Unbox: うたの☆プリンスさまっ♪ Amazing Aria & Sweet Serenade LOVE

ได้แผ่นอุตะปุริ Amazing Aria & Sweet Serenade LOVE มาตั้งแต่เดือนที่แล้ว ภาคนี้เป็นการเอาของเก่ามาพอร์ตลงวีต้าเช่นเดิม คราวนี้เราสั่ง  Premium Princess Box เหมือนเดิม แพคเกจก็ยังคงยิ่งใหญ่อลังการน่าประทับใจเช่นเดียวกับ Repeat Love

รอบนี้ต่างจากคราวก่อนตรงที่เราเปลี่ยนมาสั่งกับอนิเมทออนไลน์ช็อป เซ็ตที่เราสั่งเป็นเซ็ตลิมิเต็ดของอนิเมท ตอนซื้อรีพีทเลิฟกับบร็อคโคลี่สโตร์ก็ว่าแพงแล้ว แต่เซ็ตนี้แพงกว่าเซ็ตก่อนอีกเกือบพันเยน รวมค่าเกมและค่าส่งแล้วกลายเป็นเกมที่แพงที่สุดเท่าที่เคยซื้อมาไปละ ไม่รู้ภาคเดบิวท์พอร์ตลงวีต้าแล้วจะเพิ่มราคามาทำลายสถิติอีกรึเปล่า ราคาโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ T_T

เอากล่องมาเทียบกับรีพีทเลิฟแล้วขนาดเท่ากันเป๊ะ

ชอบปก AASSL มากกว่านิดนึงเพราะสีละมุนกว่า (≧ω≦)

ลองเอาซีดีกับบลูเรย์มาเทียบไซส์

เทียบแล้วกล่องบลูเรย์ดูเล็กไปเลย (- v -;)

ก่อนแกะกล่องใหญ่ มาดูของในเซ็ตอนิเมทกันก่อน เพราะมันคือสิ่งที่เราปลาบปลื้มที่สุดในรอบนี้ (≧д≦) เราสั่งกับอนิเมทเพราะของแถมเป็นโทคิยะกับโอโตยะ ดีมากที่ในที่สุดอุตะปุริก็คิดได้ว่าควรกลับมาขายคู่นี้ซะที! (แต่จริงๆ ขายโทคิยะคู่ใครเราก็ซื้อหมด เป็นทาส)

ของในเซ็ตอนิเมทประกอบด้วยผ้าขนาด B2 โบรไมด์ เข็มกลัด ซีดีสองแผ่น แผ่นนึงเป็นโทคิยะกับโอโตยะ อีกแผ่นเป็นสตาริชแบ่งทีมทดสอบความกล้า

แกะสิ่งเหล่านี้ออกมาดูทีละชิ้นแล้วมีความสุขเหลือเกินนนนน ฮรืออออ โทคิโอโตะะะะะะะะ

ลองเอาผ้ามาพาดกับเก้าอี้ อาาาา ดี! ดีจังเลยยยยย (/////ー/////)

ส่วนโคสเตอร์ที่เป็นตัวจิบิแถมให้เฉพาะคนที่จองแรกๆ เผอิญเราเห็นของแถมเป็นโทคิโอโตะก็หลับหูหลับตากดๆ ไป ไม่ได้รีบจองเพราะเห็นแค่โคสเตอร์แต่อย่างใด ลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามันมีอันนี้แถมให้ด้วย 555555555

ทางด้านของในกล่องเกม เมื่อเปิดกล่องออกมาเราก็จะพบกับ…

แฟ้มที่ใช้รูปเดียวกับหน้าปกทุกประการ…….

และเมื่อหยิบแฟ้มออกมาก็จะพบกับ

กล่องเกมแบบลิมิเต็ดที่ใช้ปกเดิมอีกเช่นกัน จัดว่ายังคงคีพคอนเซปท์วาดทีเดียวใช้ให้คุ้มเช่นเคย

แฟ้มที่ว่านี้เป็นแฟ้มสำหรับใส่เข็มกลัด ซึ่งก็แน่นอนว่า

รูปเดิม…….

แต่ลายเส้นคุราฮานะเซนเซนี่เอามาทำเข็มกลัดแล้วเวิร์คมาก สวยมาก ฮืออออ ปลาบปลื้ม ไม่กล้าแกะออกมาติดกระเป๋าเลย มันเลอค่าเกินไป (;__;)

ซูมอิจิโนะเสะซังพอเป็นพิธี

ยังอีก ยังไม่หมด พอยกชั้นที่มีกล่องเกมออกมาจะเจอซีดีอีกสองแผ่น

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!!! ปกซีดีใช้อาร์ทใหม่!!! ชอบปกมากกกกกก น่ารักกกกกก (≧д≦) ชอบที่ชุดดูจะดัดแปลงมาจากชุดนักเรียนโรงเรียนซาโอโตเมะด้วย

ในกล่องมีหน้าปกเอคลาสกับเอสคลาสมาให้สำหรับเปลี่ยนตามอัธยาศัย

↑ โชจังหล่อมากกกกกก โอยยยยยยยยยยยย

Rainbow Stars CD แผ่นนี้เป็นซีดีเพลง มีเพลงอยู่สามเพลงได้แก่ 一緒にHang in there♪ ที่ร้องกันเจ็ดคน, ADVENT ACE ของเอคลาส และ Superb Spirits ของเอสคลาส ตอนรู้ว่าเอคลาสกับเอสคลาสจะมีเพลงใหม่ดีใจมากกกกกกกกก ไม่คิดว่าจนป่านนี้แล้วจะมีเพลงแยกคลาสออกมาให้ฟังอีก ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าตั้งตารอซีดีแผ่นนี้มากกว่าแผ่นเกมอีก 55555555

ส่วนซีดีอีกแผ่นคือ Cheer up Disc เป็นซีดีที่หนุ่มๆ จะพูดให้กำลังใจเราในยามเหนื่อยล้า มีทั้งหมด 10 แทรค คือมีครบทุกคนที่จีบได้ในเกมภาคนี้

ชั้นล่างสุดของ Premium Princess Box คืออัลบั้มใส่โบรไมด์กับโปสเตอร์ผ้าขนาด B2 แน่นอนว่ารูปเดิมอีกแล้ว

บนโบรไมด์มีข้อความเขียนด้วยลายมือของแต่ละคนอยู่ด้วย

ส่วนกล่องลิมิเต็ดแบบทั่วไปประกอบด้วยแผ่นเกม บุ๊กเล็ท และซีดีแผ่นนึง

Amazing Sweet LOVE Disc แผ่นนี้จะมีเพลง 情熱のデジャヴキス ของเซซิล กับเพลงของหนุ่มๆ แต่ละคนที่อะเรนจ์เป็นเปียโนแบบที่ใช้ในเกม ส่วนบุ๊คเล็ทเอาของเก่าที่เคยแถมกับเวอร์ชั่นลิมิเต็ดของ Amazing Aria และ Sweet Serenade เวอร์ชั่น PSP มารวมเป็นเล่มเดียว อันนี้ใช้มุกเดียวกับรีพีทเลิฟเลย

โดยส่วนตัวชอบของแถมอนิเมทรอบนี้มากกกกกกก ถือว่าคุ้มค่าคุ้มราคา ไม่เคยแกะกล่องเกมออกมาแล้วความสุขล้นปรี่ขนาดนี้มาก่อน (〃ω〃) ส่วนของในบ็อกซ์ ถึงแม้มันจะลายเดียวกันไปหมด แต่เราชอบลายเส้นนี้ ยอม ต่อให้รอบหน้าเล่นมุกนี้อีกก็ซื้ออยู่ดี ขายมาเล้ย!

นอกจากของแถมต่างๆ นานาในบ็อกซ์แล้ว รอบนี้เราประทับใจของแถมในเกมมาก คือถึงจะเป็นเกมที่พอร์ตภาคเก่ามาลงเครื่องใหม่ แต่ในเกมมีเนื้อเรื่องใหม่แถมมาให้ด้วย พวกสตอรี่ใหม่กับซีจีใหม่ยังไม่เท่าไหร่ แต่สตอรี่พิเศษที่แถมให้สำหรับคนที่มีเซฟภาครีพีทเลิฟอยู่นี่สิ พีค!

สตอรี่พิเศษนี้มีชื่อว่า「まじかるイチコ☆リターンズ」 หรือเมจิคัลอิจิโกะรีเทิร์นส์ เป็นการต่อยอดมาจากซีดีแถมของภาครีพีทอีกทีนึง คือภาครีพีทของเก่าเนี่ย ในเซ็ตอนิเมทเคยแถมดราม่าซีดีที่มีชื่อว่าเมจิคัลอิจิโกะมาก่อน ดราม่าซีดีนี้เป็นเรื่องราวของสาวน้อยมัธยมปลายนามอิจิโกะที่ต้องแปลงร่างสู้กับเหล่าร้าย และคราวนี้อิจิโกะก็กลับมาอีกครั้งในรูปแบบของสตอรี่ในเกม ไม่ต้องฟังแค่เสียงอีกต่อไป คราวนี้มาทั้งภาพและเสียงจ้าาา

วีต้าเรามีเซฟเกมรีพีทเลิฟอยู่ พอใส่แผ่นภาคนี้เข้าไปมันก็ขึ้นสตอรี่นี้มาให้เลือกกดเล่นได้เลย แต่ปัจจุบันยังไม่กล้าเล่น แค่ไปดูคลิปตัวอย่างมาก็ขำปางตายแล้ว ขอเวลาทำใจก่อน 5555555 อยากเก็บความพีคเอาไว้ท้ายสุดด้วย ไว้เคลียร์รูททุกคนครบแล้วค่อยเจอกันนะยัยอิจิโกะ!

ตอนนี้ภาคเดบิวท์ยังไม่มีประกาศทำลงวีต้า แต่ทำมาขนาดนี้แล้วคิดว่าเดี๋ยวก็คงมีมั้ง รอลุ้นหน้าปกฝีมือคุราฮานะเซนเซ เราชอบชุดบนปกภาคเดบิวท์มาก (≧ω≦) รอลุ้นของแถมร้านด้วย ลุ้นสตอรี่แถมด้วย ลุ้นราคาด้วย แค่พอร์ทของเก่ามาลงเครื่องใหม่ ทำไมมีอะไรให้ลุ้นเยอะแยะนักเนี่ย!

แต่ก่อนจะออกภาคเดบิวท์ ช่วยออกภาค Dolce Vita ที่ประกาศตั้งแต่ปีก่อนมาซะทีเถอะะะะ

Advertisements

KING OF PRISM SUPER LIVE MUSIC READY SPARKING!

ไปดูไลฟ์คิงปุริมาตั้งแต่วันที่ 21 เดือนที่แล้วนู่นนนนน อยากเขียนถึงแบบละเอียดๆ เลยไม่ได้เขียนซะทีเพราะมัวแต่ปั่นงานและปั่นเกม พอเว้นช่วงมาสักพักดันพบว่านึกรายละเอียดไม่ค่อยออกแล้ว เอาเป็นว่าจะพยายามนึกเท่าที่นึกได้ ไม่รู้ไลฟ์นี้จะออกแผ่นรึเปล่าด้วย อยากเก็บช่วงเวลาดีๆ ในวันนั้นเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (TωT)

ไลฟ์นี้มีชื่อว่า「KING OF PRISM SUPER LIVE MUSIC READY SPARKING!」เป็นไลฟ์ของคิงปุริที่ไม่มีโอเวอร์เดอะเรนโบว์ แต่ตัวชูโรงจะเป็นแก๊งเด็กๆ เอเดลโรสทั้งเจ็ดคน แจมด้วยอเล็กซานเดอร์ …แต่ทำไมในรูปโปรโมทถึงมีรุยคุงอยู่ด้วยก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ไลฟ์นี้อาโอยคุงไม่มา เราหลงนึกว่าอาโอยคุงมาด้วยอยู่นานมากจนกระทั่งไม่กี่วันก่อนถึงไลฟ์มาเช็กชื่อดูอีกทีแล้วพบว่า อ้าว ไม่มีอาโอยคุง ตึงงงงงง OTL

ไลฟ์นี้เราได้ตั๋วมาจากการใช้ซีเรียลโค้ดที่แถมหน้าโรงหนังมาสมัครตั๋วแบบสุ่ม อาทิตย์นั้นดูไปห้ารอบ มีรอบนึงเพื่อนไปดูด้วย เลยได้ซีเรียลมาทั้งหมดหกใบ สมัครไปแบบไม่ค่อยหวังอะไรเท่าไหร่เพราะช่วงก่อนหน้านั้นไม่ค่อยมีดวงเลย

ไลฟ์นี้มีสองรอบคือรอบกลางวันกับรอบเย็น เราแบ่งสมัครกระจายทั้งสองรอบ ปรากฏว่าพอประกาศผลได้รอบกลางวันมารอบนึง ส่วนอันที่สมัครรอบเย็นวืดหมด แต่ไม่เป็นไรเพราะแค่ได้มารอบนึงก็เป็นบุญมากแล้ว ฮืออออออ ขอบคุณค่ะะะะะะะะะ

ไลฟ์คราวนี้จัดที่ Makuhari Messe ที่เราเพิ่งไปสตามิวเฟสมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนไลฟ์นี้ แต่ต่างกันตรงที่สตามิวเฟสจัดในฮอลล์ธรรมดา ส่วนไลฟ์ของคิงปุรินี่จัดในอีเวนท์ฮอลล์เลย อีเวนท์ฮอลล์จะมีที่นั่งเป็นสแตนด์อย่างจริงจัง ซึ่งที่นั่งที่เราได้มาก็คือที่นั่งสแตนด์นี่แหละ

แต่ก่อนจะไปพูดถึงตัวไลฟ์ ขอพูดถึงการขายของหน้าไลฟ์สักนิดนึง แม้เราจะไม่ได้ซื้อก็ตาม (อ้าว)

ตอนแรกตั้งใจว่าจะตื่นเช้าๆ ไปต่อแถวรอซื้อเพนไลท์ แต่เนื่องจากวันก่อนหน้านั้นไปตะลุยดิสนีย์แลนด์มาทั้งวันจนหมดแรง วันต่อมาจึงตื่นเช้าไม่ไหว กะว่าถ้าไปหน้างานแล้วคนซื้อไม่เยอะค่อยซื้อแพมเฟลตกับของที่เหลือๆ ละกัน ส่วนเพนไลท์ไปช้านี่ไม่น่าซื้อทันอยู่แล้ว ตัดใจได้เลย

ระหว่างเดินทางไปมาคุฮาริก็เช็กสถานการณ์ซื้อขายของทางทวิตเตอร์ ตอนนั้นเองจึงได้ค้นพบว่าไลฟ์นี้ไม่ได้ใช้ระบบต่อคิวซื้อของเหมือนอีเวนท์อื่นๆ!

ระบบที่ใช้คราวนี้เรียกกันว่า “ระบบจูโออิน” มาจากนามสกุลของจูโออิน คาเครุ ซึ่งตัวตั้งตัวตีเรียกแบบนี้ก็คือออฟฟิเชียลนั่นแหละ

จริงๆ แล้วระบบมันก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เป็นระบบแจกบัตรคิว ใครไปถึงก็ไปรับบัตรคิว แต่ตัวเลขในบัตรคิวจะสุ่มโดยไม่รันตามลำดับการรับบัตร พอได้บัตรคิวมาก็แยกย้ายกันไปรอที่ไหนก็ได้ ถ้าอยากรู้ว่าถึงคิวตัวเองรึยังก็ใช้มือถืออ่าน QR โค้ดบนบัตรคิว อ่านโค้ดแล้วจะขึ้นหน้าจอบอกว่าตอนนี้ถึงคิวไหนแล้ว และต้องรออีกกี่นาทีกว่าจะถึงคิวของตัวเอง โอ้โห สะดวกมากกกกกก ไม่ต้องต่อคิวกันขาแข็งท่ามกลางสายฝนที่ซัดกระหน่ำ ก็สบายกันไป

เท่าที่อ่านทวีตของคนที่ไปซื้อของ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าทีมงานรันคิวเร็วมากกกกกกก เผลอแป๊บๆ ผ่านไปเป็นร้อยคิวอย่างรวดเร็ว มีแต่คนชื่นชมความดีงามของระบบนี้ เพิ่งเคยเห็นบุปปังที่คนชื่นชมเยอะขนาดนี้นี่แหละ

อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนที่ไม่ได้ไปซื้อ เราว่าระบบนี้มีข้อเสียเหมือนกันนะ ข้อสำคัญเลยคือต่อให้อยากซื้อของมากแค่ไหนก็ต้องอาศัยดวงอยู่ดี การไปเร็วไม่ได้แปลว่าจะได้ซื้อก่อน ต้องลุ้นเอาว่าของจะหมดก่อนถึงคิวเรารึเปล่า เผลอๆ ถ้าดูไลฟ์รอบกลางวันก็ต้องลุ้นอีกว่าจะถึงคิวเราก่อนไลฟ์เริ่มรึเปล่าอีกต่างหาก ถ้าจะใช้ระบบนี้ควรจะสต๊อกของไว้เยอะๆ เห็นคนบ่นกันเยอะมากว่าเพนไลท์หมดเร็วเพราะไม่จำกัดจำนวนการซื้อ แล้วนี่ดันเป็นคิงปุริด้วยไง คิงปุริที่ทุกคนบ้าหอบเพนไลท์เข้าโรงหนังกันเต็มไม้เต็มมือไง… แต่โดยรวมแล้วเป็นระบบบุปปังที่คนชื่นชมเยอะมากเพราะยังไงก็มีข้อดีเยอะกว่าข้อเสียแหละ ขนาดเราไม่ได้ไปร่วมด้วยช่วยใช้ระบบนี้ยังประทับใจเลย (แต่ถ้าตื่นเช้าแล้วซื้อเพนไลท์ไม่ทันคงเซ็งมาก……)

ตัดภาพมาที่เรา ไลฟ์เริ่มบ่ายสอง บ่ายโมงแล้วยังอยู่บนรถไฟอยู่เลยจ้าาา 55555555 ปกติเป็นพวกชอบไปถึงก่อนเวลาเปิดให้เข้าเป็นชั่วโมง รอบนี้นอกจากตื่นสายแล้วยังมัวแต่อ้อยอิ่งเขียนจดหมายให้ทาสุคุ รู้ตัวอีกทีก็เที่ยงแล้ว ตื่นตระหนกเลยทีนี้ แต่สุดท้ายก็ไปถึงหน้าอีเวนท์ฮอลล์ตอนบ่ายนิดๆ ไปถึงก็ไปต่อคิวรอเข้าไลฟ์เลย ไม่ได้ไปชะโงกดูตรงที่ขายของด้วยซ้ำเพราะเพนไลท์หมดแล้ว ส่วนแพมเฟลตเอาไว้ตอนเย็นค่อยไปซื้อหน้าโรงหนังที่ไปดูไลฟ์วิวยังไม่สาย

จะว่าไปแล้วไลฟ์นี้เป็นอีเวนท์แรกเลยที่เราได้ดูทั้งสองรอบ ถึงจะพลาดตั๋วรอบเย็นแต่ก็ไปกดซื้อตั๋วไลฟ์วิวมาได้แบบงงๆ แล้วเพิ่งกดก่อนถึงวันจริงไม่กี่วันด้วยนะ ตอนแรกอยากกดของโรงหนังแถวมาคุฮาริแต่มันหมดเกลี้ยงแล้ว โรงใกล้ๆ โรงอื่นก็ไม่เหลือ พอเจอโรงชินากาวะยังเหลืออยู่นิดหน่อยเลยหน้ามืดกดๆ มา ตอนดูรอบกลางวันจบเลยต้องตาลีตาเหลือกพุ่งไปชินากาวะต่อทันที

ด้วยเหตุนี้ รีพอร์ตคราวนี้จึงจะเขียนถึงทั้งสองรอบปนๆ กันไปเพราะความทรงจำเลือนรางจนจำไม่ค่อยได้ว่ารอบไหนเป็นรอบไหน 555555555

กลับมาที่รอบกลางวันก่อน ตอนต่อคิวรอเข้าไลฟ์มองไปรอบๆ เห็นคนถืออิตะแบ็กเยอะแยะมากมายตามปกติของอีเวนท์ แต่แปลกใจที่มีคนถือกระเป๋าโอเวอร์เดอะเรนโบว์กันด้วย ตอนแรกก็อยากพกฮิโระมาเหมือนกัน แต่เห็นเป็นไลฟ์เด็กๆ เลยพาน้องยูมาดีกว่า พอเห็นคนถือกระเป๋าฮิโระ โคจิ คาซึกิกันเยอะแยะแล้วเริ่มเสียดายที่ไม่ได้พาฮิโระมาด้วย (´・ω・`)

ต่อคิวไม่นานก็ได้เข้าไปด้านใน พื้นที่ด้านหน้าฮอลล์มีไม่มากเท่าไหร่ เข้าไปถึงก็เจอทางแยกซ้ายขวา ตรงกลางมีโต๊ะวางกล่องของขวัญอยู่ เราเลยพุ่งไปโยนของให้ทาสุคุก่อนเป็นอันดับแรก ตอนแรกว่าจะเตรียมมาให้ยูมะคุงด้วยแต่ไม่รู้จะให้อะไร สุดท้ายเลยให้ทาสุคุแค่คนเดียว ขอโทษนะยูมะคุง (T∇T)

ข้างๆ โต๊ะวางกล่องของขวัญมีดอกไม้แสดงความยินดีวางเรียงราย ตรงนี้เป็นดอกไม้จากผู้เกี่ยวข้อง ถัดไปอีกนิดถึงจะเป็นโซนดอกไม้จากแฟนๆ

โซนดอกไม้จากแฟนๆ มีดอกไม้ให้ไทกะกับคาเครุเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เป็นสองคนที่ฮอตเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ

เสียดายเดินไปไม่ถึงโซนดอกไม้น้องยู เพราะน้องอยู่ท้ายๆ โน่นเลย แต่เรามาเดินดูดอกไม้ตรงนี้ตอนงานเลิก ซึ่งต้องเดินสวนกับผู้คนจำนวนมากที่ออกมาจากฮอลล์ กว่าจะฝ่าไปถึงโซนดอกไม้ยูคุงสำเร็จคงไปดูไลฟ์วิวสายกันพอดี

หลังจากนั้นพอเข้าไปในฮอลล์ก็หาที่นั่งตัวเองเจออย่างง่ายดาย ที่นั่งเราอยู่บล็อก J บนสแตนด์ ตอนแรกเห็นว่าเป็นที่นั่งชั้นสองก็นึกว่าจะไกล แต่มันใกล้กว่าที่คิดเพราะฮอลล์เล็กนิดเดียวเอง เล็กกว่าที่คิดไว้เยอะมากกกกกก แล้วเวทีมันเป็นแบบมีเวทีใหญ่ กับเวทีเล็กที่มีทางเชื่อมกับเวทีใหญ่อีกที ที่นั่งเรามองเห็นเวทีเล็กชัดเจนแจ่มแจ๋วมากกกกก

เวทีหน้าตาประมาณนี้

ที่นั่งเราอยู่บนแสตนด์ด้านขวาในรูปนี้ เป็นมุมที่มองเห็นเวทีเล็กจากด้านข้าง ซึ่งที่นั่งดีและเห็นชัดกว่าที่คิดฝันไว้มาก กราบคิงปุริเยอะมาก

ที่สำคัญ ที่นั่งเราอยู่ใกล้ๆ ที่นั่งผู้เกี่ยวข้องด้วย!! นิสัยเราอย่างนึงเวลาไปอีเวนท์หรือคอนเสิร์ตใดๆ ก็ตามคือชอบมองหาที่นั่งผู้เกี่ยวข้อง แล้วไลฟ์นี้ที่นั่งเราอยู่บล็อกติดกับที่นั่งผู้เกี่ยวข้องเลย แต่ที่นั่งเราจะสูงเยื้องๆ ขึ้นมาหน่อย ระหว่างรองานเริ่มก็เลยเหลือบมองไปทางนั้นบ่อยครั้ง คราวนี้เลยได้เจอทั้งฮิชิดะซังที่เป็นผู้กำกับ ทั้งนิชิซังที่เป็นโปรดิวเซอร์เลย อ๊ากกกกกก คุ้ม!!!!

ขำตอนที่ฮิชิดะซังเดินมานั่ง ตอนแรกเรานึกว่าไม่มีใครสนใจที่นั่งตรงนั้น แต่พอฮิชิดะซังเดินมา คนข้างๆ เราตื่นเต้นแล้วพูดกับเพื่อนซ้ำๆ ว่า “ผู้กำกับๆๆ” คนข้างหน้าลุกขึ้นชะโงกมอง ส่วนคนตรงที่นั่งอารีน่าก็หันกล้องส่องทางไกลดูกันหลายคน ตลกมาก ขำในความเซเลบของผู้กำกับ 5555555555555

ระหว่างเหลือบมองเราเห็นคนเดินงงๆ หาที่นั่งตัวเองไม่เจอหลงไปอยู่ในที่นั่งผู้เกี่ยวข้องกันหลายคนเลย อยากแกล้งเดินงงๆ หลงเข้าไปมั่งจัง พลาดแล้วสินะ ว้า (´・_・`)

ทางด้านบรรยากาศของผู้ชมก่อนงานเริ่ม เราประทับใจมากกกกกกกกกกกกกก คือคิงปุริเนี่ยขึ้นชื่อเรื่อง 応援上映 อยู่แล้ว (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) ไม่ต้องกลัวเลยว่าคนดูจะหงิมๆ หรือเรียบร้อยจนเกินไป งานนี้คึกคักกันมากตั้งแต่ไลฟ์ยังไม่ทันเริ่มเลยจ้า

ตอนเราเข้าฮอลล์ไปช่วงแรกๆ จอที่เวทีจะฉายโฆษณาอนิเมะเรื่องอื่นไปเรื่อยๆ จนสักพักถึงจะเปิดโฆษณาคิงปุริ&คิงปุระขึ้นมา ตอนแรกคนดูยังนั่งกันตามปกติดี จนกระทั่งโฆษณาคิงปุริขึ้นมาเท่านั้นแหละ อยู่ดีๆ คนดูค่อนฮอลล์ก็เปิดเพนไลท์กันพรึ่บ! ตามด้วยตะโกนคุยกับหน้าจอ หลังจากนั้นพอเปิดโฆษณาซีดีเพลง คนดูก็ช่วยกันตะโกนคอลตามจังหวะเพลงพร้อมกับเปลี่ยนสีเพนไลท์ให้ตรงกับตัวละครที่ร้องเพลงนั้นอีก จังหวะโบกเพนไลท์ก็สุดเป๊ะ (การโบกเพนไลท์เชียร์คิงปุรินี่เป็นศาสตร์อันล้ำลึกอย่างนึง ท่าเยอะ ลูกเล่นแยะ) ยิ่งใกล้เวลาไลฟ์เริ่มเท่าไหร่ก็ยิ่งคอลกันมันส์มากขึ้น แหม พริซึ่มเอลีทไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ นี่ขนาดไลฟ์ยังไม่เริ่มนะ 5555555555

ส่วนไลฟ์ ไล่ไปตามเซ็ตลิสท์ทีละเพลงเลยละกัน จำไม่ค่อยได้ว่าตอนก่อนเริ่มมีพูดอะไรบ้าง แต่คุ้นๆ ว่าจุนตะพูดว่า「心のボタン押してみよう」หรืออะไรทำนองนี้ด้วย น่าจะตอนก่อนเริ่มนี่แหละมั้ง หลังจากนั้นค่อยเข้าเพลงแรก

 

1 BOY MEETS GIRL

บอยมีทส์เกิร์ลลลลลลลล ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเปิดด้วยเพลงนี้ เป็นครั้งแรกที่ได้ฟังเวอร์ชั่นเด็กใหม่เอเดลโรส ปลาบปลื้มมาก ฮือออออ แค่อินโทรขึ้นมาก็น้ำตาจะไหลแล้ว เพลงนี้เป็นเพลงที่เด็กๆ เอเดลโรสเคยพูดไว้ในฉากแถมในแผ่นคิงปุริว่าเป็นเพลงหากินที่ร้องกันอยู่ประจำ แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับไม่เคยมีเวอร์ชั่นเด็กๆ ให้ฟังซะงั้น… ในที่สุดในไลฟ์นี้ก็ได้ฟังแล้ว ดีใจมากกกกกก อยากให้ทำเพลงนี้ลงแผ่นด้วยจัง อัลบั้มหน้าต้องมีเพลงนี้นะ!

