บันทึกคุณหนู

อาทิตย์ที่แล้วตอนที่ไปแอ่วโตเกียวเพื่อดูคอนเสิร์ตก็ยังคงไม่ลืมไปสักการะคาเฟ่พ่อบ้าน Swallowtail เจ้าประจำเช่นเคย ไปโตเกียวทีไรต้องใส่ร้านนี้ไว้ในโปรแกรมเสมอไม่เคยพลาด ( ̄▽ ̄)

คราวนี้ไปกับฝ.ซัง (นามสมมติ) สองวันติด วันเสาร์จองรอบ 10:55 ไป ส่วนวันอาทิตย์จองรอบ 10:35 เท่ากับว่าไปกินอาหารเช้าทั้งสองมื้อ แล้วปกติเราเป็นพวกไม่ค่อยกินข้าวเช้าเท่าไหร่ พอจองรอบเช้าก็เลยไม่ได้กินอะไรมาก สั่งแค่ของหวานประจำเดือนนี้ทั้งสองวันเลย (สำหรับเราสิบโมงนี่ถือว่าเช้ามากแล้ว ปกติถ้าเป็นวันหยุดเวลานี้ยังไม่ตื่นด้วยซ้ำ…) 

รอบนี้ไปโดยที่เว้นระยะห่างจากรอบที่แล้วไม่กี่เดือนก็เลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ ถ้าเว้นช่วงไปเป็นปีจะเกิดอาการประหม่าเล็กน้อย แต่คราวนี้ไปแบบชิลๆ สไตล์คุณหนูผู้คุ้นเคยกับพ่อบ้านดี (วั้ย/////) 

ปกติแล้วสิ่งที่เราลุ้นเวลาไปคาเฟ่พ่อบ้านคือลุ้นว่าจะเจอดอร์แมน หัวหน้าพ่อบ้าน และพ่อบ้านประจำโต๊ะคนไหน ซึ่งคราวนี้เราเจอร์ดอร์แมนกับหัวหน้าพ่อบ้านที่เคยเจอมาแล้ว! ดอร์แมนที่เจอคราวนี้คือลุงคนที่เคยเจอเมื่อปีที่แล้ว ส่วนหัวหน้าพ่อบ้านชื่อทาคาโอะ แต่น่าเสียดายที่ฟังชื่อพ่อบ้านประจำโต๊ะวันนั้นไม่ทัน ฮือออออ (;__;)

สิ่งที่แปลกใหม่ในรอบนี้คือเราได้นั่งโต๊ะสำหรับสองคนที่มีม่านบังแหละ! ไปมาหลายทีแล้วไม่เคยได้นั่งโซนนั้นเลย แต่คราวนี้พอได้นั่งก็ได้นั่งสองวันติด แต่พอลองนั่งแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะมันมองสภาพโดยรวมของร้านไม่ค่อยเห็น เราอยากนั่งมุมที่เห็นพ่อบ้านทั้งร้านมากกว่า ก๊ากกกก (จากประสบการณ์ที่ผ่านมา โต๊ะที่เราชอบที่สุดในร้านคือมุมข้างห้องน้ำ)

พ่อบ้านประจำโต๊ะรอบวันเสาร์เป็นพ่อบ้านหนุ่มแว่นหน้ากลมไม่ค่อยพูดอะไรเกินความจำเป็น ช่วงแรกๆ บรรยากาศสงบสุขดี พ่อบ้านพาไปนั่งโต๊ะ หยิบเมนูมาให้ อธิบายกฎของร้านกับเมนูเสร็จแล้วก็ไป ดูเป็นการมากินอาหารตามร้านปกติมากๆ แบบรู้สึกว่าวันนี้คงไม่มีอีเวนท์อะไรแหงๆ เลย อยากสร้างอีเวนท์ชวนพ่อบ้านเจ๊าะแจ๊ะก็นึกไม่ออกว่าจะเจ๊าะแจ๊ะอะไร ว่าแล้วคุณหนูทั้งสองก็ก้มหน้าก้มตาเลือกขนมและชากันเงียบๆ

พอพ่อบ้านหนุ่มหน้ากลมเดินกลับมารับออเดอร์ ฝ.ซังก็บอกพ่อบ้านว่ายังเลือกชาไม่ได้เลยค่ะ (มีการสร้างอีเวนท์เกิดขึ้น!) พ่อบ้านก็แนะนำชาอะไรสักอย่างแล้วก็บอกว่าเป็นภาษาละตินแปลว่าอะไรสักอย่าง (ไม่ได้กินเองเลยจำไม่ได้ แต่ประทับใจที่มีการอธิบายเพิ่มเติม เสริมสร้างความรู้ให้คุณหนูด้วย)

