Gakuen Heaven 2: Yagami’s route

学園ヘヴン2 ~DOUBLE SCRAMBLE!~

八神礼音√ Yagami Reon’s Route

ขุดกักคุเอ็นเฮฟเว่นมาเล่นต่อ (ดองนานจนถึงขั้นต้องใช้คำว่าขุด) ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ไม่เคยนึกอยากเล่นรูทยางามิเลย เป็นหนึ่งในสองตัวละครที่เราเมิน แต่หลังเกิดการพบพานแห่งพรหมลิขิตระหว่างเราและโนบุคุง ก็เกิดเปลี่ยนใจ ไหนๆ โนบุคุงก็พากย์พี่หัวแดงนี่แล้ว ลองจีบดูหน่อยก็ได้ แม้จะคาแรคเตอร์ไม่โดน หน้าตาไม่ใช่ และเสียงแหบต่ำเหมือนโนบุคุงไปร้องเพลงลิงกิ้งปาร์คในคาราโอเกะติดกันมาเจ็ดวันแล้วค่อยมาพากย์ก็ตาม

ถึงจะเล่นมาหลายรูทแล้ว แต่รู้สึกว่าก่อนเล่นรูทนี้แทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยางามิเลยนอกจากเป็นมือกีตาร์ ชอบเพลงเมทัล คำพูดคำจานักเลงๆ และเป็นเพื่อนร่วมชั้นของยูคิกับโทโมะ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี่ทำให้สงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมเอาโนบุคุงมาพากย์บทอะไรแบบนี้นะ?? ฮาร์ดคอร์ไปมั้ย?? แต่เล่นไปเล่นมาก็เริ่มเข้าใจว่ายางามิเป็นคนที่มีแง่มุมฮุฮิไม่น้อยเหมือนกัน (´艸`)

.

*SPOILER ALERT*

.

ยางามิเปิดตัวมาก็แสดงความฮาร์ดคอร์เต็มที่ เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันแรกที่นุ้งยูคิไปโรงเรียนบีแอลและเข้าห้องเรียนเรียบร้อย นอกจากยางามิจะมาเข้าห้องเรียนสายกว่าชาวบ้านแล้ว มาถึงก็ยังทำตัวกร่างยกตรีนส์พาดโต๊ะกันแบบไม่เกรงใจอาจารย์กันเลย

yagami-kyoshitsu

ยูคิที่นั่งใกล้ๆ หันไปมองเพราะงงว่าทำไมมารยาทแย่จัง พอยางามิมองตอบ เกมก็ให้เลือกว่าจะหลบตาหรือจะยิ้มให้ดี ตัวเลือกที่ถูกคือยิ้มให้ (แรดจริง!) ซึ่งพอนุ้งยูคิโปรยยิ้มสบตาปิ๊งๆ ให้แล้ว ยางามิจะเป็นฝ่ายหลบตาและหลับไป

ยางามิหลับไปสักพัก อาจารย์ซาคากิที่สอนอยู่หน้าห้องก็เงื้อชอล์กเตรียมขว้างใส่นักเรียนที่กำลังหลับ เกมจะให้เราเลือกว่าจะปลุกใครให้รอดพ้นชอล์กมรณะของอาจารย์ซาคากิดี เพราะยางามิก็หลับ โทโมะก็หลับ ปกติเราเลือกปลุกโทโมะตลอด คราวนี้เพิ่งเคยปลุกยางามิบ้าง โทโมะเลยรับกรรมโดนอาจารย์ขว้างชอล์กใส่จนตื่นมากระซิบแบบงอนๆ ว่า ถ้าเห็นก็บอกกันหน่อยเซ่

tomokunkawaisou

โถ โทโมะคุงน่าสงสารมาก 55555555555555555555555555 /ขำลั่นโรงเรียนเบลล์ลิเบอร์ตี้

ส่วนยางามิที่รอดพ้นชอล์กลวงสังหารก็แอบกระซิบขอบคุณเบาๆ แถมพอถึงตอนกลางวันยังยกอาหารกลางวันให้เป็นการขอบคุณที่ปลุกเมื่อกี้ด้วย อะไรจะซาบซึ้งในบุญคุณกันขนาดนั้นคะะ

จากอีเวนท์ช่วงแรกๆ นี่จะได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า ที่จริงยางามิควรจะอยู่ปีสองแล้ว แต่ดันซ้ำชั้นก็เลยได้อยู่ห้องเดียวกับยูคิที่เพิ่งเข้ามาเรียน และเพราะยางามิเข้าเรียนมาตั้งแต่ปีที่แล้วพร้อมกับอาราตะ (ซึ่งเป็นอีกคนที่ตอนแรกไม่คิดจะจีบ แต่จบรูทนี้เปลี่ยนใจแล้ว เล่นให้ครบเลยก็ด้ะ) ยางามิเลยสนิทกับอาราตะมากกว่าคนอื่น โดนอาราตะตั้งชื่อเล่นให้ว่า เรโอเรโอ ด้วยนะ คิวท์ขัดกับหน้าตามาก (´艸`) แต่ตัวยางามิเองไม่ชอบชื่อ “เรอง” ดังนั้นถึงจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ยูคิก็เรียกยางามิว่ายางามิๆ ตลอดเกม (ทีกับโทโมะดันตีซี้เรียกชื่อกันแต่แรกเลยนะยะแหมมมมม)

ตกกลางคืนวันแรกที่เข้าเรียนมาก็มีอีเวนท์จัดปาร์ตี้ต้อนรับยูคิเข้าโรงเรียนเช่นเคย พอเลือกไปคุยกับยางามิตอนอยู่ในงานเลี้ยง ทั้งสองก็คุยกันแต่เรื่อง… กิน……

ระหว่างที่ยางามิเคี้ยวเนื้อหยับๆ อย่างเอร็ดอร่อย ยูคิได้กินแต่อุด้งเปล่าๆ เพราะโดนแบ่งแยกชนชั้น โดนพวกดูแรคกีดกันให้กินแต่อุด้งเท่านั้น (เป็นการกีดกันที่… ก็ไม่แย่นะ…? /เผอิญชอบกินอุด้ง) แล้วยูคิก็ท้องร้องดังมากกกกกจนยางามิทักว่านี่เลี้ยงสัตว์ประหลาดไว้ในท้องรึเปล่าและแบ่งไก่ทอดให้ (ใจดี๊ใจดีผิดคาด) ตอนนี้ทั้งสองคนเลยเคี้ยวไปคุยไป ตลกดี

วันต่อมา เกิดเหตุการณ์นุ้งยูคิโดนใช้ไปห้องพยาบาลแล้วไปผิดตึก ดันไปโผล่ตึกชมรม เลยเจอยางามิถือกีตาร์อยู่ตรงทางเดิน (เพิ่งรู้สึกหลังจากเจอฉากนี้มาเป็นรอบที่ 6 ว่าหมู่นี้โนบุคุงพากย์ตัวละครแนวหนุ่มนักดนตรีเยอะจังแฮะ)

ยูคิบอกว่าอยากเห็นยางามิเล่นกีตาร์จังเลย (แรดจริง!) ยางามิก็ว่าง่าย เล่นให้ดูกันตรงทางเดินบัดเดี๋ยวนั้น ตามด้วยขอแลกเมล ชวนเข้าชมรม ตบท้ายด้วยบอกว่าอย่าหลงทางอีกนะ (เอ๊ะ? อะไรเนี่ย? มีขอแลกบงแลกเบอร์ชวนเข้าชมรม อ่อยไปมั้ย ไม่เข้ากับหน้า)

คืนนั้นยางามิส่งเมลมาชวนเข้าชมรมด้วย ตลกมากที่ชมรมนี้เน้นเล่นดนตรีแนวเดธเมทัล ฮาร์ดคอร์ดี 555555555555 ส่วนน้องยูคิตอบปฏิเสธไปแบบถนอมน้ำใจถ้ามีไลฟ์จะไปดูแล้วกันนะ

ต่อมาเมื่อถึงวันหยุดเกมก็ให้เลือกตามเคยว่าจะไปหาปู้จายคนไหนดี แน่นอนว่าคราวนี้พุ่งไปหายางามิที่ชายหาดข้างโรงเรียน ไปถึงก็เจอยางามิกำลังนั่งหลับตาฟังเพลงหน้าพริ้ม ยูคิเลยไปนั่งข้างๆ รอให้สังเกตเห็นเอง (แรดจริง!)

yagami-ongaku3

ขณะที่ยูคินั่งเหม่อมองฟ้า ยางามิก็เอาหูฟังมาใส่ให้ เป็นเพลงเดธเมทัลตึงตังหนวกหูมาก แต่ยูคิก็ทำตัวนายเอกผู้แสนดีชมว่าคนที่ตั้งใจฟังดนตรีอย่างจริงจังแบบยางามิเนี่ยเท่ดีจัง แล้วก็คุยกันเรื่องเพลงไปเรื่อยเปื่อย

น้องยูคิยกตัวอย่างชื่อเพลงที่ฟังบ่อยๆ ให้ฟังหลายเพลง แต่ยางามิไม่รู้จักซักเพลง ยูคิเลยร้องให้ฟังกันสดๆ โดยเพลงที่ยูคิร้องให้ฟังคือเพลง ハッピ→GO☆ラッキ→ (แฮปปี้โกลัคกี้) ซึ่งเป็นเพลง OP ของเกมนั่นเอง ตามเนื้อเรื่องแล้วเป็นเพลงที่กำลังฮิตระเบิดระเบ้อ เดินไปทางไหนในเมืองก็เปิดกันถล่มทลาย แต่ยางามิก็ไม่รู้จักเพลงนี้อยู่ดี ยางามิให้เหตุผลว่าตัวเองไม่รู้จักพวกเพลงฮิตเพราะใส่เฮดโฟนตลอดเวลาไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม

ยูคิบอกว่าแบบนั้นน่าเสียดายออก ทำแบบนั้นก็เหมือนกับปิดกั้นตัวเองจนไม่ได้ฟังเพลงอื่นๆ ทั้งที่ถ้าลองฟังอาจมีเพลงที่ชอบอยู่ก็ได้ ฟังดูเหมือนจะพูดจาคมๆ แต่ที่จริงนี่เป็นวิธีการอ่อยอย่างแนบเนียนชัดๆ! เพราะหลังจากนั้นยูคิกับยางามิแลกเพลงกันฟังงุ้งงิ้งสนุกสนานกันไป แถมคืนนั้นยางามิยังส่งเพลงใหม่ของวงตัวเองมาให้ฟังด้วย (ผ่านมาหลายรูทนุ้งยูคิเลยชำนาญการอ่อยสินะคะ? #ใช่เหรอ)

หลังจากนั้นโจ๊กเกอร์ก็เรียกยูคิไปแข่งเล่นไพ่ต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียนเช่นเคย ช่วงนี้ยางามิไม่มีบทบาทสำคัญอะไรเท่าไหร่ ความจริงแล้วยางามิเป็นตัวละครที่ถ้าไม่เข้าหาจะจืดจางอยู่นอกสายตาสุดๆ ไม่เหมือนพวกตัวเด่นๆ อย่างโจ๊กเกอร์หรือพวกกรรมการนักเรียนที่ไม่ว่าจะไปเล่นรูทใครก็ต้องเจอหน้าพวกนี้จนเบื่อกันไปข้าง

บทบาทของยางามิในช่วงแข่งเล่นไพ่คือออกมาชมประโยคนึงตอนยูคิชนะว่า ทำได้ไม่เลวนี่ จบ จืดจางเหลือเกิน

ข้ามช็อตไปช่วงวันแข่งกีฬาที่พวกกรรมการนักเรียนกับดูแรคจัดขึ้นเลยละกัน

ยางามิอยู่ทีมบุฟเฟ่ต์เนื้อย่าง (ทีมเดียวกับโทโมะเลย แอร๊มมมม) ตรงนี้อีเวนท์ซ้ำเลยกดข้ามๆ ไป บทบาทของยางามิคือบ่นอุบอิบเรื่องที่แพ้และโทษยูคิว่าจับฉลากแบ่งการแข่งได้ห่วยมาก โทโมะเลยช่วยปกป้องยูคิว่าคนจับฉลากคือนายต่างหาก ยางามิ (โทโมะน่ารักกกกกกกกก ฮริ้งงงงงงงง)

yagami-tomo

อย่างไรก็ตาม ไฮไลท์ของอีเวนท์วันแข่งกีฬามันอยู่หลังแข่งต่างหากกกกกก คืนนั้นยูคิเข้าไปอาบน้ำในห้องรวม ไปถึงก็เจออาราตะ ตามด้วยยางามิที่โผล่มาทักว่า แปลกจังที่ยูคิมาที่นี่ ยูคิเลยบอกว่าชอบอาบน้ำที่ห้องมากกว่าเพราะมันง่ายดี (วั้ยยยย พลาดแล้วไอ้น้องงงงง ทำไมไม่ไปอาบห้องรวมบ่อยๆ คะะะะะ)

