So ask yourself is the lovin’ really gone

ฉันไม่ชอบสถานที่ใดก็ตามที่ผู้คนเบียดเสียดหนาแน่น

ฉันชอบอ่านหนังสือ แต่ฉันหลีกเลี่ยงมหกรรมสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
และยอมจ่ายมากกว่า เพื่อความสงบสุขในร้านหนังสือ

ฉันหลีกเลี่ยงรถไฟฟ้าในชั่วโมงเร่งด่วน 
ที่ไม่ว่าขบวนไหนก็แทบจะมีคนไหลทะลักออกมาทันทีที่ประตูเปิด
และยากเย็นเหลือเกินกว่าจะแทรกตัวเข้าไปได้

ฉันหลีกเลี่ยงย่านสยามในวันอาทิตย์ ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่จะชอบไปเดินเล่นบ่อยๆ 
แต่ฉันขอเก็บตัวในห้อง ดีกว่าไปแออัดในห้าง

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เพราะฉันเรียนรู้จากประสบการณ์ว่า
ยิ่งคนเยอะเท่าไหร่ ยิ่งหา ‘มารยาท’ ได้ยากยิ่ง

แต่ตราบใดที่ยังอยู่ในสังคม ย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ชอบได้เสมอไป

เช่น การโดยสารรถตู้
ฉันหดหู่ เมื่อเห็นรถตู้คันแล้วคันเล่าเข้ามาจอด ฝูงชนพากันกรูไปยังประตูอย่างไร้อารยธรรมยิ่งกว่าฝูงปลาในเขตอภัยทาน โดยไม่สนใจลำดับก่อนหลัง

ที่เลวทรามที่สุดคือคนที่วิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วพรวดพราดขึ้นรถเป็นคนแรก
ปล่อยให้อีกหลายสิบคนยืนมองอย่างงุนงงและงุ่นง่าน

ใกล้กับฉันมีคนท้องยืนตากแดดรอรถ โดยไม่สามารถแย่งชิงที่นั่งบนรถได้ จนกระทั่งชายคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้จักกับเธอ ตะโกนขอร้อง ให้คนมาทีหลังยอมให้คนท้องที่รออยู่นานได้ขึ้นรถเสียที

มันไม่น่าหดหู่เกินไปหรอกหรือ
ที่พฤติกรรมของคนเพียงบางส่วน ทำให้สิ้นหวังกับสังคมได้ขนาดนี้

ฉันว่าสังคมของเราไม่ได้ขาดแค่ ‘มารยาท’ และ ‘ระเบียบวินัย’
แต่เราขาดสิ่งที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่า นั่นคือ จิตสำนึก

ฉันนึกสงสัยอยู่ครามครันว่า นี่เราอยู่ในเกาะกาลาปากอสกันหรืออย่างไร จึงต้องยึดคติ the fittest survives กันตลอดเวลา? 

แล้วอย่างนี้มนุษย์จะมีสมองไปทำไม อารยธรรมหลายพันปีที่ผ่านมาจะมีค่าอะไร
ถ้ามันไม่ได้กล่อมเกลามนุษย์เราให้ดีเลิศกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นเลย

ฉันไม่รู้หรอกว่ามนุษย์โครมันยอง (ที่เทียบกับพวกเราแล้วช่างไร้อารยธรรมเสียเหลือเกิน) เคยประสบปัญหาทำนองนี้ไหม บางทีโลกที่พวกเขาอยู่อาจไม่ต้องมีจิตสำนึกหรือมารยาทก็เป็นได้ เพราะมันไม่ใช่มหานครที่มี ‘อารยธรรม’ อย่างเมืองที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ขณะนี้

และพวกเขาอาจมีความสุขกับชีวิตยิ่งกว่าพวกเราที่เจริญล้ำทางวัตถุก็เป็นได้

อาจเป็นเพราะทุกวันนี้เรารีบร้อนกันเกินไป
หรืออาจเป็นเพราะเราสนใจแต่เรื่องของตัวเอง จนลืมเหลียวแลผู้คนรอบข้าง
สังคมจึงไม่น่าอยู่มากขึ้นทุกวี่ทุกวัน

ในช่วงเวลาเช่นนี้ ฉันรำลึกถึงเพลง Where is the love ของ Black Eyed Peas

Whatever happened to the values of humanity
Whatever happened to the fairness and equality
Instead of spreading love, We spreading animosity
Lack of understanding, leading us away from unity

ฉันไม่ได้อยากร่ำร้องถามหาว่าความรักอยู่ที่ใดเหมือนพวกเขา ฉันไม่ได้ร่ำร้องขอให้พระเจ้านำทาง เพราะฉันเชื่อว่า สังคมมนุษย์จะดีขึ้นได้ด้วยฝีมือมนุษย์เท่านั้น แต่ ใช่, ฉันเฝ้าถามคำถามเดียวกันกับพวกเขาเสมอมา ว่าโลกของเราเป็นอะไรไป และสิ่งใดกันที่ผิดพลาด

อย่างที่ว่าไว้ เราไม่อาจหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ชอบได้เสมอไป หลายครั้งหลายคราจึงได้แต่ทำใจ และเรียนรู้ที่จะยอมรับสภาพอันไม่พึงปรารถนา ก้มหน้าก้มตาอาศัยในสังคมอย่างหดหู่ต่อไปดังเดิม

2 comments on “So ask yourself is the lovin’ really gone

  1. pawitmutant says:

    เวลาจะออกจากรถไฟฟ้า แล้วคนแทรกเข้ามานี่อย่างหดหู่อ่ะ

    Like

    • chutipuk says:

      เคยคิดว่ารถไฟฟ้าเป็นแหล่งรวมคนไร้มารยาททุกรูปแบบ แต่ไม่ใช่ คนไร้มารยาทและจิตสำนึกมีอยู่ทุกหนแห่ง น่าเศร้าใจ

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s