Gakuen Heaven 2: Joker’s route

学園ヘヴン2 ~DOUBLE SCRAMBLE!~
城河清匡√ Jokawa Kiyotada’s Route

ประเดิมกักคุเอ็นเฮฟเว่น 2 รูทแรกที่คุณโจคาวะ คิโยทาดะ (ชื่อยังกะหลุดมาจากญี่ปุ่นยุคกลาง) ผู้มีชื่อเล่นว่า โจ๊กเกอร์ ซึ่งเหตุผลที่เลือกรูทนี้ก่อนก็เพราะคนข้างในคือคิชิโอะ ไดสุเกะซังนั่นเองงงง

.

*SPOILER ALERT*

.

(ปะไว้ก่อนว่าสปอยล์เพราะหลังจากนี้จะเล่าไม่ยั้งและแปะซีจีกระหน่ำ! เอนทรีนี้ยาวแน่ๆ…)

ในเมื่อเขียนถึงรูทนี้เป็นรูทแรกก็ควรจะเล่าเนื้อเรื่องโดยรวมด้วยสินะ เรื่องมันมีอยู่ว่า อาซาฮินะ ยูคิคุงผู้เป็นนายเอกของเรื่องเกิดส้มหล่นได้ย้ายไปเข้าโรงเรียนประจำที่ชื่อเบลล์ลิเบอร์ตี้ (ชื่อย่อ โรงเรียน BL โรงเรียนเดียวกันกับในภาคแรกนั่นแหละ) ซึ่งโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนเอลีทที่รวบรวมหนุ่มแซบผู้เป็นเลิศในด้านต่างๆ เอาไว้จำนวนมาก แต่น้องยูคิผู้ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลยกลับได้เข้ามาเรียนที่นี่เพราะความดวงดี และแล้วชีวิตในโรงเรียนชายล้วนอันสดใสซาบซ่าของน้องยูคิจึงได้เริ่มขึ้น (นี่มันพลอตเดียวกับภาคแรกเป๊ะ…..)

เกมเริ่มต้นที่วันแรกของการไปโรงเรียน น้องยูคิกระดี๊กระด๊ากับการไปโรงเรียนมาก แต่! เดินเข้าโรงเรียนไปไม่ทันไรก็พบกับ…

นินจาเป็นลม……

allcg-1

ซะเมื่อไหร่ล่ะ (แต่แว้บแรกน้องยูคิเขานึกว่าเป็นนินจาจริงๆ นะ 5555555)

ชายชุดดำปริศนาคนนี้คือประธานนักเรียนของโรงเรียนบีแอล ซึ่งอยู่ดีๆ ก็บอกน้องยูคิที่เพิ่งพบกันว่า นี่ต้องเป็นพรหมลิขิตแน่นอน! เธอช่วยรับปลอกแขนประธานนักเรียนนี่เอาไว้ทีเถอะ! ที่ผ่านมาฉันต่อสู้กับพวกปีศาจจนหมดเรี่ยวแรงแล้ว ช่วยรับหน้าที่ต่อจากฉันที! (เปิดฉากมาคนเล่นก็ได้แต่กุมขมับ นี่มันเกมบ้าอะไรกัน…?)

ตรงนี้จะมีตัวเลือกให้เราเลือกว่าจะรับหรือไม่รับ แต่ไม่ว่าจะเลือกข้อไหน สุดท้ายน้องยูคิก็จะโดนยัดเยียดให้รับปลอกแขนเอาไว้อยู่ดี (แล้วจะให้เลือกเพื่ออออ???)

พอน้องยูคิรับปลอกแขนมา จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงบอกว่า อย่าขยับ ยกมือขึ้น
และพอหันไปก็พบกับเป้าหมายของเราในคราวนี้ แอร๊ยยยย โจ๊กเกอร์ขราาาาาาาาา

allcg-2

เจอหน้ากันครั้งแรกพี่ก็จ่อเบเรตต้าใส่หน้ากันเลยเร้ออออ โหดไปมั้ยยยยยย
น้องยูคิผู้โดนชี้หน้าด้วยเบเรตต้าก็แก้ตัวพัลวันว่าผมไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยนะคร้าบบบบ แต่โจ๊กเกอร์ก็หาได้สนใจฟังไม่ ยิงปังงงง ใส่น้องยูคิหน้าตาเฉย

แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ยิงออกมาไม่ใช่กระสุนจ้า เป็นริบบิ้นและข้อความต้อนรับสู่โรงเรียนบีแอลต่างหาก (โรงเรียนนี้รับน้องโคตรโหด…)

allcg-3

โจ๊กเกอร์บอกว่าบังเอิญได้มาเห็นตอนเปลี่ยนเอสพอดีก็เลยอยากต้อนรับซะหน่อย น้องยูคิก็งงว่า เอสอะไรฟะ?? โจ๊กเกอร์และพวกสมาชิกกรรมการนักเรียนอีกสองคนที่อยู่แถวนั้นพอดีเพราะมารับยูคิคุงก็เลยช่วยกันอธิบายว่า เอส=ประธานนักเรียนของโรงเรียนนี้ และคนที่ครอบครองปลอกแขนจะได้เป็นเอสโดยอัตโนมัติ

เท่ากับว่าตอนนี้ยูคิคุง=ประธานนักเรียน=เอส นั่นเองงงงง (เป็นกันง่ายไปมั้ย…ประธานนักเรียนนะเว้ยเฮ้ย?)

โจ๊กเกอร์แนะนำตัว บอกว่าชื่อโจคาวะ แต่เรียกโจ๊กเกอร์เถอะเพราะมันเรียกง่ายกว่า แล้วก็บอกว่าทั้งตัวเองและจิบะ ฮายาโตะ (CV: ฮาตาโนะคุงงงงงงง แอร๊ยยยยยย กรี๊ดดดดดด เสียงโหล่วมั่กกกกกกกกก) หนุ่มเสื้อดำที่มาด้วยกันเป็นสมาชิกของดูแรค ซึ่งเป็นชื่อเรียกฝ่ายบัญชีกับกรรมการรักษาระเบียบของโรงเรียนนี้ และโจ๊กเกอร์ก็คือหัวหน้าของดูแรค (ซึ่งน้องยูคิจะได้เรียนรู้ภายหลังว่าอีดูแรคนี่มันเป็นศัตรูกับกรรมการนักเรียนจ้า ตายแร้ววว รูทโจ๊กเกอร์นี่มันโรมิโอจูเลียตตตต)

all2

โจ๊กเกอร์ยังยื่นนามบัตรเป็นไพ่โจ๊กเกอร์ที่เขียนอีเมลแอดเดรสให้ด้วยนะเออ (*ตบเข่าฉาด* ชั้นว่าแล้วว่าอีนี่มันจูนิเบียว ดูออกตั้งแต่ผ้าปิดตาละ แหม่) เรื่องใช้ไพ่เป็นนามบัตรนี่พี่โจ๊กเกอร์แกมาเฉลยทีหลังด้วยล่ะว่าเลียนแบบมาจากโจ๊กเกอร์ในเรื่องแบทแมน (จูนิมั้ยล่ะะะะะะ)

ให้นามบัตรเรียบร้อยแล้วโจ๊กเกอร์ก็จากไปด้วยท่าทางแฮปปี้มีความสุข ดีใจที่มีเหยื่อใหม่มาให้แกล้งเล่น คือโจ๊กเกอร์เนี่ยเป็นคนชอบแกล้งชาวบ้านมากกกก แต่เพราะแกล้งคนทั้งโรงเรียนจนเขาเอือมกันหมด เลยต้องหันมาแกล้งยูคิคุงที่มาเข้าเรียนช้ากว่าคนอื่นเป็นเดือนแทน

หลังจากนั้นสมาชิกกรรมการนักเรียนทั้งสองซึ่งพากย์โดยไอจิมะเคียวไดโทริซังและเทราชี่ก็ช่วยพายูคิคุงไปห้องเรียนของชั้นปีหนึ่ง

all1

รู้สึกเสียงโทริซังแอบขัดกับคาแรคเตอร์นิดนึง หรือเราติดภาพโทริซังมากเกินไปก็ไม่รู้สิ (แต่อย่างบทพี่ชูใน dialover ก็ไม่รู้สึกว่าขัดนะ…) ส่วนเสียงเทราชี่ก็โอโตยะมากกกกกกกก หลับตาฟังนี่แทบจะนึกว่าเล่นอุตะปุริอยู่ คาแรคเตอร์แนวร่าเริงเหมือนกันด้วย แต่ระดับความสดใสของคูยะในเกมนี้ยังสู้โอโตยันไม่ได้นะ อุฮิๆ

พอไปถึงห้องเรียนเราก็จะได้เจอทั้งอาจารย์แซบและเพื่อนแซบๆ อีกมากมาย โอ๊ย ผู้ชายละลานตาไปหมด ยูคิลำบากจึยยยย

ตรงนี้เราจะได้เจอกับโทโมะ เพื่อนร่วมชั้นผู้น่ารักน่ากินที่พากย์โดยเอกุจิคุงจนได้ น้องโทโมะคนนี้เป็นคนแรกที่เราสะดุดกึกตอนกวาดตามองคาแรคเตอร์เกมนี้ เพราะธรรมดาสุด ในขณะที่คนอื่นดูไม่ค่อยปกติเลย (ฮา) และเล่นไปเล่นมาก็ยังคิดว่าแพ้ทางโทโมะที่สุดอยู่ดี ขนาดโจ๊กเกอร์(ซึ่งเราชอบคนข้างในมากมากมากมากมากมาก)ยังทาบไม่ติดเพราะโดนหักคะแนนความจูนิเบียวไปเยอะ

และอาจารย์สุดแซบที่พากย์โดยโอกาวะซัง (ฮากกกกกกกกกก ลุงซาสบามมมมมมมมมม) ก็สั่งให้โทโมะมาคอยดูแลยูคิที่มาเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อน ซึ่งถึงโทโมะจะทำท่าทางไม่สนใจ ง่วงเหงาหาวนอนตลอดเวลา แต่ตอนเที่ยงก็ยังอุตส่าห์พามากินข้าวด้วยกันนะะะ น่ารักที่สุดดดดดดด (ณ จุดนี้ลืมโจ๊กเกอร์ไปแล้วจ้ะ)

all3

ฉากกินอาหารเที่ยงนี่เป็นจุดแรกที่ผู้เล่นจะได้สัมผัสถึงความเห็นแก่กินของน้องยูคิ คือน้องแกกระตือรือร้นกับเรื่องกินมากกกกกกกกกกกก ในเกมจะมีการพูดถึงอาหารอยู่เนืองๆ มีฉากกินข้าวกินขนมกันบ่อยมากกกกกกกกกก แล้วเราชอบเล่นเกมนี้ตอนดึกๆ ไง มันทรมานกระเพาะไง… (ควรเขียนคำเตือนว่า ไม่ควรเล่นตอนหิว ถึงแม้ว่าเล่นๆ ไปแล้วชักจะอิ่มๆ ผู้ชายก็ตาม แอร๊ย)