คุยกันไปคุยกันมาจนพูดถึงเรื่องงานแข่งกีฬาวันนี้ ยางามิโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นมาอีก (แค่เตะบอลแพ้จนอดกินเนื้อย่าง ทำไมพยาบาทยาวนานเหลือเกินคะ?) จากนั้นยางามิก็บรรยายความดีงามของเนื้อรสเลิศหลังย่างบนเตาเหล็กร้อนๆ อย่างละเอียดดุจรายการเชฟกระทะเหล็กบรรยายอาหารฝีมือเชฟซาไก (คนเล่นฟังแล้วแทบกระเพาะทะลุเฉียบพลัน) แล้วทุกคนก็เข้าไปอาบน้ำด้วยกัน

ฉากอาบน้ำอาราตะหล่อจังงงงงงงงง ปกติอาราตะจะเก็บผมด้านหน้าเปิดเหม่ง แต่ปล่อยผมลงแบบนี้แล้วแดเมจเมิ่กกกกกกกกก (ยางามินี่ใครนะ??)

yagami_tachie01

ตอนอาบน้ำยูคิสระผมแบบลวกๆ แป๊บเดียวเสร็จ อีกสองคนเลยตกใจว่าทำไมสระเร็วจัง? ไม่บำรุงไม่ทรีตเมนต์อะไรเลยเหรอ?? ยูคิก็ตกใจบ้างว่าทั้งสองคนทรีตเมนต์หลังสระด้วยเรอะะะะ?? (ตกใจด้วยคน เราเป็นผู้หญิงยังไม่ได้ใช้ครีมนวดหรือทรีตเมนต์อะไรบ่อยๆ เลยนะ)

ถามไปถามมาได้ความว่าทั้งอาราตะทั้งยางามิสระผมกันประณีตบรรจงทั้งคู่ แต่อาราตะแอบแฉว่ายางามิไม่รู้ว่าครีมนวดกับทรีตเมนต์ต่างกันยังไง ยางามิเลยบอกว่าก็ใช้อันที่เขียนว่าใช้หลังสระผมนั่นแหละ อันไหนเขียนไว้ก็ใช้อันนั้น (ตกลงพี่หัวแดงใส่ใจสุขภาพผมหรือไม่ใส่ใจคะ เริ่มงง)

ว่าแล้วอาราตะก็จับยูคิมาสระผมให้ดูเป็นตัวอย่าง ส่วนยางามิมองดูอยู่ข้างๆ (เวรี่จืดจาง)

yagami-ofuro

น้องยูคิเคลิ้มกับลีลาการสระผมของอาราตะมากกกกกกกก เคลิ้มจนยางามิบอกว่าสงสัยพูดอะไรไปตอนนี้ยูคิคงพยักหน้าหมด แล้วยางามิเลยยุให้อาราตะบริการพิเศษให้ ตอนแรกยูคิตกใจเพราะเสียงอาราตะตอนหัวเราะคิกๆ แบบจะแกล้งกันเซ็กซี่มาก เลยกลัวว่าไอ้บริการพิเศษนี่มันอาจเป็นอะไรลามกๆ รึเปล่า

ปรากฏเป็นแค่การตีฟองบนหัว จบ (น้องยูคินี่เก๊าะ ไม่น่าคิดอะไรลามกให้คนเล่นพลอยคาดหวังไปด้วยเลย โถ่ เสียใจ)

yagami-ofuro2

วันต่อมา ยูคิบังเอิญเจอยางามิแถวๆ หน้าห้องในหอพัก พร้อมด้วยนักเรียนอีกคนที่หิ้วของพะรุงพะรังมารออยู่หน้าห้องยางามิ นักเรียนคนนี้มีนามว่าโอมิ อยู่ชั้นปีสอง อดีตเพื่อนร่วมชั้นของยางามิเมื่อปีที่แล้ว

โอมิสะพายกล่องเชลโล่มารอยางามิเพื่อเอาข้าวหน้าเนื้อย่างที่ทางบ้านส่งมาให้มาแบ่งกันกินกับยางามิ (เอ๊ะ หล่อนเป็นใคร?? กิ๊กเก่ารึไง?? มีสิทธิ์อะไรเอาข้าวกล่องมาให้!? → เฟิร์สท์อิมเพรสชั่นที่ข้าพเจ้ามีต่อโอมิ) โอมิเล่าให้ฟังว่าที่บ้านเป็นร้านเนื้อย่าง ชื่อร้าน 香楽苑=โคระคุเอ็น ล้อชื่อร้านเนื้อย่างของจริงด้วยนะ ขำ 55555555 ส่วนน้องยูคิได้กลิ่นเนื้อก็ตาเป็นประกายน้ำลายสออยากกินเนื้อสุดๆ

yagami_tachie02

โอมิบอกว่าเห็นยางามิอยู่ทีมเนื้อย่างตอนแข่งกีฬาเมื่อวาน แสดงว่าอยากกินเนื้อใช่ม้า ฉันเลยเอามาฝากไง ….ทว่ายางามิกลับท่าทางไม่ค่อยยินดียินร้ายเท่าไหร่ทั้งที่ชอบกินเนื้อมาก นั่นไง! สองคนนี้ต้องมีเรื่องราวเบื้องหลังแน่นอน!

แต่สุดท้ายความอยากกินเนื้อก็ชนะ เมื่อโอมิบอกว่าขอแลกข้าวหน้าเนื้อกับเสียงกีตาร์ของยางามิ ยางามิเลยเปิดห้องให้เข้าไปกินเนื้อในห้องด้วยกัน (กรี๊ด ไม่นะ อย่าหลงกลมัน!!) ทิ้งให้ยูคิยืนพูดว่าเนื้อย่าง เนื้อย่าง เนื้อย่าง อยู่หน้าประตูตามลำพัง

เช้าวันต่อมา ยูคิไปที่ตึกชมรมและบังเอิญเจอยางามิออกมาจากห้องชมรมดนตรี (音楽部) ทั้งๆที่ยางามิอยู่อีกชมรมนึงคือชมรมเคอง (軽音同好会) ซึ่งที่จริงแล้วเป็นแค่ 同好会 ถือเป็นเลเวลต่ำกว่าพวกชมรมที่ลงท้ายด้วย -部 และต่างจากชมรมดนตรีตรงที่ชมรมดนตรีจะเน้นพวกเครื่องดนตรีคลาสสิกมากกว่า ส่วนพวกเคองจะเป็นวงแบบแบนด์ ไม่รู้จะแปลยังไงก็เรียกชมรมเคองไปละกันเนอะ เรียกแล้วมุมิดี (*´∀`*)

ยูคิทักว่าทำไมนายออกมาจากห้องชมรมดนตรีล่ะ? ไม่ได้อยู่ชมรมนี้ซะหน่อย? ยางามิก็เฉไฉไม่สบตา ปากบอกว่าไม่มีอะไรจริงจริ๊งงงงง (อิ๊ อะไรเนี่ย ทำไมเริ่มทำตัวมีลับลมคมใน เรื่องกิ๊กเก่าเมื่อคืนก็ยังไม่เคลียร์เลยนะยะ!)

พอเซ้าซี้ถามมากๆ เข้า ยางามิถึงยอมเปิดเผยว่าตัวเองเคยอยู่ชมรมดนตรีมาก่อนตอนปีหนึ่ง ถึงตอนนี้จะยังอยู่ปีหนึ่งก็เถอะ… (เป็นคนที่พูดเรื่องซ้ำชั้นได้ชิลๆ แบบไม่เครียดอะไรทั้งสิ้น) วันนี้ยางามิเข้าไปหาของที่ลืมไว้เฉยๆ และเหตุผลที่ยางามิสามารถเข้าออกห้องดนตรีที่ต้องใช้ไอดีการ์ดที่มีเฉพาะสมาชิกได้ก็เป็นเพราะยังไม่ได้ลาออกจากชมรมอย่างเป็นทางการนั่นเอง

ได้ยินแล้วยูคิก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าแล้วตอนนั้นยางามิเล่นเครื่องดนตรีอะไรเหรอ เดาเอาจากภาพลักษณ์แล้วน่าจะเป็นทรัมเป็ตรึเปล่า?

ยางามิตอบอ้อมแอ้มว่า…ไวโอลิน

yagami_tachie03

พรืดดดดดดดดดดดดดดดดด น้องยูคิตกใจแรง คนเล่นก็ตกใจแรง เหนือความคาดหมายเกินไปนะ!

ยางามิเข้าโรงเรียนนี้มาได้เพราะสกิลไวโอลินนี่แหละ ยูคิเลยถามว่าทำไมตอนนี้ย้ายมาเล่นวงดนตรีแบบนี้แทนล่ะ?? แต่ยางามิทำท่าไม่อยากบอก เรื่องราวระหว่างยางามิและไวโอลินจึงยังเป็นปริศนาดำมืดต่อไป กว่าจะเฉลยก็ท้ายๆ เกมนู่น

แต่แล้วการเข้าไปหาของในห้องดนตรีก็เป็นเรื่องจนได้

เที่ยงวันนั้น ขณะที่ยูคิกับยางามิกำลังกินข้าวกลางวันด้วยกันสองต่อสอง (โทโมะที่เคยกินข้าวด้วยกันแรกๆ หายไปไหนนนนน ไม่นะะะะะ ถูกเพื่อนทอดทิ้งเหรออออ) อยู่ดีๆ พวกนักเรียนชมรมดนตรีก็เข้ามาโวยวายใส่ยางามิ บอกให้คืนไวโอลินมาซะ แกขโมยไปใช่มั้ย?

พวกชมรมดนตรีอธิบายเหตุการณ์ให้ฟังว่า เมื่อเช้ามีไวโอลินหายไปจากห้องดนตรีอย่างลึกลับ ซึ่งเวลาเข้าห้องดนตรีเนี่ยต้องใช้ไอดีการ์ด และพอเช็คข้อมูลไอดีการ์ดของเมื่อเช้าก็พบว่านอกจากสมาชิกแล้ว คนนอกที่เข้าไปในห้องก็มีแค่ยางามิคนเดียว

ยางามิปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องจริงๆ นะ แต่พอโดนคาดคั้นว่าแล้วเข้าไปทำไม? หาของอะไรในนั้นไม่ทราบ? ยางามิกลับนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ ทำตัวน่าสงสัยสุดๆ……

ดังนั้นยูคิจึงทำหน้าที่นายเอกที่ดี ออกโรงปกป้องว่าอย่ามาสงสัยยางามินะ! เมื่อเช้าฉันเจอยางามิตอนออกมาจากห้องพอดี ไม่เห็นจะถือไวโอลินอะไรซักหน่อย

ทะเลาะกันไปมาซักพัก ประธานชมรมดนตรีโผล่มา พวกสมาชิกชมรมเลยฟ้องประธานว่ายางามิมันขโมยไวโอลินไป! ประธานชมรมจึงบอกว่า อ๋อ เมื่อเช้าส่งไปซ่อมพร้อมกับของฉันเอง……..  จบ แยกย้าย

สมาชิกชมรมดนตรีที่โวยวายขอโทษยูคิที่ลากมาเกี่ยวกับเรื่องแปลกๆ แล้วตั้งท่าจะเดินไปเลย ยูคิเลยโกรธว่าทำไมไม่ขอโทษยางามิด้วยล่ะ ที่จริงต้องขอโทษยางามิไม่ใช่เหรอ ขอโทษเดี๋ยวนี้นะ

สมาชิกชมรมดนตรีโทษว่ายางามิผิดเองที่ทำตัวน่าสงสัยถึงได้เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ ทำไมยางามิไม่ลาออกไปซะที ยางามิฟังแล้วเลยโมโหจนปาไอดีการ์ดของชมรมทิ้ง แต่โอมิ (มาอีกแล้ว!) มาเก็บให้และร้องไห้งอแงอยากให้ยางามิกลับเข้าชมรม พวกสมาชิกชมรมดนตรีเห็นท่าไม่ดีก็ตกลงกันว่าวันนี้ถอยก่อนดีกว่า

พอเคลียร์ข้อสงสัยเรียบร้อยยางามิก็หันมาขอบคุณน้องยูคิ ตอนขอบคุณมีการอึกอักหน้าแดงนิดๆ ด้วย ไม่รู้จะเขินทำไม แต่เขินแล้วน่ารักดี (เพราะคนข้างในคือโนบุคุง อะฮริๆๆๆๆ)

รู้สึกว่าเหตุการณ์ขโมยไวโอลินนี่เป็นเหตุการณ์ที่ไร้สาระมาก (แม้ว่าที่จริงแล้วเกมนี้ไม่เคยมีสาระอยู่แล้ว) แต่ก็ทำให้ได้รู้ว่าพวกชมรมดนตรีหมั่นไส้ยางามิกันแบบฝังรากลึกใช่เล่น ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะอะไรนั้น กว่าจะเฉลยก็ตอนท้ายๆ อีกนั่นแหละ

เหตุการณ์ต่อมา ปลอกแขนประธานนักเรียนของยูคิหายไป!

