Fuji-Q High Land

ปกติเวลาไปเที่ยว ไม่ค่อยได้เข้าสวนสนุกเท่าไหร่ เพราะที่บ้านไม่มีใครชอบสวนสนุกเลย

แต่มีสวนสนุกแห่งนึงที่อยากลองไปให้ได้ซักครั้งในชีวิต เพราะได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือมานานว่าเสียวไส้อ้วกแตกของจริง แน่นอนว่าหมายถึง ฟูจิคิวไฮแลนด์นั่นเองงงง นั่นเองงงง นั่นเองงงง 

นั่งรถไฟเที่ยวแรกสุดของเช้าวันเสาร์อันหนาวเหน็บ แหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ กว่าจะถึงฟูจิคิวที่อยู่จังหวัดยามานาชิ ใช้เวลาสามชั่วโมงกว่าๆ เปลี่ยนรถไฟห้าต่อ สมบุกสมบันตั้งแต่ยังไม่ก้าวเข้าสวนสนุก (คือจังหวัดจิบะก็มีดิสนีย์แลนด์ ที่ใกล้ๆทำไมไม่รู้จักไป?)

ไปกับเกศแก้วแค่สองคน ไปกันแค่สองคนนี่ก็ดี อยากเล่นอะไรก็ได้เล่น บ้าพลังทั้งคู่ ไม่มีการอิดออดว่าอันนั้นไม่เอา อันนี้ไม่เล่น เพราะจุดประสงค์หลักคือไปเล่นโรลเลอร์โคสเตอร์!

ถึงสถานีฟูจิคิวไฮแลนด์เกือบเก้าโมง ใกล้เวลาเปิดพอดี ยืนต่อคิวไม่นานก็ได้เข้า ถ้านั่งรถไฟไปจะได้เข้าทางเข้าด้านหลัง เป็นทางเข้าที่ใกล้กับเครื่องเล่นไฮไลท์ที่สุดอย่างนึง มีชื่อว่า ええじゃないか (เอ้จาไน่กะ)

พอหันขวาเจอเอ้จาไน่กะ ก็เดินจ้ำไปต่อคิวขึ้นทันที เพราะกลัวเดี๋ยวคนมาเยอะจะต้องต่อคิวนาน เริ่มแรกก็ขึ้นอันที่ว่ากันว่าอำมหิตที่สุดก่อนเลย (นี่พวกหล่อนไม่คิดจะอุ่นเครื่องกันเลยใช่ไหม) ความอำมหิตของเอ้จาไน่กะ ได้แก่ 1.นั่งห้อยขา 2.นั่งถอยหลัง 3.รางหมุนเยอะมาก 4.ที่นั่งหมุนได้ด้วยตัวเองอีกต่างหาก

ต่อคิวประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เล่น ได้นั่งหลังสุด ซึ่งเปรียบเสมือนอยู่หน้าสุดนั่นแหละ บอกแล้วว่ามันนั่งถอยหลัง ตอนรถค่อยๆเคลื่อนตัวถอยหลังออกไป ภาพสุดท้ายที่มองเห็นคือ พนักงานยืนตบมือร้องเพลง เอ้จะไน่กะ เอ้จาไน่กะ แปะ แปะ

หลังจากนั้นภาพที่ตามมาคือ ท้องฟ้า พื้นดิน พื้นดิน ท้องฟ้า ฟูจิซัง ท้องฟ้า หมู่บ้าน ท้องฟ้า พื้นดิน หมุนไปหมุนมาหลายตลบมาก แต่สิ่งเดียวที่รู้สึกตอนอยู่บนนั้นคือ โอ้ วันนี้ท้องฟ้าสวยดีจังเลย

ไม่เวียนหัวและไม่เสียวเท่าที่จินตนาการไว้ มีช่วงเสียวไส้ก็แค่ตอนแรก (ยังไม่ทันปรับตัว) ผ่านไปซักสองสามโค้งก็เริ่มชิน สิ่งเดียวที่ทำให้ทรมานคือการนั่งห้อยขา พอรถเหวี่ยงทีก็ขากระแทกกับที่นั่งที ฟกช้ำดำเขียวกันก็จังหวะนี้

พอผ่านน้องเอ้มาได้ ก็เริ่มมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น อันที่ว่ากันว่าโหดขริงๆเรายังรอดมาได้แบบชิวๆ ที่เหลือคงไม่เท่าไหร่หรอกม้าง

คิดแบบนี้แล้วก็จะไปต่อโคสเตอร์สุดโหดอีกอันโดยพลัน ระหว่างทางแวะเล่น トンデミーナ (ทนเดะมีนะ) เป็นเครื่องเล่นกลมๆ เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ดูเหมือนจะเสียวเทียบเท่าไวกิ้ง แต่พอนั่งจริงก็เหมือนขึ้นไปชมวิวเฉยๆ คนข้างๆถึงกับร้องว่า “โอ้ ฟูจิซังดะ” แบบสบายๆ เป็นเครื่องเล่นแนวรับลมชมวิวโดยแท้

