Ghibli in the forest

ไม่ได้เป็นแฟนการ์ตูนจิบลิ
เคยดูผลงานจิบลิแบบนับจำนวนได้ในหนึ่งมือ

แต่พอแพรมาชวนไปจิบลิมิวเซียมก็ตกลงไปด้วยทันที เพราะได้ยินมาว่าถึงไม่ได้ชอบจิบลิแต่ถ้าชอบอนิเมชั่นก็น่าจะลองไป และอีกอย่าง เที่ยวคนเดียวบ่อยๆก็เบื่อนะ ขอเที่ยวกับเพื่อนบ้างเถอะ

นัดเจอกันที่ชินจุกุแล้วต่อรถไฟไปถึงสถานีมิตากะ ตอนแรกนึกว่าจะออกนอกเมืองไปไกลกว่านี้ แต่จริงๆก็ใกล้นิดเดียวเอง (หรือเพราะเราเคยนั่งเลยไปไกลถึงฟูจิคิวก็เลยรู้สึกใกล้ไม่รู้สิ)

อาจจะคิดกันไปเองก็ได้ แต่มิตากะเป็นเมืองที่น่ารักมาก น่ารักตั้งแต่ในสถานี บ้านคน ร้านค้า ทุกอย่างมันดูงุ้งงิ้งไปหมด แพรบอกว่า หรือนี่คืออิทธิพลของจิบลิ?

จากสถานีรถไฟมีรถบัสไปส่งถึงมิวเซียมเลย แต่เพราะงกอยากเดินชมเมือง เลยไม่ขึ้น

เดินราวๆหนึ่งกิโลนิดๆก็ถึงมิวเซียมแล้ว ยังไม่ทันเหนื่อยเลยด้วยซ้ำ ดีจัง ประหยัดไปสามร้อยเยน เฮ!

ไปถึงก็เจอป้ายเบ้อเริ่ม กับโตโตโระคอยต้อนรับอยู่ในตู้กระจก
ทุกคนที่ไปถึงต้องพุ่งเข้าไปสักการะโตโตโระก่อนเป็นอันดับแรก

โตโตโระ

ซื้อตั๋วรอบเที่ยง แต่ไปถึงตั้งแต่สิบเอ็ดโมงกว่า ระหว่างรอเลยเข้าลอว์สันหาอาหารกินกัน (ความจริงแล้วนี่คือทัวร์บริโภค) กระทั่งในลอว์สันก็ยังมีผลิตภัณฑ์โตโตโระขาย สมแล้วที่ตั้งอยู่ตรงข้ามมิวเซียม

พอถึงเที่ยงก็ได้เวลาแห่แหนกันเข้ามิวเซียม ขนาดแบ่งเป็นวันละหลายรอบและจำกัดคน ยังรู้สึกว่าคนเยอะมากอยู่เลย สมแล้วที่เป็นจิบลิ เวรี่ฮิตในทุกเพศทุกวัยทุกชาติ (นี่เจอตั้งแต่ญี่ปุ่น แขก จีน ฝรั่ง อินเตอร์มั่ก)

เสียดายที่ข้างในมิวเซียมห้ามถ่ายรูป ได้รูปกระจกสีตรงทางเข้ามาหนึ่งจึ้ก ถ่ายปุ๊บพนักงานบอกทันทีว่าห้ามถ่าย แต่เสียใจด้วยนะ มันสายไปแล้ว

กระจกสีโตโตโระะะะ

ข้างในตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ทางเข้า กระจกสีสวยมากกกกกกกกกกก
เดินเข้าไปห้องแรกก็มีแต่ของน่ารักๆเต็มไปหมด เชื่อแล้วว่าถึงไม่ได้ชอบจิบลิก็สามารถอินกับมิวเซียมนี้ได้จริงๆ เดินดูกันสองคน บทสนทนามีแค่ “น่ารักว่ะะะะ” “เจ๋งว่ะะะะ” “ฮึ้ยยยยย” ผลัดกันพูดทุกสามก้าว บางอย่างไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาจากเรื่องไหนของจิบลิ รู้แต่ว่ามันน่าร๊ากกกน่ารัก

