One day trip in Kyoto ตามรอยชินเซ็นกุมิฉบับเร่งรัด

ตั้งแต่เข้าเดือนเมษามานี่ชีวิตยุ่งเหยิงมาก ทั้งย้ายที่อยู่ ทั้งกลับมาใช้ชีวิตนักเรียนอีกครั้ง ทั้งพาคนนั้นคนนี้เที่ยว ไหนจะต้องปั่นงานที่คั่งค้างสารพัด ฯลฯ

แต่เมื่อรู้ข่าวว่าไชน์นิ่งสโตร์ของอุตะปุริจะเปิดที่อนิเมทเกียวโตช่วงปลายเดือน จิตวิญญาณปริ๊นเซสในร่างมันก็สั่งเราว่า จงโยนงานแล้วพุ่งไปช็อปปิ้งซะดีๆ! (ประโยคนี้เจ้านายทุกท่านไม่เห็น)

ด้วยเหตุนี้เราจึงพุ่งไปเกียวโตโดยมีจุดประสงค์หลักคือไชน์นิ่งสโตร์ ส่วนจุดประสงค์รองคือเดินเล่นกินลมชมวิวในเกียวโต โดยสิ่งที่เราเตรียมไปสำหรับการเดินเล่นในคราวนี้คือ…

DSC03966

ไกด์บุ๊กสำหรับเดินทางจาริกแสวงบุญตามสถานที่สำคัญในฮาคุโอคิ!!

เล่มนี้สนนราคา 1,337 เยน เนื้อหาด้านในแนะนำสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชินเซ็นกุมิในเรื่องฮาคุโอคิโดยไล่ตั้งแต่สถานที่ในเกียวโตยันฮาโกดาเตะ มีภาพสถานที่จริงพร้อมตัดซีจีในเกมมาเทียบให้เสร็จสรรพ แต่หน้าที่เด็ดที่สุดจริงๆ คือพินอัพรูปเดียวกับหน้าปกแต่เปลี่ยนฉากหลังเป็นซากุระ โอคิตะซังโหล่วววววววววววววว (≧д≦)

ได้หนังสือเล่มนี้มาครอบครองแล้วก็พลิกดูผ่านๆ หนึ่งที จบ ไม่มีการอ่านล่วงหน้าใดๆ ทั้งสิ้น กะจะถือหนังสือไปตายเอาดาบหน้า (ก๊าก)

อันที่จริงถ้ามีเวลาเยอะๆ ควรจะค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ ศึกษาความเป็นมาเกี่ยวกับแต่ละแห่งแล้ววางแผนเส้นทางดีๆ น่าจะเที่ยวได้หลายที่และอินกับทุกที่มากกว่า เพราะในหนังสือไม่มีการแนะนำเส้นทางให้ แค่บอกว่าแต่ละแห่งอยู่แถวสถานีไหนบ้าง สำคัญยังไงบ้าง และแปะรูปผู้ชายพอหอมปากหอมคอ (มันคุ้มตรงประการหลังสุดนี่แหละ!) แต่เราได้ไกด์บุ๊กมาแบบเร่งด่วนไปหน่อยเลยไม่ทันได้วางแผนเส้นทาง สักวันคงได้ไปอีกรอบแหงๆ รอบนี้คิดซะว่าไปเซอร์เวย์ (-v-;)

วันเดย์ทริปรอบนี้เราเริ่มจากนั่งรถไฟสายฮันคิวไปลงสถานีคาวาระมาจิแล้วพุ่งไปอนิเมทเกียวโตเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ช็อปปิ้งในไชน์นิ่งสโตร์เสร็จอย่างรวดเร็วเพราะไชน์นิ่งสโตร์สาขานี้เล็กมากกกกก เทียบกับที่ไทยแล้วรู้สึกว่าของไทยดูอลังการงานสร้างขึ้นมาทันที แถมที่นี่ยังของหมดไปเยอะพอสมควร ไม่มีของชิ้นไหนที่เหลือครบทั้ง 11 คนเลย

ช็อปปิ้งเสร็จก็เริ่มกางไกด์บุ๊กงมหาที่ไป ดูแผนที่แล้วเห็นว่าอิเคดะยะ (池田屋) อยู่ใกล้ๆ แถวนั้นในระยะเดินถึงก็เลยเดินไปที่นั่นเป็นที่แรก

