โอโตเมะไลฟ์

เข้าสู่ช่วงหยุดโกลเด้นวีคแล้วล่ะะะะ
ถึงจะเรียกว่าโกลเด้นวีค แต่ปีนี้หยุดแยกเป็นสองอาทิตย์ ไม่ได้หยุดติดกันรวดเดียวยาวๆ แถมปกติเราก็เรียนแค่อาทิตย์ละสามวันอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ ไม่ได้ไปเที่ยวไหนไกลๆด้วย เพราะไม่มีตังค์แจ้ TvT

ล่าสุดก็เพิ่งโดนสารพัดร้านค้าแถวๆอิเคะบุคุโระสูบเลือดสูบเนื้อมาหมาดๆ

เริ่มจากเมื่อวันศุกร์ ไป Swallowtail อีกแล้ว เพราะเห็นเมนูพิเศษของเดือนนี้น่ากินมากกกก (ไม่ได้อยากไปเพราะติดใจพ่อบ้านหรอกนะ) คราวนี้ไปกันสามคน ไปกับดาวและโม เดี๋ยวนี้เมมเบอร์นี้เที่ยวด้วยกันประจำเพราะเพื่อนคนอื่นที่มาแลกเปลี่ยนมีแฟนกันไปหมดแล้ว ฮาา

จองรอบห้าโมงเย็นไว้ คราวนี้ไม่ตื่นเต้นเท่าตอนที่ไปครั้งแรก เพราะรู้ว่าเข้าไปแล้วจะเจอกับอะไรและควรจะทำตัวยังไงบ้าง

พิธีรีตรองก็เหมือนเดิมเป๊ะ มีพ่อบ้านมาต้อนรับ ถือกระเป๋าให้ พาไปนั่ง เลื่อนเก้าอี้ให้ ฯลฯ เป็นร้านที่พิธีกรรมเยอะมากจริงๆ ต้องกลั้นหัวเราะทู้กกกที

พ่อบ้านที่ดูแลโต๊ะเราคราวนี้ชื่อทัตสึยะซัง ความประทับใจเมื่อแรกพบคือ เขียนคิ้วสวยมาก (หือ?)

ทัตสึยะซังดูแลดีมากกกก บางทีก็โผล่พรวดพราดเข้ามาชวนคุยสัพเพเหระ เป็นพ่อบ้านที่พูดมากสุดๆ (นี่ชมนะ) ….ผมเลือกถ้วยชาสีเหลืองให้เข้ากับความสดใสของคุณหนูครับ คุณหนูเก่งภาษาญี่ปุ่นจังเลยนะครับ เอ๋ คุณหนูไม่ชอบคันจิหรอครับ? ผมก็เขียนคันจิไม่ค่อยได้หรอกครับ เพราะเดี๋ยวนี้พิมพ์คอมมากกว่าเขียน คุณหนูหน้าเด็กจังเลยครับ ผมนึกว่าเป็นเด็กมัธยมซะอีก คุณหนูฯลฯ

โดนพ่อบ้านพูดยกยอซะรู้สึกตัวเองวิเศษวิโสมาก แต่ขอโทษนะคะ รู้หรอกว่าพูดเพราะเป็นงาน ฟังแล้วก็ขำดี ฮ่าๆๆ

คราวนี้รู้สึกว่าได้คุยเยอะเพราะคุณพ่อบ้านพูดมากและไม่ค่อยรู้สึกเกร็ง แต่…ก็ยังไม่กล้าลุกไปเข้าห้องน้ำอยู่ดี ลำบากใจนะ จะเข้าห้องน้ำแล้วต้องมีคนคอยรับส่งเนี่ย 55555

ไม่เจอพ่อบ้านตัวท็อปของร้านเพ่นพ่านแบบคราวก่อน แต่ประทับใจพ่อบ้านคนนึงมาก หน้าโหดเหมือนอินเดียนแดง ผมยาวถึงกลางหลังรวบไว้เป็นหางม้า อยู่ดีๆก็เดินมาจุดตะเกียงบนโต๊ะให้เงียบๆ พอได้พินิจใกล้ๆแล้วทุกคนลงความเห็นตรงกันว่าพี่แกดูเหมือนพี่อ๊อฟพงษ์พัฒน์มาก ดูยังไงก็ไม่เหมาะกับอาชีพพ่อบ้านเลย แต่กลับทำให้ทุกคนประทับใจได้อย่างประหลาด ตลกดี

