DIABOLIK LOVERS DARK FATE: Kou’s route

เล่นดาร์คเฟทจบไปอีกสองรูท คือรูทสึกินามิ ชิน ที่เล่นอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ และรูทโคคุงที่เล่นแล้วเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นทุกสามวินาที

ขี้เกียจเขียนถึงรูทชินเพราะเขียนไปก็คงหลุดปากด่าตลอดเวลา แต่จริงๆ แล้วสนุกกับการเล่นรูทชินพอสมควรเลยนะ สนุกกว่ารูทคาร์ล่าด้วยซ้ำ บางทีชินก็ทำตัวน่ารักดี แต่พอมาเล่นรูทโคคุงแล้วชักกลับมาหมั่นไส้เหมือนเดิม (ฮา) ดังนั้นคราวนี้ขอกรี๊ดโคคุงและพี่น้องบ้านมุคามิดีกว่า

.

*SPOILER ALERT*

.

คีย์เวิร์ดของรูทโคคุงในภาคนี้คือ การหักหลัง (裏切り) หายใจหายคอไม่ค่อยสะดวกตั้งแต่เห็นคีย์เวิร์ด กะว่าเดี๋ยวต้องเจอดราม่าหนักหนาสาหัสแน่นอน

และแล้วก็พบดราม่าปวดตับกรีดหัวใจเป็นระยะๆ ตามคาด แต่ส่วนที่กลบความเจ็บปวดจากดราม่าหมดสิ้นคือความหวานนนนนถล่มทลายจนคนเล่นแทบหยุดหายใจ และความน่ารักจนหุบยิ้มไม่ได้ของพี่น้องบ้านมุคามิทุกคน เป็นรูทที่เนื้อเรื่องหนักแต่เล่นแล้วมีโมเมนต์ชวนแฮปปี้เยอะมากกกกก

รูทโคคุงเริ่มต้นเหมือนพี่น้องมุคามิคนอื่นๆ เริ่มจากการโดนฝูงหมาป่าบุกคฤหาสน์จนนางเอกต้องหนีไปโลกปีศาจคนเดียว แต่วิ่งไปถึงกลางทางแล้วดันหนีไม่ลง วกกลับมาช่วยโคคุงเพราะเป็นห่วง

กลับมาถึงคฤหาสน์ นางเอกหันรีหันขวางไม่เจอใคร เลยวิ่งเข้าไปตามหาโคคุงถึงห้องนอน ทันใดนั้น! จู่ๆ นางเอกก็โดนใครบางคนจับปิดปากลากเข้าห้องน้ำ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเจ้าของห้องนั่นแหละ

โคคุงอยู่ในสภาพบาดเจ็บสะบักสะบอม แต่พอเห็นนางเอกกลับมาที่บ้านก็ต่อว่า ซึ่งเป็นการต่อว่าที่น่ารักมากกกกกก แอร่กกกกกก แบบใช้น้ำเสียงดุปนเอ็นดูบอกนางเอกว่า บ้าจริง เธอคือคนที่โดนเล็งอยู่นะ (คนเล่นกระอักเลือดตั้งแต่ประโยคนี้ อ่อกกกก น่าร๊ากกกกกกกกกก) ดุนางเอกพอเป็นพิธีแล้วโคคุงก็บอกว่า ดีใจนะที่เธอกลับมา

แต่บรรยากาศกำลังมุ้งมิ้งอยู่ดีๆ โคคุงก็เกิดอาการปวดตาเพราะเมื่อกี้โดนหมาป่าเล่นงาน เลือดไหลออกจากตาข้างที่คาร์ลไฮนซ์ให้มา ท่าทางทรมานสุดๆ นางเอกเลยแหวกเสื้อโชว์ไหล่ จนโคคุงงงว่าอยู่ดีๆ แหวกให้ดูทำไม? ยั่วยวนรึไง? แต่นางเอกบอกว่า ดูดเลือดฉันซะสิ! (บางทีก็ใจเด็ดไปนะคะน้องยุย) โคคุงเลยเต็มใจดูดและบอกว่า โดนเอ็มเนโกะจังเชิญชวนแบบนี้ นานๆ ทีบาดเจ็บบ้างก็ไม่เลวนะ

Koukun-prologueKoukun-prologue2

ฉากดูดเลือดนี่โคคุงเสียงอ้อนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ฟังแล้ววิงเวียนคล้ายจะเป็นลม พร้อมๆ กับคันมืออยากดีดกะโหลกนางเอกข้อหาครางใส่โคคุงว่า ดูดอีกเยอะๆ สิ

ดูดเลือดกันเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองคนก็ตัดสินใจไปโลกปีศาจผ่านทางท่อระบายน้ำอุโมงค์บ้านซากามากิแทน เพราะฝั่งบ้านมุคามิอาจมีหมาป่าดักรออยู่ ฉากนี้ระหว่างทางโคคุงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ก็เลยรีบพานางเอกบินไปบ้านซากามากิแทนที่จะเดินไป ตอนจับอุ้มแล้วบอกว่า จะบินละน้า น่ารักมากกกกกกกกก แงงงงงงงงงงงงงง

tobasuyooo

แต่แน่นอนว่าถ้าการหนีไปโลกปีศาจราบรื่นเกินไปคงไม่มีอะไรตื่นเต้น ระหว่างอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน อีตาสึกินามิ ชินก็โผล่มาขัดขวาง (…อีกแล้ว มาเป็นขวากหนามกันทุกรูทนะคะคนนี้) เกิดการต่อสู้กันนิดหน่อย ซึ่งโคคุงเป็นฝ่ายโดนอัดเละอยู่ข้างเดียว สุดท้ายนางเอกเลยต้องเป็นคนพาโคคุงวิ่งหนีไปจนถึงโลกปีศาจ

ไปถึงก็เจอรุกิคุงรออยู่ตรงทางเข้าและชมโคคุงว่า เก่งมาก ด้วยยยยยยยยย โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ หม่าม้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา /กอดขารุกิคุงร้องไห้

rukikun

เจอฉากนี้แล้วอยากร้องไห้จริงๆ นะ ฮือ เป็นบทพูดสั้นๆ ง่ายๆ แต่ทำให้รู้สึกว่า อาาาา รักบ้านมุคามิจัง

ฟังรุกิคุงชมปุ๊บ โคคุงก็สลบเหมือดเพราะโดนชินอัดหนักมือไปหน่อย รุกิคุงเลยรับหน้าที่แบกโคคุงไปจนถึงปราสาท (อุ๊ยตาย แบกไหวหราาาาา /แซวเล่น /เห็นแบบนี้ก็เป็นแวมไพร์อะเนอะ คงไหวแหละ) เป็นอันจบอินโทรในบท Dark

ช่วง Situation Part บทแรกนี่หวานไม่บันยะบันยัง หวานจนโรงงานผลิตน้ำตาลทั่วโลกควรละอาย เล่นแล้วขาดใจตายไปหลายสิบรอบ ทำไมโคคุงเวอร์ชั่นหายเกรียนถึงหวานไร้ความปรานีได้ขนาดนี้ หวานหยดจนสลัดภาพเด็กนรกสมัยรู้จักโคคุงแรกๆ ไปหมดสิ้น (ความจริงก็สลัดไปตั้งแต่ในแฟนดิสก์ละ แต่นี่หวานกว่าแฟนดิสก์อีกสิบล้านเท่า/////)

สิ่งนึงที่เพิ่งรู้สึกในภาคนี้คือโคคุงเป็นเด็กขี้อ้อนมากกกกกกกกกกกก มีสถานการณ์อ้อนนางเอกเยอะมาก ช่วงแรกๆ ของบท Dark โคคุงยังไม่หายบาดเจ็บก็เลยอาศัยอาการบาดเจ็บนี่แหละเป็นเครื่องมืออ้อนนางเอก

