DIABOLIK LOVERS DARK FATE: Laito’s route

เพิ่งเล่นรูทไรโตะคุงใน Dark Fate จบไปอีกคน (ที่จริงเล่นคานาโตะกับสุบารุไปแล้วด้วย แต่ไม่ได้เขียนถึงเลย TvT)

ปกติเวลาเล่นรูทไรโตะในภาคที่ผ่านๆ มา จะรู้สึกว่าเป็นรูทที่มีทั้งช่วงเฮฮาลามกแบบเล่นแล้วขำปนเขิน กับช่วงดราม่าปวดตับอยากตบเกรียนไรโตะซักทีสองที แต่ภาคนี้เล่นแล้วไม่ยักหวือหวาเท่าภาคก่อนๆ

คงเพราะช่วงที่ไรโตะทำตัวเฮนไต มันเป็นความเฮนไตแบบที่ซอฟท์ลงจากภาคก่อนๆ มากกกก (โดยเฉพาะจากมอร์บลัด) ไม่ค่อยมีการเล่นอะไรพิสดารพันลึกเท่าไหร่ ซีนาริโอ้วิตถารน้อยลงเยอะ และดูเหมือนไรโตะคุงจะมาโซมากขึ้นยังไงไม่รู้สิ… ดังนั้นช่วงที่ไรโตะทำตัวเฮนไตนี่มันเลยไม่ค่อยหื่นมันฮาละ เน้นหวานนนนนนนนนนนอย่างเดียว

ส่วนช่วงดราม่าก็เป็นดราม่าที่เกิดขึ้นด้วยคอนฟลิคต์ในใจไรโตะล้วนๆ ไม่ค่อยโดนปัจจัยภายนอกกลั่นแกล้งเท่าไหร่ พอนึกถึงสิ่งที่เจอในรูทรุกิกับคานาโตะแล้วรู้สึกว่ารูทไรโตะนี่สงบสุขมากกกกก ดราม่าน้อยกว่ามอร์บลัดเยอะ (โดยส่วนตัวรู้สึกว่ารูทไรโตะในมอร์บลัดนี่พีคมากจริงๆ ประทับใจมาก)

.

*SPOILER ALERT*

.

แต่ถึงจะบอกว่าเฮนไตน้อยลง ไรโตะก็คือไรโตะแหละนะ ยังไง้ยังไงก็ทิ้งความวิตถารไม่ได้อยู่ดี ทำตัวเฮนไตตั้งแต่บทนำในรูทตัวเองเลย ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เด็กคนนี้ (ฮา)

บทนำของรูทไรโตะก็เริ่มเหมือนคนอื่นๆ คือเริ่มจากฉากที่นางเอกตามทุกคนไปที่โลกปีศาจหลังจากอายาโตะคุงโดนหมาป่าทำร้าย แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือหนุ่มคนอื่นๆ เขาจะรีบโผล่มาช่วยนางเอกกัน ขณะที่ไรโตะจงใจแกล้งปล่อยให้นางเอกอยู่คนเดียว เพราะไรโตะคิดว่านางเอกทำหน้าหวาดผวาดูเซ็กซี่ดี แถมยังแอบบุกไปลวนลามนางเอกตอนกำลังนอนพักอยู่ในถ้ำตามลำพังอีกต่างหาก (เฮนไตกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว) และเพราะเล่นพิเรนทร์ไปแกล้งคนอื่นเขาตอนหลับ เลยโดนนางเอกลุกพรวดกระแทกหน้าเข้าเต็มๆ (สะใจเบาๆ ก๊าก สมมมม)

ไรโตะถามนางเอกว่าอยู่คนเดียวเหงามั้ย คิดถึงรึเปล่า ฉันคิดถึงเธอมากเลยนะ ว่าแล้วก็ดมกลิ่นนางเอกแล้วบอกว่าดมกลิ่นนางเอกแล้วสบายใจดีจัง (รายนี้เฟติชหลายอย่างเหลือเกิน รวมทุกความเฮนไตไว้ในบุคคลเดียว คนเขียนบทเก่งจัง 555555)

หลังจากนั้นไรโตะก็พานางเอกกลับบ้านซากามากิซึ่งโดนหมาป่าทำลายจนเละเทะไปหมด ตอนแรกทั้งสองคนก็บ่นๆ กันเรื่องบ้านเละ แต่ไปๆ มาๆ ไรโตะบอกว่าที่จริงอยู่ในห้องเละๆ แบบนี้ก็ดีนะ เวลาอยู่ในสภาพแวดล้อมเลวร้าย เราจะยิ่งรู้สึกอยากหาความสุขทางกายกันไง (ทำไมไรโตะพูดอะไรก็ดูโรคจิตไปหมด นี่ขนาดรู้สึกว่าโรคจิตน้อยลงเยอะแล้วนะ……) แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็สรุปว่าอยู่ที่เดิมนานๆ มันอันตรายเพราะอาจโดนพวกหมาป่าบุกมาทำร้ายอีกก็ได้ ดังนั้นก็เลยจะเร่ร่อนไปอาศัยตามบ้านแวมไพร์หลังอื่นที่อยู่ใกล้ๆ เพราะตอนนี้แวมไพร์หนีไปอยู่โลกปีศาจกันหมดแล้ว …เป็นอันจบบทนำ

ซีนาริโอ้ในบท Dark ออกแนวลามกลั้ลลาไม่ซีเรียส อาทิ ไปเดทกันที่ห้างชิลๆ แล้วนางเอกเห็นชุดวันพีซน่ารักก็เลยถือเข้าห้องลอง ปรากฏว่าไรโตะตามมาที่ห้องลองโดยอ้างว่าถ้าหมาป่าบุกมาอีกจะทำไง ฉันต้องคอยปกป้องบิทช์จังตลอดเวลาสิ (แต่ที่จริงก็แค่อยากมาแอบดูตอนเปลี่ยนเสื้อผ้านั่นแหละ…) หรือไปสวีทในสวนชิลๆ กุ๊กกิ๊กกันสองคนไม่มีตัวเกะกะ เหมือนหลอกให้คนเล่นตายใจว่าเล่นรูทนี้แล้วจะได้เอนจอยกับความลามกของไรโตะไปวันๆ ไม่น่ามีอะไรปวดตับ

