OPI

OPI ย่อมาจาก Oral Proficiency Interview เป็นการวัดทักษะการพูดโดยการสัมภาษณ์โดยจะตัดสินตามมาตรฐานสากล

ก็ นั่นแหละ วันนี้ไปเผชิญหน้ากับ OPI ที่ว่ามา….

คนสัมภาษณ์คือฮากิวาระเซนเซ ที่ตั้งใจจะรวบรวมข้อมูลจากนิสิตเอกญี่ปุ่นสำหรับวิจัย และนำมาปรับปรุงหลักสูตรต่อไปในอนาคต เซนเซเลยจับนิสิตมาสัมภาษณ์คนละครึ่งชั่วโมง

อูย แค่คิดว่าต้องไปเผชิญหน้ากับเซนเซสองต่อสองก็หนาวแล้ว
พอไปเจอสถานการณ์จริง หนาวยิ่งกว่าจ้า TvT

เริ่มจากแนะนำตัว ก็โอเค อันนี้กระจอก ทำบ่อยแล้ว
พูดว่าเป็นใคร มาจากไหน บ้านอยู่ไหน แล้วก็ให้เล่าชีวิตประจำวัน กับทำอะไรบ้างในวันหยุด

แล้วเซนเซก็จะถามต่อยอดจากที่เราตอบไปเรื่อยๆ
พอตอบว่าอยู่คอนโดที่พญาไท ก็ถามว่าเป็นคอนโดแบบไหน อยู่ชั้นอะไร วิวจากที่ห้องเป็นยังไง มองเห็นอะไร แล้วก็วกกลับมาถามว่าบ้านอยู่พัทยา พัทยาเป็นเมืองยังไง เดินทางยังไง อาชญากรรมเยอะมั้ย

แล้วก็บอกว่าวันหยุดเล่นเน็ตบ้าง อ่านหนังสือบ้าง
ก็โดนถามว่าอ่านหนังสืออะไร

พอตอบไปว่าเมื่อวานอ่านเซนต์เซย่าเท่านั้นแหละ เจ้าประคุณเอ๊ยยยย โดนให้เล่าเรื่องย่อเลยจ้า พอดีหนูอ่านฉบับภาษาไทยค่ะเซนเซ ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เห็นภาพเลย แต่ก็โดนไล่บี้ให้เล่าเรื่องแบบละเอียดมาก (เรียกชื่ออะธีน่า เอเธน่า อะเธน่า ปนกันมั่วไปหมด เซนเซอาจงงๆว่าตกลงนี่มันคนเดียวกันรึเปล่า) เล่าไปเล่ามา เซนเซก็จะคอยบอกว่าเล่าอีก เล่าอีก ไม่ได้เล่าสนุกหรอก แต่คงเล่าไม่รู้เรื่องมากกว่า (กร๊าก)

ยัง ยังมีเลวร้ายกว่านั้น โดนให้เล่นโรลเพลย์ด้วยจ้า
ปกติก็สอบโรลเพลย์อยู่ทุกปี แต่โรลเพลย์คราวนี้หวือหวามากจริงๆ สถานการณ์คือ เพื่อนโพสท์เรื่องไม่ดีเกี่ยวกับเราลงบล็อก ให้โทรไปเคลียร์ แล้วเซนเซดันเล่นเป็นเพื่อน ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

เซนเซตีบทแตกกระจุยมาก ย้ายไปภาคละครได้เลย /กราบ

ฮากิวาระเซนเซเป็นผู้สัมภาษณ์ที่ความอดทนสูงมาก ถ้าเราเจอเด็กมาพูดจาวกไปวนมาจนไม่รู้เรื่องแบบนี้คงเอาเครื่องอัดเสียงยัดปากไปละ

เสร็จสิ้นกระบวนการแล้วรู้สึกเหมือนสงครามเย็นได้จบลงแล้ว จริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไรเลย แต่เราเป็นคนที่เอาท์พุททางภาษาห่วยมาก โดยเฉพาะภาษาญี่ปุ่น

ถึงจะเรียนภาษาญี่ปุ่นมาตั้งหกปีกว่า แต่ก็ยังพูดอธิบายโดยละเอียดหรือเป็นรูปธรรมมากๆไม่ได้ ไม่สามารถสื่อสิ่งที่คิดอยู่ในหัวออกมาได้เต็มที่ เพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้พูดด้วยล่ะมั้ง ปัญหาคือขาดการฝึกฝนนี่แหละ

ปกติถ้าพูดหัวข้อนั้นๆไม่ได้ เราจะเลี่ยงไปเรื่องอื่น หรือฮากลบเกลื่อนไป แต่นั่นมันกรณีบทสนทนาธรรมดา พอสัมภาษณ์จริงจังแบบนี้จะเลี่ยงไม่ได้ เพราะคนถามต้องจี้จนกว่าจะได้คำตอบในเรื่องนั้นๆ

แล้วไหนจะไวยากรณ์ที่มั่วซั่วไปหมดอีก เวลาพูดไวยากรณ์ไม่ต้องเป๊ะ 100% ก็จริง แต่ใช้รูปอดีต รูปปัจจุบัน รูปสุภาพ รูปธรรมดา ภาษาผู้หญิง ภาษาผู้ชายปนเปกันมั่วไปหมดแบบนี้ เซนเซฟังแล้วก็คงเอือมว่าอีนี่มันรอดมาถึงปีสี่ได้ยังไง ฮาฮาฮา

ไม่รู้ว่าจะเป็นประโยชน์กับงานวิจัยของเซนเซได้มากน้อยแค่ไหน แต่เจอแบบนี้ก็เป็นประโยชน์กับตัวเองเหมือนกัน คือได้รู้ว่าตัวเองกากอภิมหากากมากจริงๆ

ขอโทษรุ่นน้องเอาไว้ตรงนี้เลย เผลอๆเซนเซเอาข้อมูลตรงนี้ไปปรับปรุงวิธีการสอน อาจเห็นควรว่าต้องเคี่ยวเข็ญน้องๆมากขึ้น ส่วนรุ่นเราซึ่งเป็นตัวต้นเหตุกำลังจะหลุดพ้นในอีกไม่ช้า โอ้วเย่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s