อย่างเช่น นางเอกยกข้าวมาป้อนถึงเตียง โคคุงก็ช้อนตามองอ้อนให้ป้อนข้าวถึงปาก กินเสร็จมีการอ้อนว่า ขอของหวานให้คนบาดเจ็บน่าสงสารอย่างฉันได้มั้ย? …งานนี้นางเอกกะว่าโดนดูดเลือดอีกแหงๆ ปรากฏว่าโคคุงบอกให้ไปหยิบน้ำตาลก้อนมาให้กินหน่อย แป่ว (ก๊ากกกก เสียใจด้วยนะน้องยุย ผิดหวังละซี้ที่ไม่โดนดูดเลือด ว้ายๆ)

อีกหนึ่งฉากอ้อนที่หวีดมากคือตอนที่โคคุงเดินโซเซ นางเอกเลยพาไปส่งที่ห้อง พอนางเอกจะกลับออกมา โคคุงดันจับมือไว้และบอกว่า อย่าไปนะ อยู่ข้างๆ ฉันเถอะ ขอร้อง ฉันกลัวว่าเธอจะไม่กลับมาอีก ด้วยน้ำเสียงเว้าวอนมากกกกกกกกกกกก /เป็นลม

แต่ไอ้ที่อ้อนๆ ในฉากนี้โกหกทั้งสิ้น แป่ววว โคคุงบอกว่าล้อเล่นเฉยๆ เพราะเวลาทำตัวใจเสาะแล้วนางเอกจะใจดีด้วยสุดๆ เลยลองอ้อนดู (โอ่ยยยยยยยย พูดแบบนี้โกหกยังไงก็ให้อภัยข่าาาาาาาาาา) ฝ่ายนางเอกที่โดนโกหกก็งอนตุ๊บป่องเพราะหลงเป็นห่วงนึกว่าโคคุงอาการไม่ดีจริงๆ คราวนี้โคคุงเลยต้องง้อและอ้อนนางเอกอีกรอบ (ส่วนคนเล่นก็ขาดใจตายอีกรอบ///////)

ตอนแรกแปลกใจนะที่โคคุงกลายเป็นคนขี้อ้อนได้ขนาดนี้ แต่นึกไปนึกมา ที่จริงก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะอย่างในมอร์บลัดโคคุงก็ชอบเรียกร้องความสนใจจากนางเอกอยู่แล้ว ชอบมาตะแง้วๆ ขอให้ช่วยสอนทำอาหารบ้าง ช่วยกล่อมนอนบ้างมาแต่ไหนแต่ไร แต่ภาคนั้นอ้อนทีไรจบไม่สวยทุกที นางเอกไม่โดนด่าก็โดนตบตีดูดเลือดบีบคอตัลหลอด พอมาภาคนี้ถึงได้อ้อนกันแบบไม่มีพิษภัยหน่อย (เอ่อ จริงๆ แล้วก็มีพิษภัยในอีกความหมายนะ /ซับเลือดกำเดา)

แต่ยังไง้ยังไงมันก็ต้องมีฉากรุนแรงนิดๆ แทรกมาเป็นสีสันจนได้แหละ มีฉากนึงโคคุงเกิดอาการฝันร้ายครางเสียงดังลั่นจนนางเอกรีบพุ่งไปหาถึงเตียง ปรากฏว่าโคคุงดันนอนละเมอ เข้าโหมดตาแดง ฉีกเสื้อนางเอกและดูดเลือดอย่างเหี้ยมโหด จนกระทั่งนางเอกตะโกนเรียกสติ โคคุงถึงได้กลับมาทำตัวหวานแหวว ขอโทษนางเอกที่กระทำรุนแรงเพราะฝันร้ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนใจดีปนออดอ้อนนิดๆ เซ็กซี่หน่อยๆ เช่นเคย ฉากโหดเลยกลายเป็นฉากแฮร้ยยยยยยยยยทันที (///ω///)

พอเข้าช่วงเนื้อเรื่อง กลิ่นดราม่ามันถึงเริ่มลอยมา แต่สิ่งที่สำคัญกว่าดราม่าคือพี่น้องมุคามิน่ารักไม่ไหวแล้ว ฮือออออ รักกกกกกกกก

ที่จริงตอนเล่น Situation Part แอบข้องใจเบาๆ ว่ายูมะกับอาซึสะอยู่ไหนนนนน เพราะตอนโคคุงมาถึงโลกปีศาจเพิ่งเจอแค่รุกิเอง และพอเข้า Story Part ก็เฉลยตั้งแต่ต้นว่าทุกคนอยู่รอดปลอดภัยพร้อมหน้ากันที่ปราสาท แถมยังออกอาการเป็นห่วงโคคุงที่บาดเจ็บอยู่ด้วย โดยเฉพาะรุกิดูห๊วงห่วงโคคุงเหลือเกิน สมเป็นหม่าม้าจริงๆ TvT

อาการบาดเจ็บของโคคุงดีขึ้นเยอะแล้ว แต่เจ้าตัวกลับท่าทางซึมๆ นางเอกและพวกพี่น้องเลยอดห่วงไม่ได้ นางเอกบอกว่าอยากหาทางให้กำลังใจโคคุง ยูมะเลยแนะนำให้ไปยั่วยวน ว่าแล้วก็แสดงตัวอย่างโดยการทำเสียงยั่วยวนแบบไร้อารมณ์สุดๆ ว่า โคคุง ฉันเหงาจังเลย~ ปลอบใจฉันที~

yumakunww

งากกกกกกก ยูมะน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก แง้งงงงงงงงงง ขำฉากนี้แรงมาก 55555555555555

ส่วนเหตุผลที่โคคุงซึมๆ ยูมะกับอาซึสะวิเคราะห์กันว่าคงเจ็บใจที่สู้แพ้ชิน เพราะจริงๆ แล้วโคคุงเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีมาก

หลังจากนั้นนางเอกก็ทำพาสต้าวองโกเล่เบียงโก้ของโปรดโคคุงเพราะอยากให้โคคุงอารมณ์ดีขึ้น (นี่หล่อน ยูมะอุตส่าห์แนะนำวิธีแซ่บๆ ทำไมไม่รู้จักใช้!) แต่ขณะเดินไปเสิร์ฟดันเจอรุกิคุงยืนชมจันทร์อยู่แถวระเบียง และจู่ๆ ก็สั่งนางเอกว่าจากนี้ไปห้ามเข้าใกล้โคเด็ดขาด โคบอกมาว่าไม่อยากเจอหน้าเธออีกแล้ว (อ้าวหม่าม้าาาา ทำไมมาขัดขวางเส้นทางรัก!) นางเอกฟังแล้วตกใจทำจานแตกเพล้ง เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ได้แต่ยืนสับสนงุนงง รุกิเลยอาสาว่าจะไปส่งที่ห้องเอง (วั้ยยยยยย ขัดขวางกันแบบนี้รับผิดชอบปลอบใจกันซะดีๆ)

ฝ่ายโคคุงที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น รุกิตอแหลไปเองทั้งหมด เดินมาแถวๆ ระเบียงและเจอเศษซากพาสต้าของนางเอกร่วงกระจายเต็มพื้น (นี่ไม่คิดจะเก็บซากกันเลยเหรอ ตกใจทำแตกแล้วก็เดินหนีไปเลยงี้…?) สักพักยูมะเดินผ่านมาอีกคน ยูมะเลยบอกว่าสงสัยเป็นฝีมือยัยหมูตัวเมียแหงๆ เพราะยัยนั่นบ่นอุบอิบว่าอยากให้กำลังใจนาย

โคคุงดีใจที่นางเอกบอกว่าอยากให้กำลังใจและก็บ่นๆ กับตัวเองว่าทำไมทำอาหารแล้วไม่เอามาให้ล่ะยัยบ้า แต่ยังไม่ทันได้ไปบ่นกับเจ้าตัว จู่ๆ รุกิคุงก็โผล่มาและบอกโคคุงว่า จากนี้ไปห้ามเข้าใกล้ผู้หญิงคนนั้นอีก เพราะนายไม่มีสิทธิ์เป็นอดัม ห้ามปฏิเสธด้วย เพราะพวกเรามีชีวิตอยู่เพื่อทำให้ความปรารถนาของท่านผู้นั้นลุล่วง (คนนี้ก็ทาสคาร์ลไฮนซ์เหลือเกิ๊นนนนน) 

