THEATER SHINING「ポラリス」

โพลาริสเป็นซีดีแผ่นสุดท้ายในโปรเจคต์ Theater Shining ซึ่งจริงๆ แล้วออกมาตั้งแต่กลางเดือนมกรา แต่โดนเราดองไว้นานมากเพราะมัวแต่ไปติดเกม (ซึ่งก็ไม่ใช่เกมอื่นไกล ติดอุตะปุริเนี่ยแหละ ฮ่วยยย) พอเคลียร์เกมเสร็จแล้วถึงเพิ่งมานั่งละเลียดฟังแทรคดราม่า กราบขอโทษคุณอิจิโนะเสะงามๆ ที่ดองไว้นานทั้งๆ ที่เป็นเมนนะคะ ฮืออออ

คอนเซปท์ของโพลาริสซึ่งเป็นแผ่นสุดท้ายคือหนังไซไฟอวกาศ เป็นคอนเซปท์ที่เห็นครั้งแรกรู้สึกว่า อุตะปุริมาไกลมากจริงๆ….. อีกนิดก็กันดั้มแล้ว

DSC03610-2

แผ่นนี้นำแสดงโดยอิจิโนะเสะ โทคิยะ, ชิโนมิยะ นัตสึกิ และไอจิมะ เซซิล เป็นการจับกลุ่มที่อบอุ่นละมุนละไมมาก ราวกับโทคิยะเป็นคุณแม่ มีนัตจังเป็นลูกคนโต เซชชี่เป็นลูกคนเล็ก น่าร๊ากกกกกกกกก (*´ェ`*)(*´ェ`*)(*´ェ`*) แต่ในแทรคดราม่าเต็มไปด้วยฉากทะเลาะกัน ตึงงงงงง

แพคเกจจิ้งแผ่นนี้ก็ยังคงเหมือนแผ่นอื่นๆ ที่ผ่านมาคือประกอบไปด้วยซีดี ตั๋วหนัง โปสเตอร์ แพมเฟลต และบทหนังพร้อมเมโม่ของเหล่านักแสดงนำ

  • ซีดี

ดีไซน์ของตัวซีดีก็ดูจะไซไฟแล้ว ลายกล่องไซไฟยิ่งกว่า ได้ฟีลอวกาศสุดดดดดด

DSC03614-2

ในซีดีประกอบด้วยแทรคต่อไปนี้

ซีดีแผ่นนี้มีสี่แทรค ประกอบด้วย

1.ภาพยนตร์ “Polaris” chapter 01
2.ภาพยนตร์ “Polaris” chapter 02
3.เพลงประกอบ “Polaris”
4.เพลงประกอบ “Polaris” off vocal

แทรคดราม่าสองแทรครวมกันยาวประมาณห้าสิบนาที สั้นกว่า BLOODY SHADOWS แต่ยาวกว่าโจรสลัดและตำรวจนิดหน่อย

  • ตั๋วหนัง

แยกเป็นสามคนสามใบเช่นเคย

DSC03611-2

พอหยิบตั๋วหนังมาเรียงกันแยกเป็นรายคนแบบนี้ถึงเพิ่งรู้สึกว่า (หากมองอย่างเป็นกลางแล้ว) เซ็ตนี้ชอบอิลลัสนัตจังที่สุดแฮะ ดูมีความซัตสึกิแฝงนิดๆ ยิ่งถ้าปิดหน้าฝั่งขวาไปซีกนึงแล้วเหลือแต่ฝั่งซ้ายจะดู fierce แบบซัตสึกิมากกกก ปลื้ม