ซีนาริโอ้ที่ชอบมากคือตอนที่ไปโรงเรียนแล้วไรโตะมาขอให้นางเอกช่วยทำการบ้าน ว่าแล้วก็ลากนางเอกไปห้องศิลปะแล้วบอกว่าขอให้ช่วยเป็นแบบสำหรับวาดภาพให้หน่อย แล้วพอนางเอกนั่งลง ไรโตะก็บอกให้ถอดเสื้อผ้าออกเพราะถ้าพูดถึงแบบวาดภาพก็ต้องเป็นภาพนู้ดอยู่แล้ว (さすが変態!)  แถมไรโตะยังบอกว่า ไม่ต้องห่วงนะ เพราะจะวาดให้หุ่นดีกว่าตัวจริงด้วย โดยเฉพาะตรงหน้าอก เดี๋ยวจะเพิ่มให้เยอะๆ เลย (ディスるなおいwww)

raitokunnnn

และแล้วไรโตะก็ยอมแพ้และวาดภาพโดยที่นางเอกไม่ต้องถอด ทว่าความลามกจกเปรตของไรโตะยังไม่จบแค่นี้ ไรโตะคุงบอกว่าจะวาดภาพดีๆ ได้เนี่ยก่อนอื่นก็ต้องสังเกตต้นแบบให้ละเอียดซะก่อน ว่าแล้วก็เข้ามาสังเกตการณ์นางเอกอย่างใกล้ชิดและใช้พู่กันไล้ไปตามลำคอ ฉากนี้จบลงตรงนี้ไรโตะเห็นนางเอกหน้าแดงเลยบอกว่า จะถอดเสื้อเลยก็ได้นะ เรื่องสนุกอยู่ต่อจากนี้ต่างหาก …ชอบฉากนี้เพราะมันไรโตะมากกกกกกก นึกถึงพวกซีนาริโอ้วิตถารทั้งหลายในมอร์บลัดเลย เป็นฉากที่ทั้งหื่นทั้งฮา แต่ก็น่ารักแบบแปลกๆ

ส่วนโหมดเนื้อเรื่องในบท Dark ตอนแรกๆ ก็ยังไม่ค่อยดราม่าเท่าไหร่ เริ่มด้วยฉากตลกเฮฮาให้ตายใจอีกเช่นกัน ขำฉากเนื้อเรื่องฉากแรกมากกกก ฉากนี้เริ่มตรงที่นางเอกกำลังทำอาหารในครัว แล้วไรโตะโผล่มาบอกว่า อาหารในหม้อก็หอมดีนะ แต่ตรงหน้าเธอมีสิ่งที่หอมมากกว่าอยู่ไม่ใช่เหรอบิทช์จัง เอ้า จะกินข้าว? หรือจะกินฉันดี? (ไปจำบทพูดแบบนี้มาจากไหนคะลู๊กกกกกก /ยกมือทาบอก)

raitokunnishimasu

ที่ตลกยิ่งกว่าคือเกมให้เราเลือกด้วยนะว่าจะเลือกกินข้าวหรือไรโตะ (ขำแรงมากตอนที่มีขึ้นมาให้เลือกจริงๆ 55555555) ซึ่งตัวเลือกที่ถูกต้องย่อมเป็น ไรโตะคุง อยู่แล้ว แต่ถึงจะเลือกไรโตะคุง สุดท้ายก็ต้องกินข้าวอยู่ดี (แล้วจะให้เลือกเพื่ออะไรรรรรรร /กัดผ้าเช็ดหน้า) ระหว่างกินข้าวกะหนุงกะหนิงก็จะมีฉากไรโตะมุดโต๊ะลงมาดูดเลือดจากน่องนางเอกด้วย จัดว่าเฮนไตตลอดเวลาโดยไม่มีแม้แต่การหยุดพักรับประทานอาหารนะคะคนนี้

คืนนั้นทั้งสองคนย้ายที่พักไปอาศัยโบสถ์ที่นางเอกเคยอยู่กับพ่อ ตรงนี้แหละที่ความดราม่ามันเริ่มลอยมาละ

ไรโตะขอให้นางเอกช่วยเล่าเรื่องสมัยอยู่ที่โบสถ์ให้ฟังหน่อย นางเอกก็บอกว่ามันธรรมดามากเลยนะ ไรโตะเลยบอกว่าอยากรู้ไอ้ความธรรมดาที่ว่านั่นแหละ เพราะตัวเองไม่ได้เกิดในบ้านธรรมดาๆ พอนางเอกเล่าจบ ไรโตะก็ถามว่าสุดท้ายเธอก็ไม่เคยเห็นหน้าแม่เลยใช่มั้ย งั้นเราสองคนก็ไม่มีแม่เหมือนกันเลยสินะ  (ทำไมเริ่มเศร้า เมื่อกี้ยังเฮฮาอยู่เลย)

ตกดึกคืนนั้น นางเอกแอบลุกจากเตียงมาขอพรในโบสถ์ว่า ขอให้ตัวเองได้อยู่เคียงข้างไรโตะคุงตลอดไป และระหว่างที่นางเอกกำลังคิดเรื่องไรโตะนั่นเอง เจ้าตัวก็โผล่มาถามว่าขอพรอะไรอยู่เหรอ? ซึ่งเกมจะให้เลือกระหว่าง “ความลับ” กับ “ขอให้โลกสงบสุข”

ตัวเลือกที่ถูกต้องคือ “ความลับ” ซึ่งพอเลือกข้อนี้ปุ๊บ ไรโตะจะทำหน้าตื่นเต้นแล้วบอกว่า ช่วยพูดอีกรอบได้มั้ย (พวกที่ได้ยินคำว่า ความลับ แล้วตื่นเต้นนี่มันโรคจิตประเภทไหนกัน…) แต่นางเอกไม่ยอมพูดเพราะรู้สึกว่าถ้าพูดมากกว่านี้จะเป็นการเปิดกล่องแพนโดร่าของไรโตะคุงเข้า (แหม่ นี่ก็เข้าใจเปรียบเทียบซะเห็นภาพ เปรียบไรโตะดุจดังกล่องบรรจุความชั่วร้าย 55555555)

สุดท้ายไรโตะก็ไม่ได้ถามมากไปกว่านั้นและเปลี่ยนเรื่องไปพูดว่า มนุษย์เนี่ยแต่งงานที่โบสถ์กันใช่มั้ย? งั้นไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเรามากล่าวคำสาบานในพิธีแต่งงานกันเลยดีมั้ย? แต่งงานกับฉันนะ บิทช์จัง (เดี๋ยววววว กะทันหันไปไหมมมมมมมมมม)

ไรโตะบอกว่าสำหรับไรโตะแล้วคำกล่าวสาบานมันไม่มีค่าอะไรหรอก เพราะมันเป็นแค่คำพูดเท่านั้นเอง แต่ไรโตะก็คิดว่านางเอกพิเศษจริงๆ นะ (จุดนี้เริ่มงงว่าสรุปจะเอายังไง ทำไมพูดจาขัดแย้งในตัวเอง ไปสงบสติอารมณ์ก่อนแล้วค่อยมาสู่ขอมั้ย?) ส่วนนางเอกก็ไม่มีการปฏิเสธใดๆ ตกปากรับคำ ไฮ่ แต่โดยดีด้วยสีหน้าเหนียมอายเล็กน้อยอย่างไว้มาดนางเอก

