THEATER SHINING「BLOODY SHADOWS」

ในที่สุดโปรเจคต์ซีดี Theater Shining ของอุตะปุริก็ออกแผ่นแรกมาแล้ววว

คอนเซปท์ของโปรเจคต์นี้คือ “ภาพยนตร์” ตรงตามชื่อเป๊ะๆ โดยไอดอลในสังกัดไชน์นิ่งเอเจนซี่จะแบ่งทีมเป็น 4 ทีม ออกซีดี 4 แผ่น

ถึงแม้ว่านี่จะเป็นโปรเจคต์ซีดี แต่การโปรโมทส่วนใหญ่ทำเหมือนกับทุกแผ่นเป็นหนังเรื่องนึงจริงๆ ขนาดวันวางขายซีดียังไม่เรียกว่า วันวางจำหน่าย (発売日) แต่เรียกว่า วันที่เข้าฉาย (公開日) เลยนะ! นี่มันเรียลเกินไปแล้ว! (ที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะสมัยเกคิดันไชน์นิ่งก็ใช้มุกคล้ายๆ กันนี่แหละ แค่เปลี่ยนจากละครเวทีมาเป็นหนังเท่านั้นเอง)

เพลงแรกภาพยนตร์เรื่องแรกของโปรเจคต์นี้คือ BLOODY SHADOWS นำแสดงโดยฮิจิริคาวะ มาซาโตะ, จินกูจิ เร็น และมิคาเสะ ไอ

DSC03012

…นี่มัน เป็นการแบ่งยูนิตที่ขี้โกงมากกก!!! โดยส่วนตัวอยากเห็นคู่รูมเมทสมัยซาโอโตเมะกักคุเอ็นกลับมาร้องเพลงด้วยกันอีก แล้วในโปรเจคต์นี้มีแค่เร็นมาสะที่ได้อยู่ยูนิตเดียวกัน ฮือ ดีใจนะที่เร็นมาสะอยู่ด้วยกัน แต่ก็เสียใจเพราะอยากเห็นโทคิยะกับโอโตยะร้องเพลงด้วยกันอีก (;__;)

แต่ไม่เป็นไร ถึงจะอกหักนิดหน่อย แต่เราก็ชอบเวลาอุตะปุริจับยูนิตใหม่ๆ มาให้เหมือนกัน ไม่รู้ทำไมอุตะปุริจับยูนิตอะไรมาขายก็ดีงาม ไอดอลคนไหนมาร้องเพลงกับใครก็น่ารักน่าเอ็นดูไปหมด /ติ่งหน้ามืดตามัว

กลับมาที่ BLOODY SHADOWS แผ่นนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับแวมไพร์และมนุษย์ในป่าลึก เป็นแผ่นที่เราปลาบปลื้มคอนเซปท์มากพอๆ กับแผ่นสองที่เป็นโจรสลัด ส่วนอีกสองแผ่นถึงจะเฉยๆ กับคอนเซปท์ แต่ก็รู้สึกว่าโปรเจคต์นี้ช่างดีงามเลอค่ายิ่งนัก อย่ากระนั้นเลย จัดแบบลิมิเต็ดสี่แผ่นรวดไปเลยดีกว่า /ลาก่อนเงินทองของข้า

ก่อนอื่นก็อวดของรีวิวแพคเกจจิ้งพอเป็นพิธี ( ̄∇ ̄)

กล่อง BLOODY SHADOWS แบบลิมิเต็ดประกอบด้วย

ซีดี
ลายดอกกุหลาบสีแดงกระแทกตา

DSC03015

ในแผ่นมี 4 แทรค ประกอบด้วย
1.ภาพยนตร์ “BLOODY SHADOWS” chapter 01
2.ภาพยนตร์ “BLOODY SHADOWS” chapter 02
3.เพลงประกอบ “BLOODY SHADOWS”
4.เพลงประกอบ “BLOODY SHADOWS” off vocal

ซึ่งถึงจะเรียกว่าภาพยนตร์ แต่จริงๆ แล้วมันก็คือแทรคดราม่านั่นแหละ เวลาฟังควรใช้จินตนาการประกอบอย่างแรงกล้าหลอกตัวเองว่ากำลังดูหนังอยู่ สองแทรครวมกันยาวประมาณชั่วโมงนึง แต่พอฟังจริงๆ รู้สึกสั้นนิดเดียวเอง

