Chiba Fest

เมื่อวานไปงานวัฒนธรรมของมหาลัยมาแล้วล่ะ

สภาพคล้ายๆงานชมรมนิทรรศของที่เตรียมฯ พูดอีกอย่างคือ สเกลเท่างานโรงเรียนมัธยม ไม่ได้จัดใหญ่โตน่าตื่นตะลึงแบบจุฬาวิชาการแต่อย่างใด

บนถนนในมหาลัยจะมีซุ้มของกินจากชมรมต่างๆเรียงราย ความคาดหวังเบื้องต้นคือ คงเต็มไปด้วยทาโกะยากิ แกงกะหรี่ หรืออะไรที่มันญี่ปุ่นๆและทำง่ายขายคล่อง แต่ทว่า สภาพความเป็นจริงที่พบคือ เต็มไปด้วยเครปและชูโรสร้านเว้นร้าน ส่วนทาโกะยากิสูญพันธุ์ไปหมดแล้วจ้ะ

การเดินบนถนนเส้นนี้จะทำให้รู้สึกว่าฤดูใบไม้ผลิของชีวิตมาถึงแล้ว ไม่ว่าจะหน้าตาเหลาเหย่แค่ไหนก็กลายเป็นสาวป๊อปได้อย่างง่ายดาย พอเดินผ่าน หนุ่มๆจากแต่ละร้านจะพุ่งเข้ามาชักชวนไปซื้อของกิน บางคนถึงกับถามด้วยความห่วงใยว่าหิวมั้ย พอตอบว่าไม่มีเงินก็จะสลายตัวในพริบตา บายค่ะ

ตอนเที่ยงไปเข้าคิวรอดูประกวดมิสเตอร์&มิสจิบะ งานควรเริ่มตอนเที่ยง แต่เริ่มจริงๆเกือบบ่าย โอ้ นี่พวกเธอเป็นญี่ปุ่นปลอมสินะ

นึกว่าจะมีประกวด ตอบคำถาม ฯลฯ ที่ไหนได้ เรียกผู้เข้ารอบออกมาทีละคนแล้วประกาศผลเลย เฮ้ย รีบไปมั้ย? ยังไม่ทันตัดสินใจเลยว่าจะเชียร์ใครดี พี่ประกาศผลแล้วหรอ?

จริงๆแล้ววันก่อนก็มีประกวดมาแล้วรอบนึง ไม่รู้ว่านานกว่านี้มั้ย แต่ที่เลือกมาดูรอบหลังเพราะคิดว่าพวกไฟนอลลิสท์คงจะหล่อแบบคัดสรรคุณภาพแล้ว (ซึ่ง ก็ไม่….)

ก่อนเริ่มงาน มีแผ่นพับแจก ให้ดูวีทีอาร์ ดูรูปผู้เข้าประกวดแต่ละคน ตอนแรกรู้สึกว่าชายก็ไม่หล่อ หญิงก็ไม่สวย แต่พอทุกคนเดินออกมาจริงๆ ผู้หญิงเริ่ดมากกก แต่งหน้าแล้วเกิดทุกคน คนสุดท้ายใส่ชุดแต่งงานแบบญี่ปุ่นมาอย่างอลังการ เดินออกมาฮือฮาทั้งฮอลล์ ส่วนผู้ชาย…. ทุกคนเกือบหล่อแล้ว พยายามอีกนิดนึงนะ

ผู้ชายที่ชนะหน้าตาเดินดินสิ้นดี แต่พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆแล้วตกตะลึงในความหน้าใสของคุณพี่เขาอย่างแรง หน้าเนียนเด้งไร้รูขุมขน ย้อนกลับมาดูหนังหน้าตัวเองแล้วรู้สึกละลายใจอย่างบอกไม่ถูก (ว่าแต่ สรุปมิสเตอร์จิบะนี่ตัดสินกันที่ความเนียนของหนังหน้าหรอฮะ?)

ผู้หญิงที่ได้ตำแหน่งมิสจิบะเป็นคนที่เราเชียร์ด้วย! เชียร์เพราะชอบชุดและปากแดงแปร๊ดถึงใจดี จบ

จบงานนี้ก็ออกไปเดินดูพวกร้านที่อยู่ในตึก บรรยากาศเหงาหงอยมาก แต่ละชมรมดูขลุกอยู่กับพวกตัวเอง เดินเข้าไปในห้องชมรมถ่ายภาพแล้วเหมือนเป็นอากาศ ทุกคนปล่อยให้เดินดูแล้วก็นั่งเมาท์กันเอง ตอนแรกก็แอบสนใจชมรมนี้นะ แต่เราคงเป็นพวกเดียวกันกับเขาเหล่านั้นไม่ได้ โฮๆๆ

ความสนุกมันเกิดขึ้นตอนที่เดินผ่านเมดคาเฟ่! หน้าร้านมีชายหนุ่มสองคนแต่งตัวเป็นฟุตแมน (เรียกง่ายๆว่า บ๋อย) เรากับเพื่อนที่ไปด้วยกันเกิดอยากจะอเมซิ่งแจแปน ไปยืนต่อคิวรอเข้าคาเฟ่กัน (คาดว่านี่คงเป็นร้านเดียวที่ต้องต่อคิว)