ตอนอินโทรเพลงนี้ขึ้นมา ทั้งเจ็ดคนจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากตรงกลางเวทีด้านบน แล้วค่อยลงบันไดมายืนตรงเวทีด้านล่าง ภาพที่ทุกคนค่อยๆ โผล่ขึ้นมาท่ามกลางความมืดพร้อมอินโทรเพลงนี้มันดีเหลือเกินนนนนน แต่หลังจากนั้นพอลงมายืนกระจายๆ กันแล้วเห็นได้ชัดเลยว่ายูมะคุงไฮเปอร์กว่าเพื่อนๆ มาก ไฮเปอร์จนเราขำ 55555555555 คนอื่นเค้ายืนร้องเพลงพลางโยกไปตามจังหวะเบาๆ แต่ยูมะคุงทั้งโยกแรง ทั้งหมุนตัวไปมา ทั้งกระโดดดึ๋งๆ อย่างสนุกสนาน พลังงานเต็มเปี่ยม ยูมะคุงวันนี้เหมือนคนละคนกับสตามิวเฟสเลย ไฮเปอร์กว่าตอนสตามิวเฟสมากกกกกก เห็นแล้วเอ็นดู๊เอ็นดู (〃∇〃)

พอจบเพลงนี้ก็มีทอล์กนิดหน่อย ทุกคนแนะนำตัวกันทีละคน จำไม่ได้เลยว่าใครแนะนำตัวว่าอะไรกันบ้าง….OTL จำได้แต่ทาสุคุคีพลุคไทกะได้ไทกะมาก ไม่ยิ้มเลย เก๊กหน้าเข้ม พูดจาด้วยเสียงไทกะตลอด อินไปไหน๊

อีกอย่างที่จำได้คือจุนตะพูดทักทายคนดูไลฟ์วิวแล้วโบกมือให้กล้อง แต่ใครสักคน น่าจะโซมะมั้ง? บอกว่ารอบนี้ไม่มีไลฟ์วิวนะ มีรอบเย็นต่างหาก จุนตะเลยเงิบเบาๆ สงสาร 5555555555

ทอล์กเสร็จก็มีใครสักคนถามว่า ไหนใครจะร้องเป็นคนแรก? แล้วยูมะคุงก็ชูไม้ชูมือบอกว่าฉันนี่แหละ! คนอื่นเลยฝากเวทีไว้กับยูมะคุง พอคนอื่นหลบไปหลังเวทีหมดแล้ว ยูมะคุงก็บอกให้คนดูช่วยกันตะโกนชื่อ คนดูก็พร้อมใจกันตะโกนว่า “Zeussss” แล้วยูมะคุงก็พูดต่อว่า 俺は最強スター!!!!พร้อมทำท่ากำมือข้างนึงชูขึ้นฟ้า เป็นการเข้าสู่เพลงต่อมา

 

2 Zeus♂ ~俺は最強スター~ (Zeus ♂ ~ore wa saikyou star~)

เพลงโซโล่ยูคุง! ไม่นึกว่ายูคุงจะมาเป็นคนแรก ตั้งตัวไม่ค่อยทัน อยู่ดีๆ เพลงโอชิก็มาก่อนใครเพื่อน

ยูมะคุงร้องดีมากกกกกกกกกกกกกกก ไม่มีถ้อยคำอื่นใดจะชมนอกจากดีมากกกกกก และดีดมากด้วย 55555555555 วันนี้ยูมะคุงพลังล้นมากจริง สมเป็นยูคุง!! เพลงนี้ยูมะคุงเต้นเต็มที่มากแต่ร้องเสียงดีไม่มีตกเลย ช่วงกลางๆ เพลงมีการวิ่งมาที่เวทีเล็กด้วย โอ๊ยยยยยยยยยย ใกล้มากกกกกกกก เป็นลมมมมมมมม

ตอนท้ายเพลงนี้มีท่อนนึงยูมะคุงวิ่งขึ้นไปถีบบันไดหนึ่งทีแล้วกระโดดลงมา รู้สึกน้องทำออกมาน่ารักมากกว่าเท่ (≧ω≦) ทำท่านี้ทั้งสองรอบเลยด้วย รอบเย็นเลยลุ้นเบาๆ แต่ยูมะคุงก็กระโดดได้สวยงามเรียบร้อยดีไม่มีสะดุดอะไร

 

3 桃色MAXジャンプ!(Momoiro MAX Jump!)

โซโล่เลโอคุง เพลงนี้น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ปกติความน่ารักของเลโอคุงทำอะไรเราไม่ค่อยได้ อย่างมากก็แค่เอ็นดูว่า อุ๊ย น่ารักดี (*´∀`*) นากาเนี้ยงก็เป็นนักพากย์ที่เราเฉยๆ มาตลอด จนกระทั่งมาเจอนากาเนี้ยงร้องเพลงนี้นี่แหละ โอ้โหววววววววววววว คิววววววววท์ นากาเนี้ยงร้องและเต้นได้น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)(≧д≦) กรี๊ดสนั่นหวั่นไหวอย่างไม่ได้เตรียมใจมาก่อน ชอบท่าเต้นหลายท่าเลย

เพลงนี้รอบดูสดเสพความน่ารักได้เต็มอิ่มกว่าไลฟ์วิวมากกกกกกกก คือดูสดจะเห็นท่าเต้นชัดเจนเต็มตากว่า ไลฟ์วิวซูมหน้าเยอะไปหน่อยจนบางทีไม่เห็นความน่ารักของท่าอ้ะ!

 

4 Home sweet Home

เพลงของหม่าม้า เอ้ย! มินาโตะ เราไม่เคยเห็นมาซาชิซังร้องเพลงมาก่อนเลย ปกติจะติดภาพเวลาเค้าออกอีเวนท์คิงปุริแล้วทำตัวตลกๆ คือมาซาชิซังเนี่ยเป็นคนที่คาแรคเตอร์ชัดมาก เพื่อนๆ นักพากย์ในคิงปุริยังชื่นชอบกันมาก งานไหนมาซาชิซังไม่อยู่เป็นต้องโดนพูดถึงประจำ

อย่างไรก็ตาม พอมาดูเพลงนี้แล้วสีหน้าตอนร้องเพลงมาซาชิซังยิ้มแย้มอบอุ่นสมเป็นมินาโตะมากจนเราลืมตัวตนที่แท้จริงของเค้าไปแวบนึงเลย

 

5 Groovin’ Chara-Emo Night

คาซึโอะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ถึงจะบอกว่าโอชิน้องยู แค่คาเครุนี่เหมือนเป็นโอชิเราอีกคนนึงไปแล้ว กรี๊ดบ่อยกว่าน้องยูอีกเถอะ 5555555555 เพลงนี้ทาคุจังโผล่ขึ้นมาจากกลางเวทีใหญ่พร้อมกับโต๊ะดีเจหนึ่งตัว โผล่มาในท่าสแครชแผ่นด้วยนะ เฮลโหลลลล นี่คาเครุหรือดีเจคู 55555555555

วันนี้ทาคุจังใส่แว่นให้เหมือนคาเครุด้วย อิมแพคต์มาก กรี๊ดสนั่นตั้งแต่ตอนทาคุจังออกมาแนะนำตัวตอนแรกแล้ว พอโผล่มาร้องเพลงในฐานะคาเครุอีกนี่เราแทบสิ้นสติ ฮว๊ากกกกกกกกกกก

ถึงจะชอบคาเครุมาก แต่ปกติเราเฉยๆ กับเพลงนี้นะ รู้สึกว่าเป็นเพลงที่ฟังแล้วขำ มีอะไรตลกๆ เยอะดี แต่ไม่ได้ชอบแบบอุ๊ยกรี๊ดเท่จังเลย จนกระทั่งมาเจอทาคุจังร้องและแดนซ์เพลงนี้เนี่ย โอ๊ยยยยย จากเพลงตลกกลายเป็นเพลงเท่ระเบิดระเบ้อในพริบตา ใครดีไซน์ท่าเต้นให้คะะะะ หล่อมากกกกกกกกก ทาคุจังเวอร์ชั่นคาเครุเฉิดฉายเหลือเกิน อารมณ์เหมือนเสี่ยพาลูกน้องออกมาเต้น 5555555 ลีลาท่าทางมีความ like a boss สมเป็นคุณชายทายาทตระกูลจูโออิน ปลาบปลื้มสุดๆ (≧д≦)(≧д≦) แถมยังไม่ลืมความชะไร่แบบคาเครุด้วย ทาคุจังส่งจูบเยอะมาก หมั่นไส้!!

เพลงนี้เอฟเฟคต์เวทีเล่นเยอะเล่นใหญ่มากๆ แสงสีแพรวพราว แม้แต่บันไดยังเฟี้ยวฟ้าว รอบดูสดอลังการดาวล้านดวงมาก ส่วนไลฟ์วิวก็เห็นหน้าทาคุจังชัดเจนแจ่มแจ๋วดีมาก ดีกันไปคนละแบบ

 

6 レジェンド・ワールド (Legend World)

คาเครุแล้วต่อด้วยไทกะ แหม คนจัดเซ็ตลิสท์รู้งานเกินไปแล้ว!

เพลงนี้ตอนก่อนเริ่มมีเสียงไทกะบ่นว่าคาเครุชะไร่เกินไปด้วย ไม่รู้เขียนบทมาแบบนี้หรือทาสุคุแอดลิบเอง เพราะของคนอื่นไม่มีบทพูดถึงคนก่อนหน้า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ทาสุคุจะแอดลิบ

เพลงนี้ก็ไม่มีอะไรจะชมนอกจากดีจัง ดีจังเลยยยยยยย ฮืออออออออออออออออ ทาสุคุเท่มากกกกกกกก ปกติไม่ค่อยรู้สึกว่าทาสุคุเป็นคนเท่ จะเอ็นดูในความน่ารักมากกว่า แต่พอองค์ไทกะประทับร่างแล้วเท่มากจริงๆ นับถือที่คีพลุคไทกะได้เป๊ะสุดๆ เสียงร้องเพลงก็ดีเหลือเกิน เป็นไลฟ์ที่คิดหลายรอบมากว่า อาาา ทาสุคุร้องเพลงเก่งนะเนี่ย!!

 

7 アゲハ蝶、夢舞い恋しぐれ (Ageha chou, Yumemai Koishigure)

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย คนนี้ม้ามืดมากสำหรับเรา ยูกิซามะะะะะะะะะะะะะะะะะ

อันที่จริงเพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบมากสุดในอัลบั้ม Music Ready Sparking! เลยแหละ แต่วันนี้มาดูไลฟ์ไง ใจก็มัวแต่โฟกัสที่ยูมะคุง ทาเคะคุง ทาสุคุ ทาคุจัง แล้วเป็นไงล่ะะะ เจอโซมะใส่กิโมโนโผล่มารำพัดให้ดู โอ๊ย ตาย ตาย ตายยยยยยยย

เรื่องเสียงร้องเพลงคงไม่ต้องชื่นชมอะไรละ นี่ไซโต้ โซมะเชียวนะ งานดีอยู่แล้ว ร้องสดเพราะมากกกกก แต่ที่คาดไม่ถึงคือการเต้นของโซมะ เต้นออกมาได้สมเป็นยูกิโนะโจมากกกกกก ทั้งแข็งแรงและหวานอ่อนช้อยไปพร้อมๆ กัน การแสดงออกถึงความเป็นตัวละครผ่านท่าเต้นของโซมะช่างดีงามน้ำตาไหล ชอบท่าช่วงท่อน「ふわり ふわり」มากเลย ฮรือออออ ยูกิซามะะะะะะะะ

ชอบช่วงที่โซมะมารำพัดตรงเวทีกลางแล้วมีละอองแผ่นพลาสติกโปรยปรายลงมาจากด้านบนอย่างสวยสดงดงาม ช่วยขับเน้นให้โซมะดูเลอค่ายิ่งขึ้นไปอีก ユキ様麗しゅうございます!!!!

โดยรวมแล้วประทับใจเพลงนี้มากมากมากมากมาก ประทับใจสุดในบรรดาเพลงโซโล่ไลฟ์นี้เลยแหละ

 

8 Sweet Sweet Sweet

โซโล่ชินคุง บอกตามตรงเราลืมเพลงนี้ไปแล้ว 555555555555 พอเหลือแค่ชินคุงดันนึกไปถึงเพลง Over the Sunshine! ก่อน พออินโทรขึ้นมาถึงนึกได้ว่ามีเพลงนี้อยู่ด้วย…… เพลงนี้รู้สึกว่า อืม ชินคุง จบ 5555555555

 

9 EZ DO DANCE -THUNDER STORM ver.-

กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซ เพลงนี้ที่รอคอยยยยยยยยยยยยยยย ผ่านมาตั้งครึ่งไลฟ์กว่าจะได้เห็นหน้าเห็นตาทาเคอุจิคุง ตอนคนอื่นเค้าทักทายคนดูตอนแรกก็ไม่ออกมาทักทายกะเค้า ฮรือออออออออออออออ

เพลงนี้ที่สุดแห่งความมันส์ สุดยอดมากกกกกกกกกกกกกกก เป็นเพลงที่กรี๊ดหนักสุดในทุกๆ เพลง และถ้าถามว่าประทับใจเพลงไหนมากที่สุดก็จะตอบว่าเพลงนี้นี่แหละ ดีงามเหลือเกิน ดีงามทุกสิ่ง ดีไปหมด อเล็กกกกกกกกกกกกกกกก

กรี๊ดคอระเบิดไปตั้งแต่ตอนทาเคอุจิคุงโผล่มาแล้วเต้นท่าเดียวกันกับอเล็กแบบเป๊ะๆ!!! โอ๊ยยยยยยยย สลบบบบบบบบบบ น้องเต้นเป๊ะมากกกกกกกก เป๊ะแบบไม่ได้คิดไปเอง เพราะบนจอด้านหลังฉายภาพฉากอเล็กเต้นในเรื่องให้ด้วย ส่วนทาเคอุจิคุงเต้นอยู่หน้าจออีกทีนึง เทียบกันให้เห็นจะๆ ไปเลยว่าเป๊ะแค่ไหน แต่ชุดน้องไม่อลังการเท่าชุดอเล็กนะ 5555555555 ชุดทาเคะคุงวันนี้เป็นเสื้อหนังสีดำ มีผ้าลายเสือดาวห้อยเอว หล่อมากกกกกกก หล่อขี้โกงเกินไปมั้ย!!! /เหลือบมองชุดคนอื่น

ส่วนคุณภาพเสียงร้องสดของทาเคะคุง โอ๊ยยยยยย ไม่มีอะไรจะพูด ถ้าบอกว่าดียิ่งกว่าในซีดีหลายเท่าจะอวยเวอร์เกินไปมั้ย? แต่น้องร้องดีมากจริงๆ นะ เคยฟังทาเคอุจิคุงร้องเพลงสดๆ มาหลายงาน แต่พูดได้เต็มปากเลยว่าครั้งนี้เป็นครั้งนี้ตราตรึงใจมากที่สุด ฮรืออออออออออออ ยามาโตะอเล็กซานเดออออออออออรรรรรรรร์ ทาเคอุจิชุนสุเกะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ ไอเลิฟยูวววววววววววววว♥♥♥

ตอนแรกลุ้นว่าจะเป็นเวอร์ชั่นอเล็กซานเดอร์โซโล่รึเปล่า ปรากฏว่าพอถึงช่วงกลางๆ เพลง ทาสุคุก็โผล่มาแจม โอ้ววววววว เวอร์ชั่นธันเดอร์สตอร์มนี่เอง!! ทาสุคุก็ร้องดีมากๆๆๆ อีกเช่นกัน ชอบตรงท่อน「朝焼けに口付けてる」ทาสุคุเปลี่ยนสไตล์การร้องใหม่เป็นขึ้นเสียงสูงตรง「口付け」ซึ่งมันดีงามมากกกกกกกกก โอ๊ยยยยยยย มาอ่านรีพอร์ตหลังรอบเย็นเลิกมีคนบอกว่าท่อนนี้ทาเคะคุงหันมองทาสุคุแล้วแสยะยิ้มด้วย แต่ช็อตนี้เราไม่เห็นอะะะ ทำไมเราพลาดดดดดดดด

ทั้งนี้ทั้งนั้น สองคนนี้ตอนออกมาร้องรับส่งกันโคตรดี โคตรเทพ โคตรพีค ร้องๆ อยู่มีการหันมาทำท่าฮึ่มฮั่มใส่กัน ตีบทแตกกระจุยทั้งคู่ เสียดายที่วันนี้คาซึกิซังไม่มา แต่เวอร์ชั่นอเล็ก vs ไทกะนี่ก็สุดยอดมากแล้ว ฮรืออออออออออ ขอบคุณค่ะะะะะะะะ (;___;)

พอจบเพลงแล้วทาเคอุจิคุงพูดด้วยเสียงอเล็กว่า ดูท่าทางแผนที่ชวาร์ซเตรียมไว้จะดีเลย์ หรืออะไรทำนองนี้ แล้วก็เดินอาดๆ เข้าไปหลังเวที ทาสุคุเลยพูดด้วยเสียงไทกะว่า หมายความว่ายังไง!! แล้ววิ่งตามไปอีกคน

หลังจากนั้นเซอร์ไพรส์เกสท์จากชวาร์ซก็โผล่มา!

 

10 LOVE♥MIX

โจจิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ก่อนไลฟ์เริ่มคิดเล่นๆ อยู่เหมือนกันว่าจอร์จคุงจะมาเซอร์ไพรส์มั้ยน้า แล้วก็มาจริงๆ ด้วย! (ส่วนโอบาเระเราเช็กตารางงานแล้วไม่ว่างกันหมด ไม่ต้องลุ้นเลย 55555555) เพราะเดาไว้แล้วว่าอาจจะมาเลยไม่ค่อยตื่นเต้นตกใจเท่าไหร่ แต่มาจริงๆ ก็ดีใจ เพราะชอบเพลงนี้มากกกกกกก

เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ไลฟ์น่าร๊ากน่ารักกกกก แต่น่ารักคนละแบบกับน้องเลโอนะ โจจิจะออกแนวน่ารักแบบขี้เล่นนิดๆ กวนประสาทหน่อยๆ ชอบท่าเต้นตอนเขม่นแดนเซอร์ตัวเองมาก สมเป็นโจจิที่ไม่ยอมให้ใครเด่นกว่าตัวเองจริงๆ 555555555

 

11 恋のロイヤルストレートフラッシュ (Koi no Royal Straight Flush)

อันนี้สิเซอร์ไพรส์จริง!!!!! ถึงจะเดาว่าจอร์จคุงอาจจะมา แต่เดอะชัฟเฟิลมาทั้งวงนี่คาดไม่ถึงอย่างแรง ตอนจบเพลงเลิฟมิกซ์แล้วต่อด้วยเพลงนี้กรี๊ดมาก โบกเพนไลท์รัวมาก โอ๊ยยยย ชอบความสดใสของเพลงนี้จัง พอเป็นไลฟ์แล้วยิ่งไอด๊อลลลลไอดอล เป็นเพลงที่คอลสนุกมากกกกกกก

อนึ่ง ขอสารภาพว่าปัจจุบันนี้ยังจำชื่อสมาชิกวงเดอะชัฟเฟิลได้ไม่ครบเลย 5555555555 ไม่สามารถแมทช์ชื่อตัวละครกับคนพากย์ได้ด้วย…… แต่วงนี้มีบทในเรื่องน้อยมากจริงๆ แอร์ไทม์รวมๆ แล้วน่าจะประมาณสิบวินาที การมาปรากฏตัวในไลฟ์และร้องเพลงนี้ทั้งเพลงจึงเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกสนิทกับวงนี้มากกว่าการไปดูคิงปุระยี่สิบกว่ารอบรวมกันอีก

หลังจบเพลงของเดอะชัฟเฟิลก็มีวิดีโอเมสเสจจากคนพากย์โอเวอร์เดอะเรนโบว์ทั้งสาม เมสเสจรอบกลางวันกับรอบเย็นจะไม่เหมือนกัน แต่ตลกมากทั้งสองรอบ ขำที่นั่งสะเทือนไปหมด 555555555

ก่อนวิดีโอเริ่มจะมีเสียงฮิโระ โคจิ คาซึกิคุยกับคนดูว่าวันนี้มาไม่ได้เพราะติดถ่ายโฆษณา จำได้แต่ว่ารอบกลางวันคาซึกิพูดถึงไทกะ แล้วรอบเย็นพูดถึงอเล็ก (หรือไม่ก็สลับกัน ไม่ค่อยแน่ใจ) ขอชื่นชมในการเซอร์วิสอย่างทั่วถึง ชอบที่คาซึกิพูดถึงไทกะแล้วคุณมาสุดะก็ฝากข้อความถึงทาสุคุด้วย น่ารักกกกก♥

วิดีโอทั้งสองรอบจะอารมณ์คล้ายๆ กันคือมาเอโนะรับหน้าที่พูดจาเป็นงานเป็นการ ส่วนคักกี้กับคุณมาสุดะรับหน้าที่เล่นตลก ตอนคักกี้พูดจาเลียนแบบโมริคุโบะซังนี่ขำหน้าสั่นแปดริกเตอร์ ฮือ 5555555555 ช็อตที่ชอบที่สุดคือตอนที่มาเอโนะพูดว่า พวกเราก็อยากไปร้องเพลงด้วยเหมือนกันนะ! แล้วคักกี้กับคุณมาสุดะทำหน้าจ๋อยๆ พูดพร้อมกันว่า อยากไปจัง~ อยากร้องเพลงจัง~ งุ้ยยยยยยย น่าร๊ากกกกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)(≧ω≦)

พอจบวิดีโอเมสเสจก็มีเสียงไทกะพูดประมาณว่าตัวเองได้รับความรู้สึกนั้นของคาซึกิซังมาแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้จะร้องเพลงแทนในส่วนของคาซึกิซังเอง! (อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจละว่าพูดแบบนี้จริงหรือมาจากจินตนาการของเรา 555555555 แต่ไทกะพูดถึงคาซึกิแน่ๆ แหละ น่าจะประมาณนี้นะ)

 

12 NEO STREET STREAM

จริงๆ เพลงนี้เป็นเพลงคู่คาซึกิกับไทกะ แต่วันนี้คาซึกิไม่อยู่ ไทกะเลยต้องออกมาโซโล่ เห็นทาสุคุออกมาร้องเพลงนี้ตอนแรกก็เป็นห่วงนิดๆ เพราะร้องเพลงนี้คนเดียวน่าจะเหนื่อยเอาเรื่อง ขนาดเวอร์ชั่นดูโอ้ยังฟังแล้วรู้สึกเหนื่อยแทนเลย 55555555 แต่ความเป็นห่วงของเรานั้นไม่จำเป็นใดๆ เพราะทาสุคุร้องเพลงนี้ได้ดีมากกกกกกกก มันส์มากกกกกกกกกกกกกก

 

13 Delicious Essence

ขำการปรากฏตัวพร้อมโต๊ะอาหารที่มีจานวางเรียงราย สมเป็นมินาโตะจริงๆ 55555555 เพลงนี้เป็นเพลงคู่โคจิกับมินาโตะ แต่โคจิไม่มา มินาโตะเลยต้องโซโล่ ตอนต้นเพลงเหมือนจะมีพูดถึงโคจินิดนึงด้วยมั้ง จำไม่ได้แล้ว ฮือ ขอโทษนะมินาโตะ T_T

พอร้องเพลงนี้ไปสักพักมาซาชิซังจะไปเล่นกับพร็อพจานชามต่างๆ ด้วย ทั้งทำท่าตักอาหารใส่จาน เสิร์ฟอาหารบนโต๊ะ ตอนเห็นแฟนๆ คนญี่ปุ่นบอกว่าเพลงนี้ในไลฟ์อย่างกับเจ้าหญิงดิสนีย์แน่ะ ก็รู้สึกว่า เออเนอะ มันใช่!

ตอนดูสดไม่ทันสังเกตรายละเอียดพร็อพ แต่ดูไลฟ์วิวเห็นชัดเลยว่าผ้ารองจานเป็นสีประจำตัวของเด็กๆ เอเดลโรสแต่ละคนด้วย ชื่นชอบความใส่ใจนี้

 

14 サマースカイ・モノローグ (Summer Sky Monologue)

โอ๊ยยยยยยยยยยยย เพลงนี้ฆ่าเราตั้งแต่ยังไม่เริ่มเพลงเลย แค่ยูมะคุงออกมาพูดด้วยเสียงน้องยูว่า คอยดูให้ดีเถอะ ฮายามิ ฮิโระ! เราก็แทบร้องไห้แล้ว ฮรือออออออออออออ ยูฮิโระช่างดีเหลือเกินนนนนนนนนนนนนนนน

ตอนก่อนไลฟ์เริ่มเราคิดว่าถ้ามีเพลงนี้แต่ไม่มีฮิโระเราคงเสียดายมากแน่ๆ เลย แต่ประโยคที่น้องยูพูดก่อนเพลงเริ่มทำให้ความเสียดายกลายเป็นความเลอค่าไปในทันที ถึงเวทีนี้จะไม่มีฮายามิ ฮิโระ แต่สึซึโนะ ยูก็ตั้งใจร้องเพลงนี้แทนในส่วนของฮิโระ ร้องด้วยความรู้สึกที่มีต่อฮิโระ อยากให้ฮิโระยอมรับ โอ๊ยยยยย ทำไมดีเงี้ยยยยยยยยยยยยยย ยูมะคุงคิดอย่างงี้รึเปล่าไม่รู้แหละ แต่บทพูดก่อนเริ่มทำให้เราตีความแบบนี้นะ

เดิมทีเราก็อินกับเพลงนี้มากอยู่แล้ว เพราะสตอรี่ตอนแต่งเพลงนี้มันดีงามมากๆ TvT สตอรี่ที่ว่านี้อยู่ในมินิดราม่าก่อนหนังเริ่ม พอได้รับรู้เรื่องราวว่ายูคุงแต่งเนื้อเพลงนี้ขึ้นมาเพราะอะไร ด้วยความรู้สึกแบบไหนแล้วทำให้อินกับเนื้อเพลงมากกว่าช่วงที่ฟังแรกๆ มากกกกกกก เพราะฉะนั้นพอได้มาฟังเวอร์ชั่นยูคุงร้องเดี่ยวเลยปลาบปลื้มสุดๆ

เพลงนี้ยูมะคุงออกมายืนร้องกับไมค์แบบมีขาตั้งตรงเวทีกลาง ใกล้อีกแล้ววววว อ๊ากกกกกกกกกก ชอบที่เพลงนี้ไม่มีการเต้นอะไรใดๆ ไม่มีแดนเซอร์ ไม่มีพร็อพใดๆ มียูมะคุงกับไมค์หนึ่งตัว แต่เพียงแค่นี้ยูมะคุงก็ร้องออกมาได้ทรงพลังบาดใจคนดูมากถึงมากที่สุด ด さすがゼウス様!!

 

15 異体同心RESPECT! (Itaidoushin RESPECT!)

เพลงคู่ยูกิซามะกับเลโอคุง คราวนี้เป็นเพลงคู่ที่อยู่กันพร้อมหน้าละ เพลงนี้ก็น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก นากาเนี้ยงสุดคิวท์ โซมะก็น่าเอ็นดูเหลือเกินนนนนนน ท่าเต้นก็สุดจะงุงิมุมิ ฮรืออออออออออ /ล้มตาย

ตอนรอบเย็นพอร้องเพลงนี้จบแล้วไฟกำลังจะดับลง โซมะกับนากาเนี้ยงกันมากอดกันด้วย โอ้โห๊ คนดูทั้งที่มาคุฮาริทั้งโรงไลฟ์วิวกรี๊ดดดดดดดดดดดดคอแตก!!!

 

16 VI VA VACANCES!

เพลงคู่คาเครุกับชินคุง เพลงนี้ก็ท่าเต้นเยอะแยะอีกเหมือนกัน เป็นอีกเพลงที่สนุกมากกกกกกกกกก ทาคุจังกับจุนตะถือผ้าออกมาโบกด้วย เสียดายเราไม่ได้ซื้อเลยไม่มีผ้าให้โบกตาม ได้แต่โบกเพนไลท์อย่างเดียว (;___;)

เพลงนี้จำอะไรไม่ค่อยได้นอกจากทาคุจังหล่ออีกแล้วววว ฮรื้ออออ ยาชิโระทาคุ!!!!! ข่นบ้า!!!!

