DIABOLIK LOVERS DARK FATE: Ruki’s route

หลังจากเจอความหวานระทดระทวยของอายาโตะคุงไปเป็นรายแรก พอมาเล่นรูทรุกิเป็นคนถัดมาเลยรู้สึกวางใจเพราะคิดว่ามันคงไม่มีอะไรโหดเหี้ยมอำมหิตแล้วล่ะมั้ง? ในเมื่อภาคนี้เริ่มต้นความสัมพันธ์ในจุดที่เลิฟๆ กันดีแล้ว รุกิคุงคงเลิกโหด เลิกพ่นคำด่าไฟแล่บและหันมาทำตัวอ่อนโยนใจดีบ้างซะที

แต่แล้วดิชั้นก็พบว่า ตนเองคิดผิดอย่างมหันต์ค่ะ

เพราะรุกิคุงภาคนี้

เผ็ดมากกกกกกกกกกกกกก

.

*SPOILER ALERT*

.

ขอเริ่มจากบทนำของฝั่งมุคามิพอเป็นพิธี ถ้าตอนแรกสุดเลือกชอยส์ที่แตกไปฝั่งมุคามิ ก็เท่ากับว่าเลือกเซตติ้งที่นางเอกอาศัยอยู่ในบ้านมุคามิโดยอัตโนมัติ (ซึ่งตัวเลือกที่ว่าคือ “เดินกลับบ้าน” ในขณะที่ของซากามากิคือ “นั่งรถกลับบ้าน” อิชั้นสัมผัสได้ถึงฐานะที่แตกต่าง…) ซึ่งในบทนำฝั่งมุคามิเนี่ย หนุ่มๆ มุคามิเองก็โดนฝูงหมาป่าบุกมาทำร้ายถึงบ้านจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนเช่นเดียวกับพวกซากามากิ

จุดเริ่มต้นของรูทรุกิคือนางเอกซึ่งอุตส่าห์หนีจากหมาป่ามาได้แล้วลงทุนย้อนกลับไปที่บ้านเพื่อตามหาตัวรุกิ ไปถึงก็เจอรุกิโดนหมาป่ากัดบาดเจ็บสาหัส ส่วนน้องๆ บ้านมุคามิอีกสามคนที่ยังวนเวียนอยู่แถวนั้นก็โผล่หน้ามาช่วยกันหามพี่ใหญ่ที่กำลังสลบเหมือดวิ่งหน้าตั้งไปโลกปีศาจ แต่พอไปถึงหน้าประตูดันเจอสองพี่น้องสึกินามิโผล่มาข่มขู่ให้หนุ่มๆ บ้านมุคามิพร้อมด้วยนางเอกตามไปที่คฤหาสน์เพราะมีเรื่องอยากถาม ซึ่งมุคามิบราเธอร์สก็ต้องจำใจยอมทำตาม ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงถูกจับไปกักขังหน่วงเหนี่ยวที่บ้านสึกินามิระยะนึง

แต่ในเมื่อรุกิคุงบาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่โดนขังอยู่ในคุกใต้ดิน นางเอกก็ขอร้องชินว่าขอปฐมพยาบาลรุกิหน่อยเถอะนะคะ แผลลึกเลือดท่วมขนาดนี้ปล่อยทิ้งไว้ตายแหงแก๋ค่ะ

ตอนแรกชินไม่ยอมอนุญาต แต่อาซึสะกับโคช่วยกันบอกว่ารุกิเป็นลีดเดอร์ของบ้าน มีอะไรจะถามก็ถามรุกิดีกว่า (รักอาซึสะรูทนี้มากกกก โฮฮฮฮ เด็กดีของป้าาา ; v ;) และแล้วชินถึงได้ยอมให้หิ้วรุกิไปทำแผล แต่มีเงื่อนไขว่ายอมให้นางเอกตามรุกิไปได้แค่คนเดียว

ช่วงบท Dark นี่รุกิเริ่มตระหนักได้ว่านางเอกต้องมาตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ก็เพราะอยู่กับตัวเอง มิหนำซ้ำตัวเองยังไม่มีสิทธิ์เป็นอดัมตามแผนการของคาร์ล ดังนั้นจะอยู่ใกล้นางเอกมากไปกว่านี้ไม่ได้ รุกิบอกว่าหน้าที่ของงูจบลงแล้ว ถึงเวลาคืนอีฟให้สวนอีเด็นซะที (รหัสลับคาร์ลไฮนซ์…?) ด้วยเหตุนี้รุกิจึงเลือกใช้วิธีทำตัวเย็นชาพูดจาใจร้ายเพื่อตีตัวออกห่าง กลับไปเป็นเหมือนรุกิในภาค More Blood เป๊ะ

ซึ่งอีช่วงที่แอ๊บเย็นชากับนางเอกนี่แหละ รุกิคุงเผ็ดแสบทรวงมากกกกก (เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบฟังซากุไรซังด่า ก๊าก)

Situation part ในบทแรกของรุกิเต็มไปด้วยบทบริภาษ รุกิกลับมาเรียกนางเอกว่า นังปศุสัตว์ ตลอดเวลา (สมอุราสาแก่ใจมาโซคิสท์เหลือเกิน อาาา) คือเริ่มฉากแรกหลังจากฟื้นขึ้นมาแล้วได้ยินนางเอกบอกว่าย้อนกลับมาที่บ้านมุคามิเพราะเป็นห่วงปุ๊บ รุกิคุงก็แอ๊บโหดดุทันทีว่า “คิดว่ากลับมาแล้วจะช่วยพวกฉันได้รึไง? เป็นแค่นังปศุสัตว์อย่าได้ใจนักเลย” ตามด้วยด่าอีกเป็นชุดก่อนจะปิดท้ายด้วยการไล่นางเอกออกจากห้องและบอกว่า “รีบออกไปซะ เกะกะลูกตา”