พอถึงคิว ฟุตแมนหน้าร้านจะมาเรียก เปิดประตูเข้าไปจะเจอสาวเมดกับพ่อบ้านมายืนโค้งพร้อมบทพูดในตำนาน “โอคาเอะรินาไซมาเสะ”

แล้วพ่อบ้านก็พาไปนั่ง แน่นอนว่ามีการดึงเก้าอี้ให้คุณหนูนั่งตามบทบาท แล้วสาวเมดก็มาอธิบายว่าให้นั่งสี่สิบนาที อยากได้อะไรสั่นกระดิ่งเรียกเลยนะคะคุณหนู (นี่จัดกันจริงจังมาก โอว ทั้งขำทั้งเกร็ง บรรยากาศกดดันเหลือเกิน)

ลองสั่งขนมปังปิ้งกับแฮม แล้วก็คาเฟ่โอเล่มากิน ขอบอกว่าไม่อร่อยซักอย่าง นี่กะจะขายบรรยากาศกันอย่างเดียวเลยใช่มั้ย? ความตื่นตาตื่นใจหลังจากสั่งอาหารมาคือ เมดจะมาใช้ซอสวาดรูปบนขนมปังให้ด้วยนะเออ (แม่เจ้า นึกว่าอยู่ในการ์ตูน นี่มันเหมือนในประธานสาวเมดเด๊ะะะ)

นั่งไม่ถึงสี่สิบนาทีก็สั่นกระดิ่งเรียกเก็บเงิน เสพบรรยากาศและส่องพ่อบ้านพอแล้ว ไม่รู้จะนั่งต่อทำไม กดดันเกิ๊น (รู้สึกได้ว่าพ่อบ้านก็ดูเกร็งๆ ฮา) ตอนจะออกก็ต้องรอพ่อบ้านมารับที่โต๊ะ เสียดาย พ่อบ้านหนุ่มร่างสูงจมูกโด่งไม่ได้ดูแลโต๊ะเรา ฮื้อ

เป็นอันว่าได้ลิ้มรสประสบการณ์เมดคาเฟ่มือสมัครเล่นเรียบร้อย ทำให้ยิ่งอยากไปคาเฟ่พ่อบ้านของจริงเลยอะะะะ รอก่อนนะ สวอลโล่เทลจ๋าาาาาา

หลังจากนั้นก็ไปดูการแสดงของชมรมมายากล มีกลอยู่ห้าอย่าง ชอบคนที่เล่นกลไพ่ที่สุด ลีลาแพรวพราว มองตามยังไงก็มองไม่ทัน เหมือนไพ่ไหลออกมาจากร่องนิ้วทั้งสำรับ ประทับใจ! (อีกอย่าง มองแบบสลัวๆ คนเล่นก็เหมือนจะหล่อดี แฮ่ๆ)

ตอนเย็นเจอพี่โป้ง พี่คนไทยที่อยู่ที่นี่มาหลายปี พี่เค้าพาไปกินร้านอาหารชุด ส่วนใหญ่เป็นเมนูปลา สั่งปลาซาบะมากินเพราะไม่รู้ว่าปลาอื่นหน้าตาเป็นยังไง (-_-)

กินไปซักพักมีคนมาเลเซียเดินเข้าร้านมาคนเดียว พูดภาษาญี่ปุ่นก็ไม่ได้ ป้าเจ้าของร้านเลยให้เราช่วยเป็นล่าม ต้องมาแปลอังกฤษญี่ปุ่นกันก็คราวนี้ สับสนงุนงงมาก ป้าได้ทีใช้เราแปลใหญ่ แง่ง!

ออกจากร้านมาโดยปล่อยคนมาเลเซียเผชิญหน้ากับลุงและป้าเพียงลำพัง ขอให้โชคดี

ปิดท้ายวันที่ร้านเค้ก เค้กหน้าตาธรรมดาแต่รสชาติล้ำมากกกกก
เดี๋ยวได้ไปกินอีกหลายครั้งแน่ ฮี่ๆ

พรุ่งนี้ต้องไปเดินงานมหาลัยกับติวเตอร์อีกรอบ จริงๆแล้วขี้เกียจไปละ หมดความสนใจเรียบร้อย แต่คิดในแง่ดีว่าถ้าไปวันอาทิตย์และไปกับติวเตอร์อาจมีอะไรแปลกใหม่ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย (พยายามปลอบใจตัวเองสุดๆ)

2 comments on “Chiba Fest

  1. Jaysaran says:

    เคยไปเมดตาเฟ่มาเหมือนกัน (คนญี่ปุ่นพาไป) เมดนี่เล่นเอาเขินเลยนะ 555

    Like

    • chutipuk says:

      ไม่กล้าไปเมดคาเฟ่ของจริงอะ แค่นี้ก็กดดันจะแย่ละ ฮ่าๆๆๆๆ

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s