you’ll find the way

ผลจากการดูกันดั้มซี้ดสิบเอ็ดแผ่นในสองวันแล้วตบด้วยโกฮิเมะอีกสองตอนทำให้ตอนนี้ในหัวมีแต่เรื่องสงครามและสันติภาพ แถมยังอินกับสารพัดเพลงที่มีเนื้อหาว่าด้วยสันติภาพโลกเป็นอย่างยิ่ง …ช่างเป็นมนุษย์ที่ได้รับอิทธิพลง่ายเสียนี่กระไร orz

พูดถึงกันดั้มซี้ด เรื่องสงครามมันก็ประเด็นเดิมๆ ต่อสู้ไปเพื่ออะไร, ต่อสู้จบแล้วจะเป็นยังไงต่อไป, สงครามจะจบลงได้เมื่อไหร่, การเรียกร้องสันติภาพทั้งๆที่ถือปืนในมือมันถูกต้องมั้ย ฯลฯ ประเด็นพวกนี้เห็นบ่อยมากในกันดั้มหลายภาค แต่น่าแปลกที่ไม่ค่อยได้เห็นประเด็นพวกนี้ในหนังสงครามของฝรั่งเท่าไหร่

หนังสงครามฝั่งฮอลลีวูดมักจะทำออกมาแนวโครมครามวินาศสันตะโร ถึงจะมีเรื่องราวของตัวเอกบ้างแต่มันก็จะเป็นสไตล์ฮีโร่ ในขณะที่ฝั่งญี่ปุ่นเนี่ยชอบนำเสนอเรื่องราวของสงครามในแง่มุมที่ว่ามันมีผลต่อผู้คนยังไง แล้วผู้คนเหล่านั้นรู้สึกยังไง คิดอะไรอยู่ ซึ่งเราก็ชอบทั้งสองสไตล์แหละ แต่แบบญี่ปุ่นมักจะทำให้ประทับใจได้มากกว่า ชวนขบคิดมากกว่า ซึมลึกมากกว่า

อยากจะลองเปรียบกับสไตล์ของไทย แต่หนังสงครามของไทยไอ้เราก็นึกออกแต่สุริโยไทกับนเรศวร ซึ่งจะยกให้เป็นตัวแทนหนังสงครามไทยทั้งหมดมันก็ใช่ที่ (-_-) หนังสงครามจีนรึก็มัวแต่ตกตะลึงวรยุทธ์ทุกที เลยไม่รู้จะเปรียบเทียบยังไงดีเหมือนกัน

กลับมาที่กันดั้มซี้ด (=การ์ตูนสงครามที่ดูง่ายที่สุดในโลก เพราะตัวละครล้วนพูดถึงประเด็นเดิมซ้ำไปซ้ำมา) นอกเหนือไปจากเรื่องสงครามแล้ว ข้อสังเกตอย่างนึงที่ไม่เคยสังเกตมาก่อนเพราะขาดความรู้ คือ ชื่อต่างๆในออร์บเกี่ยวข้องกับตำนานเทพของญี่ปุ่นทั้งนั้นเลย!

ทั้งเกาะโอโนโกโระ ทั้งยานคุซานางิ(ซึ่งเป็นยานรบชั้นอิสุโมะ จังหวัดสำคัญในตำนานเทพ) ทั้งแมสไดรเวอร์ชื่อคางุยะ นี่มันชื่อในวิชาวรรณคดีทั้งนั้นเลยนะ!! แต่ชื่อฐานทัพดันเป็นภาษาเยอรมัน คงเพราะชื่อฐานทัพเป็นญี่ปุ่นมันไม่เท่สินะ…

ข้อสังเกตอีกข้อนึงคือ นี่เป็นการ์ตูนหุ่นยนต์ที่เล่นมุขพ่อตายบ่อยที่สุดเท่าที่เคยดูมา!!

นอกจากพ่อเลี้ยงคิระที่ยังอยู่ พ่อแท้ๆของคิระและคางาริก็ตายไปนานแล้ว พ่อเฟรย์ยานระเบิดตาย พ่อเลี้ยงคางาริสละชีพเพื่อชาติ พ่อลักส์โดนยิงเพราะลูกสาวเป็นกบฎ พ่ออัสรันโดนยิงเพราะเป็นตัวร้าย สรุปเรื่องนี้มันรวมเด็กกำพร้านี่หว่า =[]=!!

โอเค มุขพ่อตายมันแทบจะเป็นมุขบังคับในการ์ตูนหุ่นยนต์ไปแล้ว แต่การที่รัวมุขเดิมซ้ำๆขนาดนี้มันถือเป็นปรากฏการณ์เลยนะ! ไม่เคยสังเกตเลยจนกระทั่งดูรอบที่สี่นี่แหละ (เออ ยังมีพ่อชินในภาคเดสทินี่อีกคนด้วย……)

อาจจะดูเหมือนบ่นและด่า แต่กันดั้มซี้ดเป็นภาคที่เราชอบที่สุดจริงๆนะ (´▽`)

ส่วนโกฮิเมะตอน 41-42 เข้มข้นมากกกก ศึกระหว่างโทโยโทมิกับโทกุงาวะกำลังดุเดือด และในที่สุดยุกกี้ก็ได้ออกโรงซักที อ๊ากกกก ท่านยูคิมุร้าาาาาา (≧д≦)

สองตอนนี้ดูแล้วเห็นใจฝั่งโทโยโทมิเหลือเกิน สงสารท่านฮิเดะโยริ ตอนแรกสงสัยว่าทำไมคนเล่นเป็นฮิเดะโยริหน้าตาจืดจางเหลือเกิน แต่พอดูไปดูมาก็ เออ… เล่นดีว่ะ

ชอบตัวละครตัวนี้ตั้งแต่ฉากที่ถ่อไปกดดันอิเอยาสุด้วยคำพูดถึงเอโดะ พอมาดูสองตอนนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นตัวละครที่น่าสนใจจริงๆ เติบโตมาโดยไม่เคยเห็นโลกภายนอก ต้องแบกรับภาระของตระกูลและความคาดหวังของแม่ตั้งแต่ยังเด็ก พยายามเลือกหนทางสันติ จริงใจ ไม่ใช้อาวุธ แต่ก็โดนอิเอยาสุเล่นกลตลบแตลงจนหน้าหงายอยู่เรื่อย ถึงจะถูกพันธนาการด้วยคำว่าโทโยโทมิ แต่ก็เลือกที่จะถูกกักขังมากกว่าเสรีภาพ ชีวิตที่เกิดมาในยุคสงครามแบบนี้นี่เศร้าชะมัด

ส่วนท่านโยะโดก็เริ่มน่าสงสารขึ้นมาเหมือนกันหลังจากทำตัวดื้อดึงมาหลายตอน คนที่เคยรังเกียจและหวาดกลัวสงครามมากที่สุดกลับกลายเป็นคนสั่งให้ก่อสงครามซะเองแบบนี้นี่มัน….เฮ้อ (ノД`)ハァ

อยากดูตอนต่อไปไวๆ แค่ดูตัวอย่างก็ขนลุกแล้ว!

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s