เจ้าสาวมังกรขาว

ยังคงอยู่ในช่วงเคลียร์นิยาย (also known as งานไม่เสร็จงดเล่นเกม เลยหันมาอู้ด้วยการอ่านนิยายแทน) คราวนี้เล่มที่อ่านจบไปเป็นเล่มแปลไทยที่เพิ่งออกในงานหนังสือหมาดๆ เลย คือ “เจ้าสาวมังกรขาว” (白竜の花嫁) เล่ม 3

ตอนอ่านสองเล่มแรกไม่ได้เขียนถึงเลย เพราะอ่านแล้วเฉยๆ กับเนื้อเรื่อง ซื้อเพราะชอบอิลลัสท์ฝีมืออาจารย์อุสุบะคาเงโร่ แต่พออ่านเล่มสามแล้วมัน เฮ้ย! ดีอะ! เล่มนี้พีคอะ! ชอบอะ! ขอเขียนถึงหน่อยเถอะ!

SONY DSC

.

*EXTREME SPOILER ALERT*

.

เล่าเรื่องย่อสองเล่มแรกก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสึมิชิโระ เจ้าหญิงของอาณาจักรเล็กๆ อาณาจักรนึงที่ถูกส่งไปเป็นเจ้าสาวของชูทราล มังกรหนุ่มหล่อแซ่บแสนซื่อบื้อแต่ใจดี -จบการเล่าเรื่องย่อสองเล่มแรก- (ก็พล็อตหลักมันมีแค่นี้จริงๆ…)

เล่มแรกสุดเลยจะเล่าถึงความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมังกร ส่วนเล่มสองจะเริ่มมีความขัดแย้งระหว่างมังกรด้วยกันเองเข้ามาบ้าง ซึ่งถึงจะเฉยๆ กับทั้งสองเล่ม แต่ยอมรับก็ได้ว่าที่จริงแล้วชอบตัวละครเวอร์มิลเลียนในเล่ม 2 มากเลย เป็นหนุ่มผมแดงใสซื่อที่ขยันหน้าแดงเป็นนิจ (〃ω〃) อ่านแล้วรู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก (สงสัยเพราะภาพซ้อนกับอิตโตกิคุงนิดๆ พอโยงซี้ซั้วปุ๊บ ก๊าวเลย)

ในขณะที่พอมาถึงเล่มสาม ซับพล็อตมันจะไม่ใช่แนวมังกรตีกันละ ถึงจะมีฉากบู๊อยู่หลายรอบ และไคลแมกซ์ของเล่มเกิดขึ้นเพราะการวางแผนของมังกรฝ่ายตัวร้ายก็ตาม แต่ซับพล็อตของเล่มนี้มันต่างจากสองเล่มตรงที่ มันเป็นเรื่องของความรัก

เล่มนี้นอกจากพระเอกนางเอกแล้ว ยังมีตัวละครเด่นๆ อีกสองตัวคือแอคดัล มังกรดำตาเดียวที่ออกจากเผ่ามาอาศัยอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร กับซากุระ หญิงสาวชาวมนุษย์ผู้เป็นคู่ชีวิตของแอคดัล

ซึ่งความดีความชอบของเล่มสามมันอยู่ที่คู่นี้แหละ พระเอกนางเอกช่างเค้าเถอะ ก๊ากกก (ขอโทษนะ แต่ไม่อินคู่หลักจริงๆ เจ้าค่ะ)

เรื่องราวของแอคดัลกับซากุระเริ่มต้นในเล่มนี้และจบในเล่มนี้ เริ่มจากแอคดัลไปลักพาตัวสึมิชิโระมาที่เรือนของตัวเองเพื่อรักษาอาการป่วยเรื้อรังของซากุระ สึมิชิโระเห็นคนป่วยแล้วก็ทนเฉยไม่ได้ โอเค ยอมช่วยก็ด้ะ แล้วสึมิชิโระกับชูทราลที่ตามมาทวงเมียก็เลยพักอยู่ที่เรือนของแอคดัลกับซากุระชั่วคราว ระหว่างนั้นสึมิชิโระก็ได้พูดคุยกับซากุระหลายๆ อย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมังกร และการสาบานตนเป็นคู่ชีวิตของมังกรชั่วนิรันดร์

