DIABOLIK LOVERS DARK FATE: Yuma’s route

เล่นรูทยูมะจบ (ตั้งนาน) แว้วววว

ด้วยความที่เป็นรูท 本命 เลยรู้สึกว่ารูทนี้ไม่ว่ายูมะจะออกมาทำบ้าทำบออะไรคงกรี๊ดสลบแน่ๆ และก็พบว่าเป็นจริงดังที่คาด

แต่ที่คาดไม่ถึงคือ ทำไมโมเมนต์ยูมะชูมันหวีดขนาดนี้คะะะะ โฮฮฮฮฮฮฮ คาดไม่ถึงว่าจะชงคู่นี้มาให้ขนาดนี้ (ความจริงแล้วอาจไม่ได้ชงไรมากมายหรอก ที่กรี๊ดๆ นี่คือมโนไปเองทั้งสิ้น) เล่นไปเล่นมาลืมนางเอกไปเลย คู่นี้ดีงามมาก ปลาบปลื้ม TvT

(※ คำเตือน: ผู้เขียนมองความสัมพันธ์ระหว่างยูมะกับพี่ชูด้วยสายตาไม่บริสุทธิ์)

.

*SPOILER ALERT*

.

ความจริงแล้วตั้งแต่รู้ว่าคีย์เวิร์ดของยูมะในภาคนี้คือ 「過去 (=อดีต)」ก็พอเดาได้แล้วแหละว่าภาคนี้คงไม่พ้นเล่นเรื่องอดีตสมัยยูมะเป็น “เอ็ดการ์” แหงๆ ในเมื่อภาคก่อนเล่นอดีตสมัยเป็นเด็กสลัมไปแล้ว ภาคนี้ก็น่าจะย้อนไปแตะอดีตสมัยเอ็ดการ์บ้าง เพราะในมอร์บลัดแทบไม่ได้เล่าอดีตส่วนนี้จากฝั่งยูมะเลย

ดังนั้นเรื่องราวของยูมะในภาคนี้จึงเป็นการค้นหาและก้าวผ่านอดีต โดยมีเฟิร์สท์บลัดสองพี่น้องโผล่มาก่อกวนเป็นระยะๆ  ได้มาเห็นจากมุมของยูมะบ้างก็ดีเหมือนกัน แม้จะไม่กิ๊บกิ้วเท่าเห็นจากมุมพี่ชูก็ตาม (*´∀`*)

รูทยูมะเปิดฉากมาก็ดุเดือดเลย

แพทเทิร์นบทนำของฝั่งมุคามิจะเริ่มมาเหมือนๆ กันคือทุกคนต่อสู้กับหมาป่าแล้วไล่ให้นางเอกหนีไปโลกปีศาจคนเดียว (สลับกับซากามากิที่เผ่นไปโลกปีศาจกันหมดแล้วทิ้งนางเอกให้อยู่คฤหาสน์คนเดียว…)

ในบทนำของยูมะเนี่ย นางเอกจะวิ่งกลับมาที่คฤหาสน์เพราะเป็นห่วงยูมะ กลับมาถึงก็เจอชินกำลังกระทืบยูมะกับโคคุงอยู่อย่างสนุกสนาน นางเอกเห็นแล้วกลัว แต่คนเล่นเห็นแล้วโกรธมือไม้สั่นระริก กรี๊ดดดดดดดดด นังชิ๊นนนนนนนนนน!!!!! บังอาจจจจจจจจจจ!!!!!!!! (นี่ถ้าทำได้คงพุ่งทะลุจอเข้าไปรับตรีนชินแทนยูมะกับโคคุงแล้ว ฮืออออ)

ฉากนี้ชินตื้บยูมะไปก็เค้นถามหาตัวนางเอกไปพลาง แต่ยูมะมาดแมนแฮนด์ซัมมาก โดนกระทืบปางตายแค่ไหนก็ไม่บอก ดีงามมากค่ะพ่อคนสวนของป้าาา (อวยหน้ามืดตามัว)

ส่วนนางเอกเห็นยูมะโดนกระทืบและเห็นชินถามหาตัวเองก็คิดได้ว่า เราควรเผ่นก่อนดีกว่า (แล้วหล่อนมาที่นี่ทำไม…) แต่หนีไปได้ไม่ทันไรก็เจอคาร์ล่าดักอยู่ ซึ่งคุณพี่คาร์ล่าก็โชว์โหดด้วยการบีบคอนางเอกและพังกำแพงเป็นผุยผงให้ชมเป็นขวัญตาพร้อมกับบอกว่าถ้าเธอไม่มีเลือดเฟิร์สท์บลัด ฉันคงฆ่าทิ้งไปแล้ว

ระหว่างที่นางเอกงงๆ ว่า เอ๊ะ นี่จะมาจับตัวฉันใช่มั้ย? แล้วพี่จะพังบ้านคนอื่นทำมะเขืออะไร? ยูมะก็วิ่งหอบแฮ่กๆ มาช่วยเพราะได้ยินเสียงนางเอกร้อง และตัดสินใจว่าลำพังตัวเองกับโคคงสู้สองพี่น้องเฟิร์สท์บลัดไม่ได้แน่ ดังนั้นยูมะจึงหิ้วนางเอกและโคคุงที่สลบเหมือดไปแล้วบินหนีไปเลย ฟิ้วววว

yuma-cg

พอหนีไปถึงโลกปีศาจแล้ว แทนที่จะตรงไปที่ปราสาทฝั่งมุคามิ พวกยูมะกลับไปที่ปราสาทซากามากิก่อนซะงั้น จริงๆ แล้วมันก็เป็นปราสาทเดียวกันแหละ แค่สองบ้านนี้เค้าแยกกันอยู่คนละตึก

และคนที่โผล่หน้ามาต้อนรับ(?)ก็คือพี่ชูจ้าาาาาา กรี๊ดดดดดด (แค่เห็นสองคนนี้ออกมายืนด้วยกันก็ใจสั่นไปหมด อาการหนักมาก)

ยูมะคุงเจอหน้าพี่ชูแล้วก็ตัดพ้อต่อว่า(?) ข้อหาที่แอบหนีมาโลกปีศาจก่อน ส่วนพี่ชูก็ถามว่าไปได้แผลมาจากไหน โดนเล่นงานเข้าเหรอ? (แฮร้ย มีการเป็นห่งเป็นห่วง) ยูมะเลยจิกกัดนิดๆ ว่าใช่ซี้ พวกฉันสู้กับพวกเฟิร์สท์บลัดนั่นจนถึงที่สุดเลย ไม่เหมือนพวกนายที่หนีมาก่อนหรอก

ทีนี้พอยูมะกับโคคุงจะไปตามหาพวกรุกิในปราสาท พี่ชูก็รั้งตัวไว้ แต่พอยูมะถามว่ามีอะไรอีก? พี่ชูกลับตอบว่าไม่มีอะไร

จนกระทั่งพวกยูมะเดินออกไปพ้นแล้ว พี่ชูถึงพึมพำกับตัวเองว่า “อย่าตายล่ะ”

shusan

แอร้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก#$%^&*)&^&^%#$%&*&$#
(ยูมะจะเป็นจะตายยังไงไม่รู้แหละ ที่รู้ๆ คือคนเล่นจะตายเพราะคู่นี้หลายรอบละ†††††)

แยกกับพี่ชูแล้วพวกยูมะก็เจอรุกิกับอาซึสะอยู่ในปราสาทนั่นแหละ ฉากตอนเจอกันนี่อาซึสะน่าร๊ากกกกก อาซึสะเห็นหน้านางเอกแล้วทำเสียงกระดี๊กระด๊ามากที่ได้เจออีฟ (แต่ก็เป็นเสียงดี๊ด๊าแบบเนือยๆ เพราะต้องคีพคาแรคเตอร์…) แต่พอเห็นพวกยูมะกลับทำเสียงเซ็งๆ ว่า อ๊ะ ยูมะกับโคอยู่ด้วยนี่นา (ตอนพูดประโยคหลังเสียงน่ารักมาก แงงงง ไดซากุซังขาาา)

azuchankawaiii

ส่วนหม่าม้ารุกิดุเล็กน้อยว่าทำไมมาช้ากันจัง ไปเตร็ดเตร่ที่ไหนกันมา พอยูมะจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง อาซึสะก็แย้งว่าพวกยูมะน่าจะเหนื่อยนะ ไปพักกันก่อนดีกว่ามั้ย (อาซือออออ น่ารักอีกแล้วววว โฮววววว)

