tomorrow never knows ♪

เพิ่งได้ดูคาโนะอุโสะเวอร์ชั่นหนังโรงล่ะ!

kanouso

คาโนะอุโสะ หรือชื่อเต็มๆ ว่า カノジョは嘘を愛しすぎてる – Kanojo wa Uso wo Aishisugiteru (ฉบับแปลไทยของบงกชใช้ชื่อว่า ‘รักวุ่นวายของนายตัวป่วน’) เรื่องนี้สร้างมาจากมังงะของอ.อาโอกิ โคโตมิ และเป็นมังงะที่เราชอบมากกกกกกกกกด้วยพลอตอันสุดจะดราม่าปวดตับ อ่านไปก็กุมหน้าไปตลอดเวลา แต่บทจะน่ารักก็ชวนยิ้มแก้มปริแทบฉีกทึ้งการ์ตูนในมือทิ้งด้วยความริษยา และที่สำคัญคือ ผู้ชายแซบทุกคนตั้งแต่รุ่นมัธยมปลายยันตาลุงประธานบริษัท (ไฮไลท์มันอยู่ตรงนี้)

อย่ากระนั้นเลย ในเมื่อมันสร้างเป็นหนังฉบับคนแสดงแถมมีซาโต้ ทาคารุเล่นเป็นอากิคุงทั้งที จะพลาดได้อย่างไร! (แต่ขอสารภาพว่าจริงๆ ก็ลืมนึกถึงหนังเรื่องนี้ไปแล้ว เพิ่งมานึกได้เอาป่านนี้ ก็เลยเพิ่งหาดูนี่แหละ…)

ตอนก่อนดูรู้สึกว่าคนเดียวที่แคสต์มาแล้วเหมือนถอดแบบจากในฉบับมังงะมาเป๊ะคือชินยะ รับบทโดยคุโบตะ มาซาทากะที่เราแอบประทับใจเขามาตั้งแต่เรื่อง SUMMER NUDE (ซึ่งเป็นละครที่ไม่สนุกเลย แต่ทนดูจนจบเพราะยามะพี…) ถึงแม้ว่าหน้าพี่แกจะไม่ได้หล่อเป๊ะหรือหัวทองอร่ามเหมือนชินยะในต้นฉบับ แต่บรรยากาศมันใช่มาก ในขณะที่คนอื่นๆ เห็นแล้วยังสงสัยว่าจะแสดงออกมาเป็นตัวละครนั้นๆ ในรูปแบบไหนกันหนอ

กลายเป็นว่าพอดูจบแล้วกลับประทับใจมิอุระ โชเฮในบทชุนที่สุดซะงั้น!!

shun

ทั้งๆ ที่ตอนก่อนดูรู้สึกว่า เอ๊ะ ชุนคนนี้ไม่ดูเหมือนโฮสต์เกินไปหน่อยเรอะ…? แต่พอดูจบแล้วแทบก้มกราบ โชเฮคุงเล่นเป็นชุนได้ดีมากกกก แถมเวอร์ชั่นหนังเนี่ยชุนมีบทบาทสำคัญมากกว่าชินยะซะอีก ขนาดปกซาวด์แทรกยังเป็นอากิ ชุน ริโกะเลยนะ! ดังนั้นก็เลยได้เห็นทั้งชุนยามเป็นนักร้องนำวง CRUDE PLAY ที่เท่เหลือทนเวลาร้องเพลง ชุนยามเป็นเพื่อนซี้ของอากิที่ทั้งเฮฮาและกวนตรีน ชุนยามหล่อ ชุนยามแรด ดูจบแล้วชอบทั้งชุนทั้งโชเฮคุงมากขึ้นเยอะเลย นี่เดิมทีก็ชอบชุนในมังงะจะแย่แล้วนะ TvT