ตอนแรกโคคุงโวยวายไม่พอใจรุกิ แต่หลังจากนั้นก็เรียกรุกิมาหาและบอกว่าจะเลิกยุ่งกับนางเอกตามคำสั่ง พอได้ยินแบบนี้รุกิคุงเลยเป็นฝ่ายรู้สึกผิดและขอโทษโคคุง (แงงงงง ที่จริงรุกิคุงก็ไม่อยากขัดขวางความสุขของน้องใช่ม้ายยยยยย ฮือออออออ)

โคคุงบอกรุกิแบบนั้นแล้วก็ลงมือปฏิบัติจริงอย่างรวดเร็ว แกล้งทำตัวเย็นชาใส่นางเอก ปัดมือทิ้งและบอกว่าอย่ามาแตะต้องตัวฉัน เธอมันตัวเกะกะน่ารำคาญ ฉากนี้โคคุงตีบทแตกกระจุยจนอาซึสะโกรธแทนนางเอกถึงขั้นต่อยโคคุงเลย (สถานการณ์ซีเรียสมาก แต่ฉากนี้เราขำ แงงงง อาซึสะตอนพุ่งเข้าชาร์จโคคุงโคตรน่ารักกกกกกกกก)

ส่วนนางเอกโดนโคคุงเย็นชาใส่ก็สิ้นหวัง ขอลากลับโลกมนุษย์ดีกว่า ว่าแล้วก็เดินโต๋เต๋เข้าป่าหาทางกลับเองตามลำพังอย่างไม่กลัวเกรงอันตรายใดๆ และแล้ว… อันตรายก็โผล่มาในรูปแบบของคุณเมลซ์เจ้าเก่า (มาอีกละ กราบสวัสดีท่านอา รูทนี้จะชีวิตบัดซบแบบไหนดีคะ?) 

เมลซ์อ้างว่ารู้จักกับบ้านซากามากิและจะอาสาพานางเอกกลับโลกมนุษย์ นางเอกจึงได้กลับมานอนกลิ้งตีพุงตามลำพังในบ้านซากามากิโดยสวัสดิภาพ (หนีไปอยู่บ้านมุคามิแล้วยังจะมาแอบกินอยู่ในบ้านซากามากิฟรีๆ อี๊กกกกก นี่หล่อน!) 

ตอนท้ายบทแรกมีฉากย้อนความสมัยมุคามิบราเธอร์สยังเป็นหญ้าอ่อนกรุบกรอบน่าเคี้ยวเด็กน้อยน่ารัก น่าจะเป็นช่วงที่คาร์ลเพิ่งรับทั้งสี่คนมาเลี้ยงดูได้ไม่นานละมั้ง ชอบฉากนี้มากกกกกกกกกกกกกกก

เรื่องมีอยู่ว่าสมัยเป็นเด็ก ยูมะคุงเคยแบ่งน้ำตาลก้อนของโปรดให้โคคุงเพราะเห็นว่าโคคุงอยากกิน แต่โคคุงกลับถามว่าต้องการอะไรเป็นของแลกเปลี่ยนเหรอ? ยูมะให้ของกินฉันเพราะอยากได้ของแลกเปลี่ยนใช่มั้ย? ยูมะได้ยินดังนั้นเลยโมโหและต่อยโคคุงทันที (รู้สึกจะโดนพี่น้องต่อยบ่อยจังนะคะโคคุง) นุ้งโคไม่เข้าใจว่ายูมะโกรธอะไร แต่คิดว่าที่แท้ยูมะก็ให้น้ำตาลเพราะอยากต่อยนี่เอง

mukamikyodaitenshi

หลังจากนั้นนุ้งโคก็โดนคาร์ลไฮนซ์เทศนา คาร์ลลูบหัวโคคุงแล้วบอกว่าเธอน่ะ แค่รับน้ำตาลมาจากยูมะก็พอแล้ว การรับมาเฉยๆ มันก็เหมือนกับเวลาเงยมองท้องฟ้าแล้วหัวใจรับรู้ว่ามันเป็นสีฟ้านั่นแหละ

โคคุงแย้งว่า ท้องฟ้าแค่อยู่ตรงนั้น ไม่ได้มอบสีฟ้าให้ซะหน่อย คาร์ลเลยบอกว่า ครอบครัวก็เหมือนกัน ครอบครัวก็อยู่ตรงนั้น ไม่พยายามช่วงชิงอะไรไปจากเธอ ไม่ต้องการอะไรตอบแทน นี่แหละคือความรัก การที่ยูมะมอบน้ำตาลให้โดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน มันคือความรักของครอบครัว ที่ยูมะต่อยเธอก็เพราะเศร้าใจที่ความรักสื่อไปไม่ถึง

ชอบบทสนทนาในฉากนี้มากกกก ฮือ อธิบายทั้งสายสัมพันธ์ของบ้านมุคามิและปมของโคคุงไปพร้อมๆ กัน และพูดถึงยูมะได้น่ารักมาก (แต่ทำไมคาร์ลเวลาอยู่กับบ้านมุคามิดูเป็นคุณพ่อตัวอย่างเหลือเกิน บางทีก็น้อยใจแทนซากามากินะคะะะะ) 

ตัดชั้บกลับมาที่ปัจจุบัน โคคุงนึกถึงอดีตแล้วนั่งรำพึงรำพันถึงนางเอกอยู่คนเดียว บอกว่าเธอคือท้องฟ้าครามของฉัน คอยอยู่ข้างๆ ฉันเสมอ ฉันรักเธอ รักมากนะ แต่ตอนนี้ฉันมองไม่เห็นท้องฟ้าครามอีกแล้ว

และแล้วโคคุงก็ปิดท้ายด้วยคำว่า “ลาก่อน” หน้าจอมืดลง ตามด้วยเสียงดัง ฟิ้วววว ตุ้บ!

ว้อทททททททททททททททททททททททท!!!!!!???????????????

เกิดอะไรขึ้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

ตอนเล่นช็อคกับฉากนี้มาก นี่เพิ่งบทแรกเองนะ ตายตอนนี้จะรีบเกินไปมั้ย จะไปดำเนินเรื่องต่อในนรกก็คงไม่ใช่ รู้อยู่แก่ใจว่าโคคุงไม่มีทางตายหรอก แต่ยังไงๆ ก็อดตื่นตระหนกไม่ได้อยู่ดี Σ( ̄□ ̄|||)

และผู้โชคดีที่มาพบโคคุงนอนโชกเลือดอยู่ด้านล่างระเบียงก็คืออาซึสะ ซักพักยูมะก็วิ่งหน้าตาตื่นมาอีกคน พอเห็นโคคุงนอนจมกองเลือด ยูมะเลยโวยวายว่านี่นายกระโดดลงมาเรอะ ว่าแล้วก็เข้าไปเขย่าตัวโคคุงเพราะโมโห จนอาซึสะต้องร้องว่าห้ามเขย่านะ! (แงงงง เป็นฉากซีเรียสที่น่ารักอีกแล้ววววววววววววว)

yumakunhidoiyo

สรุปว่าเมื่อกี้โคคุงโดดระเบียงลงมาเพราะอกหัก โคคุงที่บาดเจ็บสาหัสครางเรียกชื่อนางเอก อาซึสะเลยสงสัยว่า อ้าว ไม่ได้เกลียดนางเอกหรอกเหรอ ก่อนหน้านี้ยังปัดมือทิ้งอยู่เลย

ยูมะบอกว่า ยังไงซะคงเป็นเพราะโดนรุกิสั่งให้ตัดใจเพราะพวกเราเป็นอดัมไม่ได้นั่นแหละ (งื้อออออออ ทำไมเป็นคนเข้าใจพี่น้องดีขนาดนี้ รักกกกกกกกกกกก ;____;) แล้วก็บ่นงุบงิบว่ากระโดดแค่นี้ไม่ตายก็ยังจะกระโดดอีก ปากยูมะบ่นงั้นงี้แต่กลับแบกโคคุงแล้วเดินไปคนละทางกับปราสาท สั่งให้อาซึสะไปรายงานรุกิ ส่วนตัวเองจะพาโคคุงกลับโลกมนุษย์เพราะคิดว่านางเอกน่าจะกลับไปที่นั่น (แออออออออ ยูม้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา คนดีของป้าาาาาาาาาาาาา T_____T) 

