YOU CAN (NOT) REDO

ไปดูมาแล้ว ลงทุนไปดูตั้งแต่วันแรกที่ฉายเลย สู้ชีวิตมั้ยล่ะ

ヱヴァンゲリヲン新劇場版:Q
Evangelion: 3.0 You Can (Not) Redo

คำแรกที่พูดขึ้นมาหลังดูจบ “ห๊ะ…”
คำต่อมาหลังตั้งสติได้ “แม่ง……….”

.

. . . .

. . . . . .

*หลังจากนี้สปอยล์เนื้อหาสำคัญของเรื่อง 100000000% นะจ๊ะ*

.

.

.

.

.

ว้อทเดอะเฮลอีสอิทตั้งแต่ยังไม่เริ่มเรื่อง

ดูโฆษณากับตัวอย่างหนังจบแล้วมีโลโก้ Studio Ghibli ขึ้น เริ่มตื่นตระหนกว่านี่เราเข้าผิดโรงรึเปล่า? สิ่งที่ตามมาก็ไม่ได้ช่วยให้อุ่นใจขึ้นซักนิด เป็นภาพโตเกียวจากมุมต่างๆ มีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่เบ้อเริ่มลอยมาปล่อยแสงชะแว้บชะว้าบทำลายเมือง (เอฟเฟคต์ปลอมมาก) ระหว่างนั้นก็มีเสียงผู้หญิงบรรยายถึงเรื่องโลกแตก เสียงนี้นี่แหละที่ทำให้ใจชื้น เพราะจำได้ว่ามันคือเสียงของอายานามิเรย์

ดูสัตว์ประหลาดถล่มโตเกียวเละเทะแล้วก็เริ่มคิดว่าเอวาภาคใหม่จะแนวเกินไปแล้วนะเว้ย เปิดเรื่องด้วยฉากคนแสดงจริงเลยหรอ ดูไปดูมา เครดิตขึ้นเฉยเลย อ้าว ที่แท้ก็แค่หนังสั้นนี่เอง ปัดโธ่ ของจริงมันหลังจากนี้ต่างหาก!

หนังเปิดเรื่องมาด้วยฉากต่อสู้ในชั้นบรรยากาศ เริ่มเรื่องมาก็มีอาสุกะขับ 02 ออกมาเลย ไม่ต้องมารอลุ้นกันแต่อย่างใดว่าเจ๊แกจะรอดมาจากภาคที่แล้วได้ยังไง (และตลอดทั้งเรื่องก็ไม่มีคำอธิบายใดๆ) ฉากต่อสู้แรกสุดอลังการมาก นั่งอยู่ใกล้ลำโพงโรงหนังหูแทบแตก แต่ก็พูดได้เต็มปากเลยว่าฉากต่อสู้ในเอวายังคงโคตรเท่เหมือนเดิม

หลังจากนั้นเรื่องก็จะเล่าจากมุมของชินจิ ซึ่งปกติแม้ชินจิจะทำตัวงี่เง่ายังไงก็จะไม่ค่อยมีผู้ชมรู้สึกสงสาร แต่ภาคนี้เราดูแล้วเห็นใจชินจิมากกกกกกก อยากตบมิซาโตะรัวๆ อย่าคิดว่าแก่แล้วจะทำอะไรก็ได้นะป้า

เรื่องมันมีอยู่ว่า ผ่านมา 14 ปีหลังจากภาคที่แล้ว ชินจิตื่นขึ้นมาบนเรือลำนึง ลูกเรือคุ้นหน้าบ้างไม่คุ้นบ้าง มีมิซาโตะเป็นกัปตัน ชินจิงงว่าที่นี่ที่ไหน แล้วเมียที่ช่วยไว้ภาคที่แล้วอยู่ไหน แต่ทุกคนทำท่าทางเกลียดแค้นชิงชังกำหมัดกัดฟันกันใหญ่ มิซาโตะก็พูดจาห้วนๆใส่บอกว่าเธอน่ะไม่ต้องขับเอวาแล้ว

