BROTHERS CONFLICT ―BROTHERS ON STAGE! 3― THE FINAL

เมื่อวันก่อนไปดูบุไตของ Brothers Conflict มา บุไตรอบนี้เป็นสเตจที่ 3 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้ายแล้ว แต่เราไปดูโดยที่ไม่เคยดูสองสเตจแรกมาก่อน และไม่รู้จักนักแสดงเลยแม้แต่คนเดียว!

brocon_stage3

brocon_ticket

จำไม่ได้แล้วว่าตอนสมัครชิงตั๋วนึกครึ้มอะไรถึงสมัคร (สมัครไปตั้งแต่เดือนเมษา เพิ่งได้ดูนี่แหละ นานจนเกือบลืม 5555555) อาจจะสมัครไปด้วยความรู้สึกว่าอยากลองดูละครเวทีแนวนี้ดูสักครั้งก็ได้มั้ง เพราะประสบการณ์ดูละครเวทีสดๆ ในชีวิตที่ผ่านมามีแค่ดูละครเวทีที่มหาลัยกับดูแฟนท่อมที่เวสต์เอนด์ ยังไม่เคยมีโอกาสดูละครเวทีที่ญี่ปุ่นจริงๆ จังๆ ซะที

ที่จริงแล้วเราไม่ค่อยนิยมบุไตจำพวกนี้เท่าไหร่ เป็นมนุษย์สายมิวสิคัลที่ใฝ่ฝันอยากไปดูเกคิดันชิกิและทาคาระซึกะมากกว่า (ทุกวันนี้ก็พยายามจองตั๋วอยู่แต่ยังหาไม่ได้ซะที ขายตั๋วหมดล่วงหน้ากันสามสี่เดือน โหดไปมั้ย) แต่ก็นั่นแหละ อะไรดลใจให้สมัครจนได้ตั๋วมาก็ไม่รู้ รู้แต่พอถึงเวลาก็ต้องลองไปดูซะหน่อย

ด้วยความที่ไม่ได้ชื่นชอบแนวนี้เลยไปดูแบบไม่คาดหวังอะไรเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบุไตของเรื่องนี้มันเป็นยังไง เนื้อเรื่องจะมาแนวไหน นักแสดงหน้าตาเป็นยังไง แล้วมันต่อจากสเตจก่อนหน้านี้รึเปล่า ไม่รู้อะไรเลยจริงๆ แต่คิดว่าถ้ารู้เนื้อเรื่องจากเกมและอนิเมะอยู่แล้ว ยังไงก็ต้องดูรู้เรื่องแหละน่า

รอบที่เราไปดูจัดแสดงที่ 松下IMPホール ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราไม่เคยไปมาก่อน ก่อนไปก็เสิร์ชรูปดูเล็กน้อยเพื่อให้พอเห็นภาพว่าจะต้องไปเผชิญกับฮอลล์ขนาดประมาณไหน ตอนที่เห็นรูปรู้สึกว่า ฮอลล์เล็กดีแฮะ! แต่พอเข้าไปนั่งในฮอลล์จริงๆ แล้วพบว่า นี่มันใกล้กว่าที่คิดอีก!! เผอิญเป็นมนุษย์ผู้ไปดูอีเวนท์หรือคอนเสิร์ตทีไรได้ที่นั่งไกลเสมือนนั่งเฮลิคอปเตอร์ดูทู้กที พอได้ดูในระยะที่แม้จะเป็นกลางฮอลล์แต่ก็เห็นทุกสิ่งอย่างบนเวทีแจ่มชัดถนัดตาแล้วรู้สึกปลาบปลื้มมาก (T∇T) 松下IMPホール最高!

รอบนี้เริ่มแสดงหกโมงเย็น เราไปถึงตอนเกือบๆ ห้าโมง ออกจากสถานีรถไฟแล้วพบว่าแถวนั้นเงียบกริบ ในตึก IMP ซึ่งเป็นที่ตั้งของฮอลล์ก็เงี้ยบเงียบ ตามร้านอาหารมีคนนั่งประปราย มองไปรอบๆ แล้วไม่เจอคนที่มีวี่แววว่ามาดูบุไตเดียวกันเลย จนกระทั่งเดินขึ้นไปตรงหน้าฮอลล์ถึงพบว่า อ้อ เขามารอกันอยู่ตรงนี้นี่เอง (แต่ก็ถือว่าคนน้อยและบรรยากาศสงบสุขมากอยู่ดี…)