พอโดนอาซึสะกับรุกิไล่ไปนอนพัก ยูมะก็ลากนางเอกเข้าห้องแล้วบอกว่าจริงๆ แล้วยูมะกำลังโกรธเรื่องที่นางเอกย้อนกลับไปที่คฤหาสน์แทนที่จะหนีมาที่โลกปีศาจ ดังนั้นยูมะจึงลงโทษด้วยการจูบจนนางเอกตาลาย (…..ว้อท? ลงโทษ? พูดใหม่ซิ?) หลังจากนั้นพอนางเอกเล่าให้ฟังว่าชินกับคาร์ล่าที่บอกว่าตัวเองเป็นเฟิร์สท์บลัดคือนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมา ยูมะเลยตั้งท่าจะไปรายงานให้รุกิฟัง แต่ก่อนไปยูมะบอกนางเอกให้พักผ่อนเพราะว่า “กลับมาแล้วฉันจะไม่ปล่อยให้เธอนอน……จนถึงเช้า” /ขอพักดมยาดมตราโป๊ยเซียนใช้ดมใช้ทาในหลอดเดียวกันแป๊บนะ

omgyumaaa

ซึ่งบทนำบทแรกสุดของยูมะจะจบลงตรงนี้แหละ หลังจากนั้นจะเป็นพาร์ท Situation ซึ่ง……เล่นแล้วรู้สึกว่าเอาเครื่องปั๊มหัวใจมาวางข้างๆ กันเลยดีกว่า ทำไมภาคนี้ยูมะหวานนนนนนขนาดนี้ คนเล่นรู้สึกพร้อมจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ O<–<

ตัวอย่างความน่ารักก็เช่น นางเอกจะหยิบหนังสือบนชั้นแต่หยิบไม่ถึงเลยขอให้ยูมะช่วยหยิบให้ แต่แทนที่จะหยิบ ยูมะดันจับนางเอกขึ้นขี่คอให้หยิบเอง ซึ่งระหว่างที่นางเอกเลือก ยูมะก็เลียต้นขานางเอกไปด้วย (เอ๊ะ ทำไมพิมพ์ออกมาแล้วมันดูจิตเสื่อมมากกว่าน่ารัก…….) นางเอกเลยเกิดอาการหมดแรงขึ้นมาและเผลอเกาะยูมะจนทั้งสองคนล้มโครมไปด้วยกัน นางเอกจึงโดนดูดเลือดเป็นการลงโทษตามสูตร

อีกตัวอย่างที่น่าร๊ากน่ารักก็เช่นตอนที่ยูมะบ่นว่าเบื่อเพราะอยู่ที่ปราสาทนี่ไม่มีอะไรให้ทำเลยมาวอแวนอนซบนางเอก นางเอกก็เอือมๆ ว่าหนักนะ ถอยๆ ไปเลยยูมะคุง (แนะ มีการเล่นตงเล่นตัวนะะะ) แล้วเกมก็ให้เราเลือกว่าจะชวนยูมะเล่นอะไรอย่างอื่นแทนดีระว่าง ① เล่นเป็นคุณหมอ ② เล่นเป็นม้า

ถ้าเลือกเล่นเป็นหมอ ยูมะจะบ่นว่าเล่นอะไรเป็นเด็กๆ แต่จะเล่นก็ได้นะ ฉันจะช่วยตรวจเธอที่เป็นคนไข้ให้เอง ถอดเสื้อซะสิ! (ทำไมเรื่องอะไรแบบนี้หัวไวจังคะน้องยูมะะะะะะะะะ) หรือถ้าเลือกเล่นเป็นม้า ยูมะจะบอกว่า ฉันจะช่วยฝึกเธอให้หนำใจเลย ยัยม้าตัวเมีย

ขำฉากนี้แรงมากทั้งสองชอยส์ ชอบมาก ตัลโหลกกกกกกก 555555555555555 แต่สุดท้ายฉากนี้ก็ลงเอยโดยที่ไม่ได้เล่นอะไรที่เลือกๆ ไป กลายเป็นว่ายูมะจูบนางเอกจนหมดสติ พอนางเอกตื่นมาอีกทีก็พบว่ายูมะกำลังดูดเลือดตัวเองอยู่ …รู้สึกยูมะเนี่ยฉากจูบกับดูดเลือดเยอะเกินหน้าเกินตาคนอื่นมากกกกก ยุยจังปากเบินหมดละ

มีอีกฉากที่ชอบแต่ไม่เชิงว่าน่ารัก (จริงๆ แล้วน่าเตะด้วยซ้ำ) ฉากนี้โคคุงช่วยทำผมให้นางเอกออกมาเป็นทรงเดียวกันกับตัวเอง ทำเสร็จแล้วโคคุงก็บอกให้ไปอวดยูมะ เดี๋ยวยูมะต้องชมแน่ๆ เลยเอ็มเนโกะจัง นางเอกเลยหน้าระรื่นไปอวดทันที แต่ยูมะทักว่าทำไมทรงมันคุ้นๆ กลิ่นสเปรย์ก็คุ้นๆ นางเอกเลยบอกว่าโคคุงเป็นคนทำให้แหละ

ทีนี้ยูมะเลยโมโหว่านอกใจได้ไง (แค่ทำผมเนี่ยนะ…) ว่าแล้วก็ลากนางเอกเข้าครัวแล้วจิกหัวเอาน้ำล้างกลิ่นสเปรย์ของโคคุงออก ตามด้วยจับถอดเสื้อแล้วบอกว่าจะล้างกลิ่นโคออกให้หมด พอนางเอกขัดขืนก็จับดูดเลือดอีกต่างหาก โอ้ยยยยย โหดไปไหนคะลูก นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงรู้สึกอยากตบเกรียนซักทีสองที แต่นี่ยูมะไง ทำอะไรกรี๊ดหมด ยอมใจ O<–< (ชอบฉากนี้เพราะไม่คิดว่ายูมะจะหึงโหดขนาดนี้ด้วยแหละ อุฮิๆๆ)

ส่วนพาร์ทเนื้อเรื่องเปิดฉากมายูมะก็บ่นว่า ว่างจัง (เพราะอยู่โลกปีศาจแล้วไม่มีแปลงผัก ยูมะเลยไม่รู้จะทำอะไร โอ๊ย ขำ น่ารักกกก) ระหว่างที่ยูมะกำลังบ่นๆ ว่ากลับโลกมนุษย์ซะเลยดีมั้ย หม่าม้ารุกิก็โผล่พรวดพราดมาห้ามและขู่ว่านางเอกโดนพวกเฟิร์สท์บลัดหมายปองอยู่นะ ขืนโดนจับไปจะทำไง ตามด้วยบ่นนู่นนี่นั่นบลาๆๆ (รุกิคุงรูทนี้ออร่าหม่าม้ามาเต็ม ดูเป็นคุณแม่จู้จี้ขี้บ่นเมิ่กๆ)

รุกิขู่โน่นนี่นั่นจนนางเอกกลัว ยูมะเลยปลอบว่า ไม่ต้องกลัว ฉันจะคอยปกป้องเธอเอง พูดจบก็จูบนางเอกเพื่อให้นางเอกคิดอะไรไม่ออกนอกจากคิดเรื่องยูมะ… ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี่รุกิก็ยืนดูอยู่ข้างๆ นั่นแหละ 55555555 รุกิเห็นแล้วทำท่าเอือมๆ บอกว่า ยังไงก็อย่าประมาทแล้วกัน ก่อนจะเดินหนีไป ยูมะเลยนึกได้ว่ารุกิก็อยู่ด้วยนี่หว่า ลืมไปซะสนิทเลย (ชักสงสารรุกิคุงเบาๆ)

หลังจากนั้นยูมะก็ชวนนางเอกออกไปเดินเล่นนอกปราสาท ชอบฉากที่เดินไปเจอบ้านร้างแล้วยูมะบ่นว่าง่วง นางเอกเลยให้ยูมะนอนหนุนตัก ซีจีฉากนี้ยูมะยิ้มแป้นแล้นน่ารักมวากกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)

yumanoegaodaaaaa

เห็นยูมะมีความสุขก็ดีใจค่ะ /ซับน้ำตา

ทว่านอนหนุนตักสวีทหวานแหววได้ไม่ทันไร ตัวจริงของยูมะพี่ชูก็บังเอิญโผล่มาที่บ้านร้างแบบง่วงๆ งงๆ และถามว่าทำไมพวกยูมะถึงมาอยู่ที่นี่?? พอยูมะถามกลับว่านายนั่นแหละมาทำอะไรที่บ้านร้าง พี่ชูจึงตอบว่า อยู่ที่ปราสาทมันอึดอัดก็เลยออกมาเท่านั้นแหละ (บ๊ะะะะะะะะ ใจตรงกับยูมะเลยนะคะคุณพี่ คริๆๆๆๆ)

ยูมะพานางเอกออกจากบ้านร้างเพราะหงุดหงิดที่โดนพี่ชูโผล่มาขัดจังหวะตอนบรรยากาศกำลังดีๆ แต่ถึงจะเป็นฝ่ายเดินหนีมา ยูมะก็ยังเอาแต่พูดถึงพี่ชูว่า ทำไมเจ้านีทบ้านซากามากิต้องลงทุนถ่อมาถึงบ้านร้างนั่นด้วยล่ะ มันแปลกๆ นะ? (ก็โผล่มาเป็นก้างไงคะ อะฮิๆๆๆๆ)

