OTOMATE CAFE & SWALLOWTAIL (again)

ในที่สุดก็ได้ไปโอโตเมทคาเฟ่ซักที

คุยกับน้องป่านตั้งแต่ตอนน้องป่านมาเที่ยวโตเกียวคราวก่อนโน้นนนว่าอยากไป แต่ช่วงนั้นความนิยมล้นหลามจนบัตรคิวหมดในพริบตาทุกวันเลยต้องยอมตัดใจ จนคราวนี้น้องป่านมาโตเกียวอีกรอบ พลาดไม่ได้ละ โอกาสสุดท้าย ผู้ชายสองมิติรอเราอยู่! ไปเถิด เหล่าโอโตเมะ! จงไปสู่อากิฮาบาระ!

ระบบการเข้าโอโตเมทคาเฟ่คือต้องไปรอรับบัตรคิวซึ่งจะแจกจ่ายตั้งแต่สิบโมงเป็นต้นไป เราไปต่อคิวกันราวๆเก้าโมงครึ่ง ไปถึงก็เจอเหล่าโอโตเมะเจ้าถิ่นจำนวนมากนั่งเรียงรายกันตามขั้นบันได แต่ละคนประกาศศักดาด้วยเข็มกลัดและพวงกุญแจจำนวนมากเช่นเคย ชอบบรรยากาศเวลาอยู่ท่ามกลางติ่งชาวญี่ปุ่นจัง ทุกคนดูฮาร์ดคอร์ดี (ฮา)

ได้บัตรคิวรอบสิบเอ็ดโมงมาแล้วก็ไปเดินโคโตบุกิยะรอเวลา (ร้านประจำยามเดินอากิบะ แค่เดินดูก็สุขใจ แทบไม่เคยซื้อ) พอมาเดินอากิบะตั้งแต่สายๆของวันธรรมดาแบบนี้รู้สึกว่าตัวเองโอต๊ะโอตะ ซึ่งที่จริงเปล่านะ! เค้าเป็นโอโตเมะต่างหาก! (อ๋อเหรอ?)

พอถึงเวลาก็ไปยืนรอหน้าร้าน จะได้เข้าร้านแล้นนนน ตื่นเต้ลลลลล

SONY DSC

ซักพักก็มีพนักงานออกมากล่าวต้อนรับและอธิบายเรื่องที่นั่ง พอเข้าไปนั่งแล้วก็มีพนักงานคอยอธิบายเรื่องกฎ การสั่งอาหาร และการซื้อกู๊ดส์ต่างๆ คุณพี่พนักงานหนุ่มตีนกาเต็มหน้าท่าทางร่าเริงบอกว่าให้ถ่ายรูปได้ กรุณาถ่ายรูปเก็บความทรงจำกันเยอะๆนะครับ ไอ้เราได้ยินแล้วหูผึ่งเลย เข้าทาง ฮุฮิ ผู้ชายเต็มร้าน(?)ขนาดนี้ ถ่ายรูปไม่ได้คงช็อคมือหงิก

คาเฟ่เล็กนิดเดียว นั่งได้ 34 ที่ เราไปกันสี่คนเลยได้นั่งโต๊ะใหญ่ด้านใน

เดินเข้าร้านไปจะเจอผู้ชายสองมิติแทรกซึมทุกซอกทุกมุม เป็นคาเฟ่ที่เหล่าสาวน้อยสามารถนั่งละเลียดอาหารพร้อมส่องผู้ชายได้โดยไม่ต้องเกรงสาตาประชาชี เพราะนอกจากผู้ชายจะอยู่แค่ในป้ายจึงแทะโลมได้ตามใจชอบแล้ว ทุกคนที่มาที่นี่ยังล้วนเป็นติ่งเกมโอโตเมทกันถ้วนหน้า

มุมที่เรานั่งมองเห็นหนุ่มๆฮาคุโอคิ ซึ่งเป็นเกมที่ไม่ได้เล่น และดูอนิเมะไม่จบ แป่ว

SONY DSC

ส่วนข้างๆโต๊ะเป็นหนุ่มๆโทคิโนะคิซึนะ ซึ่งเป็นเกมที่ยังไม่ได้เล่น แต่ก็ได้ฟังพากย์สดในโอโตเมทปาร์ตี้มาแล้ว (เอ่อ ฮาคุฯก็ได้ฟังนี่หว่า) และเป็นเกมที่เราชอบลายเส้นมากกก แอ๊ะะะะะ