ในโรงอาหารเราจะได้รู้จักกับตัวละครสำคัญอีกตัวนึงคือ โซโนดะ เอย์จิ พากย์โดยโมริคุโบะซัง (ซึ่งเสียงเรย์จังมากกกก แต่หน้าเหมือนจินกูจิเร็นซะงั้น ก๊าก ก็อุตะปุริกันไปนะคะ)

sonoda

โซโนดะเป็นนักเรียนในโรงเรียนนี้ เป็นพ่อครัวของโรงเรียน และเป็นสมาชิกของดูแรคด้วย (เหนื่อยมั้ยชีวิต? ตั้งใจเรียนอย่างเดียวก็ไม่มีใครว่านะน้อง) และอาหารแต่ละอย่างที่โผล่มายั่วน้ำลายในเกมนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาหารฝีมือโซโนดะคนนี้ทั้งสิ้น (คนร้ายคือแกนี่เอง!! /เขียนดายอิ้งเมสเสจก่อนหิวตาย)

น้องยูคิตื่นตาตื่นใจกับอาหารของโซโนดะมากกกก แต่พอโซโนดะรู้ว่ายูคิคือประธานนักเรียนคนใหม่ โซโนดะก็ปฏิเสธไม่ยอมให้ยูคิกินอาหารหรูๆ ทันที และบอกว่าสำหรับพวกกรรมการนักเรียนน่ะ มีสิทธิ์กินแค่อุด้งธรรมดาๆ เท่านั้นแหละ! แล้วก็มอบอุด้งให้น้องยูคิหนึ่งถ้วย

sonoda2

โซโนดะบอกว่าตัวเองก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรกับยูคิหรอกนะ แต่ในเมื่อกรรมการนักเรียนกับดูแรคเป็นศัตรูกัน ฉันก็ให้นายกินได้แค่นี้แหละ แต่ถ้านายอยากกินอาหารดีๆ ก็เลิกเป็นเอสแล้วมาเข้าดูแรคสิ (โอ๊ยยย ถ้าเกมมันให้เลือกเข้าดูแรคได้ พี่ก็เข้าไปแล้วครับน้องงงง พอดีมันไม่มีไงงงง)

นอกจากกรรมการนักเรียนจะไม่มีสิทธิ์กินอาหารดีๆ แล้ว เย็นวันนั้นพอน้องยูคิไปห้องกรรมการนักเรียนก็ได้เรียนรู้อีกว่า จริงๆ แล้วกรรมการนักเรียนของโรงเรียนนี้มันไม่ต่างจากเบ๊ดีๆ นี่เอง ไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆ ได้แต่ทำงานกิ๊กก๊อกอย่างเปลี่ยนหลอดไฟ ให้อาหารแมว ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพราะอีประธานนักเรียนคนเก่าที่เจอตอนแรกแพ้พนันพวกดูแรค อำนาจในการปกครองโรงเรียนจึงตกเป็นของดูแรคทั้งหมด (แต่หลังจากนี้น้องยูคิจะมาทวงอำนาจคืนและทำให้ผู้ชายทั้งโรงเรียนต้องสยบ หึหึวะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เตรียมใจไว้เถอะชาวบีแอลเอ๋ย)

และแล้ว คืนนั้นเอง โจ๊กเกอร์ก็จัดงานปาร์ตี้ต้อนรับน้องยูคิที่โรงอาหารของโรงเรียน

ฉากเด็ดของปาร์ตี้คือตอนที่โจ๊กเกอร์บอกให้น้องยูคิหยิบแก้วน้ำให้หน่อย พอโจ๊กเกอร์ดื่มเข้าไปก็กระอัก พูดตะกุกตะกัก เลือดออก ฮายาโตะซึ่งเป็นลิ่วล้อก็ตกอกตกใจ มาคาดคั้นกับยูคิว่าแกทำอะไรท่านโจ๊กเกอร์!!? ทันใดนั้นก็มีเสียงปังงงงง

อีโจ๊กเกอร์มันยิงริบบิ้นอีกแล้วครับบบบ เซอร์ไพรรสสสส์!!!
สรุปว่าไอ้ที่กระอักเลือดเมื่อกี้แค่แกล้งทำเป็นโดนวางยาพิษให้ตกใจเล่นๆ นะจ๊ะ (แต่ทั้งน้องยูคิ ทั้งฮายาโตะเชื่อกันจริงจังมากกกก ตล๊กกกกก ขนาดคนเล่นยังคิดเลยว่าอีโจ๊กมันจะมาไม้ไหนอี๊ก ชั้นรู้ทันย่ะ!)

ชอบฉากนี้ตรงที่คิชิโอะซังพากย์ได้ตอหลดตอแหลน่าถีบมากกก เอารางวัลออสการ์ไปเลย!

เล่าข้ามช็อตเลยละกัน ขืนเล่าละเอียดยิบคงไม่จบง่ายๆ แน่ ฮา เล่าเฉพาะฉากที่เกี่ยวๆ กับโจ๊กเกอร์ดีกว่าเนอะ

วันต่อมาน้องยูคิรับหน้าที่ไปเปลี่ยนหลอดไฟตามที่ต่างๆ พอไปที่ห้องของดูแรคก็เจอโจ๊กเกอร์อยู่กับโซโนดะสองคน (ซึ่งบอกตรงๆ ว่าสองคนนี้ชวนจิ้นมาก ฮือ) น้องยูคิถามว่าทำไมโจ๊กเกอร์ไม่เป็นประธานนักเรียนไปซะเลยล่ะ? โจ๊กเกอร์ก็ตอบว่า มันไม่สนุกน่ะสิ… คือโจ๊กเกอร์จะเป็นคนแบบนี้แหละ เอะอะขอสนุกไว้ก่อน คนอื่นจะเป็นยังไงช่างมัน (นิสัยเด๊กกกเด็กเนอะ แต่ก็น่ารักดี *กัดฟัน*)

พอน้องยูคิเดินออกมาจากห้อง พี่โจ๊กกับโซโนดะก็อี๋อ๋อกันทันที โอ้ยยยยยยย โซโนดะเรียกโจ๊กเกอร์ว่า ‘คิโยะ’ ด้วยนะ ส่วนพี่โจ๊กก็เรียกชื่อห้วนๆ เลยว่าเอย์จิ แต่ไม่มีอะไรในกอไผ่หรอกนะเคอะ แค่เพื่อนจริงจริ๊ง (เพื่อนที่ไหนเค้าเขี่ยผมกันอย่างงั้นคะคู๊ณณณณ แล้วหน้าเหน้อน่ะใกล้ไปมั้ยยยยย พุทโธ่พุทถัง *ยกมือทาบอก*)

allcg-6
หลังจากนั้นพอถึงวันหยุดน้องยูคิไม่รู้จะไปไหนดี ก็เลยออกไปเดินเล่นแถวๆ โรงเรียนเพราะถึงยังไงก็อยู่หออยู่แล้ว เกมจะให้เราเลือกว่าจะไปที่ไหนในโรงเรียน แน่นอนว่าเราก็ต้องไปห้องของดูแรคที่มีโจ๊กเกอร์อยู่!

เหตุการณ์ช่วงนี้คอเมดี้มาก ฮายาโตะคุงน่ารักกกกก แต่จะเล่าหมดก็ขี้เกียจ เอาเป็นว่าเหตุการณ์ในห้องดูแรควันหยุดทำให้น้องยูคิได้รู้ว่าโจ๊กเกอร์เป็นคนมีรสนิยมการกินประหลาดมาก ของกินที่โจ๊กเกอร์คิดว่าอร่อยต้องเป็นอาหารสูตรพิเศษที่ปรุงโดยโซโนดะเท่านั้น (แหม่ รู้ใจกันดีนะยะ แค่เพื่อนจริงจริ๊ง) แต่พอน้องยูคิลองชิมอาหารสูตรพิเศษสำหรับโจ๊กเกอร์แล้วถึงกับสำลักในความรสชาติทุเรศทุรัง ซึ่งจุดนี้เหมือนจะเป็นเรื่องไม่สำคัญ แต่จริงๆ แล้วมันโยงกับปมนึงของโจ๊กเกอร์ที่จะเฉลยตอนหลังด้วยล่ะ

หลังจากนั้น อยู่มาวันหนึ่ง จู่ๆ โจ๊กเกอร์ก็ประกาศให้นักเรียนทั้งโรงเรียนมารวมตัวกันที่หอประชุม และท้าประธานนักเรียนพนันกัน (ตำรวจคะ ทำอะไรสักอย่างกับเด็กโรงเรียนนี้ที ป้าว่ากินเยียวยาละ) โจ๊กเกอร์ท้าให้ยูคิมาเล่นไพ่แบล็คแจ็คแข่งกันต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนโดยมีปลอกแขนประธานนักเรียนเป็นเดิมพัน

ยูคิคุงก็รับคำท้าอย่างเต็มใจ (ยูคิคุงเป็นเด็กดีมากเลยอ้ะ ตอนแรกทำใจไว้แล้วว่าอาจจะเกลียดพอๆ กับนังเคตะผู้เป็นนายเอกภาคแรกก็ได้ แต่ไม่เลย ชอบมาก น่ารัก) และคนที่ต้องเล่นไพ่แบล็คแจ็คไม่ใช่ใคร เรานี่แหละต้องมารับกรรมค่าาาาาาาา

allcg-12

แล้วแบล็คแจ็คนี่มันก็คือเกมวัดดวงดีๆ นี่เอง ตรงนี้ถ้าเราเล่นแพ้โจ๊กเกอร์ปุ๊บ เกมจะจบดื้อๆ เลย ตอนแรกเราก็แพ้ TvT แต่ดีที่เซฟไว้ก่อน ดังนั้นจะโหลดเซฟมาเล่นใหม่กี่รอบก็ได้จนกว่าจะชนะ (สรุปว่าทางนี้โคตรโกง ฮา)

พอโจ๊กเกอร์แพ้แล้วโซโนดะออกอาการไม่พอใจหนักมากกกก ในขณะที่ฝั่งกรรมการนักเรียนแฮปปี้สุดพลัง เพราะน้องยูคิบอกไว้ว่าถ้าตัวเองชนะ ดูแรคต้องยกเลิกการกดขี่เรื่องอาหารกลางวันนะ ต้องให้ชั้นกินอย่างอื่นนอกจากอุด้งนะ พอชนะเลยดีใจที่ได้กินอย่างอื่นนอกจากอุด้งซะที (บอกแล้วว่านายเอกเกมนนี้เป็นคนเห็นแก่กินนะคะ…)

หลังจากเหตุการณ์นี้คนในโรงเรียนก็เริ่มยอมรับเอสคนใหม่มากขึ้น จนกระทั่งใกล้ถึงช่วงงานแข่งกีฬา ดูแรคกับกรรมการนักเรียนก็จับมือกันคิดว่าจะจัดงานยังไงดีให้คนสนใจ (ถึงจะเป็นศัตรูกันแต่ก็ยังร่วมมือกันทำงานได้ อืม ก็ยังดี๊)

น้องยูคิออกไอเดียว่า ก็ให้รางวัลเป็นเมนูอาหารในโรงอาหารซะสิ เพราะยังไงโซโนดะก็เป็นคนทำอาหารอยู่แล้ว ทีมไหนชนะก็เสนอเมนูเพิ่มเข้ามาในโรงอาหารได้หนึ่งอย่าง เจ๋งจะตาย (เรื่องอาหารอีกและ อยากปาจานใส่น้องยูคิซักที ป้าโมโหหิวยามดึก โกรธ) ทุกคนฟังแล้วก็เห็นดีเห็นงาม โอ้ ไอเดียดีจังเลยเอสคุง!