ทว่า! ยังไม่ทันได้พูดคำสาบานกันซักคำ สองพี่น้องสึกินามิเจ้าเก่าพร้อมหมาป่าฝูงใหญ่ก็โผล่มาทักทายถึงที่โบสถ์อีกแล้วจ้า

ถึงไรโตะจะเพิ่งเคยเจอสองพี่น้องสึกินามิครั้งแรก แต่ก็สัมผัสได้ว่าคาร์ล่ามีพลังมหาศาล ดังนั้นการยอมให้คาร์ล่ากับชินจับตัวไปที่คฤหาสน์โดยไม่ขัดขืนจะฉลาดกว่า ไรโตะและนางเอกจึงโดนจับไปขังที่คฤหาสน์สึกินามิโดยไม่มีบาดแผลใดๆ (บอกแล้วว่ารูทนี้สงบสุขเมิ่กๆ)

พอไปถึงคาร์ล่ากับชินก็เชิญไรโตะกับนางเอกไปนั่งเจรจาในห้องนั่งเล่น ไรโตะเลยบอกคาร์ล่าว่าพอเดาได้นะว่าพวกสึกินามิคือเฟิร์สท์บลัดที่เคยถูกกักขังแต่หนีออกมาได้และต้องการกำจัดคาร์ลไฮนซ์ (หูย นานๆ ทีไรโตะจะได้โชว์ความฉลาดบ้าง /ปรบมือ) แต่ไรโตะเดาไม่ถูกว่าพวกสึกินามิต้องการอะไรกันแน่ ต้องการใช้ไรโตะเป็นตัวประกันหลอกล่อคาร์ลไฮนซ์งั้นเหรอ?

ตอนแรกคาร์ล่าได้ยินไรโตะเดาถูกเรื่องเฟิร์สท์บลัดก็ชมว่า แกไม่ได้โง่นี่นา แต่พอไรโตะเดาผิดไปนิดตอนท้าย คาร์ล่าบอกว่า น่าเสียดายนะ ถึงจะไม่โง่ แต่แกก็ยังไม่ฉลาดอยู่ดี (โอ้ย เดาได้ขนาดนี้ก็ฉลาดมากแล้วแหละเมื่อเทียบกับคนอื่นๆ…)

carlasamaaaaa

นอกเรื่องนิด ไม่รู้ทำไมรูทนี้คาร์ล่าดูใจดี๊ใจดี เห็นได้ชัดว่ามีเมตตากับไรโตะมากกว่าคนอื่นๆ คาร์ล่าพูดกับชินว่าตัวเองเข้าใจความรู้สึกของไรโตะก็เลยสงสารไรโตะและคิดว่าไรโตะนี่แหละเหมาะที่จะส่งไปฆ่าคาร์ลสุดแล้ว …แต่สุดท้ายเล่นจนจบรูทแล้วก็ยังไม่เก็ทว่าพี่แกมาเข้าอกเข้าใจตอนไหนไม่ทราบ?? ถ้าอยากรู้ส่วนนี้คงต้องเล่นรูทคาร์ล่าแหละมั้งถึงจะเก็ท

แต่เพราะรูทนี้คาร์ล่าไม่ค่อยโหดเลยรู้สึกชอบคาร์ล่ามากขึ้นอีกนิดนึง (ที่จริงตอนเจอคาร์ล่าในรูทสุบารุก็เริ่มหวีดเบาๆ ละ มาเล่นรูทนี้ต่อแล้วพบว่า แฮร้ย น่ารักเหมือนกันนะเราาา〃∇〃) ในขณะที่ชินยังคงทำตัวน่าหมั่นไส้เหมือนเดิม ยิ่งเล่นหลายรูทยิ่งหมั่นไส้ (`Д´*) ก็ไม่รู้ว่าพอไปเล่นรูทเจ้าตัวแล้วจะกอบกู้คะแนนความนิยมกลับมาได้บ้างรึเปล่านะ…

กลับมาที่เนื้อเรื่อง พอด่าไรโตะว่าไม่ฉลาดเสร็จเรียบร้อยคาร์ล่าก็ยอมรับว่าตัวเองต้องการกำจัดคาร์ลไฮนซ์จริง แต่วิธีจับตัวประกันหลอกล่อคาร์ลมันไม่ได้ผลหรอก สิ่งที่คาร์ล่าต้องการคือ ให้ไรโตะไปฆ่าคาร์ล ต่างหาก

ตอนแรกไรโตะทำท่าฮึดฮัดไม่ยอมทำตาม แต่พอชินทำท่าจะลงไม้ลงมือกับนางเอก ไรโตะกลับเริ่มหวั่นไหวขึ้นมา ยังดีที่คาร์ล่าบอกว่าจะให้เวลาไปคิดก่อนแล้วค่อยตอบก็ได้ (ใจดีอีกแล้ว!) แต่ไรโตะก็ไม่คิดนาน ไรโตะตอบเดี๋ยวนั้นเลยว่าจะไปฆ่าคนคนนั้นก็ได้ แต่ถ้าไรโตะเป็นฝ่ายโดนฆ่าคาร์ล่าก็อย่าถือสาแล้วกันนะ

ทีนี้พอไรโตะกับนางเอกกลับมาอยู่ในห้องกันสองคน นางเอกก็เริ่มเครียดเพราะไรโตะยอมตกลงปลงใจไปฆ่าคาร์ลง่ายผิดปกติเหมือนไม่เสียดายชีวิตตัวเองเลยสักนิด ขณะที่นางเอกนั่งกลุ้ม ไรโตะก็พยายามบ่ายเบี่ยงโดยการบอกนางเอกว่า ไม่ต้องคิดอะไรมากมายหรอกเพราะมันเป็นปัญหาของฉันต่างหาก เอ้า นี่ถึงเวลาขึ้นเตียงที่รอคอยแล้วนะบิทช์จัง (ชอบเวลาไรโตะทำตัวลามกนะ เพราะตลกดี แต่เวลาทำลามกกลบเกลื่อนแบบนี้ไม่ชอบบบบ มันเครียดดดดด)

แต่นางเอกยังกลุ้มอยู่ดี ไรโตะเลยบอกว่าเมื่อกี้แค่แกล้งทำเป็นตกปากรับคำเฉยๆ น่า ที่จริงฉันก็ไม่อยากเข้าใกล้คนคนนั้นเหมือนกันนั่นแหละ ซึ่งนางเอกฟังแล้วก็หาได้สบายใจไม่ ยังคงปักใจเชื่อว่าไรโตะตั้งใจจะไปฆ่าคาร์ลจริงๆ