 

17 Vivi℃ Heart Session!

เพลงนี้ที่รอคอย! ตั้งแต่อัลบั้มซาวด์แทรคของคิงปุระออกนี่เราฟังเพลงนี้ไปเยอะมาก ฟังทุกวี่ทุกวันไม่มีเบื่อ ก่อนถึงไลฟ์เลยตั้งตารอเพลงนี้แบบไลฟ์มากกกกกกกกก

เพลงนี้ทุกคนร้องกันอยู่ตรงเวทีใหญ่ ยูมะคุงก็ยังคงพลังงานล้นเหลือกว่าใครเพื่อนเหมือนเดิม 555555555 เพลงนี้ชอบตรง「君も」ของไทกะมาก เป็นท่อนโชว์พาวของทาสุคุ ซึ่งเวอร์ชั่นร้องสดก็สุดแสนดีงาม ฮรืออออออออออออ

เพลงนี้ยูมะคุงเปลี่ยนท่าเต้นเองตอนรอบเย็นด้วย คือรอบกลางวันก็ยืนเต้นตามปกติธรรมดา แต่รอบเย็นมีช็อตนึงที่ยูมะคุงลงไปนอนบนเวทีแล้วยกสองมือเท้าคาง คนอื่นๆ เห็นเลยทำตามกันหมด น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

ส่วนท่อนที่แต่ละคนพูดกันคนละประโยคแล้วตามด้วย Ready Sparking! พูดไม่เหมือนในซีดี รอบกลางวันกับรอบเย็นพูดไม่เหมือนกันด้วย แต่จำไม่ได้ว่ารอบไหนใครพูดอะไรมั่ง จำได้แต่มีสักรอบนึงที่ยูมะคุงพูดว่า ジュエルスピンゼウス Ready Sparking! กับทาสุคุตะโกนว่า เบิร์นนิ่ง!! ส่วนของคนอื่นนึกไม่ออกเลย แง้ (TωT)

จบเพลงนี้ก็มีทอล์กอีกรอบนึง แต่ละคนพูดถึงไลฟ์วันนี้กันสั้นๆ ตรงนี้ก็จำไม่ค่อยได้ เอาจริงๆ คือจำทอล์กแทบไม่ได้เลย OTL จำได้แบบขาดช่วงคนละนิดละหน่อย แต่ทอล์กตรงนี้ประทับใจยูมะคุงรอบกลางวันที่บอกว่า วันนี้ฝนตกสินะ! ฝนตกแบบนี้เรียกว่า「どしゃぶりHAPPY」ไงล่ะ!! ด้วยเสียงน้องยู โอ๊ย จะร้องไห้ (;___;) ทำไมเป็นคนเซอร์วิสเก่งขนาดนี้ ตั้งแต่สตามิวเฟสแล้ว รู้งานตลอด!

อ้อ อย่างนึงที่จำได้แม่นมากคือรอบกลางวันจุนตะพูดว่า「一条シン、行きました!」ส่วนรอบเย็นพูดว่า「みんな、生まれた!」เป็นคำพูดที่แปลงมาจากคำพูดของชินคุงในเรื่องทั้งสองรอบ ตลกมาก ฮาครืนทั้งฮอลล์ 5555555555555

 

18 ドラマチックLOVE (Dramatic LOVE)

อีกเพลงที่ตั้งตารอ!! เพลงนี้ก็น่ารักกกกกก ฟังแล้วอยากดูคิงปุริในโรงหนังอีกจัง T_T

เพลงนี้ทุกคนร้องที่เวทีใหญ่ก่อนแล้วค่อยเดินมาเวทีกลาง ช่วงที่เดินมาเวทีกลาง คนอื่นๆ ก็ร้องเพลงแล้วเรียงแถวกันมา แต่ทาสุคุกับทาคุจังยืนกอดคอร้องเพลงกันอยู่หลังสุดแล้วค่อยตามมาจ้าาาา ความเซอร์วิสคาเคไทนี้คือออออออออ

ตอนช่วงท้ายๆ เพลงมีโปรยกระดาษรูปหัวใจลงมาจากด้านบนด้วย แต่โปรยลงที่นั่งอารีน่าหมด แสตนด์ก็อดกันไปตามระเบียบ แต่ชอบมากเพราะมันเข้ากับเนื้อเพลงที่ว่า「ハートひらり落ちてくる」

เพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายก่อนอังกอร์ ตอนจุนตะบอกว่าเพลงสุดท้ายแล้วเราตกใจมากเพราะรู้สึกไลฟ์สั้นจัง แต่เอาจริงๆรวมเวลาทั้งหมดแล้วก็สองชั่วโมงกว่าก็ไม่สั้นขนาดนั้นนะ

 

Encore
19 Over the Sunshine!

ความที่เป็นเพลงอังกอร์ ทุกคนเลยออกมาร้องด้วยกันหมดเลย ตอนแรกจุนตะออกมาร้องเดี่ยวก่อน ช่วงต้นเพลงเต้นท่าเดียวกับชินคุงด้วย จุนตะร้องไปเรื่อยๆ จนถึงท่อน「ここだよ」แล้วอีกหกคนค่อยโผล่ขึ้นมาจากด้านหลัง ชอบมากตอนทุกคนโผล่ขึ้นมาในท่อนนี้ ดีอะะะะะะ ดีเหลือเกินนนนนนน (;____;)

แล้วพอท่อนหลังๆ จุนตะก็เดินนำขบวนมาที่เวทีกลาง แล้วทาเคอุจิคุงก็โผล่ขึ้นมาจากตรงกลางเวทีกลาง มาร้องเพลงนี้ด้วย สักพักก็เรียกเดอะชัฟเฟิลออกมาอีก อยู่กันเต็มเวทีไปหมด ประชากรหนาแน่นมาก 555555555 เพลงนี้รอบเย็นเล่นกล้องกันเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกก ดูไลฟ์วิวเห็นทุกคนมาเล่นกล้องกันแบบเต็มๆ ตาแล้วตายคาที่ น่ารักกันทุกคนเลย♥♥

จริงๆ แอบอยากให้ดรามาติกเลิฟเป็นเพลงอังกอร์มากกว่า แต่เพลงนี้เป็นอังกอร์แล้วให้ทุกคนร้องด้วยกันแบบนี้ก็แปลกใหม่ดี ชอบไปอีกแบบ ( ̄∇ ̄)

ตอนจบเพลงนี้รอบกลางวันมีถ่ายรูปรวมบนเวทีด้วย แต่รอบเย็นไม่มีนะ

ยูมะคุงเป็นคนเรียกตากล้องกับพูดให้สัญญาณ จนถึงตอนนี้ยูมะคุงก็ยังคงอเลิร์ทไม่หยุด น่าร๊ากกกกก (≧ω≦)

ตอนอังกอร์ก็มีทอล์กอีกรอบนึง ทาสุคุเก๊กเป็นไทกะมาตลอดจนกระทั่งทอล์กตอนท้ายนี่แหละถึงจะบอกว่า จะกลับมาเป็นฮาตานากะ ทาสุคุแล้วครับ! พอองค์ไทกะออกจากร่างทาสุคุก็ดีดมาก อเลิร์ทไม่แพ้ยูมะคุง สงสัยเก็บกดจากการเก๊กขรึมมาตลอดทั้งไลฟ์ 55555555 แต่ตอนก่อนองค์ไทกะออกจากร่างทาสุคุพูดดีมากกกกกกกกกก ทาสุคุพูดด้วยเสียงไทกะว่าคาซึกิซังไลน์มา บอกว่าฝากไลฟ์นี้ไว้กับพวกนายแล้ว! แบบนั้นฉันก็ดีใจอยู่หรอก แต่อยากร้องเพลงด้วยกันกับพวกรุ่นพี่มากกว่า …อะไรประมาณนี้แหละ ชอบมาก ฮือๆๆๆ ฮาตานากะะะะะะะะะะะะะ

จำไม่ได้ว่าทอล์กรอบไหนที่ยูมะคุงกับโซมะกอดคอกันเดินออกมา ท่าทางดูคล้ายๆ ประคองกันออกมา ทาคุจังเลยถามด้วยเสียงคาเครุว่า ไม่ทราบว่ามีคนใดคนนึงเดินไม่ได้เหรอครับ? ยูมะคุงเลยตอบด้วยเสียงน้องยูว่า ไม่รู้เหรอว่าท่านผู้นี้เป็นใคร นี่คือท่านทาจิบานะ ยูกิโนะโจเชียวนะ! ช็อตนี้น่ารักมากกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦) ไลฟ์นี้มีโมเมนต์เล็กๆ น้อยๆ เยอะแยะเลยที่รู้สึกว่ายูมะกับโซมะดูสนิทกัน ทั้งตอนร้องเพลงและตอนทอล์กนี่แหละ

ทอล์กรอบเย็นโซมะทักทายว่า “วังบังโกะ” ด้วยเสียงยูกิโนะโจด้วย พูดแล้วทาคุจังที่ยืนข้างๆ ก็ทำท่าตื่นตกใจถามว่า เอ๊ะ ยูกิโนะโจ??? ตลกดี 5555555555 โซมะพูดเกี่ยวกับไลฟ์จบแล้วก็หันไปบอกให้ทาคุจังพูดต่อโดยเรียกว่า คาซึโอะ คนดูเลยพูด คาซึโอะะะะะะะะะะ กันใหญ่ ทาคุจังเลยบอกว่า ไม่ใช่คาซึโอะ! คาเครุต่างหาก!!!! แล้วก็ยิ้มแย้มแจ่มใสบอกว่า อา ในที่สุดก็ได้พูดประโยคนี้ซะที! ฮรือออออออ น่ารักกกกกกกกกก

ส่วนทาเคอุจิคุง จำได้ว่าน้องช่วยพูดโฆษณาบุไต เห็นบอกว่าตั้งตารออยู่เหมือนกัน มาซาชิซังเลยขอบคุณที่ทาเคอุจิคุงช่วยโฆษณาให้ เพราะมาซาชิซังเล่นเป็นมินาโตะในบุไตด้วย จำไม่ได้แล้วว่ามาซาชิซังพูดอะไรมั่ง แต่จำได้ว่าซึ้งที่สุดในทุกคนแล้ว มาซาชิซังเกือบร้องไห้แน่ะ สัมผัสได้ว่าเค้ารักคิงปุริมากจริงๆ

ทอล์กของเดอะชัฟเฟิลก็น่ารัก เอ็นดูเยอะมาก ทุกคนพูดถึงตัวละครของตัวเองกับคิงปุริจนเรารู้สึกผิดเลยที่จำชื่อตัวละครวงนี้ไม่ได้ซะที…..

เออใช่ จริงๆ มันมีช่วงขายของด้วยแต่จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน น่าจะก่อนอังกอร์นะ ประทับใจการขายของของยูมะคุงรอบเย็น มันมีกู๊ดส์อันนึงที่เป็นสติ๊กเกอร์ติดเล็บ ยูมะคุงก็ชูเล็บให้ดูว่าตัวเองติดอยู่ แล้วบอกคนดูว่า ไปซื้อมาติดนะ จะได้เหมือนกันไง! โอ๊ยยยยยยยยย ถ้าหน้าโรงไลฟ์วิวมีขายเราคงซื้อไปละ เล่นโฆษณาแบบนี้ ร้ายกาจ!!

ตอนจบไลฟ์บนจอฉายเครดิตให้ดู มีวิดีโอช่วงที่แต่ละคนซ้อมเพลงด้วย เห็นภาพทาเคอุจิคุงตอนยังไม่เซ็ตผมซ้อมเต้นแล้วตายไปเลย อั้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

สิ่งที่ประทับใจมากในช่วงเครดิตคือเพลงที่ใช้ประกอบเครดิตเป็นเพลงดรามาติกเลิฟแบบออฟโวคัล แล้วคนดูทั้งฮอลล์ก็ช่วยกันร้องเพลงนี้ไปด้วยกันทั้งๆ ที่บนจอไม่มีเนื้อเพลงให้ เป็นการปิดท้ายไลฟ์ที่อบอุ่นมากกกกกกกกก ถ้าเราเป็นผู้กำกับเราร้องไห้แล้วเนี่ย!!

ปิดท้าย รวมรูปจากทวิตเตอร์

ชอบทาคุจังลุคใส่แว่นมากจริง โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย ดี!!!!

ทาสุคุถ่ายรูปแล้วยิ้มแย้มแจ่มใสเชียว แต่ในไลฟ์จริงๆ เห็นทาสุคุยิ้มน้อยมากกกกกก เพราะเจ้าตัวเก๊กขรึมแบบไทกะตลอดเวลา ความโมเอะคือบางทีคนอื่นพูดอะไรตลกๆ ในทอล์กแล้วทาสุคุทำท่าเหมือนจะขำ แต่ก็ยังพยายามกลั้นไว้เพราะกลัวหลุดคาร์ โถ พ่อคุณ 55555555555

งานนี้ถ้าไม่นับชุดทาเคะคุงที่หล่อขี้โกงมาก ชอบชุดจุนตะสุดแล้วเพราะอแดปท์มาจากชุดชินคุงอีกที ตอนเต้นท่าชินคุงในเพลง Over the Sunshine! คือดีมากกกกกกก

ส่วนฝั่งเดอะชัฟเฟิลลงรูปกันเยอะมากกกกกกกกกกกกกก กราบขอบพระคุณรัวๆ ค่ะ ฮรืออออออออออ ขอหยิบยกมาแปะแค่บางส่วนละกัน

โดยสรุปแล้วเป็นไลฟ์ที่ดีมากๆๆๆๆๆ ประทับใจมาก ชอบทุกคนยิ่งกว่าเดิมมากกกกกกก (;______;)

เสียดายที่อาโอยคุงไม่มาเพราะติดโซโล่ไลฟ์ของตัวเอง แต่ตอนก่อนไลฟ์เริ่มอาโอยคุงทวีตถึงชินคุงกับจุนตะด้วยนะ!

อยากฟังเครซี่กอนนาเครซี่กับลูนาติกเดสทินี่จังเลย ฮือออออออ ส่วนทาเคะคุงก็ไม่ได้โซโล่กับคนอื่นเค้ามั่งเลย เป็นอีกอย่างที่เสียดาย TvT รู้สึกทาเคะคุงร้องน้อยไปหน่อยทั้งๆ ที่ไม่ใช่เกสท์ ทำไมขนาดเกสท์ยังได้โซโล่ แต่ทาเคะคุงไม่ได้โซโล่…. ถ้าทาเคะคุงได้ร้องน้อยขนาดนี้ทำไมไม่ใส่เพลงเรดไนท์แวมไพร์มาด้วยยยยยยยยยยย (สรุปคือแค่อยากฟังเพลงนี้)

ตอนนี้ได้แต่เฝ้ารออย่างมีความหวังว่าไลฟ์นี้จะออกแผ่น ขนาดอีเวนท์โอเวอร์เดอะเรนโบว์ปีที่แล้วยังได้ลงแผ่นหลังจากผ่านมาเป็นปี เพราะฉะนั้นสักวันไลฟ์นี้ก็คงได้ลงแผ่นเหมือนกัน เราต้องไม่ละทิ้งความหวัง! Ready Sparking!

キンプリはいいぞ

Disney’s Halloween

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วไปโตเกียวดิสนีย์แลนด์มาแหละ (≧∇≦)

ลังเลอยู่นานว่าจะไปแลนด์หรือซี เพราะมีเวลาแค่วันเดียว แต่มันมีอีเวนท์ฮาโลวันทั้งสองที่ ฝั่งแลนด์จะเป็นอีเวนท์ฮาโลวีนกุ๊งกิ๊งน่ารัก มีพาเหรดคาแรกเตอร์ทั่วๆ ไป ส่วนฝั่งซีมีจุดขายเป็นแก๊งตัวร้ายหรือที่เรียกกันว่า Disney villains เคยเห็นคนลงคลิปโชว์กลางน้ำในดิสนีย์ซีแล้วมันเท่ดี น่าดูมากกกกกกก แต่พยากรณ์อากาศบอกว่าวันที่เราไปฝนจะตกทั้งวัน เพราะงั้นมีโอกาสไม่ได้ดูโชว์สูง ด้วยเหตุนี้เราเลยเลือกไปหาแจ๊คที่ดิสนีย์แลนด์ดีกว่า ยังไงเราก็ชอบแจ๊คมากกว่า Villain ทั้งทีมรวมกันอยู่แล้ว (ถ้าในทีมมีท่านอาสการ์อยู่อาจจะหนักใจหน่อย ยังดีที่ไม่มี)

รอบนี้เรานั่งบัสกลางคืนเลยไปถึงโตเกียวตั้งแต่หกโมงเช้า ลงรถที่นิฮงบาชิแล้วก็นั่งรถไฟไปไมฮามะต่อเลย ถึงสถานีไมฮามะตั้งแต่เจ็ดโมงนิดๆ ฝนตกหนักและลมแรงพอสมควร ตอนซื้อตั๋วเสร็จแล้วไปยืนต่อแถวรอเข้าสวนสนุกท่ามกลางสายลมอันหนาวเหน็บอยู่ตามลำพังก็เริ่มสาปแช่งตัวเองที่ไม่ยอมตัดใจทั้งๆ ที่รู้ว่าสภาพอากาศเหี้ยมโหด ตอนนั้นคิดว่าอากาศแบบนี้คงไม่สนุกแหงๆ

ปรากฏว่าพอแปดโมง สวนสนุกเปิด ได้เดินเข้าไปด้านในเท่านั้นแหละ อาาาาา รักดิสนีย์จังเลย♥♥♥

ตอนสวนสนุกเปิดถึงจะต้องต่อคิวรอเข้า แต่เข้าไปแล้วคนก็กระจายไปตามเครื่องเล่นต่างๆ ด้านในเลยโล่งมากกกกกก เดินสำรวจได้อย่างสบายใจ ถ้าอยากถ่ายรูปดิสนีย์แลนด์แบบโล่งๆ ก็ต้องอาศัยจังหวะตอนสวนสนุกเพิ่งเปิดนี่แหละ ตอนนั้นรู้สึกเคว้งคว้างหน่อยๆ เพราะเพื่อนที่นัดกันไว้ตื่นสายเลยยังไม่มา เราเลยเดินเล่นดูบรรยากาศไปเรื่อยเปื่อยอยู่แป๊บนึง

ปลาบปลื้มการประดับตกแต่งที่สุดจะฮาโลวี้นนนนนฮาโลวีนแบบคิวท์ๆ แม้แต่ถังขยะยังน่ารัก อยากมาอีเวนท์ฮาโลวีนหลายทีแล้วไม่ได้มาซะที ปีนี้เพิ่งมีโอกาสเป็นครั้งแรก ในที่สุดดดดดดดดด



แต่การตกแต่งฮาโลวีนต่างๆ นานานี่ดูตอนกลางวันจะไม่ค่อยได้บรรยากาศเท่าไหร่ รอตั้งใจดูตอนกลางคืนจะสวยกว่า


เดินไปเดินมาสักพักไม่รู้จะทำอะไรดี อย่ากระนั้นเลย ไปหาแจ๊คซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของวันนี้ก่อนดีกว่า

แจ๊คในที่นี้คือแจ๊คจาก The Nightmare Before Christmas ซึ่งในช่วงฮาโลวีนไปจนถึงคริสต์มาสเนี่ย บ้านผีสิงในดิสนีย์แลนด์จะมีการฟีทกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ จากที่ปกติในดิสนีย์แลนด์ไม่มีแจ๊คก็จะได้เจอแจ๊คกันในช่วงนี้ เกิดมาเราก็เพิ่งเคยกระตือรือร้นอยากเข้าบ้านผีสิงมากขนาดนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ


ตอนเราไปเล่นรอบนี้ยังไม่ค่อยมีคน เดินเข้าไปถึงก็ได้เล่นเลย ไม่ต้องต่อคิวใดๆ คราวก่อนโน้นนนนเคยมาเล่นบ้านผีสิงที่นี่ตอนเป็นบ้านผีสิงธรรมดา ตอนนั้นรู้สึกเฉยๆ ไม่ประทับใจเป็นพิเศษนะ แต่พอมีแจ๊คกับน้องหมาเข้ามาปุ๊บ งุ้ยยยยยยยย น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ชอบมากกกกกกก (≧Д≦)(≧Д≦)(≧Д≦) ออกมาแล้วถึงกับต้องรอเพื่อนมาแล้วลากเพื่อนเข้าไปเล่นด้วยอีกรอบจะได้มีคนช่วยกรี๊ด แค่นี้ก็คุ้มแล้วที่ยอมฝ่าพายุมา ฮรืออออ แจ๊คคคคคค♥♥♥

นอกจากบ้านผีสิงแล้วก็ยังมีอาหารเมนูพิเศษของแจ๊คด้วย ซึ่งก็คือออออ คาเรปัง (=ขนมปังไส้แกงกะหรี่) แม้ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงเป็นคาเรปัง แจ๊คชอบกินแกงกะหรี่เหรอ? มีความเชื่อมโยงกันยังไง? แต่มีเมนูหน้าแจ๊คให้กินทั้งทีก็ไม่อยากพลาด ว่าแล้วก็จัดซะหน่อย



↑ กล่องน่าร๊ากกกกกกกกก ตอนแรกว่าจะเก็บกลับมาด้วยแล้ว แต่คิดอีกทีเก็บมาคงไม่ได้ใช้ทำอะไร ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความทรงจำก็พอ (-v-;)

เจอแจ๊คเรียบร้อยแล้วก็ไปหาอย่างอื่นเล่นต่อ เดินเตร่ไปเจอเครื่องเล่นไพเรทไม่มีคิวก็เข้าไปหาอีกแจ๊คนึง แล้วค่อยเดินวนไปหาดาร์ธเวเดอร์ที่โซนทูมอโร่แลนด์ เพิ่งเคยมาโซนนี้หลังจาก The Force Awakens ฉายไปแล้ว บีบีเอทเต็มไปหมด อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก


เดินโซนนี้เห็นคนอื่นหิ้วถังป๊อปคอร์นบีบีเอทบ้าง ถือแก้วน้ำบีบีเอทบ้างแล้วอิจฉาตาร้อนเหลือเกิน อยากซื้อบ้างแต่ไม่มีตังค์ เรายังมีผู้ชายสองมิติที่ต้องเลี้ยงดูอีกมากมาย ไม่ควรมาหน้ามืดปาเงินใส่หุ่นยนต์แม้มันจะคิวท์สุดๆ ก็ตาม *กัดผ้าเช็ดหน้า*

ตอนเช้าระหว่างรอเพื่อนเราเข้าไปเล่นเครื่องเล่นสตาร์ทัวร์มารอบนึง พอเพื่อนมาสมทบเพื่อนก็บอกอยากเล่นเลยเข้าไปเล่นด้วยกันอีกรอบ เล่นสองรอบแล้วค้นพบว่าเนื้อหามันไม่เหมือนกัน! เพิ่งรู้ว่ามันมีเนื้อหาหลายแบบ (ไอ้ที่เล่นเมื่อหลายปีก่อนมันเนื้อหาเป็นยังไงก็จำไม่ได้แล้ว ตอนเล่นรอบแรกเลยไม่ได้สังเกต) พอเพื่อนเราเข้าไปเล่นอีกรอบคนเดียวเพราะอยากเล่นอันที่มีดาร์ธเวเดอร์ก็เจอสตอรี่อีกแบบที่มีบีบีเอทด้วย เราเข้าไปเล่นตั้งสองรอบไม่เห็นเจอบีบีเอทเลย แง เจอแต่จาจาร์บิงส์ OTL อยากเล่นหลายๆ รอบเพื่อเก็บสตอรี่ แต่เราเล่นเครื่องเล่นแนวสี่มิติทีไรเวียนหัวทุกที แค่เล่นไปสองรอบก็มึนละ เล่นอีกรอบน่าจะเป็นการทรมานตัวเองมากกว่า

ในส่วนของเมนูในโซนสตาร์วอร์สที่กินคราวนี้คือซอฟท์ครีมดาร์ธเวเดอร์ เป็นเมนูปกติทั่วไป ไม่ใช่เมนูฮาโลวีน

แม้จะเป็นซอฟท์ครีมดาร์ธเวเดอร์ แต่เมนูนี้ทำจากพีชกับนมแล้วราดด้วยซอสราสเบอร์รี่จ้าาา น่ารักกุ๊กกิ๊กชะมัด!

มาดิสนีย์แลนด์รอบนี้กินโน่นนี่นั่นไปเยอะมากกกกกกกก เหมือนมาเพื่อกินมากกว่ามางานฮาโลวีน เดินไปเดินมาไม่รู้จะเล่นอะไรก็กางโบรชัวร์หาของกินกันเป็นระยะๆ ในบรรดาของที่กินไปมากมายมีเมนูฮาโลวีนแค่สองอย่างเอง อย่างแรกคือคาเรปังหน้าแจ๊คด้านบน อีกอย่างคือ 牛カルビコーン  เป็นของกินที่จงใจทำให้หน้าตาออกมาเหมือนไอศกรีมแต่จริงๆ แล้วเป็นของคาว ด้านบนเป็นมันฝรั่งบด ด้านล่างเป็นเนื้อวัวราดซอสหวานๆ แบบในข้าวหน้าเนื้อ อร่อยดี (≧ω≦)


ส่วนพาเหรด นึกว่าจะไม่ได้ดูแล้วเพราะฝนตก แต่พอถึงเวลาพาเหรดฝนเริ่มซาๆ พอดีก็เลยมีทั้งพาเหรดฮาโลวีนและพาเหรดธรรมดาให้ดู

ช่วงพาเหรดฮาโลวีนฝนยังตกเปาะแปะๆ อยู่ เหล่าคาแรกเตอร์จึงต้องสวมเสื้อกันฝนออกมาด้วย



พาเหรดช่วงบ่ายเป็นช่วงฝนหยุดพอดีก็เลยไม่มีเสื้อกันฝน คนดูก็ไม่ต้องลำบากตากฝนดูกันแล้ว



ตอนดูพาเหรดลุ้นว่าจะมีนิคจากซูโทเปียมั้ย แต่ก็ไม่มีนะ ฮือออออ อยากให้มีนิคอะะะ นิคคคคคคค

ความเศร้าอีกอย่างคือก่อนพาเหรดเริ่มเพิ่งคุยกับเพื่อนว่าเคยเห็นรูปในอินเตอร์เน็ตที่เอาฟิกเกอร์วู้ดดี้อันที่หน้าตาโรคจิตๆ มาเล่นเสื่อมๆ (คนญี่ปุ่นเรียกว่า 変態ウッディさん) หลังจากนั้นก็ไม่เคยมองวู้ดดี้ด้วยสายตาเหมือนเดิมอีกตลอดกาล …และแล้วเมื่อรถของวู้ดดี้แล่นผ่านหน้าก็ยืนขำกันเยอะมาก ฮือ ขอโทษนะวู้ดดี้ 5555555555555

ทางด้านบรรยากาศตอนกลางคืน ชอบมากกกกกกกกก สวยกว่าตอนกลางวันมากกกกกกกก หัวฟักทองทั่วสวนสนุกจะเปิดไฟสว่างไสว น่ารักกกกก ได้บรรยากาศฮาโลวีนแบบคิวท์ๆ (≧ω≦)(≧ω≦)







ส่วนโชว์ตอนกลางคืนจะมีพาเหรดกลางคืนรอบนึง กับโชว์หน้าปราสาทซินเดอเรลล่า พาเหรดกลางคืนจริงๆ แล้วมันต้องเป็น Electrical Parade แต่เพราะฝนตกเลยไม่มีพาเหรดอันนี้ เปลี่ยนมาเป็นพาเหรดสำหรับวันฝนตกแทน

โชว์หน้าปราสาทมีโชว์ฮาโลวีนกับโชว์ฉายภาพบนปราสาทชื่อ Once Upon a Time โชว์ฮาโลวีนแค่จุดพลุนิดหน่อย ไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจ ส่วนโชว์ Once Upon a Time จะฉายภาพฉากต่างๆ จากการ์ตูนดิสนีย์บนปราสาท โชว์นี้จัดว่าแสงสีเสียงอลังการ จุดพลุปุ้งปั้งประกอบการเล่าเรื่อง โชว์ยาวประมาณยี่สิบนาที ความงงคือเพลงและคำพูดที่ใช้มีทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นปนๆ กัน สงสัยว่าทำไมไม่เลือกภาษาใดภาษานึงไปเลย แต่โชว์สวยงามเพลินตาเพลินใจดี ให้อภัยในความงงก็ได้

พยายามถ่ายรูปมาด้วย แต่รูปที่ได้มาคือ…..

