เกิดอะไรขึ้นมาละเออ

และแล้ว อีเวนท์ที่รอคอยมานานก็มาถึง!
ที่จริงแล้วเมื่อเช้ามีฝึกดีเบทภาษาญี่ปุ่นซึ่งน่าหวาดหวั่นและควรบันทึกเป็นประสบการณ์ไว้ แต่งานคืนสู่เหย้าชาวต.อ.จัดว่าเร้าใจกว่ากันมาก ดังนั้นช่างดีเบทแล้วเมาท์เรื่องคืนสู่เหย้าดีกว่า

เริ่มจากตอนที่ไปหาบลิ๊งค์ตอนบ่ายสามละกัน
บลิ๊งค์ไม่ว่างหลังห้าโมง เราเลยไปเดินเล่นกับบลิ๊งค์ในเตรียมก่อน กะว่าจะไปกินหมูปิ้ง ปรากฏว่าไปถึงก็ไม่เหลือของกินขายแล้ว เพราะวันนี้วันศุกร์ เลิกเร็ว แถมยังเรียนวันสุดท้ายแล้วอีกต่างหาก ก็เลยได้แต่เดินไปเดินมา

ไปดูตึกแปดที่เปลี่ยนไป ไม่มีห้องเรียนแล้ว กลายเป็นห้องอะไรก็ไม่รู้ที่มีประตูกระจกและติดม่านเหลือง เปิดเข้าไปดูด้านในก็ว่างๆ มีแต่กระดานดำ แล้วก็ไม่มีอะไรเลยแม้แต่เก้าอี้ซักตัว เศร้าจัง เป็นตึกแห่งความหลังตอน ม.5 เชียวนะ เป็นตึกที่สนุกที่สุดแล้วด้วยเพราะมันสบายยังไงล่ะ =_=

ไปดูตึกสองที่เหมือนเดิมทุกประการ ถึงจะไม่ได้รู้สึกผูกพันกับตึกสองมากเท่าไหร่ แต่พอไปนั่งหน้าห้อง 156 ซักพักนึงแล้วก็รู้สึกคิดถึงวันวานมากพอสมควร อยากกลับไปอยู่เตรียมจัง (T_T)

โรงเรียนเปลี่ยนไปเยอะมากตั้งแต่เราออกมา ที่จริงตอนที่เราอยู่ก็คงเปลี่ยนจากรุ่นก่อนๆไปเยอะเหมือนกัน มันก็เรื่องธรรมดาน่ะแหละ แต่พอกลับไปเห็นโรงเรียนมีสภาพไม่เหมือนตอนที่เราอยู่ (อาทิเช่น มีช้างหน้าโรงเรียน) แล้วรู้สึกใจหายยังไงไม่รู้สิ

ตอนไปนั่งที่ศาลาปิ่นหทัยกับบลิ๊งค์
ก็เห็น お医者くん เดินเข้ามาในโรงเรียน!!
นาทีนั้นรู้สึกว่าแค่นี้ก็คุ้มแล้วที่มางานนี้
แต่ไม่ใช่หรอก หลังจากนั้นยังมีเรื่องสนุกอีกเยอะ ฮ่า ฮ่าาาา

แล้วก็ไปส่งบลิ๊งค์ฝั่งตรงข้ามเตรียมฯเพราะบลิ๊งค์ต้องไปซ้อมเต้นงานบอล
เราเลยกลับไปที่คณะก่อนเพราะเพื่อนอยู่สยามกันหมด เลยกลับไปเจอกับณัฐ แก้ม แจง หมิว นั่งคุยกันซักพักก็กลับเข้าไปในเตรียม

ตอนอยู่หน้างานแถวๆที่ลงทะเบียนก็เจอ お医者くん อีกแล้ว!!
คราวนี้ระยะประชิด แก้มบอกให้มองซะให้คุ้ม แต่เรากลัว ฮือๆ