เดินไปสักพักยูมะกับนางเอกก็ค้นพบทางเข้าท่อระบายน้ำเลยมุดลงไปในท่อกัน นางเอกเห็นท่อระบายน้ำมืดๆ ก็ทำท่าทางกลัวๆ (ใช้ชีวิตกับแวมไพร์เป็นฝูงมาขนาดนี้แล้วหล่อนยังจะกลัวอะไรอี๊กกกกก) ยูมะเลยจับมือนางเอกไว้และบอกว่าฉันจะปกป้องเธอเอง ภาคนี้ยูมะพูดอะไรทำนองว่า จะคอยปกป้อง ไม่ต้องกลัว สบายใจได้ ฯลฯ บ่อยมากกก จุดนี้ทำให้รู้สึกว่ายูมะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนิดนึงนะ (* ̄∇ ̄)

ยิ่งเดินลึกเข้าไปในท่อมากขึ้นเรื่อยๆ ยูมะก็บอกว่ารู้สึกแปลกๆ และเกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรงขึ้นมา นางเอกเลยชวนกลับปราสาท กลับมาถึงยูมะก็ขอไปที่ห้องตามลำพังเพราะมีเรื่องอยากคิด โดยก่อนไปยังไม่ลืมจูบนางเอกเพื่อให้หายกังวล จูบเสร็จก็บอกว่า กลับมาทำหน้าตาโง่ๆ เหมือนเดิมซะทีนะ (……)

พอยูมะเดินลับไปแล้ว รุกิก็บอกว่า ไอ้การไปนั่งคิดอะไรคนเดียวเนี่ยไม่สมเป็นยูมะเลย (เพราะคนอย่างยูมะไม่เคยคิดอะไรเลยใช่มั้ยคะหม่าม้า ก๊ากกกก) นางเอกเลยเล่าเรื่องที่ยูมะปวดหัวขึ้นมาให้ฟัง โคคุงซึ่งเผอิญเดินผ่านมาบอกว่านั่นน่าจะเป็นแฟลชแบ็คนะ ยูมะอาจปวดหัวเพราะกำลังจะนึกอะไรบางอย่างในอดีตออกก็ได้

โคคุงถามนางเอกว่า กำลังคิดอยากช่วยให้ยูมะได้ความทรงจำกลับมาใช่มั้ยล่ะ? ถ้าสมมติว่าเธอความจำเสื่อม เธอจะนึกอยากได้ความทรงจำกลับมารึเปล่า? (เฮ้ย ทำไมตั้งคำถามได้ดี?? ประหลาดกว่ายูมะอยากคิดอะไรตามลำพังอีกนะเนี่ย!?)

นางเอกตอบว่า แหงอยู่แล้ว เพราะไม่รู้เรื่องของตัวเองมันทรมานจะตาย แต่อาซึสะบอกว่าป่านนี้แล้วเนี่ยนะ นี่มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว การไม่มีความทรงจำนั่นอาจจะดีก็ได้ (เฮ้ย คนนี้ก็พูดดี! พี่น้องมุคามิเป็นอะไรกันไปหมดแล้ว??)

แต่ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วยูมะยังไม่ออกมาจากห้องซะที นางเอกเลยเกิดเป็นห่วงจนบุกเข้าไปตามถึงในห้องและพบยูมะกำลังนอนครางเหงื่อท่วมเพราะฝันร้าย นางเอกจึงใช้วิธีกุมมือเผื่อยูมะจะรู้สึกดีขึ้น (อิ๊!! นี่หล่อนฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งตอนยูมะหลับเหรอ ร้ายกาจ!!) ครั้นเมื่อยูมะตื่นมา นางเอกก็โดนยูมะจับดูดเลือดอย่างรุนแรงราวกับยูมะกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง (วิธีปิดบังโหดไปมั้ยคะนุ้งยูมะ…?)

ส่วนฝันร้ายของยูมะที่ว่านั่น จะมีการเฉลยให้ผู้เล่นรับชมกันในช่วง Epilogue ของบท Dark นี่เอง ย้อนความสมัยยูมะเป็น “เอ็ดการ์” กันเต็มๆ อาาาาา เด็กน้อยยยยยยย (///∇///)

ฝันที่ยูมะเห็นเป็นเรื่องราวของครอบครัวของยูมะสมัยยังเด็ก ครอบครัวที่ว่าเป็นครอบครัวเกษตรกร (ที่แท้ความแมเนียพืชผักมันฝังอยู่ในสายเลือด) ปลูกผักเก็บผลไม้ไปวันๆ แต่ก็มีความสุขดีตามอัตภาพ ตัดภาพไปอีกที ไฟไหม้ตายเรียบทั้งหมู่บ้าน มีแค่น้องเอ็ดการ์ที่รอดมาได้ (เพราะออกไปเดทกับคุณชายชูอยู่พอดี อะฮิๆๆๆๆๆ)

ยูมะที่ฝันเห็นครอบครัวของเอ็ดการ์พอจะเดาได้ว่านั่นคืออดีตของตัวเอง ทำเอาเจ้าตัวไขว้เขวว่าจะตามล่าหาอดีตหรือปล่อยมันไว้อย่างนี้ดี พอสับสนมากจนไม่รู้จะทำไง ยูมะก็กระโดดหน้าต่างหนีนางเอกไปดื้อๆ เลย ติสท์ไปมั้ยพ่อคุณ…

สุดท้ายยูมะก็เลือกที่จะตามหาอดีตนั่นแหละ ยูมะกลับลงไปในท่อระบายน้ำอีกครั้งและอาการปวดหัวก็มาเยือนอีกรอบพร้อมด้วยภาพแฟลชแบ็คสมัยเป็นเด็กชายเอ็ดการ์ (ทำไมบทจะนึกอดีตออกก็ง่ายดายไปหมด??)

เหตุการณ์ที่ยูมะนึกได้ในฉากนี้คือเป็นเรื่องราวความหลังเมื่อครั้งเอ็ดการ์กับชูคุยกันว่าท่อระบายน้ำแห่งนี้จะเป็นรังรักฐานทัพลับของพวกเรา! ว่่าแล้วเอ็ดการ์ก็ชวนให้นุ้งชูสลักชื่อลงบนกำแพง ชื่อที่ชูสลักลงไปไม่ใช่ชื่อซากามากิ ชู แต่เป็นชื่อที่แท้จริงในฐานะแวมไพร์ ซึ่งชูบอกว่ายอมบอกชื่อนี้ให้เอ็ดการ์รู้เพื่อเป็นหลักฐานความเป็นเพื่อนของพวกเรา

edgarchan

โอ้ยยย ฉากนี้น่ารักมากกกกกกกกกกกกกก ฮืออออออออออออออออออออออ /เป็นลม

หลังจากนี้จะเข้าบท Maniac ละ พอยูมะในปัจจุบันนึกออกก็ไปสำรวจกำแพงดูว่ามีชื่อเขียนอยู่จริงรึเปล่า และก็พบชื่อเอ็ดการ์อยู่จริง แต่ยูมะนึกไม่ออกว่าคนที่สลักชื่อไว้เคียงคู่ชู้ชื่นกับตัวเองคือใคร แถมยังอ่านไม่ออกเพราะเป็นภาษาแวมไพร์โบราณอีกต่างหาก

ทว่าไม่ทันไรซากามากิ เรย์จิก็โผล่มาในท่อระบายน้ำและทำเป็นฉงนสงสัยเต็มประดาว่า เอ๊ะ ทำไมถึงมีชื่อชูเขียนอยู่ที่นี่ล่ะ? เฉลยเสร็จเรียบร้อยว่าเป็นชื่อพี่ชูแล้วก็ขอตัวหลบฉากไปดื้อๆ (เรย์จินี่ก็รับบทบาทตัวขับเคลื่อนความสัมพันธ์ยูมะชูตัลหลอดดดด)

อีกด้านหนึ่ง โคคุงที่เห็นนางเอกอยู่ไม่สุขก็ชวนนางเอกกับอาซึสะไปช่วยกันตามหาตัวยูมะ (โดยอาศัยจังหวะที่หม่ามี้รุกิไม่อยู่ ดีค่ะดี /ปวดขมับแทนหม่ามี้เบาๆ)

ชอบฉากตอนที่ทั้งสามคนตามมาเจอยูมะในท่อมากเลย (////ー////) ทั้งสามคนมาตามตัวยูมะด้วยกันแท้ๆ แต่ยูมะพุ่งเข้าหานางเอกแล้วดุว่าหัดห่วงตัวเองก่อนห่วงคนอื่นซะเถอะ ดุโน่นนี่นั่นบลาๆ แต่เป็นการดุแบบสวีทหวานมากจนโคคุงกับอาซึสะบ่นว่าเป็นฝ่ายดูยังรู้สึกอายมากกว่าอีกนะเนี่ย (โอ๊ย จะเขินหรือจะขำหรือจะสงสารดี 555555555)