พอเลือกไปปรึกษายางามิ ยูคิก็พุ่งไปถามว่าวันนี้ตอนกินข้าวกลางวันด้วยกัน ฉันใส่ปลอกแขนอยู่รึเปล่า? ยางามิงงๆ ว่ามาถามฉันทำไม ใครจะมัวมามองแขนนายตลอดเวลา?

คุยไปคุยมาก็ได้ข้อสรุปว่าจะลองไปหาที่โรงอาหาร ยางามิบอกว่าจะไปด้วย นุ้งยูคิเลยแปลกใจว่าอยู่ในเวลาชมรมนี่นา จะไปด้วยกันเหรอ?? ยางามิเลยหน้าแดงแก้ตัวว่าคอแห้งเลยจะไปหาน้ำกินเฉยเฉยยยย แล้วพอช่วยกันหาจนทั่วแล้วก็ยังไม่เจอ ยูคิก็ขอบคุณที่มาช่วยกันหา ยางามิเลยหน้าแดงและพูดย้ำว่ามาหาน้ำกินเฉยๆ น่าาาา ฮุ้ยยยย หน้าแดงบ่อยจริงพ่อคุ๊ณ (ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเล่นรูทนี้แล้วจะกิ๊บกิ้วขนาดนี้ ต่อให้ไม่ใช่เพราะคนพากย์ก็ฮุฮิไม่หยอกนะ)

เช้าวันต่อมา ยางามิมาเช้าผิดปกติ ยางามิบอกว่าจะวันนี้จะตามหาปลอกแขนใช่มั้ยล่ะ พอยูคิดีใจว่ามาช่วยหาเหรอ ยางามิก็ซึนเดเระว่า ปะ เปล่าซะหน่อย ยูคิเลยชมว่าที่จริงยางามิเป็นคนใจดีชอบดูแลคนอื่นนะเนี่ย

ไปๆ มาๆ ก็วกมาคุยกันเรื่องข้าวเช้ากัน (ทำไมวกมาเรื่องกินได้ตลอด เกมบ้าอะไรขยันทำร้ายกระเพาะกันจัง) ยางามิไม่ได้กินข้าวเช้ามาจากหอและบ่นว่าใครจะไปกินแกงกะหรี่แต่เช้ากัน ฉันงดข้าวเช้าตลอดแหละ (หอโรงเรียนนี้เสิร์ฟแกงกะหรี่ทุกมื้อเพราะกุ๊กเป็นคนอินเดีย…)

ยูคิถามว่าที่งดข้าวเช้าไม่ใช่เพราะตื่นไม่ทันหรอกเหรอ? ทันใดนั้นเอง โครกกกกกกกกกกกกก เสียงยางามิท้องร้อง โอวววววว ตื่นเต้นมาก เพิ่งเคยเห็นคนอื่นในเกมนี้นอกจากยูคิท้องร้องเป็นครั้งแรก (*0*)

ยูคิเห็นยางามิหิวเลยยกขนมปังให้เป็นการขอบคุณที่จะช่วยหาปลอกแขน (นุ้งยูคิให้ของกินคนอื่น?? แหม่ นึกว่าตาฝาด!) แต่ยางามิไม่รับและบอกว่าของแบบนี้มันอยู่ที่ใจต่างหาก ใจไม่หิวก็ไม่หิว …แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็ท้องร้องลั่นอีกอยู่ดี ฉากนี้ติ๊งต๊องมาก 555555555

ในที่สุดก็ถึงช่วงบุกไปหาผอ. ความแตกว่าโทโมะเป็นผอ. ตามด้วยประกาศแข่งเบลล์วันกรังปรีซ์เพื่อชิงปลอกแขนกลับมา ช่วงนี้ก็ฉากซ้ำๆ เหมือนเดิม เลยกดข้ามรัวๆ (มีกดหยุดเพื่อเสพความน่ารักโทโมะเล็กน้อยเป็นระยะๆ ฮิฮิฮิ)

พอรู้ว่าต้องเลือกพาร์ทเนอร์ไปช่วยแข่งเบลล์วันกรังปรีซ์ ยูคิก็ไปปรึกษาอิโต้เซนเซตามเคย คราวนี้เลือกว่าแฟนอิโต้เซนเซต้องเป็นนักกีฬาเทนนิสแน่ๆ เลย (แฮร้ยยยย พี่เทนนิสขาาาาาา ป๋ามิกิชิ๊นนนนน)

เลือกแฟนให้เคตะเสร็จแล้วก็มาเลือกว่าที่แฟนให้นุ้งยูคิต่อ หลังจากกดเลือกยางามิเป็นพาร์ทเนอร์แล้ว ยูคิก็พุ่งไปตามหาตัวยางามิจนกระทั่งไปถึงแถวๆ ริมทะเล เจอยางามินั่งฟังเพลงอยู่อีกแล้ว แต่คราวนี้หน้าเครียดมาก ยูคิเลยคิดในใจว่าสงสัยเปิดเสียงดังไปเลยฟังแล้วทำหน้าเจ็บปวด (บ้าแล้ว คิดได้ไง แบบนั้นก็ลดเสียงไปแล้วมั้ย 555555555555555)

ทีนี้ไม่รู้ยูคิเกิดนึกสนุกอะไรขึ้นมา แทนที่จะเรียกหรือรออยู่เฉยๆ คราวนี้ยูคิดันเข้าไปใกล้ๆ แอบฟังว่ายางามิกำลังฟังอะไรและพบว่าไม่มีเสียงอะไรทั้งนั้น ยูคิเลยเล่นพิเรนทร์ดึงเฮดโฟนออกอย่างหน้าร่าเริงสุดขีด

yagami-ongaku2

ปรากฏว่ายางามิโกรธมากกกกกกกกกก รีบดึงเฮดโฟนกลับแล้วโวยวายว่าห้ามแตะ (สมควร เป็นเราเจอคนเล่นแบบนี้ถีบตกทะเลไปแล้วด้วยซ้ำ…)

ยางามิโกรธอยู่แป๊บเดียวเพราะตอนแรกไม่ทันเห็นว่าฝีมือใคร แต่พอเห็นว่าคนที่มาแกล้งคือยูคิก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก ในขณะที่ยูคิรู้สึกผิดอย่างรุนแรง ทำหน้าเศร้าขอโทษซ้ำไปซ้ำมาจนยางามิอึ้งว่าจะขอโทษอะไรขนาดนั้น ที่จริงก็ไม่ได้โกรธอะไรมากมายซะหน่อย (โกรธหน่อยก็ดีนะคะพี่ เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง!)

พอยางามิหายโกรธ ยูคิก็รีบลงมือขอยางามิเป็นพาร์ทเนอร์ ซึ่งยางามิตอบตกลงอย่างง่ายดาย ยูคิเลยตกใจว่าทำไมง่ายจัง? นึกว่าอย่างยางามิจะปฏิเสธทันทีซะอีก ยางามิจึงให้เหตุผลว่าเพราะติดหนี้เรื่องที่ยูคิเคยช่วยเคลียร์ข้อสงสัยเรื่องขโมยไวโอลินนั่นเอง

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เตรียมพร้อมรับมือการแข่งด้วยการติวควิซกันโดยมีพี่แว่นกรรมการนักเรียนแนะนำหนังสือให้ ติวเสร็จยูคิก็ชวนยางามิว่าวันเสาร์มาติวที่ห้องฉันมั้ย (แรดจริง!)

ส่วนคนโดนชวนงงๆ ว่าจะไปทำไมเหรอ? ยูคิเลยถามว่า เอ หรือจะไปห้องนายดี? หรือไปห้องสมุดมั้ย?

แต่ยางามิบอกว่าอ่านคนเดียวก็ได้นะ สมาธิดีกว่า ไม่เห็นต้องมาเจอหน้ากันเลย (…ตัดรอนกันสุดๆ)

ทว่านุ้งยูคิยังคงไม่ละความพยายาม พอยางามิขอตัวกลับ นุ้งยูคิก็ตื๊อว่ากลับหอด้วยกันนะ (แรดจริง! รูทนี้หมั่นไส้นุ้งยูคิมาก ทำไมแรดนัก) แต่ยางามิไม่กลับด้วยเพราะจะแวะห้องชมรม (นี่อีกคน เดี๋ยวอ่อยเดี๋ยวเล่นตัว จะเอายังไง! /ด่าทุกคนเพื่อความเท่าเทียม)

ตัดชั้บมาวันอาทิตย์ นุ้งยูคิกลุ้มใจว่าตัวเองเป็นพาร์ทเนอร์กับยางามิแท้ๆ แต่ไม่ค่อยสนิทกันเลย ต้องเพิ่มความสนิทสนมให้มากกว่านี้สิ คิดได้ดังนั้นก็บุกไปหายางามิถึงห้องแล้วชวนออกไปในเมืองแต่เช้า

yagami_tachie05

ยางามิอารมณ์ไม่ดี ทำท่ารำคาญไม่อยากไปด้วยเพราะเป็นพวกความดันต่ำ ตื่นเช้าแล้วหงุดหงิด

ยูคิตื๊อว่าไปด้วยกันแค่ครึ่งวันเช้าก็ยังดีแล้วก้มหัวขอร้อง ยางามิเลยพูดอึกอักเดินเข้าห้องไปหยิบกระเป๋าตังค์แล้วบอกว่าฉันมีธุระจะไปร้านเครื่องดนตรีในเมืองอยู่พอดีเลย อยากตามมาก็ตามใจ

หลังจากนั้นยางามิก็ลากนุ้งยูคิไปตระเวนร้านเครื่องดนตรีสี่ห้าร้านรวด ยูคิแอบงอนนิดๆ ที่ยางามิสนใจแต่กีตาร์ ไม่ยอมคุยด้วยเลย (วั้ย มีสิทธิ์อะไรหึงกีตาร์คะน้องงงง แฟนเฟินอะไรก็ยังไม่ใช่แมะะะ ไปค่ะ ไปทอดสะพานต่อรัวๆ ก่อนนนน)

ระหว่างนั้นก็บังเอิ๊ญญญเจอเคตะกำลังกะหนุงกะหนิงกับพี่เทนนิสอยู่ในร้านเครื่องกีฬาใกล้ๆ ยูคิตื่นเต้นว่า โห อิโต้เซนเซรู้จักกับนักกีฬาเทนนิสชื่อดังด้วยแฮะ! ยางามิเลยบอกว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว และใครๆ ก็รู้เรื่องนี้เพราะพี่เทนนิสแกชอบป่าวประกาศให้โลกรู้ (หน้าตาก็ดีทำไมเป็นคนแบบนี้คะพี่เทนนิส 5555555555555555)

หมดธุระกับร้านเครื่องดนตรีแล้ว ยูคิก็เป็นฝ่ายชวนเข้าคาราโอเกะบ้าง (แน่ะ ทำไมชวนเข้าห้องลับหูลับตาคนตัลหลอดดดด)

ตอนแรกยางามิไม่อยากเข้า แต่พอยูคิแกล้งแหย่ว่ายางามิต้องเป็นพวกเสียงหลงร้องเพลงห่วยแตกแน่ๆ ยางามิเลยโกรธและเป็นฝ่ายลากเข้าไป บอกให้ตั้งใจฟังเสียงฉันให้ดีนะเฟ้ยยย …..แล้วยางามิค่อยมาบ่นตอนเข้ามาอยู่ในห้องคาราโอเกะแล้วว่า ทำไมฉันต้องมาอยู่ที่นี่ด้วยวะ? (ถูกมารยาร้อยเล่มเกวียนหลอกมาไงคะ คริๆๆๆ)

