DIABOLIK LOVERS DARK FATE: Carla’s route

ไม่ได้เจอหนุ่มๆ แวมไพร์มานานมาก อาาาาา หลังจากเล่นรูทยูมะจบแล้วก็มัวแต่ไปเล่นเกมนู้นเกมนี้เยอะมาก พอกลับมาเล่นเกมนี้อีกรอบถึงกับลืมไปแล้วว่าเล่นรูทใครไปบ้าง (ฮา)

มานับๆ ดูแล้วพบว่ายังไม่ได้เล่นรูทบ้านใหม่อย่างสึกินามิซักคน ว่าแล้วก็จัดรูทโมริคาวะซังคาร์ล่าซะเลยแล้วกัน

ขออารัมภบทเกี่ยวกับตัวละครใหม่คนนี้นิดนึง จำไม่ได้แล้วว่าเห็นคาร์ล่าครั้งแรกทางไหน น่าจะเว็บออฟฟิเชียลมั้ง? จำได้แค่ว่าครั้งแรกที่เห็นรู้สึกตื่นเต้นตกใจมากที่โมริคาวะฉะโจจะมาพากย์ซีรีส์นี้ด้วย! แต่ทำไมชื่อคาร์ล่านี่มันสาวจังคะ? แล้วทำไมต้องชื่อคล้ายๆ คาร์ลไฮนซ์และผมหงอกยาวสลวยสวยเก๋เหมือนกันด้วยคะ? (แถมชื่อเหมือนหมาโกลเด้นที่บ้านดิชั้นเลยค่ะ มุ้งมิ้งไปอีก)

อย่างไรก็ตาม ตอนฟังแซมเปิ้ลวอยซ์ของคาร์ล่าและฟังซีดี Dark Fate แผ่นแรกของบ้านสึกินามิ (ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงฟังไม่จบ) กลับรู้สึกเฉยๆ กับเสียงโทนต่ำสุดขีดแบบนี้ของโมริคาวะซังมากเลย (´・_・`) ทั้งๆ ที่ความเป็นราชาเผ่าพันธุ์บรรพบุรุษของแวมไพร์บวกกับความซาดิสท์นี่มันน่าจะเหมาะกับโมริคาวะซังมากเลยนะ (´・_・`)

พอมาเล่นเกมเข้าจริงๆ คาร์ล่าก็ตามไปเป็นตัวร้ายแทบทุกรูท ทรมานทรกรรมหนุ่มๆ บ้านซากามากิและมุคามิมาเยอะมาก แต่แปลกที่รู้สึกว่าคาร์ล่าทำตัวใจดำอำมหิตยังไงก็เกลียดไม่ลง (ในขณะที่เบะปากใส่ชินแทบทุกรูท… ความยุติธรรมไม่มีบนโลก) ตอนเริ่มเล่นรูทนี้ก็ลุ้นนะว่าเล่นจบแล้วจะชอบคาร์ล่ามากขึ้นได้ขนาดไหน

แต่พอเล่นจบแล้วกลับหาข้อสรุปให้ตัวเองไม่ได้ว่าตกลงคิดยังไงกับตัวละครนี้ (ฮา) แค่รู้สึกว่า อ๋อ ที่แท้ก็คิดแบบนี้ มีอดีตแบบนี้นี่เอง (เอาไว้แฟนดิสก์ออกเมื่อไหร่จะให้โอกาสทำคะแนนอีกครั้งนะคะท่านคาร์ล่า)

ว่าแล้วก็เข้าเรื่องเถอะ

.

*SPOILER ALERT*

.

เล่นรูทนี้แล้วรู้สึกเหมือนกลับไปเล่นมอร์บลัดเลย เพราะ

① โหดร้ายทารุณกับนางเอกเหลือเกิน ก่อนหน้านี้โดนภาค Vandead Carnival ล้างสมองมา เลยลืมไปแล้วว่าเกมนี้มันดิบได้ขนาดนี้ ส่วนรูทคนอื่นๆ ที่ผ่านมาในภาคนี้ก็มีฉากซาดิสท์นิดๆ หน่อยๆ นะ แต่มันไม่ได้เอ็กซ์ตรีมอะไรขนาดนี้

② คาร์ล่ามาแนวตัวร้ายคล้ายๆ กับที่มุคามิบราเธอร์สออกมาในมอร์บลัด แต่มุคามิยังมาแบบ เหมือนจะเลวแต่ที่จริงมาช่วยซากามากิ ในขณะที่สองพี่น้องบ้านสึกินามินี่เข้าข่าย Villain เต็มขั้น

③ สเต็ปการเล่าเรื่องคือ ลักพาตัวนางเอก → ทารุณโดยไม่บอกเหตุผล → ย้อนอดีตให้เห็นว่าที่จริงตัวละครตัวนี้มีอดีตอันขมขื่นน่าเห็นใจนะจ๊ะ → เริ่มหลงรักนางเอก → จบแบบไหนสุดแท้แต่ยถากรรม

ในบทนำของบ้านสึกินามิ นางเอกจะได้เจอคาร์ล่าครั้งแรกที่ห้องสมุด นางเอกไปที่นั่นเพื่อหาหนังสือมาทำการบ้านแปลภาษาอังกฤษเป็นญี่ปุ่น นางเอกก็พยายามหาเรื่องง่ายๆ และไปวนเวียนแถวโซนเชคสเปียร์ ก่อนจะหยิบเรื่อง “แมคเบธ” ออกมาด้วยความหวังว่าเรื่องนี้คงแปลไม่ยากนะ (ต้องมั่นใจในทักษะภาษาอังกฤษขนาดไหนถึงจะรู้สึกว่าภาษาเชคสเปียร์ง่ายคะ /ก้มกราบน้องยุย)

ทว่าทันใดนั้นดันเกิดเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงงง จนนางเอกตกใจชนชั้นหนังสือ หนังสือบนชั้นก็ร่วงโครมครามลงมา แต่คาร์ล่าที่บังเอิญอยู่ในห้องสมุดพอดีเข้ามาช่วยไว้ทันท่วงที นางเอกจึงอยู่รอดปลอดภัยไม่โดนหนังสือหล่นทับกบาล (กรี๊ดดดด นี่ยังไม่พ้นบทนำหล่อนก็แกล้งล้มอ่อยปู้จายแล้วเหรอ ร้ายกาจจจจจ)

นอกจากนั้นคาร์ล่ายังช่วยเก็บแมคเบธที่หล่นอยู่ให้ด้วย (ทำไมฉากเปิดตัวใจดี๊ใจดี แต่สิ่งที่ตามมามันช่าง…) เห็นแล้วคาร์ล่าก็ถามว่า ชอบแมคเบธเหรอ? หึ ตลกร้ายจริงนะ (ซึ่งแมคเบธเป็นคำใบ้อดีตของคาร์ล่านั่นเอง) นางเอกยังไม่ทันได้ตอบอะไร คาร์ล่าก็ถามต่ออีกว่า ว่ากันว่าความกลัวเกิดจากความไม่รู้ งั้นถ้าเอาชนะความไม่รู้ได้แล้ว ความกลัวจะหายไปด้วยรึเปล่า? (เฮลโหลว นี่มันใช่คำถามสำหรับถามคนที่เพิ่งเคยเจอมั้ย? ชื่อแซ่ไม่คิดจะถามหน่อยเหรอ?)