เราเป็นชินจิคงรู้สึกว้อทเดอะฟัคอย่างแรง ปกติอ้อนวอนให้ขับกันจะเป็นจะตาย อยู่ดีๆก็มาขับไล่ไสส่งหน้าตาเฉย ไม่มีใครอธิบายอะไรแล้วก็เอาไปขัง แถมอยู่ดีๆอาสุกะก็โผล่มาด่าๆๆๆๆซ้ำเติมอีกต่างหาก

พอเรย์ขับ 00 มารับ ชินจิรีบไปไม่ลังเล คนอื่นๆก็ห้ามว่าอย่าไป (สรุปพวกป้าจะเอายังไงกับชีวิต?) ณ จุดนั้น ถ้าเราเป็นชินจิ ก่อนไปอาจจะถีบมิซาโตะลงทะเลแดงซักเปรี้ยงด้วยความรำคาญใจ

ความช็อคที่ตามมาคือ ตอนนี้มิซาโตะ อาสุกะ มาริ (+ตัวประกอบอื่นๆ)ไม่ได้อยู่กับเนิร์ฟ แต่ทำงานในองค์กรที่ต่อสู้กับเนิร์ฟ โอ้ นี่มันอะไร เอวาโฉมใหม่ไปไกลกว่าเดิม มีการแปรพักตร์ด้วย เซอร์เรียลมาก!

หลังจากนั้นก็เป็นเนื้อเรื่องใหม่แทบทั้งเรื่อง แต่ก็ยังมีของเก่าแทรกซึมอยู่บ้าง เช่นเรื่องของเกย์โอรุ ซึ่งเป็นจุดขายของภาคนี้ (ตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ)

คาดหวังไว้ว่าคาโอรุจะเป็นตัวละครที่เปลี่ยนแปลงเรื่องอย่างยิ่งใหญ่ เพราะสองภาคที่ผ่านมาชอบทำตัวเหมือนรู้อะไรซักอย่าง และวางแผนจะทำอะไรเพื่อชินจิอยู่ (ได้ข่าวว่าออกภาคละประโยค)

ไม่ทันไร ตู้ม คาโอรุตายแล้วครับผม บ๊ายบายชินจิคุง

เฮ้… คาโอรุ ไหนบอกว่าจะทำให้ชินจิคุงมีความสุขเองไง แต่ที่เห็นนี่… ตอนขึ้นไปขับเอวาด้วยกัน นอกจากนายจะเป็นตัวถ่วงแล้ว ยังต้องมาร่างระเบิดเลือดสาดตายให้เห็นกันจะจะตาอีกรึ? แถมยังเป็นคนไปชี้โพรงให้ชินจิทำให้เกิด fourth impact อีก นี่นายทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันแย่ลงกว่าเดิมอีกไม่ใช่รึ

กลายเป็นว่าคาโอรุมีดีตรงความกิ๊วก๊าว ชวนชินจิมานั่งดีดเปียโนงุ้งงิ้งน่ารัก นอนดูดาวด้วยกันแล้วก็ยิ้มพลางมองหน้าชินจิ เอาปลอกคอมาใส่แทนอย่างห่วงใย คอยพูดให้กำลังใจ ซ่อมวอล์กแมนให้ ทำเอาชินจิระทดระทวย ลืมเรื่องเมียและกลายเป็นเมียคาโอรุแทนในที่สุด (เดี๋ยวนะ…)

แต่พอถึงฉากสู้กัน อาสุกะกับมาริบู๊สะบั้นหั่นแหลก (คู่นี้ก็มาแรงเหลือเกิน กลับมาเปิดแฟนอาร์ท เจอดอกยูริบานสะพรั่งเลยทีเดียว) ส่วนคาโอรุได้แต่พูดงึมงำ เก๊กหล่อ แล้วก็ตาย โถ…

กลับมาที่ชินจิ ความเจ๋งโคตรๆของชินจิในภาคนี้คือ ทำโลกแตกไปสองรอบ (รอบแรกคือภาคที่แล้ว) เผลอแป๊ปเดียวผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย โลกแตกอีกแล้ว ถ้าเราเป็นชินจิจะอัศจรรย์ใจมากว่าโลกแตกกันง่ายขนาดนี้เลยหรอเฮ้ย? แล้วกว่าจะจบเรื่องต้องเจออีกกี่อิมแพคต์เนี่ย?

