Maeno Tomoaki・Yamashita Daiki・Ishikawa Kaito Special Talk Show @Otemae University

เมื่อวานไปงานทอล์กที่มหาลัยโอเทะมาเอะมาแหละ!

สารภาพตามตรงว่าไม่เคยรับรู้ถึงการมีอยู่ของมหาลัยนี้มาก่อน แต่อยู่มาวันนึงบังเอิญเห็นข่าวผ่านตาทางทวิตเตอร์ว่ามาเอโนะ โทโมอากิ, อิชิคาวะ ไคโตะ และยามาชิตะ ไดกิจะมาร่วมงานทอล์กโชว์ที่มหาวิทยาลัยนี้ (จริงๆ ก็ไม่ได้บังเอิญหรอก เพราะฟอลโล่แอคเคาท์รวมข่าวสารมาเอโนะอยู่ มีอีว้งอีเวนท์อะไรเห็นข่าวหมด แต่ถามว่าเคยได้ไปมั่งมั้ย ก็ไม่…) หลังจากนั้นเลยไปเสิร์ชว่ามหาลัยตั้งอยู่แล้วไหน แล้วก็พบว่า เฮ้ยยยยยย!!!! อยู่เฮียวโกะ!!!! คันไซ!!!!! มาเอโนะ โทโมอากิจะมางานฝั่งคันไซ!!!!!!!!! จะเป็นทอล์กโชว์แบบไหนอะไรยังไงไม่รู้แหละ รู้แต่งานนี้ชั้นต้องไปให้ด้ายยยยยยยยย!!!!!!!!!

แต่ตื่นเต้นได้ไม่นานก็เริ่มรู้สึกท้อแท้ เนื่องจากวิธีซื้อตั๋วคือต้องซื้อผ่านเว็บ ticket pia ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่นานเราเพิ่งวืดตั๋วงานดู OVA สตามิวมาหมาดๆ เพราะเว็บล่มต่อหน้าต่อตา คราวนี้เลยไม่คาดหวังว่าจะได้ตั๋วมาครองเท่าไหร่

และแล้วก็ถึงวันทำสงคราม วันที่ 10 เดือน 10 (วันเกิดฮายามิ ฮิโระ CV: มาเอโนะ ฤกษ์งามยามดีสุดๆ) ตั๋วเปิดให้กดสิบโมงเช้า เราตื่นมาสแตนด์บายตั้งแต่เก้าโมงครึ่ง เปิดเว็บเบราเซอร์ทั้งโครมทั้งไฟร์ฟอกซ์เตรียมพร้อม และนัดแนะจ.ซังมาทำสงครามพร้อมกัน คราวนี้จัดว่าไม่ประมาทและมีการเตรียมพร้อมที่ดีมากขึ้นหลังจากเจ็บปวดจากสตามิวมาแล้ว แต่ก็ยังเผื่อใจไว้ว่าอาจเกิดเหตุเว็บล่มจนตั๋วหมดซ้ำรอยอดีตอันขมขื่น

พอถึงสิบโมง เราก็รีเฟรชเว็บ กดเข้าไปเลือกตั๋วสองที่ เลือกจ่ายตังค์เซเว่น กดยืนยัน จบ สำเร็จ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและราบรื่นมากจนนั่งอ้าปากค้างจ้องหน้าจออยู่นานว่า ฮะ สรุปนี่จองตั๋วได้แล้วเหรอ????

พอถามไถ่จ.ซังว่าสถานการณ์เป็นไงบ้าง จ.ซังก็ตอบว่า จองได้แล้วเหมือนกัน อ้าว ทีนี้เลยได้มาสี่ใบซะงั้น 555555555555 ตอนแรกว่าจะใช้วิธีให้คนใดคนหนึ่งไม่ไปจ่ายตังค์ เป็นการทิ้งตั๋วที่กดได้มาไปง่ายๆ แต่จะทิ้งไปก็เสียดายที่อุตส่าห์ตื่นมาไฟท์ เพราะงั้นเลยลองไปหาแนวร่วมก่อน แล้วก็ได้แนวร่วมอีกสองคนมาอย่างง่ายดาย สรุปว่างานนี้ไปกันสี่คน เพิ่งเคยไปอีเวนท์กันเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้! เย็นวันนั้นหลังจากกดตั๋วได้ก็รีบไปจ่ายตังค์เซเว่นแล้วก็พบว่าได้ที่นั่งบลอค A มา ส่วนของจ.ซังได้บลอค D ซึ่งในตั๋วจะไม่ระบุที่นั่ง แค่จำกัดบลอคเฉยๆ เพราะงั้นพอถึงวันจริงก็ต้องไฟท์แย่งที่นั่งกันอีก

img_1855

หลังจากวันนั้นผ่านมาเดือนกว่าๆ ก็มาถึงวันนี้ซึ่งเป็นวันงาน!

จริงๆ แล้วควรย้อนไปก่อนหน้านี้ไม่กี่วันด้วย (ทำไมมีอะไรเยอะแยะมากกว่าจะเข้าเรื่องอีเวนท์ โอ๊ย 5555555555)

เนื่องจากมาเอโนะเป็นหนึ่งในนักพากย์ที่เราจัดไว้ในระดับ ชอบมากมากมากมากมาก (ไม่ใช่เมนเพราะเราไม่มีนักพากย์ที่ถือเป็นเมน มีแต่ 本命 ซึ่งก็มีหลายคนอีก 55555555 เอาเป็นว่าเป็นคนที่ชอบเป็นอันดับต้นๆ แบบถ้าจัดแรงกิ้งนักพากย์ที่ชอบตอนนี้ก็น่าจะติดท็อปไฟว์) พอมีโอกาสได้ไปอีเวนท์แบบนี้ก็เลยอยากจะหาขนมนมเนยและเขียนจดหมายไปให้ซะหน่อย ว่าแล้วก็เข้าเมืองไปหาซื้อกระดาษเขียนจดหมายที่ลอฟท์โดยพยายามหาลายที่คามิ้วคามิวที่สุด แม้คามิวจะไม่ใช่เมนเราในอุตะปุริ แต่ก็เป็นตัวละครของมาเอโนะที่เราชอบมากเป็นอันดับต้นๆ และชอบเพลงคามิวมากกกกกกกกก

โชคดีมากที่ช่วงนี้ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้ว ลอฟท์เลยมีสินค้าคริสต์มาสเยอะแยะเต็มไปหมด แล้วเราก็ได้กระดาษเขียนจดหมายที่โคตรจะคามิวมาในที่สุด!!

img_1821

ตอนแรกว่าจะซื้อของขวัญจากลอฟท์นี่แหละ แต่ไปเล็งๆ ของคริสต์มาสแล้วไม่ค่อยเข้าท่า มีแต่ของตกแต่งและน่าจะบุบสลายระหว่างเดินทาง เพราะงั้นไว้ไปหาซื้อของกินที่สนามบินใกล้ๆ หอดีกว่า

ที่จริงตอนไปลอฟท์บังเกิดไอเดียอย่างนึงตอนเดินผ่านโซนสแครปบุ๊กว่าเราจะทำสแครปบุ๊กให้อย่างยิ่งใหญ่ไปเลยดีมั้ย จะได้เป็นที่จดจำ แต่ล้มเลิกความคิดไปภายในสามวินาทีเพราะขี้เกียจ บวกกับถ้าจะทำจริงคงเปลืองตังค์มาก ต้องซื้ออุปกรณ์ตกแต่งโน่นนี่นั่นเยอะแยะและปรินท์รูปผู้ชายของมาเอโนะ(?)อีกสารพัด ไม่เอาดีกว่า เขียนจดหมายธรรมดาๆ นี่แหละ

