黒子のバスケ LAST GAME with greeting

ไปดูคุโรโกะลาสท์เกมแบบมี 舞台挨拶 มาแหละ!

เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ดูหนังโรงแบบมีบุไตไอซัทสึก่อนหน้านี้เคยสมัครของไฮสปีดครั้งนึงแล้วก็ไม่ได้ คราวนี้ม.ซังกดสมัครตั๋วแบบสุ่มสองใบและได้ตั๋วมาอย่างน่ามหัศจรรย์! (แต่ก็อาจไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะขนาดที่โตเกียวยังเหลือมาขายรอบทั่วไปเลย) อันที่จริงเราไปดูแบบปกติธรรมดามาแล้วรอบนึง รอบนี้จึงเป็นการดูลาสท์เกมครั้งที่สองของเรา

รอบที่เราไปมีนักพากย์มาสองคนคือโอโนะ เคนโช กับโอโนะ ยูกิ ถึงแม้ว่าเราจะสนใจรอบที่มีสึสึเคนกับทานิยามะซังมากกว่า แต่สองคนนั้นดันไปแค่แถวๆ อากิตะกับเซนไดอันสุดแสนไกลโพ้นจากที่นี่ ลาก่อน ขอเจอแค่สองโอโนะก็พอ

ความที่ไม่เคยดูหนังแบบมีบุไตไอซัทสึมาก่อนเลยทำตัวไม่ค่อยถูก ตอนแรกนึกว่าสองโอโนะจะโผล่มาเจอกันก่อนแล้วค่อยฉายหนังให้ดู ปรากฏว่ารอบที่เราไปเป็นแบบดูหนังจบก่อนแล้วค่อยเข้าช่วงทอล์ก (ซึ่งเค้าก็เขียนบอกไว้ในเว็บแต่แรกแล้วว่ารอบไหนจะทอล์กก่อนหรือหลังฉายหนัง) ดังนั้นช่วงทอล์กก็เลยพูดถึงเนื้อเรื่องกันได้เต็มที่โดยไม่ต้องเกรงใจว่าจะสปอยล์ผู้ชม

และด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องสปอยล์เหมือนกัน

 

***SPOILER ALERT***

 

ขอพูดถึงตัวหนังก่อนแล้วกัน

ภาค Last game นี่คือการเอามังงะภาค Extra game มาทำเป็นอนิเมะนั่นแหละ เนื้อเรื่องคร่าวๆ คือมีทีมสตรีทบาสจากอเมริกามาญี่ปุ่นจนจับพลัดจับผลู(?)มาแข่งบาสกับพวกคิเซกิ+คากามิ+คุโรโกะ จบ แต่นอกจากเนื้อหาในมังงะแล้วจะมีการเพิ่มฉากใหม่ที่ไม่มีมาก่อนตอนต้นกับตอนจบเรื่องด้วย ตอนที่ไปดูรอบแรกเราไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน พอมาอ่านฟีดแบคคนญี่ปุ่นตามเว็บถึงรู้ว่ามันเป็นฉากที่เพิ่มมา แล้วก็เลยไปอ่าน Extra game รวดเดียวจบ โดยส่วนตัวชอบเวอร์ชั่นอนิเมะมากกว่านะ ฉากที่เพิ่มมาให้ความรู้สึกว่า อาาา จบแล้วจริงๆ แฮะ มากกว่าด้วย

จริงๆ ก็รู้สึกว่าไม่มีอะไรจะพูดถึงหนัง…. คือไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากมันดีมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก (+ก.ไก่อีกแปดล้านตัว) ตอนไปดูครั้งแรกก็ประทับใจมากๆๆๆแล้ว พอมาดูรอบสอง ได้เก็บดีเทลแล้วยิ่งชอบ ฉากแข่งบาสทำดีมากกกกกก ทั้งภาพและเสียง งานดีงานละเอียด ชอบทั้งความเนี้ยบของภาพ มุมกล้อง จังหวะต่างๆ นานา และซาวด์เอฟเฟคต์เวลาเล่นบาสพอฟังในโรงก็สุดยอดมาก ชอบมาก ชอบมากมาก ชอบมากมากมากมาก คีจังหล่อมากกกกกก มุคคุงน่ารักมาก!! ทุกคนดีมาก ดีใจที่ได้ดูในโรง (≧∇≦)