ส่วนอาหารที่กินคราวนี้เป็นแพนเค้กราดเบอร์รี่ มีไอศกรีมลูกเล็กๆด้วย มีแพนเค้กสามแผ่น ทัตสึยะซังบอกว่าปริมาณเท่านี้คงมากเกินไปสำหรับคุณหนูสินะครับ…. โอ๊ยยยย พี่ขาาา มากินบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างด้วยกันแมะ แล้วพี่จะรู้ว่าแพนเค้กสามแผ่นนี่มันปริมาณเท่าออเดิร์ฟค่าาา

ชาที่สั่งมาเป็นชาวานิลลา หอมมากกกกก แต่ไม่ค่อยประทับใจรสชาติ กินกับแพนเค้กแล้วไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ คราวหลังสั่งสโคนกินกับเอิร์ลเกรย์ดีกว่า ท่านเอิร์ลร้านนี้ทั้งหอมทั้งอร่อยยย เลิฟฟฟฟ

สรุป คราวนี้ประทับใจพ่อบ้าน (แม้จะไม่ก๊าวเท่าอาซึมะซังที่ดูเขินๆตลอดเวลา) กับไอศกรีม แต่เฉยๆกับชาและแพนเค้ก

หมดเนื้อหมดตัวกับพ่อบ้านยังไม่พอ ไปหมดตัวให้ไอดอลสอง(จุดห้า)มิติที่อนิเมทอีก! วันนั้นเป็นวันที่ดีวีดีไลฟ์ของอุตะปุริวางแผงพอดี พุ่งเข้าอนิเมทกะจะไปซื้อ ปรากฏว่าแถวคิดเงินชั้นขายซีดีคนเยอะมากกกก ขี้เกียจต่อคิว เลยกะว่าไว้ค่อยซื้อวันหลัง

พอตัดใจแล้วเดินมาชั้นล่างสุด เจอดีวีดีวางขายอยู่เหมือนกันเป๊ะ หน้าแคชเชียร์ไม่มีคนเลย และแล้วก็ได้ดีวีดีมาแบบไม่คาดฝัน เย้ สตาริชชชช

ช็อปปิ้งเรียบร้อยก็ไปคาราโอเกะกันต่อ ใช้เวลาหนึ่งคืนในคาราโอเกะอีกแล้ว งวดนี้ร้องเพลงกันตั้งแต่สองทุ่มถึงตีห้า ช่วงท้ายๆถึงกับเปิดเพลงแล้วนั่งคุยกันแทนการร้องเพลง โดยเฉพาะเพลงกันดั้มซี้ด เปิดดูภาพแล้วก็เมาท์ตัวละครกันซะเพลิน ด่าอัสรันกันสนุกปาก เฮ!

แปลกนะ ทั้งๆที่เคยดูกันดั้มซี้ดแบบพากย์ไทยแค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ดูพากย์ญี่ปุ่นตลอด แต่ทำไมเสียงพากย์ไทยถึงติดหูมากกว่าก็ไม่รู้สิ เห็นภาพแล้วพากย์ไทยได้เป็นฉากๆเลย (-__-;)

เพลงที่รู้สึกว่าร้องมันส์สุดคือคาเมนบุโตไคของโชเน็นไต (โบราณไปไหน) กับมาจิเลิฟ 2000% เสียดายที่ยังไม่มีเพลง Poison Kiss ของรุ่นพี่ ไม่งั้นคงร้องมันส์เหมือนกัน (ฟี้ลิ้ง ฟี้ลิ้ง ฟี้ลิ้ง อาห์!)

ไม่น่าเชื่อว่าร้องเพลงกันเก้าชั่วโมงรวดแล้วยังมีเสียงคุยกันต่อได้อีกทั้งวัน แถมมีแรงเดินแรดอิเคะบุคุโระต่ออีกต่างหาก

เรื่องของเรื่องคือวันเสาร์มีงานโอนลี่ช็อปของอุตะปุริที่อนิเมทพอดี ไปรับบัตรคิวตอนแปดโมง ได้รอบเที่ยงครึ่ง ก็เลยต้องเดินเล่นรอเวลากันนานแสนนาน (เอาวะ เพื่อไอดอล ยอม!)