  • โปสเตอร์

ขนาด B2 ใหญ่เบิ้ม นี่ถ้าเอาสี่แผ่นมารวมกันคือแปะเป็นวอลเปเปอร์ได้เลย

DSC03619-2

ขอสารภาพว่าตอนเห็นอาร์ทเวิร์คแผ่นนี้รู้สึกเฉยมาก ไม่ได้กรี๊ดกร๊าดฮือฮาอะไรเท่าไหร่ แต่พอมานั่งพินิจพิจารณาโปสเตอร์แล้วชอบมาก ประทับใจที่สีสวยมากกกกกกกกกกก ถ่ายรูปออกมาแล้วแสงมืดไปหน่อยเลยเก็บความสีสวยมาได้ไม่เต็มที่ แต่ของจริงสวยสดงดงามมากนะ ฮืออออออออ ขอบคุณอาจารย์คุราฮานะสำหรับอาร์ทเวิร์คงามๆ ค่ะ (;___;) จะขอเก็บโปสเตอร์และซีดีเหล่านี้ไว้เป็นสมบัติประจำตระกูลสืบไป

แอบซูมด้วยความลำเอียง

DSC03621-2

รอยยิ้มของคุณอิจิโนะเสะะะะะะะะะะะะะ♥♥♥

  • แพมเฟลตและบทหนัง

DSC03622-2

แพมเฟลตเล่มนี้ก็มีการแนะนำตัวละคร, สัมภาษณ์นักแสดง และอธิบายคำศัพท์เช่นเคย

DSC03623 DSC03632 DSC03633

ประทับใจในความทุ่มเทกับโปรเจคต์ตรงที่ดีไซน์หุ่นยนต์จริงจังมากนี่แหละ งานนี้คนดีไซน์หุ่นก็ใช่ว่าจะธรรมดานะ โยชิโอกะ ฮิเดสึงุซังที่ดีไซน์หุ่นนี่เป็นหนึ่งในคนดีไซน์ทรานสฟอร์เมอร์เลย คือเรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเมคานิคส์มาดีไซน์หุ่นซึ่งมีบทบาทแค่อยู่ในแพมเฟลต ในเว็บออฟฟิเชียล และโผล่ในพีวีแว้บๆ คือลงทุนมากกกกกกกก

จริงๆ แล้วเคยไปอ่านความเห็นใน 2ch ที่เมาท์เรื่องนี้กัน บางคนแขวะว่าแผ่นนี้เป็นแผ่นที่เห็นได้ชัดว่าออฟฟิเชียลตั้งใจทำน้อยกว่าแผ่นอื่น (ก็ไม่รู้ว่าเค้าเอาอะไรมาตัดสินว่าแผ่นไหนตั้งใจ แผ่นไหนไม่ตั้งใจ…) แต่ดูจากการใส่ใจดีไซน์ของหุ่นยนต์สำหรับภาพยนตร์ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นดราม่าซีดี (ซับซ้อนจัง) แบบนี้ แถมยังมีรายละเอียดอีกเยอะแยะทั้งไทม์ไลน์เหตุการณ์ในเรื่อง ศัพท์เฉพาะ ฯลฯ เราว่าความตั้งใจของทีมงานที่อยากสร้างโลกของภาพยนตร์เรื่องโพลาริสขึ้นมาก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าแผ่นอื่นๆ เลยนะ

ส่วนบทหนัง รู้สึกว่าอิจจี้กับเซชชี่ขยันจดโน้ตมาก จดกันแต่ละทียืดยาว เอาการเอางานดีมาก

DSC03627

DSC03630

ในขณะที่นัตจัง….. วาดรูปปิโยะจังเล่นจ้าาาา รู้สึกไอดอลค่ายนี้จะชอบวาดรูปกันเหลือเกิ๊นนนน

ประทับใจรูปปิโยะจัง vs คุณเพนกวิ้นเป็นพิเศษ รู้สึกนัตจังวาดเพนกวิ้นออกมาน่ารักกว่าคนดีไซน์เพนกวิ้นตัวจริงซะอีก 5555555

DSC03629

จบมุม unbox ต่อไปเป็นมุมเมาท์มอยเนื้อเรื่อง

อย่างที่บอกว่าแผ่นนี้เป็นแนวไซไฟอวกาศ เนื้อเรื่องมันเลยออกแนวอนิเมะแนวอวกาศธรรมด๊าธรรมดา ให้ฟีลเหมือนอนิเมะมากกว่าหนัง เป็นเรื่องราวของเหล่าไพลอตแห่งองค์กรพิทักษ์โลกที่ต้องขับหุ่นรบเพื่อปกป้องโลกจากสิ่งมีชีวิตต่างดาว แต่มันเป็นความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาตรงที่ไม่นึกว่าจะได้พบเจออะไรแบบนี้ในโลกของอุตะปุรินี่แหละ