อยู่ในดิสนีย์ร้อนยังกับไฟเอ้อร์!

มาดิสนีย์แลนด์รอบนี้ถึงฟ้าฝนจะไม่เป็นใจแต่ก็สนุกมากกกกกกกกกก ชอบบรรยากาศดิสนีย์แลนด์และซีจริงๆ♥ ไม่ได้มาที่นี่สี่ปีกว่าๆ แล้ว ลืมไปแล้วว่าบรรยากาศมันสมฉายาดินแดนแห่งความฝันขนาดนี้

นอกจากบรรยากาศของสวนสนุกแล้วเรายังชอบดูคนที่มาเที่ยวด้วย ชอบความจัดเต็มของคนที่นี่ เกือบทุกคนล้วนมีพร็อพเป็นของตัวเอง หลายๆ คนคอสเพลย์เต็มยศมาเลย แก๊งปริ๊นเซสก็มี แก๊งแม่มดก็มา เอลซ่าเดินเฉิดฉายมากับแอนนาหลายคู่ จูดี้มากับนิคก็เยอะแยะ ไหนจะคุณพ่อคุณแม่ที่จับลูกตัวเล็กๆ แต่งตัวเป็นตัวละครนู่นนี่สุดน่ารักอีก ชอบสีหน้าและสายตาเป็นประกายวิบวับของทุกคนเวลาดูพาเหรดด้วย การสังเกตผู้คนที่นี่มันเพลินพอๆ กับการสูดความดิสนีย์ให้ฉ่ำปอดเลยแหละ ( ̄∇ ̄)

แอนี่เวย์ แม้จะมาถึงดิสนีย์แลนด์ก็ยังไม่ลืมทำกิจกรรมติ่ง (…)

รอบนี้อยู่ตั้งแต่สวนสนุกเปิดยันสวนสนุกปิดเลย แปดโมงถึงสี่ทุ่ม คุ้มจริงอะไรจริง

ไม่รู้จะได้มาอีกทีเมื่อไหร่ คราวหน้าอยากไปดิสนีย์ซีบ้าง ห่างหายจากซีมานานกว่าแลนด์อีก คิดถึง♥

พ่อบ้านแอ๊บดุกับคุณหนูจอมเด๋อ

ไปโตเกียวรอบล่าสุดได้ไปคาเฟ่พ่อบ้าน Swallowtail มาด้วย!

ตอนแรกนึกว่าปีนี้จะไม่ได้ไปแล้ว แต่จู่ๆ เมื่อเดือนก่อนจ.ซังและม.ซังก็มาชวนไป สองคนนี้ไม่เคยไปแต่โดนเราเป่าหูไว้เยอะมาก เราเลยรู้สึกรับผิดชอบต้องเป็นคนพาไป (จริงๆ แล้วเรานี่แหละอยากไปสุด 55555555) สมาชิกเซ็ตนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่โตเกียวเลย แต่วันนั้นเป็นวันฤกษ์งามยามดีที่ทุกคนมีธุระที่โตเกียวพร้อมๆ กันพอดิบพอดี ดังนั้นปีนี้เลยได้ไปเต๊าะพ่อบ้านในที่สุด เย้ \(^o^)/

ตอนที่จองเราจองไว้สามคน แต่ก่อนไปคาเฟ่มีนัดไปดูหนังกัน สุดท้ายเลยล่อลวงพี่บ.ที่ไปดูหนังด้วยกันมาได้อีกคน ที่จริงก็ไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนจากสามคนเป็นสี่คนได้มั้ย ไปคุยกับลุงดอร์แมนด้วยใจุต๊มๆ ต่อมๆ พอลุงดอร์แมนถามว่า คุณหนูจองไว้สามที่ใช่มั้ยครับ? เราก็บอกว่า “เอ่อ จะขอเปลี่ยนเป็นสี่คน…” ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ลุงดอร์แมนก็ตอบอย่างรวดเร็วว่า “かしこまりました (รับทราบครับ)” และติดต่อบอกพ่อบ้านในร้านอย่างฉับไว สรุปว่าการเปลี่ยนจำนวนคนเกิดขึ้นง่ายมาก (หลังจากไปตั้งใจอ่านกฎร้านมาก็พบว่าเพิ่มคนน่ะง่าย แต่คนหายนี่ยุ่งยากละ เพราะต้องจ่ายค่าแคนเซิล)

หัวหน้าพ่อบ้านในวันนี้คือชิบะซัง ส่วนพ่อบ้านประจำโต๊ะชื่อซาซากิ เป็นพ่อบ้านหนุ่มแว่นท่าทางเคร่งขรึม (เราว่าหน้าคล้ายๆ โทโยนากะโทชิยูกิ aka ทชชี่) พ่อบ้านคนนี้ค่อนข้างสุขุม ประหยัดคำพูด ไม่ค่อยพูดอะไรเกินหน้าที่เท่าไหร่

รอบนี้ได้นั่งโต๊ะสำหรับหกคนที่อยู่หน้าเตาผิงปลอม ตรงเตาผิงมีการตกแต่งให้เข้ากับฮาโลวีนด้วยการเอาหัวฟักทองมาวางและใช้เศษสำลีมาวางพาดๆ ให้ดูเหมือนใยแมงมุม ดูมีความพยายามดี

นั่งที่สักพักซาซากิซังก็หอบหิ้วเมนูมาเต็มไม้เต็มมือ คือเค้าถือมาทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น แล้วคอยถามทีละคนว่าอยากได้ภาษาอะไร (ว่าแต่ปกติดอร์แมนจะถามตั้งแต่หน้าประตูเลยนี่นา รอบนี้ไม่ยักถาม) แจกเสร็จก็ค่อยๆ อธิบายเมนูไปทีละหน้าตามสเต็ป จากนั้นก็หายไป ทิ้งพวกเราให้นั่งเลือกอาหารและชากันตามลำพัง

แต่ด้วยความที่อีกสามคนไม่เคยมา และเราก็ไม่ได้มานาน แทนที่จะตั้งใจเลือกอาหารเลยมัวแต่สอดส่ายสายตามองพ่อบ้านและคุณหนูในร้านแทน 555555555 พอซาซากิซังเดินมารับออเดอร์ เราเลยบอกว่า อืมมมม ยังเลือกไม่ได้เลยค่ะ ปรากฏว่า ซาซากิซังบอกว่าคุณหนูต้องเลือกได้แล้วนะครับ เวลาเหลือน้อยลงเรื่อยๆ แล้ว หืมมมมมมมมมมม อะไรเนี่ย เกิดอีเวนท์โดนพ่อบ้านดุเฉยเลย 55555555555

พอโดนกดดันก็เลยเลือกๆ ขนมฮาโลวีนไป แต่ชานี่สิ ยังไม่ได้คิดไว้ก็เลยหาเรื่องปรึกษาพ่อบ้านว่าไม่รู้จะดื่มชาอะไรดี ซาซากิซังเลยถามว่าอยากดื่มแบบไหน หวานหรือไม่หวาน ดื่มกับนมหรือไม่ พอบอกว่าอยากกินชานมหวานๆ ซาซากิซังก็แนะนำ Frigg ที่เป็นชาสตรอว์เบอร์รี่ผสมช็อกโกแลตมาให้ เราก็โอเค อันนี้ก็ได้ค่ะ ขี้เกียจคิดแล้ว เลือกชาเสร็จซาซากิซังก็ให้เลือกถ้วยชาด้วย ไม่ได้มานานจนลืมไปแล้วว่ามันมีโพรเซสนี้อยู่ เลยบอกไปว่าขอสีชมพูค่ะ (จะได้เข้ากับชาสตรอว์เบอร์รี่) แต่เลือกเสร็จแล้วเพิ่งคิดได้ว่าน่าจะให้พ่อบ้านเลือกให้มากกว่า อยากรู้ว่าจะเลือกอะไรมาให้ง่ะ

เราสั่งเสร็จแล้วซาซากิซังก็ไปรับออเดอร์เพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นๆ ตอนแรกจ.ซังสั่งชาอย่างนึงไป แต่สักพักก็เปลี่ยนใจขอสั่งอีกอย่างนึงแทน ซาซากิซังก็บอกว่ารับทราบ แต่แอบมีการดันแว่นด้วยท่าทางเอือมระอาเล็กน้อย ม.ซังที่เห็นช็อตขยับแว่นบอกว่าชอบมาก เหมือนได้ยินเสียงพ่อบ้านพูดว่า やれやれ อยู่ในใจ ท่าทางเอือมระอาคุณหนูโต๊ะนี้มาก 5555555555

ตอนพ่อบ้านยกชามาเสิร์ฟ เพื่อนร่วมโต๊ะต่างก็สนอกสนใจถ้วยชาและกาน้ำกันมาก พอพี่บ.จะหยิบกาน้ำขึ้นมาดู ซาซากิซังก็ดุอีกว่า คุณหนูอย่ารินชาเองสิครับ ถ้าจะดื่มให้เรียกผม พี่บ.จึงบ่นว่า แค่อยากรู้เฉยๆ ว่าใช้กายี่ห้ออะไร พ่อบ้านนี่เก๊าะะะ

หลังจากนั้นก็เหมือนจะมีโดนพ่อบ้านดุอีกคนละนิดละหน่อยด้วยความเด๋อแต่นึกไม่ออกละ (-ω-;) โดนดุกันจนเกร็งไปหมด ไม่กล้าทำอะไรนอกจากนั่งกินนั่งคุยนั่งนินทาพ่อบ้านในร้านอย่างสงบเสงี่ยม แค่จะสั่นกระดิ่งเรียกมาเติมชายังเกร็งและปรึกษากันอยู่นาน 55555555 ไปๆ มาๆ เลยคุยกันว่านี่ซาซากิซังเค้าเซ็ตคาแรคเตอร์เป็นพ่อบ้านดุเอาไว้รึเปล่า ทำไมทุกคนโดนดุกันถ้วนหน้า เค้าอาจจะโดนสั่งมาให้แอคติ้งแบบนี้ แต่สังเกตเวลาไปคุยกับโต๊ะอื่นก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดีนี่นา…..

อย่างไรก็ตาม แม้ซาซากิซังจะท่าทางเฮี้ยบและดุแค่ไหนก็ไม่อาจกลบเกลื่อนอาการมือสั่นตอนหยิบของต่างๆ นานามาวางบนโต๊ะได้ สงสัยซาซากิซังจะตื่นเต้นที่ได้ต้อนรับคุณหนูจากต่างแดนสินะ

แต่ก็อย่างที่บอก ซาซากิซังไม่พูดอะไรเกินหน้าที่ ทำทุกอย่างตามสเต็ปเท่านั้น ตอนยกถ้วยชามาให้ยังไม่อธิบายด้วยชาเลย มีแค่อธิบายเมนูกับอธิบายอาหารตอนยกมาเสิร์ฟ นอกนั้นก็ไม่เจรจาอะไรให้มากความ มาเสิร์ฟๆๆๆ แล้วก็ไป บทสนทนาเพียงเล็กน้อยที่เราได้เจรจากับเค้านอกจากเรื่องอาหารคือเราถามว่า เหลือเวลาอีกกี่นาทีคะ? แล้วเค้าก็คิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตอบว่า สิบห้านาทีครับ จบ

นอกจากนั้นก็มีอีเวนท์ชิบะซังถือกล่องผ้าเช็ดหน้ามามอบให้ถึงโต๊ะเนื่องจากมาร้านนี้ครบสิบเอ็ดครั้งแล้ว (เพื่อนร่วมโต๊ะได้ยินคำว่าสิบเอ็ดครั้งแล้วตกใจกันเยอะมาก อะไรกัน สิบเอ็ดครั้งในสี่ปี เฉลี่ยแล้วก็ไม่เยอะป้ะ……) ชิบะซังบอกว่าจากนี้ไปก็จะเฝ้ารอให้คุณหนูมาที่นี่เสมอนะครับ ฮือออออ ก็อยากมาบ่อยๆ แต่มันไกลอะค่ะะะะะะะ เปิดสาขาโอซาก้าหน่อยเดะะะะะะะะ ส่งคิริชิมะซังมาด้วยยยยยยยย

ผ้าเช็ดหน้าที่ได้มา (*´ω`*)


ส่วนอาหารที่สั่งคราวนี้ชื่อเมนูว่า Hocus Pocus

(จกรูปมาจากเว็บ Swallowtail)

เมนูนี้หลักๆ แล้วประกอบด้วยมูสฟักทอง เค้กแอปเปิ้ลที เยลลี่ราดซอสราสเบอร์รี่ที่หน้าตาเหมือนลิ่มเลือด ปกติไม่ได้นิยมชมชอบขนมรสฟักทองเป็นพิเศษ แต่มูสทำออกมาอร่อยเกินคาดมาก ชอบๆ เค้กก็อร่อยดี แต่เยลลี่จืดไปหน่อย ตอนดูรูปในเว็บไม่ค่อยอยากสั่งอันนี้เพราะมันดูน้อยนิดเหลือเกิน แต่พอกินจริงๆ ก็อิ่มเกินคาดนะ

พอหมดเวลาแล้วชิบะซังก็มารับที่โต๊ะและถามว่าอาหารอร่อยมั้ย ซาซากิบริการเป็นยังไง แหม อยากบอกว่าโดนดุมาค่ะ แต่เดี๋ยวจะดูเป็นคุณหนูขี้ฟ้องเกินไป 55555555555 ตอนลุกจากโต๊ะปกติพ่อบ้านต้องคอยเลื่อนโต๊ะให้ แต่พอเราลุกปุ๊บ พี่บ.กับจ.ซังที่นั่งอีกฝั่งก็ลุกด้วย ชิบะซังที่เลื่อนเก้าอี้ให้ฝั่งเราอยู่เลยรีบพุ่งพรวดไปหาแล้วบอกให้คุณหนูนั่งลงก่อน ตลกดี 5555555555555

เป็นอันว่ารอบนี้ในร้านไม่มีอีเวนท์อะไรแปลกใหม่น่าตื่นเต้น แต่พอไปแวะกิฟท์ช็อปเท่านั้นแหละ ได้เรื่อง!

ในกิฟท์ช็อปมีพ่อบ้านหนุ่มแว่นหน้าตาจิ้มลิ้มอยู่หนึ่งคน เป็นหนุ่มแว่นคนละสไตล์กับซาซากิซัง ส่วนพนักงานอีกคนไม่ได้แต่งชุดพ่อบ้าน คนนี้ใส่เสื้อขาว ผ้ากันเปื้อน หมวกนิวส์บอย บนเสื้อติดป้าย Tea advisor

ตอนเดินเข้าไปในร้านเราคุยกันเป็นภาษาไทย พี่ทีแอดไวเซอร์เลยคุยอะไรสักอย่างกับจ.ซังเป็นภาษาอังกฤษ ตอนนั้นเราเดินดูขนมอยู่เลยไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่หันไปอีกทีพี่ทีแอดไวเซอร์ก็ทำตาโตถามว่า อ้าว นี่พูดภาษาญี่ปุ่นได้เหรอครับ? ไม่ใช่ด้วยสีหน้าตื่นตกใจนะ แต่เป็นสีหน้าที่แฝงความนัยว่า ถ้าพูดญี่ปุ่นได้จะให้ผมพูดอังกฤษอยู่นานสองนานทำไมครับ

ระหว่างที่เราเลือกขนมอยู่ พี่ทีแอดไวเซอร์ก็มาถามไถ่ว่ากำลังหาอะไรอยู่ ผมช่วยแนะนำได้นะครับ เราเลยบอกว่า กำลังหาของไปฝากเพื่อนอยู่ค่ะ มีของลิมิเต็ดเฉพาะช่วงนี้มั้ยคะ เพื่อนชอบสินค้าลิมิเต็ดมาก แนะนำหน่อย

พอบอกไปแบบนั้น พี่ทีแอดไวเซอร์ก็หัวเราะ “เหอะๆ” ก่อนจะบอกว่ามีอันไหนลิมิเต็ดมั่ง เราประทับใจเสียงหัวเราะเค้ามาก 555555555555555 เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่ได้แสดงอาการขบขันเลย ดูขำไปตามหน้าที่และฝืนใจ แต่ก็จริงใจอย่างบอกไม่ถูก ชอบ 5555555555555

แนะนำขนมเสร็จแล้วพี่ทีแอดไวเซอร์ก็บอกว่าถ้าซื้อช่วงนี้มีบริการห่อด้วยถุงลายฮาโลวีนด้วยนะ เราเลยถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ฟรีมั้ยคะ? พี่ทีแอดไวเซอร์ก็ตอบอย่างรวดเร็วว่า เสียใจด้วยที่ไม่ฟรี สิบเยนครับ แล้วพี่เค้าก็ถอยกลับไปประจำหลังเคาน์เตอร์ ปล่อยให้เราเลือกขนมนมเนยต่อไปตามอัธยาศัย (สงสัยเล็งเห็นแล้วว่าคุณหนูคนนี้งก ไม่น่าจะซื้ออะไรเยอะแยะ แนะนำไปก็เปล่าประโยชน์ 5555555555) พอเราหยิบขนมมาถือหลายๆ ชิ้น พ่อบ้านหนุ่มแว่นหน้าตาจิ้มลิ้มก็ถือตะกร้ามายื่นให้อย่างพินอบพิเทา ดีค่ะดี ใส่ใจคุณหนูดี

พอเราหยิบขนมไปจ่ายตังค์กับพี่ทีแอดไวเซอร์ พี่เค้าก็ทักว่า มีแต่ขนมลิมิเต็ดทั้งนั้นเลยนะครับเนี่ย เหอะๆ (หัวเราะแบบนี้อีกแล้ว อย่าสิคะ เดี๋ยวขำตาม) ระหว่างคิดเงินพี่ทีแอดไวเซอร์ก็ชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ถามเราว่ามาเที่ยวเหรอครับ? เราก็บอกว่าใช่ค่ะ ปกติอยู่โอซาก้า แต่สุดสัปดาห์นี้มาเที่ยวโตเกียว (จริงๆ คือมาดูคอนเสิร์ต แต่ไม่อยากบอก เดี๋ยวโดนถามว่าคอนเสิร์ตอะไร เขิน) แล้วพี่ทีแอดไวเซอร์ก็ถามว่า มีบัตรสมาชิกของกิฟท์ช็อปมั้ย? อ้าว ไม่มีเหรอครับ? สนใจจะทำมั้ย ร้อยเยน แต่คงไม่ได้มาบ่อยๆ สินะ งั้นไม่ต้องทำหรอกครับ มันไม่ฟรี (จริงใจเว่อออออ นี่ประชดเราเพราะเรื่องเมื่อกี้รึเปล่า 55555555555555555555)

จ่ายตังค์เสร็จพี่ทีแอดไวเซอร์ก็หยิบขนมใส่ถุงกระดาษให้แล้วหันมาถามว่า ติดริบบิ้นหน่อยมั้ยครับ? เป็นของฝากให้เพื่อนทั้งที อันนี้ฟรีนะครับ (เนี่ย แค่ถามไปแค่รอบเดียวว่าห่อฟรีมั้ย พูดเรื่องฟรีไม่ฟรีกะเราตล๊อด) และแล้วก็เลยได้ติดริบบิ้นบนห่อฟรีๆ อย่างสวยสดงดงาม ห่อถุงกระดาษเล็กๆ เสร็จก็ใส่ถุงกระดาษแบบมีหูหิ้วอีกชั้น แล้วพี่ทีแอดไวเซอร์ก็ไปหยิบถุงพลาสติกมาห่อด้านนอกให้อีกชั้นนึงเพราะข้างนอกฝนตกอยู่ เป็นการห่อที่ตั้งอกตั้งใจดี

สรุปแล้วไปๆ มาๆ ได้เมาท์กับพี่ทีแอดไวเซอร์เยอะกว่าพ่อบ้านในร้านอีก 55555555555 แต่ประทับใจพี่ทีแอดไวเซอร์คนนี้ ตลกและเป็นกันเองสุดๆ คงเพราะไม่ใช่พ่อบ้านเลยไม่ต้องเก๊กมากมายอะไร

แต่ขณะที่เราเจ๊าะแจ๊ะกับพี่ทีแอดไวเซอร์ เมมเบอร์ที่มาด้วยกันก็ได้อิ๊อ๊ะกับพ่อบ้านหนุ่มแว่นจิ้มลิ้มเยอะแยะมากมาย พอออกมาจากกิฟท์ช็อป ม.ซังถึงกับบอกว่าประทับใจพ่อบ้านคนนี้มาก เอ้าาาาา นี่เราพลาดเพราะมัวแต่ไปเฮฮากับพี่ทีแอดไวเซอร์สินะะะะ แต่ไม่เป็นไรเพราะพี่ทีแอดไวเซอร์ก็บันเทิงดี ประทับใจ

หลังจากนั้นพอเอาขนมที่ซื้อมาจากกิฟท์ช็อปไปมอบให้เพื่อน เพื่อนก็ถามว่า นี่แกโดนพ่อบ้านออดอ้อนออเซาะให้ซื้อขนมใช่มั้ย? NOOOOOOO นี่เพื่อนเห็นเราเป็นคนยังไงกันนะ…….

Masquerade Mirage

ไปดูบุไต Masquerade Mirage มาตั้งแต่อาทิตย์ก่อนนู้นแหละ!

บุไตนี้เป็นหนึ่งในโปรเจคต์เกคิดันไชน์นิ่ง หรือ Shining Theatrical Troupe ของอุตะปุริซึ่งเดิมทีแล้วเป็นเพลง+ดราม่าซีดีมาก่อน จนกระทั่งเอพริลฟูลส์เมื่อสองปีที่แล้ว อยู่ดีๆ เว็บอุตะปุริก็บอกว่าบุไตนี้จะกลับมาอีกครั้ง! โอ้โห เท่านั้นแหละ แฟนด้อมอุตะปุริลุกเป็นไฟ เพราะแฟนๆ อุตะปุริจะรู้กันว่าอะไรที่ออฟฟิเชียลเอามาเล่นตอนเอพริลฟูลส์เนี่ย สักวันจะกลายเป็นเรื่องจริงเสมอ

คนแฟนด้อมอื่นอาจจะไม่ค่อยเข้าใจว่าแค่ประกาศทำบุไตจะดราม่ากันทำไมเยอะแยะ ไม่อยากดูก็ไม่ต้องดูมั้ย? แต่ถ้าตามอุตะปุริเยอะๆ เนี่ยจะเข้าใจว่าสิ่งที่อุตะปุริพยายามสร้างมาตลอดคือ “ความเรียล” ที่ผ่านมาออฟฟิเชียลเองนั่นแหละที่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดอุปาทานหมู่ว่าเหล่าไอดอลมีตัวตนอยู่จริง (ขายลายเซ็นสดๆ อัดใส่กรอบก็ทำมาแล้ว โหดปะล่ะะะ) การสร้างบุไตจึงเป็นการทำลาย “ความเรียล” ที่ว่าด้วยน้ำมือของออฟฟิเชียลเอง จะดราม่าและเกิดการต่อต้านกันก็ไม่แปลก มันไม่ใช่แค่ว่าไม่อยากดูก็ไม่ต้องดูแล้ว มันเป็นประเด็นเซนสิทีฟสำหรับแฟนๆ พอสมควร

อย่างไรก็ตาม! ในเมื่อจะสร้างบุไตขึ้นมาจริงๆ ไอ้ “ความเรียล” นั้นกลับได้รับการรักษาเอาไว้อย่างงดงาม ขอชื่นชมที่ออฟฟิเชียลไม่ได้ใช้คำว่า 舞台化 หรือสร้างเป็นละครเวที แต่กลับใช้คำว่า 再演 ที่แปลว่านำมาแสดงใหม่อีกครั้ง ส่วนนักแสดงก็เรียกว่าเป็นนักแสดงรุ่นที่สอง ทั้งๆ ที่เพิ่งเคยสร้างบุไตครั้งแรกนี่แหละ…. สาเหตุเป็นเพราะการแสดงครั้งแรกก็คือในดราม่าซีดี ส่วนนักแสดงรุ่นแรกคือชิโนมิยะ นัตสึกิ, โคโตบุกิ เรย์จิ และมิคาเสะ ไอ นั่นเอง ส่วนรุ่นที่สองก็ไม่ได้ถือว่ามารับบทสามคนนี้นะ แต่รับบทเป็นบทที่นักแสดงรุ่นแรกเคยแสดงไว้อีกทีนึง โอ้ยยย ซับซ้อน 555555555 แต่ก็นั่นแหละ ถือว่าออฟฟิเชียลหาทางรักษาความเรียลเอาไว้ได้ดีทีเดียว

อันที่จริงก่อนหน้าเรื่องนี้ก็มีเรื่อง 天下無敵の忍び道 เล่นไปแล้วเรื่องนึง แต่เรื่องนั้นเราสมัครไปแล้ววืดหมดเลย เสียดาย T_T ตอนสมัครตั๋วเรื่องนี้ก็สมัครไปแบบไม่ค่อยหวังอะไรเท่าไหร่ ดวงอุตะปุริไม่ค่อยมีอยู่แล้ว สุดท้ายก็ได้มารอบนึง ฮูเร่ยยยย์ ดีใจมากเพราะในเกคิดันไชน์นิ่งเราชอบคอนเซปท์เรื่องนี้สุดละ แม้โอชิเราจะอยู่เรื่อง JOKER TRAP ก็ตาม

บุไตคราวนี้ก็เหมือนเวลาไปดูเรื่องอื่นๆ คือไปแบบงงๆ เด๋อๆ ไม่รู้จักแคสท์ 55555555 คราวนี้รู้จักตั้งคนนึงคือโซเมยะ โทชิยูกิ หรือที่แฟนๆ เรียกว่าโซเมะซามะ คนนี้คุ้นเคยกันมาจากฮาคุโอคิ SSL และ Marginal#4 (แต่ในมาจิโฟร์เป็นนักพากย์นะ) คราวนี้โซเมะมาเล่นเป็นเลซี่ (Lazy) ซึ่งเดิมทีรับบทเรย์จิ (เวลาออกเสียงภาษาญี่ปุ่นจะเป็น เรย์จี้… ฟังเผินๆ ก็เรย์จินั่นแหละ) ส่วนบทไอน์ซัทส์ (Einsatz) ซึ่งเดิมทีเป็นของไอไอ คราวนี้รับบทโดยโอตะ โมโตฮิโระ และบทซีโน่ (Sino) ของนัตจัง รับบทโดยทากาวะ ฮิโรกิ

หลังจากดูจบแล้วมีความเห็นเกี่ยวกับ Masquerade Mirage ฉบับแสดงครั้งที่สองดังนี้

 

*สปอยล์กระหน่ำ*

 

● ถึงจะเรียกว่าเป็นการนำมาแสดงใหม่อีกครั้ง แต่เอาเข้าจริงแล้วบทมันไม่มีอะไรเหมือนในดราม่าซีดี เอ้ย! การแสดงครั้งแรกเลยแม้แต่น้อย เป็นบทที่เขียนขึ้นมาใหม่แทบทั้งหมด

● เนื้อเรื่องของเดิมในเวอร์ชั่นดราม่าซีดีคือเลซี่ (เรียกแบบนี้แล้วไม่ชินเลย แต่เอาเถอะ เลซี่ก็เลซี่ 5555555) พาน้องสาวไปงานเต้นรำสวมหน้ากาก ไปเจอซีโน่ที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กในงาน แล้วตอนหลังจอมโจรไอน์ซัทส์ก็ปรากฏตัวขึ้นในงาน ก่อนจะขโมยสร้อยของน้องสาวเลซี่ไป พร้อมกับขโมยหัวใจของเธอไปด้วย ฮิ้วววว จบและ มีแค่เนี้ย

● เนื้อเรื่องเวอร์ชั่นใหม่จะเปลี่ยนไปหมดเลย สิ่งที่เหมือนเดิมมีแค่ งานเต้นรำสวมหน้ากาก/ซีโน่เป็นตำรวจ/ไอน์ซัทส์เป็นจอมโจร/เลซี่กับซีโน่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก

● ในเวอร์ชั่นนี้เลซี่จะมางานเต้นรำสวมหน้ากากโดยไม่พาน้องสาวมาด้วย ทำให้ละครเรื่องนี้ไม่มีนางเอก (แต่ตอนหลังๆ จะมีตัวละครนึงที่เป็นเสมือนนางเอกไปเลย……)

● ของเดิมเลซี่เป็นแค่พี่ชายที่พาน้องสาวมาออกงานเต้นรำครั้งแรก ไม่มีพื้นเพตัวละครละเอียดมากมายอะไร แต่คราวนี้เลซี่มีสตอรี่ติดตัวมามากมาย คราวนี้คนดูจะได้รู้ว่าเลซี่เป็นยอดนักสืบมากความสามารถ เก่งกาจทั้งบู๊และบุ๋น ซึ่งความจริงแล้วเลซี่คนนี้เป็นคุณชายตระกูลขุนนางที่เบื่อหน่ายชีวิตขุนนาง โดนพ่อแม่เร่งเร้าให้แต่งงาน แต่เจ้าตัวไม่ยอมแต่งกับใครเพราะเหมือนจะแอบชอบน้องสาวอยู่ เพราะน้องสาวที่ว่าไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน!

