มัน…แฝงอยู่ทุกที่

สอบใกล้เสร็จแล้วล่ะ เหลืออีกครึ่งวิชา ซึ่งก็คือไคหวะที่ชอบทำตัวน่าหนักใจด้วยการให้สอบพูดต่อหน้าเพื่อนทั้งเอก! (แถมยังชอบให้การบ้านน่าหนักใจอีกด้วย) แต่ก็ไม่รู้จะอ่านอะไรแล้ว ตอนนี้เลยทำตัวชิวม๊ากมากล่ะ ( ̄▽ ̄)

วันนี้ตอนเช้าได้ดูเกมร้ายเกมรักฉบับพากย์ไทยของชาวเอกญี่ปุ่นแล้ว ตลกมาก ขำจนหัวโขกกำแพงไปหลายที คนที่เรียกเสียงฮามากที่สุดคือคุณชาร์ลส์กับพี่หมอ เพราะผู้หญิงพากย์ทั้งนั้น -.-

เดี๋ยวต้องคิดโปรเจคต์ปลายเทอมอีก อาจารย์บอกว่าจะไม่บอกให้ไปทำอะไร อยากให้ทุกคนเสนอกันคนละหนึ่งอย่าง มีงี้ด้วยวุ้ย ไหนๆก็พากย์ละครไทยแล้ว ต่อไปก็พากย์การ์ตูนญี่ปุ่นเลยดีมั้ย?? แหม่ สมองยิ่งตีบตันอยู่ จะเสนออะไรดีว้า

เคยคิดว่าหลังมิดเทอมคงสบายขึ้น แต่ไม่เลย งานใหญ่รออยู่อีกเพียบ ฮือๆ

ตอนบ่ายสอบวรรณคดี เป็นอันจบสิ้นกันทีกับยุคคามาคุระ นันโบคุโจ และมุโรมาจิ!
กู๊ดบายโยชิสึเนะ กู๊ดบายเฮเกะ กู๊ดบายพระยอดกวีทั้งหลาย

ข้อสอบให้เล่าเรื่องตัวละครตัวใดก็ได้จากเฮเกะ เลยจัดเต็มเล่าเรื่องโยชิสึเนะไปครึ่งหน้า คันไม้คันมืออยากจะเขียนว่าเป็นกิ๊กกับเบ็งเค แต่คงไม่ดีเท่าไหร่ เลยเขียนไปว่าเบ็งเคเป็น ‘คนสนิทที่อยู่เคียงข้างจนวาระสุดท้าย’ แทน หวานมั้ยล่ะ ฮุฮุ (//ω//)

ถ้าอาจารย์ให้เล่าละครโนก็อยากจะเล่าอัทสึโมริอยู่หรอก แต่ปรากฏว่าให้เล่านิทานพื้นบ้าน เลยต้องเล่าอุราชิม่าทาโร่ และตีความไปแบบงงๆเบลอๆเพราะไม่เห็นมันจะมีข้อคิดอะไรเลย

ต่อไปเข้ายุคเอโดะแล้ว ไม่สนุกแล้วอ้ะ ฮือ ไม่เอาไฮกุ T_T

สอบเสร็จยกพวกไปเดินเล่นคิโนะ เข้าร้านไปปุ๊บ เจอหนังสือเกี่ยวกับคิโยโมริเป็นพรืด เงยหน้าขึ้นมาเจอป้าย คิโยโมริแฟร์ พรวด…. ขนาดสอบเสร็จแล้วยังหลอกหลอนกันถึงเพียงนี้

แล้วเดินไปเดินมาในคิโนะก็เจอหนังสือเกี่ยวกับเฮเกะหรือคิโยโมริตรงมุมนั้นมุมนี้ตลอด นึกถึงเมื่อวานที่ดู Brave10 แล้วซากุไรซังที่พากย์เป็นฮัตโตริฮันโซไล่ให้ไปอ่านเฮเกะ คือเฮเกะนี่จะอยู่ทุกที่เลยใช่แมะ (-___-;)

ตั้งแต่เรียนวรรณคดีญี่ปุ่นแล้วเพิ่งเข้าใจว่าญี่ปุ่นผูกพันกับวรรณคดีและประวัติศาสตร์ของชาติตัวเองมากกกกกกกจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ความผูกพันแบบยัดเยียดกันด้วย แต่เป็นความผูกพันกันแบบกลมกลืน

ในป๊อบคัลเจอร์ญี่ปุ่นเองก็มีวรรณคดีกับประวัติศาสตร์แฝงเยอะมากอย่างไม่น่าเชื่อ บางทีอาจจะดูเหมือนเอาของพวกนี้มาปู้ยี้ปู้ยำจนเละเทะ แต่มันก็ทำให้เห็นว่าถึงจะก้าวไปข้างหน้าขนาดไหนคนญี่ปุ่นก็ยังผูกพันกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตัวเองอยู่ดี

โอ๊ย ว่าแล้วก็อยากเรียนวรรณคดีแบบเจาะลึก (แต่ก็ไม่ถึงขนาดอยากต่อโทด้านวรรณคดีหรอกนะ) วิชาที่เรียนอยู่ทุกวันนี้เหมือนกับแค่เรียนให้รู้จักชื่อผลงาน-เรื่องย่อ-แนวคิดหลัก แต่ถ้าจะเรียนวรรณคดีจริงๆน่ะ มันต้องมานั่งขบคิด ตีความ ถึงจะสนุก! ทำไมถึงไม่มีวิชาทำนองนี้ให้เลือกในระดับปริญญาตรีน้อ

แต่จริงๆแล้วสิ่งที่เราชอบน่ะคือประวัติศาสตร์ต่างหาก กรณีนี้ยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่เพราะไม่มีวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นสำหรับเอกญี่ด้วยซ้ำ (_ _|||)

แต่ไม่เป็นไรหรอก ศึกษาจากหนัง อนิเมะ และเกมเหมือนเดิมก็ได้ #ห๊ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s