ยางามิไม่ยอมร้องเพลงและบ่นว่าไม่มีเพลงแบบที่ตัวเองฟังหรอก จนกระทั่งเหลือบไปเห็นชื่อเพลงที่ชอบเลยตกลงยอมร้องเพลงนึง

yagami-karaoke

ร้องจบแล้วยูคิชมว่า หูย ร้องได้ทรงพลังมาก เสียงดีมาก สำเนียงภาษาอังกฤษสุดยอดยังกะเนทีฟสปีคเกอร์มาเอง (เสียดายที่ตรงนี้ตัดฉากไปไม่ยอมร้องให้ฟัง ว้า) ตลกมากที่ตอนหลังยางามิเกิดติดใจคาราโอเกะ แย่งรีโมทไปใส่เพลงเองรัวๆ 55555555555555

ออกมาจากคาราโอเกะแล้วยางามิก็ชมว่าเสียงยูคิไม่เลวนะ นุ้งยูคิเลยขอบคุณเพราะดีใจที่ได้รับคำชมจากคนมีความสามารถทางดนตรี แล้วยางามิก็แนะนำเคล็ดวิธีร้องเพลงให้ดีขึ้น นุ้งยูคิเลยได้โอกาสให้ท่าชักชวนว่าไว้มาคาราโอเกะกันอีกนะ

ตอนก่อนกลับจะเจอตัวประกอบอีกคนนึงในรูทยางามิ คือเด็กชายชุน ซึ่ง ณ จุดนั้นเป็นใครมาจากไหนไม่รู้ รู้แต่นั่งวีลแชร์ และท่าทางสนิทกับยางามิระดับคุยเล่นหัวกันได้เหมือนเพื่อน แต่ชุนนี่แหละคือผู้มีบทบาทสำคัญในรูทนี้

shunkun

ตัดชั้บมาถึงวันแข่งรอบแรก ยูคิไปปลุกยางามิถึงห้อง เจอยางามิใส่ชุดนักเรียนเต็มยศแต่บอกว่าขอตัวไปอาบน้ำก่อน ยูคิแอบมองในห้องและเห็นหนังสือกองระเกะระกะ แสดงว่ายางามิต้องอ่านหนังสือโต้รุ่งแน่นอน ยูคิเลยขอโทษที่เคยสงสัยว่ายางามิอาจจะไม่ตั้งใจอ่านหนังสือก็ได้ (เอาไรตัดสินเนี่ย ลุคเหรอ…..?) ยางามิทำท่าชิลๆ บอกว่าปกติก็เล่นกีตาร์โต้รุ่งอยู่แล้ว โต้รุ่งแค่นี้สบายมาก เดี๋ยวไปหลับในห้องก็ได้ (ปาชอล์กใส่เด็กนี่เลยค่ะซาคากิเซนเซ ลุย)

ตัดชั้บอีกรอบมาถึงที่ตอนชนะการแข่งรอบแรกแล้ว ยูคิกระดี๊กระด๊าขอบคุณยางามิที่ร่วมมือกันจนชนะ แต่ยางามิบอกว่าไม่เห็นยากเท่าไหร่เลย (ใช่สิ ก็ชั้นเป็นคนเล่นแทนพวกเธอสองคนนี่……)

แล้วยูคิก็นึกได้ว่ามีงานของกรรมการนักเรียน ต้องไปจัดดอกไม้ในสวน ยางามิเลยอาสาไปช่วย (ฮุ้ย เดาใจไม่ถูกเลยคนนี้ บางทีก็ไร้เยื่อใย บางทีก็ใจดีจัง) คืนวันนั้นยางามิส่งเมลมาบ่นว่ากรรมการนักเรียนต้องทำงานเบ๊แบบนั้นประจำเลยเรอะ แต่ประธานนักเรียนมีนายคนเดียวที่ทำได้นะ ถึงจะไม่มีปลอกแขนก็ยืดอกสู้สิ (แล้วนี่อะไร ทำไมอยู่ดีๆ มาปลุกใจให้ลุกขึ้นสู้…)

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ถึงวันแข่งรอบสองอย่างรวดเร็ว (เอ๊ะะะ ทำไมของคนอื่นมันมีอีเวนท์นิดหน่อยแทรกกลางแต่พี่หัวแดงไม่มีล่ะ งง เอ๊ะ? เอ๊ะ?)

ก่อนแข่งนุ้งยูคิกังวลว่าจะไปรอดมั้ยเนี่ยรอบนี้ ยางามิเลยให้กำลังใจว่าไม่เป็นไรหรอก นายทำเพื่อโรงเรียนมาตลอดเลยนะ เดี๋ยวก็เห็นผลเอง ของแบบนี้มันก็เหมือนดนตรีนั่นแหละ ยิ่งซ้อมเท่าไหร่พออยู่บนเวทียิ่งเห็นผลชัดเจนใช่ม้า ยูคิเลยตกใจว่ายางามิพูดจาเป็นงานเป็นการเป็นด้วยแฮะ! (วุ้ย ปากร้าย พี่ว่ายางามินี่สมองปกติสุดในเกมแล้วนะคะน้อง)

ชนะการแข่งรอบสองเรียบร้อย คืนนั้นยูคิกับยางามิมานั่งกินข้าวที่โรงอาหารในหอด้วยกัน ทันใดนั้นโอมิก็โผล่มาแสดงความยินดีที่ชนะการแข่ง (มาอีกแล้ว! อิ๊!) โอมิไม่ได้มามือเปล่าแต่มาพร้อมเสต็กเนื้อจากทางบ้าน ตรงฉากนี้มีเสียงเอฟเฟคต์เสต็กเนื้อดังฉ่าๆ ด้วย คนเล่นก็ไส้ขาดกระเพาะทะลุกันไป

โอมิแบ่งสเต็กให้กินเพื่อแสดงความยินดี ยูคิรับมาและบรรยายว่าเนื้อหวานนุ่มชุ่มฉ่ำเหลือเกิน (กรดในกระเพาะดิฉันปั่นป่วนไปหมด) ส่วนยางามิตอนแรกอิดออดไม่ยอมกิน แต่ไปๆ มาๆ ยอมกินก็ได้ด้ะ ทนไม่ไหว (ก็ไม่เห็นเคยทนไหวสักรอบ เสร็จโอมิตัลหลอด)

โอมิให้กำลังใจว่าแข่งรอบสามสู้ๆ อย่าให้โรงเรียนยุบนะ เพราะยางามิจะต้องจบจากโรงเรียนนี้ไปเป็นนักไวโอลินระดับโลกให้ได้ โอมิชอบเสียงไวโอลินขอยางามิมากและไม่อยากให้พรสวรรค์ของยางามิต้องสูญเปล่า ยางามิเลยบอกว่า ฉันเป็นมือกีตาร์ต่างหากล่ะ

ไฮไลท์มันอยู่ตรงนี้แหละ จู่ๆ โอมิที่เคยยิ้มแย้มตลอดเวลาก็พึมพำว่า “ไม่ได้นะ” ด้วยใบหน้าเข้าสู่ดาร์คโหมด (โฮฮฮ แม่ขาาา หนูกลัวอีนี่ /กำพระแรงมาก)

yagami_tachie06

แต่แล้วโอมิก็ปรับสีหน้ากลับเป็นปกติอย่างรวดเร็วและโน้มน้าวว่ายางามิต้องเล่นไวโอลินสิ ไวโอลินของยางามิสุดยอดมากเลยนะ ทั้งเทคนิคดีมีสีสันทิ่มแทงถึงหัวใจ บางครั้งเป็นเหมือนคลื่นซัด บางครั้งดั่งหิมะโปรยปราย (โอมิเข้าโรงเรียนนี้มาด้วยสกิลอะไรคะ แต่งบทกวีเหรอ??)

โอมิบอกว่าตัวเองอยากฟังเสียงไวโอลินของยางามิมาตลอดตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุนั่น ถ้ายางามิผ่าตัดต้องรักษาหูจนหายดีได้แน่ๆ หรือว่ายางามิยังคิดมากเรื่องขาของเด็กคนนั้นอยู่??

พอพูดถึงตรงนี้ยางามิเริ่มโมโหขึ้นมาละ ส่วนนุ้งยูคิก็สาระแนถามว่าอะไรนะ? ได้ยินแว่วๆ ว่าอุบัติเหตุ? ผ่าตัด? โอมิเลยเล่าว่าปีที่แล้วยางามิประสบอุบัติเหตุรถยนต์จนหูหนวกไปข้างนึง เพราะงั้นก็เลยซ้ำชั้นและออกจากชมรมดนตรีไป

ฝ่ายยางามิโวยวายว่าคนไม่รู้เรื่องเมทัลอย่างแกอย่ามาปากดีนะโว้ย โอมิเลยเถียงว่า เมทัลไม่ใช่ดนตรีหรอก เสียงหนวกหูวุ่นวายแบบนั้นใครจะไปฟังได้ (เอ๊ะอีนี่ แม้จะเห็นด้วยว่าหนวกหู แต่ก็ไม่ควรไปดูถูกรสนิยมดนตรีคนอื่นมั้ยยยย) สุดท้ายเถียงกันไปเถียงกันมา  ยางามิล้มโต๊ะเสียงดังโครมครามจนโอมิร้องไห้หนีไปเลย ลาก่อน

วันต่อมา ยูคิเจอยางามิที่ห้องเรียนและพบว่ายางามิทำตัวปกติดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอถึงตอนเที่ยง เกมจะมีตัวเลือกขึ้นมาว่าไปกินข้างนอกตึกหรือไปกินที่โรงอาหาร ซึ่งเลือกข้อไหนก็ไม่มีผลต่อเนื้อเรื่องในลำดับต่อๆ ไป ดังนั้นก็ลองเลือกสองอย่างเลยแล้วกัน

อันดับแรกลองไปโรงอาหารก่อน นักเรียนคนอื่นในโรงอาหารเห็นยางามิก็ซุบซิบถึงเรื่องล้มโต๊ะเมื่อคืนแล้วแหวกทางให้ ยางามิเลยบ่นว่านี่มันหนังเรื่องบัญญัติสิบประการรึไง ไม่ใช่โมเสสแยกทะเลนะ แต่เพราะทุกคนกลัวยางามิจนแหวกทางให้ ทั้งสองคนจึงได้ที่นั่งในโรงอาหารมาอย่างง่ายดายไม่ต้องเดินหา หลังจากนั้นอาราตะที่กำลังหาที่ว่างเลยมานั่งด้วย

ยูคิถามอาราตะว่าไม่กลัวยางามิเหรอ? อาราตะตอบว่าไม่กลัวเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่ตอนเข้าปีหนึ่ง ตอนนั้นยางามิสูง 160 เอง ชุดนักเรียนก็สวมแบบปกติเรียบร้อยดี ผมดำอีกต่างหาก (ปัจจุบันสูง 172 ใส่เสื้อยืดรูปควายไว้ใต้เครื่องแบบและย้อมผมแดง #ค่ะ #เอาที่สบายใจ) บทสนทนาในโรงอาหารก็วนๆ อยู่กับเรื่องยางามิสมัยอยู่ปีหนึ่งนี่แหละ

ทีนี้เปลี่ยนไปเลือกกินข้าวข้างนอกบ้าง ยูคิจะลากยางามิไปนั่งกินข้าวบนเก้าอี้ในสวน คราวนี้เจออิโต้เซนเซมาทักทาย (ว้าย กลับโรงอาหารกันดีกว่าค่ะะะะะ) เซนเซทักว่าถ้าจะมาสายเพราะไปโรงพยาบาลก็มาบอกกันก่อนสิ ยูคิเลยได้รู้ว่า อ้อ ที่ยางามิมาเข้าเรียนสายหลายๆ ครั้งไม่ได้เป็นเพราะตื่นสายนะ แต่เป็นเพราะไปตรวจที่โรงพยาบาลต่างหาก

เย็นวันนั้น ยูคิชวนยางามิเข้าห้องตัวเอง (อีกแล้ว!) เพื่อประชุมวางแผนรับมือการแข่งรอบสุดท้าย ทว่าความจริงแล้วนั่นเป็นเพียงข้ออ้างสำหรับเผือกเรื่องยางามิ

ตอนแรกยูคิอึกอักไม่กล้าถาม แต่พอยางามิถามว่ามีเรื่องอะไรอยากพูดก็พูดมา ยูคิเลยถามตรงๆ ว่าตกลงที่เลิกเล่นไวโอลินนี่เพราะหูดับ? ยางามิจึงให้ฟังว่าตัวเองเจออุบัติเหตุหูหนวกไปข้างจนสีไวโอลินไม่ได้ก็จริง แต่ไม่ได้เลิกเพราะเหตุผลนี้หรอก แค่บังเอิญตอนเข้าโรงพยาบาลดันว่างมากจนเปิดทีวีไปเจอเพลงเมทัลเลยหลงรักกีตาร์เข้าเท่านั้นเอง (ทำไมฟังดูใจง่าย…..)