พอถึงเย็นวันเสาร์ก่อนถึงอีเวนท์เราเลยเดินไปสนามบินเพราะคิดว่าคงมีขนมแพคเกจสวยๆ ราคาพอไหวให้เลือกซื้อ แต่ไปถึงสนามบินแล้วดันเรื่องมาก ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่โอเค จริงๆ พยายามเสิร์ชก่อนไปหาซื้อด้วยว่ามาเอโนะชอบกินอะไร แล้วก็พบว่าชอบกินของเผ็ด เบียร์ และแซนด์วิชซับเวย์……. จะซื้อเบียร์สิงห์ให้ก็ไม่รู้ต้องไปหาที่ไหน เลยเปลี่ยนแนวทางว่าจะซื้อขนมที่กล่องดูสีฟ้าๆ แบบสมเป็นคามิวดีละกัน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ต้องคุมโทนคามิวให้สุดไปเลย ซึ่งสนามบินไม่ค่อยจะมีแพคเกจสีคามิวโดนใจเท่าไหร่ จะซื้อโยกังที่เป็นของโปรดคามิวก็ไม่ได้แปลว่ามาเอโนะจะชอบ สุดท้ายเลยเดินออกมาจากสนามบินมือเปล่า ไม่ได้อะไรสักอย่าง

แต่ถึงกระนั้น! เรายังคงไม่ล้มเลิกความคิดอยากซื้อของไปฝาก พอถึงวันจริงเลยไปหาซื้อขนมที่อุเมดะกันก่อน จ.ซังไปซื้อช็อกโกแลตให้ไคโตะ เสร็จแล้วเราค่อยไปเดินในชั้นฟู้ดฮอลล์อย่างไร้จุดหมาย กะว่าเจออะไรหน้าตาคามิวๆ ก็ซื้อๆ ไปเถอะ ซึ่งสุดท้ายก็ลงเอยที่ขนมใส่โหล โหลละประมาณห้าร้อยเยน เราซื้อมาสามโหล อร่อยรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่แถบคาดมันเป็นสีฟ้าซึ่งคามิวดี ส่วนอีกสองโหลเป็นสีเหลืองก็ถือซะว่าเป็นสีฮิโระซามะสมัยยังเป็นศิลปินเดี่ยวไปละกัน แม้จะคิดว่ามาเอโนะคงไม่รับรู้ถึงเมสเสจลับนี้ก็ตาม 55555555555

ตอนถือไปจ่ายตังค์คนขายถามด้วยว่าเป็นของขวัญรึเปล่า พอบอกว่าใช่เค้าก็ควักถุงพลาสติกลายๆ ออกมาให้เลือก ลายที่ให้เลือกไม่มีสีฟ้าเลย ฮือ เราเลือกลายดอกซากุระมาแม้จะรู้สึกผิดฤดูกาลมาก 55555555555 พอเลือกลายแล้วเค้าก็ห่อให้อย่างดีพร้อมกับควักโบสีๆ ออกมาให้เลือกอีก! คราวนี้ก็ยังคงไม่มีสีฟ้า เลยได้สีเหลืองมาแทน และแล้วก็ได้ขนมสำหรับฝากมาเอโนะโดยสวัสดิภาพ เย้!

หลังจากนั้นก็กินข้าวเที่ยงที่อุเมดะ รวมพลกับม.ซังแถวนั้น แล้วม.ซังก็ไปซื้อช็อกโกแลตให้ไคโตะอีกเช่นกัน (งานนี้ไคโตะได้ช็อกโกแลตเยอะแค่ไหนเนี่ย 555555555) จากนั้นค่อยมุ่งหน้าไปมหาลัยโอเทะมาเอะกัน!

ไปถึงสถานีหน้ามหาลัยแล้วก็งงๆ กันนิดนึงเพราะไม่รู้ต้องออกทางไหนยังไง แต่พอเห็นว่าผู้หญิงคนข้างหน้าติดเข็มกลัดอะไรสักอย่างและห้อยสแตร็ปลูแปงที่มาเอโนะพากย์ก็โอเค เดินตามๆ เค้าไปเดี๋ยวก็ถึงที่หมายเอง

พอไปถึงมหาลัยแล้วก็เห็นเคาน์เตอร์อะไรสักอย่างที่มีสต๊าฟนั่งอยู่เลยไปสำรวจกัน ปรากฏว่าเป็นเคาน์เตอร์แจกบัตรคิวสำหรับคนมาอีเวนท์วันนี้นี่แหละ เราไปถึงตอนบ่ายกว่าๆ แล้วมั้ง จำเวลาไม่ได้ ปรากฏว่าได้คิว A134-A135 มาจ้าาา โอ้โห ทำไมทุกคนไฟท์มารับบัตรคิวกันเร็วมาก ไอ้เราไม่เคยมาอีเวนท์แนวนี้ก็ทำตัวไม่ค่อยจะถูก ไม่รู้นี่นาว่าต้องรีบมาขนาดไหน ฮือออออออ

img_1861

รับบัตรคิวเสร็จแล้วก็รอเวลาต่อคิวอีกทีบ่ายสามครึ่งโน่น ยังมีเวลาอีกมากมายก่ายกองเลยไปหาที่นั่งเขียนจดหมายกัน ของเราเขียนมาแล้วเสร็จสรรพ จำนวนตัวอักษรประมาณ 780 กว่าๆ (ตอนร่างใน word ได้เท่านั้น แต่พอเขียนจริงก็มีการเขียนเพิ่มนิดๆ หน่อยๆ) ใช้กระดาษเขียนจดหมายอันสวยงาม (คือภูมิใจกับกระดาษคามิวมากจริง 555555555) ไปสองแผ่น คิดว่าถ้าเขียนยาวกว่านั้นเค้าคงขี้เกียจอ่านละ นี่เขียนแค่สองหน้ายังไม่รู้เลยว่าจะอ่านมั้ย 5555555555 เนื้อหาส่วนใหญ่ของเราเป็นการพรรณนาถึงสารพัดตัวละครของมาเอโนะที่เราชอบ เน้นอุตะปุริ คิงปุริ สตามิว มีการตัดพ้อเล็กน้อยเรื่องตอนจบคอร์ด้ารูทโทโนะ กรี๊ดตัวละครอื่นๆ อีกมากมาย แล้วก็ขอบคุณที่มาเป็นนักพากย์ ขอบคุณที่พากย์บทเหล่านี้ ประมาณนี้ (จริงๆ อยากเขียนไปตรงๆ สั้น ง่าย กระชับ ว่า 大好きです!!プリライのチケットをください!! พอแล้ว แต่เค้าคงอ่านแล้วถอนหายใจแรงมากแบบเสียงหล่อๆ เราเลยต้องเขียนอย่างจริงจังกันนิดนึง)

ส่วนจ.ซังกับม.ซังเขียนให้ไคโตะด้วยฟิลเตอร์ของติ่งไฮคิว (นี่คือมาด้วยกันแต่คนละฟิลเตอร์กันอย่างแรง เพราะเราไม่ได้ดูไฮคิว 5555555555) ความที่เรามาเพื่อติ่งมาเอโนะ และสองคนนี้มาเพื่อติ่งไคโตะ วันนี้เลยมีคนพูดว่า สงสารไดกิเนอะ… เป็นระยะๆ 5555555555555 แต่นอกจากพวกเราแล้วไดกิคงมีคนชอบเยอะอยู่แล้วเลยคิดว่าไม่เป็นไรน่าาา มันช่วยไม่ได้นี่นาาาาา ขอโทษนะไดกิคุง TvT จริงๆ เราก็อยากจะเขียนอะไรให้เค้าเหมือนกัน แต่เราเพิ่งจะเจอผลงานเค้าจริงจังก็อุตะปุรินี่แหละ ไม่รู้จะเขียนอะไรให้จริงๆ แม้จะฟอลโล่ทวิตเตอร์เค้ามานานแล้ว (ว่าแต่ทำไมถึงฟอลโล่นะ จำไม่ได้…….) สุดท้ายในหมู่พวกเราก็มีจ.ซังเขียนจดหมายถึงไดกิหนึ่งฉบับถ้วน

