มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยุ่งยากจริงๆ

ในวิชาแจ๊ปรีดดิ้งอันแสนปวดหัว อาจารย์เอาบทความของวาชิดะ คิโยคาสุซัง อธิการบดีมหาวิทยาลัยโอซาก้ามาให้อ่านตั้งแต่อาทิตย์ก่อน บทความนี้มีชื่อว่า 「寂しい時代と聴く力」 หรือ กาลสมัยอันเปลี่ยวเหงาและพลังแห่งการฟัง

ขอสารภาพเอาไว้ก่อนว่าอันที่จริงก็ไม่ได้เข้าใจบทความนี้แตกฉาน และยังงุนงงกับหลายๆประโยค (ที่มันน่าจะสำคัญแต่ดันไม่เข้าใจ) แต่ไม่รู้ทำไม รู้สึกถูกใจบทความนี้เอาการ!

บทความนี้เขียนขึ้นตั้งแต่ปี 2002 สมัยแรกเข้ายุคมิลเลเนียมได้เพียงสองปีเท่านั้นเอง (พอเรียกแบบนี้แล้วฟังดูเหมือนมันผ่านมานานมากแล้ว) แต่มันกลับตีแสกหน้าสังคมปัจจุบันในช่วงเกือบสิบปีให้หลังเข้าอย่างจัง โดยเฉพาะสังคมเมืองของไทย ถ้าจะให้ชี้ชัดลงไปเลยคือสังคมชนชั้นกลางในเมืองหลวงของไทยนั่นล่ะ

วาชิดะซัง ผู้เขียนบทความนี้เรียกสภาพสังคมที่คนไม่สนใจคนรอบข้างว่า “Discommunication” สภาพที่ว่านี้มีลักษณะคือทุกคนก้มหน้าก้มตาอยู่ในโลกของตัวเอง มีบับเบิ้ลของตัวเอง ถึงจะเดินชนกันก็ยากจะเอ่ยปากขอโทษ และความลักลั่นของผู้คนที่ตกอยู่ในสภาวะนี้คือ พวกเขาเหล่านั้นโหยหาการเชื่อมโยงกับใครซักคนอย่างมากที่สุด ซึ่งหนทางเชื่อมโยงที่ว่าคือ โทรศัพท์มือถือนั่นเอง

ชุติภัคผู้เป็นมนุษย์ไร้สมาร์ทโฟน ได้เคยลิ้มรสความเดียวดายยามอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงที่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับแก็ดเจ็ทของตัวเองกันเป็นหมู่คณะ (แล้วจะชวนไปกินข้าวหาเตี่ยพวกคุณหรอจ๊ะ?) อ่านบทความนี้แล้วถึงกับรู้สึกประทับใจน้ำตาแทบไหล

เอาวะ… อย่างน้อยก็พอหาคำอธิบายสภาวะเหล่านี้ได้ซักที

ไอน้ำเคยถาม และกลับมาตั้งคำถามเดิมอีกครั้งช่วงที่ดิสคัสกันเรื่องบทความนี้ว่า ถ้าเรามีสมาร์ทโฟน เราเองจะก้มหน้าก้มตาอยู่กับมันทั้งวันรึเปล่า?

เราคิดว่าไม่แน่หรอก
ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นแบบนั้นอยู่หรอกนะ มากด้วย ถ้าเรามีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้แทบทุกที่ทุกเวลาอยู่ในมือ แต่เราไม่เป็นแบบนั้นจะดีกว่า

เราไม่ชอบใจเลยเวลาที่ตัวเราเองอยู่ท่ามกลางหมู่เพื่อนฝูงแต่กลับเอาใจไปจดจ่อกับสิ่งอื่น อาจจะเป็นเพราะเราเป็นพวกถ้าจะทำอะไรก็ต้องจดจ่อกับสิ่งนั้นสิ่งเดียว เราจึงไม่เก่งกาจพอที่จะใช้บีบี/ไอโฟน/สมาร์ทโฟนอื่นๆไปพลาง ร่วมวงสนทนาไปพลางได้