ไปๆ มาๆ คุยกันไปถึงเรื่องที่ยางามิไปหาของที่ห้องดนตรีเมื่อตอนนั้น ในที่สุดปริศนาก็คลี่คลายซะทีว่า ของที่ยางามิไปตามหาคือไวโอลินนั่นเอง ตอนนั้นไวโอลินของยางามิหายไปอย่างลึกลับทั้งๆ ที่ปกติวางอยู่บนชั้นในห้อง ยางามิเลยไปหาที่ห้องดนตรีและไม่เจอ แต่พอกลับมาหาที่ห้องตัวเองอีกทีดันอยู่บนชั้นตามเดิมซะงั้น ยางามิเลยอายไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเพราะคิดว่าตัวเองแพนิคเกินเหตุไปเอง

ยูคิสันนิษฐานว่าที่ยางามิร้อนรนตามหาไวโอลินขนาดนั้นต้องเป็นเพราะให้ความสำคัญกับไวโอลินมากๆ แน่เลย ยางามิจึงพรรณนาประวัติตัวเองให้ฟังว่าเริ่มเรียนไวโอลินตั้งแต่สองขวบ เล่นมาเป็นสิบปีจนคอเป็นรอยไม่หายซะที ว่าแล้วก็ถอดเฮดโฟนโชว์คอให้ดู (ฮึ้ย อ่อยมากกกกกกกกก) ในเมื่อเล่นไวโอลินมาเยอะจนเป็นเหมือนส่วนนึงของร่างกายไปแล้ว จู่ๆ ไวโอลินหายไปก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา ตอนนี้เล่นกีตาร์ได้ก็พอแล้ว ไวโอลินไม่จำเป็นอะไรเลย

แต่ยูคิคิดในใจว่ายางามิฝืนเล่นกีตาร์รึเปล่า?? ทำไมชอบพูดย้ำว่าชอบกีตาร์เหมือนบอกตัวเอง??

และแล้วก็มาถึงการแข่งรอบสามอย่างรวดเร็วอีกแล้ว ทำไมรู้สึกว่าอีเวนท์คั่นระหว่างการแข่งแต่ละรอบน้อยกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด? หรือไม่ได้เล่นนานเลยคิดไปเองก็ไม่รู้…

ก่อนเริ่มการแข่ง ยูคิตื่นเต้นขาสั่นเลยโดนยางามิตบป้าบบบบบบตามด้วยใช้กำปั้นขยี้หัวรัวๆ (ฮาร์ดคอร์ไปนะ) ยูคิบอกยางามิว่าเพื่อเป็นการขอบคุณที่ร่วมแข่งเบลล์วันด้วยกันมา คราวหน้าจะยอมทำทุกอย่างเลย ยางามิทวนคำว่า “ทุกอย่าง?” แล้วหลบตา (ฮั่นแน่ คิดอะไรอยู่เอ้าะวววว์)

ทว่าไม่ต้องลุ้นกันนาน ยางามิก็รีบชวนยูคิไปเป็นนักร้องนำในวงที่ชมรมทันที เพราะรุ่นพี่ที่เป็นนักร้องคนเก่าถอนตัวออกจากวงไปทุ่มเทให้กับการเรียนแทน (เหตุผลไอดอลเมิ่ก)

เกมจะให้เลือกว่าจะตกลงหรือจะลังเลเล่นตัวซักนิด ตัวเลือกที่ถูกต้องคือตกลง เลือกข้อนี้แล้วยางามิดีใจหน้าตาเบิกบานมาก ส่วนยูคิมานึกได้หลังจากตอบไปแล้วว่า เอ๊ะ วงนี้ร้องเพลงเมทัลนี่หว่า จะรอดมั้ยเนี่ยเรา (คิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้วค่ะน้อง)

ว่าแล้วก็ไปลงแข่งรอบสุดท้ายกับอาจารย์ซาคากิ แข่งเหมือนเดิมคือสุ่มหยิบกล่องใส่ปลอกแขน พอหยิบถูกอันจนชนะ น้องยูคิก็โผเข้ากอดยางามิตะโกนว่าชนะแล้วๆๆๆๆๆ ขณะที่ยางามิผลักออก (ใจร้ายมาก 5555555555555555555555555)

หลายวันต่อมา วิกฤติการณ์ยุบโรงเรียนคลี่คลายเรียบร้อย เบลล์ลิเบอร์ตี้วิทยากลับคืนสู่สันติสุข ส่วนก็ยูคิไปเข้าชมรมเคองของยางามิตามสัญญา …รู้สึกเหมือนกับเพิ่งเข้ารูทยางามิจริงจังก็ช่วงนี้แหละ ซีจีเพิ่งมารัวเป็นปืนกลเอาตอนท้ายๆ ไม่เหมือนรูทคนอื่นที่แทรกอีเวนท์กับซีจีมาเรื่อยๆ ตั้งแต่แรก

เข้าชมรมวันแรก ยางามิก็แนะนำสมาชิกวงให้รู้จัก พี่มือกลองหน้าตาเป็นตาลุงภัยสังคมมาก นี่เด็กมัธยมปลายจริงหรือ??

drummersenpai

ส่วนมือเบสก็ใช่เล่น หน้าตาแบบว่าถ้าโผล่มาในโคนัน คงสงสัยว่าพี่แกเป็นฆาตกรก่อนเลย… (อยากแนะนำพี่มือเบสให้เปลี่ยนทรงผม ชีวิตอาจดีขึ้น เกือบหล่อแล้ว)

bassistsenpai

แต่ทั้งสองก็ต้อนรับยูคิอย่างดี ความจริงแล้วเป็นคนไนซ์มากทั้งคู่ นิสัยดีตามมาตรฐานตัวประกอบทั่วไป และไม่เป็นเกย์แม้จะอยู่โรงเรียนบีแอล (เสียสถาบันหมด!)

แนะนำตัวเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนก็เล่นเพลงใหม่ให้ยูคิฟัง แต่เป็นเพลงฮาร์ดร็อคแทนที่จะเป็นเพลงเมทัล ยูคิเลยตื่นเต้นว่า เฮ้ย ชอบแบบนี้มากกว่า ดีใจจังที่ไม่ต้องร้องแนวเมทัล ว่าแล้วยูคิก็จะจับไมค์ซ้อมร้องเพลงเดี๋ยวนั้น แต่ยางามิบอกว่า ใจเย็น ถอดเสื้อก่อน (ห๊ะะะะ?????) ปรากฏว่ายางามิจับเปลี่ยนเป็นชุดออกกำลังกายพาไปวิ่งรอบสนามสิบรอบต่อด้วยซิทอัพเพื่อฝึกกล้ามเนื้อจ้าาา

ฉากนี้เจอซีจีแล้วอิชั้นตกใจหัวโขกจอเลยค่ะ นี่ฉากซิทอัพหรืออัลไล ทำไมดูติดเรท เกมสิบแปดบวกรึก็ไม่ใช่ซะหน่อย!

yagami-training

ตอนเห็นยูคิซิทอัพไม่ค่อยขึ้น ยางามิมีการตุ๊ยท้องทีนึงแล้วบอกว่าเป็นแส้แห่งรักด้วย บ้าบอมาก 555555555555

ระหว่างซิทอัพยูคิถามยางามิว่านายไม่ต้องฝึกเหรอ ดูสิเอวนายบางขนาดนี้ ว่าแล้วก็โอบเอวจนยางามิสะดุ้งหน้าแดง (เกมนี้เรทสิบห้าบวก ท่องไว้ สิบห้าบวก สิบห้าบวก) ยูคิเห็นยางามิบ้าจี้เลยเกิดนึกสนุก แกล้งจั๊กจี้จนยางามิทนไม่ไหว สุดท้ายยางามิเลยต่อยยูคิทีนึงแล้วไล่ไปวิ่งต่อ ฮาร์ดคอร์ฝุดๆ

เย็นวันนั้น สมาชิกชมรมเคองนั่งกินข้าวด้วยกันพลางคุยกันเรื่องไลฟ์ที่จะจัดในงานดนตรีของโรงเรียน งานนี้เป็นเทศกาลดนตรีที่ทุกชมรมเกี่ยวกับดนตรีจะเข้าร่วมแถมมีเกสท์จากที่อื่นมาด้วย

พี่มือกลองทำหน้าคิโม่ยบอกว่างานนี้สาวๆ เพียบแน่นอน แต่ยางามิทำหน้าเซ็งบ่นว่าไม่น่าสนใจ ผู้หญิงอะไรไร้สาระ (นี่สินักเรียนดีเด่นแห่งโรงเรียนบีแอล! ชะนีไม่ยุ่งมุ่งแต่เพศเดียวกัน!) ยางามิถามยูคิว่าแล้วนายคิดว่าไง ยูคิตอบว่า เอ ที่จริงก็คิดไอ้เรื่องเดทเรื่องจูบหรือเรื่องที่มากกว่านั้นอยู่เหมือนกันนะ แค่ไม่ค่อยมีประสบการณ์อะไรเท่าไหร่เลยไม่รู้ว่าตกลงมันไร้สาระรึเปล่า แต่ยางามิคงมีประสบการณ์ใช่ม้า

ยางามิซึ่งที่จริงแล้วประสบการณ์ความรักเป็นศูนย์หน้าแดงอ้ำอึ้ง กลบเกลื่อนว่าเล่นดนตรีสนุกกว่าไปเที่ยวเล่นกับผู้หญิงตั้งเยอะ แล้วก็หันมาถามยูคิว่า ดนตรีหรือความรักสำคัญกว่า?

คำตอบตรงนี้จะแยกฉากจบละ ถ้าอยากจบแบบเลิฟๆ ก็ต้องเลือกตอบว่า อยากลองมีความรัก พอตอบแบบนี้ยางามิจะเซ็งๆ ยูคิเลยบอกว่า ถ้าอยากสนุกเป็นสองเท่าก็ต้องทำเรื่องที่ชอบ (ในที่นี้หมายถึงเล่นดนตรี) กับคนที่ชอบสิ

ยางามิบ่นๆ ว่าเฮ้ย อย่าคิดรับผู้หญิงเข้าวงเชียวนะ ยูคิเลยรีบแย้งว่าไม่ใช่นะ! ฉันหมายถึงว่าตอนนี้ได้ทำวงกับยางามิสนุกสุดแล้วต่างหาก (กรี๊ด นุ้งยูคิอ้อยมากกกกกก)

แต่ยางามิก็บื้อๆ บอกว่างั้นก็ดีแล้ว ยูคิเลยรีบรุกว่า ถ้าฉันจะคบกับใคร อยากคบกับคนแบบยางามิจัง (กรี๊ดดดดด ทำไมน้องแรงงงงงง)

ยางามิตกใจหน้าแดงบอกว่า จะไปมีผู้หญิงนิสัยเหมือนฉันได้ไง (นี่ก็รู้ตัวช้าเหลือเกิน……) ยูคิเลยจินตนาการเป็นเสียงยางามิแอ๊บเป็นผู้หญิง (แต่ที่จริงก็ไม่ได้แอ๊บอะไร ก็แหบๆ สไตล์ลิงกิ้งปาร์คเหมือนเดิม) พูดว่า “อาซาฮินะคุง ถ้าไม่รังเกียจ มาคบกับฉันจนถึงก้นนรกเลยนะโว้ยยยย” ขำฉากนี้แรงมาก ตล๊กกกก 55555555555

คืนนั้นตอนจะแยกย้ายกันกลับห้อง ยางามิบอกยูคิว่า ถึงจะทำวงดนตรีอยู่ แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับงานของกรรมการนักเรียนก่อนนะ! ส่วนพวกฝึกร้องเพลง ฝึกกล้ามเนื้อ ก็ไปฝึกๆ เองเวลาว่างแล้วกัน (ทำไมบางทีพี่หัวแดงช่างแสนเย็นชา ฮือๆๆๆ /กัดผ้าเช็ดหน้า)

