Kaji Fes

梶フェス参戦した!
ไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ป้ายูกิเคยจัดมาล่ะ!

ตอนไปรับตั๋วที่ Lawson อยากจะกรี๊ดใส่พนักงาน ใช้สิทธิ์แฟนคลับจอง แต่ได้ที่นั่งท้ายๆเลย งานใหญ่สุดแท้ๆ ดูผังที่นั่งแล้วอยากร้องไห้ แต่คิดๆดูแล้ว แค่ได้ไปดูก็บุญโข เลยทำใจกับความไกลและหิ้วกล้องส่องทางไกลไปด้วย (เป็นไอเทมที่พกมาจากไทยเพื่อดูคอนเสิร์ต ได้ใช้ซักที เฮ)

ไลฟ์เริ่มบ่ายสาม แต่ไปถึง 東京国際フォーラム (Tokyo International Forum) ตั้งแต่สิบโมงครึ่ง กะไปต่อแถวซื้อของหน้างานเต็มที่ ฝนตกนิดหน่อย แต่ชินแล้วกับการยืนต่อคิวท่ามกลางสายฝน ไปอีเวนท์หรือดูไลฟ์ทีไรฝนตกทุกที (-__-;)

ยืนต่อคิวจนถึงบ่ายโมง กำลังจะได้เข้าไปซื้อของอยู่แล้ว สต๊าฟเดินมาบอกคนข้างหน้าเราว่าปิดขายของชั่วคราว จากแถวรอซื้อของเลยกลายเป็นแถวรอเข้าฮอลล์ไปซะงั้น นาทีนั้นแพนิคมาก ไม่รู้จะได้ซื้อของรึเปล่า ข้าวเช้าและเที่ยงก็ยังไม่ได้กิน ทั้งหิวทั้งเมื่อย แต่ก็ต้องยืนรอคิวต่อไป โชคดีที่สต๊าฟหล่อน้องๆสึมาบุกิ ซาโตชิ เลยหายเมื่อยไปได้นิดนึง (หือ?)

ยืนรอจนบ่ายสอง (สรุปว่ายืนสามชั่วโมงครึ่งจ้ะ ตะคริวกินนิ้วเท้าเลย ทรมานมั่ก) เปิดให้เข้าฮอลล์แล้วทุกคนก็วิ่งหน้าตั้งไปที่ขาย goods สรุปว่าต่อคิวไม่เสียเปล่า ได้แพมเฟลทกับถุงผ้าใบเล็กมาจนได้

ที่จริงอยากได้ตั้งหลายอย่าง แต่หมดตรูดกับสตาริชแล้วเลยสอยมาแค่นี้  พอเป็นที่ระลึก แพมแฟลทราคาเกือบสามพันเยน แต่ก็คุ้มนะ บทสัมภาษณ์เยอะมาก กระดาษดีมาก (แบบนี้แถวบ้านไม่เรียกแพมเฟลทนะคะ แถวบ้านเรียกหนังสือค่าาา)

เปิดดูผ่านๆแล้ว ชอบป้ายูกิรูปนี้มั่ก ดูมีความสุขกับการเล่นดนตรี และไม่เก๊กมาก (ปกติเวลาถ่ายรูปป้าขี้เก๊กจะตาย กรั่ก) ส่วนชุดนี้เป็นชุดที่ใส่ในไลฟ์คราวนี้ด้วยล่ะ

photo (3)

ซื้อของเรียบร้อยก็ชะโงกดูแถวหน้างานอีกนิดเผื่อมีอะไรน่าสนใจ ปรากฏว่ามีซีดี/ดีวีดี/บลูเรย์ของป้ายูกิและสาวๆแทบครบทุกแผ่นวางขาย มีตั้งแต่ยุค See-Saw ไล่มาถึง Kalafina เลย โฮ้ววว เห็นผลงานป้ายูกิวางเรียงเป็นตับแล้วขนลุก น้ำตาจะไหล ไม่มีตังค์แล้วนะคะ (ส่วนแผ่นที่อยากได้มากๆก็มีหมดแล้ว) และแล้วก็รอดพ้นจากแผงซีดีมาได้หวุดหวิดเพราะกดตังค์มาน้อย TvT