งานนี้อิจิโนะเสะ โทคิยะรับบทเป็นโทคิยะ อิจิโนะเสะ (ซึ่งไม่ได้เอาชื่อนามสกุลมาสลับที่กันนะ จริงๆ ก็ชื่อเดิมนั่นแหละ แต่ปกติพวกอนิเมะแนวนี้จะเรียกชื่อตัวละครด้วยชื่อ-นามสกุลแบบสากล) โทคิยะคนนี้เป็นเอสไพลอตยอดฝีมือผู้แสนเย็นชาที่พาสชั้นไปเข้าเรียนมหาลัยดังตั้งแต่อายุสิบขวบ พออายุสิบห้าก็จบด็อกเตอร์ กลายเป็นไพลอตระดับท็อปคลาส พ่อเป็นถึงผู้บัญชาการทหารในหน่วยพิทักษ์โลก เป็นตัวละครที่โปรไฟล์เวอร์วังอลังการม๊ากกกกกก ขี้โกงงงงงงง

นัตจังรับบทเป็นนัตสึกิ ชิโนมิยะ ไพลอตอัจฉริยะอีกคน ส่วนเซชชี่รับบทเป็นเซซิล ไอจิมะไพลอตฝีมือดีที่ชอบโดดฝึกซ้อมแต่เป็นคนเฮฮาร่าเริง เป็นมู้ดเมกเกอร์ประจำทีม ซึ่งนอกจากสามคนนี้แล้วยังมีตัวละครหลักอีกคนคือสาวน้อยอัจฉริยะ (เป็นภาพยนตร์ไซไฟที่มีอัจฉริยะเกร่อมาก…) ที่ได้รับเลือกให้เป็นไพลอตคนใหม่จึงต้องเข้ามาฝึกซ้อมรบในทีมเดียวกับหนุ่มๆ ทั้งสาม สาวน้อยคนนี้เป็นเสมือนนางเอกกลายๆ แต่ดันไม่มีแม้แต่ชื่อด้วยซ้ำ เธอคนนี้โดนเรียกว่า 候補生 (อารมณ์ประมาณเด็กฝึก?) ตลอดทั้งเรื่อง

 

 

*ต่อไปนี้มีสปอยล์*

 

 

※ เพื่อไม่ให้สับสน ในที่นี้โทคิยะ นัตสึกิ เซซิล= ชื่อตัวละครในเรื่องโพลาริส ส่วนอิจจี้ นัตจัง เซชชี่=นักแสดงนำ

 

 

โพลาริสแทรคแรกดำเนินเรื่องอย่างเรื่อยๆ เอื่อยๆ นางเอกโดนองค์กรพิทักษ์โลกที่ชื่อไชน์นิ่งยูนิเวิร์สจับมาฝึกเป็นนักบิน จับเข้าทีมเดียวกับโทคิยะ นัตสึกิ และเซซิล ซึ่งแทรคแรกนางเอกก็จะได้ไปทำความรู้จักกับแต่ละคนและสัมผัสบรรยากาศของทีมนี้

ช่วงแรกๆ ไพลอตโทคิยะ อิจิโนะเสะเย็นชามากกกกกก เจอหน้านางเอกครั้งแรกก็ด่านางเอกว่าทำหน้าโง้โง่กันเลย พอนางเอกรู้ว่าได้อยู่ทีมเดียวกันเลยจะขอเชคแฮนด์ อีตาโทคิยะ อิจิโนะเสะก็ปัดมือทิ้งแล้วบอกว่าไม่จำเป็นต้องมาทำตัวเป็นพวกเดียวกันหรอก มันไร้สาระ โอยยยย ทำตัวน่าถีบเหมือนอิจจี้ในเกมภาคแรกสมัยเริ่มเกมใหม่ๆ เป๊ะะะะ!!