ขณะเดียวกัน นางเอกที่กำลังนั่งกินข้าวสบายใจเฉิบอยู่ในคฤหาสน์ซากามากิก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนบุกเข้ามา ไม่ได้การ! หาที่ซ่อนดีกว่า! ว่าแล้วก็วิ่งไปซ่อนใน….. ห้องทรมาน…… ที่เต็มไปด้วยโซ่แส้กุญแจมือ (สมแล้วที่โดนโคคุงเรียกว่าเอ็มเนโกะจัง = น้องแมวมาโซคิสท์) เป็นอันจบบทแรกอย่างตื่นเต้นระทึกใจ

บท Maniac จะเริ่มต่อจากบทแรกเลย ไม่ปล่อยให้ลุ้นนานว่าใครคือคนที่บุกมาหานางเอกถึงในบ้าน ซึ่งคนที่บุกมาถึงห้องทรมานก็คือ สึกินามิ ชิน นั่นเองงงงง (เป็นอีกคนที่เห็นหน้าทีไรก็อดคิดไม่ได้ว่า มาอีกละ) 

ชินเห็นนางเอกมาหลบอยู่ในห้องทรมานก็โอเค เดี๋ยวจะช่วยทรมานให้สาสมใจ ว่าแล้วก็หยิบเข็มขัดมารัดนางเอก ฉีกเสื้อ บีบคอ เอามีดกรีด ดูดเลือดกันแบบไม่มีเกรงใจใดๆ จัดว่าเต็มที่กับชีวิตมากๆ

ทว่านางเอกโดนทรมานได้ไม่นานก็มีคนมาช่วย ซึ่งนี่รูทใครนะ? โคคุงใช่มั้ย? แต่คนที่โผล่มาช่วยคือ

 

 

ยูมะค่ะะะะะะะะะะะะะะะะะ (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

 

 

yumakunkakkoiiiii

โอ้ยยยยยยยย มายเลิฟฟฟฟฟฟฟฟ♥♥♥ รูทตัวเองก็ไม่ใช่ ทำไมทำตัวหล่ออออออ (ส่วนเจ้าของรูทโดนยูมะทิ้งให้นอนพะงาบๆ อาการร่อแร่อยู่ในท่อระบายน้ำ น่าอเนจอนาถใจเหลือเกิน)

ยูมะมาช่วยนางเอกแบบหล่อมากมากมากมากมากมากมาก ก่อนจะพาไปเจอโคคุงที่นอนบาดเจ็บอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินแล้วหลบฉากไปอย่างรู้งาน ปล่อยให้นางเอกปรับความเข้าใจกับโคคุงสองต่อสอง (โอย ยูมะ ทำไมช่างแสนดี ประเสริฐ เลิศล้ำ แซ่บลืมได้ขนาดนี้ /กรีดเลือดให้หมดตัว) 

ฉากปรับความเข้าใจกับโคคุงเศร้ามาก (;____;) โคคุงร้องไห้บอกว่านึกว่าจะไม่ได้พบหน้ากันอีกแล้ว อยากเจอมาตลอดเลย ฉันเป็นอดัมไม่ได้เลยไม่มีความหมายที่จะอยู่ข้างๆ เธอ แต่ทำแบบนั้นแล้วมันอึดอัดทรมานไปหมด

koukunnakanaideeee

ฮือออออ เห็นละแทบร้องไห้ตาม รูทนี้มีฉากเศร้าๆ บีบหัวใจเยอะมาก ซึ่งดี (อ้าว) เพราะชอบเวลาเรียวเฮคุงพากย์ดราม่า ทำไมพากย์ฉากสะเทือนใจเก่งจังคะ (TωT) เล่นมาถึงตรงนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมผลโหวตคะแนนความนิยมโคคุงขึ้นจากอันดับ 9 สมัยมอร์บลัด มาอยู่อันดับ 6 ในภาคนี้ นี่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงโหวตให้โคคุงด้วย (ตอนนั้นไฟท์โหวตแต่ยูมะ บวกอายาโตะกับรุกิอีกคนละนิดหน่อย สุดท้ายยูมะได้ที่ 7 เท่าเดิม ปวดใจมั้ยให้ทาย…….) 

ระหว่างที่ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกัน ยูมะก็ไปสู้กับชินคอยถ่วงเวลาให้ แต่สุดท้ายก็โดนอัดกระเด็นมาถึงในอุโมงค์ (โฮฮฮฮฮ บอกแล้วใช่มั้ยว่ายูมะช่างแสนดี ;_____;) หลังจากนั้นยูมะก็คอยสกัดชินเอาไว้และบอกให้โคกับนางเอกหนีไปเลย ไม่ต้องเป็นห่วง ทั้งสองคนก็ตกลงตามนั้น บ๊ายบายยูมะคุง (ฟังดูเหมือนจะใจร้าย แต่ตอนรูทยูมะ โคคุงก็ถ่วงเวลาให้ยูมะหนีไปได้เหมือนกัน ก็ผลัดๆ กันแหละเนอะ 5555555)

และแล้วโคคุงกับนางเอกก็แอบไปอาศัยอยู่ในโบสถ์ร้างสองต่อสอง ด้วยเหตุนี้ Situation Part ในบท Maniac จึงเต็มไปด้วยสถานการณ์หวานๆ ในช่วงนี้โคคุงและนางเอกหนีตามกัน เป็นการหนีภัยที่ชิลมาก เพราะโคคุงยังรับจ๊อบเป็นไอดอลอยู่เลย อะไรจะชิลได้ขนาดนี้

หลายๆ ฉากในพาร์ทนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยการออดอ้อนออเซาะของโคคุงอยู่ ขาดใจตายไปหลายรอบมาก เอื้ออออออ /ล้มลงชักดิ้นชักงอแพรพ

ฉากที่ชอบที่สุดคือตอนที่โคคุงป่วยไข้ขึ้น นางเอกทำข้าวต้มให้กิน โคคุงก็ช้อนตามองอ้อนขอให้ป้อนข้าวให้ นางเอกเลยขำคิกคักเพราะโคคุงทำตัวเหมือนเด็กๆ (เป็นฉากที่เล่นแล้วยิ้มไม่หุบ แวววว โคคุงตอนทำตัวเป็นเด็กน้อยงุงิโคตรรรรรรนั่ลลั๊กกกกกกกกกกกก) แต่โคคุงไม่พอใจที่โดนมองเป็นเด็กๆ คราวนี้เลยเปลี่ยนมาอ้อนแบบผู้ใหญ่แทน คนเล่นก็กระอักเลือดกันไป (-.,-)

แต่พอกลับเข้าเนื้อเรื่อง มันจะเริ่มกลับมาดราม่าอีกแล้ว ได้เวลาปวดตับ (ตับอ่อนแอเป็นพิเศษเมื่อเล่นรูทมุคามิ โฮววววว) 

ขณะที่ฝั่งโคคุงและนางเอกสงบสุขเหลือเกิน ตัดภาพไปฝั่งบ้านมุคามิที่โลกปีศาจ บรรยากาศกำลังตึงเปรี๊ยะๆ ได้ที่ หลังจากรุกิกับอาซึสะไปช่วยพาตัวยูมะที่บาดเจ็บกลับมาที่คฤหาสน์ รุกิก็จ้างแวมไพร์ฮันเตอร์มาคนนึงและสั่งให้ไปจัดการโคคุงซะ (กรี๊ดดด รุกิ นังมารความรัก!!) 

ฝั่งพวกโคคุง พอสัมผัสได้ว่ามีคนมาใกล้ๆ โบสถ์ก็พากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจนไปเจอคุณเมลซ์ พอเมลซ์ชวนให้ไปหลบอยู่ที่บ้านตัวเองเพื่อความปลอดภัย ทั้งสองก็ตกลงไปบ้านคุณเมลซ์กันง่ายๆ เพราะก่อนหน้านี้เมลซ์เคยช่วยพานางเอกกลับบ้านซากามากิได้อย่างปลอดภัยมาแล้วในบทแรก

ระหว่างอยู่ที่บ้านเมลซ์นี่ก็ยังสวีทหวานน้ำตาลท่วมจอกันไม่เลิก นางเอกยกไม้กางเขนของตัวเองให้โคคุง ส่วนโคคุงยกแหวนให้นางเอก ซึ่งนางเอกบรรยายว่ามันคือ “คำสัญญาที่เป็นรูปร่าง” ซึ่งน่าจะหมายถึงสัญญาที่ว่าจะอยู่ด้วยกัน จะคอยปกป้องกัน แหละมั้ง?

