รักยังแจ่มจ้าไม่เลือน

ทั้งๆที่อากาศก็ร้อนเป็นปกติ แต่อยู่ดีๆก็ไปถึงวันธรรมดาวันนึงที่อากาศอบอ้าว แต่กลับไม่รู้สึกร้อนเท่าไหร่ เพราะในห้องเรียนห้องนั้นมีพัดลมเกินสิบตัว ห้อง 666

แค่นึกถึงวันอันแสนธรรมดาวันนึงในชีวิตนักเรียนมัธยมปลาย แล้วความทรงจำช่วงสามปีในเตรียมมันก็ไหลท่วมไม่หยุด เหมือนกับเปิดแชมเปญแล้วฟองที่อัดแน่นในขวดพุ่งพรวดออกมาสู่อิสรภาพ แบบนั้นเลยล่ะ

คิดถึงวันที่ไปรับใบสมัคร เห็นจำนวนคนมหาศาลที่มีความมุ่งมั่นแบบเดียวกันแล้วอดหวั่นใจไม่ได้
คิดถึงวันสอบเข้า ทุกคนรอบตัวดูเคร่งเครียด ถือหนังสือเตรียมสอบคนละเล่มสองเล่ม แต่เรานั่งอ่านโคนันสวนกระแส ไม่ใช่ว่ามั่นใจในตัวเอง แต่เพราะเครียดจนเลิกเครียดไปแล้วต่างหาก

คิดถึงวันประกาศผลสอบ พอหกโมงเย็นก็เปิดคอม ใส่เลขประจำตัวสอบลงไปในเว็บ พอเห็นว่าสอบติดก็นั่งรถไฟฟ้าไปที่โรงเรียน ดูป้ายประกาศอีกครั้งให้แน่ใจ ฟ้ามืดและคนเริ่มน้อยแล้ว แต่ก็ยังมีเสียงบูมมาจากตรงนั้นตรงนี้ ความรู้สึกดีใจที่ตัวเองสอบติด และเสียใจที่คนที่อยากให้ได้เรียนด้วยกันที่นี่สอบไม่ติด ปะปนกันต่อมาอีกหลายวัน

คิดถึงวันที่ไปรายงานตัว รับเอกสาร คุยกับเพื่อนที่สอบติดทั้งเตรียมทั้งมหิดลว่าอยากให้เรียนด้วยกันที่นี่ แต่สุดท้ายเพื่อนคนนั้นก็เลือกไปมหิดล แล้วเราก็แทบไม่ได้เจอกันอีกเลย

คิดถึงวันที่ได้รู้ว่าอยู่ห้อง 666 จำไม่ได้แล้วว่าได้รู้ว่าตัวเองเลขที่ 6 ตอนไหน แต่ในวันปฐมนิเทศได้อยู่กลุ่ม 6 อีกต่างหาก ช่วงนั้นเลยรู้สึกบ้าเลข 6 ไปพักใหญ่ แถมปีนั้นก็มีวันที่ 6 เดือน 6 ปี 2006 ซะด้วย สมาชิกในห้องเลยรวมตัวกันบูม 6 รอบตอนพักกลางวัน เสียงของพวกเราในตอนนั้นดังไปถึงไหนกันนะ

คิดถึงเวลาบูมสายแล้วอดนึกกระหยิ่มในใจไม่ได้ว่าบูมของสายเราน่ารักที่สุดและเป็นจุดสนใจที่สุด (คิดเองเออเองทั้งนั้น) เนื้อหาในเพลงบูมก็ไม่ได้ปลุกใจอะไรเลย แต่เวลากระทืบเท้าแล้วตะโกนไปด้วยมันรู้สึกฮึกเหิมอย่างประหลาด

คิดถึงช่วงรับน้อง ทั้งตอนเป็นคนรับและถูกรับ ไม่รู้เหมือนกันว่ารุ่นพี่มาเต้นแร้งเต้นกาให้น้องดูมันเกิดประโยชน์อะไร แล้วทำไมมันถึงได้สนุกนัก

คิดถึงตอนเลือกหัวหน้าห้อง อาจารย์เรียกผู้ชายในห้องที่มีไม่ถึงสิบคนไปยืนเรียงกันแล้วให้แต่ละคนบอกว่ามาจากโรงเรียนอะไร ตอนนั้นได้แต่สงสัยว่าทำไมจะต้องกำหนดให้หัวหน้าห้องเป็นผู้ชาย แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะผู้หญิงจะได้สบาย

คิดถึงพักกลางวัน พอกินข้าวเสร็จก็มักจะคุยกันเรื่อยเปื่อย บางทีเป็นเรื่องก็จริงจัง บางทีก็ไร้แก่นสารจนต้องหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง

