バビロニアの獅子: The Lion of Babylonia

ช่วงนี้รู้สึกจะหันกลับมาเสพผลงานอาจารย์ฮิกุริ ยูเยอะมากหลังจากห่างหายไปนาน ไล่ตั้งแต่เล่นกักคุเอ็นเฮฟเว่นภาคสอง ขุดมังงะกักเฮฟภาคแรกมาอ่าน ขุดคันตาเรล่ากับคราวน์มาอ่าน ไปค้นสแกนลุดวิกที่ 2 อ่าน (สอยมือสองในอเมซอนดีมั้ยนะ อยากได้จัง อยากเก็บกักเฮฟภาคแรกเล่มคุณประธานนักเรียนด้วย TvT) รวมทั้งซื้อผลงานเรื่องเกือบล่าสุดของอ.อย่าง バビロニアの獅子 (Babylonia no Shishi แปลตรงๆ ก็ราชสีห์แห่งบาบิโลน) มาอ่าน อืม ทำอย่างกับเพิ่งจะรู้จักอ.ฮิกุริอย่างงั้นแหละเนอะ (ฮา)

ตอนแรกก็ว่าจะอ่านเงียบๆ แต่มีคนอยากให้รีวิว ก็โอเค รีวิวก็ได้ ว่าแต่ปกติการ์ตูนเนี่ยเขารีวิวกันยังไงนะ (´・_・`)(´・_・`)

เล่าเรื่องย่อแบบไม่สปอยล์ก่อนก็แล้วกันเนอะ

เรื่องจะเริ่มต้นในยุคปัจจุบัน โรงเรียนของชินและเรโอนะ (玲音奈 แหม ชื่อเก๋ คงจงใจเล่นคำกับ Leona ที่แปลว่าสิงโตนั่นแหละ) ผู้เป็นพระเอกนางเอกของเรื่องแต่ในนามจะจัดทริปไปฝรั่งเศสกัน พอไปถึงพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ เรโอนะก็ถูกดูดทะลุมิติหายไปดื้อๆ ชินผู้เป็นเพื่อนข้างบ้านที่แอบชอบเรโอนะมานานจึงต้องทะลุมิติตามไปทวงเมียถึงราชอาณาจักรบาบิโลนในสมัยของราชากิลกาเมช โดยอาศัยความช่วยเหลือจากวิญญาณของเอนกิดู การผจญภัยของชินผู้ตามหาเมียและราชากิลกาเมชผู้ตามหาชีวิตอมตะจึงเริ่มขึ้น ณ บัดนี้ ผ่างผ่างงงงงงง

ตอนแรกที่รู้ว่าเป็นเรื่องแนวไทม์สลิปทะลุมิติก็คิดในใจว่า อีกและ!? แต่มันก็เป็นแนวที่รู้สึกว่าเยอะจนหายเฝือไปแล้วล่ะ การ์ตูนต่อสู้มีพลังมิตรภาพฉันใด การ์ตูนอิงประวัติศาสตร์ก็มาคู่กับการข้ามเวลาฉันนั้น แต่ถึงไทม์สลิปจะคลีเช่แค่ไหน ถ้าเขียนดีๆ มันก็สนุกแหละ

และเราว่าเรื่องนี้ก็สนุกใช้ได้เลยนะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบแนวย้อนยุค แล้วก็คนที่เคยสัมผัสกับมหากาพย์กิลกาเมชซึ่งเป็นต้นตอของการ์ตูนเรื่องนี้ ซึ่งอันที่จริงเราเป็นติ่งกิลกาเมชจากซีรีส์เฟทของไทป์มูนอยู่แล้วด้วย พอมาอ่านเรื่องนี้เลยเอนจอยไม่เบา ถึงแม้ว่ากิลกาเมชกับเอนกิดูในเรื่องนี้จะคนละขั้วกับของไทป์มูนเลยก็ตาม

เอาล่ะ ต่อไปจะพูดถึงแต่ละเล่มแบบสปอยล์กระจุยกระจายล่ะนะ (ภาพประกอบทั้งหมดถ่ายเองตามมีตามเกิด อาจจะเบลอๆ มืดๆ ไปบ้างแต่ก็ขี้เกียจถ่ายใหม่แล้วล่ะ)

※ เล่ม 1 ※

SONY DSC

ช่วงแรกก็อย่างที่เล่าในเรื่องย่อว่าชินกับเรโอนะถูกดูดทะลุมิติข้ามไปบาบิโลนเมื่อห้าพันปีก่อน แต่ถ้าจะเล่าให้ละเอียดกว่านั้นคือเรโอนะหายวับไปอย่างลึกลับในลูฟร์ แล้ววิญญาณของเอนกิดูก็โผล่มาตรงหน้าชินที่กำลังสับสนงุนงงกับชีวิต

ซึ่งสิ่งที่น่าพิศวงยิ่งกว่าการที่ผีเอนกิดูโผล่มาที่ลูฟร์คือการที่ผีเอนกิดูใส่ชุดรัดรูปสีดำฟิตเปรี๊ยะจากคอจรดตรีนส์ (ชั้นว่าห้าพันปีก่อนมันไม่น่าจะมีอาภรณ์แบบนี้นะ? หรือมันเป็นเครื่องแบบของนรก? หรือยังไง?)