พอถึงวันแข่ง เกมจะให้เราเลือกว่าจะเข้าทีมไหน แน่นอนว่าต้องเข้าทีมโจ๊กเกอร์จ้า (แม้จะเผลอมอบใจให้โทโมะคุงหมดสิ้น ก็ยังไม่ลืมหน้าที่ติ่งที่ดีอันพึงมีต่อคิชิโอะซัง อาห์) ทีมในการแข่งกีฬาจะแบ่งตามชื่ออาหาร ทีมของโจ๊กเกอร์มีสองคนคือโจ๊กเกอร์และหนุ่มอินเดียที่เป็นคนทำอาหารที่หอพัก ชื่อทีมมีชื่อว่า 「チレ・アバネロ・デ・カルネ」(นี่อะไร? บทสวดมนต์?) ซึ่งมาจากชื่อพริก Habanero ที่ว่ากันว่าโคตรเผ็ดนั่นเอง

แต่น้องก็ยูคิเลือกทีมนี้โดยไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยว่าไอ้อาหารที่ทีมนี้เสนอมันเผ็ดขนาดไหน (แบบว่าเลือกเข้าทีมเพราะปู้จายอ้ะะะ) โจ๊กเกอร์บอกว่าตัวเองเสนออาหารเผ็ดๆ ให้โซโนดะเพิ่มเข้าไปในโรงอาหารนานแล้ว แต่ชาวบ้านเขาไม่กินรสเผ็ดวิปริตขนาดนั้น โซโนดะเลยปฏิเสธมาตลอด

ซึ่งเป็นบุญของชาวโรงเรียนบีแอลแล้ว เพราะอีทีมเผ็ดวิปริตนี่แพ้การแข่งกีฬาจ้าาา บัยยยยย
ตอนแข่งมีภาพจิบิน่ารักๆ ให้กรี๊ดเล่นด้วย โจ๊กเกอร์น่ายักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

allcg-8 allcg-9

พอแข่งจบ ทุกคนก็เดินกลับหอด้วยกัน ระหว่างทางโซโนดะคร่ำครวญว่าเมนูของทีมที่ชนะมันบ้ามาก มันคือเมนู 満漢全席 ไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร อังกฤษเรียก Manchu Han Imperial Feast ไปเสิร์ชมาแล้วพบว่ามันคือเมนูอาหารจีน 108 อย่าง ป้าดดดด สมควรแล้วที่โซโนดะมันจะบ่นไม่หยุด ต้องมาทำเมนูนี้เป็นอาหารกลางวันในโรงเรียนเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว

และเย็นวันนั้นเอง

น้องยูคิกลับหอแล้วก็เหนื่อยๆ เลยอยากไปอาบน้ำ พอไปถึงก็พบกับดูแรคทั้งสามเปลือยล่อนจ้อนกันอยู่ในห้องอาบน้ำจ้าาาา *ซับเลือด*

(คำเตือน: ภาพด้านล่างไม่เหมาะกับเยาวชน)

joker-furo

โจ๊กเกอร์ถอดผ้าปิดตาแล้วหล่อกว่าเดิมอีกอ้ะะะะะะะะะ จะใส่ไว้ทำม้าย เอาผมปิดแบบนี้เท่จะตาย ฮืออออ (แต่เดี๋ยวตอนหลังจะมีเหตุการณ์ที่เฉลยเรื่องตาของโจ๊กเกอร์ด้วย)

และไหนๆ ก็บังเอิญเข้ามาอาบน้ำด้วยกันแล้ว ทุกคนเลยลงอ่างร่วมสาบานกัน อาห์ รักวัฒนธรรมญี่ปุ่นก็ตรงเนี้ย

allcg-10

ฉากอาบน้ำนี่ฮายาโตะคุงน่ารักอีกแล้วววว ที่จริงฮายาโตะเป็นคาแรคเตอร์ที่น่ารักน่าเอ็นดูมากนะ เป็นผู้ชายหน้าโหด เล่นเคนโด้ มาดแมนแต่เรียกตัวเองว่า 自分 ใสซื่อ หลอกง่าย เคารพบูชาโจ๊กเกอร์สุดหัวใจ ฉากนี้พอยูคิคุงมองโจ๊กเกอร์ ฮายาโตะก็รีบขัดเลยว่า ห้ามจ้อง! อะไรจะหวงพี่โจ๊กขนาดน้าน

ระหว่างแช่น้ำทุกคนก็คุยกันเรื่องแผลที่หลังและดวงตาข้างที่ปิดพลาสเตอร์ของโจ๊กเกอร์ โจ๊กเกอร์ก็เลยเล่าให้ฟังว่าปู่ของตัวเองเป็นคนรัสเซียและเคยเป็นสปายของโซเวียตมาก่อน แต่พอโซเวียตล่มสลาย ทุกคนในครอบครัวรวมถึงโจ๊กเกอร์ก็ถูกจับไปทรมานด้วย ซึ่งน้องยูคิกับฮายาโตะเชื่อจริงจังมากกกกอีกแล้ว แต่โซโนดะขัดขึ้นมาว่า เฮ้ย! พวกนายไม่เคยเรียนประวัติศาสตร์เหรอ? โซเวียตล่มสลายปีอะไร? 1991 ใช่มั้ย? แล้วปีนั้นโจ๊กเกอร์มันเกิดรึยังหา?

สรุปว่าโจ๊กเกอร์แหลสดอีกแล้วนะครับบบบ ตรงนี้เราขำตั้งแต่ยังไม่เฉลยละเพราะคิดว่ามันต้องขี้จุ๊ตะละลาแน่ๆ (ถ้าเป็นเรื่องจริงค่อยรู้สึกผิดทีหลัง เพราะเป็นอีจูนิเบียวขี้โกหกนี่เลยขอไม่เชื่อไว้ก่อน แล้วมันก็โกหกพกลมเป็นวรรคเป็นเวรจริงๆ ด้วย ชั้นว่าแล้ว)

สุดท้ายโจ๊กเกอร์ก็ไม่ยอมพูดความจริงว่าได้แผลมาจากไหน บอกแค่ว่า เอาไว้ถ้าเราสนิทกันมากกว่านี้จะบอกนะจ๊ะ และการลงอ่างร่วมกันก็จบลงอย่างสงบสุข (ชิส์ /เบ้ปาก)

วันต่อมา เกิดเรื่องใหญ่เมื่อน้องยูคิพบว่า ปลอกแขนประธานนักเรียนหายไป!! น้องยูคิตามหาปลอกแขนแบบชิลๆ ไม่ค่อยเดือดร้อนเท่าไหร่ แต่คนรอบข้างตกใจตาลีตาเหลือกกันมาก แม้แต่โทโมะที่เฉื่อยชาตลอดเวลายังตกใจเลย น้องยูคิก็งงๆ แต่ก็ยังชิลๆ ต่อไป มีการไปปรึกษาโจ๊กเกอร์ด้วยว่าปลอกแขนหายทำไงดีอ้ะ?

โจ๊กเกอร์บอกว่านี่นายคิดว่าชั้นเป็นอะไร? ทำไมต้องรู้เรื่องของที่นายทำหาย? ฉันไม่ใช่สตอล์กเกอร์นะโว้ย หรือคิดว่ามาถามฉันแล้วจะมีหุ่นยนต์แมวสีฟ้าออกมาฮึ?
แต่ถึงจะบ่นก็ยังเตือนว่ารีบๆ หานะ ไม่งั้นคนเก็บได้อาจกลายเป็นเอสคนใหม่แทน ฉันยังอยากเล่นกับนายอยู่นะ (แอร๊ยยยย มีการไม่อยากให้คนอื่นเป็นด้วยอว้ะะ เริ่มหลงรักแล้วชิมิล่าาาาา)

ระหว่างที่กำลังกลุ้มเรื่องปลอกแขนก็เจออาจารย์อิโต้เข้า (ลืมเล่าไปเลยว่านังเคตะมาเป็นอาจารย์ในภาคนี้ด้วย ฮึ้ยยยย ตบบบบบบบ) อาจารย์อิโต้รับฝากซองเอกสารลับสุดยอดมาจากผอ. ซึ่งพอเปิดดูก็พบว่า มันคือแผนการยุบโรงเรียน!! และถึงแม้จะเป็นเอกสารลับสุดยอด น้องยูคิเปิดดูปุ๊บก็ให้กรรมการนักเรียนอีกสองคนและดูแรคอีกสองคนรับทราบร่วมกันทันที แหม ลับมากกกกก

ทุกคนปรึกษากันแล้วก็ตัดสินใจว่า เอาล่ะ ไปหาผอ.กันบัดเดี๋ยวนี้! ซึ่งกว่าจะไปหาผอ.ได้ก็ลำบากลำบนไม่เบา แทบจะพังตึกกันเข้าไปเลยทีเดียว และเมื่อไปถึงห้องผอ.ก็พบว่าที่แท้ ผู้อำนวยการของโรงเรียนนี้ก็คือ……

โทโมะ!!!!!!!!!

tomo01

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ใครไม่ช็อค เราช็อคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคคค

ไม่คิดว่าเพื่อนรักที่แอบหมายมั่นปั้นมือเอาไว้จะเป็นใหญ่เป็นโตระดับผู้อำนวยการ แอร๊มมมมมม

ที่จริงเกมมันก็แอบบอกใบ้อยู่เนืองๆ นะ ทั้งเรื่องที่ตกใจว่าทำไมปลอกแขนหาย ทั้งเรื่องที่ง่วงตลอดเวลา แต่เราก็ไม่ได้นึกถึงความเป็นไปได้ว่าจะมีตัวละครตัวใดตัวหนึ่งเป็นผอ.เลย ใครมันจะไปคิดว่าจะเล่นมุกเดียวกับภาคแรกคะะะะะ

แต่โทโมะเป็นผอ.แบบตกกระไดพลอยโจนนะ คือเป็นน้องชายของผอ.คนก่อน แล้วพี่ชายดันตายกะทันหัน เลยต้องขึ้นเป็นผอ.แทนทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นคนเก่งกาจอะไร ไม่เหมือนคุณผู้อำนวยการเอ็นโดที่เฉลยตอนท้ายแบบเหนือๆ คริคริ (ว่าแล้วก็คิดถึงผอ.ภาคแรกจัง TvT)

และแล้วโทโมะกับพวกโจ๊กเกอร์และยูคิคุงเลยตกลงจะร่วมมือกันเพื่อช่วยไม่ให้โรงเรียนถูกยุบ ซึ่งการจะช่วยโรงเรียนได้ต้องอาศัยคะแนนเสียงจากผู้อำนวยการหนึ่งเสียง ฝ่ายบริหารหนึ่งเสียง และประธานนักเรียนอีกหนึ่งเสียง แต่ตอนนี้ยูคิไม่มีปลอกแขนจึงไม่นับว่ามีสิทธิ์ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำคือหาปลอกแขนหรือไม่ก็ทำให้ยูคิเป็นที่ยอมรับในฐานะประธานนักเรียนอย่างเป็นทางการให้ได้

คืนนั้นน้องยูคิได้เมลปริศนามาหนึ่งฉบับ เป็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ฉายภาพนักเรียนในเครื่องแบบของเบลล์ลิเบอร์ตี้ขโมยปลอกแขนไปจากเสื้อแจ็คเก็ตของยูคิคุง! โอ้มายก้อด คนร้ายคือใครกัน!!?