แพมเฟลตหนัง

DSC03024

เป็นแพมเฟลตบางๆ แต่เลอค่ามากกกกกก ข้างในมีเนื้อเพลง, แผนผังความสัมพันธ์ตัวละครในหนัง, แผนที่แนะนำสถานที่ต่างๆ สำหรับสร้างเสริมจินตนาการเวลาฟังแทรคดราม่า และบทสัมภาษณ์นักแสดงนำทั้งสาม (สัมภาษณ์มาสะ เร็น ไอ ไม่ใช่สัมภาษณ์นักพากย์) ซึ่งนักแสดงก็จะมาพูดถึงบทบาทที่ได้รับบ้าง เผากันเองบ้าง น่ารักกกกกกกก (≧ω≦)

DSC03025 DSC03027

บทหนัง

ทำออกมาหน้าตาเหมือนบทจริงๆ ที่จริงก็ไม่เคยเห็นหรอกว่าบทหนังของญี่ปุ่นเป็นยังไง แต่รูปร่างหน้าตาบท BLOODY SHADOWS นี่เหมือนพวกตัวเล่มบทอนิเมะเป๊ะเลย

DSC03028

ความพีคของบทหนังเล่มนี้คือมันไม่ได้มีแต่บทหนังเปล่าๆ เท่านั้น (แหงสิ ถ้ามีแค่นั้นคงไม่จำเป็นต้องแถมมา) แต่มันยังมีโน้ตที่นักแสดงนำจดลงไปเพิ่มเติมด้วยว่าฉากนี้ต้องเล่นแบบใส่อารมณ์งั้นงี้นะ ฉากนี้สำคัญนะ เวลาเข้าป่าต้องกันแมลงให้ดีนะ ซึ่งโน้ตเหล่านี้มันสุดยอดมาก เรียลมาก นักแสดงนำทุกคนน่ารักมาก แสดงอารมณ์ขันและความจริงจังผ่านทางตัวอักษรได้คิวท์มาก ฮืออออออออออออ

DSC03029

DSC03030

แต่ อยากบอกมาซาโตะว่าเปลี่ยนปากกาหน่อยมั้ย เผื่อลายมือจะเป็นมิตรกับคนอ่านมากขึ้น

DSC03032

เห็นแบบนี้แล้วอยากกลับไปตามเก็บแผ่นเกคิดันแบบลิมิเต็ดเลย แผ่นเกคิดันก็มีบทให้อ่านเหมือนกัน เอาไว้สภาพการเงินอำนวยเมื่อไหร่ค่อยตามเก็บ ไปส่องตามเว็บขายของแล้วยังพอเห็นมือสองเหลืออยู่บ้าง ดีมาก!

ว่าแต่ ทำไมบทเล่มเดียวถึงมีโน้ตของทุกคนครบเลย นักแสดงใช้บทเล่มเดียวกันหมดเหรอ 555555555

ตั๋วหนัง

อีกหนึ่งอย่างที่อยากถามว่าจะเรียลไปไหนคะ ทำออกมาเหมือนตั๋วหนังจริง มีรอยปรุให้ฉีกได้จริง มีรายละเอียดบอกด้านล่างว่าใช้ได้หนึ่งใบต่อหนึ่งคนเท่านั้น ใช้ได้ที่โรงหนังเธียเตอร์ไชน์นิ่งเท่านั้น บลาๆๆ

DSC03018

โปสเตอร์ขนาด B2

แผ่นใหญ่มาก กระดาษดีมาก แต่พับมาหลายทบจนเห็นรอยพับเยอะขนาดนี้เลยรู้สึกว่าไม่อยากเอาไปแปะ พับเก็บไว้ในกล่องต่อไปแล้วกัน เอาไว้กราบไหว้บูชา

DSC03023

จบช่วงช่วยบรอคโคลี่ขายของ ต่อไปเป็นมุมกรีดร้อง
ก่อนกรีดร้องควรเล่าเรื่องย่อคร่าวๆ ก่อนสินะ