ตัดภาพไปตอนจบ ชึ้บ
ซากุระป่วยตาย แอคดัลโดนมังกรเผ่าเดียวกันจับกิน THE END

ไหงเล่มนี้มันแทรจิดี้ขนาดนี้คะะะะะะะ

แต่ตอนอ่านไม่ค่อยตกใจเท่าไหร่เพราะแอบสปอยล์ตัวเองด้วยอิลลัสท์แล้ว พอดีเป็นมนุษย์จำพวกที่ซื้อนิยายที่มีภาพประกอบมาแล้วต้องพลิกดูภาพประกอบทุกหน้าก่อนแล้วค่อยอ่าน ด้วยเหตุนี้จึงเห็นภาพซากุระกระอักเลือดตั้งแต่ยังไม่เริ่มอ่านแล้วล่ะ หึ ถึงหล่อนตายชั้นก็ไม่ตกใจหรอกย่ะ

แต่ถ้าซากุระไม่ตาย คงไม่รู้สึกว่าคู่นี้ดีงามขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าเพราะซาดิสท์หรือนิยมแทรจิดี้ แต่เพราะการที่ซากุระตายมันทำให้สื่อถึงความ 儚い ได้ดีมาก จะว่าไงดีล่ะ ความไม่จีรังยั่งยืน ความเปราะบางของสรรพสิ่ง อะไรประมาณนั้น

ฉากที่ทำให้เริ่มรู้สึกชอบเรื่องราวของคู่นี้คือฉากที่ซากุระเล่าความหลังครั้งที่สองคนนี้พบกันครั้งแรกท่ามกลางกลีบซากุระร่วงโรย การบรรยายอาจจะเป็นแค่ภาษาเรียบง่ายธรรมดาก็จริง แต่จินตภาพที่ได้มันสวยงามมาก คงเพราะได้ภาพสีรองปกของอาจารย์อุสุบะประกอบด้วยล่ะมั้ง (สรุปว่าที่เขียนมานี่คือจะอวยคนวาด ฮาาา)

สารภาพนิดนึงว่าตอนเห็นภาพสีครั้งแรกอดคิดไม่ได้ว่าพระเอกนางเอกหายไปไหน!? สาวผมดำกับมังกรเขาหักนี่ใคร!? แต่พออ่านจบแล้วรู้สึกว่าฉากนี้เป็นฉากที่เหมาะที่สุดสำหรับภาพสีแล้วล่ะ

ชอบการใช้ดอกซากุระเป็นสื่อถึงคู่แอคดัลกับซากุระมากเลย ชอบที่คนเขียนใช้ความหมายของดอกซากุระสื่อในสิ่งที่กวีญี่ปุ่นฮิตกันมาเป็นพันปี คือสื่อว่าเป็นสิ่งที่งดงามเพราะมีวันร่วงโรย เป็นความงามเพียงชั่ววูบก่อนดับสูญ ซึ่งมันเป็นสุนทรียรสในบทกวีที่คลาสสิกมากของญี่ปุ่น เป็นโมโนะโนะอาวาเระ (もののあはれ) ในแบบฉบับที่ย่อยง่ายเสพง่าย ไม่ต้องคิดตีความอะไรให้มากมาย เพราะคนเขียนก็บอกไว้หมดเลยว่าซากุระหมายถึงความไม่จีรัง (ยังไงมันก็เป็นไลท์โนเวลนี่นะ จะบอกว่ามีโมโนะโนะอาวาเระสุดงดงามระดับเก็นจิโมโนกาตารินั่นก็อวยเวอร์ไป ฮา)

เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าไม่ค่อยเจอคนใช้ซากุระสื่อออกมาแนวนี้เท่าไหร่ ทั้งๆ ที่มันคลาสสิกมาก แต่เจอคนใช้เป็นสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ ชีวิตวัยรุ่นอันสดใส ความทรงจำที่ชวนหวนคิดถึง อะไรทำนองนั้นมากกว่า