ระหว่างที่บรรยากาศกำลังดี๊ดี สึกินามิ ชินเจ้าเก่าก็โผล่มาทักทายถึงในท่อ โคคุงเลยบอกว่าตัวเองกับอาซึสะจะถ่วงเวลาไว้เอง ยูมะพาเอ็มเนโกะจังหนีไปซะเถอะ (แอร่กกกก รายนี้ก็ทวีความอิเคเม็งขึ้นทุกวี่ทุกวัน พอลดละเลิกนิสัยเกรียนๆ แล้วโคตรน่ารักเลย ฮือ)

koukunikemensugiiii

แต่ระหว่างที่ยูมะพานางเอกหนี ชินก็ใช้พลังทำให้ท่อถล่มจนพวกยูมะคลาดกับพวกโคคุง พอยูมะออกมาจากท่ออีกทีก็มาโผล่ที่หมู่บ้านที่ตัวเองเกิดและโตมาในฐานะเอ็ดการ์ซึ่งอยู่ในโลกมนุษย์ (อะไรมันจะบังเอิญขนาดดดด)

พอเจอสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับอดีตของตัวเอง ยูมะก็เกิดอาการปวดหัวอย่างหนักขึ้นมาอีก และจู่ๆ แวมไพร์ปริศนาคลุมหน้าคลุมตาชื่อเมลซ์ (ซึ่งไม่ได้ลึกลับอะไรเลยเพราะโดนเฉลยมาตั้งแต่รูทอายาโตะแล้วว่าเป็นใคร) ก็โผล่มาแสดงอาการเป็นห่วงคนแปลกหน้าและเชิญไปพักที่บ้านของตัวเอง ด้วยความที่อาการยูมะไม่ค่อยดี นางเอกจึงยอมตามไปบ้านเมลซ์อย่างง่ายดาย (นี่ก็ผ่านมาหลายภาคแล้ว พี่ว่าน้องยุยควรเรียนรู้ได้แล้วว่าไม่ควรเชื่อคนง่ายนะคะ…)

ซีนาริโอ้ต่างๆ ในพาร์ท Situation ของบท Maniac จะดำเนินอยู่ในบ้านของเมลซ์นี่แหละ บทนี้ก็ยังคงหวานแหววกุ๊กกิ๊กน่ารักอยากกระอักเลือดตายเช่นเคย (///ω///)

ฉากที่รู้สึกว่าคิวท์ไม่ไหวแล้ววววววว คือตอนที่นางเอกโดนเด็กวิ่งชนจนล้มขาแพลง ยูมะเลยให้นางเอกขี่หลัง (โอ้โห นี่อะไร หนังเกาหลีเรอะะะะะ) พอเด็กที่วิ่งชนกลับมาขอโทษ ยูมะก็ชมว่าเป็นเด็กดีนี่นา ถ้าเป็นฉันน่ะไม่ขอโทษหรอก (ขำมากตรงที่นางเอกคิดในใจว่า รู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องที่จะมายืดอกพูดนะ 5555555555555) คืออีฉากขี่หลังนี่ก็รู้สึกกิ๊บกิ้วดีอยู่หรอก แต่หลังจากนั้นพอยูมะจับนางเอกวางแล้วจูบข้อเท้าและดูดเลือดจากส่วนที่บวมเพื่อเป็นการรักษานี่เริ่มรู้สึกว่ามันทะแม่งๆ…….

อีกฉากที่ประทับใจแบบแปลกๆ เป็นฉากที่ยูมะกับนางเอกไปเดินเล่นกันแล้วฝนตกเลยต้องวิ่งไปหลบฝนใต้ต้นไม้ ทันใดนั้นจู่ๆ ยูมะก็ถอดเสื้อและบอกว่าจะใช้ร่างกายทำให้อบอุ่นขึ้น ทำเอานางเอกหน้าแดงแปร๊ดดดด ยูมะเลยหัวเราะและบอกว่าพูดเล่น (ว้า เสียดาย…) และสุดท้ายวิธีที่ยูมะใช้สร้างความอบอุ่นให้นางเอกคือ ดูดเลือด…… อืม ก็คีพคอนเซปท์เกมดีนะคะ

อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวรู้สึกว่าซีนาริโอ้ของยูมะที่กำลังจิตตกนี่มันเนือยนายไปหน่อยนะ คือไอ้หวานมันก็หวานแหละ แต่ความบ๊องสไตล์ยูมะมันขาดๆ หายๆ ไปนิด ชอบยูมะที่ร่าเริงกว่านี้มากกว่า (สำหรับเราแล้ว ยูมะที่พีคที่สุดคือยูมะในมอร์บลัด เยิฟฟฟฟ♥)

ส่วนในพาร์ทสตอรี่ก็ยังคงวนเวียนอยู่กับการตามหาอดีตของยูมะกันต่อไป ซึ่งวิธีที่ยูมะใช้คือไปถามเรื่องราวจากคนชราในหมู่บ้าน (ทำไมมันเริ่มฟังดูเป็นเกม RPG) ข้อมูลที่ได้มาคือ นอกจากยูมะแล้วยังมีเพื่อนข้างบ้านยูมะรอดมาอีกคน และคนที่รอดมานั้นเคยกล่าวว่าไฟไหม้หมู่บ้านครั้งนั้นเป็น “ฝีมือของปีศาจ”

นี่ถ้าไม่รู้อดีตของยูมะมาก่อนอาจจะตื่นเต้นกับการตามหาอดีตนิดนึง แต่ดันรู้จากรูทพี่ชูในมอร์บลัดมาหมดเปลือกแล้ว พอเห็นตัวการทำไฟไหม้ครั้งนั้นโดนเรียกว่าปีศาจแล้วอดขำไม่ได้ ก็ปีศาจจริงๆ แหละนะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

ได้ข้อมูลจากคนในหมู่บ้านแล้วยูมะก็กลับมานั่งปรับทุกข์กับนางเอกที่บ้านเมลซ์ ซีจีฉากนี้น่ารักกกกกกก แง้งงงง

yumakunkawaii

ถึงอายุจริงยูมะน่าจะหลายสิบขวบปี เผลอๆ เฉียดร้อยหรือเกินร้อยไปแล้วด้วยซ้ำ แต่พอเห็นยูมะทำหน้าเหมือนหมาหงอยแบบนี้แล้วรู้สึกว่า เด็กเอ๋ยเด็กน้อยยยยยย ฮริ้งงงงงง (*´∀`*)

เหตุการณ์ในฉากนี้คือยูมะกอดนางเอกและขอบคุณที่ช่วยรับฟัง ขอบคุณที่อยู่เคียงข้าง และขอให้อยู่ข้างกันตลอดไป ตบท้ายด้วยขอดูดเลือดเพราะคอแห้งมาก (ณ จุดนี้รู้สึกว่าฉากดูดเลือดของยูมะเยอะระดับแซงทุกรูทที่ผ่านมารวมกัน เอาหลอดชานมไข่มุกปักคอกันเลยดีกว่ามั้ย)

จากนั้นพอถึงเวลาอาหารเย็น เมลซ์ก็มาเรียกไปกินข้าว ตอนแรกยูมะไล่เมลซ์ไปเพราะรู้สึกว่าเมลซ์น่าสงสัย (คิดได้ช้าไปมั้ยคะลูก? กินข้าวบ้านเขามากี่มื้อแล้ว??) แต่นางเอกบอกว่าทำแบบนี้ยูมะคุงดูเป็นคนไม่ดีเลยนะ ยูมะเลยเปลี่ยนใจยอมกินข้าวที่เมลซ์เตรียมให้และขอให้เมลซ์พากลับโลกปีศาจ

และขณะอยู่ในป่าซึ่งเป็นทางกลับโลกปีศาจนั้นเอง นางเอกและยูมะก็สลบไสลไปทั้งคู่ตามแผนของเมลซ์ที่วางยาไว้ในอาหาร (นั่น บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าเชื่อคนง่าย!!) ซึ่งความจริงแล้วผู้อยู่เบื้องหลังแผนการนี้คือพวกสึกินามินั่นเอง เมลซ์รับหน้าที่ลิ่วล้อเฉยๆ (ท่านอาผู้น่าโสงสานนน เป็นได้แค่ขี้ข้าตลอด แฟนดิสก์แผ่นหน้าทำรูทท่านอาให้ทีได้โปรด)

ยูมะที่โดนจับไปขังในคุกใต้ดินตื่นมาก็เจอชินมากวนตีนเล่น ชินหัวเราะเยาะยูมะว่าเหมือนกอริล่าในกรงเลยนะ ตามด้วยเย้ยว่านางเอกไม่รอดพ้นมือพี่ชายฉันแน่นอน ฮิๆๆ

โอ้ยยยย แม่ยกยูมะโกรธธธธธธธธธ  รู้สึกยิ่งเล่นยิ่งมีเรื่องให้หมั่นไส้ชินมากขึ้นเรื่อยๆ (แต่ในหัวพยายามใส่ฟิลเตอร์ว่า เฮ้ย คู่โมริคุโบะxทัตสึฮินี่มันเรย์รันในอุตะปุรินี่นา! คิดแบบนี้แล้วรู้สึกเคืองน้อยลงนิดหน่อย ฮา) จุดเดียวที่ชอบในตัวชินคงเป็นความบราค่อนมั้ง คำก็นี่ซัง สองคำก็นี่ซัง น่ารักน่าเอ็นดูเบาๆ (เบามากจริงๆ เพราะส่วนใหญ่ชินพูดอะไรมาปรี๊ดหมด 55555555)

