วันนี้วันครู

เพราะการบ้านวิชาภาษาไทย ทำให้ต้องวิ่งเต้นหาบุคคลน่าสนใจมาเขียนสารคดีเชิงชีวประวัติ ตอนแรกมืดแปดด้านไปหมดแต่สุดท้ายก็มาลงตัวที่อ.เจษฏา ซึ่งเป็นอาจารย์คณะวิทยาในมหาลัยเรานี่เอง แฮ่ๆ (ตอนแรกว่าจะสัมภาษณ์อาจารย์ในภาคญี่ปุ่นด้วยซ้ำ…..)

ขอบคุณพันทิพห้องหว้ากอที่ทำให้ได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของอาจารย์เจษ อาจารย์ใจดีมากกกกกกก ส่งเมล์ไปก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว แถมมาให้สัมภาษณ์ถึงที่อักษรเลยด้วย ซาบซึ้ง /กราบ

ตั้งใจว่าจะโฟกัสด้านนักวิทยาศาสตร์ แต่คุยไปคุยมาจากการสัมภาษณ์เริ่มกลายเป็นดิสคัสชั่นเรื่องวิทยาศาสตร์-ศาสนา-การศึกษาไทยซะงั้น ประเด็นที่คุยกันเริ่มขยายกว้างออกไปเรื่อยๆ รู้สึกว่ามีเรื่องอยากถามอาจารย์(นอกเรื่อง)เยอะมาก แต่คงยืดยาวจนไม่รู้จะจบการสัมภาษณ์ยังไงแหงๆ

ปกติไม่มีโอกาสคุยกับนักวิทยาศาสตร์ระดับด็อกเตอร์ พอได้ฟังอาจารย์เจษก็ได้ความรู้และมุมมองเกี่ยวกับวงการวิทยาศาสตร์ไทยแบบที่ไม่เคยรู้มาก่อนเยอะแยะ

สุดท้ายปัญหาวิทยาศาสตร์ก็โยงไปถึงปัญหาการศึกษา เราว่าปัญหาของทุกวงการในประเทศไทยสืบเสาะไปมาจะพบว่าต้นตอมันอยู่ที่การศึกษานี่เอง ช่างน่าเศร้า (-_-)

แต่อาจารย์บอกว่าเด็กสมัยนี้โชคดีเพราะมีทางเลือกในการแสวงหาความรู้หลากหลาย จนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการศึกษาในระบบเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ปัญหาจึงกลายเป็นว่า ทำยังไงเด็กถึงจะใฝ่รู้ใฝ่เรียนด้วยตัวเองและเลิกคิดว่าเรียนเพื่อสอบซักที

อาจารย์สาธยายถึงข้อดีของอาชีพอาจารย์ให้ฟังด้วย ว่าเป็นอาชีพที่มีการเปลี่ยนแปลง มันไดนามิค แล้วก็สนุก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา เงินเดือนก็อยู่ในระดับพออยู่ได้ ไม่ถึงกับรวยแต่ไม่ลำบาก

เราก็เคยคิดอยากเป็นอาจารย์นะ โดยเฉพาะอาจารย์มหาวิทยาลัยเนี่ยแหละ เพราะเราชอบการค้นคว้า ชอบศึกษา เรียนรู้ และอาจารย์คือคนที่อยู่กับการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่เรียนรู้เพื่อตัวเอง แต่เรียนรู้แล้วสอนให้คนอื่นได้รู้ด้วย เป็นอาชีพที่ดีจะตาย มีอิสระมากกว่าอาจารย์มัธยมด้วย (แม้ว่าศิษย์มัธยมน่าจะซี้ดซ้าดกว่า)

แต่ ถึงยังงั้นก็มีอาชีพที่น่าสนุกและน่าสนใจกว่าอาชีพอาจารย์-นักวิชาการอยู่ดี โชคดีอย่างนึงของการเกิดมาในประเทศไทยคือมีโอกาสเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆได้โดยไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่เหมือนญี่ปุ่นที่ยึดติดกับบริษัทนึงไปจนกว่าจะตายหรือตกงาน ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากลองทำงานหลายๆแบบจนกว่าจะเจองานที่ใช่

เฮ้ออออ คุยกับอาจารย์แล้วรู้สึกเคว้งคว้างกับอนาคตชอบกล เรียนจบแล้วชีวิตจะเป็นยังไงต่อไปว้า เรียนอักษรนี่เดาเส้นทางหลังจบยากจริงๆ ความฝงความฝันอะไรก็ไม่เหลือแล้ว ทำหล่นหายไประหว่างเส้นทางการศึกษาอันยาวนาน