พอพ่อบ้านหันมารับออเดอร์ฝั่งเรา เราก็ถามว่าชา Diana Rose กับ Catherine Rose ต่างกันยังไง? พ่อบ้านอธิบายว่า Diana Rose จะมีรสกุหลาบแรงกว่า รสขมกว่าหน่อย เราเลยสั่ง Diana Rose เพราะจุดนั้นง่วงมาก ต้องการชาที่กินแล้วตาสว่าง

สั่งขนมกับชาเสร็จพ่อบ้านก็ให้เราเลือกถ้วยชา เรารีเควสต์ถ้วยอะไรก็ได้ที่เป็นสีม่วง ปรากฏว่าพ่อบ้านเลือกถ้วยลายกุหลาบสีออกชมพูเข้มๆ มาให้ มีสีม่วงแซมนิดหน่อย แล้วก็บอกด้วยสีหน้าขึงขังว่า นี่คือถ้วยมุราซากิอิโระที่คุณหนูรีเควสต์ครับ ตอนนั้นถึงกับสับสนว่า เอ๊ะ มุราซากิอิโระมันควรจะม่วงกว่านี้รึเปล่า ทำไมถ้วยกุหลาบที่พ่อบ้านเลือกมามันช่างชมพูปิ๊งปั๊งขนาดนั้น แต่ดูๆ ไปแล้วมันก็มีสีม่วงแซมๆ แหละ เอ้า ม่วงก็ม่วง (หรือเราอาจเข้าใจนิยามของมุราซากิอิโระผิดไปเอง หรืออาจเป็นที่แสงไฟในร้านทำให้เห็นเป็นสีชมพู หรือยังไง……)

คุณหนูจิบชากันสักพักขนมก็มาเสิร์ฟอย่างว่องไว รอบนี้เราสั่งขนมชื่อ Arcana

arcana

(จกรูปมาจากเว็บ Swallowtail เช่นเคย)

ตั้งใจไว้แล้วว่าจะสั่งอันนี้เพราะก่อนเข้าร้านเปิดดูรูปในเว็บแล้วมันน่ากินดี แต่กินๆ ไปแล้วก็คุยกับฝ.ซังว่า Arcana มันแปลว่าอะไรนะ ซึ่งแทนที่จะถามพ่อบ้านก็กลับมาเสิร์ชหาเองทีหลังและพบว่าคำนี้เป็นรูปพหูพจน์ของ arcanum ในภาษาละติน (ร้านนี้ชอบใช้ภาษาละตินจังนะ 5555555) แปลว่า secret, mystery

ส่วนคำอธิบายเมนูที่เขียนไว้ในเว็บบอกว่าคอนเซปท์ของเมนูนี้คือเคล็ดลับความงามของสุดยอดสาวงามทั้งสาม คลีโอพัตรา หยางกุ้ยเฟย ส่วนอีกคนนึงควรจะเป็นเฮเลนออฟทรอย แต่เฮเลนเป็นคนในตำนาน ทางร้านเลยเปลี่ยนมาเป็นขนมที่ได้แรงบันดาลใจจากโอโนะโนะโคะมาจิที่เป็นกวียุคเฮอันแทน จำได้ว่าตอนพ่อบ้านอธิบายเมนูก็พูดถึงโอโนะโนะโคะมาจิด้วย แต่ไม่เห็นคุ้นเลยว่าพูดถึงคลีโอพัตรากับหยางกุ้ยเฟยรึเปล่า อาจจะพูดแต่ไม่ได้ตั้งใจฟัง ขอโทษค่ะที่บกพร่องในฐานะคุณหนู (.__.)

