Kalafina Arena LIVE 2016 @Kobe World Memorial Hall

ไปดูไลฟ์ของสามสาว Kalafina ที่โกเบตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมา ล่วงเลยมาสองอาทิตย์กว่าแล้ว พอจะมาเขียนรีพอร์ทเก็บไว้ก็รู้สึกลืมๆ รายละเอียดไปเยอะ แต่คิดว่ารอบที่เราไปดูคงไม่ลงแผ่นมั้ง รอบที่จะลงแผ่นคงเป็นรอบบุโดคัง เพราะงั้นเลยอยากเขียนเท่าที่จำได้

kalafina_arena2

อารีน่าไลฟ์คราวนี้จัดทั้งหมดสี่รอบ ที่โกเบสองรอบ ที่บุโดคังอีกสองรอบ รอบที่เราไปเป็นรอบแรกสุด จัดที่ 神戸ワールド記念ホール (Kobe World Memorial Hall) เราไปออกตั๋วก่อนคอนเสิร์ตเริ่มไม่กี่ชั่วโมง ได้ที่นั่งอารีน่ามาก็ดีใจโดยอัตโนมัติว่า เย้! อารีน่า! แต่เอาเข้าจริงที่นั่งอารีน่าก็ใช่ว่าทุกที่จะใกล้เวทีอยู่ดี ดีใจไปก็เท่านั้น (-_-;)

kalafina_arena1

ตอนเดินทางไปสถานที่จัดไลฟ์ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย ไปถึงด้วยความหิวโหย พอจะเดินหาคอนบินิก็หาไม่เจอเลย คอนบินิแถวนั้นปิดหมด (ไม่รู้เกี่ยวกับการที่วันถัดมามีประชุม G7 แถวนั้นด้วยรึเปล่า หรือแค่ปิดเพราะเจ๊ง หรือยังไง) สุดท้ายเลยไม่ได้กินอะไรสักอย่าง ทำได้แค่กดกาแฟจากตู้ขายน้ำมาขวดนึง แล้วก็เดินเล่นสำรวจรอบฮอลล์รอเวลา

kalafina_arena3

ด้านหน้าฮอลล์จะมีโซนขายของอยู่มุมนึง คนมุงๆ กันไม่เยอะเท่าไหร่ ถ้าจะซื้อของก็เข้าไปซื้อได้แบบไม่ต้องลำบากลำบนต่อแถวนาน แต่ของบางชิ้นก็หมดไปแล้วแหละ งานนี้เราไม่ได้ซื้อสักอย่างเพราะเจียมเนื้อเจียมตัว ต้องเก็บเงินไว้ซื้ออย่างอื่นอีกเยอะแยะ ขอโทษนะสามสาว TvT

ส่วนอีกมุมของฮอลล์จะมีซุ้มรับสมัคร Fiction Junction club ซึ่งเราว่าจะสมัครตั้งนานแล้วก็ยังไม่ได้สมัครซะที พออยู่แถวนี้แล้วไม่รู้ว่าสมัครไปจะคุ้มมั้ย ถ้าสมัครก็คงทำเพื่อให้ได้ตั๋วไลฟ์ง่ายขึ้น แต่ไลฟ์ไม่ได้มาจัดแถวนี้บ่อยๆ นี่นา คิดดังนั้นแล้วก็เลยไม่สมัครต่อไป บายยย

เรานั่งรออยู่แถวๆ ซุ้มรับสมัครแฟนคลับจนใกล้ๆ ห้าโมง สต๊าฟก็เรียกคนได้ที่นั่งอารีน่าไปต่อแถวก่อน (ที่นั่งอารีน่านี่มันมีอภิสิทธิ์ดีจัง 5555555) พอถึงตรงนี้เริ่มตื่นเต้นขึ้นมาละ เพิ่งนึกได้ว่าครั้งล่าสุดที่เจอสามสาวคือตอนงาน AFA ปีที่แล้วนู่นเลย ผ่านมาตั้งปีกว่าๆ แล้ว ตอนแรกอยากเขียนจดหมายให้ทั้งสามคนด้วย หรืออย่างน้อยก็เขียนให้ฮิคารุ (จริงๆ เราชอบเคโกะมากที่สุด แต่อยากเขียนให้ฮิคารุเพราะมีเรื่องจะเขียนให้มากสุด) แต่เราเพิ่งกลับมาจากไทยเลยไม่มีเวลาเขียน ก่อนหน้านั้นตอนอยู่บ้านก็มัวแต่กินแหลกและนอนอืดเลยไม่ได้เขียน ไว้ไลฟ์หน้าจะเขียนให้นะคะทุกคน T_T