SONY DSC

เอนกิดูบอกว่าความจริงแล้วเรโอนะคือเทพอิชทาร์ของบาบิโลนที่จุติมาในยุคปัจจุบัน แล้วก็เสนอว่าจะช่วยพาชินไปบาบิโลนด้วยกัน แต่ขอร้องอย่างนึงว่า ช่วยปกป้องกิลกาเมชผู้เป็นสหายด้วย (แน่ใจหราว่าเป็นแค่สหายอ้ะะะะะ) พอชินตกลง ทั้งสองก็เปิดวาร์ปไปอาณาจักรบาบิโลนกันทันทีทันใด

พอไปถึงชินก็เกือบจะโดนพวกคนในเมืองจับไปตลาดค้าทาสแต่ก็หนีมาเจอกับสาวสวย ชามัต (ซึ่งเป็นคนที่มีในมหากาพย์กิลกาเมชจริงๆ ด้วยนะเออ) ชามัตซึ่งเป็นนักบวชหญิงพาชินไปซ่อนตัวที่วิหารของเทพอิชทาร์ ซึ่งชินก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไมมองชามัตแล้วมันปวดใจ มันคือความเจ็บปวดของเอนกิดูที่สิงอยู่งั้นเหรอ? พอถามชามัตก็เลยได้ความว่า ชามัตเป็นผู้รับคำสั่งจากกิลกาเมชให้ไปใช้เรือนร่างล่อลวงเอนกิดูออกมาจากป่านั่นเอง (สมัยก่อนเอนกิดูเป็นทาร์ซาน เป็นราชาแห่งป่า) สรุปว่าเอนกิดูปวดใจเพราะมาเจอกิ๊กเก่านะเคอะ

คุยไปคุยมาชินก็ขอร้องว่าพาไปหากิลกาเมชทีเถอะ ชามัตก็โอเค ไปกันเลย (ทำไมง่ายจัง?) แต่ระหว่างทาง เทพอิชทาร์ในร่างของเรโอนะก็โผล่มาขัดขวางไม่ยอมให้คนอื่นไปหากิลกาเมชได้ แต่แน่นอนว่าเทพก็ยังมิอาจขัดขวางความมุ่งมั่นของเอนกิดูที่อยากไปเจอกิล อุคริๆๆ เอนกิดูใช้ร่างของชินต่อปากต่อคำกับอิชทาร์จนเทพยอมถอย แต่ก็บันดาลให้สภาพอากาศวิปริตแปรปรวนทันใดเปรี้ยงปร้างสว่างไสวอันตรายไปทุกที่ พวกนักบวชเลยจับได้ว่าชามัตแอบพาคนนอกเข้ามาในวิหารทำให้เทพเจ้าพิโรธ น้องชินผู้ยังไม่อยากโดนนักบวชฆ่าทิ้งจึงวิ่งหนีจนไปเจอกับกิลกาเมช

SONY DSC

ความหวีดของฉากที่เจอกิลคือ ชินบรรยายความรู้สึกว่า ‘หวั่นไหวอย่างรุนแรง’ เพราะเอนกิดูที่สิงอยู่นั่นเอง ในขณะที่ตอนเจอชามัตบรรยายแค่ ‘เจ็บลึกๆ ในอก’ ก็คงไม่ต้องบอกนะว่าความรู้สึกที่มีให้ใครมันดุเดือดกว่า อะฮิๆๆๆๆ

ตอนที่ชินมาเจอ กิลกำลังนอนซบอยู่ตรงหน้าซากศพของเอนกิดู (โอ๊ย ฉากนี้เศร้า T__T) เอนกิดูเลยอาศัยร่างชินบอกว่าคนตายไปแล้วไม่มีทางฟื้นหรอก ยอมรับเถอะ ทีนี้กิลเลยดราม่าทันที ร้องไห้โวยวายว่าไม่ยอมรับแถมเรียกสิงโตมาฆ่าชินอีก แต่ด้วยวิญญาณทาร์ซานเอนกิดูที่สิงอยู่ทำให้สิงโตไม่ทำอันตรายชิน กิลเลยดราม่าหนักกว่าเดิม ซึ่งเหตุผลที่กิลสติแตกเป็นเพราะเจ้าตัวรู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้เอนกิดูต้องตาย และหวาดกลัวว่าสักวันจะต้องตายเหมือนกัน

ทีนี้กิลเลยปิ๊งไอเดียว่า เฮ้ย ออกตามหาชีวิตอมตะดีกว่า แล้วก็ชวนชินไปด้วยกัน (ตอนที่กิลถามชื่อชิน กิลบอกว่าแหม ชื่อเหมือนเทพแห่งดวงจันทร์เลยนะ ซึ่งจริงๆ แล้วเทพที่ว่าชื่อ Sin ต่างหาก แต่ญี่ปุ่นออกเสียงว่าชิน…)

