THEATER SHINING「Pirates of the Frontier」

Pirates of the Frontier คือภาพยนตร์ซีดีแผ่นที่สองในโปรเจคต์ Theater Shining ของอุตะปุริ ถัดจาก BLOODY SHADOWS

แผ่นนี้นำแสดงโดยคุโรซากิ รันมารุ, คามิว และอิตโตกิ โอโตยะ คอนเซปท์คือภาพยนตร์แนวโจรสลัด ตรงตามชื่อเรื่องเป๊ะ

DSC03056

อันที่จริงแอบคิดว่าถ้าเร็นอยู่แผ่นโจรสลัดคงได้ฟีลซินแบดดีเนอะ เพราะสุวาเบะซังเคยร้องเพลง Compass of your heart ที่เป็นเพลงประกอบเครื่องเล่นซินแบดในดิสนีย์ซีด้วย ถึงเวอร์ชั่นสุวาเบะซังจะไม่ได้ใช้ในสวนสนุกจริงๆ ก็เถอะ (นี่ก็โยงซี้ซั้วจริง เพลงเครื่องเล่นดิสนีย์ยังเอามาโยงกับอุตะปุริได้ 5555555555) แต่ถ้าเร็นมาอยู่แผ่นนี้อีกคนก็จะซ้ำรอย JOKER TRAP เกินไปหน่อย เพราะฉะนั้นอีตาเร็นไปเป็นวอร์เรนนั่นแหละดีแล้ว

แผ่นนี้เป็นแผ่นที่เราคาดหวังไว้สูงปรี๊ดที่สุดในโปรเจคต์ เพราะชอบคอนเซปท์โจรสลัดเป็นทุนเดิม ตอนที่รู้ว่าคามิวจะได้เล่นหนัง(?)และร้องเพลงแนวโจรสลัดก็คิดว่าต้องเหมาะมากแน่นอน เพราะหนังหน้าคามิวเหมาะกับแนวย้อนยุคเหลือเกิน

หลังจากรู้ว่าคอนเซปท์แผ่นสองและตัวนักแสดงแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตารออาร์ทเวิร์คของทีมนี้อยู่นาน ซึ่งอาร์ทเวิร์คของออฟฟิเชียลที่เฝ้ารอคอยมานานแสนนานก็ออกมาถูกใจมากกกกกกกกกกกกก เห็นโจรสลัดคามิวลายเส้นอ.คุราฮานะครั้งแรกแทบเป็นลม วี้ด กรี๊ด ท่านเคานต์ขาาาาาาา (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦) ส่วนโอโตยะกับรันมารุก็ดีงามมมมมมมมม

อย่างไรก็ตาม ถึงจะเห็นอาร์ทเวิร์คโจรสลัดแล้วก็ยังจินตนาการไม่ค่อยออกว่าเพลงนี้จะออกมาเป็นยังไง เดาว่าคงเป็นเพลงสนุกๆ สไตล์โจรสลัดเฮฮาล่ะมั้ง

แต่ปรากฏว่าพอเพลงออกมาถึงกับอ้าปากค้าง อีปิคเหนือความคาดหมายไปไกลสุดกู่มากกกกกก ปลาบปลื้ม ก้มกราบเอเลเมนต์การ์เด้นรัวๆ กราบ กราบ กราบ

ว่าแล้วก็ขอประกอบพิธีกรรมอวดรีวิวแพคเกจจิ้งก่อน ( ̄∇ ̄)

ภายในกล่อง Pirates of the Frontier แบบลิมิเต็ดจะมีของแพทเทิร์นเดียวกันกับกล่อง BLOODY SHADOWS เป๊ะๆ ซึ่งอันที่จริงทุกแผ่นในโปรเจคต์เธียเตอร์ก็ใช้แพทเทิร์นเดียวกันหมด คือประกอบด้วยซีดี ตั๋วหนัง โปสเตอร์ แพมเฟลต และบทหนัง