ไม่ได้หมายความว่าเรารังเกียจคนที่เอาใจออกห่างจากวงสนทนาแม้ตัวจะยังอยู่ ไม่ได้รังเกียจคนใช้สมาร์ทโฟน ไม่ได้ตั้งแง่อคติกับตัวบุคคลเลยจริงๆ แต่ถ้าตัวเราเองเป็นคนที่ทำแบบนั้น เราคงเกลียดตัวเอง เพราะเราจะพลาดหลายสิ่งหลายอย่างไปอย่างน่าเสียดายทีเดียว

และอีกอย่าง เราไม่ชอบเวลาที่ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาวะนั้น ถ้าถูกกักอยู่ในไอ้สภาวะ discommunicate ที่ถึงจะอยู่ข้างกัน ใกล้กัน แต่กลับเหมือนหลุดลอยไปอยู่คนละยูนิเวอร์สเรียบร้อยแล้วนั่นน่ะ เราขอกลับไปอยู่ในโลกของตัวเองคนเดียวเลยดีกว่า (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าอยู่กันเป็นฝูงแล้วก้มหน้าก้มตากดกันทุกคนนี่ขอซาโยนาระเลยจ้ะ)

ยังดีนะ ที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยประสบปัญหานี้แล้ว ถ้าเป็นช่วงที่บ่นแทบทุกวันว่า ‘ฉันเกลียดสังคมก้มหน้า’ คงอ่านบทความของวาชิดะซังด้วยความรู้สึกดุเดือดกว่านี้มาก

เอ๊ะ หรือเราแค่ชินแล้วก็ไม่รู้สิ….

ยังไงเราก็ชอบวิธีการที่มนุษย์เชื่อมโยงกับผู้อื่นด้วยการพูดคุยกันอย่างมีชีวิตชีวามากกว่าด้วย Social network นะ ถึงแม้ว่าจะเสพติดการเขียนบล็อกและทวิตเตอร์ก็ตาม

บางทีเราก็คิดว่า เราอาจจะเกิดมาช้าเกินไป
เพราะหลายต่อหลายครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองช่าง conservative เหลือเกิน

Advertisements

2 comments on “มนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยุ่งยากจริงๆ

  1. JiBi_AI says:

    โอ้……. ดีจัง ยังได้อ่านบทความนี้อยู่
    ปีที่แล้วก็ได้อ่าน ประทับใจมาก เอามาเขียนบล็อกเหมือนกัน 555+ (ถึงจะมีเพื่อนหลายๆ คน บ่นว่าแอบเสิร์ดและอ่านไม่รู้ก็เถอะ…) แต่ตอนนั้นไม่ไ้ด้สนใจจำชื่อหรืออ่านประวัติผู้แต่งเลยนะเนี่ย
    หลังจากเรียนยังไม่จบปี โฆษณา disconnect to connect ของ DTAC ก็ออกฉาย ตอนนั้นถึงขนาดไปหยิบชีทมาเปิดๆ ดูอีกรอบเลย ตรงใจมากๆ

    Like

    • chutipuk says:

      ที่เสิร์ชหาชื่อคนเขียนบทความนี่ไม่ได้ใฝ่รู้อะไรเลยนะ แค่เป็นการแอบอู้วิธีนึง 55555

      มีหลายๆคนบ่นว่าอ่านไม่รู้เรื่องเลยเหมือนกัน
      (มันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องจริงๆนั่นแหละ ยากง่ะ TwT)

      ถ้าเรียนตอนปีที่แล้วคงอินสุดๆเลย เพราะเป็นช่วงที่กำลังหมกมุ่นกับประเด็นนี้มากกกก

      ชอบโฆษณาดีแทคอันนั้นจริงๆ สื่อง่าย โดนใจ
      (ไม่ต้องเขียนเป็นบทความยากๆด้วยเนอะ กร๊าก)

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s