อนึ่ง คำอธิบายในเว็บตลกมาก บอกให้คุณหนูกินแล้วดูดซับพลังที่ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่สร้างขึ้นแล้วมุ่งสู่การเป็นสาวงามหามีใครเสมอเหมือน! โอ้ยยยยยย คุณพ่อบ้านใจเย็นนะะะะ ขนมจำเป็นต้องมีคอนเซปท์ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนี้มั้ยคะะะ (แต่ก็ชอบนะที่ร้านนี้ดูตั้งใจคิดคอนเซปท์ขนมใหม่ๆ ทุกเดือนเลย ใส่ใจดี)

รสชาติขนมก็… อร่อยดี 555555555 ไม่มีอะไรจะกล่าวชม เราว่าขนมร้านนี้อร่อยแบบไว้วางใจได้อยู่แล้ว ไม่เคยกินแล้วไม่ปลื้ม แต่ผลไม้ยังคงเปรี้ยวเหมือนเดิม

ตอนกินเสร็จแล้วพ่อบ้านมาเก็บจาน เราถามพ่อบ้านว่ากลีบดอกไม้สีม่วงๆ ในจานนี่คือดอกอะไรเหรอคะ? (พยายามสร้างอีเวนท์ไปงั้น…) พ่อบ้านก็บอกว่าไม่แน่ใจ เดี๋ยวจะไปตรวจสอบมาให้ แล้วสักพักพอมาเติมชา พ่อบ้านก็บอกว่าเรื่องดอกไม้ที่คุณหนูถามเมื่อครู่ยังอยู่ในระหว่างตรวจสอบกับที่ครัวนะครับ โอ๊ยยยย ทำไมดูกลายเป็นเรื่องใหญ่ รู้สึกผิดเลย (-_-;;;)

หลังจากนั้นพ่อบ้านก็มาอีกรอบแล้วบอกว่าได้คำตอบแล้ว คือดอก ビオラ เราได้ยินแล้วก็ทำเสียง หืม?? พ่อบ้านเลยย้ำอีกรอบทีละพยางค์แบบชัดๆ ว่า บิ-โอ-ระ ตอนที่พ่อบ้านย้ำแบบชัดถ้อยชัดคำนี่แอบขำเพราะพี่แกเล่นย้ำแต่ละพยางค์แบบทำปากชัดมาก โอเคค่ะ คุณหนูเข้าใจแล้ว ดอกไวโอล่านี่เอง

ช่วงใกล้ๆ หมดเวลามีคุณหนูโต๊ะใกล้ๆ มาฉลองวันเกิด พ่อบ้านก็มารุมล้อมแถวๆ เยื้องกับโต๊ะเราแล้วกล่าวโอะทันโจบิโอเมเดโตโกไซมัสโดยพร้อมเพรียง และแล้ว! ทันใดนั้นก็เกิดอีเวนท์โดยไม่ได้ตั้งใจ เราเมาท์เพลินจนมือไปชนแก้วน้ำเปล่าบนโต๊ะล้มดังแกร๊งงงงง ในแก้วมีน้ำเหลือนิดหน่อยก็เลยทำน้ำหกเลอะโต๊ะ (เป็นบุญของคุณหนูแล้วที่แก้วไม่แตก /ปาดเหงื่อแรงๆ)

ไม่ทันไรหลังจากนั้นก็มีพ่อบ้านแว่นร่างสูงสไลด์ตัวมาจากด้านข้างแล้วถามหน้าตาตื่นว่า คุณหนูไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ!!?? น้ำหกเลอะคุณหนูรึเปล่า!!?? ว่าแล้วก็ควักผ้าขึ้นมาเช็ดโต๊ะอย่างขยันขันแข็ง ตามด้วยพ่อบ้านหนุ่มน้อยอีกคนนึงพุ่งตัวเข้ามาพร้อมยื่นผ้าร้อนให้เราใช้ ทั้งๆ ที่น้ำไม่ได้หกเลอะเราเลยสักนิด รู้สึกประทับใจทีมเวิร์คของพ่อบ้านมาก 55555555555 ทั้งๆ ที่ทุกคนดูกำลังง่วนอยู่กับการฉลองวันเกิดให้คุณหนูโต๊ะข้างๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์รีบพุ่งมาแสดงความเป็นห่วงคุณหนูที่เด๋อด๋าทำน้ำหกอย่างว่องไว โคตรทีมเวิร์คดี โคตรใส่ใจ!