  • ซีดี

คราวนี้เป็นลายเข็มทิศสมเป็นโจรสลัด

DSC03057

โอ๊ยยยย ชอบแพคเกจจิ้งกล่องนี้มากกกกกกกกกกก ซีดีก็สวย แบคกราวด์กล่องก็เท่

ซีดีแผ่นนี้มีสี่แทรค ประกอบด้วย

1.ภาพยนตร์ “Pirates of the Frontier” chapter 01
2.ภาพยนตร์ “Pirates of the Frontier” chapter 02
3.เพลงประกอบ “Pirates of the Frontier”
4.เพลงประกอบ “Pirates of the Frontier” off vocal

คราวนี้แทรคดราม่ายาวรวมกันประมาณ 45 นาที สั้นกว่าของ BLOODY SHADOWS ประมาณ 17 นาที ซึ่งเราว่ามันเป็นความต่างที่เยอะสำหรับดราม่าซีดีนะ ตอนฟังแทรคดราม่าของแผ่นนี้รู้สึกว่าสั้นมาก ฟังแป๊ปเดียวก็จบละ ตอนที่ฟังยังไม่ได้เทียบจำนวนนาทีกับแผ่นก่อนด้วยซ้ำ

  • ตั๋วหนัง

แยกเป็นสามใบตามตัวละครเช่นเคย

DSC03061

ชอบฟอนท์ที่ใช้เขียนชื่อตัวละครบนตั๋วหนังเซ็ตนี้จัง สวยอ้ะะะะะะะะะ

  • โปสเตอร์

ขนาด B2 แผ่นใหญ่บะเอ้ก เหมาะสำหรับเชยชมอาร์ทเวิร์คสุดเลอค่าให้สาแก่ใจ นี่กางออกมาแล้วนั่งพินิจพิจารณาทุกรายละเอียดอยู่นานมาก

DSC03068

  • แพมเฟลท

ประกอบด้วยเรื่องย่อ คำอธิบายตัวละคร อธิบายคำศัพท์ในเรื่อง แผนผังเล่าประวัติของตัวละคร บทสัมภาษณ์นักแสดง เนื้อเพลง รายชื่อสต๊าฟ และภาพวาดเกี่ยวกับโจรสลัดอีกนิดหน่อยเพื่อเสริมสร้างจินตนาการของผู้ฟัง

DSC03078 DSC03079 DSC03081 DSC03082

บทสัมภาษณ์นักแสดงดีงามเลอค่าเช่นเคย ฮือออออออออออ โอโตยะน่ารักมากกกกกกกก ส่วนรันรันกับคามิวก็กัดกันไปกัดกันมาเหมือนเดิม แทบจะต่อยกันระหว่างสัมภาษณ์อยู่ละ

ที่จริงอยากอ่านบทสัมภาษณ์นักพากย์บ้างนะ แต่บทสัมภาษณ์พวกนั้นหาได้ตามนิตยสารแนวโอโตเมะต่างๆ การที่ในแพมเฟลทลงบทสัมภาษณ์นักแสดง (รันมารุ คามิว โอโตยะ) ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามแนวทางของอุตะปุริที่พยายามล้างสมองให้รู้สึกเหมือนไอดอลพวกนี้มีตัวตนอยู่จริงๆ แล้วล่ะ

  • บทหนัง

บรรจุสคริปท์ครบถ้วน พร้อมด้วยเมโม่ของนักแสดงนำทั้งสาม เล่มนี้โอโตยะชนะเลิศ ขนาดมาแค่ตัวอักษรยังน่ารักมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦) ปกติคนอื่นเค้าจะจดบันทึกโน่นนี่นั่นเสริมความลงไป อย่างเช่นตรงนี้ต้องแสดงด้วยอารมณ์ไหน ตัวละครนี้คิดยังไง รู้สึกยังไง

แต่สิ่งที่โอโตยะทำคือ…….

DSC03084

วาดรูปเล่น………………. เอิ่มมมมมมม เป็นเด็กประถมเรอะะะะะะะะะะะะะะ!!