แล้วเราก็ไปต่อคิวรอเล่น 高飛車 (ทาคาบิฉะ) กัน ต่อคิวเกือบสองชั่วโมงได้มั้ง ไม่ได้จับเวลา แต่รู้สึกได้ว่าเป็นเครื่องเล่นที่โคตรฮิตอีกอย่างนึง

ความโหดของมันอยู่ที่ การทิ้งดิ่งทำมุม 121 องศา ปกติทิ้งดิ่งเป็นมุมฉากก็ว่าร้ายกาจแล้ว อันนี้พี่แกเล่นเว้าเข้าไปเลย แถมก่อนทิ้งตัวมีการให้เวลาทำใจด้วยนะ

ระว่างยืนรอมองไม่เห็นแม้แต่เสี้ยวราง ถ้าจุดยืนรอมองเห็นรางอาจมีคนถอดใจหลายราย ก่อนเล่นเราก็ไม่ได้ยืนมองหรอก แต่พอเล่นเสร็จมายืนดูคนอื่นเล่นแล้วรู้สึกว่าน่าอ้วกคาเครื่องจริงๆ รางโหดมาก โค้งไปโค้งมาตีลังกาขึ้นลง นี่พี่เขาดีไซน์รางด้วยการเอาขดลวดมาพันกันมั่วๆรึเปล่า?

แต่ ขอบอกว่าอันนี้แหละ สนุกมากกกกกกกกกกกก ไม่ได้นั่งห้อยขาจนฟกช้ำเหมือนน้องเอ้ด้วย นั่งหน้าสุดอีกต่างหาก ตอนตีลังกากับเข้าโค้งเพลิดเพลินมาก แต่ช่วงที่ทิ้งดิ่ง 121 องศานี่เกินทำใจได้จริงๆ เลยหลับตาไปชั่วขณะนึง พลาดมาก หลับตาปุ๊บ ไร้ซึ่งความเสียวไส้ใดๆ

ประทับใจทาคาบิฉะมาก ชอบมาก ชอบที่สุดในบรรดาโรลเลอร์โคสเตอร์ทั้งหมดที่เคยเล่นตลอดยี่สิบเอ็ดปีในชีวิต (แหม่ พูดเหมือนเคยเล่นมาเยอะ)

เล่นเสร็จราวๆเที่ยงพอดี หิวไส้กิ่ว ไปนั่งกินมอสเบอร์เกอร์กัน กินเสร็จยังไม่กล้าเล่นโคสเตอร์ต่อ กลัวอ้วก (แม้ว่าสองอันที่ผ่านมาจะไม่ได้ทำให้เวียนหัวซักนิด) เลยไปเดินย่อยอาหารใน EVANGELION: WORLD กัน

ข้างในเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับเอวา แต่ก็ไม่น่าตื่นตาตื่นใจเท่าที่คิด ตอนเดินเข้าไปเจอโมเดลเอวา o1 ก็เลยถ่ายรูป กลุ่มเด็กประถมข้างๆหันมามองหน้ากึ่งๆประณามแล้วบอกว่า “เอ๊ะ ถ่ายรูปไม่ได้ไม่ใช่หรอ” เราเลยต้องเดินไปชี้ป้ายที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่าถ่ายได้ นี่พวกแกเป็นเด็กญี่ปุ่นไม่ใช่หรอเว้ยเฮ้ย (-_-)

พอหันไปอีกทีอีเด็กพวกนี้ควักกล้องออกมาถ่ายกันทั้งกลุ่ม เอิ่ม 55555

ข้างในจำลองเหมือนเป็นฐานทัพของเนิร์ฟ มีโต๊ะลุงเก็นโดให้ไปแอ๊คถ่ายรูป มีโมเดลมาริกับเกย์โอรุหน้าตาจีนแดงโคตรๆ มีฉากเงาเรย์จังเปลี่ยนเสื้อผ้า ฉากในลิฟท์ ฉากในตำนานจากอนิเมะนิดหน่อย

ส่วนที่น่าฮือฮาที่สุดคงไม่พ้นส่วนหัวของเอวา 01 และ 02 โดยเฉพาะห้องที่มี 01 นี่ทำเหมือนอยู่ในอนิเมะจริงๆ มีจอฉายภาพห้องปฏิบัติการของเนิร์ฟช่วงที่ 01 คลั่ง เปิดซาวด์แทรคอย่างยิ่งใหญ่ จบด้วยการพ่นควันออกมาจากจมูกฟืดฟาด มีแสงไฟวูบวาบ แล้วก็จบ (เกิดความรู้สึกว่าไม่ต้องทำแสงสีเสียงแบบนี้ก็ได้ ยืนดูเฉยๆก็พอ)

