพฉากหลังเป็นเสากรีกโบราณหักๆ พร้อมเอฟเฟคต์ฝนตก พอดูไกลๆ แล้วเลยดูเป็นการร้องเพลงที่อีปิคกว่า ในขณะที่รอบไต้หวันร้องในไลฟ์เฮาส์ เวทีเล่นโน่นนี่มากไม่ได้ เลยมีแค่ลมเป่าๆ พอเป็นพิธี แต่เราชอบที่คุณมิยาโนะร้องๆ แล้วก็ทรุดลงคุกเข่านะ ดูเศร้าดี บีบหัวใจ (;__;)
  • เพลง BLACK OR WHITE นี่อื้อหืออออออออ อื้อหือแบบอื้อหือออออออออ ไม่รู้จะบรรยายยังไง คุณมิยาโนะร้องเพลงอยู่ดีๆ ก็รูดซิปเสื้อลงมาเกือบสุดก่อนจะ…. ลูบไล้ตัวเอง……. จ.ซังที่นั่งข้างๆ ถึงกับหันมาถามข้าพเจ้าว่า “นี่ลูกเมียเค้าดูอยู่รึเปล่า?” อืม น่าคิด
  • HOW CLOSE YOU ARE เพราะมากกกกกกกกกกก
  • HOW CLOSE YOU ARE เพราะมากกกกกกกกกกกกกกกกก (สำคัญมากเลยต้องพูดสองรอบ)
  • ขนาดไม่เคยดูอะจินยังอินมาก ฮืออออออ ชอบเพลงนี้ ชอบคุณมิยาโนะร้องแนวนี้มากกว่าเพลงตื๊ดๆ อะะะะ (แต่แนวตื๊ดพอเป็นไลฟ์ก็มันส์ดี สรุปก็ชอบหมดแหละ)
  • ส่วน passage กับ FRONTIER เป็นเพลงในช่วงบัลลาด ซึ่งช่วงนี้จะมีนักดนตรีออกมาด้วย! จุดนี้ที่ไต้หวันก็ต่างจากที่โกเบอีกแล้ว คือที่โกเบเนี่ยจะมีวงดนตรีเล่นด้วยทุกเพลง แต่ที่ไต้หวันจะมีนักดนตรีออกมาเล่นให้แค่ช่วงบัลลาด ซึ่งจะมีแค่กีตาร์กับคีย์บอร์ด
  • มือกีตาร์กับคีย์บอร์ดตลกมากกกกกกก ความจริงแค่ตอนมือกีตาร์ออกมาแล้วม.ซังกล่าวว่า “เหมือนสิงโตนำโชค” เราก็ขำมากแล้ว พอเค้าเปิดปากพูดก็ตลกมากอีก ไลฟ์คุณมิยาโนะนี่ตลกกันทั้งหมด ทั้งศิลปิน นักดนตรี แดนเซอร์ คนดู ทุกคนพร้อมใจกันฮา เราชอบมาก!!
  • บัลลาดทั้งสองเพลงดีมาก (จริงๆ แล้วทุกเพลงในไลฟ์ก็ดีมาก)  passage จะร้องกับกีตาร์อย่างเดียว ส่วน FRONTIER มีคีย์บอร์ดมาเพิ่ม สองเพลงนี้เป็นเพลงที่สต๊าฟฝั่งไต้หวันให้แฟนๆ ทำแบบสอบถามว่าอยากฟังเพลงไหนกัน แล้วแฟนๆ ตอบสองเพลงนี้เยอะสุด
  • ที่จริงตอนได้ยินว่าจะร้องเพลงจากแบบสอบถาม เราแอบลุ้นให้มีเพลง Kuon นิดนึง ฝากความหวังไว้กับชาวไต้หวันเต็มที่ แล้วสุดท้ายก็ไม่มี เสียดายยยยยย ฮือ ฮือออออออ ไต้หวันนีสสสสสสส ทำไมล่ะะะะะ พวกเธอไม่ชอบเพลงนี้กันเหรออออออออ เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ทำให้เราหลงรักเสียงร้องเพลงของคุณมิยาโนะเลย อยากฟังสดๆ สักครั้งจัง ฮืออออ ลกซุนของปร้าาาาา (จะว่าไปแล้วฟังในไลฟ์วิวก็ไม่นับเป็นฟังสดนี่หว่า….)
  • ขำการที่ขนาดคุณมิยาโนะนั่งร้องเพลงช้าๆ อยู่บนเก้าอี้ก็ยังจะเตะขาเป็นระยะๆ ทำไมถึงเป็นคนที่ร้องเพลงแล้วชอบเตะขาขนาดนี้คะ!?
  • เพลง J☆S จะมีเนื้อเพลงให้แฟนๆ ร้องไปพร้อมๆ กันด้วย คุณมิยาโนะพูดก่อนเริ่มเพลงว่ามาร้องด้วยกันนะ แล้วแฟนๆ ไต้หวันร้องเพลงนี้กันเต็มที่มาก มากจนคุณมิยาโนะร้องไห้! แบบพอเพลงจบแล้วคุณมิยาโนะก็บอกสุโก้ยๆ ทุกคนร้องได้ด้วย! แล้วก็ยืนเช็ดน้ำตากลางเวที โถๆๆ พ่อคุณ แต่เห็นแล้วดีใจจังที่คนบนเวทีก็ประทับใจ เราชอบเวลาเห็นศิลปินเล่นไลฟ์แล้วมีความสุขนะ (^^)
  • แอนี่เวย์ แฟนไต้หวันพลังงานล้นมากจริง สมควรประทับใจ 55555555555 คือเท่าที่กล้องถ่ายให้เห็นแถวหน้าๆ เนี่ยทุกคนมีกู๊ดส์เต็มตัวไปหมด โบกแท่งไฟกันเต็มที่ พอให้ร้องก็ร้องกันเต็มที่ ให้เต้นก็เต้นกันเต็มที่ เป็นไลฟ์ที่สนุกมาก อยากไปอยู่ตรงนั้นด้วยจัง ฮือออออออออ /ตัดภาพมาที่ข้าพเจ้านอนแผ่อยู่ตรงเบาะโรงหนัง
  • พอจบเพลง J☆S จะมีวิดีโอคั่นรายการนิดนึง เป็นเรื่องราวของแม่มดสาว Mamonsa (รับบทโดยคุณมิยาโนะ) ที่แต่งงานกับชายหนุ่มหน้าหนวดชื่อ Mamo (รับบทโดยคุณมิยาโนะ) ทั้งสองจะจัดปาร์ตี้กันที่บ้าน แต่ปัญหาบังเกิดเมื่อแม่ของ Mamonsa (จำชื่อไม่ได้ว่าขุ่นแม่ชื่ออะไร แต่แน่นอนว่ารับบทโดยคุณมิยาโนะ) มาเยือน นอกจากนี้ยังมีตัวละครป้าข้างบ้าน (รับบทโดยคุณมิยาโนะ) และตำรวจ (รับบทโดยคุณมิยาโนะ) อีกด้วย บ้าบอมาก ขำเยอะมากกกกก ขำแบบตายไปเลย ดูสองรอบก็ยังขำอยู่ แผ่นออกเมื่อไหร่ได้เห็นคลิปนี้เป็นไวรัลแน่นอน
  • เกลียดมุก 奥さまもマモ 555555555555555555555555
  • Mamonsa น่ารักนะ! มีเสียงคนดูตะโกนคาวาอี้ๆๆๆๆ ตลอดเวลา แม้จะแอบหมั่นไส้ในจริตจะก้านแต่ก็น่ารักมากจริง!
  • พอจบคลิป Mamonsa ก็จะเสกให้คุณมิยาโนะมาโผล่บนเวทีอีกครั้ง! แล้วคุณมิยาโนะก็จะสอนคนดูให้เต้นท่อนฮุคเพลง UPSIDE DOWN ไปด้วยกัน เป็นท่ากำแบๆ ชี้โบ๊ชี้เบ๊ ตบมือเปาะแปะ ในโรงหนังก็นั่งเต้นอยู่กับที่กันไป แน่นอนว่าเต้นในโรงไม่มันส์เท่ารอบโกเบเพราะรอบนั้นยืนเต้น
  • ช่วง STY Non Stop Remix มันส์มากกกกกกกกกก โอ้ยยยยย ตื๊ดมาก บรรยากาศโคตรผับ โคตรตื๊ด โคตรสมควรมีดีเจ
  • เพลง EGOISTIC เท่มาก แต่เราขำ ฮืออออออ ขอโทษ ขำอีกแล้ว 5555555555 อันนี้ขำเพราะนึกถึงคลิปในไลฟ์ก่อนๆ ที่ชอบเอาเพลงนี้มาเล่น มีอันนึงที่มีฟุคุจุน ทาคางิชุน กับคาจิคุงเป็นมนุษย์ลิงเต้นเพลงนี้กัน พอนึกถึงคลิปนั้นแล้วเราไม่สามารถมองเพลงนี้ให้เท่ได้อีกเลย หัวเราะทู้กกกกกกกกกกที
  • เพลง Identity รอบโกเบอลังมากกกกกกกกกกก คงเพราะเอฟเฟคต์เวทีอลังมากด้วย รอบนั้นประทับใจมาก แต่รอบนี้อย่างที่บอกว่าเวลาสเกลเล็กกว่ากันเยอะ ภาพที่ได้เลยไม่อลังเท่าไหร่ แต่ก็เป็นเพลงที่ดูเพลินนะ ชอบท่าเต้นเพลงนี้ กิ๊บเก๋ มีความกวนอิมพันมือ
  • ตอนเพลง Crazy Wonder Night มีกิจกรรมให้เล่นอีกแล้ว เป็นไลฟ์ที่กิจกรรมเยอะจัง เสมือนผู้ชมไปเป็นเพื่อนเล่นให้คุณมิยาโนะ 555555555 เพลงนี้คุณมิยาโนะจะแบ่งฟากแฟนๆ เป็นสองฝั่ง แล้วให้ผลัดกันร้องท่อน โวะโอะโอโอะโอ โวะโอโอโอ่ อันนี้รอบโกเบก็เล่นบ้าเล่นบอเยอะกว่า คือที่ไต้หวันแค่แบ่งซ้ายขวาแล้วให้ผลัดกันร้อง ปิดท้ายด้วยร้องด้วยกัน แต่รอบโกเบเล่นตรงนี้นานมากกกกกกกกก มีทั้งขอให้ผู้หญิงร้อง ขอเฉพาะผู้ชายร้อง ขอให้คนที่กินเนื้อโกเบมาในวันนี้ร้องเป็นเสียง Mow Mow ด้วยทำนองนี้ อะไรประมาณนี้ ติ๊งต๊องมาก สนุกมาก
  • และเพลง Shine กรี๊ดดดดดดด อันนี้รอบโกเบคุณมิยาโนะร้องบนรถเลื่อนวนไปรอบๆ ฮอลล์ (และวนมาใกล้เราด้วย!! ใกล้มาก!! กรี๊ดสลบอยู่หลายวัน) แต่รอบไต้หวันเป็นไลฟ์เฮาส์ จะลงมาร้องข้างล่างเวทีก็คงไม่ได้ คุณมิยาโนะเลยต้องร้องบนเวที นอกจากในพีวีแล้วเรายังไม่เคยเห็นคุณมิยาโนะเต้นเพลงนี้ในไลฟ์เลย (แต่อาจจะมีเต้นในไลฟ์ที่เราไม่ได้ดู คือไม่ได้ติดตามดูทุกไลฟ์ขนาดนั้น) ท่าเต้นเพลงนี้แบบไลฟ์น่ารักดีนะ มีการถือปอมปอมสะบัดประหนึ่งเชียร์ลีดเดอร์
  • ตอนก่อนร้องเพลง The Birth คุณมิยาโนะบอกว่านี่เพลงสุดท้ายแล้ว แฟนๆ ก็ตะโกน ย้าดะะะะ ไม่เอานะะะ คุณมิยาโนะก็ถาม やだ? งั้นมาร้องใหม่แต่แรกมั้ย อันนี้ดูเป็นเรื่องปกติของทุกไลฟ์ที่เพลงสุดท้ายจะต้องอาลัยอาวรณ์กันมาก…. แต่รอบโกเบตลกมากตรงที่แฟนๆ จะยกเพนไลท์ขึ้นมาชูเป็นรูป X ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์ Mixing! แล้วตะโกนว่า ดาเมะะะ!!! จนคุณมิยาโนะขำเอิ๊กอ๊ากบอกว่า ท่า Mixing ไม่ได้มีไว้ใช้อย่างนี้นะ! (จริงๆ แล้วแฟนๆ ในรอบโกเบตลกกันมากกกกกก เป็นไลฟ์ที่ประทับใจคนดูมากๆๆๆๆ)
  • ตอนอังกอร์แฟนๆ ไต้หวันตะโกน มาโม! มาโม! มาโม! มาโม! (มีเสียงผู้ชายคนนึงเด่นมาก เหมือนเป็นแกนนำคอยให้จังหวะ) ส่วนชาวโรงหนังพักผ่อนกันตามอัธยาศัย ไม่ค่อยมีใครตะโกนเท่าไหร่ (ตะโกนไปเค้าก็ไม่ได้ยินอะนะ……) ระหว่างนั้นเราปิดเพนไลท์และกำลังนอนแหมะแทบรวมร่างเป็นเนื้อเดียวกับเบาะ (เบาะมันกว้างดี สบายยย) ปล่อยให้แฟนไต้หวันเค้าตะโกนกันไป
  • แล้วอยู่ดีๆ เพลงก็ขึ้นมาเฉ๊ยยยยยยย ฮารุก่าน้า โอโมอี๊ เซจาคุโนะโอค้าเด~~~ เฮ้ยยยยยยยยยยยยย คานอนนนนนนนนนนนนนน กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
  • ตอนเพลงขึ้นมาไม่ได้กรี๊ดออกมาเพราะมัวแต่ตกใจ ได้แต่รีบเปิดเพนไลท์และรำพึงว่า เราตกใจมาก
  • ไม่คิดว่าจะได้ฟังเพลงนี้ ฮือออออออ ดีจัง อิจฉาคนไต้หวันมากๆๆๆๆๆๆ
  • ฮือออออ ชอบบบบบบบบ ชอบเพลงนี้ ดีใจจัง เสียดายไม่มีออร์เฟ่อีกเพลง ไม่งั้นได้ฟังเพลงเปิดอุตะปุริครบเลยเนี่ย 555555555555
  • ส่วนเพลงสุดท้ายเป็นเพลง Gravity อันนี้เหมือนคราวที่แล้ว
  • ในส่วนของทอล์ก งานนี้คุณมิยาโนะพูดจีนเยอะมาก พูดแบบเป็นเรื่องเป็นราว ฟังไม่ออกเลย แต่ขำ ขำไว้ก่อน บอกแล้วโรงนี้ขำกันทุกสิ่งอย่าง คุณมิยาโนะทำบ้าทำบออะไรขำหมดดดด ดีใจที่ทุกคนขำ เราจะได้ไม่ประหลาด 5555555
  • ดูจบแล้วได้ความรู้ภาษาจีนติดตัวมานิดหน่อย หว่อซื่อ=ฉันชื่อ /เช่เช่ต้าเจี้ย=ขอบคุณทุกคน (สำเนียงญี่ปุ่น จริงๆ เพื่อนที่เรียนจีนบอกว่ามันคือต้าเจีย ส่วนเช่เช่นี่คือเซี่ยเซี่ย) /หว่ออ้ายต้าเจีย=ฉันรักทุกคน
  • คำที่ได้ยินบ่อยสุดคือ เช่เช่ และ เช่เช่ต้าเจี้ย แต่บางทีก็เปลี่ยนมาพูด อาริกาโต้ บ้างเหมือนกัน
  • บางทีก็พูดอังกฤษนะ มีตอนไหนสักตอนที่เค้าพูดคำว่า Perfect! ขำอีกแล้ว ขำทำไม แต่ทุกคนขำ เราก็ขำ แล้วก็พูดคำว่า Love ด้วย เอ้า ขำอีก ไม่ได้ขำที่เค้าพูดไม่ชัดหรืออะไรนะ พูดชัดเจนดีมาก แบบเพอร์เฟคต์ก็คือเพอร์เฟคต์จริงๆ ไม่พาเฟคโตะ! ไรงี้ แต่ขำเพราะนี่คือมิยาโนะมาโมรุไง บุรุษผู้ทำอะไรก็ตลกไปหมดไง (เป็นคำชมนะ)
  • แล้วคุณมิยาโนะชอบเล่นมุกเองขำเองเยอะมาก ชอบชี้ตัวเองแล้วพูดว่ามาโมๆ ให้แฟนๆ เรียกตาม เสร็จแล้วก็ขำ เอออออ เส้นตื้นดี 55555555555
  • แดนเซอร์น่ารักนะเออ! คนกรี๊ดเยอะด้วย มีตอนนึงคนดูเอาแต่กรี๊ดแดนเซอร์จนคุณมิยาโนะพูดๆ แล้วต้องหยุดพูด ถามคนดูว่า นี่ฟังอยู่รึเปล่าเนี่ย ด้วยน้ำเสียงเง้างอน โอ๊ยขำ 55555555555
  • แต่ทอล์กไต้หวันสั้นกว่าที่ญี่ปุ่นเยอะมากกกกกก ส่วนใหญ่พูดจีนเป็นประโยคๆ พูดอาริกาโต้ ไซโค ดีใจที่ได้มาจัดไลฟ์ที่ไต้หวันนะ อะไรก็ว่าไป แต่ที่ญี่ปุ่นจะพูดเกี่ยวกับแต่ละเพลงเยอะหน่อย เช่น เพลงนี้แต่งด้วยความรู้สึกงั้นงี้นะ อยากให้เพลงนี้เป็นพลังให้แฟนๆ นะ หรือตอนแนะนำนักดนตรีก็คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวยาวมาก แบบคุยสัพเพเหระเรื่อยเปื่อย ว่าด้วยความรู้สึกที่แต่ละคนมีต่อโกเบ อะไรแบบนี้ พอออกนอกประเทศแล้วคงทอล์กเรื่อยเปื่อยขนาดนั้นไม่ได้ แฟนๆ จะฟังออกรึเปล่าก็ไม่รู้ (แต่เอาจริงแฟนไต้หวันก็ดูฟังออกเป็นส่วนใหญ่นะ ดูถามตอบรับส่งกันได้)
  • แต่ไม่ใช่ว่ารอบไต้หวันด้อยกว่านะ เราว่าที่ญี่ปุ่นกับไต้หวันดูมีข้อเสียแตกต่างกันไป ที่ไต้หวันโปรดัคชั่นอาจอลังการสู้ที่ญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ความใกล้ชิดชนะไปเลย ใกล้ชิดมากกกกกกกก อบอุ่นมากกกกกกกก อิจฉามากกกกกกกกกก ถ้าจัดที่ไต้หวันอีกเราคงต้องบินไปดูมั่งแล้วแหละ!
  • เก็บตกเกี่ยวกับรอบโกเบ รอบนั้นเป็นวันก่อนฮัลโลวีนวันนึง ตอนอังกอร์คุณมิยาโนะเลยคาดที่คาดผมเดวิลกับติดหางออกมาด้วย แต่เล่นหางจนทำหางหลุดเฉยเลย น่าเอ็นดู 5555555555 แถมรอบนั้นมีผู้ชายแต่งคอสเพลย์เป็นอลิสอยู่ข้างหลังเรา แล้วตอนคุณมิยาโนะถามว่ามีใครจะแต่งแฟนซีฮัลโลวีนมั้ย แถวๆ เราก็ตะโกนๆ ชี้ๆ อลิสกันจนคุณมิยาโนะซึ่งอยู่บนเวทีอันสุดแสนห่างไกลสังเกตเห็นในที่สุด แฟนๆ พยายามกันมากจริง ยอมใจ
  • คนข้างๆ ม.ซังรอบโกเบเป็นผู้ชายสองคน ดูเหมือนเค้าจะไม่ได้มาด้วยกัน แต่มันส์กันมาก ปกติตอนท่อน คิสมี! ในเพลง Shine คุณมิยาโนะจะส่งจูบไง แล้วผชสองคนนี้ร้อง โอ้ววววววว!!!! แบบฟินมาก เราแทบลงไปขำที่พื้น ตลกมากแบบไม่ไหวแล้ว เราเป็นผู้หญิงยังไม่ไฮเทนชั่นเท่าเค้า นับถือ