โอ้ยยยยยย คือบับบบบ นี่แหละรุกิคุงที่ดี /กัดผ้าเช็ดหน้า

ฉากที่รู้สึกว่าโหดร้ายสุดแล้วคือตอนที่รุกิบีบคอนางเอกจนปากแผลตัวเองเปิด นางเอกเลยบอกว่าจะทำแผลให้ แต่รุกิก็ยังคงปฏิเสธอย่างเย็นชาและบอกว่า “ถ้ายังยืนกรานจะทำให้ได้ล่ะก็…นั่นสินะ ใช้ลิ้นนั่นเลียทำความสะอาดเลือดที่หยดลงบนพื้นซะสิ” “ทำแบบนั้นก็เหมาะกับนังปศุสัตว์อย่างเธอแล้วนี่ เอ้า เร็วเข้าสิ”

rukikun

อืออาาาา เกมบ้าอะไรเนี่ยยยยยย ใช่เกมสำหรับโอโตเมะแน่เหรออออออออ (บังเกิดความรู้สึกนี้มาตลอดทุกภาคยกเว้นภาคแฟนดิสก์ ก๊าก) (แล้วทำไมถึงชอบอะไรแบบนี้นักเนี่ย จิตใจบิดเบี้ยวจังเลยเรา /ทรุด)

คนที่ไม่ชอบแนวนี้คงรับไม่ได้เนอะ ต้องมาโดนด่าว่าเป็นนังสัตว์ขาดการสั่งสอนบ้าง นังผู้หญิงวิตถารบ้าง นี่ถ้าไม่ใช่นักพากย์ที่ชอบคงเบะปากใส่เหมือนกัน พ่อแม่ชั้นยังไม่เคยด่าชั้นแบบนี้เลยนะยะะะะะ (แต่นี่รุกิไง ซากุไรซังไง ยอม)

อย่างไรก็ตาม การกระทำของรุกิคุงมันก็เป็นแค่การแอ๊บซาดิสท์แหละนะ ดังนั้นจึงมีบางโมเมนต์ที่รุกิหลุดทำตัวใจดีอยู่บ้างเหมือนกัน อย่างเช่นเพิ่งไล่นางเอกให้ไปพ้นสายตาอยู่หยกๆ แต่พอนางเอกทำท่าจะสะดุดพรมหน้าทิ่มปุ๊บ รุกิคุงก็พุ่งพรวดเข้ามาประคองไว้ไม่ให้ล้มทันที เป็นต้น (โด่ววว จะเย็นชาก็เย็นชาให้สุดสิคะะะะะะะ)

ขำมากที่เวลาอยู่คนเดียวรุกิคุงชอบมานั่งสำนึกเสียใจที่ดุด่านางเอก หรือไม่ก็แอ๊บทำเป็นไม่เจ็บแผลเวลาอยู่ต่อหน้านางเอก แต่พออยู่คนเดียวแล้วร้องโอดโอยตลอด (ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องตลกเลย แต่อดขำไม่ได้อยู่ดี ด่าเองแล้วก็มานั่งกลุ้มใจเอง จะสงสารดีมั้ยเนี่ยพ่อคุ๊ณณณ)

และอันที่จริงส่วนใหญ่รุกิก็ทำตัวโหดแค่ทางวาจาเป็นหลัก เทียบกับ More Blood ซึ่งโหดร้ายทั้งทางกายวจีมโนแล้วคงถือว่าซอฟท์กว่าเยอะล่ะมั้ง

ส่วน Story part ในบท Dark นี่ก็จะวนเวียนอยู่ในคฤหาสน์สึกินามิเนี่ยแหละ

ชอบฉากที่นางเอกทำอาหารไปให้น้องๆ บ้านมุคามิที่โดนขังอยู่ในคุกใต้ดินแล้วทุกคนถามว่าเกิดเรื่องอะไรรึเปล่า ทำไมทำหน้ามืดมนขนาดนั้น มีปัญหาอะไรเล่าให้ฟังได้นะ (เพราะอย่างงี้ไงถึงได้รักมุคามิบราเธอร์สถอนตัวไม่ขึ้น TvT) นางเอกเล่าให้ฟังว่าอยู่ดีๆ รุกิคุงก็ทำตัวเย็นชาใส่แถมยังบอกว่าฉันเป็นตัวเกะกะอีกแหละค่ะ เล่าจบนางเอกก็เดินหนีไปร้องไห้คนเดียวโดยไม่รอฟังคำปรึกษาใดๆ (สรุปคือมานินทาให้ฟังเฉยๆ…) สามหนุ่มมุคามิที่เหลือเลยวิเคราะห์กันเองว่ารุกิซึ่งเป็นอดัมไม่ได้ต้องกำลังตีตัวออกห่างจากนางเอกเพราะไม่อยากหักหลังคาร์ลไฮนซ์แน่นอน

ชอบฉากนี้เพราะเห็นแล้วรู้สึกว่าทำไมบ้านมุคามิถึงดีงามขนาดนี้ โฮวววว ทุกคนเข้าใจกันและกันดีมาก สายสัมพันธ์เหนียวแน่นมากแม้ไม่ใช่พี่น้องร่วมสายเลือด (;___;)

ส่วนรุกิคุงผู้เป็นพระเอกของรูทนี้ก็ยังคงทำตัวเย็นชาต่อหน้าแล้วแอบไปดราม่าคนเดียวลับหลังเหมือนเดิม

ฉากนึงที่เห็นความตลบตะแลง(?)ของรุกิในช่วงนี้ได้ดีมากคือฉากที่รุกิตื่นมาในห้องคนเดียวแล้วเห็นนกกระเรียนกระดาษที่นางเอกพับไว้กองอยู่ รุกิเห็นแล้วก็นึกชื่นชมว่าด่าตั้งขนาดนั้นแล้วยังจะขอพรให้ตัวเองหายดีอีกเหรอเนี่ย? ว่าแล้วก็แอบหยิบมาเก็บไว้ตัวนึง แต่พอนางเอกเข้ามาในห้อง รุกิกลับขยี้นกที่เหลือทิ้งแล้วบอกว่าเศษกระดาษพวกนี้มันเกะกะลูกตา เอาไปทิ้งซะให้หมด แถมหลังจากนั้นยังมีการตอกย้ำซ้ำเติมว่า เธอมันไม่มีประโยชน์อะไรกับฉันเหมือนเศษกระดาษพวกนี้นั่นแหละ ไปให้พ้นๆ แล้วอย่ามาให้เห็นหน้าอีก (หูยยยย เล่นละครเก๊งเก่งงงงงงง /สแตนดิ้งโอเวชั่นแป๊บ)

แต่ถึงจะแอ๊บโหดไล่นางเอกซะไม่เหลือเยื่อใยขนาดนั้น พอถึงตอนที่นางเอกโดนชินล่อลวงไปดูดเลือด รุกิกลับถึงขั้นโมโหเป็นฟืนเป็นไฟมาเม้งแตกใส่นางเอกว่าไปให้ไอ้พวกเฟิร์สท์บลัดมันดูดเลือดมาใช่มั้ย ส่วนนางเอกก็สวนกลับว่าฝ่ายที่บอกว่าไม่ต้องการฉันแล้วคือรุกิคุงนั่นแหละ! ได้ยินดังนั้นรุกิคุงจึงลากนางเอกโยนโครมลงบนเตียงแล้วใช้คมเขี้ยวดูดเลือดเป็นการสั่งสอน

