ไม่ยึดติดนั่นแหละดี

ความรู้สึกที่ตรงที่สุดน่าจะเป็น แปลกใจ

ฉันแปลกใจ
นับตั้งแต่ปรากฏการณ์ต่อแถวยาวเป็นกิโลเพื่อซื้อแป้งกลมๆโรยน้ำตาลหวานเจี๊ยบเกิดขึ้นกลางเมืองหลวงเป็นต้นมา ดูเหมือนว่าจะเกิดปรากฏการณ์ต่อแถว ต่อแถว และต่อแถวเพื่อซื้ออะไรบางอย่างเกิดขึ้นจนเริ่มจะเป็นเรื่องธรรมดา

ฉันแปลกใจว่าวัฒนธรรมนี้เกิดขึ้น ณ ประเทศนี้ได้อย่างไรกัน

ไม่ได้หมายความว่าฉันมองชาวไทยไร้อารยะถึงขนาดต่อแถวไม่เป็นจนต้องมานั่งแปลกใจแต่ฉันแปลกใจเพราะฉันไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาตลอดชีวิตยี่สิบปีที่ผ่านมา

ฉันได้ยินได้ฟังมาว่า ต่างประเทศมีปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนเป็นเรื่องสามัญพอๆกับกินข้าว ดูหนัง ตีกอล์ฟ หรือกิจกรรมธรรมดาอื่นๆ แต่ปรากฏการณ์ต่อแถวยังเป็นเรื่องใหม่อยู่มากในสังคมไทย (ระบุให้ชัดเจนกว่านั้นคือสังคมชนชั้นกลางในเมืองหลวง)

ดังนั้นไม่ว่าเมื่อไหร่ที่ผู้คนจำนวนมากแห่แหนกันไปต่อแถวกันมืดฟ้ามัวดิน สิ่งที่ตามมาคือปฏิกิริยาอันหลากหลายจากคนในสังคม

บ้างก็มองว่าดี บ้างก็มองว่าแย่ ต่างคนก็ต่างใจ

ฉันได้เห็นคนเอาอารมณ์ของตัวเองไปโยนโครมใส่คนอื่นอย่างรุนแรงแล้วก็อดเวทนาอยู่ในใจไม่ได้

ฉันไม่ได้มองว่าคนที่อดทนเข้าแถวอย่างยาวนานเพื่ออะไรบางอย่างเป็นเรื่องงี่เง่า (บางคนถึงขั้นต่อแถวกันข้ามวันข้ามคืนด้วยซ้ำ) อันที่จริงในบางครั้งฉันออกจะนับถือความอุตสาหะตากแดดตากลมของคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ

แต่ ฉันอดรู้สึกเศร้าไม่ได้เมื่อเห็นว่าภาพเช่นนี้ทำให้วัตถุนิยมกลายเป็นรูปธรรมอยู่ตรงหน้า

ฉันไม่ได้มองว่าทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์จะต้องเป็นพวกคลั่งวัตถุหน้ามืดตามัว และถึงบางคนจะเป็นเช่นนั้นฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ ในเมื่อไม่ได้เดือดร้อนใคร จะทำอะไรก็เรื่องของเขา

แต่ ฉันเศร้าจริงๆเมื่อได้เห็นสังคมเป็นเช่นนี้ อาจจะย้อนแย้งกับบรรทัดก่อนอยู่บ้าง แต่ฉันว่าทัศนคติกับอารมณ์คนเรามันก็ไม่ได้สมานฉันท์กันเสมอไปหรอก

ฉันไม่แปลกใจ
บางครั้งสังคมก็ได้เห็นกันแล้วว่าจากการต่อแถวก็กลายสภาพเป็นมิคสัญญีกลียุคได้ไม่ยาก (สาเหตุมาจากอะไรคงไม่ต้องเอ่ยถึง)

ดังนั้นฉันไม่แปลกใจหรอกว่า ทำไมถึงแม้บางคนจะพูดชื่นชมกันนักหนาว่าคนไทยก็ต่อแถวอย่างเป็นระเบียบได้เหมือนต่างชาติ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะสถานีรถไฟฟ้าหรือท่ารถตู้ในชั่วโมงเร่งด่วน ก็ยังคงมีสภาพไม่ต่างไปจากที่เคยเป็นมาเลย

ฉันไม่อยากใช้คำพูดว่าคนไทยอย่างนั้นคนไทยอย่างนี้หรอกนะ ฉันคงไปเปลี่ยนนิสัยของคนอื่นๆในสังคมให้เป็นอย่างที่ฉันต้องการไม่ได้ ฉันก็ทำได้แต่สังเกตการณ์ ยอมรับ และดำรงอยู่ในสังคมในแบบที่จะไม่เดือดร้อนคนอื่นก็เท่านั้น

อยากให้สังคมจะเป็นยังไงก็ต้องเริ่มจากตัวเราเอง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s