ปกติเราชอบคุณมิยาโนะในฐานะนักพากย์มากกว่าเลยไม่ค่อยได้ตามงานเพลงหรือไลฟ์จริงจังเท่าไหร่ ตามแค่พวกคาแรกเตอร์ซองเป็นหลัก แต่ได้มาดูทั้ง Mixing! และ Remixing! ก็ดีใจนะ ประทับใจทั้งสองรอบเลย อยากตามงานเพลงของเค้ามากขึ้น ถ้ามีโอกาสไปไลฟ์อีกก็จะไปให้ได้เลย (≧∇≦)

ปิดท้ายด้วยรูปจากที่โกเบ

img_1766 img_1767 img_1769

ป.ล. ตอนดูไลฟ์วิวจบ โรงข้างๆ ฉายยูริออนไอซ์ออลไนท์เลยมีแม่ยกยูริเยอะมาก!! เพิ่งเคยเห็นบรรยากาศแฟนๆ เรื่องนี้ ดูมีผ้าเชียร์กีฬากันจริงจังดี เห็นแล้วอยากเข้าไปดูด้วย อยากไปร้องเพลงคิงเจเจในโรงจัง ( ̄∇ ̄)

Maeno Tomoaki・Yamashita Daiki・Ishikawa Kaito Special Talk Show @Otemae University

เมื่อวานไปงานทอล์กที่มหาลัยโอเทะมาเอะมาแหละ!

สารภาพตามตรงว่าไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่ของมหาลัยนี้มาก่อน แต่อยู่มาวันนึงบังเอิญเห็นข่าวผ่านตาทางทวิตเตอร์ว่ามาเอโนะ โทโมอากิ, อิชิคาวะ ไคโตะ และยามาชิตะ ไดกิจะมาร่วมงานทอล์กโชว์ที่มหาวิทยาลัยนี้ (จริงๆ ก็ไม่ได้บังเอิญหรอก เพราะฟอลโล่แอคเคาท์รวมข่าวสารมาเอโนะอยู่ มีอีว้งอีเวนท์อะไรเห็นข่าวหมด แต่ถามว่าเคยได้ไปมั่งมั้ย ก็ไม่…) หลังจากนั้นเลยไปเสิร์ชว่ามหาลัยตั้งอยู่แล้วไหน แล้วก็พบว่า เฮ้ยยยยยย!!!! อยู่เฮียวโกะ!!!! คันไซ!!!!! มาเอโนะ โทโมอากิจะมางานฝั่งคันไซ!!!!!!!!! จะเป็นทอล์กโชว์แบบไหนอะไรยังไงไม่รู้แหละ รู้แต่งานนี้ชั้นต้องไปให้ด้ายยยยยยยยย!!!!!!!!!

แต่ตื่นเต้นได้ไม่นานก็เริ่มรู้สึกท้อแท้ เนื่องจากวิธีซื้อตั๋วคือต้องซื้อผ่านเว็บ ticket pia ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่นานเราเพิ่งวืดตั๋วงานดู OVA สตามิวมาหมาดๆ เพราะเว็บล่มต่อหน้าต่อตา คราวนี้เลยไม่คาดหวังว่าจะได้ตั๋วมาครองเท่าไหร่

และแล้วก็ถึงวันทำสงคราม วันที่ 10 เดือน 10 (วันเกิดฮายามิ ฮิโระ CV: มาเอโนะ ฤกษ์งามยามดีสุดๆ) ตั๋วเปิดให้กดสิบโมงเช้า เราตื่นมาสแตนด์บายตั้งแต่เก้าโมงครึ่ง เปิดเว็บเบราเซอร์ทั้งโครมทั้งไฟร์ฟอกซ์เตรียมพร้อม และนัดแนะจ.ซังมาทำสงครามพร้อมกัน คราวนี้จัดว่าไม่ประมาทและมีการเตรียมพร้อมที่ดีมากขึ้นหลังจากเจ็บปวดจากสตามิวมาแล้ว แต่ก็ยังเผื่อใจไว้ว่าอาจเกิดเหตุเว็บล่มจนตั๋วหมดซ้ำรอยอดีตอันขมขื่น

พอถึงสิบโมง เราก็รีเฟรชเว็บ กดเข้าไปเลือกตั๋วสองที่ เลือกจ่ายตังค์เซเว่น กดยืนยัน จบ สำเร็จ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและราบรื่นมากจนนั่งอ้าปากค้างจ้องหน้าจออยู่นานว่า ฮะ สรุปนี่จองตั๋วได้แล้วเหรอ????

พอถามไถ่จ.ซังว่าสถานการณ์เป็นไงบ้าง จ.ซังก็ตอบว่า จองได้แล้วเหมือนกัน อ้าว ทีนี้เลยได้มาสี่ใบซะงั้น 555555555555 ตอนแรกว่าจะใช้วิธีให้คนใดคนหนึ่งไม่ไปจ่ายตังค์ เป็นการทิ้งตั๋วที่กดได้มาไปง่ายๆ แต่จะทิ้งไปก็เสียดายที่อุตส่าห์ตื่นมาไฟท์ เพราะงั้นเลยลองไปหาแนวร่วมก่อน แล้วก็ได้แนวร่วมอีกสองคนมาอย่างง่ายดาย สรุปว่างานนี้ไปกันสี่คน เพิ่งเคยไปอีเวนท์กันเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้! เย็นวันนั้นหลังจากกดตั๋วได้ก็รีบไปจ่ายตังค์เซเว่นแล้วก็พบว่าได้ที่นั่งบลอค A มา ส่วนของจ.ซังได้บลอค D ซึ่งในตั๋วจะไม่ระบุที่นั่ง แค่จำกัดบลอคเฉยๆ เพราะงั้นพอถึงวันจริงก็ต้องไฟท์แย่งที่นั่งกันอีก

img_1855

หลังจากวันนั้นผ่านมาเดือนกว่าๆ ก็มาถึงวันนี้ซึ่งเป็นวันงาน!

จริงๆ แล้วควรย้อนไปก่อนหน้านี้ไม่กี่วันด้วย (ทำไมมีอะไรเยอะแยะมากกว่าจะเข้าเรื่องอีเวนท์ โอ๊ย 5555555555)

เนื่องจากมาเอโนะเป็นหนึ่งในนักพากย์ที่เราจัดไว้ในระดับ ชอบมากมากมากมากมาก (ไม่ใช่เมนเพราะเราไม่มีนักพากย์ที่ถือเป็นเมน มีแต่ 本命 ซึ่งก็มีหลายคนอีก 55555555 เอาเป็นว่าเป็นคนที่ชอบเป็นอันดับต้นๆ แบบถ้าจัดแรงกิ้งนักพากย์ที่ชอบตอนนี้ก็น่าจะติดท็อปไฟว์) พอมีโอกาสได้ไปอีเวนท์แบบนี้ก็เลยอยากจะหาขนมนมเนยและเขียนจดหมายไปให้ซะหน่อย ว่าแล้วก็เข้าเมืองไปหาซื้อกระดาษเขียนจดหมายที่ลอฟท์โดยพยายามหาลายที่คามิ้วคามิวที่สุด แม้คามิวจะไม่ใช่เมนเราในอุตะปุริ แต่ก็เป็นตัวละครของมาเอโนะที่เราชอบมากเป็นอันดับต้นๆ และชอบเพลงคามิวมากกกกกกกกก

โชคดีมากที่ช่วงนี้ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้ว ลอฟท์เลยมีสินค้าคริสต์มาสเยอะแยะเต็มไปหมด แล้วเราก็ได้กระดาษเขียนจดหมายที่โคตรจะคามิวมาในที่สุด!!

img_1821

ตอนแรกว่าจะซื้อของขวัญจากลอฟท์นี่แหละ แต่ไปเล็งๆ ของคริสต์มาสแล้วไม่ค่อยเข้าท่า มีแต่ของตกแต่งและน่าจะบุบสลายระหว่างเดินทาง เพราะงั้นไว้ไปหาซื้อของกินที่สนามบินใกล้ๆ หอดีกว่า

ที่จริงตอนไปลอฟท์บังเกิดไอเดียอย่างนึงตอนเดินผ่านโซนสแครปบุ๊กว่าเราจะทำสแครปบุ๊กให้อย่างยิ่งใหญ่ไปเลยดีมั้ย จะได้เป็นที่จดจำ แต่ล้มเลิกความคิดไปภายในสามวินาทีเพราะขี้เกียจ บวกกับถ้าจะทำจริงคงเปลืองตังค์มาก ต้องซื้ออุปกรณ์ตกแต่งโน่นนี่นั่นเยอะแยะและปรินท์รูปผู้ชายของมาเอโนะ(?)อีกสารพัด ไม่เอาดีกว่า เขียนจดหมายธรรมดาๆ นี่แหละ

พอถึงเย็นวันเสาร์ก่อนถึงอีเวนท์เราเลยเดินไปสนามบินเพราะคิดว่าคงมีขนมแพคเกจสวยๆ ราคาพอไหวให้เลือกซื้อ แต่ไปถึงสนามบินแล้วดันเรื่องมาก ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่โอเค จริงๆ พยายามเสิร์ชก่อนไปหาซื้อด้วยว่ามาเอโนะชอบกินอะไร แล้วก็พบว่าชอบกินของเผ็ด เบียร์ และแซนด์วิชซับเวย์……. จะซื้อเบียร์สิงห์ให้ก็ไม่รู้ต้องไปหาที่ไหน เลยเปลี่ยนแนวทางว่าจะซื้อขนมที่กล่องดูสีฟ้าๆ แบบสมเป็นคามิวดีละกัน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ต้องคุมโทนคามิวให้สุดไปเลย ซึ่งสนามบินไม่ค่อยจะมีแพคเกจสีคามิวโดนใจเท่าไหร่ จะซื้อโยกังที่เป็นของโปรดคามิวก็ไม่ได้แปลว่ามาเอโนะจะชอบ สุดท้ายเลยเดินออกมาจากสนามบินมือเปล่า ไม่ได้อะไรสักอย่าง

แต่ถึงกระนั้น! เรายังคงไม่ล้มเลิกความคิดอยากซื้อของไปฝาก พอถึงวันจริงเลยไปหาซื้อขนมที่อุเมดะกันก่อน จ.ซังไปซื้อช็อกโกแลตให้ไคโตะ เสร็จแล้วเราค่อยไปเดินในชั้นฟู้ดฮอลล์อย่างไร้จุดหมาย กะว่าเจออะไรหน้าตาคามิวๆ ก็ซื้อๆ ไปเถอะ ซึ่งสุดท้ายก็ลงเอยที่ขนมใส่โหล โหลละประมาณห้าร้อยเยน เราซื้อมาสามโหล อร่อยรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่แถบคาดมันเป็นสีฟ้าซึ่งคามิวดี ส่วนอีกสองโหลเป็นสีเหลืองก็ถือซะว่าเป็นสีฮิโระซามะสมัยยังเป็นศิลปินเดี่ยวไปละกัน แม้จะคิดว่ามาเอโนะคงไม่รับรู้ถึงเมสเสจลับนี้ก็ตาม 55555555555

ตอนถือไปจ่ายตังค์คนขายถามด้วยว่าเป็นของขวัญรึเปล่า พอบอกว่าใช่เค้าก็ควักถุงพลาสติกลายๆ ออกมาให้เลือก ลายที่ให้เลือกไม่มีสีฟ้าเลย ฮือ เราเลือกลายดอกซากุระมาแม้จะรู้สึกผิดฤดูกาลมาก 55555555555 พอเลือกลายแล้วเค้าก็ห่อให้อย่างดีพร้อมกับควักโบสีๆ ออกมาให้เลือกอีก! คราวนี้ก็ยังคงไม่มีสีฟ้า เลยได้สีเหลืองมาแทน และแล้วก็ได้ขนมสำหรับฝากมาเอโนะโดยสวัสดิภาพ เย้!

