春休みの始まり

ปิดเทอมแล้ว
เผลอแป๊ปเดียวผ่านไปแล้วหนึ่งเทอม รวดเร็วจนยังไม่รู้สึกเลยว่ามาเรียน (จริงๆแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเรียนหรอก ฮ่า)

พอปิดเทอมแล้วก็ว่างแสนว่าง มีแพลนไปเที่ยวเดือนหน้าสองทริปติดๆ ช่วงนี้เลยต้องเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่หอ ประหยัดเงินเอาไว้เที่ยว ซึ่งก็ประหยัดไม่ค่อยจะได้หรอก ออกจากหอทีนึงขนหน้าแข้งหลุดร่วงจนขาเนียน ทุนนิยมมันช่างโหดร้ายเหลือเกิน /ปาดน้ำตา

กิจกรรมที่กระทำเวลาอยู่หอก็มีแค่อยู่หน้าคอมกับอยู่หน้าพีเอสพี
เล่นเกมแวมไพร์จอมหื่นจบไปอีกรูท เลือกรูทชูคุงเพราะเป็นคนที่เล็งไว้ตั้งแต่แรกแล้ว (แต่เล่นรอบแรกยังเลือกจีบไม่ได้ ชิส์)

คาแรคเตอร์ของชูคุงคือแวมไพร์เฉื่อย ขี้เบื่อ ขี้รำคาญ เกลียดความยุ่งยาก ว่างเมื่อไหร่ก็นอน โดดเรียนเป็นว่าเล่น แต่แน่นอนว่าต้องซาดิสม์ตามคอนเซปท์ของเกมด้วย!

DIABOLIK LOVERS_0009

ตอนแรกก็งงว่าความเฉื่อยกับความซาดิสม์จะไปด้วยกันได้เหรอ เล่นไปเล่นมา เออเนอะ อุตส่าห์เขียนบทให้คนที่ดูไม่สนใจสิ่งรอบข้างหื่นและโหดแบบเงียบๆได้ด้วย ขอกราบทีมงานอีกครั้งมา ณ ที่นี้

แต่ แต่ แต่ แต่รูทชูคุงค่อนข้างน่าเบื่อสมกับนิสัยขี้เบื่อของตัวละครมาก
หลังจากผ่านรูทอายาโตะมาแล้ว รูทชูถือว่าจืดชืดสนิท ไร้ความเผ็ดร้อนใดๆ ขนาดเสียงดูดเลือดที่น่าจะเป็นโมเอ้พอยท์ยังฟังดูเหมือนเสียงคนกิบลาบเลือดมากกว่า

DIABOLIK LOVERS_0015

หรืออันที่จริงเราอาจจะเบื่อเพราะไม่ค่อยชอบเสียงพากย์ก็ได้ ติดอิมเมจเสียงคนพากย์คนนี้จากอุตะปุริ แล้วมันมีอิมเมจว่าเค้าพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ชัด เราเลยไม่ชอบ (เหตุผลอะไรกันนี่…)

เป็นรูทที่จืดจางจนไม่ค่อยมีอะไรให้พูดถึงเพราะไม่ประทับใจ ระดับความซาดิสม์ก็ธรรมดามาก โหดเทียบอายาโตะไม่ได้ซักกระผีก แถมรูทนี้นางเอกแรงมาก ขัดใจ หล่อนจะรุกมากเกินไปแล้วนะยะ! มีฉากนึงนางเอกนึกในใจว่าฉันอยากได้ผู้ชายคนนี้ โอย หมดกัน อิมเมจนางเอกใสๆผู้อ่อนแอแต่จิตใจเข้มแข็งในรูทอายาโตะหายไปไหนหม้ดดด

อย่างไรก็ตาม
เรื่องความหล่อต้องยกให้ชูคุงจริงๆ (>A<)
นิสัยไม่โดน เสียงพากย์ไม่ผ่าน แต่งานภาพหวีดทุกฉาก ซีจีสวยทุกภาพ

DIABOLIK LOVERS_0016

ฉากนี้น่ารักสุดละ ถึงจะเป็นคนเฉื่อยๆแต่ก็มีมุมขี้เล่นเหมือนกัน พานางเอกบินบนฟ้าด้วย (ตายจริง ยังกะทไวไลท์!) 