ช่วงท้ายบทนี้ไรโตะพูดขึ้นมาว่าตัวเองเป็นแวมไพร์ ส่วนนางเอกเป็นมนุษย์ ถึงตอนนี้จะอยู่ด้วยกันแบบนี้ แต่มันจะเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน? พอได้รู้จักความรักแล้วไรโตะก็รู้สึกขี้ขลาดขึ้นมา เพราะคนที่มอบสิ่งที่ไรโตะไม่เคยได้รับมาก่อนก็มีแต่นางเอกคนเดียว ในเมื่อสักวันต้องสูญเสียไป ก็รีบๆ พังมันไปซะเลยไม่ดีกว่าเหรอ (ช่างเป็นวิธีคิดที่……) ส่วนนางเอกฟังแล้วก็อึ้งพูดอะไรไม่ออกเพราะตัวเองเป็นฝ่ายที่จะตายไปก่อนจริงๆ

หลังจากนั้นพอคาร์ล่ามาขอคำตอบเรื่องที่จะให้ไปฆ่าคาร์ล ไรโตะก็ตอบตกลงเหมือนเดิม แต่ไรโตะบอกว่าตัวเองจะไปฆ่าคาร์ลด้วยความตั้งใจของตัวเองจริงๆ เพราะถึงคาร์ล่าไม่มาบังคับ ไรโตะก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว (ไปตั้งใจตอนไหนคะะะ ก่อนหน้านี้ยังทำหน้าเซ็งบอกว่าไม่อยากเข้าใกล้คาร์ลอยู่เลยยยย) ซึ่งบท Dark จะจบลงตรงนี้

ตอนต้นบท Maniac คาร์ล่าจะส่งไรโตะกับนางเอกไปหาท่านอาริคเตอร์ เพราะริคเตอร์ที่เกลียดคาร์ลเข้าไส้เหมือนกันเป็นพวกเดียวกับพี่น้องสึกินามิไปเรียบร้อยแล้ว พอเจอหน้ากันท่านอาริคเตอร์ก็ต้อนรับขับสู้ดี แม้จะมีการดุหลานไรโตะนิดหน่อย คือตอนที่คุณหลานเรียกคอร์เดเลียว่า “ผู้หญิงคนนั้น” ท่านอาดุว่า อย่าเรียกแม่ว่าผู้หญิงคนนั้นสิ! (ท่านอานี่เก๊าะ ทาสผู้ซื่อสัตย์ของขุ่นแม่คอร์เดเลียชริงๆ)

นอกจากนั้นหลานไรโตะยังกวนประสาทท่านอาเล็กน้อยด้วยการถามว่า คุณอาไม่ลงมือเองจะดีเหรอ? เกลียดคนคนนั้นไม่ใช่เหรอ? ท่านอาตอบว่า ความเกลียดชังฆ่าแวมไพร์ไม่ได้หรอก หลานไรโตะเลยได้ทีบอกว่า อ๋อ กลัวเหรอ …ทำเอาท่านอาตอบอะไรไม่ถูกเลย ได้แต่อึ้งเพราะโดนแทงใจดำเข้าพอดี (โถ ท่านอาผู้น่าเวทนา บางทีก็สงสารเบาๆ ขนาดผลโหวตคะแนนความนิยมตัวละครยังได้ที่โหล่เลย)

พอแยกย้ายกับท่านอาแล้ว ไรโตะก็เริ่มหงุดหงิดงุ่นง่านเพราะเห็นหน้าอาแล้วนึกถึงอดีตแย่ๆ ขึ้นมา นางเอกเลยเข้าไปกอดเพราะคิดว่ากอดแล้วไรโตะคงหายหงุดหงิด (อิ๊! ใจกล้าขึ้นเยอะเหมือนกันนะยะหล่อนนนน!!) แต่อย่างไรโตะมีหรือจะปล่อยให้บรรยากาศซึ้ง ไรโตะบอกว่าเริ่มรู้สึกหื่นๆ ขึ้นมาแล้ว ว่าแล้วก็คาเบะด้งใส่นางเอกและขอดูดเลือด แต่นางเอกไม่ยอมและผลักไรโตะออกไป

raito

หลังจากนั้นจะมีการเปิดใจกันเกิดขึ้น คือนางเอกทายใจไรโตะถูกหมดทุกอย่างเลยว่าไรโตะตั้งใจจะไปให้คาร์ลฆ่า ไรโตะถึงได้ยอมสารภาพว่าตัวเองตั้งใจแบบนั้นจริงๆ เพราะอยากตายเร็วๆ ไรโตะกำลังกลัวว่าสักวันนางเอกจะตายไปก่อนแล้วทิ้งตัวเองไว้ตามลำพัง แต่ไรโตะไม่อยากสูญเสียคนที่รักไปอีกแล้ว ไม่อยากลิ้มรสความสูญเสียเหมือนครั้งที่เสียคอร์เดเลียไปอีกแล้ว (ก็เลยขอตายไปก่อนเนี่ยนะ? เห่นโลวววว คิดถึงหัวอกหนูยุยที่ต้องถูกทิ้งไว้บ้างมั้ยไรโตะะะะ ดึงสติหน่อยน่าาา)

ซีนาริโอ้บท Maniac มันจะไม่ค่อยกุ๊กกิ๊กน่ารักเหมือนบทแรกละ ถึงมันจะยังคงหวานนนนนนนนนอยู่ แต่บางทีก็รู้สึกเป็นความหวานที่แฝงที่มาพร้อมความทะมึนยังไงก็ไม่รู้

อย่างเช่น ตอนที่ไปเดินเล่นในถ้ำด้วยกัน พอนางเอกถามว่าทางข้างหน้านี่มันมีอะไรเหรอ ไรโตะก็ตอบว่าไม่รู้เหมือนกัน หลงทางแล้วแหละ แบบนี้คงกลับปราสาทน่าอึดอัดของคุณอาไม่ได้แล้วสิ แต่ฉันคิดว่าหลงทางกับบิทช์จังแบบนี้ก็ดีนะ …นางเอกฟังแล้วหน้าซีดเลย (แบบว่าจะพาหลงทางก็ช่วยถามความสมัครใจกันนิดนึงมั้ย) แต่ไรโตะบอกว่า ล้อเล่นน่า อย่าเชื่อจริงจังสิ ว่าแต่เสียงกรี๊ดของบิทช์จังดังสะท้อนในถ้ำดีจังเลยนะ กรี๊ดให้ฟังอีกสิ เสียงกรี๊ดตอนโดนฉันดูดเลือดต้องสุดยอดมากแน่เลย พูดจบก็จับดูดเลือด …แถมคราวนี้มีการขอให้นางเอกเป็นฝ่ายกัดตัวเองด้วยนะ (ทำตัวลามกกลบเกลื่อนอีกแล้ว!)