BLOODY SHADOWS เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งในป่าลึก ทุกๆ สามปีในคืนที่พระจันทร์เป็นสีเลือด หญิงสาวคนหนึ่งในหมู่บ้านจะถูกจับเป็นเหยื่อสังเวยให้กับแวมไพร์เพื่อแลกกับสันติสุขของหมู่บ้าน

มาซาเฟอร์รี่ (รับบทโดยฮิจิริคาวะ มาซาโตะ …ชื่อในเรื่องดูพยายามจะฝรั่ง แต่รู้สึกแหม่งๆ นะ?) ลูกชายผู้ใหญ่บ้านกำลังจะได้แต่งงานกับหญิงสาวที่ตัวเองแอบรักข้างเดียวมานาน ถึงจะเป็นแค่การแต่งงานการเมือง (หมู่บ้านเล็กแค่นี้ยังจะแต่งงานการเมืองกันอีกหรืออออ) แต่มาซาเฟอร์รี่ก็บอกวอร์เรน (รับบทโดยจินกูจิ เร็น) ผู้เป็นเพื่อนสนิท ว่าเขาจะทำให้เธอมีความสุขให้ได้ โดยที่มาซาเฟอร์รี่ไม่รู้เลยว่าวอร์เรนก็แอบรักหญิงสาวคนนั้นข้างเดียวมาเนิ่นนานเช่นกัน (ทำไมพล็อตน้ำเน่า!)

ทว่ายังมีความจริงอีกอย่างที่มาซาเฟอร์รี่ไม่รู้ นั่นคือที่จริงแล้ววอร์เรนเป็นแวมไพร์ (น่าตกใจม๊ากมาก! ในโปสเตอร์เล่นตาแดงซะขนาดนั้น ไม่รู้เลยเนอะะะ) วอร์เรนอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์ในป่าลึกกับแวมไพร์อีกตน ไอเลส (รับบทโดยมิคาเสะ ไอ ซึ่ง Ailess เป็นชื่อที่สร้างสรรค์ที่สุดในเรื่องแล้ว ชอบมาก) แต่วอร์เรนมักโผล่มาคอยเป็นเพื่อนพูดคุย เป็นที่ปรึกษาให้มาซาเฟอร์รี่อยู่บ่อยครั้ง จนมาซาเฟอร์รี่ถือว่าวอร์เร็นเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่ง

แต่แล้วเมื่อวันพระจันทร์สีเลือดเวียนมาถึงอีกครั้ง มาซาเฟอร์รี่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อได้รู้ว่าหญิงสาวที่จะกลายเป็นเหยื่อสังเวยคนต่อไปก็คือว่าที่เจ้าสาวของเขานั่นเอง (เดาง่ายไปแมะ!)

สุดท้ายแล้วมาซาเฟอร์รี่จะช่วยเหลือคนรักของเขาได้ไหม ชะตากรรมของมนุษย์และเหล่าแวมไพร์จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในภาพยนตร์ BLOODY SHADOWS มหาศึกชิงรักหักสวาทแวมไพร์ (ตั้งชื่อภาษาไทยโดยข้าพเจ้าเอง) ได้แล้ววันนี้ ที่อนิเมท อเมซอนเจแปน บรอคโคลี่สโตร์ และร้านค้าอื่นๆ (ไม่พ้นช่วยบรอคโคลี่ขายของ)

 

*ต่อไปนี้มีสปอยล์*

แม้ข้างบนจะบ่นว่าน้ำเน่าบ้าง เดาง่ายบ้าง แต่เราชอบหนังเรื่องนี้มากกกกกกกกกกกกก (ในเมื่อออฟฟิเชียลโปรโมทว่าเป็นหนัง เราก็จะเนียนๆ ตามน้ำเสมือนว่ามันเป็นหนังต่อไป) 

ตอนจบของเรื่องก็ไม่ค่อยผิดคาดหรอก มาซาเฟอร์รี่เสียสละตัวเอง ยอมเป็นแวมไพร์อยู่กับวอร์เรนและไอเลส แลกกับการปล่อยให้คู่หมั้นตัวเองเป็นอิสระ (ช่างเป็นตอนจบที่เอาใจแฟนเกิร์ลดีจัง หนุ่มๆ ทั้งสามทิ้งผู้หญิงหนีตามกันไป ฮาาา) ซึ่งเราว่าเนื้อเพลงมันค่อนข้างสปอยล์ตอนจบพอสมควรแหละ

