Dinner time

ทริปโตเกียวรอบล่าสุดไป Swallowtail มาอีกแล้วววว คราวนี้รู้สึกว่าไม่ค่อยมีสตอรี่ชวนวี้ดว้ายเท่าไหร่ แต่ไปร้านนี้ทีไรจะรู้สึกอยากเขียนบันทึกเก็บไว้ เอาไว้ให้ตัวเองกลับมาค้นว่าเคยเจอพ่อบ้านคนไหนและเกิดอะไรขึ้นบ้าง 5555555

คราวนี้จองรอบ 18:50 ซึ่งเป็นรอบดินเนอร์ เป็นการไปกินดินเนอร์ครั้งที่สอง ก่อนหน้านี้เคยจองดินเนอร์ไปแล้วครั้งนึงโดยไม่รู้ว่าดินเนอร์มันแพงกว่า แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยจองอีกเลย…. คราวนี้จองดินเนอร์เพราะรอเพื่อนเลิกงาน จองโดยทำใจไว้แล้วว่ากินแพงกว่าปกติก็ได้ หลังจากรอบนี้ไม่รู้จะได้ไปอีกเมื่อไหร่ด้วย (;__;)

img_1519

เมมเบอร์คราวนี้มีสามคนประกอบด้วยเรา เยนลี่ และพี่บุ๊ค ซึ่งนอกจากเราแล้วทุกคนเพิ่งเคยไปครั้งแรก และการล่อลวงคนอื่นไปร้านนี้ครั้งแรกมักจะสนุกเสมอ!

ก่อนเข้าร้านก็เตือนเยนลี่เยอะมากว่าเข้าไปแล้วจะอยากขำ แต่ระวังอย่าหลุดหัวเราะต่อหน้าพ่อบ้านนะ เดี๋ยวพ่อบ้านเสียเซลฟ์ เยนลี่ (ผู้ไม่คุ ไม่ติ่ง ไม่ใดๆ ทั้งนั้น เป็นมนุษย์ปกติที่ไม่มีความสนใจในดินแดนแฟนตาซีของคุณหนู แต่โดนเราหลอกลวงมา) ก็อืมๆ รับทราบ และตกปากรับคำเป็นมั่นเหมาะว่าเดี๋ยวจะรับหน้าที่แอ๊วพ่อบ้านให้เองเพราะคงไม่รู้สึกเขินอะไรอยู่แล้ว แอ๊วได้สบายมาก

ปรากฏว่าพอไปถึงหน้าร้านแล้วเจอดอร์แมน (ซึ่งพี่บุ๊คบอกว่าหน้าตาเหมือนคนที่ชื่อแซมในวง TRF หลังจากนั้นก็เลยเรียกพ่อบ้านคนนี้ว่าพ่อบ้าน EZ DO DANCE กัน) ลุงดอร์แมนก็พูดว่า โอคาเอะรินาไซมาเสะ โอโจ้ซามะ เท่านั้นแหละ ทั้งเยนลี่ทั้งพี่บุ๊คเงียบกริบเพราะมัวแต่อึ้ง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน 5555555555555555

ลุงดอร์แมนถามว่าคุณหนูจะเอาเมนูภาษาอะไรครับ ทุกคนก็ตกลงกันว่าเอาภาษาอังกฤษไปละกัน ขี้เกียจอ่านคาตาคานะ (เหตุผลช่าง….. 555555555)

รอแป๊บเดียวลุงดอร์แมนก็เชิญให้เข้าประตู เข้าไปเจอหัวหน้าพ่อบ้านที่ไม่เคยเจอหน้ามาก่อน (และลืมชื่ออีกแล้ว มาร้านนี้กี่รอบๆ แทบไม่เคยจำชื่อหัวหน้าพ่อบ้านได้เลย) กับพ่อบ้านประจำโต๊ะเป็นหนุ่มแว่นน่าจะวัยประมาณสามสิบกว่าๆ หน้าตาธรรมดาๆ ชื่อฮายามิ!!!!! ได้ยินชื่อแล้วหูผึ่ง เพราะคืนก่อนหน้านั้นเพิ่งไปนอนโรงแรมที่คอลลาโบะกับคิงปุริมา แล้วเมนเราในคิงปุริคือฮายามิ ฮิโระ จบ หูผึ่งกันง่ายๆ อย่างนี้เลย