หลังจากนั้นก็หมดเวลา หัวหน้าพ่อบ้านและพ่อบ้านประจำโต๊ะมารับไปส่งหน้าร้าน ตอนเดินออกเราสังเกตเห็นคิริชิมะซังที่เป็นพ่อบ้านนัมเบอร์วันในใจเราด้วย! (ทำไมเรียกแบบนี้แล้วฟังดูเหมือนโฮสต์คลับ…….) ได้สบตากับคิริชิมะซังแวบนึง คิริชิมะซังโค้งให้หนึ่งทีตามสไตล์พ่อบ้าน ดิเอนด์

วันต่อมา ไปอีกรอบด้วยความคาดหวังว่าจะได้เจอพ่อบ้านใหม่ๆ ปรากฏว่าเจอดอร์แมนและหัวหน้าพ่อบ้านคนเดิม แต่พ่อบ้านประจำโต๊ะเปลี่ยนคน กลายเป็นพ่อบ้านผมสีน้ำตาลเข้มตัวสูงๆ และดูเหมือนยิ้มกรุ้มกริ่มตลอดเวลา ชื่อทานิยามะ ตอนได้ยินชื่อรู้สึกตกใจนิดนึงเพราะบ่ายวันนั้นเรากำลังจะไปดูสเตลล่าคอนเสิร์ตที่มีคุณทานิยามะ คิโชร่วมแสดงพอดี แถมพอไปนั่งที่โต๊ะก็ได้โต๊ะที่มีไวโอลินปลอมวางอยู่ด้วย พ่อบ้านและโต๊ะช่างเข้ากับอีเวนท์ตอนบ่ายอย่างประหลาด ฮาาา

ตอนเดินเข้าร้านเราเห็นพ่อบ้านคนนึงหน้าตาจิ้มลิ้มคล้ายๆ อุจิดะ ยูมะซึ่งเป็นนักพากย์ที่เราสนใจในช่วงนี้ ตลอดเวลาที่นั่งโต๊ะเลยคอยลุ้นว่าน้องพ่อบ้านจิ้มลิ้มจะแวะเวียนมาเติมน้ำเติมชาให้โต๊ะเราหรือไม่ ซึ่งอย่าว่าแต่เติมน้ำเติมชาเลย น้องจิ้มลิ้มแทบไม่เดินผ่านโต๊ะเราด้วยซ้ำ…..

ส่วนทานิยามะซังเป็นพ่อบ้านที่ไม่ว่าพูดอะไรก็จะยิ้มนิดๆ ตลอด แถมพอเรานั่งที่โต๊ะเรียบร้อยยังถามด้วยว่า เมื่อวานนี้คุณหนูก็กลับบ้านใช่มั้ยครับ? ตอนแรกงงคำถามไปสองวินาทีก่อนจะประมวลผลได้ว่านั่นคือคำถามว่าเมื่อวานนี้ก็มาที่ร้านใช่มั้ย

ทานิยามะซังบอกว่าผมดูวันที่บันทึกไว้ถึงได้ทราบ โอ๊ยยยย อะไรเนี่ย มีการแอบดูข้อมูลคุณหนูด้วย 555555555555 แล้วทานิยามะซังก็ถามว่าจะให้ผมอธิบายเมนูส่วนที่ต่างจากเมื่อวานมั้ยครับ? โถๆๆๆ สรุปว่าที่ไปแอบดูข้อมูลเนี่ยเพื่อจะประหยัดเวลาอธิบายยาวๆ แล้วอธิบายเฉพาะส่วนของวันนี้สินะ!

เราสั่งของหวานประจำเดือนอีกเมนูนึงชื่อ 花園の誓い (Oath at the garden) คอนเซปท์ของเมนูนี้คืออัศวินหนุ่มสาบานตนว่าจะรักและภักดีต่อเลดี้ในสวนดอกไม้ (ฟังดูยิ่งใหญ่อีกแล้ว)

hanazono

โดยรวมแล้วชอบ Arcana มากกว่าแฮะ รู้สึก Arcana มีรสหวานเยอะกว่า จานนี้จะมีรสเปรี้ยวปนๆ มาเยอะ แต่ก็อร่อยนะ (≧ω≦) ส่วนชาที่สั่งรอบนี้ชื่อ Zeus เป็นชาที่มีรสคาราเมลด้วย รสหวานนิดๆ ผสมกับนมแล้วอร่อยดี ชอบรสนี้มากกว่า Diana Rose

รอบนี้พ่อบ้านไม่ได้ให้เราเลือกถ้วยชา แต่เลือกถ้วยชาให้เรากับฝ.ซังเป็นถ้วยเซ็ตเดียวกันแต่คนละสี ของเราได้ถ้วยชื่อ Lady Ascot (นานๆ ทีจะจำชื่อถ้วยชาได้ ดีใจมาก 555555555) ทานิยามะซังบอกว่าเลือกถ้วยมาเป็นคู่กันเพราะคุณหนูดูสนิทกัน รู้จักกันมานานแล้วเหรอครับ ฝ.ซังเลยบอกว่ารู้จักกันมาสิบปีแล้วค่ะ ว่าแล้วเราเลยถือโอกาสนั้นแสดงความยินดีกับพ่อบ้านที่ร้านนี้ก่อตั้งมาสิบปี (เพิ่งอ่านเจอในนิตยสารที่ซื้อมาวันก่อนหน้านั้นพอดี ได้ทอปิคมาคุยกับพ่อบ้านเฉยเลย ก๊าก) พอเราบอกว่าโอโมเดโต้แล้วทานิยามะซังก็หัวเราะเบาๆ อย่างมีจริต(?)และบอกว่าอาริกาโตโกไซมัส