เราชอบเนื้อเรื่องนะ ชอบมาก มันอาจไม่ค่อยมีอะไรผิดคาด ดูเป็นหนังแวมไพร์ที่แวมพ้ายยยยแวมไพร์ตามขนบ อาศัยอยู่ในป่าลึก แพ้กระสุนเงิน แปลงร่างเป็นค้างคาวได้ ไม่ได้แปลกใหม่สำหรับหนังแนวนี้ (ทว่าโคตรแปลกใหม่สำหรับอุตะปุริ) แต่ฟังเพลินมาก ชั่วโมงกว่าๆ สั้นเหมือนไม่กี่นาที สนุกกกกกกก

ยิ่งพอคิดว่าเป็นหนังที่เล่นโดยมาสะ เร็น และไอไอแล้วมันดีงามไปหมดทุกประโยคที่ฟังเลย ฮือออออออ นี่หลอกตัวเองถึงขั้นเจอฉากที่ชอบแล้วคิดว่า เฮ้ย ฉากนี้เร็นเล่นดีจัง! แทนที่จะคิดว่า เฮ้ย สุวาเบะซังพากย์ดี! จัดว่าอินมาก

และไม่รู้ว่าเพราะฟังไปอ่านบทไปด้วยรึเปล่า เลยรู้สึกสร้างจินตภาพในหัวตามง่ายมาก ในบทจะคอยบอกว่าฉากนี้ตัวละครกำลังทำอะไร มีการบรรยายสายลมพัด ค้างคาวบิน วอร์เรนทำหน้าลำบากใจ มาซาเฟอร์รี่ทำหน้าเศร้า ไอเลสยิ้มเย็นชา ฯลฯ ซึ่งบทบรรยายเหล่านี้ประกอบกับคอมเมนต์ของนักแสดงที่แทรกมาตามบทมันช่วยให้ฟังได้สนุกมากขึ้นมากกกกกก (อันที่จริงฟังแบบไม่อ่านบทก็น่าจะสนุกแล้วแหละ แต่อ่านบทไปด้วยมันยิ่งพีค)

นอกจากนั้นในบทยังมีบทพูดของนางเอกให้อ่านด้วย ถ้าฟังแทรคดราม่าอย่างเดียวจะไม่รู้ว่านางเอกโต้ตอบกับตัวละครอื่นๆ ว่าอะไร ต้องเดาเอาเองจากบริบทแวดล้อม แต่ในบทเขียนมาเป็นคำพูดชัดเจน คนฟังสามารถมโนว่าตัวเองเป็นนางเอกและอ่านบทโต้ตอบกับมาซาเฟอร์รี่ได้ตามสะดวกใจเลย

เห็นคนอื่นฟังแล้วกรี๊ดเร็นมาสะกันรุนแรงมาก ซึ่งเร็นมาสะในนี้ก็พีคมากจริงๆ เป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทที่ยอมเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อกันและกันได้ บางช่วงฟังแล้วสงสัยว่านางเอกยังจำเป็นอยู่มั้ย? ตกลงนี่หนังรักของเร็นมาสะหรือยังไง?

แต่ เรากลับชอบความสัมพันธ์ระหว่างวอร์เรนกับไอเลสมากกว่าแฮะ มองในแง่ความสัมพันธ์ของตัวละครในหนังโดยไม่เกี่ยวกับตัวนักแสดงนะ

วอร์เรนและไอเลสเป็นแวมไพร์ทั้งคู่ ทั้งสองน่าจะอาศัยอยู่ด้วยกันมานานมากแล้ว เพราะวอร์เรนอายุปาเข้าไปเป็นร้อยปีแต่หน้าตาเหมือนหนุ่มวัยยี่สิบกว่าๆ วอร์เรนเป็นแวมไพร์ที่ยังมีจิตใจแบบมนุษย์อยู่ ในขณะที่ไอเลสเป็นแวมไพร์เย็นชา ละทิ้งอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดไปแล้ว