carlasama

นางเอกตอบว่า แบบนั้นความกลัวอาจจะหายไปนิดหน่อย แต่ความกลัวตามสัญชาตญาณคงไม่หายไปมั้งคะ? คุณท่านคาร์ล่าเลยถามต่อว่า แล้ว “ความกลัวตามสัญชาตญาณ” คืออะไร? (โอ้โห้! ถามยังกะเป็นอาจารย์คลาสปรัชญา) นางเอกก็ยังอุตส่าห์ตอบว่า ความกลัวจากประสบการณ์ที่ไม่มีในความทรงจำของตัวเอง (อืม นางเอกนี่ก็มารยาทดีนะ เป็นเราคงขอตัวกลับบ้านตั้งแต่เจอคำถามแรกละ ท่าทางผู้ชายคนนี้จะไม่ปกติ…)

หลังออกจากห้องสมุดก็จะได้ทักทายทำความรู้จักกับชิน คุณน้องบ้านสึกินามิที่โผล่มาเจอนางเอกฉากแรกก็บ่นโน่นนี่นั่นและด่าว่า ตัวเธอเหม็นจัง แล้วก็ไป ส่วนสองพี่น้องบ้านสึกินามิก็ไปยืนเก๊กหล่อบนดาดฟ้ากันสองคน

Carla

ในฉากนี้จะได้รับรู้ว่าสองพี่น้องมาที่นี่เพราะต้องการตัวนางเอกซึ่งมีหัวใจของคอร์เดเลียอยู่ในตัวและสืบหาเหตุผลว่าทำไมคาร์ลไฮนซ์ต้องกักตัวนางเอกที่มีเลือดของเฟิร์สท์บลัดเอาไว้ด้วย ส่วนเมลซ์ แวมไพร์ปริศนาเจ้าเก่า (also known as ท่านอาริคเตอร์ปลอมตัวมา) ก็ได้เสนอตัวมาเป็นขี้ข้าคอยรับใช้สองพี่น้องบ้านนี้อีกแล้วจ้า เป็นขี้ข้าเขาทุกรูทเลยนะคะท่านอา น่าฉงฉาน

หลังจากนั้น วันหนึ่งหลังจากเข้าช่วงจันทคราสแล้ว อาจารย์ใหญ่ก็เรียกตัวนางเอกไปที่ห้องเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน ไปถึงก็เจอสองพี่น้องบ้านสึกินามิรออยู่ อาจารย์ใหญ่ฝากฝังนางเอกให้ช่วยดูแลสองพี่น้องที่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษจึงยังไม่คุ้นเคยกับญี่ปุ่น (ซึ่งไอ้ที่ว่ากลับมาจากอังกฤษอะไรนี่โกหกทั้งสิ้น ที่จริงคือเพิ่งอิมพอร์ตจากโลกปีศาจสดๆ ร้อนๆ) ฝากฝังเสร็จอาจารย์ใหญ่ก็รีบเผ่นไปเลย ปล่อยให้นางเอกโดนสองพี่น้องข่มขู่ให้พาชมโรงเรียนและเปิดโอกาสให้เลือกว่าจะไปกับใครก่อน แล้วเกมก็จะตัดเข้าสู่หน้าจอเลือกตัวละคร (ซึ่งถ้าไปเลือกหนุ่มๆ บ้านอื่นแทนคงตลกมาก เรื่องไม่ได้ต่อกันเลย ก๊าก)

ช่วงแรกของบท Dark รูทคาร์ล่าคือบับ… โหดร้ายระดับอยากโทรขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณา สถานการณ์ในช่วงแรกๆ คือนางเอกต้องย้ายมาเรียนในห้องพิเศษกับสองพี่น้องสึกินามิ โดนพาตัวไปอยู่บ้านสึกินามิ และโดนทรมานทรกรรมตลอดเวลา

คาร์ล่าไม่อธิบายเหตุผลอะไรให้นางเอกฟังสักอย่างว่าทำไมถึงทำแบบนี้กับนางเอก เอาแต่ย้ำว่าห้ามขัดขืน ต้องเชื่อฟัง ต้องทำตามที่สั่งทุกอย่าง เวลานางเอกแสดงอาการเหมือนจะต่อต้านนิดๆ หรือพยายามหนีก็จะโดนตบบ้าง เหยียบบ้าง บีบคอบ้าง ผลักติดกำแพงบ้าง (壁ドン来たあああああ) และแน่นอนว่าหนึ่งกิจกรรมที่ขาดไม่ได้คือ ดูดเลือด

แต่การดูดเลือดของพวกสึกินามิจะต่างจากหนุ่มๆ อีกสองบ้านตรงที่ อีสองคนนี้ดูดไปด่าไปค่ะะะะะ นี่เล่นมาตั้งหลายภาค เจอแต่ฉากดูดเลือดอย่างเอร็ดอร่อย พอมาเจอฉากดูดเลือดของสองคนนี้รู้สึกแปลกใหม่มาก เพราะสองคนนี้ชอบดูดเลือดนางเอกแล้วด่าว่าเลือดรสชาติทุเรศจนอยากอ้วก ห่วยแตก ไม่อร่อย เหม็นเน่า ไร้ค่า ปนเปื้อนแวมไพร์ (คือสองคนนี้เป็นเผ่าบรรพบุรุษของแวมไพร์ก็จริง แต่ไม่ถือว่าตัวเองเป็นแวมไพร์ ถือว่าตัวเองเป็นเฟิร์สท์บลัดต่างหาก ส่วนพวกแวมไพร์น่ะต่ำตม #จย้า #เอาที่สบายใจ)

อย่างไรก็ตาม คาร์ล่าก็ยังดูดเลือดนางเอกบ่อยๆ เพราะมีเหตุจำเป็นบางอย่าง ซึ่งคาร์ล่าเรียกการดูดเลือดว่า「浄化」(=ฟอกเลือด = “การชำระล้าง”)

ฉากที่รู้สึก อื้อหือ! ที่สุดในบรรดา Situation Part ของบทนี้คือตอนที่อยู่ที่โรงเรียนแล้วฝนตกหนัก จู่ๆ คาร์ล่าก็โผล่มาดูดเลือดจนนางเอกหมดแรงและขอให้หยุด ทั่นคาร์ล่าเลยไม่สบอารมณ์และเหยียบนางเอกจมโคลนซะเลย ซึ่ง…ตัวเองเป็นคนเหยียบแท้ๆ ยังมีการบอกว่า โคลนกระเด็นเลอะรองเท้าแล้วเห็นมั้ย เอ้า เลียทำความสะอาดรองเท้าฉันซะสิ (คนเขียนบทเกมนี้เติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบไหนคะ /นั้มตา) แต่สุดท้ายฉากนี้นางเอกก็หมดสติไปซะก่อน จึงรอดพ้นจากการใช้ปากขัดรองเท้ามาได้ (หล่อนแกล้งสลบสินะ!)