ระหว่างทางเดินไปอิเคดะยะแอบงงเล็กน้อยเพราะมันมีซอยเล็กซอยน้อยเยอะเหลือเกิน เดินแล้วไม่ค่อยแน่ใจว่าเดินเลยถนนเส้นที่มีร้านไปแล้วรึยัง สุดท้ายเลยเดินหาสะพานซังโจก่อน เพราะดูในแผนที่แล้วอิเคดะยะตั้งอยู่บนถนนเส้นเดียวกับสะพานซังโจ

พอเจอสะพานก็หาอิเคดะยะเจออย่างง่ายดาย เพราะร้านอยู่ใกล้ๆ กับสะพานเลย

DSC03941

อิเคดะยะเป็นที่ซึ่งน่าจะเรียกได้ว่าเป็นสถานที่เดบิวท์(?)ของชินเซ็นกุมิ คือถ้าพูดถึงวีรกรรมเด็ดๆ ของชินเซ็นกุมิแล้ว ส่วนใหญ่ก็น่าจะนึกถึงอิเคดะยะกันทั้งนั้น แต่เนื่องจากบล็อกนี้ไม่เน้นสาระ เน้นกรี๊ดผู้ชาย ดังนั้นเราจะข้ามเรื่องความสำคัญของอิเคดะยะไปเลย เฮฮฮฮฮ \(^o^)/

อิเคดะยะสมัยโน้นนนนเป็นโรงเตี๊ยม ส่วนตอนนี้กลายมาเป็นสาขาของร้านอาหารชื่อฮานะโนะไม ซึ่งความรู้สึกเมื่อแรกเห็นก็คือ ดูเป็นร้านธรรมด๊าธรรมดา ไม่ค่อยให้บรรยากาศโรงเตี๊ยมในประวัติศาสตร์เลย

จนกระทั่งเราเดินไปดูป้ายหน้าร้านเท่านั้นแหละ……………

DSC03940

หื้มมมมมมมมมมม ข้างล่าง!!!!!! ข้างล่างนั่นมัน!!!!!!!!

SONY DSC

ผู้ชายกลุ่มเดียวกับในไกด์บุ๊กของเราเลยนี่นาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!!

ไกด์บุ๊กฮาคุโอคิได้นำทางเรามาพบพานกับฮาเร็มที่อิเคดะยะ โอ้วว้าว ไกด์บุ๊กเล่มนี้ใช้ได้เลยนะเนี่ย (ณ จุดนี้หันไปโฟกัสผู้ชายเต็มที่แล้ว ความสำคัญทางประวัติศาสตร์อะไรไม่สนแล้ว 5555555555555)

ที่จริงตอนเดินหาร้านก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีกิจกรรมอะไรที่นี่ แค่อยากมาเห็นอิเคดะยะด้วยตาตัวเอง (ทั้งๆ ที่สภาพมันก็ไม่น่าจะเหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว) แต่พอเห็นป้ายหน้าร้านโฆษณาว่ามีเมนูฮาคุโอคิปุ๊บ โอเค เดินเข้าทันที สวัสดีหนุ่มๆ ชินเซ็นทั้งหลายยยย (≧∀≦)

เข้าไปแล้วจะเจอทางลงไปใต้ดิน ซึ่งมองไปทางไหนก็มีฮาคุโอคิเต็มไปหมด (*0*)

DSC03928

DSC03920

ชอบรูปเซ็ทที่แปะข้างฝาตรงนี้มากกกก โฮววววววว เซ็ทนี้ทุกคนหล่อมากกกกกกกก (ขนาดนางเอกยังหล่อเลย) บนรูปมีลายเซ็นนักพากย์ด้วย ตอนแรกไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นลายเซ็นนักพากย์หรือแคสต์บุไต แต่พอเห็นลายเซ็นโทริซังกับโมริคุโบะซังแล้วถึงมั่นใจเพราะจำลายเซ็นสองคนนี้ได้

พอเดินลงไปข้างล่างก็ยังเจอฮาคุโอคิเต็มไปหมดอีกเช่นกัน คราวนี้มาเป็นชั้นวางสุดยิ่งใหญ่ ดิสเพลย์ตรงนี้มีทั้งทีวงทีวี นิยาย ฟิกเกอร์ เข็มกลัด แฟ้ม ชุดโอคิตะซัง ฯลฯ

DSC03911

(ว่าแต่ทำไมถึงเป็นชุดโอคิตะเหรอ? พระเอกก็ไม่ใช่ ทำไมเกินหน้าเกินตา?)