ตัวนิทรรศการจริงๆเล็กนิดเดียวเอง ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่มุ่งมั่นจะมาดูคงผิดหวังเล็กน้อย เพราะยังไม่ทันเต็มอิ่มก็เดินครบหมดแล้ว

ออกจากเอวาก็ไปเข้า Gundam Crisis กันต่อ (นี่เราไม่ได้เป็นคนอยากเข้าเลยนะ บอกไว้ก่อน เดี๋ยวจะโดนครหาว่าโอตาคุ ฮา) ตอนแรกนึกว่าจะเป็นนิทรรศการแบบเอวา ที่ไหนได้ มันเป็นเครื่องเล่นจ้าาา

เครื่องเล่นนี้จะเปิดให้เข้าไปเล่นเป็นรอบๆ เริ่มมาก็จะมีลุงแต่งคอสเพลย์เป็นช่างซ่อมกันดั้มออกมาแจกพีดีเอ วิธีเล่นคือให้เอาพีดีเออันนี้ไปจ่อตามจุดต่างๆเพื่อดาวน์โหลดข้อมูลให้ทันในเวลาที่กำหนด แล้วก็เอาข้อมูลนี้ไปจ่อที่ตัวกันดั้มเพื่อซ่อมแซม

เป็นการเล่นที่ไม่รู้ว่าเล่นไปเพื่ออะไร ซ่อมไม่ได้ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น แต่ทุกคนดูจริงจังกับมันมาก วิ่งหน้าตั้งเพื่อหาจุดเซฟข้อมูล ไอ้เราฟังคำอธิบายวิธีเล่นของลุงช่างแล้วก็ยังงงๆ เลยได้แต่เฮโลตามคนญี่ปุ่นไป พอหมดเวลาของโซนแรกก็จะมีช่างสองสามคนออกมาไล่ให้ไปโซนอื่นต่อ ช่วงใกล้หมดเวลาของทุกโซนมีการนับถอยหลังด้วย กดดันมาก ก่อนจบเกมทุกคนต้องไปยืนดูทีวีที่ฉายภาพการปล่อยตัวกันดั้มของอามุโร่เรย์ ตามด้วยแสงแฟลชแว้บบบ (ตาบอดไปสามวิ) จบเกม เดินออก

ยังไม่เข้าใจว่าเกมนี้มันมีเพื่ออะไร แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน

ย่อยอาหารกันแล้วก็ถึงเวลาขึ้นโคสเตอร์ต่อ ไปขึ้น Fujiyama กัน คิวยาวแต่ต่อแถวไม่นานมาก ระหว่างรอคุยกันว่ารางอันนี้กระจอกมากนะ ดูธรรมดาสิ้นดีเมื่อเทียบกับน้องเอ้และทาคาบิฉะ

หารู้ไม่ ตอนมันค่อยๆไต่ขึ้นไปที่ความสูง 79 เมตรนี่หน้าเจื่อนเลย สูงกว่าที่คิดมาก T_T ตอนถึงจุดสูงสุด มองไปทางซ้ายจะเห็นฟูจิซังตั้งตระหง่านสวยงาม ก่อนจะทิ้งดิ่งวูบบบบบลงมาอย่างรวดเร็ว

ความโหดของฟูจิยามะคือ โคตรสูง และโคตรนาน นั่งไปนั่งมาก็สงสัยว่าทำไมมันไม่จบซักที นี่เราต้องอยู่บนนี้อีกนานแค่ไหน จนสวนสนุกปิดแล้วมันจะจบมั้ย เนิ่นนานเหลือเกิน เป็นเครื่องเล่นที่เหนือความคาดหมายมาก ผิดไปแล้วที่ด่าว่ากระจอก

รอดชีวิตจากฟูจิยามะมาได้ ก็เหลือโคสเตอร์อย่างเดียวแล้ว คือ ドドンパ (โดะดงปะ)

อันนี้ต่อคิวนานนนนนมากกกกกกกก รอแล้วรออีกจนสิ้นหวัง ซักสองชั่วโมงกว่าๆ ยืนขาแทบหลุด เกือบลืมไปแล้วว่านี่เรากำลังต่อคิวเล่นอะไรอยู่ ระหว่างรอก็ต้องยืนดูทีวีที่ฉายภาพมาสคอตของสวนสนุก เป็นแก๊งฮีโร่ชื่อ ไฮแลนเดอร์ ยืนฟังเพลง โดะดงปะ โดะดงปะ จนหลอนมาถึงตอนนี้