● เรื่องพี่แอบชอบน้องนี่ของเดิมก็มีหยอดๆ อยู่นิดหน่อย คือมีฉากนึงที่เรย์จังทำเสียงจริงจังพูดกับน้องสาวว่า “ถ้าฉันบอกว่าเราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ ล่ะ?” แต่หลังจากนั้นก็หัวเราะแล้วบอกว่า “ล้อเล่นน่า เราเป็นพี่น้องกันแท้ๆ นี่แหละ” ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีเฉลยนะว่าสรุปแล้วเรย์จังในบทเลซี่พูดจริงหรือโกหก แต่คราวนี้เลซี่จะพูดชัดๆ เลยว่า ฉันกับน้องสาวไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด

● แต่ประเด็นเรื่องน้องสาวนี่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่หรอก เพราะน้องสาวที่ว่าไม่ได้มีบทบาทในเรื่อง บทมันเลยเทไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างเลซี่-ซีโน่ และเลซี่-ไอน์ซัทส์ซะมากกว่า

● และเราชอบเนื้อเรื่องฉบับนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกก

● คนเขียนบททำการบ้านมาดีมาก ในฐานะแฟนอุตะปุริขอกราบเยอะมาก พูดได้เต็มปากเลยว่าบท Masquerade Mirage ฉบับนี้เขียนมาสำหรับแฟนอุตะปุริจริงๆ

● บอกตามตรงแล้วตอนแรกไม่ได้คาดหวังกับบทเลย นึกว่าแค่เอาของเก่ามาขยายความเพิ่มให้มันยาวๆ ซึ่งบทของเก่ามันก็ไม่ได้ดีเลิศอะไรเท่าไหร่ แต่นี่มันคือการรื้อสร้างใหม่ทั้งหมด แถมยังสอดแทรกสิ่งที่แฟนๆ เห็นแล้วจะต้อง หื้มมมมมมมม (ในความหมายที่ดี) ลงไปมากมายอีก

● กล้าอวยขนาดนี้เพราะบทมันจี้จุดที่เราชอบในอุตะปุริด้วยแหละ ถ้าเอาจุดอื่นมาขยี้อาจจะไม่จี๊ดขนาดนี้ แต่คราวนี้สิ่งที่บทแทรกเข้ามาคือเรื่องของ “ไอเนะ” …….อีกแล้ว มาบ่อยจริงคนนี้ 55555555555 เราว่าไอเนะเหมือนเป็นสูตรโกงสุดสะดวกใช้ไปแล้ว เวลาอยากขยี้ให้แฟนๆ ปวดใจก็หยิบเรื่องไอเนะมาเล่นนี่แหละ ได้ผลชะงัดนัก

● แต่จริงๆ แล้วประเด็นไอเนะนี่มาตอนท้ายๆ เลย

● เวอร์ชั่นนี้เรื่องซับซ้อนกว่าของเดิมมาก จะเล่าเรื่องย่อก็ไม่รู้จะสรุปยังไงดี เอาเป็นว่ามันไม่ได้จบแค่ในงานเลี้ยงเต้นรำ แต่ขยายเรื่องไปไกลมาก จากเดิมที่มีตัวละครหลักแค่สี่ตัว (รวมน้องสาวเลซี่ด้วย) เวอร์ชั่นนี้กลับมีตัวละครใหม่เพิ่มเข้ามามากมาย มีกระทั่งตัวละครที่เป็นตัวร้ายด้วย!

● จากเดิมที่ไอน์ซัทส์เป็นจอมโจรปริศนาไม่รู้ที่มาที่ไป ในฉบับนี้เราจะได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วไอน์ซัทส์นั้นมีเจ้านายคอยบงการอยู่เบื้องหลังอีกที เจ้านายของไอน์ซัทส์เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุผู้ปรารถนาอยากมีชีวิตอมตะจึงได้สร้างออโตมาต้าขึ้นมามากมาย และในบรรดาออโตมาต้าเหล่านั้น ไอน์ซัทส์คือผลงานชิ้นที่ยอดเยี่ยมที่สุด

● ทำไมเนื้อเรื่องช่าง… ไปไกล…….

● ตอนมีคำว่าเล่นแร่แปรธาตุโผล่มาในเรื่องนี่ได้แต่ร้องโอ้โหอยู่ในใจ คิดได้ไง๊ แต่พอเรื่องมันดำเนินไปเรื่อยๆ แล้วชอบความไปไกลเหล่านี้มาก ถ้าดราม่าซีดีมาด้วยพล็อตนี้แต่แรกคงฟังแล้วปวดใจ

● อย่างที่บอกว่าคนเขียนบททำการบ้านมาดี มีการคารวะเกมต้นฉบับเยอะพอสมควร คือเนื้อเรื่องมีอะไรอิงจากในเกมอยู่หลายอย่างเลย ถ้าเล่นภาค All Star แล้วมาดู Masquerade Mirage ฉบับนี้ต่อน่าจะอินมาก

● ที่สำคัญ มันเรย์ไอมากกกกกกกกกกกกกก ตอนแรกๆ ยังไม่ค่อยรู้สึกอะไร จนกระทั่งถึงช่วงกลางเรื่องที่ซีโน่พูดกับเลซี่ว่า เชื่อใจไอน์ซัทส์จังเลยนะ แล้วเลซี่บอกว่า นั่นสิ ทั้งๆ ที่เจ้านั่นเป็นคนที่ขโมยสร้อยเพชรของน้องสาวฉันไปแท้ๆ ทำไมกันนะ? …ถึงตรงนี้แล้วเริ่ม หืม?? อ้าว นี่เป็นศัตรูกันแต่เชื่อใจกันหรอกเหรอ?? อะไรยังไงนะ??

● พอเอะใจแล้วก็ไม่สามารถถอดฟิลเตอร์เรย์ไอออกไปได้อีกเลย

● และความเรย์ไอนั้นยังทวีสูงขึ้นเรื่อยๆ จะบอกว่าไอน์ซัทส์เป็นนางเอกยังได้เลยเนี่ย ช่วงหลังๆ ไอน์ซัทส์จะโดนเจ้านายตัวเองจับทำพิธีเพื่อให้ตัวเองเป็นอมตะ ฉากที่เลซี่บุกไปช่วยไอน์ซัทส์ที่กำลังโดนจับขึงอยู่นี่มัน…..

● แม้มันจะเรย์ไอมากตั้งแต่กลางๆ เรื่อง แต่เราเพิ่งนึกถึงไอเนะขึ้นมาในฉากที่ไอน์ซัทส์จะฆ่าตัวตายด้วยการดึงอัญมณีที่ใช้เป็นพลังชีวิตของตัวเองออกมา พอมีการฆ่าตัวตายเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องของไอเนะในเกมก็ผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ

● หลังจากนั้นมีฉากนึงที่เลซี่ไปหาไอน์ซัทส์ แล้วไอน์ซัทส์บอกว่าอยากตาย หรือพยายามจะฆ่าตัวตายอีกรอบหรือยังไงนี่แหละ (จำได้แบบเลือนราง) เราชอบบทสนทนาฉากนี้มาก เลซี่จะพยายามพูดห้าม แต่ไอน์ซัทส์ฟังแล้วบอกว่า “คำพูดนั้นพูดกับฉันจริงๆ งั้นเหรอ เห็นภาพใครซ้อนกับฉันหรือเปล่า?” โอ้โหวววววววว นี่มันภาพซ้อนกับรักสามเส้าเรย์จิ-ไอ-ไอเนะชัดชัดดดดดด

● ในเรื่องไม่ได้ขยายความตรงนี้นะว่าเลซี่เห็นภาพซ้อนกับใครกันแน่ แต่มันชัดเจนมากว่าเขียนบทตรงนี้จากเรื่องของไอเนะ (ถ้าไม่ได้เล่นเกมมาก่อนอาจจะงงๆ อยู่บ้าง) ฉากนี้ในบุไตทำเราร้องไห้เลย 5555555555 จุดนั้นเราไม่ได้อินกับไอน์ซัทส์และเลซี่หรอก แต่เรานึกถึงเรื่องของไอเนะไง สตอรี่ของไอเนะเป็นอะไรที่ทำให้เราร้องไห้ได้เสมอ

● ตอนท้ายๆ มีฉากที่ไอน์ซัทส์เกือบๆ จะตายแล้วเลซี่เข้าไปประคอง ไอน์ซัทส์ยกมือลูบแก้มเลซี่ด้วย โอ๊ย จะเป็นลม (แต่ฉากนี้แอบนึกถึงฉากไอเลสลูบหน้าวอร์เรนในบลัดดี้ชาโดว์นิดนึง)

● แม้กระทั่งฉากจบก็ยังจะเรย์ไอ คือสุดท้ายแล้วไอน์ซัทส์ก็ไม่ตาย แล้วตอนหลังไอน์ซัทส์ก็ปลอมตัวเป็นซีโน่ โผล่มาขอเลซี่เต้นรำด้วยกัน…….. แต่สุดท้ายเลซี่ก็จับได้ว่านั่นคือไอน์ซัทส์ ไอน์ซัทส์เลยหนีไปก่อน เลซี่จึงเต้นรำกับซีโน่ตัวจริงแทน (จะว่าไปแล้วโมเมนต์เลซี่ซีโน่ก็เยอะแยะเหมือนกัน ชงอย่างเสมอภาคดี)

● ความสนุกอย่างนึงของบทเวอร์ชั่นนี้คือ ลองคิดว่าถ้าแคสท์ชุดแรก (เรย์จัง/ไอไอ/นัตจัง) ได้เล่นบทเวอร์ชั่นนี้จะรู้สึกยังไงกันบ้าง โอ้ยยย แค่คิดก็ปวดใจแล้ว บทเขียนมาทำร้ายจิตใจเรย์จังกับไอไอมากเกินไป (;__;)

● ส่วนซีโน่ก็ใช่ว่าจะไม่มีการหยิบยกเรื่องในเกมมาสอดแทรก มีการหยิบเรื่องอดีตกับเรื่องสองบุคลิกมาใส่ด้วย เรื่องอดีตจะดัดแปลงนิดหน่อยแต่ก็อ้างอิงมาจากในเกมนั่นแหละ

● นักแสดงที่รับบทตัวละครหลักทั้งสามคนทำหน้าที่ได้ดีนะ เราชอบโซเมะเล่นเป็นเลซี่มากกว่าตอนเป็นไซโตเซมไปอีก คนเล่นเป็นซีโน่ก็เต็มที่กับบทบาท เอ็นดูอยู่หลายฉาก (เราเหนื่อยแทนเค้าหลายฉากมาก เช่น ฉากแต่งหญิง 555555555) ส่วนไอน์ซัทส์เวอร์ชั่นนี้ก็เชิดหยิ่งดีมาก

● แต่ที่สร้างสีสันได้ดีมากคือตัวละครรองทั้งหลายที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ทุกคนยกเว้นตัวร้ายตลกมาก โดยเฉพาะจิลโคเนีย ขุนนางหญิงที่เป็นคนจัดงานเลี้ยงเต้นรำขึ้นมา ขำคนนี้เยอะสุดแล้ว ทำอะไรก็ตลกไปหมด ชอบมาก ขำทุกครั้งที่โยนแมว 55555555555

● ตอนท้ายหลังแสดงจบจะมีช่วงพรีวิว อารมณ์เหมือนมินิคอนเสิร์ต(?) ทั้งสามคนออกมาร้องเพลง ให้คนดูโบกเพนไลท์ได้ด้วย มีเพลงออริจินอลของบุไตแล้วปิดท้ายด้วยเพลงมาสมิราจ

● เพลงใหม่นี่เราเฉยๆ แฮะ แต่เนื้อเพลงของไอน์ซัทส์ค่อนข้างจะเรย์ไออีกแล้ว ฟังแล้วก็หืมมมมม?? เนื้อเพลงประมาณว่าเธอช่วยให้ชีวิตสดใส ทำให้อยากมีชีวิตต่อไป ช่วยให้เข้าใจความหมายของชีวิต อะไรทำนองนี้

● ตอนอินโทรเพลงมาสมิราจขึ้นขนลุกเกรียวเลย ฮืออออออ ชอบเพลงนี้จัง

● อีกอย่างที่ชื่นชอบคือคอสตูม สวยงามดีแท้ โดยเฉพาะชุดไอน์ซัทส์ กรุยกรายเหลือเกิน เสื้อผ้าไร้ความคล่องตัวแม้เป็นจอมโจร เวลาสู้กันแต่ละทีนี่ทั้งไอน์ซัทส์ทั้งเลซี่สะบัดชายผ้าเสียงดังพรึ่บๆๆ อย่างกับหนังจีนกำลังภายใน ตลกดี 555555555

โดยสรุปแล้วเป็นละครเวทีที่ทำออกมาเหนือความคาดหมายของเราไปไกลมากกกกกกกก ประทับใจมากกกกกกกกก เตรียมซื้อแผ่นไว้ดูเก็บรายละเอียดแล้วเนี่ย ชอบบทพูดหลายฉากเลย

จริงๆ รู้สึกเหมือนมีอะไรให้กรี๊ดอีกเยอะ แต่สิ่งเหล่านั้นน่าจะเป็นโมเมนต์เรย์ไอทั้งสิ้น… เอาเป็นว่ามันเรย์ไอมาก และเป็นเรย์ไอที่ดี เป็นความสัมพันธ์ที่สะเทือนใจแต่งดงาม ดูจบแล้วอยากเล่นภาค All Star จัง คิดถึง (TωT)

STAR-MYU Fes.2017

หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปกรีดร้องจนคอแหบแห้งใน MBS ANIME FES มาแล้ว วันอาทิตย์ยังลากสังขารไปอีเวนท์ของ High School Star Musical หรือสตามิวซึ่งครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “สตามิวเฟส” มาด้วยแหละ!

อีเวนท์สตามิวคราวนี้จัดที่ Makuhari Messe ซึ่งอยู่ที่จิบะนู่นนนน เนื่องจากวันเสาร์ติดอีเวนท์ MBS ที่โอซาก้า คราวนี้เลยได้ลองไปคันโตแบบไปเช้าเย็นกลับเป็นครั้งแรก เหนื่อยสุดๆ OTL

น่าเสียดายที่อีเวนท์นี้ไม่ได้ไปไฟท์ซื้อของหน้างานกับคนอื่นเค้า หลังๆ นี่กลายเป็นทีมออกรถไฟเที่ยวเช้าสุดไปแล้ว แต่อีเวนท์นี้ต่อให้นั่งชินคังเซนเที่ยวเช้าสุดไปก็คงไม่ช่วยอะไร ดูจากการที่เปิดขายของตอนวันเสาร์แล้วทุกอย่างหมดรัวเร็วเหลือเกิน เราเลยไปแบบชิลๆ กว่าจะถึงมาคุฮาริก็เกือบเที่ยงละ ไปถึงตรงที่ขายของก็พบว่าคนไม่ค่อยเยอะแล้ว ต่อแถวแป๊บเดียวก็ได้ซื้อ แต่ไม่ค่อยเหลืออะไรให้ซื้อเท่าไหร่ สุดท้ายเลยได้มาแค่แพมเฟลตกับกู๊ดส์เล็กๆ น้อยๆ ได้แต่ภาวนาว่าของที่อยากได้จะมีเปิดขายในเว็บทีหลัง T_T

อีเวนท์รอบที่เราได้ตั๋วมาคือรอบเย็น จริงๆ แล้ววันนี้มันมีสี่รอบในวันเดียว คืออีเวนท์ของมิวสิคัลสองรอบ และของอนิเมะสองรอบ จัดที่ฮอลล์ 7-8 แล้วสลับเวลากัน ตอนที่เราไปเป็นช่วงที่อีเวนท์ฝั่งอนิเมะรอบกลางวันเริ่มแล้ว ตอนไปต่อคิวซื้อของที่ฮอลล์ 7 ซึ่งเป็นฮอลล์ที่ใช้จัดอีเวนท์ฝั่งมิวสิคัลเลยได้ยินเสียงจากฮอลล์ 8 ที่อยู่ติดกันชัดแจ๋ว คงเพราะเดิมทีมันไม่ใช่ฮอลล์สำหรับจัดอีเวนท์แนวๆ นี้ก็เลยไม่เก็บเสียง เราจึงได้ฟังเสียงช่วงพากย์สดนิดนึงด้วย ลัคกี้♥

พอซื้อของที่ต้องการเสร็จก็ไปเดินเล่นแถวๆ สถานีไคฮินมาคุฮาริ แถวสถานีมีห้างเพียบ คนก็เพียบ เพราะวันนั้นที่มาคุฮาริมีอีเวนท์ชนกันระเนระนาดไปหมด จะเข้าร้านไหนก็ต้องต่อคิวยาวเหยียด สุดท้ายเรากับม.ซังที่ไปด้วยกันจึงไปจบลงที่ร้านข้าวหน้าเนื้อแล้วต่อด้วยนั่งแช่ในร้านกาแฟอีกพักใหญ่ ระหว่างนั่งในร้านกาแฟ ม.ซังก็ทำการบ้านโดยการดูสตามิวซีซั่นสองที่ดองไว้ไปเรื่อยๆ (วันนี้เหมือนเป็นการพาม.ซังมาล้างสมอง 5555555555)

และแล้วพอประมาณสี่โมงเราก็เดินกลับไปที่ฮอลล์ 7-8 กัน ตอนเดินกลับไปหน้าฮอลล์คนเยอะมากกกกกกกก แต่ตอนเดินเข้างานไม่ต้องต่อคิวอะไรเลย ตอนแรกเห็นแถวยาวเหยียดคนเยอะแยะแล้วตกใจ ปรากฏว่าแถวที่ยาวๆ นั่นคือคิวเข้าห้องน้ำ ตอนเข้างานสามารถถือตั๋วเดินเข้าไปให้สต๊าฟเช็กในฮอลล์ได้เลย สต๊าฟเช็กตั๋วมีหลายคนจนไม่ต้องต่อแถว รวดเร็วฉับไวดีมาก ตรวจตั๋วเสร็จก็มีด่านตรวจกระเป๋าอีกด่านนึง เป็นอันเสร็จพิธี

เข้าไปในฮอลล์แล้วเราก็เอาของไปหย่อนตรงกล่องสำหรับใส่ของฝากให้นักพากย์ คราวนี้เอาเบียร์ไปเซ่นมาเอโนะหนึ่งกระป๋องด้วยความหวังว่าอีเวนท์หน้าที่มีมาเอโนะเราจะได้ตั๋วง่ายขึ้น (คิดว่าคงไม่ช่วยอะไร แต่อยากให้คุณมาเอโนะได้ลองเบียร์ไทย เผื่อติดใจแล้วมาไทยบ้างอะไรบ้าง) ตอนเอาของหย่อนในกล่องเห็นของที่คนอื่นเอามาฝากเคนนุแล้วรู้สึกฮึ้ยยยยยยยยยยย ทำไมเราไม่หาอะไรมาให้เคนนุมั่งนะะะะะะะ แต่จะว่าไปแล้วก็ไม่รู้จะหาอะไรให้ จดหมายก็ไม่รู้จะเขียนอะไร และการให้มาเอโนะก็เหมือนให้เคนนุนั่นแหละ

ฝากของเสร็จเรียบร้อยก็ไปนั่งที่ ที่นั่งในฮอลล์จะแบ่งเป็นบล็อกๆ มีบล็อก A-F ที่นั่งเราอยู่บล็อก D จะว่าใกล้ก็ไม่ใกล้เท่าไหร่ แต่มันก็ไม่ไกลมาก อยู่แถวกลางๆ ฮอลล์ (หลังจากผ่านปุริไลฟ์มาแล้วก็ไม่มีที่นั่งในอีเวนท์ไหนชวนให้รู้สึกว่าไกลอีกเลย…….) ตอนแรกที่นั่งเรามีคนนั่งอยู่ เอ้าาาา มายังไง! ตื่นตระหนกเลยทีนี้ แต่พอถามแล้วเค้าเช็กตั๋วอีกที ปรากฏว่าเค้านั่งผิดไปที่นึง ฮ่วยยยยย เค้าก็ตกใจ เราก็ตกใจ ขำ 555555555555

ได้ที่นั่งโดยสวัสดิภาพแล้วก็รอเวลา เราเข้าไปตอนเปิดให้เข้าหมาดๆ ต้องนั่งรอกันเป็นชั่วโมง ระหว่างรอ ม.ซังก็ยังคงนั่งดูสตามิวซีซั่นสองต่อไป ส่วนเราก็ปั่นอีเวนท์ไชนิ่งไลฟ์สลับกับพริซึ่มรัชบ้าง ฟังคนข้างๆ คุยกันบ้าง คนข้างๆ ก็เปิดไชนิ่งไลฟ์เล่นเหมือนกัน เค้าเมาท์อุตะปุริกันเยอะมาก แต่ไม่มีการเมคเฟรนด์กันหรอกนะ…

และพอประมาณห้าโมงครึ่งงานก็เริ่ม!

หลังจากนี้จะเป็นการพูดถึงอีเวนท์เท่าที่นึกออก

*หมายเหตุ* อาจจะมีงงๆ เบลอๆ หรือผิดเพี้ยนไปบ้างเพราะเขียนจากความทรงจำล้วนๆ

ขอพูดถึงเวทีก่อน เวทีสวยงามอลังการประหนึ่งวิหารพาร์ธีนอน ตกแต่งเป็นสไตล์กรีกโรมัน มีเสาตั้งเรียงราย ทำเป็นบริเวณสำหรับยืนสองสเต็ปคือชั้นบนกับชั้นล่าง ตรงกลางมีบันไดสำหรับเดินลงมา เห็นแล้วก็ อืม สตามิวนี่มันสตามิวจริงๆ 555555555

อีเวนท์เริ่มด้วยการเปิด OP ของซีซั่นสองให้ดู ตอนแรกนึกว่า Fourpe จะมาเซอร์ไพรส์ซะอีก (เพิ่งผ่านอีเวนท์ของ MBS ที่มีเซอร์ไพรส์เยอะแยะมาเลยอดคาดหวังไม่ได้ 555555555) แต่ก็ไม่มีนะ แค่เปิด OP ให้ดูเฉยๆ

พอ OP จบก็มีหน้าริทสึ ฟุตาบะ โอโทริ ยูสุริฮะขึ้นมาบนจอ ให้สี่คนนี้มาพูดคุยทักทายเปิดงาน จำไม่ได้ว่าคุยอะไรกันบ้าง แต่คำได้ว่าโอโทริขอเสียง “บอยส์!” แล้วมีเสียงคนดูผู้ชายร้อง “โอ้วววววว” กันหลายคน ริทสึเลยบอกว่า “มีด้วยเนอะ” ตลกดี 555555555555

แล้วหลังจากนั้นก็ตามด้วยอินโทรเพลงคาโอไคเวอร์ชั่นแอนเชียนท์ พร้อมกับที่โอคิอายุซังกับโฮชิซังเดินออกมา คือตอนเดินออกมานี่จะออกมากันทีละเซ็ต หลังเซ็ตแอนเชียนท์ก็เป็นเซ็ตคาโอไคเก่าที่มากันสองคนได้แก่สุวาเบะซังกับโทริอุมิซัง เซ็ตนี้มาพร้อมอินโทรเพลง WONDERFUL WONDER! (ทำไมทีมรุ่นพี่เปิดตัวได้แฟบิวลัสกันมาก) ส่วนเซ็ตอาเกฮะ ฮาจิยะ คิตาฮาระ นันโจ ออกมาพร้อมอินโทรเพลง Storytellers ตามด้วยทีมฮีรางิกับเพลงคาเมเลียนสตาร์ ปิดท้ายด้วยทีมโอโทริที่ใช้เพลง Gift

ตอนได้ยินอินโทรเพลงคาโอไคเรากรี๊ดเยอะมากกกกกกกกกกกกกก นึกว่าจะมาร้องให้ฟัง ปรากฏเค้าใช้เพลงประกอบตอนเดินออกมาเฉยๆ 555555555555 เอาเถอะ ไม่เป็นไร ยังไงวันนี้แอนเชียนท์ก็มากันไม่ครบทีมอยู่ดี ขาดฮารุโตะกับอุโอสึมิ เสียใจ (;__;)

ออกมากันครบแล้วก็มายืนเรียงแถวหน้ากระดาน ฮานาเอะทักทายคนแรก จากนั้นก็ให้ทักทายกันทีละคน เนื่องจากงานนี้มีนักพากย์มากันตั้ง 18 คน เราเลยจำไม่ค่อยได้แล้วว่าใครทักทายว่าอะไรกันบ้าง (เพราะเนื้อหาหลังจากนั้นในอีเวนท์ทำเราสติหลุดไปไกลละ) จำได้ไม่กี่คน เท่าที่จำได้ก็

★ เคนโชพูดด้วยเสียงนายุว่า “วันนี้ขอโทษนะที่ไม่ได้ทำข้าวกล่องมาให้ทุกคน!”
☆ ลันส์ซังบอกว่าวันนี้ขึ้นเวทีรอบที่สี่แล้ว แต่ยังไม่เหนื่อยเลย ให้ขึ้นรอบที่ห้ายังไหวเลยนะ
★ โฮชิซังน่าร๊ากกกกกกกกก มาถึงก็ทักทายว่า ปั๊บปี้~~ แล้วยื่นไมค์ให้คนดูตอบว่า ปั๊บปี้~~
☆ โอคิอายุซังตลก แค่พูดว่า อา~ ฮ้ารุโตะะะ~ ด้วยเสียงริทสึก็ตลกมากแล้ว 555555555 แล้วโอคิอายุซังทักทายเป็นคนสุดท้ายต่อจากโฮชิซัง หลังจากโฮชิซังพูดว่า ปั๊บปี้~~ ไปเยอะมาก โอคิอายุซังเลยทักทายว่า โอ๊กกี้~~ บ้าง แหมะะะ น่ารักเชียวนะ!
★ เหมือนโนบุนากะคุงจะพูดว่า โบคุโนะคามิซามะ (=พระเจ้าของผม) ด้วยมั้ง
☆ เคนนุทักทายว่าอะไรบ้างจำไม่ได้ แต่มีพูดว่า โคะเนโกะจัง (=ลูกแมวน้อย) แน่ๆ
★ มาเอโนะโค้งให้คนดูด้วย โค้งทุกงานเป็นปกติอยู่แล้วคนนี้ แต่เห็นทีไรใจสั่นตล๊อด
☆ ยูมะคุงพูดด้วยเสียงซาวาตาริคุงว่า “วันนี้มีเจ้าหญิงที่ต้องปกป้องอยู่มากมายเลยนะครับ”
★ ส่วนโนบุที่พูดต่อจากยูมะคุงบอกด้วยเสียงทัตสึมินว่า “ถึงฉันจะโดนเรียกว่าเจ้าหญิง แต่ก็สู้ทุกคนไม่ได้หรอก”
☆ มัตสึโอกะคุงทักทายด้วยเสียงอุกาวะน่ารักมากกกกกก น่ารักจนเคนนุที่ยืนข้างๆ หันไปบอกว่า น่ารักชะมัด!
★ ทาเคอุจิคุงทักทายด้วยเสียงแบบนันโจ พอสลับโหมดมาใช้เสียงต่ำๆ ตามปกติแล้วคนดูขำก๊ากกันทั้งฮอลล์

ทักทายกันเสร็จแล้วทุกคนก็กลับไปหลังเวทีแล้วเข้าสู่ช่วงพากย์สด เนื้อหาที่พากย์ไม่เหมือนรอบกลางวันด้วย (รู้ตั้งแต่จุดนั้นเพราะได้ฟังของรอบกลางวันไปนิดนึงตอนต่อคิวซื้อของ)

บทพากย์สดรอบนี้เป็นตอนพิเศษที่เขียนขึ้นมาใหม่ เริ่มจากทีมโอโทริมาคุยกันตอนเช้า ไคโตะมาบ่นๆ ว่าโดนรุ่นน้องมาขอให้ไปร่วมการแข่งขันตอบคำถามในงานโรงเรียนของแผนกม.ต้นในฐานะรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว โฮชิทานิทำท่าสนอกสนใจและบอกว่า ไคโตะเนี่ยป๊อปมากในหมู่รุ่นน้องม.ต้นสินะ โฮชิทานิเคยพูดกับเด็กม.ต้นว่าเป็นเพื่อนสึคิกามิ ไคโตะ สาวๆ ก็ร้องกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ (ฮานาเอะตอนทำท่าสาวกรี๊ดตลกมากกกกกกกก เหมือนโดนเหยียบตาปลามากกว่ากรี๊ดผู้ชาย 55555555555555) พอได้ยินแบบนั้นเท็นเก็นจิเลยแซวว่า แหม เห็นชอบบ่นเรื่องที่ฉันมีแฟนๆ คอยกรี๊ด ตัวเองก็มีสาวกรี๊ดเหมือนกันนี่นา ไคโตะจัง~ (โอ้ยตายยยยยยย เราตายยยยยยยย 生海斗ちゃんいただきましたー!)