โต๊ะที่ได้คราวนี้คือโต๊ะสำหรับหกคนที่อยู่แถวกลางด้านในสุดของร้าน หน้าเตาผิงปลอมๆ ประดับด้วยกุหลาบสีน้ำเงินปลอมๆ พอได้นั่งโต๊ะนี้เราก็ตรัสรู้เลยว่าจริงๆ แล้วชอบนั่งโซนหน้าร้านที่อยู่แถวๆ ทางเข้าออกครัวมากกว่า แถวนั้นพ่อบ้านชุกชุมดีเหลือเกิน โซนหลังร้านนี่นานๆ จะมีพ่อบ้านมาส่งคุณหนูเข้าห้องน้ำสักที ขนาดพ่อบ้านประจำโต๊ะยังไม่ค่อยวนเวียนมาหาเลย มาเฉพาะเวลาเสิร์ฟอาหาร (ความจริงคือกว่าพ่อบ้านจะเดินมาถึงหลังร้านก็จะโดนคุณหนูโต๊ะอื่นๆ สั่นกระดิ่งเรียกไปอิ๊อ๊ะเยอะมาก เลยมาไม่ค่อยจะถึงหลังร้านกันเท่าไหร่ 5555555)

พ่อบ้านนำทางมาที่โต๊ะ เลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง สะบัดผ้าคลุมวางบนตักให้เสร็จแล้วก็หยิบเมนูมาอธิบายๆๆ ตามสูตร ระหว่างสเต็ปนี้ เยนลี่ที่นั่งข้างๆ เราและก่อนหน้านี้บอกว่าแอ๊วได้สบายมาก! ก็ตัวแข็งทื่อไปเรียบร้อยแล้ว 55555555555 หันไปเห็นแล้วเราถึงกับหลุดขำออกมาเอง พลังโจมตีของพ่อบ้านช่างร้ายกาจ!

รอบดินเนอร์คราวนี้เลือกเมนูเองไม่ได้เพราะบังคับสั่งเป็นคอร์สเสร็จสรรพ เลือกได้แค่อย่างเดียวคือของหวานที่อยู่ในคอร์ส คอร์สที่โดนบังคับสั่งคือ Catherine ในคอร์สประกอบด้วยออร์เดิฟ ซุป เมนดิชสองอย่าง และของหวาน ระหว่างกินทั้งคอร์สสามารถสั่นกระดิ่งเรียกพ่อบ้านมาเติมขนมปังฝรั่งเศสได้ไม่อั้น

catherine

จกรูปมาจากเว็บพ่อบ้านเช่นเคย

ตอนพ่อบ้านมาวางออร์เดิฟ ทุกคนเห็นปริมาณแล้วก็บ่นงึมงำกันว่าแค่นี้จะอิ่มเหรอเนี่ย ถึงจะมีหลายจานแต่จานละนิดละหน่อยแบบนี้ไม่น่าจะอยู่ท้องนะ แต่พอถึงตอนกินของหวานถึงกับโอดครวญกันว่ากินม่ายหวายแล้วววว มันดูเหมือนจะไม่เยอะแต่อิ่มเกินคาดมากนะ! (จริงๆ แล้วอิ่มขนมปังฝรั่งเศสที่กินไปสองชิ้นแหงๆ…) 

ตอนซุปมาเสิร์ฟ เยนลี่ตักกินไปคำนึงแล้วตาโตร้องว่า ฮื้มมม!! พอเราลองกินมั่งก็รีแอคชั่นเดียวกันเป๊ะ อร่อยตั้งแต่คำแรกที่เข้าปาก มันเป็นซุปเย็นที่ผลิตจากข้าวโพดฮอกไกโด อร่อยมากกกกกกกกกกก!!! ประทับใจสุดในคอร์สเลย รองลงมาชอบเมนดิชทั้งสองจานเท่าๆ กัน จานนึงเป็นปลาแซลม่อนราดซอสสมุนไพร อีกจานเป็นหมูคาโกชิมะราดซอสเห็ด อร่อยทั้งคู่ นานๆ ทีจะได้กินของคาวที่ร้านนี้ ปกติสั่งแต่ของหวาน ของคาวก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน (≧ω≦)