พอรู้ว่าเหยื่อสังเวยคนต่อไปคือหญิงสาวที่ตัวเองรัก วอร์เรนที่เคยเยือกเย็นก็เริ่มออกอาการร้อนรนอยากช่วยผู้หญิงคนนั้น ไอเลสจึงประชดว่าวอร์เรนเปลี่ยนไปนะ เป็นเพราะเพื่อนคนนั้นรึเปล่า เธอน่ะไม่มีทั้งเพื่อน ทั้งคนรัก จำไว้ให้ดีนะ เธอมีแต่ฉัน และฉันก็มีแต่เธอเท่านั้น

โอ้โห หนังรักค่ะ หนังรัก นี่มันรักสามเส้าระหว่างมาซาเฟอร์รี่ วอร์เรน และไอเลสชัดๆ!

ฉากที่ไอเลสพูดกับวอร์เรนนี่ไอไอเขียนโน้ตเอาไว้ว่าเป็น ความรู้สึกอยากครอบครองที่มาจากความอ้างว้าง ซึ่งเราว่าโน้ตสั้นๆ แค่นี้อธิบายความเป็นไอเลสได้ดีมากเลยนะ ไอเลสดูเหมือนจะเป็นแวมไพร์เย็นชาไร้หัวใจ แต่เอาเข้าจริงก็ยังคงมีอารมณ์ความรู้สึกอยู่ดี และความรู้สึกอ้างว้างเดียวดายของไอเลสมันคงรุนแรงมาก มากจนไม่อยากให้วอร์เรนไปไหน มากจนกลัวว่าวอร์เรนที่อยู่ด้วยกันมาตลอดจะเปลี่ยนแปลงไป ไอเลสเลยต้องพยายามเป่าหูวอร์เรนตลอดว่าเธอเป็นแวมไพร์ เธอไม่มีเลือดเนื้อ เธอไม่มีความรู้สึกอะไรทั้งนั้น เธอไม่มีใคร เธอมีแต่ฉัน

ส่วนวอร์เรนถึงจะโวยวายใส่ไอเลสเพราะไม่พอใจเรื่องเหยื่อสังเวยคราวนี้ แต่พอโดนเป่าหูนิดหน่อยวอร์เรนก็ยอมสยบแต่โดยดี สมดังที่ไอไอเขียนโน้ตแทรกเอาไว้ว่า วอร์เรนไม่สามารถขัดขืนไอเลสได้ (ต๊ายยยยยย สรุปว่าวอร์เรนคือสัตว์เลี้ยงผู้น่ารักของไอเลสใช่แมะะะะ)

ฉากที่อื้อหื๊ออออออออออมากที่สุดของไอเลสกับวอร์เรนคือตอนที่วอร์เรนตั้งใจจะช่วยมาซาเฟอร์รี่กับนางเอกโดยการใช้กระสุนเงินยิงไอเลสแล้วฆ่าตัวตายตาม ตอนยิงไอเลสจนโซเซจะล้มลง วอร์เรนก็เข้าไปประคองแล้วเพ้อพร่ำรำพันกันนิดหน่อย วอร์เรนบอกไอเลสว่า ไม่เป็นไรนะ ไอเลส แล้วฉันจะรีบตามไป

ฉากนี้บทบรรยายเขียนว่าวอร์เรน “มองไอเลสอย่างแสนรัก (愛しそうにアイレスを見つめる)” ตามด้วยโน้ตที่อีตาเร็นเขียนไว้ตัวเบ้อเริ่มว่า “ลูบแก้ม” อู้หูววววววววววววว ขอถามอีกรอบ นางเอกยังจำเป็นอยู่มั้ยคะะะะะะะะะะะะะ นี่ยังไม่ได้พูดถึงบทบรรยายไม่กี่บรรทัดถัดมาที่เขียนว่า “ไอเลสเกาะแผ่นอกของวอร์เรนอย่างไร้เรี่ยวแรง” อีกนะะะะะะะะ คนเขียนบทกลัวโดนวิจารณ์ว่าดันเร็นมาสะมากเกินไปเลยต้องชงเร็นไอมาถ่วงดุลอำนาจใช่มั้ยคะะะะะะ แต่ละฉากเขียนบทมาแบบเซอร์วิสกระจุยกระจาย แล้วเสียงไอเลสก็เซ็กซี่มาก ยั่วมาก แค่นึกภาพตามก็เลือดกำเดาจะไหลแล้ว แถมสุดท้ายไอเลสไม่ตายอีกต่างหาก ถูกยิงเพื่อเซอร์วิสแท้ๆ น่าโสงสานนนน