แววดราม่ามันเริ่มมาเมื่อเมลซ์มาบอกว่า ปราสาทของจอมมารถูกโจมตี! โคคุงเลยเริ่มเป็นห่วงพวกพี่น้องจนคิดจะหนีนางเอกไปหาพวกพี่น้องตามลำพัง พอนางเอกมาเจอเข้า โคคุงก็ขอโทษที่ผิดสัญญาว่าจะปกป้อง แต่สุดท้ายนางเอกใช้ไม้ตายบอกว่า ฉันน่ะสบายมาก เพราะโคคุงจะคอยปกป้องฉันไงล่ะ โคคุงถึงได้ยอมพานางเอกไปด้วยกัน (ตกลงมาอยู่บ้านเมลซ์เพื่ออะไรเหรอ….?)

koukunikanaideeeeee

ตัดภาพมาฝั่งพี่น้องอีกที ปรากฏว่าพี่น้องมุคามิกำลังโกรธกันเองจ้า แงงงงงงงงง ไม่เอาาาาา อย่าทะเลาะกันนนนนนนนน (;___;) เหตุผลที่ฮึ่มฮั่มใส่กันคราวนี้คืออาซึสะโกรธรุกิเรื่องที่สั่งแวมไพร์ฮันเตอร์ให้ไปล่าโคคุง แต่รุกิดันซื่อบื้อไม่เข้าใจว่าอาซึสะโกรธอะไร ยูมะที่เข้าใจความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายเลยต้องเป็นคนคอยไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่ายหัดเข้าใจกันซะบ้าง (ยูมะคือคนที่เข้าใจพี่น้องมากที่สุดจริงๆ นะ ฮือออออ T_____T /นี่ก็อวยยูมะตัลหลอด) ซึ่งความจริงแล้วรุกิคุงก็ไม่ได้อยากให้โคคุงตายหรอก รุกิมั่นใจว่าเดี๋ยวโคคุงก็คงรอดตายกลับมาที่โลกปีศาจเองแหละ (คำแก้ตัวฟังไม่ค่อยขึ้นนะคะหม่าม้า…)

ตอนหลังอาซึสะเลยบอกว่าจะไปช่วยโคและเกลี้ยกล่อมให้ตัดใจจากนางเอก โคจะได้ไม่โดนฆ่า (แงงงง คนนี้ก็เด็กดีเหลือเกินนนนนนน) รูทนี้เล่าเรื่องฝั่งบ้านมุคามิที่ไม่มีโคคุงบ๊อยบ่อย เป็นรูทที่เห็นสายสัมพันธ์ของพี่น้องบ้านนี้ชัดเจนดีมาก รักกกกก T_______T

มาดูฝั่งบ้านสึกินามิกันบ้าง ฝั่งบ้านสึกินามิเองก็งุนงงเรื่องที่ปราสาทจอมมารเผ่าวีโบร่าโดนโจมตีเหมือนกัน คราวนี้สองพี่น้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เพราะคนที่ลงมือคือเมลซ์ต่างหาก เมลซ์บอกว่าพวกที่ก่อเรื่องวุ่นวายในโลกปีศาจคือพวกฝักใฝ่สายเลือดบริสุทธิ์ …ซึ่งเอาเข้าจริง ไอ้ซับพลอตเรื่องนี้มันดูไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับรูทโคคุงเท่าไหร่นะ เหมือนใส่มาให้โคคุงมีแรงผลักดันที่จะกลับไปหาพวกพี่น้องเฉยๆ

บทนี้จบลงตรงที่เสียงปืนดังขึ้นต่อเนื่องระหว่างที่โคคุงกับนางเอกวิ่งอยู่ในอุโมงค์เชื่อมสู่โลกปีศาจ โคคุงได้ยินปุ๊บก็รู้เลยว่านั่นต้องเป็นเสียงกระสุนเงินของแวมไพร์ฮันเตอร์แน่นอน รีบเผ่นกันดีกว่าเอ็มเนโกะจัง

บท Ecstasy ซึ่งเป็นบทสุดท้ายนี่ก็เปิดฉากอย่างตื่นเต้นระทึกใจอีกละ มาคิดๆ ดูแล้วรูทนี้ก็มีฉากระทึกเฉียดเป็นเฉียดตายเยอะเหมือนกันนะเนี่ย

ตอนต้นบทสุดท้าย โคคุงกับนางเอกกลับมาที่โลกปีศาจโดยมีแวมไพร์ฮันเตอร์คอยตามล่า ขนาดโคคุงลงทุนเผาป่าเพื่อให้หนีพ้น คุณแวมไพร์ฮันเตอร์ก็ยังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละ (ไม่ทราบว่าหม่าม้ารุกิให้ค่าจ้างกี่ร้อยล้านคะ?) โคคุงพานางเอกหนีไปซ่อนตัวในถ้ำและตัดสินใจว่าคงหมดหนทางแล้วแหละ ว่าแล้วก็ยื่นมีดให้นางเอกและบอกให้ฆ่าฉันซะ (เด็กคนนี้เป็นคนที่มีแนวโน้มฆ่าตัวตายสูงสุดในเกมแล้ว…..) 

koukun

ฉากนี้ก็เศร้า ฮือออออออออ โคคุงบอกว่าถ้าต้องตาย ฉันขอตายด้วยมือเธอดีกว่า ถึงจะตายแต่ฉันจะอยู่ข้างๆ เธอตลอดไป จะเป็นท้องฟ้าสีครามให้เธอเอง อยากเจอฉันเมื่อไหร่ก็เงยหน้ามองฟ้านะ (ฟังแล้วลังเลว่า เอ๊ะ ต้องซึ้งมั้ย…? ฟังดูเป็นคำปลอบใจที่ไม่ช่วยอะไรเลยนะ?) แต่นางเอกยังไม่ทันได้ลงมือฆ่าโคคุง แวมไพร์ฮันเตอร์ก็โผล่มาซะก่อน

ซึ่งแวมไพร์ฮันเตอร์ในเกมนี้ก็มีอยู่คนเดียวตลอดหลายภาคที่ผ่านมา เขาคือโคโมริ เซย์จิ พ่อของนางเอกที่พลัดพรากจากกันไปตั้งแต่ตอนต้นภาคแรกสุดนั่นเองงงงงงงง หายไปนานจนลืมตัวละครนี้ไปแล้วนะเนี่ย

นางเอกห้ามพ่อไม่ให้ฆ่าโคคุง แต่พ่อนางเอกกะจะฆ่าให้เรียบทั้งโคคุงและนางเอก คราวนี้โคคุงเลยเป็นฝ่ายด่าพ่อนางเอกว่าเป็นพ่อแท้ๆ แต่ทำตัวแบบนี้ได้ยังไง พ่อแม่ต้องอยู่ข้างเดียวกับลูกเสมอสิ! ยังมีหน้ามาพูดว่าตัวเองเป็นพ่ออีกเหรอ! (อยากให้โคคุงช่วยเอาประโยคนี้ไปตะโกนด่าคาร์ลไฮนซ์แทนพี่น้องซากามากิจัง) 