มิหนำซ้ำพอรุกิเห็นนางเอกไม่ขัดขืนแล้วยังมีการถามว่า ตกลงเธอแค่อยากโดนดูดเลือดใช่มั้ย? พอฉันออกห่างไม่ดูดเลือดเข้าหน่อยถึงได้ไปออดอ้อนไอ้หมอนั่นแทน? อยากโดนดูดเลือดถึงขนาดไปกระดิกหางใส่ชายอื่นเลยงั้นสินะ? (โอ๊ยยยย บทจะปากจัดก็จัดหนักจัดเต็มไม่ปล่อยให้หายใจหายคอเลยนะคะะะะ)

ส่วนนางเอกที่ยอมให้ด่ามาตลอดตั้งแต่เริ่มเกมคงเริ่มหมดความอดทนจนถึงกะตบหน้ารุกิคุงฉาดใหญ่แล้ววิ่งหนีไปเลย รุกิคุงถึงได้สติว่าเผลอทำให้นางเอกต้องเจ็บปวดอีกจนได้

ช่วงท้ายบท Dark นี่หนุ่มๆ มุคามิอีกสามคนที่โดนขังอยู่ใต้ดินลงมือแหกคุกและพยายามพานางเอกหนีไป ซึ่งคนที่รับหน้าที่พานางเอกบินหนีไปที่โบสถ์แห่งนึงก็คือโคคุง ฉากนี้โคคุงโคตรน่ารักกกกก มีการถามนางเอกด้วยว่าคืนดีกับรุกิคุงรึยัง แล้วก็บอกว่าเพราะชอบรุกิคุงกับเอ็มเนโกะจังมากก็เลยอยากให้ทั้งสองคนมีความสุข โอ๊ยยย น่ารักกกกก แงงงงงงง (มีลางสังหรณ์ว่ารูทโคคุงภาคนี้ต้องโอชะมากแน่นอน ฮือ) 

แต่แล้วพอรุกิคุงโผล่มา โคคุงก็หลบฉากไปและปล่อยให้ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกัน

นางเอกยืนยันว่าไม่ได้อยู่เคียงข้างรุกิคุงแค่เพราะอยากให้ดูดเลือดเฉยๆ นะ! รุกิเลยคุกเข่าแล้วบอกว่าจะสารภาพบาป ว่าแล้วก็ขอโทษที่หึงหวงจนหน้ามืดเพราะเห็นนางเอกโดนชายอื่นดูดเลือด บลาบลาบลา ทั้งสองคนจึงคืนดีกันด้วยประการฉะนี้ (คือด่ากันจะเป็นจะตายแต่คืนดีง่ายค่อดๆ ดีค่ะดี)

rukikun-zange

หลังจากนั้นผ่านไปพักนึงพวกยูมะก็ยังไม่โผล่มาซะที รุกิเลยบอกว่าพวกเราล่วงหน้าไปที่โลกปีศาจกันก่อนดีกว่า โคคุงไม่ค่อยพอใจที่ต้องทิ้งพวกยูมะไว้ที่โลกมนุษย์ แต่รุกิว่าไงก็ต้องทำตาม รุกิ โคคุง และนางเอกจึงไปซ่อนตัวในปราสาทในโลกปีศาจกันก่อน

และแล้วก็เข้าสู่บท Maniac ซึ่งเป็นบทที่เนื้อเรื่องบีบหัวใจแม่ยกมุคามิบราเธอร์สเหลือเกิน (;___;)

ตอนต้นบทนี้รุกิทะเลาะกับโคคุงเรื่องที่ไม่ไปช่วยยูมะกับพวกอาซึสะ ฝ่ายโคคุงร้อนใจอยากไปช่วยพวกยูมะ ในขณะที่รุกิสั่งห้ามเพราะคิดตามหลักเหตุผลแล้วต่อให้ไปช่วยก็ใช่ว่าจะกลับมาได้อย่างปลอดภัยครบทุกคนอยู่ดี พวกยูมะผิดเองที่หนีมาไม่ได้ หน้าที่สำคัญที่สุดของพี่น้องมุคามิในตอนนี้คือการปกป้อง “อีฟ” เพื่อคาร์ลไฮนซ์ต่างหาก

ถึงรุกิจะอธิบายเป็นเหตุเป็นผลมากกกกก แต่โคคุงฟังแล้วก็โมโหฮึดฮัดอยู่ดี พอโคคุงถามว่าระหว่างพี่น้องกับคาร์ล ใครสำคัญกว่ากัน!? รุกิก็ตอบว่าอย่าถามเรื่องไร้สาระสิ ต้องเป็นท่านคาร์ลไฮนซ์แหงอยู่แล้ว โคคุงที่โมโหจนไม่รู้จะเถียงอะไรเลยวิ่งหนีไปเลย

ฉากนี้ไม่รู้จะเข้าข้างใครเลย เข้าใจทั้งสองคนนะ (;__;) ต่างคนต่างก็ห่วงน้องจนแทบบ้า แต่คนนึงอยากทำตามอารมณ์โดยไม่สนเหตุผล ส่วนอีกคนดันทำตัวเยือกเย็นจนดูเหมือนเย็นชาทั้งๆ ที่ตัวเองก็ห่วงน้องไม่แพ้กัน คือรุกินี่ก็กลุ้มจนต้องไปยืนต่อยกำแพงเลือดอาบมืออยู่คนเดียวเลยนะ (ดูเป็นเด็กเก็บกดค่อดๆ…)

แต่ทะเลาะกันได้ไม่ทันไรยูมะก็โผล่มาที่ปราสาทในสภาพบาดเจ็บ ซึ่งการมาเยือนของยูมะเนี่ยแหละยิ่งโหมกระพือความบาดหมางระหว่างพี่ใหญ่พี่รองไปกันใหญ่ (โอ้ยยย เครียดดดด ไม่อยากเห็นมุคามิทะเลาะกั๊นนนนนน)