แต่จริงๆ แล้วไพลอตคนนี้มีความน่ารักตรงที่เป็นเด็กติดพ่อ ชื่นชมพ่อที่เป็นผู้บัญชาการทหารมากถึงได้อยากมาเป็นไพลอตเพื่อให้พ่อยอมรับ ฮุ้ยยยย ที่ดูว่าผมหยิ่ง ที่จริงผมติดพ่อนะครับบบบบ

ในขณะที่โทคิยะ อิจิโนะเสะทำตัวน่าเตะตั้งแต่ฉากแรกที่พบ ฉากปรากฏตัวของนัตสึกิตรงข้ามเลย โอโตเมะมากกกกกก นางเอกกับนัตสึกิบังเอิญเดินชนกัน ทักทายทำความรู้จักกันอย่างเป็นมิตรท่ามกลางเพลงประกอบละมุนละไม ส่วนเซซิลปรากฏตัวสมกับเป็นเซซิล คือโผล่มาจากบนต้นไม้เพราะกำลังนอนกลางวันอยู่บนนั้นพอดี (…เอานิสัยนักแสดงมาใส่ในหนังอีกแล้วนะ!) ช่วงที่ฟังแทรคแรกเอ็นดูนัตสึกิกับเซซิลมาก ส่วนโทคิยะ อิจิโนะเสะโผล่มาทีไรหมั่นไส้ตลอดดดดด

ด้วยความที่โทคิยะ อิจิโนะเสะเป็นเอสไพลอตผู้แสนเย็นชา ไม่ต้องการเพื่อน หยิ่งในศักดิ์ศรี ทำให้บรรยากาศในทีมนี้ไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่ ทะเลาะกันตลอดเวลา สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่โทคิยะชอบพูดจาจิกกัดคนอื่น นิสัยเสีย ปากเสีย คือพูดออกมาแต่ละประโยคคนฟังอยากทะลุซีดีเข้าไปตบกะโหลกมากๆ (แต่ไอ้นิสัยชอบทำตัวโดดเดี่ยวไม่ยุ่งกับใครนี่มันจะไม่เซ็ตสึนะ F เซเอย์ไปหน่อยเหรอ… เสียงก็เป๊ะเลย)

ขนาดนักแสดงนำยังออกปากเองเลยนะว่าโทคิยะ อิจิโนะเสะเป็นเด็กมีปัญหา

ตัวอย่างเหตุการณ์น่าตบกะโหลกก็เช่น ตอนที่ทีมกินข้าวด้วยกัน หนุ่มๆ ทั้งสามไม่มีใครพูดอะไรสักคำ นางเอกเลยทักว่าไม่เงียบไปหน่อยเหรอคะ มาเมาท์กันมั้ยจะได้สนุกๆ โทคิยะเลยตอบว่าเงียบแล้วผิดตรงไหนไม่ทราบ? ที่มาเจอหน้าก็เพราะมันเป็นกฎหรอกนะ ไม่งั้นไม่มาอยู่ในที่พรรค์นี้หรอก เป็นต้น (ดูค่ะดู ความหยิ่งนี้คืออออ???? แค่ร่วมโต๊ะกินข้าวกับเพื่อนร่วมทีมยังอิดออด????)

แต่ถึงจะเย็นชาปั้นปึ่งแค่ไหน โทคิยะก็ยังมีความใส่ใจเพื่อนร่วมทีมอยู่บ้าง อย่างเวลาฝึกซ้อมกัน โทคิยะก็จะคิดเมนูการฝึกที่เข้ากับความสามารถมาให้ทุกคนทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ใช่หัวหน้าทีมแต่อย่างใด (ซึ่งอิจจี้เขียนโน้ตไว้ในบทว่าสงสัยจะทำเพราะอยากแสดงให้เห็นความเหนือกว่า โอย วิเคราะห์ซะโทคิยะ อิจิโนะเสะดูนิสัยเสียกว่าเดิมอีก 5555555555) จุดนี้เราว่าโทคิยะ อิจิโนะเสะอารมณ์เหมือนเป็นครูฝึกโหดๆ รวมร่างกับคุณแม่เฮี้ยบๆ ที่ถึงแม้จะชอบดุด่าแต่ก็ทำไปเพราะหวังดีลึกๆ (นี่เราพยายามคิดเข้าข้างมากกว่าที่นักแสดงนำคิดอีกนะเออ!) 