ส่วนของหวานที่เราเลือกเป็นเยลลี่ผลไม้ รสหวานๆ อมเปรี้ยวนิดหน่อย ชอบนะ แต่ยังไม่ประทับใจเท่าซุปข้าวโพด อันนั้นพีคตั้งแต่คำแรกจริงๆ นะ!

จบส่วนของอาหาร มาถึงส่วนของพ่อบ้านในวันนี้

ฮายามิซัง พ่อบ้านประจำโต๊ะเป็นพ่อบ้านแนวคุณลุงมาดดีสุภาพเรียบร้อย ไม่ค่อยมีการมาชวนคุณหนูคุยเท่าไหร่ ตอนมาเสิร์ฟก็มาเงียบๆ มาเติมน้ำก็มาเงียบๆ แต่มีช็อตนึงเราประทับใจมาก!!!!!!! คือเยนลี่ที่ไปด้วยกันเนี่ยมีการเซ็ตคาแรคเตอร์ว่าวันนี้ชั้นจะเป็นคุณหนูที่พูดญี่ปุ่นไม่ได้ เยนลี่เลยพูดอังกฤษกับพ่อบ้านตลอดเวลา (ทำไมแอดวานซ์มากทั้งที่ไปครั้งแรก คราวหน้าเราต้องเซ็ตคาแรคเตอร์ของตัวเองมั่งแล้ว) ตอนที่ฮายามิซังมาเติมน้ำให้เยนลี่ ฮายามิซังเลยพูดว่า “Excuse me, lady” ซึ่งมันว้าวมาก!!!!! คำว่าเลดี้นี่มันฮริ้งงงงกว่าโอโจ้ซามะอีกนะ!!! เป็นประโยคเดียวที่รู้สึกประทับใจฮายามิซัง 5555555555

โมเมนต์อื่นๆ ที่ได้สนทนากับฮายามิซังคือตอนที่เค้าเอาปลามาเสิร์ฟแล้วเยนลี่พูดว่า นี่วาซาบิเหรอ? เราเลยบอกว่าไม่น่าใช่วาซาบิมั้ง… พ่อบ้านได้ยินวาซาบิๆ ก็เลยอธิบายว่ามันคือซอสสมุนไพรงั้นงี้นะครับ ไม่ใช่วาซาบิครับ

ส่วนตอนที่ทั้งโต๊ะกำลังเอนจอยหมูคาโกชิมะอยู่ ฮายามิซัง (ซึ่งอาจจะเห็นว่าอีคุณหนูโต๊ะนี้นั่งนินทาพ่อบ้านพลางหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันมากไปละนะ) ก็เดินมาชวนคุยว่าอาหารอร่อยมั้ย หมูเป็นยังไงบ้าง แล้วก็เลคเชอร์ให้ฟังว่าจานนี้ทำจากหมูคาโกชิมะก็จริง แต่มันไม่ใช่คุโรบุตะหรอกนะ เป็นหมูอีกชนิดนึงที่เลี้ยงโดยการให้กินใบชาเป็นอาหารก็เลยไม่มีกลิ่นคาว บลาๆๆ ก็ได้ความรู้กันไป พอบอกว่าอาหารอร่อย ฮายามิซังก็บอกอย่างสุภาพนอบน้อมว่า ได้ยินคุณหนูกล่าวคำว่าอร่อยก็ถือเป็นเกียรติสำหรับพ่อบ้านอย่างเราๆ แล้วครับ (ว่าแต่พ่อบ้านไม่ได้ทำอาหารเองปะคะะะะ?????)