SONY DSC

ผนังอีกด้านเป็นฮาคุโอคิ เห็นฮาคุโอคิเยอะๆตั้งใจว่าจะกลับไปดูอนิเมะให้จบๆ แต่เกมคงไม่เล่น มีหลายภาคเกิน เล่นพวกที่ออกมาภาคสองภาคให้จบก่อนแล้วค่อยว่ากัน (ถึงตอนนั้นฮาคุฯคงออกมาร้อยภาคและ บาย)

SONY DSC

แน่นอนว่าที่รองจานก็ต้องเป็นลายจากเกมค่ายโอโตเมทนะจ๊ะ
ที่รองจานถูกคว่ำไว้ทั้งโต๊ะ ให้ลุ้นกันเอาเอง ของเราพลิกมาเจอ GHP เป็นเกมที่อยู่ท้ายๆลิสท์ดองเกมของเราเลย เพราะไม่มีนักพากย์ที่ชอบเสียงซักคน

SONY DSC

ความจริงไม่ควรเรียกว่าที่รองจานเลย เพราะมันไม่ได้มีไว้รองจาน ทุกคนม้วนเก็บอย่างรวดเร็ว (ใครกล้าใช้ก็บ้าแล้ว) คุณพี่พนักงานเดินแจกหนังสติ๊กสำหรับมัดอีกต่างหาก รู้ใจโอโตเมะมากค่ะ

กรี๊ดกร๊าดผนังร้านและที่รองจานกันเรียบร้อยแล้วก็พลิกเมนูสั่งอาหารกัน เลือกกันนานมากเพราะอยากกินอาหารคาวด้วย แต่ไม่ค่อยมีของคาวที่ดูกินอิ่มเท่าไหร่ และถ้าจะกินก็อยากกินเมนูของเกมที่ชอบมากกว่าเกมที่ไม่เคยเล่น (โอโตเมะนี่เรื่องมากเนอะ ฮา)

และแล้วเราก็สั่งไก่ตะกร้าที่มีชื่อน่ารักกิ๊บเก๋ว่าโอโตเมทบาสเก็ต (ประกอบไปด้วยไก่ทอดกับเฟรนช์ฟราย จบ) กับเครื่องดื่มสามพี่น้องเจ้าปัญหาจาก Dialover

เครื่องดื่มมาเสิร์ฟก่อน อันซ้ายของเรา อันขวาของน้องป่าน เป็นเมนูจากเกม Wand of Fortune

SONY DSC

เครื่องดื่มสามพี่น้องแวมไพร์เจ้าปัญหาของเราผสมจุดเด่นของอายาโตะ ไรโตะ และคานาโตะเข้าด้วยกัน คือมีชูครีมที่หน้าตาเหมือนทาโกะยากิของโปรดอายาโตะ+รสหวานแบบที่คานาโตะชอบ+ใส่ไซรัปหลอมละลายราวกับไรโตะ

ทาโกะยากิที่อายาโตะชอบนี่เข้าใจนะ แต่ส่วนของไรโตะกับคานาโตะนี่แถมากไปมั้ยคะ 555555

รสชาติก็กาแฟนิดๆนมหน่อยๆ อร่อยพอหอมปากหอมคอ ชอบตรงทาโกะยากินี่แหละ เพราะเป็นติ่งอายาโตะ แอร๊ย♥

พอสั่งอาหารหรือเครื่องดื่ม 1 อย่างจะได้ที่รองแก้ว 1 อันด้วย เวลาพนักงานยื่นให้ก็จะคว่ำไว้ ให้ลุ้นอีกแล้ว ร้านนี้ทำร้ายหัวใจโอโตเมะมากเกินไปนะ

ของเราอันแรกพลิกออกมาเจอ Norn9 ก็โอเค อืม วางไว้ จบ ไร้ปฏิกิริยา แต่พอโมพลิกมาเจอ Dialover เท่านั้นล่ะ หวีดทันที แอร่กกกกก แลกด่วนนนนนน ดีนะที่โมยอมแลก เลยได้ลายจากเกมที่ชอบมาครอบครอง อุอิ

พอไก่ตะกร้าที่สั่งไว้มาเสิร์ฟก็ได้ที่รองแก้วมาอีกอันนึง คราวนี้พลิกมาเจอสามพี่น้องเองเลย กรี๊ด อายาโต๊ะะะะ (≧д≦)(≧д≦) สรุปว่าได้ที่รองแก้ว Dialover มาสองอัน ลายไม่ซ้ำด้วย เย้