ระหว่างรอเพื่อนๆ เขียนจดหมายรัก(?)เราก็นั่งถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อย

ตรงหน้าตึกที่เข้าไปนั่งเขียนจดหมายมีป้ายงานทอล์กขนาดเล็กๆ ติดอยู่หนึ่งใบแบบพอเป็นพิธี นอกนั้นก็ไม่มีอะไรบ่งบอกเลยนะว่าวันนี้มีงานทอล์กโชว์ของเซย์ยู บรรยากาศเป็นงานมหาลัยธรรมด๊าธรรมดา (เออสิ ก็มันเป็นงานมหาลัย……)

img_1852

และในเมื่อมาเพื่อติ่งมาเอโนะจึงต้องมีการนำพร็อพมาประกอบฉากกันสักเล็กน้อย

img_1857

จริงๆ แล้วยืมคามิวมาจากจ.ซังอีกที 5555555555 คือเราไม่มีกู๊ดส์คามิวอยู่ที่นี่เลยนอกจากเนนปุจิกับสแตร็ปอีกอันนึงซึ่งหาไม่เจอ เราเลยโยนๆ อย่างอื่นที่เป็นตัวละครมาเอโนะเท่าที่หาเจอตอนหนึ่งนาทีก่อนออกจากห้องติดกระเป๋าไป

ก็ไม่ได้พกพร็อพไปเยอะเท่าไหร่นะที่จริง…

img_1856

แต่สังเกตดูแล้วงานนี้คนมาร่วมงานไม่ค่อยมีกู๊ดส์ติดตัวยิ่งใหญ่อลังการประกาศศักดากันจริงจังเท่าไหร่ คงเพราะเป็นงานทอล์กทั่วๆ ไป ไม่ใช่งานของเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยแหละ แต่ละคนเลยมีของติดตัวแค่ชิ้นสองชิ้นพอให้รู้ว่าติ่งอะไร ส่วนพร็อพที่เราขนๆ ไปนี่ก็แค่หยิบมาถ่ายรูปเล่นนิดหน่อยแล้วก็เก็บ ไม่ได้เอามาติดกระเป๋าหรอกนะ…

และนี่! ขนมที่เราซื้อให้มาเอโนะ

img_1853

ตอนที่เลือกชนิดขนมแอบลังเลอยู่นานเพราะมันมีให้เลือกหลากหลายมาก แล้วจ.ซังก็กล่าวว่า ลูกอมเนี่ยดีนะ พากย์เสียงแล้วเจ็บคอก็หยิบมาอมได้ พอฟังแล้วเลยรู้สึกว่า เฮ้ย!!! ดูมีประโยชน์!! ดูคิดมาดีมาก!! ก็เลยเลือกลูกอมมาด้วย ชื่นชอบความมีประโยชน์นี้มาก (แม้ไม่รู้ว่าซื้อไปให้แล้วมาเอโนะจะกินเองรึเปล่าก็เถอะ 555555555)

อ้อ นอกจากถ่ายรูปและเล่นพร็อพแล้วยังมีภารกิจสำคัญอีกอย่างนึงคือ คิดคำถามสำหรับนักพากย์ทั้งสาม! ตอนไปรับบัตรคิวสต๊าฟจะให้กระดาษสำหรับเขียนคำถามมาคนละใบ ไหนๆ ก็มาแล้วเลยอยากลองส่งไปบ้าง เผื่อโชคดีเค้าเลือกไปถามคงฟินตัวแตกแน่ๆ (แถมฝันเฟื่องไปอีกว่าถ้าเค้าเกิดเลือกมาถามจริงแล้วเรียกหาให้ยกมืออีกนี่… ตายคาที่ชัวร์)

img_1858

พยายามคิดคำถามที่ไม่ธรรมดาแต่ก็ไม่คิโม่ยหรือเกรียนเกินไปอยู่นานมาก สุดท้ายเขียนไปว่า ตอนนี้มาเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ มีเรื่องที่อยากแนะนำให้ทำในระหว่างอยู่ญี่ปุ่นบ้างมั้ยคะ? (………ธรรมดาจัง 5555555555555) คือไม่รู้จะถามอะไรดีก็เลยลองคิดในแนวทางว่า งั้นก็ขอคำแนะนำจากเค้าดูแล้วกัน แน่นอนว่าใบคำถามของเราวงชื่อมาเอโนะไปแหละ

และเนื่องจากพี่ก.ซึ่งเป็นแนวร่วมอีกคนหนึ่งตามมาทีหลังและไม่มีคำถามอะไรจะถามเป็นพิเศษ เราเลยมีกระดาษคำถามเหลืออีกใบนึง ใบนี้เขียนเอามันส์ทั้งชื่อ ที่อยู่ และคำถาม พอส่งรูปให้เพื่อนที่ไม่ได้มางานนี้ดู เพื่อนถึงกับบอกว่า “จูนิมาก” ดังนั้นเราจะไม่เปิดเผย ณ ที่นี้หรอกนะ 555555555555

พอใกล้ๆ บ่ายสามครึ่งพี่ก.ก็มาสมทบแล้วไปต่อแถวกัน เดินไปเห็นแถวแล้วตกใจ คนต่อแถวกันเยอะมากกกกกกกกก เวลาต่อจะแยกเป็นแถวของบลอค ABCD แล้วก็ไล่ตามลำดับบัตรคิว ต้องไปเดินหาตำแหน่งคิวตัวเองกันเอาเอง ถึงตรงนี้ต้องแยกทีมกันแล้วเพราะได้ที่นั่งคนละบลอคกัน เรามาอยู่แถวบลอค A กับม.ซัง ระหว่างรอก็เมาท์โน่นนี่นั่นกันไปบ้าง แอบสังเกตพร็อพคนอื่นบ้าง เจอติ่งอุตะปุริเยอะแยะเลย!

พอสี่โมงครึ่งสต๊าฟจะเรียกให้ทยอยเข้าไปในโรงยิมทีละแถว แถวเราได้เข้าก่อน ไปถึงหน้าโรงยิมจะเจอสต๊าฟคอยฉีกบัตรให้ ถัดมาอีกนิดจะเจอกล่องสำหรับใส่ของให้ทั้งสามคน

กล่องมาเอโนะมีคนหย่อนแต่จดหมายเยอะเลย คนหย่อนถุงของขวัญก็เยอะ! ป๊อปจริง หมั่นไส้! (อ้าว)

หย่อนของเสร็จแล้วก็พุ่งเข้าไปในโรงยิม พอถึงตอนนี้ทุกคนจะรีบร้อนมากจนสต๊าฟต้องคอยตะโกนบอกว่าอย่าวิ่งนะค้าาา แต่เราเป็นคนท้ายๆ ของบลอค A แล้ว เข้าไปถึงก็ไม่มีที่ให้เลือกมากมายนักหรอก สุดท้ายได้แถวที่ 8 ของบลอค A มา เป็นที่นั่งกลางๆ ค่อนไปทางซ้ายเมื่อหันหน้าเข้าหาเวที ซึ่งนี่มันใกล้มากนะ!!! ทำไมปีนี้ได้ดูอีเวนท์ใกล้ๆ เยอะดีจัง!!!! นี่ใช้ดวงทั้งชีวิตหมดไปในปีนี้แล้วรึเปล่าเนี่ย!!!!!????