ส่วนชินยะที่ตั้งหน้าตั้งตารอดูที่สุด เพราะเป็นคนที่คิดว่าเป๊ะที่สุดอย่างที่บอก ดูจบแล้วก็ยังรู้สึกว่าเป็นชินยะที่เป๊ะอยู่ แต่ด้วยความที่หนังไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ชินยะมีบทบาทมากมายเท่าไหร่ (ทั้งที่ความจริงช่วงแรกชินยะนี่ตัวก่อดราม่าเลยนะ) เลยรู้สึกว่าแม้จะเป็นชินยะที่เป๊ะ แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความประทับใจได้มากเท่าชุนอยู่ดี

shinya

การที่ชินยะบทน้อยเป็นจุดนึงของหนังที่เราผิดหวังเบาๆ เพราะชินยะเป็นตัวละครที่น่าสนใจมากสำหรับเรา อารมณ์ความรู้สึกของชินยะที่มีต่อดนตรี โดยเฉพาะดนตรีของอากิ มันซับซ้อนมาก (ไม่รู้จะเรียกว่า  love–hate relationship หรือแค่ซึนเดเระดี……) แต่หนังแทบไม่พูดถึงตรงนี้

ฉากเดียวที่ชินยะแสดงความคลั่งไคล้(?)อากิออกมาคือฉากที่ชินยะบอกว่าอากิเป็นคนโง่ โง่ที่มีพรสวรรค์ขนาดนั้นแต่กลับคิดว่าตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา แต่นอกจากนั้นหนังก็ไม่เปิดช่องให้ชินยะแสดงความรู้สึกที่มีต่อดนตรีของอากิอีกเลย และตัวชินยะในหนังเองก็ไม่ได้แสดงอารมณ์ซับซ้อนมากเท่าในมังงะ เป็นแค่ชินยะที่หน้าตาเศร้าตลอดเวลา คนที่ไม่อ่านมังงะมาก็อาจจะไม่เก็ทตรงนี้เท่าไหร่ว่าทำไมอีนี่ต้องหน้าตาเศร้าโศกขนาดนี้ด้วย แล้วทำไมต้องแซะอากิตลอดเว

แต่ยังมีคนหนึ่งที่เศร้ากว่าชินยะมาก หน้าตาอมทุกข์แทบทุกซีนที่ออกมา และคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอากินั่นเอง

aki

ซาโต้ ทาเครุเป็นอากิที่…เศร้า
ไม่มีคำอื่นจะบรรยายนอกจากเศร้า ไม่รู้จะแผ่ออร่าเศร้าไปถึงไหน แต่ก็ยังคงรู้สึกคล้ายๆ กรณีของชินยะคือ ตลอดทั้งเรื่องหนังไม่ได้อธิบายมากนักว่าทำไมอากิถึงเจ็บปวดขนาดนี้ แต่อากิยังได้เปรียบในฐานะพระเอกตรงที่ความรู้สึกทั้งหมดของอากิ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกต่อริโกะ ต่อมาริ หรือต่อ CRUDE PLAY ก็ตาม สิ่งเหล่านั้นมันปรากฏอยู่ในเพลงหมดเลย ดังนั้นด้านการแสดงอารมณ์ความรู้สึกของอากิถือว่าผ่านค่ะ!

เพลงที่เรารู้สึกว่าเป็นตัวแทนอธิบายความรู้สึกของอากิตลอดทั้งเรื่องได้ดีที่สุดคือ「ちっぽけな愛のうた」ที่อากิแต่งให้ริโกะ เพลงนี้พูดถึงทั้งจุดเริ่มต้น เรื่องราวระหว่างทาง และจุดจบของความสัมพันธ์ระหว่างอากิกับริโกะได้ดีมากๆ ชอบนะที่เอาเพลงนี้มาปิดเรื่อง ซึ้ง ปวดใจแทนอากิขึ้นมาเลย TvT

ซาโต้ ทาเครุเล่นเป็นอากิในแบบของตัวเองได้ดีมากนะ แต่ก็ต่างจากอากิในหัวของเราอยู่ดี เพราะอากิในมังงะงี่เง่ากว่านี้เยอะ ก๊าก จริงๆ แล้วคือรู้สึกว่าอากิในฉบับภาพยนตร์ช่างเศร้าเหลือเกินจนหาด้านคาวาอี้งุงิน่าเอ็นดูไม่เจอ แค่นั้นแหละ…