ตอนเข้าไปนั่งที่ตัวเองนี่แหละที่เพิ่งจะเริ่มกระตือรือร้นขึ้นมา (จากที่ก่อนหน้านั้นโมโหหิวและเซ็งที่หาคอนบินิไม่เจอ) ความที่รีบพุ่งไปต่อแถวตั้งแต่สต๊าฟตะโกนครั้งแรกๆ  เราเลยได้เข้าไปนั่งคนแรกของโซนนั้น ที่นั่งเราอยู่ริมทางเดิน ไม่ใกล้เวทีแต่ก็ไม่ไกลลิบโลกอะไรขนาดนั้น อยู่ประมาณกลางๆ อารีน่า แต่ว่ากันตามตรงแล้วไม่พอใจที่นั่งตัวเองเท่าไหร่ เพราะพอถึงเพลงมันส์ๆ แล้วทุกคนลุกขึ้นยืนกัน คนที่อยู่แถวหน้าๆ เราจะบังเคโกะบนเวทีมิดเลย พี่จะตัวสูงไปไหนคะ! (ทีหลังเราต้องใส่ส้นสูงไปดูไลฟ์มั้ย ป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ แต่เราคงไปบังคนข้างหลังและกลายเป็นคนโดนสาปแช่งแทน…)

ระหว่างนั่งรอให้ไลฟ์เริ่มก็จะมี BGM ฝีมือป้ายูกิให้ฟังตามเคย แต่คราวนี้คนข้างหลังเราคุยกันมันส์มากจนเราไม่ได้ฟังเพลงเลย 55555555 คนที่นั่งหลังเราเป็นผู้ชายสองคนที่คุยกันด้วยภาษาสุภาพ แต่เค้าเมาท์เรื่องเฟทซีโร่กันระเบิดเถิดเทิงมาก คนนึงเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่และพูดถึงตัวละครด้วยลักษณะต่างๆ เช่น ผู้ชายตัวใหญ่ๆ คนที่สีทองๆ ผู้หญิงผมขาวๆ ส่วนอีกคนที่ท่าทางกูรูสุดๆ ก็จะคอยตอบชื่อกับอธิบายว่าใครพากย์ มีฉากไหนน่าจดจำบ้าง ได้ยินแล้วอยากหันไปเมาท์ด้วย 5555555555

ส่วนคนที่นั่งข้างๆ เราเป็นลุงกับป้ามาด้วยกันสองคน จะว่าไปแล้วระหว่างนั่งรอเวลาไลฟ์เริ่มนี่เราเพิ่งรู้สึกว่าแฟนๆ Kalafina เนี่ย…… สูงวัยเนอะ………. คือสังเกตดูแล้วไม่ค่อยมีเด็กๆ วัยมัธยมเท่าไหร่ และวัยลุงๆ ป้าๆ นี่ก็มากันเยอะมิใช่น้อย

พอหกโมงนิดๆ ในฮอลล์ก็ดับไฟ แล้วสักพักเคโกะก็ออกมาคนแรก!! คราวนี้ไม่ได้ออกมาโค้งให้ทีละคนแล้วค่อยร้องเพลงเหมือนไลฟ์บุโดคังคราวก่อน แต่เคโกะออกมาถึงก็มาร้องเพลงเลย!