หลังจากนั้นก็กินข้าวเที่ยงที่อุเมดะ รวมพลกับม.ซังแถวนั้น แล้วม.ซังก็ไปซื้อช็อกโกแลตให้ไคโตะอีกเช่นกัน (งานนี้ไคโตะได้ช็อกโกแลตเยอะแค่ไหนเนี่ย 555555555) จากนั้นค่อยมุ่งหน้าไปมหาลัยโอเทะมาเอะกัน!

ไปถึงสถานีหน้ามหาลัยแล้วก็งงๆ กันนิดนึงเพราะไม่รู้ต้องออกทางไหนยังไง แต่พอเห็นว่าผู้หญิงคนข้างหน้าติดเข็มกลัดอะไรสักอย่างและห้อยสแตร็ปลูแปงที่มาเอโนะพากย์ก็โอเค เดินตามๆ เค้าไปเดี๋ยวก็ถึงที่หมายเอง

พอไปถึงมหาลัยแล้วก็เห็นเคาน์เตอร์อะไรสักอย่างที่มีสต๊าฟนั่งอยู่เลยไปสำรวจกัน ปรากฏว่าเป็นเคาน์เตอร์แจกบัตรคิวสำหรับคนมาอีเวนท์วันนี้นี่แหละ เราไปถึงตอนบ่ายกว่าๆ แล้วมั้ง จำเวลาไม่ได้ ปรากฏว่าได้คิว A134-A135 มาจ้าาา โอ้โห ทำไมทุกคนไฟท์มารับบัตรคิวกันเร็วมาก ไอ้เราไม่เคยมาอีเวนท์แนวนี้ก็ทำตัวไม่ค่อยจะถูก ไม่รู้นี่นาว่าต้องรีบมาขนาดไหน ฮือออออออ

img_1861

รับบัตรคิวเสร็จแล้วก็รอเวลาต่อคิวอีกทีบ่ายสามครึ่งโน่น ยังมีเวลาอีกมากมายก่ายกองเลยไปหาที่นั่งเขียนจดหมายกัน ของเราเขียนมาแล้วเสร็จสรรพ จำนวนตัวอักษรประมาณ 780 กว่าๆ (ตอนร่างใน word ได้เท่านั้น แต่พอเขียนจริงก็มีการเขียนเพิ่มนิดๆ หน่อยๆ) ใช้กระดาษเขียนจดหมายอันสวยงาม (คือภูมิใจกับกระดาษคามิวมากจริง 555555555) ไปสองแผ่น คิดว่าถ้าเขียนยาวกว่านั้นเค้าคงขี้เกียจอ่านละ นี่เขียนแค่สองหน้ายังไม่รู้เลยว่าจะอ่านมั้ย 5555555555 เนื้อหาส่วนใหญ่ของเราเป็นการพรรณนาถึงสารพัดตัวละครของมาเอโนะที่เราชอบ เน้นอุตะปุริ คิงปุริ สตามิว มีการตัดพ้อเล็กน้อยเรื่องตอนจบคอร์ด้ารูทโทโนะ กรี๊ดตัวละครอื่นๆ อีกมากมาย แล้วก็ขอบคุณที่มาเป็นนักพากย์ ขอบคุณที่พากย์บทเหล่านี้ ประมาณนี้ (จริงๆ อยากเขียนไปตรงๆ สั้น ง่าย กระชับ ว่า 大好きです!!プリライのチケットをください!! พอแล้ว แต่เค้าคงอ่านแล้วถอนหายใจแรงมากแบบเสียงหล่อๆ เราเลยต้องเขียนอย่างจริงจังกันนิดนึง)

ส่วนจ.ซังกับม.ซังเขียนให้ไคโตะด้วยฟิลเตอร์ของติ่งไฮคิว (นี่คือมาด้วยกันแต่คนละฟิลเตอร์กันอย่างแรง เพราะเราไม่ได้ดูไฮคิว 5555555555) ความที่เรามาเพื่อติ่งมาเอโนะ และสองคนนี้มาเพื่อติ่งไคโตะ วันนี้เลยมีคนพูดว่า สงสารไดกิเนอะ… เป็นระยะๆ 5555555555555 แต่นอกจากพวกเราแล้วไดกิคงมีคนชอบเยอะอยู่แล้วเลยคิดว่าไม่เป็นไรน่าาา มันช่วยไม่ได้นี่นาาาาา ขอโทษนะไดกิคุง TvT จริงๆ เราก็อยากจะเขียนอะไรให้เค้าเหมือนกัน แต่เราเพิ่งจะเจอผลงานเค้าจริงจังก็อุตะปุรินี่แหละ ไม่รู้จะเขียนอะไรให้จริงๆ แม้จะฟอลโล่ทวิตเตอร์เค้ามานานแล้ว (ว่าแต่ทำไมถึงฟอลโล่นะ จำไม่ได้…….) สุดท้ายในหมู่พวกเราก็มีจ.ซังเขียนจดหมายถึงไดกิหนึ่งฉบับถ้วน

ระหว่างรอเพื่อนๆ เขียนจดหมายรัก(?)เราก็นั่งถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย

ตรงหน้าตึกที่เข้าไปนั่งเขียนจดหมายมีป้ายงานทอล์กขนาดเล็กๆ ติดอยู่หนึ่งใบแบบพอเป็นพิธี นอกนั้นก็ไม่มีอะไรบ่งบอกเลยนะว่าวันนี้มีงานทอล์กโชว์ของเซย์ยู บรรยากาศเป็นงานมหาลัยธรรมด๊าธรรมดา (เออสิ ก็มันเป็นงานมหาลัย……)

img_1852

และในเมื่อมาเพื่อติ่งมาเอโนะจึงต้องมีการนำพร็อพมาประกอบฉากกันสักเล็กน้อย

img_1857

จริงๆ แล้วยืมคามิวมาจากจ.ซังอีกที 5555555555 คือเราไม่มีกู๊ดส์คามิวอยู่ที่นี่เลยนอกจากเนนปุจิกับสแตร็ปอีกอันนึงซึ่งหาไม่เจอ เราเลยโยนๆ อย่างอื่นที่เป็นตัวละครมาเอโนะเท่าที่หาเจอตอนหนึ่งนาทีก่อนออกจากห้องติดกระเป๋าไป

ก็ไม่ได้พกพร็อพไปเยอะเท่าไหร่นะที่จริง…

img_1856

แต่สังเกตดูแล้วงานนี้คนมาร่วมงานไม่ค่อยมีกู๊ดส์ติดตัวยิ่งใหญ่อลังการประกาศศักดากันจริงจังเท่าไหร่ คงเพราะเป็นงานทอล์กทั่วๆ ไป ไม่ใช่งานของเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยแหละ แต่ละคนเลยมีของติดตัวแค่ชิ้นสองชิ้นพอให้รู้ว่าติ่งอะไร ส่วนพร็อพที่เราขนๆ ไปนี่ก็แค่หยิบมาถ่ายรูปเล่นนิดหน่อยแล้วก็เก็บ ไม่ได้เอามาติดกระเป๋าหรอกนะ…

และนี่! ขนมที่เราซื้อให้มาเอโนะ

img_1853

ตอนที่เลือกชนิดขนมแอบลังเลอยู่นานเพราะมันมีให้เลือกหลากหลายมาก แล้วจ.ซังก็กล่าวว่า ลูกอมเนี่ยดีนะ พากย์เสียงแล้วเจ็บคอก็หยิบมาอมได้ พอฟังแล้วเลยรู้สึกว่า เฮ้ย!!! ดูมีประโยชน์!! ดูคิดมาดีมาก!! ก็เลยเลือกลูกอมมาด้วย ชื่นชอบความมีประโยชน์นี้มาก (แม้ไม่รู้ว่าซื้อไปให้แล้วมาเอโนะจะกินเองรึเปล่าก็เถอะ 555555555)

อ้อ นอกจากถ่ายรูปและเล่นพร็อพแล้วยังมีภารกิจสำคัญอีกอย่างนึงคือ คิดคำถามสำหรับนักพากย์ทั้งสาม! ตอนไปรับบัตรคิวสต๊าฟจะให้กระดาษสำหรับเขียนคำถามมาคนละใบ ไหนๆ ก็มาแล้วเลยอยากลองส่งไปบ้าง เผื่อโชคดีเค้าเลือกไปถามคงฟินตัวแตกแน่ๆ (แถมฝันเฟื่องไปอีกว่าถ้าเค้าเกิดเลือกมาถามจริงแล้วเรียกหาให้ยกมืออีกนี่… ตายคาที่ชัวร์)

img_1858

พยายามคิดคำถามที่ไม่ธรรมดาแต่ก็ไม่คิโม่ยหรือเกรียนเกินไปอยู่นานมาก สุดท้ายเขียนไปว่า ตอนนี้มาเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ มีเรื่องที่อยากแนะนำให้ทำในระหว่างอยู่ญี่ปุ่นบ้างมั้ยคะ? (………ธรรมดาจัง 5555555555555) คือไม่รู้จะถามอะไรดีก็เลยลองคิดในแนวทางว่า งั้นก็ขอคำแนะนำจากเค้าดูแล้วกัน แน่นอนว่าใบคำถามของเราวงชื่อมาเอโนะไปแหละ

และเนื่องจากพี่ก.ซึ่งเป็นแนวร่วมอีกคนหนึ่งตามมาทีหลังและไม่มีคำถามอะไรจะถามเป็นพิเศษ เราเลยมีกระดาษคำถามเหลืออีกใบนึง ใบนี้เขียนเอามันส์ทั้งชื่อ ที่อยู่ และคำถาม พอส่งรูปให้เพื่อนที่ไม่ได้มางานนี้ดู เพื่อนถึงกับบอกว่า “จูนิมาก” ดังนั้นเราจะไม่เปิดเผย ณ ที่นี้หรอกนะ 555555555555

พอใกล้ๆ บ่ายสามครึ่งพี่ก.ก็มาสมทบแล้วไปต่อแถวกัน เดินไปเห็นแถวแล้วตกใจ คนต่อแถวกันเยอะมากกกกกกกกก เวลาต่อจะแยกเป็นแถวของบลอค ABCD แล้วก็ไล่ตามลำดับบัตรคิว ต้องไปเดินหาตำแหน่งคิวตัวเองกันเอาเอง ถึงตรงนี้ต้องแยกทีมกันแล้วเพราะได้ที่นั่งคนละบลอคกัน เรามาอยู่แถวบลอค A กับม.ซัง ระหว่างรอก็เมาท์โน่นนี่นั่นกันไปบ้าง แอบสังเกตพร็อพคนอื่นบ้าง เจอติ่งอุตะปุริเยอะแยะเลย!

พอสี่โมงครึ่งสต๊าฟจะเรียกให้ทยอยเข้าไปในโรงยิมทีละแถว แถวเราได้เข้าก่อน ไปถึงหน้าโรงยิมจะเจอสต๊าฟคอยฉีกบัตรให้ ถัดมาอีกนิดจะเจอกล่องสำหรับใส่ของให้ทั้งสามคน

กล่องมาเอโนะมีคนหย่อนแต่จดหมายเยอะเลย คนหย่อนถุงของขวัญก็เยอะ! ป๊อปจริง หมั่นไส้! (อ้าว)

หย่อนของเสร็จแล้วก็พุ่งเข้าไปในโรงยิม พอถึงตอนนี้ทุกคนจะรีบร้อนมากจนสต๊าฟต้องคอยตะโกนบอกว่าอย่าวิ่งนะค้าาา แต่เราเป็นคนท้ายๆ ของบลอค A แล้ว เข้าไปถึงก็ไม่มีที่ให้เลือกมากมายนักหรอก สุดท้ายได้แถวที่ 8 ของบลอค A มา เป็นที่นั่งกลางๆ ค่อนไปทางซ้ายเมื่อหันหน้าเข้าหาเวที ซึ่งนี่มันใกล้มากนะ!!! ทำไมปีนี้ได้ดูอีเวนท์ใกล้ๆ เยอะดีจัง!!!! นี่ใช้ดวงทั้งชีวิตหมดไปในปีนี้แล้วรึเปล่าเนี่ย!!!!!????

ในโรงยิมหน้าตาไม่เหมือนโรงยิมเลย เป็นโรงยิมที่เล็กกว่าที่คิดไว้มากๆ บรรยากาศจะทึมๆ หน่อยเพราะมีม่านสีน้ำเงินติดอยู่รอบด้าน หน้าตาเหมือนอยู่ในไลฟ์เฮาส์มากกว่าโรงยิมมหาลัยซะอีก

ช่วงก่อนเริ่มงานในโรงยิมจะเปิดเพลงคาแรกเตอร์ซองก์ของแต่ละคนไปเรื่อยๆ ซึ่งเราฟังแล้วก็รู้จักแต่เพลงมาเอโนะ 55555555 ตอนที่อินโทรเพลงเซชุนเคาท์ดาวน์ของสตามิวดังขึ้นมานี่เราถึงกับหันไปกรี๊ดใส่ม.ซังว่า เพลงสตามิว!!!!!!!!!! พอฟังท่อนแรกก็กรี๊ดอีกเพราะเป็นเวอร์ชั่นคุงะโซโล่!!!!!!! แล้วอีกสองเพลงถัดจากนั้นก็เป็นเพลง RADIANT MIND จากสตามิวอีกเช่นกัน โอยยยยย กรี๊ดเยอะมากตั้งแต่งานยังไม่เริ่ม 55555555555 ที่จริงแอบลุ้นว่าจะมีเพลงคามิวมั้ย แล้วสุดท้ายก็ไม่มี……. แต่มีคาแรกเตอร์ซองก์ของลูแปงจาก Code:Realize ด้วยนะ!

หลังจากนั้นเมื่อบลอค ABCD เข้ามานั่งกันครบองค์ประชุมแล้ว ไฟก็ดับลง! เสียงดนตรีดังขึ้น! พิธีกรสาวออกมาทักทายพร้อมกับบอกว่าปิดๆ มือถือซะนะทุกคน ห้ามถ่ายรูป ห้ามสูบบุหรี่นะ เอ้า ขอเชิญพบกับนักพากย์ทั้งสามในวันนี้ค่าาาาาาาาาาา แล้วทั้งสามคนก็เดินออกมา แล้วเราก็เห็นหน้ามาเอโนะแบบใกล้ๆ แล้วเราก็……. ตายอย่างเป็นสุข ††┏┛愚民の墓┗┓††

แต่เดี๋ยวสิ เรายังตายไม่ได้นะ ต้องฟื้นกลับมาดูอีเวนท์ก่อน!! พอได้สติกลับมาก็นั่งจ้องหน้ามาเอโนะเยอะมาก ไม่รู้จะได้เห็นใกล้ๆ แบบนี้อีกทีเมื่อไหร่ ต้องเปิดโอกาสให้ดวงตาได้อิ่มเอมกับมาเอโนะที่อยู่นอกจอเต็มที่สิ!!! (เอาจริงนี่เราเฉยๆ กะหน้าตาเค้ามากเลยนะ …….จนกระทั่งวันนี้ 55555555555)

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งการยืนตอนแรกคือมาเอโนะไปยืนไกลจากฝั่งเราที่สุด แป่ววววววว ถัดมาเป็นไดกิ ไคโตะ แล้วก็พิธีกร พิธีกรเริ่มจากให้ทักทายทีละคน

ช่วงทอล์กนี่จำได้แบบงงๆ เบลอๆ อีกแล้ว จำไม่เคยได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหลัง รู้แต่มาเอโนะน่ารักจังเลยยยยยยยยยยยยยยยย (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

ขำการที่มาเอโนะทักทายว่า「今日は茨城県民の日!(วันนี้เป็นวันชาวอิบารากิ)」ฟังดูน่ารัก ดูมีความสำนึกรักบ้านเกิด (จุดนี้พูดอะไรก็น่ารักหมด) แล้วมาเอโนะก็เล่าว่าเนี่ย พอมาอยู่กับอีกสองคนแล้วรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เพราะตอนอยู่บนแท็กซี่ไดกิกับไคโตะเอาแต่นั่งเล่นเกมมือถือและคุยกันอย่างเมามันส์ตลอด แต่มาเอโนะไม่ได้เล่นเกมนี้ (เกมชาโดว์อะไรสักอย่าง เราก็ไม่รู้จัก…) ก็เลยนอนอยู่เงียบๆ ฟังแล้วสงสารมาเอโนะ 5555555555 ดูเป็นตาลุงที่มาอยู่ท่ามกลางเด็กๆ 5555555555555

ตอนมาเอโนะเล่า ไดกิกับไคโตะก็ทำหน้ากระตือรือร้นบอกว่าเกมสนุกมากเลยนะ!!!! แล้วไคโตะก็เดินมาด้านหน้า พูดกับผู้ชมว่า ทุกคนจงไปเล่นเกมนี้ซะ!!! ….ท่าทางจะชอบมากจริง

ตอนก่อนงานเริ่มเรางงมากว่าทำไมงานนี้ถึงชวนเมมเบอร์นี้มาเหรอ สามคนนี้ดูไม่มีจุดร่วม พอถึงช่วงทักทายนี่จึงพบว่าทั้งสามคนก็งงๆ เหมือนกัน 555555555 ทุกคนบอกว่าเคยเจอกันแบบแยกๆ กันนะ ไม่เคยเจอสามคนแบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกเลย ว้าว!!