ที่แย่คือ ภาคที่แล้วทำให้โลกแตกเพราะช่วยเรย์ มาภาคนี้เรย์ดันจำไม่ได้เพราะกลายเป็นเรย์คนใหม่ไปแล้ว เรย์ที่ในที่สุดก็เป็นผู้เป็นคนมากขึ้นจากไปแล้ว(รึเปล่า?) สรุปว่าทำโลกแตกฟรีๆจ้า

มีคนตั้งข้อสงสัยว่าบางทีชินจิในภาคนี้อาจจะไม่ใช่ชินจิในภาคก่อน เป็นชินจิคนที่สอง มีตัวตายตัวแทนเหมือนเรย์ คิดกันไปไกลมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ (อันนี้เราไม่ค่อยคล้อยตามนะ ดูจากปฏิกิริยาของอาสุกะ น่าจะเป็นชินจิคนเดิมนั่นแหละ คนที่ทำตัวแปลกๆมีแค่มิซาโตะ)

ดูแล้วยังรู้สึกสับสนมึนงงกับเนื้อเรื่องอยู่หลายจุด พอกลับมาอ่านความเห็นคนญี่ปุ่นดู โอ้ แทบทุกคนงงไม่แพ้กัน แสดงว่าเราไม่แปลกสินะ ดีใจ๊ดีใจ (มีคนนึงบอกว่า Quick เกินไป เลยมีแต่ Question จริงที่สุด)

อย่างไรก็ตาม
เหตุผลที่ร้องห๊ะตอนดูจบเป็นเพราะความอึ้งว่า นี่จบแล้วหรอ จะบ้าหรอ ล้อเล่นรึเปล่า?

ช่วงก่อนจบดูเกือบๆจะเป็นไคลแมกซ์แล้วก็จริง แต่มันยังไม่ทันพีค ไม่ร้องว้าวเหมือนภาคก่อนๆ ตอนคาโอรุตายก็เฉยๆ (ถามจริงคาโอรุกับชินจิเจอกันถึงสามวันยัง?) เกือบๆซึ้งตรงที่ทั้งสองคนอยู่ข้างกันแท้ๆแต่ชินจิก็ช่วยคาโอรุไม่ได้ เหตุที่ซึ้งไม่ลงเพราะอึ้งอยู่

แล้วไง คาโอรุตาย โลกแตก อาสุกะ ชินจิ เรย์ สามคนเดินไป ทิ้งรอยเท้าไปบนผืนทราย

จบ
โปรดติดตามตอนต่อไป
พรืด หัวทิ่มเบาะหน้ากันทั้งโรง

ยังมีอีกเรื่องที่สงสัย คาจิหายไปไหน
ภาคหน้าคงได้รู้กัน รอไปเหอะ บอกว่าจะฉายปีหน้า แต่จะได้ดูปีหน้าจริงรึเปล่าก็ไม่รู้

เราชอบเอวาภาคนี้นะ เป็นอนิเมะที่สนุก แต่ถ้าเทียบกับทั้งสองภาคที่ผ่านมา ชอบภาคนี้น้อยที่สุด ตอนนี้เรียงลำดับความชอบ Rebuild of Evangelion ได้ดังนี้ 2 >1 >3