ตอนที่ยูมะโผล่มา โคคุงกับนางเอกเป็นคนวิ่งหน้าตาตื่นไปต้อนรับกับช่วยทำแผล แต่พอรุกิคุงโผล่มาตกใจกะยูมะอีกคนปุ๊บ โคคุงรีบชิงพูดก่อนเลยว่ารุกิคุงไม่มีสิทธิ์เป็นห่วงยูมะคุงหรอกนะ ตัวเองเป็นคนทอดทิ้งยูมะคุงแท้ๆ

รุกิฟังแล้วไม่หือไม่อืออะไรเลย ยอมรับข้อกล่าวหาแต่โดยดีและสั่งนางเอกให้ทำแผลยูมะให้ดีๆ ก่อนจะเดินจากไป (โฮฮฮฮฮฮ ขนาดโดนไล่ยังไม่ลืมแสดงความเป็นห่วง คนดี๊คนดี ;___;)

ruki-koukun-yuma

พอรุกิเดินหลบฉากไปแล้วโคคุงเลยรีบแฉให้ยูมะฟังว่า รุกิคุงบอกว่าจะไม่ไปช่วยพวกยูมะคุงแหละ พวกเราอุตส่าห์ไปช่วยรุกิคุงตอนโดนหมาป่าเล่นงาน แต่รุกิคุงกลับทอดทิ้งพวกยูมะคุง แย่ที่สุด

โอยยยยย ฟังโคคุงพูดตัดพ้อต่อว่ารุกิแล้วเครียด อย่าทะเลาะกันเลยค่ะลูกขาาาา T__T

แต่ถึงแม้ว่าบรรยากาศระหว่างมุคามิบราเธอร์สจะคุกรุ่นแค่ไหน ใน Situation part ของบทนี้รุกิกลับทำตัวหวานนนนนนนราวกับไม่มีดราม่าใดๆ เกิดขึ้น มีการทำออมไรซ์ให้นางเอกกินบ้าง นั่งกระหนุงกระหนิงดูนิตยสารเฟอร์นิเจอร์แล้วจินตนาการถึงบ้านในฝันของเราสองบ้าง โอ้ยยย สวีทหวานแหววมดขึ้นเหลือเกิน รุกิคนที่เคยบีบคอและสั่งให้เลียพื้นคนนั้นหายไปไหนแล้วววว (คือรุกิแนวหวานแหววก็สงบสุขดีนะ แต่ชอบแบบเผ็ดๆ มากกว่าอ้ะ…)

ส่วน Story part ก็หวานนนนนนนนเช่นกัน รุกิพานางเอกไปชมดอกไม้ที่จะบานเฉพาะช่วงจันทรคราสแล้วก็นอนดูดเลือดกันตรงนั้นเลย ฉากนี้รุกิใจดีเป็นพิเศษขนาดนางเอกยังงงๆ เลยว่าทำไมใจดีขนาดนี้

df-ruki-gesshokuka

หลังจากนั้นพอกลับมาบ้านปุ๊บ ดันมาเจอโคคุงกำลังพยายามทำพาสต้ากินโดยมียูมะคอยห้ามเพราะก่อนหน้านี้โคคุงเคยต้มเส้นพาสต้าจนไฟลุกพรึ่บมาแล้ว แต่พอหันมาเห็นหน้ารุกิ โคคุงก็ล้มเลิกความคิดเรื่องพาสต้าและชวนยูมะเดินหนี ฉากนี้ยูมะหันมาขอโทษรุกิด้วย แง้ น่ารักกกกก (≧д≦)

ส่วนรุกิก็เตือนโคคุงกับยูมะว่า อย่าหุนหันนักก็แล้วกัน โคคุงที่กำลังจะเดินหนีไปเลยหันมาประชดประชันรุกิว่า รุกิคุงนั่นแหละน่าจะหัดหุนหันซะบ้างนะ เอาแต่เยือกเย็นพูดเรื่องถูกต้องไม่ปล่อยตัวไปตามอารมณ์อยู่นั่นแหละ (เอ๊ะ ทำไมเหมือนจะชม…? แต่ที่จริงเจตนาของโคคุงคือด่านะ ก๊าก)

ทีนี้มีอยู่วันนึงนางเอกตื่นมาเจอโคคุงกับยูมะกำลังจะแอบหนีออกจากบ้านเพื่อไปช่วยอาซึสะที่ถูกพวกเฟิร์สท์บลัดขังอยู่ นางเอกเลยรีบวิ่งไปบอกรุกิแต่ก็พบว่า… รุกิชิงไปช่วยอาซึสะก่อนหน้าพวกโคคุงอีกจ้าาาา

รุกิทิ้งจดหมายไว้ในห้องฉบับนึง ในจดหมายเขียนคำขอโทษพวกโคคุง บอกว่าจะไปรับอาซึสะ แล้วก็บอกลานางเอก นางเอกอ่านแล้วก็รีบถือจดหมายไล่ตามพวกโคคุงไปและเอาจดหมายให้อ่าน

พออ่านจดหมายแล้วโคคุงถึงกะช็อกไปเลยเพราะเพิ่งรู้ว่ารุกิก็เป็นห่วงอาซึสะมากๆ เหมือนกัน ว่าแล้วโคคุงก็สำนึกเสียใจที่ตัวเองพูดกับรุกิแรงมากถึงขั้นบอกว่าไม่ใช่พี่น้อง ส่วนยูมะก็เผยความในใจว่าจริงๆ แล้วก็เคืองนะที่รุกิไม่มาช่วย รุกิคงคิดว่าตัวเองสำคัญกว่าพี่น้องสินะ แต่ยูมะรู้สึกผิดที่ตัวเองคิดแบบนั้นเพราะที่จริงก็รู้ดีว่าพี่ชายตัวเองไม่ใช่คนอย่างงั้นซะหน่อย (สะเทือนใจกะฉากนี้มากทั้งๆ ที่มันเป็นฉากพี่น้องเข้าใจกัน T__T)

kou-yuma

ตัดชั้บมาที่ฝั่งรุกิ รุกิตอนไปช่วยอาซึสะหล่อมากกกกกกกก ขนาดโดนพวกเฟิร์สท์บลัดซ้อมจนยับเยินแต่ก็ยังพยายามปกป้องอาซึสะเต็มที่ ชอบตอนที่รุกิพูดกับอาซึสะประมาณว่า ป่านนี้แล้วฉันไม่คิดจะห้ามเรื่องที่นายทำร้ายตัวเองหรอกนะ แต่ฉันไม่ยอมให้ใครหน้าไหนก็ไม่รู้มาทำร้ายน้องชายฉันเด็ดขาด! โอยยยย อยากให้โคคุงกับยูมะได้เห็นฉากนี้ของรุกิจังเลย (T∇T)