ทักทายกันเสร็จแล้วพิธีกรก็จะโยนคำถามรัวๆ คุ้นๆ ว่าช่วงแรกเนี่ยคำถามเกี่ยวกะท้องถิ่นจะเยอะหน่อย อย่างเช่นถามมาเอโนะว่าเป็นคนอิบารากิแล้วมีคำภาษาถิ่นอิบารากิที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักมั้ย มาเอโนะเลยแนะนำคำว่า「ごじゃっぺ」ซึ่งแปลได้ประมาณว่า บ้า โง่ ทึ่ม ไดกิกับไคโตะฟังแล้วก็หันมาชี้หน้ากันเองว่า ごじゃっぺ!! ตลกมาก 5555555555555 ที่ร้ายกว่านั้นคือไคโตะเดินมาชี้หน้าคนดูแล้วพูดว่า 「みんなごじゃっぺ!」 แล้วคนดูก็กรี๊ดดดดดด 555555555555 ม.ซังที่นั่งข้างข้าพเจ้าถึงกับบอกว่า “ดีใจจัง โดนด่าแล้ว!!” (ถ้ามาเอโนะพูดว่า 愚民 เราก็คงมีรีแอคชั่นแบบเดียวกัน 5555555555)

แล้วพิธีกรก็ถามเรื่องความทรงจำเกี่ยวกับงานโรงเรียนว่าเป็นไงกันบ้าง ไคโตะตอบคนแรกเลยว่า “ไม่มี” ฟังดูเศร้า 55555555 ไคโตะบอกว่าตัวเองไม่ค่อยไปร่วมงานอะไรแบบนี้ แต่มีอยู่ครั้งนึงเคยเป็นพิธีกรในงานประกวดมิสคอนเพราะเพื่อนชวนก็เลยไปช่วย ซึ่งงานนี้ไคโตะพูดอยู่คนเดียว เพื่อนแทบไม่พูดอะไรเลย เช่นพูดว่า ลำดับต่อไป ขอเชิญผู้ประกวดหมายเลขขขขข ไรงี้ (ไคโตะพูดพร้อมทำท่าทางประกอบเสมือนอยู่ในงานนั้นจริง) แต่ปรากฏว่าพอมาดูรูปถ่ายงานนั้นแล้วดันไม่มีรูปตัวเองเลยสักใบ มีแต่รูปเพื่อนคนที่ไม่ได้พูดซะงั้น!! เป็นความทรงจำในงานโรงเรียนที่เศร้าจัง 555555555555

ส่วนของไดกิ!! รายนี้เจ๋งมาก!!! ไดกิบอกว่าเคยแต่งหญิงในงานโรงเรียน (ผู้ชมกรี๊ดกันดังมาก) พอไดกิบอก ไคโตะก็ถามรายละเอียดว่าใส่อะไรยังไงบ้าง แบบไดกิบอกว่าใส่ชุดนักเรียน ไคโตะก็ถามว่าเป็นชุดกะลาสีเหรอ (ทำไมท่าทางอยากรู้ยิ่งกว่าแฟนเกิร์ล 5555555555) ไดกิเล่าว่าใส่เครื่องแบบนักเรียนแล้วข้างในเป็นชุดว่ายน้ำโรงเรียน พับกระโปรงขึ้นมาสั้นมาก ใส่ถุงเท้าขาว พอเล่าเสร็จไคโตะก็หันมาบอกผู้ชมว่า เอ้า ทุกคนหลับตาแล้วจินตนาการดูนะครับบบบบ ตลกมาก 55555555555555

ของมาเอโนะธรรมดากว่าเยอะ ออกร้านขายโมจิกับเพื่อนในห้อง แต่โรงเรียนมาเอโนะมีแยงกี้เยอะก็เลยไม่ค่อยมีใครช่วยงานเท่าไหร่ (ทำไมเรานึกถึงซากาโมโต้ตอนงานโรงเรียน 555555555555) แล้วพอวันจริงพวกแยงกี้ก็มาช่วย มาเอโนะเลยรู้สึกว่าพวกแยงกี้เท่มากและสนิทกันมากขึ้นนิดนึง เล่าแล้วมาเอโนะก็พูดเลียนแบบแยงกี้พร้อมทำท่าประกอบด้วย น่ารัก!!!!!!

แล้วไปไงมาไงไม่รู้ พิธีกรหญิงสุดเทพ (ชอบพิธีกรมาก มีความเข้าใจแฟนเกิร์ลอย่างดี) ก็บอกให้แต่ละคนพูดว่า 「めっちゃ好きやねん」คือบอกรักเป็นคันไซเบ็ง คนแรกคือไคโตะ ไคโตะยืนพูด めっちゃ好きやねん รัวๆ อยู่คนเดียวเป็นการซ้อมก่อน เสร็จแล้วก็ทำท่าทางตั้งอกตั้งใจ หันไปบอกไดกิว่าช่วยรับบทเป็นคนฟังให้หน่อยสิ ไดกิก็รู้งานดีมาก รีบทำท่ายืนเอียงอาย ทำแก้มป่องถามว่า “คิดยังไงกับฉันกันแน่!” พอไคโตะตะโกนว่า めっちゃ好きやねん!! ทั้งสองก็โผเข้ากอดกัน ผู้ชมก็ฮิ้วววววววววววกันไป ส่วนตาลุงมาเอโนะยืนขำอยู่เงียบๆ

ถัดมาเป็นตาของมาเอโนะ เพราะไคโตะบอกว่าอยากให้มาเอโนะซังพูดก่อน ยังติดภาพไดกิแต่งหญิงที่คิดเมื่อกี้อยู่ ยังไม่อยากฟัง 5555555555555 คราวนี้ไดกิก็ยังคงต้องรับบทฝ่ายหญิงอยู่ ส่วนมาเอโนะจะบอกด้วยเสียงนิ่งๆ หล่อๆ ไม่ได้โหวกเหวกแบบไคโตะ พอพูดเสร็จก็โผเข้ากอดกันอีก ไดกิเรียกมาเอโนะว่า โทโมอากิ♥ ด้วย!! โอย ไดกิคุง แลกที่กันมั้ย ทำไมชีวิตดีมาก อิจฉาริษยาเหลือเกิน 555555555555555555

พอถึงตาไดกิ คราวนี้ไคโตะกับมาเอโนะมาช่วยกันรับบทเป็นคนฟัง แล้วสองคนนี้เล่นละครว่าแย่งไดกิกัน 55555555555 เราขำมากไม่ไหวแล้ว 555555555555 แล้วพอไคโตะบอกว่า เลือกมาสักคนสิ!! ไดกิก็บอกว่า “เลือกไม่ได้หรอก!!!” ก่อนจะร้อง めっちゃ好きやねん เป็นทำนองเพลงอะไรสักอย่าง บ้าบอมาก 55555555555555

และหลังจากขำขันกันเยอะมากก็เข้าโหมดจริงจังพอเป็นพิธีกันแป๊บนึง พิธีกรบอกว่างานนี้อาจจะมีคนที่อยากเป็นนักพากย์มาฟังด้วย อยากให้แต่ละคนเล่าว่าทำไมถึงมาเป็นนักพากย์ (จ.ซังกล่าวในภายหลังว่า งานนี้คงไม่มีคนอยากเป็นนักพากย์มาหรอก แต่คนที่เล็งตัวนักพากย์ไว้น่ะเยอะเลย) 

เรื่องแรงบันดาลใจนี่เราว่าถ้าเป็นแฟนๆ ของแต่ละคนอยู่แล้วก็คงพอรู้มั้ง อย่างของมาเอโนะเล่าว่าตั้งใจจะเป็นนักพากย์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเพราะพี่สาวอยากเป็น และตัวเองก็ชอบดราก้อนบอล สนใจอาชีพนี้เพราะดราก้อนบอล อันนี้เราก็ฟังมาหลายรอบละ แต่ของอีกสองคนเราไม่เคยรู้มาก่อน

ไคโตะบอกว่าตัวเองชอบอนิเมะอยู่แล้ว ตอนมัธยมก็อยู่ชมรมการแสดงด้วย สรุปคือมาเป็นเพราะชอบนี่แหละ ส่วนไดกิเล่าว่าตัวเองชอบดิสนีย์มากกกกกกกกก โดยเฉพาะอาละดิน ตอนเด็กๆ ประทับใจจินนี่เวอร์ชั่นพากย์ญี่ปุ่นมากกกก แบบดูฉากจินนี่ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ รอบก็เลยอยากเป็นนักพากย์ พิธีกรเลยถามว่าเคยเจอยามาเดระซังที่พากย์เป็นจินนี่มั้ย ไดกิตอบว่าไม่เคย!! และไม่รู้ด้วยว่าถ้าวันนึงได้เจอแล้วจะเป็นยังไง เดาปฏิกิริยาตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน ฟังแล้วก็อยากให้ไดกิคุงได้เจอไอดอลตัวเองในเร็ววันนะคะ สู้ๆ!!

มีคำพูดนึงของมาเอโนะที่เราชอบมาก น่าจะอยู่ในช่วงจริงจังนี่แหละมั้ง คือมาเอโนะพูดประมาณว่าช่วงไล่ตามความฝันบางทีก็เคยท้อเหมือนกันนะ แต่เพราะตัวเองฝันอยากเป็นนักพากย์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็เลยไม่เคยยอมตัดใจ บางที 根拠のない自信 ก็สำคัญเหมือนกัน ว้าว ฟังแล้วชอบมากเลย มีสาระดีจัง!!

แล้วโหมดจริงจังก็จบลงเพียงเท่านี้ 555555555 เป็นช่วงเวลาจริงจังที่สั้นมาก หลังจากนั้นพอเข้ามุมคำถามจากผู้ชมก็จะเริ่มเล่นตลกกันอีก มุมนี้จะให้จับฉลากคำถามขึ้นมาจากในกล่อง ซึ่งเราว่าในกล่องนั้นคงผ่านการคัดกรองจากสต๊าฟมาแล้วอีกทีแหละ เพราะพิธีกรสามารถบอกได้ว่ามีคำถามแนวไหนเยอะ (ขำมากที่บอกว่า มีคำถามเกี่ยวกับเนื้อเยอะเป็นพิเศษ 5555555555 ไดกิคุง!! 555555555555)

เราจำไม่ได้แล้วว่าคำถามแรกสุดคืออะไร แต่รู้สึกจะเป็นคำถามจริงจัง ไม่แน่ใจว่าใช่ข้อที่ถามว่า ตัวละครที่คิดว่าพากย์ยากที่สุดเท่าที่เคยพากย์มาคืออะไร รึเปล่า สมมติว่าเป็นข้อนี้ละกัน (เป็นรีพอร์ทที่ 適当 มาก 5555555555)

ข้อนี้ทั้งสามคนดูคิดนาน มาเอโนะตอบว่าบทในเรื่องโตโชคังเซนโซ เพราะสมัยนั้นยังไม่เคยพากย์บทเด่นๆ ในอนิเมะเลย มีแต่งานพากย์หนังมากกว่า พอมาพากย์เรื่องนี้เลยไม่รู้จะทำยังไงดี คิดอยู่นานว่าจะใช้เสียงแบบไหนยังไง แต่สุดท้ายพอคนเขียนเรื่องนี้บอกว่าพากย์ในแบบของตัวเองไปนั่นแหละดีแล้ว มาเอโนะก็สบายใจขึ้น

ส่วนไดกิบอกว่ายากทุกบทเลย แต่ช่วงนี้บทที่รู้สึกว่าเป็นการชาเลนจ์ใหม่ๆ แบบเป็นบทที่ไม่เคยได้รับมาก่อนคือบทชิออนในอุตะปุริ ซึ่งไดกิบอกว่าตอนพากย์แล้วเครดิตขึ้นมาเป็นชื่อตัวเองเนี่ย ถ้าคนดูเห็นแล้วตื่นเต้นตกใจก็จะดีใจมากๆ เลย

ว่าแต่ไคโตะตอบข้อนี้ว่าอะไร เราจำไม่ได้ ฮือออออออออออ ไคโตะคุง พี่ขอโทษษษษษษษ

ถึงจะจำข้อแรกไม่ได้ แต่ข้อสองนี่จำแม่นมาก ถามว่า ความสัมพันธ์แบบเพื่อนระหว่างชายหญิงมันเป็นไปได้มั้ยคะ? พอฟังคำถามแล้วทั้งสามคนก็บอกว่า ทำไมจู่ๆ มีคำถามอะไรแบบนี้เนี่ย คือมันขัดกับข้อแรกมากๆ 555555555555555

ไคโตะตอบว่าไม่ เพราะไคโตะเป็นคนประเภทที่ถ้าผู้หญิงใจดีด้วยจะเผลอชอบ (ตอนพูดว่า 好きになっちゃう มีการก้มหน้าก้มตาทำท่าเหนียมอายด้วย 555555555555) มาเอโนะตอบแบบมี 大人の余裕 (โอ๊ย หมั่นสั้ยยยยย) ประมาณว่าสมัยอายุ 20 ก็คิดงั้นแหละ แต่พออายุปูนนี้แล้วก็เป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้ตามปกติธรรมดานะ เพื่อนในสังกัดเดียวกันก็มีเยอะแยะ ส่วนไดกิคุงก็บอกว่ามีเพื่อนผู้หญิงที่ไม่คิดอะไรด้วยเหมือนกัน แบบว่าเป็นติ่งดิสนีย์เลยมีเพื่อนติ่งเยอะแยะ สมัยเรียนก็ทำตั๋วปีดิสนีย์แลนด์ไว้แล้วไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ (ฟังแล้วนึกถึงซานริโอ้ดันฉิ 55555555555 แต่ไดกิคุงเป็นดิสนีย์ดันฉิตัวจริงเสียงจริง!!!) 