DSC03912 DSC03915 DSC03917 DSC03919

นี่เราไม่ได้คาดหวังว่าอิเคดะยะอันลือลั่นจะกลายมาเป็นสถานที่โอตาคุขนาดนี้เลยนะ….. แต่ก็ดีแล้ว แค่เดินเข้ามาเจอสภาพนี้ก็รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน (หืม?)

ลงบันไดมาใต้ดินแล้วก็รอแป๊บนึงก่อนที่พนักงานจะพาไปที่โต๊ะ ตอนนั้นในร้านไม่มีโต๊ะอื่นเลย เงียบสงัดมากกกกกก แต่ตอนเราเดินเข้าร้านมีคุณลุงเดินสวนออกไปคนนึง ตอนแรกก็ไม่คิดอะไรมาก แต่พอเข้ามาเห็นบรรยากาศในร้านแล้วสงสัยเลยว่าลุงรู้สึกยังไงกับการมากินข้าวในร้านที่มีฮาคุโอคิทุกตารางเมตรแบบนี้คะ?? (เอ๊ะ? หรือบางทีลุงอาจจะเป็นติ่งฮาคุโอคิ?)

ตามทางเดินในร้านจะแปะป้ายโฆษณาทั้งเกม ทั้งบุไต แถมยังมีการ์ดหนุ่มๆ ใส่กรอบติดผนังเรียงราย โอ้โห๊ นี่หรืออิเคดะยะที่ชินเซ็นกุมิเคยมาปราบคนร้าย ปัจจุบันมีผู้ชายสองมิติเต็มไปโม้ดดดดดดด

DSC03898

DSC03899 DSC03902 DSC03905 DSC03907

และในส่วนของโต๊ะสำหรับนั่งรับประทานอาหารนั้น ผู้มาเยือนอิเคดะยะจะได้รับสิทธิ์กินไปพลางดื่มด่ำกับหนุ่มๆ ที่แปะอยู่ข้างๆ ไปด้วย ว้าวววววว อิเคดะยะเจ๋งโคตรรรรร!!!!!!

DSC03890

ตั้งแต่เห็นป้ายหน้าร้านจนถึงจุดนี้ บทสนทนาระหว่างเรากับจ.ซัง (นามสมมติ) คือ “เฮ้ยยยยย ดีอะะะะะ” “เฮ้ยยยย เจ๋งอะะะะะะ” “เฮ้ยยยยยยยยย” “เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยย” เรียกได้ว่าอยู่ในสภาวะพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเพราะไม่รู้มาก่อนว่าข้างในมันมีอะไรแบบนี้ 5555555555

พอนั่งโต๊ะและตั้งสติได้แล้วก็ได้เวลาดูเมนู

DSC03884

เมนูอาหารกลางวันของร้านนี้ใช้ชื่อเมนูเป็นชื่อคนในชินเซ็นกุมิ ตอนก่อนสั่งเลยคุยกันว่าเวลาสั่งต้องสั่งยังไงนะ? สมมติสั่งไซโตฮาจิเมะต้องสั่งว่า ขอไซโตฮาจิเมะหนึ่งคน ด้วยรึเปล่า?? (เกิดทำจริงขึ้นมาพนักงานคงทำหน้าเอือมใส่ หรือไม่พนักงานก็อาจจะเจออะไรแบบนี้จนชินแล้ว…)

ส่วนเมนูเครื่องดื่มฮาคุโอคิจะมีทั้งแบบค็อกเทลมีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์