ก่อนเมาท์ แปะเซ็ทลิสท์ก่อนละกัน

アレルヤ
believe
(MC)
storia
星の謡
neverending
胸の行方
ring your bell
(MC)
夏の朝
追憶
red moon
Magia[quattro]
to the beginning
(MC)
blaze
destination unknown
identify
signal
音楽
(MC)
into the world

Encore
in your eyes
One Light
(MC)
光の旋律
far on the water

เพลงแรกสุดคืออาเลลูย่า เคโกะมาร้องเพลงแบบอะแคปเปล่าคนเดียว มีแสงสว่างเรืองรองสาดส่องสวยสดงดงามดุจนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ โฮวววววววว ท่านเคโกะของข้าาาาาาาา (;___;) แล้วสักพักวากานะกับฮิคารุก็ออกมาร้องด้วย ฮือ มายแองเจิลลลลส์ ทุกคนเสียงดีมวากกกกกกกกกกกกกก จริงๆ รู้สึกว่าเลยจุดที่จะต้องชมสามสาวว่าเสียงดีไปนานแล้ว แต่ก็ดีจริงๆ อะะะะ ไม่ชมได้ไง ทำไมทุกคนถึงเจ๋งขนาดนี้ เพลงแรกยังไม่จบก็แทบลงไปกราบแล้ว (;__;)

ดีใจมากที่เพลงแรกเป็นเพลงนี้ เพราะ AFA ปีที่แล้วเราไม่ได้ฟังเพลงนี้แค่เพลงเดียว เหมือนได้ดูไลฟ์เชื่อมต่อจากคราวนั้นเลย

พอถัดมาเพลงที่สองเป็นเพลง believe ก็อยากกรี๊ดเยอะมาก แต่ดูไลฟ์วงนี้ต้องสำรวม 55555555 เราเลยได้แต่กรี๊ดในใจ นั่งฟังเงียบๆ พร้อมกับพยายามกลั้นน้ำตา สำหรับเราแล้วเพลงวงนี้เป็นอะไรที่เวลาฟังแบบไลฟ์แล้วน้ำตาจะรื้นอย่างห้ามไม่อยู่หลายเพลงมากๆ ของเค้าดีจริง T_T

นอกจากกรี๊ดสามสาวแล้วยังแอบกรี๊ดวงดนตรีด้านหลังด้วย ไฟบนเวทีเพิ่งเปิดให้เห็นวงดนตรีตอนเพลงที่สองนี่แหละ ตื่นเต้นมากที่คราวนี้มีเพอร์คัชชั่นด้วย! ดูไลฟ์วงนี้มีหลายรอบยังไม่เคยฟังแบบมีเพอร์คัชชั่นสดๆ เลยสักรอบ แถมคนโนะซังยังพาวงคนโนะฮิโตชิสตริงส์มาอีก! ฮืออออออ ดีใจจังที่มีเชลโล่สดๆ ให้ฟัง วงสตริงส์น่ารักกันมากๆ เพลงไหนที่ตัวเองไม่ต้องเล่นแต่มันส์มากก็จะช่วยกันเอาไม้มาโบกสนุกสนาน 55555555

หลังจากนั้นอีกสี่เพลงเราก็ฟังด้วยจิตใจที่นิ่งสงบยิ่งขึ้น ที่จริงเราชอบเพลง storia มากกกกกกกก แต่ฟังแบบไลฟ์บ่อยแล้วเลยไม่ค่อยตื่นเต้นตกใจเท่าไหร่

จนกระทั่งมาถึงเพลง ring your bell เท่านั้นแหละ โอ้โห ตายค่ะตาย วิญญาณออกจากร่างไปเลย มาถึงแล้วซึ่งแดนสุขาวดี เพลงนี้เป็นเพลงที่เราชอบที่สุดในอัลบั้มfar on the water และเป็นเพลงที่อยากฟังมากที่สุดในคราวนี้เพราะไม่เคยฟังแบบไลฟ์มาก่อนเลย ก่อนไลฟ์เริ่มก็ลุ้นมากว่าจะร้องมั้ย แล้วพออินโทรขึ้นปุ๊บ… น้ำตามาอีกแล้ว (;___;)

ring your bell เวอร์ชั่นนี้พิเศษตรงที่ครึ่งแรกจะร้องประกอบเปียโนอย่างเดียว ส่วนครึ่งหลังถึงจะใช้ดนตรีเหมือนฉบับดั้งเดิม ประทับใจการอะเรนจ์นี้มาก และเพลงนี้คีย์สุดท้ายของวากานะสุดยอดมากกกกกกกกกกกกก เราไม่มีความรู้เรื่องการร้องเพลงหรอก แต่คีย์นั้นเจ๋งมากจริง ปกติเราจะรู้สึกแค่ว่าทุกคนร้องโคตตตตรรรรรรรเพราะ แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกว่า พระเจ้าาาาาา!!!!!!!!!!!! (ทำไมเป็นการอธิบายที่ดูไม่ช่วยอะไร)