พอมาเอโนะกับไดกิตอบว่าเป็นไปได้ ไคโตะเลยเปลี่ยนใจบอกว่า งั้นขอตอบว่าเป็นไปได้ด้วยละกัน โอ๊ย อะไรของเค้าาา 555555555555555

หลังจากนั้นก็มีอีกหลายข้อ จำลำดับไม่ค่อยได้ละ แล้วคำถามก็จับฉ่ายมาก บางอันเราก็จำไม่ได้ว่ามันอยู่ในคอร์เนอร์นี้หรือเป็นคำถามของพิธีกรตอนแรกสุดกันแน่ อย่างเช่นมีข้อนึงถามว่าอยากไปที่ไหนในคันไซ แล้วไดกิตอบว่า USJ มาเอโนะก็กระตือรือร้นว่าอยากไปๆๆๆ (กรี๊ดดดดดดด ไปด้วยยยยยยยยยยย!!!) พอไดกิถามว่านั่งเครื่องเล่นหวาดเสียวได้มั้ย มาเอโนะก็ตอบด้วยสีหน้า 余裕 (อีกแล้ว) ว่า สบายมาก คือกระดี๊กระด๊ากันสองคน ในขณะที่ไคโตะไม่สนใจ USJ เลย 5555555555555

แล้วก็มีถามว่า คำพูดที่ผู้หญิงพูดด้วยแล้วจะดีใจคืออะไร ไคโตะตอบว่า「変だよね (แปลกคนเนอะ)」พอฟังแล้วไคโตะจะรู้สึกว่า อาา เรามันแปลกจริงๆ ด้วย (คือดีใจกับอะไรแบบนี้เหรออออ 5555555555555) ของไดกิคือเวลากินข้าวด้วยกันแล้วผู้หญิงพูดว่า อร่อยเนอะ ก็จะดีใจ เป็นคำตอบที่ฟังแล้วรู้สึกว่า ฮั่นแน่ มีแฟนแล้วใช่มั้ยล่าาาาาาา คำตอบโคตรเรียจูเลย 555555555555

ส่วนของมาเอโนะเราชอบมาก 555555555555 มาเอโนะบอกว่าเคยโดนเพื่อนผู้หญิงในสังกัดเดียวกันบอกว่า「前野くんは変態だけど、クズじゃないよね (คือประมาณว่ามาเอโนะคุงเนี่ย ถึงจะลามกแต่ก็ไม่ใช่…. แปลว่าไรดี เศษสวะ? หรอกนะ)」

และคำถามข้อที่เทพสุดๆ ถามว่า มาเอโนะซังเคยพากย์โอโตเมะเกมมาเยอะแยะ มีบทพูดที่รู้สึกว่าอยากเอามาใช้ในชีวิตจริงบ้างมั้ยคะ?

มาเอโนะฟังคำถามข้อนี้แล้วคิดหนักมาก ระหว่างคิดก็พูดอุบอิบว่า ไม่น่ามีนะ ส่วนไคโตะกับไดกิก็ยืนยิ้มกริ่มเพราะตัวเองไม่โดนถาม พิธีกรเลยบอกว่าไม่ต้องหัวเราะเลย เดี๋ยวจะให้ตอบเหมือนกัน (ไนซ์ค่ะ พิธีกรซัง!)

สุดท้ายมาเอโนะก็บอกว่า ไหนๆ เมื่อกี้ก็เปิดคาแรกเตอร์ซองก์ของตัวละครนี้แล้ว งั้นก็ขอเลือกอันนี้ละกัน 「お手をどうぞ、マイレディ (ส่งมือมาสิ มายเลดี้)」โอ้โหวววววววววววววววววววว ตายยยยยยยยยยยยยยย เราตายไปเลยยยยยยยยยยยย กรี๊ดเยอะมาก กรี๊ดแบบ literally แบบส่งเสียงกรี๊ดเหมือนนั่งรถไฟเหาะอยู่ โรงยิมงี้สั่นสะเทือนไปหมด ฮืออออออออออออออออ ไม่คิดว่าจะได้มาฟังมาเอโนะพูดด้วยเสียงของลูแปงในงานนี้ (;___;) เขินแบบหัวใจจะระเบิด แถมตอนพูดมีการเก๊กหน้ายักคิ้วหลิ่วตานิดๆ ด้วย เขินไปก็หมั่นไส้ไป ฮุ้ยยยยยยยย (////ω////)

ไคโตะฟังมาเอโนะแล้วก็ทำท่ากุมใจ บอกว่า เคยฟังในโอโตเมทปาร์ตี้แหละ! ฮือออออออ โอโตเมทปาร์ตี้ที่เราสมัครไปแต่ไม่ได้ตั๋ว (;___;) เราอุตส่าห์สมัครเพื่อไปหาลูแปงเลยนะ!! แม้จะวืดแต่ก็ได้มาเจอลูแปงในงานนี้!!! ถึงจะแค่ประโยคเดียวแต่มันก็พอให้เรานิพพานแล้ว อาาาาาาาา /กราบท่านมาเอโนะโทโมอากิ

จริงๆ เรานึกว่างานนี้มีโอกาสได้ฟังบทพูดคามิวเยอะสุด (คิดไปเองว่ามาเอโนะน่าจะพราวลี่พรีเซนท์คามิว 555555555) ปรากฏว่าหวยออกที่ลูแปงเฉยเลย เซอร์ไพรส์มากกกกกกกกกกกกกก ฮืออออออออออออ

พอมาเอโนะตอบเสร็จก็ถึงตาไคโตะ ไคโตะเลือกบทพูดจากเกม 忍び、恋うつつ ซึ่งไคโตะอธิบายว่าตัวละครของตัวเองปกติจะเป็นคนพูดจาเสียงนิ่งๆ แต่พอโดนใช้คาถาใส่แล้วจะเผยด้านเหยาะแหยะออกมา ซึ่งบทพูดที่ไคโตะเลือกคือ「私を嫌いにならないで (อย่าเกลียดฉันเลยนะ)」ไคโตะพูดพร้อมกับทำท่าคร่ำครวญไปด้วย จัดว่าอินมาก 55555555555555

ส่วนไดกิบอกว่าตัวเองไม่ได้พากย์อะไรแบบนี้ งั้นขอเลือกบทพูดจากการ์ตูนแก๊กแล้วกัน คือ「子供作ろう (มาผลิตลูกกันเถอะ)」ประโยคนี้มีทั้งคนฟังแล้วกรี๊ดและฟังแล้วก๊าก เราเป็นฝ่ายหลัง ขำเยอะมาก 5555555555555555

หลังจากนั้นก็มีคำถามว่า เวลากลั้นร้องไห้ควรทำยังไงดีคะ? (ทำไมแฟนเกิร์ลถึงเอาอะไรแบบนี้มาปรึกษานักพากย์เหรอ หืม 55555555555555) พิธีกรเลยถามว่าปกติร้องไห้กันบ้างมั้ย

ไคโตะบอกว่าล่าสุดร้องไห้ตอนดูหนังเรื่อง 聲の形 (อันนี้เราก็เกือบร้องไห้!) ส่วนมาเอโนะพูดอย่างเรียบง่ายว่าตัวเองร้องไห้บ่อยมาก อย่างเช่นตอนดูดราก้อนบอลถึงฉากเบจิต้าระเบิดตัวเอง (เอ่อมมมมมมมมม 5555555555555555) หรืออย่างตอนไปงานแต่งงานเพื่อน มาเอโนะก็เกือบน้ำตาไหลตอนที่เจ้าสาวอ่านจดหมายของพ่อแม่ เวลาแบบนั้นมาเอโนะเลยพยายามนึกหน้าพ่อแม่ตัวเองเพื่อกลับมาสู่ความจริงแล้วจะกลั้นร้องไห้ได้เอง พอได้ยินแล้วไดกิเลยรีบแจมบอกว่าเห็นด้วย! เวลานึกหน้าพ่อแม่หรืออยู่กับพ่อแม่แล้วจะร้องไห้ยากขึ้นเยอะเลย อย่างเวลาดูหนังกับพ่อแม่ ต่อให้ซึ้งแค่ไหนก็จะไม่ร้องไห้ การนึกหน้าพ่อแม่เวลาอยากร้องไห้เลยเป็นวิธีที่ดีมาก

ส่วนวิธีกลั้นร้องไห้ของไคโตะคือ เดินเงยหน้าร้องเพลง 上を向いて歩こう ไคโตะพูดแล้วร้องเพลงพร้อมทำท่าประกอบให้ดูด้วยนะ 55555555555555555

มีคำถามข้อนึงมาแบบงงๆ คือถามไดกิกับไคโตะว่า 前野さんにこれだけは? พอหยิบได้คำถามนี้ทุกคนก็งงๆ เลยมีผู้ชมคนนึงซึ่งน่าจะเป็นคนเขียนคำถามตะโกนบอกว่า 「これだけは言いたい!(เรื่องนี้เท่านั้นที่อยากบอกไว้!)」ไคโตะเลยหันไปพูดกับมาเอโนะอย่างเป็นงานเป็นการว่า「お世話になりました」แล้วไคโตะกับมาเอโนะก็เข้าโหมดรำลึกความหลังถึงตอนที่ร่วมงานกันครั้งแรก สองคนนี้ไม่ยอมบอกว่าเรื่องอะไร แถมบอกว่าพูดชื่อผลงานไม่ได้ด้วยเหตุผลบางประการอีกต่างหาก แต่มีคำใบ้คือเป็นอนิเมะเมื่อประมาณหกปีก่อน พวกพระเอกออกเดินทางกัน แล้วในกลุ่มพระเอกมีมาเอโนะอยู่ด้วย (พยายามไปเสิร์ชแล้วแต่ยังคงหาไม่เจอว่าเรื่องอะไร) ตอนนั้นไคโตะใส่ชุดนักเรียนมาอัดเสียง แต่ก็ทำได้ดีมากจนมาเอโนะรู้สึกประทับใจ ส่วนเราฟังแล้วก็ประทับใจมาเอโนะโหมดรุ่นพี่!! ปกติไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ เห็นแต่โหมดรุ่นน้อง 555555555555

ส่วนไดกิบอกมาเอโนะว่า ขอโทษที่ใส่ถุงเท้าดราก้อนบอลด้วยความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ ครับ!!! อันนี้ตลกมาก ต้องเกรงใจมาเอโนะเรื่องดราก้อนบอลขนาดนั้นเลย 5555555555555555

เหมือนจะมีอีกหลายข้อแต่นึกไม่ออก ฮืออออออ (รีพอร์ทนี้น่าจะเก็บรายละเอียดได้แค่ประมาณ 60%) ทุกครั้งที่จับคำถามลุ้นมากว่าจะโดนของเรามั้ย แล้วก็ไม่โดนเลย 555555555 พอจบมุมคำถามจากผู้ชมก็จะเข้าช่วงแจกของ!!! มีการจับฉลากแจกลายเซ็นลงบนถุงใส่กล่องเบนโตของมหาลัยนี้ด้วย โอ้ยยยยยยย เลอค่ามากให้ตายเถอะ แต่จับฉลากไปก็ไม่โดนบลอค A เลยสักนิด แป่วววว คนได้ไปต้องโชคดีแค่ไหนกัน ฮือออออออ

การจับฉลากนี้จะจับโดยใช้เลขบัตรคิวตอนแรกนั่นแหละ จับเสร็จแล้วก็จะให้ผู้โชคดีออกไปยืนรอหน้าเวที บอกชื่อกับสต๊าฟ แล้วสต๊าฟจะไปบอกชื่อกับทั้งสามคนอีกทีนึง ระหว่างเซ็นชื่อก็ให้ผู้โชคดียืนรอหน้าเวทีนั่นแหละ โอยยยยยยยยยย อยากเป็นลมตายแทนผู้โชคดี ได้ไปยืนหน้าเวทีแบบโคตรจะใกล้ชิด ได้ลายเซ็นอีก แถมมาเอโนะเดินมาโค้งขอบคุณแบบใกล้สุดๆ อีก โอยยยยยยยยยยยย ถ้าเป็นเรานะ ไม่ต้องกลับบ้านแล้ว ตายอยู่ตรงนั้นแหละ (แต่คนที่น่าอิจฉาที่สุดในงานนี้คือเหล่าสต๊าฟ ฮือออออออ)

แอบขำไคโตะตรงที่พอเค้าเซ็นเสร็จแล้วก็แสยะยิ้มบอกว่า “ทำให้ใช้ยากขึ้นแหละ ฮ่าๆ!!” ม.ซังจึงหันมาถามว่า ใครจะกล้าใช้เหรอ!? นั่นสินะะะ ของแบบนี้ใครจะใช้คะ!? มีแต่จะยกขึ้นหิ้งเอาไว้จุดธูปกราบไหว้!! เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้าน!!!

แล้วสุดท้ายก็ให้ทุกคนพูดอำลากันคนละนิดหน่อย มาเอโนะบอกว่าวันนี้เพิ่งเคยมาจังหวัดเฮียวโกะครั้งแรกในชีวิต! ส่วนไดกิบอกว่าได้มาออกงานสามคนแบบนี้เป็นครั้งแรกสนุกดี รู้สึกได้ค้นพบว่าพออยู่ด้วยกันสามคนแล้วจะเป็นแบบนี้นี่เอง …และไคโตะ เราจำไม่ได้อีกแล้วว่าพูดอะไร ตึงงงงงง 5555555555 ความทรงจำส่วนไคโตะและไดกิขาดหายไปเยอะมากเพราะเรามัวแต่นั่งจ้องมาเอโนะจนลูกตาแทบจะลอยไปติดเสื้อเขาละ และจากการจ้องตลอดเวลาทำให้เราพบว่าเวลามาเอโนะฟังคนอื่นพูดนี่ไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่นะ หน้าตาจริงจังมาก มีขำบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่เวลาพูดกับคนฟังก็มียิ้มเซอร์วิสอยู่บ้าง ตอนพูดลาเสร็จแล้วยิ้มน่ารักมากเลยฮือออออออออออออออออออ

แต่ถึงความทรงจำส่วนของอีกสองคนจะพร่าเลือน เราก็ประทับใจสองคนนี้มากเลยนะ!! เพิ่งรู้ว่าอิชิคาวะ ไคโตะเป็นคนตลกมากมายมหาศาลขนาดนี้ แม้บางทีจะร้ายกาจไปหน่อย คอยทำท่าล้อเลียนไดกิตลอดเวลา แย่มาก 55555555555 แต่เราว่าเค้าตลกแบบมีความสามารถที่จะตลก คือรู้จังหวะเล่น เหมาะจะเป็นพิธีกรมากๆ ม.ซังกล่าวว่ารายการวิทยุไฮคิวของเค้าก็ตลกมากกกกกกกก (วันนี้เราโดนฮาร์ดเซลล์ไฮคิวเยอะมาก 55555555555)

ส่วนไดกิคุงก็น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกก เวลายิ้มและหัวเราะคือโลกนี้สุดแสนจะสดใส แล้วไดกิมองมาแถวๆ บลอค A บ่อยมาก เราเลยได้มโนว่าสบตากับไดกิบ่อยมากๆ ตอนอำลาก็มาโบกไม้โบกมืออยู่นาน ตอนมาโบกมือคือน่ารักมาก!!!!!!!!!!!!!!!!! 天使ですかあなたは!!!!! จนตอนนี้ยังไม่ค่อยอยากเชื่อเลยว่าไดกิแก่กว่าเราอีก 5555555555 เป็นคนที่เห็นแล้วอยากเรียกว่าน้องแต่ไม่สามารถเรียกได้เพราะเค้าอาวุโสกว่า แต่ทำไมน่าเอ็นดูขนาดนี้!!

หนึ่งในจุดที่เราอยากกราบพิธีกรคือ เค้าจะให้ทั้งสามคนสลับตำแหน่งการยืนเป็นพักๆ เค้าบอกว่าผู้ชมคงอยากเห็นทั้งสามคนจากหลายๆ มุม ตอนแรกมาเอโนะฟังแล้วก็ทำเป็นเก๊กท่าหมุนตัวให้ดู ทุกคนรวมทั้งเราจึงกรี๊ดหนักมาก ฮือออออออออ ทำไมเท่!!! แล้วพอถึงตอนที่มาเอโนะสลับมายืนฝั่งเรา เราก็ตายเป็นรอบที่สิบล้าน คร่อกกกกกกก มาเอโนะะะะะะะะะะ ชีวิตนี้ไม่รู้จะได้เจอใกล้ๆ แบบนี้อีกรึเปล่า ฮืออออออออ ปลื้มปริ่มเหลือเกินนนนนนนนนน (;___;) ขำตอนที่ไคโตะสลับไปยืนตรงกลางแล้วเค้าบอกว่า “ตรงกลางเนี่ยเหงาเกินคาดนะ” เพราะตรงกลางเป็นทางเดิน 55555555555555

พองานจบแล้วออกมากรี๊ดกับม.ซังและจ.ซังเยอะมาก อีเวนท์ยาวแค่ชั่วโมงเดียวแต่กรี๊ดกันได้ไม่หยุดหย่อน (ส่วนพี่ก.ขอตัวกลับไปก่อน) ไปนั่งกินข้าวกันต่อก็ยังคงกรี๊ดกันต่อเนื่อง ทุกคนเอาแต่เพ้อว่า “เค้าน่ารัก” “เค้าน่ารักมาก” แม้ว่าเค้าของพวกเราจะเป็นคนละเค้ากันก็ตาม 55555555555555

ตอนไปกินข้าวลุ้นกันมากว่าไดกิคุงจะลงรูปรวมมั้ย (เพราะเป็นคนเดียวที่มีทวิตเตอร์……) แล้วไดกิคุงก็ลงรูปนี้

อ้าววววววว ไดคิง!!! ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ 555555555 รูปนี้สต๊าฟก็ลงไง ไม่เอาาา เอารูปรวมมาาาาา!! วันนี้ไดกิแต่งตัวน่ารักมากเลยนะ ลงรูปหน่อยสิ!!!!