ที่จริงนางเอกโดนคาร์ล่าเหยียบหลายรอบมาก แต่เหยียบจมโคลนแล้วให้เลียรองเท้านี่พีคสุด บ้าไปแล้ว

ส่วนช่วงเนื้อเรื่องในบท Dark จะดำเนินอยู่ในบ้านสึกินามิเป็นหลัก สองพี่น้องสึกินามิยังคงตั้งหน้าตั้งตา “ชำระล้าง” เลือดนางเอก และสั่งให้นางเอกเลิกต่อต้าน เลิกคิดจะหนีซะที คาร์ล่าเปรียบเปรยให้นางเอกฟังว่าตอนนี้เธอก็เป็นเหมือนนกในกรงที่สักวันจะบินวนไปมาจนเหนื่อยและลืมวิธีบินในที่สุด (คุณราชาเฟิร์สท์บลัดนี่ศิลปินเหลือเกิน ชอบพูดจาเป็นกวี ปรัชญา อุปมาอุปไมยอยู่เรื่อย) และเพื่อเป็นการตอกย้ำให้นางเอกยอมอยู่ที่นี่แต่โดยดี คาร์ล่าจึงบอกว่า พวกซากามากิกับมุคามิหนีไปโลกปีศาจโดยไม่ไยดีเธอแล้วนะ บายยยยย (โธ่ ความรักของพวกนายที่ผ่านมาเป็นเพียงภาพลวงตางั้นหรือ กระซิกๆๆ)

นางเอกได้ยินว่าโดนหนุ่มๆ อีกสองบ้านทิ้งไปโลกปีศาจแล้วก็ปวดใจแปล๊บๆ รู้สึกเหมือนความเป็นมนุษย์ในตัวกำลังจะพังทลายลง ความสิ้นหวังคืบคลานเข้ามาช้าๆ หมดเรี่ยวแรงที่จะขัดขืนคาร์ล่า (นี่ก็เชื่อคนง่ายจั๊งงงงงง! แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครโผล่หัวมาช่วยซักคน แสดงว่าคงไม่ได้ตามหาจริงๆ เสียใจด้วยนะน้องยุย…)

แต่นางเอกก็ยังฮึดว่า เอาวะ ไม่มีใครมาช่วย ฉันหนีเองก็ได้! ว่าแล้วก็วิ่งลงบันไดหน้าบ้าน (เป็นทางหนีที่เอิกเกริกมาก) จนไปเจอเข้ากับเมลซ์ซึ่งแนะนำตัวว่าเป็นแวมไพร์ที่คอยรับใช้คาร์ล่ากับชิน

เมลซ์พานางเอกกลับไปพักผ่อนที่ห้อง ช่วงนี้ทั้งสองคนเลยสบโอกาสเมาท์มอยหอยกาบกันเรื่องเฟิร์สท์บลัด เมลซ์บอกว่าที่จริงแล้วตัวเองก็เกลียดเฟิร์สท์บลัดเหมือนกันนะ แถมก่อนหน้านี้ยังโดนชินควักลูกตาเพื่อให้ตาบอดข้างนึงเหมือนกันอีกต่างหาก (โฮฮฮฮฮ ท่านอาาาาาา) ด้วยเหตุนี้นางเอกจึงเชื่อใจเมลซ์และตกลงเป็นพันธมิตรกัน (เชื่อคนง่ายตัลหลอด) ถ้านางเอกรู้อะไรเกี่ยวกับแผนการของพวกสึกินามิเมื่อไหร่จะไปบอกเมลซ์อีกที

ระหว่างที่คุยๆ กันอยู่ ชินก็โผล่มากระทืบเมลซ์เพราะเห็นมาคุยอะไรกับนางเอกงุบงิบดูน่าสงสัย ว่าแล้วก็กระทืบซะเลยนี่แน่ะ! งานนี้เมลซ์ที่โดนกระทืบจนบาดเจ็บสาหัสและโดนหมาป่าลูกกระจ๊อกของชินคาบไปโยนนอกคฤหาสน์เลยยิ่งน่าสงสารไปกันใหญ่ (ภาคนี้ควรมีชื่อว่า ชีวิตบัดซบของท่านอา)

shin-ojisan

เป็นอันว่าเมลซ์ไม่ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้น นางเอกยังคงโดนคาร์ล่ากักขังไว้ดูดเลือดแล้วด่าเล่นเหมือนเดิม (แต่เอาจริงนะ คาร์ล่าด่าไม่ค่อยเจ็บเลย เน้นด่าแต่เรื่องเลือดเหม็นเน่า พวกซากามากิปากจัดกว่าเยอะะะะ ส่วนมุคามิด่าอะไรข้าพเจ้าได้ยินเป็นคำพูดรื่นหูหมด จึงไม่นับ)

หลังจากนั้นชินก็แจ้งข่าวให้คาร์ล่าฟังว่า เดี๋ยวคาร์ลไฮนซ์จะจัดงานราตรีขึ้นที่โลกปีศาจแหละ มันท้าทายพวกเราอยู่งั้นเหรอ ดีเลย พี่ฮะ ไปขยี้มันทิ้งเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า! คาร์ล่าเห็นน้องเลือดขึ้นหน้าเลยบอกให้ใจเย็นๆ ก่อน …ฉากนี้เป็นฉากที่รู้สึกว่าบางทีพี่น้องคู่นี้ก็น่ารักดี คนน้องขี้โวยวาย ใจร้อน เอะอะก็เรียกพี่ฮะๆ ส่วนคนพี่ก็คอยปรามน้องแบบนิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหว บางทีเหมือนจะรักกันดี แต่บางทีก็ฆ่ากันทิ้งง่ายๆ เลย สรุปว่าเป็น Love–hate relationship สินะพี่น้องคู่นี้

ส่วนนางเอก พอได้ยินชื่อคนรู้จักอย่างคาร์ลไฮนซ์ก็นิ่งเงียบคิดอะไรเรื่อยเปื่อย คาร์ล่าเลยบอกว่าเธอไม่ต้องคิดอะไรหรอก ว่าแล้วก็จับนางเอกดูดเลือดจนสลบไป ตื่นมาอีกที นางเอกได้ยินเสียงคาร์ล่าอาบน้ำพร้อมกับพูดอุบอิบๆ อยู่คนเดียวว่า ท่านพ่อกำลังลงทัณฑ์ข้าอยู่สินะ พูดจบก็ครางแบบทรมานมากแล้วเงียบไป นางเอกเลยสบโอกาสเข้าไปดูในห้องน้ำด้วยความเป็นห่วงและพบคาร์ล่าอยู่ในสภาพอ่อนระโหยโรยแรง …..แต่ก็ยังอุตส่าห์มีแรงลุกมาถือมีดจ่อคอนางเอกไหว

Carla-shower

คาร์ล่าคิดว่านางเอกต้องวางแผนร้ายอะไรอยู่แหงๆ ถึงได้บุกเข้ามา (แผนแอบดูท่านคาร์ล่าอาบน้ำ หืดหาด /น้องยุยไม่ได้กล่าว) นางเอกก็ยืนกรานว่าแค่เป็นห่วงจริงๆ นะ ไม่ได้คิดอกุศลเลยค่ะแฮ่กๆ คาร์ล่าด่าโน่นนี่นั่นนิดหน่อยก่อนจะปล่อยไปและบอกให้ลืมๆ เรื่องทั้งหมดไปซะ นางเอกเลยออกมานั่งสงสัยอยู่คนเดียวว่าไอ้รอยปานมากมายบนร่างของคาร์ล่าคืออะไรกันนะ? (กรี๊ด นี่หล่อนมองทะลุทะลวงทั่วทั้งตัวเลยสินะยะะะะะ) 

หลายวันหลังจากนั้น นางเอกอยู่บ้านสึกินามิแล้วว่างเหลือเกิน เลยไปบอกคาร์ล่าว่าอยากไปโรงเรียนจังค่ะ คาร์ล่าก็ยอมให้ไปอย่างง่ายดายจนชินประหลาดใจว่าอารมณ์ไหนเหรอฮะพี่? คาร์ล่าจึงให้เหตุผลว่าถ้านางเอกตายไปจะยุ่งยาก ตอนนี้จิตใจผู้หญิงคนนั้นตกต่ำถึงขั้นวิกฤติแล้ว เพราะงั้นต้องให้ความหวังกันสักนิด (ให้ความหวังด้วยการอนุญาตให้ไปโรงเรียน เนิร์ดไปป้ะ……)

ไปถึงโรงเรียนแล้วนางเอกก็ขอไปห้องสมุด คาร์ล่าเลยทักว่าอ่านแมคเบธจบรึยัง นางเอกตอบว่า ตั้งใจจะใช้ทำการบ้านแต่มันยากเกินไปเลยล้มเลิกความคิด (เพิ่งรู้เหรอยะ!)