ช่วงท้ายๆ บทนี้พวกโคคุงจะช่วยกันหิ้วรุกิที่โดนซ้อมจนสลบกลับไปที่โลกปีศาจได้สำเร็จเพราะนางเอกยอมตกเป็นเหยื่อให้ชินสูบเลือดสูบเนื้ออยู่ที่คฤหาสน์สึกินามิ

ตอนต้นบท Ecstasy น้องๆ บ้านซากามากิจะช่วยกันหลอกรุกิที่เพิ่งตื่นหลังจากสลบไปหลายวันว่าตอนนี้อีฟอยู่กับอดัมแล้ว ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะทุกคนรู้ว่าถ้ารู้ความจริงเรื่องที่นางเอกเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยทุกคนแล้วรุกิต้องสติแตกแน่ แต่ถึงจะได้ยินอย่างงั้นรุกิก็ยังกินไม่ได้นอนไม่หลับจนน้องๆ เป็นห่วง

ด้วยเหตุนี้น้องเล็กอย่างอาซึสะเลยบุกไปหานางเอกและขอให้นางเอกช่วยเขียนจดหมายบอกรุกิที อยากบอกอะไรรุกิก็เขียนมาเลย

ฉากนี้อาซึสะน่ารักมาก โฮฮฮฮฮฮ

azusachannnn

อาซึสะบอกว่าถึงจะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องกันแน่ แต่การอยู่ห่างจากคนที่ตัวเองรักมันไม่ใช่เรื่องดีหรอก รุกิเคยพูดว่าอยู่กับอีฟแล้วเจ็บปวดก็จริง แต่พออยู่ห่างกันแบบนี้ทั้งสองคนก็เจ็บปวดอยู่ดี ในเมื่อทางไหนก็เจ็บปวดทั้งนั้น เลือกอยู่ด้วยกันมันต้องดีกว่าแน่ๆ

สุดท้ายนางเอกเลยยอมเขียนจดหมายสั้นๆ ว่า ‘อยากพบ’

แต่พออาซึสะเอาจดหมายไปให้รุกิอ่าน รุกิดันดื้อแพ่งไม่ยอมอ่าน อาซึสะเลยบอกว่านางเอกดูเศร้ามากเลยนะที่ต้องอยู่ห่างจากรุกิ ซึ่ง รุกิฟังแล้วสะอื้นเลย โอ้ยยยยยย ฉากนี้ระทมขมขื่นมากกกกก ฟังเสียงรุกิสะอื้นแล้วจะร้องไห้ตาม T______T

ขณะที่รุกิกำลังสะอื้นฮั่กๆ โคคุงกับยูมะก็โผล่มาพอดี พอได้ฟังรุกิบอกว่าอยากเจอนางเอก ที่จริงแล้วไม่อยากปล่อยมือจากนางเอกเลย โคคุงก็ตะโกนบอกว่าถ้าอยากเจอก็ไปเจอเลยซี่! พวกเราเป็นอดัมไม่ได้แล้วไงเหรอ!? จงหักหลังท่านคาร์ลไฮนซ์และพวกเราเพื่อเด็กคนนั้นซะเถอะรุกิ!

uragire

ส่วนยูมะก็ช่วยพูดเสริมว่ารุกิช่วยพวกเรามาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่พวกเราก็เดินด้วยลำแข้งตัวเองได้เหมือนกัน แถมยังช่วยรุกิได้ด้วยนะ เพราะงั้นรุกิไปใช้ชีวิตเพื่อตัวเองได้แล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงพวกผมนะครับหม่าม้า

โฮฮฮฮ ชอบฉากเน้ ชอบความสัมพันธ์ของพี่น้องบ้านนี้ มุคามิบราเธอร์สบันซายยยยยย T____T

ด้วยเหตุนี้เอง รุกิจึงได้ไปช่วยนางเอกแบบหล่อมาก ฮีโร่มาก

ขณะที่นางเอกถูกขังอยู่ในบ้านสึกินามิ ถูกดูดเลือดบ้าง ถูกด่าทอบ้างซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน นางเอกก็เริ่มรู้สึกว่าอีกไม่นานตัวเองคงเป็นบ้าแน่นอน ดังนั้นขอลาตายในระหว่างที่ยังสติดีและจำเรื่องราวของรุกิคุงได้ดีกว่า ว่าแล้วก็หยิบมีดขึ้นมาและรำพึงรำพันว่าถ้าได้อยู่กับรุกิคุงบนสวรรค์ก็ดีสิ

จังหวะนั้นเอง รุกิคุงก็โผล่มายั้งมือนางเอกไว้และบอกว่า เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะฉันคงไม่ได้ไปสวรรค์เหมือนเธอ (เอ๊า รู้ตัวเหมือนกันสินะว่าทำบาปไว้เยอะ ก๊าก)

rukikunnnn

ชอบบทพูดรุกิในฉากนี้มาก เป็นรุกิที่เลิกคิดเรื่องอดัมกะอีฟหรือเรื่องคาร์ลให้วุ่นวายแล้วตัดสินใจได้เด็ดขาดแล้วว่าต่อให้ต้องเจ็บปวดแค่ไหนก็อยากอยู่ด้วยกัน ฮืออออออ ทั้งซึ้งทั้งเศร้า (T____T)

และแล้วทั้งสองคนก็หนีตามกันไปในที่ที่ไม่ต้องคิดเรื่องอดัมกะอีฟ ไม่มีพวกเฟิร์สท์บลัด ไม่มีอะไรเลย มีแค่คนสองคนอยู่ด้วยกัน ดังนั้น Situation part ในช่วงนี้จึงยิ่งหวานนนนนนนนน้ำตาลขึ้นยิ่งกว่าบทที่แล้วอีก ทั้งอิงแอบแนบชิดใต้ร่มท่ามกลางฝนพรำ ทั้งป้อนน้ำป้อนข้าวยามป่วยไข้ ไหนจะก่อไฟทำอาหารกันแบบสวีทหวานแหววอีก (ยิ่งเห็นรุกิทำตัวแบบนี้ยิ่งรู้สึกว่าไอ้ตอนแอ๊บซาดิสท์ช่วงแรกๆ นั่นตีบทแตกเป็นบ้า)