แต่โอโตยะก็มีเขียนอธิบายอยู่บ้างประปรายแหละ ไม่ได้เอาแต่วาดรูปเล่นอย่างเดียว แสดงว่าโอโตยะก็ตั้งใจทำงานนี้เหมือนกัน มั้ง… (เห็นวาดเล่นซะเยอะจนเริ่มไม่ค่อยแน่ใจ)

ส่วนเมโม่ของคามิวกับรันรันจะมีทั้งส่วนที่เขียนกันจริงจังยืดยาว และส่วนที่เขียนแซะกันเอง ตลกมากที่สองคนนี้สามารถกัดกันได้ทุกที่ทุกเวลาไม่เว้นแม้แต่ในบทหนัง 555555555

แต่ลายมือคามิวเนี่ยอ่านยากจริงๆ ฮือ

DSC03086

DSC03083

จบช่วงช่วยบรอคโคลี่ทำมาหากิน มาเมาท์เนื้อเรื่องกันบ้าง

Pirates of the Frontier เป็นเรื่องราวการผจญภัยของกัปตันอิกกิ (รับบทโดยอิตโตกิ โอโตยะ) และมาลโร่ กุ๊กประจำเรือ (รับบทโดยคุโรซากิ รันมารุ ซึ่งเราชอบชื่อ Malraux จังเลยอ้ะ อแดปท์มาจากชื่อรันมารุได้เท่มาก แต่ชื่อนี้พออ่านเป็นญี่ปุ่นจะเรียกว่า มารุโร่ น่ารักเชียว)  กัปตันอิกกิออกเดินทางเพื่อตามหาพ่อที่ทิ้งตัวเองไปตั้งแต่ยังเล็ก โดยเบาะแสที่รู้มีแค่ โจรสลัดฉายาปีศาจขาว (รับบทโดยคามิว ซึ่งชื่อในเรื่องก็ชื่อคามิว เล่นง่ายสุดอะไรสุด) คือผู้ที่รู้ข่าวคราวเกี่ยวกับพ่อของตัวเอง การผจญภัยตามหาปีศาจขาวจึงได้เปิดฉากขึ้นในที่สุด ผ่างผ่างงงงง

 

 

 

*ต่อไปนี้มีสปอยล์*

 

 

ข้างบนเป็นเนื้อเรื่องแบบไม่สปอยล์ แต่ถ้าจะเล่าเรื่องย่อทั้งหมดจริงๆ จะเล่าได้ว่า อิกกิกับมาลโร่ออกตามหาตัวปีศาจขาว หาเจอ สู้กัน ปีศาจขาวแพ้ มาเป็นพวกเดียวกัน ลงเรือลำเดียวกัน ออกตามหาพ่อของอิกกิด้วยกันต่อไป จบ เนื้อเรื่องทั้งหมดมีแค่นี้ ง่ายดายไม่มีอะไรซับซ้อน

ที่จริงในเรื่องมีบทเด็กสาวนิรนามอยู่คนนึง เป็นคุณหนูตระกูลขุนนางที่ลอยคอมาแล้วโดนอิกกิช่วยขึ้นเรือมา เด็กสาวคนนี้ตอนแรกๆ จะมีบทกุ๊กกิ๊กกับอิกกิพอหอมปากหอมคอเหมือนจะเป็นนางเอก แต่หลังๆ จืดจางสนิทจนแทบลืมตัวละครนี้ไปเลย ดังนั้นเราจะไม่พูดถึงตัวละครนี้กันนะ บายยยย

ตอนแรกเราคาดหวังว่าเนื้อเรื่องมันคงอีปิคสุดๆ เพราะเพลงทำออกมาอลังการงานสร้างเหลือเกิน แต่พอฟังจบแล้วรู้สึกว่า ฮะ? นี่จบแล้ว? ทำไมเนื้อเรื่องมันช่างง่ายดายและทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากขนาดนี้ เทียบกับบลัดดี้ชาโดว์แล้วแผ่นนี้เนื้อเรื่องอ่อนไปเลย ยังไม่ทันอินกับความสัมพันธ์ของตัวละครก็จบซะแล้ว