หลังจากเล่นมานาน ในที่สุดมันก็เริ่มดูมีเนื้อเรื่องซะที เริ่มน่าติดตาม เริ่มดูมีอะไร ก่อนหน้านี้คอเมดี้ปนเซอร์วิสอย่างเดียว (ซึ่งก็ดีนะที่จริง ก๊าก) และหลังจากนี้ก็จะเริ่มเข้ารูทโจ๊กเกอร์ละ ก่อนหน้านี้เป็นแค่ช่วงเกริ่นๆ เท่านั้นเอ๊ง

ไม่กี่วันต่อมา อาจารย์ซาสบามซาคากิซึ่งเป็นที่ปรึกษาและเป็นตัวแทนฝ่ายบริหารของโรงเรียนก็เรียกประชุมนักเรียนทั้งโรงเรียน และประกาศเรื่องที่โรงเรียนอาจจะโดนยุบ แล้วก็ควักปลอกแขนประธานนักเรียนออกมาวางปั้ง! ต่อหน้าต่อตายูคิคุง (อ้าว อาจารย์ หน้าตาก็ดี ทำไมเป็นคนอย่างเงี้ย????) โดยอาจารย์บอกว่ามีบุคคลที่สามให้มาอีกทีนะจ๊ะ ไม่ได้ขโมยมาเองซะหน่อย

sensei

อาจารย์ซาคากิพูดกดดันว่ายูคิเป็นแค่ประธานนักเรียนที่ไม่มีปลอกแขน ก็ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงคัดค้านอะไรทั้งนั้น โรงเรียนจะล่มจมก็คราวนี้แหละ (อ๊อย ต่อยอาจารย์ทีนึงได้ปะะะ ห้ามยุบโรงเรียนนี้นะคะะะ ผู้ชายแซบบบ ไม่ยอมมมมม)

ระหว่างที่เถียงกันไปเถียงกันมาเรื่องสิทธิ์ในการออกเสียงของประธานนักเรียน ก็มีตุ๊กตาแพนด้าตัวเบ้อเริ่มซึ่งประกาศตัวว่าเป็นตัวแทนของผอ.โผล่มาเสนอว่าให้จัดอีเวนท์เบลล์วันกรังปรีซ์เพื่อพิสูจน์ว่ายูคิคุงเหมาะสมที่จะเป็นเอสของโรงเรียนนี้หรือไม่

และคนที่ควบคุมแพนด้าก็หาใช่ใครอื่นไกล คุณผู้อำนวยการโทโมะนั่นเองจ้า (แอร๊ย โผล่มาช่วยยามคับขัน วีรบุรุษที่สุดดดด ถึงจะถูกชักใยโดยโจ๊กเกอร์กับคูยะก็เถอะ…) ใช้ตุ๊กตาหมีเป็นตัวแทนแบบนี้มาแนวเดียวกับผอ.เอ็นโดอีกแล้วนะ (> <) แต่อีแพนด้านี่ฮาจริงอะไรจริง พูดเป็นสำเนียงคันไซด้วยนะ ก๊าก

หลังจากนี้ก็จะเข้าช่วงแข่งเบลล์วันกรังปรีซ์ซึ่งแบ่งเป็นสามครั้ง ช่วงระหว่างแต่ละครั้งก็จะมีอีเวนท์ของรูทที่เราเลือกมาแทรกเป็นระยะๆ โดยเราต้องเลือกคนที่จะมาเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยเราในการแข่งด้วยนะ แต่ก่อนเลือกน้องยูคิแอบสับสนเล็กน้อยว่าจะเลือกใครดีน้า (ผู้ชายแซบมันเยอะไปหมด ยูคิเครียดครับ) โทโมะก็แนะนำว่าให้ไปปรึกษาอิโต้เซนเซที่เป็นผู้ชนะเบลล์วันกรังปรีซ์เมื่อเจ็ดปีก่อนสิ

พอไปปรึกษา เคตะก็เล่าเรื่องสมัยตัวเองเป็นนักเรียนให้ฟัง ตรงนี้เคตะพูดถึงคาซึกิด้วยว่าตอนนี้ทำงานอยู่ในสึสึบิชิกรุ๊ป อ๊อยย อย่าพูดถึงอย่างเดียวเซ่ น่าจะให้มีบทในเรื่องมั่ง อดีตผู้อำนวยการเชียวนะ (=3=)

ตรงนี้เกมจะให้เราเดาว่าคนที่เคยเป็นพาร์ทเนอร์ของเคตะเป็นคนแบบไหน เราเลือก クールな人 ไป ซึ่งตัวเลือกตรงนี้จะปลดล็อคฉากพิเศษของเคตะได้หลังจากเล่นจบ โดยจะมีเรื่องสั้นระหว่างเคตะกับพาร์ทเนอร์คนนั้นซึ่งเป็นแฟนของเคตะในปัจจุบันให้อ่านเล่นๆ พร้อมซีจีหนึ่งรูป ซึ่งผลสุดท้ายคูลนะฮิโตะที่เราเลือกมาก็คือคนที่เราชอบที่สุดในภาคแรกนั่นเอง กรี๊ดดด ดีใจ เปิดมาเจอซีจีแล้วส่งเสียงกรี๊ดลั่นบ้านเลยนะเออ TvT (แต่ภาคแรกชอบคนนี้กับผอ.คาซึกิสูสีกันนะที่จริง มีคนที่ชอบที่สุดสองคน เพราะชอบให้เขาคู่กัน ก๊ากกกก แต่เดี๋ยวกั๊กไว้เฉลยตอนท้าย อุฮิ)

พอปรึกษาเรียบร้อยก็ถึงเวลาเลือกพาร์ทเนอร์ของตัวเอง จิ้มพี่โจ๊กไปอย่างไม่ลังเล แล้วน้องยูคิก็พุ่งไปหาโจ๊กเกอร์ที่ห้องดูแรคเพื่อทาบทาม พี่โจ๊กก็ตอบตกลงอย่างง่ายดายเกินคาดมาก พอตกลงเสร็จก็ชวนกันเล่นไพ่ (นี่แกเป็นพวกป้าๆ ว่างงานหราาา เอะอะก็เล่นไพ่อยู่นั่นนนน) ซึ่งพี่โจ๊กก็ชวนน้องยูคิเล่นไพ่ทุกชนิดจนมืดค่ำ

joker01 joker02

(ซีจีฉากนี้มีการขยับสิบกว่าแอคชั่นเลยนะ ขยับเยอะมากกกก เพิ่งเคยเห็นซีจีในเกมที่ขยับเยอะขนาดนี้)

ฉากเล่นไพ่นี่โจ๊กเกอร์เล่าให้ฟังเรื่องที่มาของชื่อดูแรคด้วย (จริงๆ แล้วมันให้เลือกถามได้หลายเรื่องล่ะ แต่เราเล่นตามไกด์ก็เลยเลือกตามๆ ไกด์ไปนั่นแหละ) มันคือชื่อการเล่นไพ่ชนิดหนึ่งของรัสเซีย ฟังกฎการเล่นแล้วก็งงๆ แต่คนที่แพ้จะโดนเรียกว่า โง่ (馬鹿) ฟังๆ ดูแล้วอาจจะคล้ายๆ ไพ่ตอแหลของไทย? ซึ่งถ้ามันเป็นไพ่ชนิดเดียวกันจริง ขอบอกว่าเป็นชื่อที่เหมาะกับโจ๊กเกอร์มากจริงๆ ค่ะ กรั่กๆๆๆๆ

หลังจากนั้นพอน้องยูคิกลับหอ โจ๊กเกอร์ก็ส่งฮายาโตะมาช่วยคุ้มกันยูคิจากภัยอันตรายทั้งหลาย (โอ้ยยย มายกั้ดดด นี่มันอะไร เกมยากูซ่าเหรอ???) ฮายาโตะถามยูคิด้วยนะว่าสำหรับยูคิแล้ว ท่านโจ๊กเกอร์คืออะไรกันแน่? (แกเป็นใครยะนังฮายาโตะ แม่มันเรอะ ทำไมต้องมาสกรีนกันด้วยเนี่ย?) เกมให้เลือกตอบสองข้อ เราก็ตอบว่า ก็ไม่รู้สินะ ไปตามไกด์ (ตอบได้น่าตบเนอะ ถ้าเราเป็นฮายาโตะคงโบกด้วยไม้เคนโด้ไปละ)

พอวันต่อมาก็ถึงการแข่งเบลล์วันครั้งที่หนึ่ง ก่อนการแข่งเริ่มโจ๊กเกอร์ก็เอาเครื่องรางมาให้ยูคิเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ และตรงนี้เราต้องเล่นมินิเกมกันอีกแล้ว คราวนี้เป็นเกมจับคู่ไพ่กับเรียงไพ่ตามลำดับจากน้อยไปมาก ซึ่งเราจะเลือกตอบเองก็ได้ หรือจะเลือกให้พาร์ทเนอร์ตอบก็ได้ (แต่จากการทดลองให้พาร์ทเนอร์ตอบแล้ว พบว่าเปอร์เซนต์ตอบผิดสูงกว่าตอบถูกนะ…..)

minigame

ชอบตอนเลือกให้โจ๊กเกอร์ตอบ เจ้าตัวจะพูดเหมือนกำลังแข่งแบบชิลมาก ง่ายดายมาก สบายมาก แต่พอตอบผิดปุ๊บจะจ๋อยทันที น่าร๊ากกกก (> <)

มินิเกมอันนี้ใช้ความสามารถมากกว่าวัดดวงละ แต่ตอบให้ถูกแค่ 6 ข้อจาก 10 ก็ผ่านได้แล้ว และเราก็ผ่านแบบคาบเส้นพอดิบพอดี แฮ่ๆ (ที่ผิดๆ นั่นฝีมือโจ๊กเกอร์ทั้งนั้นนะ บอกเลย)

หลังจากการแข่งครั้งแรกผ่านไปได้ด้วยดี อยู่มาวันหนึ่งน้องยูคิก็ไปที่ห้องดูแรคและเจอโซโนดะอยู่คนเดียว โซโนดะได้ทีก็เสี้ยมใหญ่เลยจ้า งงเลย อยู่ดีๆ ก็มาเป่าหูว่า เฮ้ย ไว้ใจคิโยะจะดีเหรอ?? คิโยะไม่ได้สนใจความเป็นตายร้ายดีของโรงเรียนนี้เลยนะ? มันแค่อยากสนุกเองนะ?

