very special event♪

ถัดจากอีเวนท์สามสาว Kalafina ที่อิเคะบุคุโระเมื่อวาน วันนี้ได้ไปอีเวนท์ฉลองวางขายดีวีดีของป้ายูกิที่อากิฮาบาระต่อล่ะ (ทำไม๊ทำไมสถานที่จัดงานแต่ละที่โอตะเหลือเกิน)

สถานที่จัดงานเข้าถึงง่ายกว่างานเมื่อวานมาก เพราะอยู่ในบริเวณที่คุ้นเคย (อยู่เยื้องกันดั้มคาเฟ่ เวรี่หาง่าย) คราวนี้เลยไม่เสียเวลาหลงทางละ

อีเวนท์จัดในโรงหนัง ก่อนเข้างานก็ให้ยืนเรียงแถวตามหมายเลขบัตร พอเข้าไปแล้วใครอยากนั่งตรงไหนก็นั่ง คราวนี้ได้นั่งแถวที่สอง ใกล้เวทีมากกกกกกก เวทีเป็นแบบไม่ได้ยกพื้นอีกต่างหาก ใกล้จนไม่รู้จะใกล้ยังไง ตอนป้ายูกิเดินออกมาแทบจะพุ่งเข้าไปกอดขาร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง

ก่อนป้ายูกิออกมา บนจอหนังฉายโฆษณาไลฟ์เมื่อปี 2009 ที่จะออกเป็นบลูเรย์ให้ดูก่อน รวมสองไลฟ์ขายในราคาห้าพันกว่าเยนเอง ถูกมากจนต้องขยี้ตารัวๆ สงสัยจะได้สอยบลูเรย์ก็คราวนี้ล่ะ (แต่ต้องรอกลับไปดูที่บ้าน อยู่นี่ไม่มีเครื่องอ่าน ฮือ)

ได้ดูไลฟ์ขึ้นจอใหญ่แบบนี้แล้วอยากมีจอหนังใหญ่ๆเป็นของตัวเองจัง T_T ไว้ทำงานแล้วได้เงินเดือนก้อนแรกเอามาซื้อโปรเจคเตอร์ดีมั้ยน้อ…

พอโฆษณาซึ่งยาวราวๆสิบนาทีจบแล้ว ป้ายูกิก็โผล่มาพร้อมโคเรนากะซัง มือกีตาร์ใน Front Band Members และพิธีกรอีกหนึ่งคน (ซึ่งดูเหมือนทุกคนจะรู้ว่าพิธีกรคนนี้เป็นใคร แต่เราไม่รู้จัก จบ) หลังจากนั้นทั้งสามคนก็คุยกัน คุยกัน คุยกัน คุยกัน เป็นอันจบอีเวนท์

เนื้อหาที่คุยกันมีตั้งแต่เรื่องกระบวนการในการแต่งเพลง เรื่องกีตาร์ เรื่องบรรยากาศตอนอัดเพลง ความรู้สึกเวลาเล่นไลฟ์ สินค้าที่ขายในไลฟ์ บรรยากาศเวลาไปดื่มกัน ซุบซิบนินทาแบนด์เมมเบอร์ ฯลฯ คุยกันไปเรื่อยเปื่อยมาก ฟังเพลินดี ป้ายูกิน่าร๊ากกก (≧∀≦)

ขำตอนนินทาแบนด์เมมเบอร์นี่ล่ะ ปกติจะเห็นเหล่านักดนตรีแค่ในไลฟ์ ซึ่งทุกคนไม่มีปากมีเสียงใดๆ ตั้งหน้าตั้งตาเล่นดนตรีอย่างเดียว เพิ่งรู้ว่าจูเนียร์ซัง (มือเบส) เกิดและโตที่อิตาลี เลยพูดภาษาญี่ปุ่นไม่เก่ง และคนโนะซัง (ไวโอลิน) เป็นโดเอสที่คอแข็งมาก (ตายละ นี่เมาท์อะไรกันเนี่ย คนโนะซังเสียภาพพจน์โม้ดด)

ชอบตอนคุยกันเรื่องไลฟ์มาก เพราะได้ฟังว่าคนที่อยู่บนเวทีคิดอะไรในใจตอนเล่น ป้ายูกิเล่าว่าเพลงของ FictionJunction มีหลายเพลงที่เริ่มด้วยกลอง ซึ่งอาจจะดูขี้โกงสำหรับซาโต้ซัง (มือกลอง) ไปหน่อย ถ้ามีเพลงที่เริ่มด้วยคีย์บอร์ดเมื่อไหร่ ป้ายูกิจะนึกโน้ตเพลงนั้นไว้ตั้งแต่เพลงก่อนหน้าเลย แล้วป้าก็บ่นงุบงิบว่าเพลงที่เริ่มด้วยคีย์บอร์ดนี่มันลำบากจริงน้า (มิน่าล่ะ เพลงที่เริ่มด้วยกลองถึงเยอะกว่า……)

เสียดายอย่างนึง มีบางทอปิคฟังไม่ค่อยทันเท่าไหร่ อยากฟังเข้าใจหมดอ้ะะะ (TДT)

ช่วงท้ายงานมีแจกของด้วย! มันคือแฟลชไดรฟ์ที่ขายในไลฟ์คราวก่อนโน้น มีแจกแค่สามอันเท่านั้น แต่คนร่วมอีเวนท์เป็นร้อย อัตราการแข่งขันสูงเชียว

