Nikko is Nippon (2)

เดือนกันยาผ่านไปไวมากกกกก ยังไม่ทันได้รู้สึกว่าทำอะไรเลย ใช้ชีวิตเหมือนเดิมทุกวัน ตื่นเกือบเที่ยง กินข้าว ซื้อขนม นอน ตื่นมาเล่นเกม ดูละคร ดูอนิเมะ อ่านการ์ตูน นอน จบไปอีกวัน (นี่มันชีวิต NEET ชัดๆ)

จนกระทั่งนึกขึ้นมาได้ว่า ยังมีเรื่องทริปคันไซที่ต้องเขียนอีกเยอะ ฮอกไกโดก็ยังเขียนถึงไม่หมด ดังนั้นวันนี้จะมาเขียนเรื่องนิกโก้ต่อจากคราวที่แล้ว (เอิ่ม…)

เที่ยวโซนมรดกโลกกันไปแล้วก็หันมาเที่ยวธรรมชาติกันบ้าง นั่งรถบัสขึ้นเขาไปส่วนที่เรียกว่าโอคุนิกโก้กัน ทางไปเหมือนอยู่แถวจิบะเลย มองไปทางไหนก็มีแต่ป่า (บ้านนอกคือกันนั่นเอง ฮา)

ลงรถเมล์ตรงใกล้ๆทะเลสาบ แล้วก็เดินกันแบบไร้จุดหมายปลายทางมาก เดินเลียบทะเลสาบไปเรื่อยๆจนถึงศาลเจ้าแล้วก็เดินวกกลับ บรรยากาศดีมาก แดดไม่ค่อยมี เงียบกริบร้างผู้คนราวไซเลนท์ฮิลล์ แต่ถึงแม้จะคนน้อยก็ยังอุตส่าห์เจอหนุ่มอเมริกันที่พักเกสท์เฮาส์เดียวกันเมื่อคืนเดินเตร็ดเตร่อยู่กับหนุ่มแว่นญี่ปุ่นอัธยาศัยดี (ซึ่งพอเค้าสองคนแยกตัวไปเข้าห้องน้ำด้วยกันเท่านั้นแหละ จินตนาการแต่ละคนบรรเจิดเลยจ้า…)

เห็นทะเลสาบจูเซนจิแล้วอยากไปฮาโกเน่ แต่ไม่มีปัญญานอนเรียวกังก็อย่าไปเลย บาย

SONY DSC

 

แถวๆนั้นมีจุดชมวิวด้วย แต่ถึงจะเรียกว่าจุดชมวิวก็เป็นแค่ตึกเตี้ยๆที่มีดาดฟ้า ไปยืนดูแล้วไม่ได้ช่วยให้เห็นวิวกว้างขึ้นเท่าไหร่เลย (-__-;)

ด้านหลังจุดชมวิวเป็นภูเขาที่เปิดให้ไปปีนกันได้ แต่ทริปนี้เราเน้นสบายๆและวันแรกในนิกโก้เกือบลื่นหัวแตกตายกันในป่าแล้ว ทุกคนจึงได้แต่ยืนชมภูเขาอยู่ห่างๆอย่างหวาดๆ

SONY DSC

 

เห็นสีเขียวๆเยอะๆแล้วรู้สึกสดชื่นมั่กกกก ถึงใครๆจะบอกว่านิกโก้เค้าไม่เที่ยวกันหน้าร้อน แต่ได้หนีร้อนมาเจอแบบนี้ก็ดีนะ♥

เดินไปจนถึงศาลเจ้านิกโก้ฟุตาระซัง ศาลเจ้านี้ก็เหมือนที่อื่นๆโดยรอบ คือเงียบมากกกก ผีจะหลอกตาย มันมีโซนที่ดูสยองหน่อยๆด้วย คือมีแผ่นหินเรียงๆกันบนทางขึ้นเขามืดๆ ได้บรรยากาศมาก

SONY DSC

เห็นโซนเครื่องรางแล้วพุ่งเข้าไปเลือกอยู่นานมากกก อยู่ญี่ปุ่นเกือบปียังไม่ได้ซื้อเครื่องรางเลย ไหนๆก็ถ่อมาถึงนิกโก้แล้ว ดูเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์มีวัดและศาลเจ้าเยอะแยะ ท่าทางของเค้าจะแรง ซื้อเครื่องรางเป็นที่ระลึกซักหน่อยก็ดี