ห้องแรกน่าจะเป็นห้องที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด มีทั้งบ้านตุ๊กตาขนาดใหญ่ โมเดลสารพัดตัวละคร เครื่องฉายหนังแบบสตีมพังค์ (ไม่รู้จะเรียกยังไงดี) และที่เด็ดที่สุดคือโมเดลแบบอนิเมชั่น เป็นโมเดลเรียงๆกัน พอหมุนเร็วๆแล้วจะดูเหมือนขยับได้ เจ๋งมากกกก ประทับใจจจจจจ

ขึ้นไปชั้นสองจะเป็นนิทรรศการ ฟากนึงมีพวกภาพร่าง, ภาพจากในการ์ตูน, สตอรี่บอร์ด, อัลบั้มรูปที่เป็นต้นแบบฉากในเรื่อง, โต๊ะเขียนการ์ตูนแบบแฟนตาซีนิดๆ (ออกแนวแฮร์รี่พอตเตอร์มากกว่าจิบลิ ฮา), อุปกรณ์ที่ใช้ทำอนิเมชั่น ฯลฯ คือแสดงให้เห็นว่ากว่าจะได้การ์ตูนซักเรื่องมันลำบากยากเข็ญขนาดไหน ดูแล้วอยากกราบฮายาโอะ มิยาซากิ นับถือที่ทุกวันนี้ยังทำอนิเมชั่นแบบวาดมืออยู่ สปิริตลุงช่างแรงกล้านัก

อีกฟากเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับนิทานยุโรปที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฮายาโอะซัง ซึ่ง ไม่รู้จักซักเรื่อง (-_-) แปลกใจที่นิทานดูโหดๆแต่ฮายาโอะซังเอามาสร้างเป็นการ์ตูนจิบลิงุ้งงิ้งแฟนตาซีฟีลกู้ดได้ตั้งหลายเรื่อง

ดูชั้นสองจบแล้วก็กลับลงมาดูหนังสั้นที่ชั้นหนึ่ง โรงหนังน่าร๊ากน่ารัก (คือจริงๆก็น่ารักทุกอย่าง) มีเด็กๆนั่งกันเต็มโรงเลย

เรื่องที่เราได้ดูคือเรื่อง ちゅうずもう (Chuuzumou) เป็นเรื่องเกี่ยวกับตายายสองคนที่ช่วยให้หนูบ้านตัวเองชนะการแข่งซูโม่ ออกแนวสนุกเฮฮาฟีลกู้ดน่ารักตามสไตล์ฮายาโอะ มิยาซากิ ดูแล้วขำหลายฉากมากเพราะเด็กๆที่นั่งข้างหลังขำลั่นโรงตลอดเวลา เราเลยพลอยขำไปด้วย

ชอบบรรยากาศตอนดูหนังสั้นมาก ทุกคนดูสนุกไปกับหนังจริงๆ มีซาวด์เอฟเฟคต์จากผู้ชมตลอดเวลา ฮือฮา สุโก้ย คาวาอี้ พอหนังจบก็ปรบมือกันทั้งโรง

กลับขึ้นไปด้านบน มีทางออกไปข้างนอกด้วย ดีใจมากที่ได้หยิบกล้องออกมาถ่ายรูปซักที ฮี่ฮี่
ด้านนอกมีบันไดเวียนขึ้นไปดาดฟ้า ผู้คนต่อคิวถ่ายรูปกับหุ่นยนต์เนืองแน่น

ดาดฟ้าเล็กๆเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า ธรรมชาติมาก เสียดายที่ฟ้าไม่ใส ถ่ายรูปออกมาเลยดูหม่นหมองชอบกล เดินวนรอบดาดฟ้าหนึ่งรอบก็กลับเข้าตัวตึก อยู่นานไม่ไหว หนาว

ชั้นสามไม่มีนิทรรศการละ ซีกนึงเป็นรถแมวจากเรื่องโตโตโระ เปิดให้เด็กๆเข้าไปเล่นได้ โซนนี้เสียงดังกระจองอแงมาก มีเด็กๆปีนป่ายรถกับพ่อแม่ยืนรุมล้อมเต็มไปหมด (นี่ถ้าไม่จำกัดอายุคงเข้าไปร่วมวงปีนป่ายด้วย)