ว่าแล้วนางเอกก็ไปห้องสมุดและเจอเมลซ์ดักรออยู่ที่นั่น เมลซ์มาสืบข่าวคราวในบ้านสึกินามิจากนางเอกและเล่าว่าหนุ่มๆ ที่บ้านคาร์ลไฮนซ์เป็นห่วงเธอมากเลยนะ อายาโตะอารมณ์เสียมากที่เธอไม่อยู่ ไรโตะก็ท่าทางเหงาๆ ขนาดท่านชูยังออกไปวนเวียนรอบปราสาทเลย สงสัยจะตามหาเธออยู่มั้ง รุกิยังบอกเลยว่าถ้าสบโอกาสเมื่อไหร่จะกลับมาที่โลกมนุษย์ (ฮากกกกก ฟังท่านอาพูดแล้วหวีดมาก น่าร๊ากกกกกกกก) พูดจบท่านอาก็ทิ้งท้ายว่า ห้ามละทิ้งความหวังนะ แล้วเดินจากไป

เดินลับตานางเอกมาแล้ว เมลซ์ก็ทำท่าระอาใจพูดกับตัวเองว่า ไม่นึกเลยว่าจะเชื่อเรื่องโกหกพรรค์นั้นด้วย แค่พูดถึงเจ้าพวกนั้นน่ะง่ายจะตาย (อ้าว อีท่านอา เอาความก๊าวเมื่อกี้คืนมานะ) ส่วนนางเอกที่โดนเมลซ์โกหกก็ดีอกดีใจที่หนุ่มๆ ฝั่งโน้นยังนึกถึงกันอยู่ (ไม่ต้องรู้ความจริงแหละดีแล้วน้องยุย /ปาดน้ำตาแพรพ)

ช่วงท้ายบท Dark จะมีฉากแฟลชแบ็คอดีตของคาร์ล่าเล็กน้อย เป็นฉากที่คาร์ล่าสู้กับกีสบาค พ่อของตัวเองซึ่งเป็นราชาเฟิร์สท์บลัดองค์ก่อน (เริ่มฟังดูแมคเบธละ) ซึ่งไฮไลท์ของฉากย้อนอดีตคือฉลองพระองค์ของท่านคาร์ล่า แงงงงง ชอบชุดนี้ เหมาะมากกกกกกกกก

Carla-flashback

ถึงจะเสียดายนิดหน่อยที่อดีตของคาร์ล่าไม่ย้อนไปถึงวัยโชตะน่าจับกินเหมือนฉากย้อนอดีตของอีกสองบ้าน แต่คาร์ล่าสมัยวัยรุ่นนี่พีคมากตรงเสื้อผ้าและน้ำเสียง เสียงจะไม่ต่ำและเก๊กโหดเท่าปัจจุบัน ชอบมาก (≧ω≦) คือคาร์ล่าแบบปัจจุบันเนี่ย บางทีก็รู้สึกว่าเสียงไม่ค่อยไปกับหน้าเลย หน้าเวลายิ้มโคตรแบ๊วแต่เสียงดันเหมือนเซฟิรอธเป็นหวัด แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะชินไปเอง

ช่วงบทนำของบท Maniac ก็ยังคงย้อนอดีตอยู่ ส่วนใหญ่พวก Prologue กับ Epilogue ของทุกคนก็จะวนเวียนอยู่กับการย้อนอดีตและทบทวนความรู้สึกของตัวเองนี่แหละ ซึ่งอดีตของคาร์ล่าก็ค่อนข้างซับซ้อนอยู่ เดี๋ยวค่อยสรุปทีเดียวละกัน ข้ามไปกรี๊ดฉากตบตี(?)นางเอกก่อน

Situation Part ของบทที่สองนี่ก็ยังคงเต็มไปด้วยการดูดเลือดแล้วบ่นว่าอยากอ้วกเช่นเคย ความโหดร้ายไม่ค่อยจะบรรเทาลงจากบทแรกเท่าไหร่ อย่างเช่นนางเอกอาบน้ำนานเกินไปจนสลบก็โดนคาร์ล่าปลุกด้วยการกระชากผม เป็นต้น

Situation ที่ชอบของบทนี้คือตอนที่นางเอกล้างจานอยู่ในครัวแล้วเจอมีดเล่มยาวเล่มนึงเลยหยิบมาล้าง แต่อยู่ดีๆ คาร์ล่าก็โผล่มาแสดงอาการหวงมีด ห้ามแตะต้องมีดเล่มนั้น เพราะเป็นมีดพิเศษสำหรับหั่นแฮมสด อาหารโปรดของคาร์ล่า

carlasama-namaham

ฉากนี้น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกก

แค่หวงมีดหั่นแฮมนี่แหละ น่ารักแล้ว (。-_-。) การชอบกินแฮมสดเป็นโมเอ้พอยท์ของคาร์ล่านะ! ในรูทสุบารุคุงมีฉากนึงที่คาร์ล่าบรรยายถึงแฮมสดให้ฟังด้วยใบหน้าพริ้มมาก รู้สึกชอบคาร์ล่าเวลาพูดถึงแฮมสดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ก็ไม่ได้พูดถึงบ่อยๆ เหมือนที่ยูมะพูดถึงชูการ์จัง หรือที่อายาโตะคลั่งทาโกยากิหรอกนะ (ฮา)

แต่รูทคาร์ล่าซะอย่าง น่ารักได้ไม่ทันไร พี่แกก็เอามีดแนบหน้านางเอกและบอกว่าจะทดสอบความคม นางเอกเลยขอร้องให้ลดมีดลง คาร์ล่าก็โอเค ไม่ทำอะไรหรอก ฉันไม่อยากให้เลือดสกปรกของเธอเลอะมีดเล่มนี้ เมื่อกี้แค่ขู่เล่นเฉยๆ (เจ็บปวด มีค่าน้อยกว่ามีดอีก กระซิกๆๆ) แล้วก็ตบท้ายฉากนี้ด้วยการดูดเลือดตามสูตร

ส่วน Story Part บทนี้จะเริ่มฮาร์ดคอร์ขึ้นเรื่อยๆ

นางเอกยังคงแอบลักลอบพบปะกับเมลซ์และรายงานความเคลื่อนไหวในบ้านสึกินามิให้ฟัง ส่วนอีคุณเมลซ์นี่ก็ทำตัวน่าสงสัยขึ้นเรื่อยๆ มีการเข้ามาจับตัวนางเอกและบอกว่า รอก่อนนะสุดที่รัก ด้วยนะ…

ojisannnnn

ทว่าการลักลอบพบกันกลับถูกคาร์ล่าจับได้เพราะได้กลิ่นแวมไพร์จากตัวนางเอก คาร์ล่าเลยโมโหที่นางเอกโกหกว่าจะไปยืมหนังสือแต่กลับแอบไปเจอแวมไพร์ที่ไหนก็ไม่รู้ (คือได้กลิ่นแวมไพร์ แต่ดันแยกแยะไม่ได้ถึงขั้นว่าเป็นกลิ่นใคร ไม่โปรเลย โถ่)