และแล้วก็เลยได้เครื่องราง 縁結び มาหนึ่งอัน เลือกมาเพราะคิดว่าน่ารักสุดละ ไม่ได้สนเลยว่าเป็นเครื่องรางเสริมดวงด้านไหนอะไรยังไง 

SONY DSC

 

ซื้อเครื่องรางและเดินชมวิวแต่งไฮกุ(?)กันพอเป็นพิธีแล้วก็เดินวกกลับไปทางน้ำตก ยืนดูน้ำตก ถ่ายรูปสองสามแชะ แล้วก็พุ่งไปเดินหาของกินที่ร้านค้าโดยรอบกัน ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวมันอยู่ตรงนี้นี่แหละ กรั่กๆๆๆ

ก่อนกลับลงจากเขาแวะร้านขนมนั่งกินถั่วแดง ฮือออ ชอบญี่ปุ่นตรงถั่วแดงนี่แหละ (เหรอ?) กลับไทยแล้วไม่มีโอกาสกินถั่วแดงบ่อยๆเหมือนตอนอยู่โน่นเลย T_T

SONY DSC

ชอบขนมญี่ปุ่นจังงงงง แงงงงงงง อยากกินอีกกกกกกกกกก

นั่งรถลงจากโอคุนิกโก้แล้วยังมีเวลาให้เดินเที่ยวต่ออีกนานกว่าฟ้าจะมืด ก็เลยไปเดินเส้นทางท่องเที่ยวอีกทางนึงที่วันแรกไม่ได้ไป เดินๆแล้วชักไม่แน่ใจว่ามันเป็นทางท่องเที่ยวจริงเหรอเนี่ย มีแต่บ้านคน แต่มาเที่ยวทั้งทีเราต้องคิดบวก! การท่องเที่ยวไม่ได้จำกัดเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวนี่! ยิ่งเป็นทางที่คนไม่เที่ยวกันนี่แหละดี! อันซีนอินนิกโก้!

คิดบวกขนาดเจอแม่น้ำแห้งๆก็ยังลงไปปีนก้อนหินเล่นกัน

SONY DSC

 

ชอบแม่น้ำแบบนี้จัง มันดูญี่ปุ๊นญี่ปุ่น คือประเทศอื่นมันก็มีแหละ แต่มันเป็นโลเคชั่นที่ชอบปรากฏในหนังญี่ปุ่น เลยเป็นทัศนยภาพที่เห็นแล้วนึกถึงญี่ปุ่นไปแล้ว

พอเดินเลยแม่น้ำไปเส้นทางเดินจะเริ่มสมบุกสมบันขึ้นเรื่อยๆ ทางจะเริ่มเล็ก แคบ ลื่น แต่ฝนไม่ตกแบบวันแรกก็ถือเป็นบุญมากแล้ว ไม่งั้นคงลื่นตกแม่น้ำตายไปตามๆกัน รองเท้าผ้าใบกากๆก็ไม่ได้เหมาะกับการเดินป่าเล้ย ใส่กระโปรงไปเดินอีกต่างหาก orz

ไฮไลท์ของเส้นทางนี้คือรูปปั้นจิโซที่เรียงกันเป็นแถบ มีเยอะมากจนน่ากลัวเลยแหละ

SONY DSC

 

นึกถึงนิทานญี่ปุ่่นที่เล่าว่ารูปปั้นจิโซมีชีวิตขึ้นมาและตอบแทนคนที่ช่วยเหลือ เห็นเรียงกันเป็นแถบแบบนี้แล้วรู้สึกเหมือนตอนกลางคืนเหล่าจิโซจะเคลื่อนไหวได้จริง รู้สึกหลอนเบาๆ

เส้นทางนี้ไม่มีศาลเจ้าเลย มีแต่แบบเนี้ย รูปปั้น, แผ่นหินสลักคำกลอนของมัตสึโอะบะโช ถ้าไม่ใช่คนมีเวลาถมถืดอย่างเราก็คงไม่คิดจะมาเดิน แต่ก็เป็นเส้นทางที่ฮีลลิ่งมาก เขียวชอุ่ม เงียบสนิท มีแต่เสียงน้ำไหล เสียงนกร้อง เดินไปเดินมาเจอกวางกระโดดอยู่ในแม่น้ำอีกต่างหาก โคตรเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ชอบมาก ถ้ามาช่วงใบไม้ร่วงคงสวยมากจริงๆ