DSC03886 DSC03887

ลังเลอยู่นานว่าจะสั่งอะไรดี แล้วสุดท้ายเราก็สั่งค็อกเทลแบบไม่มีแอลกอฮอล์ของตัวละครในภาคใหม่ที่ cv: มิยาโนะ มาโมรุ ซึ่งที่จริงจำชื่อตัวละครไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เผอิญแพ้ทางคนพากย์ (แล้วการแพ้ทางคนพากย์มันเกี่ยวอะไรกับการเลือกเครื่องดื่มเนี่ย ที่จริงก็ไม่เกี่ยวป้ะ 5555555555)

ส่วนจ.ซังสั่งเมนูของโอคิตะ พอพนักงานมาเสิร์ฟน้ำก็แจกที่รองแก้วตรงตามตัวละครที่สั่งไปให้ด้วย ตอนแรกนึกว่าจะแจกแบบสุ่มซะอีก ดีจังที่แจกแบบนี้ (≧ω≦)

DSC03891

น้ำที่เราสั่งมาเป็นไลม์เบสผสมโทนิกวอเตอร์ รสชาติเปรี้ยวๆ เจือรสหวานนิดนึง ไม่ถึงกับอร่อยเป็นพิเศษ แต่ดื่มด้วยฟิลเตอร์ติ่งแล้วอิ่มอกอิ่มใจ (นี่ขนาดเป็นเมนูของตัวละครที่จำชื่อไม่ได้นะเนี่ย……)

ทางด้านเมนูของคาว จ.ซังสั่งเมนูโอคิตะอีกเช่นเคย มีจุดยืนชัดเจนมาก! ในขณะที่เราสั่งเมนูไซโตซัง โอ๊ย ทำไมสั่งได้สะเปะสะปะขนาดนี้ ที่จริงเราก็เมนโอคิตะนะ 55555555555555

อาหารกลางวันโอคิตะซังเป็นเซ็ทเท็มปุระผัก

DSC03894

ส่วนของไซโตซังเป็นอุด้งกับข้าวหน้าทะเล อุด้งอร่อยยยยย (≧ω≦)

DSC03896 DSC03897

ที่จริงมันเหมือนจะมีเมนูที่มีเฉพาะสาขาอิเคดะยะอยู่ด้วย แต่ตอนสั่งอาหารพนักงานไม่ได้หยิบเมนูนั้นมาให้ เพิ่งมาเห็นอีกทีตอนกินเสร็จแล้วออกมาดูป้ายนอกร้าน (ก่อนเข้าร้านก็ดูแล้วรอบนึงนะ แต่ตอนนั้นไม่ค่อยมีสติ…..) ด้วยเหตุนี้เลยอดกินเมนูนั้นซึ่งน่าจะได้การ์ดเป็นของแถม แป่ววววว

ตอนกินเสร็จแล้วจะเดินมาจ่ายตังค์หน้าร้านก็โอ้เอ้ไม่ยอมออกจากร้านกันเพราะมันมีอะไรให้ดูเยอะแยะดี (ยืนดูหนุ่มๆ ตรงบันไดขึ้นลงใต้ดินกันนานมาก 555555555555) พอเดินขึ้นไปชั้นสองก็เจอชินเซ็นกุมิแบบปกติธรรมดา มีหุ่นจำลองฉากต่อสู้ในอิเคดะยะให้ดูด้วยนะ! (แต่เราว่ามันแอบหลอนพิกล)

DSC03931 DSC03932

และมุมที่ใครเป็นติ่งโทเค็นรันบุมาเห็นจะต้องกรี๊ดมาก คือมุมแขวนดาบ!

DSC03933

ดาบสามเล่มตรงนั้นประกอบด้วยน้องคะชู คาเนะซัง และนากาโซเนะโคเทตสึ แต่เราไม่อินกับดาบเท่าไหร่ก็เลยยืนดูแล้วก็ อืมๆ ว้าวๆ น้องคะชู จบ

ก่อนออกจากร้านสังเกตอีกอย่างคือป้ายตรงปุ่มกดเรียกพนักงานก็เป็นโอคิตะ ร้านนี้ดูจะนิยมโอคิตะซังเป็นพิเศษนะ 555555555555