พ้นจากหน้างานก็เดินหาประตูทางเข้า ขึ้นบันไดเลื่อนหลายตลบมาก มากจนพรั่นพรึงว่าที่นั่งจะไกลขนาดไหนเนี่ย

พอเดินเข้าประตูไปเห็นทั้งฮอลล์แทบกรี๊ด ฮอลล์โคตรยิ่งใหญ่ และที่นั่งก็ไกลมากกกก T__T ถึงจะทำใจกับความไกลไว้แล้วแต่มันก็ไกลมากอยู่ดี ตอนไปงานบอลนั่งดูจากแสตนด์ชั้นบนสุดยังไม่รู้สึกไกลเท่านี้ ชินกับการดูไลฟ์ใกล้ๆแล้วด้วย ชอบดูแบบใกล้ชิดหนิดหนมในไลฟ์เฮาส์มากกว่าคอนเสิร์ตฮอลล์อ้ะ ฮือ

แต่ก็เอาวะ! นั่งปุ๊ป ปรับโฟกัสกล้องส่องทางไกลปั๊ป เตรียมพร้อมค่ะ! 準備万端ค่ะ! เพื่อสาวๆ!

ยังดีที่ได้แถวหน้าสุดของโซนหลังสุด (เหมือนจะดี…) อย่างน้อยแถวหน้าเราก็เป็นทางเดิน ได้นั่งเกยคางดูไลฟ์สบายใจเฉิบ ไม่มีหัวคนข้างหน้าคอยบังด้วย เย้

ไลฟ์เริ่มบ่ายสาม ครึ่งแรกของไลฟ์แบ่งพาร์ทชัดเจนมาก คือ Kalafina > FictionJunction > FictionJunction YUUKA รวมสองชั่วโมงกว่าๆแล้วก็พักครึ่ง

กรีดร้องตามลำดับเลยละกัน

เริ่มจาก Kalafina ออกมาร้องหกเพลง เป็นเพลงจากอัลบั้มล่าสุดไปแล้วสี่เพลง เพลงเดบิวหนึ่งเพลง เพลงคัฟเวอร์อีกหนึ่ง ซึ่งเราเคยฟังแบบไลฟ์มาแล้วเกือบทุกเพลง แต่คราวนี้ต่างออกไปนิดหน่อย เพราะมีคอรัสเทพๆอย่างโทมารุซังกับยูริโกะซังด้วย ฮื้ออออ เริ่ดที่สุดดดดดดด เสียงคอรัสของโทมารุซังใน Consolation ระดับพระเจ้ามาก กราบบบบ

เพลง Hanataba คราวนี้ได้ฟังแอคคอร์เดียนสดๆด้วย (คราวก่อนใช้คีย์บอร์ดของซัจจังเล่นเสียงแอคคอร์เดียน) ไลฟ์คราวนี้แอคคอร์เดียนเด่นสุดๆ เชิญซาโต้ซังมาใช้งานซะคุ้มเลย จะว่าแอคคอร์เดียนเป็นพระเอก ส่วนฟลุ๊ตของอาคางิ ริเอะซังเป็นนางเอกก็ได้ เด่นกันอยู่สองคน ฟรอนท์แบนด์เมมเบอร์ดูเป็นตัวประกอบไปเลย โถ

พาร์ท Kalafina ปิดท้ายด้วยเพลง Anna ni issho datta no ni ตอนขึ้นอินโทรขนลุกเลย ไม่คิดว่าจะได้ฟังสามสาวร้องเพลงนี้สดๆ แต่อีกใจนึงก็ผิดหวังเพราะรู้ว่าถ้าคัฟเวอร์กันแบบนี้ จิอากิซังคงไม่มาเซอร์ไพรส์แน่ๆ อุตส่าห์ลุ้นว่าจะได้เห็น See-Saw รึเปล่า พอเพลงนี้ขึ้นมาแล้วเลิกลุ้นได้เลย ลาก่อนค่ะจี้จัง