เราชอบ ring your bell เวอร์ชั่นนี้มากจนไม่เปิดฟังเวอร์ชั่นออริจินอลไปหลายวันเลย อยากเก็บเวอร์ชั่นนี้ไว้ในหัวให้นานที่สุด ไม่รู้ว่ารอบบุโดคังอะเรนจ์แบบเดียวกันมั้ย อยากฟังอีกจัง (;___;)

เพลงถัดๆ มาที่กรี๊ดมากคือ red moon เราชอบเพลงนี้มาก และเป็นเพลงที่ไม่ได้เจอในไลฟ์บ่อยขนาดนั้น พอเพลงนี้ขึ้นมาก็อยากกรี๊ดเยอะมากอีกเหมือนกัน เป็นเพลงที่เวลาฟังสดมันเหมือนวิญญาณโดนสะกดอยู่กับที่ แล้วเอฟเฟคต์บนเวทีก็อลังการงานสร้างมาก แดงเถือกกกกก ทุกสิ่งทุกอย่างบนเวทีในชั่วขณะที่สามสาวร้องเพลงนี้มันทรงพลังมากๆ

พูดถึงเอฟเฟคต์เวที เราว่าคราวนี้เอฟเฟคต์ดูทุ่มทุนสร้างและตั้งใจทำมาก ไม่ใช่ว่าปกติดูไม่ตั้งใจนะ แต่คราวนี้มันมีอะไรว้าวๆ เยอะดี อย่างมีเพลงนึง จำไม่ได้ว่าเพลงไหน เอฟเฟคต์เป็นน้ำกระเด็นๆ แล้วจังหวะที่น้ำกระเด็นจะตรงกับที่เคโกะสะบัดมือพอดีเป๊ะ สะบัดไปทางซ้าย น้ำกระเด็นทางซ้าย สะบัดขวา น้ำกระเด็นขวา อะไรประมาณนี้ เจ๋งดี

ส่วน Magia เวอร์ชั่นนี้ก็ดี แต่ดีแบบ อืม ดี…. ดีตามมาตรฐานสามสาว (แปลว่าดีมากมากมากมาก) ยังไม่ถึงขนาดประทับใจเท่ารอบบลูเดย์ อันนั้นคือ Magia ที่พีคที่สุดแล้วสำหรับเรา ส่วนคราวนี้ไม่แม่มดเท่าคราวก่อนๆ ดูซอฟท์กว่ารอบบลูเดย์เยอะ แต่ฮิคารุเล่นใหญ่มากกกกกกกกกกกกก ชอบตรงนี้ คือฮิคารุจะอยู่กลางเวทีแล้วทำหน้าหวาดหวั่นพรั่นพรึงตื่นตระหนกตลอดเวลา อารมณ์ประมาณสาวน้อยที่กำลังกลัวแม่มด ส่วนวากานะกับเคโกะตอนแรกๆ จะแยกกันไปร้องคนละมุมเวที แล้วช่วงกลางๆ เพลงค่อยกลับมาตรงกลางแล้วทำเหมือนเป็นแม่มดคอยรุมฮิคารุอีกทีนึง แบบเคโกะเข้าไปกอดคอฮิคารุจากด้านหลังแล้วทำหน้าจิกๆ ไรงี้ เป็น Magia ที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวดี ดูมีสตอรี่ (เราชอบสีหน้าเคโกะเพลงนี้มาก)

ถัดๆ มาอีกจะเป็นเซ็ทโยกๆ มันส์ๆ มีแค่เพลง blaze ที่เพิ่งเคยฟังไลฟ์ครั้งแรก ก็มันส์ดี จบ 55555555 เพลงนี้ฟังครั้งแรกเราเฉยมาก แต่ฟังกรอกหูไปเรื่อยๆ ก็ค่อยๆ ชอบขึ้นมาเอง ได้มาฟังแบบไลฟ์ก็ดีใจเหมือนกัน