DSC03937

โมเมนต์ที่เดินออกจากร้านนี่รู้สึกมิชชั่นคอมพลีตมาก พึงพอใจกับการมาเกียวโตรอบนี้แล้ว (*´∀`*) แต่ไหนๆ ก็มาแล้วทั้งที จะกินผู้ชายข้าวเสร็จแล้วกลับเลยก็กระไรอยู่ ไปแวะตามรอยชินเซ็นอีกนิดหน่อยละกัน

ว่าแล้วก็นั่งรถไฟไปสถานีโอมิยะ เพื่อไปยางิเท (八木邸) กับมิบุเดระ (壬生寺) ซึ่งสองที่นี้จะอยู่ติดๆ กัน แต่เราเดินไปเจอยางิเทก่อน ไปถึงก็เจอลุงคนนึงยืนเฝ้าด้านหน้าแล้วบอกว่าที่นี่คือยางิเทนะ ถ้าจะไปมิบุเดระต้องเดินไปอีกนะ (สงสัยท่าทางเรางงๆ กับชีวิต ลุงเลยช่วยบอกไว้ก่อนเผื่อเราเข้าผิดที่) 

ยางิเทคือที่ทำการแห่งแรกของชินเซ็นกุมิ เป็นจุดกำเนิดของชินเซ็นกุมิ และเป็นฉากในฮาคุโอคิเยอะมากกกกก ส่วนอิเคดะยะนั่นเป็นจุดที่ทำให้ชินเซ็นกุมิเริ่มมีชื่อเสียง

DSC03949

ที่นี่ต้องเสียค่าเข้าพันเยน เข้าไปด้านในแล้วห้ามถ่ายรูป ข้างในเป็นบ้านเก่าๆ ซึ่งถ้าให้เดินวนเองเฉยๆ เดินแค่สามนาทีก็รอบแล้ว

แต่งานนี้ลุงที่เฝ้าด้านหน้าจะมาเลคเชอร์ให้ฟังด้วย พันเยนที่จ่ายไปน่าจะเป็นส่วนแบ่งของลุงประมาณเก้าร้อยเยน เพราะลุงเลคเชอร์ให้ฟังยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ลุงเล่าให้ฟังตั้งแต่จุดกำเนิดของชินเซ็นกุมิยันฉากฆาตกรรมเซริซาวะ คาโมะ ระหว่างเล่าก็จะมีการหยิบกระดาษเขียนชื่อคนขึ้นมาประกอบการเล่าด้วย (ตอนลุงหยิบแผ่นที่มีชื่อโอคิตะซังขึ้นมานี่แอบกรี๊ดในใจเยอะมาก 555555555555) ตอนเล่าฉากฆาตกรรมเซริซาวะ ลุงเล่าแล้วมีการทำท่าบอกว่า เซริซาวะนอนในห้องนี้ ตรงนี้นะ คือละเอียดและเห็นภาพชัดเจนดีมาก /ปรบมือให้ลุง

ฟังเลคเชอร์เสร็จลุงก็พาเดินดูห้องอื่นๆ ในบ้านพร้อมอธิบายไปด้วย ลุงพาทัวร์เสร็จแล้วก็ต้อนคนที่เข้ามาฟังเลคเชอร์ทีหลังให้ไปฟังใหม่อีกรอบ ไม่รู้วันนึงลุงต้องเลคเชอร์กี่รอบ โอสึคาเระนะคะคุณลุง

ส่วนเราและจ.ซังออกจากยางิเทแล้วก็มานั่งกินขนมและชาในร้านที่อยู่ติดกัน เซ็ทขนมนี่รวมอยู่ในค่าตั๋วด้วย ไฮไลท์ของการกินขนมคือ ร้านขนมร้านนี้ตั้งอยู่ในบ้าน(?)หลังที่เคยเป็นที่อยู่ของพวกโอคิตะซังมาก่อน!! แต่ถ้าคุณลุงไม่บอกก็คงไม่รู้เรื่องนี้ เพราะปัจจุบันมันกลายสภาพเป็นร้านขนมและสินค้าเกี่ยวกับชินเซ็นกุมิไปแล้ว

ถัดจากยางิเทก็ไปหาคนโดซังที่มิบุเดระต่อ

DSC03964

ในมิบุเดระจะมีโซนนึงที่ต้องเสียค่าเข้าร้อยเยน เข้าไปแล้วจะเจอรูปปั้นคนโดซังตั้งตระหง่านอยู่ด้านใน ข้างๆ มีหลุมศพอยู่นิดหน่อย แต่ไม่ได้อ่านป้ายเลยไม่รู้ว่าตกลงมีหลุมศพใครบ้าง……