หลังจากนั้นทุกคนก็ซ้อม ซ้อม และซ้อม จนกระทั่งวันหยุดวันหนึ่ง หลังจากทุกคนออกไปซ้อมที่สตูดิโอในเมือง ยางามิและยูคิก็บังเอิญเจอเด็กชายชุนอีกครั้ง (หายไปนานจนเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย…)

ชุนคุงตื่นเต้นที่เห็นยางามิถือกีตาร์ เพราะยางามิไม่เคยเล่นกีตาร์ให้ฟังเลย ยูคิเลยชวนไปดูไลฟ์ในงานโรงเรียน แต่ยางามิทำท่าไม่อยากให้ไป ชุนเลยบอกว่าถือซะว่าเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเพราะฉันจะย้ายบ้านแล้ว ยางามิถึงได้ยอมใจอ่อนให้ชุนไปดูไลฟ์ของวงตัวเอง

แต่หลังจากนั้นยางามิก็อารมณ์ขุ่นมัวตลอดเวลา จนอาราตะมาทักขณะกำลังกินข้าวเย็นที่หอว่ายางามิกับยูคิทะเลาะกันอยู่เหรอ

ทันใดนั้น! โอมิก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้ง! (อิ๊! /เบะปาก) ยูคิเห็นโอมิแล้วนึกย้อนไปถึงเรื่องที่พี่มือกลองมือเบสเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนชมรมดนตรีของโรงเรียนบีแอลเป็นชมรมไก่กาอาราเล่ แต่พอยางามิเข้ามาก็ชนะการแข่งได้รางวัลเยอะแยะ เงินเข้าชมรมถล่มทลายจนได้ย้ายห้องชมรมไปเป็นห้องใหม่หรูหราอลังการ ส่วนชมรมเคองมาใช้ห้องเก่าของชมรมดนตรีแทน แต่พวกชมรมดนตรียังชอบมาเหยียดหยามชมรมของยางามิอยู่เรื่อย

สาเหตุที่คนในชมรมดนตรีรังเกียจยางามิเป็นเพราะเก่งเกินหน้าเกินตารุ่นพี่ (วางปมเรื่องนี้มาตั้งนาน เหตุผลมีแค่เนี้ย……?) แต่ตอนนี้ชมรมดนตรีที่ไม่มียางามิกำลังประสบปัญหา เพราะคนอื่นในชมรมฝีมือธรรมด๊าธรรมดา บางคนเลยอยากได้ยางามิกลับไปเป็นหน้าเป็นตาและเป็นตัวดูดเงินเข้าชมรมเหมือนเดิม

ว่าแล้วยูคิก็แอบกระซิบถามอาราตะว่า ยางามิกับโอมิสนิทกันเหรอ? โอมิได้ยินเข้าจึงถามว่าสงสัยความสัมพันธ์ของเราสองคนหราา (ขอถีบทีนึงได้มั้ย?) 

โอมิบอกว่าตัวเองเป็นแฟนคลับยางามิมาตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียนแล้วเพราะยางามิเป็นนักไวโอลินที่ดังมากกกกกกกก เคยฟัง La campanella ของยางามิแล้วประทับใจมาก โอมิชื่นชมยางามิหยาวเหยียดจบแล้วก็ขอตัว แต่ดั๊นนนลืมผ้าเช็ดหน้าไว้บนโต๊ะด้วย (นี่มันศักราชไหนแล้วยังจะมาเล่นมุกอ่อยหนุ่มแบบไทรอัมพ์คิงด้อมอีกเหรอ เชยมากย่ะ)

พอยูคิรีบถือผ้าเช็ดหน้าวิ่งไปคืนก็เจอโอมิเข้าดาร์คโหมดทำหน้ายันเดเระพึมพำกับตัวเองว่า ไม่ยอมแพ้หรอก จะปล่อยให้พรสวรรค์ของยางามิสูญเปล่าได้ยังไง (คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย กลัวแล้ววววว /จุดธูปหนึ่งกำมือ)

หลายวันต่อมา ก่อนถึงวันไลฟ์ในงานโรงเรียนหนึ่งวัน

จู่ๆ การซ้อมของชมรมเคองก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะพี่มือกลองเล่นได้แย่มาก ยางามิบอกว่าพอแค่นี้ดีกว่าและออกไปก่อน ปล่อยให้ยูคิเมาท์มอยกับพี่มือกลองมือเบสทั้งสอง

ทั้งสามคนนินทายางามิกันสนุกสนาน เนื้อหาก็เต็มไปด้วยการชื่นชมยางามิ โดยสรุปคือพี่มือกลองมือเบสนับถือฝีมือและเชื่อใจยางามิกันมากๆ แต่ทั้งสองคนก็กังวลว่ายางามิจะมองตัวเองยังไง เพราะฝีมือไก่กามาก กลัวเป็นตัวถ่วง (ทำไมทุกคนเชิดชูยางามิเป็นเทพเจ้าแห่งดนตรีกันจัง ไหนเล่นให้ฟังซักเพลงซิ)

นินทาจนหนำใจแล้ว ยูคิก็ไปตามหายางามิที่ริมทะเลที่เก่าของเราสอง เจอยางามิใส่เฮดโฟนหน้าเครียดเช่นเดิม ยูคิเลยไปนั่งข้างๆ แล้วร้องเพลง ทันใดนั้นยางามิจึงถอดเฮดโฟนหันมาวิจารณ์ว่าผิดคีย์

ฉากนี้อยู่ดีๆ ยางามิก็เปิดเผยชีวประวัติให้ฟังกันดื้อๆ ยางามิเล่าว่าตัวเองมีเพอร์เฟคท์พิทช์ และทั้งบ้านยางามิเป็นนักดนตรีระดับโลกกันหมด (นี่ยางามิหรือสึกิโมริ เล็น)

ยางามิบ่นๆ ว่าไม่ชอบชื่อตัวเองเลยเพราะที่บ้านตั้งเผื่อให้ต่างชาติเรียกง่ายๆ เวลาโกอินเตอร์ (ชื่อเรอง ฝรั่งเรียกลีออน เก๋ๆ) แต่ยางามิไม่ชอบเพราะมันสาวแตก แล้วทำไมถ้าจะไปต่างประเทศไม่แอพพีลความเป็นญี่ปุ่น? อย่างมุซาชิ โคจิโร่ เป็นต้น (เอ่อ อันนั้นโปเกม่อนเขาแอพพีลไปแล้ว เอาชื่ออื่นมั้ย?)

ยูคิถามว่าครอบครัวอยู่ต่างประเทศกันหมดแล้วยางามิไม่เหงาเหรอ (เอ๊ะ อะไรคะคุณน้อง จะไปช่วยคลายเหงารึไง๊??) ยางามิตอบว่าครอบครัวฉันเป็นเหมือนคู่แข่งมากกว่า อย่างแต่ก่อนมีอยู่หนนึงยางามิได้รางวัลจากการประกวด ทุกคนในบ้านเลยซ้อมกันบ้าเลือดเพราะเจ็บใจ

พอคุยกันเรื่องนี้แล้ว ยูคิก็อยากถามว่า ทำไมถึงเลิกเล่นไวโอลินกันแน่? แต่จะถามตรงๆ ก็ถามไม่ออก ได้แต่อึกอักๆ จนยางามิบอกว่ามีอะไรก็พูดมาเลย เป็นลูกผู้ชายทั้งที (ป่าวนะ เป็นเกย์ตะหาก)

แต่แทนที่จะถามเรื่องที่อยากถาม ยูคิดันกลบเกลื่อนว่าช่วยสอนเล่นกีตาร์หน่อยสิ (แรดจริง!) ว่าแล้วก็สอนกันเดี๋ยวนั้นเลย พอนิ้วโดนกันยูคิมีการร้อง อ๊ะ นิดๆ แล้วคิดว่านิ้วยางามิแข็งจังเลยน้า (คิดอัลไลลลลลลลลล) หรือตอนที่ยางามิเข้ามาใกล้ๆ ยูคิก็แอบมองรอยไวโอลินที่คอเค้าอี๊กกกก

yagami-yuuki

ยูคิชมว่ายางามิที่ทุ่มเทกับดนตรีเนี่ยช่างเจิดจ้าจนรู้สึกห่างไกลเลยนะ เหงาแปลกๆ ยังไงไม่รู้ ยางามิทำหน้างงๆ ว่าพูดอะไรไม่เข้าใจ ยูคิเลยบอกให้ลืมๆ ไปซะ แล้วหันไปชมว่ายางามิจมูกโด่งจัง ปากสวยจัง ผิวเหมือนช็อกโกแลตเลย อยากลองกัดจังเลย (หุยยยยยยยย ทอดสะพานไหม้เกรียมขนาดนี้แล้วทำไมความสัมพันธ์ยังได้แค่เพื่อนคะะะะะ)

วันต่อมา วันเทศกาลดนตรี ในที่สุดก็ถึงไคลแมกซ์แล้ววววววว (เขียนมาตั้งนานยังไม่เจอจุดพีค และที่จริงก็ไม่เจอจนจบ แค่กิ๊บกิ้วนิดหน่อยเป็นระยะๆ 5555555)

ชุนคุงมาที่โรงเรียนเพื่อมาดูไลฟ์ของยางามิ ยูคิเลยพาชุนคุงเดินเล่นรอบโรงเรียนรอเวลาและไม่ลืมสาระแนถามว่าชุนคุงกับยางามิรู้จักกันได้ยังไงเหรอ? ได้คำตอบว่ารู้จักกันเพราะอุบัติเหตุเมื่อปีที่แล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า ยางามิช่วยชุนที่โดนรถพุ่งเข้าใส่จนตัวเองประสบอุบัติเหตุไปด้วย เพราะงั้นยางามิเลยหูหนวกไปข้างนึง ส่วนชุนคุงได้รับบาดเจ็บที่ขา และสนิทสนมกันตั้งแต่ช่วงที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลนั่นเอง

ชุนบอกว่ายางามิไม่ยอมผ่าตัดรักษาหูเพราะเจ็บใจที่ช่วยชุนให้รอดปลอดภัยไม่ได้ ดังนั้นชุนต้องเป็นสาเหตุที่ทำให้ยางามิเลิกเล่นไวโอลินแน่นอน

พอใกล้ถึงเวลาไลฟ์เริ่ม ยูคิบังเอิญเจอโอมิสะพายกล่องเชลโล่ท่าทางลับๆ ล่อๆ แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร ครั้นพอไปถึงหลังเวทีก็พบว่ากีตาร์กับเบสหายไป! แต่ดันใกล้ถึงคิวชมรมเคองขึ้นเวทีแล้ว พวกชมรมดนตรีก็มาชวนทะเลาะว่ามัวแต่ทำอะไรกันอยู่ ว้ายๆ เครื่องดนตรีหายหราาา

ขณะที่ยางามิกับพี่มือกลองมือเบสตัดใจว่าโอเค ไม่ขึ้นเวทีก็ได้ คงต้องปล่อยให้เวทีว่างแล้วล่ะ ยูคิก็ ปิ๊งงงงง เกิดไอเดียขึ้นมาว่ายางามิขึ้นไปเล่นไวโอลินเถอะ! จะได้พิสูจน์ว่าไม่ได้เลิกเล่นไวโอลินเพราะชุนคุง แต่เลิกเพราะชอบเล่นกีตาร์มากกว่าเท่านั้นจริงๆ แล้วก็ไล่ยางามิไปหยิบไวโอลินที่หอ

ระหว่างที่สมาชิกที่เหลือกำลังรอยางามิกลับมาอย่างตื่นตระหนก ดูแรคทั้งสามก็โผล่มาจ้าาาา คิดตึ๋งจังเลยยย รู้สึกเหมือนไม่ได้เจอสามคนนี้นานมากเพราะกดข้ามฉากซ้ำๆ ไปเกือบหมด (ที่จริงถ้าไม่ข้ามก็เจอหน้าโจ๊กเกอร์บ่อยอยู่นะ บ่อยมากด้วย…)

ทว่า โจ๊กเกอร์ไม่ได้มาช่วยนะ มาเยาะเย้ย……… แถมยังบอกว่าถ้าประธานนักเรียนทำให้เวทีนี้ออกมาแย่คงเป็นที่อับอายแน่เลย นุ้งยูคิก็ตอบไปสวยๆ ว่าจะทำเพื่อยางามิ! อยากให้ยางามิได้ขึ้นไปบรรเลง เพราะยางามิตั้งตารอไลฟ์นี้มากๆ (อย่าลืมฉัน #พี่มือกลองมือเบสไม่ได้กล่าว)

jokersan-yuuki

พอถึงคิวชมรมเคองขึ้นเวที ยางามิก็ยังไม่กลับมาซะที ยูคิเลยขึ้นเวทีไปพูดสุนทรพจน์เกี่ยวกับโรงเรียน (เอ่ออ่า ได้ข่าวว่านี่งานดนตรี?)