น้องยูคิก็ตอบสไตล์นางเอ๊กนางเอกว่า แต่เค้าใจดีมากเลยนะ ให้เครื่องรางด้วย ส่งฮายาโตะมาคุ้มครองด้วย

โซโนดะฟังแล้วก็ยังเสี้ยมต่อไปว่า อาจจะไม่ได้ส่งมาคุ้มครองแต่ส่งมาสังเกตการณ์ก็ได้นี่นา แล้วไอ้เครื่องรางนั่นน่ะ ลองเปิดดูสิ (น้องยูคิก็เปิดดูอย่างว่าง่าย) ข้างในมันมีเครื่องอะไรอยู่ด้วยเห็นม้า? อาจจะเป็นเครื่องดักฟังหรือจีพีเอสก็ได้นะ?? (ตายละ ไหนบอกว่าไม่ได้เป็นสตอล์กเกอร์ไงคะโจ๊ก?)

ตรงนี้เริ่มน่าสงสัยแล้วว่าโซโนดะมันจะมายุแยงทำไม หรือโซโนดะสัมผัสได้ว่านังยูคิกำลังจะมาพรากคิโยะสุดที่รักไปจากอ้อมอกเลยพูดจาใส่ความเพื่อกำจัดเสี้ยนหนาม?? อืมมม ผู้เล่นก็ได้แต่สงสัยและก้มหน้าก้มตาจีบพี่โจ๊กต่อไป

ก่อนโซโนดะจะเดินออกไปก็มีการตบท้ายว่าฉันไม่เชื่ออะไรนอกจากเงิน ส่วนเธอจะทำอะไรก็ทำไปละกัน (แล้วทั้งหมดนี่จะพูดเพื่อ………?) แล้วก็เตือนว่า ระวังดวงตาข้างขวาของคิโยะเอาไว้ดีกว่า (ทำไม โจ๊กเกอร์มันยิงเลเซอร์ออกมาจากตาได้เหมือนไซคลอปส์รึ? มันเป็น X-Men หรือไร??)

พอน้องยูคิโดนเสี้ยมก็เริ่มคล้อยตาม เริ่มมองว่าโจ๊กเกอร์น่าสงสัยละ ขณะที่กำลังคิดมากเรื่องโจ๊กเกอร์ ก็โผล่มาเจอเจ้าตัวเข้าพอดิบพอดีซะงั้น

โจ๊กเกอร์เห็นยูคิท่าทางแปลกๆ ไปก็เลยพุ่งเข้ามาสืบสวนสอบสวนว่าเป็นอะไรไปจ๊ะเอสคุง? นายสงสัยว่าฉันเป็นสปายของฝ่ายบริหารเหรอ? ซึ่งท่าสืบสวนธรรมดาซะที่ไหน น้องยูคิโดนคาเบะด้งจ้าาา แอร๊ยยยยย

joker03

ถามกันไปถามกันมา โจ๊กเกอร์มันก็จูบน้องยูคิหน้าตาเฉย!! ฉากนี้แทบอยากเอาหัวโขกโน้ตบุ๊ครัวๆ เขินเสียงคิชิโอะซังมากกกกกกกก ฮว้ากกกกกกกกกกก ฉากจูบในเกมบีแอลนี่มันคนละเรื่องกับโอโตเมะเกมเลยอ้ะ ขนาดเป็นบีแอลใสๆ ไม่สิบแปดบวกนะเนี่ย (//ω//) (แต่เลเวลความแรงยังไม่เท่าพวก Situation CD อยู่ดีนะ…)

จูบกันแล้วโจ๊กเกอร์ก็พร่ำพรรณนาว่าฉันสนใจนายมากเลยนะ มันคงเป็นความรักมั้ง? แต่น้องยูคิทำท่าไม่เชื่อ โจ๊กเกอร์เลยบอกว่า โอเค งั้นแสดงด้วยการกระทำละกัน แล้วก็จูบน้องยูคิอย่างร้อนแรวงงงงงง /ยกมือปิดตาแป๊บ

แต่แล้วทันใดนั้นเอง ฮายาโตะก็โผล่มาขัดจังหวะซะก่อน อ๊อยยยยย เป็นครั้งแรกที่รู้สึกอยากถีบฮายาโตะคุงขึ้นมา TvT

หลังจากนั้นโจ๊กเกอร์ก็ชวนน้องยูคิไปเดทกันในวันหยุด ถึงตรงนี้น้องยูคิจะเริ่มสับสนแล้วว่าโจ๊กล้อเล่นบ้าอะไรเนี่ย เค้าคิดอะไรกับชั้น แล้วชั้นล่ะคิดอะไรกับเค้า เอ๊ะ นี่เราจูบกันแล้วนี่ เอ๊ะ ทำไมชั้นต้องหน้าแดง โอ๊ย ลืมมันไป โอ๊ย ใจเย็น คือน้องแกสติแตกมากเพราะความเป็นเกย์ในตัวกำลังจะตื่นขึ้น *มองน้องยูคิด้วยสายตาอบอุ่น* ( ¤̴̶̷̤́ ‧̫̮ ¤̴̶̷̤̀ )

แม้ว่าน้องยูคิจะเริ่มสับสนกับความรู้สึกที่มีต่อโจ๊กเกอร์แต่ก็ยอมตกปากรับคำไปเดทด้วยแต่โดยดีเพราะอยากรู้เรื่องของโจ๊กเกอร์ที่เป็นพาร์ทเนอร์ให้มากขึ้น (หลงรักเขาแล้วไม่ได้รู้ตัวเลยสินะน้องเอ๊ยยย)

ระหว่างเดทกันในวันหยุดมีสาวๆ เหลียวมองโจ๊กเกอร์เยอะมาก บางคนก็เข้ามาขอถ่ายรูป น้องยูคิก็คิดชื่นชมพี่โจ๊กในใจว่าเท่จริงๆ แหละนะ อะไรประมาณนั้น (ส่วนคนเล่นคิดว่าสาวๆ เขาคงมองเพราะอีนี่แปลกซะมากกว่า แค่ผ้าปิดตาก็กินขาด….) และพอมีสาวๆ สองคนมาชวนเดทเป็นคู่ พี่โจ๊กก็ตอบอย่างผึ่งผายเลยว่า ตอนนี้เราสองคนกำลังเดทกันอยู่แหละ ซึ่งสาวๆ ฟังแล้วก็หัวเราะคิกคักและรามือแต่โดยดี (พวกหล่อนเป็นสาววายสินะ)

พอสองคนนี้เดินไปเข้าคาเฟ่ด้วยกันก็เกิดดวงดีเข้าร้านเป็นคนที่หนึ่งแสนพอดีเลยได้ตั๋วกินฟรีทุกเมนู น้องยูคิตื่นเต้นบอกว่า กินไรดีน้าา โจ๊กเกอร์ซังจะกินไรเหรอ? โจ๊กเกอร์ตอบว่าอันไหนก็เหมือนกันแหละ เพราะอาหารที่ฉันกินแล้วอร่อยก็มีแต่อาหารของเอย์จิเท่านั้น (อ้าวเฮ้ย!! มาเดทกับชั้นแท้ๆ ทำไมมาชื่นชมชายอื่นให้ฟัง หักคะแนนนน หึงงงงงงงงง) แต่พอยูคิถามว่า เอ๊ะ ถ้าไม่ได้ตื่นเต้นกับอาหาร ทำไมต้องทำหน้าดีใจแบบนั้นด้วยล่ะ โจ๊กเกอร์ก็ตอบว่า แน่นอน เหตุผลมีเพียงข้อเดียว เพราะมีนายอยู่ตรงหน้าไงล่ะ (อะ โอเค บวกคะแนนให้นิดนึงก็ได้…คะแนนความน้ำเน่า)

ช่วงที่สวีทกันอยู่ในคาเฟ่ โจ๊กเกอร์เปิดโอกาสให้ยูคิถามตัวเองได้ทุกเรื่อง น้องยูคิก็ถามเรื่องการแข่งเบลล์วัน เรื่องดูแรค เรื่องที่ส่งฮายาโตะมาคุ้มกัน ซึ่งข้อสุดท้ายเนี่ยโจ๊กเกอร์เล่าว่ามีคนจ้องจะทำร้ายยูคิอยู่ แต่ยูคิไม่เคยรู้ตัวเลยเพราะโจ๊กเกอร์กับฮายาโตะแอบเก็บกวาดให้ตลอด ส่วนจีพีเอสในเครื่องรางก็ให้ไว้เพื่อที่จะปกป้องยูคิได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน (เอ่อ ป้าว่าน้องโจคาวะนี่น่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ นะ ไม่ใช่สตอล์กเกอร์ไก่กาแต่เลเวลสูงกว่านั้นอีก เสมือนดั่งสตอล์กเกอร์เลเวล 99 ที่มีแสงออกมาจากตีน)

พอถามจบโจ๊กเกอร์ก็ถามกลับว่า ทำไมไม่เห็นถามเรื่องตาขวาของฉันเลย มา ตามมานี่ เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟังเองนะน้อง

แล้วโจ๊กเกอร์ก็พาไปที่จุดชมวิวบนดาดฟ้าตึกสูงแห่งนึง เปิดผ้าปิดตาออก แล้วเฉลยว่า เหตุผลที่ต้องปิดตาขวาเอาไว้ก็เพราะตาขวาของตัวเองมีพลังพิเศษ สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลเป็นกิโล (สรุปมันเป็น X-Men จริงด้วยอะ……….)

joker07

เหตุผลที่ตาขวาของโจ๊กเกอร์เป็นแบบนี้เป็นผลข้างเคียงมาจากอาการ 脊髄損傷 (Spinal Cord Injury) ซึ่งนี่น่าจะเป็นศัพท์ที่ยากที่สุดในเกมละ เปิดดิกแทบไม่ทัน และเหตุผลที่โจ๊กเกอร์เกิดอาการบาดเจ็บที่ไขสันหลังก็เพราะเมื่อหกปีก่อนเคยเครื่องบินตกแต่รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ สายตาจึงดีเหนือมนุษย์ตั้งแต่นั้นมา และเพราะเห็นได้ไกลเกินมนุษย์มนาถึงต้องปิดเอาไว้เพราะมันใช้ชีวิตประจำวันลำบาก (เอาละ เริ่มแฟนตาซีละ มันเป็นไปได้ทางการแพทย์มั้ยเนี่ย ขี้เกียจหาข้อมูล…)