คุยไปคุยมาไคโตะก็บอกว่า รุ่นน้องขอให้ฟอร์มทีมเมมเบอร์ที่เป็นศิษย์เก่าให้ได้สี่คน จริงๆ ก็มีศิษย์เก่าสุดป๊อปอยู่อีกสองคน แต่ตอนนี้อีกคนนึงคงยังไม่ตื่น (แหมะ น้องไคโตะ ทำไมมีการแซะ นี่ขนาดจะไปขอความรวมมือจากเค้า 5555555555)

หลังจากนั้นโนบุคุงกับยูมะคุงก็ออกมายืนที่ชั้นบนของเวที อ๊ากกกกกกกกก ทัตสึมินนนนนนน เอโงะะะะะะะะะะ แค่สองคนนี้ออกมายืนเราก็กรี๊ดปางตายแล้ว แต่ยังตายไม่ได้!! เพราะฉากต่อมามันสุดทนมาก เอื้ออออออออออออออ

สถานการณ์ในฉากนี้คือซาวาคาริคุงปลุกทัตสึมินยามเช้า! สีหน้าและน้ำเสียงยูมะคุงตอนพูดว่า “ทัตสึมิ ตื่นเถอะครับ” นี่มันนนนนนนนนนนนนน (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦) แต่ฉากนี้ทั้งก๊าวทั้งขำ ถ้าเป็นแม่ยกคู่นี้จะกรี๊ดหนักมาก แต่ถ้าไม่กรี๊ดน่าจะขำมากกว่า 555555555 คำพูดที่พอจำได้จะอารมณ์ประมาณนี้ (น่าจะตรงกับของจริงประมาณ 30% ไม่ไว้ใจความทรงจำตัวเองเลยเนี่ย TωT)

ซาวาตาริ: ทัตสึมิ ตื่นเถอะครับ เช้าแล้วนะ
ทัตสึมิ: ขออีกห้าชั่วโมงนะ
ซาวาตาริ: แค่ห้านาทีก็พอมั้งครับ (เปิดหน้าต่าง) ดูสิ ยามเช้าออกจะสวยงามขนาดนี้
ทัตสึมิ: สิ่งที่สวยงามจริงๆ น่ะ แค่หลับตาก็สัมผัสได้แล้ว เหมือนกับท่วงทำนองอันงดงามที่หลั่งไหลออกมาไงล่ะ
ซาวาตาริ: (พูดท่อนไหนสักท่อนที่มาจากเนื้อเพลง The Elegance)

ตอนสองคนนี้หยิบเนื้อเพลงมาคุยกันเราแอบขำ 5555555555 แต่หลังจากนั้นทั้งสองคนก็วางบทที่ถืออยู่ลง หืมมมม…..!!!!!???? ตอนนั้นคนดูรอบข้างพากันร้อง เอ๊ะ?? เอ๊ะ???? จนกระทั่งทำนองเพลง The Elegance ดังขึ้นมาเท่านั้นแหละ กรี๊ดดดดดดดดดดดด โอ๊ยยยยยยยยยยย ดีใจมากที่ได้ฟังเพลงนี้แบบสดๆ (;___;) ไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะได้ฟัง นึกว่าอย่างมากก็อาจจะได้ฟัง Gift แค่เพลงเดียว หรือเพลงทีมโอโทริอีกสักเพลง เพราะอีเวนท์ที่แล้วก็ร้องเพลงทีมกันเพลงนึงมั้งนะถ้าจำไม่ผิด (คราวก่อนไม่ได้ไป อ่านรีพอร์ตน้ำตาไหลรินอยู่บ้าน โฮว) ปรากฏว่าเพลงคู่ชิปเรามาเฉ๊ยยยยยยยย อ๊ากกกกกกกกกกกก *กราบคนเขียนบทพากย์สด*

ตอนโนบุคุงกับยูมะคุงร้อง The Elegance นี่หวานมั่กกกกกกก (สองคนนี้รู้หน้าที่ตัวเองดีมาก 55555555) ทั้งมองตากันปิ๊งๆ ยื่นมือยื่นไม้หากันตลอดเวลา งุ้ยยยย สวีทเกินไปมั้ย ดูเฉยๆ ยังเขิลลลลลล////////

พอร้องเพลงจบทั้งสองคนก็เดินมาหาทีมโอโทริ บทพูดตรงนี้ก็ตลก

ใครสักคนในทีมโอโทริ น่าจะเป็นโฮชิทานิ?: ทำแบบนั้นกันทุกเช้าเลยเหรอ
คุงะ: ให้ความรู้สึก The Elegance สุดๆ เลย (น้ำเสียงอึ้งงันแบบหล่อๆ)
ทัตสึมิ: โดนเห็นตอนตื่นนอนจนได้ น่าอายจัง
ซาวาตาริ: ทัตสึมิไม่มีตรงไหนน่าอายหรอกครับ
ไคโตะ: อายหน่อยเถอะ!

หลังจากนั้นไคโตะก็ชักชวนสองคนนี้มาร่วมทีมด้วย ซึ่งทัตสึมินกับซาวาตาริคุงก็บอกว่าน่าสนุกดีเลยตกลงร่วมทีม พอได้สองคนนี้มาร่วมทีมแล้ว นายุก็บอกว่างั้นต้องหาอีกคนนึงสินะ! ทีมโอโทริคนอื่นๆ รวมทั้งสองหนุ่มเอเลแกนซ์ฟังแล้วก็ตกใจ เพราะนายุก็เป็นศิษย์เก่าแผนกม.ต้นอายานางิเหมือนกัน แต่นายุบอกว่าตัวเองเป็นคนธรรมดาๆ ไม่ได้เป็นรุ่นพี่สุดเก่งสุดเทพอะไร กลับไปเป็นแขกรับเชิญพิเศษแบบนั้นคงไม่ดี คนอื่นๆ เลยช่วยกันพูดให้กำลังใจนายุ ตรงนี้ชอบที่เท็นเก็นจิบอกว่า คงไม่ได้ดูถูกตัวเองอีกแล้วใช่มั้ย? ดูเป็นวิธีการให้กำลังใจที่สมเป็นเท็นเก็นจิดี และสัมผัสได้ว่าเท็นเก็นจิก็เชื่อมั่นในตัวนายุเหมือนกัน

สุดท้ายนายุก็ยอมร่วมทีมด้วย แล้วไคโตะ นายุ ทัตสึมิน และซาวาตาริคุงก็ร้องเพลง 青空SEASON ด้วยกันสี่คน อ๊ากกกกกกก โอ๊ยยยยยยย ได้ฟังโนบุกับยูมะคุงร้องเพลงตั้งสองเพลง อีเวนท์นี้คืนกำไรให้เราเยอะมาก เป็นลม ฮือออออออออ

ทางด้านโฮชิทานิ เท็นเก็นจิ และคุงะคุงไม่ได้เป็นศิษย์เก่าแผนกม.ต้นโรงเรียนนี้เลยร่วมแข่งตอบคำถามไม่ได้ แต่ไปเป็นกองเชียร์ได้ โฮชิทานิบอกว่าเท็นเก็นจิกับคุงะคงไปด้วยกันอยู่แล้วสินะ! เท็นเก็นจิก็ทำเป็นพูดอ้อมค้อม บอกว่าวันนั้นก็ว่างๆ ไม่มีธุระอะไรซะด้วยสิ คุงะเลยบอกว่า พูดมาให้ชัดๆ เลยดีกว่าว่าจะไปหรือไม่ไป เท็นเก็นจิก็ตอบชัดมากว่า ไป!!! น่ารักกกกกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)

หลังจากนั้นเรื่องก็ตัดไปที่ฝั่งอาเกฮะ, ฮาจิยะ, คิตาฮาระ, นันโจ สี่คนนี้ได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้ว นันโจเลยเล่าว่าตัวเองก็โดนรุ่นน้องไหว้วานมาเหมือนกัน แต่นันโจขี้เกียจแข่งเองเลยไปขอร้องรุ่นพี่ฟุตาบะอีกทีนึง ตรงนี้จำไม่ค่อยได้ว่าสี่คนนี้คุยอะไรกันบ้าง แต่จำได้แม่นมากว่า นันโจเป็นคนพูดคนสุดท้าย ประโยคที่พูดคือ “ติดตามต่อในครึ่งหลัง~~” แล้วช่วงพากย์สดครึ่งแรกก็จบลงตรงนี้

ต่อจากพากย์สดเป็นช่วงวาไรตี้ ช่วงนี้สุวาเบะซังกับโทริซังรับหน้าที่พิธีกร (พอโทริซังเป็นพิธีกรก็ได้ฟีลโอโตเมทปาร์ตี้ขึ้นมาบอกไม่ถูก 55555555) ส่วนอีก 16 คนที่เหลือต้องแบ่งทีมเล่นเกมด้วยกัน เกมที่ว่านี้คือ เกมทายคนข้างหลังโดยใช้ผ้าปิดตาเท็นเก็นจิ

กติกาของเกมมีอยู่ว่า ทั้ง 16 คนต้องจับฉลากแบ่งเป็นสองทีม ทีมแรกต้องไปนั่งเก้าอี้แล้วใช้ผ้าปิดตาเท็นเก็นจิปิดตาตัวเองกันทุกคน ส่วนทีมที่สองจะมีป้ายชื่อของตัวเองคนละป้าย พอทีมแรกปิดตาเสร็จแล้ว ทีมที่สองก็ต้องเลือกว่าจะเอาป้ายชื่อตัวเองไปตั้งไว้ด้านหลังใคร (พิธีกรสักคนบอกว่าให้เลือกวางป้ายด้านหลังคนที่ชอบ) หลังจากนั้นทีมที่ปิดตาต้องถามคำถามคนละหนึ่งคำถามกับคนที่วางป้าย เพื่อทายว่าคนที่วางป้ายด้านหลังตัวเองคือใคร (ไมค์สำหรับคนตอบจะมีฟังค์ชั่นแปลงเสียงด้วยทำให้ไม่รู้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร) พอทีมแรกเล่นเสร็จก็กลับกัน ให้ทีมที่สองมาทายบ้าง

วิธีจับฉลากคือสต๊าฟจะถือกล่องออกมากล่องนึง ให้จับลูกบอลสีเพื่อแบ่งทีม ตอนยูมะคุงกับโนบุคุงจับได้สีเดียวกันแล้วหันมาโบกลูกบอลมองตากันปิ๊งๆ นี่มันนนนน อ๊ากกกกกกกกกกก The Elegance!!!!!!!

เสียดายที่ตรงนี้จำรายละเอียดได้แค่บางคน แถมจำไม่ค่อยได้ด้วยว่าใครถามใครบ้าง OTL คู่ที่จำได้แม่นมากที่สุดคือคู่เคนนุกับมาเอโนะ รอบแรกมาเอโนะอยู่ทีมปิดตา แล้วเคนนุเอาป้ายชื่อตัวเองไปวางหลังมาเอโนะ (ย้ำอีกครั้ง พิธีกรบอกว่าให้เลือกวางป้ายด้านหลังคนที่ชอบ) พอถึงตามาเอโนะ มาเอโนะที่ปิดตาอยู่ก็ถามว่า “คิดยังไงกับมาเอโนะ โทโมอากิ?”

แค่มาเอโนะถามคำถามนี้ขึ้นมาคนดูก็กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดเสียงดังสนั่นลั่นฮอลล์ เราว่ามาเอโนะน่าจะรู้คำตอบตั้งแต่จุดนี้ละ เพราะถ้าเป็นคนอื่นคนดูคงไม่กรี๊ดขนาดนี้มั้ย 555555555555555

ส่วนเคนนุพอเจอคำถามนี้เข้าไปก็หัวเราะ (สงสัยกลบเกลื่อนความเขิน) สักพักค่อยตอบยิ้มๆ ว่า “ปกติชอบเผลอทำตัวไม่ดีใส่บ่อยๆ แล้วก็พูดแบบนี้ต่อหน้าไม่ได้ แต่ว่า… ชอบมาก” เคนนุตอบเสร็จมาเอโนะก็เขียนกระดานสำหรับเขียนคำตอบอย่างรวดเร็วจนสุวาเบะซังกับโทริซังแซวว่าทำไมเขียนเร็วมาก!

พอทีมแรกเล่นเสร็จแล้ว ทีมที่สองมานั่งเก้าอี้แทน ทีมแรกก็หลบมุมไปยืนปรึกษากันริมๆ ส่วนเคนนุที่เดินมานั่งเก้าอี้ตรงแถวกลางๆ เวทีก็หันไปมองมาเอโนะอยู่พักใหญ่ (ไม่รู้มองด้วยสายตาที่สื่อความว่าอะไรกันแน่ อันนี้แล้วแต่จินตนาการ 555555555) แล้วพอทีมที่สองปิดตาตัวเองเสร็จเรียบร้อย ทีมแรกก็ถือป้ายชื่อตัวเองมาเลือกเหยื่อของตัวเองกันบ้าง ตรงนี้ตลกมากที่สมาชิกทีมแรกคนอื่นๆ พากันผายมือให้มาเอโนะเดินตรงไปปักป้ายเคนนุอย่างรู้งาน ทำไมทุกคนชงมาก มาเอโนะส่วนก็โค้งให้ทุกคนแล้วเดินไปปักป้ายด้านหลังเคนนุอย่างรู้งานอีกเช่นกัน ส่วนคนดูก็ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

รอบนี้พอถึงตาเคนนุ เคนนุก็ถามว่าคิดยังไงกับตัวเอง ซึ่งมาเอโนะตอบว่า “ไอ้หล่อเอ๊ย! แต่ว่า… ชอบมาก” เอ้า กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด มาสารภาพรักอะไรกันตรงนี้คะะะะะะะะ แถมทำเป็นซึนเดเระทั้งคู่ด้วย แหมมมมมมมมมมมมมม

ส่วนของคนอื่นๆ ที่พอจำได้

★ คำถามแรกโอคิทสึซังเป็นคนตอบ คนถามเหมือนจะเป็นฮานาเอะมั้งนะ ไม่แน่ใจ ถามว่า “เวลาอาบน้ำเริ่มอาบจากส่วนไหนก่อน?” คำถามส่วนใหญ่ก็ไร้สาระประมาณนี้ 555555555

☆ ของยูมะคุงตลกมาก ชอบความบ้าของคำถาม 555555555 ยูมะคุงถามว่า ถ้าให้เลือกระหว่างอุ้มยูมะคุงท่าเจ้าหญิงกับให้ยูมะคุงขี่หลัง จะเลือกอะไร? คนโดนตอบข้อนี้คืออุเมะฮาระคุง ซึ่งอุเมะฮาระคุงตอบว่า “อุ้มท่าเจ้าหญิงคงไม่ดีต่อเอวเท่าไหร่ ขอเลือกขี่หลังดีกว่า ไปลดน้ำหนักซะด้วย!”

★ โนบุคุงถามว่า “ชอบกันดั้มตัวไหน” (มายังไงนะคำถามนี้ 5555555555) โนบุบอกว่าตัวเองชอบฟรีด้อมที่สุด คนตอบข้อนี้คือโฮโซยัน พอโนบุถามเสร็จคนดูก็ฮือฮากันมากเพราะโฮโซยันพากย์กันดั้มแถมเป็นตัวเด่นด้วย เราก็ลุ้นมากว่าโฮโซยันจะตอบบาร์บาทอสมั้ย สุดท้ายโฮโซยันก็ตอบว่าบาร์บาทอสลูปัส (โฮโซยันอาจจะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากผู้ชมจนไม่กล้าตอบของภาคอื่น ก๊าก) 

☆ ตอนถึงตาโนบุถาม โทริซังเรียกโนบุว่า “โอคามาโตะคุง” อีกแล้ว โนบุก็รีบตอบทันทีว่า “โมโตะเดส” สองคนนี้ออกงานเดียวกันทีไรต้องเล่นมุกนี้ตลอดสินะ

★ คนโดนถามต่อจากโฮโซยันคือโฮชิซัง อันนี้จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนถาม สุวาเบะซังบอกว่า ถ้าถามคำถามเดียวกันกับเมื่อกี้อาจจะน่าสนใจก็ได้นะ! คนถามก็เลยถามคำถามเดียวกันกับโนบุ ซึ่งโฮชิซังตอบว่า สไตรค์ฟรีด้อม

☆ ใครถามยูมะคุงเราจำไม่ได้ แต่คำถามคือ รักแรกชื่ออะไร? ยูมะคุงขึ้นไปยืนหน้าไมค์แล้วตะโกนดังมากว่า อาจารย์มัตสึดะคร้าบบบบบบ (ถ้าไม่สมัยอนุบาลก็คงประถมสินะ 55555555555555) แอบสงสัยนิดนึงว่าถ้ายูมะคุงโดนข้อกันดั้มจะตอบคิมาริสมั้ย แต่โดนข้อนี้แล้วตอบได้น่ารักดี ข้อนี้แหละดีแล้ว

★ ใครถามทาเคอุจิคุงเราก็จำไม่ได้อีกเช่นกัน แต่คำถามคือ ปกติกินข้าวเช้ารึเปล่า? ทาเคอุจิคุงตอบว่าถ้าตื่นหลังสิบโมงจะไม่กิน

☆ คำถามอุเมะฮาระคุงทะลึ่ง! ถามว่า ส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในร่างกายคือส่วนไหน? แล้วคนตอบคือโนบุนากะคุงไง…. ธรรมดาซะที่ไหนคนนี้ โนบุนากะคุงทำท่าอิดออดไม่ยอมตอบอยู่นานมาก มีการเรียกโทริซังเข้าไปปรึกษาหารือกันด้วย สุดท้ายโนบุนากะคุงก็ชี้ไปที่จิคุบิข้างซ้าย ส่วนโทริซังก็ทำท่าจิ้มๆ 5555555555 แล้วสุวาเบะซังก็พูดออกไมค์อย่างชัดถ้อยชัดคำว่า จิคุบิครับ!! จิคุบิซ้ายนี่เอง!! (ย้ำคำว่าจิคุบิหลายรอบมาก สนุกใหญ่เลยนะคะแหม)

★ คู่โฮชิซังกับฮานาเอะก็ตลก โฮชิซังที่โดนปิดตาอยู่ถามว่า คนตอบมีความสัมพันธ์กับโฮชิโซอิจิโร่ยังไง? ฮานาเอะก็ตอบว่า “แอบ….ข้างเดียว ฮุๆๆๆๆๆๆ” สีหน้าและน้ำเสียงตอนหัวเราะ ฮุๆๆๆๆๆๆ ตลกมาก กรุ้มกริ่มมาก

☆ คู่สุดท้ายคือโอคิทสึซังกับมัตสึโอกะคุง คู่นี้ก็พีค โอคิทสึซังบอกว่า ปกติแล้วอินุมิเนะที่โอคิทสึซังพากย์เนี่ยชอบฮัมเพลงอยู่บ่อยๆ แล้วคนตอบชอบฮัมเพลงอะไรเวลาอาบน้ำ? มัตสึโอกะคุงเรียกโทริซังไปปรึกษาอยู่นานอีกเช่นกัน พอปรึกษากันเสร็จ มัตสึโอกะคุงก็ฮัมเพลงออกมา เป็นทำนองเพลงที่ไม่มีใคร ณ ที่นั้นรู้ว่ามันคือเพลงอะไร แต่สีหน้าและทำนองเศร้ามาก…… พอถึงเวลาเปิดป้ายคำตอบของแต่ละคน โอคิทสึซังเขียนคำตอบว่า “อยากกอดคนคนนี้” เพลงมันเศร้าจนโอคิทสึซังฟังแล้วสงสารสินะ 55555555555

ตอนเฉลยคำตอบทีมที่สอง อุเมะฮาระคุงเขียนคำตอบว่าอุจิดะยูมะ ยูมะคุงเห็นแล้วเลยถามว่า ทำไมได้คำตอบว่าจิคุบิซ้ายอ่อนไหวแล้วตอบชื่อผมล่ะ!!!??? นั่นสินะ อุเมะฮาระคุง ทำไมล่ะคะะะะะะ /หรี่ตา

และแล้วทีมแรกก็ชนะไป แต่เราว่าทีมแรกทายง่ายกว่าเยอะเลย แค่ข้อกันดั้มสองข้อนี่ก็ไม่ต้องคิดละ ฟังแล้วตอบได้ทันที 555555555

เล่นเกมกันเสร็จแล้วก็กลับเข้าสู่ช่วงพากย์สดอีกครั้ง ครึ่งหลังจะเริ่มที่งานโรงเรียนของแผนกม.ต้น ริทสึ, ฟุตาบะ, โอโทริ และยูสุริฮะมางานนี้ด้วยกันสี่คนเพื่อร่วมแข่งตอบคำถาม ริทจังน่ารักมว๊ากกกกกกกกกกกกกกก (≧д≦) เวลายูสุริฮะพูด เด~สสส ม้า~สสส ริทสึชอบพูดเลียนแบบตลอด (จริงๆ ก็ไม่ดีนะ เป็นรุ่นพี่มาล้อเลียนรุ่นน้อง 5555555 แต่น่ารักไง ให้อภัย) พอสี่คนนี้มาอยู่ด้วยกันแล้วโอโทริดูเป็นผู้เป็นคนสุดเลย เพราะอีกสามคนติ๊งต๊องมาก ขำเยอะมาก

ครึ่งหลังนี่เราจำไม่ค่อยได้ว่าฉากไหนมาก่อนมาหลัง แต่มีอยู่ฉากนึงที่อยู่ดีๆ ทัตสึมินก็โทรหาไคโตะ บอกว่าตอนนี้กลับมาอยู่ที่บ้านตัวเอง เพราะมีญาติกำลังจะแต่งงานกะทันหัน ทำให้ทั้งทัตสึมินและซาวาตาริคุงมาร่วมการแข่งขันไม่ได้แล้ว (วั้ยยยยยย หนีไปแต่งงาน เอ้ยยย!! ไปงานแต่งกันสองคน อะไรเนี่ยยยยยยย//////) เท็นเก็นจิเลยโวยวายว่า เกิดมาเพิ่งเคยพบเจองานแต่งกะทันหันนี่แหละ! (เออก็จริง 5555555555) ทีนี้ไคโตะกับนายุเลยเดือดร้อนเพราะสมาชิกหายไปสองคน ต้องรีบหาสมาชิกอย่างเร่งด่วนที่สุด ฉากนี้ขำตอนโฮชิทานิบอกว่า เอ๋!!?? ทั้งสี่คนอุตส่าห์รวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วไม่ใช่เหรอ!!?? เมื่อกี้ยังร้อง อาโอโซร้าซี้~ซั่นนนน~~ (ร้องเป็นทำนอง) ด้วยกันอยู่เลยนี่นา!!! …ปกติเราไม่รู้สึกว่าโฮชิทานิเป็นคนตลกนะ แต่พากย์สดงานนี้โฮชิทานิตลกมาก ขอบคุณนะฮานาเอะ 555555555

ตัดมาที่เวทีการแข่งขันตอบคำถามในวันต่อมา งานนี้โทราอิชิกับอินุมิเนะเป็นพิธีกร เคนนุเวอร์ชั่นโทราอิชิเข้าสิงนี่ขยันเซอร์วิสมากกกกกกกก เล่นหูเล่นตา ขยิบตาตลอดเวลา ส่วนอินุมิเนะตลกมากกกกกกกก พูดอะไรก็ตลกไปหมด น่ารักด้วย โทราอิชิพูดเชิญทีมรุ่นพี่ในตำนานออกมา ทีมนี้คือทีมของไคโตะนี่แหละ ปรากฏว่าพอเรียกแล้วไคโตะกับนายุก็ออกมา พร้อมกับอุกาวะและเท็นเก็นจิที่ปลอมตัวเป็นทัตสึมินกับซาวาตาริคุง………..

แต่เพราะเป็นการพากย์สดเลยไม่ต้องปลอมตัวกันจริงๆ มัตสึโอกะคุงกับโฮโซยันก็ออกมาพูดตามปกติธรรมดานี่แหละ เพราะงั้นคุงะคุงเลยทักว่า “ถึงจะไม่มีภาพอนิเมะประกอบก็เถอะ แต่นี่มันเกินไปนะ” ตล๊กกกกกก 555555555

ตอนทีมรุ่นพี่ในตำนานออกมา ไคโตะกับนายุก็แนะนำตัวกันตามปกติ พอถึงคิวอุกาวะ อุกาวะก็พูดติดอ่าง บอกว่า ทะทะทะ ทัตสึมิ รุยครับ! ส่วนเท็นเก็นจิแนะนำตัวว่าชื่อซาวาตาริ เอโงะ แล้วสองคนนี้ก็พยายามหัวเราะคิกคักเลียนแบบทัตสึมินกับซาวาตาริคุง แค่นี้ก็ขำเยอะมากแล้ว 555555555555

หลังจากนั้นอุกาวะกับเท็นเก็นจิก็ตลกกันมาก ท็อปฟอร์มมาก ปกติเท็นเก็นจิเป็นคนพูดจากระโชกโฮกฮากไม่มีการใช้ภาษาสุภาพใดๆ แล้วนี่ต้องมาปลอมตัวเป็นซาวาตาริคุงที่พูดสุภ๊าพสุภาพกับทุกคน เท็นเก็นจิเลยหลุดปากพูดภาษาปกติแล้วค่อยแก้เป็นภาษาสุภาพตลอด ทำไมต้องฝืนใจตัวเองขนาดนั้นคะลูกกกกกกกก บางทีพอมีอะไรน่าโมโห เท็นเก็นจิก็จะหลุดปากโวยวายเหมือนลืมไปว่ากำลังปลอมตัวอยู่ ถึงตอนนั้นอุกาวะที่ปลอมตัวเป็นทัตสึมินจะดุอย่างเกรี้ยวกราดว่า “เอโงะ คำพูด!!” แล้วดุอยู่อย่างนี้ประมาณสามสี่รอบได้ เห็นแล้วขำจนเมื่อยหน้าไปหมด 5555555555

ส่วนทีมคู่แข่งคือทีมอดีตคาโอไค สมาชิกคือฟุตาบะ ริทสึ โอโทริ ยูสุริฮะ พอสองทีมนี้ออกมาเผชิญหน้ากันแล้ว โทราอิชิที่เป็นพิธีกรก็ทำท่าจะเริ่มการแข่งขัน แต่ทว่ากลับมีเสียงคิตาฮาระตะโกนขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก่อน!!” แล้วคิตาฮาระ นันโจ อาเกฮะ และฮาจิยะก็ออกมาร้องเพลง Storytellers ด้วยกันจ้าาาาาา อ๊ากกกกกกกกก กำไรกับสองเพลงเมื่อกี้ไปแล้วยังไม่พอ ได้ฟังเพลงนี้อีกกกกกกกก ทาเคอุจิคุ้งงงงงงงงงงง♥♥♥

ทีมนี้ร้องเพลงเสร็จก็บอกว่าจะมาร่วมแข่งด้วย ทีมอดีตคาโอไคกับทีมของไคโตะไม่มีปัญหาอะไร โทราอิชิก็บอกว่าน่าจะสนุกดี สรุปว่าการแข่งขันนี้มีทีมร่วมแข่งทั้งหมดสามทีม

คำถามที่ใช้ในการแข่งขันคือคำถามเกี่ยวกับรุ่นพี่ชื่อดังทั้งสองคนได้แก่ สึคิกามิ ฮารุโตะ และอุโอสึมิ อาซากิ อื้อหือ ไม่รู้ทีมไหนได้เปรียบสุดนะเนี่ย 5555555555 ทีมนึงก็น้องชายพี่ฮารุโตะ อีกทีมก็เพื่อนซี้กับรุ่นน้องในทีม อีกทีมก็มีสาวกที่บูชาพี่ฮารุโตะเป็นพระเจ้า (คนเขียนบทก็เข้าใจเขียนจริงๆ นับถือ)

ส่วนรางวัลในการแข่งขันคือลายเซ็นของฮารุโตะกับอุโอสึมิ พอได้ยินว่ารางวัลคืออะไร อาเกฮะก็ตาลุกวาว แสดงอาการอยากได้ลายเซ็นอย่างเห็นได้ชัด (โนบุนากะคุงตอนพากย์อาเกฮะน่ารักมากกกกกกกกกก) ฉากนี้ขำตรงที่ฟุตาบะกับริทสึไม่สนใจรางวัลแต่กระหายอยากชนะมาก เวลาตอบถูกก็กระดี๊กระด๊าอย่างไม่รักษามาดรุ่นพี่ ถึงขั้นที่โอโทริบ่นว่าทำตัวไม่สมเป็นผู้ใหญ่เอาซะเลย (นั่น โดนรุ่นน้องแซะไปอีก 5555555555)

คำถามที่ใช้มีทั้งหมดสามคำถาม คำถามแรกถามว่า กีฬาที่สึคิกามิ ฮารุโตะชอบคืออะไร? ข้อนี้ขนาดไคโตะที่เป็นน้องแท้ๆ ยังไม่รู้ (ไคโตะคงไม่สนใจจำเรื่องพี่ชายสินะ น่าสงสารพี่เค้านะคะ) อาเกฮะที่เป็นสาวกก็ไม่รู้ สุดท้ายฟุตาบะเป็นคนตอบว่า กีฬาประเภททีมทุกชนิด! ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ทีมอดีตคาโอไคจึงได้ไปก่อนหนึ่งคะแนน พอรู้ว่าไม่ได้คะแนน อาเกฮะก็ทำเสียงหงอยๆ จนฮาจิยะต้องช่วยปลอบว่าข้อต่อไปเรามาพยายามกันใหม่นะ!

