พัทยา(อีกแล้วจ้า)

มีบ้านอยู่พัทยานี่ จะว่าดีก็ดีนะ ได้เที่ยวกับเพื่อนแถวบ้านตัวเองบ่อยเหลือเกิน
แต่จะว่าไม่ดีก็ตรงที่ไม่ได้ไปเที่ยวที่อื่นกันบ้างซักทีล่ะนะ

ช่วง 18-20 ที่ผ่านมานี่ก็ได้ต้อนรับมิตรสหายอีกแล้ว :D
ทีแรกว่าจะไปชะอำกัน แต่ปรากฏว่าไม่สะดวกเรื่องสถานที่ก็เลยมาบ้านเรากันแทน
สมาชิกทริปนี้ประกอบไปด้วยน้องเด๋อ แพ๊ทริออท ต้อง กก เรา และข้าว

วันแรก พ่อและแม่แพ๊ทมาส่งทุกคนที่บ้านเรา แล้วก็ให้ต้องขับรถไปบ้านเอ็กโซติกกันนน
พ่อให้ยืมรถอีกแล้ว แถมคราวนี้เป็นรถคันใหญ่ด้วย!!

และถึงคราวนี้จะมีคนขับรถได้ถึงสามคน
แต่สุดท้ายต้องก็เป็นคนขับอยู่ดี เพราะมีประสบการณ์ขับรถแถวนี้มาแล้วจากทริปก่อน

ก่อนเข้าบ้านก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวร้านเรือไม้และแวะซื้อของสดที่แมคโครกัน
เราก็เพิ่งเคยเข้าแมคโครสาขาพัทยาพร้อมบรรดามิตรรักชาวกรุงเนี่ยแหละ

ตอนเดินซื้อของ ทุกคนอเลิร์ทเรื่องอาหารการกินมาก
โดยเฉพาะเกศแก้วที่ดูท่าทางหิวตลอดเวลา และกินเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ ฮ่าๆ

ซื้อของเสร็จเรียบร้อยก็เอาของเข้าบ้าน
ทำความสะอาดกันพอให้อาศัยอยู่ได้ เปิดจากุชชี่ทิ้งไว้
แล้วออกไปหาดจอมเทียนกัน

ตอนแรกนึกว่าหาดจอมเทียนจะคนเยอะกว่าปกติเพราะเป็นช่วงสุดสัปดาห์และมีงานพัทยามิวสิคพอดี แต่จำนวนคนก็ไม่ต่างจากวันธรรมดา แถมไม่ค่อยมีคนไทยอีกต่างหาก คนคงไปอยู่แถวหาดพัทยากันหมดล่ะมั้ง

นั่งริมหาดก็สั่งส้มตำไก่ย่างมากินกัน
ตั้งข้อสงสัยกันว่าทำไมไปชายหาดต้องกินส้มตำ ทั้งๆที่มันดูไม่น่าจะเข้ากับบรรยากาศ
แต่มุกยืนยันว่าไปนั่งเตียงผ้าใบแล้วต้องกินส้มตำ เรื่องแบบนี้ใครเป็นคนกำหนดเนี่ย?

คราวนี้นั่งกันนานแต่ไม่ยักเจอลุงขายไอติมที่ดูดวงให้เหมือนคราวก่อน
ก็เลยเริ่มมั่นใจว่าตุ้ยน่าจะจ้างลุงมาจริงๆ (ฮา)

มีข้อสงสัยอีกอย่างนึงคือเรื่องของหนุ่มๆที่มานั่งโต๊ะข้างๆ สงสัยกันมากว่าเป็นคนชาติอะไรกันแน่ ตอนแรกนึกว่าญี่ปุ่น แต่ฟังไปซักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ แต่ไปๆมาๆก็เหมือนได้ยินภาษาญี่ปุ่นอีก เราเลยสรุปเอาเองว่าเป็นกลุ่มนักเรียนนานาชาติ ประกอบไปด้วยญี่ปุ่น จีน เวียดนาม แล้วคุยกันเป็นภาษาฝรั่งเศส (อินเตอร์ดีมั้ยล่ะ)

