Nikko is Nippon

วางแผนว่าจะไปนิกโก้กันมานานมากกกกก นานจนแทบลืมไปแล้วว่าจะไปกัน (-_-;) เมมเบอร์ก็เหมือนเดิม ดาว โม แอนด์ข้าพเจ้าเอง

ปกติช่วงที่คนฮิตๆไปนิกโก้คือฤดูใบไม้ร่วง พอเราจะไปช่วงนี้เลยมีแต่คนถามว่าไปทำไม แหม่ ก็ไม่เห็นจะต้องเที่ยวตามฤดูกาลเสมอไปนี่นา เที่ยวช่วงโลว์ซีซั่นก็ดีตรงที่คนไม่เยอะนะเอ้อ

นั่งสายโทบุไปลงสถานีโทบุนิกโก้ ระหว่างทางเกิดเหตุสุดวิสัย นั่งรถไฟผิดตู้ เพราะไม่รู้ว่ารถไฟมันจะแยกขบวนกันกลางทาง ตู้ที่เรานั่งมีปลายทางที่ไอสุโน่น รู้ตัวอีกทีก็นั่งเลยมาหลายสถานีแล้ว ดีนะที่คิดได้เลยรีบลงมานั่งรถย้อนกลับไปนิกโก้ ไม่งั้นได้ไปถึงฟุคุชิมะแล้วจ้า

SONY DSC

ลงที่สถานีโทบุนิกโก้แล้วก็ไปฝากกระเป๋าที่เกสท์เฮาส์ก่อน แล้วก็เดินไปโซนมรดกโลกกัน

ระหว่างทางก็เดินผ่านสะพานชินเคียว ด้วยความที่เป็นสะพานดัง เราจึงหยุดถ่ายรูปกันคนละสองสามแชะ

SONY DSC

ใกล้ๆสะพานมีทางขึ้นไปโซนมรดกโลก เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆจะเจอรินบุทสึโดของวัดรินโนจิเป็นที่แรก ซึ่งตึกกำลังปิดซ่อมแซมด้านนอกอยู่ แต่เปิดให้เข้าชมด้านในได้ ด้วยความที่มันต้องเสียตังค์ ความงกจึงสั่งให้เราเดินผ่านไป

ศาลเจ้าที่เป็นไฮไลท์หลักๆคือโทโชกู (ซึ่งดาวบอกว่าไม่สุภาพเลย เราจึงเรียกกันว่า โทโชข้าพเจ้า สมแล้วที่เป็นทริปมุขควาย) โทโชกูเป็นศาลเจ้าที่ฮิเดทาดะสร้างให้อิเอยาสุ ดังนั้นเดินไปทางไหนก็จะเจอตราโทกุกาวะเต็มไปหมด เงยหน้ามองตามหลังคาก็มีแต่ตราโทกุกาวะเรียงราย นี่ถ้าชอบตระกูลนี้คงแฮปปี้น่าดู (แต่เราค่อนไปทางไม่ชอบล่ะ ฮา)

ค่าเข้าโทโชกูแพงช็อคโลกมาก 1300 เยน เอื๊อกกกก ค่าชมมรดกโลกนี่มันอำมหิตจริงๆ แต่ด้านในอลังการสมราคาอยู่นะ สภาพไม่เก่าเลยด้วย

SONY DSC

สิ่งที่ดังที่สุดในโทโชกูคือภาพลิงสามตัวปิดตาปิดหูปิดปาก แต่พอเราเดินเข้าไปข้างในก็ลืมเรื่องลิงไปซะสนิท มัวแต่ดูสถาปัตยกรรม ดูตราตระกูลโทกุกาวะ ดูเด็กๆมาทัศนศึกษา กว่าจะนึกถึงลิงอีกทีก็ตอนเดินออกมาแล้ว จะเสียเงินอีกพันสามเพื่อเข้าไปดูลิงก็กระไรอยู่ เลยคิดเองเออเองว่ามันคงผ่านสายตาเราไปแล้วล่ะ แค่เราไม่ได้สังเกตเท่านั้นเอ๊ง

รอบๆโทโชกูมีศาลเจ้าเยอะแยะมากมาย เดินวนดูกันอยู่พักนึง เดินสบ๊ายสบาย อากาศไม่ร้อนเลย มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้สีเขียวเต็มไปหมด

SONY DSC

SONY DSC

เดินกันจนหิวเลยวนหาร้านอาหารกัน และแล้วก็ลงเอยกับร้านที่ท่าทางราคาถูกสุดในบริเวณนั้นแล้ว

SONY DSC

กินเสร็จก็เดินต่อ เดินไปเดินมาหลงทางเข้าป่าเฉยเลย รู้ตัวอีกทีคือเดินกันอยู่ท่ามกลางโขดหิน ต้นไม้ต้นเบ้อเริ่ม มอสเขียวชอุ่มเต็มพื้น สายฝนซัดสาด แทบลื่นหัวแตกตายกันตรงนั้น มารู้ทีหลังว่าตรงนั้นมันเป็นเส้นทางสำหรับปีนเขา โถ…

หลุดพ้นออกมาจากป่าได้ก็โซซัดโซเซไปหาของกินกัน สิ่งสำคัญในการไปเที่ยวก็คืออาหารนี่ล่ะ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความประทับใจในสถานที่นั้นๆอย่างยิ่ง

ไปแวะกินน้ำแข็งไสกับมันจูทอดหน้าสถานี เป็นร้านที่คุณพี่ที่เกสท์เฮาส์แนะนำมา มันจูทอดอร่อยมากกกกกกกก ข้างนอกเค็ม ข้างในหวาน เป็นการประสานกันของรสชาติที่ไม่น่าจะลงตัวเลย แต่ดันอร่อย กินแล้วอยากกินกล้วยทอดขึ้นมาตงิดๆ (ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย แต่อยากกิน)

SONY DSC

ตอนเย็นกลับไปที่เกสท์เฮาส์มีกิจกรรมปิดตาตีแตงโม แขกที่มาพักทุกคนโดนบังคับให้เล่นคนละหนึ่งตา การพักเกสท์เฮาส์ก็ต้องเข้าสังคมอย่างนี้นี่เอง สนุกดีเหมือนกันนะ แต่คุยกับทั้งฝรั่งทั้งญี่ปุ่นแล้วมึน ปรับภาษาไม่ทัน เราเลยเน้นคุยกับญี่ปุ่นะคะ ฝรั่งปล่อยเค้าไปค่ะ

เรื่องฮาคือ ตอนที่เดินหลงป่ามีฝรั่งคู่นึงเดินนำหน้าเรา ฝ่ายชายหน้าเหมือนมาร์คซักเกอเบิร์กมาก ตอนเดินป่าเราก็เลยเดินตามพี่ซักคนนี้อยู่พักนึง ปรากฏว่าตอนเย็นมาเจอกันที่เกสท์เฮาส์ เล่นปิดตาตีแตงโมด้วยกันเฉยเลยจ้าาาา นิกโก้นี่มันแคบจริงๆwwwwwww

วันต่อมา ไปโอคุนิกโก้ ทูบีคอนทินิววววว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s