ข้อต่อมาถามว่า อาหารที่อุโอสึมิชอบคืออะไร? ข้อนี้อาเกฮะพูดขึ้นมาทันทีว่า “ไม่รู้” คิตาฮาระเลยบ่นว่าไม่ได้เรื่องเลย โอ๊ย 555555555 แหม ก็น้องอาเกฮะเค้าสาวกพี่ฮารุโตะนี่คะะะะ ช่วยไม่ได้จีๆ ข้อนี้ขนาดเพื่อนซี้อย่างฟุตาบะกับริทสึยังไม่รู้เลย ฟุตาบะหันไปถามโอโทริบอกว่า อุโอสึมิชอบโอโทริมาก โอโทริน่าจะรู้คำตอบนะ? โอโทริเลยบอกว่า เคยแต่โดนถามว่าชอบกินอะไร…. ความอุโอสึมินี้มันอะไร 555555555555

และแล้วนายุก็เป็นคนนึกขึ้นมาได้ว่าตอนไปเข้าค่ายเห็นอุโอสึมิกินอาหารเย็นๆ เยอะ ทีมนี้เลยตอบพร้อมกันว่า อาหารเย็นๆ ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูกต้อง ได้คะแนนไปหนึ่งคะแนน อาเกฮะที่ทำคะแนนไม่ได้ก็ทำเสียงหงอยๆ อีกแล้ว ฮือออออ สงสารรรร (;__;) ไปๆ มาๆ เราเชียร์ทีมอาเกฮะเยอะมากเพราะนุ้งอาเกฮะเป็นคนเดียวที่เห็นคุณค่าของรางวัล เราเข้าใจความติ่งของน้อง อยากให้น้องได้ครอบครองลายเซ็นพี่ฮารุโตะสมความตั้งใจ!

พอถึงข้อสุดท้าย คิตาฮาระก็โวยขึ้นมาว่า ถึงจะตอบข้อนี้ไปพวกฉันก็ไม่มีทางชนะอยู่ดีน่ะสิ! แบบนี้ที่พวกฉันออกมาเต้นเมื่อกี้มันจะมีความหมายอะไรเล่า!!! ข้อสุดท้ายต้องได้หนึ่งหมื่นคะแนนไปเลย!!!! คิตาฮาระพูดเสร็จก็พูดว่า หนึ่งหมื่นคะแนน! หนึ่งหมื่นคะแนน! แล้วอาเกฮะกับฮาจิยะก็ช่วยกันพูด หนึ่งหมื่นคะแนน! หนึ่งหมื่นคะแนน! ด้วย โอ้ยยยยยยย น่าร๊ากกกกกกกกกกกกก (≧д≦) และในเมื่ออีกสองทีมไม่มีปัญหาอะไรกับเงื่อนไขนี้ ข้อสุดท้ายจึงมีหนึ่งหมื่นคะแนน

ข้อสุดท้ายถามว่า รูมเมทของฮารุโตะกับอุโอสึมิชื่ออะไร? แน่นอนว่าทีมที่มีรูมเมทของสองคนนี้อยู่ย่อมชนะไปอย่างง่ายดาย สรุปว่าทีมอดีตคาโอไคเป็นผู้ชนะ ฟุตาบะเลยบอกว่าจะยกลายเซ็นที่เป็นรางวัลให้โอโทริกับยูสุริฮะก็แล้วกัน (สองคนนี้ท่าทางไม่อยากได้รางวัลแม้แต่น้อย 5555555555) พอได้ทีมที่ชนะแล้วอาเกฮะก็จ๋อยมากกกกกกกกกก ฮาจิยะเลยบอกว่าไว้ค่อยไปขอรุ่นพี่ดูลายเซ็นแล้วกันเนอะ

ทว่า! อยู่ดีๆ อินุมิเนะที่เป็นพิธีกรอีกคนก็ทักขึ้นมาว่า เอ๊ะ รุ่นพี่ยูสุริฮะไม่ได้จบม.ต้นที่นี่ซะหน่อย ไหนบอกจบจากฝรั่งเศสไง ฟุตาบะกับริทสึเลยตกใจมากเพราะเข้าใจผิดมาตลอดว่าเด็กๆ ทีมฮารุโตะทุกคนจบม.ต้นโรงเรียนอายานางิ และแล้วทีมอดีตคาโอไคจึงหมดสิทธิ์เพราะทำผิดกฎ ผู้ชนะจึงกลายเป็นทีมของไคโตะแทน ซึ่ง! นันโจทักขึ้นมาว่า อ้าว ทีมนั้นหมดสิทธิ์ไปเพราะผิดกฎแท้ๆ นะ จะให้ทีมที่มีคนปลอมตัวมาชนะมันจะดีเร้อ? ทีมไคโตะจึงหมดสิทธิ์ไปอีกทีม ด้วยเหตุนี้ ลายเซ็นของฮารุโตะจึงตกเป็นของน้องอาเกฮะโดยปริยาย เย้!!! ยินดีด้วยยยยยยยยยย!!!!!

บทพากย์สดจบลงแถวๆ นี้แหละ ประทับใจในความตลกของทุกคน โดยส่วนตัวแล้วยกให้เท็นเก็นจิกับอุกาวะตลกสุด ชอบมาก ขำมาก ชอบการเขียนบทสไตล์มิวสิคัลแล้วเอาเพลงที่ไม่ได้ใช้ในอนิเมะมาใช้ด้วย สมเป็นสตามิวดี

พากย์สดจบก็คั่นด้วยเปิดคลิปประกาศมิวสิคัลภาคต่อกับ OVA และซีซั่น 3 ซึ่งคนดูก็กรี๊ดกันนะ แต่ไม่ค่อยตื่นเต้นตกใจกันเท่าไหร่เพราะประกาศกันมาตั้งแต่รอบกลางวันละ รู้นานละ 555555555

เออใช่ เวลาคั่นระหว่างช่วงต่างๆ จะมีฟรีทอล์กของตัวละครให้ดูด้วย บนจอจะฉายภาพตัวละครเวอร์ชั่นจิบิ แล้วตัวละครก็จะพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย เซ็ตแรกเป็นเท็นเก็นจิ อินุมิเนะ ฮาจิยะ เซ็ตที่สองเป็นนายูกิ อุกาวะ อาเกฮะ เซ็ตสุดท้ายเป็นโฮชิทานิ ไคโตะ คุงะคุง โทราอิชิ เราชอบทั้งสามเซ็ตเลย น่ารักมากกกกกกกกกกกกกก ขำตอนที่โทราอิชิพูดอย่างภูมิใจว่าสมัยปีหนึ่ง ตัวเองที่อยู่ห้อง C ไปขลุกอยู่ห้อง B บ่อยจนกลายเป็นเหมือนเด็กห้อง B ไปแล้ว อืม จย้าาาาาาาา

หลังจากประกาศข่าวสารเรียบร้อยก็เป็นช่วงอำลาอาลัยทีละคน ช่วงนี้ซึ้งมากกกกกกกกกกก เพราะทุกคนจะพูดถึงสตามิว แสดงความรู้สึกต่อสตามิวและต่อตัวละครที่ตัวเองพากย์ออกมา ฮืออออออ (;___;)

ตอนพูดอำลานี่เรากรี๊ดมากช่วงทีมฮีรางิ ทีมนี้มัตสึโอกะคุงพูดคนแรก มัตสึโอกะคุงบอกว่า ในคลิปประกาศซีซั่น 3 เมื่อกี้บอกว่าจะมีคาโอไคใหม่ออกมาสินะ ผมจะขยี้พวกนั้นเอง! (ทำไมรุนแรงมาก ขำ 5555555555555) คนถัดมาคือเคนนุ เคนนุพูดด้วยเสียงโทราอิชิว่า “สตาร์อยู่ที่นี่แล้ว (スターならここにいる)” คำพูดนี้มาจากเนื้อเพลงคาเมเลี่ยนสตาร์ของทีมฮีรางิ (เคนนุพูดเสร็จมีการส่งจุ๊บให้คนดูด้วยนะ อ๊อยยยยยยย เมื่อกี้เพิ่งสารภาพรักชายอื่นอยู่หยกๆ ทีงี้ทำมาส่งจุ๊บ หมั่นสั้ยยยยยยยย) โอคิทสึซังที่พูดต่อจากเคนนุก็พูดประโยคเดียวกันด้วยเสียงอินุมิเนะ หลังจากนั้นก็เป็นตายูมะคุง ยูมะคุงพูดด้วยเสียงซาวาตาริคุงว่า スターならここにいます พูดจบก็โค้งแล้วผายมือไปทางโนบุคุงที่ยืนข้างๆ โอ๊ยยยยยยยยยยยย รู้หน้าที่อีกแล้ว!!!!!

ตลกที่พอยูมะคุงพูดจบแล้วถึงตาโนบุพูด สุวาเบะซังที่คอยเรียกให้แต่ละคนพูดก็เรียกโนบุว่า “สตาร์!” โนบุเลยพูดขึ้นมาว่า “สตาร์เดส!!” น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)

เราชอบที่ยูมะคุงกับโนบุคุงพูดอำลามากเลย ยูมะคุงพูดประมาณว่าจากนี้ไปก็จะคอยสนับสนุนทัตสึมิในฐานะอัศวินต่อไป ส่วนโนบุคุงบอกว่าสักวันอยากร้องเพลงในฐานะทีมฮีรางิในอีเวนท์บ้าง ถ้าได้ร้องแคริบเบียนกรูฟก็ดีสิ แล้วสองคนนี้เวลาคุยกันก็หันมองหน้ากันเป็นระยะๆ โอ้ยยยยยยย ความ The Elegance นี้ ฮรือออออออออ ขอบคุณค่ะะะะ ดีใจจังที่คนข้างในทัตสึมินกับซาวาตาริคุงเป็นสองคนนี้ (T__T)

ส่วนทีมโอโทริจำได้ว่ามาเอโนะพูดอะไรสักอย่างด้วยเสียงคุงะคุงนิดนึง แล้วก็ทำท่าดีดหน้าผากด้วย ส่วนเนื้อหาเราจำได้แค่ที่โฮโซยันพูด…… คือคนอื่นพูดกันยาวมาก แต่โฮโซยันพูดประมาณว่าจะรักษาสุขภาพครับ แค่นี้ ฮานาเอะเลยท้วงว่าทำไมสั้นจัง!! แล้วฮานาเอะก็ถามว่า คนที่ไม่รักษาสุขภาพนี่เรียกว่าอะไรสุเกะๆ นะ? โฮโซยันเลยตอบว่า ยาโบสุเกะ …..เล่นอะไรกันเนี่ย 5555555555555555

นอกนั้นที่พอจำได้ก็มีที่สุวาเบะซังบอกว่า ถ้ามีอีเวนท์อีกก็อยากมาแบบฟูลแคสต์ อยากร้องเพลงคาโอไค เพราะตอนนี้ยังไม่ได้สอนความหมายของการเป็นสุดยอดให้ทุกคนรู้เลย ตรงนี้มาจากเนื้อเพลงคาโอไค สุวาเบะซังร้องเป็นทำนองอย่างตั้งอกตั้งใจว่า 最上の意味~~ ว้าวววววๆๆ ถึงจะไม่ได้ฟังเต็มเพลง แต่ได้ฟังเวอร์ชั่นอะแคปเปลล่าท่อนนึงก็เป็นบุญหูแล้วค่ะ!

โอคิอายุซังกับโฮชิซังบอกว่าซีซั่นสามก็อยากให้แอนเชียนท์มีบทอีกจัง ถ้ามีอีเวนท์ก็อยากมาอีก อยากให้มีเพลงคู่กันด้วย (ดีค่ะดี สนับสนุน ขอเพลงคู่ฮารุโตะกับอุโอสึมิด้วย)

ส่วนอุเมะฮาระคุง เราลืมนับว่าวันนี้เค้าพูดคำว่ายูไซไปกี่ครั้งทั้งๆ ที่ตอนแรกทาเคอุจิคุงบอกให้ช่วยกันนับ 555555555 แต่ตอนสุดท้ายเค้าออกมาบอกว่า 今日は無罪だな! เอาเป็นว่าวันนี้ได้ฟังอุเมะฮาระคุงพูดคำว่ายูไซและมุไซไปหลายรอบมาก

อำลากันเสร็จครบทุกคนแล้วก็มีการฉลองวันเกิดให้โฮชิทานิคุงเล็กน้อย มีสต๊าฟเข็นเค้กหน้าโฮชิทานิคุงออกมา แล้วทุกคนก็คุยกันว่า วันนี้ยังไม่ใช่วันที่สิบซะหน่อย พอถึงวันที่สิบแล้วช่วยฉลองให้โฮชิทานิกันด้วยนะ!

ฮานาเอะลงรูปเค้ก+รูปถ่ายรวมทุกคน+รูปทีมโอโทริเอาไว้ในทวิตเตอร์ด้วย

หลังจากนั้นก็ร้องเพลง Gift ด้วยกันทุกคนเป็นการปิดงาน พอท่อนแรกขึ้นมาปุ๊บ สุวาเบะซังที่ตอนแรกยืนอยู่ริมๆ เวทีรีบวิ่งฉิ้ววววววววมากอดคอฮานาเอะร้องเพลงด้วยกันปั๊บ โอ้ยยยยยยย กรี๊ดหนักมาก โอโทริเซมไปปปปปปปปป (;____;)

หลังจากนั้นทุกคนก็เดินไปเดินมาตามมุมต่างๆ ของเวทีโดยทั่วกัน ละลานตาไปหมดจนไม่รู้จะมองใครก่อนดี เห็นโนบุนากะคุงกับมัตสึโอกะคุงกอดคอร้องเพลงกันอย่างสนิทสนมกลมเกลียวด้วย เอ็นดู๊เอ็นดู (〃▽〃)

พอจบเพลงนี้ก็จบงานละ บ๊ายบายยยยยยย T___T เป็นอีเวนท์ที่อิ่มอกอิ่มใจมากกกกกกก ประทับใจทุกคนมากๆๆๆๆๆๆ ดีใจที่ประกาศ OVA และซีซั่นสามในงานนี้ ถ้าจบอีเวนท์โดยไม่มีประกาศอะไรเลยเราคงจ๋อยยิ่งกว่าตอนน้องอาเกฮะไม่ได้ลายเซ็นพี่ฮารุโตะซะอีก (´・_・`)

สุดท้าย แปะรูปต่างๆ นานาที่พอเก็บได้ในทวิตเตอร์ เอามาแปะรวมๆ กันไว้จะได้คุ้ยหาทีหลังง่ายๆ งานนี้มีอีเวนท์ทั้งฝั่งอนิเมะและฝั่งมิวสิคัลพร้อมกันเลยมีรูปเยอะมากกกกกกกกกก โดยเฉพาะฝั่งมิวนี่ลงรูปกันเยอะแยะไปหมด เห็นแล้วเสียดายที่ไม่ได้ไปอีเวนท์ฝั่งมิวด้วย (;__;)

เสียดายไม่มีรูปคู่มาเอโนะกับเคนสุเกะคุง เห็นทวีตเคนสุเกะคุงแล้วก็นึกได้ว่าตอนพูดอำลา มาเอโนะบอกว่าฝากคุงะชูในอนิเมะและคุงะชูของเคนสุเกะคุงด้วย แหม น่ารักจังเลยคนเนี้ย♥

แล้วเจอกันใหม่ปีหน้านะคะหนุ่มๆ โรงเรียนอายานางิ! また来年!再来年も!

MBS ANIME FES 2017

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีอีเวนท์สามวันรวด วันศุกร์ดูบุไต วันเสาร์อีเวนท์ของ MBS วันอาทิตย์สตามิวเฟส เหนื่อยมากกกกก มีอะไรอยากเขียนเยอะมากจนไม่รู้จะเขียนถึงอันไหนก่อนหลังดี ตอนแรกว่าจะเขียนไล่ไปตามวัน แต่บุไตรู้สึกยังอยากใช้เวลาขบคิดให้ตกตะกอนก่อน งั้นเขียนถึง MBS ANIME FES ก่อนละกัน

อีเวนท์นี้ประกาศมาตั้งแต่ตอนกลางๆ ปี แต่ตอนประกาศยังไม่บอกเลยว่าจะมีนักพากย์หรือศิลปินคนไหนมาบ้าง บอกแค่ว่าเป็นอนิเมะเฟสที่มีเรื่องโอฟุริ, นานะสึโนะไทไซ, คุโรบาส, อาโอเอ็ก, ชินเกคิโนะเคียวจิน

พอเห็นเราก็รีบพุ่งไปชวนเพื่อนว่าสนใจมั้ย แม้จะยังไม่บอกว่ามีใครมาบ้าง แต่คิดว่ายังไงมันก็ต้องมีคนที่เรารู้จักมาบ้างแหละ (เป็นการจองตั๋วที่พิสูจน์จิตศรัทธาเยอะมาก) แถมจัดที่โอซาก้าด้วย นานๆ ทีจะมีอีเวนท์ใหญ่ๆ แบบนี้ที่โอซาก้าสักที สมัครไปแบบไม่คิดมากเลย แต่มันเปิดสมัครแบบสุ่มกี่รอบก็วืดหมด ฮิตมาก แย่งกันโหดมากแม้จะไม่ประกาศซะทีว่าใครมา จนสุดท้ายกว่าจะได้ตั๋วก็รอบอิปปังที่ต้องแข่งกันกด ซึ่งเรากดไม่ได้ แต่ม.ซังกดตั๋วยืนได้มา ในที่สุดดดดดดด ฮืออออออ

หลังจากนั้นชื่อนักพากย์ที่ประกาศมามีแค่แปดคนคือ โยนากะ สึบาสะ, นากามุระ ยูอิจิ, คาจิ ยูกิ, อามามิยะ โซระ, โอโนะ เคนโช, โอคาโมโตะ โนบุฮิโกะ, ฟุคุยามะ จุน และอิชิคาวะ ยุย จุดนั้นเห็นชื่อโนบุคุงแล้วกรี๊ดหนักมากกกกกก ฮือออออ มีโนบุมาก็ดีใจมากๆๆๆๆแล้ว ไม่คาดหวังอะไรมากไปกว่านี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังรายชื่อนักพากย์มันยังมีคำว่า and more ด้วย ซึ่งอีเวนท์นี้ปีก่อนๆ มักจะมีเซอร์ไพรส์เกสท์และมีศิลปินมาร้องเพลงเสมอ แต่รอบนี้ไม่บอกชื่อศิลปินมาเลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นก็ต้องไปลุ้นกันในงานอีกที

ตอนแรกเราไม่คาดหวังอะไรกับงานนี้เลยเพราะไม่รู้ว่างานมันจะเป็นยังไง ในห้าเรื่องนี้เคยดูอยู่แค่สามเรื่องเองด้วย ตั้งใจว่าวันนี้ได้ไปหาโนบุคุงก็พอใจละ ส่วนเกสท์นึกว่าอย่างมากก็คงมีแค่สองสามคน ศิลปินที่มาอาจจะเป็นคนที่เราไม่รู้จักเลยก็ได้เพราะเอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยรู้จักศิลปินอนิซองเท่าไหร่หรอก ปรากฏว่างานออกมาเหนือความคาดหวังไปไกลมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

งานจัดที่โอซาก้าโจฮอลล์ ตั๋วยืนจะต้องไปยืนกันอยู่แถวหลังสุดของชั้นสอง ฟังดูสุดแสนไกลโพ้น แต่เราเข้าไปยืนตรงมุมที่มองเห็นเวทีใกล้พอสมควร ถือว่าได้ที่ดีกว่าที่คิด ตรงกลางเวทีกับข้างเวทีสองข้างมีจอใหญ่ๆ เอาไว้ให้ดูด้วย ระหว่างรองานเริ่มก็มีฉายโฆษณาอนิเมะต่างๆ นานา มีเทรลเลอร์ FMA เวอร์ชั่นหนังด้วย ฉายวนไปวนมาจนจำคำพูดในเทรลเลอร์หนังได้แล้วเนี่ย

ตอนยืนรอเรากับม.ซังก็ทายเกสท์วันนี้กันไปเรื่อยเปื่อย เราบ่นๆ ว่าอยากให้ FLOW มาเพราะคลาดกับลุงๆ วงนี้มาหลายรอบแล้ว ตอนเค้าไปไทยเราก็อดดู เสียดาย T_T หรือถ้า FLOW ไม่มาขอเป็น GRANRODEO ก็ได้ เคยเจอคิโชซังมาหลายหนแล้ว แต่ยังไม่เคยดูไลฟ์ของ GRANRODEO ซะที อยากลองดูสดๆ สักครั้ง (เคยสมัครตั๋วไลฟ์ไปนะ แต่วืดหมด……OTL) ส่วนนักพากย์ทายกันไว้เยอะมาก ยกเว้นมิยาโนะมาโมรุที่รู้ว่ายังไงก็ไม่มีทางมาเพราะไปจัดคอนเสิร์ตอยู่ที่ไอจิ ลาก่อน

พอใกล้งานเริ่มไฟในฮอลล์ก็ดับพรึ่บ! มีเสียงอุจจี้ดังขึ้นมา ตามด้วยภาพสึกกี้จากไฮคิว ตอนนั้นตื่นเต้นนึกว่าอุจจี้จะมาเป็นเกสท์ แต่ดูจนจบงานแล้วก็ไร้เงาอุจจี้ 555555555 คือเค้าแค่เอาไฮคิวมาตัดต่อทำเป็นวีดิโอเตือนเรื่องมารยาทในการรับชมงานเฉยๆ ขนาดเราดูไฮคิวไปไม่กี่ตอนยังขำมากกกกกกก แบบเอาฉากซีเรียสๆ ในเรื่องมาพากย์ใหม่ เตือนว่าห้ามลุกขึ้นยืนเกะกะ ห้ามถ่ายรูป ห้ามอัดเสียง ฯลฯ พอเตือนเสร็จสึกกี้กับอีกคนในไฮคิวที่เราจำชื่อไม่ได้ก็คุยกันว่า ต้องทำยังไงถึงจะทำให้อีเวนท์วันนี้เริ่มต้นแบบมันส์ๆ อุจจี้เลยไปตามตาลุงคนนึง แล้วภาพค่อยตัดมาเป็นไทบัน ตาลุงก็ชวนคนดูคอลอะไรสักอย่าง ลืมไปแล้ว แต่เป็นคำคันไซเบ็ง ตลกดี คนดูก็ช่วยๆ กันคอล มันส์ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

คอลเสร็จก็มีให้นับถอยหลังด้วยกัน แล้วจอก็ดับพรึ่บ ตามด้วยเสียงอินโทรเพลงกุเร็นโนะยูมิยะ โอ้ยยยยยยยยย กรี๊ดดดดดดดดดดดด Linked Horizon จ้าาาาา เซอร์ไพรส์ตั้งแต่คนแรกเลยเด้ออออออ ….จริงๆ ก็เดาไม่ยากมั้ยว่าวงนี้จะมา 555555555 แต่พอมาจริงก็ตื่นเต้นอยู่ดี ตอนเพลงท่อน Sie sind das Essen und Wie sind die Jäger!!!!! ดังขึ้นมานี่เรากรี๊ดหูดับตับไหม้ เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบมากเวลาไปร้องเกะ (ทั้งๆ ที่มันชอบไม่มีเนื้อเพลงให้ ดำน้ำรัวๆ 555555555) ไม่นึกว่าจะได้มาตะโกน เย้กาาาาา!!! กับ Revo ตัวจริงเสียงจริง แค่เพลงเปิดงานก็สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

พอเพลงจบก็เข้าช่วงพากย์สด นักพากย์ช่วงชินเกคิที่ในเว็บบอกไว้มีคาจิคุงในบทเอเร็นกับอิชิคาวะยุยในบทมิคาสะ ส่วนฉากที่พากย์จะตัดๆ มาจากในซีซั่นสอง (ซึ่งเรายังดูไม่จบเลยโดนสปอยล์ไปเต็มๆ……) มีทั้งบทบรรยายความรู้สึกของเอเร็นกับมิคาสะต่อเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่อง และบทพูดฉากนั้นๆ ในเรื่อง

สองคนนี้พากย์ด้วยกันสักพักก็มีบทพูดของไรเนอร์ขึ้นมาพร้อมภาพไรเนอร์บนจอ และ และ และะะะ โฮโซยันก็เดินออกมาจ้า โอ้ยยยยยยยยยยย กรี๊ซซซซซซซซซซ อ๊ากกกกกกกก โฮโซยั๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน คนนี้เดินออกมาเรากรี๊ดเสียสติยิ่งกว่าตอน Linked Horizon โผล่มาประมาณแปดสิบเท่า ตอนแรกนึกว่าถ้ามีเกสท์เรื่องนี้มาคงเป็นคามิยันมั้ง ไม่นึกไม่ฝันว่าโฮโซยันจะมาด้วย เพิ่งเคยเจอโฮโซยันครั้งแรกเลยเนี่ย อุตส่าห์ถ่อมาเซอร์ไพรส์กันถึงโอซาก้า ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะะะะ (;___;)

แต่ด้วยความที่วันนี้โฮโซยันมาในบทไรเนอร์ โฮโซยันเลยต้องพากย์บทตะโกนๆ เยอะมาก ฟังแล้วใจไม่ค่อยดี เพิ่งกลับมาจากพักงาน ไม่รู้คอหายดีรึยัง อย่าฝืนนะคะะะะ เป็นห่วง (T___T)

ถึงจะยังดูซีซั่นสองไม่จบแต่ฉากที่ตัดมากับบทพากย์ก็เขียนมาชวนขนลุกนะ เราชอบ! พากย์สดจบแล้วทั้งสามคนก็โค้งให้คนดูอย่างสวยงาม แล้ว Linked Horizon ก็โผล่มาร้องเพลง 心臓を捧げよ อีกเพลง เพลงนี้ก็มันส์มากกกกกกกก ปกติก็ไม่ได้ชอบเพลงนี้เป็นพิเศษนะ ไม่เคยฟังแบบเต็มด้วยซ้ำ แต่แบบไลฟ์สนุกมาก!!!! มีแดนเซอร์คอยถือแท่งอะไรสักอย่างที่ดูเหมือนไลท์เซเบอร์สีขาวรำกระบี่กระบองอยู่ข้างหลัง ส่วน Revo ร้องไปร้องมามีการตีลังกาด้วย เต็มที่ไปอี๊กกกกก สนุก!!!!!!!!!