มีช่วงนึงที่จบ MC แล้วฮิคารุบอกว่าต่อไปนี้เราจะมันส์กันมากนะคะ ทุกคนสแตนด์อัพ! (ฮิคารุกล่าวอย่างร่าเริงแจ่มใสพร้อมทำมือประกอบ) คุ้นๆ ว่าน่าจะเป็นก่อนเพลง blaze นี่แหละมั้ง แถมก่อนร้องเพลงนี้ฮิคารุยังบอกด้วยว่าเดี๋ยวจะร้องเพลงใหม่ ตอนแรกแอบว้าวววววว!!!!!!!! เพราะนึกว่าหมายถึงซิงเกิ้ลที่ยังไม่ออก ก่อนจะนึกได้ว่าเพลงใหม่คงหมายถึง blaze สินะ แล้วก็ใช่จริงๆ 55555555 (จะว่าไปแล้วเรายังดองอัสลานเซนคิไว้ไม่ได้ดูต่อซะที ฮือ เด็งกะะะะ)

หลังจากนั้นเราชอบตอนเพลง signal แล้วต่อด้วย 音楽 มากกกกกกกกก ก่อนไลฟ์เริ่มเชื่อว่ายังไงก็ต้องมีเพลงใดเพลงนึงในสองเพลงนี้แหละ แต่ไม่คิดว่าจะเอาทั้งสองเพลงมาต่อกัน ดีงามเหลือเกิน ขอกราบวากานะในเพลง signal แรงๆ ปลื้มมากมากมากมากมาก

เพลงสุดท้ายก่อนอังกอร์คือ into the world เพลงนี้ก็เพราะมากกกกกกกกกกกกก เราชอบทุกเพลงที่ประกอบรายการฮิสทอเรีย เพลงนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ฮีลลิ่งมาก ประทับใจมากมากมากมากมาก แต่ยังประทับใจไม่เท่า ring your bell นะ

ส่วนเซ็ทอังกอร์เราชอบ 光の旋律 มากที่สุด อาคางิซังมาเล่นฟลุ๊ตให้ฟังสดๆ อีกแล้ว สรุปเป็นขาประจำไปแล้วสินะคะ เมื่อก่อนยังเป็นเกสท์อยู่เลย (รู้สึกแบนด์เมมเบอร์ของสามสาวจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็ดีแล้ว)

ตอนเริ่มอังกอร์สามสาวออกมาจากตรงกลางอารีน่าแล้วเดินไปหน้าเวที ตอนนั้นเรามองไม่เห็นเลยเพราะคนอื่นๆ บังหมด ต้องอาศัยมองจอเอาแทน เสียดายนิดนึงที่เรานั่งติดทางเดินอารีน่าแท้ๆ แต่ไม่มาเดินผ่านกันบ้างเลย ว้า (´・_・`)

ชอบการที่ปิดท้ายด้วย 光の旋律 กับ far on the water นะ เป็นการปิดไลฟ์ที่สงบสุขสวยงามดีมาก ถ้าปิดด้วยเพลงมันส์ๆ อาจจะอารมณ์ค้างมากกว่า 55555555555

ตอนจบเพลงสุดท้ายแล้วทุกคนออกมาโค้งขอบคุณกันเสร็จแล้ว วงดนตรีกลับไปหลังเวทีแล้ว สามสาวก็ยังวิ่งไปวิ่งมาขอบคุณผู้ชมกันสนุกสนานแบบไม่มีท่าทีเหนื่อยล้าใดๆ เอาจริงๆ เราเริ่มคิดแล้วว่าสามคนนี้ไม่ใช่มนุษย์ บางเพลงทั้งวิ่งทั้งแดนซ์กระจาย แต่เสียงร้องเพลงไม่มีหลุดเลย เพราะกว่าในซีดีด้วยซ้ำ แล้วอารีน่านี้เสียงดีมาก เราชอบมาก!