ขณะที่กำลังฮึ่มๆ กับแวมไพร์ฮันเตอร์ ยูมะก็โผล่มาช่วยอีกแล้ววววววว โฮฮฮฮฮฮ หล่อออวววววววว หล่อขนาดนี้เอาพลั่วมาตบหัวกันเลยดีกว่าค่ะน้องงงงง คราวนี้อาซึสะก็มาด้วย ที่จริงการมาช่วยโคคุงรอบนี้อาซึสะเป็นคนต้นคิด แต่ยูมะหล่อแดรกซีนมากไม่ไหวแล้ว

mukamisaikou

คราวนี้โคคุงกับนางเอกหนีไปเจอปราสาทร้างแห่งหนึ่ง สำรวจดูแล้วไม่เห็นมีใครอยู่ ก็ตัดสินใจว่างั้นซ่อนตัวอยู่ที่นี่ซักพักก็แล้วกัน ทว่าทั้งสองไม่ได้รู้ตัวเล้ยยยยว่าที่นั่นคือ 万魔殿 ปราสาทของสองพี่น้องสึกินามิ ขณะนั้นสองพี่น้องบังเอิญไม่อยู่บ้านพอดี งานนี้แมงเม่าบินเข้ากองไฟแท้ๆ (-A-;)

Situation Part ในบทสุดท้ายยังคงหวานกระหน่ำทำเอาคนเล่นหยุดหายใจไปหลายฉากเช่นเคย คราวนี้ย้ายมาสวีทกันสองต่อสองในปราสาทหรู และโคคุงก็ยังคงเป็นเด็กขี้อ้อนมวากกกกกกกกกกกกกเหมือนเดิม (///ω///) ชอบตอนอ้อนขอนางเอกนอนหนุนตัก น่ารักมากกกกกกกกกกกกก เด็กน้อยยยยยยยยยยย (≧∀≦)(≧∀≦)

มีสถานการณ์ที่คล้ายๆ กับในรูทยูมะด้วย คือโคคุงทำผมนางเอกให้เป็นทรงเดียวกันกับตัวเอง แต่ตอนรูทยูมะนั่นนางเอกโดนยูมะหึงโหดจับหัวจุ่มอ่างล้างน้ำเลย ใจร้ายมาก (แต่รักนะ♥) ส่วนในรูทโคคุงนี่ทำผมแบบกุ๊กกิ๊กน่ารักไม่มีพิษภัยอะไร กับอีกฉากที่โคคุงเอาผลไม้มายัดปากนางเอก เป็นการกระทำที่โคตรยูมะ แต่นางเอกเซ็งที่โคคุงยัดปากแรงไปหน่อยเลยกินไม่อร่อย (แนะนำว่าโคคุงควรไปเรียนรู้ How to ยัดผลไม้ใส่ปากอย่างถูกวิธี จากยูมะก่อนนะคะ คนนั้นเขาเชี่ยวชาญ)

ฉากผลไม้ยัดปากของโคคุงน่ารักตรงที่โคคุงทำแบบนั้นเพราะอยากอ้อนให้นางเอกป้อนผลไม้ใส่ปากตัวเองบ้าง งากกกกกก น่าร๊ากกกกกกกกกกก ฟังเสียงแล้วรู้สึกเหมือนเห็นภาพลวงตาว่าโคคุงกำลังกระดิกหางดิ๊กๆๆ เสียงระริกระรี้มาก ชะลาล่าสุดอะไรสุด เวรี่คิวท์ (*´∀`*)

แต่ฉากก๊าวๆ แบบที่โคคุงไม่ได้ทำตัวเป็นเด็กน้อยชะลาล่าก็มีนะ! มีฉากนึงโคคุงชวนนางเอกเล่นซ่อนหา นางเอกเป่ายิ้งฉุบแพ้เลยต้องเป็นคนหา แต่หาทั่วปราสาทก็ไม่เจอซะที นางเอกเลยเริ่มประสาทกิน หวั่นวิตกกังวลกลัวไปต่างๆ นานา โคคุงเลยเป็นฝ่ายโผล่มาหานางเอกและปลอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนใจดียาซาชี่เวรี่เจนเทิลฝุดๆ เอื้อออออออออ /ฟังเสียงแล้วล้มตาย

ส่วน Story Part บทสุดท้ายก็ยังคงดราม่าข้นคลั่กปนระทึกใจไม่เปลี่ยน

หลังจากสวีทหวานกันไปหลายฉาก ในที่สุดเจ้าของปราสาททั้งสองก็กลับมาบ้านซะที โคคุงบอกว่าพอเดาได้อยู่แล้วแหละว่าที่นี่น่าจะเป็นปราสาทของพวกเฟิร์สท์บลัด (เดาได้แล้วทำไมไม่รีบหนีคะน้อง พี่งง) ว่าแล้วโคคุงก็พานางเอกไปซ่อนตัวในห้องใต้ดิน สักพักชินก็เดินมาบ่นโน่นนี่นั่นกับตัวเองโดยไม่เห็นพวกโคคุงว่าช่วงที่ไม่อยู่บ้านนี่บ้านเหม็นสาบชะมัด แล้วก็งึมงำว่าจะไปฆ่าคาร์ลไฮนซ์

พอชินเดินออกจากห้องไปปุ๊บ โคคุงก็รีบพานางเอกเผ่น แต่ยังไม่ทันพ้นประตูบ้านก็เจอชินดักรออยู่ก่อนเพราะรู้ตั้งแต่ในบ้านแล้วว่าพวกโคคุงแอบบุกรุกเข้ามา ชินอัดโคคุงทีเดียวคว่ำ ลากร่างโคคุงไปริมหน้าผาแล้วโยนโครมลงไปเลย บัยยยยย (ฮึ้ยยยยย พยายามเอ็นดูชินมาหลายทีละนะ แต่มาหยามมุคามิหลายรอบแบบนี้ยอมไม่ได้! โกรธ! ฮึ่ม!) ส่วนนางเอกที่ยืนตาปริบๆ ก็โดนชินดูดเลือดและจับไปขังไว้ในห้องใต้ดิน

ฝั่งโคคุงที่โดนโยนตกหน้าผายังคงปลอดภัยดี แต่เดือดร้อนต้องวิ่งหนีแวมไพร์ฮันเตอร์หัวซุกหัวซุน วิ่งหนีโซซัดโซเซจนมาถึงอีเด็น ปราสาทของคาร์ลไฮนซ์ เพราะโคคุงตั้งใจจะมาที่นี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้วเพื่อมาพบคาร์ล

ตัดภาพกลับมาฝั่งสึกินามิ ทั่นพี่คาร์ล่าจับได้ว่าชินแอบขังนางเอกไว้ในห้องใต้ดินโดยไม่บอกไม่กล่าว ชินเลยเกิดตื่นตระหนกรีบพานางเอกหนีออกจากบ้านก่อนโดนพี่ชายลงโทษ ชินตั้งใจจะไปกวาดล้างพวกแวมไพร์ให้เรียบพร้อมฉุดกระชากลากถูกนางเอกไปด้วย นางเอกก็ตะโกนกรี๊ดๆ ขอความช่วยเหลือ

……จุดนี้ถ้ายูมะโผล่มาช่วยอีกคงไม่แปลกใจ แต่แล้วคราวนี้คนที่โผล่มากลับกลายเป็น

 

รุกิคุง!!!!??

 

rukisamaaa

 

 

ตามด้วย…….

 

อายาโตะคุง!!!!!!!!????

ayatokunnn

ตามด้วยไรโตะ คานาโตะ หม่าม้าเรย์จิ สุบารุน พี่ชู อาซึสะจัง ยูมะผู้แสนดี และโคคุง สรุปว่ามากันพร้อมหน้าพร้อมตาทั้งบ้านซากามากิและมุคามิ กรี๊ดดดดดดด ปลาบปลื้มกับฉากนี้มากกกกกก สองบ้านจับมือกันสู้อว้ะะะะะะ น่ารักเอ้าะะะะววววว์ ช่วยกันยำตีนนังชินด่วนๆ เลยค่ะ ลุยยยยยยย (สิบรุมหนึ่ง โอ้ นี่มันการ์ตูนโชเน็น! พลังมิตรภาพ! มั่ยนะ เราจะไม่พูดว่าหมาหมู่)

งานนี้ถึงชินจะมีฝูงหมาป่าคอยช่วยก็ยังไม่สามารถสู้กับฝูงแวมไพร์ได้นะคะ (ฉากนี้เหมือนทุกคนที่เคยโดนชินเล่นงานกลับมาเอาคืน ชอบมากเพราะเหตุนี้ 55555555) สองบ้านมีการแบ่งหน้าที่กันดิบดี ซากามากิคอยตื้บชิน ส่วนมุคามิบราเธอร์สรับผิดชอบจัดการกับฝูงหมาป่าและวิ่งไล่ตามไปตื้บหมาถึงในป่าลึก (เกมนี้ฉากเตะต่อยหมาเยอะมาก เยอะแบบองค์กรพิทักษ์สัตว์มาเห็นเป็นต้องร้องไห้) ยกเว้นโคคุงที่โดนนางเอกรั้งไว้ แต่แปลกที่โคคุงไม่ยักแสดงอาการที่ใจที่เจอนางเอก มิหนำซ้ำยังทำท่ารำคาญใจที่นางเอกเกะกะขวางทางทำให้วิ่งตามพวกรุกิไม่ทัน ก่อนจะถามว่า เธอเป็นใคร? เราเคยเจอกันด้วยเหรอ? ทำไมตีซี้ฉันมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว? ฉันไม่รู้จักคนอย่างเธอหรอก จำคนผิดอ๊ะป่าว

koukunhidoiyoooo

WHATTTTTTTTTTTTTTT!!!!!!!!!!!!????????????