แต่เราก็ชอบแทรคดราม่าของแผ่นนี้มาก ไม่ใช่ที่เนื้อเรื่อง แต่เป็นเพราะสัมผัสได้ว่าเรื่องราว Pirates of the Frontier เขียนออกมาเพื่อแฟนๆ อุตะปุริจริงๆ มันมีรายละเอียดยิบย่อยที่แฟนอุตะปุริมาฟังแล้วจะต้องอมยิ้มเยอะมากกกกกกกกกกก ยิ่งถ้าเป็นคนที่ชิปคู่รันคามิวหรือคามิวรัน ฟังแล้วอาจเป็นลมตายได้เลย คู่นี้พีคมาก

ส่วนที่เซอร์วิสแฟนๆ อย่างเห็นได้ชัดคือการสร้างตัวละครหลักใน Pirates of the Frontier แทบจะนำคาแรคเตอร์ของนักแสดงนำมาทั้งดุ้น ฟังแล้วรู้สึกเหมือนโอโตยะแสดงเป็นโอโตยะ รันมารุแสดงเป็นรันมารุ และคามิวแสดงเป็นคามิว (คนหลังสุดออกแนวสับสนเล็กน้อย เพราะชื่อในเรื่องก็ชื่อคามิว……) แทนที่จะรู้สึกว่านี่เป็นภาพยนตร์ที่ไอดอลพวกนี้แสดง เรากลับรู้สึกเหมือนกับนี่เป็น alternate universe ที่เด็กๆ พวกนี้กลายเป็นโจรสลัดมากกว่า คาแรคเตอร์มันเป๊ะมาก แม้แต่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมาลโร่กับปีศาจขาวยังถอดแบบรันรันกับคามิวมาอย่างเป๊ะ ซึ่งเราว่าตรงนี้คือข้อดีของแผ่นนี้นะ ต่อให้ไม่อินกับตัวละครโจรสลัดทั้งหลาย แต่ถ้าอินกับคาแรคเตอร์รันมารุ คามิว และโอโตยะอยู่แล้ว พอมาฟังแผ่นนี้จะเพลินไปกับความน่ารักของทุกคนมากๆ (*´ω`*)

พื้นเพตัวละครข้อนึงที่ขำก๊ากแรงมากคือ ปีศาจขาวที่รับบทโดยคามิวเป็นโจรสลัดที่คลั่งของหวาน กินของหวานเป็นอาหารหลักสามมื้อ พอเอาเรือไปจอดที่ไหนก็จะไปเหมาของหวานหมดร้านขนมในเมืองนั้น ฟังแล้วมั่นใจว่าคามิวคงเอนจอยกับการรับบทเป็นปีศาจขาวมากทีเดียว

แต่ ถึงจะกรี๊ดคามิวลายเส้นอ.คุราฮานะล่วงหน้าก่อนแผ่นออกหลายเดือน ตัวละครที่เราชอบที่สุดในเรื่องนี้กลับกลายเป็นกัปตันอิกกิ ซึ่งนิสัยโคตรจะอิตโตกิ โอโตยะ เป็นโจรสลัดร่าเริงสดใส จิตใจมุ่งมั่น รักพวกพ้อง (ใช้คำว่าพวกพ้องแล้วฟังดูเหมือนมีเยอะ แต่ที่จริงลูกเรือมีแค่มาลโร่ หมดละ นี่ล่องเรือหางยาวปะ?) กัปตันอิกกิมีบทพูดทีไร คนฟังยิ้มเอ็นดูแรงทุกฉาก น่าร๊ากกกกกกกก (≧∀≦)