ในโรงยิมหน้าตาไม่เหมือนโรงยิมเลย เป็นโรงยิมที่เล็กกว่าที่คิดไว้มากๆ บรรยากาศจะทึมๆ หน่อยเพราะมีม่านสีน้ำเงินติดอยู่รอบด้าน หน้าตาเหมือนอยู่ในไลฟ์เฮาส์มากกว่าโรงยิมมหาลัยซะอีก

ช่วงก่อนเริ่มงานในโรงยิมจะเปิดเพลงคาแรกเตอร์ซองก์ของแต่ละคนไปเรื่อยๆ ซึ่งเราฟังแล้วก็รู้จักแต่เพลงมาเอโนะ 55555555 ตอนที่อินโทรเพลงเซชุนเคาท์ดาวน์ของสตามิวดังขึ้นมานี่เราถึงกับหันไปกรี๊ดใส่ม.ซังว่า เพลงสตามิว!!!!!!!!!! พอฟังท่อนแรกก็กรี๊ดอีกเพราะเป็นเวอร์ชั่นคุงะโซโล่!!!!!!! แล้วอีกสองเพลงถัดจากนั้นก็เป็นเพลง RADIANT MIND จากสตามิวอีกเช่นกัน โอยยยยย กรี๊ดเยอะมากตั้งแต่งานยังไม่เริ่ม 55555555555 ที่จริงแอบลุ้นว่าจะมีเพลงคามิวมั้ย แล้วสุดท้ายก็ไม่มี……. แต่มีคาแรกเตอร์ซองก์ของลูแปงจาก Code:Realize ด้วยนะ!

หลังจากนั้นเมื่อบลอค ABCD เข้ามานั่งกันครบองค์ประชุมแล้ว ไฟก็ดับลง! เสียงดนตรีดังขึ้น! พิธีกรสาวออกมาทักทายพร้อมกับบอกว่าปิดๆ มือถือซะนะทุกคน ห้ามถ่ายรูป ห้ามสูบบุหรี่นะ เอ้า ขอเชิญพบกับนักพากย์ทั้งสามในวันนี้ค่าาาาาาาาาาา แล้วทั้งสามคนก็เดินออกมา แล้วเราก็เห็นหน้ามาเอโนะแบบใกล้ๆ แล้วเราก็……. ตายอย่างเป็นสุข ††┏┛愚民の墓┗┓††

แต่เดี๋ยวสิ เรายังตายไม่ได้นะ ต้องฟื้นกลับมาดูอีเวนท์ก่อน!! พอได้สติกลับมาก็นั่งจ้องหน้ามาเอโนะเยอะมาก ไม่รู้จะได้เห็นใกล้ๆ แบบนี้อีกทีเมื่อไหร่ ต้องเปิดโอกาสให้ดวงตาได้อิ่มเอมกับมาเอโนะที่อยู่นอกจอเต็มที่สิ!!! (เอาจริงนี่เราเฉยๆ กะหน้าตาเค้ามากเลยนะ …….จนกระทั่งวันนี้ 55555555555)

อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งการยืนตอนแรกคือมาเอโนะไปยืนไกลจากฝั่งเราที่สุด แป่ววววววว ถัดมาเป็นไดกิ ไคโตะ แล้วก็พิธีกร พิธีกรเริ่มจากให้ทักทายทีละคน

ช่วงทอล์กนี่จำได้แบบงงๆ เบลอๆ อีกแล้ว จำไม่เคยได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหลัง รู้แต่มาเอโนะน่ารักจังเลยยยยยยยยยยยยยยยย (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

ขำการที่มาเอโนะทักทายว่า「今日は茨城県民の日!(วันนี้เป็นวันชาวอิบารากิ)」ฟังดูน่ารัก ดูมีความสำนึกรักบ้านเกิด (จุดนี้พูดอะไรก็น่ารักหมด) แล้วมาเอโนะก็เล่าว่าเนี่ย พอมาอยู่กับอีกสองคนแล้วรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้ เพราะตอนอยู่บนแท็กซี่ไดกิกับไคโตะเอาแต่นั่งเล่นเกมมือถือและคุยกันอย่างเมามันส์ตลอด แต่มาเอโนะไม่ได้เล่นเกมนี้ (เกมชาโดว์อะไรสักอย่าง เราก็ไม่รู้จัก…) ก็เลยนอนอยู่เงียบๆ ฟังแล้วสงสารมาเอโนะ 5555555555 ดูเป็นตาลุงที่มาอยู่ท่ามกลางเด็กๆ 5555555555555

ตอนมาเอโนะเล่า ไดกิกับไคโตะก็ทำหน้ากระตือรือร้นบอกว่าเกมสนุกมากเลยนะ!!!! แล้วไคโตะก็เดินมาด้านหน้า พูดกับผู้ชมว่า ทุกคนจงไปเล่นเกมนี้ซะ!!! ….ท่าทางจะชอบมากจริง

ตอนก่อนงานเริ่มเรางงมากว่าทำไมงานนี้ถึงชวนเมมเบอร์นี้มาเหรอ สามคนนี้ดูไม่มีจุดร่วม พอถึงช่วงทักทายนี่จึงพบว่าทั้งสามคนก็งงๆ เหมือนกัน 555555555 ทุกคนบอกว่าเคยเจอกันแบบแยกๆ กันนะ ไม่เคยเจอสามคนแบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกเลย ว้าว!!

ทักทายกันเสร็จแล้วพิธีกรก็จะโยนคำถามรัวๆ คุ้นๆ ว่าช่วงแรกเนี่ยคำถามเกี่ยวกะท้องถิ่นจะเยอะหน่อย อย่างเช่นถามมาเอโนะว่าเป็นคนอิบารากิแล้วมีคำภาษาถิ่นอิบารากิที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักมั้ย มาเอโนะเลยแนะนำคำว่า「ごじゃっぺ」ซึ่งแปลได้ประมาณว่า บ้า โง่ ทึ่ม ไดกิกับไคโตะฟังแล้วก็หันมาชี้หน้ากันเองว่า ごじゃっぺ!! ตลกมาก 5555555555555 ที่ร้ายกว่านั้นคือไคโตะเดินมาชี้หน้าคนดูแล้วพูดว่า 「みんなごじゃっぺ!」 แล้วคนดูก็กรี๊ดดดดดด 555555555555 ม.ซังที่นั่งข้างข้าพเจ้าถึงกับบอกว่า “ดีใจจัง โดนด่าแล้ว!!” (ถ้ามาเอโนะพูดว่า 愚民 เราก็คงมีรีแอคชั่นแบบเดียวกัน 5555555555)

แล้วพิธีกรก็ถามเรื่องความทรงจำเกี่ยวกับงานโรงเรียนว่าเป็นไงกันบ้าง ไคโตะตอบคนแรกเลยว่า “ไม่มี” ฟังดูเศร้า 55555555 ไคโตะบอกว่าตัวเองไม่ค่อยไปร่วมงานอะไรแบบนี้ แต่มีอยู่ครั้งนึงเคยเป็นพิธีกรในงานประกวดมิสคอนเพราะเพื่อนชวนก็เลยไปช่วย ซึ่งงานนี้ไคโตะพูดอยู่คนเดียว เพื่อนแทบไม่พูดอะไรเลย เช่นพูดว่า ลำดับต่อไป ขอเชิญผู้ประกวดหมายเลขขขขข ไรงี้ (ไคโตะพูดพร้อมทำท่าทางประกอบเสมือนอยู่ในงานนั้นจริง) แต่ปรากฏว่าพอมาดูรูปถ่ายงานนั้นแล้วดันไม่มีรูปตัวเองเลยสักใบ มีแต่รูปเพื่อนคนที่ไม่ได้พูดซะงั้น!! เป็นความทรงจำในงานโรงเรียนที่เศร้าจัง 555555555555