SONY DSC

ไก่ตะกร้ามีเฟรนช์ฟรายมาให้เยอะเกินคาด เยอะจนช่วยกันกินแล้วก็ยังกินไม่หมด แต่ทุกคนกินของหวานไหวนะ ฮ่าๆๆ

สั่งเทดดี้เครปของคานาโตะมาหารกันกับน้องป่าน น้องหมีน่ายักกกกก

SONY DSC

เครปอร่อยมั่กกก ครีมทะลัก อาห์ แฮปปี้ดะ♥

ปลาบปลื้มโอโตเมทคาเฟ่มาก ตัวคาเฟ่และอาหารประเสริฐน้ำตาแทบไหล แค่เห็นผู้ชายสองมิติรอบร้านก็ยิ้มปากฉีกแล้ว ปัญหามีแค่ป้าโต๊ะข้างๆที่กรีดร้องผู้ชายเสียงดังน่ารำคาญไปหน่อย ป้าเกรงใจเด็กๆนิดนึงได้ป้ะคะ หนูเข้าใจอารมณ์ป้านะ แต่รักษากิริยานิดนึงเถอะนะป้านะ

ก่อนออกก็ชักภาพบรรยากาศในร้านพอเป็นพิธี ไม่กล้าถ่ายรูปมากเพราะเกรงใจคนที่ยังนั่งกันอยู่ในร้าน ไม่งั้นคงได้เดินถ่ายรูปทุกตารางนิ้วไปละ กรั่กๆๆๆๆ

ผนังโต๊ะติดกันเป็นเกมเก็นโร โยชิสึเนะเขอออออออออออออออออออออออ

SONY DSC

เราชอบโซนที่เราได้นั่งมากกว่าอีกโซนนึงนะ โซนโต๊ะเราดูเป็นส่วนตัวดี ตกแต่งได้ฟีลแบบญี่ปุ่นๆ แสงสีส้มสลัวๆหน่อย ส่วนอีกโซนสว่างจ้า เปิดโล่ง เห็นหน้าเห็นตากันแทบทั้งร้าน อีกโซนมีข้อดีคือมองเห็นอายาโตะชัดเจน อาห์

SONY DSC

ที่จริงทางร้านให้นั่งได้สองชั่วโมง แต่พวกเราออกมากันก่อนเวลาเพราะกินหมดนานแล้ว อิ่มตื้อ นั่งต่อก็รำคาญป้าข้างๆ ออกไปช็อปดีกว่า เลยมุ่งหน้าไปโทระและอนิเมทกัน

อิ่มหนำสำราญกับอายาโตะโอโตเมทคาเฟ่ยังไม่พอ ตอนเย็นไป Swallowtail ต่อจ้าาาาาาา
เมมเบอร์คือน้องป่านและปุ้ยซึ่งยังไม่เคยไปทั้งคู่ มามะ ชุติจะพาไปสู่โลกใหม่เอง

SONY DSC

ไปคาเฟ่พ่อบ้านคราวนี้เป็นรอบที่สี่แล้ว หมดความตื่นเต้น หมดความคาดหวัง แต่ก็ยังชอบไปอยู่นะ ชอบอาหารร้านนี้จริงๆแม้ว่ามันจะแพงขูดเลือดขูดเนื้อ ชอบบรรยากาศของร้าน ส่วนความชอบพ่อบ้านมันก็มีแหละ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จดจ่อที่สุดแล้วล่ะ

ปรากฏว่า แม่เจ้าว้อย ไปคราวนี้แซ่บสุดในสี่ครั้งที่ผ่านมาเลย แหงกกกก กลับมาหลงใหลได้ปลื้มพ่อบ้านอีกครั้งทันที พ่อบ้านขราาาาาาา

คราวนี้ได้นั่งที่นั่งติดผนังมุมร้านซึ่งแอบจ้องอยากลองนั่งมานาน ดูเป็นที่นั่งที่หรูกว่าโต๊ะอื่น ดูพิเศษดี แต่พอได้นั่งจริงแล้วไม่ค่อยปลื้มเพราะมันค่อนข้างเป็นมุมอับ มองเห็นได้ไม่ทั่วถึงทั้งร้าน, พ่อบ้านดูเสิร์ฟอาหารลำบากเพราะต้องยืดแขนกันสุดฤทธิ์ และที่สำคัญคือมันจะไม่มีโมเมนต์ที่พ่อบ้านเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง บู่ววววววววววววว (・ε・`)