โคคุงความจำเสื่อม!!!!!!????????? อยู่ดีๆ ก็ดราม่ายังกะนิยายนิโคลัส สปาร์ค ไม่ทันตั้งตัว ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเล่นมุกความจำเสื่อม (ซ้ำรอยยูมะอีกแล้ว….. แต่ยูมะไม่เคยลืมนางเอกยกเว้นในแบดเอนด์นะ ฮือออออ) 

ขณะที่นางเอกพยายามเตือนความจำโคคุง พ่อนางเอกแวมไพร์ฮันเตอร์เจ้าเก่าก็โผล่มาอีกแล้ววววว (ทำไมรูทนี้ภัยคุกคามเยอะแยะเหลือเกิน เหนื่อยใจ) คุณพ่อเล็งปืนใส่โคคุงแต่นางเอกขวางเอาไว้ คุณพ่อเลยยิงปังงงงง!!!! จนกระสุนลอยไปโดนชินที่อยู่ข้างหลังแทน (ไนซ์ค่ะคุณพ่อ!!) ชินบาดเจ็บวิ่งหนีไป ส่วนคุณพ่อก็บอกว่าเห็นพวกแวมไพร์ร่วมแรงร่วมใจต่อสู้เพื่อลูกแล้วถึงได้รู้ตัวว่าแวมไพร์ไม่ได้มีแต่พวกเลวๆ นี่นา ลูกจะยังเป็นลูกของพ่อเสมอนะ พ่อไปละบ๊ายบาย (มาง่ายไปง่ายเปลี่ยนใจง่ายเหลือเกินค่ะคุณพ่อ) 

ฝ่ายชินที่โดนยิงก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง จะไปฆ่าพ่อนางเอก ทว่าดันเจอเมลซ์ดักอยู่ แล้วสองคนนี้ก็ฆ่ากันเองตายตกตามกันไป เป็นอันว่าภัยคุกคามจากฮันเตอร์และบ้านสึกินามิหมดสิ้นลงด้วยประการฉะนี้ (มาคิดดูแล้ว นอกจากท่านอาจะตายบ่อยแล้ว ชินก็ตายบ่อยเหมือนกันนะเนี่ย…..) 

ทว่าความดราม่ามันยังไม่จบสิ้นง่ายๆ เมื่อโคคุงเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงขึ้นมา รุกิสั่งให้ยูมะแบกโคกลับปราสาทและอธิบายว่าโคคุงเป็นคนขอร้องให้คาร์ลไฮนซ์ลบความทรงจำทิ้ง อาการปวดหัวนี่คงเป็นผลข้างเคียงจากการลบความทรงจำนั่นเอง (คานาโตะฟังแล้วด่าว่าคาร์ลไฮนซ์ทำอะไรสกปรกไม่เปลี่ยนเลย พูดได้ดีมากคานะจัง!)

สุดท้ายพอกลับมาที่ปราสาทแล้ว โคคุงก็นอนสลบไสลไม่ยอมตื่น กลายเป็นเจ้าชายนิทรา

ปวดใจกับการเลือกสละความทรงจำของโคคุงเหลือเกิน ฮือ ที่ผ่านมาโคคุงตั้งใจจะตายตั้งหลายรอบ ทั้งกระโดดระเบียง ยื่นมีดให้นางเอกฆ่า สุดท้ายพอจนปัญญาจริงๆ ก็ขอให้คาร์ลลบความทรงจำเพราะรู้ตัวดีว่าไม่มีสิทธิ์อยู่เคียงข้างนางเอก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่กล้าพอที่จะแยกจากมาโดยที่ยังมีความทรงจำดีๆ อยู่

โคคุงเนี่ยดูเผินๆ เหมือนจะร่าเริงที่สุดในบ้าน แต่ความจริงแล้วก็หันเหเข้าหาความตายมากที่สุดด้วย ทั้งหมดนี้คงเป็นเพราะโคคุงไม่รู้จะหาทางออกยังไงให้ดีที่สุดแหละเนอะ ยอมปล่อยให้ชีวิตตัวเองพังพินาศยังไงก็ได้ ขอให้นางเอกมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยไม่มีตัวเองก็พอ เศร้าอะ (;____;)

Epilogue ของบทสุดท้ายจะจบตอนนอนสลบนี่แหละ จะตื่นหรือไม่ ตื่นแล้วเป็นอย่างไร ต้องไปลุ้นในฉากจบแต่ละฉาก

sleepingkoukun

(ซีจีนี้รุกิคุงล้อหล่อออออ อยู่ไกลๆ ยังหล่อเลย /ใช่ประเด็นมั้ย?)

แบดเอนด์แรกเป็นแบดเอนด์ที่เราไม่ชอบเลย ฮือ (;____;)

ฉากจบนี้โคคุงตื่นมาแล้วก็ยังคงความจำเสื่อมอยู่ สภาพเลยเหมือนกลับไปสมัยนางเอกรู้จักกับโคคุงใหม่ๆ ในภาคมอร์บลัด คือโคคุงเย็นชาและด่านางเอกกระจุยกระจาย เป็นโคคุงเวอร์ชั่นน่าถีบที่ไม่ได้เห็นมาซะนาน ถ้าใครชอบโคคุงในมอร์บลัดคงกรี๊ดฉากจบนี้มากเพราะเหมือนกลับไปภาคนั้นเป๊ะๆ แต่เราไม่โอเคเลย (T______T) ถึงจะเป็นคนชอบตัวละครซาดิสท์ๆ แต่เอาจริงๆ โคคุงเนี่ย เรากลับชอบโหมดไร้พิษภัยมากกว่าแฮะ สมัยเป็นเด็กเกรียนนั่นเล่นแล้วโมโหมากกว่าจะรู้สึกกิ๊บกิ้วนะ

ส่วนนางเอก ถึงจะโดนเย็นชาใส่ก็ยังไม่ยอมแพ้ ตั้งใจว่าจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ตั้งแต่แรก ซึ่งสุดท้ายนางเอกก็เสนอตัวให้โคคุงดูดเลือดตัวเองซะ นางเอกเลยโดนโคคุงดูดเลือดหมดตัวตายคาที่ ซาโยนาระ

เป็นแบดเอนด์ที่เลือดเย็นมาก แต่แอบอยากเห็นว่ารีแอคชั่นของพี่น้องตอนรู้ว่าโคคุงเผลอดูดเลือดนางเอกจนตายจะเป็นยังไง ที่แน่ๆ อาซึสะคงโกรธแหงเลย แค่คิดก็น่ารักแล้ว (*´∀`*)

แบดเอนด์อีกฉากโอเคขึ้นมาหน่อย คราวนี้มาแนว Bittersweet คือโคคุงตื่นมาแล้วจำนางเอกได้ จำเรื่องที่ผ่านมาได้ทุกอย่าง โคคุงกอดนางเอกและพร่ำพรรณนาต่างๆ นานา ดีใจที่ได้เกิดมาบนโลก ดีใจที่ได้รักเธอ ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ มาตลอด แต่ร่างกายนี้ทนไม่ไหวแล้วละ ฉันต้องไปแล้ว