แต่พอเข้า Story part มันชักจะเริ่มกลับมาขมขื่นอีกละ

รุกิพานางเอกร่อนเร่จนกลับมายังเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่พี่น้องมุคามิเคยอยู่ตอนเด็กๆ ไม่ทันไรหลังจากนั้นพวกโคคุงก็ตามมาถึงที่นี่เพราะได้รับคำสั่งจากคาร์ลว่าให้ไปพาตัวรุกิกลับมาซะ แต่นอกจากพวกโคคุงแล้ว ชินซึ่งเป็นคนพรากรุกิกับนางเอกออกจากกันในบทที่แล้วยังตามมาถึงเมืองนี้ด้วย

พอรู้ตัวว่าโดนไล่ตามมา รุกิเลยพานางเอกไปหลบที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพราะรุกิคิดว่าที่นี่เป็นจุดจบ ถ้าจะต้องจบก็ขอจบที่นี่แหละ

ส่วนพวกโคคุงกับชินที่กำลังตามหารุกิก็หันมาสู้กันเอง ซึ่งขนาดหนุ่มๆ บ้านมุคามิมีกันตั้งสามคนยังไม่อาจทำอะไรชินที่เป็นเฟิร์สท์บลัดได้แม้แต่ปลายเล็บด้วยซ้ำ มีแต่ชินที่เป็นฝ่ายอัดทุกคนตุ้บตั้บจนหนุ่มๆ มุคามิสะบักสะบอมไปตามๆ กัน (ขณะที่รุกินอนรออยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสบายใจเฉิบ…)

แต่ระหว่างที่บู๊กันอยู่นั้นเอง จู่ๆ คาร์ล่าก็โผล่มาถามชินว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงทำอะไรตามใจชอบไม่ฟังคำสั่งฉัน? คือทั้งหมดที่ผ่านมานี่อีชินลงมือโดยพลการไม่ปรึกษาพี่ชายเลยซักนิดเพราะคิดการใหญ่อยากกอบกู้สายเลือดเฟิร์สท์บลัดด้วยมือของตัวเอง คาร์ล่าเลยโมโหจนถ่อมาถึงที่นี่

แต่ถึงคาร์ล่าจะมาตักเตือน ชินก็ไม่ยอมฟังอยู่ดีและบอกว่างั้นจะฆ่าพี่ทิ้งด้วยละกันนะ คาร์ล่าเลยสำเร็จโทษด้วยการฟันคอชินริบเรือนกันเดี๋ยวนั้น (โอ้ยยย คุณพี่โหดมากกกก ชักหวาดหวั่นแล้วนะว่าจะเจออะไรในรูทคุณพี่บ้าง เฮือก) และบทบาทของสองพี่น้องสึกินามิในรูทนี้ก็หมดลงแค่ตรงนี้โดยที่ปริศนาของสองหนุ่มยังไม่เคลียร์เท่าไหร่ รูทนี้มาเพื่อเป็นตัวร้ายเฉยๆ

ตัดชั้บกลับมาฝั่งรุกิอีกครั้ง ระหว่างนอนรอจุดจบของการหนีตามกัน นางเอกก็ฝันถึงอดีตสมัยใช้ชีวิตเฮฮาอยู่ในบ้านมุคามิ ซึ่งฉากที่นางเอกฝันถึงมันน่ารักมากกกก แง้งงงงงง (≧ω≦) เป็นฉากที่โคคุงกับยูมะทะเลาะกันแย่งเอบิฟรายชิ้นสุดท้ายบนโต๊ะอาหารล่ะ

ขำมากที่ยูมะบอกโคคุงว่า นานๆ ทีหัดยกให้น้องชายซะมั่งเซ่! ก๊ากกก ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยเรียกตัวเองเป็นน้อง แล้วมาอ้างสิทธิ์ของน้องชายตอนแย่งอาหารกันเนี่ยนะะะ

แต่สุดท้ายคนที่ได้เอบิฟรายชิ้นนั้นไปกินกลับเป็นอาซึสะซะงั้น สมแล้วที่เป็นคนประกาศว่า “โต๊ะอาหารคือสนามรบ” ฮาาาาาาา ฉากนี้เหมือนใส่มาเป็นตลกคั่นดราม่าเลย สงสัยกลัวคนเล่นปวดใจซ้ำซ้อนจนประสาทกิน

และเมื่อตื่นจากฝันแล้วก็ได้เวลาเผชิญความจริง

โคคุง ยูมะ อาซึสะเดินทางมาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า รุกิเลยชวนทุกคนคุยเรื่องอดีตกาลนานมาแล้วสมัยทุกคนยังอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยกัน บทพูดช่วงนี้ก็ชอบบบบ ฮืออออ ชอบเวลารุกิพูดถึงท้องฟ้าสีคราม เป็นบทพูดที่โยงกลับไปถึงเรื่องอดีตในภาคมอร์บลัดได้ดีมาก แทบอยากขุดมอร์บลัดกลับมาเล่นอีกรอบเลย

ตอนที่รุกิพูดถึงชีวิตที่ผ่านมาก็เศร้ามาก T____T

รุกิบอกว่าตอนที่หนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั่นก็แค่เพราะอยากเห็นท้องฟ้าสีครามเท่านั้นเอง ที่ผ่านมาตัวเองฝันมากเกินไปแล้ว ถึงจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่รุกิที่กลายเป็นแวมไพร์ก็ได้รักใครรักคนและได้รับความรัก ได้ใช้ชีวิตเพื่อคนที่รักและเพื่อตัวเองแล้ว แค่นั้นก็พอ ไม่ขออะไรมากกว่านั้นอีกแล้ว

ว่าแล้วรุกิก็กอดนางเอกเป็นการบอกลาก่อนจะหันไปบอกโคคุงว่าจะจับตัวฉันไปยังไงก็เชิญเลย เต็มที่

df-rukisamaaaaa

แต่ยังไม่ทันได้จับรุกิ อยู่ดีๆ ป๊ะป๋าคาร์ลไฮนซ์ก็เสด็จมาเยือนถึงที่เลยจ้าาาา (แล้วจะสั่งให้พวกโคคุงลำบากถ่อมาเพื่ออัลไลลล มาเองแต่แรกก็ได้มั้ยยยย)