กับอีกโมเมนต์ที่ตลกเล็กน้อยคือตอนกินของหวาน ฮายามิซังก็เดินมาเก็บจานแล้วบอกว่า เนี่ยวันนี้คุณหนูมีกำหนดการเยอะแยะเลยนะครับ เดี๋ยวต้องไปงานเต้นรำต่ออีก ……..ฟังแล้วทั้งโต๊ะก็หันมามองหน้ากันแบบ อืม จริงๆ แล้วฮายามิซังก็อินกับบทบาทเนอะ……….

คนที่ทั้งโต๊ะประทับใจมากกว่าฮายามิซังคือน้องพ่อบ้านขาวตี๋ที่ดูแลโต๊ะข้างๆ พี่บุ๊คซึ่งเป็นติ่งจอห์นนี่ส์กล่าวว่าน้องหน้าตาดูน่าจะไปเดบิวท์กับค่ายจอห์นนี่ส์ได้ ทั้งโต๊ะจึงตั้งชื่อให้น้องว่า พ่อบ้านจอห์นนี่ส์ (ความจริงแล้วอยากรู้ชื่อน้องมาก แต่จะเรียกพ่อบ้านประจำโต๊ะมาถามชื่อพ่อบ้านโต๊ะข้างๆ ก็น่าสงสารเกินไป ตั้งชื่อให้เองก็ได้) สาเหตุที่ประทับใจน้องคนนี้คือน้องหล่อสุดในร้านวันนั้น จบ

อีกคนที่ประทับใจมากคือพ่อบ้านลีลาเด็ด (เอ๊ะ?) เราหันไปเห็นพ่อบ้านคนนี้ครั้งแรกตอนที่เค้ากำลังพาคุณหนูมานั่งที่โต๊ะ ซึ่งพ่อบ้านคนนี้ลีลาเยอะมากกกกกกก เลื่อนเก้าอี้ให้คุณหนูนั่งเสร็จแล้วมีการหมุนตัวหนึ่งทีก่อนเดินไปหยิบเมนู คืออะไร ลีลาพ่อบ้านทำเอาอ้าปากค้างเยอะมาก 555555555555 แล้วพ่อบ้านคนนี้อากัปกิริยาทุกสิ่งอย่างไม่ว่าจะเยื้องย่าง หยิบของ เปิดตู้ วางจาน เติมน้ำ มือไม้จะกรีดกรายมากกกกกกกกกกกก ลีลาเยอะมากเหมือนรู้ว่ามีคุณหนูจากโต๊ะห่างไกลจับตามองอยู่ เป็นพ่อบ้านที่แค่เรานั่งดูเฉยๆ ก็สนุกมากๆ แล้ว (ชมจากใจจริง) พี่บุ๊คผู้ตั้งชื่อให้พ่อบ้านมาหลายคนแล้วกล่าวว่าพ่อบ้านคนนี้กรีดกรายพอๆ กับฮะนิว ยูซึรุ หลังจากนั้นทุกคนในโต๊ะจึงเรียกพ่อบ้านคนนี้ว่า พ่อบ้านฮะนิว

เรื่องตลกเกี่ยวกับพ่อบ้านฮะนิวคือตอนที่พี่บุ๊คจะลุกไปเข้าห้องน้ำ ก่อนหน้านั้นทั้งโต๊ะพยายามเล็งหาจังหวะที่น้องจอห์นนี่ส์ขวัญใจทั้งโต๊ะมายืนใกล้ๆ เพื่อที่จะสั่นกระดิ่งเรียกน้องมาพาไปเข้าห้องน้ำ ปรากฏว่าหาโอกาสเหมาะๆ ไม่ได้ซะที จนพี่บุ๊คขี้เกียจวางแผนแล้ว ก็เลยสั่นกระดิ่งเรียกใครก็ได้มา ปรากฏว่าพ่อบ้านฮะนิวจอมลีลาเป็นคนมารับที่โต๊ะจ้าาาาาาาาา