กิลตั้งใจว่าจะออกตามหา Utnapishtim (เจอร์นัลของราชบัณฑิตถอดเสียงว่า อุตนาพิชติม งั้นก็ขอถอดตามเลยละกัน) ซึ่งเป็นมนุษย์ที่เคยรอดชีวิตจากน้ำท่วมโลก ประมาณว่าเป็นโนอาห์ของเมโสโปเตเมียอะไรแบบนั้น แล้วทั้งสองคนก็ออกเดินทางโดยการ แจวเรือ… จริงๆ แล้วตามมหากาพย์บอกว่าภูเขามาชูซึ่งเป็นที่อยู่ของอุตนาพิชติมตั้งอยู่สุดขอบโลก แต่อีสองคนนี้แจวเรือกันสิบหน้าก็ไปถึงละ อะไรจะไวว่องขนาดดดด (สี่เล่มจบก็ต้องรีบงี้แหละเนอะ…)

ระหว่างทางเทพอิชทาร์ก็โผล่มาขัดขวางและเย้ยหยันเรื่องความตายของเอนกิดู (สาบานได้ว่านี่นางเอก…) อิชทาร์บอกว่าให้กิลขอโทษและยอมตกเป็นของอิชทาร์ซะดีๆ สรุปว่าที่อิชทาร์โกรธแค้นกิลกาเมชนักหนานั้นเป็นเพราะว่ากิลเคยปฏิเสธความรักของเธอนั่นเอง และนี่ก็ตรงตามมหากาพย์กิลกาเมชเช่นกัน

กิลยังคงปฏิเสธความรักของอิชทาร์เช่นเคย ตรงนี้เลยเกิดการบู๊กันเล็กน้อย ซึ่งสุดท้ายกิลกับชินเรือคว่ำ ถูกดูดลงไปในน้ำวน รู้ตัวอีกทีก็ตื่นมาที่ลูฟร์แล้ว หาทางกลับบาบิโลเนียก็ไม่ได้เพราะอิชทาร์ปิดประตูมิติ เป็นอันจบเล่ม 1

※ เล่ม 2 ※

SONY DSC

เรื่องนี้อยู่ในโลกปัจจุบันกันครึ่งเล่ม กับย้อนอดีตตั้งแต่กิลกาเมชกับเอนกิดูพบรักจนถึงความรักสุกงอม(?)อีกครึ่งเล่ม

ช่วงที่อยู่ในยุคปัจจุบันก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก เพราะเรื่องนี้เราโฟกัสเอนxกิลมากกว่าเรื่องราวของชิน ไฮไลท์คือนุ้งกิลหัวหยอยได้ใส่เสื้อผ้าแบบปัจจุบันด้วย กับได้พบตัวละครสำคัญอีกคนคือ ชามัช เทพแห่งดวงอาทิตย์ พี่ชายของอิชทาร์ ซึ่งเป็นเทพที่หากเดินสวนกันในเมืองคงคิดว่าโฮสท์ที่ไหนออกมาเรียกแขก…

SONY DSC

ชามัชโผล่มาช่วยเพราะรู้ว่าน้องสาวตัวเองทำให้พวกกิลติดแหง็กอยู่ในยุคปัจจุบัน และด้วยความช่วยเหลือของชามัช ทั้งสองก็กลับมายังบาบิโลนได้ในที่สุด แต่ ก่อนกลับมามีการต่อสู้กับแมงป่องยักษ์เล็กน้อย ตามมาด้วยไฮไลท์อีกฉากคือน้องกิลดูดพิษแมงป่องให้ชิน นี่มันเซอร์วิสชัดๆ!!! (แล้วอีตาชินก็หน้าแดงซะงั้น แหมะะะะ)

ทั้งสองกลับมาอยู่ที่ถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเชื่อมไปยังภูเขามาชู กิลบอกว่าพักผ่อนกันก่อน ชินก็เลยหลับไปและฝันเห็นความทรงจำของเอนกิดู ซึ่งพาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่เราชอบที่สุดในสี่เล่มเลย ที่จริงถ้าอ.ฮิกุริเขียนมหากาพย์กิลกาเมชแบบตีความใหม่ไปเลยโดยไม่ต้องมีไทม์สลิปก็น่าจะสนุกไม่เบานะ เราว่าอาจารย์แกรุ่งแนวย้อนยุคจริงๆ

ตรงนี้เล่าเรื่องเหมือนในมหากาพย์แหละ แต่เป็นแบบย่อๆ กิลใช้ชามัต (นักบวชหญิงตอนแรกนะ ไม่ใช่เทพแห่งพระอาทิตย์นะ โวะ ชื่อคล้ายกันไปหมด) ไปล่อลวงเอนกิดูออกจากป่า พอมาเจอกันก็สู้กันเล็กน้อย สู้กันไปสู้กันมาเทพเจ้าก็ส่งฮุมบาบา สัตว์ประหลาดยักษ์หน้าตาเหมือนสิงโตมีปีกมาจับตัวกิลเพราะกิลดันไปล่วงล้ำป่าของเทพเจ้าเข้า

