nicocafe x Rejet at P’Parco

ตอนที่ไปแอ่ว P’Parco อิเคะบุคุโระนอกจากจะไปเสียเลือดเสียเนื้อตามช็อปโน่นนี่นั่นแล้วยังได้ลงไปนิโกะคาเฟ่ที่ชั้นใต้ดินมาด้วยล่ะ (≧∀≦)

โชคดีมากที่ไปเที่ยวช่วงที่คาเฟ่นี้จัดคอลลาโบะกับ Rejet พอดิบพอดี คอลลาโบะนี้จัดตั้งแต่ 11 กุมภา-1 มีนา ตอนนี้หมดไปแล้ว แต่ตอนโผล่หน้าไปดูคาเฟ่ก็ไม่ได้หาข้อมูลไปก่อนเลยว่ามันจัดเมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่ คุ้นๆ ว่ามีก็เลยลองไปดูซะหน่อย ปรากฏว่าแจ็คพอตเจอหนุ่มๆ แวมไพร์เต็มไปหมดเลย ดีงาม (///ω///)

ไปถึงหน้าร้านตอนแรกก็งงๆ ว่าร้านนี้ใช้ระบบอะไรในการเข้าร้าน ต้องจองก่อนมั้ยอะไรยังไง? (เพราะคอลลาโบะคาเฟ่ชอบทำตัวเข้าถึงยากกันตลอดดด) พอไปยืนอ่านป้ายหน้าร้านแล้วพบว่าใช้ระบบยืนต่อคิวหน้าร้านนั่นแหละ โต๊ะว่างเมื่อไหร่พนักงานก็จะมาเรียกเอง ว่าแล้วก็ไปยืนต่อคิวอย่างฉับไว โชคดีที่ถึงแม้ว่าตอนนั้นจะมีคนนั่งเต็มร้าน แต่ไม่มีคนต่อคิวอยู่เลยซักคน (และพอเราได้เข้าไปนั่งในร้านแล้วหันมาดูอีกที คนต่อคิวยาวเป็นสิบ อาาา โชคดีจริงๆ)

หน้าร้านมีรูปคีย์วิชวลของงานสโนว์เวอร์จิ้นโร้ดขนาดใหญ่เบิ้มกางอยู่ด้วย รีเจ็ทใช้รูปนี้คุ้มเวอร์มาก เจอแทบทุกตารางนิ้วในห้างและรอบๆ ห้าง แถมยังทำกู๊ดส์ลายนี้ออกมาเยอะแยะอีกต่างหาก แฟนเกิร์ลก็หมดตรูดกันไปนะคะะะะ

SONY DSC

เก็บภาพมาได้ไม่หมดเพราะตรงริมๆ ขอบนั่นมีคนนั่งอยู่ แป่ววว

ตอนออกจากร้านพยายามเปลี่ยนมุมเก็บให้ครบทุกคนแต่ก็ได้มาไม่ครบอยู่ดี ขาดชินไปคนนึง (TωT)

SONY DSC

นอกจากป้ายหนุ่มๆ ในชุดแต่งงานขนาดบะละเฮิ่มแล้ว บนหัวก็ยังมีป้ายเล็กๆ เรียงรายไปตลอดระยะหน้าร้าน

SONY DSC

บอกแล้วว่ารูปงานสโนว์เวอร์จิ้นโร้ดนี่ใช้คุ้มมากจริงๆ……

เพราะนอกจากป้ายมากมายก่ายกองพวกนี้แล้ว สแตนดี้ในร้านก็ไม่พ้นรูปนี้อีกเช่นกัน

SONY DSC

ที่จริงแล้วฮนเมของเราคือยูมะ แต่ยูมะในรูปนี้ดูเหมือนกำลังสก็อตจัมป์ยังไงพิกล เห็นแล้วพลอยปวดคอตามยูมะไปด้วย เลยรู้สึกว่าคนที่ก๊าวที่สุดในเซ็ตคือโคคุง (ซึ่งเป็นเด็กที่แต่งหล่อแล้วไม่พูดอะไรเลยแบบนี้จะก๊าวมาก…)

ส่วนบนโต๊ะนั่นคือแฟ้มและทะเบียนสมรสซึ่งเป็นของที่ขายในรีเจ็ทช็อป ตอนเห็นในเว็บว่ารีเจ็ทจะทำทะเบียนสมรสนี่ออกมาขายเราขำพรวดหน้าคอมเลย แต่พอเข้ารีเจ็ทช็อปแล้วดันอยากได้แฟ้ม ซึ่งพอซื้อแฟ้มก็จะได้ทะเบียนสมรสนี่มาด้วย สรุปว่าตอนนี้เราเลยมีทะเบียนสมรสของทั้ง 12 คนครบเลย ก๊ากกกก

และอันที่จริงทะเบียนสมรสนี่มันก็น่ารักดีนะ เขียนประวัติแต่ละคนได้คิวท์มาก (*・ ・*)