Koukunbruteend

พูดจบก็สลายร่างไปเหลือไว้เพียงขนนกให้ดูต่างหน้า ม่ายยยยยยยย (;______;) ฉากนี้บทพูดเศร้ามาก แต่เราว่าแบดเอนด์แรกมันบีบหัวใจกว่านะ อย่างน้อยแบดเอนด์นี้ก็พรากจากแบบเข้าใจกันและกัน ก็ยังดี…. /เหม่อมองท้องฟ้าสีคราม

Koukunbruteend2

ส่วนกู้ดเอนด์คิวท์เมิ่กกกกกกกก แง้งงงงงงงงงง (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)

ในกู้ดเอนด์นางเอกแสดงความใจเด็ดด้วยการบุกไปหาคาร์ลไฮนซ์ถึงปราสาทเพื่อขอให้ช่วยโคคุง ตอนแรกคาร์ลไฮนซ์บอกว่าถ้าเธอรักโคขนาดนั้นก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เริ่มต้นกันใหม่ตั้งแต่แรกก็ได้นี่ (มีค่ะ เพิ่งตายมาเมื่อกี้ ในแบดเอนด์….. #ยุยจังไม่ได้กล่าว) แต่สุดท้ายโสเครตีสที่เป็นเพื่อนเล่นหมากรุกของคาร์ลช่วยกล่อมอีกแรง คาร์ลเลยช่วยคืนความทรงจำของโคคุงให้

พอนางเอกเอาความทรงจำมาคืน โคคุงถึงได้ฟื้นขึ้นมาเป็นโคคุงเวอร์ชั่นขี้อ้อนและไม่เกรียน ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันอีกครั้งโดยมีรุกิ ยูมะ และอาซึสะแอบดูอยู่ห่างๆ (งากกกกกก จะให้พูดอีกกี่รอบว่ามุคามิบราเธอร์สน่าร๊ากกกกกกกกก) และแล้วโคคุงกับนางเอกจึงได้แต่งงานกันที่ปราสาทของคาร์ลไฮนซ์อย่างแฮปปี้มีความสุข

ชอบฉากนี้ตอนที่ยูมะบอกว่าตอนที่ไปสู้กับชินน่ะไม่ได้ไปเพื่อช่วยยัยหมูตัวเมียหรอก แต่ทำเพื่อครอบครัว เพื่อพี่น้องต่างหาก โอยยยยย ซึ้ง (;______;)

ตอนที่โคคุงกับนางเอกสวมชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวออกมา พี่น้องสามคนมีการซุบซิบนินทาด้วยว่า เหมือนพวกมนุษย์เลย! ยี้! รสนิยมห่วยเป็นบ้า (เอ๊า ลืมกำพืดนะ เด็กพวกนี้) โคคุงเห็นหน้าพวกพี่น้องยืนอยู่ไกลๆ ก็บ่นอุบอิบกับนางเอกว่าสงสัยต้องโดนนินทาอะไรไม่ดีอยู่แหงๆ น่ารักกกกกกกกกกกก (≧ω≦)

Koukun-vampireend

แต่แปลกใจกับฉากจบนี้ตรงที่โคคุงไม่ยักกลายเป็นมนุษย์เหมือนรุกิกับยูมะในกู้ดเอนด์แฮะ

สรุปแล้วคีย์เวิร์ด “การหักหลัง” ของโคคุงในรูทนี้หมายถึง การหักหลังคาร์ลไฮนซ์และพี่น้อง ละทิ้งหน้าที่ที่ต้องทำตามแผนการของคาร์ล และหนีไปกุ๊กกิ๊กกับนางเอกสองคน แต่ในความรู้สึกเราแล้ว ประเด็นการหักหลังของโคคุงยังไม่หนักหนาสาหัสเท่าตอนที่รุกิหักหลังคาร์ลในรูทตัวเองเลย คงเพราะรุกิดูเป็นคนที่ไม่น่าจะหักหลังคาร์ลมากที่สุดแล้วมั้ง? พอรุกิขัดคำสั่งคาร์ลขึ้นมา เลยให้ภาพว่าเป็นการทรยศที่รุนแรงมากกว่ากรณีของโคคุง

ในรูทรุกิ โคคุงสั่งรุกิให้หักหลังคาร์ลไฮนซ์และพี่น้องได้หนักแน่นเด็ดขาดมาก แต่พอถึงตาตัวเองบ้าง โคคุงกลับไม่กล้าทำสักเท่าไหร่ ถึงจะหนีไปอยู่กับนางเอกแล้วก็ยังลังเลเป็นห่วงพี่น้อง จุดนี้คงเป็นเพราะโคคุงรักพี่น้องมากๆ นั่นแหละ พอตัวเองอยู่ในสถานะ “คนโดนหักหลัง” อย่างในรูทรุกิ โคคุงจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย ถ้ารุกิหักหลังพี่น้องแล้วมีความสุข โคคุงก็ยินดี แต่พอตัวเองต้องกลายมาเป็น “คนหักหลัง” ซะเองกลับคิดหนักเพราะกลัวว่าจะทำให้พี่น้องเสียใจ ฮืออออออออออออออออ เป็นเด็กดีขึ้นเยอะเลยเนอะโคคุง (;_______;)

อีกจุดนึงที่ชอบมากในภาคนี้คือ ในที่สุดโคคุงก็เชื่อใจในตัวนางเอกได้สนิทใจจริงๆ ซะที ไม่มีการระแวงสงสัยใดๆ อีกต่อไป คนที่ไม่ไว้ใจคนอื่นถึงขั้นคาร์ลต้องมอบตาวิเศษสำหรับอ่านใจให้ กลับไว้ใจใครสักคนได้ขนาดนี้ มันยิ่งใหญ่มากเลยนะะะ (T______T)

เล่นรูทนี้จบแล้วชอบโคคุงมากขึ้น และรักพี่น้องมุคามิทุกคนมากขึ้นมากกกกกกกก โฮวววววว ปกติก็เอ็นดูบ้านนี้จะแย่แล้ว พอมาเจอรูทนี้ยิ่งมีโมเมนต์ที่รู้สึกว่า คิดถูกจริงๆ ที่รักเด็กๆ บ้านนี้ บ่อยมาก (TωT) มีฉากนึงที่โคคุงบอกว่า “พวกเราเป็นพี่น้องที่ยิ่งกว่าพี่น้องร่วมสายเลือด” ด้วยนะ ฮือออออออ

อยากให้แผ่นเบสท์อัลบั้มออกไวๆ โฮวววว เก๊าอยากฟังเพลงใหม่ของมุคามิบราเธอร์สแว้วววววว

 

ป.ล. รู้สึกเขียนถึงเกมนี้ทีไรเผลอจิกกัดอีตาสึกินามิ ชินบ่อยมาก หากแม่ยกชินท่านใดผ่านมาแถวนี้ต้องกราบขออภัยด้วยจริงๆ ที่ห้ามใจไม่เผลอด่ามิได้ เชิญด่ายูมะกลับได้เต็มที่เลยค่ะ ถือว่าเจ๊ากัน กรั่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Advertisements

5 comments on “DIABOLIK LOVERS DARK FATE: Kou’s route

  1. Eve says:

    ลงรูทของชินให้อ่านหน่อยนะค่ะจะด่าอารัยชินก็ไม่เปงไรนะค่ะมันแร้วแต่คนชอบค่าอิอิ

    Like

  2. Eve says:

    คือเราชอบชินมากค่ะอยากอ่านมากๆลงให้หน่อยนะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    Like

    • chutipuk says:

      เล่นจบไปนานนนนนนนมากแล้ว มาเขียนตอนนี้คงไม่ละเอียดเท่าไหร่แล้วค่ะ
      ถ้าจะเขียนคงต้องเล่นใหม่อีกรอบ TvT

      ลองหารีวิวจากที่อื่นๆ ดูนะคะ ภาษาไทยไม่แน่ใจว่ามีใครเขียนไว้รึเปล่า แต่ภาษาอังกฤษมีแน่ๆค่ะ (^^)

      Like

  3. papaya papiranya says:

    หารูทของสุบารุไม่เจอเลยค่ะ อยากอ่านมากQwQ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s