พอกิลโดนจับไประหว่างสู้กันอยู่ เอนกิดูก็กระโดดเกาะฮุมบาบาบินขึ้นฟ้าไปด้วยหน้าตาเฉย (นี่สินะ จุดเริ่มต้นของความรัก!?) ฮุมบาบาบอกให้หยุดรุกล้ำป่า แต่กิลพูดอย่างยโสโอหังมากกกกกกว่า จะพิชิตป่าของเทพและอยู่เหนือเทพให้ดู! ฮุมบาบาก็บอกว่า ตายซะเถอะแกรรรรร แต่!!!! เอนกิดูชิงแทงฉัวะะะใส่ฮุมบาบา แล้วกิลกับเอนก็ร่วมมือกันสังหารฮุมบาบาทิ้ง (นี่มันหมาหมู่…..)

ตรงนี้กิลถามเอนว่าทำไมถึงช่วย? ไม่เกี่ยวกับเจ้าซะหน่อย เอนก็ตอบด้วยใบหน้าอ่อนโยนและยิ้มนิดๆ (และหล่อมาก) ว่า ก็แค่สนใจอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นเอ๊ง ครั้นพอกิลลงดาบสุดท้ายปลิดลมหายใจของฮุมบาบาแล้วบอกว่าเท่านี้ตัวเองก็เป็นศัตรูกับเทพเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เอนกิดูก็รีบแทงร่างของฮุมบาบาแล้วพูด(อย่างหล่อมากมากมาก)ว่าแค่นี้ข้าก็ร่วมผิดบาปกับเจ้าแล้วล่ะ

SONY DSC

โอยยยยยย ชอบเอนกิดูของอาจารย์ฮิกุริจัง แงงงง โหล่วววววววววววว

ฉากนี้นุ้งกิลมีการเอนองค์ลงซบพระสหายด้วยนะเออ (≧д≦)

SONY DSC

แหม่ นี่ขนาดเพิ่งรู้จักกันนะยะะะะะ สปาร์คกันเปรี๊ยะๆ จนคนอ่านเขินไปหมดดดดด (แต่ตามจารึกจริงๆ ทั้งสองคนสนิทกันก่อนแล้วค่อยไปฆ่าฮุมบาบานะ) (และนี่ไม่ใช่การ์ตูนบีแอลแต่อย่างใดนะ…)

※ เล่ม 3 ※

SONY DSC

ตอนแรกสุดของเล่มนี้ยังอยู่ในช่วงวันวานอันหวานชื่นของเอนกิล (เรียกแบบนี้ไม่ชินเลย ปกติชินกับกิลเอนจากเฟท ซึ่งไม่ใช่คู่ที่ชอบแต่อย่างใด)

หลังจากสังหารฮุมบาบาแล้ว พายุฝนก็กระหน่ำไม่หยุด พวกนักบวชบอกว่าเพราะเทพเจ้าพิโรธแน่ๆ แต่กิลบอกว่าไม่หรอก นี่มันก็แค่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ ถ้ากลัวน้ำท่วมก็สร้างเขื่อนซะสิ ถ้ามัวแต่กลัวเทพเจ้าพิโรธก็คงก้าวไปข้างหน้าไม่ได้หรอกนะ …พูดได้ดีมากค่ะราชาแห่งอุรุค! #อวย

และทันใดนั้น! เทพอิชทาร์ก็ปรากฏกายลงมาจากสวรรค์และบอกว่าจะช่วยหยุดพายุให้เพราะเห็นแก่ความงามของกิลกาเมช (ว้อท…?) และขอกิลกาเมชเป็นสามี แต่กิลปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าเขาลือกันให้แซ่ดว่าคนรักเก่าของอิชทาร์แต่ละคนล้วนพบจุดจบอันน่าอนาถทั้งสิ้น อิชทาร์ฟังแล้วโมโหจึงจะโจมตีเข้าใส่กิลกาเมช แต่ แต่ แต่เอนกิดูเข้ามาขวางไว้จนตัวเองเลือดสาด TvT โฮววว เอนกิดูเรื่องนี้มันจะหล่อไปไหน๊ หล่อทั้งกายวาจาใจ นี่สิลูกผู้ชายตัวจริงสิงโตบาบิโลน (แต่ชุดรัดรูปนี่ก็ไม่ไหวนิดนึง…จะไปดำน้ำที่ไหนหรือ? เอาตีนกบมั้ย?)