คราวนี้รู้สึกเหมือนได้คุยกับพ่อบ้านทีละนิดทีละหน่อยหลายอย่างเลยแฮะ ทั้งทานิยามะซังชวนคุยและเรานี่แหละเป็นฝ่ายเต๊าะ(?) แต่คุยอะไรไปบ้างก็จำไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็เกี่ยวกับของกิน พ่อบ้านถามว่าอาหารอร่อยมั้ย? เมื่อวานนี้สั่งอะไร? แล้วก็มีหนนึงเราบอกว่าที่จริงมื้อนี้เป็นอาหารเช้าแหละค่ะ พ่อบ้านเลยถามว่าคุณหนูชอบทานของหวานเหรอครับ เราก็ตอบไปว่าชอบค่ะ (ชอบทุกอย่างในร้านนี้เลยค่ะ อุฮิๆๆๆๆ อันนี้คิดในใจแต่ไม่ได้พูด) คือคุยแต่อะไรประมาณนี้ ไม่ค่อยมีสาระอะไรหรอก 55555555555 เห็นโต๊ะอื่นคุยกับพ่อบ้านนานๆ แล้วก็สงสัยนะว่าคุยอะไรกันเหรอ??

อีเวนท์รอบนี้คืออีเวนท์พ่อบ้านรุ่นเดอะมาทักทายที่โต๊ะ เราสงสัยมานานแล้วว่าพ่อบ้านรุ่นเดอะนี่มีหน้าที่ทำอะไรในร้านมั่งนอกจากเดินไปเดินมา (แต่เห็นบางทีเขาก็เลื่อนเก้าอี้ให้คุณหนูด้วยนะ) คราวนี้พ่อบ้านรุ่นเดอะมาที่โต๊ะเราแล้วชวนคุยว่าวันนี้อากาศดีจังนะครับคุณหนู ถึงจะร้อนไปหน่อยก็เถอะ เราเลยบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ พวกเรามาจากไทย แค่นี้ชิลๆ พ่อบ้านเลยทำหน้าเห็นใจว่ามาจากไทยเหรอ ต้องร้อนมากแน่ๆ เลยสินะ

ส่วนหัวหน้าพ่อบ้านก็ชวนคุยตอนกำลังจะหมดเวลาว่าคุณหนูมาจากไหน มาทำอะไรที่นี่ ไว้มาโตเกียวอีกเมื่อไหร่อย่าลืมแวะกลับบ้านอีกนะครับ (เดี๋ยว สรุปที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองเหรอ 55555555555555)

และแล้วรอบนี้ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรหวือหวา ไม่มีการเด๋อด๋าทำน้ำหกจนพ่อบ้านต้องพุ่งเข้ามาหา แต่มีเหตุการณ์ตลกนิดนึงตอนที่พ่อบ้านคนอื่นที่ไม่ใช่ทานิยามะซังมาเติมชาให้ฝ.ซัง ปรากฏเติมได้ไม่กี่หยดก็หมดกาแล้ว พ่อบ้านเลยร้อง อ๋าาา แล้วทำหน้าเสียดาย เห็นแล้วขำมาก ทำไมน่าเอ็นดูเชียว ก๊ากกกกกกก

หลังออกจากร้านก็เดินเข้าช็อปที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซื้อขนมกรุบกรอบรสชีสพายมากล่องนึง ตอนที่เดินเข้าร้านมีพ่อบ้านอยู่คนเดียว แต่พอเข้าไปเลือกขนมสักพักมีพ่อบ้านอีกคนเข้ามาเพิ่ม ตอนเข้าร้านมีการส่งเสียงทักทายและโค้งให้ด้วย อะไรจะเทรนกันมาดีขนาดนั้นคะะะะะ

สุดท้าย ตอนไปรอบแรกเจอคุณพ่อบ้านหน้าเทาที่เคยเจอคราวก่อนโน้น และพบว่าคราวนี้หน้าเขาไม่เทาแล้วแหละ!! ดีใจมาก!! ในที่สุดก็เลือกรองพื้นถูกเบอร์แล้วสินะคะ!!