ตรงทางเข้าฮอลล์จะมีพื้นที่สำหรับขายสินค้า วางดอกไม้ที่มีคนส่งมาแสดงความยินดีสำหรับแคสต์ และโต๊ะสำหรับรับของที่จะฝากให้แคสต์ แต่จะเข้าโซนนี้ต้องตรวจตั๋วก่อน คือถ้าไม่มีตั๋วก็อดซื้อของ แต่เราไปยืนดูกู๊ดส์แล้วไม่มีอะไรที่อยากซื้อ แอบลังเลนิดนึงว่าควรซื้อแพมเฟลตเป็นที่ระลึกมั้ย แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ ลาก่อน

ระหว่างรอเวลาเปิดให้เข้าฮอลล์ก็เดินดูดอกไม้ไปพลางๆ งานนี้ดอกไม้เยอะมาก! สีของดอกไม้ส่วนใหญ่จะคุมโทนให้เข้ากับสีของตัวละครที่แคสต์คนนั้นๆ เล่น ถึงจะไม่รู้จักชื่อแคสต์แต่ดูแล้วจะรู้เลยว่าช่อไหนของใคร แต่บางคนที่สีใกล้เคียงกันก็ดูออกยากนิดนึง (-v-;)

broconstageflower

พอใกล้ถึงเวลาเริ่มก็เปิดให้เข้าฮอลล์ ตอนที่เราเข้าไปนั่งตรงแถวเรามีสตรีวัยประมาณสามสิบกว่านั่งอยู่คนนึง พอดีถุงช็อปปิ้งเค้าวางขวาง จึงต้องเกิดบทสนทนาสุมิมาเซ็นใส่กันเล็กน้อย แล้วพอเรานั่งที่ถัดจากเค้าไปหนึ่งช่วงเก้าอี้ปุ๊บ! เค้าก็หันมาถามเราด้วยดวงตาเป็นประกายภายใต้แว่นกรอบบางว่า 「誰推しですか!?(เป็นติ่งใครคะ!?)」

พอโดนถามดังนั้นก็ตอบไปโดยอัตโนมัติว่า「風斗くんです!(ฟูโตะคุงค่ะ!)」แม้ว่าใจจริงจะอยากตอบว่าเคนนุก็ตาม แล้วหลังจากนั้นคุณพี่สาวแว่นก็กรี๊ดดดดและคว้ามือเราไปจับ!! จุดนั้นตกใจนิดนึงว่า เอ๊ะ นี่มันวัฒนธรรมปกติของชาวบุไตเหรอ!!? ไปมากี่อีเวนท์ยังไม่เคยพบเจออะไรแบบนี้มาก่อน!!

แล้วหลังจากนั้นก็เลยได้สนทนากับคุณพี่สาวแว่นต่ออีกนิดหน่อย ส่วนใหญ่เป็นการชื่นชมที่นั่งแถวตัวเองว่าที่ตรงนี้ช่างพอดิบพอดีเสียนี่กระไร เพราะมันอยู่กลางๆ ฮอลล์แถมยังเป็นส่วนที่เป็นสเต็ปขึ้นมา เผลอๆ อาจจะดีกว่าแถวหน้าๆ ที่เป็นที่นั่งระนาบเรียงกันหลายแถวและมองไม่เห็นภาพรวมทั้งเวทีด้วยซ้ำ นอกจากนั้นพี่สาวแว่นยังบอกด้วยว่าพรุ่งนี้จะมาดูอีกรอบ และเมื่อกี้ลองทักกี่คนๆ ก็เจอแต่ฟูโตะโอชิหมดเลย (ซึ่งเราว่าไม่ใช่เพราะฟูโตะฮิตมากหรืออะไรหรอก พี่คนนี้เค้าอาจจะเล็งทักคนที่แผ่ออร่าแม่ยกฟูโตะอยู่แล้วก็เป็นได้ เรายังดูออกตั้งหลายคน 55555555)

สักพักพอคนเริ่มทยอยเข้ามานั่งกันเยอะๆ แล้ว (เท่าที่สายตาเรามองเห็นรู้สึกจะไม่มีผู้ชมเพศชายเลยแม้แต่คนเดียว) เรากับพี่สาวแว่นก็เป็นอันต้องหยุดสนทนา ระหว่างรอการแสดงเริ่มเราเลยหันมาสังเกตผู้ชมรอบข้างแทน รู้สึกว่าผู้ชมจะไม่ค่อยมีพร็อพเยอะเท่าเวลาไปอีเวนท์สายสองมิติแบบจริงจังนะ มีคนถืออิตะแบ็กอยู่ไม่กี่คน บางคนก็ห้อยพวงกุญแจคาแรคเตอร์นิดหน่อยพอให้รู้ว่าโอชิคนไหน