ส่วนของไดกิ!! รายนี้เจ๋งมาก!!! ไดกิบอกว่าเคยแต่งหญิงในงานโรงเรียน (ผู้ชมกรี๊ดกันดังมาก) พอไดกิบอก ไคโตะก็ถามรายละเอียดว่าใส่อะไรยังไงบ้าง แบบไดกิบอกว่าใส่ชุดนักเรียน ไคโตะก็ถามว่าเป็นชุดกะลาสีเหรอ (ทำไมท่าทางอยากรู้ยิ่งกว่าแฟนเกิร์ล 5555555555) ไดกิเล่าว่าใส่เครื่องแบบนักเรียนแล้วข้างในเป็นชุดว่ายน้ำโรงเรียน พับกระโปรงขึ้นมาสั้นมาก ใส่ถุงเท้าขาว พอเล่าเสร็จไคโตะก็หันมาบอกผู้ชมว่า เอ้า ทุกคนหลับตาแล้วจินตนาการดูนะครับบบบบ ตลกมาก 55555555555555

ของมาเอโนะธรรมดากว่าเยอะ ออกร้านขายโมจิกับเพื่อนในห้อง แต่โรงเรียนมาเอโนะมีแยงกี้เยอะก็เลยไม่ค่อยมีใครช่วยงานเท่าไหร่ (ทำไมเรานึกถึงซากาโมโต้ตอนงานโรงเรียน 555555555555) แล้วพอวันจริงพวกแยงกี้ก็มาช่วย มาเอโนะเลยรู้สึกว่าพวกแยงกี้เท่มากและสนิทกันมากขึ้นนิดนึง เล่าแล้วมาเอโนะก็พูดเลียนแบบแยงกี้พร้อมทำท่าประกอบด้วย น่ารัก!!!!!!

แล้วไปไงมาไงไม่รู้ พิธีกรหญิงสุดเทพ (ชอบพิธีกรมาก มีความเข้าใจแฟนเกิร์ลอย่างดี) ก็บอกให้แต่ละคนพูดว่า 「めっちゃ好きやねん」คือบอกรักเป็นคันไซเบ็ง คนแรกคือไคโตะ ไคโตะยืนพูด めっちゃ好きやねん รัวๆ อยู่คนเดียวเป็นการซ้อมก่อน เสร็จแล้วก็ทำท่าทางตั้งอกตั้งใจ หันไปบอกไดกิว่าช่วยรับบทเป็นคนฟังให้หน่อยสิ ไดกิก็รู้งานดีมาก รีบทำท่ายืนเอียงอาย ทำแก้มป่องถามว่า “คิดยังไงกับฉันกันแน่!” พอไคโตะตะโกนว่า めっちゃ好きやねん!! ทั้งสองก็โผเข้ากอดกัน ผู้ชมก็ฮิ้วววววววววววกันไป ส่วนตาลุงมาเอโนะยืนขำอยู่เงียบๆ

ถัดมาเป็นตาของมาเอโนะ เพราะไคโตะบอกว่าอยากให้มาเอโนะซังพูดก่อน ยังติดภาพไดกิแต่งหญิงที่คิดเมื่อกี้อยู่ ยังไม่อยากฟัง 5555555555555 คราวนี้ไดกิก็ยังคงต้องรับบทฝ่ายหญิงอยู่ ส่วนมาเอโนะจะบอกด้วยเสียงนิ่งๆ หล่อๆ ไม่ได้โหวกเหวกแบบไคโตะ พอพูดเสร็จก็โผเข้ากอดกันอีก ไดกิเรียกมาเอโนะว่า โทโมอากิ♥ ด้วย!! โอย ไดกิคุง แลกที่กันมั้ย ทำไมชีวิตดีมาก อิจฉาริษยาเหลือเกิน 555555555555555555

พอถึงตาไดกิ คราวนี้ไคโตะกับมาเอโนะมาช่วยกันรับบทเป็นคนฟัง แล้วสองคนนี้เล่นละครว่าแย่งไดกิกัน 55555555555 เราขำมากไม่ไหวแล้ว 555555555555 แล้วพอไคโตะบอกว่า เลือกมาสักคนสิ!! ไดกิก็บอกว่า “เลือกไม่ได้หรอก!!!” ก่อนจะร้อง めっちゃ好きやねん เป็นทำนองเพลงอะไรสักอย่าง บ้าบอมาก 55555555555555

และหลังจากขำขันกันเยอะมากก็เข้าโหมดจริงจังพอเป็นพิธีกันแป๊บนึง พิธีกรบอกว่างานนี้อาจจะมีคนที่อยากเป็นนักพากย์มาฟังด้วย อยากให้แต่ละคนเล่าว่าทำไมถึงมาเป็นนักพากย์ (จ.ซังกล่าวในภายหลังว่า งานนี้คงไม่มีคนอยากเป็นนักพากย์มาหรอก แต่คนที่เล็งตัวนักพากย์ไว้น่ะเยอะเลย) 

เรื่องแรงบันดาลใจนี่เราว่าถ้าเป็นแฟนๆ ของแต่ละคนอยู่แล้วก็คงพอรู้มั้ง อย่างของมาเอโนะเล่าว่าตั้งใจจะเป็นนักพากย์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเพราะพี่สาวอยากเป็น และตัวเองก็ชอบดราก้อนบอล สนใจอาชีพนี้เพราะดราก้อนบอล อันนี้เราก็ฟังมาหลายรอบละ แต่ของอีกสองคนเราไม่เคยรู้มาก่อน

ไคโตะบอกว่าตัวเองชอบอนิเมะอยู่แล้ว ตอนมัธยมก็อยู่ชมรมการแสดงด้วย สรุปคือมาเป็นเพราะชอบนี่แหละ ส่วนไดกิเล่าว่าตัวเองชอบดิสนีย์มากกกกกกกกก โดยเฉพาะอาละดิน ตอนเด็กๆ ประทับใจจินนี่เวอร์ชั่นพากย์ญี่ปุ่นมากกกก แบบดูฉากจินนี่ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆ รอบก็เลยอยากเป็นนักพากย์ พิธีกรเลยถามว่าเคยเจอยามาเดระซังที่พากย์เป็นจินนี่มั้ย ไดกิตอบว่าไม่เคย!! และไม่รู้ด้วยว่าถ้าวันนึงได้เจอแล้วจะเป็นยังไง เดาปฏิกิริยาตัวเองไม่ถูกเหมือนกัน ฟังแล้วก็อยากให้ไดกิคุงได้เจอไอดอลตัวเองในเร็ววันนะคะ สู้ๆ!!

มีคำพูดนึงของมาเอโนะที่เราชอบมาก น่าจะอยู่ในช่วงจริงจังนี่แหละมั้ง คือมาเอโนะพูดประมาณว่าช่วงไล่ตามความฝันบางทีก็เคยท้อเหมือนกันนะ แต่เพราะตัวเองฝันอยากเป็นนักพากย์มาตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็เลยไม่เคยยอมตัดใจ บางที 根拠のない自信 ก็สำคัญเหมือนกัน ว้าว ฟังแล้วชอบมากเลย มีสาระดีจัง!!