คาร์ลมาถึงก็เล่าให้ฟังว่า ในชั่วชีวิตหนึ่งของคนเรามันมีปริมาณดวงอยู่จำกัด จะใช้ดวงเหล่านั้นยังไงก็ขึ้นอยู่กับบุคคล และในอดีตก็เคยมีเด็กสี่คนที่ตายไปโดยไม่ทันได้ใช้ดวงที่ว่านั่นเลย ด้วยความสงสารปนชื่นชมที่เด็กพวกนั้นใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็ง คาร์ลก็เลยชุบชีวิตให้กลายเป็นแวมไพร์เพื่อให้เด็กๆ มุคามิทั้งสี่ที่ตายไปโดยไม่รู้จักความรักได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่าความรักบ้าง

เล่าจบแล้วคาร์ลก็ถามรุกิว่า ถ้าในตัวรุกิยังมีดวงที่ว่านั่นเหลืออยู่ รุกิจะกล้ายื่นมันให้คาร์ลรึเปล่า? จะเอาดวงที่เหลือเพียงน้อยนิดนั่นเข้าแลกเพื่อให้คาร์ลยอมปล่อยตัวไปรึเปล่า? ถึงแม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออย่างอับโชคไปชั่วนิรันดร์ก็ตาม? (นี่มันหลักการอะไร สะสมดวงแลกชีวิตได้ด้วย แวมไพร์นะคะไม่ใช่แสตมป์เซเว่น…)

ซึ่งคำตอบของรุกิจะแตกต่างกันไปในแต่ละฉากจบ

แบดเอนด์อันแรกที่ได้มา รุกิไม่ยอมเอาดวงเข้าแลกแต่จะยอมตายเพราะรู้ตัวว่าทำผิดบาป ต่อให้หนีไปตอนนี้สักวันกรรมก็คงตามทันอยู่ดี ถ้าต้องอยู่อย่างหวาดกลัวว่าจะมีใครมาพัวพันกับความผิดบาปของตัวเองแล้ว ขอเลือกชดเชยบาปตอนนี้เลยดีกว่า

และแล้วป๊ะป๋าคาร์ลจึงช่วงชิงชีวิตรุกิคุงด้วยประการฉะนี้ แต่กระนั้นป๊ะป๋าก็ยังอุตส่าห์ใจดีปล่อยให้รุกิสลายร่างอย่างช้าๆ พอมีเวลาร่ำลากับนางเอกยืดยาว (ทีตอนขุ่นแม่คอร์เดเลียป๊าแกเสกเพี้ยงเดียวขุ่นแม่หายวับไปเลย ดับเบิ้ลสแตนดาร์ดมาก ทำไมโหดร้ายกะเมียหลวงแต่ใจดีกะลูกเลี้ยงจังคะะะะ)

ruki-badend

หลังจากรุกิคุงสลายร่างไปแล้ว นางเอกก็กลับมาอาศัยอยู่ในบ้านมุคามิกับโคคุง ยูมะ และอาซึสะ แต่ในใจเอาแต่ซึมกะทือเฝ้าคิดถึงแต่รุกิคุงเรื่อยไป จบ ที่จริงก็เป็นแบดเอนด์ที่ไม่เลวร้ายเท่าไหร่นะ เป็นความตายที่รู้สึกสมเหตุสมผลอยู่ คือบางทีแบดเอนด์เกมนี้ชอบยัดเยียดให้ตายแบบดันทุรังไปหน่อย แต่ฉากนี้โอเคเลย มีเหตุผลชัดเจนว่าทำไมถึงต้องตาย

ส่วนแบดเอนด์อีกอัน รุกิจะยอมแลกดวงที่เหลือเพื่อให้คาร์ลยอมละเว้นชีวิต ส่วนรุกิกับนางเอกก็ไปลุ้นกันเองว่าไอ้ชีวิตที่มันไม่มีดวงเหลืออยู่เนี่ยจะบัดซบขนาดไหน

ฉากจบนี้ลุ้นมากกกกก เล่นด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะทั้งๆ ที่มันเป็นแบดเอนด์ แต่นางเอกดันท้องจ้าาาาาา มาท้องอะไรในแบดเอนด์คะแม่คุ๊ณณณณณ ดูกาลเทศะหน่อยมั้ยยยยยยย

พอนางเอกท้องแล้วรู้สึกลุ้นมากว่า เอ๊ะ แบดเอนด์นี้มันจะมาไม้ไหน?? ปรากฏว่าฉากจบนี้เล่นมุกนางเอกท้องลูกชายอื่นค่ะ โอ้แม่เจ้า!!!

พ่อของเด็กก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล อีตาชินที่เคยจับนางเอกไปกักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเวลานานนั่นเอง ส่วนรุกิที่รู้ว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกตัวเองก็ไม่โทษนางเอกเลย แถมยังรู้สึกผิดที่นางเอกต้องพลีกายให้ชินเพื่อช่วยพวกรุกิอีกต่างหาก

ทว่าในเมื่อลูกชายของนางเอกและชิน (ผู้มีนามว่าอดัม โอ้ย รุกิคุ้งงงง จะยึดติดอะไรกะอดัมขนาดน้านนน) เป็นเผ่าพันธุ์เฟิร์สท์บลัด รุกิจึงบังเกิดความรู้สึกว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ ว่าแล้วก็แอบย่องเข้าไปตอนลูกหลับและตั้งท่าจะฆ่าทิ้ง (กรี๊ดดดด ม่ายยยย อย่าาาาา นั่นเด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่นะว้อยยยยยย ภาคที่แล้วฆ่าแมวไปตัวนึง ภาคนี้พี่จะฆ่าเด็กเลยหรือออออ)

แต่สุดท้ายรุกิคุงก็อ่อนใจฆ่าไม่ลง หลังจากนั้นรุกิจึงต้องใช้ชีวิตที่เหลือจมอยู่กับความทรมานใจที่ต้องเลี้ยงลูกของอดีตคู่อาฆาตแถมยังเป็นเผ่าพันธุ์ศัตรูกับแวมไพร์อีก รุกิเลยได้แต่หวังว่าเด็กคนนี้จะรีบโตแล้วรีบมาฆ่ารุกิให้ตายๆ ไปซะที

เป็นฉากจบที่… เออ ก็คิดได้เนอะ (ฮา)