กิลเห็นเอนกิดูบาดเจ็บเลยขอให้อิชทาร์ถอย อิชทาร์ก็โอเค ถอยก็ด้ะ แต่เดี๋ยวมาใหม่ พอถึงตรงนี้ชินก็ตื่นจากความฝัน (โถ่วววว ฝันต่อยาวๆ เลยก็ได้นะลูก ป้าอยากแอบดู เอ้ย อยากรู้เลิฟสตอรี่ของเอนกิล)

ชินถามกิลว่าการที่เอนกิดูตายเกี่ยวอะไรกับอิชทาร์รึเปล่า กิลเลยเล่าว่าเอนกิดูโดนเทพเจ้าลงโทษจนเป็นโรคร้าย กิลได้แต่มองดูเอนกิดูทุกข์ทรมานนานหลายวันโดยที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย ซึ่งเทพผู้ลงโทษก็อิชทาร์นั่นแหละ แต่ความจริงอิชทาร์ตั้งใจจะลงโทษกิล แล้วเอนกิดูดันกระโดดเข้ามาขวางทางพิษก็เลยเป็นฝ่ายที่ต้องป่วยตาย (กลายเป็นว่าลงโทษแบบนี้ทำร้ายกิลได้มากกว่าฆ่ากันซะอีก ฮือออววว์)

เล่าอดีตกันจบแล้วทั้งสองคนก็เดินทางกันต่อ จนมาเจอบ่อน้ำแห่งหนึ่งในถ้ำ พอทั้งสองกระโดดตูมมมมมมมลงไปก็ว่ายน้ำจนทะลุมิติมาโผล่ที่วังของชามัช เทพแห่งดวงอาทิตย์เจ้าเก่า

ตลกดีที่ทั้งสวน ทั้งวัง ทั้งเครื่องแต่งกายที่วังของชามัชเป็นสไตล์กรีกทั้งหมด เพราะที่จริงชามัชคือเทพองค์เดียวกับอพอลโล่ของกรีกนั่นเอง ดังนั้นเราจึงได้ยลโฉมนุ้งกิลในอาภรณ์ชาวกรีกด้วย (≧▽≦) อ.ฮิกุริเล่าไว้ท้ายเล่มว่าชอบเสื้อผ้ากรีก พอรู้สึกตัวก็วาดให้สวมไปซะแล้วล่ะ…ดีค่ะ เวิร์คค่ะ ชอบค่ะ!

ระหว่างกินเลี้ยงกันในงานเลี้ยงของชามัช ทุกคนก็ตั้งวงเมาท์มอยอิชทาร์กัน ชามัชเล่าว่าตัวเองเป็นเทพที่เปลี่ยนรูปร่างไปตามอารยธรรมต่างๆ ตามยุคสมัย (เท่ากับว่าเทพแห่งดวงอาทิตย์ของทุกอารยธรรมคือเทพองค์เดียวกัน) แต่อิชทาร์เลือกที่จะทิ้งร่างเทพไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์แล้วผนึกความทรงจำไว้ และเมื่ออิชทาร์ในร่างเรโอนะได้เห็นรูปสลักที่ลูฟร์ ความทรงจำจึงตื่นขึ้น ทำให้อิชทาร์ข้ามเวลามาอีกครั้งเพื่อพบกิลกาเมช พอคุยกันถึงตรงนี้ชินก็หมดสติไป สักพักกิลก็หมดสติตามไปอีกคน (โดยมีชามัชมองพลางยิ้มกริ่ม แหมะ เริ่มออกลายนะยะ)

กิลตื่นมาอีกทีพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงในห้องกับชามัชสองต่อสอง (กรี๊ด เอนกิดูมัวทำไรอยู่ มาช่วยเมียเร้วววว) ชามัชบอกว่า แหม่ วางยาเยอะไปนิดนึง (ยอมรับหน้าตาเฉย ดีค่ะดี) แล้วก็เข้ามาลวนลามนุ้งกิล ขอให้กิลเลิกตามหาชีวิตอมตะแล้วมาอยู่ด้วยกันที่นี่ ระหว่างที่ชามัชกำลังลวนลามนุ้งกิลสนุกมือ อิชทาร์ก็โผล่มาขัดขวางและบอกว่านั่นมันของฉันนะท่านพี่ (ศึกชิงนาย ณ ลุ่มแม่น้ำไทกริสยูเฟรติสครานี้ช่างดุเดือด ทุกคนมะรุมมะตุ้มรุมรักกิลเหลือเกิน) 

สองพี่น้องสู้กันไปสู้กันมา อิชทาร์กลับเป็นคนชิงตัวกิลขี่สิงโตบินขึ้นฟ้าหนีไปได้ (บอกเลยว่าฉากที่อิชทาร์ตระกองกอดกิลนั้นมันช่างเลสเบี้ยน) แล้วเอนกิดูก็ยุให้น้องชินขี่เพกาซัสตามอิชทาร์จนกระทั่งมาถึงยมโลก