แล้วโหมดจริงจังก็จบลงเพียงเท่านี้ 555555555 เป็นช่วงเวลาจริงจังที่สั้นมาก หลังจากนั้นพอเข้ามุมคำถามจากผู้ชมก็จะเริ่มเล่นตลกกันอีก มุมนี้จะให้จับฉลากคำถามขึ้นมาจากในกล่อง ซึ่งเราว่าในกล่องนั้นคงผ่านการคัดกรองจากสต๊าฟมาแล้วอีกทีแหละ เพราะพิธีกรสามารถบอกได้ว่ามีคำถามแนวไหนเยอะ (ขำมากที่บอกว่า มีคำถามเกี่ยวกับเนื้อเยอะเป็นพิเศษ 5555555555 ไดกิคุง!! 555555555555)

เราจำไม่ได้แล้วว่าคำถามแรกสุดคืออะไร แต่รู้สึกจะเป็นคำถามจริงจัง ไม่แน่ใจว่าใช่ข้อที่ถามว่า ตัวละครที่คิดว่าพากย์ยากที่สุดเท่าที่เคยพากย์มาคืออะไร รึเปล่า สมมติว่าเป็นข้อนี้ละกัน (เป็นรีพอร์ทที่ 適当 มาก 5555555555)

ข้อนี้ทั้งสามคนดูคิดนาน มาเอโนะตอบว่าบทในเรื่องโตโชคังเซนโซ เพราะสมัยนั้นยังไม่เคยพากย์บทเด่นๆ ในอนิเมะเลย มีแต่งานพากย์หนังมากกว่า พอมาพากย์เรื่องนี้เลยไม่รู้จะทำยังไงดี คิดอยู่นานว่าจะใช้เสียงแบบไหนยังไง แต่สุดท้ายพอคนเขียนเรื่องนี้บอกว่าพากย์ในแบบของตัวเองไปนั่นแหละดีแล้ว มาเอโนะก็สบายใจขึ้น

ส่วนไดกิบอกว่ายากทุกบทเลย แต่ช่วงนี้บทที่รู้สึกว่าเป็นการชาเลนจ์ใหม่ๆ แบบเป็นบทที่ไม่เคยได้รับมาก่อนคือบทชิออนในอุตะปุริ ซึ่งไดกิบอกว่าตอนพากย์แล้วเครดิตขึ้นมาเป็นชื่อตัวเองเนี่ย ถ้าคนดูเห็นแล้วตื่นเต้นตกใจก็จะดีใจมากๆ เลย

ว่าแต่ไคโตะตอบข้อนี้ว่าอะไร เราจำไม่ได้ ฮือออออออออออ ไคโตะคุง พี่ขอโทษษษษษษษ

ถึงจะจำข้อแรกไม่ได้ แต่ข้อสองนี่จำแม่นมาก ถามว่า ความสัมพันธ์แบบเพื่อนระหว่างชายหญิงมันเป็นไปได้มั้ยคะ? พอฟังคำถามแล้วทั้งสามคนก็บอกว่า ทำไมจู่ๆ มีคำถามอะไรแบบนี้เนี่ย คือมันขัดกับข้อแรกมากๆ 555555555555555

ไคโตะตอบว่าไม่ เพราะไคโตะเป็นคนประเภทที่ถ้าผู้หญิงใจดีด้วยจะเผลอชอบ (ตอนพูดว่า 好きになっちゃう มีการก้มหน้าก้มตาทำท่าเหนียมอายด้วย 555555555555) มาเอโนะตอบแบบมี 大人の余裕 (โอ๊ย หมั่นสั้ยยยยย) ประมาณว่าสมัยอายุ 20 ก็คิดงั้นแหละ แต่พออายุปูนนี้แล้วก็เป็นเพื่อนกับผู้หญิงได้ตามปกติธรรมดานะ เพื่อนในสังกัดเดียวกันก็มีเยอะแยะ ส่วนไดกิคุงก็บอกว่ามีเพื่อนผู้หญิงที่ไม่คิดอะไรด้วยเหมือนกัน แบบว่าเป็นติ่งดิสนีย์เลยมีเพื่อนติ่งเยอะแยะ สมัยเรียนก็ทำตั๋วปีดิสนีย์แลนด์ไว้แล้วไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ (ฟังแล้วนึกถึงซานริโอ้ดันฉิ 55555555555 แต่ไดกิคุงเป็นดิสนีย์ดันฉิตัวจริงเสียงจริง!!!) 

พอมาเอโนะกับไดกิตอบว่าเป็นไปได้ ไคโตะเลยเปลี่ยนใจบอกว่า งั้นขอตอบว่าเป็นไปได้ด้วยละกัน โอ๊ย อะไรของเค้าาา 555555555555555

หลังจากนั้นก็มีอีกหลายข้อ จำลำดับไม่ค่อยได้ละ แล้วคำถามก็จับฉ่ายมาก บางอันเราก็จำไม่ได้ว่ามันอยู่ในคอร์เนอร์นี้หรือเป็นคำถามของพิธีกรตอนแรกสุดกันแน่ อย่างเช่นมีข้อนึงถามว่าอยากไปที่ไหนในคันไซ แล้วไดกิตอบว่า USJ มาเอโนะก็กระตือรือร้นว่าอยากไปๆๆๆ (กรี๊ดดดดดดด ไปด้วยยยยยยยยยยย!!!) พอไดกิถามว่านั่งเครื่องเล่นหวาดเสียวได้มั้ย มาเอโนะก็ตอบด้วยสีหน้า 余裕 (อีกแล้ว) ว่า สบายมาก คือกระดี๊กระด๊ากันสองคน ในขณะที่ไคโตะไม่สนใจ USJ เลย 5555555555555

แล้วก็มีถามว่า คำพูดที่ผู้หญิงพูดด้วยแล้วจะดีใจคืออะไร ไคโตะตอบว่า「変だよね (แปลกคนเนอะ)」พอฟังแล้วไคโตะจะรู้สึกว่า อาา เรามันแปลกจริงๆ ด้วย (คือดีใจกับอะไรแบบนี้เหรออออ 5555555555555) ของไดกิคือเวลากินข้าวด้วยกันแล้วผู้หญิงพูดว่า อร่อยเนอะ ก็จะดีใจ เป็นคำตอบที่ฟังแล้วรู้สึกว่า ฮั่นแน่ มีแฟนแล้วใช่มั้ยล่าาาาาาา คำตอบโคตรเรียจูเลย 555555555555

ส่วนของมาเอโนะเราชอบมาก 555555555555 มาเอโนะบอกว่าเคยโดนเพื่อนผู้หญิงในสังกัดเดียวกันบอกว่า「前野くんは変態だけど、クズじゃないよね (คือประมาณว่ามาเอโนะคุงเนี่ย ถึงจะลามกแต่ก็ไม่ใช่…. แปลว่าไรดี เศษสวะ? หรอกนะ)」

และคำถามข้อที่เทพสุดๆ ถามว่า มาเอโนะซังเคยพากย์โอโตเมะเกมมาเยอะแยะ มีบทพูดที่รู้สึกว่าอยากเอามาใช้ในชีวิตจริงบ้างมั้ยคะ?

มาเอโนะฟังคำถามข้อนี้แล้วคิดหนักมาก ระหว่างคิดก็พูดอุบอิบว่า ไม่น่ามีนะ ส่วนไคโตะกับไดกิก็ยืนยิ้มกริ่มเพราะตัวเองไม่โดนถาม พิธีกรเลยบอกว่าไม่ต้องหัวเราะเลย เดี๋ยวจะให้ตอบเหมือนกัน (ไนซ์ค่ะ พิธีกรซัง!)

สุดท้ายมาเอโนะก็บอกว่า ไหนๆ เมื่อกี้ก็เปิดคาแรกเตอร์ซองก์ของตัวละครนี้แล้ว งั้นก็ขอเลือกอันนี้ละกัน 「お手をどうぞ、マイレディ (ส่งมือมาสิ มายเลดี้)」โอ้โหวววววววววววววววววววว ตายยยยยยยยยยยยยยย เราตายไปเลยยยยยยยยยยยย กรี๊ดเยอะมาก กรี๊ดแบบ literally แบบส่งเสียงกรี๊ดเหมือนนั่งรถไฟเหาะอยู่ โรงยิมงี้สั่นสะเทือนไปหมด ฮืออออออออออออออออ ไม่คิดว่าจะได้มาฟังมาเอโนะพูดด้วยเสียงของลูแปงในงานนี้ (;___;) เขินแบบหัวใจจะระเบิด แถมตอนพูดมีการเก๊กหน้ายักคิ้วหลิ่วตานิดๆ ด้วย เขินไปก็หมั่นไส้ไป ฮุ้ยยยยยยยย (////ω////)