ฉากที่ชอบเป็นพิเศษคือช่วงที่คิเสะเริ่มใช้เพอร์เฟคต์ก๊อปปี้กับเข้าโซน (ถึงจะคิดว่าเวลาเข้าโซนกันมันดูตลกๆ ก็เถอะ ดูยังไงก็ไม่ชินกับอภินิหารเหล่านี้…) อันนี้ชอบเพราะโอชิตัวเองหล่อ 555555555555 แต่เราว่าฉากแข่งเนี่ย ช่วงครึ่งหลังสุดยอดมากจริง ฮือออออ

อย่างไรก็ตาม คาแรคเตอร์ตัวร้ายแบนไปหน่อยนะ (ขำ) รู้สึกเหมือนไม่เจอคาแรคเตอร์ตัวร้ายที่ร้ายกาจ 100% ขนาดนี้มานานมากแล้ว พอมาเจอตัวร้ายแบบร๊ายร้ายแล้วหงุดหงิดบอกไม่ถูก ไม่ได้หงุดหงิดที่คาแรคเตอร์แบนเกินไป แต่หงุดหงิดเพราะดูแล้วอิน อยากทะลุจอเข้าไปต่อยหน้าคนละทีสองที (ว่าแต่ปกติการ์ตูนกีฬามันมีตัวร้ายด้วยเหรอ….. แต่เราว่าทีม Jabberwock นี่ร้ายกาจเข้าขั้น villain แล้ว ไม่ใช่แค่ antagonist)

ส่วนฉากจบที่เพิ่มมาตอนหลังคือคากามิบอกเพื่อนๆ ในทีมเซรินว่าจะย้ายไปเรียนโรงเรียนม.ปลายในอเมริกา พวกคิเซกิได้ยินดังนั้นเลยชวนเซรินมาแข่งกับคิเซกิเป็นแมทช์สุดท้าย แต่ไม่มีฉากแข่งให้เห็นหรอกนะ ไม่มีบอกผลแพ้ชนะด้วย แล้วแต่ผู้ชมจะจินตนาการเองเลย

หลังจากนั้นพวกเซรินก็ไปส่งคากามิที่สนามบิน ฉากนี้สุดแสนจะโชโจมังงะซะจนทำเอาตกใจว่า เอ๊ะ จะดีเหรอ (ฮา) ตอนดูจบหมาดๆ เจอบทสัมภาษณ์อ.ฟูจิมากิในเว็บไหนสักเว็บนึงบอกว่าเพิ่มฉากนี้เข้ามาเพราะอยากให้คากามิร้องไห้ ซึ่งเราว่าฉากที่เพิ่มมามันก็แอบซึ้งอยู่นะ ตอนดูรอบแรกเกือบร้องไห้ตาม ถ้าเป็นช่วงที่อินๆ กับเรื่องนี้มากกว่านี้หน่อยอาจจะร้องไห้ไปแล้ว ไม่ใช่ว่าอินกับคากามิร้องไห้หรอก แต่ฉากนั้นมันชวนให้นึกถึงเนื้อเรื่องที่ผ่านๆ มาด้วยแหละ คนที่ตามเรื่องนี้มาอย่างเหนียวแน่นยาวนานมาเห็นฉากนี้คงใจหายกันน่าดู

เราว่าลาสท์เกมปิดฉากเรื่องนี้ได้อย่างน่าประทับใจนะ ชอบ คีจังหล่อ!! (สำคัญมากเลยต้องพูดอีกรอบ)

มาพูดถึงช่วงทอล์กรอบที่ไปดูบ้าง

ตอนหนังฉายจบโรงหนังก็เปิดไฟ มีคนที่เพิ่งเข้ามาช่วงนี้หลายคนเลย ค่าตั๋วสองพันเยน+ค่านู่นนี่อีกรวมแล้วก็ราวๆ สองพันห้าร้อยเยน แต่ก็ยังมีคนยอมมาดูเฉพาะช่วงทอล์กโดยไม่ดูหนังเยอะเหมือนกัน เดาเอาเองว่าอาจเป็นคนที่ตามดูทอล์กทุกรอบในวันนี้ เป็นเราเราก็ขี้เกียจดูหนังเรื่องเดิมติดๆๆๆกันเหมือนกัน 5555555555