ไปๆ มาๆ พูดถึงแต่ผู้ชาย โอ๊ย ตายละ

ถ้าพูดถึงหนังโดยรวม อืม ในฐานะแฟนมังงะก็ชอบนะ ชอบที่ได้เห็นตัวละครในกระดาษออกมาโลดแล่นอย่างมีชีวิตชีวา ชอบที่ได้ฟังเพลงที่เคยได้แต่จินตนาการเอาเองว่ามันไพเราะขนาดไหนกัน ชอบที่หนังพยายามจะยึดตามต้นฉบับโดยการพูดถึงมันแทบทุกประเด็นในช่วงเล่ม 1-6

แต่ประการสุดท้ายก็เป็นข้อที่ไม่ชอบด้วยเหมือนกัน อาจเพราะพยายามใส่ประเด็นต่างๆ มามากเกินไป สุดท้ายเลยได้เล่าถึงทุกประเด็นแค่ผิวเผิน และหันมาโฟกัสที่ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับนางเอกในช่วงท้ายๆ แทน ทำให้ประเด็นที่อุตส่าห์แตะๆ มันค้างคาอยู่แค่นั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมาริ(ซึ่งเป็นประเด็นนึงที่เราเสียดายมาก หนังน่าจะเล่นกับมาริได้เยอะกว่านี้) เรื่องการหากินกับดนตรีตามสไตล์ทาคางิซัง เรื่องความคับข้องใจในการหากินแบบนั้นของเหล่าศิลปิน เรื่องของชินยะอย่างที่กล่าวไปแล้ว ฯลฯ

พอเข้าใจนะว่าถ้ายิ่งแตะประเด็นพวกนี้ลึกๆ มันก็จะยิ่งสะเปะสะปะจับประเด็นไม่ถูก ทำให้หนังดูไม่รู้จะโฟกัสอะไร และการจะแสดงความรู้สึกที่ลึกซึ้งของตัวละครแวดล้อมทั้งหมดออกมาในหนังระยะเวลาสั้นๆ แค่สองชั่วโมงมันคงเป็นไปไม่ได้ แต่การเห็นหนังพูดถึงประเด็นเหล่านี้โดยไม่หาทางลงให้มันก็น่าเสียดายเบาๆ

ส่วนตอนจบของหนังก็ดัดแปลงจากมังงะให้กลายเป็นแบบของหนังเอง ซึ่งตอนแรกอดบ่นอุบในใจไม่ได้ว่าเล่นมุกนี้อีกแล้วรึ! มุกส่งคนใดคนหนึ่งไปเมืองนอกตอนจบนี่ยังไม่เบื่อกันอีกรึ!? แต่มาคิดดูอีกที การตัดสินใจไปเมืองนอกเพื่อเริ่มต้นกับดนตรีใหม่ในที่ที่ไม่มีใครรู้จักตัวเองก็เป็นการตัดสินใจที่สมเป็นอากิเวอร์ชั่นหนังดีแล้วล่ะ

ท่อนนี้ในเพลงจบก็บอกชัดแล้วว่าทำไมอากิถึงต้องไป

「キミの笑顔が
ボクを暗闇から連れ出してくれたんだ
でもボクの横顔は
キミの笑顔曇らせてしまうんだ
キミがいてもキミがいなくても
ボクはここにいられない」

“รอยยิ้มของเธอ
ช่วยพาฉันออกจากความมืดมิด
แต่ใบหน้าด้านข้างของฉัน
กลับทำให้รอยยิ้มของเธอหม่นหมอง
ไม่ว่าจะมีเธออยู่ หรือไม่มีเธอก็ตาม
ฉันก็ไม่อาจอยู่ที่นี่ได้”