พอใกล้ๆ เริ่มก็เปิดด้วยเสียงของสุบารุนออกมาทักทายว่า “โอคาเอะริ” ให้คนดูตอบโดยพร้อมเพรียงว่า “ทาดาอิมะ” แม้จะไม่เคยฟังมาก่อนก็รู้ว่าเป็นเสียงสุบารุน เพราะเจ้าตัวบอกเองว่า ฉันเอง สุบารุไง (แต่ถึงไม่บอกก็อาจจะเดาได้จากคาแรคเตอร์มั้ง?) เสียงสุบารุนตรงนี้บอกให้ปิดมือถือ ชอบตรงที่บอกว่า “ถ้ายังไม่ได้ปิดก็ปิดซะนะ ฉันจะรอ” ตรงฉันจะรอเนี่ยดูมีความพยายามใส่โอโตเมะแฟคเตอร์ดี 55555555 แล้วสักพักก็เปลี่ยนเป็นเสียงฮิคารุนกับเสียงยูจัง เสียงสองคนนี้ถึงไม่บอกว่าเป็นใครก็รู้เลย สไตล์การพูดฮิคารุนเวอร์ชั่นบุไตไม่เอโร่ยเท่าโนบุคุง แต่ก็ยังฟังออกว่า เออ นี่แหละฮิคารุน ส่วนเสียงยูจังตอนแรกจะออกมาแบบตะกุกตะกัก ติดอ่างทุกประโยค แล้วยูจังก็ถามคนดูว่า “คงรู้ใช่มั้ยว่าฉันเป็นใคร ไหนบอกชื่อมาสิ” คนดูก็จะเรียกชื่อ “ยูสุเกะ” พร้อมๆ กัน ดูมีการปฏิสัมพันธ์ดีนะ ยังไม่เริ่มก็สนุกแล้ว ( ̄∇ ̄)

จบช่วงคำเตือนแล้วก็ได้เวลาเริ่มจริงๆ ละ

เนื้อเรื่องของสเตจ 3 นี่ดำเนินอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านอาซาฮินะทั้งหมด ตลอดทั้งเรื่องจะใช้ฉากแค่ฉากเดียวคือฉากที่มีโซฟาอยู่ทางขวา โต๊ะกินข้าวอยู่ทางซ้าย ด้านหลังเป็นครัวกับระเบียง

เวทีหน้าตาเป็นแบบนี้

ซึ่งเนื้อเรื่องทั้งหมดมันมีอยู่ว่า พวกพี่น้องอาซาฮินะคิดไปเองว่าเอมะจัง (นางเอกผู้ไม่ได้ปรากฏบนเวที) มีแฟนแล้ว ทั้งบ้านเลยประชุมกันวุ่นวายเพื่อสืบหาว่าแฟนคนนั้นเป็นใครกันแน่!? จบ เนี่ยแหละ เก้าสิบนาทีโดยประมาณ เนื้อเรื่องสรุปได้ในสองบรรทัด

แต่ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องจะมีแค่นี้ มันกลับเป็นเวทีที่สนุกมาก!! มันตลกเกินคาดมากจนรู้สึกทึ่งกับคนเขียนบทเลยว่าเขียนเนื้อเรื่องที่ดูไม่มีอะไรให้ออกมาสนุกขนาดนี้ได้ยังไง ตอนแรกเราก็คาดเดาไม่ถูกนะว่ามันจะมาแนวตลกหรือดราม่าหรือยังไง แต่พอดูไปประมาณสิบนาทีก็เข้าใจว่า อืม นี่มันคอเมดี้สมบูรณ์แบบ หลังจากนั้นก็หัวเราะแบบเต็มที่กับชีวิตมาก กว่าจะจบนี่หัวเราะจนเหนื่อย