ก่อนกลับก็ลุกเดินริมทะเลกันเล็กน้อยให้ได้บรรยากาศ
วันนั้นไม่ร้อนเลยด้วย ลมเย็น แดดก็ไม่แรง สบ๊ายสบาย :)

เสียดาย ไม่น่ามีเรื่องน้ำจิ้มซีฟู้ด 70 บาทมาให้ตกตะลึงเลย
(แต่ก็ดีนะ มีความเคียดแค้นร่วมกันแล้วรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดี)

กลับบ้านตอนเย็น พบว่า น้ำท่วมบ้าน T_T
ตกใจมาก เพราะเราพูดยืนยันกับทุกคนเองว่าถึงเปิดทิ้งไว้น้ำมันก็ไม่ล้นหรอก
ปรากฏว่าเจิ่งนองเป็นคลองแสนแสบเลยจ้า

ปกติมันก็ไม่ล้นจริงๆ แต่เราลืมไปว่าท่อมันตันอยู่ ซวยฉิบ

ตกกลางคืน เอาอาหารสดมาปิ้งย่างกินกัน
คราวนี้ไม่อนาถเท่าทริปก่อนที่มีแต่หมูและไก่เต็มไปหมด
ยังดีที่มีกุ้งและหอยที่ซื้อมาจากแมคโคร (แต่เราก็ไม่กินอยู่ดี)

และสุดท้าย หมูก็อร่อยที่สุดอยู่ดี ฮ่าาาา เราซื้อเองแหละะะะ

แต่ความอนาถอย่างนึงคือเตามันชอบดับเองเพราะปลั๊กไม่แน่น
เป็นการกินที่ต้องใช้ความอดทนสูงมาก
คราวหน้าคงต้องถามย่าว่ายังมีเตาถ่านอยู่มั้ย อาจจะเวิร์คกว่า

กินเสร็จก็ไปนั่งคุยนั่งเล่นไพ่กันเรื่อยเปื่อยจนถึงตีสอง
พออยู่กับเพื่อนแล้วแค่คุยกันไปเรื่อยๆเวลามันก็ไหลไปเองเร้วเร็ว

วันรุ่งขึ้น อาหารเช้าตามมีตามเกิด จากเซเว่นบ้าง จากแมคโครบ้าง
คราวนี้เอาจานชามไปไม่พอใช้สุดๆ ช้อนส้อมก็ลืมหยิบไปจากบ้านด้วย
ยังดีที่ในบ้านนั้นยังพอมีเหลืออยู่นิดหน่อย
ไม่งั้นอาจจะต้องใช้มือกินข้าวขาหมูกันน่ะนะ

ไปเดินตลาดน้ำสี่ภาค(อีกแล้ว!)
คราวนี้ไม่ค่อยตั้งใจดูโน่นนี่นั่นเท่าคราวก่อน
เน้นหาของกินอย่างเดียว แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้ซื้ออะไรมากเท่าไหร่

เดินไปเดินมาก็นั่งมานั่งประชุมกันว่าจะไปไหนต่อ
จากที่วางแผนว่าจะกินอาหารทะเลตอนเย็นก็เลยไปตอนเที่ยงแทนเพราะไม่มีที่จะไป
ลงเอยที่ร้านปรีชาซีฟู้ด ที่เรากับต้องเคยไปกินแล้วเมื่อตอนทริปจบเตรียมฯ
คิดไปคิดมา ทริปนี้เป็นทริปที่เรากับต้องไปแต่ที่ๆเคยไปด้วยกันแล้วทั้งนั้นเลย =__=

ได้กินปลากะพงทอดน้ำปลาด้วย ฮิฮิฮิ
เป็นอาหารที่มีให้กินได้ง่ายๆในพัทยาแท้ๆแต่กลับไม่ได้กินบ่อยๆเลยเน้อ
เดี๋ยวนี้บ้านเราไม่ค่อยไปกินนอกบ้านแล้ว และมันก็แพงด้วยล่ะ