คาร์ล่าบีบให้นางเอกสารภาพว่าไปเจอมุคามิหรือซากามากิหน้าไหนมา (ท่านอาริคเตอร์อยู่นอกสายตา สงสาร 55555555555) แต่นางเอกไม่ยอมสารภาพเพราะกลัวว่าถ้าบอกความจริงไปแล้วจะเป็นการหักหลังความไว้เนื้อเชื่อใจของเมลซ์ ซึ่งจะบั่นทอนความเป็นมนุษย์ในตัวเอง สุดท้ายนางเอกเลยโดนดูดเลือดจนสลบไป

ตื่นมาอีกที…

นางเอกอยู่ในคุกใต้ดินพร้อมโซ่ล่ามคอจ้าาาาาาา

WELCOME TO DIABOLIK LOVERS!!!!!
นี่แหละของจริง ไอ้การตบตีที่ผ่านมาแค่น้ำจิ้ม (・∀・)b

นางเอกตื่นมาแล้วก็ยังคงโดนคาร์ล่าสอบสวนต่อว่าสรุปแล้วแอบไปพบใครมากันแน่ ซึ่งนางเอกก็ยังคงไม่ยอมบอก เพราะถ้าบอกง่ายๆ เดี๋ยวไม่โดนทรมานแล้วจะผิดคอนเซปท์เกม คาร์ล่าเลยใช้วิธีดึงโซ่ที่ล่ามคออยู่เพื่อให้นางเอกหายใจไม่ออก แต่นางเอกก็ยังปากแข็งอยู่ดี คราวนี้คาร์ล่าเลยดูดเลือดซะเลย (คุณปวีณาคะ ช่วยน้องยุยด้วย T∇T)

carlacg

นางเอกโดนขังอยู่ในคุกหลายวันแต่ก็ไม่ยอมสารภาพซะที ชินที่เอาอาหารมาให้เลยชวนเมาท์มอยว่าใจเย็นเกินคาดนี่ ไม่หือไม่อือไม่ร้องไห้คร่ำครวญอะไรเลย สงสัยจะสิ้นหวังแล้วสินะ เพราะเธอดูเหมือนมนุษย์ที่มีแต่เปลือกเลย อย่างน้อยกินข้าวซะหน่อยก็ยังดีน่า (แหม่ นานๆ ทีจะเห็นชินทำตัวน่ารักขึ้นมาบ้าง /กัดฟัน)

หลังจากนั้นพอคาร์ล่าสอบสวนซ้ำๆ นางเอกก็เริ่มสิ้นหวังและขู่ว่าถ้าเข้ามาใกล้มากกว่านี้ฉันจะฆ่าตัวตาย! (ทีโดนทั้งตบทั้งเหยียบทั้งจิกหัวไม่เห็นเคยบ่น แต่พอโดนถามเรื่องเดิมซ้ำๆ ทุกวันถึงกับขู่ฆ่าตัวตาย ชั้นละงุนงงกับนางเอกเกมนี้)

พอเจอนางเอกงัดไม้ตายขู่ฆ่าตัวตายพร้อมบีบน้ำตา (อีนี่ก็เขียนใส่ไฟจนนางเอกดูน่าตบตัลหลอด) คาร์ล่าเลยบอกว่างั้นจะบอกความจริงเรื่องเลือดของเธอก็ได้ ว่าแล้วคาร์ล่าก็เลคเชอร์ให้ฟังอย่างเป็นขั้นเป็นตอนดังนี้:

แม่ของคอร์เดเลียเป็นเฟิร์สท์บลัด → คอร์เดเลียเป็นเฟิร์สท์บลัด → นางเอกมีหัวใจของคอร์เดเลียในร่าง → คาร์ล่าอยากได้ตัวนางเอกมาสร้างลูกหลานเพราะปัจจุบันเผ่านี้เหลือกันสองคนคือคาร์ล่ากับชิน → เลือดนางเอกแปดเปื้อนแวมไพร์จึงต้องทำความสะอาดด้วยการดูดก่อน → แต่ตอนนี้ขี้เกียจชำระล้างเลือดแล้ว ขอปล้ำตรงนี้ในคุกใต้ดินนี่เลยละกัน

…อธิบายจบคาร์ล่าก็จับนางเอกกดลงกับพื้นคุกใต้ดินเดี๋ยวนั้นเลย (ใจร้อนจริง เลือกสถานที่หน่อยก็ได้นะคะคุ๊ณณณณ)

ochitsuitekudasaiiii

ก่อนจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตลูกหลาน คาร์ล่าก็ขอดูดเลือดนางเอกพอเป็นพิธีหน่อย ดูดไปดูดมาจู่ๆ คาร์ล่าก็ร้อง อุก! แค่ก! แล้วล้มลงกระอักเลือด (หว่ายยยยยยย เรือล่มปากอ่าววววววววววว) 

นางเอกเห็นคาร์ล่าอาการไม่ค่อยดีก็วิ่งไปตามหาคนมาช่วย จนไปเจอคุณเมลซ์เดินอยู่ในบ้านหน้าตาเฉย (ท่านอานี่เก๊าะ ไม่รู้จักเข็ด) เมลซ์บอกว่าจะช่วยดูอาการให้เอง แต่อย่าไปบอกท่านชินนะ เพราะท่านคาร์ล่าเป็นคนหยิ่งในศักดิ์ศรีมาก น่าจะไม่อยากให้ท่านชินรู้เรื่องนี้ และแล้วเมลซ์กับนางเอกก็ช่วยกันพาคาร์ล่าไปรักษาตัวที่ปราสาทของพวกเฟิร์สท์บลัดในโลกปีศาจ (ปราสาทนี้ชื่อ 万魔殿 ซึ่งเป็นชื่อเมืองหลวงของนรกในบทกวี Paradise Lost ด้วยแหละ ไม่รู้ว่าดึงมาจากเรื่องนี้รึเปล่านะ แต่ชอบชื่อนี้มาก เพราะแปลไทยในหัวว่า ตำหนักหมื่นมาร แล้วมันฟังดูหนังจีนกำลังภายในดี #เอ๊ะ)

ใน Epilogue ของบท Maniac จะเริ่มเคลียร์เรื่องอดีตของคาร์ล่าชัดเจนขึ้นละ ก่อนหน้านี้เวลาย้อนความจะค่อยๆ เล่าแบบกะปริบกะปรอยให้อยากรู้เล่น มาเฉลยเต็มๆ เอาช่วงท้ายบท Maniac กับในบท Ecstasy

ฉากย้อนอดีตของคาร์ล่าทำให้ได้รู้ว่ากีสบาค พ่อของคาร์ล่า ราชาของเฟิร์สท์บลัด เคยก่อสงครามกับคาร์ลไฮนซ์จนพวกเฟิร์สท์บลัดพ่ายแพ้และโดนขังอยู่ในปราสาททั้งเผ่า (ปราสาทกว้างกี่หมื่นไร่คะ หรือในเผ่ามีกันไม่กี่คน อะไรยังไง?) ไปๆ มาๆ ดันเกิดโรคระบาดขึ้นในหมู่เฟิร์สท์บลัด ตายเกลี้ยงเกือบทั้งเผ่า จนกระทั่งตอนที่แม่คาร์ล่าป่วยใกล้ตาย ขุ่นแม่ก็ยุให้คาร์ล่าฆ่ากีสบาคทิ้งซะ เพราะคนอ่อนแออย่างกีสบาคเสียสติไปแล้วด้วยความอิจฉาที่มีต่อคนแข็งแกร่งอย่างคาร์ลไฮนซ์และคาร์ล่า