สิ่งนึงที่เราหวั่นๆ ในการดูบุไตแนวนี้คือกลัวว่าความยึดติดคาแรคเตอร์สองมิติของตัวเองจะทำให้ดูไม่สนุก แต่พอดูจริงๆ แล้วก็พบว่า เฮ้ย ไม่เลย แม้ตัวละครบางตัวจะหลุดจากคาแรคเตอร์เดิมไปไกลมาก แต่เรากลับโอเคกับความเปลี่ยนแปลงนั้นเพราะมันตลกดี (สุดท้ายแล้วขอแค่ตลกก็พอใจแล้วสินะ 555555555)

พอจะพูดถึงตัวเนื้อหาแล้วก็ไม่รู้จะเรียบเรียงยังไงดี ลำดับเรื่องในหัวสับสนไปหมดเพราะพี่น้องบ้านนี้ได้แต่ยิงมุกใส่กันไปใส่กันมา ขอเขียนเป็นข้อๆ ตามที่นึกออกเหมือนเคยละกัน

  • ฉากเปิดเรื่องใช้เพลง BELOVED×SURVIVAL ของ Geroซัง ฉากนี้ใช้ลูกบาสเป็นพร็อพสำหรับไล่ลำดับการเปิดตัวจากพี่คนโตไปหาน้องคนเล็ก เริ่มแรกพี่หมอจะถือลูกบาสก่อน แล้วค่อยโยนต่อไปให้พี่ทนาย พี่พระ ฯลฯ จังหวะไหนใครถือลูกบาสก็จะมีการโชว์สเต็ปเต้นเล็กน้อยหรืออาจจะเล่นกับลูกบาสพอเป็นพิธี
  • หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงพี่น้องอาซาฮินะตีกัน
  • จุดเริ่มต้นของเรื่องมันมาจากการที่นางเอกส่งเมลหาสึบากิว่า คิดถึงจังเลยค่ะ อยากเจอเร็วๆ จัง ให้สึบากิดีใจเล่น ก่อนจะส่งตามมาอีกฉบับว่า ขอโทษค่ะ ส่งผิด
  • เท่านั้นแหละ บ้านแตก!! สึบากิกับอาซึสะพากันสงสัยว่าจริงๆ แล้วนางเอกจะส่งเมลหาใครกันแน่ หรือว่าจะมีแฟนแล้ว หรือว่าแฟนจะเป็นคนในบ้านอาซาฮินะ
  • สึบากิอาซึสะสงสัยกันแค่สองคนไม่พอ พอพี่น้องคนอื่นๆ เข้าฉากมาปุ๊บก็จะโดนลากมาร่วมสงสัยด้วย แถมสุบารุนยังบอกว่าวันก่อนเห็นนางเอกกลับมาบ้านตอนเช้าเหมือนกับออกไปค้างนอกบ้านมาอีกต่างหาก แล้วพี่ทนายก็ยังบอกว่าในปฏิทินของนางเอกมีรูปหัวใจแปะอยู่ด้วย
  • พี่น้องอาซาฮินะทั้งสิบสองคน (ยกเว้นนัตสึเมะที่ไม่มีบทคราวนี้ มาแต่เสียงในโทรศัพท์อย่างเดียว) จึงมาช่วยกันระดมสมองสืบเสาะว่านางเอกจะส่งเมลหาใครกันแน่ การกลับมาบ้านตอนเช้าคืออะไร หัวใจสีแดงในปฏิทินหมายความว่าอย่างไร และใครคือคนร้ายที่แท้จริงที่บังอาจคบกับนางเอก!
  • คนที่เราชอบมากอย่างไม่น่าเชื่อคืออิโอริน
  • อิโอรินตลกมากกกกกกกกกกกกก น่าจะตลกที่สุดแล้ว ปกติเราว่ายูจังคือคนที่ตลกที่สุดในเรื่อง แต่คราวนี้อิโอรินกินขาด
  • อิโอรินคนนี้ไม่เหมือนในเกมหรืออนิเมะเลย เป็นอิโอรินที่… ก็พยายามจะดาร์คนะ แต่เป็นดาร์คแบบตลก ไม่ได้ยันเดเระชวนขนหัวลุกเหมือนในเกม อิโอรินคนนี้จะชอบพูดจานิ่งๆ เนิบๆ เสียงเย็นๆ แต่พูดทีไรตลกหน้าตายทุกที
  • ฉากที่เราประทับใจมากคือตอนที่ทุกคนปักใจเชื่อไปแล้วว่านางเอกต้องมีแฟนแล้วแน่ๆ อิโอรินเลยสติหลุดไปนั่งอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวแล้วนั่งคุยกับนางเอกในอากาศแทน ฉากนี้ตลกมากกกกก 555555555555555 ชอบมากตอนที่อิโอรินถามเก้าอี้ว่างๆ ข้างตัวว่า อาหารร้อนเหรอ เป่าให้มั้ย แล้วก็เป่า ฟู่ๆ ก่อนจะพูดว่า พวกเราต้องเป็น いい夫婦 (สามีภรรยาที่ดี) ได้แน่ๆ เลย แล้วตอนพูดคำว่า ฟูฝุ ก็ทำท่าเป่าอาหาร ฟู่-ฟู่ ด้วย มุกนี้ตลกมาก กล้าเล่นได้ยังไง แล้วทำไมต้องให้อิโอรินเล่น 5555555555555555555
  • อิโอรินมีฉากตลกเยอะมากจริงๆ อีกฉากประทับใจคือตอนที่พี่น้องคนอื่นๆ คุยกันถึงนางเอก ประมาณว่าใครเคยรุกเข้าหานางเอกบ้าง หรือใครเคยชวนนางเอกไปเดทบ้าง หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ แล้วอิโอรินก็หายไปจากเวทีครู่นึง ก่อนจะกลับมาพร้อมกรวยจราจรแล้วใช้กรวยวิ่งไล่ฟาดใส่พี่น้อง นี่มันบ้ามาก 5555555555555555555555
  • อิโอรินเนี่ยหลุดคาแรคเตอร์สุดละ แต่เราชอบมาก