กินเสร็จแล้วก็ตกลงกันได้ว่าจะไปเซนทรัลกัน
ที่จริงเราพยายามคัดค้านเพราะกลัวว่าแถวนั้นจะคนเยอะ
แต่แพ๊ทริออทบอกว่าอยากเดินห้างและก็ไม่รู้จะไปไหนจริงๆ
ก็เลย เอาวะ เซนทรัลก็เซนทรัล

เข้าไปทางพัทยาใต้ ไม่ได้เลียบหาด รถก็เลยไม่เยอะผิดปกติเท่าไหร่
คือมันเยอะเป็นปกติของพัทยาใต้นั่นแหละ
เราเองก็ไม่ได้เข้าไปแถวนั้นนานแล้วเหมือนกัน
ถึงจะอยู่พัทยาแต่ก็ไม่ค่อยได้ไปไหนเลยจริงๆ วันๆอยู่แต่ในบ้าน ….orz

ไปเซนทรัลก็ยังคงเน้นเรื่องของกินกันอยู่
ทริปนี้ได้แปรทรัพย์สินเป็นไขมันกันถ้วนหน้า

ลองซื้อเจลาโต้ของปันปันมากิน เพราะเคยได้ยินมาว่าอร่อยมาก
รสทีรามิสุก็อร่อยดีนะ แต่กินไปซักพักจะรู้สึกหวานเลี่ยนไปหน่อย

ของแพ๊ทซื้อรสอะไรบางอย่างที่อ่านชื่อไม่ออก จำได้แต่ขึ้นต้นด้วยตัว S
และกกซื้ิอรสถั่วมา รู้สึกจะเป็นพิสตาชิโอ้มั้งนะ
กกบอกว่ารสชาติเหมือนกินเฟอร์เรโร เราว่ามันก็รสชาติเหมือนถั่วนั่นล่ะ

ที่เซนทรัลมีพวกเด็กเกรียนเดินไปเดินมาเหมือนเดินพารากอนวันเสาร์อาทิตย์เลยอ้ะะะ
คาดว่าน่าจะเป็นพวกเด็กมาดูคอนเสิร์ตกัน
ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ธรรมดาไม่มีแบบนี้หรอกนะ!

จริงๆแล้วแถวนั้นคนก็ไม่เยอะเท่าที่คิดไว้
เราประเมินคอนเสิร์ตนี้สูงเกินไปสินะ =_=

ก่อนกลับก็ไปสั่งพิซซ่าสำหรับมื้อเย็นด้วยคำรบเร้าของเราเอง
ก็ตั้งแต่ซื้อ 1 แถม 1 มานี่ยังไม่ได้กินเลยง่ะ (แต่คนอื่นเค้ากินกันจนเบื่อแล้ว)

พิซซ่าสองถาดสิบสองชิ้น หารกันหกคนพอดีเป๊ะ
ข้าวบอกว่านี่ถ้าไม่ได้มีหกคนคงคิดหนักเลยนะทริปนี้

ได้อาหารเย็นแล้วก็กลับเข้าไปที่หมู่บ้าน แวะสระว่ายน้ำก่อน
สระว่ายน้ำมีสภาพเหมือนไม่มีคนมาว่ายนานแล้ว
ฝุ่นตรงก้นสระเยอะมากกกก เยอะขนาดเราลงไปเดินในสระเด็กแล้วเป็นรอยเท้าชัดเจน

แต่ข้าวกับแพ๊ทไม่สน กระโดดตู้มกันสนุกสนาน ลงมันทั้งเสื้อยืดนั่นแหละ
ไม่มีคนเฝ้าสระด้วย สบายแฮ

ช่วงนั้นมองเห็นพระอาทิตย์กำลังจะตกดินพอดี สวยมาก
กกถ่ายรูปแพ๊ทกับมุกออกมาได้บรรยากาศเหมือนกำลังขอแต่งงานเลยล่ะ!