ความจริงไม่ค่อยชอบตอนสามสาวร้องเพลงนี้ใน Animax Musix เท่าไหร่ แต่ฟังสดๆแล้วปลื้มอ้ะ ดีกว่าดูในยูทูบมากอ้ะ (อย่างไรก็ตาม จะปลื้มกว่านี้มากถ้าได้ฟังฉบับออริจินอล ฮือ มันคงเป็นไปไม่ได้สินะ)

เสียดายที่คราวนี้นั่งไกลเลยไม่ได้เห็นสีหน้าเอพิคของฮิคารุ ไว้ไลฟ์เดือนหกค่อยมาเอพิคกันใหม่นะจ๊ะ

ก่อนขึ้นพาร์ท FJ ก็คั่นด้วยเพลงบรรเลงอย่าง ordinary sunset กับ Romance แอคคอร์เดียนเด่นมาก พระเอกมาก เพราะเวอร์มากกกก หลงรักเสียงแอคคอร์เดียนก็วันนี้นี่ล่ะ เหมือนโดนสะกดจิต

พาร์ท FJ เดาเพลงง่ายมาก ขนมาแต่เพลงเด่นๆ ทั้ง everlasting song, Stone Cold, Parallel Hearts ฯลฯ ไม่มีเพลงเซอร์ไพรส์เลย แต่ก็ชอบมากนะ เป็นพาร์ทที่มันส์มาก และ  everlasting song ของอาสุกะก็อบอุ่นสุดๆ เลิฟฟฟฟฟ

ปิดพาร์ทนี้ด้วยเพลง Uta ของ See-Saw เป็นเพลงที่เราไม่เคยฟัง เลยไม่ได้เปรียบเทียบกับฉบับออริจินอล เพลงนี้อาสุกะร้องนำโดยมีสาวๆ FJ เป็นคอรัส เสียงอาสุกะเหมาะกับเพลง See-Saw ยุคแรกๆดีนะ (แต่ถ้าเพลงยุคหลังอาจไม่เหมาะ จี้จังร้องเพลงโหดขึ้นเรื่อยๆ ฮา) ป้ายูกิบอกว่าเพลงนี้มีแรงบันดาลใจจากเสียงนกร้อง พอฟังแล้วก็ได้อารมณ์นกมาเกาะริมหน้าต่างยามเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้นยังไงยังงั้น เป็นเพลงที่ฟีลกู้ดเบิกบานสุดๆ เดี๋ยวต้องหาต้นฉบับมาฟังละ

ปิดครึ่งแรกด้วยพาร์ทยูกะจัง โฮววววววว ยูกะจังงงงงงงงงง กรี๊ดดดดดดดด รักกกกกกกกกก♥♥

เพลงที่ชอบที่สุดในพาร์ทนี้คงไม่พ้น Akatsuki no Kuruma เพราะเป็นเพลงแรกที่ทำให้รู้จักป้ายูกิ (แต่ความจริงเพลงของป้ายูกิเพลงแรกที่ชอบคือ Anna niฯ นะเออ) และเป็นเพลงของ FJY ที่เราชอบที่สุด ได้ฟังสดๆเป็นบุญหูแล้ว ฮือ ประทับใจ

ส่วนเพลงอื่นๆของพาร์ทนี้ก็เป็นเพลงที่เราชอบทั้งนั้น เอ่อ ที่จริงไม่ควรพูดแบบนี้เลยเพราะชอบเพลงของ FJY ทุกเพลง (ฮา)

ตอนยูกะจังร้องเพลง Rokugatsu wa kimi no eien ทุกคนในฮอลล์นิ่งสนิท เสียงยูกะจังสะกดทุกใบหู (มันมีสำนวนนี้อยู่บนโลกมั้ย?) ชอบบรรยากาศตอนนั้นจัง เวรี่ตราตรึง เสียงแบบยูกะจังเหมาะกับการร้องในฮอลล์แบบนี้มากกว่าไลฟ์เฮาส์นะ เสียงเอพิ๊คเอพิค (โตเกียวฟอรั่มนี่ก็ระบบเสียงดีเวอร์ๆ ดีกว่าไลฟ์เฮาส์ตรงนี้แหละ)