อันที่จริงเนื้อเรื่องมันดราม่าพอสมควรเลยนะ นักแสดงนำทุกคนเล่นดีมาก แต่โมเมนต์อื้อหืออออออออออออมันก็เยอะมากทั้งเร็นมาสะและเร็นไอ เพราะงั้นเลยฟังไปหวีดไป ไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่ ตอนจบก็โอเคเลย ถึงมาซาเฟอร์รี่จะเสียสละตัวเองกลายเป็นแวมไพร์ แต่มันเป็นการจบที่โอเคค่อนไปในทางบวกสำหรับเรา คือมาซาเฟอร์รี่เนี่ยเป็นแวมไพร์ที่จะปฏิวัติวงการแวมไพร์ (วงการนี้มีกันสามคน ประกอบด้วย วอร์เรน ไอเลส และมาซาเฟอร์รี่ หมดแล้ว…) มาซาเฟอร์รี่บอกว่าต่อให้เป็นแวมไพร์แล้วก็จะไม่ละทิ้งจิตวิญญาณแบบมนุษย์ จะรักนางเอกตลอดไป ว่าแล้วก็ชวนไอเลสกับวอร์เรนออกจากป่าเพื่อไปตามหาวิถีชีวิตใหม่ๆ ที่จะไม่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้ขึ้นอีก ดิเอนด์ เห็นมั้ย จบสวยงามจะตาย

ตอนก่อนฟังแอบกลัววอร์เรนตาย เพราะเร็นเขียนไว้ในบล็อกโปรโมทหนังครั้งสุดท้ายว่า “ฉันจะมีชีวิตอยู่ในความรักของเธอชั่วนิรันดร์” ซึ่งมันฟังดูเหมือนลาตาย……. แต่สุดท้ายวอร์เรนก็ยังคงเป็นแวมไพร์ไม่แก่ไม่ตายสุขสบายดีตามอัตภาพ สรุปว่าคำพูดนี้เป็นแค่คำพูดน้ำเน่าเอาใจเลดี้เฉยๆ ใช่มั้ยยะ จินกูจิเร็น!!!

ถ้าเรื่องนี้เป็นหนังจริงๆ คงต้องบอกว่าจบแบบกั๊กไว้ทำภาคต่อ แต่เผอิญเป็นซีดีเลยคิดว่าคงไม่มีภาคต่อแล้วล่ะ ไปต่อกันในโดจิน แฟนอาร์ท ฟิค และจินตนาการแล้วกันนะ

พอฟังดูหนังจบแล้วมาฟังเพลงอีกรอบก็รู้สึกรีเลทกับเพลงได้มากขึ้นนะ จากที่ชอบตัวเพลงอยู่แล้วก็ยิ่งชอบมากขึ้นไปอีก (ลูปตลอดเวลาที่นั่งเขียนเอนทรีนี้) ตอนฟังเพลงแรกๆ ไม่ค่อยอินกับเนื้อเพลงเท่าไหร่ แต่พอรู้สตอรี่ของมันแล้วมาฟังถึงได้เก็ทมากขึ้น ที่จริงเพลงมันก็แต่งมาครอบคลุมทุกคนแหละ แต่ฟังแล้วเรานึกถึงมาซาเฟอร์รี่มากที่สุด โดยเฉพาะเนื้อท่อนฮุคเนี่ยมันคือมาซาเฟอร์รี่ตอนที่กำลังจะเสียสละตัวเองกลายไปเป็นแวมไพร์ชัดๆ