ฝั่งนางเอกที่โดนชินจับใส่พานถวายให้คาร์ล่าก็โดนหลอกว่ายูมะตายไปแล้ว ว่าแล้วคาร์ล่าก็ให้นางเอกดูเส้นผมของยูมะที่ตัดออกมาเป็นหลักฐาน นางเอกจึงตัดสินใจกระโดดหน้าต่างตามยูมะไปโลกหน้าเดี๋ยวนั้นเลย (กระโดดหน้าต่างกันเป็นว่าเล่นนะคะรูทนี้ หนุกหนาน)

ทว่าความจริงแล้วยูมะยังอยู่ดีมีสุขในคุกใต้ดิน ไอ้เส้นผมที่ตัดไปนั่นคือชินตัดไปหลอกคาร์ล่าเฉยๆ (แปลกใจนะที่ชินเลือกปล่อยให้ยูมะรอด ทั้งๆ ที่คาร์ล่าสั่งให้ฆ่าทิ้ง) ยูมะเขย่ากรงอยู่พักนึงก็เห็นว่ากรงมันเก่าแล้ว จึงแหกคุกออกมาได้อย่างง่ายดาย (เชื่อว่าพังง่ายจริง ทุกคนที่โดนจับขังล้วนแหกได้แบบชิลๆ ชนิดที่ไมเคิลสกอฟิลด์ต้องร้องไห้) 

ส่วนทางบ้านมุคามิก็กำลังตึงเครียดเรื่องที่ยูมะกับนางเอกหายตัวไป พอปีศาจรับใช้มารายงานว่ายูมะถูกพวกเฟิร์สท์บลัดจับตัวไป รุกิกับโคคุงก็ตั้งท่าจะรีบไปช่วยทันที ขณะที่กำลังจะออกเดินทาง พี่ชูก็โผล่มาเสนอตัวว่าจะไปช่วยยูมะอีกแรง (โฮ้ยยยยยยยยย /เป็นลมอีกรอบ บอกแล้วใช่มั้ยว่ายูมะชูดีงามมมม ฮือออออออ) ตอนที่รุกิแสดงท่าทางประหลาดใจที่คนเฉื่อยๆ อย่างพี่ใหญ่บ้านซากามากิลงทุนเสนอตัวช่วยยูมะ พี่ชูยังมีการอ้างนู่นอ้างนี่ด้วยว่าสงสัยเป็นเพราะจันทรคราสมั้ง (แฮร้ยยยย เป็นห่วงยูมะก็บอกมาตรงๆ ก็ได้ค่ะ ไม่เห็นต้องเขินเลย อุฮิๆๆๆๆๆ)

เนื้อเรื่องตรงช่วงนี้เริ่มสเกลใหญ่ขึ้นนิดหน่อย มีปีศาจเผ่าอื่นออกมาด้วย!

หลังจากแหกคุกหนีเข้าป่าได้เรียบร้อย ยูมะก็ไปจ๊ะเอ๋กับพวกปีศาจอีกเผ่าคือเผ่าวีโบร่า (=ビボラ族 น่าจะเป็นเผ่างู?) ปีศาจพวกนี้กำลังฮึ่มๆ กับสึกินามิอยู่เหมือนกันเลยคิดว่ายูมะเป็นศัตรูไปด้วย แต่ยูมะก็กล่อมจนพวกวีโบร่ายอมร่วมมือกับตัวเองบุกไปช่วยนางเอกด้วยกัน ฝ่ายนางเอกซึ่งกระโดดหน้าต่างแล้วยังไม่ตาย (หล่อนกระโดดหน้าต่างชั้นล่างสุดเรอะ?) โดนเมลซ์จับไปขังไว้ในห้อง แต่สุดท้ายก็หนีออกมาได้เอง (การรักษาความปลอดภัยบ้านสึกินามิหย่อนยานไปนะ เปลี่ยนบริษัทยามมั้ย?) และวิ่งเข้าป่ามาเจอยูมะได้เองอีกเช่นกัน สรุปว่ายูมะไม่เห็นต้องไปช่วยเลย……

นางเอกเห็นยูมะแล้วก็ตกอกตกใจน้ำตาไหลพรากเพราะนึกว่ายูมะตายไปแล้ว ยูมะเลยกอดแน่นๆ ให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ (เป็นไปตามแผน #น้องยุยไม่ได้กล่าว) 

yumakunnnn

ฉากนี้คำพูดยูมะล้อหล่อ (หล่อแบบ 普通にหล่อ ไม่ได้ทึ้งหัวเป็นพิเศษ) ประมาณว่า ฉันไม่มีทางตายไปโดยทิ้งเธอไว้หรอก เธอต้องเชื่อแค่มุคามิ ยูมะคนนี้คนเดียวเท่านั้น ซึ่งมันคงเป็นฉากที่โรแมนติกมากถ้ายูมะไม่ได้ตบท้ายว่า เข้าใจมั้ย นังหมูตัวเมีย …… /หน้าทิ่ม

ระหว่างที่ยูมะกำลังจูบนางเอกแทนการปลอบใจและเป็นสัญญาว่าจะไม่ตายจากไปก่อนนั้นเอง (ขอย้ำอีกครั้งว่าฉากจูบเยอะเกินหน้าเกินตามาก บางทียูมะก็หื่นปัยยยย) รุกิกับพี่ชูก็โผล่มาเห็นและทำหน้าเอือมระอากันทั้งคู่ ยูมะเลยบ่นๆ ว่าดันโผล่มาตอนบรรยากาศกำลังดีซะได้

ตรงนี้พี่ชูกับยูมะจะมีการต่อปากต่อคำกันเล็กน้อย (แต่คนเล่นนี่ยิ้มหน้าบานยิ่งกว่าเวลายูมะสวีทกับนางเอกอีกจ้าาาา ฮิๆๆๆๆๆ)

ยูมะบอกว่ารุกิมาช่วยยังพอเข้าใจ แต่ทำไมชูถึงมาด้วยล่ะ พี่ชูก็เฉไฉว่าไม่มีอะไร แค่อยู่ว่างๆ ก็เลยมาช่วยเท่านั้นเอ๊งงงง พอพี่ชูจะขอตัวกลับ ยูมะก็รั้งไว้และถามว่านายเคยรู้จักฉันมาก่อนรึเปล่า (อะไรเนี่ยๆๆๆ ประโยคจีบสาวเหรอคะยูมะคุงงงงงง)  พี่ชูทำท่ารำคาญและบอกว่าจะไปรู้จักได้ยังไง ยูมะเลยพูดขึ้นมาว่า “รีรีเอะ” ทำเอาพี่ชูหน้าเปลี่ยนสีและเดินหนีไปเลย (ทำไมทุกคนในเรื่องนี้ไม่รู้จักคุยกันให้จบๆ ซะบ้างคะะะะ)

แถวๆ นี้จะเป็นบท Ecstasy ซึ่งเป็นบทสุดท้ายละ

Situation ที่ชอบมากคือฉากทำสวนนนนนน นึกว่าจะไม่ได้เห็นยูมะทำสวนแล้ว ดีใจจัง ไม่มีฉากทำสวนคงรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป (ความเป็นเกษตรกรกลายเป็นโมเอ้พอยท์ของยูมะตั้งแต่เมื่อไหร่กัน??) ฉากนี้ยูมะยื่นจอบให้นางเอกอันนึงแล้วสั่งให้ช่วยกันพรวนดิน แต่นางเอกพรวนดินได้ห่วยแตกมาก ยูมะเลยช่วยสอนให้แบบถึงเนื้อถึงตัว คอยกระซิบข้างหูแล้วสอนวิธีจับจอบที่ถูกต้อง (ขนาดฉากพรวนดินยังแปรเปลี่ยนกลายเป็นฉากสวีทหวานน้ำตาลขึ้นได้ /กราบคนเขียนบท) และแล้วฉากนี้ก็จบลงโดยการ….ดูดเลือด…… สรุปว่าดินไม่ได้พรวน สวนไม่ได้ทำ บายยย

มีอีกฉากที่อยากพูดถึง ฉากนี้เปิดมาตอนที่ยูมะกับนางเอกทะเลาะกันจนรุกิต้องเข้ามาห้ามทัพ รุกิไต่สวนแล้วได้ความว่าจู่ๆ ยูมะก็เข้ามากอด ลูกอมที่นางเอกอมอยู่เลยติดคอจนเกือบตาย (……..ควรรู้สึกยังไงกับสถานการณ์นี้ดี ต้องขำมั้ย…?) รุกิบอกว่างั้นคงต้องลงโทษทั้งคู่ ยูมะที่กลัวการลงโทษของหม่ามี้จึงรีบขอโทษและบอกว่าตัวเองผิดเองแหละที่สั่งสอนนางเอกไม่ดีพอ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวยูมะจะเตือนนางเอกเอง (ขอโทษผิดประเด็นรึเปล่าคะ??) 