ตรงนี้เป็นจุดเฉลยปมปัญหาในใจทั้งหมดของโจ๊กเกอร์ที่สำคัญมาก ไอ้อาการไขสันหลังนี่คือสาเหตุที่ส่งผลต่อการสร้างคาแรคเตอร์ทั้งหมดของโจ๊กเกอร์เลย ทั้งใส่ผ้าปิดตา มีแผลที่หลัง ทั้งชอบอาหารเผ็ดระดับวิปริต ไปจนถึงนิสัยชอบเล่นเกมไพ่และการพนันต่างๆ นานา เพราะโจ๊กเกอร์บอกว่า ประสาทสัมผัสทั้งหมดมันผิดเพี้ยนไปจากเดิม เหมือนอยู่ดีๆ ก็ต้องมาใช้ชีวิตในโลกอีกใบที่ไม่รู้จัก เหมือนความเป็นจริงถอยห่างไปจากตัวเอง ไม่รู้อีกต่อไปแล้วว่าอะไรคือความจริงกันแน่ ถึงจะมีชีวิตอยู่ก็รู้สึกเหมือนตายไปแล้ว ดังนั้นเจ้าตัวจึงเลิกเชื่อประสาทสัมผัส หันมาเชื่อสิ่งที่คิดได้ด้วยสมองแทน (แล้วประสาทสัมผัสมันไม่ต้องผ่านสมองเรอะะะะ) ดังนั้นช่วงเวลาที่ได้ใช้สมองอย่างเวลาเล่นเกมจึงเป็นช่วงเวลาเดียวที่โจ๊กเกอร์รู้สึกถึงความจริง รู้สึกเหมือนได้กลับไปลิ้มรสผัสสะแบบเดียวกับก่อนเครื่องบินตก

บรรยากาศฉากนี้ดราม่ามากกกก ปรับอารมณ์ไม่ทัน คือมันคอเมดี้มาตลอด แต่ตรงนี้อยู่ดีๆ ก็ฟาดเปรี้ยงด้วยปมหนักหนาสาหัสในอดีตของโจ๊กเกอร์ใส่หน้าผู้เล่นอย่างจัง ทำให้เริ่มรู้สึกสงสารโจ๊กเกอร์ขึ้นมาจากที่เคยหมั่นไส้มาตลอด (หมั่นไส้แต่ก็รักนะ เพราะรักคนข้างใน ฮา)

เล่าจบแล้วโจ๊กเกอร์ก็บอกว่าไม่ได้ขอให้นายมาเข้าใจฉันหรอกนะ แต่เล่าให้ฟังเพราะนายอยากรู้ก็เท่านั้นแหละ ฝ่ายน้องยูคิได้มาฟังอะไรแบบนี้ก็เลยพลอยหดหู่ไปอีกคนถึงจะไม่ค่อยเข้าใจดีเท่าไหร่ (ก็สมควรแล้ว เรายังไม่เก็ทเลยว่าประสาทสัมผัสพังกับชอบเล่นไพ่มันเกี่ยวกันยังไง…)

หลังอีเวนท์ไปเดทกันก็จะเป็นการแข่งครั้งที่สอง คราวนี้เลิกเล่นไพ่แต่ให้พิมพ์คำศัพท์ตามที่กำหนดแทน ตอนแรกแพนิคว่า ตายละ ให้พิมพ์ญี่ปุ่นจะไปพิมพ์ทันเหรอเนี่ย?? ปรากฏว่าเกมให้เลือกได้ว่าจะพิมพ์เป็นโรมาจิหรือคะนะ แน่นอนว่าจิ้มโรมาจิเพื่อความชัวร์ ปลอดภัยไว้ก่อน

minigame2

มันจะมีให้เลือกโหมดง่ายกับโหมดยากด้วย โหมดง่ายจะเป็นคำสั้นๆ แต่โหมดยากจะยาวกว่า แค่นั้นแหละ (เราเจอคำว่า GURANDO-SURAMU=แกรนด์สแลม ตอนลองเล่นโหมดยาก อืม มันยาวจริง)

หลังจบการแข่งครั้งที่สอง โจ๊กเกอร์ก็จะเริ่มลามปามด้วยการมารับถึงห้องเรียนทุกวัน ตอนเช้าก็มาปลุกตลอด เตรียมอาหารอลังการงานสร้างให้กินเช้ากลางวันเย็น วันดีคืนดีก็ชวนดื่มอาฟเตอร์นูนที พอยูคิบอกว่ามีงานของกรรมการนักเรียนที่ต้องไปทำเลยไม่ว่างไปดื่มชา โจ๊กเกอร์ก็บอกว่า เอ้า ฮายาโตะ นายไปทำแทนหน่อยซิ แน่นอนว่าฮายาโตะย่อมตอบว่าโอเค วางใจได้เลยครับพ้ม แล้วก็ยอมไปทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย ส่วนน้องยูคิก็อู้งานมาจิบชาสวยๆ กับปู้จายย เยยยย

แต่กระนั้นน้องยูคิก็คิดในใจว่าที่ตัวเองไม่ดีใจกับการเทคแคร์เป็นพิเศษของโจ๊กเกอร์เป็นเพราะโจ๊กเกอร์ทำเพื่อความสนุกของตัวเองมากกว่าจะทำเพื่อยูคิจริงๆ  (โอย น้องคะ เขาเอาอกเอาใจขนาดนี้แล้วยังจะเอาอะไรอี๊กกกกก)

ในที่สุดก็ถึงการแข่งครั้งสุดท้าย โอววว มาถึงไคลแมกซ์จนได้

เช้าวันแข่ง น้องยูคิรู้สึกผิดปกติเมื่อโจ๊กเกอร์ไม่ได้มารับที่ห้องก็เลยรู้สึกเหงาๆ (แอร๊ ตกหลุมพรางและหลุมรักมันจนได้สินะ) พอไปที่โรงอาหารก็เจอโซโนดะทำอาหารเตรียมไว้ให้และบอกว่าโจ๊กเกอร์เป็นคนมาสั่งไว้ให้ยูคิเองพร้อมกับจ่ายเงินให้เรียบร้อย (แหม มีปั๋วรวยนี่ดีจังเนอะยูคิคุง!)

พอกินข้าวเสร็จน้องยูคิก็ไปที่หอประชุมเพื่อเข้าร่วมการแข่งเบลล์วันครั้งที่สาม แต่กลับพบว่าในหอประชุมไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียวนอกจากแพนด้า! มิหนำซ้ำพอฟังข้อความที่แพนด้าพูดจนจบแล้ว มันก็วนมาเริ่มต้นพูดเหมือนเดิมอีก แสดงว่าเป็นเทป ระหว่างที่กำลังงุนงง คนที่ปรากฏตัวออกมาก็คือ… โซโนดะ!!

โซโนโดะออกมาเฉลยความจริงทุกอย่างว่าตัวเองเป็นคนขโมยปลอกแขนไปให้ซาคากิเซนเซเอง และโซโนดะนี่แหละที่ป็นคนวางแผนชั่วทั้งหมดเพื่อล้มอำนาจของกรรมการนักเรียน เป็นคนก่อตั้งดูแรคและหลอกใช้โจ๊กเกอร์เป็นเหมือนตัวหมากตัวนึงเท่านั้น ไม่ได้มองว่าเป็นเพื่อนมาตั้งแต่แรกแล้ว และกับยูคิก็ถือเป็นศัตรูมาตลอดด้วย ซึ่งคนที่คอยกลั่นแกล้งยูคิอยู่ในเงามืด (แต่เจ้าตัวไม่รู้เพราะโจ๊กเกอร์คอยสะสางให้) ก็คือโซโนดะผู้นี้นี่เองงงง

ไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์เท่าไหร่กับการที่โซโนดะเป็นคนร้าย เพราะถ้าจะมีใครสักคนรับบทนี้มันก็น่าจะเป็นโซโนดะนี่แหละ ชอบมาเสี้ยมให้พระนางแตกกันอยู่เรื่อย นี่มันนางอิจฉาชัดๆ!!

แต่ มีสิ่งหนึ่งที่ผิดแผนของโซโนดะ คือการที่โจ๊กเกอร์เกิดหลงรักยูคิเข้า ทำให้โจ๊กเกอร์กลายเป็นหมากที่ใช้การไม่ได้อีกต่อไป โซโนดะจึงต้องลงมือเองเพื่อจุดประสงค์อย่างหนึ่ง ซึ่งเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น ต่อให้โรงเรียนล่มสลาย หรือตัวเองต้องกลายเป็นศัตรูของทั้งโรงเรียนก็ยอม (ซึ่งเล่นรูทนี้จบแล้วยังไม่เห็นรู้เลยว่าตกลงมันทำเพื่ออะไรเนี่ย? คงมีเฉลยในรูทโซโนดะแหละมั้ง)

การแข่งรอบสุดท้ายจะให้เราเลือกกล่องใบหนึ่งจากสองใบ โดยในกล่องที่ถูกต้องจะมีปลอกแขนของประธานนักเรียนอยู่ โซโนดะบีบให้ยูคิเลือกกล่องที่ไม่มีปลอกแขนอยู่โดยเอาโจ๊กเกอร์กับฮายาโตะมาเป็นตัวประกัน และบอกว่าเมื่อกี้จัดการกับโจ๊กเกอร์ด้วยที่ช็อตไฟฟ้าไปแล้ว (ทำไมมันออกแนว SM? เอาแส้ด้วยมั้ยเอย์จิคุง?) แต่สุดท้ายไม่ว่ายูคิ(หรือในที่นี้คือผู้เล่น)จะเลือกกล่องไหน มันก็จะกลายเป็นกล่องที่ถูกต้องอยู่ดี (โกงมากบอกเลย 5555555555)

พอเลือกเสร็จ ได้ปลอกแขนคืน โซโนดะก็ไม่พอใจ ตั้งท่าจะเข้ามาทำร้าย ในขณะที่น้องยูคิเริ่มสติเลือนรางเพราะยาพิษที่โซโนดะวางไว้ในอาหารเช้าออกฤทธิ์ (โอ้ยยยย อีโซโนดะะะะ บทจะเลวก็เลวมันทุกหนทางเลยนะยะะะ)

sonoda01

แต่แล้ว ในชั่วขณะที่น้องยูคิกำลังจะสลบไปนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเรียกว่า ‘ยูคิคุง!’ ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะดับวูบ (โฮวววว พี่โจ๊กมาช่วยแร้วววววว ดีจังเลยเนอะน้องยูคิ ;w;)