raitokun

ซีนาริโอ้ที่ชอบที่สุดในบทนี้คือตอนที่ไรโตะกับนางเอกไปที่บ้านร้าง แล้วไรโตะบ่นว่าอยู่ปราสาทคุณอาแล้วนอนไม่พอเลย ขอพิงไหล่บิทช์จังงีบหน่อยนะ พูดจบก็หลับเดี๋ยวนั้นเลย แต่ไรโตะตื่นมาอีกทีดันพบว่านางเอกเป็นฝ่ายพิงไหล่ตัวเองหลับไปซะงั้น เป็นฉากที่ใสกิ๊งน่ารักชวนอมยิ้มแบบไม่อยากเชื่อเลยว่าอยู่ในรูทไรโตะ (*´∀`*)

และพอเข้าช่วงสตอรี่ก็จะเริ่มทะมึนมากขึ้นเรื่อยๆ

ถึงไรโตะจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไปฆ่าคาร์ลแน่นอน นางเอกก็ยังคงไม่ยอมแพ้ ยังคงคิดหาทางเกลี้ยกล่อมไรโตะให้ได้ แต่ไรโตะก็ยืนยันว่ายังไงก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจเด็ดขาด

ทีนี้เผอิ๊ญญญญ ท่านอาริคเตอร์ดันมาบอกนางเอกตอนที่ไรโตะไม่อยู่ในห้องพอดีว่า คาร์ลไฮนซ์กำลังจะจัดงานราตรี และพรุ่งนี้ริคเตอร์จะไปที่ปราสาทซากามากิเพื่อคุยเรื่องงานนี้ นางเอกเลยตัดสินใจแอบขึ้นรถม้าท่านอาไปด้วยเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากพี่น้องซากามากิให้กล่อมไรโตะที

แน่นอนว่าไรโตะตามไปขวางรถม้าเอาไว้ก่อนที่จะไปถึงปราสาทและลากตัวนางเอกกลับบ้านท่านอาด้วยความโกรธสุดขีด

ซึ่งไรโตะช่วงนี้แหละ โอ้ยยย เด็ดดดดด เล่นแบบเนือยๆ มาตั้งนาน พอนางเอกเปิดสวิตช์ความซาดิสท์ไรโตะปุ๊บ ระดับความแซ่บพุ่งปรอทแตก ชอบไรโตะตอนโกรธมากกกกกกก ดุมากกกกกกกก ปกติไรโตะจะเป็นคนลั้ลล้าพูดมาก แต่พอโกรธปุ๊บจะเย็นชาและนิ่ง นิ่งมากจนน่ากลัว นี่สินะแก๊ปโมเอ้!

จุดนี้ขอยกความดีความชอบให้ฮิรารินเต็มๆ พากย์เสียงไรโตะตอนโกรธออกมาเย็นชาไม่เหลือแววทะลึ่งลามกแบบไรโตะในเวลาปกติเลย และนานๆ ไรโตะถึงจะเข้าโหมดโกรธแบบนี้สักทีเลยรู้สึกหวีดมากกกกก (คือถ้าไรโตะโกรธบ่อยๆ เป็นปกติคงไม่รู้สึกหวีดอะไร) เจอแบบนี้แล้วรู้สึกว่าโกรธอีกเยอะๆ เลยก็ได้ค่าาาาา (≧д≦)(≧д≦)

พอกลับมาที่บ้านท่านอาแล้วไรโตะก็บอกว่ามีอะไรจะแก้ตัวก็พูดมาให้เต็มที่เลย ซึ่งนางเอกตอบไปตรงๆ ว่าอยากไปขอให้พี่น้องซากามากิช่วยพูดเกลี้ยกล่อมไรโตะ แต่เหตุผลนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้ไรโตะหายโกรธเลย เพราะไรโตะถือว่านางเอกหักหลังตัวเอง หนีไปจากตัวเอง ดังนั้นต่อไปนี้ไรโตะจะไม่ยอมให้นางเอกหนีไปอีก ว่าแล้วก็หยิบเชือกมามัดมือเลยจ้าาาา

raitokun-cg

แต่ไรโตะคุงก็โกรธได้ไม่นานแหละนะ พอเจอนางเอกดราม่าใส่ว่า ฉันก็ไม่อยากสูญเสียไรโตะคุงไปเหมือนกันนะ ต่อให้ต้องหักหลังไรโตะคุง ฉันก็ยังอยากจะห้ามไว้ไม่ให้ไปอยู่ดี ไรโตะถึงได้ขอโทษนางเอกและเริ่มคิดได้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายยัดเยียดความคิดตัวเองให้นางเอกอยู่ฝ่ายเดียว แต่ถึงยังไงก็จะไปฆ่าคาร์ลอยู่ดี (สรุปแล้วก็ห้ามไม่ได้เหมือนเดิม……..)

และช่วงท้ายบท Maniac ไรโตะก็พานางเอกไปที่ ‘อีเด็น’ ปราสาทของคาร์ลเพื่อมุ่งสู่ศึกตัดสิน! แต่…พอไปถึงแล้วไรโตะบอกว่าถ้าถึงเวลาคาร์ลก็ออกมาเองแหละ พวกเราไม่ต้องทำอะไรหรอก อยู่เฉยๆ รอจนกว่าจะถึงเวลาที่คาร์ลคิดว่าเหมาะสมก็แล้วกัน ว่าแล้วก็ไปชมดอกไม้กันดีกว่าบิทช์จัง (ทำไมชิลเหลือเกิน…)

ใน Epilogue ของบท Maniac นี่มีฉากย้อนความถึงคอร์เดเลียนิดหน่อยด้วย เป็นฉากที่คอร์เดเลียโวยวายเพราะคาร์ลบอกว่าจะมาหาแต่ไม่ยอมมา ไรโตะเลยบอกว่ามีไรโตะอยู่ทั้งคน ลืมคาร์ลไปเถอะ ซึ่งลูกไรโตะก็โดนคุณแม่ด่ากลับว่าอย่าหลงตัวเองสิ ลูกไม่ใช่คาร์ลซะหน่อย ไรโตะเลยจิตตกเลยว่าแม่ไม่รัก (Diabolik Lovers ของแท้ต้องมีฉากน้อยใจแม่และด่าพ่อนะคะ ถูกต้องแล้ว)