ยูคิพูดทำนองว่า ผมมันไม่มีความสามารถอะไรเลย แต่โรงเรียนนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นตัวเองที่พิเศษขึ้นมาได้ ทุกคนที่มาในวันนี้น่าจะได้พบอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ขอให้ทุกคนสนุกกับวันนี้นะ (ทำไมสปีชคุณน้องฟังดูขายตรง…) พอพูดจบแล้วเกิด dead air ยูคิเลยคิดว่าจะทำไรดี จะเต้น? ร้องเพลง? หรืออะไร? ทันใดนั้น ยางามิก็ถือไวโอลินโผล่มาสีเพลงแฮปปี้โกลัคกี้ช่วยแก้สถานการณ์ให้ชมรมได้ในที่สุด

yagami-violin

ยูคิดีใจที่ได้ฟังเสียงไวโอลินของยางามิซะทีและตื่นเต้นว่าทำไมเลือกเพลงที่ฉันแนะนำให้รู้จักล่ะ นี่มันเพลงที่เชื่อมระหว่างเราสองนะ (โวะ น้ำเน่าาาาาาาาา) กำลังคิดเข้าข้างตัวเองเพลินๆ ยางามิก็สบตาทำปากขมุบขมิบบอกให้ร้องเพลง ยูคิเลยคว้าไมค์ร้องเพลงประกอบไวโอลินเป็นที่สนุกสนาน

yagami-violin2

และสุดท้ายพี่มือเบสก็ไปยืมเบสมาจากวงอื่นทันเวลา ทั้งวงจึงได้เล่นเพลงใหม่ที่ซ้อมๆ กันมาหนึ่งเพลงแน่ะะะะ (ดีใจด้วยนะคะพี่มือกลองมือเบสที่ยังไม่ถูกลืม…) แต่ยางามิไม่ได้เล่นกีตาร์นะ ใช้ไวโอลินแทนกีตาร์แล้วอะเรนจ์สดๆ บนเวทีเลย โหดเวอร์ เริ่มเข้าใจความอัจฉริยะของยางามิขึ้นมานิดนึง

พอเล่นจบ โอมิก็พุ่งมาแสดงความยินดี แต่โดนยางามิต่อยเปรี้ยงงงงงเพราะรู้ว่าโอมิเป็นตัวการขโมยเบสกับกีตาร์ไปซ่อน

แต่!!! เรื่องราวมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น!! เพราะตัวร้ายที่แท้จริงคืออีเด็กชุนค่าาาาา (ตอนแรกก็เอ็นดูเบาๆ นะ แต่ตอนหลังต้องเพิ่มยศ อี ให้จริงๆ ไม่ไหวววว)

ชุนคุงออกมาแสดงตัวว่า ชั้นเป็นคนสั่งโอมิให้ขโมยเองแหละ มีปัญหามะ?

วิธีการของชุนคือล่อลวงโอมิว่าถ้าทำตามที่ตัวเองบอก รับรองยางามิต้องกลับเข้าชมรมดนตรีตามที่โอมิต้องการแน่นอน

ชุนเหน็บแนมโอมิว่าโง้โง่ พอเป็นเรื่องยางามิแล้วโอมิหน้ามืดตามัวยอมทำทุกอย่างเลย อย่างก่อนหน้านี้ก็เคยแอบไปจิ๊กไวโอลินในห้องยางามิแล้วแอบเอาไปคืนทีหลัง ตอนนั้นโอมิเอาเนื้อย่างมาบังหน้าแล้วซ่อนไวโอลินในกล่องเชลโล่นั่นเอง ซึ่งนี่เป็นแผนการที่ชุนบงการทั้งสิ้น (ร้ายกาจจจจจจจ ชั้นไม่น่าเคยเผลอเอ็นดูเด็กนี่เลย บ้าจริง)

ชุนให้เหตุผลว่าทำไปเพราะหงุดหงิดยางามิ อยากเห็นยางามิเจ็บปวดเลยขโมยของสำคัญ เพราะยางามิสงสารตัวเองแล้วเลิกเล่นไวโอลิน ชุนเลยรู้สึกเดือดร้อนจนทนไม่ได้

ยางามิฟังแล้วตบสั่งสอนไปหนึ่งที (หลายทีก็ได้ค่ะพี่!) บอกว่าลงมือกับฉันไม่เท่าไหร่ แต่อย่าลงมือกับคนอื่น นายไม่รู้หรอกว่างานดนตรีวันนี้สำคัญกับคนอย่างพวกเราขนาดไหน ทุกคนซ้อมทุกวี่ทุกวันเพื่อขึ้นเวทีวันนี้เลยนะโว้ย โกรธอะไรก็มาลงที่ฉันคนเดียวสิ

สุดท้ายนายเอกผู้แสนดีจึงต้องออกโรงสอนเด็กว่า มัวแต่คิดอยากให้คนอื่นเป็นทุกข์แบบนั้นตัวเธอจะไปมีความสุขได้ไง เธอก็รู้นี่ว่ามันมีวิธีอื่นที่จะมีความสุข อย่างเมื่อกี้ตอนฟังเพลงของยางามิเธอก็ทำหน้าเป็นประกายมากเลยนะ

อีน้องชุนเลยบรรยายความทุกข์ทรมานของชีวิตตัวเอง และบอกว่ารู้แล้วแหละว่าถึงจะไปพาลใส่ยางามิหรือคนอื่นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชีวิตก็เส็งเคร็งเหมือนเดิม ขาเดินไม่ได้เหมือนเดิม ทุกคนมองด้วยแววตาสงสารเหมือนเดิม พูดจบก็ร้องไห้โฮฮฮฮฮฮ  ร้องไห้เสร็จก็กลับตัวกลับใจเป็นเด็กดี บอกว่าจะพยายามทำกายภาพบำบัดนะ เจอกันคราวหน้าจะเดินด้วยขาของตัวเองให้ได้เลย (ถ้าจะกลับใจกันง่ายขนาดนี้….)

พออีน้องชุนกลับไปแล้ว ยางามิก็ไปหาเครื่องดนตรีที่โอมิแอบเอาไปซ่อนและไล่ยูคิไปดูงานดนตรีให้จบ ดูจบยูคิก็ไปหายางามิริมทะเลที่เก่า เจอยางามินั่งหน้าเครียดเช่นเคย ยูคิเลยไม่สบายใจว่าทำไมยางามิท่าทางแปลกๆ ซึมๆ ถามคำตอบคำ

ฉากนี้ยางามิจะเปิดใจเล่าให้ฟังว่า เวลาเล่นไวโอลินไม่เคยรู้สึกชอบหรือเกลียดเลย เล่นๆ ไปแบบไม่รู้สึกอะไร เหมือนนิ้วขยับไปเองแต่หัวใจว่างเปล่า ไม่เหมือนกีตาร์ที่เล่นด้วยใจเพราะชอบจริงๆ

ยูคิฟังแล้วแปลกใจว่าเมื่อกี้บนเวทียางามิท่าทางสนุกมากเลยนะ ยางามิเลยบอกว่าเป็นเพราะนายนั่นแหละ (แอร๊มมมมมม) ตอนแรกก็คิดหนักว่าจะเล่นเพลงอะไรดี พอเห็นหน้ายูคิแล้วก็คิดว่าเล่นเพลงแฮปปี้โกลัคกี้ละกัน (สรุปคือเลือกเพลงนี้มาแบบไม่ได้คิดอะไรเลยสินะ 5555555555)

ยูคิบอกว่าถ้าไม่ได้เกลียดไวโอลิน เจอชุนคุงคราวหน้าก็เล่นให้ฟังสิ ชุนคุงต้องดีใจแน่เลย แต่ยางามิทำหน้าเครียดบอกว่าแค่กับชุนเท่านั้นที่เล่นให้ฟังไม่ได้

จุดเฉลยเรื่องที่ยางามิเลิกเล่นไวโอลินมันอยู่ตรงนี้แหละ (ในที่สุดดดดด)

ยางามิเล่าว่าตอนที่กำลังจะเกิดอุบัติเหตุ รถกำลังจะพุ่งเข้าชนชุนคุง ยางามิเผลอคิดไปแวบนึงว่าจะไม่เข้าไปช่วยเพราะตัวเองอาจประสบอุบัติเหตุจนเล่นไวโอลินไม่ได้ ซึ่งสุดท้ายก็ช่วยแหละ แต่ช่วยช้าไปเสี้ยววินาทีก็เลยทำให้ชุนคุงเดินไม่ได้ คือถ้าไม่ลังเลก็อาจช่วยได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ยางามิเลยเจ็บใจว่าทั้งๆ ที่เด็กกำลังจะโดนรถชนตายอยู่แล้ว แต่ตัวเองดันคิดเลวๆ แบบนั้นซะได้

พอเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นยางามิก็มาคิดว่า นี่เรามองไวโอลินสำคัญกว่าชีวิตคนอีกเหรอ?? และหลังจากนั้นก็ฝันร้ายมาตลอดว่าเล่นไวโอลินห่วยมาก ระหว่างเล่นก็มีอะไรเน่าๆ ไหลออกมาจากไวโอลินมาปิดหน้า แต่ยางามิในฝันก็ยังเล่นไวโอลินต่อไปเรื่อยๆ (ทำไมเริ่มสยองขวัญ เรียกฮายาโตะมาช่วยปราบผีหน่อยมั้ย?) พอฝันมากๆ เข้าเลยหนีมาเล่นกีตาร์แทน

แต่ยางามิบอกว่าเลิกเล่นไวโอลินไปก็ดีเหมือนกัน แต่ก่อนเอาแต่สีไวโอลินวันละเป็นสิบชั่วโมงไม่ได้ทำอย่างอื่น พอเลิกแล้วถึงได้เจอเรื่องสนุกๆ มากขึ้นเยอะเลย แต่พอถึงตอนกลางคืนก็จะเกิดอาการหลอน ได้ยินเสียงไวโอลินพูดว่ามาเล่นฉันสิ มาเล่นฉันสิ (เอิ่ม โอมิแอบลงคำสาปอะไรไว้รึเปล่า….)

ยูคิฟังเรื่องทั้งหมดแล้วก็แย้งว่า นั่นมันแค่ฝัน คิดมากไปเองชัดๆ แล้วสองคนนี้ก็เถียงกันไปเถียงกันมา ยางามิบอกว่าไม่เอาแล้วไวโอลินอะไรเนี่ย แต่ยูคิบอกว่านายจะไม่ชอบไวโอลินก็ได้ แต่อย่าถึงขั้นปฏิเสธไวโอลินเลยนะ ยางามิเลยด่าว่าพูดจาโลกสวย ยูคิเลยโวยวายว่าไม่เอา! ไม่อยากฟัง! ไม่!

และปิดปากยางามิด้วยการจูบ………………………

yagami-kissscene

(จะให้ดิชั้นต้องเอ่ยคำว่า แรดจริง! อีกกี่รอบคะ?)