หลังจากนั้นเราก็กลับห้องด้วยความมุ่งมั่นมากว่าจะจองโฟโต้บุ๊กมาเอโนะ แล้วก็พบว่ามันยังไม่เปิดจอง 5555555555555 ยังไม่มีรายละเอียดอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแค่ประกาศว่าเดี๋ยวจะออกโฟโต้บุ๊กนะ จบ บ้าจริง!! อุตส่าห์กระตือรือร้นมาก ที่จริงตอนรู้ว่าจะออกโฟโต้บุ๊กก็ไม่ได้อยากได้เลยนะ ปกติก็ไม่ได้กรี๊ดหน้าตามาเอโนะเป็นพิเศษอยู่แล้ว ชอบเสียงกับนิสัยล้วนๆ แต่วันนี้เราจ้องมาเอโนะจนเห็นเค้าหล่อขึ้นเรื่อยๆ แล้วเนี่ย 55555555555 โฟโต้บุ๊กมาเมื่อไหร่เจอกันค่ะ!!

ทั้งนี้ทั้งนั้น จบงานแล้วรู้สึกคิดถูกจริงๆ ที่ได้เขียนจดหมายบอกความในใจให้มาเอโนะไปสองหน้า แม้ว่านั่นจะเป็นแค่ 10% ของความในใจก็ตาม แค่ได้เขียนว่า ขอบคุณนะคะที่มาเป็นนักพากย์! ก็พอใจละ (≧ω≦)

แล้วเจอกันในปุริไลฟ์นะคะ มาเอโนะซัง! ไดกิคุง! (ยังไม่ได้ตั๋ว พูดเอาฤกษ์เอาชัยไว้ก่อน 555555555) ส่วนไคโตะคุง เดี๋ยวเจอกันผ่านจอในอีเวนท์ไฮคิวนะคะ!

KING OF PRISM Music Ready Sparking! トーク&ハイタッチ会

ไปงานทอล์ก&ไฮทัชของคิงปุริมาแหละ!

เรื่องงานไฮทัชนี่ต้องเท้าความย้อนไปยาวมาก ตั้งแต่ตอนอัลบั้ม Music Ready Sparking! ซึ่งเป็นอัลบั้มรวมคาแรคเตอร์ซองก์ของเด็กๆ เอเดลโรสเพิ่งเปิดจองหมาดๆ

งานไฮทัชครั้งนี้เป็นงานฉลองวางจำหน่ายอัลบั้มที่ว่านี่แหละ งานจัดสองรอบ ที่โตเกียวรอบนึง ที่โอซาก้ารอบนึง วิธีเข้าร่วมคือต้องซื้ออัลบั้มกับอนิเมทแล้วจะได้ซีเรียลนัมเบอร์มาสมัคร พอเช็กดูว่ารอบโอซาก้ามีใครบ้างก็พบว่าไม่มีอุจิดะยูมะซึ่งเป็นคนที่เราชอบเสียงพากย์มากที่สุดในบรรดาเด็กๆ เอเดลโรส (ถ้าไม่นับโอเวอร์เดอะเรนโบว์) เห็นแบบนั้นแล้วความกระตือรือร้นอยากไปจึงลดลงฮวบฮาบทันที กะว่าถ้าซื้อกับอนิเมทคงลองสมัครขำๆ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ช่าง

แต่แล้ว! เมื่อเดือนสิงหาที่ผ่านมา ฮาตานากะ ทาสุคุที่พากย์เป็นไทกะก็ไปงาน AFA ที่ไทย ซึ่งเราประทับใจทาสุคุจากงานนี้มากมากมากมากมาก และโดนทาสุคุถีบตกหลุมคิงปุริเต็มๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นยั้งตัวเองมาตลอด 5555555 (เล่ารายละเอียดคงไม่ดี แต่สรุปสั้นๆ คือได้เจอตอนที่เค้าออกมาเดินเล่นในงาน ถ้าดูสเตจอย่างเดียวคงไม่ทำให้เราติ่งคิงปุริมากขึ้น) จากที่เคยเฉยๆ กับงานไฮทัชที่ไม่มีอุจิดะยูมะก็กลายเป็นหมายมั่นปั้นมือว่า ฉันจะต้องไปหาฮาตานากะ ทาสุคุในงานไฮทัชให้ได้!!!!

หลังจากนั้นพอกลับมาที่ญี่ปุ่นก็เลยรีบพุ่งไปซื้ออัลบั้มมา… สองแผ่น….. น้อยจัง 55555555555 เอาเข้าจริงเราว่าซื้อสองแผ่นก็ยังไม่ถือว่าไฟท์มากอะไร สถานที่จัดงานเล็กนิดเดียวเอง แต่ช่วงนั้นจะไปเที่ยวโตเกียวเลยใช้ตังค์เยอะ ซื้อมากกว่านี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน

kingpri-charasong

ซื้อกับอนิเมทแล้วได้แฟ้มกับเข็มกลัดเป็นของแถมด้วย ตอนพนักงานหยิบของแถมมาให้เยอะแยะแอบตกใจเพราะสิ่งที่เราเล็งไว้มีแค่ซีเรียล ไม่รู้เรื่องเลยว่าแถมอย่างอื่นด้วย (จริงๆ แล้วจะเรียกว่าซื้อซีเรียลแถมซีดีก็ยังได้…)

ได้ซีเรียลมาแล้วเราก็ไปสมัครผ่านทางเว็บของ club animate เสร็จแล้วก็ได้แต่เฝ้ารอผล ระหว่างรอก็ไปเที่ยวสนุกสนานเฮฮาจนลืมๆ เรื่องอีเวนท์นี้ไปเพราะสมองโดนทาเคะคุงครอบงำไปพักใหญ่ๆ 555555555 จนกระทั่งถึงวันที่หมดเขตรับสมัครไปหนึ่งวันแล้วถึงเพิ่งเอะใจว่า เอ๊ะ อีเวนท์จะแจ้งผลทางไปรษณียบัตรนี่หว่า…. แล้วเราเพิ่งย้ายบ้านไม่นาน นี่เรา…. เราเปลี่ยนที่อยู่ในเว็บรึยังนะ!!!!????

วินาทีนั้นสันหลังวาบบบบบ พุ่งเข้าเว็บคลับอนิเมทไปเช็กอย่างว่องไวและพบว่า ที่อยู่ในเว็บยังเป็นที่จิบะอยู่เลยจ้าาา (ที่อยู่ที่จิบะนี่คือสมัยมาแลกเปลี่ยนเมื่อสามปีที่แล้ว…) เห็นแล้วหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม รีบเปลี่ยนที่อยู่ด้วยความเร็วแสง แต่ก็ยังรู้สึกกระวนกระวายไม่สบายใจ ก็เลยส่งเมลไปถามทางอนิเมทว่ากรณีที่เพิ่งมาเปลี่ยนที่อยู่ช้าไปวันนึงแบบนี้จะมีปัญหามั้ยคะ??

พออ่านเมลที่อนิเมทตอบกลับมายิ่งรู้สึกเหมือนมีคนเอาอะไรมาทุบให้โลกแตก อนิเมทตอบเราแบบที่สรุปได้สั้นๆว่า คุณหมดสิทธิ์แล้ว บายนะ เป็นเมลที่อ่านแล้วรู้สึกเจ็บใจกับความโง่ของตัวเองมาก ทำไมเพิ่งมานึกได้ช้าไปวันนึง ทำมัยยยยยยยย!!!! (;___;)

แต่หลังจากนั้นก็ยังไม่ยอมแพ้ ส่งเมลไปตื๊ออนิเมทอีกว่าไม่ได้เลยเหรอ?? ไม่ได้จริงๆ เหรอ?? ลงทุนซื้อสองแผ่นเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยนะ จะไม่แก้ข้อมูลให้หน่อยเหรอ อนิเมทก็ยังคงตอบกลับมาว่าไม่ได้จริงๆ แก้ไม่ทันแล้ว จะส่งไปรษณียบัตรแจ้งผลในเร็วๆ นี้แล้ว เสียใจด้วยนะ

พออนิเมทตอบกลับมาแบบนั้นเราก็สิ้นหวังมาก อ่านเมลซ้ำไปมาแล้วก็เจ็บใจ ส่วนนึงเป็นเพราะเสียดายที่จะไม่ได้เจอทาสุคุอย่างที่ตั้งใจ แต่ที่เสียดายมากกว่าคือค่าซีดีที่อุตส่าห์ซื้อซ้ำแต่ดันสูญเปล่าเพราะความโง่ของตัวเอง (.__.) หลังจากนั้นก็เฮิร์ทจนทนเห็นซีดีแผ่นนี้ไม่ได้ไปพักใหญ่ ต้องเอาไปซ่อนไว้ในหลืบตู้เสื้อผ้า (แต่ยังฟังเพลงในซีดีแผ่นนี้ตามปกตินะ ซื้อมาแล้วต้องฟังให้คุ้มๆ!!) ทนเห็นหน้าทาสุคุก็ไม่ค่อยจะได้ เห็นหน้าแล้วปวดใจ

ทว่า!!! ประมาณสองสัปดาห์ต่อมา เมื่อเรากลับมาที่ห้องและสำรวจตู้ไปรษณีย์ตามปกติ เราก็พบกับ……

ไปรษณียบัตรแจ้งถูกรางวัลจ้าาาาาาาาา เอ๊าาาาาาาาาาาาาาา มาได้ไง๊!!!!!!??????????

วินาทีที่เห็นกระดาษแผ่นนี้วางอยู่ในตู้ไปรษณีย์ รู้สึกเหมือนโลกที่หมองหม่นพลันกลับมาอาบไล้ด้วยประกายแสงแห่งพริซึ่ม สายรุ้งพุ่งออกจากปาก ขวดน้ำผึ้งพุ่งออกจากตรูด ยืนช็อกอยู่หน้าตู้ไปรษณีย์ประมาณห้าวินาทีกว่าจะตั้งสติได้ พอเก็บมาวางบนโต๊ะในห้องก็นั่งจ้องกระดาษแผ่นนี้อยู่หลายรอบด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา แต่ไม่ว่าจ้องยังไงก็เขียนว่า 当選 ตำตา และอีกด้านก็เป็นชื่อเราจริงๆ แล้วไอ้ที่อนิเมทบอกว่าหมดสิทธิ์แล้วคืออะไร……. เอาช่วงเวลาที่เราทนเห็นหน้าทาสุคุไม่ได้คืนมานะ………

แต่เราเดาเอาเองว่าอนิเมทไม่ได้แก้ข้อมูลให้เราหรอก แค่รอบโอซาก้าจัดทีหลังก็เลยใช้ข้อมูลอันที่เราแก้แล้วเท่านั้นแหละมั้ง ถ้าสมัครรอบโตเกียวที่แจ้งผลเร็วกว่าก็อาจจะหมดสิทธิ์ไปแล้วจริงๆ (แต่ถ้าอุตส่าห์แก้ให้เพราะเราตื๊อก็จะกราบเยอะมาก)

จริงๆ แล้วถ้าไม่ได้ไปอีเวนท์ก็คงไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเพราะเรารู้ตัวว่าตัวเองโง่มากจริง 5555555555 แต่ไหนๆ เรื่องก็จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว มาเล่าไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจติ่งหน่อยก็ดีเหมือนกัน เวลาใครจะสมัครอะไรก็อย่าลืมเช็กข้อมูลกันดีๆ นะ!

หลังจากรู้ผลก็เตรียมเขียนจดหมายกับซื้อขนมไปฝากทาสุคุ ตอนแรกตั้งใจว่าถ้าไม่ได้ไปอีเวนท์นี้จะเขียนแฟนเลทเทอร์ส่งไปหาที่โตเกียว แต่พอได้ไปก็เขียนไปหย่อนที่งานเองเลย

จดหมายที่เขียนให้ทาสุคุคงเป็นแฟนเลทเทอร์ฉบับเดียวที่เราได้ใช้คำขึ้นต้นว่า お世話になりました (ขึ้นต้นได้เป็นงานเป็นการมาก 5555555555555) เนื้อหาในจดหมายไม่ได้อลังการงานสร้างอะไร แค่ขอบคุณสำหรับตอน AFA ชมว่าเพลงในอัลบั้มดีมากๆ และบอกว่าจะคอยเชียร์คิงปุริต่อไปนะ ประมาณนี้

ตอนเขียนจดหมายถามเพื่อนว่า แกๆ ชั้นจะเขียนว่า 「タイガくんの出番を全裸待機です!」ดีมั้ยนะ เพื่อนก็ตอบว่า ดี เพราะคนที่ดูคิงปุริก็น่าจะคิดอะไรแบบนี้แหละ ทาสุคุไม่ตกใจหรอก ….แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้เขียนอะไรแบบนี้ลงไปหรอกนะ เขียนจริงก็แย่แล้ว 55555555555 (แถมโอชิเราก็ไม่ใช่ไทกะด้วย เขียนไปก็ดูขี้จุ๊เบเบ๋ไปนิดนึง)

ส่วนขนมที่ให้ไปมีโลลิป๊อปหน้ายิ้มกับอีกอันนึงเป็นโลลิป๊อปธีมฮัลโลวีน แล้วก็แอพพีลความเป็นแฟนผู้มาจากไทยด้วยการใส่มัสมั่นกระป๋องลงไปด้วย……. แถมเป็นของที่ซื้อที่ญี่ปุ่นด้วยนะ………. ตอนคิดว่าจะซื้ออะไรไปฝากทาสุคุนี่เราคิดหนักมาก เพราะเท่าที่ไปเสิร์ชมาเจ้าตัวบอกว่าชอบแกงกะหรี่ ซูชิ แซลม่อน เนื้อย่าง มีแต่ของที่ซื้อไปฝากไม่ได้ทั้งนั้นเลย แต่เห็นบอกว่าชอบคาเร งั้นก็โอเค เอามัสมั่นคาเรไปละกัน! เรามั่นใจว่าต้องเป็นของขวัญที่แหวกแนวไม่มีแฟนๆ คนไหนเหมือนแน่นอน!