ซึ่ง ฉากย้อนความนี่เป็นความฝันของไรโตะ พอไรโตะตื่นมาเห็นนางเอกนอนอยู่ข้างๆ ก็เผลอใช้มือจับคอนางเอกแล้วคิดว่าบอบบางจังเลย บีบนิดหน่อยก็คงตายแล้ว (คือตัวเองฝันร้ายเลยตื่นมาบีบคอคนอื่นเล่นงี้…?) แต่พอนางเอกหายใจไม่ออก ไรโตะเลยสะดุ้งคิดได้ว่าเกือบฆ่าบิทช์จังเข้าซะแล้วสิเรา แล้วก็เริ่มกลัวว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ตัวเองอาจจะเผลอฆ่านางเอกอย่างที่เคยฆ่าคอร์เดเลียก็ได้

ตอนต้นบท Ecstasy นางเอกตื่นมาส่องกระจกแล้วเห็นรอยมือบนคอตัวเองเลยสงสัยว่าฝีมือไรโตะรึเปล่า และไม่ทันไรไรโตะก็โผล่มาเฉลยเองเลยว่าไรโตะเป็นคนบีบเองแหละ เพราะคิดว่านานๆ ทีเล่นวิตถารแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ (ตั้งแต่เริ่มเกมมา เคยพูดความจริงมั่งยังคะลูก??)

raitokun-cg2

นางเอกดูออกว่าไรโตะโกหกเลยบอกไรโตะว่า ถ้าฆ่าฉันแล้วสบายใจ จะฆ่าเลยก็ได้นะ แต่ไรโตะก็ยังคงตีหน้าซื่อต่อไปว่าไม่เอาน่า อย่าจริงจังซี่ หน้าตาตอนเธอทรมานระหว่างหลับเซ็กซี่สุดๆ เลยนะ ว่าแล้วก็ดูดเลือดกลบเกลื่อน (อีกแล้ว…) แต่นางเอกก็ยังคงดูออกว่ากลบเกลื่อน ไรโตะเลยบอกว่าฉันคงทำความจริงหล่นหายไปแล้วล่ะ ขนาดตัวฉันเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลย (เออ อันนี้เชื่อ เพราะทุกอย่างที่พูดมาขัดกันเองตลอดเวลา 5555555)

ซีนาริโอ้ในบท Ecstasy นี่ก็ยังให้ความรู้สึกอึมครึมไม่ต่างจากบทที่แล้วเลย รู้สึกว่าซีนาริโอ้ไรโตะภาคนี้ไม่ค่อยช่วยให้คนที่เฉยๆ กับไรโตะชอบไรโตะมากขึ้นเท่าไหร่แฮะ แต่พอดีเราชอบไรโตะอยู่แล้วเลยรับได้ทุกอย่าง จะเครียดแค่ไหนก็มาเลย (`Д´)

ฉากที่ลามกสมเป็นไรโตะที่สุดในบทนี้คงเป็นตอนที่นางเอกอาบน้ำเสร็จแล้วไรโตะโผล่พรวดเข้าไปหาและเช็ดตัวให้นางเอกโดยการใช้ลิ้นเลีย สักพักก็บ่นๆ ว่าห้องน้ำนี่ร้อนจัง ถอดเสื้อให้ฉันหน่อยสิบิทช์จัง อา บิทช์จังตัวร้อนจังเลย เอาน้ำเย็นสาดหน่อยดีกว่า แล้วเดี๋ยวฉันจะทำให้ร้อนยิ่งขึ้นเองนะจ๊ะ (เป็นฉากที่ควรจะอีโรติก แต่ข้าพเจ้าขำไม่หยุด)

ส่วนเนื้อเรื่องในบทสุดท้ายนี่หมดไปกับการเฝ้ารอเวลาฆ่าคาร์ลซะเยอะ เพราะไรโตะไม่คิดจะทำอะไรเลยนอกจากรอให้คาร์ลเป็นฝ่ายโผล่หน้ามาเอง

ความน่ารักของบทสุดท้ายอยู่ตรงที่อายาโตะกับคานาโตะมาที่อีเด็นด้วยยยยยยยยย (≧ω≦) อายาโตะกับคานาโตะบอกว่ามาเที่ยวเล่นแก้เบื่อเฉยๆ แต่ความจริงแล้วสองคนนี้คงเป็นห่วงไรโตะอยู่เหมือนกันแหละ น่ารักดี (≧ω≦)(≧ω≦)

และในเมื่อมาเที่ยวเล่น คานาโตะกับอายาโตะเลยมาชวนไรโตะหาอะไรเล่นกัน โดยคานาโตะเสนอว่ามาเล่นซ่อนแอบกันดีกว่า เดี๋ยวคานาโตะจะเป็นคนหาเอง

mitsugoooo

ไรโตะพานางเอกไปซ่อนตัวในห้องวิจัยของคาร์ล ซ่อนไปซ่อนมาก็เกิดอยากรู้อยากเห็นหยิบพวกเอกสารรายงานการวิจัยมาอ่านเล่น อ่านเสร็จแต่ละแผ่นแล้วมีการขว้างลงพื้นให้นางเอกตามเก็บอีกต่างหาก (อยากเรียนเชิญหม่าม้าเรย์จิมาตบกะโหลกซักทีสองทีนะคะ)

ทันใดนั้น! จู่ๆ ไรโตะก็ไปอ่านเจอบางอย่างเข้าและแสดงอาการตื่นตะลึงสุดขีด แต่พอนางเอกทำท่าจะหยิบเอกสารมาดูบ้าง ไรโตะกลับตวาดไม่ให้ดูและรีบซ่อนเอกสารนั้นไว้

แต่สุดท้ายก็ความแตกอยู่ดี เพราะไรโตะอารมณ์เสียจนไปเคาะประตูห้องคาร์ลพร้อมตะโกนเรียกให้อีกฝ่ายออกมา แต่เคาะจนมือเลือดโชกไปหมดคาร์ลก็ยังไม่ยอมออกมาซะที จนกระทั่งคาร์ลส่งเสียงไล่ไรโตะให้กลับไปซะเพราะยังไม่ถึงเวลาอันควร ไรโตะถึงได้ยอมสงบจิตสงบใจพานางเอกกลับห้องแล้วเล่าสิ่งที่ตัวเองอ่านเจอในรายงานให้ฟัง

รายงานฉบับนั้นเขียนถึงการทดลองของคาร์ล บ่งบอกว่าคาร์ลแต่งงานกับคอร์เดเลียที่เป็นเฟิร์สท์บลัดเพื่อสร้างลูกขึ้นมา สิ่งที่คาร์ลต้องการไม่ใช่ ‘คอร์เดเลีย’ แต่เป็น ‘ผู้หญิงที่มีเลือดของเฟิร์สท์บลัด’ ดังนั้นพวกไรโตะก็มีค่าแค่ผลการทดลองเท่านั้นเอง (ซึ่งทั้งหมดนี้คนเล่นรู้มาตั้งนานแล้วเลยไม่ช็อคแต่อย่างใด =ω=) และการที่พวกไรโตะฆ่าคอร์เดเลียก็เป็นแผนการของคาร์ลทั้งหมดด้วย