ภาคที่แล้วทำไว้ดีมาก พลอตดี จังหวะเล่าเรื่องดี ภาพ เพลง ทุกอย่างมันลงตัวไปหมด ดูจบแล้วแทบจะตีตั๋วดูรอบต่อไปอีกทันที เราเลยคาดหวังกับภาคนี้ไว้สูงลิบ ผลสุดท้ายจะว่าผิดหวังก็ไม่เชิง เรียกว่าไม่ดีเท่าที่คาดหวังไว้ และไม่สมกับที่รอคอยดีกว่า

ภาคนี้เนื้อเรื่องมันเครียดสุดๆ ดูแล้วปวดหัว ปวดตับ ปวดไต (แต่ใจเต้นแรงเพราะฉากคาโอชิน แอร๊ >///<) อย่างภาคก่อนๆมันหดหู่อย่างมีความหวัง ช่วงท้ายจบแบบเคลียร์ปมอันแสนเครียดที่ปูไว้อย่างไม่ค้างคา แต่ภาคนี้ขมวดไว้สิบล้านปม แก้แค่ปมเดียวแล้วก็จบ มันเลยรู้สึกค้างๆคาๆ (นี่ตอนขนส่งฟิล์มทำขาดไปครึ่งม้วนหรืออะไร?)

คุยกับดาวที่ไปดูด้วยกันว่าถ้าเป็นแฟนเอวาตั้งแต่สมัยภาคทีวีไม่น่าจะชอบภาคนี้ มันเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมาก หันไปเน้นเนื้อเรื่องมากกว่าเน้นตัวละคร แต่พอลองมาอ่านฟีดแบคคนญี่ปุ่นแล้วก็มีทั้งคนที่ชอบสุดๆกับคนที่ไม่ชอบเลยแฮะ

แล้วไปอ่านเว็บญี่ปุ่นพวกนี้ยิ่งปวดหัวหนักกว่าเดิม มีแต่คนตีความคำพูด  “แล้วพบกันใหม่” ของคาโอรุก่อนตายว่าเดี๋ยวได้วนลูปเนื้อเรื่องแหง ภาคต่อไปมีชื่อภาคเป็นสัญลักษณ์ repeat ซะด้วย บางคนก็วิเคราะห์ว่าภาคต่อไปก็คือภาคสามอีกรูทนึง เพราะตัวอย่างภาคสามในท้ายภาคสองมันไม่ใช่อย่างที่เห็นซักนิด

โอว แม่เจ้า จะได้ดูจบก่อนตายมั้ยเรื่องนี้ ขอแบบจบบริบูรณ์ในภาคสี่เถอะนะ

ว่าแต่ กระทู้ญี่ปุ่นนี่ดิสคัสกันถึงพริกถึงขิงสุดๆ ทั้งๆที่จะเข้าไปอ่านเพื่อให้ตัวเองเข้าใจมากขึ้น กลายเป็นว่าพลอยสงสัยตามไปด้วยเพิ่มอีกหลายเรื่อง ตอนนี้พากันเดาตอนจบไปต่างๆนานา แถมมีการตีความสัญลักษณ์ในเรื่องกันสนุกสนานเฮฮา (เราไม่ค่อยเฮฮาด้วยเพราะนั่งเปิดดิกตาเหลือก) แน่นอนว่าคนด่ามิซาโตะก็เยอะ ไงล่ะ เรตติ้งตกเลยนะป้า

โอย เขียนต่อไปก็คงงงกว่าเดิม สรุปเถอะ

ส่วนที่ชอบ

– เนื้อเรื่องใหม่ที่ไม่ใกล้เคียงของเดิมเลย เดาตอนจบไม่ออก

– ใช้ซีจีช่วยเยอะทำให้ฉากรบราฆ่าฟันตระการตาหลายๆ

– ซาวด์แทรค ไม่น่าประทับใจเท่าภาคที่แล้ว แต่ก็มีสไตล์เฉพาะตัวในแบบของภาคนี้ดี

– โปสเตอร์ มีความสุขมากที่เห็นโปสเตอร์อันนี้แปะอยู่ทั่วไป ถึงกับซื้อแฟ้มรูปนี้ และแฟมเฟลตที่หน้าปกเป็นรูปนี้มาเลย