ท่อนที่เราชอบเนื้อเพลงที่สุดคือท่อนนี้

残酷の中
Ah…たった一つ
暖かい光
思い出だけは
壊れないように
ずっと
忘れはしない
止まった鼓動に仕舞って

แสงสว่างอบอุ่นเพียงหนึ่งเดียว
ท่ามกลางความโหดร้าย
จะเก็บเพียงความทรงจำเอาไว้
ไม่ให้เสื่อมสลาย
ไม่มีวันลืมเลือน ตลอดไป
ในหัวใจที่หยุดนิ่ง

โฮววววววววว ท่านมาซาเฟอร์รี่ (;__;) ทำไมท่านถึงเป็นคนจิตใจงดงามเช่นนี้เจ้าคะะะะ

ที่จริงตัวละครหลักเรื่องนี้น่าสงสารทุกคนเลยนะ โดยเฉพาะวอร์เรนนี่น่าจะอนาถสุดละ ตอนจบต้องมาทนเห็นเพื่อนกลายเป็นแวมไพร์เหมือนตัวเองทั้งๆ ที่ไม่อยากให้เป็นอีก ในบรรดาโน้ตที่เร็นจดลงในบท เราชอบตรงที่เร็นเขียนว่า “การรักใครสักคนได้จากใจคือปาฏิหาริย์อันแสนวิเศษ” มากที่สุดแล้ว รู้สึกว่าอีตาเร็นเข้าถึงจิตใจวอร์เรนอย่างลึกซึ้งและอินกับหนังมากจริงๆ

แต่ยังไงๆ เราก็สงสารไอเลสมากกว่า เพราะวอร์เรนยังมีมาซาเฟอร์รี่ ยังมีจิตใจรักใครสักคนได้ แต่ไอเลสเนี่ยจมอยู่ในความอ้างว้างของจริง อ้างว้างทั้งๆ ที่มีวอร์เรนอยู่เคียงข้างนั่นแหละ เศร้า (;___;)

จะว่าไปแล้วสิ่งที่เราชอบที่สุดในบลัดดี้ชาโดว์นี่คงเป็นพื้นเพและคอนฟลิคต์ของตัวละครแต่ละตัวนี่แหละ บทพูดของตัวละครแต่ละตัวก็เขียนมาดี๊ดี นี่ไม่ได้อวยเพราะเป็นอุตะปุรินะ แต่ชอบแทรคดราม่าแผ่นนี้มากจริงๆ ชอบมากกว่าแทรคดราม่าของเกคิดันทุกแผ่นด้วยซ้ำ หรืออาจเพราะโดยส่วนตัวชอบแนวย้อนยุค โกธิค ยุโรป อะไรทำนองนี้อยู่แล้วด้วยก็ไม่รู้

แอนี่เวย์ เราเชื่อว่าแวมไพร์มาซาเฟอร์รี่จะช่วยให้ชีวิตอันยาวนานน่าเบื่อของไอเลสและวอร์เรนสนุกสนานขึ้นได้แน่นอน บอกแล้วว่ามันเป็นตอนจบที่แฮปปี้สำหรับเรา ฮิๆๆๆๆ

เสียดายอย่างเดียว ช่วงสามสิบวันก่อนซีดีออกหนังฉาย ทางออฟฟิเชียลทำบล็อกพิเศษให้ไอดอลผลัดกันมาเมาท์มอยเรื่องหนังด้วย แต่ตอนนี้บล็อกของบลัดดี้ชาโดว์หมดไปแล้ว โฮววววววว ช่วงก่อนซีดีออกหนังฉายเลยรู้สึกสับสนในชีวิตมาก อยากฟังเพลงเร็วๆ แต่ก็ไม่อยากให้สามคนนี้เลิกเขียนบล็อกอ้ะ (TvT)

หลังจากนี้ยังเหลืออีกภาพยนตร์ในโปรเจคต์เธียเตอร์ไชน์นิ่งอีกสามเรื่อง เรื่องต่อไปคือ Pirates of the Frontier ของโอโตยะ รันมารุ และคามิว ตอนนี้อยู่ในสภาวะอยากฟังไวๆ แต่ไม่อยากให้เลิกเขียนบล็อกอีกเช่นกัน ฮาาา บล็อกของทีมโจรสลัดสนุกและน่ารักมากๆ อ่านแล้วยิ้มทุกที (≧ω≦)