ตัดฉากมาอีกทีในห้องนอน ยูมะกำลังใช้แส้เฆี่ยนนางเอกเพียะๆๆ อย่างเมามัน………….. /ขยี้ตาแพรพ

เรื่องมันมีอยู่ว่า ยูมะไปบอกรุกิว่าอยากลงโทษนางเอก รุกิเลยให้ยืมแส้มาใช้สั่งสอน ซึ่งยูมะที่ได้แส้มาก็นำมาใช้เฆี่ยนนางเอกอย่างว่าง่าย เฆี่ยนจนเบื่อแล้วก็บ่นๆ ว่าเลือดออกเยอะ เสียดายจัง ……….อึ้งกับฉากนี้มาก รู้สึกเป็นฉากที่ไม่สมเป็นยูมะเลย แต่ได้เห็นยูมะเล่นแส้ก็โอเค้ แปลกใหม่ดี มีชีวิตชีวาดีด้วย ไม่ค่อยเนือยเหมือนในบท Maniac

จะว่าไปแล้วก็สงสารน้องยุยนะ ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแท้ๆ โดนแกล้งจนลูกอมติดคอแล้วทำไมต้องโดนเฆี่ยนด้วยเนี่ย งงมาก แต่ชอบตอนน้องยุยโวยวายด่าว่ายูมะว่าเล่นซะเกือบตาย ทำดีมาก สู้คนเข้าไว้ค่ะน้อง อย่ายอมตกเป็นเบี้ยล่างอีพวกนี้ (เจอยูมะเล่นแส้แล้วเปลี่ยนมาเข้าข้างนางเอกทันที สงสาร)

ส่วนเนื้อเรื่องบทนี้เป็นบทสุดท้ายแล้ว

เนื้อเรื่องช่วงแรกๆ ในบทนี้ออกแนวสงบสุขปนกุ๊กกิ๊กหวานแหวว มีฉากทำสวนกะหนุงกะหนิงอีกแล้ววววว (〃∀〃) แต่ฉากที่ปลาบปลื้มที่สุดคือตอนนางเอกนั่งกินข้าวกับสี่หนุ่มมุคามิพร้อมหน้าพร้อมตา ฉากนี้โคคุงเคี้ยวข้าวไปก็พูดไป รุกิเลยคอยดุซ้ำๆ ว่าเวลาจะพูดต้องกลืนอาหารลงไปก่อนสิ! ชอบเวลาบ้านมุคามิใช้เวลาด้วยกันแบบแฮปปี้แฟมิลี่ง่ะะะะ อบอุ่นหัวใจดี รูทนี้ไม่มีทะเลาะกันแบบรูทรุกิด้วย รักใคร่กลมเกลียวกันดีมาก (*´ω`*)

แต่ปัญหาคือยูมะยังคงนั่งกลุ้มใจเรื่องอดีตจนกินข้าวไม่ลง พอนางเอกวิ่งตามไปหลังกินข้าว ยูมะก็เล่าให้ฟังว่าเพื่อนคนที่รอดชีวิตจากไฟไหม้ในอดีตครั้งนั้นมาเข้าฝันทุกคืนราวกับจะบอกให้ตามหาตัวคนร้ายที่เผาหมู่บ้าน (ขอเชิญคุณริวจิตสัมผัสบนเวทีค่ะะะะะ) 

หลังจากนั้นรุกิก็หน้าตาตื่นมาบอกว่าสถานการณ์ฉุกเฉิน! พวกเฟิร์สท์บลัดบุกโจมตีเผ่าวีโบร่าอีกแล้ว อีกไม่นานพวกนั้นอาจจะบุกมาโจมตีพวกเราก็ได้! นางเอกได้ยินแล้วไม่สบายใจ ยูมะเลยพาออกไปเดินเล่นในสวน (เดี๋ยวนะ ตามหลักแล้วเวลาฉุกเฉินแบบนี้ควรอยู่ในบ้านหรือหนีไปมั้ย? ยังไง?)

และพอออกไปข้างนอกก็บังเอิ๊ญญญญเจอพี่ชูกำลังเดินกินลมชมวิวอยู่ในสวนพอดิบพอดี พี่ชูเลยเตือนว่าให้ระวังริคเตอร์ไว้ (เตือนตอนนี้ก็ช้าไปแล้วค่ะ ท่านอาแผลงฤทธิ์ไปแล้วเรียบร้อย) พูดจบพี่ชูก็ทำท่าจะเดินหนี ยูมะเลยพุ่งเข้าไปดึงตัวเอาไว้เพราะอยากถามเรื่องอดีต แฮร้ยยยยยยยยยยยยยยย /เป็นลมรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้

ยูมะโวยวายใส่พี่ชูว่าทำไมต้องเข้ามาแส่ตลอด (เพราะมีใจไงคะ อิอิ) พี่ชูบอกว่าเดิมทีมันก็เป็นความผิดของฉันอยู่แล้ว แต่พี่ชูไม่ยอมอธิบายอะไรมากไปกว่านั้น ยูมะเลยหงุดหงิดจนอยากต่อยพี่ชู แต่นางเอกห้ามไว้ซะก่อน ยูมะเลยเป็นฝ่ายวิ่งหนีไปแทน (ขอถามอีกรอบ ทำไมไม่รู้จักคุยกันให้จบๆ ไปเลยคะะะะะ)

พอนางเอกวิ่งตามไป ยูมะก็เม้งแตกใส่ว่าทำไมต้องไปปกป้องเจ้านีทนั่นด้วย เห็นมันสำคัญกว่าฉันเหรอ บลาบลาบลา ด่าเป็นชุดแบบอยากเชียร์ให้นางเอกต่อยยูมะเรียกสติซักเปรี้ยง แต่สุดท้ายนางเอกดันโดนดูดเลือดและกดลงบนเตียงแทน

ตัดภาพมาอีกที คราวนี้กลายเป็นยูมะกำลังง้อนางเอกและขอโทษที่รุนแรงไปหน่อย ส่วนนางเอกทำหน้างอนตุ๊บป่องหันหลังให้เพราะโกรธที่ยูมะไม่เชื่อใจความรู้สึกที่ตัวเองมีให้

yuisamaaaaa

ฉากนี้ยุยจังงอนได้น่ารักมาก ชอบบบบบบบ (≧ω≦)(≧ω≦)(≧ω≦)

หายโกรธแล้วนางเอกก็หันไปถามยูมะว่า อดีตสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ? มีแค่ช่วงเวลาที่กำลังดำเนินอยู่ตอนนี้ กับช่วงเวลาที่กำลังจะสร้างหลังจากนี้ไปไม่ได้เหรอ?

ชอบคำตอบของยูมะตรงนี้มากเลย ยูมะบอกว่า แน่นอนอยู่แล้วว่าสิ่งที่สำคัญคือปัจจุบันกับอนาคต แต่ถ้าไม่สะสางอดีตก็ก้าวไปยังอนาคตไม่ได้หรอก ที่อยากรู้อดีตก็เพราะอยากก้าวเดินไปด้วยกันสองคนนี่แหละ

ในช่วง Epilogue ของบทสุดท้ายยูมะกับนางเอกจะไปงานราตรีที่คาร์ลไฮนซ์จัดขึ้นด้วยกัน ช่วงแรกงานเลี้ยงก็สงบเรียบร้อยดี สงบถึงขนาดยูมะจะพานางเอกออกไปเต้นรำกลางฟลอร์กันเลย (ตกใจมากที่ยูมะเต้นรำเป็นด้วย! ป๊ะป๋าคาร์ลสอนมาดีนะเนี่ย) แต่ยังไม่ดันได้ไปแดนซ์กัน ยูมะดันเหลือบไปเห็นพี่ชูอยู่ริมระเบียงเข้าซะก่อนเลยบอกว่าจะไปคุยกับชูหน่อย (แหมะ พอตัวจริงโผล่มาแล้วทิ้งขว้างนางเอกกันเลยนะะะยยย์) ที่จริงยูมะชวนนางเอกไปฟังด้วย แต่นางเอกรู้งานดีมาก ไล่ยูมะให้ไปคนเดียวเพราะถ้าตัวเองไปด้วยอาจคุยกันไม่สะดวก (/ชูนิ้วโป้งให้น้องยุย) 

ยูมะเข้าหาพี่ชูแล้วถามกันตรงๆ เลยว่า นายรู้ใช่มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นที่หมู่บ้านนั่น? ตอนแรกพี่ชูเฉไฉไม่ยอมบอกตามเคย แต่ยูมะบอกว่า นายเป็นเพื่อนสนิทของเอ็ดการ์ไม่ใช่เหรอ? ตอบมาเถอะ ชู ในฐานะเพื่อนสนิทของฉัน

/ขอยาดมซักสิบหลอดค่ะะะะะะะะะะะะะะ

เจอไม้ตายนี้เข้าไป พี่ชูเลยตอบว่า คนที่เผาหมู่บ้านนั่นคือฉันเอง… ถึงเรย์จิจะเป็นคนวางเพลิง แต่มันก็เหมือนกับฉันเป็นคนลงมือนั่นแหละ เพราะปัญหาระหว่างฉันกับเรย์จิทำให้พวกนายต้องตกเป็นเหยื่อ