ความจริงแล้วไรโตะคงไม่ได้ช็อคเรื่องที่ตัวเองเป็นแค่ผลการทดลองหรอก แต่สิ่งที่กระทบใจไรโตะที่สุดคือความจริงที่ว่าคาร์ลไม่ได้รักคอร์เดเลียเลยต่างหาก เพราะไรโตะรู้ดีว่าคอร์เดเลียเชื่อใจคาร์ลจริงๆ แต่คาร์ลกลับหลอกลวงคอร์เดเลีย (ซึ่งทั้งหมดนี่มันเป็นแค่สิ่งที่ไรโตะคิดเอาเองหลังจากอ่านรายงานน่ะนะ ความจริงแล้วคาร์ลคิดยังไงกับคอร์เดเลียยังไม่รู้เลย)

ระหว่างที่ไรโตะกำลังเล่าความจริงให้นางเอกฟัง อายาโตะกับคานาโตะก็โผล่มาได้ยินเข้าพอดิบพอดี แต่สองคนนี้ดูไม่ค่อยช็อคเท่าไหร่

อายาโตะบอกว่านายยังดีนะ เพราะสุดท้ายนายก็ได้ผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้น (นางเอก) มาไว้ในมือไง (แฮร้ยยยย ขนาดไม่ใช่รูทตัวเองยังพูดจาน่ารักกกกกกกกกกก♥) แต่ไรโตะถามกลับว่าอายาโตะคุงคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ? ในเมื่อความรู้สึกนี้มันก็เป็นความรู้สึกที่เป็นไปตามแผนของคาร์ลเหมือนกันนี่นา?? (ขอถีบทีนึงได้มั้ยไรโตะคุง?)

แน่นอนว่านางเอกผู้แสนดีไม่ได้นึกอยากถีบไรโตะคุงเหมือนที่ผู้เล่นนึกแต่อย่างใด นางเอกบอกว่า ฉันชอบไรโตะคุงด้วยหัวใจของตัวเองจริงๆ นะ ต่อให้มันเป็นหัวใจของคอร์เดเลีย แต่มันก็เป็นความรู้สึกของฉันนะ

แต่ไรโตะยังไม่ทันได้ตอบอะไรก็เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ปราสาทขึ้นซะก่อน (ใจคอจะเผาปราสาทคาร์ลกันทุกรูทเลยหรือ) ซึ่งคนวางเพลิงก็มิใช่ใครที่ไหน ชินนั่นเองงงงงง ชินทนไม่ไหวที่ไรโตะไม่ยอมไปฆ่าคาร์ลตามคำสั่งซะทีเลยลงมือเผาปราสาทเองเลย และหลังจากนั้นชินก็ไม่มีบทบาทสำคัญอะไรไปมากกว่านี้ละ

อายาโตะคุงเห็นไฟไหม้ก็บอกให้ทุกคนรีบหนีออกจากปราสาท แต่ไรโตะยืนยันว่าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น นางเอกเลยขอให้อายาโตะกับคานาโตะหนีไปก่อน อายาโตะฟังแล้วก็โวยวายว่าจะให้ทิ้งพวกเธอไว้ได้ไงเล่า (วั้ยยยย น่ารักอีกแล้วววววว♥♥) แต่คานาโตะบอกว่าถ้าพวกเราไม่ไป ไรโตะก็ไม่ยอมไปไหนหรอก ไปกันเถอะอายาโตะ ด้วยเหตุนี้ไรโตะและนางเอกจึงถูกทิ้งไว้ในกองเพลิงตามลำพังสองต่อสอง ซึ่งชะตากรรมของทั้งสองจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นฉากจบแบบไหน

แบดเอนด์นึงจบแบบไรโตะช่วยนางเอกออกจากกองเพลิงรอดชีวิตมาด้วยกันได้ แต่นางเอกความจำเสื่อม ผ่านมาแล้วหลายสิบปีจนนางเอกแก่ นางเอกก็ยังคงจำไรโตะไม่ได้เลย จำได้แค่ว่าตัวเองเคยรักใครสักคนและเข้าใจว่าคนคนนั้นตายไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้แล้ว

ไรโตะคอยเฝ้าดูแลนางเอกตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาและขอนางเอกแต่งงาน แต่นางเอกปฏิเสธเพราะจำได้ว่าเคยมีใครสักคนที่รักตัวเองหมดหัวใจอยู่ แม้ว่าจะจำชื่อและหน้าของใครสักคนที่ว่าไม่ได้เลยก็ตาม

raito-badend

เป็นแบดเอนด์ที่หวานอมขมกลืนมาก (TωT) ทั้งๆ ที่ได้อยู่เคียงข้างกัน ได้ปกป้องดูแลกันแต่กลับรู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกล ซึ่งไอ้ความรู้สึกอยู่ใกล้แต่เหมือนอยู่ไกลนี่เป็นสิ่งที่นางเอกรู้สึกมาตลอดในรูทนี้ ดังนั้นฉากจบนี้จะว่ากรรมตามสนองไรโตะก็ได้อยู่……

แบดเอนด์อีกฉากเล่นมุกผ่านไปแล้วหลายสิบปีเช่นกัน นางเอกบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในวันนั้น ไรโตะจึงคอยดูแลมาตลอด (ทำไมแบดเอนด์สองอันมันคล้ายๆ กัน เล่นมุกอื่นบ้างก็ได้นะ…) ฉากจบนี้นางเอกรู้สึกว่าอาการบาดเจ็บของตัวเองผูกมัดไรโตะเอาไว้ก็เลยอยากปลดปล่อยไรโตะให้เป็นอิสระ นางเอกเลยไม่กินยาและซี้ม่องเท่งไป บ๊ายบาย

ส่วนแวมไพร์เอนด์ซึ่งเป็นกู้ดเอนด์ก็จบแบบสงบสันติดีไม่มีอะไรหวือหวา ระหว่างอยู่ในกองเพลิงไรโตะยอมรับว่าความรักที่มีต่อนางเอกเป็นความรู้สึกของตัวเองอย่างแท้จริง ซึ่งความรักที่หัวใจของไรโตะต้องการนี่แหละคือความจริงเพียงหนึ่งเดียวสำหรับไรโตะ

raito-vampireend

พอยอมรับความรู้สึกแล้ว คาร์ลก็ยอมเปิดประตูห้องที่ไรโตะทุบแทบเป็นแทบตายก่อนหน้านี้แล้วบอกว่าจะยกพลังของตัวเองให้ แต่ไรโตะปฏิเสธและบอกว่าตัวเองเป็นอิสระแล้ว พูดจบก็สะบัดตูดใส่ป๊ะป๋าพานางเอกเดินออกมาจากอีเด็นอย่างมาดมั่น