พอถึงวันจริง ตั้งใจว่าจะตื่นไปหาอะไรกินแถวๆ สถานที่จัด ปรากฏว่าตื่นสายกว่าที่ตั้งใจไว้ไปชั่วโมงนึง ก็เลยไม่ทันได้หาอะไรกิน ไปถึงก็ต้องไปต่อแถวรอเข้างานเลย

งานจัดที่ クレオ大阪南 เป็นอาคารที่มีฮอลล์เล็กๆ ซึ่งมีที่นั่งแค่ 404 ที่นั่ง มายก้อด นี่มันเล็กมาก!! เล็กกว่าหอประชุมโรงเรียนเก่าเราตั้งหลายเท่า!! ตอนจะลงรถไฟที่สถานี 喜連瓜破 ก็กลัวหลงทางนิดนึงเพราะไม่เคยไปแถวนั้นมาก่อน ปรากฏว่าพอลงจากรถปุ๊บก็เจอคนสะพายอิตะแบ็กไทกะคุงเดินนำหน้า เราเลยเดินตามไปทันทีเพราะรู้เลยว่ามีที่หมายเดียวกันแน่นอน (เวลาไปอีเวนท์เราใช้วิธีนี้บ่อยมาก รีบมองหาพวกเดียวกันแล้วเดินตามๆ ไป ได้ผลดีนักแล) 

ไปถึงหน้าสถานที่จัดงานก็เจอคนต่อแถวตามหมายเลขบัตรคิวบนไปรษณียบัตรกันอยู่ ตอนแรกเป็นการเรียงแบบคร่าวๆ เช่น 0-100 ให้ต่อแถวตรงนี้นะ 100-200 ไปต่อตรงนู้นนะ ยังไม่ต้องต่อแถวแบบเรียงเลขโดยละเอียด สต๊าฟจะมาเรียกตามลำดับเลขอีกทีตอนที่ให้เข้าไปด้านใน ของเราอยู่ลำดับที่ 277 ก็ไปต่อแถวอยู่ตรงมุมตึก ระหว่างรอก็สังเกตคนรอบข้างเรื่อยเปื่อย ทุกคนมีกู๊ดส์ติดตัวมายกเว้นเรา (เรามีแต่กู๊ดส์โอเวอร์เดอะเรนโบว์กับยูคุงเลยไม่อยากติดมาเพราะไม่มีใครมาเลย…)

รออยู่พักใหญ่กว่าจะถึงคิวตัวเองเข้าไปด้านใน โชว์แค่ไปรษณียบัตรก็เข้าไปได้เลย ไม่ต้องโชว์บัตรประจำตัวอื่นๆ พอเข้าไปแล้วด้านหน้าฮอลล์จะมีกล่องแปะชื่อนักพากย์ที่มาวันนี้ เอาไว้ใส่ของขวัญ กล่องของทาคุจัง (ยาชิโระ ทาคุ คนพากย์คาเครุ) ของเยอะมากกกกกก เต็มกล่องจนล้นออกมาข้างนอก ป๊อปเกินหน้าเกินตาคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด!! ส่วนของทาสุคุมีเยอะรองลงมา แต่ก็แค่ประมาณ 1/3 ของทาคุจัง เห็นคนให้จดหมายเปล่าๆ ก็เยอะอยู่ ปกติถ้าเราไม่มีของจะให้เราจะไม่เขียนจดหมายเลย แต่อันที่จริงให้แต่จดหมายอย่างเดียวก็ไม่แปลกสินะ

หลังจากเลยด่านกล่องของขวัญมาแล้ว ก่อนเข้าฮอลล์จะมีสต๊าฟคนนึงคอยตรวจกระเป๋า เข้าไปด้านในแล้วก็จะมีสต๊าฟอีกคนคอยต้อนให้เข้าไปนั่งทีละแถว ที่นั่งเราอยู่ริมทางเดินแถวกลางๆ

s_hall2

แม้จะไม่ได้อยู่แถวหน้าๆ แต่นี่มันเป็นที่นั่งที่เทพมาก!!!!!!! เพราะที่นั่งเราอยู่ตรงกับระดับสายตาทาสุคุพอดีเป๊ะ แบบเป๊ะมากจริง แล้วทาสุคุยืนอยู่ฝั่งเราด้วย รู้สึกได้สบตากันบ่อยมาก (คิดไปเอง) 

พอคนเข้ามานั่งที่กันเรียบร้อย ถึงบ่ายสองปุ๊บก็มีเสียงผู้หญิงประกาศต้อนรับทุกคนที่มางานในวันนี้ พอได้ยินเสียงประกาศ เราก็ เฮ้ยยยยยย!!! ในใจรุนแรงมาก เพราะจำได้ว่าเสียงประกาศเป็นเสียงของนิชิซัง โปรดิวเซอร์ของคิงปุริ!!!!!!! (ไหนใครบอกจะไม่ลงหลุมนะ ทำไมรู้ตัวอีกทีจำเสียงโปรดิวเซอร์ได้แล้ว………) 

นิชิซังประกาศจบ ม่านบนเวทีที่ปิดอยู่ก็เปิดออก เผยให้เห็นเทราชิมะ จุนตะซัง (คนพากย์ชินคุง) ยืนอยู่ตรงโพเดียม ทาสุคุใช้แขนขาเกาะโพเดียมอยู่ ทาคุจังยืนพิงโต๊ะหันหลังให้เวที และอิการาชิ มาซาชิซัง (คนพากย์มินาโตะ) เล่นกายกรรมทำท่าหกกบ คือใช้มือยันพื้นแล้วยกตัวให้ลอยขึ้นมา นี่ทุกคนเล่นอะไรกันอยู่เหรอ………..

ทั้งสี่คนอยู่นิ่งๆ แบบนั้นแป๊บนึง แล้วทาสุคุที่เกาะโพเดียมอยู่ก็หงายหลังลงมาทำหน้าตลกๆ หลังจากนั้นทาสุคุกับทาคุจังก็มายืนกลางเวที ปล่อยให้อิการาชิซังหกกบอยู่ตามลำพังพักใหญ่ จนกระทั่งอิการาชิซังเลิกเล่นแล้วทุกคนถึงได้มาคุยกันว่าเมื่อกี้ทำอะไรกัน ทาสุคุอธิบายว่าเมื่อกี้ตัวเองทำท่าที่สื่อถึง 蝉の一生=ชีวิตของจักจั่น ทาสุคุอธิบายว่าช่วงนี้อากาศเริ่มหนาวๆ แล้ว จักจั่นในหน้าร้อนก็ตายกันไปหมดแล้วก็เลยคิดถึงขึ้นมา อะไรประมาณนี้ ส่วนทาคุจังกับอิการาชิซังก็อธิบายเหมือนกันว่าตัวเองทำอะไร แต่เราจำไม่ได้ พื้นที่ในสมองที่กักเก็บความทรงจำวันนั้นได้โดนทาสุคุครอบงำไปหมดแล้ว 5555555555

ช่วงทักทายและแนะนำตัวนี่จำไม่ได้ว่าคุยกันอีท่าไหนอยู่ดีๆ ทาสุคุกับอิการาชิซังก็ไปแย่งกันจับชายเสื้อทาคุจัง ทาสุคุทำท่าจะถลกเสื้อทาคุจังด้วย ทาคุจังเลยวิ่งหนีจ้าละหวั่น สนุกสนานกันใหญ่!

อ้อ ทาคุจังทักทายว่า「わんばんこ〜!」ด้วยเสียงคาเครุด้วยนะ ชอบ!!! น่ารัก!!!!!!!

ทักทายกันเสร็จแล้วก็เข้าช่วงทอล์ก ช่วงแรกของทอล์กให้ตอบคำถามทีละคนว่าคนไหนมีความใส่ใจในการร้องคาแรคเตอร์ซองก์คราวนี้ยังไงบ้าง เริ่มจากจุนตะก่อน จุนตะบอกว่าใส่ใจกับการออกเสียงภาษาอังกฤษมากเป็นพิเศษเพราะตัวเองไม่เก่งภาษาอังกฤษเลย เพราะงั้นต้องระวังไม่ให้ออกเสียงแล้วฟังดูเหมือนพยายามจะเท่มากเกินไป แต่ก็ต้องไม่ห่วยเกินไปจนฟังไม่รู้เรื่อง

ตอนคุยเรื่องภาษาอังกฤษกันตลกมาก 55555555 จุนตะบอกว่าตัวเองออกเสียงตัว L กับ R ผิดๆ ถูกๆ ทาสุคุกับทาคุจังก็ยุให้จุนตะกับอิการาชิซังคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ แล้วอิการาชิก็หันไปพูดกับจุนตะว่า “L” “R” จนทาสุคุกับทาคุจังต้องบอกว่า แบบนี้มันไม่ใช่บทสนทนาแล้ว!! อารมณ์ตอนนั้นเหมือนดูตลกคาเฟ่……… 555555555555

พอถึงตาทาสุคุ ทาสุคุก็บอกว่าตอนร้องเพลงไทกะเนี่ย คีย์ท่อนฮุคมันสูงๆ เฮฮาๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็ลงต่ำ ตรงเนี้ยต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ระหว่างอธิบายทาสุคุก็ร้องท่อนฮุคให้ฟังสดๆ (เพราะมาก!!! ไม่อยากจะอวย แต่เพราะมากมาก!!!!!) แล้วก็ใช้มือทำท่าคีย์สูงๆ ต่ำๆ ประกอบด้วย น่ารัก!!

ของคาเครุ ทาคุจังบอกว่าตรงที่ใส่ใจมากที่สุดคือตรงที่ต้องพูดว่า “chara emo night” ซึ่งทาคุจังพูดด้วยเสียงแบบเดียวกับในเพลงเป๊ะๆ จุนตะเลยบอกว่า ว้าว!! ของจริงแหละ!!!

พูดถึงคำว่า chara emo night แล้ว ท่อนนี้เป็นท่อนที่หลายๆ คนขำมาก เราฟังตอนแรกก็ขำ แต่ไม่คิดว่าคนอื่นจะขำด้วย ตอนไปนอนโรงแรมคิงปุริ พอพีวีโฆษณาเปิดเพลงนี้ คนที่นั่งในเลานจ์ขำท่อนนี้กันเต็มที่มาก พอมาอีเวนท์นี้ตอนก่อนเริ่มงานจะมีเปิดคาแรคเตอร์ซองก์วนไปเรื่อยๆ หลายๆ คนก็ขำท่อนนี้อีกเหมือนกัน แปลว่าตลกแบบเป็นสากลอย่างแท้จริง 555555555

ส่วนของมินาโตะ อิการาชิซังบอกว่า เพลงโฮมสวีทโฮมนั่นแหละคือมินาโตะ กรุณาไปฟังกันด้วยนะครับ ……ตอบไม่ตรงคำถามอย่างแรง 555555555 งานนี้ตลกอิการาชิซังเยอะมาก เป็นคนที่สร้างสีสันที่สุดในงานนี้ละ คือเป็นคนคอยพูดยิงมุกแล้วปล่อยให้อีกสามคนคอยตบมุกตลอด เหนื่อยแทนอีกสามคนมาก 555555555

คำถามต่อมาคือให้พูดถึงความรู้สึกที่มีต่อเพลงของสมาชิกที่ไม่ได้มาในวันนี้

ทาสุคุโดนให้พูดถึงเพลงของยูกิโนะโจ ทาสุคุบอกว่าเป็นเพลงที่เนื้อเพลงดูตั้งอกตั้งใจสื่อความหมายดี ในขณะที่ย้อนกลับมามองเพลงของไทกะแล้วพบว่าเป็นเพลงที่ไม่ได้สื่อเรื่องของตัวเองเลย มีแต่เรื่องของคาซึกิซังเต็มไปหมด (โอ้ยยยยย ชอบประโยคนี้มาก ไม่ได้ชอบไทคาซึหรือคาซึไท แต่ชอบการที่ไทกะเป็นติ่งคาซึกิเซมไป เราว่าเป็นโมเอ้แฟคเตอร์ประการสำคัญของไทกะเลยนะ) ทาสุคุมีการฮัมเพลงท่อนฮุคพร้อมกับดีไซน์ท่ารำคาบุกิให้ดูด้วยนะ!!

ส่วนทาคุจัง พอโดนถามถึงเพลงเลโอคุง ทาคุจังก็พูดเสียงเบาๆ ว่า คาวาอี้ (นั่นสินะ!! ยังต้องถามอีกเหรอ!!) ทาคุจังบอกว่ามันมหัศจรรย์มากเลยนะที่คนร้องเพลงนั้นเป็นผู้ชาย จุนตะเลยเสริมด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังมากว่า เป็นปาฏิหาริย์เลยแหละ แล้วหลังจากนั้นทาคุจังกับจุนตะก็ผลัดกันพูดชมเลโอคุง แต่จุนตะดูจะชมอย่างจริงจังกว่ามาก สมเป็นแฟนบอยน้องเลโออย่างแท้จริง แล้วจุนตะก็บอกว่าเอาไว้เราไปฟังเพลงเลโอคุงแล้วมาผลัดกันบอกความรู้สึกกันเถอะ ….รู้สึกกลัวความพยายามชักจูงเพื่อนๆ เข้าลัทธิเลโอคุงของจุนตะมาก 5555555555

อิการาชิซังโดนถามถึงเพลงของยูคุง (จุนตะที่เป็นพิธีกรไม่ได้พูดว่ายู แต่พูดว่า Zeus รู้สึกประทับใจ 55555555) อิการาชิซังบอกว่าตัวเองเข้าใจการที่ยูคุงเรียกตัวเองว่าซูสนะ เพราะตัวเองก็มีพี่สาวเหมือนกัน ความเป็นน้องชายเนี่ยทำให้รู้สึกด้อยๆ ยังไงไม่รู้ แล้วยูคุงเนี่ยมีทั้งพี่สาวสุดเก่ง แฟนพี่สาวก็โคตรเทพอีก เพราะงั้นยูคุงเลยต้องเรียกตัวเองว่าซูสและพยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อชดเชยปมด้อยเหล่านี้

ระหว่างที่อิการาชิซังพูด อีกสามคนตั้งอกตั้งใจฟังมาก แล้วพอพูดจบ ทาสุคุก็บอกว่า นี่พูดมาตั้งห้านาที ไม่ได้พูดถึงเรื่องเพลงเลยนี่นา ตึงงงงงงงง 5555555555 จุนตะที่เป็นพิธีกรเลยบอกว่าให้พูดถึงเพลงนะ! เพลง! ไม่ใช่คาแรคเตอร์ อิการาชิซังเลยทำหน้างงๆ บอกว่าอ้าว เมื่อกี้ก็พูดไปแล้วไง นั่นแหละความรู้สึกที่มีต่อเพลง แล้วประเด็นนี้ก็จบไปแบบงงๆ

คำถามต่อมาถามว่า ในบรรดาตัวละครคิงปุริเนี่ย คิดว่าจับใครมาร้องเพลงดูเอทกับใครแล้วจะน่าสนใจที่สุด?

จุนตะตอบว่า นั่นสินะ ก็ต้องเป็น ชินกับ…..(เว้นช่วงนานมาก) เลโอคุง!!!! เป็นคำตอบที่เรามั่นใจว่าทุกคนในที่นั้นเดาได้ 55555555555 เอาจริงๆ ขนาดเราไม่ได้ติดตามจุนตะเป็นการส่วนตัวยังรับรู้ได้ถึงความเป็นติ่งน้องเลโอของเค้า (เคยเห็นมาอวดกู๊ดส์น้องเลโอในทวิตเตอร์อยู่หลายที นี่ขนาดเราไม่ได้ฟอลโล่เค้านะ…) จุนตะอธิบายว่าคู่นี้น่าสนใจตรงที่ตอนแรกชินเข้าใจผิดคิดว่าเลโอคุงเป็นผู้หญิง ดังนั้นถ้าจับสองคนนี้มาร้องเพลงคู่กันมันก็อาจจะออกมาเหมือนเพลงคู่ชายหญิงก็ได้นะ จะมีสักกี่คนที่ทำแบบนี้ได้ มีแค่เลโอเท่านั้นแหละ! (อยากบอกว่าอาโอยโชตะก็ทำได้ค่ะ 5555555555555)

ส่วนทาสุคุ เป็นคนที่เราชอบคำตอบมาก!! จริงๆ แล้วก็ชอบของทุกคนเลย แต่ชอบของทาสุคุเป็นพิเศษ (ไม่ได้ลำเอียงจริงๆ นะ!) ทาสุคุบอกว่า ทาคุจังเคยตอบคำถามสัมภาษณ์เกี่ยวกับคาเครุเอาไว้ว่า จริงๆ แล้วคาเครุเป็นเด็กขี้เหงา ซึ่งทาสุคุรู้สึกประทับใจมาก

พอฟังแล้วทาคุจังที่ยืนข้างๆ ทาสุคุเลยช่วยอธิบายว่า ตอนนั้นโดนถามว่าคาเครุอยากได้ของขวัญเป็นอะไร ทาคุจังเลยคิดว่าคาเครุน่าจะเป็นเด็กขี้เหงาคนนึงเพราะเป็นทายาทไซบัตสึ คงไม่ค่อยมีเพื่อน ดังนั้นสิ่งที่คาเครุต้องการเป็นของขวัญคงเป็นแค่ขอให้เพื่อนๆ อยู่ด้วยเท่านั้นแหละ (ชอบตอนทาคุจังอธิบายตรงนี้มาก เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เค้าพูดด้วยสีหน้าจริงจัง นอกนั้นทุกคนจะเล่นตลกแข่งกันตลอดเวลา…)