ไคโตะฟังมาเอโนะแล้วก็ทำท่ากุมใจ บอกว่า เคยฟังในโอโตเมทปาร์ตี้แหละ! ฮือออออออ โอโตเมทปาร์ตี้ที่เราสมัครไปแต่ไม่ได้ตั๋ว (;___;) เราอุตส่าห์สมัครเพื่อไปหาลูแปงเลยนะ!! แม้จะวืดแต่ก็ได้มาเจอลูแปงในงานนี้!!! ถึงจะแค่ประโยคเดียวแต่มันก็พอให้เรานิพพานแล้ว อาาาาาาาา /กราบท่านมาเอโนะโทโมอากิ

จริงๆ เรานึกว่างานนี้มีโอกาสได้ฟังบทพูดคามิวเยอะสุด (คิดไปเองว่ามาเอโนะน่าจะพราวลี่พรีเซนท์คามิว 555555555) ปรากฏว่าหวยออกที่ลูแปงเฉยเลย เซอร์ไพรส์มากกกกกกกกกกกกกก ฮืออออออออออออ

พอมาเอโนะตอบเสร็จก็ถึงตาไคโตะ ไคโตะเลือกบทพูดจากเกม 忍び、恋うつつ ซึ่งไคโตะอธิบายว่าตัวละครของตัวเองปกติจะเป็นคนพูดจาเสียงนิ่งๆ แต่พอโดนใช้คาถาใส่แล้วจะเผยด้านเหยาะแหยะออกมา ซึ่งบทพูดที่ไคโตะเลือกคือ「私を嫌いにならないで (อย่าเกลียดฉันเลยนะ)」ไคโตะพูดพร้อมกับทำท่าคร่ำครวญไปด้วย จัดว่าอินมาก 55555555555555

ส่วนไดกิบอกว่าตัวเองไม่ได้พากย์อะไรแบบนี้ งั้นขอเลือกบทพูดจากการ์ตูนแก๊กแล้วกัน คือ「子供作ろう (มาผลิตลูกกันเถอะ)」ประโยคนี้มีทั้งคนฟังแล้วกรี๊ดและฟังแล้วก๊าก เราเป็นฝ่ายหลัง ขำเยอะมาก 5555555555555555

หลังจากนั้นก็มีคำถามว่า เวลากลั้นร้องไห้ควรทำยังไงดีคะ? (ทำไมแฟนเกิร์ลถึงเอาอะไรแบบนี้มาปรึกษานักพากย์เหรอ หืม 55555555555555) พิธีกรเลยถามว่าปกติร้องไห้กันบ้างมั้ย

ไคโตะบอกว่าล่าสุดร้องไห้ตอนดูหนังเรื่อง 聲の形 (อันนี้เราก็เกือบร้องไห้!) ส่วนมาเอโนะพูดอย่างเรียบง่ายว่าตัวเองร้องไห้บ่อยมาก อย่างเช่นตอนดูดราก้อนบอลถึงฉากเบจิต้าระเบิดตัวเอง (เอ่อมมมมมมมมม 5555555555555555) หรืออย่างตอนไปงานแต่งงานเพื่อน มาเอโนะก็เกือบน้ำตาไหลตอนที่เจ้าสาวอ่านจดหมายของพ่อแม่ เวลาแบบนั้นมาเอโนะเลยพยายามนึกหน้าพ่อแม่ตัวเองเพื่อกลับมาสู่ความจริงแล้วจะกลั้นร้องไห้ได้เอง พอได้ยินแล้วไดกิเลยรีบแจมบอกว่าเห็นด้วย! เวลานึกหน้าพ่อแม่หรืออยู่กับพ่อแม่แล้วจะร้องไห้ยากขึ้นเยอะเลย อย่างเวลาดูหนังกับพ่อแม่ ต่อให้ซึ้งแค่ไหนก็จะไม่ร้องไห้ การนึกหน้าพ่อแม่เวลาอยากร้องไห้เลยเป็นวิธีที่ดีมาก

ส่วนวิธีกลั้นร้องไห้ของไคโตะคือ เดินเงยหน้าร้องเพลง 上を向いて歩こう ไคโตะพูดแล้วร้องเพลงพร้อมทำท่าประกอบให้ดูด้วยนะ 55555555555555555

มีคำถามข้อนึงมาแบบงงๆ คือถามไดกิกับไคโตะว่า 前野さんにこれだけは? พอหยิบได้คำถามนี้ทุกคนก็งงๆ เลยมีผู้ชมคนนึงซึ่งน่าจะเป็นคนเขียนคำถามตะโกนบอกว่า 「これだけは言いたい!(เรื่องนี้เท่านั้นที่อยากบอกไว้!)」ไคโตะเลยหันไปพูดกับมาเอโนะอย่างเป็นงานเป็นการว่า「お世話になりました」แล้วไคโตะกับมาเอโนะก็เข้าโหมดรำลึกความหลังถึงตอนที่ร่วมงานกันครั้งแรก สองคนนี้ไม่ยอมบอกว่าเรื่องอะไร แถมบอกว่าพูดชื่อผลงานไม่ได้ด้วยเหตุผลบางประการอีกต่างหาก แต่มีคำใบ้คือเป็นอนิเมะเมื่อประมาณหกปีก่อน พวกพระเอกออกเดินทางกัน แล้วในกลุ่มพระเอกมีมาเอโนะอยู่ด้วย (พยายามไปเสิร์ชแล้วแต่ยังคงหาไม่เจอว่าเรื่องอะไร) ตอนนั้นไคโตะใส่ชุดนักเรียนมาอัดเสียง แต่ก็ทำได้ดีมากจนมาเอโนะรู้สึกประทับใจ ส่วนเราฟังแล้วก็ประทับใจมาเอโนะโหมดรุ่นพี่!! ปกติไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ เห็นแต่โหมดรุ่นน้อง 555555555555

ส่วนไดกิบอกมาเอโนะว่า ขอโทษที่ใส่ถุงเท้าดราก้อนบอลด้วยความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ ครับ!!! อันนี้ตลกมาก ต้องเกรงใจมาเอโนะเรื่องดราก้อนบอลขนาดนั้นเลย 5555555555555555

เหมือนจะมีอีกหลายข้อแต่นึกไม่ออก ฮืออออออ (รีพอร์ทนี้น่าจะเก็บรายละเอียดได้แค่ประมาณ 60%) ทุกครั้งที่จับคำถามลุ้นมากว่าจะโดนของเรามั้ย แล้วก็ไม่โดนเลย 555555555 พอจบมุมคำถามจากผู้ชมก็จะเข้าช่วงแจกของ!!! มีการจับฉลากแจกลายเซ็นลงบนถุงใส่กล่องเบนโตของมหาลัยนี้ด้วย โอ้ยยยยยยย เลอค่ามากให้ตายเถอะ แต่จับฉลากไปก็ไม่โดนบลอค A เลยสักนิด แป่วววว คนได้ไปต้องโชคดีแค่ไหนกัน ฮือออออออ

การจับฉลากนี้จะจับโดยใช้เลขบัตรคิวตอนแรกนั่นแหละ จับเสร็จแล้วก็จะให้ผู้โชคดีออกไปยืนรอหน้าเวที บอกชื่อกับสต๊าฟ แล้วสต๊าฟจะไปบอกชื่อกับทั้งสามคนอีกทีนึง ระหว่างเซ็นชื่อก็ให้ผู้โชคดียืนรอหน้าเวทีนั่นแหละ โอยยยยยยยยยย อยากเป็นลมตายแทนผู้โชคดี ได้ไปยืนหน้าเวทีแบบโคตรจะใกล้ชิด ได้ลายเซ็นอีก แถมมาเอโนะเดินมาโค้งขอบคุณแบบใกล้สุดๆ อีก โอยยยยยยยยยยยย ถ้าเป็นเรานะ ไม่ต้องกลับบ้านแล้ว ตายอยู่ตรงนั้นแหละ (แต่คนที่น่าอิจฉาที่สุดในงานนี้คือเหล่าสต๊าฟ ฮือออออออ)

แอบขำไคโตะตรงที่พอเค้าเซ็นเสร็จแล้วก็แสยะยิ้มบอกว่า “ทำให้ใช้ยากขึ้นแหละ ฮ่าๆ!!” ม.ซังจึงหันมาถามว่า ใครจะกล้าใช้เหรอ!? นั่นสินะะะ ของแบบนี้ใครจะใช้คะ!? มีแต่จะยกขึ้นหิ้งเอาไว้จุดธูปกราบไหว้!! เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้าน!!!