พ่อบ้านที่ดูแลโต๊ะเราคราวนี้เป็นเด็กหนุ่มอดีตโฮสท์(อันนี้คิดเองเออเอง)ชื่อฟุยุกิซัง น้องป่านบอกว่าทรงผมเหมือนเซบาสเตียนแต่มีหน้าม้า (ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ถูกต้องมาก) ฟุยุกิซังบริการตามมาตรฐานพ่อบ้าน พอเห็นเราลังเลกับเมนูก็ช่วยแนะนำ แล้วทุกคนก็กินอันที่เค้าแนะนำนั่นแหละ ง่ายดี 555555

ช่วงสั่งอาหารเป็นช่วงที่มีโอกาสอิ๊อ๊ะพ่อบ้านมากสุดละ ที่จริงคือลังเลกับชาด้วยล่ะ …ไม่รู้จะดื่มชาอะไร คุณพ่อบ้านแนะนำทีสิคะ อะฮรั้ง♥ (อันหลังสุดไม่ได้พูดนะ) ฟุยุกิซังแนะนำชาวานิลลากับสตรอเบอร์รี่ คราวก่อนเคยดื่มวานิลลาไปแล้ว คราวนี้เลยลองสตรอเบอร์รี่ดูบ้าง ชื่อชาว่าเฮไพทัส ซึ่งก็คือเทพเฮเฟสตัสนั่นเองงงง

ตอนฟุยุกิซังยกชามาเสิร์ฟก็อธิบายชา แต่ไม่ได้อธิบายถ้วยชา พอเค้าเดินมาอีกรอบเลยช่วยๆกันถามว่าทำไมถึงเลือกถ้วยนี้มาให้เหรอคะ อะฮรั้ง ฟุยุกิซังบอกว่าเลือกให้เข้ากับเสื้อผ้าของคุณหนูครับ อย่างคุณหนูใส่เสื้อลายกุหลาบผมจึงเลือกถ้วยชากุหลาบมาให้เพราะคิดว่าคุณหนูน่าจะชอบ

ว้ายตาย แอบมองเสื้อผ้าเก๊าด้วยเหรอ บร้าาาาา (แกนั่นแหละบ้า)

แต่คือไม่ได้ชอบลายกุหลาบอะค่ะ เสื้อที่ใส่ไปนี่เสื้อแม่ค่ะ 5555555555555

ส่วนอาหารที่สั่งคราวนี้เป็นเมนูของหวานประจำเดือนสิงหาคม ชื่อ Lithium Flower (ทำไมมันฟังดูล้ำ เห็นภาพถ่านไฟฉายลอยมา) ประกอบไปด้วยช็อกโกแลตมูส ไอศกรีม เยลลี่ และผลไม้นิดหน่อย อร่อยมวั่กกกกกกกก พ่ายแพ้ของหวานร้านนี้ราบคาบจริงๆ

เรื่องอาหงอาหารช่างมันเถอะ เอาเป็นว่าอร่อยมาก จบ กรี๊ดพ่อบ้านดีกั่ว อะฮิๆๆๆๆๆๆ

มีพ่อบ้านคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่หลายคน แต่ก็ยังคงไม่เจอพี่ยัวร์ฮาร์ทเมโมรี่ คือพี่ทำงานที่ร้านนี้จริงหรือไม่? รับจ๊อบเฉพาะตอนไปตั้งบูธที่คอมิเกะหรืออย่างไร? แต่ก็ช่างเค้าเพราะเราเจอคนที่แซ่บกว่าแล้ว กรั่กๆๆๆๆๆๆ

ตอนแรกเห็นพี่แว่นตัวสูงคนนึงก็แอบกรี๊ดเบาๆละ หล่อจุง พอหันไปเจอพี่จมูกแหลมอีกคน กับน้องเตี้ยแรดที่หน้าคล้ายๆฟุคุจุนเท่านั้นแหละ อ่ากกกก หล่อออออวววววววว ทำไมวันนี้พ่อบ้านแซ่บขนาด! (ปกติรู้สึกว่าพ่อบ้านไม่ได้หล่อ แต่ก๊าวด้วยการบริการมากกว่า พอเจอพ่อบ้านหล่อจริงแล้วคุณหนูจิตใจระทึกค่ะ)

แอบพูดกันเล่นๆว่าพี่จมูกแหลมกับน้องเตี้ยแรดเค้ากิ๊กกันแน่เลย ปรากฏว่ามันดันมีโมเมนต์ชวนให้คิดต่อจริงจัง คือตอนพี่จมูกแหลมมารับแขกคนอื่นจากหน้าห้องน้ำจะไปส่งที่โต๊ะ น้องเตี้ยแรดก็ปราดเข้ามาส่งสายตาว่าจะรับไปส่งเอง พร้อมกับเงยหน้าส่งยิ้มให้พี่จมูกแหลม สบตากันปริ๊งๆสามวินาที พี่จมูกแหลมจึงส่งยิ้มให้และเดินถอยจากมา 