อนึ่ง ที่จริงดอกไม้อื่นก็ร่วงเหมือนกันหมดแหละ แต่ภาพซากุระร่วงมันชัดเจนที่สุดสำหรับคนญี่ปุ่นมั้ง สะพรั่งไว ร่วงโรยไว แถมเวลาร่วงก็ร่วงอย่างโหด  เพราะงั้นเลยสื่อภาพความไม่จีรังอันงดงามยั่งยืนได้ชัดที่สุด (มั้ง ตรงนี้เดาเอาเอง…)

โมเมนต์ที่ประทับใจที่สุดของคู่แอคดัล-ซากุระคือตอนที่ซากุระกำลังจะตาย ทั้งสองคนไปดูดอกซากุระด้วยกันแล้วก็พูดคุยเลียนแบบตัวเองในอดีต ตั้งแต่ตอนแรกพบจนถึงตอนที่สาบานว่าจะอยู่เคียงข้างกันชั่วนิรันดร์ ฉากนี้คือแบบบบบ T____T

ที่จริงก็ไม่รู้สึกอินกับ ‘ความรัก’ ของคู่นี้เท่าไหร่ มันออกจะน้ำเน่าประหนึ่งโรมิโอจูเลียตด้วยซ้ำ (เอ๊ะ แต่ความจริงเราชอบโรมิโอจูเลียตนะ…) อย่างที่บอกว่าชอบการสื่อถึงความ 儚い กับการใช้ดอกซากุระเป็นสัญลักษณ์ แต่อ่านฉากที่ซากุระกำลังจะตายแล้วก็อดขนลุกเกรียวไม่ได้ คงเพราะคำสาบานทรงพลังดีมั้ง…?

อีกอย่างที่ชอบในเล่มนี้คือ ซับพล็อตเรื่องแอคดัลกับซากุระเป็นตัวขับเคลื่อนให้กับพระเอกนางเอกของเรื่องได้ดีมาก คือไม่ใช่แค่เขียนมาฆ่าทิ้งเรียกน้ำตาเฉยๆ (แต่เราไม่ร้องไห้นะ -.-) แต่ตัวละครรองทั้งสองตัวนี้เป็นคนที่เข้ามาช่วยให้พระเอกนางเอกได้นึกย้อนทบทวนความรู้สึกตัวเองจนเริ่มตกตะกอนเป็นรูปร่างขึ้นมา ถือเป็นซับพล็อตที่ทำหน้าที่เสริมพล็อตหลักได้อย่างลงตัว

อ้อ ชอบอีกอย่าง ชอบที่แอคดัลโดนฆ่าตาย
เป็นจุดที่รู้สึกว่าคนเขียนใจดีจัง ถ้าปล่อยให้อยู่ต่อคงทรมานเนอะ ตายๆ ไปเถอะดีแล้ว สงสาร

อ่านเล่มนี้จบแล้วรู้สึกชอบเรื่องนี้มากขึ้นเยอะเลย แต่คู่ที่เป็นเหตุให้ชอบก็ดันม่องเท่งตามกันไปแล้ว บั๋ยบาย TvT

เสียดายอย่างนึง เสียดายที่ฉบับแปลไทยไม่แปะไตเติลของแต่ละเล่มด้วย อย่างเล่มนี้มีชื่อตอนว่า 隻眼の黒竜と永遠を望むもの (มังกรดำตาเดียวกับผู้ปรารถนานิรันดร)  แต่ของไทยแปะเลขว่าเล่ม 3 แทน แบบนี้ช่วยให้เข้าใจการเรียงลำดับเล่มง่ายกว่าของญี่ปุ่นก็จริง (เพราะญี่ปุ่นชอบแปะแต่ชื่อตอน แล้วไม่ยอมบอกลำดับว่าเล่มไหนมาก่อนมาหลัง ฮ่วย) แต่ถ้าแปะทั้งเลขและชื่อตอนด้วยก็คงดีเนอะ

เหนือสิ่งอื่นใด อิลลัสท์ของอาจารย์อุสุบะงามจริงๆ โฮวววววว หนูรอเกม Reines des Fleurs ออกอยู่นะคะอาจารย์ขราาาาาา

Advertisements

2 comments on “เจ้าสาวมังกรขาว

  1. Saicharot says:

    ฮาในความแทรจิดี้มากค่ะ 55555 ชอบรีวิวอะ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s