โอ๊ยยยยย เมื่อไหร่พี่ชูจะเลิกโทษตัวเองคะะะ ได้ยินอะไรแบบนี้ทีไรใจอิชั้นมันแสนปวดร้าว ;_____; พี่ชูรู้สึกผิดกับเรื่องนี้มากขนาดบอกยูมะว่า ถ้าฆ่าฉันแล้วทำให้จิตใจของนายได้รับการเยียวยาสักนิด ก็ฆ่าซะเถอะ (ฮืออออออๆๆๆๆ ทำไมพี่ชูแสนดีเหลือเกินนนนน /กัดผ้าเช็ดหน้า)

แต่ยูมะคงปลงๆ กับอดีตไปแล้วล่ะ พอได้ฟังเรื่องทั้งหมด ยูมะก็บอกว่า ปวดหัว วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า ไปก่อนนะ รีรีเอะ และเมื่อยูมะเดินออกไปแล้ว พี่ชูก็รำพึงเบาๆ ว่า ขอโทษนะ เอ็ดการ์

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อยากจิกรี๊ดให้ดังไปถึงดาวพฤหัส โฮววววววว ชื่อรีรีเอะที่ยูมะเคยเรียกก่อนหน้านี้แล้วพี่ชูสะดุ้งมันคือชื่อที่แท้จริงของพี่ชูที่เคยสลักไว้บนผนังด้วยกันนั่นเอง เจอฉากนี้แล้วหวีดมาก ต่างฝ่ายต่างเรียกชื่อที่แท้จริงของกันและกัน ฮือออออออ /ทึ้งหัวตัวเองอย่างดุร้าย

ว่าแต่ ชื่อรีรีเอะนี่มันอัลไล ชื่อสาวแตกมากค่ะคุณพี่ เท่าที่ไปค้นมาคิดว่าน่าจะมาจากคำว่า  Lilie ในภาษาเยอรมันที่แปลว่าดอกลิลี่นะ เพราะทั้งชื่อคาร์ลชื่อริคเตอร์ก็เยอรมันหมด อยากรู้ชื่อหนุ่มๆ ซากามากิคนอื่นๆ ด้วยเลย แต่ตั้งแต่เล่นมานี่มีบอกแค่ชื่อพี่ชู ขี้โกงงงงงงง

กลับเข้าเรื่อง ระหว่างที่ยูมะไปอี๋อ๋อคุยเรื่องอดีตกับพี่ชู ฝ่ายนางเอกที่โดนทิ้งให้อยู่คนเดียวก็โดนเรย์จิเข้ามาทัก พอยูมะกลับมาเลยได้ป๊ะหน้ากันพอดี ยูมะบอกว่าฟังเรื่องทั้งหมดมาจากชูแล้ว เรย์จิเลยอึกอักและเดินหนีไปเลย (คำถามสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ Diabolik Lovers: จงนับว่ารูทนี้มีการเดินหนีกันทั้งหมดกี่ครั้ง)

เคลียร์เรื่องอดีตของยูมะเรียบร้อย อีกปัญหาก็ตามมาติดๆ จู่ๆ เสียงหมาหอนก็ดังขึ้น แขกเหรื่อพากันตื่นตกใจว่าพวกเฟิร์สท์บลัดจะบุกมาที่นี่เหรอ ฝูงแวมไพร์ในงานแตกฮือและพยายามหนี นางเอกจึงไหลไปตามฝูงชนจนค่อยๆ ถอยออกห่างจากยูมะ

และจังหวะนั้นเอง!

พี่ชูก็ตะโกนขึ้นมาว่า เอ็ดการ์!! ข้างหลัง!!

ฟุ่บ!!!!

ตัดเข้าฉากจบ……

เป็นการตัดเข้าฉากจบที่เอ็กซ์ตรีมสุดตั้งแต่เล่นเกมนี้มา…………

ใครจะเป็นคนปรากฏตัวขึ้นด้านหลังยูมะนั้นขึ้นอยู่กับว่าเป็นฉากจบแบบไหน เวลาเก็บฉากจบไปทีละฉากเลยรู้สึกลุ้นมากว่าใครจะโผล่มาบ้างเนี่ย

ใน Brute End ซึ่งเป็นหนึ่งในแบดเอนด์ คนที่โผล่มาด้านหลังคือเมลซ์ (aka ท่านอาริคเตอร์) ผู้มาพร้อมกับปืนในมือ เมลซ์มาที่นี่เพื่อฆ่ายูมะตามคำสั่งของชิน แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็โดนยูมะอัดคว่ำไปซะก่อน ยูมะกับนางเอกเลยหนีรอดไปได้และกลับไปใช้ชีวิตกันที่โลกมนุษย์เหมือนเดิม หนึ่งเดือนต่อมาก็มีข่าวว่าพวกเฟิร์สท์บลัดโดนคาร์ลกำจัดไปเรียบร้อย ยูมะเลยขอนางเอกแต่งงาน (มาขอแต่งงานอะไรในแบดเอนด์ คิดผิดแล้วไอ้น้องงงงง) 

พอถึงวันแต่งงาน ทั้งสองคนก็ไปที่โบสถ์ด้วยกันตามลำพัง ไม่มีการเชิญใครทั้งนั้น บาทหลวงยังไม่มีเลย ทว่าเนื่องจากนี่เป็นแบดเอนด์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้เสกสมรสอย่างสมหวังด้วยกันตราบชั่วกาลนานนะคะะะะะ คุณเมลซ์เจ้าเก่าแกเล่นบุกมาถึงในโบสถ์เพื่อมาชิงตัวนางเอกที่มีหัวใจของคอร์เดเลียและมาฆ่ายูมะทิ้ง แต่นางเอกดันพุ่งเข้าขวางทางมีดจนโดนเมลซ์ฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตายูมะ บายยยยยย

ส่วนยูมะที่เสียนางเอกไปก็ช็อคจนความจำเสื่อมอีกรอบ จำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง รุกิเลยตัดสินใจบอกคาร์ลไฮนซ์ว่า “มุคามิ ยูมะ” ได้ตายไปแล้ว เพื่อให้ยูมะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยชื่อใหม่อีกครั้ง (อุ๊ยตาย สนใจมาเริ่มชีวิตใหม่กับพี่มั้ยคะน้อง อุฮิๆๆๆ)

สิ่งที่ชอบในฉากนี้คือ เสียงยูมะตอนพยายามปลุกนางเอกให้ตื่นร้าวรานใจมาก (T___T)

ส่วนแบดเอนด์อีกฉากมาแนวรักสามเส้าเราสามคน เรย์จิเป็นคนปรากฏตัวขึ้นด้านหลังยูมะพร้อมด้วยดาบหนึ่งเล่ม (ถือว่ายังดีที่พี่แกไม่มาพร้อมมีดทำครัวนะคะแหม่) ก่อนจะใช้ดาบแทงยูมะแล้วบอกว่าถ้าจะแค้นก็ไปแค้นชูละกันนะ ซึ่งเหตุผลที่เรย์จิอยากฆ่ายูมะก็เพื่อยั่วโมโหพี่ชูเฉยๆ (ยูมะรับกรรมแทนพี่ชูตลอดดดด)  พี่ชูเห็นเรย์จิโกรธแค้นตัวเองขนาดนั้นเลยบอกว่า งั้นก็ฆ่าฉันทิ้งซะสิ

ยูมะโวยวายว่าทำไมชูถึงต้องตายด้วย (แฮร้ยยยยยยยย /เป็นลม /นี่คือเป็นลมทุกฉากที่ยูมะชูมีซัมติง) พี่ชูให้เหตุผลว่า ตราบใดที่ตัวเองยังมีชีวิตอยู่ เรย์จิก็ไม่หายแค้นหรอก เหยื่ออย่างเอ็ดการ์มีแต่จะเพิ่มขึ้นเท่านั้นแหละ ดังนั้นแทนที่จะฆ่าเอ็ดการ์ก็มาฆ่าตัวเองแทนดีกว่า (ตอนท้ายๆ นี่พี่ชูเรียกยูมะว่าเอ็ดการ์ตลอดเลย ฮืออออออ /แค่นี้ก็ก๊าวได้)

แต่เรย์จิก็ฆ่าพี่ชูไม่ลงอยู่ดี เรย์จิทำเสียงเหมือนจะร้องไห้แล้วบรรยายความทุกข์ทรมานที่เกิดจากพี่ชูเป็นฉากๆ ก่อนจะตบท้ายว่า ฉันเกลียดชูที่สุด! (เด็กน้อยเอ๊ย……) 