แค่นี้แหละ กรี๊ดมาก หวีดมาก จิ้นมาก เคมีระหว่างพี่จมูกแหลมกับน้องเตี้ยแรดกระจุยกระจายทั่วร้าน หลังจากนั้นก็ไม่สนใจพี่แว่นที่แอบส่องตอนแรกอีกเลย จับตาดูสองคนนี้ดีกว่า มันส์กว่าเยอะ ฮา

รู้สึกเวลาผ่านไปเร็วมาก กินขนมยังไม่หมดและเพิ่งจิบชาไปสามอึก ฟุยุกิซังเดินมาบอกว่าเหลือเวลาอีกยี่สิบห้านาที ม่ายยยยยย อย่าเพิ่งงงงงง พี่จมูกแหลมยังไม่เวียนมาเติมน้ำเติมชาให้เราบ้างเลย แงงงงง

พอรู้ว่าใกล้หมดเวลาเลยกระดกชาเอื๊อกๆยิ่งกว่าลุงแก่ๆซดเบียร์ กลัวกินไม่ทัน สั่นกระดิ่งเรียกพ่อบ้านมาเติมชารัวๆเลยจ้า

อิ่มอกอิ่มใจกับสวอลโล่เทลคราวนี้มาก ไม่รู้กลับไปแล้วจะได้มาอีกมั้ย จะได้มาเมื่อไหร่ มาแล้วจะเจอพี่จมูกแหลมกับน้องเตี้ยแรดหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็หมดตรูดกับร้านนี้ไปเป็นหมื่นเยนแล้วแจ้ (TvT)

ตอนออกมายืนถ่ายรูปป้ายร้านมีผู้ชายคนนึงเดินมาเปิดประตูข้างป้ายแล้วเข็นจักรยานออกมา ก่อนจะปั่นจากไปด้วยสีหน้ามึนตึง ปล่อยให้เราสามคนตื่นตระหนกว่าคนเมื่อกี้เป็นพ่อบ้านรึเปล่า!? เค้าช่างดูธรรมดาและหน้าบูดบึ้งเหลือเกิน!!

แต่พ่อบ้านเวลาเลิกงานก็คงดูธรรมดากันทุกคนแหละ ก๊าวด้วยบรรยากาศ เครื่องแบบ คารมล้วนๆ ฮา

ไว้ถ้ามีโอกาสจะมาเยี่ยมอีกนะคะคุณพ่อบ้าน♥

6 comments on “OTOMATE CAFE & SWALLOWTAIL (again)

  1. missyendee says:

    ไม่ยอมพาชั้นไปบ้าง แซ่บบบบบ!

    Like

  2. ぱーん♪ says:

    พี่ชุติภัคคะ55555หนูเสิร์ชเจอบล็อกพี่ผ่านคำว่า “ผ้ารองจาน” ตลก555 อ่านแล้วนึกถึงความหลังครั้งโอตะของศีเลยข่ะ ตอนนี้โซทสึเกียวแล้ว งั้ง

    Like

    • chutipuk says:

      อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด ผ้ารองจานพาขุ่นน้องมาเจออะไรคะเนี่ย อดีตอันดำมืด 5555555555555 แต่ตอนนี้พี่ยังไม่โซทสึเกียวเลยค่ะะ ยังหลงมัวเมาในโลกสองมิติต่อไป แง

      Like

  3. sunshinesign says:

    เห็นเกมโทคิแล้วเกาะเลยค้าาาาา ชอบเกมนี้มากกกก ลายเส้นงาม สุดๆ จิโตเซะใจหล่อมาก(นั่นประเด็นเหรอ)
    เป็นความฝันที่ว่าสักวันต้องไปโอโตเมทคาเฟ่จริงๆค่ะ ที่รองแก้ว รองจานห้ามใช้ ของมีค่าจริงๆ ฟฟฟฟ

    Like

    • chutipuk says:

      ต้องหาโอกาสไปให้ได้นะคะซายน์ซัง มันเลอค่ามากกกก TvT
      เรายังอยากไปอีกเลยค่ะ มาอ่านๆแล้วก็ชักอิจฉาตัวเองในอดีตชะมัด (ฮา)

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s