โดะดงปะเป็นโคสเตอร์ที่น่าจะสบายๆที่สุดในฟูจิคิวแล้ว รางเรียบง่ายธรรมดาดูน่ารัก แต่จุดเด่นของมันคือ ความเร็ว 172 กม/ชม. นึกว่าจะคล้ายๆนั่งรถเปิดประทุนซิ่งบนทางด่วนอะไรทำนองนั้น

ขึ้นไปนั่งแล้วมันจะเลี้ยวออกไปจอดอยู่ซักพัก แล้วก็มีเสียงพูดงึมงัมๆ ตามด้วยนับถอยหลัง three two one ซู่มมมมมมมมมมมมมมมมมมม

ตอนนีลอาร์มสตรองไปดวงจันทร์ยังไม่น่าจะพุ่งเร็วเท่านี้ มันเร็วมากกกกกกกก เร่งความเร็วจาก 0 ไป 172 ได้ในเวลา 0.000324283 ไมโครวินาที (มั่ว) เหมือนทิ้งร่างไว้แล้วพุ่งไปแต่วิญญาณ รู้ตัวอีกทีก็จบแล้ว ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ลงจากรถแล้วสับสนว่าเมื่อกี้เราเล่นไปแล้วแน่หรอ มั่นใจว่าเล่นไปแล้วจริงๆก็ตอนที่จับผมแล้วพบว่าฟูเป็นสิงโตนั่นแหละ

ที่แย่คือ ตอนเล่นโดะดงปะไม่มีแดดแล้ว เหลือแต่ลมหนาวหวิวๆ ตอนมันออกตัวแรงเป็นจรวดนี่ลมตีหน้าบุบไปเลย หนาวสะท้านเหมือนกำลังดิ่งลงเหวที่ขั้วโลกใต้

เล่นอันนี้จบก็ห้าโมงกว่า ไม่น่าจะทันต่อแถวเล่นอะไรได้แล้ว เพราะสวนสนุกปิดหกโมง เลยเดินไปดูบ้านผีสิงอันเลื่องลือกัน

บ้านผีสิงปิดตั้งแต่สี่โมง เป็นโชคดีของเรา ไม่งั้นคงโดนเกศแก้วบีบบังคับให้เข้าแน่ๆ (ถึงขนาดบอกว่าจะเลี้ยง ทั้งๆที่คร่ำครวญว่าถังแตกอยู่) จริงๆแล้วคิดว่าถ้าเรารู้ตัวดีว่าผีมันเป็นแค่คนแต่งชุดมา อาจจะไม่น่ากลัวมาก แต่ยืนดูป้ายโฆษณาที่บรรดาผีมายืนเรียงกันแล้วขอลา ผีทุกตัวหน้าตาสยดสยองเหมือนตายมาสามเดือนแล้วยังไม่มีคนพบศพ ให้เผชิญหน้ากับผีพวกนี้เป็นชั่วโมงก็ไม่ไหว ถ้าไม่มีรถพยาบาลประจำอยู่ใกล้ๆไม่ขอเสี่ยงนะ

ก่อนกลับก็เดินเล่นถ่ายรูปกันในสวนสนุก ดูบรรยากาศตอนเย็น ที่ฟูจิคิวมีคนต่างชาติมาเที่ยวน้อยมาก ตัวสวนสนุกดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ป้ายภาษาอังกฤษมีน้อยมาก พวกลูกเล่นหรือมุขตลกต่างๆก็เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวก็เป็นพวกวัยรุ่นมากับเพื่อน คนมากับแฟนก็เยอะ แต่ไม่ค่อยมีแบบมาเที่ยวเป็นครอบครัวเท่าไหร่

ฟูจิคิวไม่ใช่สวนสนุกที่สวยงามน่าถ่ายรูปแบบดิสนีย์ (พูดเหมือนเคยไป) จุดขายคือเครื่องเล่นแบบ extreme ทุกคนมาเพื่อฮาร์ดคอร์กันจริงๆ เผลอๆไม่ควรไปกับแฟนด้วยซ้ำ มิฉะนั้นตอนเห็นรูปที่ถ่ายขณะอยู่บนรถไฟเหาะอาจถึงขั้นเลิกรากันได้

ชอบเครื่องเล่นทุกอย่างที่ได้เล่น (กระทั่งกันดั้มที่งงๆยังชอบเลย) เสียดายที่คนต่อคิวเยอะมาก อยากเล่นซ้ำก็เล่นไม่ได้ ถ้าไปวันธรรมดาน่าจะได้เล่นเยอะกว่านี้ แต่ได้ขึ้นโคสเตอร์ครบทุกอันก็พอใจแล้ว :D

ดีใจจังที่ได้มา ขอบคุณเกศแก้วที่มาร่วมตะลุยด้วยกัน ลำบากมาด้วยกันตั้งแต่ขั้นตอนซื้อตั๋ว โฮฮฮ ซาบซึ้งใจ T_T

ฉันรักฟูจิคิวมากนะ♥

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s