DSC03953 DSC03961

ไฮไลท์ของบริเวณนี้คือ ป้ายขอพร!! ด้านข้างรูปปั้นคนโดซังจะมีที่สำหรับแขวนป้ายขอพรอยู่ ซึ่งป้ายแต่ละแผ่นที่แขวนอยู่ที่นี่จัดเต็มกันมาก ดูเพลินมาก

DSC03955 DSC03956 DSC03957 DSC03958 DSC03960

เห็นป้ายเหล่านี้แล้วก็ตระหนักว่า 90% ของคนที่มาที่นี่คือมาทำกิจกรรมติ่งสินะ…..

ออกจากยางิเทเราก็ไม่ได้แวะไปที่ไหนอีก เป็นการตามรอยชินเซ็นที่เร่งรัดมาก นับๆ ดูแล้วก็มีแค่อิเคดะยะ สะพานซังโจ ยางิเท มิบุเดระ หมดแล้ว….. ที่จริงแล้วในเกียวโตยังมีที่สำหรับตามรอยชินเซ็นอีกเยอะมากกกกกก อย่างที่บอกตอนแรกนั่นแหละว่าก่อนเที่ยวควรวางแผนเส้นทางให้ดีๆ เพราะใช่ว่าทุกสถานที่จะอยู่ติดๆ กันหมด

แต่สำหรับเรา วันเดย์ทริปคราวนี้แค่อิเคดะยะที่เดียวก็ฟินมากแล้ว (////ー////) โชคดีมากที่ไปแบบไม่ได้หาข้อมูลใดๆ มาก่อนแล้วดันไปตอนที่ร้านคอลลาโบะกับฮาคุโอคิพอดี (แต่ไปหาอ่านๆ มาเห็นว่าปกติถึงจะไม่คอลลาโบะก็มีกู๊ดส์ฮาคุโอคิประดับอยู่นิดหน่อยอยู่แล้วด้วยนะ) 

เดี๋ยวฮาคุโอคิชินไคแผ่นสองออกเมื่อไหร่เจอกันแน่ค่ะโอคิตะซัง! (และ ตัวละครใหม่ที่ cv: มิยาโนะ มาโมรุ ซัง!)

 

4 comments on “One day trip in Kyoto ตามรอยชินเซ็นกุมิฉบับเร่งรัด

  1. キラキラ says:

    หุยยยยยยยยยยยยยย มีกระทั่งไกด์บุ๊คตามรอยติ่งงงงงงงงง มันร้ายมากกกกกกกกกกกก ช่วงส่งเสริมการท่องเที่ยวในส่วนภาคอื่นๆ ซะด้วย ประเทศนี้มันขูดเลือดขูดเนื้อ(?)กันจริงๆ ค่ะ!!!

    หุยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย (อีกรอบ) ไม่คาดหวังเหมือนกันค่ะว่าสถานที่ตามประวัติศาสตร์(?) จะกลายเป็นอะไรแบบนี้ โอ้ย ประดับตกแต่งด้วยความติ่งงงงงงงงงงงงงงงงงง แถมบรรยากาศเข้ากันสุดๆ โอ้ยยย ขนาดไม่ใช่แฟนเรื่องนี้ยังร้องอู้หูวววววววว

    ป้ายขอพรนั่นมัน 555555555555555555555555555555555555 รู้สึกจิตวิญญาณของผู้ที่มาที่นี่เชื่อมต่อกันแล้วค่ะ

    Like

    • chutipuk says:

      จิตวิญญาณเชื่อมต่อกัน โอย ฟังดูยิ่งใหญ่มากค่ะ 5555555555 เชื่อมต่อกันด้วยความติ่งปู้จายยยย ก๊ากกกกกกกกกกกก

      Like

  2. อูราเล่มนี้ต้องสอย!!!
    เราจะไปตามรอยติ่งตั้งแต่ใต้ขึ้นเหนือลงใต้อีกรอบบบบบบบบ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s