ยูคิตื่นมาอีกทีในห้องพยาบาลโดยมีฮายาโตะกับอาจารย์มัตสึโอกะอธิบายให้ฟังว่า ยูคิโดนวางยาพิษจนสลบไป แต่โจ๊กเกอร์กับฮายาโตะมาช่วยไว้ได้ทัน และขณะนี้โจ๊กเกอร์ก็กำลังลากโซโนดะไปลงโทษ (อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด ลากไปลงโทษกันสองต่อสองด้วยอว้ะะะะะ)

แต่ด้วยความเป็นนางเอก(?) น้องยูคิก็เลยรีบออกไปตามหาทั้งสองคนเพื่อที่จะห้าม แล้วก็เจอโจ๊กเกอร์กำลังต่อยโซโนดะอย่างเมามันส์ (บู่ววว วิธีลงโทษไม่สมอุราไม่สาแก่ใจเลยยยย)

joker10

โจ๊กเกอร์บอกว่าตัวเองก็รู้ตัวมาตลอดแหละว่าโซโนดะวางแผนชั่วเอาไว้และแค่หลอกใช้ ที่ผ่านมาแค่เล่นละครไปตามบทเพราะมันสนุกดี (นี่พูดเพื่อไม่ให้ตัวเองดูโง่เฉยๆ ปะ…?) แต่เหตุผลที่คราวนี้เราต้องแตกหักกันเพราะฉันทนไม่ได้ที่นายบังอาจลงมือกับคนสำคัญของฉัน!! ซึ่งน้องยูคิก็นางเอ๊กกกกกกนางเอกกกกกกก บอกว่าหยุดเถอะะะ พวกคุณเป็นเพื่อนรักกันนะ อย่าต่อยกันเลย ยูคิรับไม่ด๊ายยย

โจ๊กเกอร์ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมล่ะ?? หมอนี่มันเป็นศัตรูของนายนะ?? มันทำร้ายนายนะ นายต้องแค้นมันสิ ยูคิก็เถียงว่าไม่ได้แค้นโว้ยยยย แล้วก็พุ่งเข้าไปห้าม (จุดนี้ลุ้นมากว่าถ้ายูคิเข้าไปขวางหมัดจนโดนพี่โจ๊กต่อยซะเองคงดราม่าฉิบหายวายป่วง แต่สุดท้ายมันก็ไปไม่ถึงจุดนั้น สงสัยจะรุนแรงไป)

สุดท้ายฉากนี้จบลงโดยที่โจ๊กเกอร์ต่อยโซโนดะจนสลบไป ยูคิกลัวเพราะรู้สึกว่านี่ไม่ใช่โจ๊กเกอร์คนเดิมที่เคยรู้จัก

สองวันต่อมา ทั้งโจ๊กเกอร์และโซโนดะหายตัวไป ฮายาโตะมาบอกยูคิว่าท่านโจ๊กเกอร์ยังอยู่ในโรงเรียนนี่แหละ แต่แค่บอกว่าเบื่อแล้ว อยากเลิกเป็นดูแรค ฮายาโตะเลยอยากให้ยูคิช่วยไปเกลี้ยกล่อม ยูคิก็ตกลงแล้วก็ออกตามหาโจ๊กเกอร์ จนกระทั่งมาเจอโจ๊กเกอร์อยู่……บนต้นไม้……….

joker11

ฉากนี้น้องยูคิจะเกลี้ยกล่อมโจ๊กเกอร์นานมากกกก และโจ๊กเกอร์ก็อาร์ทตัวพ่อมากกก เซ็งโลกเซ็งชีวิตสุดขีด โรงเรียนนี้จะเป็นยังไงช่างมัน นายอยากทำอะไรก็ทำไปละกันเอสคุง (ฉากนี้โจ๊กเกอร์น่าถีบมาก ป้าสนับสนุนให้น้องยูคิจับเก้าอี้ตรงมุมขวาบนมาทุ่มใส่มันเลยค่ะ ให้มันเละเป็นโจ๊กสมชื่อ โมโห)

เหตุผลที่ทำให้โจ๊กเกอร์พังขนาดนี้ก็ไม่พ้นโซโนดะนั่นแหละ (พังเพราะชายอื่น หนอย หักคะแนนนนนน) น้องยูคิถามว่า อ้าว? แล้วที่เคยบอกว่าชอบฉันนี่คือโกหก?? โจ๊กเกอร์ก็บอกว่าตอนนั้นฉันอาจจะแค่เข้าใจผิดไปเองก็ได้มั้ง น้องยูคิเลยโวยวายว่ามาเล่นกับความรู้สึกของฉันอย่างงี้ได้ไง? ฉันเป็นแค่หมากในเกมให้เธอได้เล่นสนุกเท่านั้นหรือ??

ซึ่งพี่โจ๊กก็ตอบสั้นๆ ว่า ใช่ (คนเล่นปรี๊ดระดับเชียร์ให้น้องยูคิไปซบอกผู้อำนวยการละ ช่างหัวอีจูนิเบียวนี่ก็ได้นะน้องยูคิ ป้าว่าโทโมะแซบกว่าเยอะะะะ)

นอกจากปฏิเสธกันอย่างไร้เยื่อใยแล้ว โจ๊กเกอร์ยังสารภาพอีกว่าตอนแรกเคยเกลียดยูคิเพราะหมั่นไส้ที่ดวงดีแล้วหัวเราะระรื่นอยู่นั่น (เอ๊า ไปอิจฉาเขาอีก โวะ) แต่ยิ่งได้เป็นประจักษ์พยานความดวงดีของยูคิก็ยิ่งหมกมุ่น อยากรู้อยากเห็นอยากทดสอบ สุดท้ายเลยรู้ว่ายูคิมีสิ่งเดียวที่ตัวเองไม่มี ตอนนี้รู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้ชอบยูคิ แต่หลงใหลในความดวงดีของยูคิต่างหาก (น้องยูคิ เลื่อยต้นไม้มันซะะะะะะะะะะะ)

ยูคิฟังแล้วก็ร้องไห้คร่ำครวญว่ารู้ตัวแล้วว่าที่ผ่านมาดีใจแค่ไหนที่โจ๊กเกอร์ชอบตัวเอง แล้วก็สารภาพรัก ผมรักคุณนะ กลับมาเถอะโจ๊กเกอร์ซัง (โอ๊ย แล้วทำไมต้องไปง้อมันด้วย โมโหหห จุดนี้เข้าข้างยูคิอะะะะ อย่าไปง้อมันค่ะลูก เชิดหน้าสวยๆ ไปเป็นเมียผอ.ดีกว่า ปะ เลทส์โก!)

น้องยูคิปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้ว่า งั้นมาเล่นเกมกันเถอะ ถ้าโจ๊กเกอร์ชนะจะยอมให้ปลอกแขนประธานนักเรียนก็ได้ แต่โจ๊กเกอร์บอกว่าฉันไม่ได้อยากได้ซะหน่อย ขออย่างอื่นที่ดีกว่าได้ปะ อย่างเช่นความบริสุทธิ์ของนาย น้องยูคิฟังแล้วก็ เอิ่มมม แต่ถ้าเดิมพันด้วยความบริสุทธิ์แล้วโจ๊กเกอร์ยอมแข่งด้วยก็เอางั้นก็ได้

คราวนี้เกมจะให้เราเล่นไพ่ High&Low วัดดวงกันง่ายๆ เหมือนตอนเล่นแบล็คแจ็คนั่นแหละ พอชนะแล้วโจ๊กเกอร์ก็จะยอมทำตามเงื่อนไขของยูคิทุกอย่าง ยูคิเลยบอกว่า เอาล่ะ ไปตามโซโนดะกลับมากันเถอะ

เล่าข้ามช็อตไปตอนที่ตามโซโนดะไปถึงโรงแรมร้างแห่งนึงในเมืองเลยก็แล้วกัน ชั้นบนสุดของโรงแรมแห่งนั้นเป็นภัตตาคารที่ปิดตัวไปแล้ว พอไปเจอโซโนดะที่นั่น โจ๊กเกอร์ก็อ่านโพยง้อโซโนดะที่ยูคิเขียนให้อย่างเซ็งๆ (ฉากนี้ตลกมากกกกกกกกก อ่านแบบไม่เต็มใจสุดๆ โอ๊ย รักคิชิโอะซังอ้ะะะะ)

joker13

ทั้งสองคนช่วยกันง้อจนโซโนดะใจอ่อน บอกว่าจะยอมกลับไปที่โรงเรียนบีแอลก็ได้ แต่ขอเวลาทำใจหน่อยนะ แล้วโซโนดะก็ออกไปจากภัตตาคาร เหลือแค่โจ๊กเกอร์กับยูคิ

โจ๊กเกอร์เฉลยว่าร้านนี้เคยเป็นร้านดังมากกกกกก เป็นของพ่อแท้ๆ ของโซโนดะ (แม่โซโนดะแต่งงานใหม่ โซโนดะเลยแยกจากพ่อไปอยู่กับแม่) โซโนดะใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟที่ประสบความสำเร็จเหมือนพ่อ (แล้วมันเกี่ยวอะไรกับขโมยปลอกแขนประธานนักเรียนไม่ทราบ…?) แล้วโจ๊กเกอร์ก็พูดแบบเข้าอกเข้าใจโซโนดะมากว่าที่ก่อเรื่องทั้งหมดคงมีเหตุผลของตัวเอง มีความมุ่งมั่นในแบบของตัวเองแหละ ดังนั้นให้อภัยโซโนดะเถอะนะ (อ้าว!!!! แล้วก่อนหน้านี้ใครกันครับที่งี่เง่าพาลใส่คนอื่นเพราะงอนโซโนดะ ทีอย่างงี้มาบอกให้คนอื่นอภัยหน้าตาเฉ๊ยยย คนที่ชั้นจะไม่ให้อภัยก็คือแกนี่แหละนังโจ๊ก!!)