แล้วสุดท้ายก็ให้ทุกคนพูดอำลากันคนละนิดหน่อย มาเอโนะบอกว่าวันนี้เพิ่งเคยมาจังหวัดเฮียวโกะครั้งแรกในชีวิต! ส่วนไดกิบอกว่าได้มาออกงานสามคนแบบนี้เป็นครั้งแรกสนุกดี รู้สึกได้ค้นพบว่าพออยู่ด้วยกันสามคนแล้วจะเป็นแบบนี้นี่เอง …และไคโตะ เราจำไม่ได้อีกแล้วว่าพูดอะไร ตึงงงงงง 5555555555 ความทรงจำส่วนไคโตะและไดกิขาดหายไปเยอะมากเพราะเรามัวแต่นั่งจ้องมาเอโนะจนลูกตาแทบจะลอยไปติดเสื้อเขาละ และจากการจ้องตลอดเวลาทำให้เราพบว่าเวลามาเอโนะฟังคนอื่นพูดนี่ไม่ค่อยยิ้มเท่าไหร่นะ หน้าตาจริงจังมาก มีขำบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่เวลาพูดกับคนฟังก็มียิ้มเซอร์วิสอยู่บ้าง ตอนพูดลาเสร็จแล้วยิ้มน่ารักมากเลยฮือออออออออออออออออออ

แต่ถึงความทรงจำส่วนของอีกสองคนจะพร่าเลือน เราก็ประทับใจสองคนนี้มากเลยนะ!! เพิ่งรู้ว่าอิชิคาวะ ไคโตะเป็นคนตลกมากมายมหาศาลขนาดนี้ แม้บางทีจะร้ายกาจไปหน่อย คอยทำท่าล้อเลียนไดกิตลอดเวลา แย่มาก 55555555555 แต่เราว่าเค้าตลกแบบมีความสามารถที่จะตลก คือรู้จังหวะเล่น เหมาะจะเป็นพิธีกรมากๆ ม.ซังกล่าวว่ารายการวิทยุไฮคิวของเค้าก็ตลกมากกกกกกกก (วันนี้เราโดนฮาร์ดเซลล์ไฮคิวเยอะมาก 55555555555)

ส่วนไดกิคุงก็น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกก เวลายิ้มและหัวเราะคือโลกนี้สุดแสนจะสดใส แล้วไดกิมองมาแถวๆ บลอค A บ่อยมาก เราเลยได้มโนว่าสบตากับไดกิบ่อยมากๆ ตอนอำลาก็มาโบกไม้โบกมืออยู่นาน ตอนมาโบกมือคือน่ารักมาก!!!!!!!!!!!!!!!!! 天使ですかあなたは!!!!! จนตอนนี้ยังไม่ค่อยอยากเชื่อเลยว่าไดกิแก่กว่าเราอีก 5555555555 เป็นคนที่เห็นแล้วอยากเรียกว่าน้องแต่ไม่สามารถเรียกได้เพราะเค้าอาวุโสกว่า แต่ทำไมน่าเอ็นดูขนาดนี้!!

หนึ่งในจุดที่เราอยากกราบพิธีกรคือ เค้าจะให้ทั้งสามคนสลับตำแหน่งการยืนเป็นพักๆ เค้าบอกว่าผู้ชมคงอยากเห็นทั้งสามคนจากหลายๆ มุม ตอนแรกมาเอโนะฟังแล้วก็ทำเป็นเก๊กท่าหมุนตัวให้ดู ทุกคนรวมทั้งเราจึงกรี๊ดหนักมาก ฮือออออออออ ทำไมเท่!!! แล้วพอถึงตอนที่มาเอโนะสลับมายืนฝั่งเรา เราก็ตายเป็นรอบที่สิบล้าน คร่อกกกกกกก มาเอโนะะะะะะะะะะ ชีวิตนี้ไม่รู้จะได้เจอใกล้ๆ แบบนี้อีกรึเปล่า ฮืออออออออ ปลื้มปริ่มเหลือเกินนนนนนนนนน (;___;) ขำตอนที่ไคโตะสลับไปยืนตรงกลางแล้วเค้าบอกว่า “ตรงกลางเนี่ยเหงาเกินคาดนะ” เพราะตรงกลางเป็นทางเดิน 55555555555555

พองานจบแล้วออกมากรี๊ดกับม.ซังและจ.ซังเยอะมาก อีเวนท์ยาวแค่ชั่วโมงเดียวแต่กรี๊ดกันได้ไม่หยุดหย่อน (ส่วนพี่ก.ขอตัวกลับไปก่อน) ไปนั่งกินข้าวกันต่อก็ยังคงกรี๊ดกันต่อเนื่อง ทุกคนเอาแต่เพ้อว่า “เค้าน่ารัก” “เค้าน่ารักมาก” แม้ว่าเค้าของพวกเราจะเป็นคนละเค้ากันก็ตาม 55555555555555

ตอนไปกินข้าวลุ้นกันมากว่าไดกิคุงจะลงรูปรวมมั้ย (เพราะเป็นคนเดียวที่มีทวิตเตอร์……) แล้วไดกิคุงก็ลงรูปนี้

อ้าววววววว ไดคิง!!! ทำไมทำอย่างนี้ล่ะ 555555555 รูปนี้สต๊าฟก็ลงไง ไม่เอาาา เอารูปรวมมาาาาา!! วันนี้ไดกิแต่งตัวน่ารักมากเลยนะ ลงรูปหน่อยสิ!!!!

หลังจากนั้นเราก็กลับห้องด้วยความมุ่งมั่นมากว่าจะจองโฟโต้บุ๊กมาเอโนะ แล้วก็พบว่ามันยังไม่เปิดจอง 5555555555555 ยังไม่มีรายละเอียดอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแค่ประกาศว่าเดี๋ยวจะออกโฟโต้บุ๊กนะ จบ บ้าจริง!! อุตส่าห์กระตือรือร้นมาก ที่จริงตอนรู้ว่าจะออกโฟโต้บุ๊กก็ไม่ได้อยากได้เลยนะ ปกติก็ไม่ได้กรี๊ดหน้าตามาเอโนะเป็นพิเศษอยู่แล้ว ชอบเสียงกับนิสัยล้วนๆ แต่วันนี้เราจ้องมาเอโนะจนเห็นเค้าหล่อขึ้นเรื่อยๆ แล้วเนี่ย 55555555555 โฟโต้บุ๊กมาเมื่อไหร่เจอกันค่ะ!!

ทั้งนี้ทั้งนั้น จบงานแล้วรู้สึกคิดถูกจริงๆ ที่ได้เขียนจดหมายบอกความในใจให้มาเอโนะไปสองหน้า แม้ว่านั่นจะเป็นแค่ 10% ของความในใจก็ตาม แค่ได้เขียนว่า ขอบคุณนะคะที่มาเป็นนักพากย์! ก็พอใจละ (≧ω≦)

แล้วเจอกันในปุริไลฟ์นะคะ มาเอโนะซัง! ไดกิคุง! (ยังไม่ได้ตั๋ว พูดเอาฤกษ์เอาชัยไว้ก่อน 555555555) ส่วนไคโตะคุง เดี๋ยวเจอกันผ่านจอในอีเวนท์ไฮคิวนะคะ!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s