ก่อนลงจากเวทีสามสาวไปยืนมุงๆ กันตรงมุมนึงของเวที แล้ววากานะก็ก้มไปเขียนอะไรสักอย่าง ส่วนเคโกะกับฮิคารุคอยยืนบัง หลังจากนั้นก็ผลัดกันเขียนผลัดกันบัง พอสามสาวลงไปแล้วกล้องถึงซูมให้เห็น บนนั้นเขียนว่า「音楽は私達を繋いでくれる (ดนตรีเชื่อมโยงพวกเราเอาไว้)」พร้อมลายเซ็นทุกคน ตอนกล้องซูมให้เห็นขนลุกเลย ตื้นตันใจมากๆ ฮืออออออออออ ขอบคุณสำหรับเสียงดนตรีอันไพเราะนะคะ รักและติดตามเสมอนะ (;___;)

โดยรวมแล้วเราชอบเซ็ทลิสท์นี้มาก แต่เสียดายนิดนึงที่มีแค่ to the beginning ไม่มี 満天 เราชอบให้สองเพลงนี้มาคู่กันง่ะะะ แต่ได้ฟังทั้ง believe ทั้ง ring your bell คือดีงามมมม อยากให้มีเพลงเฟทเยอะๆ เพราะหลายๆ แห่งในโกเบเป็นต้นแบบของฉากในเฟท ตอนนั่งรถไฟไปสถานที่จัดงานก็นั่งผ่านสะพานสีแดงๆ ที่กิลสู้กับอเล็กซานเดอร์ด้วยนะเออ!

เมาท์ช่วงทอล์กบ้าง ตอน MC แรกสุดค่อนข้างมีพิธีรีตรอง พูดยินดีต้อนรับสู่ไลฟ์ด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ แต่พอ MC ครั้งหลังๆ จะเริ่มเฮฮาขึ้นมาละ

เคโกะบอกว่า theme ของไลฟ์คราวนี้คือดนตรีของ Kalafina กับการเดินทางของหัวใจทุกๆ คน คือเวลาฟังเพลงเนี่ย ในหัวใจคนฟังจะเกิดการเดินทาง แล้วไลฟ์นี้ก็จะพาหัวใจทุกคนเดินทางไปสัมผัสกับโลกต่างๆ (ประมาณนี้มั้ง จำได้แบบพร่าเลือน) หลังจากนั้นวากานะก็เล่าว่าเนี่ย เราสามคนสนิทกันก็จริง แต่เราสามคนชอบโลกที่ไม่เหมือนกันเลยค่ะ (違う世界が好き) ว่าแล้วแต่ละคนก็พูดว่าชอบโลกแบบไหนบ้าง ฟังดูเป็นคำพูดที่ยิ่งใหญ่ แต่เนื้อหาที่พูดจริงๆ คือทุกคนมาบอกเล่างานอดิเรกของตัวเอง 55555555555

ฮิคารุเล่าว่าตัวเองชอบเล่นพัซเซิลมาก เวลาเล่นจะใจจดใจจ่อสุดๆ อยากให้ทุกคนได้สัมผัสความเจ๋งของโลกพัซเซิลบ้าง ฮิคารุอยากให้ไปลองเล่นกันดู เคโกะบอกว่าชอบออกกำลังกาย เพราะมันมีประโยชน์ต่อการร้องเพลงด้วย

ส่วนวากานะบอกว่าชอบดูหนัง แล้วก็หันมาถามว่ามีใครชอบดูหนังบ้าง? ใครชอบดูอยู่บ้านเหมือนวากานะบ้าง? พอเคโกะถามว่าทำไมชอบดูอยู่บ้าน วากานะก็บอกว่าเวลาดูอยู่บ้านมันกดหยุดได้ กรอดูฉากที่ชอบซ้ำๆ ก็ได้ แล้ววากานะเนี่ยถ้าชอบเรื่องไหนก็จะดูซ้ำอยู่อย่างนั้น ดูจนจำบทพูดได้ แนวที่วากานะชอบคือ SF แฟนตาซี และหนังรัก ซึ่งถ้าเรื่องไหนมีทั้งสามอย่างก็จะยิ่งชอบมาก คราวนี้ใครสักคนเลยถามว่ามันมีด้วยเหรอ!!? เราฟังแล้วนึกถึงสตาร์วอร์สก่อนเลย 55555555 แต่วากานะบอกว่ามีนะ มีหนังเรื่อง Il Mare ของเกาหลีที่ฮอลลีวูดเอาไปรีเมค วากานะชอบเวอร์ชั่นฮอลลีวูดมากๆ (มันคือเรื่อง The Lake House นั่นเอง เรื่องนี้เราดูแล้วจะหลับ แต่คีนูรีฟส์หล่อมากเลยดูจบได้โดยไม่หลับ) แล้ววากานะก็เริ่มเล่าเรื่องย่อของหนัง เล่าจนเคโกะต้องห้ามแล้วบอกว่าพอเถอะ เดี๋ยวไม่จบ…..