ทาคุจังอธิบายจบแล้ว ทาสุคุก็เลยบอกว่า เพราะงั้นก็เลยอยากให้คาเครุร้องเพลงคู่กับตัวเอง พร้อมกับทำสีหน้าเศร้าสร้อยก้มมองพื้น คือเล่นใหญ่มาก 55555555555 พอทาคุจังถามว่า เอ๊ะ หมายความว่าคาเครุกับไทกะเหรอ??? ทาสุคุก็ตอบว่าไม่ใช่ กับฉันนี่แหละ คาเครุกับฮาตานากะ ทาสุคุ ทุกคนฟังแล้วก็เลยร้อง เอ๊ะ???? ขึ้นมาพร้อมกันแบบงงๆ ตลกมาก 5555555555

ทาสุคุบอกว่าในเมื่อคาเครุเป็นคนขี้เหงาแบบนั้น ฉันก็จะไม่ปล่อยให้คาเครุอยู่คนเดียวเด็ดขาด!! (俺がカケルを一人にしない!!!) ประโยคนี้จะว่าเซอร์วิสคาเคไทก็ไม่เชิง เพราะทาสุคุบอกเองว่าไม่ใช่ไทกะแต่เป็นฮาตานากะ แม่ยกคาเคไทต้องมีการสับสนกันบ้าง 555555555555 จุนตะฟังแล้วก็ช่วยชงว่าแบบนั้นมันจะงงๆ นะ ชวนไทกะไปด้วยมั้ย ทาสุคุก็บอกว่าได้ๆ งั้นก็เป็นฉัน ไทกะ คาเครุ!! ทาคุจังเลยโวยวายๆ ว่า เอ๊า ถ้าเป็นอย่างนั้นคราวนี้ฉันก็เหงาสิ รวมฉันเข้าไปด้วยสิ!! (ตอนทาคุจังพูดประโยคนี้เอ็นดูเยอะมาก น่ารัก!!!!!) สรุปแล้วคำตอบข้อนี้ของทาสุคุก็เลยกลายเป็น ทาสุคุ คาเครุ ไทกะ ทาคุจัง เมมเบอร์เยอะไปอี๊กกกกก

พอถึงตาทาคุจังก็ตลกมากกกกกกก ทาคุจังตอบว่าอยากเห็นเลโอคุงดูเอทกับอเล็กซานเดอร์ พอตอบปุ๊บ จุนตะทำหน้าซีเรียสทันที แบบไม่พอใจที่จะให้เลโอคุงไปดูเอทกับคนอื่นที่ไม่ใช่ชินคุง 555555555555 แล้วทาคุจังก็อธิบายว่าเวลาเลโอคุงกับอเล็กอยู่ด้วยกันน่าจะแปลกใหม่ดี แล้วทาคุจังก็ทำท่าเป็นเลโอคุงวิ่งไล่อเล็กพร้อมร้องเรียกว่า อเล็กจัง! อเล็กจัง! (นึกภาพตามแล้วก็เริ่มอยากเห็นคู่นี้ดูเอทกันขึ้นมาจริงๆ…) แต่จุนตะทำหน้าบูดมากแล้วก็บ่นๆ ใส่ทาคุจัง (ทำไมต้องหึงเลโอคุงออกหน้าออกตาขนาดนี้คะ) ทาสุคุที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองคนเลยทำท่าหันรีหันขวาง ลนลานๆ (แบบโคตรน่ารัก) แล้วตบมุกปิดท้ายว่า ขากลับให้สองคนนี้นั่งชินคังเซนคนละตู้ดีมั้ย? (ตลกคาเฟ่กันอีกแล้ว!)

ส่วนของอิการาชิซังก็ตอบแบบงงๆ ไม่ตรงคำถามอีกเช่นเคย เค้าให้เลือกตัวละครมาดูเอทกัน อิการาชิซังดันตอบว่าอยากให้ยูคุงร้องเพลงที่อิโตะจังกับโคจิแต่ง ใครสักคนเลยบอกว่าแบบนั้นมันก็ไม่ใช่ดูเอทสิ อิการาชิซังก็แก้ว่าไม่ใช่ๆ อยากให้ยูคุง โคจิ อิโตะจังร้องเพลงด้วยกัน ทุกคนเลยงงๆ ว่าแบบนี้มันดูเอทตรงไหนหา?? แล้วอิการาชิซังก็พยายามอธิบายแบบงงๆ อยู่นานโดยมีอีกสามคนคอยทักท้วง จนสุดท้ายจุนตะที่เป็นพิธีกรต้องบอกว่าที่เหลือเอาไว้ไปอธิบายในทวิตเตอร์แล้วกันนะ ซึ่งสุดท้ายเค้าก็มาอธิบายในทวิตเตอร์จริงๆ

พอถามครบหมดก็เข้าสู่ช่วงโฆษณานิดหน่อย จุนตะบอกว่าจะเรียกชินคุงมาโฆษณา แล้วก็ตะโกนเรียกชิน ส่วนทาคุจังก็ตะโกนว่า “ชินจวังงงงง” ด้วยเสียงคาเครุ ฮืออออออออ น่ารักอ้ะ ไม่ได้ชอบทาคุจังเป็นพิเศษแต่รู้สึกว่าเค้าก็ขยันเซอร์วิสดีนะ

หลังจากนั้นจุนตะก็พูดว่า 「みんなに言いたいことがありまーす!」 เสร็จแล้วทั้งสี่คนก็ยื่นไมค์ใส่คนดูพร้อมๆ กัน คนดูก็พร้อมใจกันตอบว่า 「なーにー?」 โดยไม่จำเป็นต้องนัดแนะอะไร ทุกคนล้วนผ่านการเข้าไปตะโกนในโรงมาอย่างโชกโชนสินะ….

หมดช่วงโฆษณาซึ่งไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ๆ ก็เข้าสู่ช่วงอำลาอาลัย ช่วงอำลาไม่ค่อยมีอะไรมาก ให้พูดลาทีละคน ทุกคนก็พูดประมาณว่าขอบคุณสำหรับการสนับสนุน ต่อจากนี้ไปก็ขอให้ช่วยเป็นกำลังใจให้คิงปุริต่อไปนะ บลาๆๆ ประมาณนี้

ช่วงทอล์กใช้เวลาประมาณห้าสิบนาทีเอง สั้นมากกกกกกก จริงๆ แล้วยังมีรายละเอียดเยอะกว่านี้มาก แต่จำไม่ค่อยได้เพราะทุกคนขยันชงมุกตบมุกเหลือเกิน แถมบางช่วงเราก็สติหลุดๆ ไปเพราะมัวแต่จ้องหน้าทาสุคุ (ใช้คำว่าจ้อง… ซึ่งก็จ้องจริงๆ) ยิ่งเวลาทาสุคุมองมาแถวๆ เรานะ โอ้ยยยยย บนเวทีคุยอะไรกันเหรอ เนื้อหาไม่ผ่านสมองแล้วจ้าาาาาาา

เก็บตกช่วงทอล์ก

  • มีช่วงนึงที่จุนตะ ทาคุจัง กับอิการาชิซังแย่งกันพูดอะไรสักอย่าง แล้วทาสุคุยืนเฉยๆ ไม่ได้เข้าร่วมถกเถียงด้วย ทาสุคุก็มองหน้าคนนั้นทีคนนี้ที มองหน้าทุกคนสลับไปมา จนได้จังหวะพูดแทรก ทาสุคุเลยบอกว่า ขอกลับก่อนแล้วกันนะ แล้วก็ทำท่าจะเดินไปหลังเวที ทาคุจังกับจุนตะเลยรีบเข้าไปคว้าตัวไว้ ตล๊กกกกก 555555555555
  • อันนี้พีคมาก ทาคุจังจะพูดถึงเพลงดรามาติกเลิฟ ซึ่งเรียกย่อๆ ได้ว่า โดราบุ แต่ทาคุจังดันพูดผิด ไปพูดว่า โดอาระ ซึ่งเป็นชื่อย่อของเพลง DRIVE A LIVE ของไอดอลมาสเตอร์ที่ทาคุจังก็พากย์เหมือนกัน พอเผลอพูดผิดไปพูดเพลงของเรื่องอื่น อีกสามคนเลยต้องรีบบอกว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรนะ! ไม่เป็นไรนะ! มันช่วยไม่ได้จริงๆ! ส่วนทาคุจังก็ยืมกุมหน้าหัวเราะเจื่อนๆ ช็อตนี้ทั้งฮาทั้งน่ารัก (*´ェ`*)
  • ทาสุคุไฮเปอร์มากกกกกกกก ยืนนิ่งไม่ได้เลย หลุกหลิกตลอดเวลา เราว่าทาสุคุดูทำตัวสบายๆ และเป็นธรรมชาติกว่าตอนขึ้นเวที AFA เยอะเลย คงเพราะคราวนี้อยู่ในประเทศตัวเองแถมออกงานกับเมมเบอร์ที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ก็เลยรับส่งมุกกันได้ลื่นไหลและไร้อาการเกร็งใดๆ (มีอาการงงบ้างเวลาฟังคำตอบอิการาชิซัง แต่จุดนั้นทุกคนล้วนงงกันหมด ไม่เป็นไร)
  • บางทีก็เหนื่อยแทนทาสุคุที่ต้องคอยตบมุก ส่วนใหญ่ทาคุจังจะช่วยตบมุกแหละ แต่บางทีพอทาคุจังหันไปชงมุกแข่งกับอีกสองคน ทาสุคุก็ต้องคอยตบมุกให้ทุกคน มีรอบนึงทาสุคุถึงกับบอกว่าทำไมนี่ทุกคนชงมุกกันหมดเลย ไม่มีใครคอยตบมุกเลย (จุดนั้นทาสุคุคงขี้เกียจตบมุกแล้ว 555555555)

พอจบช่วงทอล์กทั้งสี่คนก็จะกลับไปหลังเวทีแป๊บนึง ให้สต๊าฟมาจัดที่บนเวทีเพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงไฮทัช สต๊าฟจะเอาโต๊ะมาตั้งไว้บนเวที เอาไว้คั่นระหว่างสี่คนนั้นกับแฟนๆ แล้วให้แฟนๆ เรียงแถวขึ้นไปทีละแถว

แถวแรกๆ ไฮทัชแบบคึกกันมาก ฝั่งนักพากย์ก็คึก ฝั่งแฟนๆ ก็คึก แค่นั่งดูอยู่ห่างๆ ยังขำ ช่วงแรกๆ สี่คนนั้นจะไฮทัชแล้วส่งเสียงเฮฮากันดังมาก ทั้ง เย้! คัมม่อน! แล้วสักพักก็แปะมือไปหลายๆ คนก็จะเริ่มเปลี่ยนมาตะโกนว่า เบิร์นนิ่ง!! แทน

พอถึงคิวเราทุกคนจะเริ่มเนือยๆ ลง สงสัยหมดแรง 555555555555 ตอนเดินขึ้นเวทีตื่นเต้นมากกกกกก ฮืออออออ ลำดับการยืนของสี่คนนั้นคือ จุนตะ ทาสุคุ ทาคุจัง อิการาชิซัง เพราะงั้นเราจะได้แปะมือกับทาสุคุเป็นคนที่สอง

ตอนแรกคิดว่าแค่แปะมือคงไม่แดเมจมาก มันน่าจะแค่เสี้ยววินาทีเดียว ไม่ถึงขั้นสติหลุดหรอกมั้ง ปรากฏว่าพอแปะมือกับทาสุคุ ทาสุคุก็มองหน้าเรา ยิ้มกว้าง แล้วก็พูดว่า “อาริกาโต้” เท่านั้นแหละจ้าาาาาาาาาาา โอ้โห๊ววววววววววว วิญญาณหลุดไปเลย สมองขาวโพลนไปหมด ตอนแปะมือกับทาคุจังและอิการาชิซังที่อยู่ถัดมานี่กระทำไปด้วยกายหยาบอันว่างเปล่าเท่านั้น จิตของข้าพเจ้าได้หลุดลอยไปสู่พาราไดซ์แล้ว บ๊ายบายยยยยยยย

นี่เราพยายามนึกหน้าทาคุจังตอนแปะมือกับเรามาหลายรอบแล้ว นึกยังไงก็นึกไม่ออก ความทรงจำส่วนนั้นหลุดไปเลยจริงๆ ราวกับยาชิโระ ทาคุกับอิการาชิ มาซาชิไม่มีอยู่จริง……….

แต่เราดันจำช็อตถัดจากแปะมือกับอิการาชิซังเสร็จแล้วได้แม่นมาก 555555555 พอเดินเลยโต๊ะออกมาจะเจอผู้หญิงเสื้อแดงใส่แมสก์ยืนโค้งให้ทุกคนที่ไฮทัชเสร็จแล้ว เราเล็งมาตั้งแต่ยังไม่ขึ้นเวทีแล้วว่านั่นมัน!!! นิชิซัง!!!!! คุณโปรดิวเซอร์!!!!!!! กรี๊ดในใจเยอะมากเพราะไม่นึกว่าเค้าจะออกมาให้เห็น ตอนเดินผ่านนิชิซังเราเลยหันไปผงกหัวเบาๆ หนึ่งที นิชิซังก็ผงกตอบ จบ (จริงๆ แล้วอยากพุ่งเข้าไปจับมือแล้วบอกว่าตั้งตารอภาคต่ออยู่นะคะ ขอเพลงใหม่ฮิโระด้วยจะดีมาก! แต่ใครจะไปกล้าทำแบบนั้น จะบ้าเหรอ) 

ไฮทัชเสร็จแล้วก็กลับเลย แม้จะมีความคิดว่า เอ๊ ไปดักรอแถวๆ สถานีชินโอซาก้าดีมั้ยน้า ยังไงก็คงกลับชินคังเซนกันสิน้า แต่เราก็ไม่ได้ไปดักรอจริงหรอกนะ หิว ไปหาข้าวกินดีกว่า แค่รอยยิ้มและคำว่าอาริกาโต้ของทาสุคุก็ทำให้โลกเต็มไปด้วยประกายแสงแห่งพริซึ่มแล้ว ไม่ขออะไรมากกว่านี้อีกแล้ว นี่เดินออกมาจากฮอลล์มองไปทางไหนก็รู้สึกโลกมันระยิบระยับไปหมด

ก่อนกลับไปถ่ายรูปโปสเตอร์หน้างานเป็นที่ระลึกหนึ่งแชะ อาาาา ประกายแสงแห่งพริซึ่มมีอยู่จริง!!!!

img_1739-1

กลับห้องมาแล้วก็จ้องมือตัวเองอยู่นานมากกว่าจะทำใจล้างได้ อาาาาาาา มือนี้ที่ได้รับประกายแสงแห่งพริซึ่มมาจากทาสุคุ เป็นครั้งแรกที่เห็นประกายแสงวิบวับแผ่ซ่านออกมาจากมือของตัวเอง (เราอาการหนักมาก เรารู้ตัว)

img_1740

จริงๆ แล้วเพื่อนแนะนำว่าให้ทาแฮนด์ครีมเพื่อให้มือนุ่มเป็นที่จดจำ เราก็มีความคิดนั้นตั้งแต่วันที่ได้ไปรษณียบัตรแล้ว (ตกใจมากที่เพื่อนก็คิด แต่เพื่อนบอกว่ามันน่าจะเป็นความคิดพื้นฐานเลยนะ ….อ้าวเหรอ 555555555) แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทาเพราะคิดว่าแค่ตบมือแปะๆ คนละทีมันจะสัมผัสถึงความนุ่มได้มากมายแค่ไหนกัน ซึ่งก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ นั่นแหละ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก 555555555

พอกลับมาแล้วก็ตามเช็กทวีตทั้งสี่คนแล้วก็พบว่าทุกคนลงรูป! ทำดีมากค่ะ!

เป็นอีเวนท์สั้นๆ ที่สนุกมากจริง ขำเยอะมาก เขินด้วย อัลบั้มสองแผ่นคุ้มแล้ว!!! ขอบคุณทั้งสี่คนมากค่ะ รอดูภาคต่ออยู่นะ (≧ω≦)