ขำที่ในบทสัมภาษณ์อิจจี้บอกว่าโทคิยะ อิจิโนะเสะเป็นคนที่ยึดติดกับเรื่องของตัวเองมากเกินไปจนมองไม่เห็นรอบข้าง เล่นบทนี้แล้วรู้สึกเป็นห่วงตัวละครนี้ …โถ พ่อคุณ 555555555 ถึงในเรื่องจะนิสัยเสีย แต่ตัวจริง (ซึ่งไม่มีอยู่จริง) เป็นคนอ่อนโยนใจดีนะเออ! ขนาดเซชชี่ยังบอกเลยว่าทุกครั้งที่ถ่ายแต่ละฉากจบ อิจจี้จะบอกว่า “ขอโทษที่เย็นชา” ด้วย แออออออออ คุณอิจิโนะเสะะะะะ

นอกจากอิจจี้ขอโทษแล้ว ในแคสท์คอมเมนต์ซีดีที่ให้มาโม คิโชซัง กับโทริซังมาพูดความรู้สึก มาโมก็พูดเหมือนกันว่า อาจจะเย็นชาไปหน่อย ขอโทษด้วยนะครับ แหม๊ น่ารักทั้งคนข้างนอกคนข้างในเลยนะ (*´∀`*)

หลังจากแผ่นแรกทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา พอเข้าแทรคที่สองจะเริ่มไซไฟมากขึ้นหน่อย พอถึงฉากฝึกซ้อมรบเป็นทีมแล้วบทสนทนาจะเต็มไปด้วยศัพท์แนวไซไฟ แต่เป็นไซไฟที่แฝงด้วยความติ๊งต๊องสไตล์อุตะปุริ อย่างเช่นขณะที่การฝึกซ้อมใช้ท่าไม้ตายร่วมกันสี่คนไปได้ไม่สวยนัก เซซิลก็บอกว่างั้นมาตะโกนชื่อท่าไม้ตายพร้อมกันเถอะ เพราะเห็นในอนิเมะใช้ท่าไม้ตายกันทีไรตะโกนชื่อทุกที ว่าแล้วทุกคนก็ตะโกนพร้อมกันว่า อาร์มซิมโฟนี่!!!! ……ติ๊งต๊องมั้ยล่ะ………..

แต่! ถึงจะทะเลาะกันมาตลอดเรื่อง ตอนหลังบทจะดีกันก็ดีกันง่ายมากกกกกกกกกกกก ง่ายเกินไปจนตกใจ คือตอนท้ายๆ ทีมนี้จะเกิดปัญหาว่าซิงโครท่าไม้ตายยังไงก็ได้แค่ 99% ไม่ได้ 100% ซะที โทคิยะเลยบอกว่าเขาลือกันให้แซ่ดว่าเซซิลมีสายเลือดของสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่เป็นศัตรูอยู่ นั่นคงเป็นเหตุผลที่ขาดไป 1% ซึ่งเซซิลก็ยอมรับว่าเป็นความจริง (แต่เซซิลในเรื่องนี้เป็นเด็กดีกว่าไพลอตโทคิยะมากนะบอกเลย /เบ้ปากแรง) โทคิยะเลยหันไปถามนัตสึกิว่านัตสึกิเชื่อใจเซซิลได้เหรอ นัตสึกิตอบว่าไม่เชื่อเพราะไม่เคยเชื่อใจใครเลย คราวนี้โทคิยะเลยโกรธที่นัตสึกิไม่เชื่อใจตัวเอง ว่าแล้วก็ลุกมาทะเลาะกันจนนางเอกที่เข้ามาห้ามโดนผลักกระเด็น