ชอบฉากนี้มากตรงที่พี่ชูตอบเรย์จิว่า “รู้แล้วล่ะ” อาาาาาา ชอบเวลาเรย์จิง้องแง้งงอแงใส่พี่ชู แล้วพี่ชูทำตัวเป็นพี่ชายนิ่งๆ แต่อันที่จริงห่วงใยใส่ใจน้องชายคนนี้มาก ฮืออออ พี่ชูขาาาา นี่ขนาดอยู่ในรูทคนอื่นยังรู้สึก 好感度アップ รัวๆ เลย ฮือ ไปเล่นรูทเจ้าตัวจะขนาดไหนเนี่ยยยยยย (แต่เกมนี้หลายๆ คนชอบทำคะแนนได้ดีกว่าเวลาไม่ได้อยู่ในรูทตัวเองนี่สิ -v-;)

ยังไม่ทันได้ตกลงกันว่าสรุปจะฆ่ากันเองหรือไม่ อย่างไร จู่ๆ ชินก็โผล่มาแทงพี่ชู ฉัวะะะะ ตามด้วยแทงซ้ำๆ อีกหลายรอบ (นังชิ๊นนนนนนน บังอาจจจจจจจจจจจจจจจจ) เรย์จิเห็นพี่ชายโดนฆ่าก็เลือดขึ้นหน้าพุ่งเข้าไปสู้กับชินอย่างว่องไว และโดนฆ่าตายอย่างว่องไวเช่นกัน บายยยยย

อย่างไรก็ตาม เหยื่อที่แท้จริงของชินคือยูมะต่างหาก ชินตามมาฆ่ายูมะถึงที่นี่เพราะเคยโกหกคาร์ล่าไว้ว่ายูมะตายไปแล้ว เกิดความแตกขึ้นมาชินจะเดือดร้อนเลยต้องรีบมาเก็บกวาด

และระหว่างที่ชินกับยูมะกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดนั้นเอง! นางเอกก็พุ่งเข้ามาขวางทางดาบและโดนฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตายูมะ บายยยยยย (เอ๊ะ ประโยคนี้คุ้นๆ นะ เหมือนเพิ่งพิมพ์อะไรคล้ายๆ กันไปข้างบน……)

แต่แบดเอนด์นี้จะโหดกว่าอันแรกหน่อยตรงที่ชินควักหัวใจนางเอกกลับไปให้คาร์ล่าและจุดไฟเผาปราสาทเพื่อไม่ให้ใครพบศพ ภายในปราสาทจึงเหลือเพียงยูมะและร่างไร้หัวใจของนางเอกท่ามกลางไฟลุกท่วม

yuma-badend

เสียงพากย์ฉากนี้ร้าวรานยิ่งกว่าแบดเอนด์อันแรกนั่นอีก (T______T)

สะเทือนใจมากตอนที่ยูมะทำเสียงนิ่งๆ ปลงๆ บอกนางเอกว่าขอโทษที่ปกป้องไม่ได้ แต่จะอยู่เคียงข้างจนถึงที่สุดเลยนะ ได้ลุกไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านแล้วหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะรักเธอไปตราบชั่วนิรันดร์ …..THE END

แบดเอนด์ทั้งสองฉากก็ไม่ได้เลวร้ายหรือรู้สึกรับไม่ได้เท่าไหร่ มันก็มีความเป็นเหตุเป็นผลในตัวของมันอยู่ และความจริงแล้วเราชอบแบดเอนด์ฉากหลังมากกว่ากู้ดเอนด์ด้วยซ้ำ แต่อยากเห็นแบดเอนด์ของยูมะแบบที่นางเอกไม่ตายบ้างเหมือนกันนะ (T∇T)

ในกู้ดเอนด์ คนที่โผล่มาด้านหลังยูมะก็ยังคงเป็นคุณเมลซ์ผู้มาพร้อมปืนหนึ่งกระบอกอีกแล้ว (ท่านอานี่เก๊าะ จองล้างจองผลาญกันเหลือเกิ๊น) คราวนี้เมลซ์ยิงปืนโดนยูมะจังๆ แล้วปล่อยให้ยูมะนอนพะงาบๆ เลือดท่วมปางตาย ฉากนี้พี่ชูจะโผล่มาช่วยยูมะ แต่เรย์จิเข้ามาขัดขวาง พี่ชูเลยคุกเข่าขอร้องว่าตอนนี้อย่าเพิ่งมาขวางเลยนะ ฉันอยากช่วยเอ็ดการ์ให้ได้ (งากกกก พี่ชูยอมทำเพื่อยูมะขนาดนี้เลยนะะะย์ ฮืออออออออออ)

ทว่าสุดท้ายคนที่ปรากฏตัวออกมาช่วยยูมะจริงๆ กลับเป็นลาสท์บอสอย่างคาร์ลไฮนซ์ (ซึ่งใจดีเสมอเมื่ออยู่ในรูทพี่น้องมุคามิ ทำไมมมมม ทีลูกในไส้อย่างซากามากิน่ะขยันกลั่นแกล้งจั๊ง 5555555) คาร์ลบอกว่าถ้าอยากช่วยยูมะให้ได้ก็ต้องใช้เลือดของนางเอกทำให้ยูมะกลับกลายเป็นมนุษย์ซะ เพราะกระสุนที่ยูมะโดนเป็นกระสุนสำหรับแวมไพร์ ต้องเปลี่ยนเป็นมนุษย์ก่อนถึงจะรักษาได้

หลังจากนั้น ฟื้นมาอีกที ยูมะกลายเป็นมนุษย์เรียบร้อย และนางเอกก็ยังอยู่รอดปลอดภัยดี โคคุงเข้ามาบอกว่าพวกยูมะหลับไปหลายสัปดาห์ ซึ่งระหว่างนั้นชูกับเรย์จิลงมือกำจัดคนที่ยิงยูมะไปแล้ว โดยเรย์จิเป็นคนชิงปืนมาจากเมลซ์ ส่วนพี่ชูเป็นคนลั่นไก (ว้ายตาย สองพี่น้องที่ร้าวฉานกันด้วยเรื่องเอ็ดการ์มาร่วมมือกันล้างแค้นให้เอ็ดการ์แบบนี้น่าชื่นใจจังค่ะะะะ) ส่วนพวกเฟิร์สท์บลัดโดนคาร์ลจับไปขังไว้ตามเดิม เป็นอันว่าปัญหาทุกอย่างคลี่คลายหมดสิ้น (คลี่คลายง่ายไปมั้ยยยยยยยยย แล้วยูมะมีส่วนช่วยในการคลี่คลายรึเปล่า ก็ไม่…)

แล้วยูมะกับนางเอกก็ได้ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะมนุษย์ตลอดไป จบบบบบบบ เป็นกู้ดเอนด์ที่เรียบง่ายมาก ชอบกู้ดเอนด์มุมิน่ารักจั๊กกะเดียมแบบมอร์บลัดมากกว่าง่ะะะะ แต่เห็นยูมะมีความสุขก็โอเค ยอม

yuma-ge

ฉากจบนี้ชอบตรงที่ยูมะพูดถึงท้องฟ้าสีคราม ในรูทรุกินั่นรุกิก็เคยพูดถึงเหมือนกัน อยากให้โคคุงกับอาซึสะพูดถึงด้วยเพราะชอบการใช้ฟ้าครามเป็นสัญลักษณ์ในรูทพี่น้องมุคามิ ต้องรอลุ้นในรูทสองคนนั้นอีกที (。-_-。)

โดยรวมแล้วเนื้อเรื่องยูมะนี่บอกไม่ถูกเลยว่าสนุกมั้ย เพราะไม่สามารถเล่นอย่างเป็นกลางได้จริงๆ สำหรับเราคือสนุกมาก หวีดทุกฉาก ยิ้มไม่หุบ ต่อให้เป็นช่วงที่รู้สึกเนือยๆ หรือยูมะท่าทางเซ็งโลกเซ็งชีวิตแค่ไหนก็ชอบมากกกกกกกกกอยู่ดี สมแล้วที่เป็น 本命 #ความรักทำให้คนตาบอด

แต่ส่วนที่หวีดที่สุดคือทุกโมเมนต์ของยูมะชู ฮืออออ แค่พี่ชูกับยูมะเจอกันก็ยิ้มไม่หุบแล้ว (แม้ว่าเนื้อเรื่องจะเครียดสุดๆ ก็ตาม) ต่อให้ตัดความมโนทั้งหลายทั้งปวงออกไปและมองความสัมพันธ์ของสองคนนี้ในฐานะ “เพื่อนสนิท” ก็ยังเป็นความสัมพันธ์ที่ดีงามมากๆ อยู่ดี ชอบคู่นี้มากจริงๆ โฮววววว

ทั้งนี้ทั้งนั้น ตอนแรกว่าจะเก็บยูมะไว้คนสุดท้าย แต่เล่นยูมะไปแล้วเลยกำลังคิดหนักว่าจะเก็บใครไว้คนสุดท้ายดี (‐ω‐;) รู้สึกบ้ามากที่มานั่งคิดมากกับอะไรแบบนี้ (ฮา) แต่รูทสุดท้ายมันมีผลกับความประทับใจโดยรวมในระยะยาวนะ เป็นรูทที่สำคัญมากจริงๆ นะ!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s