ดังนั้นถึงจะผิดหวังกับความง่ายดายของเนื้อเรื่องอยู่บ้าง (ควรโทษบลัดดี้ชาโดว์ตรงที่ออกแผ่นแรกแล้วดันเขียนบทมาดีเกินไป…) แต่แทรคดราม่าแผ่นนี้ก็เซอร์วิสแฟนๆ ได้ดีงามมากกกกกกกกกก แถมยังแทรกมุกตลกเป็นระยะๆ จนขำไปเยอะมาก โมเมนต์กิ๊บกิ้วระหว่างกัปตันอิกกิกับหญิงสาวนิรนามน่ารักดี ส่วนโมเมนต์ตบตีระหว่างมาลโร่กับคามิวก็พีคมาก ฉากทรมานชวนซี้ดปากยิ่งกว่าฟิฟตี้เฉดออฟเกรย์ ซื้ดดดดดดดด นี่ขนาดไม่ได้ชิปคู่นี้นะเนี่ยยยยยยย

แผ่นนี้ฟังแทรคดราม่าจบแล้วมาฟังเพลงต่อก็ไม่ได้รู้สึกอินกับเนื้อเพลงมากขึ้นนะ เพลงมันตอกย้ำสายสัมพันธ์ของพวกพ้อง ซึ่งในแทรคดราม่ายังไม่ทำให้เราอินกับจุดนี้เท่าไหร่ แต่ถึงยังไงเราก็ชอบเพลงนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ตอนที่ฟังแซมเปิ้ลยังเฉยๆ อยู่ แต่พอได้ฟังเพลงเต็มครั้งแรกแทบอยากเป็นโจรสลัดมันเดี๋ยวนั้นเลย เพลงโคตรเท่ ดนตรีอลังสะใจ ชอบทั้งเวอร์ชั่นปกติและเวอร์ชั่น off vocal เลย

ตอนเพลงออกมาใหม่ๆ ลูปเวอร์ชั่น off vocal บ่อยกว่าเวอร์ชั่นปกติด้วยซ้ำ ฟังเก็บดีเทลไปเรื่อยๆ ยิ่งฟังก็ยิ่งเจอรายละเอียดเพิ่ม ชอบดนตรีเพลงนี้มากมากมากมาก เทียบกับเพลงของอุตะปุริที่ออกมาในปีนี้ทั้งหมดแล้วเราชอบดนตรีเพลงนี้มากที่สุด (เฉือนชนะ ORIGINAL RESONANCE เล็กน้อย) ยิ่งมาอ่านเครดิตสต๊าฟแล้วพบว่าเพลงนี้คุณ Evan Call เล่นดนตรีเองเกือบทั้งหมดยกเว้นแค่กีต้าร์กับไวโอลินก็ยิ่งรู้สึกอยากก้มกราบแรงๆ สุดยอดดดดด

นอกจากนั้น BGM ที่ประกอบในแทรคดราม่าทั้งหมดก็เป็นฝีมือคุณ Evan Call ด้วย แผ่นนี้ก็ทำเพลงประกอบดีงามเช่นเคย สมแล้วที่คุณ Evan Call จบด้านแต่งเพลงประกอบหนังมาโดยตรง ทำเพลงออกมาอย่างกับซาวด์แทรคหนัง แต่เพลงประกอบแผ่นนี้ใช้เครื่องเป่าเยอะ บางทีฟังแล้วแอบนึกถึงไททานิกเบาๆ แนวล่องทะเลเหมือนกันซะด้วยสิ #เดี๋ยว

สรุปว่าสิ่งที่ชอบในแผ่นนี้คืออาร์ทเวิร์คและเพลง ซึ่งถึงจะยังฟังเพลงไม่ครบทั้งสี่เพลงในโปรเจคต์ แต่เท่าที่ฟังแซมเปิ้ลของเพลงที่เหลือ เราก็มั่นใจแล้วว่าเพลงโจรสลัดนี่แหละคือเพลงที่ชอบที่สุดในโปรเจคต์นี้แน่นอน

รักอุตะปุริจัง♥♥♥

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s