อย่างไรก็ตาม อีฉากจบสุดหดหู่นี่มันก็ยังมีความน่ารักอยู่บ้าง ฉากที่โคคุง ยูมะ และอาซึสะมาวิ่งเล่นกะเด็กชายอดัมมันน่ารักมากกกกกกกกกก (≧ω≦) เช่นตอนที่นุ้งอดัมรบเร้าขอขี่คอคุณอายูมะ แล้วคุณอาช่วยพาขี่คอวิ่งเล่นเป็นที่สนุกสนาน (หายปวดคอแล้วเหรอคุณอา?) และตอนที่นุ้งอดัมเรียกทุกคนว่าคุณอาๆ แล้วโคคุงบ่นอุบอิบว่าฟังดูแก่จัง ฉันเป็นไอดอลที่ยังโลดแล่นในวงการอยู่เลยแท้ๆ งากกก น่ารักกกกกกกก (≧ω≦)(≧ω≦)

ส่วนในกู้ดเอนด์รุกิก็เอาดวงเข้าแลกเพื่อไปใช้ชีวิตกับนางเอกเช่นกัน แต่ด้วยความที่เป็นกู้ดเอนด์เลยมาแนวมองโลกในแง่ดี รุกิพูดทำนองว่าแม้ชีวิตที่เหลือจะซวยแค่ไหน ขอเพียงเราสองได้อยู่ด้วยกันมันก็ถือเป็นโชคดีแล้ว ตอนหลังคาร์ลเลยเฉลยว่า ไอ้เรื่องดวงที่กำหนดมานั่นเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น (เวรกรรม แล้วแบดเอนด์เหล่านั้นมันคืออัลไลลลล) 

และแล้วรุกิกับนางเอกจึงได้แต่งงานกัน จบ ความพีคของฉากนี้อยู่ตรงที่ได้ฟังเสียงซากุไรซังกล่าวคำสาบานในพิธีแต่งงาน (///ω///)

ruki-df-goodend

เริ่มสงสัยละนะว่ากู้ดเอนด์ภาคนี้จะจบที่ฉากแต่งงานกันทุกคนเลยรึเปล่า ถ้าใช่แปลว่าควรเลิกหวังภาคต่ออย่างจริงจังสินะ…

โดยสรุปแล้วชอบรูทรุกิภาคนี้มากกกกกก ชอบมากที่สุดในบรรดาทุกภาคที่เคยมีรุกิมา รูทนี้จัดเต็มครบรสทั้งเผ็ด ทั้งหวาน ทั้งขม อร่อยเคี้ยวเพลินเหลือเกิน (เริ่มไม่แน่ใจว่านี่แวมไพร์หรือมะขามสามรส) แถมยังได้ฟังเสียงซากุไรซังทั้งยามทรมานคนและโดนคนอื่นทรมาน ครบเครื่องจริงๆ♥

7 comments on “DIABOLIK LOVERS DARK FATE: Ruki’s route

  1. กรี๊ดดดดด!! >//o//< ขอบคุณที่สปอยค้าาา! (น้องซื้อไม่ได้เพราะไม่มีตังค่ะ TT)
    อยากดูรูทคาร์ล่ามากเลยค่ะ ว่าจะโหดและแซ่บแบบถึงพริกถึงขิงขนาดไหนจะรออ่านสปอยนะคะ

    (จริงๆแล้วอ่านสปอยของพี่มานานแล้วแต่ลืมอีเมลล์เลยไปสมัครมาใหม่ค่ะ ฮาาา)

    Like

    • chutipuk says:

      แอร๊ ขอบคุณที่มาเมาท์มอยกันค่าาาา XD
      รูทคาร์ล่านี่พี่ก็ไม่แน่ใจนะคะว่าเล่นจบแล้วจะมีชีวิตรอดกลับมาเขียนมั้ย กลัวเลือดหมดตัวก่อนค่ะ 5555555

      Like

  2. ^__< ลองเล่นรูทคาร์ล่าดูสิค่ะ! เห็นว่าซึ้งจนน้ำตาไหลเลย ไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่หยิ่งขนาดนั้น…จะรักและห่วงใยยุยขนาดนี้…(;_;) ไปลองอ่านสปอยอื่นดูมาอ่ะค่ะ แต่เค้าสปอยแค่นี้…แต่ไม่รู้ทำไมน้ำตาถึงไหล ฮือๆ~ T^T ซึ้งเจ้าค่ะ+

    Like

  3. 0_0 อ๋อ..จริงสิ! ลืมบอกไปค่ะ…ลองเล่นรูทสุบารุดูสิค่ะ! ถึงจะหวานเลี่ยนตามพระเอกก็เถอะ…แต่ครั้งนี้มันมีอะไรแปลกใหม่มาก! ถึงขนาดล้มทั้งยืนได้เลยค่ะ! หนูยุยของน้องงT^T

    (หนูยุย___จงเติมในช่องว่าง) ลองไปเล่นดูนะคะ 5555

    Like

    • chutipuk says:

      ใจเย็นค่ะคุณน้องงงงง พี่กะว่าจะเล่นทุกรูทอยู่แล้วค่ะ ให้พี่เล่นทีละรูทนะคะ 555555555

      Like

  4. KeyLaSi says:

    มาไล่อ่านย้อนหลังจากรู้ว่าคนพากย์เป็นใคร กร๊ากก
    โขวบอกแว่ ไม่รู้เรื่องเล่อะ 555555

    ไม่เป็นไรค่ะ สูดความฟินตอนโดนซากุไรซังด่า แหม่ นึกเสียงออกอะ ยิ่งบทแอ๊บด่าโหดด้วยนี่ นางต้องแร่ดเล็กน้อยพอประมาณแน่นแน่ โอเค๊ๆๆๆๆ เดี๋ยวอนิเมมาเราจิตามไปดู (ฮา)

    โอ้ย อ่านไปอ่านมารูทแอ๊บด่านี่มันตลกม้ากกกกกกกกก อัลลัยของมึงคะชีวิตตตต

    ตายละ แบ้ดเอนท์แบบเด็กชายอดัมนี่ก๊าวดีออกนะค๊ะะะะะะะะะะ

    ขอบคุลล์สำหรับฉะปอยค่ะ อิอิ

    Like

    • chutipuk says:

      ที่จริงมันมีอนิเมะตอนพิเศษออกมาแล้วด้วยค่ะ แต่รุกิบทน้อยมาก พูดประมาณสามประโยค 555555555

      อนิเมะซีซั่นสองนี่ก็ไม่รู้จะทำออกมาเป็นไงนะคะ สงสัยจะออกแนวเหมือนจะดราม่าแต่ขำขันเหมือนเดิม (ก๊ากกก) แต่ซากุไรซังบทนี้แซ่บเฟ่อร์ค่ะ ห้ามพลาดดดดด

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s