เสร็จธุระเรียบร้อยก็จะกลับโรงเรียนกัน แต่พอเข้าลิฟต์เท่านั้นแหละ ปรากฏว่า ลิฟต์ค้าง!! ซึ่ง ปัญหาคือตึกนี้เป็นตึกร้าง บริษัทที่ผลิตลิฟต์ก็เจ๊งไปนานแล้ว แปลว่าจะไม่มีใครรู้เลยว่าสองคนนี้ติดอยู่ในลิฟต์ จะใช้มือถือก็ไม่มีสัญญาณ โจ๊กเกอร์เลยบอกว่าสงสัยเราได้หิวตายอยู่ด้วยกันที่นี่แน่เลย (แนะนำให้กินกันเอง ในความหมายโดยนัย ว้าย ไม่ใช่ละ)

แต่โจ๊กเกอร์ก็บอกว่า ล้อเล่นนะ ถ้าผ่านไปหกชั่วโมงแล้วไม่มีการติดต่อ ฮายาโตะจะมาตามหาเอง ในเครื่องรางของยูคิมีจีพีเอสอยู่ใช่มั้ยล่ะ (ฮายาโตะนี่ก็ทาสผู้ซื่อสัตย์เหลือเกิ๊น) พอน้องยูคิเริ่มใจเย็น หายแพนิค ก็ดันเกิดเหตุการณ์ สลิงขาด!!! (เริ่มแอคชั่นขึ้นเรื่อยๆ)

น้องยูคิตกใจจนหมดสติไป พอลืมตามาอีกทีก็พบว่าตัวเองนั่งคร่อมพี่โจ๊กอยู่ครับบบบบบ โอ้วโน้ววว เป็นลมอีท่าไหนให้มันออกมาเป็นแบบนี้คะน้อง? เวอร์ยิ่งกว่าละครไทยล้มลงประกบปากกันอีกนะยะะะ

joker-lift

มารยาของน้องยูคิยังไม่จบแค่นี้ คุณน้องเริ่มโวยวายสติแตก เวรแล้วไง พวกเราจะรอดไปจากอีลิฟต์สยองขวัญนี่ได้อย่างไร ทำไงดี โวยวายๆๆ จนพี่โจ๊กเกอร์แกรำคาญเลยจูบให้ใจเย็น ซึ่งน้องยูคิบรรยายฉากจูบฉากนี้ว่า เป็นจูบที่เหมือนจะดูดเอาความกังวลใจไปจนหมด (อืมมมม จย้าาาาา ในที่สุดก็เริ่มออกลายแล้วนะยะ แต่เกลียดไม่ลงอยู่ดี น้องยูคิเป็นเด็กดีเกิน ;w;)

โจ๊กเกอร์หัวเราะหึๆ บอกว่าดีใจจังที่เราสองคนมีความรู้สึกเดียวกันคือกลัวตาย แล้วก็ถามว่าฉันแปลกรึเปล่าที่หัวเราะในสถานการณ์ที่จะตายแหล่มิตายแหล่แบบนี้ (เอิ่ม อยากบอกว่าแปลกมาตั้งแต่เรียกตัวเองว่าโจ๊กเกอร์แล้วใช้ไพ่เป็นนามบัตรแล้วค่ะพี่) และตรงนี้อยู่ดีๆ โจ๊กเกอร์มันก็บรรลุโสดาบัน บอกยูคิว่าเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกชอบมันเป็นไง ฉันชอบนายนะ แล้วก็จูบกันหลายทีมากกกกกกกกกก (หนอย โจ๊กนะโจ๊ก เมื่อกี้ยังทำท่ารังเกียจกันจะเป็นจะตาย ทีตอนนี้มาบอกรัก มะ…ไม่หวั่นไหวหรอกนะ)

โจ๊กเกอร์พร่ำเพ้อว่าตัวเองตามหาสิ่งที่เรียลที่สุดในโลกมาตลอด ไม่คิดเลยว่าจะอยู่ใกล้ขนาดนี้ มันคือการได้รักนายนี่เอง (อยู่ดีๆ ก็น้ำเน่านะคะ…) แล้วก็บอกว่า อยากกอด ในความหมายที่ลึกซึ้ง และต้องเป็นตอนนี้ด้วย เพราะมันตื่นเต้นดีว่าจะตายมั้ย (บ้าไปแล้ว โอย ฉากนี้ขำมาก 55555555555) สรุปแล้วน้องยูคิก็เสียความบริสุทธิ์ให้โจ๊กเกอร์ในลิฟต์นี่เอง… (นึกสภาพถ้าลิฟต์มันเกิดตกลงไปข้างล่างตอนสองคนนี้มีอะไรกัน สภาพศพคงดูไม่จืด…)

แล้วน้องยูคิก็เป็นลมไป (อีกแร้ววว มารยาสาไถยยยย) พอฟื้นขึ้นมาอีกที โจ๊กเกอร์ก็ใช้ปืนยิงเปิดประตูลิฟต์ด้านบนแล้วไต่ขึ้นไปด้วยกัน (แล้วทำไมพวกแกไม่ทำแบบนี้แต่แรก โวะะะ) จังหวะนี้ฮายาโตะกับโซโนดะจะโผล่มาช่วยพอดี แต่ทั้งสองคนก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนอกจากรออยู่ด้านนอกประตูลิฟต์ ดังนั้นโจ๊กเกอร์เลยตัดสินใจว่าจะยิงสลิงให้ขาดและร่วงลงไปพร้อมลิฟต์ แล้วค่อยกระโดดออกทางประตูด้านล่าง (บู๊สนั่นประหนึ่ง 007 นะคะ)

joker14

แน่นอนว่าทั้งสองคนรอดมาได้โดยไร้รอยขีดข่วน จากนั้นทั้งสี่คนก็กลับโรงเรียนด้วยกันโดยสวัสดิภาพ

joker15

รูทนี้ปิดท้ายด้วยฉากสวีทเล็กๆ ของน้องยูคิกับโจ๊กเกอร์ เป็นฉากสวีทที่งุ้งงิ้งมาก ไม่มีอะไรเลยนอกจากพลอดรักกัน ฉันรักเธอ เธอรักฉัน เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป แต่มันตลกมากตรงที่ทั้งโซโนดะกับฮายาโตะต่างก็ยืนดูโดยไม่สามารถเข้าไปแทรกได้ทั้งๆ ที่มีธุระจะคุยกับทั้งคู่ (โซโนดะท่าทางเอือมกับคู่นี้มาก ซึ่งเราก็เอือมไม่แพ้กัน ฉากพลอดรักนี่มันติ๊งต๊องไปนะะะ)

joker16

พอโซโนดะตั้งท่าจะเข้าไปเป็นกขค. โจ๊กเกอร์ก็ควักปืนขึ้นมาหน้าตาเฉย สรุปแล้วก็ไม่มีใครเข้าไปขัดขวางได้อยู่ดี แล้วรูทนี้ก็จบลงตรงนี้จ้าาาา จบได้ติ๊งต๊องมาก ขำ 5555555555

ความรู้สึกหลังจบรูทนี้คือ เฮ้ย สนุก! แม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้หวือหวาอะไรมากมายแต่มันก็ยังอุตส่าห์มีจุดเซอร์ไพรส์นิดหน่อย แถมมีทั้งคอเมดี้ ทั้งดราม่า ผู้ชายก็แซบ นักพากย์ก็เริ่ด (แม้ว่าเราจะชอบทั้งตัวละครและนักพากย์ภาคแรกมากกว่าก็ตาม) ถ้าเล่นแบบไม่คิดอะไรมากก็สนุกลั้ลลาบั่นทอนปัญญาดี แต่ถ้าใครอยากได้เนื้อเรื่องหนักๆ หน่อยอาจจะไม่ชอบมั้ง มันเบาหวิวเฮฮาปาจิงโกะเกินไปนิด

อ้อ ส่วนแฟนคนปัจจุบันของนังเคตะที่ได้มาคือคนนี้ แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย

keita1

รองประธ๊านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน (≧д≦)(≧д≦)(≧д≦)
เปลี่ยนคนบนรถเป็นคาซึกิจะดีมากเลย ก๊ากกกกกกกกกกกก

เปิดดูซีจีอย่างเดียว ยังไม่ได้อ่านเลยว่าเรื่องราวของเคตะกับรองประธานเป็นยังไงบ้าง ทนอ่านไม่ได้ หมั่นไส้ ขอเวลาทำใจแป๊บ

เดี๋ยวรูทต่อไปจะจีบคุณผู้อำนวยการรุ่นที่สี่ เย้ โทโมะขราาาาา รอป้าก่อนนะะะะะ (〃∀〃)

2 comments on “Gakuen Heaven 2: Joker’s route

  1. KeyLaSi says:

    อ่านสปอยล์ไปก็ว่าจะกรี๊ดๆ ผู้ชายตามนะคะ แต่ภาคนี้ไม่ค่แยสเปค ไม่ค่อยอิมแพค เพราะนักพากย์ไม่โดน (ทำอย่างกับอ่านบลอกแล้วได้ยินเสียงอย่างนั้นแหละ…) แต่อ่านๆ ไปมันโฟกัสตรงที่น้องยูคิเห็นแก่กินนี่แหละค่ะ กร๊ากกกกกก โอ้ย ชอบบๆๆๆ บันเทิงมุ้งมิ้งดีนะคะ ดีกว่าเคตะเย้อะะะะะ 555555555

    ถุยยยยยยยยยยยยย นังเคตะมาทำมัยยยยยยยยย ไม่ต้องค่ะ!!! ขอผอ.มาแทนได้มั้ย ฮื้อออออออออ โอ้ย อ่านไปปฏิกิริยาเหมือนกันเลยค่ะ สิ่งที่อยู่ในวงเล็บนั่นตรงใจเราทั้งสิ้น (ทำเหมือนได้เล่นเกมกับเค้าด้วย 555)

    ขอสารภาพว่าอ่าน ดูแรค เป็น ดูเรค ไปหลายครั้งค่ะ กร๊ากกกกกกกก

    ฮือ ช่วยด้วย อ่านแล้วขำตลอด อยู่ในออฟฟิศ (แล้วใครใช้ให้หล่อนมาอ่านในเวลางานนน #พนักงานดีเด่น) แต่ความงี่เง่าพล้อตเวิ่นๆ ของมันนี่คือตลกไม่ไหวแล้วค่าาาา ยิ่งช่วงหลังๆ ที่เล่นตัวมั่ง ง้อมั่ง สารภาพรักมั่ง นี่มันคือบั่บ อัลลั้ยยยยยยยยยย /แต่ชอบอ่านมั้ย /ชอบ…

    แหะๆๆ รอรูทน้องผอ. และลองตอบแฟนนังเคตะให้เป็นไทป์อื่นบ้างนะคะ แฮ่กๆๆๆๆ

    Like

    • chutipuk says:

      เราว่านอกจากนักพากย์แล้วคาแรคเตอร์ภาคนี้ยังสู้ภาคแรกไม่ได้เลยค่ะ หรือต้องอาศัยเวลาในการทำความคุ้นเคยสนิทสนมกันซักพักก่อนจะเริ่มเปิดใจให้พวกเค้าได้ก็ไม่รู้ (ฮา)

      ดูแรคกับดูเรคนี่ ตอนเล่นแอบคิดเหมือนกันค่ะ ตอนพิมพ์ก็กลัวๆ จะพิมพ์ผิดเหมือนกัน ก๊าก ความหมายผิดไปไกลลล

      แฟนเคตะนี่อ่านเจอมาว่าต้องเลือกไทป์ให้ตรงกับรูทด้วยล่ะค่ะ เลยคิดว่ารูทโทโมะเนี่ยต้องหวยออกที่คาซึกิแน่นอน XD แต่จนป่านนี้เรายังดองอยู่เลยค่ะ มัวแต่ไปติดเกมอื่น ฮือออ (ดองเกมเยอะเกินจนหมุนมาเล่นไม่ทันค่ะ พรากกก TvT)

      ดีใจที่มีคนมากรีดร้องด้วยกันนะคะะะ XD

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s