ว่าแล้วก็ซูมรูปด้านล่างซักเล็กน้อย รูปพี่ชู รุกิ และคาร์ล่ารูปนี้เราชอบขนาดตั้งเป็นหน้าจอมือถือตั้งแต่แรกเห็นเลย รุกิยันเดเระดี (〃∀〃)

SONY DSC

ระหว่างยืนดูเมนูหน้าร้านก็สงสัยว่าทำไมทั้งสแตนดี้หน้าร้านทั้งเมนูถึงมีแต่มุคามิบราเธอร์สกับสองพี่น้องสึกินามิ แล้วซากามากิหายศีรษะไปไหนกันหมดดดด พอกลับมาหาข้อมูลในเว็บเพิ่มเติมถึงได้รู้ว่าคาเฟ่นี้แบ่งเมนูเป็นสองช่วง ครึ่งแรกจะเป็นเมนูหนุ่มๆ บ้านซากามากิกับสองหนุ่ม LAGRANGE POINT ส่วนครึ่งหลังจะเป็นมุคามิ สึกินามิ กับเด็กๆ MARGINAL#4

SONY DSC

ใจนึงก็ดีใจที่บังเอิญมาเจอช่วงมุคามิบราเธอร์สพอดี แต่อีกใจก็เสียดายซากามากิกับลากุโปะเหมือนกัน (T-T)

อย่างไรก็ตาม ถึงจะไม่มีคิวเลยและมองเข้าไปในร้านเห็นโต๊ะว่างอยู่โต๊ะสองโต๊ะ แต่ก็ยืนรออยู่พักใหญ่เพราะพนักงานในร้านมีน้อยจนน่าเห็นใจ พนักงานดูบีซี่มากจนอยากเข้าไปช่วยเก็บโต๊ะกันเลย แต่จะทำเช่นนั้นก็คงมิได้ ระหว่างยืนรอเข้าร้านเลยได้แต่คอยให้กำลังใจแฟนที่กำลังสก็อตจัมป์ไปพลางๆ♥ (#เดี๋ยวนะ)

SONY DSC

และผลพวงจากการยืนให้กำลังใจแฟนเป็นเวลาหลายนาที

พอได้เข้าร้านจึงได้นั่งโต๊ะยูมะด้วยยยยยยย แฮร้ยยยยยย แม้เซ็ตนี้จะหล่อแพ้คนอื่นไปนิด แต่ได้นั่งโต๊ะยูมะก็ดีใจที่สุดแล้วววว (≧д≦)

SONY DSC

เสียใจเบาๆ ที่ถ่ายรูปมาไม่ชัด โฮฮฮฮ ขอโทษนะยูมะะะะะะ แต่แสงในร้านมันน้อยชริงๆ (T∇T)

อีกฝั่งนึงของโต๊ะเป็นอาซึสะล่ะะะะะ

SONY DSC

ส่วนโต๊ะติดกันเป็นโต๊ะรุกิกับโคคุง

SONY DSC

ตอนเราเข้าไปนั่งมันว่างอยู่ แล้วซักพักคนที่ได้มานั่งโต๊ะนี้เผอิญเป็นติ่งโคคุงพอดี คุณเธอเลยควักกู๊ดส์โคคุงจำนวนมากออกมาถ่ายรูปกับโต๊ะรัวๆ เห็นแล้วอยากควักกู๊ดส์ยูมะออกมาประชันมาก แต่ไม่ได้พกติดตัวไปเลย เศร้าจัง ยอมแพ้ก็ได้ (´・_・`)

เมนูในร้านมีทั้งอาหารและเครื่องดื่มคอลลาโบะ แล้วก็มีพวกเมนูทั่วไปของร้านด้วย แต่ในเมื่อมาตอนมีงานรีเจ็ททั้งทีก็ควรสั่งเมนูแวมไพร์ใช่ม้าาาาา หลังจากพิจารณาเมนูแล้วพบว่าน้ำยูมะ (อย่าคิดลึกนะ…) เป็นน้ำเสาวรสผสมมะม่วง คาลพิส และโทนิกวอเตอร์ เห็นแล้วจินตนาการไม่ค่อยออกว่ารสชาติจะออกมาเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆ คือไม่ค่อยไว้ใจน้ำเสาวรสเท่าไหร่ ดังนั้นเลยเลือกสั่งน้ำโคคุงที่เป็นสตรอว์เบอร์รี่คาลพิสแทนน่าจะปลอดภัยกว่า ขอโทษนะยูมะที่นอกใจ ฮือออววว์ (ยูมะบอก ชินแล้วล่ะป้า)

ส่วนเพื่อนร่วมทริปสั่งเครื่องดื่มรุยคุงจากมาจิโฟร์ เป็นบลูคูราโซ่ผสมเลม่อนโซดา

SONY DSC

สตรอว์เบอร์รี่คาลพิสของโคคุงอร่อยดี รสชาติก็เป็นสตรอว์เบอร์รี่ผสมกับคาลพิสนั่นแหละ แต่จะซ่าๆ หน่อยเพราะผสมโทนิกวอเตอร์ด้วย