เรื่องแรกจบไปแล้วก็เข้าสู่ช่วงของอาโอเอ็ก เรื่องนี้โนบุกับฟุคุจุนมากันสองคน ไม่มีเซอร์ไพรส์เกสท์

หลังจากขนลุกกับเรื่องแรกกันไปแล้วสองคนนี้ก็โผล่มาคิลมู้ด 5555555555 เรื่องนี้โนบุพากย์เป็นพี่ ฟุคุจุนพากย์เป็นน้อง สองคนนี้ออกมาเล่นตลกกันแบบพี่น้อง สถานการณ์คือพี่น้องโอคุมุระเดินทางมาซื้อของหน้าอีเวนท์นี้ที่โอซาก้า แต่เดินทางมาไม่ถึงโอซาก้าโจฮอลล์กันซะที เพราะคนพี่ชอบแว้บไปหาของกินหรือแอบไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ในโอซาก้า ลำบากคนน้องต้องคอยไปลากตัวพี่กลับมา

ถึงจะไม่เคยดูอาโอเอ็กมาก่อนแต่เราชอบช่วงนี้มากกกกกกก น่ารักมากกกกกกกก ตลกด้วย มีการเล่นมุกข้ามเรื่องเยอะมาก ล้อเลียนนักพากย์คนอื่นๆ เยอะแยะไปหมด ล้อตัวเองก็มี อย่างเช่นอยู่ดีๆ โนบุคุงก็พูดประโยคจากไฮคิวออกมาหน้าตาเฉย 55555555 แถมเล่นมุกเกี่ยวกับโอซาก้าเต็มไปหมด ถ้าอยู่โอซาก้าจะขำมาก ประทับใจมุกอุเมดะดันเจี้ยนมาก 555555555 ที่สำคัญ โนบุคุงนั่ลลั๊กกกกกกกกกก มายฮาร์ททททททททททท♥♥♥ จุนจุนก็ตัลโหลกกกกก ตีบทแตกกระจุยทั้งคู่ ชอบคอมบินี้มากจนอยากดูอาโอเอ็กเลยเนี่ย

หลังจากเล่นตลกกันเสร็จก็มีพากย์จริงจังกันต่ออีกหน่อย อารมณ์คล้ายๆ ของชินเกคิคือตัดฉากในเรื่องมาเรียงๆ แล้วให้ตัวละครบรรยายความรู้สึก คนพี่จะพูดถึงน้อง ส่วนคนน้องพูดถึงพี่ เวลาตะโกนจะมีเอฟเฟคต์ไฟสีฟ้าๆ พุ่งขึ้นมาหน้าเวทีด้วย อลังการงานสร้างดีแท้

จบสองเรื่องนี้ก็มีช่วงทอล์กนิดหน่อย ให้นักพากย์ทั้งห้าคนออกมายืน มีพิธีกรคอยถามคำถามว่าวันนี้รู้สึกยังไงบ้าง ทีมชินเกคิจะมาแนวจริงจังนิดนึง ส่วนทีมอาโอเอ็กจะบ้าๆ บอๆ หน่อย บ้าตั้งแต่ท่าเดินเข้ามาละ 555555555 ตรงนี้จำไม่ค่อยได้ว่าใครพูดอะไรบ้าง จำได้แต่โฮโซยันใช้คำว่า 大阪に上陸 เลยโดนจุนจุนตบมุกว่า โอซาก้ากับโตเกียวไม่ได้เป็นคนละแผ่นดินซะหน่อย! ใช้คำผิดแล้ว! คือจุนจุนจะเป็นคนคอยตบมุกให้คนอื่นตลอด ตลกดี อีเวนท์ไหนมีจุนจุนรับประกันความตลกได้เลย

ทอล์กจบก็เข้าช่วงโอฟุริ โยนากะซังกับนากามุระซังมากันสองคน

โอฟุรินี่เราไม่เคยดูเลยแม้แต่ตอนเดียว แต่เคยได้ยินมาว่ามันแอบวาย พอได้ดูพากย์สดงานนี้ก็ อืม แบบนี้มันไม่แอบแล้วแหละ 555555555

ฉากที่ใช้พากย์สดของโอฟุริทำดีนะ ไม่ต้องรู้เรื่องมาก่อนก็ดูรู้เรื่อง เหมือนสรุปช่วงแรกๆ ให้ดู จากที่ไม่เคยสนใจก็อยากดูขึ้นมาแล้วเนี่ย (จริงๆ ฉากพากย์สดเขียนมาดีทุกเรื่องเลย อยากดูทุกเรื่องที่ไม่เคยดู)

โอฟุริพากย์จบมีการให้คนดูลุกขึ้นยืนร้องเพลงในเรื่องด้วย แต่เราร้องไม่เป็นเลยได้แต่ยืนโบกเพนไลท์….. ระหว่างร้องเพลงก็มียิงปืน(?)แจกไซน์บอล นากามุระซังบอกทีหลังว่าในนั้นมีลายเซ็นโนบุกับฟุคุจุนด้วย อ๊ากกกกกก ดีจังงงงงงง อิจฉาคนได้ไปครอบครอง (;___;)

จบช่วงโอฟุริก็มีศิลปินโผล่มาอีก และศิลปินรายต่อมาก็คือ FLOW จ้าาาาาาาา อ๊ากกกกกกกกกกก FINALLYYYYYYYYYYY ในที่สุดก็ได้ฟัง FLOW เล่นสดซะที ฮรือออออออออออออออออ

ยิ่งไปกว่านั้น!!! เพลงที่ลุงๆ FLOW มาร้องในวันนี้คือ COLORS จาก Code Geass จ้าาาาาาาาา โอ๊ยยยยยยยยยย ไม่นึกไม่ฝันนนนนนนนนน วงนี้ร้องเพลงอนิเมะเยอะแยะตาแป๊ะไก่ แต่เพลงที่เค้าเลือกมาร้องคือเพลงของเค้าที่เราชอบที่สุดอะะะะะะะ กราบบบบบบบบบบบบบ ส่วนอีกเพลงคือเพลง DAYS ของยูเรก้าเซเว่น อันนี้ไม่อินกับเพลงเพราะจำเนื้อเรื่องยูเรก้าเซเว่นไม่ได้เลย…. แต่ลุงๆ FLOW เล่นมันส์มากจริงสมคำร่ำลือ อยากไปไลฟ์ลุงๆ เลยเนี่ย ลุงๆ โฆษณาว่าปลายปีจะมีไลฟ์ที่คัดเฉพาะอนิซองด้วย น่าไปจังงงงงง

ลุงๆ FLOW เล่นจบแล้วตามด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ไม่ได้บอกมาก่อน คือ Fullmetal Alchemist พอฉายภาพเรื่องนี้ขึ้นจอนี่คนดูกรี๊ดกันฮอลล์แตก เรื่องนี้มีปาคุโรมิซังที่พากย์เอ็ดมากับคุกิมิยะริเอะซัง (aka คุกิ๊ว) ที่พากย์อัล

เราไม่ได้ดูเรื่องนี้ (เคยอ่านแต่โดจิน…..) แต่ฉากที่ตัดมาพากย์ก็ดีมากอีกแล้ว ขนาดไม่เคยดูยังเกือบร้องไห้ ชอบมาก อารมณ์คล้ายๆ ของอาโอเอ็กแหละ คือพี่น้องต่างบรรยายความรู้สึกถึงกัน ดราม่ามาก ทั้งสองคนพากย์ดีมากจนขนลุก และเหนือสิ่งอื่นใดคือปาคุซังหล่อมากกกกกกกกกกกกกกกก หลุดมาจากทาคาระสึกะรึเปล่าคะ ทำไมหล่อขนาดนี้!! พอพากย์จบแล้วปาคุซังก็เดินไปจับมือคุกิ๊วเข้าไปหลังเวทีด้วยกัน น่าร๊ากกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)

จบช่วง FMA ก็เข้าช่วงทอล์กอีกรอบ คราวนี้มีทีมโอฟุริกับทีม FMA ออกมาคุยกัน โยนากะซังพูดถึงความรู้สึกที่ได้กลับมาพากย์โอฟุริอีกครั้งหลังจากไม่ได้พากย์มานานมาก บอกว่าพออายุเท่านี้แล้วกลับมาพากย์ฉากที่เคยพากย์สมัยก่อนก็รู้สึกเข้าใจความรู้สึกตัวละครมากขึ้น (หรืออะไรประมาณนี้ จำได้แบบเบลอๆ) แถมยังพากย์ไปร้องไห้ไปอีกต่างหาก ปาคุซังก็บอกว่าเนี่ย ตัวเองก็พากย์ไปร้องไห้ไปเหมือนกัน นากามุระซังเลยบอกว่า เมื่อกี้เอามือเลอะน้ำมูกมาเช็ดเสื้อผมใช่มั้ย 555555555555555 พีคกว่านั้นคือปาคุซังหันมาถามคนดูว่ามีใครอยากได้น้ำมูกของตัวเองมั้ยแล้วคนดูกรี๊ดกันเยอะมาก พวกหร่อนนนนนนนน 5555555555555

ช่วงทอล์กรอบนี้คุกิ๊วน่ารักมว๊ากกกกกกกกกกกกก (≧ω≦) ทุกครั้งที่เค้าพูดอะไรขึ้นมาด้วยเสียงสุดมุ้งมิ้ง ทั้งคนบนเวทีและผู้ชมจะพากันครางฮือด้วยความเคลิบเคลิ้ม ปาคุซังก็ชอบชมว่าริเอะคาวาอี้ ริเอะไดสุกิ โอ้ยยยยยย เลิฟๆ กันเหลือเกิน

นอกจากนั้นปาคุซังก็เล่าว่าวันก่อนเพิ่งไปนิทรรศการของ FMA มากับคุกิ๊ว แล้วเมื่อวานก็เพิ่งได้ดูฉบับหนังเวอร์ชั่นทดลองฉายด้วย เป็นหนังที่ดีมาก เอ็ดและอัลอยู่ในหนังเรื่องนี้จริงๆ ขนาดปาคุซังดูแล้วยังสะเทือนใจจนไม่รู้ว่านี่ตัวเองดูในฐานะปาคุโรมิหรือเอ็ดเวิร์ดกันแน่ อยากให้ทุกคนไปดูกันเยอะๆ นะ โอ้โห ปาคุซังเชียร์ซะเราอยากไปดู (เป็นอีเวนท์ที่ทำให้อยากดูไปหมดทุกสิ่งอย่าง น่ากลัวที่สุด)

เรื่องต่อมาคือคุโรบาส เรื่องนี้คนดูกรี๊ดดังมากกกกกกกกก สังเกตมาตั้งแต่ก่อนเข้างานแล้วว่ารอบตัวมีคนถือกระเป๋าคุโรบาสเดินกันเต็มไปหมด พอถึงคิวเรื่องนี้ก็กรี๊ดกันถล่มทลายตามคาด

คุโรบาสเป็นเรื่องที่คิดว่ายังไงก็ต้องมีเกสท์สักคนแหละ เพราะในรายชื่อที่บอกไว้มีเคนโชคนเดียวเอง แต่เดาว่าอาจจะเป็นคามิยัน (ทำไมเดาคามิยันทุกเรื่อง นี่เราเห็นคามิยันว่างมากเหรอ…..) ปรากฏว่าเกสท์เรื่องนี้คือเรียวเฮนี่ซังกับสุวาเบะซัง โอ้ยยยยยยยยยยยยยย อ๊ากกกกกกกกกกกก กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ตอนเรียวเฮโผล่มากรี๊ดเป็นบ้าเป็นบอเพราะเรื่องนี้เราชอบคีจังสุดแล้ว และเรียวเฮก็มาพากย์คีจังให้ฟังสดๆ!!!!! เรียวเฮออกมาพากย์กับเคนโชสักพัก สุวาเบะซังก็ออกมาอีกคน!!!!!!!!! ตอนนั้นม.ซังเพนไลท์ถ่านจะหมดเราเลยให้ยืมของเราไปโบก พอสุวาเบะซังโผล่มาเรากรี๊ดหนักมากจนม.ซังถามว่าจะเอาเพนไลท์ไปโบกสีน้ำเงินมั้ย เราจึงตอบไปอย่างสงบนิ่งว่า อ๋อ เราไม่ได้ชอบอาโอมิเนะ จบ ขอโทษค่ะสุวาเบะซัง……

ฉากพากย์สดของคุโรบาสตอนแรกๆ เป็นช่วงที่คีจังมาชวนคุโรโกะย้ายโรงเรียน ตอนพูดว่า やっぱ黒子っち下さい สาวๆ กรี๊ดกันโอซาก้าโจฮอลล์สั่นสะเทือนไปหมด ตลกมาก 555555555555555 ส่วนตอนหลังๆ ตัดแมทช์ที่คีจังกับอาโอมิเนะแข่งกันมาให้เรียวเฮกับสุวาเบะซังพากย์สด แอบแปลกใจที่ตอนคีจังพูดว่า 憧れるのはもうやめる ไม่มีใครกรี๊ดเลย เรานึกว่าคนจะชอบประโยคนี้กันเยอะซะอีก

พอพากย์สดจบก็เห็นในเงาเวทีมืดๆ ว่ามีเครื่องดนตรีวางๆ ม.ซังที่ยืนข้างเราก็ตื่นเต้นว่า คิโชเหรอ!!?? คิโชรึเปล่า!!!! เราก็ลุ้นไปด้วย นี่คุโรบาสนะ มีหวัง!!! และแล้วก็เป็น GRANRODEO จริงด้วยยยยยยย อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

GRANRODEO ร้องสองเพลงคือ Can Do กับ Glorious days ชอบทั้งสองเพลงเลยฮือออออออออออออออออ จริงๆ เพลงคุโรบาสที่เราชอบที่สุดคือ The Other Self แต่ได้ฟังสองเพลงนี้ก็ดี โอเค ดีงามมาก ในที่สุดก็ได้ฟัง GRANRODEO เล่นสดซะที ฮือ ฮื้ออออออออออออออ ฮื๊อออออออออออออออออออออ

ตอนเล่นจบเพลงแรกคิโชซังบอกว่าขอพูดอะไรส่วนตัวหน่อยได้มั้ย อนิเมะในงานวันนี้เนี่ยผมก็พากย์หลายเรื่องนะ ชินเกคิเอย โอฟุริเอย คุโรบาสนี่ก็ใช่ แต่ทำไมถึงได้รับเชิญมาร้องเพลงอย่างเดียวล่ะ นอกจากผมเป็นนักร้องที่ชื่อคิโชแล้วยังเป็นนักพากย์ชื่อทานิยามะคิโชด้วยนะ! คุณมือกีตาร์เลยบอกว่า ปัญหาคือค่าจ้างไงล่ะ

แต่ฟังคิโชซังบ่นแล้วเสียดายไปด้วยเหมือนกัน ในชินเกคิเราชอบแจนสุดแล้ว อยากฟังเค้าพากย์แจนสดๆ มั่งอ้ะะะ แต่ไม่เป็นไร ชินเกคิพาโฮโซยันมาพากย์ให้ฟังนี่ก็ซาบซึ้งมาแล้ว T__T

ส่วนเรื่องสุดท้ายคือนานะสึโนะไทไซ ตามรายชื่อแล้วเรื่องนี้มีคาจิคุงกับอามามิยะ โซระ (aka เท็นจัง) มากันสองคน แต่ไปๆ มาๆ มีเกสท์มาเพิ่มอีกคนคือยูกิอาโออิ ดีใจที่เป็นคนนี้เพราะเค้าตลก เราชอบ 5555555555555 นอกจากนั้นฟุคุจุนก็โผล่มาพากย์แจมด้วย ฉากพากย์สดของเรื่องนี้ช่วงแรกเน้นพระเอกนางเอก ช่วงหลังเน้นดิอันเน่กับคิง (เสียดายกิลธันเดอร์อปป้ามัวแต่ไปจัดไลฟ์ ไม่ยอมมาแจมมั่ง ฮือออออออออออ)

เราว่าคาจิคุงเวลาพากย์เรื่องนี้น่าเอ็นดูกว่าตอนเป็นเอเร็นเยอะเลย ตอนเป็นเอเร็นจะทำหน้าเครียดๆ ตลอดเวลา แต่พอเป็นเมลิโอดัสแล้วร่าเริงแจ่มใสมากๆ ส่วนเท็นจังก็น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ยูกิอาโออิตลกเหมือนเดิม ส่วนฟุคุจุนก็ ฟุคุจุน…….

หลังจากนั้นมีช่วงทอล์กของคุโรบาสกับนานะสึโนะไทไซด้วย สุวาเบะซังบอกว่าตั้งแต่อัดเสียงลาสท์เกมก็ไม่ได้พากย์เป็นอาโอมิเนะอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ เรียวเฮเลยตบไหล่บอกว่าอย่าพูดเรื่องเศร้าสิ ตลก 5555555555 ส่วนเคนโชบอกว่าวันนี้ตื่นเต้นมากกกกกก เรียวเฮก็แซวอีกว่าเคนโชตื่นเต้นมากจริง มือสั่นเลย (รายนี้นี่ก็คอยพูดตบทุกคน 555555555)

เออใช่ ช่วงทอล์กแต่ละรอบจะเริ่มด้วยการขอเสียงคนดู คนแรกขอเสียงอารีน่า คนสองขอเสียงชั้นสอง คนที่สามขอเสียงไลฟ์วิว ส่วนคนต่อๆ มาต้องสร้างสรรค์กันเองว่าจะขอเสียงใคร แล้วฟุคุจุนเป็นคนสุดท้ายทั้งสองรอบ ตอนรอบแรกฟุคุจุนขอเสียงชาวโลก ส่วนรอบสองบอกว่า นี่มันเดจาวู…. แล้วก็ขอเสียง 第三銀河 แอร๊ยกรี๊ดดดดดดดดด อาดรายขาาาาาาาาาาาาา (≧д≦)(≧д≦)

ตอนท้าย FLOW กับ GRANRODEO ออกมาร้องเพลง SEVEN ด้วยกัน สองวงนี้เล่นมันส์ทั้งคู่ พอมาเล่นด้วยกันก็ยิ่งสุดเหวี่ยง คิโชซังดีดมากเหมือนเดิม เตะขาแรงจนเราต้องคอยลุ้นว่าจะเผลอเตะไปโดนลุงๆ FLOW รึเปล่า ฝั่ง FLOW ก็มันส์จัดเต็มกันมาก เดี๋ยวสองวงนี้จะจัดไลฟ์ด้วยกันด้วย น่าไปมากกกกกกกกก

หลังจากนั้นบนจอก็ฉายภาพเครดิตจบงาน เป็นรายชื่อว่าวันนี้มีเรื่องอะไรและมีใครมาบ้าง แต่เครดิตเล่นไปสักพักภาพก็เริ่มแตกๆ เหมือนโดนคลื่นแทรก สักพักก็ขึ้นตัวแดงกะพริบว่า EMERGENCY ก่อนจะขึ้นข้อความว่ามีศิลปินในตำนานบุกมา!

จุดนั้นไม่ทันคิดว่าใครมา ได้แต่คิดว่าโอ้โห กล้าใช้คำว่า legend นี่ขอให้เป็นระดับตำนานจริงๆ นะ

ปรากฏว่าคนที่มาคือทาคาฮาชิ โยโกะซัง!!!!!! โอ้ยยยยยยยยยยยย โอ้โห๊วววววววววววววว แน่นอนว่าเพลงที่ร้องคือ 残酷な天使のテーゼ จ้าาาาาาาา ว้ายกรี๊ดดดดดดดดดดด โอ้มายก้อดดดดดดดดด บ้าไปแล้ววววววววว นี่มันหรูหรามากกกกกกกกกก เพลงนี้คือเพลงชาติของเราเวลาร้องเกะเลยนะ!!!! วินาทีนั้นเราแทบเป็นลมแล้ว อีเวนท์นี้มันจะคุ้มค่าตั๋วเกินไปมั้ย ค่าตั๋วแปดพันเยนได้คอนเทนต์มูลค่าประมาณแปดหมื่น คุ้มมากกกกกกกกกกก ชีวิตนี้ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้ฟัง 残酷な天使のテーゼ แบบสดๆ จากศิลปินที่เป็นเจ้าของเพลง แล้วเพลงนี้ก็ระดับตำนานจริงๆ สมควรใช้คำว่า legend แล้ว ถูกต้องเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

ส่วนอีกเพลงคือเพลง TENSIONS – welcome to the stage เป็นเพลงที่เอา BGM ในเอวามาใส่เนื้อร้องลงไป เราเพิ่งรู้ว่ามีเพลงนี้อยู่บนโลกด้วย……… ระหว่างที่ทาคาฮาชิซังร้อง บนจอก็จะเปิดภาพจากเอวาตลอด ขำมากตอนที่ภาพหน้าคาโอรุแบบโคลสอัพโผล่มาบนจอแล้วเสียงกรี๊ดดังสนั่นขึ้นมาทันที (ในบรรดาเสียงกรี๊ดนั้นรวมเสียงเราอยู่ด้วย)

พอทาคาฮาชิซังร้องจบเครดิตก็ฉายต่อจนจบ ระหว่างนั้นเราก็หันไปบ่นกับเพื่อนว่า ขอกันดั้มสักภาคไม่ได้เหรอ (´・_・`)

เครดิตจบแล้วบนจอก็ขึ้นข้อความว่าตั้งแต่ MBS เริ่มฉายอนิเมะเรื่องแรกคือกันดั้มซี้ดก็ผ่านมาแล้วหลายร้อยเรื่อง ขอบคุณที่สนับสนุนกันมาตลอด วันนี้ขอบคุณทุกคนที่มา ฯลฯ สักพักก็มีเสียงผู้ชายพึมพำแทรกเข้ามา ก่อนจะตะโกนว่า ยังไม่จบหรอก!!!!!!!

และ และ และะะะ T.M.Revolution ก็โผล่มาร้อง INVOKE อ๊ากกกกกกกกก อ๊ากกกกกกกกกกกก กันดั้มมมมมมมมมมมมมมมมม ถามหาปุ๊บก็มาเลย บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วววววววววววววววววววว นอกจากจะมีกันดั้มโผล่มาสมใจอยากแล้วยังเป็นภาคที่เราชอบที่สุดด้วย ฮรือออออออออออ จริงๆ นึกว่าถ้าจะมีกันดั้มสักภาคคงเป็นออร์แฟนส์หรือไม่ก็ 00 ไม่นึกเลยว่าจะมี SEED โผล่มา ดีใจมากกกกกกกกกกกก T______T

ส่วนอีกเพลงเป็นเพลง SWORD SUMMIT จากบาซาร่า เพลงนี้แม้ไม่เคยดูบาซาร่าก็มันส์มากๆๆ เช่นกัน!

ตอนสุดท้ายมีทอล์กรวมนักพากย์ทุกคนในวันนี้ แต่โฮโซยันกลับไปโตเกียวแล้วเพราะติดงานอื่น โฮโซยันเลยฝากจดหมายเอาไว้ ให้คาจิคุงเป็นตัวแทนอ่าน ตอนก่อนอ่านคาจิคุงทำท่าเหม่อลอยเงยหน้ามองฟ้า จุนจุนเลยต้องตบมุกว่า “ยังไม่ตาย!”

เนื้อหาจดหมายของโฮโซยันก็มีขอบคุณคนดู แล้วก็บอกคาจิคุงกับอิชิคาวะยุยซังว่าอาหารเช้าเนี่ยดีนะ กินอาหารเช้ากันเถอะ และขอบคุณเคนโชว่าข้าวเย็นเมื่อวานอร่อยมาก

อ่านจดหมายโฮโซยันเสร็จแล้วทุกคนก็บอกลากันทีละคน เริ่มจากทีมนานะสึไล่ย้อนกลับมาที่ทีมชินเกคิ ช่วงบอกลานี่จะเฮฮากว่าช่วงทอล์กระหว่างเรื่องหน่อยเพราะอยู่กันหลายคน

ขำตอนเท็นจังพูดว่า ตอนออกมาพากย์คนเดียวตื่นเต้นมากจนคิดในใจว่าคาจิซังรีบๆ ออกมาทีเถอะ เคนโชเลยพูดอย่างเห็นอกเห็นใจว่า พากย์คนเดียวเนี่ยเหงาเนอะ คือตอนแรกเคนโชก็ต้องออกมาพากย์คนเดียวเหมือนกัน โธ่ น่าสงสาร 55555555555

ตอนเรียวเฮพูดเรื่องไอจีก็ตลกมาก เค้าบอกว่าเมื่อวานลงรูปที่โอซาก้าในไอจีเลยโดนคาจิคุงโกรธ คาจิคุงดุว่าเป็นซีเครตเกสท์แท้ๆ ทำแบบนั้นได้ยังไงกัน! แต่พอเราไปเปิดดูรูปในไอจีเค้าแล้วพบว่าเป็นรูปแก้วเหล้าซึ่งไม่ได้มีอะไรบ่งบอกเลยว่าอยู่โอซาก้า คาจิคุงจะโกรธทำไมคะะะะะะ

จริงๆ มีอะไรตลกเยอะมาก สุวาเบะซังก็ตลก ตอนแรกบอกว่าวันนี้ตัวเองแก่ที่สุดในเวทีนี้ แล้วก็บอกว่า อุ๊ย! ไม่ใช่สิ ขอโทษนะปาคุซัง (จงใจพูดแกล้งชัดๆ 55555555) ปาคุซังเลยบอกว่า ชั้นแก่กว่าแค่สองเดือนเองย่ะ!! คือปาคุซังตลกมากเวลาคุยกับลุงๆ 5555555 นากามุระซังก็แอบเผาว่าหลังเวทีจะแบ่งเป็นห้องแต่งตัวชายหญิง แต่ปาคุซังเป็นคนเดียวที่เข้าๆ ออกๆ ทั้งสองห้องหน้าตาเฉย ปาคุซังเลยแก้ตัวว่ามันช่วยไม่ได้นี่นา พอเข้าไปห้องสาวๆ แล้วไม่มีใครอยู่มันเหงานะ! ฝั่งห้องแต่งตัวชายออกจะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่าสนุกออก!

แล้วทีม FMA นี่ก็จู๋จี๋กันจนเราเขินแทน (////ー////) ยกตัวอย่างเช่นพอคุกิ๊วพูดความรู้สึกในวันนี้เสร็จ ปาคุซังก็หันไปมองหน้าคุกิ๊วแล้วบอกว่า ริเอะ รักนะ♥ แล้วก็เข้าสู่โลกของสองคน จนพิธีกรถามอะไรสักอย่าง ปาคุซังเลยบอกว่า ขอโทษที เผลอเลิฟๆ เกินไปหน่อย แหมมมมมมมมมมมมม

พอพูดปิดท้ายจนครบทุกคน คราวนี้งานก็จบจริงๆ ละ เป็นงานที่คุ้มค่ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กรี๊ดคอแตก โบกเพนไลท์มือจะหัก เซอร์ไพรส์เยอะแยะไปหมด นี่ถ้าเค้าบอกมาตั้งแต่แรกว่าจะมีใครมาบ้าง เผลอๆ เราอาจจะไม่ได้ตั๋วเลยก็ได้นะ หรูหราอลังการเหลือเกิน งานเริ่มสี่โมงแต่เลิกตั้งสองทุ่ม ตั้งสี่ชั่วโมง!!! นี่เรายืนดูตลอดสี่ชั่วโมง!!!!! แต่ตั๋วยืนที่กว้างดี ชอบมาก พื้นที่ในการเคลื่อนไหวเยอะมาก พอเมื่อยๆ ก็สามารถยืดเส้นยืดสายได้สบาย ช่วงเพลงมันส์ๆ ก็โยกกันมันส์มาก สนุกมากๆๆๆๆๆๆๆ

ขอบคุณนักพากย์และศิลปินทุกท่านที่ถ่อมาถึงโอซาก้าในงานนี้ค่ะ

นานๆ ทีโอซาก้าจะมีอีเวนท์อะไรยิ่งใหญ่แบบนี้บ้าง ดีจังเลย จัดบ่อยๆ ได้มั้ย อย่างน้อยปีหน้าก็จัดอีกเถอะ ได้โปรดดดดดดด (;____;)

สุดท้าย

โนบุคุงในรูปที่โยนากะซังลงน่ารักแม่กกกกกกกกกกกกกก♥♥