一応発表会

ตอนอยู่ปีสามเคยเป็นสต๊าฟจัดงาน発表会เชิญพี่ๆมาพรีเซนท์งานวิจัย+เล่าประสบการณ์ชีวิตแลกเปลี่ยน/ทำงานให้ฟัง

สองปีต่อมา วันนี้กลายเป็นหนึ่งในพี่ๆที่เป็นคนพรีเซนท์งานวิจัยเฉยเลย มานึกๆดูแล้วก็ตลกดี เพราะตอนนั้นไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น ในหัวมีแต่เรื่องเรียนจบทำงาน

ในทางกลับกัน ถึงตอนนี้ที่กำลังจะเรียนจบจริงๆแล้วกลับคิดเรื่องงานจริงจังน้อยกว่าตอนนั้นซะอีก (อ้าว)

งานวันนี้อาจารย์เชิญให้ไปเล่าเรื่องงานวิจัยให้น้องๆฟังโดยให้เวลาคนละ 15 นาที (เยอะกว่าตอนพรีเซนท์ที่ญี่ปุ่นด้วยซ้ำ…) งานวิจัยเราก็ออกแนวขำๆ เหมือนไปแนะนำเกม/หนัง/ละครที่มีโอดะ โนบุนากะอยู่ด้วย เพราะอย่างนี้ก็เลยไม่ได้เตรียมตัวไปเลยจ้า ไปถึงก็เปิดสไลด์แล้วพูดสดบนเวที เห็นหน้าน้องๆตั้งใจฟังแล้วก็ใบ้กินเป็นระยะๆเหมือนกันเพราะไม่รู้จะพูดอะไร (TωT)

มีอาจารย์ญี่ปุ่น (ริวเอ็นเซนเซผู้เลื่องลือ) และพี่คนญี่ปุ่นที่เรียนป.โทอยู่เป็นคอมเมนเตเตอร์ด้วย พูดจบแล้วใจสั่นเบาๆว่าจะโดนคอมเมนเตเตอร์ถามอะไรบ้างหรือไม่ (ชักไม่แน่ใจว่านี่ตัวเองยังพูดภาษาญี่ปุ่นได้อยู่รึเปล่า) แต่สุดท้ายคอมเมนเตเตอร์ก็พูดชมนิดหน่อยแล้วก็ชี้ข้อเสียของงานวิจัยให้ฟังเฉยๆ รอดไป เฮ้อ

โดยรวมแล้วหัวข้อวิจัยวันนี้ค่อนข้างเฮฮาเมื่อเทียบกับรุ่นพี่สองปีก่อนซึ่งเต็มไปด้วยการวิเคราะห์วรรณกรรมอย่างหนักหน่วง (ความจริงจังกับชีวิตมันผิดกัน) อาจารย์พูดว่าอยากให้การพรีเซนท์งานวิจัยเป็นแนวทางให้น้องๆได้ แต่พี่ว่าพี่คงช่วยไรน้องไม่ได้นะคะ พี่ขอโทษ พี่เน้นเที่ยวค่ะ พี่ไม่ได้ไปเรียนมา (ถ้าน้องให้พี่ไปพูดเรื่องการจองตั๋วคอนเสิร์ต การไปอีเวนท์ หรือการเข้าคาเฟ่พ่อบ้าน พี่คงแนะนำได้อย่างกว้างขวางนะคะ)

นอกจากพรีเซนท์งานวิจัยแล้วก็มีพี่ที่เรียนจบไปแล้วมาแนะนำเรื่องการทำงานด้วย มีพี่มาสองคน หนึ่งในนั้นคือพี่N1เต็มในตำนาน เลยส่งดาวไปถามว่าค่ายน.ที่พี่เค้าเคยทำอยู่ระยะหนึ่งให้ค่าแปลหน้าละเท่าไหร่ หลังจากได้คำตอบแล้วก็สรุปว่า ปะ! ไปสมัครเป็นฟรีแลนซ์ค่ายน. กันเถอะ (แค่เรทสตาร์ทก็เยอะกว่าเรทสูงสุดของค่ายที่ทำอยู่ตอนนี้แล้วจ้า…)

ชอบตอนที่พี่เค้าพูดถึงคะแนนสอบ N1 ว่ามันเป็นสิ่งที่สร้างอิมแพคต์ให้คนอื่นมาก ทำให้โดนคาดหวังสูงมากไปด้วย สุดท้ายมันเลยกลายมาเป็นแรงกดดันกลายๆว่าต้องทำให้ได้ดีเท่ากับที่สร้างแรงอิมแพคต์เอาไว้ตอนแรก 

เข้าใจดีเลย เรื่องความคาดหวังสูงเนี่ย ยิ่งตอนไปอยู่ญี่ปุ่นนี่แทบไม่อยากบอกคนอื่นว่าเรียนภาษาญี่ปุ่นมาแล้วกี่ปี สอบผ่านระดับไหนแล้ว เพราะพอบอกปุ๊บ อีกฝ่ายก็จะคาดหวังขึ้นมาโดยปริยาย (บอกว่ากากก็หาว่าถ่อมตัวอีก เปล่าค่ะ กากจริงๆ)

จริงๆแล้วที่ชอบมากคือพี่เค้าพูดเหมือนมันไม่ใช่สิ่งสลักสำคัญอะไรเลย… N1เต็มเหรอ? ธรรมดามากน้อง เดี๋ยวในหมุ่น้องๆก็ต้องมีคนได้เต็มอีกเรื่อยๆแหละ (เอ่อ ใช่ว่าทุกคนจะเป็นยอดมนุษย์นะคะพี่)

ถึงจะไม่คิดว่าการได้N1เต็มเป็นเรื่องง่าย แต่ก็เข้าใจความรู้สึกนะว่า มันมีจุดๆนึงที่เรามองว่าสูงมาก แต่พอไปถึงจุดๆนั้นจริง สุดท้ายแล้วกลับรู้สึกว่ามันยังมีอะไรที่สูงยิ่งกว่านั้นขึ้นไปอีกไม่รู้จบอยู่ดี คนเรานี่มันกระจิริดจริงๆ

ตอนที่มิยาโมโตะ มุซาชิตะเกียกตะกายขึ้นไปถึงยอดเขาก็คงรู้สึกประมาณนี้มั้ง? (มุซาชิมาจากไหน)

โดยสรุปแล้วสิ่งที่ได้จากการฟังพี่ๆทั้งสองพูดคือ ยังไม่อยากทำงานประจำ ขอเป็นนีทซักพักก่อนนะ จบ

เลิกงานก็แวะกินคัตสึด้งกับดาวและเอิ้น จริงๆแล้วอยากกินมาตั้งแต่วันที่อาจารย์เอาหนังเรื่อง คิทเช่น มาเปิดให้ดูในห้อง แล้วมันมีฉากที่พระเอกนางเอกกินคัทสึด้งกัน 

และแล้วในที่สุดก็ได้กินซะที!

photo

รู้สึกแปลกๆกับการใช้ช้อนส้อมกินคัตสึด้งไปแล้ว กระแดะเนอะ (ฮา)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s