พออิชทาร์มาถึงปราสาทของตัวเองก็สาปให้กิลกลายเป็นเหมือนตุ๊กตาที่เชื่อฟังคำสั่งของอิชทาร์แต่เพียงผู้เดียว ฝ่ายน้องชินที่ตามมาก็ได้พบกับ Urshanabi (เอ่อ อันนี้ราชบัณฑิตไม่ได้ถอดไว้ ส่วนญี่ปุ่นอ่าน ウルシャナビ ก็คงอ่านว่า อุร์ชานาบี?? เออร์ชานาบี?? ชื่อเมโสโปเตเมียนี่มัน……) ซึ่งเป็นคนแจวเรือในยมโลกและหน้าเหมือนอัลฟองโซ่สุดที่รักของอิชั้นในคันตาเรล่าเลย อรั๊ง♥ อุร์ชาฟองโซ่พาชินไปถึงปราสาทของอิชทาร์ แล้วชินก็ต้องสู้กับกิลที่โดนล้างสมองตามสูตร (ชั้นว่าและ…) 

ระหว่างที่ตีรันฟันแทงกันอยู่นั้น (意味深い) เอนกิดูก็อาศัยร่างชินออกมาเรียกสติกิล พอกิลได้สติจึงเรียกชื่อของเอนกิดู เอนเลยเกิดหวั่นไหวว่าถ้ายังอยู่ในร่างของชินข้างๆ กิลแบบนี้ตัวเองต้องเผลอยึดร่างของชินแหงๆ เอนกิดูเลยสละร่าง บ๊ายบาย พอเอนกิดูออกไปแล้วชินกับกิลเลยสื่อสารกันไม่รู้เรื่องละ และจังหวะที่งุนงงกับชีวิตกันอยู่นี้อิชทาร์ก็โผล่มา เป็นอันจบเล่ม 3 แบบงงๆ ว่าเอนกิดูมันติสท์ไปมั้ย บทจะไปก็ไปเฉยเลยเว้ยเฮ้ย

※ เล่ม 4 ※

SONY DSC

เล่มจบแล้วววว สั้นจัง อยากให้เขียนยาวๆ กว่านี้จะได้ไม่ต้องรีบดำเนินเรื่อง แต่เรื่องนี้สามเดือนออกตอนนึง เฉลี่ยแล้วออกปีละเล่ม รู้สึกดีมากเลยที่มาอ่านตอนมันออกเล่มจบมาหมาดๆ ไม่งั้นคงรอจนลืม orz

เข้าเรื่องดีกว่า ถึงตรงนี้จะเป็นไคลแมกซ์ของเรื่องละ อิชทาร์เห็นกิลหลุดพ้นจากคำสาปก็เลยสั่งให้สิงโตฆ่ากิลกับชินทิ้งซะ ทันใดนั้น! เอนกิดูในร่างของม้าเพกาซัสก็บินเข้ามาช่วย (ออกจากร่างคนไปสิงม้าแทนเนี่ยนะ…เพื่ออะไรเหรอเอน?) กิลและชินจึงขึ้นขี่เอนกิดูพร้อมกัน (สาบานได้ว่าไม่มีความหมายลึกซึ้ง) และแน่นอนว่าอิชทาร์ขี่สิงโตบินตามมา สู้กันไปมากลางอากาศอยู่ดีๆ น้องชินก็กระโดดจากหลังม้าไปหาอิชทาร์และบอกรักเรโอนะ

พอชินบอกรักปุ๊บ อิชทาร์ก็สติแตกร่วงจากหลังสิงโตทันที แต่ขณะที่กำลังจะตกถึงพื้นกลับมีต้นไม้งอกขึ้นมารับร่างของอิชทาร์เอาไว้พร้อมๆ กับที่แผ่นดินตรงนั้นลอยขึ้นมา ซึ่งเอนกิดูในร่างเพกาซัสบอกว่านั่นคือเรือ (Ark=方舟) ของอุตนาพิชติมในตำนานนั่นเอง! แต่เอนกิดูใช่ว่าจะฉลาดอะไรหรอก มันมีอุร์ชานาบีเป็นพรายกระซิบให้ฟังอีกทอดหนึ่งว่าอุตนาพิชติมตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนานเพราะความโศกเศร้าของอิชทาร์ พอเอนกิดูรู้ก็เลยพาทั้งสองคนบินไปถึงแผ่นดินที่ลอยขึ้นมา

ภายในนั้นชินและกิลได้พบอิชทาร์ที่ผนึกตัวเองอยู่ในอำพันและชายชราที่บอกว่าตนคืออุตนาพิชติม ช่วงนี้เราชอบฉากที่ชินกับกิลแย่งกันคุยกับอุตนาพิชติมมาก น่าร๊ากน่ารัก(≧д≦)(≧д≦) อุตนาพิชติมเหงื่อตกเลย ก๊าก

SONY DSC

อุตนาพิชติมเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนอารยธรรมของโลกรุ่งเรืองถึงขีดสุด แต่ดันทำให้เทพเจ้าพิโรธจนโดนน้ำท่วมหมด และอุตนาพิชติมคือคนเดียวที่รอดมาได้ อุตนาพิชติมได้พบอิชทาร์และรู้ว่าอิชทาร์นี่แหละที่เลือกให้เขาเป็นผู้รอดชีวิต แต่อิชทาร์กลับรู้สึกผิดกับการกระทำของเทพเจ้าจนลงโทษตัวเอง เปลี่ยนจากเทพผู้อ่อนโยนกลายมาเป็นสาวโหดอย่างที่เป็นอยู่ (รู้สึกเหตุผลที่เปลี่ยนมาร้ายไม่ค่อยหนักแน่นเลยอะ…) 