คิดถึงการเดินขึ้นบันไดหกชั้น กว่าจะถึงชั้นหกก็เริ่มหอบแฮ่กๆ นานๆครั้งถ้าไปเช้าและเจอเพื่อนซักคนตรงบันได ก็อาจจะแอบขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน และเตรียมใจไว้แล้วว่าอาจจะต้องจ่ายยี่สิบบาทก็ได้ แต่ก็ไม่เคยต้องจ่ายเลย

คิดถึงชั่วโมงเรียนภาษาญี่ปุ่นวันแรกในชีวิต ตื่นตระหนกอย่างยิ่งเมื่ออาจารย์เอาป้ายฮิรางานะมาให้อ่าน แล้วแทบทุกคนในห้องอ่านได้ สำหรับเราในตอนนั้นภาษาญี่ปุ่นยังเป็นเหมือนภาษาต่างดาว ไม่น่าเชื่อเลยวา่จะเรียนมาจนถึงทุกวันนี้

คิดถึงแฟ้มพฤกษศาสตร์อันน่าเบื่อหน่าย บันทึกการอ่านที่แทบทุกคนลอกกันทั้งนั้น และใบวิ่งที่เคยวิ่งแค่ตอนม.4 นอกนั้นส่งใบวิ่งเปล่าๆแบบไม่อนาทรร้อนใจ

คิดถึงวันสุดท้ายของม.4 ในห้องศิลปะ คนไปเรียนบางตา อาจารย์ไม่สอน เราเลยผลัดกันออกไปพูดความในใจตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ตอนนั้นพวกเรารู้สึกเหมือนจะต้องจากกันแล้ว ทั้งๆที่ในปีต่อมาก็แค่คละห้องกันเท่านั้นเอง แล้วพอพักเที่ยงเราก็มารวมตัวกันทั้งห้อง ล้อมวงกินข้าวเที่ยงด้วยกันหมด ตบท้ายด้วยการเล่นปลาไหล เป็นปลาไหลวงใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเล่น

คิดถึงห้องมืดของตึกแปด ชั่วโมงเรียนที่อาจารย์หายไปอย่างลึกลับก็มักจะไปนั่งกันในห้องนั้นจนกลายเป็นที่ประจำช่วง ม.5 ไปในที่สุด

คิดถึงตอนที่พยายามทำตัวเป็นพี่รหัสที่ดี ไปเช่าพระเกี้ยวให้น้องรหัสที่สหกรณ์และพบว่า หมดเกลี้ยง พอกลับมาที่ตึกถึงได้รู้ว่าในห้องพักครูมีเหลือเพียบเลย

คิดถึงความรู้สึกดีใจตอนที่รู้ว่าคนที่ชอบมาตลอดจะได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน เรื่องน่าตกใจกว่านั้นคือเปิดเทอมมาเรายังได้อยู่ตึกเดียวกันอีกต่างหาก ดังนั้นก็เลยมักจะไปนั่งตรงระเบียงและมองลงไปชั้นล่างของตึกแปดเสมอ แต่สุดท้ายก็จบลงแค่เฝ้ามองมาตลอดจนถึงทุกวันนี้

คิดถึงตอนไปช่วยเพื่อนที่ลงสมัครประธานตึกหาเสียง ช่วยกันคิดสโลแกน คำโฆษณา แปะสติ๊กเกอร์ไว้กับตัวคนละอันเดินไปเดินมาทั่วโรงเรียน ไปหาเสียงตามห้องต่างๆ แน่นอนว่าได้ไปห้องของคนที่ชอบด้วย ได้คุยกันนิดหน่อยด้วยนะ

คิดถึงการเข้าแถวตอนเช้าที่ตึกสอง ชอบไปยืนหางแถวให้ตรงกับประตูห้องพักอาจารย์ จะได้ดูรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่วยแก้เซ็งเวลาเข้าแถวได้นิดหน่อย

คิดถึงเสียงอินเตอร์คอมเจื้อยแจ้วหลังเข้าแถว รู้ทั้งรู้ว่ามักมีเรื่องสำคัญ เรื่องทุน เรื่องสอบ แต่ก็แทบไม่เคยตั้งใจฟัง จำได้เลาๆว่าเสียงคนพูดหลายคนสูงต่ำเหมือนเล่านิทาน

คิดถึงตอนสอบซัมที่ยากฉิบหาย บางครั้งถ้าทำไม่ได้ก็จะต้องอ้อยอิ่งอยู่ในห้องสอบ รอฟังเสียงจากเพื่อนที่ทำเสร็จแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่เคยได้ผล เพราะถ้าเพื่อนไม่คุยกันเบาเกินไป ก็จะจ้อกแจ้กจอแจจนจับความไม่ได้ซักอย่าง