  • อีกคนที่เรารู้สึกว่าค่อนข้างหลุดคาแรคเตอร์คือพี่ทนาย ปกติในเกมพี่ทนายจะให้อารมณ์คุณแม๊คุณแม่ ดูเป็นผู้ใหญ่ สุขุม แต่พี่ทนายเวอร์ชั่นบุไตกลายเป็นคนขี้โวยวายที่เอะอะก็หยิบมือถือขึ้นมาขู่ว่าจะแจ้งความ แถมเวลาโดนฮิคารุนตอกย้ำว่าเป็นทนายแท้ๆ แต่กลับอยากแต่งงานกับนางเอกที่เป็นเยาวชน พี่ทนายก็จะร้อง อูยยย พร้อมกับทรุดลงคุกเข่าบนพื้นทุกครั้ง ท่าคุกเข่าของพี่ทนายนี่ก็ตลกมาก ขำทุกครั้งที่เห็น
  • ฉากที่อิโอรินกินข้าวกับนางเอกในอากาศเราแอบประทับใจพี่พระด้วย ตอนแรกพี่พระก็ยังดูตื่นตระหนกกับการที่อิโอรินบ้าไปแล้ว แต่สักพักพี่พระคงทำใจได้เลยไปหยิบน้ำในครัวมาให้สองแก้ว สำหรับอิโอรินแก้วนึง สำหรับนางเอกในอากาศอีกแก้วนึง (นี่มันอะไรกันเนี่ย……..)
  • พี่พระกับอิโอรินเวอร์ชั่นนี้ดูสนิทกันดีนะ ดูไม่ค่อยเกลียดกันเท่าไหร่ ชอบฉากที่พี่พระล้มอยู่บนพื้นแล้วอิโอรินเหยียบ (นี่คือไม่ค่อยเกลียดกัน…) แต่จำไม่ได้แล้วว่าฉากนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง
  • พี่พระเวอร์ชั่นนี้ใจดี๊ใจดี พอตัดความสุวาเบะออกไปแล้วความน่าหมั่นไส้หายไปประมาณ 80% กลายเป็นพี่ชายน่ารักๆ คนนึงที่บางทีก็เพี้ยนๆ หน่อย (แต่เอาจริงๆ ทุกคนก็เพี้ยนๆ กันหมด) เสียดายนิดนึงที่พี่พระเวอร์ชั่นนี้ออกเสียงคำว่า อิโมโตะจัง ว่า อิโมโตะจัง ไม่ใช่ อิ↓โม้↑โต๊ะ↑จั่ง↓ แบบสุวาเบะซัง เราชอบการออกเสียงคำนี้ของสุวาเบะซังมากเลยนะ!
  • พูดถึงสไตล์การพูดแล้ว เราตั้งใจสังเกตเสียงและการใช้เสียงมากเป็นพิเศษเพราะเราชอบนักพากย์หลายคนในเรื่องนี้มากๆ แล้วก็พบว่าแคสต์หลายคนทำได้ดีเลยนะ เราว่าคนที่สไตล์การพูดเป๊ะมากถึงมากที่สุดคือรุยรุย เสียงและสไตล์การพูดราวกับกระโดดออกมาจากในเกม ส่วนคนที่เป๊ะรองลงมายกให้ยูสุเกะ
  • ส่วนฟูโตะเวอร์ชั่นบุไตนี่เราเฉยๆ นะ ความเป็นเด็กเปรตโดนลดทอนลงไปเยอะเลย ฮิคารุนยังดูนิสัยร้ายกาจกว่าเยอะ ฟูโตะเวอร์ชั่นนี้ดูเป็นผู้เป็นคนมาก ปกติฟูโตะเวลาอยู่กับพี่น้องจะทำให้เราเกิดความรู้สึกว่านี่พี่น้องคนอื่นๆ ยังเลี้ยงไว้ในบ้านอีกเหรอเนี่ย ถ้าเรามีน้องชายแบบนี้คงถีบหัวส่งไปนานละ (สาบานได้ว่านี่กำลังพูดถึงเมน) แต่ฟูโตะเวอร์ชั่นบุไตไม่น่าถีบ ไม่ปากหมา ไม่ค่อยทำตัวเวรๆ ใส่พี่ชาย ดูไม่เป็นที่รังเกียจของพี่น้อง (ยูจังยังดูโดนเอือมระอามากกว่าอีก) แถมยังมีสติกว่าพี่หลายๆ คนด้วยซ้ำ บางทีขณะที่พี่ๆ สติแตกโวยวายลั่นบ้าน ฟูโตะกลับเป็นคนที่ส่งเสียงดึงสติทุกคนกลับมาซะงั้น ว้าววว ทำไมฟูโตะนิสัยดี! แปลกใหม่! ตื่นเต้น!
  • แต่เราชอบฟูโตะนิสัยเปรตๆ มากกว่า (จริงๆ แล้ว 80% ของความชอบที่ว่านั่นเป็นเพราะเคนนุ)
  • ฟูโตะกับยูสุเกะกัดกันบ่อยมาก ดีๆๆ เราชอบเวลาสองคนนี้ตีกัน
  • ยูจังเวอร์ชั่นนี้ก็ตลกปนน่ารักสมเป็นยูจัง เราชอบมากตอนที่พี่น้องเริ่มสงสัยคนในแล้วต่างคนต่างเดาว่ามีใครในนี้คบกับนางเอกอยู่รึเปล่า ขณะที่ทุกคนกำลังเดากันหน้าดำคร่ำเครียด ยูจังก็ยกมือแล้วตะโกนบอกเสียงติดอ่างว่า “บะ บะ บะ บอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าฉันไม่ได้คบกับยัยนั่นอยู่หรอก!!!” ซึ่งพี่น้องทุกคนได้ยินแล้วก็…. กริบ…… เพราะถึงไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายูจังไม่ใช่แคนดิเดทแน่นอน น่าสงสารมาก 5555555555555
  • ฉากนี้พี่หมอก็แสดงความเห็นใจยูจังแล้วบอกว่า “พี่ก็ไม่โดนสงสัยเหมือนกัน การไม่โดนสงสัยนี่มันเศร้าเนอะ” โธ่ พี่หมอ 555555555555
  • มีช่วงนึงที่สุบารุน สึบากิ อาซึสะ ยูจัง ฟูโตะ (จำเมมเบอร์ได้ไม่เป๊ะแต่น่าจะประมาณนี้) คุยกันแล้วสงสัยนัตสึเมะขึ้นมา อาซึสะบอกว่าเคยลองโทรหานัตสึเมะแล้วแต่โทรไม่ติด สึบากิเลยลองใช้มือถือตัวเองโทรมั่ง แล้วก็ไม่ติดเหมือนกัน