พี่บุ๊คมาเล่าให้ฟังตอนออกมาจากร้านแล้วว่าพ่อบ้านฮะนิวนอกจากลีลาเด็ดแล้วคารมยังเด็ดด้วย ตอนพาไปส่งที่ห้องน้ำเสร็จพ่อบ้านฮะนิวก็บอกว่า คุณหนูกลับออกมาแล้วห้ามเดินมาที่โต๊ะเองนะครับ รอให้พ่อบ้านมารับนะครับ เพราะพ่อบ้านไม่สามารถอยู่ห่างจากคุณหนูได้ โอ้ยยยยยย จ้าาาาาาาาาาา ตอนคุณหนูเดินออกจากร้านไม่ตามมาด้วยเลยล่ะแหมมมมมมมมมมม 555555555555555

ยังมีอีกคนที่โดนตั้งชื่อให้ คนนี้เป็นหนึ่งในพ่อบ้านตัวท็อปของร้าน ชื่ออิโอริ วันนั้นในร้านมีเมนูพิเศษของพ่อบ้านคนนี้ด้วย เป็นชาอะไรสักอย่าง ซึ่งถ้าสั่งแล้วพ่อบ้านคนนี้จะเข็นรถชงชาไปชงให้ถึงโต๊ะ พ่อบ้านคนนี้แต่งตัวไม่เหมือนคนอื่นด้วยนะ คือเค้าไม่ได้ใส่เสื้อคลุมสีดำของพ่อบ้านแต่ใส่ชุดขาวแล้วสวมหมวกที่มีปีกยื่นๆ คล้ายๆ หมวกแก๊ป ดูสเปเชียลมาก ราคาค่าน้ำชาที่สั่งแล้วเค้าจะมาเสิร์ฟถึงโต๊ะคือ 1200 เยน ซึ่งจากการสังเกตโต๊ะอื่นๆ แล้วพบว่ามันคือชาหนึ่งแก้ว หนึ่งแก้วเล็กๆ เท่านั้น ไม่ใช่หนึ่งกา… แม้โต๊ะเราจะอยากรู้อยากเห็นกันมากแค่ไหนก็ไม่สู้ราคา ทั้งโต๊ะจึงขนานนามเค้าว่า พี่พันสอง พลางนั่งมองเค้าเข็นรถไปทั่วร้านต่อไป

พี่พันสองคนนี้ดูเป็นที่รักของคุณหนูมาก เพราะดูเหมือนแทบทุกโต๊ะในร้านจะสั่งอีน้ำชาแก้วละพันสองนี่ โต๊ะเราก็ดิสคัสกันว่ามันจะเป็นชาสุดอลังการแค่ไหนนะ ก่อนจะสรุปกันเองว่ามันคงแพงที่พ่อบ้านแหละ ไม่ได้แพงที่ชาหรอก มันคือการจ่ายพันสองเพื่อให้ได้ตัวท็อปมายืนคุยด้วยถึงโต๊ะต่างหาก!

พี่บุ๊คกล่าวไว้ว่า ถ้าคนเข็นรถมาชงชาคือพ่อบ้านจอห์นนี่ส์ ชั้นก็คงจ่ายไปแล้วแหละ (เสียใจด้วยนะพี่พันสอง พี่ยังไม่ใช่พ่อบ้านในดวงใจของโต๊ะเรา)

สรุปแล้ววันนั้นนั่งเมาท์พ่อบ้านกันเยอะมาก (เพราะรู้ว่าพ่อบ้านฟังไม่ออก) ขำกันเยอะมาก ขำจนรู้สึกผิดนิดนึงเพราะไม่รู้ว่าทำพ่อบ้านเสียเซลฟ์ไปบ้างรึเปล่า ขำแบบไม่รักษากิริยาใดๆ (ในขณะที่คุณหนูโต๊ะอื่นยกมือปิดปากเวลาหัวเราะ อีโต๊ะนี้ถ้าตบเข่าได้ก็ทำไปแล้ว) แต่เวลาพ่อบ้านเดินมาที่โต๊ะก็พยายามเก๊กนิ่งกันสุดชีวิตนะ! หลุดขำกันเฉพาะตอนพ่อบ้านอยู่ห่างๆ เท่านั้น