คิดถึงงานโรงเรียนปีสุดท้าย ได้ใส่ยูกาตะขายน้ำแข็งไส ทำผมแบบญี่ปุ่น พอน้ำแข็งหมดก็ต้องเดินไปซื้อที่โรงอาหารถุงใหญ่แล้วหอบกลับมาที่ซุ้ม ดูไม่จืดเลย

คิดถึงชมรมศิลปะที่เคยอยู่สองปี ตอนเป็นรุ่นพี่แล้วกลายเป็นเบ๊ประธานชมรมไปเลย เกลียดการไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมมาก เพราะอาจารย์มีความสามารถพิเศษ พูดไม่หยุด นอกเรื่องไปไกล และน่าเบื่ออย่างเหลือเชื่อ

คิดถึงการเต้นโซรันของศิลป์ญี่ปุ่น ถึงจะไม่ได้เต้น แต่ก็ไปเป็นหน้าม้าช่วยกรี๊ดทุกครั้งที่ทำได้ บางครั้งก็ยืมฮัปปิมาใส่เดินเล่น

คิดถึงชั่วโมงลีลาศที่ผู้ชายมีน้อยจนผู้หญิงต้องจับคู่กันเอง เต้นแบบงูๆปลาๆแทบไม่เคยเต้นถูกเลย เผลอเหยียบเท้าทั้งคู่ตัวเองและคู่คนอื่นก็บ่อยไป

คิดถึงช่วงที่พวกเราเริ่มรู้สึกว่าใกล้จะต้องแยกจากกัน ทุกคนเริ่มคุยกันเรื่องอนาคต เรื่องคณะ เรื่องมหาลัย เวลาว่างจะต้องเห็นคนอ่านหนังสือเตรียมสอบแอดมิชชั่นในห้อง ในขณะที่บางคนก็ฟุบหลับไป บางคนก็นั่งคุยกัน บางคนทำการบ้าน บางคนร้องเพลงอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง ซ้ำไปซ้ำมาจนวันสุดท้ายของมัธยมปลาย

มีอีกตั้งหลายเรื่องที่คิดถึง
แต่แค่นี้มันก็ชักจะยาวเกินไปแล้ว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ร้อยเรียงความคิดถึงเตรียมอุดมออกมาเป็นตัวอักษร และก็คิดว่าคงจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายเหมือนกัน ซักวันในอนาคตเราก็คงนั่งย้อนรำลึกถึงความทรงจำธรรมดาเหล่านี้อีก ทั้งๆที่ไม่ได้หวือหวาอะไร แต่นึกถึงแล้วอิ่มเอมใจเสมอ

บางครั้งกาลเวลาทำให้เรื่องธรรมดากลายเป็นเรื่องน่าถวิลหาได้อย่างน่าอัศจรรย์

ดังนั้น ตราบเท่าที่ความทรงจำยังคงอยู่กับตัวมากมายขนาดนี้ เวลารำลึกถึงก็อยากจะบันทึกไว้ เผื่อว่าซักวันถ้าเริ่มลืมเลือนไป เมื่อได้กลับมาย้อนอ่าน ก็อาจจะสะกิดเตือนให้ภาพเก่าๆวาบขึ้นมาอีกก็เป็นได้

รักเตรียมอุดมมากๆ :)

ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในความทรงจำเหล่านี้ ยินดีที่ได้พบและรู้จักกัน

Advertisements

5 comments on “รักยังแจ่มจ้าไม่เลือน

  1. Pawit Sommai your lover says:

    อยากให้ดู Gintama 232-235

    Like

    • chutipuk says:

      อย่ามาขี้ตู่! my lover must be younger!
      หาเว็บดูออนไลน์ไม่ได้เลย เดี๋ยวไปบิท ถ้าเธอแนะนำแสดงว่าต้องตลกจริง (เชื่อใจนะเนี่ย)

      Like

  2. Pawit Sommai your lover says:

    จริงๆ ในเว็บบิทที่เธอให้ชั้นมีอยู่

    Like

  3. Pawit Sommai your future lover says:

    เตรียมอุดมเป็นที่ๆมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด พอย้อนนึกไปก็รู้สึกว่ามีความทรงจำมากมายเหลือเกิน ทั้งๆที่ก็ไม่ได้รู้สึกรักโรงเรียนอะไรนัก ถ้ามีใครมาด่าก็คงไม่ไปปกป้อง ไม่ได้ภูมิใจที่่จบที่นี่ด้วย แต่ว่ารู้สึกว่ารักช่วงเวลาที่อยู่ที่นั้นมากๆ เตรียมอุดมเป็นที่เดียวที่ทำให้ไม่รู้สึกอยากหยุดอยู่บ้านแม้ในช่วงเวลาที่ผู้คนบางตาเพราะหยุดเรียนอ่านหนังสือกันหมดก็ตาม

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s