อีกฟากเป็นด่านอรหันต์ ซึ่งก็คือร้านขายของนั่นเองงงงงง
อยากได้ผ้าเช็ดหน้าโตโตโระ แต่เราชอบใช้ทิชชู่มากกว่าผ้าเช็ดหน้า และตอนนี้กำลังถังแตกได้ที่ ก็เลยรอดออกมาจากร้านได้โดยไม่ซื้ออะไรเลย (ส่วนแพรผู้ชักชวนมาครั้งนี้หมดไปเป็นพัน…)

ออกไปข้างนอกอีกด้านนึงจะเจอกับคาเฟ่ ผู้คนล้นหลาม ด้านในที่นั่งเต็ม โอเค เดินชื่นชมแต่ข้างนอกก็ได้ (ถึงจะมีที่ว่างก็ไม่กินหรอกเชื่อสิ) 

ทูเดอะคาเฟ่ ป้าย

นี่ก็ป้าย

นอกจากคาเฟ่แล้วด้านล่างก็มีสวนเล็กๆเอาไว้ให้กรี๊ดกร๊าดอีก
window สไมล์! แออัด

 

พอเดินครบแล้วไม่อยากออกจากที่นี่เลย อยากอยู่นานๆ ประทับใจทุกอย่าง 

ชอบคอนเซปท์「迷子になろうよ、いっしょに」(มาเป็นเด็กหลงด้วยกันเถอะ) คือเหมือนเราเป็นตัวละคร แล้วตัวมิวเซียมเป็นฉาก เราจะสนุกสนานด้วยวิธีไหนก็ได้ จะเดินสะเปะสะปะยังไงก็ได้ จะอ้อยอิ่งอยู่ในห้องไหนก็ได้ 

ชอบที่ความใส่ใจรายละเอียด ทุกซอกทุกมุมมีลูกเล่น มีความเป็นจิบลิสอดแทรกอยู่ ขนาดห้องน้ำยังสวยงามน่าตื่นตะลึง แถมช่วงนี้ยังสอดแทรกบรรยากาศคริสต์มาสเอาไว้ด้วยนะ

ชอบที่ทำให้เราได้สัมผัสงานเบื้องหลังของจิบลิได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ (นี่เป็นมิวเซียมที่เน้นดูมากกว่าอ่านคำบรรยาย)

ชอบบรรยากาศที่เหมือนหลุดไปอีกโลก 
ชอบหนังสั้นที่น่ารักและเรียกเสียงหัวเราะของทุกคนได้
ชอบที่ได้เห็นว่าจิบลิเป็นที่รักของทุกๆคนมากแค่ไหน

ถ้าเป็นคนที่ชอบจิบลิมากๆจะต้องชอบมากกว่าเราหลายเท่าแน่ๆ เราที่เฉยๆมาตลอดเหมือนโดนเสกคาถาใส่ เปรี้ยง ตอนนี้รักเลย♥

ไว้จะไปเช่าการ์ตูนจิบลิจากซึทาย่ามาเสพแล้วหาเวลาว่างกลับไปอีกรอบ คราวหน้าจะต้องอินกว่าเดิม!

อ้อ นอกจากชอบจิบลิแล้ว ยังชอบมิตากะด้วย
เมืองอะไรน่ารักชะมัด (〃 ̄∇ ̄ポ)

2 comments on “Ghibli in the forest

  1. missyendee says:

    ฮอทด็อกแพงมากกกแต่อร่อยมากกก ชั้นกินไปสองอันแน่ะ
    ชั้นแอบบถ่ายรูปได้ตั้งหลายใบไม่มีพนักงานมาด่า 5555 อยากอวดๆมีเพื่อนเฝ้าต้นทางให้อยู่

    Like

    • chutipuk says:

      จริงๆแอบถ่ายไม่ยากเลยอะ ตอนเราดูในห้องไม่ค่อยมีพนักงานด้วย คนญี่ปุ่นยังแอบถ่ายกันเพียบ

      แต่ไหนๆเค้าก็ห้ามละ เราเลยขี้เกียจถือกล้องหลบๆซ่อนๆ ดูอย่างเดียวละกัน 55555

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s