เอ้า กลับไปนึกถึงแมคเบธกันอีกครั้ง เราว่าความเชื่อมโยงระหว่างอดีตของคาร์ล่ากับแมคเบธคือ การฆ่าพระราชาตามคำยุยงของคนอื่นและต้องจมปลักอยู่กับความรู้สึกผิดนั้นไปชั่วชีวิต สังเกตได้ว่าคาร์ล่าจะมีฉากแสดงอาการรู้สึกผิดต่อพ่อตัวเองบ่อยมาก ชอบพูดย้ำว่านี่คือการลงโทษจากท่านพ่อ อาการคล้ายๆ ตอนแมคเบธโดนผีหลอกเลยนะ…

แต่เอาจริงๆ มันอาจมีวิธีตีความแบบอื่นได้อีกเยอะแยะ ความจริงแล้วแมคเบธอาจสื่อถึงพ่อของคาร์ล่าซึ่งเป็นราชาผู้บ้าคลั่งก็ได้ ครั้งล่าสุดที่อ่านแมคเบธก็หลายปีมาแล้ว ลืมๆ รายละเอียดไปหมดเกลี้ยง อยากขุดมาอ่านใหม่จัง แต่หาฉบับแปลไทยที่เคยเก็บไว้ไม่เจอแล้ว (T∇T)

นอกเรื่องนิด มีคนตั้งข้อสังเกตว่าคนเขียนเรื่องนี้อาจจะชอบเชคสเปียร์มากก็ได้ เพราะรูทสุบารุคุงในมอร์บลัดก็พูดถึงเรื่องโอเทลโล่ จะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้เคยเห็นคนตั้งทฤษฎีว่าภาคแรกสุดอาจมาจากเรื่อง King Lear ด้วยนะ

คนเขียนจะชอบเชคสเปียร์รึเปล่าไม่รู้ รู้แต่สัมผัสได้ว่าคนเขียนและทีมงานต้องรีเสิร์ชแบคกราวด์โน่นนี่นั่นมาเยอะมาก ทั้งไบเบิล เชคสเปียร์ ปกรณัมกรีก เผลอๆ มีตำนานญี่ปุ่นด้วยเพราะมีคนวิเคราะห์ว่า “ซากามากิ” อาจมาจากตำนานเทพมังกรซากามากิ (逆巻龍神) ไหนจะชื่อ “ชิน” ที่น่าจะมาจากตำนานเมโสโปเตเมีย และชื่อคาร์ล่าที่แฟนๆ วิเคราะห์กันว่ามาจากชื่อ 迦楼羅 ซึ่งเป็นเทพของอินเดียอีก

เป็นเกมที่ซ่อนอะไรๆ เอาไว้บานเบอะจนอยากให้ทีมงานเฉลยเกร็ดพวกนี้มาเลยดีกว่า แต่เอาเข้าจริงปล่อยให้คนเล่นตีความกันเองแบบนี้สนุกกว่าบอกมาตรงๆ เยอะนะ ( ̄▽ ̄)

กลับเข้าเรื่องต่อ ในบท Ecstasy ซึ่งเป็นบทสุดท้ายนี่จะอารมณ์ต่างจากสองบทแรกโดยสิ้นเชิง

เรื่องของเรื่องคือ ความจริงแล้วคาร์ล่าป่วยด้วยโรคที่รักษาไม่หายมานานแล้ว ก็ไอ้โรคเดียวกับที่ฆ่าเฟิร์สท์บลัดตายเกือบหมดเผ่านั่นแหละ รอยปานมากมายที่นางเอกเคยเห็นบนตัวคาร์่ล่าคือหนึ่งในอาการของโรคนี้ ช่วงนี้คาร์ล่าเลยอ่อนแอไม่มีพิษภัยไร้เรี่ยวแรงเหยียบนางเอก บวกกับเริ่มรักนางเอกโดยไม่รู้ตัว บทนี้จึงสงบสุขมากกกกกกกกกกกกกจนน่าตกใจ ไร้ซึ่งฉากทรมาน ไร้โซ่แส้กุญแจมือ ฉากดูดเลือดไม่คุกคาม บรรยากาศเหมือนหนังเกาหลีเวลานางเอกใกล้ตายและได้ใช้ชีวิตวาระสุดท้ายอย่างสงบสุขกับพระเอก (จริงๆ ควรเป็นพระเอกใกล้ตาย… แต่นี่อ้างอิงจากออทั่มอินมายฮาร์ทไง บรรยากาศมันใช่ #มีการสปอยล์ซีรีส์เกาหลีเกิดขึ้น)

Situation บทนี้หว๊านนนนนนหวาน อาจไม่หวานเท่าหนุ่มๆ ซากามากิหรือมุคามิที่มีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่ภาคก่อนหน้าเลยหวานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่า แต่เมื่อเทียบกับสองบทที่ผ่านมาของคาร์ล่า เท่านี้ก็ถือว่าหวานมากแล้วแหละ

ตัวอย่างเช่น นางเอกหลงเข้าไปในห้องห้องนึงในปราสาทแล้วออกไม่ได้เลยทุบประตูจนมือเป็นแผล พอคาร์ล่าโผล่มาช่วย คาร์ล่าก็จับมือไปดูแล้วบอกว่าแผลเต็มเลยนี่นา ว่าแล้วก็ช่วยเลียให้แทนการทำแผล หรือตอนที่จิบชากันอย่างสงบสุข จู่ๆ คาร์ล่าก็ลูบหลังนางเอกแล้วบอกว่าผิวมนุษย์เนี่ยอบอุ่นดีจัง ซึ่งถ้าเป็นคาร์ล่าที่สุขภาพแข็งแรงดีจะไม่มีทางพูดอะไรแบบนี้ออกมาเด็ดขาด! (จริงๆ สองบทแรกก็ป่วยแล้วแหละ แต่อาการไม่ค่อยหนัก)

และฉากที่หวานนนนนที่สุด จนรู้สึกว่า เอ๊ะ!? ผีเข้ารึเปล่าคาร์ล่า!!?? คือฉากที่คาร์ล่ากับนางเอกนั่งชมจันทร์ด้วยกันที่ระเบียง นางเอกเป็นห่วงสุขภาพคาร์ล่าเลยบอกว่า พิงไหล่ฉันก็ได้นะคะ! (กรี๊ดดดดด เหยียบเลยค่ะท่านคาร์ล่า รออะไรรรร) คาร์ล่าก็บอกว่า งั้นขอยืมไหล่เธอสักพักแล้วกัน

ยัง ยังไม่หมดแค่นั้น พอเห็นนางเอกเขินที่โดนพิงไหล่ คาร์ล่าก็แซวว่าหน้าแดงนะ ตัวเองเชิญชวนเองแล้วจะมาเขินทำไม นางเอกตอบอ้อมแอ้มว่าที่จริงก็ประหม่าอยู่เหมือนกันอะค่ะ คาร์ล่าเลยแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เพราะอยากแกล้งให้นางเอกเขินเล่น ตามด้วยหายใจรดคอนางเอก สั่งให้นางเอกหลับตาแล้วจุ๊บคออีก เอาเข้าไป อีนี่ใครคะ เห่นโลว? (คนเรานี่ก็แปลก ไม่ชอบฉากสงบสุข…)

carlasan

ส่วนเนื้อเรื่องของบทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการเคลียร์เรื่องอดีตของคาร์ล่าอย่างที่สรุปไปแล้วด้านบน ซึ่งนางเอกรับรู้อดีตทั้งหมดของคาร์ล่าและชนเผ่าเฟิร์สท์บลัดผ่านทางไดอารี่ของโครเน่ แม่ของคาร์ล่า