เดินกันจนเกือบมืดก็กลับไปแถวๆสถานี หาของกินอร่อยๆตบท้าย แวะกินเครปและน้ำแข็งไสกัน ที่จริงตอนเช้าก่อนขึ้นรถบัสก็แวะกินเครปเป็นอาหารเช้ากันแล้วหนึ่งรอบ ตกเย็นยังอุตส่าห์แวะไปกินกันอีกรอบ ร้านน่ารักมาก คุณป้าขายเครปก็ใจดีสุดๆ วันถัดมายังแวะไปกินก่อนขึ้นรถไฟกลับด้วย เท่ากับว่าไปกินสามรอบในสองวัน ติดใจอะไรกันขนาดดดด

SONY DSC

 

น้ำแข็งไสก็อร่อยยยย วันแรกกินไปแล้วรอบนึง วันที่สองกินอีกรอบ ร้านเดิมเลย ไปกินตอนเค้ากำลังจะปิดร้านพอดี 

ชอบตรงที่ให้ราดน้ำหวานเอาเอง ไปสามคนแต่สั่งอันเดียวแล้วราดกันสะใจ (ถ้ามีนมข้นให้ราดรับรองว่าร้านนี้ล้มละลายแน่ๆ)

SONY DSC

 

ตอนค่ำๆทางเกสท์เฮาส์จัดกิจกรรมกินนางาชิโซเม็งร่วมกันด้วย นางาชิโซเม็งนี่เป็นอาหารกระชับมิตรจริงๆ ทุกคนต้องมาล้อมร่องไม้ไผ่คอยคีบเส้นโซเม็งที่ไหลลงมา ซึ่งการยืนรอเส้นตรงปลายไม้ไผ่ดูเวิร์คสุดแล้ว เส้นที่คนอื่นคีบไม่ได้จะไหลลงมารวมกันตรงนั้นหมด (แต่มันจะขาดความเมามันของการแย่งกันคีบนี่สิ)

คนรู้จักของเจ้าของเกสท์เฮาส์เป็นคนเอื้อเฟื้อสถานที่จัดกิจกรรม เจ้าของบ้านมีลูกชายเป็นเด็กประถมชื่อทาโร่คุง ซึ่งไฮไลท์คือเด็กคนนี้นี่แหละ 555555 ทาโร่คุงน่ายักกก ชอบเอาผักผลไม้มาไหลตามร่องไม้ไผ่ แล้วก็ไม่มีใครกิน (ฮา) พอเราบอกให้กินก็เอามายัดใส่มือเราแล้วบอกว่ากินเองสิ(ป้า) แอร๊ เด็กเปรตตตต (≧д≦)

พอซัดของหวานกันเรียบแล้วทาโร่คุงก็หอบดอกไม้ไฟมาเพียบ เลยได้เล่นไฟเย็นและดอกไม้ไฟประหลาดๆกันนิดหน่อย

SONY DSC

 

ไฟเย็นญี่ปุ่นไม่สะใจเหมือนของไทยเลย เล่นได้แป๊ปเดียวก็ดับละ (=3=) แต่ไม่ได้เล่นอะไรแบบนี้มานานแล้ว สนุกดีเหมือนกันนะ (ประเด็นคือทาโร่คุงตอนตื่นเต้นดอกไม้ไฟน่ารักมั่กกกกก แอร่กกกกกก อยากหิ้วกลับบ้านนนนน)

เป็นอันว่า สิ่งที่ประทับใจที่สุดในทริปนิกโก้คือน้องทาโร่ 55555555
สิ่งที่ประทับใจรองลงมา เครป น้ำแข็งไส มันจู (บ่งบอกชัดว่าเป็นคนยังไง)

บ๊ายบายนิกโก้ ขอบคุณสำหรับความเย็นฉ่ำในหน้าร้อนอันสุดแสนทรมานราวนรกของญี่ปุ่นนะจ๊ะ :)

SONY DSC

วันสุดท้ายไม่ได้ไปไหนละ ตื่นมาเก็บของ กินเครป นั่งรถไฟกลับเข้ากรุง แวะเดินอากิบะ แล้วก็สิ้นเนื้อประดาตัวที่นั่น เฮฮฮฮ

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s