สั่งน้ำมากินกันคนละแก้วโดยไม่ได้สั่งของคาวหรือขนมใดๆ เพราะมีภารกิจต้องไปคุโรบาสคาเฟ่ต่ออีก (ทริปนี้เข้าคอลลาโบะคาเฟ่รัวๆ ฮา) แต่ถึงจะสั่งน้ำมาแก้วเดียวก็ยังได้กระดาษรองจานมาเป็นของแถมด้วย

กระดาษรองจานนี่เลือกลายเองไม่ได้ พนักงานจะหยิบจากในกล่องให้ ได้ลายเลิฟด้ง (LOVEDON!!QUIXOTE) กับลิปปง (LIP ON MY PRINCE) มา ไม่อินทั้งสองเรื่องเพราะเรื่องนึงเป็นซีดีซีรีส์ใหม่ที่ยังไม่วางขายด้วยซ้ำ ส่วนอีกเรื่องวางขายมานานแล้วแต่ไม่เคยฟังซักแผ่น แป่ววว พอยื่นให้เพื่อนร่วมทริปเลือก คุณเพื่อนก็เลือกลายลิปปงไป (ทั้งๆ ที่ไม่เคยฟังเหมือนกัน 555555) เราเลยได้ลายเลิฟด้งมาเป็นที่ระลึก (ปัจจุบันวางไว้ไหนแล้วก็ไม่รู้ ยัดไว้ในแฟ้มซักอันที่ซื้อมาแหละมั้ง…)

ระหว่างที่นั่งละเลียดเครื่องดื่มในร้าน ทีวีที่ติดอยู่เต็มร้านจะเปิดพีวีที่ฉายในงานสโนว์เวอร์จิ้นโร้ดให้ดูวนไปเรื่อยๆ ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าว่าตอนที่พีวี BLOODY BOUQUET ที่เป็นซีรีส์ใหม่ของหนุ่มๆ แวมไพร์ขึ้นจอมา ทุกคนที่นั่งแถวๆ เราตั้งใจดูกันมากกกกก พอพีวีจบแล้วสาวกโคคุงที่นั่งโต๊ะข้างๆ ถึงกับรำพึงว่า ‘ตายแน่ๆ’

สัมผัสได้ว่าทุกคนเป็นติ่งสิ่งเดียวกัน อาห์ อบอุ่นดีจัง (*´ω`*)

มิหนำซ้ำกำแพงร้านยังเปิดโอกาสให้ระบายความติ่งกันได้เต็มที่ด้วยนะ

SONY DSC

แต่ความที่พื้นที่สำหรับเขียนเหลือน้อยนิด บวกกับมีคนนั่งฝั่งริมผนังกันเต็มทุกที่ เราจึงอดร่วมประกอบพิธีกรรมนี้โดยปริยาย ว้า (´・_・`)

ที่จริงในร้านให้นั่งได้เก้าสิบนาที แต่เราไปนั่งกินน้ำอย่างเดียวเลยไม่ได้นั่งแช่นานๆ (ที่จริงคือเห็นคนต่อคิวยาวเหยียดแล้วรู้สึกกดดัน) ถ้าเมนูขนมหวานดูน่ากินกว่านี้ก็อาจสั่งมานั่งกินนั่งแช่ในร้านที่เต็มไปด้วยหนุ่มๆ แวมไพร์ให้นานกว่านี้หน่อย แต่ของหวานหนุ่มแวมไพร์มันดูกระจิริดไม่สมราคาไปนิด ส่วนเมนูอื่นๆ ดันเป็นขนมที่เบสออนคอนเซปท์จากพวกซีดีของรีเจ็ทที่เราไม่ได้ฟังเลยซักเรื่อง รู้สึกไม่อิน ไม่กินดีกว่า (ขนาดจะสั่งอาหารยังต้องอาศัยความติ่งเป็นแรงขับเคลื่อน…)

ที่จริงชอบชื่อเมนูพาร์เฟ่ต์ของมาจิโฟร์นะ เมนูนี้มีชื่อว่า 「銀河の果てまでkissを届けるパフェ」แปลว่า พาร์เฟ่ต์ส่งจูบไปให้ถึงขอบกาแล็กซี่ โอ้ยยยย ตล๊กกกกก ถึงแม้วลีส่งจูบไปให้ถึงขอบกาแล็กซี่มันจะเป็นคอนเซปท์ของวงนี้ที่ใช้มาตั้งนานแล้ว แต่พอมาเป็นชื่ออาหารแล้วมันตลกยิ่งกว่าเดิมอีก 55555555 (แต่ความชอบชื่อเมนูก็ไม่ได้ทำให้อยากกินมากขึ้นแต่อย่างใด บัยส์)

แอนี่เวย์ ในบรรดาคอลลาโบะคาเฟ่ที่ได้ไปเยือนในทริปนี้ เราปลาบปลื้มที่นี่มากที่สุดแล้วแม้ว่าจะใช้เวลาอยู่ในร้านนี้น้อยที่สุด เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่อิ่มอกอิ่มใจกับแวมไพร์เหลือเกิน♥

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s