ชอบเวลาคาร์ล่าบรรยายความรู้สึกถึงอดีตนะ มีฉากนึงคาร์ล่าไปยืนในห้องจัดงานเลี้ยงแล้วนึกถึงภาพวันวานที่พวกเฟิร์สท์บลัดเคยมาชุมนุมกันที่นี่ เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม แต่สุดท้ายกลับค่อยๆ ถูกโรคร้ายพรากไปทีละคน …ฟังคำบรรยายพวกนี้แล้วสัมผัสได้ว่าคาร์ล่าคงรักเผ่าของตัวเองมากจริงๆ ทุกการกระทำของคาร์ล่าที่ผ่านมามันเป็นเพราะความรู้สึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ “ราชา” ที่อยากทำเพื่อให้เฟิร์สท์บลัดกลับมารุ่งเรืองทั้งสิ้น จนกระทั่งป่วยหนักนี่แหละถึงเริ่มซื่อตรงกับใจตัวเองขึ้นมาบ้าง เศร้าเนอะ (TωT)

ตอนที่นางเอกโผล่มาเจอคาร์ล่ายืนซึมในห้องจัดเลี้ยงนี่คาร์ล่าชวนนางเอกเต้นรำด้วยนะะะะ ไม่น่าเชื่อว่าอาการป่วยจะทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้!

Carla-dancing

หลังจากนั้นคาร์ล่าก็สั่งเสียกับนางเอกว่าถ้าตัวเองตายไปเมื่อไหร่ ขอให้นางเอกไปหาชินและผลิตลูกหลานเฟิร์สท์บลัดต่อไป (สั่งแบบ…. ขุ่นพี่คิดว่าใครจะทำตามคะ???) สั่งเสร็จก็แอบไปหงุดหงิดอยู่คนเดียวเพราะไม่อยากให้นางเอกต้องไปเป็นของคนอื่น แต่ตัวคาร์ล่าเองก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ (โอ๊ย ทำไมทีงี้ดันซื่อบื้อ!!!!)

อยู่กันอย่างสงบสุขมาสักพักสงสัยคนเขียนบทกลัวไม่มีเรื่องตื่นเต้น อยู่ดีๆ คาร์ล่าเลยเกิดทำตัวโหดขึ้นมาอีก จับนางเอกกดลงบนเตียงและบอกว่าถ้าไม่อยากโดนฉันย่ำยีก็ออกไปจากปราสาทหลังนี้ซะ (ผีเข้าผีออกเหลือเกินพ่อคุณ)

ด้วยเหตุนี้คุณเมลซ์ซึ่งเข้าๆ ออกๆ ปราสาทเป็นระยะจึงรับหน้าที่พานางเอกไปส่งที่ปราสาทของพวกซากามากิและมุคามิ ระหว่างทางเกิดฝนตกหนัก เมลซ์เลยพานางเอกเข้าไปหลบในบ้านร้าง

ทีนี้พอเมลซ์ถามนางเอกว่าเป็นห่วงคาร์ล่าเหรอ และนางเอกตอบว่าใช่ค่ะ เท่านั้นแหละ จู่ๆ เมลซ์ก็ด่านางเอกเป็นชุด หล่อนมันนังผู้หญิงต่ำช้า พอมีผู้ชายโผล่มาตรงหน้าก็สิงเขาเป็นปรสิต ฉันไม่น่าฝากหัวใจอันแสนเลอค่าของท่านผู้นั้นเอาไว้กับหล่อนเลยจริงๆ

ด้วยเหตุนี้นางเอกจึงเพิ่งเข้าใจว่า อ๋ออออ ที่แท้เมลซ์ก็คือคุณริคเตอร์นี่เองงงงงง

richterojisan

ท่านอาริคเตอร์เฉลยว่าวันนี้มาเพื่อชิงหัวใจของคอร์เดเลียคืน ส่วนเรื่องที่ตีเนียนเป็นขี้ข้าไปใกล้ชิดพวกเฟิร์สท์บลัดนั่นก็เพราะอยากหาทางกำจัดคาร์ลไฮนซ์นั่นเอง (เป็นคนคงเส้นคงวาเหลือเกิน ผ่านมากี่ภาคๆ ในหัวท่านอาก็คิดอยู่แค่ ① รักนะคอร์เดเลีย ② ตายซะเถอะคาร์ลไฮนซ์)

ท่านอาเฉลยจุดประสงค์ทั้งหมดของตัวเองแล้วก็พุ่งเข้าเชือดนางเอกทันที แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ท่านอาก็… เป็นฝ่ายโดนเชือดตายคาที่เองซะก่อน……. (บอกแล้วว่านี่มันภาคชีวิตบัดซบของท่านอา) ซึ่งคนที่มาช่วยไม่ใช่พระเอกของรูทนี้ แต่เป็นชินที่หายหน้าไปนานจนลืมไปแล้วนะเนี่ย

ชินบอกว่ารู้เรื่องที่คาร์ล่าป่วยใกล้ตายแล้ว และตอนนี้คาร์ล่ากำลังจะไปสู้กับคาร์ลไฮนซ์ตามลำพังเพราะอยากจบชีวิตให้สมกับที่เป็นราชา (เหตุผลที่ไล่นางเอกออกจากปราสาทก็เพราะจะแอบไปตายนี่เองงงงงง ฮือออออออ) ชินเลยพานางเอกขี่หลังหมาป่าไล่ตามคาร์ล่าไปจนถึงหน้าปราสาทของคาร์ลไฮนซ์

เจอหน้ากันปุ๊บ ชินก็บอกว่าพี่ไม่ต้องสู้กับคาร์ลไฮนซ์หรอกฮะ มาสู้กะผมนี่แหละ ผมรู้นะว่าพี่เป็นคนฆ่าพ่อ (มะ ไม่ได้มาช่วยพี่ชายหรอกเรอะ…)

ชินแค้นคาร์ล่าเรื่องนี้มากเพราะชินเป็นลูกรักของพ่อ ส่วนคาร์ล่าเป็นลูกที่น้อยใจว่าพ่อไม่รักและอิจฉาน้องอยู่เบาๆ สรุปได้ว่าแต่ละครอบครัวในเกมนี้ล้วนแล้วแต่ร้าวฉานนะคะ (กระทั่งมุคามิที่ดูเหมือนจะรักกันดียังร้าวฉานด้วยปัญหาแย่งเท็มปุระบนโต๊ะอาหารอยู่เนืองๆ #เดี๋ยวนะ)

และแล้วสองพี่น้องก็ฟันดาบกันช้งเช้งอยู่หน้าปราสาทของคาร์ลไฮนซ์นั่นแหละ ส่วนนางเอกก็ยืนดูอยู่ข้างๆ จนกระทั่งคาร์ล่าพลาดท่ากำลังจะโดนชินตัดคอ นางเอกถึงพุ่งเข้าไปขัดขวางและตะโกนเรียกชื่อคาร์ล่า เป็นอันจบ Epilogue ของบทสุดท้าย หลังจากนี้จะแยกเป็นสามฉากจบเช่นเคย

carlasannn

แบดเอนด์แรก: นางเอกโดนชินฟันเลือดสาดเพราะอยากยั่วโมโหคาร์ล่า สองพี่น้องสู้กันไปสู้กันมา คาร์ล่ายอมสารภาพว่ารักนางเอก ชินฟังแล้วโมโหที่พี่ชายกลายเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ เลยฆ่าทิ้งทั้งคู่ ตายตกตามกันไป บ๋ายบาย

carla-badend

ชอบฉากจบนี้ตรงที่ไม่ปล่อยให้ชินลอยนวล แต่ส่งคาร์ลไฮนซ์มาฆ่าชินทิ้ง และพูดปิดฉากกับนางเอกว่าหลับให้สบายนะอีฟ (สรุปคือตัวการที่แท้จริงของเรื่องออกมาปิดฉากแบบหล่อๆ แล้วลอยนวล…)