  • ทีนี้สุบารุนเลยลองโทรบ้าง ใครสักคนพูดว่าคงไม่ได้ผลหรอก แต่คราวนี้นัตสึเมะรับสายทันทีแล้วพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจว่า “สุบารุ!!? สุบารุเหรอ!!!?” ทุกคนเลยเงิบกันหมด ฉากนี้ก็ขำเยอะมาก 555555555555555
  • นัตสึเมะบอกว่า “ฉันไม่มีทางไม่รับสายจากสุบารุอยู่แล้ว!!!!” คนอื่นๆ ที่เหลือเลยเมาท์กันระหว่างที่สุบารุนออกไปโทรศัพท์ว่านัตสึเมะเป็นสตอล์กเกอร์ของสุบารุนี่นะ ช่วยไม่ได้
  • ตอนหลังก็มีอีกเหตุการณ์ที่คนอื่นๆ พยายามโทรหานัตสึเมะแต่โทรไม่ติด คราวนี้ทุกคนเลยรู้แล้วว่าต้องใช้มือถือสุบารุนโทรเท่านั้น โอ๊ย นัตสึเมะ!!! นี่พี่มีมือถือไว้รับสายสุบารุนคนเดียวเท่านั้นรึไงคะแหมมมมมมม
  • อีกคู่ที่โมเมนต์เยอะมากคือสึบากิอาซึสะ มีฉากนึงแทบจะจูบกันอยู่ละ 5555555555
  • สึบากิเวอร์ชั่นนี้ไม่คิโม่ยเท่าไหร่ ตอนเล่นเกมรูทสึบากิเราบ่นให้เพื่อนฟังเยอะมากว่าทำไมเป็นคนคิโม่ยขนาดนี้ 5555555 แต่ปกติสึบากิจะคิโม่ยเวลาอยู่กับนางเอกซะมากกว่า คราวนี้พอไม่มีนางเอกเลยไม่คิโม่ย
  • วาตารุนน่ารักมากกกกกกกกกกกก แม้บทน้องจะไม่ค่อยมีอะไรนอกจากออกมางอแง แต่ก็น่ารักอะะะะ น่ารักกกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦) น้องเล่นเก่งมากกกกกกกกกกก!!!
  • เราว่าพี่น้องอาซาฮินะเวอร์ชั่นนี้ดูสนิทสนมกันดีนะ แม้อยู่ด้วยกันแล้วดูวุ่นวายไปหน่อย มีหลายฉากที่ทุกคนโหวกเหวกขึ้นมาพร้อมๆ กันจนน่าสงสัยว่านี่เพื่อนบ้านไม่ด่ามั่งเหรอ?? แต่โดยรวมแล้วก็ดูรักกันดี ตอนเล่นเกมนี่เราสงสัยตลอดเลยว่าอีพี่น้องพวกนี้อยู่ใต้ชายคาเดียวกันมาได้ยังไงโดยไม่ฆ่ากันตายไปข้าง? แต่เวอร์ชั่นบุไตดูเป็นครอบครัวที่สนุกสนานเฮฮา หาเรื่องบ้าบอมาเล่นกันไปวันๆ
  • อ้อ ส่วนเรื่องแฟนนางเอก สุดท้ายก็เฉลยว่าไม่ได้มีฟงมีแฟนอะไรหรอก แค่จูริป่วยเข้าโรงพยาบาลแล้วนัตสึเมะเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องและคอยพานางเอกไปรับไปส่งที่โรงพยาบาล เมลที่ว่าอยากเจอนั่นเป็นเมลที่ส่งหานัตสึเมะโดยหมายถึงจูริ หัวใจในปฏิทินก็หมายถึงวันที่จูริออกจากโรงพยาบาล ซึ่งสุดท้ายพอพี่น้องอาซาฮินะรู้เรื่องนี้ก็รีบช่วยกันจัดงานปาร์ตี้เซอร์ไพรส์นางเอกกัน
  • ตอนเอนดิ้งเปิดเพลง BELOVED×SURVIVAL อีกรอบ รอบนี้ผู้ชมต้องคอยปรบมือตามจังหวะด้วย ผู้ชมทุกคนตบได้โปรมาก! แคสต์บางคนจะวิ่งลงมาเต้นตรงทางเดินด้วย คนที่มาเต้นหน้าเราคือสุบารุน
  • รอบที่เล่นที่โอซาก้าเนี่ย แต่ละรอบจะมีฉากจบไม่เหมือนกัน รอบที่เราไปดูจะปิดด้วยน้องเล็กสี่คนคืออิโอริน ยูจัง ฟูโตะคุง และวาตารุน (เราตั้งใจเลือกรอบนี้เพราะมีฟูโตะนี่แหละ) ฉากนี้อิโอรินกับฟูโตะคุยกันว่าสักวันพี่น้องแต่ละคนก็คงทยอยออกจากบ้านไปกันเนอะ แต่ยูจังกับวาตารุนโวยวายว่าไม่อยากให้ใครไปไหนทั้งนั้น อยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกันอย่างงี้ อะไรประมาณนี้ ซึ่งฉากนี้ทำคนดูร้องไห้หลายคนมาก!!! ได้ยินเสียงสะอื้นกับเสียงสูดน้ำมูกฟื้ดๆ ดังมาจากรอบทิศ หลายๆ คนหน้าเราหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมากันพัลวัน
  • แต่เราไม่ร้องไห้นะ ไม่สะเทือนเลยสักนิด 55555555555 แค่เห็นทุกคนอินแล้วประทับใจว่า โห นี่ทุกคนคงรักผลงานเรื่องนี้มากจริงๆ เนอะ ดีจัง (เราก็ชอบเรื่องนี้นะ แต่ไม่ได้ถึงขั้นที่จะเรียกได้ว่าลงหลุม….)
  • ช่วง curtain call แคสต์จะไม่ได้พูดทุกคน แต่จะมีแค่พี่มาซาโอมิเป็นตัวแทนพี่ๆ แล้วให้น้องเล็กสี่คนพูดขอบคุณ เราว่าตรงนี้ยังดูซึ้งกว่าฉากจบเมื่อกี้อีก 55555555555 ฟังแล้วรู้สึกว่าแคสต์เขาคงใจหายที่สเตจนี้เป็นสเตจสุดท้ายแล้ว