4 comments on “บันทึกคุณหนู

  1. キラキラ says:

    ลุงทาคาโอะคือลุงที่ใส่แว่นข้างเดียวปะคะ หน้าฝรั่งๆ หน่อยชะ??

    แงงงงงงงงงงงง อยากกินขนมร้านพ่อบ้านนนนนนนนนนนนน

    จากที่เคยไปกินร้านนี้รู้สึกว่า สั่งเซตขนมอย่างเดียวไม่ค่อยคุ้มค่ะ ต้องสั่งแบบของคาว+ขนมถึงจะดูคุ้มราคาหน่อย (โดนหลอก ก๊ากกก) ส่วนตัวแล้วกินของหวานอย่างเดียวมันไม่สะใจเลย อยากกินของคาวคู่ของหวานมากกว่าค่ะ

    โอ้ย ความเบ๊อะเซ๊อะของคุณหนูทำให้เกิดอีเว้นท์ เวลาทำนี่อายนะคะ แต่พอพ่อบ้านปราดเข้ามาดูแลนี่มันบรั่บ ฮึ่ยยยยยยยยยยยยย โชคดีนะคะที่แก้วไม่แตก 55555555555

    โอ้ย ร้ายยยยยยยย “เมื่อวานคุณหนูก็กลับบ้านใช่มั้ย” ไม่เคยเจอออออออออออ อยากเจอมั่ง หนูไป 2 ครั้งติดกันตั้งหลายครั้งไม่เห็นพ่อบ้านจะเคยถามเลย!!! แต่ก็กะละว่าร้านนี้ต้องมีบันทึกแหงๆ ว่าคุณหนูมาร้านวันไหน อาจจะบันทึกไปถึงว่าวันที่มานี้สั่งอะไร ได้ถ้วยชาลายไหนไปด้วยนะคะ…

    โถ พ่อบ้านหน้าเทา 55555555555 ไม่ได้ค่ะไม่ได้ ร้านนี้ต้องดูแลเป็นอย่างดีนะคะ ต้องเนี๊ยบต้องพร้อมอย่าให้หลุด QC ข่ะะะะ

    Like

    • chutipuk says:

      ลุงทาคาโอะใส่แว่นนะคะ ใส่ข้างเดียวรึเปล่า….. ลองนึกดูแล้วไม่ค่อยแน่ใจ แต่หน้าก็ไม่ฝรั่งนะคะะะะะ

      ปกติไปทีไรสั่งแต่เซ็ตขนมตลอดเลยค่ะ งก สั่งอันที่ถูกสุดนั่นแหละ 555555555 ที่จริงเพิ่มอีกไม่กี่ร้อยก็ได้ของคาวด้วยแล้วนี่เนอะ OTL แต่กินขนม+ชา+ขยันกินน้ำเปล่าให้พ่อบ้านเดินมาเติมบ่อยๆ ก็อิ่มค่ะ กรั่กๆๆๆๆ

      จริงๆ คำถามนั้นของพ่อบ้านต้องมาจากความขี้เกียจชัวร์ป้าบค่ะะะะ คุณพ่อบ้านอยากประหยัดเวลาอธิบายสินะ! แต่ถ้าพ่อบ้านมีบันทึกไว้ขนาดนั้นก็แอบน่ากลัวนะคะ 5555555555555

      Like

      • キラキラ says:

        บางทีอาจจะเปลี่ยนแว่นบ้างก็ได้ค่ะ… เพราะเคยไปวันนึง เจอพ่อบ้านประจำโต๊ะมารับตอนแรกไม่ใส่แว่น แต่ตอนส่งกลับใส่แว่นซะงั้น คืออะไรยังไง เล่นพร๊อพกันเหรอ???

        แต่ที่รู้สึกว่าหน้าฝรั่งอาจจะคิดไปเองด้วยความที่มีแว่นข้างเดียวก็ได้นะคะ กร๊ากกกกกกก

        Like

      • chutipuk says:

        ก๊ากกกก เปลี่ยนแว่นในแต่ละวันยังเข้าใจนะคะ แต่มีแว่นงอกมาในกะเดียวนี่คืออัลไลลลลล โดนคุณหนูโต๊ะไหนสั่งให้ไปหยิบแว่นมาใส่รึเปล่า 55555555555

        Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s