พอคนที่เข้ามาใหม่เริ่มนั่งกันเรียบร้อย สต๊าฟตั้งกล้องกันเสร็จสรรพแล้ว พิธีกรสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น พิธีกรมาทักทายว่าคนนิจิวะ แล้วพอเสียงคนดูตอบเบาไป เค้าก็ให้ทักทายใหม่ไปเรื่อยๆ ประหนึ่งพี่สันฯในงานรับน้อง พอเค้าได้ฟังคำว่าคนนิจิวะที่ดังจนพอใจแล้วก็เปลี่ยนมาบอกว่า ให้ทุกคนคอลว่า เซริน! เซริน! เซริน! เพื่อเรียกให้นักพากย์ทั้งสองออกมา คราวนี้คนดูส่งเสียงเรียกและตบมือกันอย่างตั้งอกตั้งใจมากกว่าตอนพูดคนนิจิวะเมื่อกี้มาก

คอล เซริน! เซริน! เซริน! กันไม่นาน เคนโชกับโอโนะยูก็โผล่มา พิธีกรสาวชวนคุยว่าเมื่อกี้ทั้งสองคนเพิ่งไปโรงหนังที่นัมบะมา แล้วมาที่นี่ต่อ เคนโชเลยเล่าว่ารู้สึกเหมือนวาร์ปมาเพราะขึ้นรถปุ๊บก็หลับทันที ตื่นมาอีกทีก็อยู่ที่นี่แล้ว

คุยไปคุยมาสักพักก็เพิ่งนึกได้กันว่ายังไม่ได้แนะนำตัวเลย พิธีกรสาวจึงให้ทั้งสองคนทักทายคนดู เคนโชทักทายว่าวันนี้เป็นวันเอพริลฟูลส์ เพราะฉะนั้นจะพูดโกหกด้วย! ส่วนโอโนะยูก็แนะนำตัวตามปกติว่าชื่อโอโนะ ยูกิ พากย์บทคากามิ ไทกะ แล้วทั้งสองคนก็บอกว่าถึงวันนี้จะได้มาพูดแค่สั้นๆ แต่ก็ฝากตัวด้วยนะ

พิธีกรสาวบอกว่ารอบนี้เป็นรอบสุดท้ายในวันนี้ที่ทอล์กหลังฉาย ดังนั้นจึงเป็นรอบสุดท้ายที่คุยได้อย่างเต็มที่! ทั้งสองคนเลยบอกว่าดีจัง เพราะเวลาทอล์กก่อนฉายจะต้องกั๊กๆ ไว้ พูดอะไรไม่ค่อยได้ หลังจากนั้นพิธีกรสาวก็ถามคำถามทั้งสองคน เริ่มจากถามบรรยากาศตอนอัดเสียง ทั้งสองคนก็เล่าว่าใช้เวลาอัดเสียงแค่วันเดียวเลยรู้สึกเหมือนมันเกิดขึ้นเร็วมาก แป๊บๆ ก็จบแล้ว เคนโชบอกว่ารู้สึกเหมือนบทมีเล่มเดียวเอง แต่โอโนะยูบอกว่าบทมีสามเล่มต่างหาก!

ข้อต่อมาคือถามฉากที่ชอบ ข้อนี้เคนโชบอกว่ามีอยู่ฉากนึงที่มั่นใจว่าเล่าไปแล้วจะต้องตลกแน่ๆ พิธีกรสาวเลยหันมาบอกคนดูว่า เอ้า ทุกคนเตรียมตัวขำด้วยนะคะ แล้วเคนโชก็ทำท่าจะเล่า แต่ดันหลุดหัวเราะออกมาเองก่อนที่จะเล่า ทั้งพิธีกร ทั้งโอโนะยู ทั้งคนดูเลยหัวเราะตามเคนโชกันหมดตั้งแต่ยังไม่ทันได้ฟังอะไรเลย

พอหยุดขำเคนโชก็เล่าว่ามีฉากนึงตอนที่คิเสะคุงใช้เพอร์เฟคต์ก็อปปี้เลียนแบบอาโอมิเนะ แล้วคากามิพูดขึ้นมา ว่าแล้วเคนโชก็หันไปหาโอโนะยู ขอให้ช่วยพูดบทพูดตอนนั้นหน่อย โอโนะยูก็ถามว่า ตอนนั้นพูดว่าอะไรนะ…? แล้วทั้งสองคนก็พูดขึ้นมาพร้อมๆ กันว่า「あいつら、息ぴったりじゃねえか」แล้วก็ทำท่าพร้อมกัน คือท่าวิ่งแบบสโลว์โมชั่นเลียนแบบคิเสะกับอาโอมิเนะในหนัง ตอนที่ดูหนังเราไม่ขำหรอกนะ แต่พอสองคนนี้เอามาเล่าพร้อมทำท่าเลียนแบบแล้วขำก๊ากเลย จะว่าตลกมันก็ตลกจริงๆ นั่นแหละ 555555555555555