จูบเสร็จก็ให้กำลังใจว่ายางามิต้องเอาชนะภาพหลอนได้แน่นอน ยางามิเข้มแข็งจะตาย ฉันชอบยางามิเพราะอย่างนั้นนะ ยางามิเลยยอมรับว่าโอเค คงทิ้งไวโอลินไม่ได้ไปจนตาย เป็นอันว่าเคลียร์ปมเรื่องไวโอลินได้ซะที

ไปๆ มาๆ ยางามิก็นึกได้ว่าเอ๊ะ เมื่อกี้โดนจูบนี่หว่า แล้วยูคิก็สารภาพรักว่า ฉันชอบนายนะ อยากอยู่กับยางามิตลอดไปเลย

ฝ่ายคนโดนสารภาพรักเขินแล้วบอกว่าไม่รู้โว้ย! และรีบเดินหนีจนล้มโครมหน้าชนกิ่งไม้เต็มๆ ใบม้งใบไม้ติดเต็มหัว ยูคิเลยมาช่วยปัดใบไม้ให้ด้วยน้ำเสียงรักใคร่เอ็นดู (จุดนี้ดิชั้นพูดไม่ออกบอกไม่ถูกแล้วค่ะว่าใครน่าตบกว่ากันระหว่างนุ้งยูคิกับท่านอาจารย์อิโต้)

คราวนี้พอยางามิจะเดินหนีอีกรอบ ยูคิถึงขั้นกระโดดตะครุบแล้วบอกว่าจะไม่ปล่อยให้หนีจนกว่าจะตอบคำสารภาพรักเมื่อกี้และกอดแน่นมากไม่ยอมปล่อย

ยางามิเขินๆ พูดไม่ค่อยออก บอกว่าฉันว่าเสียงร้องเพลงของนายสุดยอดมากนะ แต่ไอ้เรื่องชอบเนี่ยไม่รู้หรอก ยูคิที่ซบอกยางามิอยู่บอกว่ายางามิใจเต้นแรงมากเลยนะ ขอจูบอีกทีได้มั้ย เห็นยางามิไม่ตอบอะไรก็จูบเลย จูบแล้วยังไม่สาสมใจก็เลยขอจูบซ้ำอีกทีและชมว่ายางามิหน้าแดงน่ารักจังเลย

ฉากนี้เขินแรงมาก โฮฮฮฮฮฮฮ จิกเมาส์แรงงงงงงงง ยางามิตอนเขินน่ารักมากชริงๆ (99% เป็นเพราะคนพากย์) สุดท้ายยางามิก็ไม่ได้ตอบรับว่าชอบแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่เขินจนบอกว่าห้ามมองหน้า

และแล้วก็เข้าสู่ฉากจบบบบบ เพิ่งสอยมาแค่ฉากจบแบบเร็นไอ

ฉากจบนี้ยางามิจะออกจากชมรมเคองเพราะอยากลองเผชิญหน้ากับไวโอลินอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ซ้อม ซ้อม ซ้อมไวโอลิน วันหยุดก็บ้าซ้อมทั้งวัน หมกมุ่นอยู่แต่เรื่องดนตรี จนยูคิที่อยู่ด้วยบ่นว่าคนเป็นแฟนกันอยู่ในห้องรโหฐานด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ บรรยากาศมันควรจะหวานแหววกว่านี้รึเปล่า? ว่าแล้วก็จับมือยางามิเลีย (แรว๊งงงงงงง) ยางามิก็งงๆ ว่าอะไร เลียทำไม เป็นหมารึไง หรือหิว?? (นี่ก็บื้อจั๊งงงงงงง)

ยูคิตอบว่าหิวสิ หิวมากด้วย ยางามิเลยไล่ไปหาของกิน แต่ยูคิบอกว่า หิวยางามิต่างหาก (……… /ง้างมือสูงมาก)

ทว่ายูคิหาได้กินยางามิไม่ ยางามิกำลังตั้งหน้าตั้งตาเขียนบรรทัดห้าเส้นแต่งเพลงแล้วก็ฮัมให้ฟัง ยูคิฟังแล้วชอบมาก บอกว่าอยากลองร้องจังเลย ยางามิเลยบอกว่าจะยกเพลงนี้ให้ละกันนะ

ระหว่างกำลังกะหนุงกะหนิง แม่ยางามิก็โทรมาบอกว่ากลับมาญี่ปุ่นเนื่องในโอกาสยางามิจะรับการผ่าตัดหู ยางามิบอกแม่ว่าตอนนี้อยู่กับเพื่อน ยูคิเลยส่งเสียงอยู่ข้างๆ ว่า แฟนต่างหาก แฟน (เอ๊ะอีนี่ 555555555555) ยางามิเลยตัดสายแม่ไปเลย (สายไปแล้วแหละนาย /ตบไหล่)

เนื่องจากยางามิจะไปเข้าโรงพยาบาลแถวบ้านซึ่งอยู่ไกลมากและต้องไปนานหลายวัน ยูคิเลยบ่นว่ายางามิไม่อยู่ต้องเหงาแน่เลย ว่าแล้วก็กดยางามิลงบนเตียงแล้วจูบรัวๆ ค่าาาาาาาาาา โอ๊ยยยยยยยย

yagami-ending

ตอนแรกยางามิตกใจ อึ้ง และขัดขืน แต่ยูคิไม่ยอมปล่อย ยางามิเลยยอมแพ้ปล่อยให้นายเอกเป็นฝ่ายดำเนินรายการ จบบบบบบบบบ (ทำไมจบแบบไม่แน่ใจในโพสิชั่น /กุมหน้า)

ความประทับใจโดยรวมที่มีต่อรูทนี้คือ ยางามิปกติมาก น้ำตาจะไหล (ชมจริงๆ นะ ไม่ได้ประชด) คือระบบความคิดดูเป็นเหตุเป็นผลเข้าใจได้มากกว่าคนอื่นๆ นี่เจอมาทั้งเอ็กซ์เมนจูนิเบียว ทาสผู้ซื่อสัตย์มาดแมนแข็งแกร่งแต่กลัวผี ตาแว่นหื่นเงียบชอบแต่งนิยายลามก นักดาบจากอูเทน่ากับการตามหานินจาที่หายไป ……พอได้มาเจอรูทวุ่นรักนักดนตรีแล้วรู้สึกสงบสุขเหลือเกิน อาาา ความสนุกในรูทนี้อยู่ตรงความแรดของน้องยูคินี่แหละ รุกแรงเหลือเกิน ด่าน้องเพลินไปเลย

แต่ที่ประทับใจที่สุดคือความพยายามของโนบุคุง พากย์เสียงแหบต่ำทั้งเรื่อง เหนื่อยมั้ยคะ? อยากจิพุ่งเข้าไปเสิร์ฟน้ำมะนาวและช่วยเช็ดเหงื่อ ฮึกๆ

ทิ้งท้าย ซีจีพี่เทนนิสและเคตะที่เก็บได้มา

narisesan

เรื่องสั้นของพี่เทนนิสอ่านแล้วจั๊กกะเดียมมากโดยเฉพาะเวลาพี่เทนนิสเรียกเคตะว่า “ฮันนี่”

แต่ที่จริงเนื้อเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่เพราะมันสั้นมาก… เรื่องมีอยู่ว่าพี่เทนนิสซึ่งปกติใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกกลับมาที่ญี่ปุ่นเพื่อมาเดทกับเคตะเป็นการชาร์จพลังก่อนแข่งวิมเบิลดัน แล้วก็บอกว่าอยากให้เคตะดังไปทั่วโลกในฐานะแฟนตัวเองและขอแต่งงาน เคตะตอบตกลง จบบบบ

 

ป.ล. เกมนี้เวอร์ชั่น PSP & PS Vita เพิ่มมินิเกมด้วย โกรธธธธธ (;_____;) แต่ยังดีที่แค่เพิ่มมินิเกมเข้ามาเฉยๆ ถ้าเพิ่มอีเวนท์กับซีจีด้วยจะสะเทือนใจมาก 

2 comments on “Gakuen Heaven 2: Yagami’s route

  1. KeyLaSi says:

    ตัวนี้มีบทในเรื่องด้วยเหรอคะ……….
    ตอนเห็นรูปนี่ถึงกับต้องอ่านหัวข้ออีกทีว่า เอ๊ะ ไม่ผิดเกมแน่นะ เด๋วๆ ตอนภาพรวมที่ผ่านมาชั้นไม่เคยเห็นนายอยู่สายตาใช่มะ 55555555

    แวรรรรรรรรรรรรร โทโมะคลุงงงงงงง น่ารักน่าเอ็นดูว์น่าจ๋งจ๋านนน อิอิ แต่หลับไปในห้องเรียนมันก็ไม่ดีนะคะหนู ต้องแกล้งปวดท้องไปนอนห้องพยาบาลจิจะได้นอนสบายๆ (หือ?)

    ขลำ แรดจริง! ค่ะ แต่ถูกต้องตามนั้น 555555555

    อาราตะคุงเอาผมลงนั่ลล้ากมั่กกกกก หน้าตาคล้ายโทโมะไปเล่อะอะ

    ผู้ชายที่ล่อได้ด้วยเนื้อ… หุ่ย แย่

    หน้าตาแม่งไม่เข้ากะเครื่องดนตรีที่เล่นเล้ยยย แต่ก็ว่าละตอนเฉลยแม่งต้องเป็นอะไรไม่ทำมะดา

    หมั่นไส้เพราะเดาว่านางเล่นไวโอลินได้เก่งเลิศเลอดีกว่าชาวบ้านรึป่าวน้า…

    ต๊ายยยยยยย ตอนเอาหูไปแนบกะเฮดโฟน น้องยูคิแร่ดม้ากกกกกกกกกกกกก ดูหน้าตาแอ๊บไร้เดียงสาแต่ยั่วสึสสสสส

    พี่เทนนิสเป็นคนแบบนี้เพราะข้างในเป็นมิกิชินค่ะ กร๊ากกกกกกกกกก

    รูทนี้รู้สึกมันมีปมเยอะละเกิ้น แบบผูกๆๆๆ แล้วก็มาเฉลยโป้งเอาตอนท้ายสินะคะ

    เดี๋ยวนะ ปีหนึ่งของอาราตะนี่คือ ปีที่แล้ว? หรือ 3 ปีที่แล้ว? (ดูเหมือนน่าจะแค่ปีที่แล้วนะ แต่ปีเดียวสูงขึ้น 12 เซนนี่คือ??? โด๊บโปรตีนเรอะ?)

    ฉากซิทอัพนี่อาร๊ายยยยยยยยยยยยยยย 55555555555 รู้สึกนับถือชื่นชมผู้ที่คิดโพสิชั่นจากเหตุการณ์ที่ไม่มีอะไรทำให้คิดลามกจกเปรตได้แบบฝุดๆ ค่ะ ดีค่ะะะะ

    แหม่ เห็นมะ เก่งเกินหน้ารุ่นพี่จีจีด้วย /ตบเข่าฉาด

    แล้วอีตอนจบคลายปมนี่ต้องแบบ ง่ายจั้งงงงงงงงง 555 เอาเถอะ เด๋วยืดเยื้อไม่จบเกม เขาให้โควต้ามาเท่านี้

    น้องยูคิรูทนี้แร่ดมาก….. มากกกกกกกกกกกกกกกกกก

    คือสไตล์ผู้บ่าวไม่เล่นด้วยเลยต้องรุกๆๆๆๆ สินะ……… อ๊อยยยยยยยยยย

    ง้างมือสูงมาก 555555555555555 โอ้ย กลั้นขำไม่ไหว โปกเกอร์เฟสพังหมดกับท่อนนี้ อีแร๊ดดดดดดดดดดด นี่เทียบเท่าเคตะแล้วข่ะ บอกเล่อะะะะะะะ

    Like

    • chutipuk says:

      ก๊าก จืดจางขนาดอยู่นอกสายตาสุดๆ 5555555 แต่เวลาอยู่ในรูปรวมกับคนอื่นนี่โดนบดบังจริงๆ ค่ะ ชอบไปหลบอยู่ริมๆ หรือหลังๆ ตลอด น่าสงสารมาก 55555555

      อาราตะปล่อยผมดูคล้ายโทโมะจริงด้วยค่ะะะะ!! มิน่า เห็นแล้วรู้สึกเอ็นดูมาก แฮร้ยยย (แต่พอเอาผมขึ้นแล้วเฉยมาก ก๊าก)

      สงสารป๋ามิกิชินเลยค่ะ อิมเมจดูเป็นตาลุงขี้หลี โถวววว

      ปีหนึ่งคือปีที่แล้วแหละค่ะ สูงขึ้น 12 ซม.ในปีเดียว คือแบบบบบบ นี่คนหรือถั่วงอกกกกกกกก แต่รู้สึกว่าไม่ควรเอาความสมเหตุสมผลมาตั้งคำถามกับเกมที่มีเอ็กซ์เมนอยู่ก็เลยทำเบลอๆ ไปค่ะ 5555555555555

      รูทนี้นุ้งยูคิแรดแบบเคตะยังอายเลยค่ะ ฮือออ อยากตบน้องหลายฉากมากไม่ไหวแล้ว ขอถอนคำพูดที่เคยชมว่าเป็นเด็กดี 5555555555555 แต่ถ้าไม่รุกแรงขนาดนี้สงสัยความสัมพันธ์คงไม่คืบหน้า ยังดีที่ไม่ได้แรดแบบนี้ทุกรูทนะคะ ไม่งั้นคงด่าจนเมื่อยปาก ฮาาาาาา

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s