วี้ดว้ายกันแถวสระว่ายน้ำ(เสียงดังจนฝรั่งน่าจะแตกตื่นกันทั้งหมู่บ้าน)แล้วก็เดินกลับบ้าน ที่จริงคือเดินบ้างวิ่งบ้าง มีนิรมลขับรถให้กำลังใจ และศรัณยาคอยดูถูกชุติที่วิ่งรั้งท้าย (กร๊าก! วิ่งสายพานทุกอาทิตย์ไม่ได้อะไรเลยสินะ)

กลับบ้านไปนั่งกินพิซซ่าริมจากุชชี่กัน
พอฟ้ามืดมีพระจันทร์กลมโตและดาวประปรายได้บรรยากาศดีไปอีกแบบ
แถมเราก็ไม่โดนยุงกัดด้วย มีต้องกับแพ๊ทที่โดนเยอะกว่าคนอื่น
เหมือนยุงมันรู้ว่าผิวใครเซ้นสิทีฟกับยุงมากที่สุดยังงั้นล่ะ

พอย้ายไปนั่งคุยกันในห้องก็คุยกันจนดึกดื่นอีกเช่นเคย
ทริปนี้เป็นทริปที่เน้นใช้ปาก ถ้าไม่กินก็คุยกันตลอดเวลา

ทอปิคที่คุยมีหลากหลายแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นรำลึกความหลังและนินทาชาวบ้าน ขนาดคนที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้ามาก่อนอย่างคุณ A ยังเอามานินทาได้เป็นวรรคเป็นเวร (พูดถึงบ่อยประหนึ่งร่วมทริปมาด้วยเลยทีเดียว)

นอกจากนี้ยังมีการแชร์ความทุกข์ในชีวิตมหาลัยและความหวาดกลัวการเรียนจบ
พอคุยกันไปคุยกันมาแล้วอยากปิดเทอมตลอดไป ไม่อยากเปิดเทอมไปเรียนแล้ว ฮือๆ

คุยกันเสียงดังมาก ถ้าข้างบ้านมีคนอยู่คงโดนฆ่าทิ้งกันหมดแล้ว

วันสุดท้าย ซึ่งก็คือวันนี้นี่เอง
ตื่นเช้ามาทำอาหารตามมีตามเกิดเช่นเดิม
แพ๊ทริออทได้ตอกไข่ฟองแรกในชีวิต!
ได้กินไข่ตุ๋นที่แพ๊ทริออทเป็นคนตอกไข่ รู้สึกมีบุญยิ่งนัก

กินเสร็จ ก็เก็บบ้าน เก็บขยะ
จัดการกับน้ำที่ท่วมรอบจากุชชี่ แต่ไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ ก็เลยช่างมันเถอะ

แล้วก็ไปวนรอบหมู่บ้านหนึ่งรอบ
ข้าวบอกว่าอยากเกษียณแล้วอยู่อย่างสงบ
เกศแก้วบอกว่า ยังไม่ทันเรียนจบเลยจะเกษียณซะแล้ว

ฮ่าฮ่า

ประมาณเที่ยงก็กลับมาถึงบ้านที่เราอยู่อย่างสวัสดิภาพ
แล้วชาวกรุงก็กลับไปโดยมีพ่อแม่แพ๊ทริออทมารอรับ
แอบไปกินอาหารทะเลที่ศรีราชากันต่อด้วยนะ ฮึ!
(แต่พ่อเราบอกว่าร้านนั้นไม่อร่อย โอเค เราเชื่อพ่อละกัน)

ขอบคุณนิรมลที่ขับรถมาตลอดทั้งทริป :D
ขอบคุณมุก กก ข้าว และแพ๊ทริออทด้วยที่มาทริปนี้นะจุ๊♥

ตอนแรกกลัวตัวเองเบื่อเหมือนกันนะ เที่ยวที่เดิมอีกแล้วววว
แต่เอาเข้าจริงๆแล้วพอได้อยู่กันแบบนี้ก็สนุกดี
อย่างที่แพ๊ทบอก สามวันมันเร็วไปจริงๆ

จะได้ไปเที่ยวด้วยกันกับเพื่อนแบบนี้อีกซักเท่าไหร่กันนะ เฮ้อออออ จบทริปแล้วคิดแบบนี้ทุกทีเลย คิดแล้วเศร้าจัง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s