ส่วนโอโนะยูบอกว่าฉากที่ชอบคือตอนที่คุโรโกะตามพ่อริโกะไปรปปงงิ แล้วคิเซกิกับคากามิวิ่งหน้าตาตื่นไปตามหา โอโนะยูบอกว่าชอบฉากนั้นเพราะในขณะที่คนอื่นๆ วิ่งเหมือนนักกีฬาตามปกติ มิโดริมะดันวิ่งแบมืออยู่คนเดียวเลยรู้สึกตลกดี เล่าไปก็ทำท่าวิ่งแบมือให้ดูไปด้วย คือสองคนนี้เป็นอะไรกับฉากวิ่งเหรออออออออออ (ขำ)

ถัดจากนั้นพิธีกรสาวก็ชวนคุยเรื่องเพลง Against The Wind ของเคนโชที่ประกอบในเรื่อง เคนโชเล่าว่าเพลงนี้อัดไว้ก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้ว นานจนลืมไปซะสนิท พอเคนโชไปดูลาสท์เกมในโรงครั้งแรกก็จดจ่ออยู่กับตัวหนัง จนกระทั่งเพลงขึ้นมาแล้วก็รู้สึกว่า เอ๊ เพลงนี้คุ้นๆ เหมือนเคยฟังเลยแฮะ เสียงก็คุ้นๆ… ก่อนจะนึกได้ว่า อ๊ะ นี่มันเพลงที่เราร้องนี่นา น่าอายจังเลย (ㅎ.ㅎ)

หมดคำถามแล้วพิธีกรสาวก็บอกว่าหมดเวลาแล้ว น่าเสียดายนะคะ (จริงๆ เค้าคุยโน่นนี่กันเยอะกว่านี้ แต่จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ละ จำได้แต่ที่ตลกๆ 555555555) แล้วก็ถึงเวลาที่ทั้งสองคนต้องบอกลาคนดูจนได้ ฮืออออ บุไตไอซัทสึนี่มันสั้นจัง

ตอนบอกลาเคนโชเล่าว่าตอนนี้ตัวเองอายุ 27 เท่ากับตอนที่โอโนะยูได้รับบทคากามิพอดี พอคิดแบบนี้แล้วก็รู้สึกว่า อา นี่เราก็แก่ขึ้นนะเนี่ย เพราะตอนที่ตัวเองได้รับบทคุโรโกะนั่นเพิ่งอายุ 21 เอง …..ฟังเคนโชพูดแล้วก็ลูบตีนกาตัวเองตามไปด้วย เวลาผ่านมาเร็วจังเลย TvT

ส่วนโอโนะยูบอกว่าอยากให้ทำต่อจัง เป็นภาคคากามิไปอเมริกาก็ได้ เคนโชเลยบอกว่างั้นก็จะกลายเป็นคากามิโนะบาสเก็ตสินะ เพราะไม่มีคนอื่นอยู่เลยนอกจากคากามิ โอโนะยูเลยบอกว่าถ้าเป็นแบบนั้นคงเหงาๆ เนอะ แต่ก็อยากให้ทำจริงๆ นั่นแหละ (ตอนพูดประโยคสุดท้ายพูดแบบขมุบขมิบเหมือนรู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้แต่ก็อยากให้ทำจริงๆ น้าาา ไรงี้ น่ารักดี 55555555) แล้วโอโนะยูก็บอกว่าวันนี้เป็นบุไตไอซัทสึรอบสุดท้ายของเขาแล้ว เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่จะได้แนะนำตัวว่า โอโนะ ยูกิ รับบทคากามิ ไทกะ เคนโชเลยพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า 卒業おめでとうございます (ㅎ.ㅎ)

ตอนสุดท้ายพิธีกรสาวก็ถามคนดูว่ามีใครจะดูรอบต่อไปอีกมั้ย ปรากฏว่าเค้ายกมือกันเกือบทั้งโรง โหดมาก กลายเป็นว่าเราเป็นคนส่วนน้อยที่มาดูแค่รอบเดียวสินะ……

ถึงจะเป็นช่วงทอล์กแค่สั้นๆ แต่ก็รู้สึกคิดถูกที่มาดู ขอบคุณทั้งสองคนมากๆ นะคะ (^^)

お疲れ様でした!

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s