ปิดท้ายพาร์ทด้วยการคัฟเวอร์เพลงของ See-Saw อีกเช่นเคย ยูกะจังได้ร้องเพลง Yasashii Yoake เพลงนี้เป็นอีกเพลงของ See-Saw ที่เราชอบ ถึงจะไม่ได้ฟังเวอร์ชั่นจี้จัง แต่ได้ฟังเวอร์ชั่นยูกะจังก็ตื้นตันสุดๆ เป็นอันว่าฟินาเล่ครึ่งแรกอย่างสวยงาม

พักครึ่งยี่สิบนาที ตอนนั้นคิดว่าครึ่งหลังจะต้องมีนักร้องระดับตัวแม่แห่แหนกันออกมาปล่อยพลังกระจุยแหงๆ เพราะครึ่งแรกมีแค่โทมารุซังออกมาร้องคอรัสนิดหน่อยเอง

แล้วก็คิดไว้ไม่ผิด ไลฟ์ครึ่งหลังสุดยอดยิ่งกว่าสุดยอด รุ่นเดอะพากันออกมาร้องเพลงขยี้ผู้ชมตายคาที่ทั้งฮอลล์ เสียงร้องจะเทพกันไปไหน แต่ละเพลงเพราะจนไม่รู้จะเพราะยังไง ไร้คำบรรยาย T_T

ครึ่งหลังเน้นเพลงซาวด์แทรคจากหลายๆเรื่อง เรื่องละเพลงสองเพลง เริ่มครึ่งหลังด้วย Point Zero ตามด้วย let the stars fall down โอ้ยยยย ฆ่ากันเลยดีกว่า เพลงอลังเกินไปแล้ว ชอบมากกกกกกก เสียงคาซาฮาระซังใน Point Zero มันช่างยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่เกรียงไกรเฟทเซโร่ เสียงสาวๆ FJ ก็ไม่ได้แพ้รุ่นเดอะเล้ย โคตรเอพิค! ประทับใจเพลงนี้ที่สุดในไลฟ์คราวนี้เลย

ขำช่วงทอล์ก ป้ายูกิบอกว่าคาซาฮาระซังร้องเพลงนี้เหมือนลาสท์บอส ให้ความรู้สึกว่าไม่มีใครล้มได้แน่ กร๊าก จริงที่สุด คาซาฮาระซังดูนางพญาเหลือเกิน ร้องเพลงได้กรีดกรายมาก

นอกจากเพลงเฟทเซโร่ก็มีทั้งเพลงจาก Noir, Pandora Hearts, มาโดมากิ, .hack, สึบาสะ, SAO ฯลฯ ครึ่งหลังนี่ไม่รู้จะบอกว่าชอบเพลงไหนดี มันชอบไปซะหมด มีแต่เพลงทรงพลัง ขอคารวะบรรดารุ่นเดอะ

สาวๆ FJ ก็ปล่อยพลังไม่แพ้กัน แค่ดูยังเหนื่อยแทน สี่สาวทำงานหนักมาก โดยเฉพาะยูริโกะซังที่ร้องแทบทุกเพลง เป็นได้ทั้งคอรัสและร้องนำก็เหนื่อยอย่างนี้แหละนะคะยูริโกะซัง ทำใจค่ะ

ชอบครึ่งหลังตรงที่หลายเพลงอะเรนจ์ใหม่ แปลกหูดี อย่าง Canta per me ก็อะเรนจ์ให้ร้องกับแอคคอร์เดียน (อีกละ… บอกแล้วว่าเป็นพระเอก) เพลง Credens justitiam ก็อะเรนจ์ใหม่นิดหน่อยมั้ง (ฟังบ่อยเลยรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง) ฟังเพลงนี้ทีไรอยากแปลงร่างทุกที มามิซังงงง

ครึ่งหลังชอบอิโต้ เอริซังที่สุด ได้ฟังเพลง A song of storm and fire ด้วย โฮวววว ปลื้มปริ่มน้ำตาไหลริน ท่อนไวโอลินกรีดหัวใจ เสียงร้องเทพ คอรัสบรรเจิด อลังการที่สุดดด