จริงๆ แล้วมันยังมีรายละเอียดเยอะกว่านี้มากกกกกกกก เล่าไม่หวาดไม่ไหว แต่ส่วนใหญ่เป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่จริงๆ แล้วไม่สำคัญเท่าไหร่ (อย่างเช่น สุบารุนนอนหนุนตักรุยรุย อะไรแบบนั้น…) และเราว่าเราเองก็สังเกตรายละเอียดตกหล่นไปเยอะมากด้วย เพราะบางฉากทุกคนออกมาพร้อมๆ กันหมด ฝั่งโต๊ะกินข้าวก็เล่นโน่นนี่นั่นกันไป ฝั่งโซฟาก็นั่งคุยกันจริงจัง ซึ่งใครมันจะไปสังเกตทั้งสองฝั่งพร้อมๆ กันได้ทันฮึ!!?

แต่โดยรวมแล้วชอบมาก! ชอบเกินคาด สนุก ตลก ขำเยอะมาก ดูจบแล้วรู้สึกว่า เฮ้ย! จริงๆ แล้วบุไตแนวนี้ก็ดีนะ! ดีจังที่ได้มาดู (*´∀`*) แต่ยังไม่ถึงขั้นหลงเสน่ห์แคสต์จนต้องไปติดตามงานอื่นๆ ต่อหรอกนะ ฮาา