ชินฟังแล้วก็ถามว่าไม่มีวิธีอะไรจะช่วยเรโอนะได้เลยเรอะ ปู่อุตนาพิ! (ชินคุงเรียกมนุษย์ในตำนานได้…น่ารักมาก) อุร์ชาสุดหล่อช่วยบอกให้แทนว่า อ๋อ ง่ายมากเลย แค่เอาเลือดของมนุษย์ที่รักอิชทาร์ให้เธอไปหมดทั้งตัวก็พอแล้ว (เดี๋ยว มันง่ายตรงไหนครับพี่……?) น้องชินฟังแล้วก็โอเค ได้ แล้วก็เดินไปหยิบรากไม้ที่พันอิชทาร์อยู่ทิ่มหัวใจตัวเองฉัวะะะะอย่างแมนๆ

เนื้อเรื่องช่วงนี้ถ้าอินกับคู่ชิน-เรโอนะคงสะเทือนใจมาก เพราะชินพร่ำพรรณนาความรู้สึกถึงเรโอนะซะเศร้าเลย แต่พอดีเราอินกับเอนกิลมากกว่าเลยไม่ค่อยสะเทือน *ยักไหล่*

ระหว่างที่ชินใช้รากไม้ดูดซับเลือดของตัวเองให้เรโอนะ ปู่อุตนาพิก็เปลี่ยนร่างเป็นรากไม้ที่มีหน้าอยู่ตรงกลางและบอกว่านี่แหละร่างที่แท้จริง! (ที่แท้ก็เป็นญาติกับคุณย่าต้นหลิว…) อุตนาพิชติมที่ได้ชื่อว่าเป็นอมตะนั้น แท้จริงแล้วสละร่างมนุษย์และกลายร่างเป็นรากไม้นี่เอง……อุตนาพิถามกิลว่าในเมื่อรู้ว่าการเป็นอมตะมันหมายความว่าแกต้องหน้าตาอย่างนี้ จะยังอยากเป็นอยู่มั้ย??

และพอชินกำลังจะเสียเลือดหมดตัว อุตนาพิชติมก็ยื่นเมล็ดให้กิลเมล็ดหนึ่งและบอกว่าถ้านำไปปลูกจะได้ดอกไม้ที่ช่วยให้ไม่แก่ชรา แต่ถ้านำไปให้คนใกล้ตายกินจะช่วยรักษาชีวิตนั้นไว้ได้ เอ้า เลือกมาซะว่าจะเก็บไว้เองหรือจะช่วยชินที่กำลังนอนพะงาบๆ อยู่

กิลได้ฟังแล้วก็ลังเล สับสนในชีวิตอย่างหนัก และชั่วขณะที่นึกว่า เอนกิดูที่เคยเดินร่วมทางกันมาไม่อยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว (จริงๆ แล้วก็ยังอยู่นะจ๊ะกิล แต่มันเล่นตัวไม่ยอมโผล่มาให้นายเห็น โถ่ว) อำพันที่ผนึกร่างของอิชทาร์พลันแตกกระจาย! ร่างของอิชทาร์และชินร่วงลงสู่พื้น! พร้อมกับแสงสว่างวาบ! ปิ๊งงงงง กิลโผล่มาอยู่ในทุ่งดอกไม้ตามลำพังโดยมีเสียงของอุตนาพิชติมบอกว่า เป็นไงล่ะ ทีนี้เด็กนั่นก็ตายแล้วนายรอดแล้วนะ (ตอกย้ำทำไม กิลมันไม่ได้ตั้งใจแมะ?? มันแค่คิดช้าไปหน่อย ปู่นี่ก็!)

ตัดฉับมาที่ปัจจุบัน เรโอนะกลับมาเป็นเรโอนะคนเดิมโดยไม่เหลือความทรงจำของอิชทาร์ ส่วนชินยังมีลมหายใจอยู่แต่นอนนิ่งเป็นผักอยู่ในโรงพยาบาล ฝ่ายกิลที่ได้รู้เรื่องนี้จากเสียงของอุตนาพิชติมก็คร่ำครวญว่าทำไงดีล่ะเนี่ยยย