ถึงจะกรี๊ดเอริซังที่สุด แต่ที่จริงก็ปลื้มทั้งคาซาฮาระซัง โทมารุซัง เรมิจัง และเอมิลี่ ซึ่งรู้สึกได้เลยว่าคนที่ฮอตที่สุดคือเอมิลี่ ตอนออกมาเสียงเฮดังมากกก ตอนแนะนำตัวก็เฮกันดังมากกกกอีกเช่นกัน ผู้ชายด้านหลังเราถึงกับตะโกนชื่อเอมิลี่ด้วยเสียงแหบต่ำกึกก้องฮอลล์เลยทีเดียว

ครึ่งหลังรู้สึกว่าฟลุ๊ตเด่นกว่าแอคคอร์เดียนละ (นางเอกออกโรง) เพลงป้ายูกิที่ใช้ฟลุ๊ตมีเยอะมากกกก แต่เพิ่งเคยเล่นฟลุ๊ตสดๆครั้งแรกเลยมั้งเนี่ย

อาคางิซังที่เล่นฟลุ๊ตเป็นผู้หญิงที่เท่มาก ครึ่งแรกใส่เดรสสีขาวเลอค่า ครึ่งหลังเปลี่ยนเป็นชุดสีส้มแปร๊ดสไตล์ยิปซีหน้าตาเฉย (ซึ่งเราชอบชุดครึ่งหลังมากกว่าล่ะ) ลีลาการเป่าฟลุ๊ตเจ๊แกโคตรร็อค ดูเมามันส์กับเครื่องดนตรีจนเราถึงกับต้องเอากล้องส่องทางไกลซูมอยู่หลายที บางขณะก็สับสนว่าเจ๊แกเป่าฟลุ๊ตหรือเล่นเพลงเมทัลอยู่ แล้วเจ๊แกจะเอาฟลุ๊ตฟาดเวทีมั้ย? ร็อคเกิ๊น

ช่วงอังกอร์งวดนี้มีสามเพลง เพลงปิดไลฟ์คือ open your heart โดยอัญเชิญนักร้องและนักดนตรีทุกคนออกมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน รวมทั้งสิ้น 21 คน (เยอะ!) เห็นทุกคนมายืนเรียงกันแล้วรู้สึกว่าไลฟ์นี้คุณภาพคุ้มเกินค่าตั๋วไปไกล ถ้าไม่ออกดีวีดีคงน่าเสียดาย

กลับมาเปิด 2ch เจอคนคิดเหมือนเราเป๊ะเลยว่าคนเยอะขนาดนี้ร้องเพลง Sajin no Kanata e ได้แล้ว เมมเบอร์เกือบครบเลย เชิญ Revo มาอีกซักคนจะเป็นไรไป ฮ่าๆๆ

พูดถึงช่วงทอล์กบ้าง รู้สึกว่าช่วงทอล์กสั้นเพราะป้ายูกิพูดคนเดียวเลย แทบไม่ได้ยินอุตะฮิเมะพูด งานนี้ป้ายูกิก็ปล่อยมุขเพียบตามเคย ป้าน่ารักกกก (≧∀≦) ชอบตอนป้าบอกว่านักร้องไม่ได้แอบอยู่หลังเวทีหรอกนะ ทุกคนออกมาด้วยเวทมนตร์ต่างหาก…เอ่อ ป้าคะ ป้าคิดว่าคนดูอายุเท่าไหร่คะ 55555

ป้ายูกิพูดถึงที่มาของชื่อ FictionJunction ด้วย คือป้าชอบคำว่า Fiction ชอบสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น อย่างดนตรีก็มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่สร้างได้ มันเป็นความมหัศจรรย์ เป็นปาฏิหาริย์ อะไรทำนองนี้ล่ะ ฟังแล้วรู้สึกว่าป้ายูกิช่างฮิวแม่นนิสซึ่ม นี่ป้าเป็นเรอเนสซองส์แมนรึเปล่าคะ?