ก็ยืนดูคนเข้าออกงานพักนึง มีคนรู้จักหรือคนคุ้นหน้าคุ้นตาพอสมควร
ชอบบรรยากาศงานแบบนี้จัง มันเหมือนห่างเหินแต่ก็คุ้นเคยดีอะ
ทั้งๆที่เป็นคนนอกไปแล้ว แต่แค่งานนี้เท่านั้นที่รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กเตรียมจริงๆ

เข้าไปในงานก็ไปหาโต๊ะนั่ง ปรากฏว่าแถวๆรุ่น 69 ถูกจับจองหมดแล้ว
ส่วนใหญ่เป็นศิษย์ปัจจุบันนี่แหละ
เราเลยต้องระเห็จไปนั่งตรงรุ่น 29 (แก่กว่ารุ่นพ่อแม่อีก -*-)

ซักพักต้องก็โทรมา เลยออกไปรับต้อง แพ๊ท และเรียวที่หน้างาน
แล้วก็เดิน เดิน เดิน

เริ่มจากเดินไปหากิรกานต์(ที่สะดุดนั่นสะดุดนี่ตลอดเวลา)กับภาวิศ(ที่พูดให้เราอยากได้เพลย์สามตลอดเวลา)ที่ตึก 50ปี แล้วก็กลับเข้างานมาเดินหาของกิน กลับไปนั่ง แล้วก็ออกเดินหาคนโน้นคนนี้ เป็นอันว่างานนี้เน้นเดินเป็นหลัก เดินเยอะกว่างานเดิน-วิ่งอีกมั้งเนี่ย

สมาชิกในกลุ่มที่ออกเดินจะหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนไปเรื่อย นอกจากคนที่ว่ามาแล้วก็มีข้าว ไอน้ำ มุก สาม กันทรากร(รายนี้เจอโดยบังเอิญ ไม่มีการติดต่อหาเพื่อนฝูงอะ!) ช่วงที่หลายๆคนกลับไปแล้วก็มีคณนาถมาสมทบด้วย รายหลังสุดทาช้าเพราะติดธุรกิจเอสเอ็มอีที่ลงทุนร่วมกับว่าที่ภรรยา (โถ….)

รู้สึกคิดผิดมากที่เจอกันทรากรแล้วลากมาเดินด้วย
เพราะความเลวทรามของกันทรากรนี่เองที่ทำให้เราต้องอับอายจนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง อซห เลยทีเดียว เป็นอันว่าหลังจากรอคอยมาหนึ่งปีเต็ม ดันได้เห็นหน้าแค่เพียงแว้บเดียว (และนาย อซห ก็ได้เข้าใจเราผิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้านาย ตซห บอกเค้าน่ะนะ)

ไอ้ความรู้สึกเวลาโดนคนกลุ่มนึงชี้มือชี้ไม้มาทางเรา หรือเดินผ่านแล้วมองตามนี่มันสะเทือนสันหลังวาบจริงๆ ฉันเกลียดนายว่ะกันทรากร -*- เพราะนายทำให้ฉันไม่ทันได้มองให้เต็มตาว่าลีลาการกรีดอายไลเนอร์ของเขามันมีศิลป์ขนาดไหน (หลังจากตื่นตะลึงที่ได้เห็นเขากรีดอายจนแทบใจสลาย พุทโธ่เอ๋ย ฉันยังกรีดไม่เป็นเลยนะเว้ย)

ทั้งๆที่คาดหวังให้โมเมนต์ที่เจอคุณไอดอลคนนี้เป็นแบบปีที่แล้ว
แต่ทำไมมันถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้ ฮื้อ
(ช่างเหอะ พรุ่งนี้เค้าก็ลืมหน้าเราไปแล้วแหละ เย่)

ตอนแรกคิดว่าคงไม่ได้เจอแล้วนะเพราะเดินหาและมองหายังไง๊ยังไงก็ไม่เห็นซะที ปรากฏว่าพอนั่งเฉยๆอยู่บนแสตนด์แถวทางเข้าก็เดินผ่านมาตรงหน้าอย่างง่ายดาย คุณพระ! บทจะได้เจอก็เจอกันง่ายๆ (แต่หลังจากนั้นน่ะไม่ง่ายเลย แถมต้องเดินเลี่ยงอีกต่างหาก อ๊าก)

