こゝろ

เช้านี้เรียนวรรณกรรม อาจารย์เปิดโคโคโระฉบับอนิเมะให้ดู เพิ่งดูไปเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่พอดูในคลาสก็ให้อารมณ์ต่างจากดูคนเดียวพอสมควร (เฮฮามาก พอถึงฉากฆ่าตัวตาย ขำกันทั้งห้อง)

วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่จะเรียนโคโคโระ (ผลงานของคุณลุงพันเยนโซเซกิ) ว่าจะเขียนถึงแล้วก็ไม่ได้เขียนซักที กะว่าจะอ่านอีกรอบก่อน ปรากฏว่าวันนี้อาจารย์สั่งงาน ให้วิเคราะห์ประเด็นอะไรก็ได้จากเรื่องนี้ คงถึงเวลาต้องเขียนจริงๆจังๆแล้วล่ะ

ตอนที่อ่านมีประเด็นที่อยากจับมาขยายเยอะมากเลย ตั้งแต่ประเด็นใหญ่ๆอย่างเหตุผลที่ K กับเซนเซฆ่าตัวตาย เหตุผลที่เซนเซไม่เล่าความจริงให้ภรรยาฟัง ความรู้สึกของตัวละครหลักทั้งสาม สถานะของผู้หญิงในเรื่องนี้ มุมมองของเซนเซต่อโลกและมนุษย์ ตามด้วยประเด็นรองอีกเพียบ อย่างเรื่องความแตกต่างของยุคสมัย การฆ่าตัวตายตาม เปรียบเทียบพ่อของวาตาชิกับเซนเซ ฯลฯ

แต่ตอนนี้ ขอสารภาพว่าความอยากเขียนมันลดลงไปเยอะแล้วล่ะ เพราะอ่านจบตั้งแต่อาทิตย์ก่อนโน้น คงต้องอ่านให้จบอีกรอบจริงๆถึงจะเกิดแพสชั่นขึ้นมาอีก (-__-)

ประเด็นที่อยากเขียนส่งอาจารย์มากที่สุดตอนนี้คงเป็นเรื่องฆ่าตัวตายล่ะมั้ง เพราะนักเขียนยุคนั้นฆ่าตัวตายกันเยอะเหลือเกิน ยุคนั้นมันเลวร้ายขนาดไหนกันเชียว ปลายเมจิ-ไทโชเป็นวันออฟมายแฟฟเวอริตยุคสมัยญี่ปุ่นเลยนะ

อยากจะอ่านบทพินัยกรรมเซนเซซ้ำไปซ้ำมา แล้วเค้นหาว่านักเขียนระดับนัทสึเมะ โซเซกิแสดงมุมมองที่ตัวเองมีต่อความตายผ่านทางตัวอักษรไว้ยังไงบ้าง แต่มันดูเป็นประเด็นที่หดหู่จัง แค่คิดก็ถอนใจแล้ว

เอ หรือจะเขียนเรื่อง 同性愛 ระหว่างเซนเซกับวาตาชิดีเน้อ
เป็นหัวข้อที่สดใสซาบซ่านดีจริงจริ๊ง (〃∇〃)

ก่อนอ่านเรื่องนี้ได้ยินว่าเป็นเรื่องของผู้ชายกับความเหงา เลยคิดว่าคงน่าเบื่อ และอาจถึงขั้นต้องกล้ำกลืนฝืนอ่านให้จบ (เหมือนนิยายบางเล่มของมุราคามิ) แต่พออ่านจนจบแล้วกลับชอบซะงั้น ชอบทั้งสามพาร์ทเลย ขนาดพาร์ทสองที่คิดว่าคงไม่ค่อยมีอะไร อ่านแล้วกลับเห็นตัวเราเองในวาตาชินิดหน่อย (วาตาชิหมายถึงตัวละครในเรื่อง บ่แม่นข้าพเจ้า) โซเซกิคงตั้งใจให้วาตาชิเป็นภาพสะท้อนคนยุคใหม่ แต่โซเซกิคงไม่รู้ว่าบางส่วนจะตรงกับคนหนุ่มสาวมาจนถึงปัจจุบัน

จัดว่าเป็นผลงานเหนือกาลเวลาในระดับนึงนะเนี่ย แต่จะเหนือกาลเวลาได้นานขนาดไหน คงต้องให้คนรุ่นหลังตัดสิน

เรื่องต่อไปที่ต้องเรียนคือ มิคัง ของอาคุตางาวะ ริวโนะสุเกะ

ด้วยเหตุนี้ เลยไปซื้อราโชมงและเรื่องสั้นอื่นๆมา ไม่ได้เกี่ยวเลย แต่อยากอ่าน
เปิดราโชมงฉบับแปลไทยแล้วก็ตกใจ เพราะอาจารย์มณฑาที่สอนเราวันนี้เป็นบรรณาธิการ อูววว

เรียนวิชานี้แล้วรู้สึกว่านิยายญี่ปุ่นยุคเมจิ-ไทโชก็มีเรื่องน่าสนใจเยอะนะ อยากให้มีแปลไทยหลายๆเรื่องจัง บางเรื่องสนุกกว่านิยายญี่ปุ่นยุคนี้อีก แต่แปลไปใครจะอ่าน? อย่างเราถ้าไม่เรียนวิชานี้ก็คงไม่สนใจจะอ่านเหมือนกัน คงไม่มีใครอยากเสี่ยงเอานิยายเก่าเป็นร้อยปีมาแปลหรอก

อย่าว่าแต่นิยายเก่าๆเลย ขนาดนิยายญี่ปุ่นปัจจุบันจะเป็นยังไงต่อไปก็ไม่รู้ ฮือ T_T

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s