ยังไงก็ตาม ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ไม่ใช่เรื่องจะทำงานอะไร แต่คือจะเอาบทสัมภาษณ์อาจารย์เจษมาเขียนเป็นสารคดีสองหน้าได้ยังไง บทสัมภาษณ์เป็นวัตถุดิบที่ดีมาก แต่ไม่รู้จะปรุงยังไงให้ถูกใจคนสอน ฮือๆ

Advertisements

2 comments on “วันนี้วันครู

  1. ฝ้าย says:

    ย…อยากอ่านมั่ง!! เราก็ติดตามเค้าอยู่ห่างๆในหว้ากอเหมือนกัน (ฮา)
    เคยเรียนกับเค้าด้วยนะตอนปีหนึ่ง แต่เค้าสอนไบโอ ซึ่งเราไม่ชอบอ่ะ
    เราเรียนคณะนี้ เจอนักวิทยาศาสตร์ระดับด็อกเตอร์ทั้งนั้น
    แต่ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่มีมุมมองแบบนี้ คนที่มองอะไรแคบๆก็เยอะ

    ส่วนเรื่องปัญหาการศึกษาเนี่ย…เราคิดไม่ออกเลยว่าจะหาทางแก้ได้ยังไง
    เด็กสายวิทย์ส่วนใหญ่ที่เราเจอ ไม่ค่อยจะสนใจหาความรู้อะไรนอกจากสิ่งที่เรียน
    (แล้วที่บอกว่าสนใจสิ่งที่เรียนน่ะ ก็สนใจแค่ว่าจะทำยังไงให้สอบผ่านเท่านั้นแหละ)
    อาทิตย์ก่อนมีอาจารย์คนนึงถามว่า ‘ประเทศอะไรก่อสงครามโลกครั้งที่สอง’
    เชื่อมั้ยว่าแทบทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘ญี่ปุ่น’

    เราว่าปัญหาการศึกษามันมาจากหลายๆส่วนประกอบกันนะ
    ทั้งการเลี้ยงดูของพ่อแม่ ค่านิยมสังคม ลักษณะนิสัยประจำชาติ และหลักสูตรที่ห่วย
    ถึงจะแก้อย่างนึง แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆอยู่ ก็คงยากที่การศึกษาบ้านเราจะพัฒนาได้

    Like

    • chutipuk says:

      อาจารย์ก็บอกเหมือนกันว่าอย่าเหมาว่าอาจารย์เป็นภาพแทนนักวิทยาศาสตร์เพราะอาจารย์ค่อนข้างจะผ่าเหล่าผ่ากอ

      เกี่ยวกับการศึกษามีประเด็นนึงที่อาจารย์เปรียบเทียบไทยกับอังกฤษ อาจารย์บอกว่าของไทยเราแยกการศึกษาออกจากการใช้ชีวิตชัดเจนมาก เรียนคือเรียน เล่นคือเล่น

      ในขณะที่ทางอังกฤษมีการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แยกออกจากกันไม่ได้ ทุกคนจะกระตือรือร้น มีข่าวสารใหม่ๆเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ก็จะมาอัพเดทและดิสคัสกันอยู่ตลอด ส่วนไทยเราเนี่ย ขนาดอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์เจอหน้ากันยังคุยแต่เรื่องดาราเลย (-_-)

      ที่แย่ไปกว่านั้นคือทุกวันนี้ถึงคนเราจะเข้าถึงข่าวสารได้หลายทาง มีข้อมูลน่าสนใจอยู่รอบตัว แต่ก็ยังมีปัญหาคือรับแล้วไม่เข้าหัว รับแล้วก็ลืม หรือรับแล้วเชื่อเลยโดยไม่กลั่นกรอง ไม่มีการนำมาถกเถียงกันต่อ

      เราว่าปัญหาในประเทศนี้มันวนเวียนกันเป็นวงจรอุบาทว์นะ การศึกษามีปัญหา สังคมเลยบกพร่อง พอสังคมบกพร่องก็ไม่มีทางพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น เป็นลูปนรกต่อไป ตราบใดที่ยังแก้ทัศนคติหลายๆเรื่องของสังคมไม่ได้ก็คงจะหยุดกันอยู่แค่เนี้ย

      บทสัมภาษณ์อาจารย์มีเรื่องน่าถกเถียงและน่าคิดหลายเรื่องจริงๆ แต่พอเราเอามาเขียนคงต้องทิ้งไปหลายประเด็น ต้องไปเน้นชีวประวัติมากกว่า เสียดายอ้ะ T_T

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s