4 comments on “BROTHERS CONFLICT ―BROTHERS ON STAGE! 3― THE FINAL

  1. JiBi_AI says:

    แม้แต่บุไตยังจบรู้ทกระรอก…
    บุไตแบบนี้น่าสนุกดีแฮะ เหมือนดราม่าซีดีตอนพิเศษ
    นึกว่าบุไตจะเล่นเนื้อเรื่องหลัก ตัดมาบางฉากซะอีก
    หลังฟังคนอวยไฮคิวให้ฟัง แล้วก็มาต่ออันนี้ ชักอยากลองไปดูสักครั้ง

    Like

    • chutipuk says:

      รูทกระรอก 55555555555555
      จะว่าไปแล้วก็เหมือนเป็นดราม่าซีดีจริงๆ ด้วย ความติ๊งต๊องก็พอๆ กันเลยค่ะ 5555555

      ของไฮคิวก็ได้ยินเสียงเลื่องลือว่ามันดีมากกกกเหมือนกัน บุไตสายกีฬานี่เห็นชมว่าดีกันเยอะมากกกก แต่นอกจากเทนิมิวแล้วไม่เคยดูซักอย่าง TvT

      Like

      • JiBi_AI says:

        อนิเมกับนิยายก็จบรู้ทกระรอก 555555
        อยากให้จบเป็นผู้เป็นคน(คน ความหมายตามตัวอักษร)ต้องเล่นเกมเท่านั้นใช่ม๊ายยย

        Like

      • chutipuk says:

        เล่นเลยค่ะๆๆๆ เกมออกจะน่ารักงุงิไม่มีอะไรปวดตับ ไม่ต้องลุ้นด้วย จีบคนไหนจบกับคนนั้น!!!

        Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s