สุดท้ายพอนางเอกลุกขึ้นมาบอกว่า ถ้าพวกเราไม่ปกป้องโลกแล้วใครจะปกป้องคะ! มีแต่พวกเราที่ทำได้นะคะ! ทุกคนก็คิดได้และเลิกทะเลาะกัน หันมาจับมือกันต่อสู้เพื่อปกป้องโลก จนอัตราการซิงโครกลายเป็น 100% ได้ในที่สุด คือทุกอย่างจบลงง่ายมาก ในฐานะคนที่ลุ้นมาตลอดว่าตอนหลังจะดีกันได้ยังไงพอเจอฉากนี้เข้าไปแทบตกเก้าอี้เพราะความเล่นง่าย

ถึงจะชื่นชมทีมงานในแง่การวางรายละเอียดเซตติ้งของเรื่อง (น่าจะเป็นแผ่นที่วางเซตติ้งละเอียดที่สุดในโปรเจคต์แล้ว) แต่การดำเนินเรื่องตกม้าตายไปหน่อยนะ หักคะแนนตรงนี้

นอกจากนั้นคนไม่ชินกับแนวนี้อาจจะมึนๆ ได้ เพราะศัพท์เฉพาะเยอะมากกกกกกก คือนอกจากพวกศัพท์เทคนิคแนวไซไฟแล้วยังมีพวกชื่อเฉพาะทั้งหลายแหล่ด้วย ก่อนฟังแผ่นนี้เรานั่งอ่านแพมเฟลตเพื่อทำความเข้าใจเซตติ้งเรื่องแล้วนะ แต่ระหว่างฟังยังต้องกดพอสไปเปิดแพมเฟลตเช็กศัพท์เฉพาะและไทม์ไลน์เรื่องเป็นระยะๆ อยู่ดี เราว่าแผ่นนี้น่าจะฟังยากที่สุดในสี่แผ่น และเป็นสตอรี่ที่ค่อนข้างเข้าถึงได้ยากกว่าแผ่นอื่นหน่อย

อย่างไรก็ตาม แม้ในเรื่องโพลาริสจะเขียนบทมาว่าทีมเวิร์คห่วยแตก ชอบตบตีกันเอง แต่นักแสดงในความเป็นจริง (อนึ่ง ความเป็นจริงนี้อยู่ในโลกสองมิติ) ทีมเวิร์คดีงามมากกกกกกกกก ทีมนี้คุยกันในบล็อกและทวิตเตอร์มุ้งมิ้งน่ารักมาก แอออออออ อิจจี้ดูเป็นหม่าม้าผู้ใจดี สอนนัตจังใช้สมาร์ตโฟนบ้าง เตือนเซชชี่ให้นอนเร็วบ้าง ฮุ้ยยย คิวววววววททททท์ (≧ω≦)(≧ω≦)(≧ω≦) ถึงด้านบนจะเขียนแซะไพลอตโทคิยะไปเยอะมาก แต่ไอดอลโทคิยะยังเป็นโทคิยะคนเดิมในสายตาเราเสมอนะะะะะะ (โทคิยะคนเดิมในสายตาเราคือดูเหมือนใจดีแต่ที่จริงหื่นเงียบ…)

โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกเฉยๆ กับแทรคดราม่าของโพลาริส แต่ชอบสตอรี่เบื้องหลังที่อยู่ในทวิตเตอร์ บล็อก และบทสัมภาษณ์มากกกกกกกกกก จุดที่ชอบที่สุดในแผ่นนี้คงเป็นแก๊ประหว่างเรื่องราวในภาพยนตร์กับเรื่องราวเบื้องหลังนี่แหละ มันต่างกันเยอะมากกกกก ในเบื้องหลังทุกคนในทีมนี้น่ารักมากจริงๆ ฮือออออออออ เวลาอ่านเด็กๆ พวกนี้คุยกันแล้วรู้สึกจิตใจได้รับการเยียวยา อบอุ่นมาก (*´ェ`*)