และตอนนี้เอนกิดูก็โผล่มาแอบมองกิลด้วยสายตาเศร้ามาก โฮว ชอบฉากนี้จัง T__T

SONY DSC

หลังจากนั้นกิลก็รู้ตัวว่าอยากช่วยชินมากกว่าต้องการชีวิตอมตะ (เพราะโลกที่ไม่มีเอนกิดูมันไม่มีความหมายใช่มั้ยกิล!? ป้าเข้าใจไม่ผิดใช่มั้ย!!!??) และผู้ที่โผล่มาช่วยกิลในตอนนี้คือก็เทพชามัชเจ้าเก่า (รายนี้ก็ขอแจมตัลหลอด) ชามัชช่วยให้กิลข้ามมิติไปยังโลกปัจจุบันและมอบเมล็ดของอุตนาพิชติมให้กับเรโอนะ ซึ่งเรโอนะก็นำไปมอบให้ชินแบบเมาท์ทูเมาท์ทำให้ชินฟื้นคืนสติกลับมาในที่สุด แฮปปี้เอนด์ไปหนึ่งคู่

ส่วนน้องกิล ระหว่างวาร์ปกลับบาบิโลนก็ได้เจอกับวิญญาณเอนกิดู (ที่ยังคงอยู่ในชุดรัดรูปจนถึงฉากสุดท้าย…) เอนกิดูทิ้งท้ายแบบหล่อๆ ว่าตราบใดที่เจ้ายังไม่ลืมข้า ข้าก็จะมีชีวิตอยู่ในใจเจ้าตราบนานเท่านาน จะคอยเฝ้าปกป้องตลอดไป (สรุปจะไม่ไปผุดไปเกิด!!?) และภาพสุดท้ายของเรื่องนี้ก็คือภาพที่กิลกาเมชยืนมองพระอาทิตย์เหนืออาณาจักรบาบิโลน ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก แต่อยากตีความว่าขึ้นมากกว่านะ มันดูสดใสมีอนาคตมากกว่า

จบบบบบบบบบบบริบูรรรรรรรรรรณณณณณ์
นี่มันไม่ใช่รีวิวแล้ว นี่มันบันทึกการอ่านชัดๆ รู้สึกเหมือนเด็กมัธยมเขียนการบ้านส่งครู (ฮา) แต่ที่จริงก็ยังมีรายละเอียดยิบย่อยอีกเยอะที่ไม่ได้เล่า โดยเฉพาะเรื่องของคู่ชินกับเรโอนะ (ลำเอียงมาก ยอมรับแต่โดยดี)

อ่านเรื่องนี้จบแล้วรู้สึกอินกับมหากาพย์กิลกาเมชขึ้นนิดนึง ถึงกับไปหาเวอร์ชั่นที่แปลจารึกเป็นภาษาญี่ปุ่นมาอ่าน (แล้วก็ค้นพบว่าอ่านอังกฤษง่ายกว่า แหงสิ) แต่ถ้าไม่เคยอ่านตัวมหากาพย์หรือไม่รู้เรื่องราวมาก่อนอาจจะไม่ค่อยอินกับคู่สองสหายนี่เท่าไหร่ เพราะดำเนินเรื่องไวมากจนชวนสงสัยว่า เอ๊ะ แค่นี้ก็สนิทกันขนาดตายแทนกันได้แล้วเรอะ?

แต่ โดยส่วนตัวแล้วก็อย่างที่บอกไปตอนแรกแหละว่าเอนจอยไม่น้อย เนื้อเรื่องสนุก ฉากกิ๊บกิ้วก๊าวหัวใจเยอะมาก กิลน่ารัก เอนกิดูโคตรหล่อ (ข้อหลังสุดสำคัญมาก 55555555) จริงๆ แล้วชอบตัวละครหลักทุกตัวเลย โดยเฉพาะอิชทาร์ เป็นผู้หญิงแบบที่เราแพ้ทางมาก ผมดำยาว ดิบ แกร่ง แผ่ออร่าอาเจ๊ แต่พอกลับเป็นสาวหงิมอย่างเรโอนะแล้วเฉยมาก ชอบแบบโหดๆ มากกว่า

ชอบภาพนี้ซึ่งเป็นภาพเปิดของตอนไหนซักตอนมากเลย รู้สึกเหมือนเห็นคำว่า “ของชั้น” ลอยอยู่บนหน้าอิชทาร์…

SONY DSC

และอีกอย่างที่สนุกในการอ่านเรื่องนี้คือการใช้ภาษา! เพราะเป็นแนวย้อนยุคไปห้าพันปีโน่น ภาษามันเลยออกแนวย้อนยุคๆ อยากให้มีฉบับแปลไทยจัง ถ้าแปลไทยแล้วเล่นกับภาษาสวยๆ ลิเกๆ คงอ่านเพลินมาก แต่ไม่รู้ว่าจะหวังให้มีคนซื้อลิขสิทธิ์มาได้มากแค่ไหนเนอะ (´;ω;`)

ถ้าได้แปลไทยจริงก็น่าสงสารคนที่ต้องแปลเรื่องนี้เหมือนกันนะ แค่คิดว่าจะให้นางเอกชื่อเรโอนะหรือเลโอน่าก็คงปวดตับละ…

เอาล่ะ มิชชั่นต่อไป! กลับไปเล่นกักคุเอ็นเฮฟเว่นต่อ ค้างเติ่งที่รูทโทโมะมาหลายวันละ ไม่ได้เล่นต่อซะที (T∇T)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s