นอกจากนั้นยังมีพ่อบ้านที่ไม่เคยเห็นหน้าเต็มไปหมด แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกว่า เอ๊ะ ไม่เห็นหน้ามานานแล้ว ยังทำงานอยู่หรอกเหรอเนี่ย! ด้วยเหมือนกัน แอบเสียดายนิดนึงที่ไม่เจอคิริชิมะซังจอมโก๊ะคนโปรด (; v ;)

ตอนออกจากร้านมาเจอลุงดอร์แมน EZ DO DANCE ก็ขำกันอีก ขำตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้านยันก้าวสุดท้ายจริงๆ 55555555555555

ขอบพระคุณเยนลี่และพี่บุ๊คที่ยอมให้เราล่อลวงไปด้วยกัน♥

Advertisements

5 comments on “Dinner time

  1. pied says:

    โอยย อ่านแล้วอยากไปบ้าง ตอนไปดูปุริไลฟ์รอบหน้าไปกันค่ะ!! 5555555555555555555555

    Like

    • chutipuk says:

      ไปค่ะไป!!! เดี๋ยวเตรียมคิดคาแรคเตอร์ไว้เลยว่าจะเป็นคุณหนูสไตล์ไหน 555555555

      Like

  2. キラキラ says:

    แง ไม่ได้เข้ามาอ่านนาน เข้ามาอ่านเรื่องพ่อบ้านก่อนติ่งอย่างอื่นเลยค่ะ 555555555555 การพาคนไปร้านนี้ครั้งแรกมันสนุกมากจริงๆ นะคะ ฮิๆๆ ชอบมากที่ได้หลอก(?)คุณหนูไปเปิดโลกใหม่

    ดูท่าพ่อบ้านร้านนี้เวลารับไบท์หรือรับพนง.เพิ่มจะต้องเพิ่มคุณสมบัติพูดภาษาอังกฤษได้เพื่อมารับมือคุณหนูต่างชาติกันแล้วสินะคะ ดูชินมากกับการรับมือคุณหนูพูดญี่ปุ่นไม่ได้เนี่ย

    พ่อบ้านกรีดกรายพอๆ กับฮะนิว 5555555555555555555555 เปรียบได้ซะอยากเห็นค่ะ แงงงงงงงงงงงง

    โถ อิโอริได้ชื่อเป็นพันสองไปซะแล้ว… แต่เค้าคงต้องมีดี(?)มั้งคะ ไม่งั้นคงไม่ได้เป็นหนึ่งในท็อปออกโฟโต้บุ๊ค (ซื้อมาแล้ว… ด้วยความไม่มีสติ…) อาจต้องไปดูเค้าเล่นโอเปร่าป่าวถึงจะซาบซึ้ง 555

    Like

    • キラキラ says:

      ปล. ไม่มีสตอรี่ชวนวี้ดว้ายจริงด้วย มีแต่ความขำ 5555555555555555

      Like

    • chutipuk says:

      ที่จริงตั้งทฤษฎีกันว่าพ่อบ้านที่มีสกิลรับคุณหนูต่างชาติอาจจะมีอยู่ไม่กี่คนก็ได้ค่ะ เพราะงั้นถ้าจองด้วยชื่อญี่ปุ่นไปก็อาจได้เจอพ่อบ้านแปลกใหม่แบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน! แต่แบบนั้นก็จะอดสะสมแต้มในบัตรไป ตึงงงงง 5555555

      อยากทดสอบเหมือนกันนะคะว่าอิโอริเขามีดีอะไร ทำไมทุกคนทำหน้าเคลิบเคลิ้มเวลาคุยด้วย แต่ค่าตัวพี่แพงจังเลย 55555555 พยายามแอบฟังคุณหนูโต๊ะใกล้ๆ คุยกับเค้าด้วย (นี่ก็เลวมาก ไปแอบฟัง 5555555) ฟังแล้วก็ได้ยินแค่แนะนำชา เลยยังไม่เก็ทว่าพี่พันสองมีของตรงไหน สงสัยต้องหาโอกาสไปดูโอเปร่าจริงๆ แล้วค่ะ 555555555

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s