แบดเอนด์สอง: สองพี่น้องสู้กันช้งเช้งเหมือนเดิม คราวนี้คาร์ล่าเป็นฝ่ายฆ่าชินทิ้ง ฆ่าเสร็จก็คิดได้ว่านางเอกเป็นตัวถ่วงในชีวิต ทำให้ตัวเองหลงผิดไปกับอารมณ์ความรู้สึกแบบคนอ่อนแอ เธอมันนังแม่มดที่มาล่อลวงฉัน! ตายซะนังแม่มด ฉัวะะะะ นางเอกตายคาที่ ส่วนคาร์ล่าก็ควักหัวใจนางเอกเพื่อเตรียมไปสร้างลูกหลานเฟิร์สท์บลัดต่อไป (ยุยจัง: ตั้งแต่ภาคแรกมา ดิฉันตายไม่ได้พักได้ผ่อนเลยค่ะ นี่ก็รอบที่หลายสิบแล้ว)

กู้ดเอนด์: ท่านอาริคเตอร์โผล่มาตอนสองพี่น้องกำลังสู้กันช้งเช้ง พอจะพุ่งเข้าตัดคอคาร์ล่า นางเอกก็เข้าขัดขวางและรับดาบแทน ท่านอาเลยโดนคาร์ล่าฆ่าตายคาที่ด้วยความโมโห บะบายยยย (คนนี้ก็ตายบ่อยเป็นรองนางเอกนิดนึง)

ส่วนนางเอกก็เสียเลือดมากจนใกล้ตาย คาร์ล่าเลยเก็บอาการร้อนรนไม่อยู่ ชินเห็นดังนั้นจึงบอกว่า อ้อ ที่แท้พี่ก็ไม่ใช่พี่ในอุดมคติของผมนี่นา ที่ผ่านมาผมแค่ยัดเยียดอุดมคติให้พี่มาตลอด พี่ที่หลุดจากอุดมคติแบบนี้ผมไม่รู้จะฆ่าไปทำไม เลิกสู้กันก็ด้ะ แต่ผมก็ไม่ได้เกลียดพี่ที่เป็นแบบนี้นะ (เอ๊ะ ทำไมบทจะเข้าใจกันก็เข้าใจง้ายง่าย)

หลังจากนั้นคาร์ล่าก็ไปก้มหัวขอให้คาร์ลไฮนซ์ช่วยชีวิตนางเอก ชนเผ่าแวมไพร์กับเฟิร์สท์บลัดคืนดีแฮปปี้ไม่มีเรื่องบาดหมางอีกต่อไป คาร์ล่ากับนางเอกใช้ชีวิตเลิฟๆ ในปราสาท ส่วนโรคร้ายใกล้ตายนั่นก็หายเป็นปลิดทิ้งเพราะคาร์ล่าได้อาบเลือดของนางเอกปริมาณมาก (เลือดหล่อนชักจะวิเศษวิโสเกินไปแล้วนะยะ)

carla-vampireend

ชอบฉากจบนี้ตอนที่ชินโผล่มากระแอมกระไอค่อกแค่กขัดจังหวะตอนสวีทกันแล้วบอกว่าพี่ยังมีเรื่องที่ต้องคิดต้องทำในฐานะราชามากมายนะฮะ คาร์ล่าเลยทำหน้าตายตอบว่า เรื่องพวกนั้นนายก็ทำไปสิ (เอ่ออ่า ไอ้ความสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ในฐานะราชามันหายสาบสูญไปไหนหมดแล้วคะะะะ)

สุดท้ายพอชินบอกว่า แล้วตกลงเรื่องทายาทเฟิร์สท์บลัดจะทำไงเล่า! ท่านพี่ถึงได้ยิ้มและบอกว่า ไม่เป็นไร มีผู้หญิงคนนี้อยู่ทั้งคน แล้วก็หันไปพูดกับนางเอกว่า “จงมาเป็นเมียฉันซะ” ………..เป็นการขอแต่งงานที่จองหองฝุดๆ แต่ก็จบแฮปปี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนบัดนี้ก็ยังงงอยู่ว่านางเอกรักคาร์ล่าโมเมนต์ไหนเหรอ ตั้งแต่ตอนโดนเหยียบครั้งแรกหรืออะไร?

สิ่งที่ชอบที่สุดในรูทนี้คงเป็นการได้มาฟังความจากฝั่งตัวร้ายละมั้ง แต่เสียดายที่มุคามิกับซากามากิไม่มีบทเลย ไม่มีเลยจริงๆ ขนาดตอนที่มีคนกล่าวถึงยังเป็นแค่เรื่องโกหก (ท่านอาใจรั้ยยยย ยังโกรธอยู่นะที่โกหกกันลงคอ T_T)

แต่สองบ้านนั้นคงไม่มีอะไรให้ทำในรูทนี้แหละ จะมาเป็นตัวร้ายก็ เอ่อ… สเกลพลังต่างกันเกินไปนะ โผล่มาคงโดนสองพี่น้องสึกินามิยำตีนเละคาที่ตั้งแต่แรก หรือจะให้แอบเนียนมาเป็นขี้ข้าแบบท่านอาริคเตอร์ก็ขัดกับนิสัยไปหน่อย ดังนั้นปล่อยหนุ่มๆ สองบ้านนั้นเสวยสุขในปราสาทกันต่อไปแหละดีแล้ว

อ้อ แอบตกใจเบาๆ ที่คาร์ล่าแก่กว่าคอร์เดเลียอีก คือฉากย้อนอดีตของคาร์ล่าสมัยเป็นวัยสะรุ่นนั่นคอร์เดเลียยังไม่เกิดเลยนะ และแม่ของคอร์เดเลียก็เป็นอาของคาร์ล่าด้วย สรุปว่าคาร์ล่ากับคอร์เดเลียเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ดังนั้นคาร์ล่าก็ต้องมีศักดิ์เป็นลุงของพวกแฝดสามซากามากิ โอ๊ยยย แฟมิลี่ทรีซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ไล่เรียงแล้วมึน

ไม่รู้ว่าแฟนดิสก์แผ่นหน้าจะมีโมเมนต์ที่สองพี่น้องสึกินามิพูดคุยหนิดหนมตบมุกชงมุกกับอีกสองบ้านรึเปล่า ขนาดซากามากิกับมุคามิที่เคยกัดกันแทบตายยังเหมือนจะสนิทกันขึ้นมาตั้งเยอะแล้ว ถ้ามีฉากที่ทั้งสามบ้านมานั่งร่วมโต๊ะดินเนอร์ชมดอกไม้ไฟด้วยกันอย่างใน Vandead Carnival คงชวนยิ้มไม่เบา (〃ω〃)

แต่ก่อนจะนึกถึงแฟนดิสก์ควรเคลียร์ภาคนี้ให้จบเถอะ… ตอนนี้เหลืออีกห้ารูท อาาาา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s