สิ่งนึงที่ชอบในโปรเจคต์เธียเตอร์ไชน์นิ่ง (และเกคิดันไชน์นิ่งด้วย) ก็คือมันมีสตอรี่มากกว่าที่อยู่ในซีดี แถมสตอรี่เบื้องหลังที่อยู่ในทวิตเตอร์ บล็อก และบทสัมภาษณ์ก็โคตรเรียลจนน่ากลัว

ตัวอย่างความเรียลที่น่ากลัวมาก: ไอดีการ์ดของเซชชี่

เป็นต้น คือบางทีสต๊าฟอุตะปุริก็ทุ่มเทกับทวิตเตอร์และบล็อกมากจนน่าพรั่นพรึง อย่างตอนรันมารุเขียนบล็อกก็ถ่ายรูปอาหารที่รันมารุทำมาลงบล็อกรัวๆ อะไรแบบนั้น

ส่วนเพลงโพลาริส พูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกับเพลงเพราะฟังทีไรก็นึกถึงตอนฟังเพลงนี้ในปุริไลฟ์ตลอดเลย ฮืออออออออออ เมื่อไหร่แผ่นไลฟ์จะออกกกกกกกกกกกกกกก (;____;)

โดยสรุปแล้วหลังจากเธียเตอร์ไชน์นิ่งออกมาครบสี่แผ่น แผ่นที่เราชอบเนื้อเรื่องที่สุดคือ BLOODY SHADOWS นะ ประทับใจบทพูดเรื่องนี้มากจริงๆ และเป็นแผ่นที่เราคิดว่าทำได้ดีที่สุดด้วย แต่แผ่นที่ชอบภาพรวมมากที่สุดเป็นการส่วนตัว ทั้งแทรคดราม่า เพลง คอนเซปท์ อาร์ทเวิร์ค BGM ฯลฯ คือ Pirates of the Frontier สมมติว่าเลือกซื้อแผ่นใดแผ่นหนึ่งได้แค่แผ่นเดียวเราก็คงเลือกโจรสลัดโดยไม่ลังเล ( ̄∇ ̄)

ไม่รู้ว่าถัดจากโปรเจคต์ละครเวทีและภาพยนตร์แล้วจะยังมีโปรเจคต์ทำนองนี้ออกมาอีกรึเปล่า อยากให้ทำต่อไปเรื่อยๆ นะ ฮือออออออ เกคิดันไชน์นิ่งและเธียเตอร์ไชน์นิ่งเป็นโปรเจคต์ที่ดีงามทรงคุณค่ามากจริงๆ

รักอุตะปุริจัง♥♥♥

2 comments on “THEATER SHINING「ポラリス」

  1. KeyLaSi says:

    เก็บโปสเตอร์และซีดีเหล่านี้ไว้เป็นสมบัติประจำตระกูลสืบไป < อ่านถึงตรงนี้ละขำพรวดเลยค่ะ 55555555555 แงงงงงงงง เลาเข้าจัยนะความติ่ง

    เวลาอ่านสตอรี่ของคุณน้องแล้วขำในความช่างมโน(?) เอ๊ยๆ ความซับซ้อนของบทจริงๆ ค่ะ เอานักแสดง(ที่ไม่มีอยู่จริง) มาแสดงละครซ้อนอีกที เข้าใจคอนเซปล่ะนะ ไม่สับสนเลย แต่อ่านทีไรก็ขำทุกทีในความเรียลลลลล

    Like

    • chutipuk says:

      มันเรียลจนต้องคอยเตือนตัวเองว่า ไม่มีอยู่จริง ไม่มีอยู่จริง รัวๆเลยค่ะ อันตรายมาก 5555555555 เห็นแฟนๆบางคนก็ปรินท์ตั๋วหนังเหมือนของจริง บอกรอบฉายพร้อมโรงแล้วไปยืนถ่ายรูปที่โรงหนังจริงๆด้วยนะคะ เรียลเกิ๊น 555555555

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s