ตอนป้าพูดว่าจะจัดไลฟ์ vol.#11 ต้นปีหน้า ฟังแล้วเศร้าเพราะรู้ว่าไม่ได้ดูสดแน่ๆ ต้องกลับไปลุ้นให้ออกดีวีดีเหมือนเดิม T_T

พอป้ายูกิเดินออกจากเวทีไปก็ใจหายนิดหน่อย หลังจากวันนี้อาจไม่ได้เจอผู้หญิงคนนี้อีกแล้วก็ได้ แต่แค่คิดว่านี่เราได้มาดูไลฟ์ตั้งหลายรอบขนาดนี้ (แถมได้ไปอีเวนท์อีกต่างหาก) ก็ไม่มีอะไรให้เสียดายแล้วล่ะ แค่นี้ก็คุ้มค่าที่มาที่นี่แล้ว ฝันเป็นจริงไปไม่รู้กี่รอบแล้ว :’)

จบงานออกมาเดินถ่ายรูปดอกไม้ด้านหน้าฮอลล์ เจอพี่ที่เคยรู้จักกันในบอร์ดออลไฟนอลด้วย!! ประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าจะเจอคนไทยด้วยกัน แต่พี่เค้าดูประหลาดใจมากกว่าที่เราจำหน้าพี่เค้าได้ทั้งๆที่เคยเจอกันครั้งเดียว ตอนแนะนำตัวรู้สึกตลกมาก มาเทเรียฮันเตอร์จากบอร์ดออลไฟนอลค่ะ….เอ่อ เต็มยศไปมั้ย (ฮา)

ได้เห็นพี่คนนี้ที่เป็นแฟนป้ายูกิมานานเหมือนกันก็ดีใจนะ ไม่ได้ดีใจที่เจอคนไทย แต่ดีใจที่แฟนป้ายูกิจากแดนไกลเหมือนกันได้มาร่วมงานนี้ด้วย ได้ยินจากพี่เค้าว่ามีเพื่อนบินมาจากเยอรมัน สิงคโปร์ ฮ่องกง เพื่อมางานนี้ ทุกคนไฟท์มาก ถ้าเราอยู่เมืองไทยคงไม่ได้บินมาดูแน่ๆ (-__-)

บายเดอะเวย์ นี่คือส่วนหนึ่งของดอกไม้หน้างาน

ก่อนกลับก็ไปหย่อนขนมที่ซื้อมาฝากป้ายูกิลงกล่องของฝาก คนฝากของน้อยกว่าที่คิด รู้สึกว่าไลฟ์ของเอฟซีที่คนน้อยกว่านี้หลายเท่ายังมีคนฝากของมากกว่า แต่แอบเห็นคนนึงฝากให้นักร้องทุกคนเลย (รู้ว่าคนให้คนเดียวกันเพราะซองเหมือนกันเป๊ะ) นับถือในความทุ่มเท เราฝากให้ป้ายูกิคนเดียวเอง TvT เขียนความรู้สึกในฐานะแฟนเพลงใส่การ์ดแนบกับของฝากไปแล้ว หวังว่าป้าจะอ่านลายมือหนูออกนะคะ (กร๊าก)

จากนี้ก็เหลือแต่ไลฟ์ของ Kalafina ละ ถ้าชิงตั๋ว Music Energy ได้คงได้เจอยูกะจัง คาโอริและอาสุกะอีกรอบ แต่ คงไม่ได้เจอป้ายูกิอีกแล้วล่ะ

ถึงจะไม่ได้ฟังการบรรเลงสดๆอีกแล้ว แต่จะติดตามผลงานเพลงต่อไปอย่างที่ติดตามมาตลอดนะคะ :)

3 comments on “Kaji Fes

  1. อิจฉาจังค่ะพี่ อยากไปแต่ตัวอยู่บ้านแหลม แถมยังไม่ได้บัตร ยังไม่ได้ทำวีซ่า OTL’
    แต่คอนเฟิร์มว่าหนูซื้อแผ่นแน่ค่ะ 55 แต่แผ่นแนวโน้มราคาประมาณ 3000-5000 บาทเลยงิ ;w; #แกลบหนัก

    Like

    • chutipuk says:

      พี่ว่าเป็นไปได้ว่าจะแยกขายเป็นสองพาร์ทเน้อ เหมือนที่เคยทำมาแล้วในไลฟ์ vol.#4 แต่มันเริ่ดจนอยากเก็บเป็นบลูเรย์เลยอ้ะ T T

      Like

      • อยากเก็บเหมือนกันแต่ว่าไม่มีเครื่องเล่นน่ะสิพี่ ;w;

        Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s