– รอยยิ้มเศร้าๆของคาโอรุ และบทพูดเยี่ยงพระเอกการ์ตูนสาวน้อย

– อาสุกะดูเป็นคนดีและน่ารักกว่าเดิมเยอะ

– ชื่อภาค You can (not) redo

ส่วนที่ไม่ชอบ

– ภาพบางตอนดูลวกๆ โดยเฉพาะภาพวาด

– สั้นไป

– ไคลแมกซ์ไม่สามารถดึงอารมณ์ร่วมได้มากพอ

– คาโอรุตายเร็วเกิน

ป.ล. ดูจบแล้วกลับมาเขียนบล็อกได้ยืดยาวขนาดนี้รู้สึกดีมาก เพราะค่าตั๋วโคตรแพง ถ้าดูแล้วไม่หลงเหลือจารึกไว้บ้างเลยคงน่าเศร้า แต่ถ้าดูตั๋วลิโด้ร้อยนึงที่คุ้มสุดๆละนะ เป็นเรื่องที่ควรเบิ่งในโรงเท่านั้นจริงๆ

Advertisements

4 comments on “YOU CAN (NOT) REDO

  1. Kuro Minz says:

    ขออนุญาตเข้ามาจิ้นคาโอชินด้วยคนค่ะ
    ภาคนี้นางเอกต้องยกให้ชินจิจริงๆ
    เมื่อไหร่จะเข้าไทย อยากดูจังเลยยยย มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    โดยเฉพาะที่ฉากคาโอรุดีดเปียโดนจีบชินจิ มันฟินมากค่ะ ถ้าไปดูในโรงจริงๆนะ!! &%&*(&)^)*^&(

    ไม่ว่าเมื่อไหร่คาโอรุก็ตาย เฮ้อ…. แล้วชินจิจะได้สมหวังมั้ยเนี่ย……
    ตอนจบท่าจะเงิบ…

    ปล.ชอบสำนวนที่พี่เขียนจังค่ะ โดนใจ XD
    //หนูฟอโล่วทวิตพี่ไปน้า

    Like

    • chutipuk says:

      ชอบฉากเข้าพระนาง(?)ภาคนี้จริงๆค่ะ ถึงจะไม่แซ่บเท่าภาคทีวีของดั้งเดิมหรือภาคมังงะ แต่คาโอรุพูดออกมาแต่ละประโยคแม่ยกแทบสลบไสลไปตามๆกัน ไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมชินจิดูเขินๆคาโอรุตลอดเวลา (ฮา)

      ถ้าเข้าไทยอาจจะหลังดีวีดีออกก็ได้นะคะ แต่ยังไงก็ดูในโรงดีกว่าค่ะ ถ้าชอบคาโอชินคุ้มแน่ๆค่ะ! (นี่ก็กะว่าอาจจะกลับไปดูในโรงที่ไทยอีกรอบล่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆ)

      Like

  2. Mirai Saki says:

    บทสนทนาโคตรเซอร์วิสสาววายค่ะ แต่ทำร้ายกันมากตอนสุดท้าย ; w ;”
    ส่วนตัวฉากที่ไอ่ชินจิดึงหอก ความรู้สึกเหมือนชินจิทำประชด คือถ้าเห็นคาโอรุบอกว่าไม่ เราก็ควรจะหยุดนะเราว่า //แต่ถ้าหยุดเรื่องคงไม่ดำเนินต่อ ถถถถถ

    Like

    • chutipuk says:

      เราว่าชินจิดันทุรังดึงหอกเพราะหยุดไม่ได้แล้วล่ะค่ะ อาจมีความรู้สึกประชดคาโอรุปนๆกับความเชื่อว่าถ้าดึงหอกออกมาแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น คือชินจิไม่รู้วิธีแก้ไขอย่างอื่นนอกจากดึงหอกออกมาแล้ว

      แต่ที่ไหนได้……. orz orz orz

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s