หลังจากนี้จะมีฉากบรรยายว่าการต่อสู้กับพวกเฟิร์สท์บลัดแพร่ไปทั่วโลกปีศาจ พวกซากามากิกับมุคามิก็เข้าไปพัวพันกันหมด แต่ไรโตะบอกว่าไม่เกี่ยวกับตัวเองและหลบมาใช้ชีวิตสงบสุขกับนางเอกสองคน ส่วนพวกพี่น้องบ่นอุบอิบกันบ้างแต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร อยากไปไหนก็เชิญเลย ซึ่งนางเอกบอกว่านี่คงเป็นความใส่ใจที่พี่น้องมีต่อไรโตะคุงล่ะ (บ้านซากามากิภาคนี้รักกันแบบแปลกๆ ดีนะ 55555555)

ฉากจบนี้ปิดท้ายตรงที่ไรโตะสร้างหลุมศพให้คอร์เดเลีย (แล้วที่ผ่านมาไม่มีใครทำหลุมศพให้ขุ่นแม่เลยหรือ……..?)

raito-vampireend2

ฉากนี้ไรโตะพร่ำพรรณนาว่าสงสารแม่อย่างงั้นอย่างงี้แล้วก็ร้องไห้กระซิกๆ แต่อ้างว่าเป็นน้ำตาแห่งความดีใจเพราะนึกถึงอนาคตของตัวเองกับนางเอกต่างหาก (แก้ตัวน้ำขุ่นๆ กระทั่งฉากสุดท้าย)

ความน่ารักของกู้ดเอนด์คือไรโตะเรียกคอร์เดเลียว่า คุณแม่ (母さん) เป็นครั้งแรก!!

รู้สึกเฉยๆ กับฉากจบของไรโตะทั้งสามฉาก ไม่มีฉากไหนอิมแพคต์เป็นพิเศษเลย แต่ก็คิดว่าเป็นฉากจบที่หาทางลงได้เข้ากับเนื้อเรื่องดีนะ แบดเอนด์ดูไม่เป็นการจบแย่แบบยัดเยียดเท่าไหร่ กู้ดเอนด์ก็เคลียร์ปมที่ปูมาได้ดี

สิ่งที่ยังรู้สึกค้างคาคือเรื่องราวของเฟิร์สบลัดในรูทนี้ อุตส่าห์ปูเรื่องมาแบบคาร์ล่าเข้าอกเข้าใจไรโตะมาก ขณะที่ชินกระฟัดกระเฟียดตลอดเวลา แต่สุดท้ายทั้งสองคนนี้ก็ไม่ได้มีบทบาทสำคัญเท่าไหร่ เป็นแค่ตัวผลักดันให้ไรโตะไปฆ่าคาร์ลเฉยๆ และหลังจากนั้นก็หมดความสำคัญไปเลย ความจริงช่วงที่ไปอยู่ปราสาทท่านอานั่นตัดออกแล้วปล่อยให้เฟิร์สท์บลัดมีบทมากกว่านี้นิดนึงก็ได้นะ…

ส่วนสิ่งที่ดีที่สุดในรูทนี้คือฮิรารินพากย์ดีมากกกกกกกกกกก ทุกครั้งที่เล่นรูทไรโตะไม่ว่าภาคไหนก็ตาม จะรู้สึกว่า โห ทำไมพากย์เก่งขนาดนี้ กราบบบบบ พากย์ซีนทะลึ่งลามกขี้เล่นก็เก่ง พากย์ดราม่าก็เข้าถึงอารมณ์ บทจะโกรธก็เสียงเย็นเฉียบสะเทือนถึงขั้วหัวใจ บทนี้เป็นบทปล่อยของของฮิรารินจริงๆ นะ ปลาบปลื้ม (〃ω〃)

โดยรวมแล้วรู้สึกว่าบางช่วงรูทนี้เนือยไปนิดนึง ช่วงที่คิดว่าแซ่บที่สุดก็สั้นนิดเดียวเอง แต่ได้เห็นไรโตะในแง่มุมอื่นๆ นอกจากแง่มุมลามกเยอะขึ้นก็ดีเหมือนกัน

ว่ากันตามตรง ที่จริงในบรรดาบ้านซากามากิเนี่ยเราชอบไรโตะรองจากอายาโตะเลย แต่พอมาภาคนี้กลับรู้สึกว่ารูทสุบารุสนุกกว่าไรโตะมากกกกก ตอนเล่นรูทสุบารุนี่รู้สึกอยากเอาหน้าแทรกกำแพงด้วยความเขินหลายทีมากกกกก หวานกิ๊วก๊าวหัวใจดีเหลือเกิน (///ω///) ในขณะที่รูทไรโตะนี่รู้สึกว่า ‘เอ๊ะ? พูดแบบนี้คิดดีแล้วเหรอไรโตะคุง?’ อยู่ตลอดเวลา (ฮา)

รูทต่อไปจะเล่นยูมะแล้ววว จะไม่ทนเก็บไว้เป็นคนสุดท้ายอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรกแล้ว ยูมะจ๋าาา

สุดท้าย ไหนๆ ก็ไหนๆ ขอกรี๊ดผลโหวตคะแนนความนิยมตัวละครของภาค Dark Fate สักนิด โหวตยูมะไปเยอะมากกกก โหวตทุกวันแถมยังให้เพื่อนช่วยกดโหวตอีกต่างหาก แต่สุดท้ายยูมะได้อันดับเจ็ดเท่าเดิมเป๊ะ (ซึ่งถึงจะได้อันดับดีขึ้นหรือแย่ลงก็ไม่ได้ประโยชน์โพดผลอะไรกับชีวิตขึ้นมาเลย จริงจังไปทำไมเนี่ย 555555) 

อย่างไรก็ตาม คอมเมนต์ของยูมะคุงน่ารักมากกกกกกกกกกกก

yuma-vote

ประโยคแรกที่หงุดหงิดเพราะได้อันดับต่ำกว่าโคคุงว่าน่ารักแล้วนะ
แต่ไฮไลท์อยู่ตรงประโยคสุดท้าย “รีบไปเก็บเกี่ยวกันได้แล้ว ยัยหมูตัวเมีย!”

…………รู้สึกป่วยมากที่คิดว่าอะไรแบบนี้น่ารัก 555555555555

ถ้าเป็นช่วงที่ยังไม่หน้ามืดตามัวขนาดนี้มาอ่านเจอคงขำ แต่ตอนนี้อยู่ในจุดที่ยูมะพูดอะไรก็โมเอ้ไปหมด ฮือ เลิฟ♥

Advertisements

One comment on “DIABOLIK LOVERS DARK FATE: Laito’s route

  1. อยากอ่านของสึบารุอ่าา…

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s