ดังนั้นเราคิดว่าการตัดสินใจไปของอากิไม่ใช่การทำเพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่มันเป็นการทำเพื่อริโกะด้วย และสุดท้ายหนังก็ไม่ได้เฉลยชัดๆ หรอกว่าหลังจากที่อากิได้มาพบกับริโกะและเล่นดนตรีด้วยกันสองคน อากิยังตัดสินใจจากไปอยู่รึเปล่า แต่มันมีฉากหลังเครดิตที่อากิเดินตามมาเรียกริโกะที่กำลังร้องไห้แล้วก็จูบกัน แล้วหนังก็จบ ซึ่งถ้านึกถึงเนื้อเพลง ちっぽけな愛のうた แล้ว เราอยากคิดนะว่าอากิจากไป ไม่งั้นเพลงมันจะไม่ซึ้ง (ฮา) แต่ถ้าคิดในภาษาหนังแล้ว จูบนั้นน่าจะเป็นจูบที่เฉลยว่าอากิจะไม่ไปไหนอีกแล้วมากกว่า (สรุปคือเพลงหมดซึ้งไปแล้ว บัย)

จริงสิ จะว่าไปแล้วยังไม่ได้พูดถึงนางเอกเลย

riko

ถ้าจำไม่ผิด โอฮาระ ซากุระโกะที่รับบทริโกะนี่รู้สึกจะเป็นคนที่ออดิชั่นมาเพื่อรับบทนี้โดยเฉพาะเลยล่ะมั้ง ด้านการแสดงสีหน้าท่าทางเรายังรู้สึกว่าไม่ค่อยเหมือนริโกะในมังงะเท่าไหร่ เพราะริโกะในมังงะเป็นคนแสดงสีหน้าทุกอารมณ์เต็มที่มาก แต่นักแสดงคนนี้สีหน้าค่อนข้างนิ่ง ไม่ใช่เล่นแข็งนะ แต่นิ่ง นิ่งจนดูเป็นริโกะที่อมทุกข์เกินไปนิด (สรุปทุกคนในเรื่องนี้เศร้ากันหมด…พยายามจะรันทดกันเกินไปมั้ยพวกนาย) 

แต่ฉากร้องเพลงทำได้ดีมากนะ รู้สึกว่า อ้อ เสียงริโกะเป็นอย่างนี้นี่เอง (รู้สึกคล้ายๆ miwa ผสมกับ YUI) แล้วหนังก็กั๊กไว้ไม่ยอมให้ฟังเสียงร้องพลงของริโกะจนกว่าจะปาเข้าไปครึ่งเรื่อง พอถึงฉากที่ริโกะร้องเพลงเต็มๆ แล้วเลยรู้สึกประทับใจว่า เฮ้ย! เพราะ!

แต่ถึงริโกะจะเสียงเพราะยังไง เพลงที่เราประทับใจที่สุดหลังดูจบกลับเป็นเพลง 「サヨナラの準備は、もうできていた」ของ CRUDE PLAY ซะงั้น ถึงจะเคยฟังเพลงนี้มาก่อนแล้ว แต่พอมาฟังในเรื่องมันก็คนละอารมณ์กันนะ (ประเด็นคือก่อนหน้านี้เฉยๆ กับชุนในหนังไง ตอนนี้หลงรักเต็มๆ เลยไง)

สรุปว่าชอบหนังเรื่องนี้ในฐานะแฟนมังงะ แต่ไม่ค่อยอินกับเรื่องราวความรักระหว่างพระนางในหนังซะงั้น มัวแต่สนใจเพลงกับผู้ชาย (ก๊าก) ดูจบแล้วอยากอ่านมังงะใหม่ตั้งแต่เล่มแรกอีกรอบเลย อากิเขออออออ ชุนขาาาาาา ชินยะจ๋าาาาาา

One comment on “tomorrow never knows ♪

  1. โอ้มีฉบับนี้ด้วยเหรอเนี่ยนางเอกน่ารักเกินไปแล้ว>//////<

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s