กติกาคือ ให้ทุกคนเป่ายิ้งฉุบกับป้ายูกิพร้อมกัน คนที่ออกเหมือนป้ายูกิทุกตาก็จะได้รางวัลไป

เป่ายิ้งฉุบรอบแรก แพ้ตั้งแต่ตาแรกสุด กะแล้วว่าไม่มีดวงเรื่องชิงโชค เลยถอดใจแต่โดยดี …..แต่! เป่ายิ้งฉุบรอบแรกมีคนเหลือถึงรอบสุดท้ายสี่คน ซึ่งรางวัลมีแค่สามอัน แทนที่จะคัดเลือกจากสี่คนนั้น พิธีกรบอกให้ทุกคนเป่ายิ้งฉุบกันใหม่หมดเลย อ้าวววว

และแล้วก็เลยมีการเป่ายิ้งฉุบรอบสองเกิดขึ้น

ซึ่ง…….

ซึ่ง…………

ซึ่ง…………….

รอบนี้ชนะได้ไงก็ไม่รู้อะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ตอนเป่ายิ้งฉุบชนะแล้วเหลือเรายืนอยู่คนเดียวนี่อารมณ์แบบ เห้ยยยย ชนะจริงอะะะะะ ได้ไงอะะะะะ เมื่อกี้ยังตกรอบแรกอยู่เลยอะะะะะ

ไม่คิดว่าจะดวงดีขนาดนี้ แค่ได้มาอีเวนท์ก็ดีใจจะแย่ละ ยังมาได้ของที่ระลึกแบบไม่คาดฝันอีก แน่นอนว่าไม่เอาไปใช้หรอกนะ เก็บขึ้นหิ้งไว้กราบไหว้บูชาในฐานะสาวกลัทธิคาจิอุระ(?)

และที่ไม่เคยคิดเลยคือ ไม่คิดว่าจะได้มาเจอป้ายูกิแบบใกล้ชิดขนาดนี้ โอย นึกแล้วจะร้องไห้ T___T เป็นแฟนเพลงป้ายูกิมาตั้งแต่สมัยม.ต้นโน้น ตอนนั้นยังไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นซักตัวด้วยซ้ำ พอได้มาเจอคนที่บูชามาตลอดแล้วมันตื้นตันอะ ฮืออออออ

ยิ่งนึกถึงไลฟ์ทั้งสามไลฟ์ที่ผ่านมาแล้วยิ่งรู้สึกเหมือนฝันไปเลย โฮ นึกแล้วก็อิจฉาแฟนๆชาวญี่ปุ่นที่มีโอกาสดูไลฟ์บ่อยๆจัง

และแล้วก็คงต้องพูดประโยคเหล่านี้อีกแล้ว
ดีจังที่ได้มาที่นี่ :)
ดีจังที่เรียนภาษาญี่ปุ่นมา :))

จบอีเวนท์ด้วยความพองฟูในหัวใจ แทบจะระบำปลายเท้าออกมาจากโรงหนัง
ไปเดินเล่นในอากิฮาบาระต่อ มีของที่อยากซื้อเพียบ โดยเฉพาะสินค้าใน Kotobukiya อันสุดแสนอันตราย เข้าทีไรแทบสิ้นเนื้อประดาตัว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อซักอย่างเพราะเก็บตังค์ซื้อบลูเรย์ที่กล่าวถึงข้างต้นอยู่ #จนไปดิ

แวะโฉบกันดั้มคาเฟ่ด้วย เห็นจากที่ไกลๆว่ามีอัสรันอยู่หน้าร้าน เลยต้องพุ่งเข้าไปชักภาพ เอสไพลอทอุตส่าห์มารับจ๊อบเป็นเด็กเสิร์ฟทั้งที ฮ่าาาา ตลกกกกกก ถ้าอัสรันเป็นเด็กเสิร์ฟ ก็คงเป็นเด็กเสิร์ฟที่ก๊าวมากทีเดียว (แต่อัสรันควรเป็นโฮสต์มากกว่ารึเปล่า?)

เหตุที่สองหนุ่มมาเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่หน้าร้าน เพราะตอนนี้กำลังจัด Seed Fair อยู่นั่นเองงงง

ชื่อเมนูแต่ละอย่างตลกมาก เอาชื่อตอนในเรื่องมาตั้งเป็นชื่ออาหาร มันเลยดูยิ่งใหญ่สุดๆ เวลาสั่งอาหารคงเอพิคน่าดู อาทิ “ขออนาคตที่ถูกเลือกจานนึงค่ะ” หรือ “ในนามแห่งความยุติธรรมสองที่ค่ะ” เป็นต้น แต่เมนูของน้องนิโคลน่ากินมากกกก กะว่าถ้าไปแถวนั้นวันธรรมดาค่อยไปลองแล้วกัน วันอาทิตย์คนแน่นเกิ๊น ยอมแพ้

วันนี้ถ่อไปถึงอากิบะแท้ๆ แต่ใช้เงินไปไม่ถึงสามร้อยเยน รู้สึกประสบความสำเร็จในชีวิตมาก น้ำตาจะไหล /ยืนปรบมือให้ตัวเองรัวๆ

2 comments on “very special event♪

  1. JiBi_AI says:

    สั้นๆ ง่ายๆ

    อิ จ ฉ า

    Like

    • chutipuk says:

      บางทีก็คิดว่าถ้าผ่านไปนานๆคงอิจฉาตัวเองในตอนนี้มากแน่ๆ T_T

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s