ที่จริงยังมีอีกหลายอย่างอยากกรี๊ดมาก ฮือ โปรเจคต์นี้มันดีงามมาก ใส่รายละเอียดยิบย่อยในเรื่องมาเยอะมาก BGM ก็ดีงามจนอยากให้แผ่นแยกมาขายเลย ถ้าทำจริงก็ซื้อแน่ๆ แต่ถ้าจะกรี๊ดให้ครอบคลุมทุกอย่างคงต้องนั่งกางบททีละหน้า ส่วนจะให้วิเคราะห์อย่างมีสตินั้น บอกเลยว่าทำไม่ได้ 5555555555555

อีกอย่างที่ชอบมาก ชอบตรงที่แฟนๆ หลายคนทำเหมือนโปรเจคต์นี้เป็นหนังจริงๆ เวลาซื้อแผ่นมาฟังเสร็จก็จะบอกว่า ดูหนังจบแล้ว! โรงหนังคนเยอะมาก! อยากดูเรื่องต่อไปใจจะขาดแล้ว! ดีใจจังที่ได้เห็นเร็น มาสะ ไอไอเล่นหนังดีๆ แบบนี้! อะไรประมาณนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่ตอกย้ำว่าอุตะปุริเป็นลัทธิอุปาทานหมู่อย่างแท้จริง ทุกคนล้วนหลอกตัวเองและยอมให้ออฟฟิเชียลหลอกกันอย่างสนุกสนาน ฮาาา

รักอุตะปุริจัง♥♥♥

4 comments on “THEATER SHINING「BLOODY SHADOWS」

  1. KeyLaSi says:

    หุย ไอ้บทหนังแต่มีทุกคนเขียนโน้ตลงไปนี่ไอเดียแจ่มมากค่ะ แต่ว่านั่นสิ ทำไมเขียนเล่มเดียวกัน ยากจนไม่มีเครื่องซีรอกซ์เรอะ 5555555555

    มาซาเฟอร์รี่ 55555555555555555555555555555555555 โอ้ยยยยยยยยยยย ชื่ออะลัยยยยยยยยยยย ขำเกิ้นนนนนนนนนน

    โอ้โห พล้อต รักสามเส้าแวมไพร์กับอีกหนึ่งหนุ่มชัดๆ พล้อตน้ำเน่าคลาสสิคมีเรา 3 (+1 ชะนี) แบบนี้ นึกถึง Interview with the Vampire นิดๆ นะคะ ฮา

    ขำอุปทานหมู่ 5555555555 โฮววว แต่เลาเข้าจัยยยยยยยยยย

    เดี๋ยวไปหามาฟังมั่งก่ะ อิๆๆๆ

    Like

    • chutipuk says:

      แอบนึกถึงท่านเลอสแตทกับแบรดพิทท์ (จำชื่อในเรื่องไม่ได้) เหมือนกันค่ะะะ บรรยากาศใกล้เคียงมั่ก แนวแวมไพร์ลงเอยกันเอง ก๊ากกกกกกกก

      ลองฟังดูนะคะะะะ มันก๊าวมากชริงๆ (> <) ตอนแรกๆ อาจจะขำชื่อมาซาเฟอร์รี่นิดหน่อยแต่ฟังไปซักพักจะชินไปเองค่ะ 55555555555555

      Like

  2. AuraSaku says:

    แอบมาอ่านสปอยล์ ขอบคุณมากนะคะ ลำพังฟังเองคงไม่เข้าใจทั้งหมด เราไม่เมนสักคนในนี้ยังเห็นด้วยค่ะว่าเรื่องนี้ดีงามมากๆ และส่วนสำคัญที่ช่วยบิ้วเวลาฟังอย่างดี ost(bgm) ที่ประกอบค่ะ สุดๆของที่สุด อยากให้มีแผ่นแยกขายเหมือนกันค่ะ แต่จับยูนิตขี้โกงจริงๆด้วย 555+

    Like

    • chutipuk says:

      เขียนบทมาดีจริงๆเนอะคะะะะ ปลาบปลื้ม (> <) เพลงประกอบก็ตั้งใจทำจนฟังแล้วเกือบหลอกตัวเองได้สำเร็จว่ากำลังดูหนังอยู่จริงๆ ฮาาาาา

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s