วันก่อนบังเอิญเจอชูคุงที่อนิเมทเลยได้ถ่ายรูปคู่ด้วยนะ ( ̄▽ ̄)

photo

อยากยกกลับมาประดับหอจริงๆ
อาห์ เป็นโอโตเมะมันเหนื่อย(ใจ)

เล่นรูทพี่ใหญ่อย่างชูคุงจบแล้วกำลังเล่นรูทพี่รองอยู่ คราวนี้เป็นแวมไพร์พ่อบ้าน การพูดจาสุภาพและความเป็นพ่อบ้านมันจะไปด้วยกันกับความซาดิสม์ได้ยังไง ต้องดูกันต่อไป

จบเรื่องเกม
นอกจากเล่นเกมแล้ว ช่วงนี้ยังกลับมาดูเฟทซีโร่อีกรอบด้วย

รอบนี้ตั้งใจจะดูเพื่อทำความเข้าใจกับคิริสึงุมากขึ้น (แล้วทำไมฉันต้องมาพยายามสมานฉันท์กับอีตาลุงนี่ด้วย งงตัวเอง) จนตอนนี้ไล่ดูจนจบตอนย้อนอดีตของคิริสึงุแล้วก็ยังไม่ชอบป๋าอยู่ดี ถึงจะเข้าใจความคิดของป๋าก็เถอะ เข้าใจมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่มันทำใจยอมรับไม่ได้

สำหรับเรา คิริสึงุเป็นคนที่มีแนวคิดน่าสนใจที่สุดในเรื่อง และเป็นแนวคิดที่เราเกลียดที่สุดในเรื่องด้วย มันดูขัดแย้งในตัวเองเกินไป ทั้งๆที่ดูสิ้นหวังมากกว่าใครเพื่อน แต่กลับเป็นคนที่ฝันถึงโลกในอุดมคติที่เป็นไปไม่ได้มากที่สุด

เพราะป๋าคิริสึงุนี่แหละ ทำเอาเราไม่ชอบแนวคิดแบบ Utilitarianism ไปเลย

จริงๆแล้วตัวละครในเฟทซีโร่น่าสนใจแทบทุกตัว เคยเขียนถึงตั้งแต่ดูแรกๆแล้วว่าภาคนี้เป็นภาคที่ตัวละครมีเสน่ห์มาก แนวคิดแต่ละคนก็หลากหลาย ดังนั้นเราจึงชอบฉากสนทนากันมากกว่าฉากต่อสู้ซะอีก

ว่าแล้วก็อยากอ่านนิยายชะมัด ถ้าอ่านแล้วอาจทำใจยอมรับป๋าคิริขึ้นมาได้บ้าง (หรือไม่ก็เกลียดกว่าเดิม ฮา) มีฉบับแปลอังกฤษให้อ่านบนเว็บ แต่อยากอ่านภาษาญี่ปุ่นมากกว่า T_T เรื่องนี้ชอบงัดคำเจ๋งๆมาพ่นใส่กัน โดยเฉพาะเวลาสามราชาคุยกัน นังกิลนี่ตัวดีเลย ใช้ศัพท์ยากไปไหนคะพี่ หรือหม่อมฉันมันต่ำต้อยเกินกว่าจะเข้าใจคำกล่าวของราชาเพคะ?

เดี๋ยวดูเฟทซีโร่จบจะตั้งใจดูไซโคพาสละ คนเขียนบทคนเดียวกัน แต่ท่าทางไซโคพาสจะเนื้อเรื่องหนักกว่า เคยดูไปราวๆห้าตอนแล้วก็ขี้เกียจดูต่อ (-__-;)

ปิดเทอมที่ไม่มีตังค์ไปเที่ยวนี่มันว่างดีจัง เฮ!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s