และขอย้ำอีกทีว่าเราไม่ได้ชอบนาย อซห มากขนาดนั้น เป็นแค่คนที่เห็นแล้วกรี๊ดเพราะสไตล์อันแสนประหลาดและท่าเดินอันเป็นเอกลักษณ์ต่างหาก และเพราะแบบนี้เราถึงเห็นเค้าโดดเด่นออกจากทุกคนในกลุ่มนั้นไง๊

ส่วน お医者くん ตอนอยู่ในงานไม่ได้เดินสวนกันเลย
แต่พอเจอพิกัดที่แน่ชัดแล้วก็โป๊ะเชะ!

ก็ไม่ได้ทำอะไรหวือหวาหรอกนะ
แค่ยืนวนเวียนอยู่แถวนั้น (เหมือนผีเร่ร่อนมาขอส่วนบุญเลยว่ะ)
ทำใจอยู่นานมากกว่าจะเข้าไปถามจ.ได้ เกี่ยวกับ お医者くん นั่นแหละ แล้วน้องจ.ก็หัวไวเหลือเกิ๊นนน แค่ลากออกมาถามว่า เป็นคนเก็บความลับได้มั้ย ดันถามกลับมาถูกประเด็นอย่างเต็มปากเต็มคำ ทำเอาหน้าม้านไม่อยากตอบเลยทีเดียว บากะ!!

ไม่รู้ว่าสุดท้ายจ.จะทำยังไงกับเรื่องที่บอกไปนะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ช่างเหอะ มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากไปกว่านี้อยู่แล้วแหละ (ไม่ได้คาดหวังให้เกิดขึ้นด้วย)

งานนี้เหมือนไม่ได้ทำอะไรนอกจากกินฟรีกับเดิน แต่ก็รู้สึกสนุกจัง
คงเพราะได้เห็นเพื่อนมารวมตัวกัน ได้เจอหลายๆคนที่นานๆจะเจอที
แล้วก็มีโมเมนท์โดคิโดคิเยอะดี นี่แหละไฮไลท์ของงาน 55555

จะว่าไปแล้ว ปีนี้คนเยอะและจัดอลังการกว่าปีที่แล้วมากเลย
และเราก็อยู่นานกว่าปีที่แล้วด้วย (เอนจอยวอล์กกิ้งเหลือเกิน)
แต่เพลงในงานนี่เก่าๆทั้งน้านน ที่แย่คือเราร้องได้ซะหลายเพลง ฮา

ขากลับติดรถพี่ภู พี่ชายของสามมาลงบีทีเอสพญาไทแหละ
ระหว่างทางก็คุยกัน ทอปิคก็วนเวียนอยู่กับความรักและความสัมพันธ์ ประเด็นนี้ดุเด็ดเผ็ดมันส์จนอยากให้ทุกคนนั่งรถไปลงบ้านสามแล้วค้างที่นั่นซะเลย

ตอนนี้ง่วงมาก คาดว่าวันนี้แหละจะไม่ต้องเผชิญปัญหานอนไม่หลับเป็นคืนแรกในรอบสัปดาห์ (เพลียน่ะใช่ แต่อิ่มอกอิ่มใจน่ะสาเหตุหลัก กรี๊ดดด)

พรุ่งนี้มีงานบอล อยากลองไปซักครั้งในชีวิตนิสิตจุฬานะ
แต่ก็ขี้เกียจและไม่มีใครไปเป็นเพื่อนเลยอะ
ก็คงนอนอยู่ที่ห้อง ดูหนัง ทำการบ้าน
เป็นวันที่น่าเบื่อหลังจากอีเวนท์ที่รอคอยจบลง

คืนสู่เหย้าปีหน้า บรรดาคนที่อยากเจอจะยังไปอยู่รึเปล่าเนี่ย
แล้วจะยังมีใครไปกับเราอยู่รึเปล่าเนี่ย แง้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s