โอนลี่ช็อปมีของขายไม่กี่อย่าง แต่เป็นของแรร์ทั้งนั้นเลย กรี๊ด ตาลุกวาว อยากได้หลายอย่างมาก แต่สุดท้ายก็ซื้อมาอย่างเดียว คือถุงน่องโทคิยะ (ฟังดูโทคิยะแร๊ดแรด) สีม่วงลายดาวพร้อยเชียว เปรี้ยวสะใจ จริงๆแล้วชอบสีฟ้าของมาซาโตะมากกว่า แต่เราจะไม่เสียอุดมการณ์ค่ะ เมนโทคิยะค่ะ ห้ามลืมตัวค่ะ!

ความประทับใจอย่างนึงในวันนั้นคือ ติ่งอุตะปุริเดินกันเพ่นพ่านทั่วอิเคะบุคุโระ หันไปทางไหนก็เจอติ่งเรื่องนี้เต็มไปหมด สังเกตได้จากข้าวของส่วนตัวของแต่ละคน หลายๆคนติดเข็มกลัดตัวละครกันลายพร้อย (ใครติดแค่สองสามอันนี่เป็นติ่งชั้นปลายแถวนะฮะ ติ่งที่ดีต้องติดเข็มกลัดสิบอันขึ้นไป) บางคนก็ห้อยตุ๊กตาตัวเบ้อเริ่ม ทุกคน coming out กันเต็มที่มาก ได้อยู่ท่ามกลางติ่งไอดอลสองมิติแล้วอบอุ่นดีจัง (〃▽〃)

ก่อนแยกย้ายกันกลับก็แวะกินของหวานที่ Swallowtail อีกสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่หลังจากปิดปรับปรุงไปเกือบเดือน สาขานี้ไม่มีพ่อบ้าน มีแต่สาวๆเมดท่าทางผู้ดี๊ผู้ดี แต่ก็ไม่เชิงเป็นเมดคาเฟ่ซะทีเดียว เพราะไม่ได้เรียกลูกค้าว่าคุณหนู ไม่มีสคริปท์แบบเมดๆ แค่แต่งตัวเป็นเมดเฉยๆ

ช่วงนี้มีเทศกาลคอร์ด้า 3 พอดี เค้กทุกชิ้นน่ากินมากกกกก แต่พาร์เฟ่ต์น่ากินกว่า แฮ่ๆ

ถ้าสั่งเมนูคอร์ด้าจะได้ที่รองแก้วเป็นของแถมด้วย ทุกคนสั่งคอร์ด้ากันหมด เลยได้ที่รองแก้วมาคนละอัน มีสี่ลายสี่โรงเรียนให้เลือก ลำบากใจจัง ชอบทุกโรงเรียนเลย (;_;) แล้วก็ไม่พ้นเลือกเซย์โซ เพราะเป็นโรงเรียนที่จีบกันมาตั้งแต่ภาคแรกนี่เนอะ อะฮิๆๆ

photo

 

ที่จริงมีมาการองลายตัวละครภาค 1&2 ขายด้วย แต่มาการองต้องซื้อกลับบ้านอย่างเดียว แถวซื้อกลับบ้านก็ยาวเหยียดเหลือเกิน ยอมแพ้ บ๊ายบายคาจิคุง

ประทับใจพาร์เฟ่ต์และเทศกาลคอร์ด้า แต่ไม่ค่อยประทับใจตัวร้านเท่าไหร่ ที่นั่งน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นโต๊ะสองที่นั่ง ไปกันสามคนแล้วต้องยืนรอนานมากกกก จำกัดให้นั่งได้แค่ 45 นาทีเอง แถมคิดเงินผิดอีกต่างหาก แต่ยังดีที่พนักงานให้ใช้ปลั๊กไฟชาร์จมือถือระหว่างยืนรอได้ (นี่ก็หน้าด้านกล้าขอเนอะ….)

เป็นสองวันในอิเคะบุคุโระที่ยาวนานมาก รู้สึกว่าคงไม่ไปอีกนาน (หรอ?) หมดตรูดแล้ว ฮือออออ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s