MC ช่วงอังกอร์จะเป็นช่วงฮิคารุฮาร์ดเซลล์ ฮิคารุแนะนำกระเป๋าโดยบอกว่าจะใช้ภาษาถิ่นของโกเบให้สมกับที่มาโกเบ! แล้วฮิคารุก็อธิบายสรรพคุณกระเป๋า พูดไปสักพักก็บอกว่า อ๊ะ นี่มันภาษากลางชัดๆ เลยนี่นา ตึงงงงง 555555 คือฮิคารุก็พูดด้วยสำเนียงภาษากลางนั่นแหละ แต่แทรกคำภาษาถิ่นโกเบมาสองสามคำ พอแทรกมาทีคนก็เฮกันที พูดจบแล้ววากานะก็บอกว่าบางคำเหมือนกับภาษาแถบฟุคุโอกะที่เป็นบ้านวากานะเลย! แล้วสาวๆ ก็เล่าว่าเมื่อวานนั่งแท็กซี่แล้วลุงแท็กซี่ช่วยสอนภาษาโกเบให้ฟังเลยเอามาใช้ ฟังแล้วรู้สึกว่าน่ารักดีจัง ดูมีความใส่ใจในระดับท้องถิ่น

ทางด้านของคอสตูมนั้น ชุดตอนแรกกรุยกรายและรุ่มร่ามมาก เห็นแล้วมั่นใจว่าเดี๋ยวต้องมีการถอดบนเวทีแน่นอน แล้วก็มีจริงๆ พอถอดแล้วข้างในเป็นชุดขาวๆ แต่เราชอบความกรุยกรายของชุดแรกมากเลย สามสาวสะบัดแขนเสื้อได้แฟบูลัสมาก

ส่วนชุดตอนอังกอร์เป็นสีน้ำเงิน ชอบกางเกงยีนส์ฮิคารุตอนอังกอร์ สวยดี ซื้อได้ที่ไหนอ้ะ!? ฮิคารุใส่แล้วดู casual เป็นลุควันสบายๆ ของฮิคารุ ไม่เหมือนมาเล่นคอนเสิร์ตเลย 555555555

เคโกะลงรูปชุดไว้ในบล็อกด้วย → http://lineblog.me/kalafina/archives/65878064.html

จนไลฟ์แล้วอิ่มอกอิ่มใจมาก ขอบคุณวากานะ เคโกะ ฮิคารุ ขอบคุณนักดนตรีทุกๆ ท่าน ขอบคุณโปรดิวเซอร์คนเก่งที่แต่งเพลงเพราะๆ ให้สามสาวเสมอ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยย้ำเตือนอยู่เสมอว่าดนตรีคือสิ่งมหัศจรรย์และสวยงามแค่ไหน♥

kalafina_arena4

พบกันใหม่เดือนธันวานะคะสามสาว :)

2 comments on “Kalafina Arena LIVE 2016 @Kobe World Memorial Hall

  1. pied says:

    เราก็ชอบ believe กับ ring your bell ค่ะ ฮืออออออ อยากไปฟังอีกจัง ปีหน้ามาafathเถิดดดด😭😭😭
    blaze นี่ฟังตอนแรกไม่ได้ชอบเหมือนกันค่ะ แต่ฟังไปฟังมาก็ชอบละ ชอบกว่า one light นิดๆ ด้วย

    ปล. ไม่ค่อยเกี่ยว แต่พอเห็นคำว่าอารีน่า แล้วในหัวเราก็มีเสียงมรคบซังลอยตามมา 5555555

    Like

    • chutipuk says:

      เราก็ชอบ blaze มากกว่าค่ะ!! One light นี่ก็อีกเพลงที่ฟังตอนแรกแล้ว หืม…? แนวเพลงดูฉีกๆ ไปจากเพลงอื่น ต้องฟังไปเรื่อยๆ ถึงจะชอบ 5555555

      โรคหูแว่วได้ยินเสียงโมริคุโบะซังเวลาเห็นคำว่าอารีน่านี่เราก็เป็น 555555555 สงสัยเป็นอาการข้างเคียงจากการดูปุริไลฟ์มากไป……..

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s